รายงาน
รายวิชา ทอ. 350 เทคโนโลยีการซ่อมบำรุงและการอนรุ กั ษ์พลงั งานในอตุ สาหกรรม
เสนอ
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.กุณฑล ทองศรี
จัดทำโดย
นายสุทัน ทศิ สุกใส รหัสนกั ศึกษา 630407304756
นายสมบตั ิ โงนมณี รหัสนักศกึ ษา 630407304945
นายทศวรรษ คำถวาย รหัสนักศกึ ษา 630407305023
นายวัชรนิ ทร์พร พรมรักษา รหัสนกั ศกึ ษา 630407304567
นายดษิ ฐา สาคร รหสั นกั ศกึ ษา 630407304601
นายธนาคม เดโชสิรกิ ุล รหสั นักศึกษา 630407304609
นายคมสันต์ แป้นพรม รหัสนกั ศึกษา 630407304614
นางสาวชลธิดา มะสุใส รหสั นักศึกษา 630407304615
นายคุณากร ชูสขุ รหสั นกั ศึกษา 630407304617
นายอธิป แสนทวสี ุข รหสั นกั ศกึ ษา 630407304755
นายอรรถพล สายทรัพย์ รหสั นกั ศกึ ษา 630407304757
รายงานฉบบั นี้เปน็ สว่ นหนง่ึ ของรายวชิ า ทอ. 350 เทคโนโลยีการซอ่ มบำรุงและการอนุรักษพ์ ลงั งานใน
อตุ สาหกรรมสาขาวิชาเทคโนโลยวี ศิ วกรรม อตุ สาหการ
คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เกษมบณั ฑติ
ปกี ารศกึ ษา 2564
คำนำ
รายงานฉบับนีจ้ ัดทำข้ึนเพื่อเป็นส่วนหนง่ึ ของรายวิชา ทอ. 350 เทคโนโลยีการซ่อมบำรุงและ
การอนุรักษ์พลงั งานในอตุ สาหกรรม เพ่ือใหไ้ ด้ศึกษาหาความรู้ในเรอ่ื งการเพิม่ ประสิทธิภาพการ
บำรุงรกั ษาเครื่องจักรในอุตสาหกรรม กรณีศึกษา เคร่ืองอดั อากาศ และไดศ้ ึกษาอย่างเข้าใจเพือ่
ประโยชน์กับการเรยี น
คณะผู้จัดทำหวังวา่ รายงานฉบับนจ้ี ะเปน็ ประโยชน์กับผู้อา่ น หรือนักเรยี น นักศึกษา ท่ีกำลัง
หาข้อมลู เร่ืองนี้อยู่ หากมีข้อแนะนำหรอื ข้อผดิ พลาดประการใด ผ้จู ัดทำขอน้อมรบั ไว้และขออภัยมา ณ
ที่ นดี้ ว้ ย
คณะผจู้ ดั ทำ
กลุ่มเคร่อื งอดั อากาศ
สารบัญ หน้า
1-17
ตอนท่ี 1 การเพ่มิ ประสทิ ธภิ าพการซ่อมบำรุงในอตุ สาหกรรม
บทท่ี 1 บทนำ
(ความเปน็ มา ความหมาย วัตถุประสงค์ ฯลฯ ของการซ่อมบำรงุ เครื่องจกั รและอปุ กรณ์)
บทที่ 2 ทฤษฎีทเ่ี กย่ี วข้อง 18-22
(ประเภท ชนิด งานวิจัย ฯลฯ ของการซอ่ มบำรงุ เคร่อื งจักรและอุปกรณ์)
บทที่ 3 วิธีการดำเนนิ งาน
(ทำเลท่ีตง้ั สถานประกอบการ แผนผงั เคร่ืองจกั รและอปุ กรณ์ ขอ้ มูลก่อนการเพิ่มประสทิ ธภิ าพการซอ่ ม
