หนว่ ยที่ 4 การประเมนิ ผลนโยบายสาธารณะ
1.ความหมายของการประเมินผลนโยบายสาธารณะ มีนักวิชาการหลายท่านได้ให้ความหมาย
ของการประเมินผลนโยบายสาธารณะไว้ เช่น
William N. Dunn เป็นการมุ่งตอบคำถามว่าหลังจากดำเนินตามนโยบายแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลง
อะไรในสังคม หรอื ไมอ่ ย่างไร
Bingham and Felbinger เป็นการใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ประมาณการณ์หรือคาดการณ์การนำ
นโยบายไปปฏิบตั ิ
Charles O.Jones เป็นการกระทำที่เป็นระบบต่อเนื่องเพื่อทราบถึงผลของการนโยบาย ในลักษณะ
เปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ ที่มุ่งแก้ไขปัญหาทางสังคม เพื่อให้รัฐบาลประเมินความก้าวหน้าในการ
ทำงาน
กล่าวโดยสรุป คือ การประเมินผลเป็นการเปรียบเทยี บผลของนโยบายกบั เป้าหมายหรือวตั ถุประสงค์
ของนโยบายที่ได้มีการกำหนดไว้ว่าประสบความสำเร็จตามเกณฑ์มากน้อยเพียงใด ซึ่งการประเมินผลนโยบาย
จะเป็นการวดั ผลการดำเนินงานตามนโยบาย แผน แผนงานและโครงการ
2.ความสำคญั ของการประเมนิ ผลนโยบายสาธารณะ มี 4 ประการ
2.1ความสำคญั ต่อนกั การเมอื ง
นักการเมืองทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นให้ความสำคัญต่อการกำหนดนโยบายสาธารณะ
นักการเมืองจึงต้องการทราบว่า นโยบายที่รัฐบาลกำหนดมีความสอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของ
ประชาชนเพียงใด จึงจำเป็นจะต้องมีการประเมินนโยบายสาธารณะ โดยการวัดผลเก็บข้อมูลเนื้อหาสาระ
ตัวอย่างเช่น ผลการเก็บรวบรวมข้อมูลว่านโยบายนั้นมีความสอดคล้องและความต้องการกับประชาชน เพียง
ร้อยละ 50 ถอื วา่ เป็นกรวดั ท่ตี ่ำมาก นกั การเมืองซึ่งหมายถงึ รฐั บาลเอง จะตอ้ งปรับปรุงเนือ้ หาความต้องการให้
สอดคล้องกบั ประชาชน เชน่ ปญั หาความยากจน ปัญหาดา้ นการอนามัยและสุขภาพ เป็นตน้
2.2 ความสำคัญตอ่ นักบรหิ าร
นักบริหารจะเป็นข้าราชการประจำที่ให้ความสำคัญกับการนำนโยบายไปปฏิบัติ จึงมีความ
จำเป็นต้องมีการวัดผลเก็บรวบรวมข้อมูล ว่านโยบายสาธารณะที่นำไปปฏิบัตินั้นสำเร็จมากน้อยเพียงใด ซ่ึง
สามารถประเมนิ ความสำเรจ็ ได้ 2 ระดบั คอื
2.2.1 ความสำเร็จระดับมหาภาค ประเมินว่าการแปลงนโยบายออกมาเป็นแผน
แผนงาน ความสำเร็จระดับมหาภาค ประเมินว่าการแปลงนโยบายออกมาเป็นแผน แผนงาน และโครงการที่
สอดคล้องสัมพันธ์อย่างมีเหตุผลที่เรียกว่าความสำเร็จ ถ้าไมมีความสอดคล้องสัมพันธ์อย่างมีเหตุผลเรียกว่า
ความลม้ เหลว
2.2.2 ความสำเร็จระดับจุลภาค ประเมินว่าการปฏิบัติตามเป็นแผน แผนงาน และ
โครงการมากน้อยเพียงใด โดยพิจารณาจากหน่วยปฏิบัติงานที่ประกอบด้วย จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน
รวมทั้งองค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น ว่าได้มีการนำแผนงานโครงการของรฐั บาลไปปฏบิ ัติประบความสำเร็จมาก
นอ้ ยเพียงใด การประเมนิ ในระดบั จุลภาคนีเ้ รยี กอีกอยา่ งวา่ การประเมินแผนงานและโครงการ
2.3 ความสำคัญตอ่ นกั วิชาการ
