สูตรแพทย์แผนไทย
การเผายา
เผายา ศาสตร์รักษา ภูมิปัญญาโบราณ
คำ นำ
เนื่องจากปัจจุบันได้มีการนำวิธีการรักษาโรคต่างๆ
โดยใช้ภูมิปัญญาโบราณเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการเผายา
ซึ่งเป็นเวชปฏิบัติแผนไทยอย่างหนึ่ง ที่ใช้หลักการเพิ่มธาตุไฟ
เฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย โดยให้ความร้อนผ่าน
เครื่องยาสมุนไพรในบริเวณที่ต้องการรักษาโรค เพื่อรักษาผู้
ป่วยที่มีภาวะธาตุไฟหย่อน ซึ่งการเผายาจะทำในบริเวณที่มี
กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น แผ่นหลัง ขา หรือเผายาเพื่อรักษา
อาการเฉพาะจุด เช่น หัวเข่า หน้าท้อง เป็นต้น คณะผู้จัดทำ
จึงได้นำความเป็นมา ประโยชน์ การประยุกต์ใช้ในยุคปัจจุบัน
เกี่ยวกับการเผายามาเผยแผ่แก่ผู้ที่สนใจที่จะศึกษา คณะผู้จัด
ทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความรู้ที่เรานำมาจะเป็นประโยชน์แกผู้
ที่ต้องการที่จะศึกษา ไม่มากก็น้อย หากมีข้อผิดพลาดประการ
ใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
คณะผู้จัดทำ
ส า ร บัญ
เรื่อง หน้าที่
ประวัติความเป็นมาของการเผายา 1
สาเหตุที่มีการรักษาแบบการเผายา 2
ความเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทปัจจุบันหรือไม่ 3
การสืบทอด 4
การปรับตัวของภูมิปัญญาให้สามารดำรงสืบต่อในปัจจุบัน 5
การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและวิชาชีพในอนาคต 6
สมาชิกกลุ่ม 7
1
ประวัติความเป็นมาของการเผายา
ความเป็นมาของการแพทย์พื้นบ้านล้านนา หรือหมอพื้น
บ้าน ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่พุทธกาล นับเป็นพัน ๆ ปี มากมาย
หลายศาสตร์หลายแขนงล้วนแล้วแต่มีบันทึกไว้ตามผนังถ้ำ ตาม
เสา ศาลาวัด โบสถ์วิหาร ปั๊ บลาน ปั๊ บสา สมุดข่อย หรือแผ่นศิลา
จารึก ดังปรากฏให้เห็น เช่น การนวดราชสำนัก การนวดเชลย
ศักดิ์ ฤๅษีดัดตน ก็มีให้เห็นที่ วัดโพธิ์ (วัดเชตุพนวิมลมังคลาราม)
การแพทย์แผนไทยพื้นบ้านล้านนา เช่น การเช็ด การแหก การเป่า
การจอบไข่ การตอกเส้น การย่ำขาง และพิธีกรรมอื่นๆ ก็มีให้เห็น
และได้ศึกษา สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน แต่ “การเผายา” นี้ไม่มี
ปรากฏและบันทึกไว้ให้เห็น จะมีก็เพียงแต่ พ่อ แม่ คนเฒ่าคนแก่
ครูบาอาจารย์ บางท่านที่เล่าให้ฟังและถ่ายทอดต่อมาในลักษณะ
แนะนำ และชี้ช่องทาง ไม่มีใครนำมาใช้ในการบำบัดหรือรักษา
2
ส า เ ห ตุ ที่ มี ก า ร รั ก ษ า แ บ บ ก า ร เ ผ า ย า
เพราะผู้ป่วยส่วนมากจะเข้ารับการรักษากับแพทย์
แผนปัจจุบันแล้วแต่ไม่หายขาด จึงหันมารักษากับแพทย์
ทางเลือกหรือแพทย์แผนไทย เพื่อลดการกินยาและผล
ข้างเคียงที่อาจตามมาในระยะยาว ขั้นตอนของการเผายา
บนหน้าท้องของผู้ป่วยนั้น เริ่มทำการรักษากันมาตั้งแต่ปี
2555 ก่อนการรักษาแพทย์แผนไทยจะต้องคัดกรองผู้
ป่วยก่อน หากมีไข้ มีแผลผ่าตัดหรือมีโรคประจำตัว เช่น
โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง มีกำเดาอุ่นกายกำเริบ ก็จะไม่
เผายาให้
3
ความเหมาะสมและสอดคล้อง
กับบริบทปัจจุบันหรือไม่
การเผายา เป็นวิธีการรักษาแบบภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย ซึ่งได้รับ
ความนิยมอย่างแพร่หลายและในปัจจุบันมีแนวโน้มสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น
การก้าวสู่สังคมผุ้สูงอายุส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านภาวะสุขภาพ ปัญหา