บำรงุ ) 23-31
บทที่ 4 ผลการเพ่ิมประสิทธิภาพ 32-51
(ผลหลังการเพิ่มประสทิ ธภิ าพการซ่อมบำรงุ รกั ษา)
บทที่ 5 สรปุ และ 52
4
ตอนท่ี 2 การเพิม่ ประสิทธิภาพการอนรุ ักษพ์ ลงั งานในอุตสาหกรรม (เคร่ืองอดั อากาศ)
บทที่ 1 บทนำ
(ความเป็นมา ความหมาย วตั ถุประสงค์ ฯลฯ ของการอนุรักษ์พลังงานเคร่ืองจกั รและอุปกรณ์) 53-61
บทท่ี 2 ทฤษฎที ่เี กีย่ วข้อง 62-133
(ประเภท ชนดิ งานวิจัย ฯลฯ ของการอนรุ ักษ์พลงั งานเครื่องจกั รและอปุ กรณ์)
บทท่ี 3 วิธกี ารดำเนนิ งาน
(ทำเลทตี่ ัง้ สถานประกอบการ แผนผงั เครื่องจักรและอปุ กรณ์ ขอ้ มูลกอ่ นการเพ่ิมประสทิ ธิภาพการ
อนรุ ักษ์พลงั งาน) 134-146
บทท่ี 4 ผลการเพิ่มประสิทธิภาพ 147-152
(ผลหลังการเพ่มิ ประสิทธภิ าพการอนรุ ักษ์พลังงาน)
บทท่ี 5 สรุปและขอ้ เสนอแนะ 152-152
ข้อมูลด้านการจดั การพลงั งาน 5
153-156
ขั้นตอนที่ 1 คณะทำงานดา้ นการจัดการพลังงาน 156-159
ขั้นตอนท่ี 2 การประเมนิ สถานภาพการจดั การพลังงานเบอื้ งตน้ 160-161
ขน้ั ตอนที่ 3 นโยบายอนุรักษ์พลงั งาน 161-164
ขั้นตอนที่ 4 การประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงาน 164-175
ขั้นตอนท่ี 5 การกำหนดเปา้ หมายและแผนอนรุ ักษพ์ ลงั งานและแผนการฝึกอบรม และกิจกรรมเพื่อ
สง่ เสรมิ การอนุรักษ์พลงั งาน 176-185
ขน้ั ตอนที่ 6 การดำเนนิ การตามแผนอนรุ ักษ์พลังงาน การตรวจสอบและวิเคราะหก์ ารปฏิบัติตามเปา้ หมาย
และแผนอนุรักษ์พลงั งาน 186-201
ขน้ั ตอนที่ 7 การตรวจติดตาม และประเมนิ การจดั การพลังงาน 202-207
ขั้นตอนที่ 8 การทบทวน วเิ คราะห์ และแกไ้ ขข้อบกพร่องของการจัดการ 208-211
บรรณานุกรม 212
1
1.ความเปน็ มาของงานบำรุงรักษา
เรามักเคยชินกับงานกลุ่มย่อย QCC ซึ่งเมื่อมีโครงการนำ TPM มาใช้ในกิจกรรมต่าง ๆรูปแบบงานกลุ่ม
ย่อยแบบเดิมจึงแปรเปลี่ยนไปเป็นแบบ TPM ซึ่งเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการทำ TPM ถือว่า เป็นงาน
ประจำวันปกติธรรมดา TPM ย่อมาจากคำว่า Total Productive Maintenance คือ การบำรุงรักษาทวีผลท่ี
ทุกคนมีส่วนร่วมหลักการของ TPM นั้นเริ่มตน้ การพัฒนามาจาก การดำเนินการ PM หรือการทำ Preventive
