The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโปรแกรมมัลติมีเดีย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by natthaphorn hommuang, 2021-06-14 03:00:23

หน่วยที่ 1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโปรแกรมมัลติมีเดีย

หน่วยที่ 1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโปรแกรมมัลติมีเดีย

20204-2110 โปรแกรมมลั ติมีเดีย

เรียบเรียงเนอ้ื หาโดย
ครูณฐั พร หอมเมอื ง

20204-2110 โปรแกรมมลั ติมีเดีย

Chapter 1 : ความรู้พ้นื ฐานเกีย่ วกับโปรแกรมมลั ติมเี ดยี หน้า
1
เรื่อง 1
1.1 ความร้พู น้ื ฐานเกี่ยวกบั มลั ติมเี ดีย 2
1.2 ความเปน็ มาของมัลติมีเดยี 2
1.3 ความหมายของมลั ติมเี ดีย 3
1.4 องคป์ ระกอบของมลั ติมเี ดีย 4
1.5 ประเภทของมลั ตมิ เี ดีย 5
1.6 ประโยชน์ของมัลติมเี ดียในด้านต่าง ๆ
1.7 ฮาร์ดแวรแ์ ละซอฟต์แวรท์ ่นี ามาใช้กับมัลติมเี ดีย

แหลง่ ขอ้ มลู อา้ งองิ : https://sites.google.com/site/chaipon4256/maltimideiy
ขอขอบคณุ ข้อมลู และภาพประกอบจากอินเทอรเ์ น็ต

20204-2110 โปรแกรมมลั ติมีเดีย

1.1 ความรูพ้ นื้ ฐานเก่ียวกับมลั ติมเี ดีย

ส่ือการเรียนการสอนได้พฒั นาอย่างต่อเน่ืองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม
โลก นกั ออกแบบการเรยี นการสอนไดพ้ ัฒนาส่ือนวัตกรรมใหม้ ีความทันสมยั นา่ สนใจ โดย
นาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เพื่อ
การศึกษา วิทยุ – โทรทัศน์เพื่อการศึกษา ฯลฯ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเป็น
รายบุคคล ซึ่งผู้เรียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อการเรียนการสอนได้ทุกที่ ทุกเวลา
เหมือนกันผู้เรียนเรียนอยู่ในช้ันเรียนปกติทุกคนสามารถออกแบบและพัฒนาสือ่ การเรียน
การสอน เพื่อตอบสนองความต้องการได้อย่างอิสระ โดยใช้หลักการแนวคิดทฤษฎีการ
ออกแบบมลั ติมีเดีย เปน็ หลกั ในการดาเนนิ งานอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

1.2 ความเปน็ มาของมลั ตมิ เี ดยี

คาว่า “มัลติมีเดีย” ใช้คร้ังแรกปี ค.ศ. 1965 ในรูปแบบองการแสดงท่ีผสมผสาน
ระหว่างแสง สี ดนตรี และศิลปะการแสดง ที่เรียกว่า “The exploding Plastic
Inevitable” ตอ่ มาในชว่ งปี ค.ศ. 1970 นิยามของมลั ติมเี ดีย ได้ถูกนามาใช้ในลกั ษณะการ
นาเครื่องฉายหลายเครื่องมาใช้ร่วมกับเทปเสยี ง หรือการนาวัสดุ อุปกรณ์ประเภทต่าง ๆ
เช่น เครื่องฉายสไลด์ เคร่ืองฉายภาพโปร่งใส เคร่ืองเล่นวิดีทัศน์ เทปเสียง มาใช้งาน
ร่วมกันด้วยวิธีการต่าง ๆ อาจใช้ทีละอย่างเป็นข้ันตอนไป หรือใช้พร้อมกันทีเดียว ซึ่งใน
ระยะแรกใช้มนุษย์เป็นผู้ควบคุมการทางาน ต่อมาจึงนาเอาระบบคอมพิวเตอร์มาเป็นตัว
ชว่ ยควบคมุ การทางานของอปุ กรณแ์ ตล่ ะชิ้น เพ่อื เรา้ ให้เกิดความสนใจ มากขึ้น และชว่ ยให้
ผู้ชมเกิดการรับรู้ที่หลากหลายท้ังการมองเห็น และได้ยินไปพร้อมกัน แม้ มัลติมีเดียในยคุ
แรกจะช่วยเพ่ิมศักยภาพในการสอ่ื สารไดม้ าก แต่มีข้อจากัดคือ กระบวนการผลิตและการ
ใช้งานทที่ยุ่งยากซับซ้อน เนื่องจากต้องทางานกับเคร่ืองมือหลายชนิด แต่ในปัจจุบัน
ความกา้ วหนา้ ดา้ นเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มีมากมาย สามารถช่วยให้การผลิตและเผยแพร่
สื่อ มีความสะดวก รวดเร็ว สวยงาม และมีประสิทธิภาพมากข้ึน คอมพิวเตอร์เพียงเครือ่ ง
เดียวก็สามารถสร้างสื่อได้แทบทกุ รูปแบบ เช่น การออกแบบ จัดหน้า ตกแต่งภาพสาหรับ
สอื่ สง่ิ พิมพ์ การตดั ต่อ และแต่งเสียงหรอื ภาพสาหรบั รายการวิทยโุ ทรทศั น์ รวมท้ังการสรา้ ง
ชิ้นงานทส่ี ามารถนาเสนอไดอ้ ย่างหลากหลายรูปแบบตามแนวคดิ ของมลั ติมเี ดีย

