หนงั สอื อเิลก็ ทรอนกิ ส์
เรอื่ ง
บญุ บงั้ ไฟ
โดย
เดก็ ชาย สุทธพิ งศ์ พรมชาติ
ชน้ั ม.2/2
โรงเรยี นดงมะไฟพทิ ยาคม
เขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมยโสธรเขต 28
คานา
หนงั สอื อเิลก็ ทรอนกิ ส์ เรอ่ื ง บุญบงั้ ไฟ จดั ทาขน้ึ เพอื่
เป็นผลงานในการศกึ ษาวชิ าการสร้างหนงั สอื อเิลก็ ทรอนกิ ส์
รหสั วชิ า ว.20243สร้างขน้ึ โดยโปรแกรม D Page Flip
และเพอื่ เผยแพร่ความรู้เกยี่ วกบั ประเพณ หากผดิ พลาดประการใด
ขอภยั ใว้ ณ ทนี่ ด้ ้วย ด.ช.สุทธพงศ์ พรมชาติ
1. ชอื่ เรอื ง สารบญั
2.คานา
11. ประเภทของบัง้ ไฟ
12. ส่วนประกอบของบ้งั ไฟ
3. ประวตั คิ วามป็นมา 13. การอนุรกั ษ์วฒั นธรรมไทย
4. ขั้นตอนการจัดการประเพณีบญุ บงั้ ไฟ 14.สรปุ
5. การแห่บง้ั ไฟ
6. ประเภทของบง้ั ไฟ
7. การจัดประเพณีบญุ บงั้ ไฟ
8. ลวดลายบงั้ ไฟ
9. ประเพณบี ญุ บงั้ ไฟ
10. ความหมายของบง้ั ไฟ
ประวตั ขิ องบุญบวั้ ไฟ
1.ประวัตคิ วามเป็ นมาของบุญบัง้ ไฟ
บุญบ้งั ไฟ เป็นประเพณที น่ี ยิ มทากนั ในเดอื น ๖ การจดั ทาบุญบงั้ ไฟขน้ึ เพอื่
บูชาอารกั ษ์หลกั เมอื ง เป็นประเพณที าบุญขอฝนจากพญาแถนเพอ่ื ให้ฝนตก
ต้องตามฤดูกาลบา้ ง คนหรอื ววั ควายอาจเกดิ ป่วยเป็นโรคต่างๆ บา้ งเป็น
ต้น และเมอื่ ทาบุญดงั กลา่ วแลว้ กเ็ชอื่ ว่าฟ้ าฝนจะอุดมสมบูรณ์ ประชาชนใน
หมูบ่ า้ นนน้ั จะอยูเ่ ยน็ เป็นสุข เพราะมอี าหารขา้ วปลาทบ่ี รบิ ูรณ์ทง้ั ปราศจาก
โรคภยั ด้วย “ ฮตี หนง่ึ นนั้ เถงิ เดอื นหกแลว้ ใหน้ าเอาน้าวารสี รงโสก ฮด
พระพุทธรูปเหนอื ใต้สู่ภาย อย่าได้ละเบยี่ งบา้ ยปดั ป่ายหายหยุด มนั สสิ ูญเสยี
ศรตี ่าไปเมอื หนา้ จงพากนั ทาแทแ้ นวคองฮตี เก่า เอาบุญไปเรอ่ื ยๆ อยา่ ถอย
หนา้ หากสเิสยี ”
ข้นั ตอนการจดั การประเพณบี ุญบ้ังไฟ
2.ขั้นตอนการจัดการประเพณีบญุ บง้ั ไฟ
ประชุมชาวบา้ น ผเู้ ฒ่าผแู้ ก่ พระสงฆใ์ นหมู่บา้ นเพอื่ ขอความเห็นวา่ จะ
จดั งานบุญบ้งั ไฟหรือไม่ ถา้ ตกลงจดั กจ็ ะทาในขอ้ ถดั ไป แต่ถา้ ไม่จดั
จะตอ้ งส่งตวั แทน (ผมู้ ีอายชุ ายในหมู่บา้ น) และพอ่ เฒ่าจ้า (หมอผปี ระจา
หมู่บา้ น) ไปขอขมาต่อเจา้ ป่ ูเพือ่ ขอเลื่อนไปจดั ในปี ถดั ไป (พธิ กี รรมนไ้ีม่มี
ผูห้ ญงิ เกย่ี วขอ้ ง) เม่ือตกลงจดั ผเู้ ฒ่าผแู้ ก่ของหมู่บา้ นจะส่งข่าวบอกกลา่ ว
เช้ือเชิญไปยงั หมู่บา้ นใกลเ้ คียงใหม้ าร่วมงานบุญ เรียกวา่ "เตินป่ าว" ใน
สมยั ถดั มาบา้ นเมืองเจริญข้ึนกพ็ ฒั นามาเป็นการแจกหนงั สือเชิญชวน
เรียกวา่ "สลากใส่บญุ " เหตุท่ีถือวา่ งานน้ีเป็นงานบุญกเ็ พราะวา่ วดั เป็น
ท่ีรวมของการจดั กิจกรรมของชุมชน การเตรียมการต่างๆ ต้งั แตก่ ารทา
บ้งั ไฟกม็ กั จะเร่ิมจากพระ ซ่ึงถือวา่ เป็นผเู้ ชี่ยวชาญ เป็นฉบับ (ต้นฉบบั )
ในวาระโอกาสนย้ี งั มกี ารแทรกประเพณที างพุทธศานาเขา้ ไปด้วย
การแห่บ้งั ไฟ
3.การแห่บ้งั ไฟ
ในวนั สุกดบิ ชาวบา้ นจะจดั ขบวนแห่บงั้ ไฟไปยงั ศาลปู่ตาของหมูบ่ า้ น พร้อมนาเอา
เหลา้ ไปด้วยจานวนมาก ส่วนหนงึ่ ใชเ้ ซ่นสรวง มกี ารจุดบงั้ ไฟขนาดเลก็ เรยี ก "บง้ั
เสี่ยง" เพอื่ เสย่ี งทายดูถงึ ความอุดทสมบูรณ์และความสาเรจ็ ในการทานาปีนน้ั
จากนน้ั กด็ มื่ เหลา้ ฟ้ อนรารอบศาลปู่ตาเป็นทสี่ นุกสนาน (งานนม้ี เีฉพาะผูช้ ายทไี่ด้รบั
อนุญาตใหร้ ่วมพธิ )ี จากกพ็ ากนั แห่บง้ั ไฟไปยงั สถานทจี่ ดั งานหรอื หมูบ่ า้ นเรยี ก วัน
โฮม (รวม) มกี ารเซ้งิ ออกท่าทางต่างๆ ของการร่วมเพศอยูด่ ้วย อาจมกี าร
เอา บกั แบน้ ผูกรอบเอวไว้หลายอนั มสี ายสาหรบั ชกั ใหก้ ระดกขน้ึ ได้
จากนนั้ กพ็ ากนั แห่บง้ั ไฟไปยงั สถานทจี่ ดั งานหรอื หมูบ่ า้ น
เรยี ก วันโฮม(รวม) มกี ารเซ้งิ ออกท่าทางต่างๆ ของการร่วมเพศอยู่ด้วย อาจมี
การเอา บกั แบน้ ผูกรอบเอวไว้หลายอนั มสี ายสาหรบั ชกั ใหก้ ระดกขน้ึ ได้
ญบงั้ ไฟ เป็นประเพณหี นง่ึ ของภาคอสี านของไทยรวมไปถงึ ลาว โดยมตี านานมาจาก
นทิ านพน้ื บา้ นของภาคอสี านเรอื่ งพระยาคนั คาก เรอื่ งผาแดงนางไอ่ ซง่ึ ในนทิ าน