นักวิชาการที่ทำหน้าที่ประเมินนโยบายสาธารณะจะให้ความสนใจต่อการประเมินผลการ
กำหนดนโยบายสาธารณะและการนำนโยบายไปปฏิบัติด้วย การประเมินนโยบายสาธารณะของนักวิชาการ
จะตอ้ งมคี วามเป็นกลางไม่ลำเอยี ง จึงจะทำใหข้ ้อมูลมคี วามน่าเชือ่ ถอื
นอกจากนี้ นักวิชาการบางกลุ่มยังให้ความสนใจในการประเมินนโยบายสาธารณะในด้านการ
ใหผ้ ลสัมฤทธิ์ โดยประเมินผลว่าผลของการดำเนนิ งานตามนโยบาย ประชาชนกลุ่มเป้าหมายไดร้ บั ผลประโยชน์
มากน้อยเพียงใด โดยการประเมินนี้เรียกว่าการประเมินที่เน้นผลสัมฤทธิ์เป็นสำคัญ ตัวอย่างการประเมิน
นโยบายสาธารณะแบบมุง่ ผลสัมฤทธิ์ เชน่
ผลสมั ฤทธิ์ result ผลผลติ output + ผลลพั ธ์ outcome
ตัวอย่างที่ 1 องค์การบริหารส่วนตำบลเทพามีการสร้างสะพานลอยข้ามบริเวรหน้าโรงเรียน
เทพา เพอื่ ลดปัญหาอบุ ตั ิเหตุ แตป่ รากฏว่านกั เรยี นไมใ่ ชส้ ะพานลอยเนอ่ื งจากตอ้ งเดินขึน้ ทำให้เหน่ือยและข้าม
ถนนได้ล่าช้า ถือว่ายังประสบผลสำเร็จด้านผลผลิตเพราะสร้างสะพานมาเพื่อให้นักเรียนใช้แต่ไม่ใช้ และไม่
ประสบความสำเรจ็ ดา้ นผลลัพธ์ เพราะอบุ ตั เิ หตยุ งั ไม่ลดลง ผลสมั ฤทธจ์ิ งึ ไมเ่ กดิ
ตัวอย่างที่ 2 องค์การบริหารส่วนตำบลท่าขา้ มมีนโยบายด้านภัยแห้งโดยการขุดบ่อบาดาลให้
คนในชุมชน เมื่อทำการขุดเรียบร้อยแล้วปรากฏว่าบ่อที่ขุดไม่มีนำ ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จด้าน ผลผลิต
เพราะขุดบอ่ ตอ้ งไดน้ ้ำ แต่ถา้ เมอ่ื ขดุ บอ่ แลว้ มนี ำ้ แต่ไมส่ ามารถใช้ได้ นำ้ สกปรก มสี ารป่นเปื้อน ถอื วา่ ไม่ประสบ
ความสำเรจ็ ด้านผลลัพธ์ เพราะไดน้ ำ้ มาแต่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ จึงไมเ่ กดิ ผลสมั ฤทธ์ิ
ตัวอย่างที่ 3 วิทยาลัยชุมชนสงขลามีโครงการโดยการอบรมสร้างพลังงานทดแทนจาก
แสงอาทิตย์โดยให้ชุมชนบ้านพระพุทธเป็นแกนนำในการปรากฏว่าคนในชุมชนสามารถผลิตพลังงานทดแทน
จากแสงอาทิตย์ได้ ถือว่าประสบความสำเร็จด้านผลผลิต และพลังงานทดแทนดังกล่าวสามารถใช่ได้จริงลด
ภาระค่าใช้จ่ายไฟฟ้าลงได้ ถือว่าประสบความสำเร็จเรื่องผลลัพธ์ จึงเกิดเป็นผลสัมฤทธิ์ขึ้นในชุมชนที่สามารถ
นำเอาพลังทดแทนจากแสงอาทติ ยม์ าใช้ได้
2.4 ความสำคัญต่อประชาชนและผู้มสี ว่ นไดส้ ่วนเสยี
ประชาชนนั้นเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงจาการกำหนดโยบายและการนำนโยบายไป
ปฏบิ ัติ จงึ ตอ้ งมีการประเมินนโยบายอยูเ่ ร่ือยๆวา่ สอดคลอ้ งกับความต้องการหรือไม่ หากเกิดความไม่สอดคล้อง
จะตอ้ งเสนอรัฐบาลทบทวนปรับปรุงนโยบายใหม่ ถ้ารัฐบาลไมท่ ำการปรบั ปรุงแกไ้ ขก็อาจจะส่งผลไปในอนาคต
หากมีการเลอื กต้ังเกิดขน้ึ ประชาชนอาจจะตัดสินใจไม่เลือกอีก นอกจากนจ้ี ะพบวา่ นโยบายรัฐบาลทั้งระดับปะ
เทศหรือระดับท้องถิ่นก็อาจจะให้ผลประโยชน์กับคนแค่บางกลุ่มเท่านั้น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบลปรกิ มี
นโยบายปรบั ปรุงถนนในชุมชนปริก เพอ่ื เปน็ การขยายถนนให้กว้างขึ้นลดปัญหาการจราจรและเป็นการรองรับ