20204-2110 โปรแกรมมลั ติมีเดีย

1.3 ความหมายของมัลตมิ เี ดยี

มัลติมีเดีย คือ การใช้คอมพิวเตอร์ในการสื่อสารข้อมูลท่ีหลากหลาย เช่น
ข้อความ (Text) ภาพน่ิง (Graphic) ภาพเคล่ือนไหว (Animation) เสียง (Sound) และวิดีโอ
(Video) ในการนาเสนอเน้ือหา หรือ ส่ือความหมายให้น่าสนใจ เร้าความสนใจ เพิ่มความ
สนกุ สนานในการเรยี นรมู้ ากย่ิงขึ้น นอกเหนือจากการเรียนการสอนในห้องเรียนหรือการบรรยาย
เพียงอยา่ งเดีย ว ผูใ้ ช้สามารถมีปฏิสัมพนั ธก์ ับสอ่ื ได้โดยตรง เพอ่ื ช่วยให้ เรียนรู้ หรอื ทากิจกรรม
รวมถึงดูสือ่ ต่าง ๆ ด้วยตนเอง และได้รับผลย้อนกลับในทันที

1.4 องค์ประกอบของมัลติมเี ดีย

1. ข้อความหรือตัวอกั ษร (Text) รวมทั้งตวั เลข และสญั ลกั ษณพ์ เิ ศษตา่ ง ๆ ทไ่ี ดม้ าจากการ
พมิ พ์ การสแกน เปน็ ส่วนท่แี สดงเน้ือหา เพอ่ื บอกรายละเอยี ดแกผ่ ู้รับสาร ซึง่ ถือเปน็ องค์ประกอบ
พื้นฐานท่ีสาคัญ

2. ภาพนิ่ง (Still Image) คือ ภาพที่ไม่มีการเคลื่อนไหว เช่น ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพ
ลายเส้น สามารถส่ือความหมายไดช้ ดั เจน และเข้าใจง่าย

3. ภาพเคล่ือนไหว (Animation) ภาพที่สร้างขนึ้ จากคอมพิวเตอร์ เพ่ือแสดงการเคลอื่ นไหว
ของสงิ่ ตา่ ง ๆ เหมาะกับการนาเสนอเนื้อหา ขอ้ มลู ที่ต้องการให้เห็นขั้นตอน หรือการเปล่ียนแปลง
ต่าง ๆ

4. เสียง (Sound) การส่ือความหมายผ่านทางการได้ยิน โดยเราสามารถก าหนดรูปแบบ
เสียงให้สามารถส่ืออารมณ์กับสอ่ื ท่ีเราผลติ ตามลักษณะของสื่อนั้น ๆ เช่น ตื่นเต้น เศร้า ดีใจ เป็น
ต้น

5. ภาพวิดีโอ (Video) คือ สง่ิ ทถี่ ่ายทอดเรือ่ งราว โดยมีทง้ั ข้อความ ภาพน่ิง ภาพเคลอื่ นไหว
และเสียงรวมกัน เพื่อสื่อความหมาย ผ่านอากัปกริ ิยาอยา่ งชัดเจน เพ่ือให้ผู้รับรู้สามารถตีความได้
อยา่ งชดั เจน

20204-2110 โปรแกรมมลั ติมีเดีย

1.5 ประเภทของมลั ตมิ ีเดยี

เป็นท่ีทราบกันแล้วว่า สื่อมัลติมีเดียเป็นการนาข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคล่ือนไหว เสียง
และวิดีโอมาผ่านกระบวนการทางเทคโนโลยีในการนาเสนอเน้ือหา ผู้เรียนจึงควรทราบประเภท
ของส่อื มลั ติมเี ดียเพ่อื เปน็ แนวทางในการนาไปประยุกตใ์ ช้ตอ่ ไป

สื่อมัลติมเี ดยี แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1.5.1 สื่อมัลตมิ ีเดียเพ่อื การนาเสนอขอ้ มลู

การนาเสนอ (Presentation) เปน็ การถา่ ยทอดข้อมูลให้แก่ผู้ฟัง เป็นรายบุคคล หรอื กลุ่ม
ใหญ่โดยที่ผู้ใช้และสื่อไม่มีปฏิสัมพันธ์กัน เป็นการส่ือสารแบบทางเดียว ( One way
Communication) ซ่ึงในอดีตการเตรียมงานนาเสนอ ต้องใช้อุปกรณ์และเวลาในการเตรียมตัว
พอสมควร เช่น การนาเสนอด้วยแผ่นใส ที่ต้องเตรียมอุปกรณ์หลายชนิด ตั้งแต่แผ่นใส ปากกา
เขียนแผ่นใส เคร่ืองฉายแผ่นใส จดั เรียงลาดบั การนาเสนอ ฯลฯ