พน้ื บา้ นดงั กลา่ วได้กลา่ วถงึ การทชี่ าวบา้ นได้จดั งานบุญบง้ั ไฟขน้ึ เพอ่ื เป็นการบูชา
พญาแถน หรอื เทพวสั สกาลเทพบุตร ซงึ่ ชาวบา้ นมคี วามเชอ่ื ว่า พระยาแถนมหี นา้ ท่ี
คอยดูแลใหฝ้ นตกถูกต้องตามฤดูกาล และมคี วามชน่ื ชอบไฟเป็นอยา่ งมาก หาก
หมูบ่ า้ นใดไม่จดั ทาการจดั งานบุญบง้ั ไฟบูชา ฝนกจ็ ะไมต่ กถูกต้องตามฤดูกาล อาจ
ก่อให้เกดิ ภยั พบิ ตั กิ บั หมูบ่ า้ นได้ โดยทง้ั นก้ี ารจดั งานประเพณบี ุญบงั้ ไฟ ของ จงั หวดั
ยโสธร ได้รบั การสนบั สนุนจากการท่องเทยี่ วแห่งประเทศไทย ในการประชาสมั พนั ธ์
งานประเพณี เป็นทรี่ ู้จกั แก่ชาวไทย และต่างประเทศ นบั แต่ ปี 2523 ซงึ่ งาน
ประเพณบี ุญบง้ั ไฟจงั หวดั ยโสธร จะจดั ขน้ึ ในวนั เสาร์ อาทติ ย์ สปั ดาห์ทสี่ อง ของ
เดอื นพฤษภาคม ในทุกปี โดยทง้ั น้ี ในงานทจี่ ดั ของจงั หวดั ยโสธร ยงั มคี วามโดดเด่น
ในวนั ก่อนแห่ มกี ารประกวดกองเชยี ร์ จานวนมาก รวมทง้ั วนั แห่บง้ั ไฟ จะมขี บวนบง้ั
ไฟแบบโบราณ และการราเซ้งิ แบบโบราณ จาก ทง้ั 9 อาเภอของจงั หวดั ยโสธร เขา้
ร่วมด้วย
นอกจากนย้ี งั พบว่า การจดั งานบง้ั ไฟในอดตี และปจั จุบนั ในพน้ื ทจี่ งั หวดั ร้อยเอด็ มี
ความโดดเด่น และเก่าแก่ มานาน มเีอกลกั ษณ์เฉพาะตวั โดยเฉพาะที่ อาเภอสุวรรณ
ภูมิ ทม่ี กี ารจดั งานในทุกวนั เสาร์ และวนั อาทติ ย์ในสปั ดาห์แรกของเดอื นมถิ ุนายนในทุก
ปี ซง่ึ เป็นงานทม่ี บี ง้ั ไฟเอส้ วยงามขนาดใหญ่มากทส่ี ุด (ลายศรภี ูมิ หรอื ลายกรรไกร
ตดั ) รวมทงั้ ขบวนราสวยงามมากทส่ี ุดของประเทศ , อาเภอพนมไพร ทมี่ กี ารจดั
งานในทุกวนั ขน้ึ 15 ค่า เดอื น 7 ของทุกปี ตามรูปแบบประเพณดี ง้ั เดมิ ตามฮตี สอง
สองคองสบิ ส่ี
ประเภทของบง้ั ไฟ
ประเภทของบง้ั ไฟ บง้ั ไฟมี 2 ประเภท
ประเภทท่ี 1 ได้แก่ บง้ั ไฟทไ่ีม่มหี าง เช่นบงั้ ไฟพุ บงั้ ไฟพะเนยี ง บงั้ ไฟ
ตะไล บง้ั ไฟดอกไม้ บงั้ ไฟโครงขาว บง้ั ไฟมา้
ประเภทท่ี 2 ได้แก่ บงั้ ไฟทมี่ หี าง ซง่ึ แบง่ เป็น 4หมวดหมู่ ดงั น้ี
1. บง้ั ไฟนอ้ ย เป็นบงั้ ไฟทมี่ ขี นาดเลก็ บงั้ ไฟชนดิ นถ้ี ูกนามาใชเ้ พอื่ เสย่ี ง
ทายดูว่าฝนจะตกต้องตาม
ฤดูกาลหรอื ไม่ ถา้ หากว่าบงั้ ไฟถูกยงิ ขน้ึ ไปสูงสุดหมายถงึ ฝนจะดี
ความเช่ือของชาวบา้ นกับประเพณีบญุ บั้งไฟ
คนอีสานทาบญุ บงั้ ไฟโดยมจี ดุ ประสงค์หลายอย่าง เช่น ขอน้าฝน
เชื่อมความภักดี แสดงการละเล่น และการบชู าพญาแถนบชู าคณุ
พระพุทธเจ้า ชาวอีสานส่วนมากนับถือพระพุทธศาสนา เมอื่ ถึงเทศกาล
เดือนหกซึ่งเป็ นวันประสตู ิ วันตรัสรู้ และวันปรินิพพานของพระพุทธเจ้า
ชาวอีสานจะพากันบชู าคณุ ของพระพุทธเจ้า โดยการจัดดอกไม้ ธปู
เทียนมาบชู าพระพุทธรปู การทาบญุ บั้งไฟของชาวอีสานก็ถือว่าเป็ น
การบชู าพระพุทธเจ้าด้วยอามสิ บชู าอย่างหน่ึงการทาบญุ บง้ั ไฟจะมีการ
บวชพระเณร เพอ่ื สืบต่ออายุพระพุทธศาสนาพระและเณรเป็ นคน
ใกล้ชิดและติดต่อกับพระพุทธเจ้าและพระธรรม พระยาขอมทาบญุ บง้ั
ไฟครัง้ น้ันก็มบี วชเณรด้วย การบวชพระบวชเณรและสรงน้าหอมพระ
เณร ก็รวมอยู่กันในประเพณนี ้ี ดังน้ันการทาบญุ บงั้ ไฟชาวอีสานจึงถือ
ว่าเป็ นการต่ออายุพระพุทธศาสนายืนยาวต่อไปการขอน้าฝน การทา
นาของชาวอีสานต้องอาศัยน้าฝน น้าฝนที่ชาวอีสานอาศัยน้ันชาว
อีสานก็สร้างเองไมไ่ ด้ ต้องขอจากเทพบตุ ร เทพยดา ตามตานานเล่า
ไว้ว่า มเี ทพบตุ รองค์หน่ึงช่ือ วัสกาลเทพบตุ รมหี น้าท่ีแต่งน้าฟ้ าน้าฝน
ให้ตกลงมาชาวอีสานเช่ือตามตานานน้ีจึงทาบญุ บง้ั ไฟเพอ่ื ขอน้าจาก
เทพบตุ รองค์นั้นความสามคั คีคนในบา้ นหนึ่งเมอื งหน่ึง ต่างพอ่ ต่าง
แม่ ต่างเช้ือชาติ ต่างศาสนาต่างจารีตประเพณีน้ันเมอ่ื มาอยู่รวมบา้ น
การจัดประเพณีบญุ บ้ังไฟ
พระบา้ ง
วันโฮม เป็ นชาวบา้ นก็จะมาตั้งขบวนเพอ่ื แห่บงั้ ไฟไปรอบ ๆ หมบู่ า้ น เป็ น
งานบญุ ท่ีเน้นความสนกุ สนานรื่นเริง ในขบวนจะมีการราเซ้ิง
ตามบง้ั ไฟ และบรรดาข้ีเหล้าท้ังหลายก็จะร้องเพลงเซ้ิงไปของเหล้าตาม
บา้ นต่าง ๆ กาพย์เซ้ิงอาจจะหยาบคายแต่ก็ไมม่ ใี ครถือสากัน แต่กาพย์
เซ้ิงที่ใช้แห่ในขบวนมกั จะเป็ นประวัติและความเป็ นมาของพธิ ีบญุ บงั้ ไฟ