การท่องเที่ยวชุมชน ประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นแค่ชุมชนปริกเท่านั้น ประชาชนในชุมชนจะเป็นผู้ประเมินนโยบาย
เอง โดยประเมินจากการกระทำขององค์การบริหารสว่ นตำบลนน้ั เอง
3.เกณฑ์การประเมินนโยบายสาธารณะ
นักวิชาการหลายทา่ นได้ให้เกณฑก์ ารประเมนิ นโยบายสาธารณะไว้ โดยจะยกตวั อยา่ งเกณฑ์ของ
วรเดช จนั ทรศร ซึ่งได้กำหนดเกณฑ์ไว้ 7 ประการ ดงั น้ี
3.1 สัมฤทธิผลและการบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคข์ องนโยบาย ตวั ช้ีวดั คอื
- ผลผลติ และ ผลลพั ธ์
3.2. ความเสมอภาคและความเป็นธรรมในสงั คม ตัวชี้วดั คือ
- การเขา้ ถึง การจัดสรรทรัพยากร การกระจายผลประโยชน์ ความเสมอภาค
3.3 ความสามารถและคุณภาพการให้บริการ ตวั ช้ีวัด คอื
- สมรรถนะของหน่วยงาน ความทั่วถึงและความเพียงพอ ความถี่การให้บริการ
ประสทิ ธภิ าพและการให้บริการ
3.4 ความรบั ผดิ ชอบต่อหน่วยงาน ตวั ช้ีวัด คอื
- พันธกิจต่อสังคม ความรับผิดชอบต่อสาธารณะชน การให้หลักประกันความเสี่ยง
การยอมรับข้อผิดพลาด
3.5 การตอบสนองความตอ้ งการของประชาชน ตวั ชว้ี ดั คอื
- การกำหนดประเด็นปัญหา การรับฟังความคิดเห็น มาตรการและกลยุทธ์ในการ
การแก้ไขปญั หา ความรวดเร็วในการแกไ้ ขปญั หา
3.6 ความพงึ พอใจของลกู คา้ หรือประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ตวั ช้วี ดั คอื
- ระดับความพงึ พอใจ การยอมรบั และการคิดค้น
3.7 ผลเสยี หายตอ่ สงั คม ตัวชว้ี ดั คอื
- ผลกระทบผา่ นนอก (ทางบวกและทางลบ) ต้นทุนทางสังคม
4.รปู แบบการประเมนิ นโยบายสาธารณะ
รูปแบบการประเมินนโยบายสาธารณะ สามารถแบง่ ออกได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับเหตุผลและเกณฑ์
ที่จะประเมิน ในเนื้อหานี้จะแบบออกเป็น 4 รูปแบบ คือ จำแนกตามระยะเวลา จำแนกตามความต้องการการ
ใชป้ ระโยชน์ จำแนกตามลกั ษณะการประเมิน และจำแนกตามบรกิ ารสงั คม
4.1 การแบง่ รูปแบบการประเมนิ ผลตามระยะเวลา แบ่งออกได้เปน็ 3 แบบ
4.1.1 การประเมนิ ผลนโยบายกอ่ นการดำเนนิ งาน โดยมุง่ ศกึ ษาความเป็นไปได้ของ
นโยบาย หรอื อาจจะเรยี กว่าการวเิ คราะหน์ โยบาย เปน็ การวิเคราะหป์ จั จยั ตา่ งๆ ของนโยบาย เชน่ งบประมาณ
บุคลากร ระยะเวลา ทจี่ ำเปน็ สู่การปฏิบตั ิ
4.1.2 การประเมินนโยบายระหว่างการดำเนินงาน การประเมินผลรูปแบบนี้เป็น
การประเมินกระบวนการหรือกิจกรรมการดำเนินงานตามนโยบาย ทำให้ทราบถึงปัญหาอุปสรรคที่จะต้อง
ดำเนนิ การแก้ไขเพอ่ื ปรบั ปรุงการดำเนินนโยบายให้เหมาะสมต่อไป
4.1.3 การประเมินผลนโยบายเมือ่ สิ้นสุดการดำเนินงาน การประเมินผลรูปแบบนี้
เป็นการประเมินผลและสรุปผลนโยบายทั้งหมด ซึ่งเป็นการประเมินผลทั้งผลลัพธ์และผลกระทบของนโยบาย
ทำให้ทราบผลอย่างชัดเจน ซึ่งจะเป็นการช่วยให้สามารถพิจารณาตัดสินใจว่าจะดำเนินการต่อหรือปรับปรุง
หรอื จะตอ้ งยตุ นิ โยบาย
4.2 การแบ่งรูปแบบการประเมินผลนโยบายตามความต้องการการใช้ประโยชน์ แบ่งออก
ได้ 2 แบบ