Maintenance และได้พัฒนาการดำเนินการมาเรื่อย ๆโดยความคิดพื้นฐาน เริ่มจากการทำการบำรุงรักษา
เครื่องจักรเพื่อไม่ให้เสียสามารถเดินเครื่องตามที่ต้องการได้โดยการใช้ทั้งการบำรุงรักษาตามคาบเวลา การ
บำรุงรักษาตามสภาพของเครื่องจกั ร และการเปลย่ี นแปลงเครือ่ งจักรท่บี ำรุงรกั ษางา่ ยขึน้ มีอายุการใช้งานนาน
ขึ้น แต่เครื่องจกั รก็ยังเสยี อยแู่ ละมีคา่ ใชจ้ ่าย ในการบำรงุ รกั ษาสูงมาก ซ่งึ TPM หรือการบำรงุ รกั ษาเชิงทวีผล
โดยรวม หมายถึง ระบบการบำรุงรักษาที่ครอบคลุมตลอดช่วงอายุอุปกรณ์ นับตัง้ แต่การวางแผนการผลิตการ
บำรุงรักษา และอื่น ๆโดยอาศัยความรว่ มมือจากพนักงานทุกคน ตั้งแต่ฝา่ ยบรหิ ารระดับสูงจนถึงพนักงานหน้า
งาน การส่งเสรมิ การบำรุงรกั ษาเชิงทวผี ลโดยผ่านการจัดการแบบสรา้ งขวัญและกำลงั ใจตลอดจนถงึ การดำเนิน
กิจกรรมกลุ่มย่อยที่จะทำให้ประสิทธิภาพของอุปกรณ์มีค่าสูงสุดดังนั้น จึงต้องมีผู้ที่มีความสามารถในการ
ตรวจสอบเครื่องจักร ต้องเป็นผู้ที่สามารถรับรู้ การเสื่อมสภาพได้อย่างแม่นยำ ผู้ที่จะทำเช่นนี้ได้อย่างดีที่สุดก็
คือ พนักงานเดินเครือ่ ง ต่อมาจึงได้พัฒนามาเป็น การบำรุงรกั ษาด้วยตนเอง ซึ่งเป็นเอกลกั ษณ์ของ TPM การ
ดำเนินการ การบำรุงรักษาด้วยตนเอง จึงเป็นเอกลักษณเ์ ฉพาะตัวของ TPM แต่การดำเนินการเพียงเพือ่ ให้
เครื่องจักรเสียเป็นศูนย์ นั้นยังไม่เพียงพอ TPM จึงมุ่งไปสู่การเป็นผู้ผลิตระดับโลก หรือ World Class
Manufacturingโดยนำกจิ กรรมอนื่ มาผนวกรวมด้วยเป็น 8 กจิ กรรม
2
• 1.1 ความหมายของการบำรงุ รกั ษา
หลกั ของการดำเนินการ TPM หรือที่เรยี กวา่ 8 เสาหลักของ TPM
ความหมายของการดูแลบํารุงงรักษา การดแู ลบาํ รุงงรักษาแบ่งออกเป็น 2 ลกั ษณะ คือ
1. บาํ รุงรกั ษาสว่ นทเ่ี สียโดยการซอ่ มแซม (REPAIR, REMOVE, REPLACE AND REBUILD)
2. บํารงุ รักษาส่วนทีด่ ี คือ การบํารงุ รักษาอยา่ งมแี บบแผน และตามระยะเวลา มแี ผนการจัดอะไหล่,
กาํ ลังคน,เคร่ืองมือ
1. การดูแลบาํ รงุ รกั ษาสว่ นทเ่ี สยี โดยการซ่อมแซม (BREAKDOWN MAINTENANCE) วิธีการดแู ลบํารุงงรักษา
วิธนี ้ีถือได้วา่ เปน็ แนวความคิดในงานการดูแลบาํ รงุ งรกั ษาทเ่ี กา่ แก่ที่สดุ ในตาํ ราบางเล่มให้นิยามวิธี การดูแล