วันจดุ บง้ั ไฟก็อาจจะเป็ นอีกวันหน่ึงคือเป็ นวันท่ีชาวบา้ นจะเอาบงั้ ไฟของ
แต่ละค้มุ แต่ละหมบู่ า้ นมาจดุ แข่งกัน ถ้าของใครทามาดีจุดข้ึนได้
สงู สดุ ก็จะชนะแต่ถ้าของใครแตกหรอื ซุก็ถือว่าแพ้ ต้องโดนลงโทษโดย
การจับโยนลงโคลนหรือตมซึ่งเป็ นท่ีสนกุ สนานอย่างยิ่ง การจดุ ใน
ปั จจบุ นั บญุ บงั้ ไฟถือเป็ นประเพณีที่ให้สาระของความสนกุ สนานท่ีแฝงไว้
ด้วยความเชื่อถือศรัทธาท่ีมมี าอย่างยาวนาน กิจกรรมท้ังหมด
ของประเพณีน้ีได้ถ่ายทอดความร้สู ึก ภมู ปิั ญญาของชมุ ชนในเร่ือง
เทคโนโลยีพ้นื บา้ น การเลือกไมไ้ ผม่ าทาบัง้ ไฟ การตัดไมไ้ ผโ่ ดยไมเ่ ป็ น
อันตราย การบรรจดุ ินปื นลงกระบอกไมไ้ ผ่ ล้วนเป็ นภมู ปิั ญญาท่ีสั่งสม
สืบกันมา การตกแต่งบ้งั ไฟเป็ นงานศิลปะ การเซ้ิง การรับลา และความ
“ประเพณฮี ักบง้ั ไฟพุเตย” ในปีน้ี จดั ขน้ึ ระหว่างวนั ที่ 15-19 พ.ค. 62 โดย
ภายในงานมที ง้ั การแห่ขบวนบง้ั ไฟ การแขง่ ขนั จุดบงั้ ไฟ การแสดงต่างๆ และการออ
กร้าน ในส่วนของบงั้ ไฟนน้ั จะมี 2 วนั คอื 18 และ 19 พ.ค. 62
ก่อนการจดั งานราวๆ 1 เดอื น กจ็ ะมกี ารจดั ทาบง้ั ไฟ ตกแต่งรถบง้ั ไฟใหส้ วยงาม
โดยฝี มอื ของชาวบา้ นและกลุม่ เยาวชนตาบลพุเตย ทถี่ อื ว่าเป็นการสบื สานงานศลิ ป์
และภมู ปิ ญั ญาจากบรรพบุรุษ นอกจากนย้ี งั มกี ารซ้อมขบวนฟ้ อนราและดนตรตี ่างๆ
ลวดลายบงั้ ไฟ
กรรไกรตดั หรอื ลายศรภี ูมิ ทเี่ป็นเอกลกั ษณ์หนงึ่ เดยี ว โดย จุดเด่น คอื หากลาก
ลวดลายตามเสน้ แลว้ จะพบว่า เสน้ ไมข่ าดจากกนั ทงั้ น้ี "ลายศรภี ูม"ิ เป็นลาย
เอกลกั ษณ์ของงานประเพณบี ุญบง้ั ไฟสุวรรณภูมิ จงั หวดั ร้อยเอด็
ความเชอื่ ของชาวบา้ นกบั ประเพณบี ุญบงั้ ไฟ
คนอสี านทาบุญบงั้ ไฟโดยมจี ุดประสงค์หลายอย่าง เช่น ขอน้าฝน เชอื่ มความภกั ดี
แสดงการละเลน่ และการบูชาพญาแถนบูชาคุณพระพุทธเจา้ ชาวอสี านส่วนมากนบั ถอื
พระพุทธศาสนา เมอื่ ถงึ เทศกาลเดอื นหกซงึ่ เป็นวนั ประสูติ วนั ตรสั รู้ และวนั
ปรนิ พิ พานของพระพุทธเจา้ ชาวอสี านจะพากนั บูชาคุณของพระพุทธเจา้ โดยการจดั
ดอกไม้ ธูปเทยี นมาบูชาพระพุทธรูป การทาบุญบง้ั ไฟของชาวอสี านกถ็ อื ว่าเป็นการ
บูชาพระพุทธเจา้ ด้วยอามสิ บูชาอย่างหนง่ึ การทาบุญบงั้ ไฟจะมกี ารบวชพระเณร เพอ่ื
สบื ต่ออายุพระพุทธศาสนาพระและเณรเป็นคนใกลช้ ดิ และตดิ ต่อกบั พระพุทธเจา้ และ
พระธรรม พระยาขอมทาบุญบงั้ ไฟครงั้ นนั้ กม็ บี วชเณรด้วย การบวชพระบวชเณร
และสรงน้าหอมพระเณร กร็ วมอยูก่ นั ในประเพณนี ้ี ดงั นนั้ การทาบุญบง้ั
ไฟชาวอสี านจงึ ถอื ว่าเป็นการต่ออายุพระพุทธศาสนายนื ยาวต่อไปการ
ขอน้าฝน
การจดั ประเพณบี ุญบง้ั ไฟ
ก่อนจะถงึ วนั งานหรอื วนั เอาบุญ ชาวบา้ นกจ็ ะช่วยกนั เตรยี มงานกนั อย่างสามคั คี
ชาวบา้ นทไ่ีด้รบั มอบหมายจะสร้างปะรา หรอื "ผาม"
หรอื "ตูบบุญ” ฝ่ ายแมค่ รวั กเ็ตรยี มขา้ วปลาอาหารไว้เลย้ี งแขกเลย้ี งคน ฝ่ ายช่าง
ฟ้ อนกเ็ตรยี มขบวนราไว้สาหรบั แห่บงั้ ไฟ ฝ่ ายผูช้ ายทเี่ป็นช่างฝี มอื กช็ ่วยกนั ทาบง้ั ไฟ
และตกแต่งใหส้ วยงาม งานบุญบง้ั ไฟส่วนใหญ่จะไมค่ ่อยมพี ธิ กี รรมทางศาสนาเท่าใด
นกั แต่บางแห่งกม็ พี ธิ ที าบุญเลย้ี งพระบา้ ง
วนั โฮม เป็นชาวบา้ นกจ็ ะมาตงั้ ขบวนเพอื่ แห่บง้ั ไฟไปรอบ ๆ หมูบ่ า้ น เป็นงานบุญทเ่ีนน้
ความสนุกสนานรนื่ เรงิ ในขบวนจะมกี ารราเซ้งิ ตามบงั้ ไฟ และบรรดาขเ้ีหลา้ ทงั้ หลายก็
จะร้องเพลงเซ้งิ ไปของเหลา้ ตามบา้ นต่าง ๆ กาพย์เซ้งิ อาจจะหยาบคายแต่กไ็มม่ ใีคร
ถอื สากนั แต่กาพย์เซ้งิ ทใี่ชแ้ ห่ในขบวนมกั จะเป็นประวตั แิ ละความเป็นมาของพธิ บี ุญบง้ั
ไฟ
วนั จุดบงั้ ไฟกอ็ าจจะเป็นอกี วนั หนงึ่ คอื เป็นวนั ทช่ี าวบา้ นจะเอาบงั้ ไฟของแต่ละคุ้มแต่ละ
หมูบ่ า้ นมาจุดแขง่ กนั ถา้ ของใครทามาดจี ุดขน้ึ ได้
ประเพณีบญุ บงั้ ไฟ
เป็นประเพณหี นงึ่ ของภาคอสี านของไทยรวมไปถงึ ลาว โดยมตี านานมาจาก นทิ าน
พน้ื บา้ นของภาคอสี านเรอ่ื งพระยาคนั คาก เรอื่ งผาแดงนางไอ่ ซงึ่ ในนทิ างพน้ื บา้ น