4.2.1 การประเมินผลความก้าวหน้า เป็นการประเมินผลกระบวนการดำเนินงาน
ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อให้ข้อมูลย้อนกลับในการวางแผนและการปฏิบัติงานที่กำหนดไว้ ซึ่งผลที่ได้จากการ
ประเมินนั้นจะช่วยให้การตั้งวัตถุประสงค์ของนโยบายมีความสอดคล้องกับเป้าหมายที่แท้จริงและสามารถ
ตรวจสอบได้ว่านโยบายดำเนินการไปตามแผนหรือไม่ มีปัญหาอุปสรรคอะไรที่ควรปรับปรุง เพื่อในบรรลุ
วัตถปุ ระสงคข์ องนโยบาย การประเมินผลความหน้าจะเรยี กอกี อย่างว่าการประเมนิ ผลการดำเนินงาน
4.2.2 การประเมินผลสรุป จะดำเนินหลังสิ้นสุดนโยบาย ผลที่ได้จะแสดงให้เห็น
ภาพรวมความสำเร็จบรรลุวตั ถปุ ระสงค์หรือไม่ อย่างไร มีปัญหาอะไร ล้มเหลวหรือไม่ ผลกรประเมินจะช่วยให้
ตัดสินใจว่านโยบายน้ันจะดำเนนิ การตอ่ หรอื ยุติลง
4.3 การแบ่งรปู แบบการประเมินตามลกั ษณะการประเมิน แบง่ ออกได้ 2 แบบ
4.3.1 การประเมินผลนโยบายแบบไม่ทดลอง การประเมินแบบนี้เป็นที่นิยมกัน
มากในการประเมินนโยบายทางสังคม เป็นวิธีที่สะดวก ง่าย เพราะไม่ต้องกำหนดพื้นที่การทดลองและพื้นท่ี
ควบคุม โดยเป็นการประเมินนโยบายตามสภาพที่ปรากฏในธรรมชาติ การประเมินในรูปแบบน้ี แบ่งออกได้ 2
ย่อย 4.3.1.1 การประเมินผลนโยบายแบบคร้ังเดียว ซึง่ เป็นการประเมินนโยบาย
ถงึ ผลกระทบของนโยบายโดยการประเมนิ ผลเพียงคร้งั เดียวหลังสน้ิ สดุ นโยบายแลว้ การประเมินวธิ ีน้ีอาจจะทำ
ให้การประเมนิ ขาดน้ำหนกั เพราะไม่อาจจะบอกไดว้ ่าผลสรปุ ท่ีประเมนิ ไดเ้ กิดจากนโยบายท่ีแท้จริง
4.3.1.2 การประเมินนโยบายแบบก่อนและหลงั การประเมินวิธีน้ีจะทำการ
ประเมินทั้งก่อนและหลังการดำเนินนโยบาย เพื่อนำผลกรประเมินมาเปรียบเทียบกัน เพื่อให้แน่ใจว่าผลที่ได้
จากการประเมินนัน้ เป็นผลกระทบจากนโยบายอยา่ งแทจ้ ริง
4.3.2 การประเมนิ ผลนโยบายแบบทดลอง
4.4 การแบ่งรปู แบบการประเมินตามการบรกิ ารทางสงั คม แบง่ การประเมินได้ 7 แบบ
4.4.1 แบบการวิเคราะห์ระบบ เป็นการวิเคราะห์ที่มุ่งถึงผลที่ได้จากนโยบายและ
พยายามหาความเกย่ี วข้องของนโยบายทวี่ างไว้กับตัวบ่งช้ีตา่ งๆ และผลที่เกดิ ข้นึ จะต้องวดั ในเชิงปริมาณและหา
สาเหตทุ เ่ี ป็นเรอื่ งของเหตุผลได้
4.4.2 แบบยดึ วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมหรือวัตถุประสงค์เปน็ พืน้ ฐาน วัตถุประสงค์
ของนโยบายคือเกณฑ์ในการวัดนโยบายนั้นเอง ผู้ประเมินจะนำวัตถุประสงค์มาวางเป็นเกณฑ์ ความสำเร็จ
จะตอ้ งไม่มคี วามแตกตา่ งจากวตั ถุประสงค์
4.4.3 แบบยึดการตัดสินใจเป็นหลัก เป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้อการกับตัดสินใจของ
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรเป็นหลัก เกณฑ์กรวางแผนการประเมินจึงใช้ตามแนวทางการดำเนินงานของ
ผูบ้ ริหารเปน็ เกณฑ์
4.4.4 แบบอิสระจากวัตถุประสงค์ เป็นแบบที่ตอบโต้ต่อรูปแบบวัตถุประสงค์ เป็น
พื้นฐานที่ใช้กันทั่วไป เป็นการประเมินผลที่เกิดขึ้นทุกอย่างจากนโยบาย ไม่จำเป็นที่ผู้ประเมินจะต้องรู้และใช้