บาํ รุงงรกั ษาแบบน้วี ่า “ดําเนินงานโดยไร้การดูแลบาํ รุงงรักษา” (no maintenance at all ! ? !) ท้ังนอี้ าจจะ
เป็นเพราะโดยขอ้ เท็จจรงิ แลว้ ก็คอื วา่ บุคลากรในฝา่ ยดูแลบํารุงงรกั ษาจะไม่ไปปฏบิ ัตงิ านใด ๆ เลยจนกวา่ จะมี
รายงานวา่ เครอ่ื งจักรชํารดุ ใช้งานตอ่ ไปไมไ่ ด้ อยา่ งไรก็ตามการดแู ลบํารุงงรักษาแบบนี้ยังคงมใี ช้อยู่กบั สถาน
การณบางลักษณะ เช่น ในอาคารทไ่ี มส่ ลับซบั ซอ้ นและเมือ่ มีอปุ กรณค์ รุภัณฑ์พร้อมอยู่เสมอ หรือสามารถสง่ั ซื้อ
ไดอ้ ย่างทนั ทีทนั ใด โดยท่ีคา่ ใช้จา่ ยทเ่ี กิดขน้ึ จากการดูแลบํารงุ งรกั ษาแบบน้ี ควรจะมีค่าใชจ้ า่ ยน้อยกว่าการ
ประยกุ ตใ์ ชว้ ธิ ีการดูแลบาํ รุงงรกั ษาวธิ อี นื่ ๆตวั อยา่ งในการดูแลบาํ รงุ งรักษาแบบน้ี ได้แก้ไฟฟ้า ซง่ึ ตา่ งจะถูก
ปล่อยไวจ้ นกระท่ังหลอดขาด หรอื ในกรณีของก๊อกน้ำประปาชาํ รดุ ฯลฯ ข้อเสยี ในการซ่อมบาํ รงุ ชนิดน้ไี ดแ้ ก่
2. ไม่มสี ญั ญาณใด ๆ บอกเป็นการเตอื นลว่ งหนา้ เม่อื เครื่องจักรเริม่ ชํารดุ - ไม่สามารถยอมรับได้ ในระบบท่ี
ต้องการความเชื่อม่นั สงู เช่น ระบบลฟิ ต์ เป็นต้น – ต้องเก็บช้ินส่วนอะไหลไ่ วเ้ ปน็ จำนวนมาก ซงึ่ หมายความ
วา่ ใชจ้ า่ ยในการ เกบ็ ของคงคลังสูง - ไมส่ ามารถบรรลุเป้าหมายในการปฏบิ ัติตามแผนการผลติ ไดต้ ามประสงค์
– ไมส่ ามารถวางแผนงานในการดูแลบาํ รงุ งรกั ษาได้ 2 การดูแลบํารงุ งรักษาตามแผน(PLANNED/PREVENTIVE
MAINTENANCE) เพ่ือเปน็ การลบล้าง ข้อบกพรอ่ งในการดูแลบาํ รงุ งรกั ษาเม่ือชํารดุ จึงได้มกี ารพฒั นางานทาง
ดา้ นการดูแลบาํ รุงรักษาตามแผนข้นึ มากลา่ วโดยยอ่ ก็คือการบํารงุ งรกั ษาอาคารและอุปรณ์ตามระยะเวลาท่ี
3
กาํ หนดขนึ้ โดยอาจจะได้มาจากประสบการณห์ รอื จากคู่มอื การใชง้ านของระบบและอุปกรณน์ ้ัน ๆ อย่างไรก็
ตามการชาํ รุดของอาคารและอุปกรณ์โดยไมค่ าดคดิ ก็ไม่สามารถขจดั ออกไปได้ ทั้งน้ีเนอ่ื งมาจาก วา่ รปู แบบการ
ชํารดุ ของอาคารและอุปกรณ์ (ในแงข่ องการกระจายทางสถิต)ิ ไม่ได้อยู่ในลกั ษณะของการกระจายแบบ
สมํ่าเสมอ (uniform distribution) ดังนน้ั จึงเป็นการยากท่ีจะเลือกชว่ งการดแู ลบํารงุ รักษาตามแผนทีเ่ หมาะสม