ดงั กลา่ วได้กลา่ วถงึ การทชี่ าวบา้ นได้จดั งาน บุญบง้ั ไฟ ขน้ึ เพอ่ื เป็นการบูชา พระยา
แถน หรอื เทพวสั สกาลเทพบุตร ซงึ่ ชาวบา้ นมคี วามเชอื่ ว่า พระยาแถนมหี นา้ ทค่ี อย
ดูแลใหฝ้ นตกถูกต้องตามฤดูกาล และมคี วามชน่ื ชอบไฟเป็นอย่างมาก หากหมู่บา้ น
ใดไม่จดั ทาการจดั งานบุญบงั้ ไฟบูชาฝนกจ็ ะไม่ตกถูกต้องตามฤดูกาล อาจก่อใหเ้ กดิ
ภยั พบิ ตั กิ บั หมู่บา้ นได้ ช่วงเวลาของประเพณี บุญบงั้ ไฟ คอื เดอื นหกหรอื พฤษภาคม
ของทุกปี ประเพณบี ุญบงั้ ไฟมมี าแต่ครงั้ ไหนยงั หาหลกั ฐานทแ่ี น่ชดั มขี อ้ สนั นษิ ฐาน
เกย่ี วกบั ความเป็นมาของ ประเพณบี ุญบงั้ ไฟ ในแงต่ ่างๆ ไวด้ งั น้ี
ความเช่ือของชาวบ้านกับประเพณีบญุ บ้ังไฟ
ชาวบา้ นเชอ่ื ว่ามโีลกมนุษย์ โลก เทวดา และโลกเทวดา มนุษย์อยู่ใต้อทิ ธพิ ลของ
เทวดา
การราผฟี ้ าเป็นตวั อย่างทแ่ี สดงออกทางด้านการนบั ถอื เทวดา และเรยี กเทวดาว่า "
แถน”
เมอ่ื ถอื ว่ามแี ถนกถ็ อื ว่า ฝน ฟ้ า ลม เป็นอทิ ธพิ ลของแถน หากทาใหแ้ ถนโปรดปราน
มนุษย์กจ็ ะมคี วามสุข ดงั นนั้ จงึ มพี ธิ บี ูชาแถน การจุดบง้ั ไฟกอ็ าจเป็นอกี วธิ หี นง่ึ ท่ี
แสดงความเคารพหรอื สง่ สญั ญาณความภกั ดไีปยงั แถนชาวอสี านจานวนมากเชอื่ ว่า
การจุดบง้ั ไฟเป็นการขอฝนจากพญาแถน และมนี ทิ านปรมั ปราเช่นนอ้ี ยู่ทวั่ ไปแต่ความ
เชอ่ื นย้ี งั ไมพ่ บหลกั ฐานทแี่ นน่ อน นอกจากนใ้ีนวรรณกรรมอสี านยงั มคี วามเชอ่ื อย่าง
หนงึ่ คอื เรอื่ งพญาคนั คาก หรอื คางคก พญาคนั คากได้รบกบั พญาแถนจนชนะแลว้
ใหพ้ ญาแถนบนั ดาลฝนลงมาตกยงั โลกมนุษย์
ความหมายของบงั้ ไฟ
คาว่า " บง้ั ไฟ” ในภาษาถนิ่ อสี านมกั จะสบั สนกบั คาว่า " บอ้ งไฟ” แต่ทถี่ ูกนนั้ ควร
เรยี กว่า” บง้ั ไฟ”
ดงั ที่ เจรญิ ชยั ชนไพโรจน์ ได้อธบิ ายความแตกต่างของคาทงั้ สองไว้ว่า บง้ั หมายถงึ
สง่ิ ทเ่ีป็นกระบอกเช่น บง้ั ทงิ สาหรบั ใสน่ ้าดมื่ หรอื บง้ั ขา้ วหลาม เป็นต้น
ส่วนคาว่า บอ้ ง หมายถงึ สง่ิ ของใดๆ กไ็ด้ทม่ี ี ๒ ชน้ิ มาสวมหรอื ประกอบเขา้ กนั ได้
ส่วนนอกเรยี กว่า บอ้ ง ส่วนในหรอื สงิ่ ทเี่อาไปสอดใสจะเป็นสง่ิ ใดกไ็ด้ เช่น บอ้ งมดี
บอ้ งขวาน บอ้ งเสยี มบอ้ งววั บอ้ งควาย ดงั นน้ั คาว่า บงั้ ไฟ ในภาษาถนิ่ อสี านจงึ
เรยี กว่า บง้ั ไฟ ซงึ่ หมายถงึ ดอกไมไ้ ฟชนดิ หนง่ึ มหี างยาวเอาดนิ ประสวิ มาควั่ กบั ถ่าน
ไมต้ าใหเ้ ขา้ กนั จนละเอยี ดเรยี กว่า หมอื่ (ดนิ ปืน)และเอาหมอื่ นนั้ ใส่กระบอกไมไ้ ผต่ าให้
แนน่ เจาะรูตอนท้ายของบงั้ ไฟเอาไผท่ ่อนอนื่ มดั ตดิ กบั กระบอกให้ใส่หมอ่ื โดยรอบ เอา
ไมไ้ ผย่ าวลาหนง่ึ มามดั ประกบต่อออกไปเป็นหางยาวสาหรบั ใชถ้ ว่ งหวั ใหส้ มดุลกนั
เรยี กว่า " บง้ั ไฟ” ในทศั นะของผูว้ จิ ยั บงั้ ไฟ คอื การนาเอากระบอกไมไ้ ผ่ เลาเหลก็
ท่อเอสลอน หรอื เลาไมอ้ ยา่ งใดอย่างหนง่ึ มาบรรจุหมอ่ื (ดนิ ปืน) ตามอตั ราส่วนที่
ช่างกาหนดไวแ้ ลว้ ประกอบท่อนหวั และท่อนหางเป็นรูปต่างๆ ตามทต่ี ้องการ เพอ่ื นาไป
จุดพุง่ ขน้ึ สู่อากาศ จะมคี วนั และเสยี งดงั บง้ั ไฟ มหี ลายประเภท ตามจุดมุง่ หมายของ
ประโยชนใ์ นการใชส้ อยในทางศาสนาพุทธกบั ประเพณบี ุญบง้ั ไฟ
มกี ารฉลองและบูชาใน วนั วสิ าขบูชา กลางเดอื นหก มกี ารทาดอกไมไ้ ฟในแบบต่างๆ
ทง้ั ไฟน้ามนั ไฟธูปเทยี นและดนิ ประสวิ มกี าร ทาทาน รกั ษาศลี เจรญิ ภาวนา
ส่วนประกอบของบั้งไฟ
๑. เลาบง้ั ไฟ เลาบง้ั ไฟคอื สว่ นประกบิ ทที่ าหนา้ ทบ่ี รรจุดนิ ปืน มลี กั ษณะเป็นรูปทรงกระบอกกลมยาว
มคี วามยาวประมาณ ๑.๕ - ๗ เมตร ทาด้วยลาไมไ้ ผเ่ ลว้ ใชร้ ้วไมไ้ ผ่ (ตอก) ปิดเป็นเกลยี วเชอื ก
พนั รอบ
เลาบงั้ ไฟอกี ครงั้ หนงึ่ ใหแ้ น่น และใชด้ นิ ปืนทชี่ าวบา้ นเรยี กว่า"หมอื " อดั ใหแ้ นน่ ลงไปในเลาบง้ั ไฟ
ด้วยวธิ ใีชส้ ากตาแลว้ เจาะรูสายชนวน เสรจ็ แลว้ นาเลาบง้ั ไฟ ไปมดั เขา้ กบั ส่วนหางบงั้ ไฟ
ในสมดั ต่อมานยิ มนาวสั ดุอน่ื มาใชเ้ ป็นเลาบงั้ ไฟแทนไมไ้ ผ่ ได้แก่ ท่อเหลก็ ท่อพลาสตกิ เป็นต้น