วัตถปุ ระสงคเ์ ป็นเกณฑ์ในการประเมนิ
4.4.5 แบบสำรวจทางวิชาชีพ เป็นการประเมินของกลุม่ วิชาชีพต่างๆ เพื่อตรวจสอบ
คุณสมบัตขิ องผู้ทจ่ี ะมาเขา้ ร่วมวิชาชีพน้ันๆ ว่ามีมาตรฐานเพยี งใด แบบสำรวจวิชาชีพจงึ เปน็ การตรวจสอบโดย
กลมุ่ วชิ าชีพน้ัน เพ่ือรับรองมาตรฐานวิชาชพี
4.4.6 แบบก่งึ กฎหมาย เปน็ การนำเอากระบวนการพิจารณาคดีของศาลมาใช้ในการ
ประเมิน โดยเฉพาะการประเมินปัญหาที่มีความเกี่ยวข้องกับความสำคัญของสังคมประเด็นปัญหาอาจจะเป็น
เรือ่ งที่สืบคน้ ขอ้ เทจ็ จรงิ หรือตรวจสอบความคิดเห็นสำคัญ
4.4.7 การศึกษาเฉพาะกรณี เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจแก่ผู้รับฟังเกี่ยวกับ
นโยบายอย่างละเอยี ดในทกุ ๆด้าน
5.กระบวนการประเมนิ นโยบายสาธารณะ
การประเมินผลโนบายสาธารณะ เป็นการวิจัยทางสังคมศาสตร์รูปแบบหนึ่ง เป็นการทดสอบหรือ
พิสูจน์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุและผลระหว่างปัจจัยหรือตัวแปรที่กำหนดในนโยบาย การประเมินผลนโยบาย
สาธารณะจึงมีลักษณะที่เหมือนกับการประเมินผลทั่วไปที่มุ่งวัดผลและตัดสินเชิงคุณค่าแก่นโยบายที่จะนำมา
ประเมิน เช่นนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนมากน้อยเพียงใด ฉะน้ัน
การประเมนิ ผลนโยบายสาธารณะจึงเป็นการหาข้อมลู เพ่ือนำมาวัดผลและตัดสินเชงิ คุณค่าวา่ มีความสำเร็จมาก
นอ้ ยเพยี งใด
กระบวนการประเมนิ ผลนโยบายสาธารณะในท่ีนีผ้ ู้เขยี นขอจำแนกออกเป็น 6 ขั้นตอน ดังนี้
5.1 ขั้นศึกษานโยบายและกำหนดวัตถุประสงค์ของการประเมินผล เป็นการกำหนดขอบเขต
ของการวิจัยประเมินผลใน 2 กิจกรรมย่อยคือ การศึกษานโยบายที่มุ่งจะประเมินผลและการกำหนด
วัตถปุ ระสงคข์ องการ ประเมินผลนโยบาย เชน่ ประเมินกระบวนการนโยบายหรือประเมินผลสมั ฤทธ์ินโยบาย
5.2 ข้ันกำหนดตัวช้ีวัดเปน็ การแปลงวัตถปุ ระสงค์ของการประเมินผลนโยบายจากนามธรรมสู่
รูปธรรม เชน่ ระดับความพึงพอใจ จำนวนผไู้ ด้รบั การพัฒนา จำนวนชมุ ชนท่เี ขา้ ร่วมโครงการ เปน็ ตน้
5.3 ขั้นกำหนดเกณฑ์การประเมินผล เป็นการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำที่พึงรับได้ เช่น เกณฑ์
ความสำเร็จไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 80 ระดบั ความพึงพอใจไมน่ ้อยกว่าระดบั 4 จำนวนผเู้ ข้ารว่ ม 50 คน เป็นตน้
5.4 ขั้นออกแบบวิจัยประเมินผลเป็นการออกแบบเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล เช่น
แบบสอบถามแบบสัมภาษณ์ แบบสงั เกต แบบสำรวจ เปน็ ตน้
5.5 ขั้นเกบ็ รวบรวมและวิเคราะห์ขอ้ มูล เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนและนำข้อมูล
มาวเิ คราะหท์ างสถิตแิ ละวเิ คราะห์ทางเน้ือหา
5.6 ขัน้ รายงานผลการประเมินโนบาย เปน็ การรายงานผลการประเมนิ นโยบายว่าสำเร็จ
หรือไม่สำเร็จมากนอ้ ยเพียงใด
ขั้นศึกษานโยบายและกำหนด
วตั ถุประสงคข์ องการ
ประเมนิ ผล
ข้ันรายงานผลการประเมนิ โน ขน้ั กำหนดตัวชว้ี ัด
บาย
ขน้ั เก็บรวบรวมและวเิ คราะห์ ข้นั กำหนดเกณฑก์ าร