แต่ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทสาคัญในการเตรียมงานนาเสนอ เน่ืองจาก
สามารถสร้างงานแบบเบ็ดเสร็จ และแก้ไขงานได้สะดวกในระยะเวลาอันส้ัน มีสีสัน สะดุดตา น่า
ติดตาม ถา่ ยทอดผ่านประสาทสัมผสั ที่หลากหลาย เน้นการนาไปใช้งาน เพื่อเสนอขอ้ มลู ขา่ วสารที่
ผผู้ ลติ วางแผนการนาเสนอเปน็ ข้ันตอนไว้เรียบร้อยแลว้ เชน่ วิดีทัศนแ์ นะน าองค์กรทปี่ ระกอบดว้ ย
ภาพ เสยี ง ขอ้ ความ วดิ ีโอ และกราฟกิ ฯลฯ การแสดงแสงสีเสียง โฆษณาเปิดตวั สินคา้ เป็นต้น

1.5.2 ส่ือมัลตมิ เี ดยี เพื่อการเรยี นรู้ดว้ ยตนเองแบบมีปฏิสมั พันธ์
เป็นรูปแบบที่เน้นให้ผู้ใช้งานสามารถโต้ตอบสื่อสารกับส่ือได้โดยตรง ผ่านคอมพิวเตอร์ท่ี

เนอ้ื หาภายในสามารถเชอ่ื มโยงกันได้ ผใู้ ช้สามารถเลอื กใช้งานได้ตามที่โปรแกรมสาเร็จรูปกาหนด
และสามารถสื่อสารโต้ตอบกับสอ่ื ผ่านการคลิกเม้าส์ แป้นพมิ พ์ หรืออุปกรณ์อ่ืน ๆ เพือ่ ส่อื สารกับ
คอมพิวเตอร์ มัลตมิ เี ดยี รปู แบบน้จี ัดเป็น การสื่อสารแบบสองทาง (Two way Communication)

ส่ือมัลติมีเดียชนิดหน่ึงๆ ควรมีการนาเสนอข้อมูลที่หลากหลายตามองค์ประกอบ เช่น
บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI) ที่บทเรียนประกอบไป
ด้วย ขอ้ ความ ภาพ เสยี ง ภาพกราฟกิ วดิ ีโด รวมทง้ั มีเกมส์
แบบทดสอบและโปรแกรมคานวณผลการทดสอบให้ผู้ใช้ได้มีส่วนร่วมในการทากิจกรรมต่าง ๆ
นอกจากนี้ยงั มีผลย้อนกลบั เพ่อื ใหข้ อ้ เสนอแนะเพ่ิมเติมแก่เราได้

20204-2110 โปรแกรมมลั ติมีเดีย

ตารางเปรียบเทยี บสื่อมลั ตมิ เี ดยี เพอื่ การนาเสนอข้อมูล และส่ือมลั ติมเี ดียเพ่อื การเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง

1.6 ประโยชน์ของมัลติมเี ดีย

- ง่ายต่อการใช้งาน - เข้าใจเน้ือหามากย่ิงขึน้

- สามารถไดถ้ งึ ความรสู้ กึ - ค้มุ คา่ ในการลงทนุ

- สร้างเสริมประสบการณ์ - เพม่ิ ประสทิ ธิภาพในการลงทุน

- เพ่มิ ขดี ความสามารถในการเรียนรู้

ประโยชน์ของมัลติมีเดียในด้านต่าง ๆ

1. ด้านการเรยี นการสอน เปิดโลกทัศน์ เพอื่ ให้ผเู้ รยี นสามารถเขา้ ใจเนือ้ หาไดง้ า่ ยยงิ่ ขึ้น

2. ด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ กระตนุ้ ความสนใจ เพ่ิมยอดขาย

3. ด้านการบนั เทิงและนันทนาการ สร้างความเพลดิ เพลิน เช่น เกมออนไลน์ ยูทูป

4. ด้านธรุ กิจการพิมพ์ สิง่ พิมพ์ในรปู ดจิ ิตอล เช่น E-Book, E-Magazine

5. ดา้ นการส่อื สารโทรคมนาคม ผคู้ นสามารถส่อื สารผา่ นโทรศพั ท์โดยการมองเห็นหน้ากัน

ขอ้ มูลท่ีนา่ สนใจ : https://www.nectec.or.th/schoolnet/library/create-web/10000/technology/10000-7593.html

20204-2110 โปรแกรมมลั ติมีเดีย

1.7 ฮารด์ แวร์และซอฟต์แวรท์ ่นี ามาใชก้ บั มัลตมิ ีเดยี


Click to View FlipBook Version