เรยี กว่าเลาเหลก็ ซงึ่ สามารถอดั ดนิ ปืนได้แนน่ และมปี ระสทิ ธภิ าพในการยงิ ได้สูงกว่า
๒. หางบงั้ ไฟ หางบง้ั ไฟถอื เป็นส่วนสาคญั ทาหนา้ ทคี่ ลา้ ยหางเสอื ของเรอื คอื สร้างความสมดุล
ใหก้ บั บงั้ ไฟคอยบงั คบั ทศิ ทางบง้ั ไฟใหย้ งิ ขน้ึ ไปในทศิ ทางตรงและสูง บงั้ ไฟแบบเดมิ นนั้ ทาจากไมไ้ ผ่
ทง้ั ลา
ต่อมาพฒั นาเป็นหางท่อนเหลก็ และหางท่อนไมไ้ ผต่ ดิ กนั หางท่อนเหลก็ มลี กั ษณะเป็นท่อนกลม
ทรงกระบอกมคี วามยาวประมาณ ๘-๑๒ เมตร ทาหนา้ ท่เป็นคานงดั ยกลาตวั บง้ั ไฟชูโด่งชเ้ีอยี งไป
ขา้ งหนา้
ทามุมประมาณ ๓๐-๔๐ องศากบั พน้ื ดนิ โดยบง้ั ไฟจะยน่ื ไปขา้ งหนา้ ยาวประมาณ ๗-๘ เมตร
ปลายหางด้านหนง่ึ ตง้ั อยู่บนฐานทต่ี ง้ั บง้ั ไฟ
๓. ลูกบงั้ ไฟ เป็นลาไมไ้ ผท่ นี่ ามาประกอบเลาบงั้ ไฟโดยมดั รอบลาบงั้ ไฟ
บง้ั ไฟลาหนงึ่ จะประกอบด้วยลูกบง้ั ไฟประมาณ ๘-๑๕ ลูก ขน้ึ อยู่กบั ขนาดของบงั้ ไฟ
เดมิ ลูกบงั้ ไฟมแี ปดลูกมชี อื่ เรยี กเรยี งตามลาดบั คู่ขนาดใหญ่ไปหาคู่ทมี่ ขี นาดเลก็ กว่าได้แก่ ลูกโอ้ ลูก
กลาง
ลูกนางและลูกกอ้ ย ลูกบงั้ ไฟช่วยใหร้ ปู ทรงของบง้ั ไฟกลมเรยี วสวยงาม
นอกจากนล้ี ูกบงั้ ไฟยงั เป็นพน้ื ผวิ รองรบั การเอ้หรอื การตกแต่งลวดลายปะตดิ กระดาษ
ลายบงั้ ไฟ : ใชล้ ายศลิ ปไทย คอื ลายกนก อนั เป็นลายพน้ื ฐานในการลบั ลายบง้ั ไฟ
โดยช่างจะนยิ มใชก้ ระดาษดงั โกทองด้านเป็นพน้ื และสเีมด็ มะขามเป็นตวั สบั ลาย
เพอ่ื ให้ลายเด่นชดั ในการตกแต่งเพอื่ ใหค้ วามสวยงาม
ตวั บง้ั ไฟ : มลี ูกโอจ้ ะใชล้ ายประจายาม ลายหนา้ เทพพนม ลายหนา้ กาล
ลูกเอใ้ ช้ลายประจายาม กา้ มปูเปลว และลายหนา้ กระดาน ฯลฯ
กรวยเชงิ : เป็นลวดลายไทยทเ่ีขยี นอยู่เชงิ ยาบทปี่ ระดบั พร้วิ ลงมาจากชว่ งตวั บง้ั ไฟ
ยาบ : เป็นผา้ ประดบั ใต้เลาบง้ั ไฟ จะสบั ลายใดขน้ึ อยูก่ บั ช่างบงั้ ไฟนน้ั เช่น ลายก้าน
ขูดลายก้าน ดอกใบเทศ
ตวั พระนาง : เป็นรูปลกั ษณ์สอื่ ถงึ ผาแดงนางไอ่ หรอื ตวั ละครในเรอื่ งรามเกยี รต์ิ
พระลกั ษณ์ พระราม เป็นต้น
กระรอกเผอื ก : ทา้ วพงั คี แปลงร่างมาเพอ่ื ให้นางไอ่หลงใหล
ปลอ้ งคาด : ลายรกั ร้อย ลายลูกพดั ใบเทศ ลายลูกพดั ขอสร้อย เป็นต้น
เกรนิ : เป็นส่วนทยี่ น่ื ออกสองขา้ งของบุษบก เป็นรูปรอนเบด็ ลายกนก สาหรบั ตง้ั
ฉตั รทา้ ยเกรนิ
ราชรถประดบั สว่ นทา้ ยของหางบง้ั ไฟ
บุษบก : เป็นองค์ประกอบไว้บนราชรถ เพอื่ สมมุตใิหเ้ ป็นปราสาทผาแดงนางไอ่
ต้างบงั้ ไฟ : ลายกระจงั ปฏญิ าณ ลายก้านขด ลายพุม่ ขา้ วบณิ ฑ์
ลายประกอบตกแต่งอนื่ ๆ : ลายกระจงั ตงั้ กระจงั รวน กระจงั ตาอ้อย ลายน่องสงิ ห์
บวั ร่วน กลบี ขนุน
ประเภทของบงั้ ไฟ
ประเภทของบ้งั ไฟ
๑. บงั้ ไฟโหวด
บงั้ ไฟโบดหรอื โหวดเป็นบง้ั ไฟขนาดเลก็ ตวั กระบอกจะยาวขน้ึ ประมาณ ๔-๑๐ นว้ิ บรรจุหมอื่ หนกั
ประมาณ ๑ ส่วน ๘ ถงึ ๑ สว่ น ๒ กโิลกรมั ใชห้ างยาวประมาณ ๑-๔ เมตร มกี ระบอกไมไ้ ผ่
เลก็ ๆ มดั วางรอบตวั บง้ั ไฟ นยิ มทาประกอบกนั ในบงั้ ไฟใหญ่ (บงั้ ไฟหมน่ื , บง้ั ไฟแสน) ปจั จุบนั ไม่
ค่อยนยิ มทา เพราะไม่มชี ่าง
๒. บงั้ ไฟมา้
บงั้ ไฟชนดิ นเ้ีป็นบงั้ ไฟขนาดเลก็ จุดไปตามทศิ ทางทกี่ าหนดใชเ้ สน้ ลวดเป็นวถิ ตี รงึ ไปยงั เป้าหมายท่ี
ต้องการ ลกั ษณะทว่ั ไปเป็นบงั้ ไฟทท่ี าจากกระบอกไมไ้ ผ่ ๑ ปลอ้ ง ขนาดแลว้ แต่ต้องการ โดยทวั่ ไป
เสน้ ผา่ ศูนย์กลางประมาณ ๒ นว้ิ ยาวประมาณ ๑ ฟุตทางภาคกลางและภาคอสี านเรยี กว่า "
ลูกหนู” คลา้ ยมา้ ทก่ี าลงั วงิ่ ถา้ ตดิ รูปอะไรกเ็รยี กชอ่ื ไปตามนนั้ เป็นคนขม่ี า้ รูปววั แลว้ แต่จะทารูป
อะไร บางครง้ั ภาคเหนอื เรยี กว่า บอกไฟยงิ
๓. บงั้ ไฟชา้ ง
บง้ั ไฟชนดิ นไ้ีม่มหี าง มชี อื่ อกี อยา่ งหนงึ่ ว่ากระโพกหรอื ตะโพก เวลาจุดไมต่ ้องการ
ใหพ้ ุง่ ขน้ึ ไปแต่ต้องการมเีสยี งร้องคลา้ ยกบั ชา้ งร้อง วธิ ที าบง้ั ไฟใหใ้ ชก้ ระบอกไมไ้ ผท่ มี่ ขี นาดใหญ่
ทสี่ ุด
ยาวเพยี งป้องเดยี วใหม้ ขี อ้ ปิดทงั้ ๒ ด้าน ทุบไมไ้ ผใ่ หแ้ ตกเลก็ นอ้ ย เจาะรู เพอ่ื บรรจุหมอื่ แลว้
ต่อชนวนเขา้ รแู ท่งหมอื่ ทาจากหมอ่ื ถา่ น ๓-๔ อดั ลงในไมไ้ ผข่ นาดเลก็ ใหแ้ นน่