และในบางกรณีถึงแมว้ ่าได้ปฏิบตั ิการดูแลบาํ รงุ รักษาตามแผนแล้วก็ตามก็ยงั คงมีโอกาสท่ีจะเกิดการชํารุดของ
เครอื่ งจักรและอุปกรณโ์ ดยไม่คาดคดิ อีกอย่างหลกี เลีย่ งไม่ไดส้ รปุ ได้วา่ การดูแลบาํ รุงรกั ษาแบบน้ีจะทําใหเ้ ปน็
การเพ่ิมค่าใชจ้ ่ายในการผลิตทัง้ ทางตรงและทางอ้อมตัวอย่างของการดูแลบํารงุ รกั ษาแบบนีไ้ ดแ้ ก่การตรวจเชค็
ระดับนาํ้ มันลิฟทโ์ ดยสารท่ีบริเวณช่องตรวจระดบั น้ํามนั การเปลยี่ นถ่ายนา้ํ มนั ตามระยะเวลาการถอดเปลี่ยน
ช้ินส่วนทส่ี ําคัญบางช้ินตามระยะเวลา ฯลฯ ปัญหาหน่งึ ท่พี บเสมอทำการดแู ลบํารงุ รักษาตามระยะเวลา คอื ทํา
การเปล่ยี นช้ินสว่ นบางช้นิ โดยไม่จาํ เปน็ และในบางกรณีอาจจะเป็นการรบกวนชน้ิ สว่ น ในระบบอื่นโดยไม่
จาํ เปน็ รวมไปถึงในกรณีทม่ี ีการประกอบกลับของชนิ้ ส่วนเข้าทีไ่ ม่ถกู ต้องซึ่งนับวา่ ได้รบั ผลเสียมากกว่าผลดีเสีย
อีกในชว่ ง
4
• 1.2 วตั ถุประสงค์ของการบำรุงรักษา
1. เพอ่ื ใหเ้ ครือ่ งมอื ใช้ทำงานไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิผล (Effectiveness) คอื สามารใช้เครอ่ื งมือเคร่ืองใชไ้ ด้
เต็มความสามารถและตรงกับวตั ถุประสงค์ท่จี ดั หามามากที่สุด
2. เพอ่ื ให้เคร่ืองมือเคร่อื งใช้มีสมรรถนะการทำงานสูง (Performance) และช่วยให้เครื่องมือเครอื่ งใชม้ ี
อายุการใชง้ านยาวนาน เพราะเม่ือเครื่องมือได้ใช้งานไประยะเวลาหนึ่งจะเกิดการสึกหรอ ถ้าหากไม่มีการ
ปรับแต่งหรอื ซ่อมแซมแล้ว เครอ่ื งมืออาจเกิดการขัดข้อง ชำรดุ เสยี หายหรือ ทำงานผิดพลาด
3. เพอื่ ใหเ้ ครอ่ื งมอื เครื่องใช้มีความเทีย่ งตรงน่าเชือ่ ถือ (Reliability) คือ การทำให้เคร่อื งมือเคร่ืองใชม้ ี
มาตรฐาน ไม่มคี วามคลาดเคลือ่ นใด ๆ เกิดข้นึ
4. เพ่ือความปลอดภัย (Safety) ซ่งึ เป็นจดุ มุ่งหมายที่สำคัญ เครอื่ งมอื เคร่ืองใชจ้ ะต้องมีความปลอดภัย
เพียงพอต่อผู้ใช้งาน ถ้าเครอื่ งมือเครอื่ งใชท้ ำงานผดิ พลาด ชำรุดเสยี หาย ไมส่ ามารถทำงานไดต้ ามปกติ
อาจจะกอ่ ใหเ้ กิดอบุ ตั ิเหตุ และการบาดเจบ็ ตอ่ ผู้ใชง้ านได้ การบำรุงรกั ษาท่ีดจี ะช่วยควบคุมการผิดพลาด
5. เพือ่ ลดมลภาวะของส่ิงแวดล้อม เพราะเครื่องมอื เครื่องใช้ทช่ี ำรดุ เสยี หาย เก่าแก่ ขาดการบำรุงรักษา