ที่พบบ่อย คือ โรคข้อเข่าเสื่อม ทำให้พบว่ายังมีการรักษาได้ คือ “การผายา”
เป็นการเพิ่มความร้อนจากภายนอก โดยใช้กลุ่มโรคที่มีอาการทางลมเป็นหลัก
การเผายาจะเผาได้ตามตำแหน่งต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ท้อง เข่า หลัง สะบัก
เป็นต้น โดยการเผายาต้องได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์แผนไทย ด้วย
ศาสตร์การแพทย์แผนไทย หาบพบว่ามีการคั่งของลมอยู่ในส่วนใดของร่างกาย
จึงมีการวางแผนการรักษาโดยใช้ความร้อนให้ตรงตำแหน่งที่มีความผิดปกติ
ของลมนั้นเอง ถือเป็นแนวทางการรักษาที่ดีอีกทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ป่วยลด
อาการปวดเข่าได้ ซึ่งมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทในปัจจุบันอย่าง
มาก
4
การสืบทอด
ปัจจุบันยังคงมีการสืบทอดการเผายาต่อ ๆ กันไปเรื่อย ๆ
เพราะการเผายาเป็นที่นิยมแบบภูมิปัญญาไทย เพราะวัตถุดิบเป็น
สมุนไพรพื้นบ้านสามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่นหลัก ๆ เช่น ขมิ้น ผิว
มะกรูด ตะไคร้ หัวไพล เหง้าข่า เหง้ากระทือและเกลือ และการเผาเครื่อง
ยาร้อน ใช้กันมากในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งยังนำ
มาใช้ประกอบการรักษาโรคเกี่ยวกับช่องท้อง และปวดกล้ามเนื้อหลัง
เคล็ดขัดยอก เพราะตัวยาจะซึมเข้าไปในท้อง ทำให้รู้สึกสบายขึ้นมาก ซึ่ง
ในปัจจุบันทุกขั้นตอนจะต้องทำโดยแพทย์แผนไทยที่ผ่านการฝึกอบรม
และมีใบประกาศรับรองมาแล้วเท่านั้น
การปรับตัวของภูมิปัญญาให้สามารถ 5
ดำรงสืบต่อในปัจจุบัน
การเผายาเป็นความรู้แผนไทยและภูมิปัญญาพื้นบ้าน ผสมผสานกลิ่น
อายอารยธรรมตะวันตกอย่างลงตัว เพื่อการปรับสมดุลของร่างกาย ที่เน้น
สุขภาพดี ความรื่นรมย์ ผสมผสานอดีตปัจจุบันรวมเป็นหนึ่งเดียว การบำบัด
ครอบคลุมทั้งร่างกาย จิตใจ ปัจจุบันแพทย์แผนไทยนำมาเปิดการสอน การเผา
ยาให้แก่ผู้ที่สนใจที่อยากศึกษาการเผายาแบบภูมิปัญญาไทยเพราะการเผายา
เป็นเวชปฏิบัติแผนไทยหัตถการหนึ่ง ที่ใช้หลักการเพิ่มธาตุไฟเฉพาะที่ส่วนใดส่วน
หนึ่งของร่างกาย โดยใช้ความร้อนของไฟผ่านเครื่องยาสมุนไพรสดที่มีรสร้อน
เข้าไป ใช้รักษาในผู้ป่วยที่มีภาวะธาตุไฟหย่อน โดยตรีธาตุอื่นอาจจะกำเริบหรือ
หย่อนก็ได้ตามสภาวะของผู้ป่วยขณะนั้น
6
การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
และวิชาชีพในอนาคต
การเผายาสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้และยังสามารถ
เป็นตัวเลือกให้คนไข้ที่อยากรักษาแบบภูมิปัญญาไทย ซึ่งการเผายาช่วยเรื่อง
ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย เพราะหลักๆ แล้วการเผายาจะเน้นไล่ลมใน
เส้นเลือด เพื่อบรรเทาอาการเลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก แต่ก็ยังมีการระบุ
ว่าการเผายายังช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้อากาศ หอบหืด ปวดเมื่อยเนื้อตัว
สะบัดร้อนสะท้านหนาว เพราะความร้อนจากเปลวไฟอุ่นๆ เหมือนประคบ
สมุนไพรจะทำให้ตัวยาซึมเข้าสู่ร่างกายได้ตรงจุดและรวดเร็วขึ้นื นอกจากนี้ โรค
ฮิตอย่าง “อาการกระดูกทับเส้น” ที่หลายคนทรมานสุดๆ การเผายาก็ถือเป็น
ทางเลือกหนึ่งที่ทำได้
7
สมาชิกกลุ่ม
นางสาวกัญญาพั ชร วงษ์คุลี เลขที่ 8
นางสาวณัฐชา ชุ่มมะเริง เลขที่ 21
นางสาวดอกอ้อ แก่นลาเลขที่ 25
นางสาวทิพยาภรณ์ สลุงอยู่ เลขที่ 27
นางสาวพรชิตา อาดำ เลขที่ 38
ปี 1 ห้อง 2