แลว้ ผา่ เอาแท่งหมอ่ื ออกมาคลา้ ยขา้ วหลาม ใหไ้ ด้แท่งประมาณ ๓ นว้ิ การจุดนน้ั นยิ มต่อพว่ งชนวน
บงั้ ไฟใหญ่
เวลาจุดชนวนผา่ จะเกดิ เสยี งดงั เหมอื นเสยี งชา้ งร้อง นยิ มวางต่อกนั เป็นช่วงๆ กระบอก
ถา้ ต้องการจะใหม้ เีสยี งดงั อยา่ งไรกจ็ ะมเีทคนคิ ในการทาใหเ้ กดิ เสยี งนนั้ ๆ
ส่วนประกอบของบั้งไฟ
๑. เลาบง้ั ไฟ เลาบง้ั ไฟคอื สว่ นประกบิ ทที่ าหนา้ ทบ่ี รรจุดนิ ปืน มลี กั ษณะเป็นรูปทรงกระบอกกลมยาว
มคี วามยาวประมาณ ๑.๕ - ๗ เมตร ทาด้วยลาไมไ้ ผเ่ ลว้ ใชร้ ้วไมไ้ ผ่ (ตอก) ปิดเป็นเกลยี วเชอื ก
พนั รอบ
เลาบงั้ ไฟอกี ครงั้ หนง่ึ ใหแ้ น่น และใชด้ นิ ปืนทชี่ าวบา้ นเรยี กว่า"หมอื " อดั ใหแ้ นน่ ลงไปในเลาบง้ั ไฟ
ด้วยวธิ ใีชส้ ากตาแลว้ เจาะรูสายชนวน เสรจ็ แลว้ นาเลาบง้ั ไฟ ไปมดั เขา้ กบั ส่วนหางบงั้ ไฟ
ในสมดั ต่อมานยิ มนาวสั ดุอน่ื มาใชเ้ ป็นเลาบงั้ ไฟแทนไมไ้ ผ่ ได้แก่ ท่อเหลก็ ท่อพลาสตกิ เป็นต้น
เรยี กว่าเลาเหลก็ ซงึ่ สามารถอดั ดนิ ปืนได้แน่นและมปี ระสทิ ธภิ าพในการยงิ ได้สูงกว่า
๒. หางบงั้ ไฟ หางบง้ั ไฟถอื เป็นส่วนสาคญั ทาหนา้ ทคี่ ลา้ ยหางเสอื ของเรอื คอื สร้างความสมดุล
ใหก้ บั บง้ั ไฟคอยบงั คบั ทศิ ทางบง้ั ไฟใหย้ งิ ขน้ึ ไปในทศิ ทางตรงและสูง บงั้ ไฟแบบเดมิ นนั้ ทาจากไมไ้ ผ่
ทง้ั ลา
ต่อมาพฒั นาเป็นหางท่อนเหลก็ และหางท่อนไมไ้ ผต่ ดิ กนั หางท่อนเหลก็ มลี กั ษณะเป็นท่อนกลม
ทรงกระบอกมคี วามยาวประมาณ ๘-๑๒ เมตร ทาหนา้ ท่เป็นคานงดั ยกลาตวั บง้ั ไฟชูโด่งชเ้ีอยี งไป
ขา้ งหนา้
ทามุมประมาณ ๓๐-๔๐ องศากบั พน้ื ดนิ โดยบง้ั ไฟจะยน่ื ไปขา้ งหนา้ ยาวประมาณ ๗-๘ เมตร
ปลายหางด้านหนง่ึ ตง้ั อยู่บนฐานทต่ี ง้ั บง้ั ไฟ
๓. ลูกบงั้ ไฟ เป็นลาไมไ้ ผท่ นี่ ามาประกอบเลาบงั้ ไฟโดยมดั รอบลาบงั้ ไฟ
บง้ั ไฟลาหนงึ่ จะประกอบด้วยลูกบง้ั ไฟประมาณ ๘-๑๕ ลูก ขน้ึ อยู่กบั ขนาดของบงั้ ไฟ
เดมิ ลูกบงั้ ไฟมแี ปดลูกมชี อื่ เรยี กเรยี งตามลาดบั คู่ขนาดใหญ่ไปหาคู่ทมี่ ขี นาดเลก็ กว่าได้แก่ ลูกโอ้ ลูก
กลาง
ลูกนางและลูกกอ้ ย ลูกบงั้ ไฟช่วยใหร้ ปู ทรงของบง้ั ไฟกลมเรยี วสวยงาม
นอกจากนล้ี ูกบงั้ ไฟยงั เป็นพน้ื ผวิ รองรบั การเอ้หรอื การตกแต่งลวดลายปะตดิ กระดาษ
บง้ั ไฟชนดิ นเ้ีป็นบง้ั ไฟขนาดใหญท่ สี่ ุด บรรจุดนิ ปืนหนกั ๑๒๐ กโิลกรมั ขน้ึ ไป
บงั้ ไฟขนาดนท้ี ายากทส่ี ุดจะต้องอาศยั ความชานาญเป็นพเิศษ เพราะบง้ั ไฟขนาดน้ี
หากแตกแลว้
จะเป็นอนั ตรายมาก เพราะฉะนนั้ ก่อนทาบงั้ ไฟจะต้องมพี ธิ กี รรมบวงสรวงใหถ้ ูกต้อง
ตามหลกั การทาบงั้ ไฟแสนเสยี ก่อนจงึ จะลงมอื ทา
เมอื่ ตกบง้ั ไฟเสรจ็ เรยี บร้อยแลว้ จะมกี ารตกแต่งประดบั ประดาบงั้ ไฟ
๕. บง้ั ไฟตะไล
บง้ั ไฟชนดิ นก้ี ค็ อื บงั้ ไฟจนิ ายขนาดใหญ่นนั่ เอง มคี วามยาวประมาณ ๙-๑๒ นว้ิ
รูปร่างกลมมไีมบ้ างๆ แบนๆ เป็นวงกลมครอบหวั ทา้ ยบง้ั ไฟเมอ่ื พุง่ ขน้ึ สู่ฟ้ าไปโดยทาง
ขวาง
๖. บง้ั ไฟต้อื
บง้ั ไฟต้อื หรอื บงั้ ไฟกระแตนง่ั ตอ เป็นบง้ั ไฟขนาดเลก็ มหี างสนั้ วธิ ที า ตดั กระบอกไม้
ไผข่ นาด ๑ นว้ิ
ครงึ่ ยาวประมาณ ๓ นว้ิ อดั หมอ่ื ใหแ้ นน่ ประมาณ ๒ นว้ิ ใชห้ มอ่ื ถ่านสามหรอื ถ่านสี่
อดั ด้วยเถยี ดไมใ้ หแ้ นน่
ต่อหางซง่ึ ทาจากไมไ้ ผ่ เหลาเป็นแท่งเลก็ ๆ ใชเ้ ลอื่ ยตดั มุมขอ้ ออกจนเหน็ หมอื่ เจาะให้
เป็นรูเลก็ ๆ
แลว้ ตดิ ชนวน เวลาจะจุดเอาหางเสยี บลงในแท่นทต่ี ง้ั พอใหต้ งั้ ได้ จุดชนวนจากด้านบน
บงั้ ไฟจะพุง่ และหมุนขน้ึ สู่อากาศ เกดิ เสยี งดงั ตอื ๆ เวลาหมุนจะไมค่ ่อยมที ศิ ทาง ใชจ้ ุด
ในงานศพ
เวลาจุดมอี นั ตรายมากไมค่ ่อยนยิ มทากนั
ประเพณบี ุญบง้ั ไฟ - ประเพณภี าคอสี าน pdwk - Google
Sitessites.google.com › site › home ›
prapheni-buy-bangfi
วดิ โีอสาหรบั บุญบง้ั ไฟ
17:59
ประเพณบี ุญบงั้ ไฟ หรอื “งานบุญเดอื นหก” เป็นประเพณพี น้ื ถนิ่ ทางภาค
ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ของไทย ทจ่ี ดั ในช่วงฤดูฝนทเ่ีขา้ สู่ฤดูทานา อยู่ในช่วงเดอื น ...