ข้อมลู ประเมนิ ผล
ขน้ั ออกแบบวจิ ยั ประเมินผล
5.1 ข้นั ศกึ ษานโยบายและกำหนดวตั ถปุ ระสงค์ของการประเมนิ ผล
การศึกษานโยบายและการกำหนดวัตถุประสงค์ของการประเมินผลเป็นขั้นตอนแรกของ
กระบวนการประเมินนโยบายสาธารณะซึง่ มี 2 กิจกรรมยอ่ ย ดงั นี้
5.1.1. การศึกษานโยบายที่มุ่งจะประเมินผล ก่อนที่จะกำหนดขอบเขตการ
ประเมินผลนโยบายใดนักประเมินผลจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในนโยบายที่มุ่งจะประเมินได้เป็นอย่างดี
สามารถบอก อธิบายเนื้อหาสาระของนโยบาย และจุดมุ่งหมายของนโยบายได้เป็นอย่าง เช่น นโยบายแก้ไข
ปัญหาความยากจน นักวิจัยต้องมีความรอบรู้เนื้อหานโยบายว่าการแก้ไชปัญหาความยากจนนั้นกระทำโดย
วธิ ีการใด อาทิ การพักชำระหน้ี การพฒั นาอาชีพ การพฒั นาการศกึ ษา เปน็ ดันซึ่งเน้ือหาดังกล่าวจะต้องศึกษา
ในเรอ่ื งของทฤษฎีความยากจนของประชาชน นโยบายแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นักวจิ ัยต้องมีความ
รอบรู้เนื้อหานโยบายว่าการแก้ปัญหาภาคใต้นั้นกระทำโดยวิธีใด อาทิ การป้องกัน การปราบปราม การใช้
ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เป็นตัน ซึ่งเนื้อหาดังกล่าวจะต้องศึกษาในเรื่องของทฤษฎีการแก้ไขปัญหาใน 3
จังหวัดชายแดนใต้ ความรอบรู้เกี่ยวกับนโยบายที่ศึกษาทำให้นักประเมินผลสามารถกำหนดภาพความสำเร็จ
ตัวช้ีวดั ความสำเรจ็ ของนโยบายได้ชัดเจน
5.1.2 การกำหนดวัตถุประสงค์ของการประเมินผล วัตถุประสงค์ของการ
ประเมินผลนโยบายเป็นกรอบหรือทิศทางท่ีทำใหท้ ราบว่าการประเมินผลนโยบายคร้ังนีจ้ ะทำการตัดสินคุณคา่
หรือตรวจสอบคุณภาพนโยบายในเรื่องโดหรือประเด็นใดบ้าง หรือต้องการคำตอบในเรื่องใดบ้าง เช่น ในการ
ประเมนิ ผลนโยบายเรยี นฟรี 15 ปี ของรฐั บาล นักประเมินอาจกำหนดวตั ถปุ ระสงคใ์ หป้ ระเมินผลสัมฤทธ์ิ ของ
นโยบาย หรอื ประเมินผลความพงึ พอใจของผู้รับบริการและผมู้ ีสว่ นไดส้ ่วนเสยี ซ่ึงจะกลายเป็นขอบเขตของการ
ประเมินผลนโยบายนกี้ ็ได้การกำหนดวตั ถุประสงค์องค์การประเมินผลนโยบายสามารถกระทำได้ 3 แนวทาง (สุ
รพร เสี้ยนสลาย 2550: 437) ดงั น้ี
5.1.2.1 พิจารณาจากวัตถุประสงค์ของนโยบายที่มุ่งประเมินผล ในกรณีที่
นโยบายมีวัตถุประสงค์ชัดเจาสามารถระบุถึงผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบของนโยบาย นักประเมินผล
อาจจะกำหนดวตั ถปุ ระสงค์กา ประเมินไว้ 3 ประการ ดังน้ี
1) ประเมนิ ผลผลติ (output) 2) ประเมินผลลัพธ์ (outcome) 3) ประเมินผลกระทบ (impact)
5.1.2.2 พิจารณาจากความต้องการของผู้ใช้ข้อมูลการประเมินผล ในกรณี
ผู้ใช้ข้อมลู ต้องการทราบ
เนอ้ื หาสาระว้าเป็นไปในทศิ ทางใดก็ใหใ้ ช้การประเมนิ เน้ือหานโยบาย ในกรณที ่ตี ้องการทราบกระบวนการ
กำหนดนโยบายก้ตอ้ งใชก้ ารประเมนิ ผลกระบวนการกำหนดนโยบาย ในกรณีตอ้ งการทราบกระบวนการแปลง
นโยบายไปปฏิบัติก็ใหใ้ ช้การประเมินผลการแปลงโยบายไปสู่การปฏบิ ตั ิท่เี รยี กวา่ การประเมินผลแผน แผนงาน
และโครงการ เป็นต้น