จะทำใหเ้ กดิ ปัญหาด้านสงิ่ แวดลอ้ ม เช่น มีฝุน่ ละอองหรือไอของสารเคมีออกมา มีเสียงดัง เปน็ ต้น ซ่งึ จะ
เปน็ อันตรายต่อผ้ปู ฏบิ ตั ิงานและผ้ทู ่ีเกย่ี วข้อง
6. เพ่อื ประหยดั พลังงาน เพราะเคร่ืองมือเคร่ืองใชส้ ว่ นมากจะทำงานได้ต้องอาศัยพลังงาน เชน่ ไฟฟ้า น้ำมัน
เชื้อเพลิง ถา้ หากเคร่ืองมือเคร่ืองใชไ้ ด้รบั การดูแลให้อย่ใู นสภาพดี เดนิ ราบเรยี บไม่มีการรว่ั ไหลของน้ำมนั
การเผาไหมส้ มบูรณ์ กจ็ ะส้ินเปลืองพลังงานน้อยลง ทำให้ประหยัดคา่ ใชจ้ ่ายลงได้
งานบำรุงรกั ษาสามารถแบง่ ออกไดเ้ ปน็ 4 ประเภท
5
ประเภทชนดิ ของการบำรุงรักษา
1. Breakdown Maintenance (การบำรุงรักษาโดยการซอ่ มแซมส่วนท่ีเสยี )
2. Planned/Preventive maintenance (การบำรุงรกั ษาตามแผน)
3. Predictive maintenance (การบำรุงรกั ษาโดยการคาดคะเน)
4. Proactive maintenance (เปน็ แนวคดิ ใหมใ่ นวงการบำรุงรักษา โดยการแกท้ สี่ าเหตุทีแ่ ท้จรงิ ของ
ปญั หา)
1. Breakdown maintenance (การซอ่ มบำรงุ โดยการซอ่ มแซมส่วนทีเ่ สยี )
การบำรงุ รักษาวธิ ีนถ้ี อื ได้วา่ เป็นแนวคิดในงานการบำรงุ รักษา ที่เก่าแกท่ สี่ ดุ ในตำราบางเลม่ ให้นิยามวิธีการ
บำรงุ รกั ษาแบบนว้ี า่ “ ดำเนินการโดยไร้การบำรงุ รกั ษา” เพราะในความเปน็ จรงิ ฝ่ายซอ่ มบำรงุ จะไม่ต้อง
ปฏบิ ัติงานใด ๆ เลยจนกวา่ จะมรี ายงานวา่ เคร่ืองจักรชำรุด ใช้งานต่อไปไม่ได้ อยา่ งไรก็ตามการบำรงุ รักษา
ประเภทนีก้ ็ยังคงมีใชใ้ นบางสถานการณ์ เชน่ ในอาคารท่ีไม่สลบั ซบั ซอ้ น หรอื มีอุปกรณอ์ ะไหล่ทดแทนพร้อมอยู่
เสมอ หรอื สามารถสั่งซื้อได้อย่างทนั ทีทนั ใด โดยทีค่ ่าใชจ้ า่ ยที่เกดิ ขึ้นจากการบำรุงรักษาประเภทนี้ ควรน้อย
กว่าการประยุกต์ใชว้ ธิ กี ารบำรุงรกั ษาแบบอนื่ เชน่ การบำรงุ รกั ษาหลอดไฟฟ้าทีป่ ล่อยทิ้งไว้จนหลอดขาด
หรอื ก๊อกนำ้ ประปาชำรุด ข้อเสยี ของการบำรุงรกั ษาประเภทนไี้ ด้แก่
ไม่มีสัญญาณใด ๆ บอกเป็นการเตอื นลว่ งหนา้ เม่ือเครื่องจกั รเรม่ิ ชำรดุ
ไมส่ ามารถยอมรบั ได้ ในระบบท่ตี ้องการความเชื่อม่นั สูง เช่น ระบบลฟิ ท์
ตอ้ งเก็บช้นิ ส่วนอะไหล่ไว้เป็นจำนวนมาก ซ่ึงหมายความว่ามีค่าใชจ้ ่ายในการเกบ็ อะไหล่คงคลงั สงู ไมส่ ามารถ