20 ก.ย. 2557 · อปั โหลดโดย Chanadai Phak-la
ประเพณบี ุญบงั้ ไฟ - Google Sitessites.google.com › site ›
pear5701102111006
วดิ โีอสาหรบั บุญบง้ั ไฟ
6:51
ประเพณบี ุญบง้ั ไฟ เป็นประเพณหี นง่ึ ของภาคอสี านของไทยรวมไปถงึ ลาว โดยมตี านานมาจาก
นทิ านพน้ื บา้ นของภาคอสี านเรอ่ื งพระยาคนั คาก เรอื่ งผาแดงนางไอ่ ...
22 ม.ี ค. 2558 · อปั โหลดโดย หนุม่ ยโสธร numyaso57
ประเพณบี ุญบงั้ ไฟ ยโสธร ยงิ่ ใหญส่ ุดในไทย - YouTubewww.youtube.com
› watch
วดิ โีอสาหรบั บุญบง้ั ไฟ
3:40
ประเพณบี ุญบง้ั ไฟ ยโสธร ยง่ิ ใหญ่สุดในไทย. 28,905 views28K views. •
May 13, 2017.
13 พ.ค. 2560 · อปั โหลดโดย TNN ONLINE
การอนุรกั ษ์วฒั นธรรมไทย
การอนุรกั ษ์วฒั นธรรมมคี วามสาคญั มาก ซ้งึ เป็นภูมปิ ญั ญาของสงั คมไทยมา
อยา่ งชา้ นาน
เเต่ในปจั จุบนั น้ี วฒั นธรรมไทยเรมิ่ จะเลอื นหาย เเละมเีทคโนโลยเีขา้ มาเเทนที่ จงึ ทาให้
ผูค้ นไมเ่ หน็ ความสาคญั แต่วธิ อี นุรกั ษ์กม็ หี ลายๆอย่างแตกต่างกนั ออกไปนะ เช่น
1. การค้นคว้าวจิ ยั ควรศกึ ษาและเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลภูมปิ ญั ญาของไทยในด้านต่างๆ
ของทอ้ งถนิ่ จงั หวดั ภูมภิ าค และประเทศโดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ภมู ปิ ญั ญาทเี่ป็นภูมิ
ปญั ญาของทอ้ งถนิ่ มุง่ ศกึ ษาใหร้ ู้ความเป็นมาในอดตี และสภาพการณ์ในปจั จุบนั
2. การอนุรกั ษ์ โดยการปลุกจติ สานกึ ใหค้ นในท้องถน่ิ ตระหนกั ถงึ คุณค่าแก่นสาระ
และความสาคญั ของภูมปิ ญั ญาท้องถนิ่ ส่งเสรมิ สนบั สนุนการจดั กจิ กรรมตาม
ประเพณแี ละวฒั นธรรมต่างๆ สร้างจติ สานกึ ของความเป็นคนทอ้ งถน่ิ นน้ั ๆ ทจี่ ะต้อง
ร่วมกนั อนุรกั ษ์ภูมปิ ญั ญาทเ่ีป็นเอกลกั ษณ์ของทอ้ งถน่ิ รวมทง้ั สนบั สนุนให้มี
พพิ ธิ ภณั ฑ์ทอ้ งถน่ิ หรอื พพิ ธิ ภณั ฑ์ชุมชนขน้ึ เพอื่ แสดงสภาพชวี ติ และความเป็นมา
ของชุมชน อนั จะสร้างความรู้และความภูมใิจในชุมชนท้องถนิ่ ด้วย
3. การฟ้ืนฟู โดยการเลอื กสรรภูมปิ ญั ญาทกี่ าลงั สูญหาย หรอื ทส่ี ูญ
หายไปแลว้ มาทาใหม้ คี ุณค่าและมคี วามสาคญั ต่อการดาเนนิ ชวี ติ ในทอ้ งถน่ิ
โดยเฉพาะพน้ื ฐานทางจรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านยิ ม
4. การพฒั นา ควรรเิรม่ิ สร้างสรรค์และปรบั ปรงุ ภมู ปิ ญั ญาใหเ้ หมาะสม
กบั ยุคสมยั และเกดิ ประโยชนใ์ นการดาเนนิ ชวี ติ ประจาวนั โดยใชภ้ ูมปิ ญั ญา
เป็นพน้ื ฐานในการรวมกลุม่ การพฒั นาอาชพี ควรนาความรู้ด้าน
วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยมี าช่วยเพอื่ ต่อยอดใช้ในการผลติ การตลาด
และการบรหิ าร ตลอดจนการป้องกนั และอนุรกั ษ์สง่ิ แวดลอ้ ม
5. การถ่ายทอด โดยการนาภูมปิ ญั ญาทผี่ า่ นมาเลอื กสรรกลนั่ กรองด้วย
เหตุและผลอย่างรอบคอบและรอบด้าน แลว้ ไปถ่ายทอดใหค้ นในสงั คม
ได้รบั รู้ เกดิ ความเขา้ ใจ ตระหนกั ในคุณค่า คุณประโยชนแ์ ละปฎบิ ตั ไิด้อย่าง
เหมาะสม โดยผา่ นสถาบนั ครอบครวั สถาบนั การศกึ ษา และการจดั
กจิ กรรมทางวฒั นธรรมต่างๆ
6. ส่งเสรมิ กจิ กรรม โดยการสง่ เสรมิ และสนบั สนุนใหเ้ กดิ เครอื ขา่ ยการสบื สานและ
พฒั นาภูมปิ ญั ญาของชุมชนต่างๆ เพอ่ื จดั กจิ กรรมทางวฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญา
ทอ้ งถน่ิ อยา่ งต่อเนอื่ ง
7. การเผยแพร่แลกเปลยี่ น โดยการส่งเสรมิ และสนบั สนุนใหเ้ กดิ การเผยแพร่และ
แลกเปลยี่ นภูมปิ ญั ญาและวฒั นธรรมอยา่ งกวา้ งขวาง โดยให้มกี ารเผยแพร่ภูมิ
ปญั ญาทอ้ งถน่ิ ต่างๆ ด้วยสอ่ื และวธิ กี ารต่างๆ อยา่ งกวา้ งขวาง รวมทงั้ กบั ประเทศ
อน่ื ๆ ทว่ั โลก
ผลการค้นหารูปภาพสาหรบั ชาวต่างชาติ
8. การเสรมิ สร้างปราชญท์ อ้ งถน่ิ โดยการส่งเสรมิ และสนบั สนุนการพฒั นา
ศกั ยภาพของชาวบา้ น ผูด้ าเนนิ งานให้มโีอกาสแสดงศกั ยภาพด้านภูมปิ ญั ญา
ความรู้ความสามารถอยา่ งเตม็ ที่ มกี ารยกยอ่ งประกาศเกยี รตคิ ุณในลกั ษณะต่างๆ
ประเพณบี ุญเดอื นหก
ประเพณบี ุญบง้ั ไฟและบุญวนั วสิ าขบูชา การทาบุญบง้ั ไฟเป็นการขอฝน