5.1.2.3 พิจารณาจากตัวแบบการประเมิน นักวิชาการจะเป็นผู้กำหนดไว้
นักประเมินก็อาจจะตอ้ งเลือกตวั แบบการประเมินใหเ้ หมาะสมต่อการไปใช้ประโยชน์ อาทิ
ตวั แบบไอโป (IPO model)
Input ประเมนิ ปัจจัยดำเนินนโยบาย
Process ประเมินกระบวนการดำเนินนโยบาย
Output ประเมินผลผลิตนโยบาย
ตัวแบบซปิ (CIPP model)
Context ประเมินสภาพแวดล้อมนโยบาย
Input ประเมนิ ปัจจัยดำเนนิ นโยบาย
Process ประเมินกระบวนการดำเนินนโยบาย
Product ประเมินผลการดำเนนิ นโยบาย
ตวั แบบโอโอไอ (OOI model)
Output ประเมินผลผลิตนโยบาย
Outcome ประเมินผลลัพธ์นโยบาย
Impact ประเมนิ ผลกระทบนโยบาย
5.2 ข้ันกำหนดตวั ชว้ี ัดและ 5.3 ขนั้ กำหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ผล
ในการศึกษานโยบายและกำหนดวัตถุประสงค์ของการประเมินผลนโยบาย นัก
ประเมินผลยังไม่สามารถตัดสินคุณค่าหรือบ่งบอกความสำเร็จหรือความก้าวหน้าของนโยบายที่ประเมินผลได้
เนอ่ื งจากวตั ถปุ ระสงค์ยัง เนื่องจากวตั ถุประสงค์ยงั มีลักษณะเป็นนามธรรม ไมส่ ามารถนำไปวัดค่าหรือประเมิน
ค่าในทางปฏิบัติ ดังน้นั จึงตอ้ งกำหนดตัวชีว้ ดั และเกณฑก์ ารประเมินผลต่อไป
1. ขั้นกำหนดตวั ชีว้ ัดในการประเมนิ ผลนโยบาย
ตัวช้วี ัด หมายถึง ตวั บ่งชถี้ งึ สภาพการณข์ องนโยบายที่ประเมินผลในแต่ละประเด็นหรือ
วัตถุประสงค์การประเมินผล เช่น วัตถุประสงค์ของการประเมินผลนโยบาย มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของการเรียนรู้
ของนักเรยี น ดงั น้ัน ตวั ชี้วดั จึงหมายถึงตัวบง่ ช้ผี ลสัมฤทธิ์ของการเรียนรู้ของนกั เรยี นซ่งึ มี 2 ประการ คือผลผลติ
และผลลัพธ์ ตัวชวี้ ัดจะมี 2 ประเภท คือ
- ตัวชี้วัดโดยตรง คือ ตัวชี้วัดทีส่ ามารถบ่งบอกถึงสภาพหรือสถานะภาพของสิ่งที่
ตอ้ งการวดั คา่ หรอื ตอ้ งการรสู้ ภาพโดยตรง
ประเด็นท่ตี ้องการประเมนิ ตัวชว้ี ดั
การชำระหน้ีเงนิ กองทนุ จำนวนลกู หนท้ี ่ชี ำระหนตี้ ามกำหนดเวลา
การเข้าร่วมกิจกรรมมหกรรมวิชาการของนักศึกษา จำนวนนักศกึ ษาทเ่ี ข้าร่วม
วทิ ยาลยั ชมุ ชนสงขลา
การทำแบบทดสอบหน่วยที่ 4 แบบออนไลน์ใน ร้อยละของนักศึกษาทีท่ ำแบบทดสอบผ่านเกณฑ์
class room
- ตัวชี้วัดโดยอ้อม หมายถึง ตัวชี้วัดที่ไม่สามารถวัดได้โดยตรง นักประเมินต้องใช้
สิง่ ใกล้เคยี งหรอื สิ่งท่ีสามารถเป็นตัวแทนของสง่ิ ของท่ีต้องวดั ไดเ้ ปน็ ตวั ช้ีวดั เชน่
ประเด็นท่ีต้องการประเมนิ ตวั ชี้วดั
ความรู้ความเขา้ ใจ ปริมาณความแตกต่างระหว่างคะแนนสอบครั้งที่ 1
และครง้ั ท่ี 2
ความเพยี งพอของน้ำในการบรโิ ภค -จำนวนภาชนะเกบ็ กกั นำ้
-ปรมิ าณนำ้ บรโิ ภคท่มี ีเฉล่ียทัง้ ปี
2. ขน้ั การกำหนดเกณฑป์ ระเมนิ นโยบาย
เกณฑ์การประเมินนโยบายหมายถึงระดับที่พึงประสงค์ หรือต้องการของตัวชี้วดั แตล่ ะตัว ว่า
สำเรจ็ หรอื ล้มเหลว
ประเดน็ ที่ต้องการประเมนิ ตัวช้วี ดั เกณฑป์ ระเมนิ ผล
การชำระหนี้เงินกองทนุ จำนวนลูกหนี้ที่ชำระหนี้ตาม 50 คน
กำหนดเวลา
การเข้าร่วมกิจกรรมมหกรรม จำนวนนกั ศึกษาทเ่ี ขา้ รว่ ม 800 คน