บรรลเุ ป้าหมายในการปฏิบตั ิตามแผนการผลิตไดต้ ามประสงคไ์ ม่สามารถวางแผนงานในการบำรุงรักษาได้
2. Planned/ Preventive maintenance (การบำรุงรักษาตามแผน)
เพอื่ เปน็ การลบลา้ งข้อบกพร่องในการบำรุงรักษาเมอื่ ชำรดุ จงึ ไดม้ ีการพัฒนางานทางด้านการบำรุงรกั ษาตาม
แผนขึน้ มา กล่าวโดยยอ่ ก็คอื การบำรงุ รกั ษาอาคารและอุปกรณต์ ามระยะเวลาที่กำหนดข้นึ โดยอาจจะได้มา
6
จากประสบการณ์หรอื จากคู่มือการใชง้ านของระบบและอปุ กรณน์ น้ั ๆ อย่างไรกต็ ามการชำรุดของอาคารและ
อปุ กรณ์โดยไม่คาดฝนั ก็ไม่สามาถขจัดออกไปได้ เพราะวา่ ในทางสถิติแล้ว การชำรดุ ของอาคารและอุปกรณ์
ไมไ่ ดเ้ ปน็ การกระจายตัวแบบสม่ำเสมอ หรอื มรี ูปแบบท่ีแน่นอน ดังน้ันจงึ เปน็ การยากท่ีจะ เลอื กชว่ งการ
บำรงุ รกั ษาตามแผนท่ีเหมาะสม และในบางกรณีถงึ แม้ว่าได้ปฏิบัติการบำรุงรักษาตามแผนแล้วกต็ าม ก็ยังคงมี
โอกาสทจี่ ะเกิดการชำรุดของเครอ่ื งจักร และอุปกรณ์โดยไม่คาดคิดอยา่ งหลีกเล่ียงไม่ได้ สรุปได้ว่าการ
บำรงุ รกั ษาแบบนจี้ ะทำใหเ้ ปน็ การเพ่ิมค่าใช้จ่ายในการผลติ ทงั้ ทางตรงและทางอ้อม ตัวอยา่ งการบำรงุ รักษา
แบบนไ้ี ด้แก่ การตรวจเชค็ ระดับน้ำมนั ลฟิ ท์โดยสารท่ีบริเวณชอ่ งตรวจระดับนำ้ มนั การเปลย่ี นถ่ายน้ำมนั ตาม
ระยะเวลาการถอดเปลยี่ นช้ินส่วนท่สี ำคัญบางชิ้นตามระยะเวลา ปัญหาหน่งึ ท่ีพบเสมอในการทำการ
บำรุงรักษาตามระยะเวลาคือ ทำการเปลีย่ นช้นิ สว่ นบางชนิ้ โดยไม่จำเป็น และในบางกรณีอาจจะเปน็ การ
รบกวนชนิ้ ส่วน ในระบบอน่ื โดยไม่จำเป็นรวมถึงอาจจะมีการประกอบกลบั ชิ้นสว่ นไมถ่ ูกต้อง ซึ่งนบั วา่ เป็น
ผลเสียมากว่าผลดีเสียอีก ในช่วงศตวรรษท่ผี ่านมาจึงมวี ิธีการบำรุงรักษาแบบใหม่ทเ่ี รียกว่า Reliability
centered maintenance (RCM) โดยมีการดำเนินการยอ่ ๆ ดงั น้ี ตรวจวิเคราะหห์ าอปุ กรณว์ กิ ฤตตรวจสอบ
อปุ กรณว์ ิกฤตตามระยะเวลาทก่ี ำหนดถอดอุปกรณ์ออกเพ่ือปรับสภาพ
ถอดเปลยี่ นอปุ กรณ์วิกฤตในกรณีของอปุ กรณท์ ี่ไม่วิกฤต ก็ใหใ้ ช้ตอ่ ไปจนชำรดุ
ในบางกรณีทีจ่ ำเปน็ ให้ทำการออกแบบอุปกรณ์บางช้นิ ใหม่
3. Predictive maintenance (การบำรงุ รักษาโดยการคาดคะเน)
เครอ่ื งจักรสมยั ใหม่มีกลไกทล่ี ะเอยี ด และซับซ้อนกว่าเครือ่ งจกั รในสมยั ก่อน ๆ รวมทง้ั เป็นการยากท่จี ะทำการ