พร้อมกบั งานบวชนาค ซง่ึ การทาบุญเดอื นหกถอื เป็นสาคญั ก่อนการทานา หมูบ่ า้ น
ใกลเ้ คยี งจะนาเอาบง้ั ไฟมาจุดประชนั เเขง่ ขนั กนั หมูบ่ า้ นทรี่ บั เป็นเจา้ ภาพจะจดั อาหาร
เหลา้ ยามาเลย้ี ง เมอ่ื ถงึ เวลากจ็ ะตง้ั ขบวนเเห่บงั้ ไฟและราเซ้งิ ออกไป ณ ลานจุดบงั้ ไฟ
ด้วยความสนุกสนาน คาเซ้งิ และการเเสดงประกอบจะออกไปเรอ่ื งเพศเเต่จะไมค่ ดิ เป็น
เรอ่ื งหยาบคายเเต่อย่างใด ซง่ึ ประเพณบี ุญบงั้ ไฟจะจดั ขน้ึ อยา่ งยงิ่ ใหญ่ทุกปีทจี่ งั หวดั
ยโสธร ส่วนการทาบุญวนั วสิ าขบูชานนั้ จะมกี ารทาบุญเลย้ี งพระ ฟังเทศน์ ช่วงเยน็ มี
การเวยี นเทยี นเช่นเดยี วกบั ภาคอนื่ ๆ
ความสาคญั
บุญบงั้ ไฟเป็นประเพณตี ามความเชอ่ื เกยี่ วกบั เเถนเมอ่ื ถงึ เดอื นหกเรม่ิ ต้นการ
ทานาชาวบา้ นจะจุดบงั้ ไฟเป็นการบูชาขอให้พญาเเถนบนั ดาลฝนใหต้ กลงมา ประเพณี
บุญบงั้ ไฟเป็นกจิ กรรมร่วมกนั ของชุมชนอสี านหลายๆ หมูบ่ า้ น หมูบ่ า้ นเจา้ ภาพจะปลูก
โรงเรอื น เรยี กว่า ผามบุญ ไวต้ ้อนรบั ชาวบา้ นจากหมูบ่ า้ นอนื่ และดุเเลจดั หาอาหาร
สาหรบั ทุกๆคน เชา้ ของวนั งานชาวบา้ นจะร่วมทาบุญ ประกวดประชนั เเห่และจุดบง้ั ไฟ
ทต่ี กเเต่ง อยา่ งงดงามบง้ั ไฟของหมูบ่ า้ นใดจุดไม่ขน้ึ ชาวบา้ นหมูบ่ า้ นนน้ั จะถูกโยนลง
โคลนหเป็นการทาโทษและจะมกี ารเซ้งิ ฟ้ อนกนั อยา่ งสนุกสนานและจะมกี ารเซ้งิ ปลดั ขกิ
ร่วมในขบวนอยูด่ ้วยเสมอ โดยมคี วามเชอื่ ว่าเป็นการไลผ่ ใีหพ้ น้ ออกไปจากหมูบ่ า้ นและ
เร่งใหเ้ เถนส่งฝนลงมาเรว็ ๆ
ความหมายของบง้ั ไฟคาว่า "บง้ั ไฟ" ในภาษาถน่ิ อสี านมกั จะสบั สนกบั คาว่า "บอ้ ง
ไฟ" แต่ทถี่ ูกนนั้ ควรเรยี กว่า "บงั้ ไฟ" โดยทง้ั 2 คามคี วามแตกต่างกนั ดงั น้ี
คาว่า บอ้ ง หมายถงึ สงิ่ ของใด ๆ กไ็ด้ทม่ี ี 2 ชน้ิ มาสวมหรอื ประกอบเขา้ กนั ได้
ส่วนนอกเรยี กว่า บอ้ ง ส่วนในหรอื สงิ่ ทเ่ีอาไปสอดใส่จะเป็นสงิ่ ใดกไ็ด้ เช่น บอ้ งมดี
บอ้ งขวาน บอ้ งเสยี ม บอ้ งววั บอ้ งควาย ดงั นนั้ คาว่า บง้ั ไฟ ในภาษาถนิ่ อสี านจงึ
เรยี กว่า บง้ั ไฟ ซง่ึ หมายถงึ ดอกไมไ้ ฟชนดิ หนง่ึ มหี างยาวเอาดนิ ประสวิ มาคว่ั กบั ถา่ น
ไมต้ าให้เขา้ กนั จนละเอยี ดเรยี กว่า หมอ่ื (ดนิ ปืน) และเอาหมอื่ นนั้ ใส่กระบอกไมไ้ ผต่ าให้
แนน่ เจาะรูตอนท้ายของบงั้ ไฟ เอาไผท่ ่อนอนื่ มดั ตดิ กบั กระบอกใหใ้ ส่หมอื่ โดยรอบ เอา
ไมไ้ ผย่ าวลาหนงึ่ มามดั ประกบต่อออกไปเป็นหางยาว สาหรบั ใชถ้ ่วงหวั ใหส้ มดุลกนั
เรยี กว่า "บง้ั ไฟ ส่วนคาว่า บงั้ ไฟ คอื การนาเอากระบอกไมไ้ ผ่ เลาเหลก็ ท่อเอสลอน
หรอื เลาไมอ้ ย่างใดอย่างหนง่ึ มาบรรจุหมอ่ื (ดนิ ปืน) ตามอตั ราส่วนทชี่ ่างกาหนดไว้
แลว้ ประกอบท่อนหวั และท่อนหางเป็นรูปต่าง ๆ ตามทตี่ ้องการ เพอ่ื นาไปจุดพุง่ ขน้ึ สู่
อากาศ จะมคี วนั และเสยี งดงั บงั้ ไฟมหี ลายประเภท ตามจุดมุง่ หมายของประโยชนใ์ น
การใชส้ อย
ประวตั คิ วามเป็นมาประเพณบี ุญบงั้ ไฟประเพณบี ุญบงั้ ไฟ เป็นประเพณหี นง่ึ ของภาค
อสี านของไทยรวมไปถงึ ลาว โดยมตี านานมาจากมาจากนทิ านพน้ื บา้ นของภาคอสี าน
เรอ่ื งพระยาคนั คาก เรอื่ งผาแดงนางไอ่ ซงึ่ ในนทิ างพน้ื บา้ นดงั กลา่ วได้กลา่ วถงึ การ
ทช่ี าวบา้ นได้จดั งานบุญบงั้ ไฟขน้ึ เพอ่ื เป็นการบูชาพระยาแถน หรอื เทพวสั สกาล
เทพบุตร ซงึ่ ชาวบา้ นมคี วามเชอื่ ว่า พระยาแถนมหี นา้ ทคี่ อยดูแลใหฝ้ นตกถูกต้อง
ตามฤดูกาล และมคี วามชนื่ ชอบไฟเป็นอยา่ งมาก หากหมูบ่ า้ นใดไมจ่ ดั ทาการจดั งาน
บุญบง้ั ไฟบูชา ฝนกจ็ ะไมต่ กถูกต้องตามฤดูกาล อาจก่อใหเ้ กดิ ภยั พบิ ตั กิ บั หมูบ่ า้ นได้
สรุป
ประเพณีบญุ บง้ั ไฟเป็ นงาน
ประเพณีที่สร้างความ
สนกุ สนาน และความสมคั ร
สมานสามคั คีของประชาชนใน
ชมุ ชน เป็ นการอนรุ ักษ์
วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม
ของชาวอีสานเอาไว้ให้สืบทอด
ถึงลกู หลาน
และสืบสานประเพณีความ
เชื่อในเรื่องการขอฝนของชาว
อีสานที่สืบทอดกันมาอย่าง
ยาวนาน อีกทั้งยังเป็ นการ
ตักเตือนให้ร้วู ่าธรรมชาติเป็ น
สิ่งไมแ่ น่นอน เกษตรกรไมค่ วร
ประมาท