วิชาการของนักศึกษาวิทยาลัย
ชุมชนสงขลา
การทำแบบทดสอบหน่วยที่ 4 ร ้ อ ย ล ะ ข อ ง น ั ก ศ ึ ก ษ า ท ี ่ ท ำ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ
แบบออนไลนใ์ น class room แบบทดสอบผา่ นเกณฑ์ นกั ศึกษาทั้งหมด
ความรคู้ วามเขา้ ใจ ปริมาณความแตกต่างระหว่าง มีความแตกต่างระหว่างคะแนน
คะแนนสอบครัง้ ท่ี 1 และคร้งั ท่ี 2 ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 เพิ่มขึ้นไม่
นอ้ ยกว่าร้อยละ 20
ความเพียงพอของน้ำในการ -จำนวนภาชนะเกบ็ กักน้ำ -มีภาชนะกักเก็บน้ำขนาดไม่น้อย
บริโภค -ปรมิ าณนำ้ บรโิ ภคที่มเี ฉล่ียทง้ั ปี กว่า 1000 ลิตร จำนวน 10 ลูก
5.4 ขั้นออกแบบวิจัยประเมินผล 5.5 ขั้นเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล 5.6 ข้ัน
รายงานผลการประเมนิ โนบาย
1. ขั้นออกแบบวิจัยและประเมินผล เมื่อนักประเมินผลได้กำหนดขอบเขตการประเมิน
นโยบายอย่างชัดเจนแล้ว นักประเมินผลต้องทำการออกแบบวิจัยประเมินผลให้สอดคล้องกับกรอบการ
ประเมนิ ผลนโยบายท่กี ำหนดไว้ การออกแบบการวิจยั ประเมินผล ครอบคลมุ 4 เรอื่ งสำคญั ดังน้ี
1.1. การเลือกรปู แบบการวจิ ัยประเมินผล เพอ่ื พสิ ูจน์ความสมั พันธร์ ะหว่างตัวแปร
อิสระที่เป็นสาเหตุที่เกิดนโยบาย กับตัวแปรตามที่เป็นผลลัพธ์นโยบาย เช่น รูปแบบวิจัยทดลอง กึ่งทดลอง
และไม่ทดลองเป็นต้น
1.2 การออกแบบการวัดตัวแปร ครอบคลุมเรื่องการกำหนดตัวชี้วัดและเกณฑ์การ
ประเมนิ
1.3 การออกแบบการสุ่มตวั อยา่ ง ครอบคลมุ แหล่งขอ้ มูลปฐมภูมิ และทุตยิ ภูมิ
1.4 การออกแบบวิเคราะห์ข้อมูล ครอบคลุมการวิเคราะห์เชิงปริมาณ เช่น ร้อยละ
ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเปน็ ตน้ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ เช่น การวิเคราะห์เนือ้ หาที่ได้จากการ
สัมภาษณ์ เป็นต้น
2. ขน้ั เกบ็ รวบรวมและการวิเคราะห์ข้อมลู ข้ันตอนนี้ เร่มิ ตน้ ต้ังแต่การพัฒนาเครื่องมือที่ใช้
ในการประเมินผล เช่น แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบ จากน้ันนำข้อมูลไปเก็บรวบรวมให้ครบถ้วน
หลังจากได้ข้อมูลครบถ้วนแล้วจึงเป็นขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน เช่น ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่า
เบ่ยี งเบนมาตรฐาน เป็นต้น การประเมินนโยบายโดยทั่วไปไม่จำเปน็ ต้องใช้สถติ ิทีย่ ุ่งยาก ซับซอ้ นมากมาย ควร
เลอื กใช้วิธกี ารสถติ ทิ ี่สมารถส่อื ความหมายของผลประเมนิ ไดอ้ ยา่ งชัดเจน
3. ข้นั รายงานผลการประเมนิ เป็นขั้นตอนสดุ ทา้ ยของการประเมินนโยบาย เปน็ การรายงาน
ข้อค้นพบ หรือนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ผลการประเมินมาสรุปและแปลความหมาย เช่น รายงาน
ความก้าวหน้า รายงานการประเมินผล กล่าวคือ การรายงานความก้าวหน้าจะมุ่งเน้นกระบวนการดำเนิน
นโยบายว่ามีปัญหาอปุ สรรคอะไรบ้าง ส่วนการรายงานผลสรุป มุ่งเน้นความสำเร็จของนโยบายตามตัวชีว้ ัด ค่า
เปา้ หมายทีก่ ำหนดไว้