ถอดเปลี่ยน หรือทำการตรวจเช็คตามจุดทีส่ ำคัญของงานบำรุงรกั ษาตามแผน (PM) วิธกี ารในการบำรงุ รักษา
โดยการคาดคะเนนบั ไดว้ ่าเป็นปรัชญาใหมใ่ นศาสตร์ของการบำรุงรกั ษาเคร่ืองจักร แนวความคดิ โดยสรปุ ก็คือ
การใช้วธิ ีการ หรือเทคนิคใหม่ ๆ ของเครื่องมอื วดั ชนดิ ตา่ ง ๆ เช่น อปุ กรณใ์ นการวดั แรงสนั่ สะเทอื น กล้อง
อนิ ฟารดเทอรโ์ มกราฟฟี้ เป็นต้น โดยพ้นื ฐานแลว้ พอทจ่ี ะจัดแบง่ การบำรุงรกั ษาแบบน้ีออกเป็นวิธีย่อย ๆ คือ
Vibration analysis, Oil/wear particle analysis, Performance monitoring, Temperature
7
monitoringการศึกษาตดิ ตามสภาพเครื่องจักร (Condition monitoring) หรือเรยี กอีกช่ือหน่งึ วา่ การติดตาม
สขุ ภาพเคร่ืองจกั ร (Machine health monitoring) ก็จดั ได้ว่าเปน็ ส่วนหนึ่งของการบำรุงรกั ษแบบคาดคะเน
ความจรงิ แลว้ การทำ CM (Condition monitoring) หรือ MHM (Machine health monitoring) ไม่ใช่
ของใหม่ เพราะโดยทว่ั ไปแล้ว วศิ วร หรอื ผู้ควบคมุ เครื่อง ก็ใช้สามญั สำนึกในการบำรงุ รกั ษาเคร่ืองจักรอยแู่ ล้ว
เช่น การใช้สายตาตรวจดลู ักษณะทั่วไป การใชจ้ มูกดมกลิน่ ไหม้ การใชห้ ูฟังเสยี งท่ีผดิ ปกติ และการใช้นว้ิ
สัมผัส (ความร้อน) เปน็ ตน้ อย่างไรกต็ ามวิธกี ารตรวจสอบดังกลา่ วจะเป็นลกั ษณะการประเมนิ สภาพเครือ่ งจักร
ท่ไี ม่มขี ้อยตุ ทิ ่ีแน่นอน ทัง้ นเ้ี นื่องจากความไม่เทีย่ งตรงของประสาทสัมผสั ของคนแตล่ ะคนไม่เหมือนกัน ดังนั้น
การใช้เครือ่ งมือวัดเชิงปรมิ าณสำหรับการบำรุงรักษาแบบคาดคะเนจงึ เปน็ สิ่งสำคญั ท้งั น้เี พราะทำใหไ้ ดข้ ้อสรุที่
ไมม่ ีการบดิ เพรวิ้ ไดใ้ นการปะรเมนิ สภาพของเคร่ืองจกั ร ดงั นั้นความหมายของ Predictive maintenance ก็
พอท่จี ะสรุปได้ว่า เม่ือสามารถทราบถงึ ลักษณะของต้นทนุ ของการชำรุด จงึ พอท่ีจะสามารถจดั เตรียมการ
ลว่ งหนา้ สำหรบั แรงงาน ช้ินส่วนอะไหล่ และกำหนดช่วงเวลาการทำงานท่ไี มข่ ดั กับแผนการผลติ หลักได้ ใน
กรณีท่มี ีการประยกุ ต์ใช้ Predictive maintenance ท่เี หมาะสมแล้วผลประโยชนท์ ี่คาดว่าจะไดร้ ับคือ ลด
ค่าใช้จ่ายการบำรงุ รักษาลดสถติ กิ ารชำรุดของเครอื่ งจักรและอปุ กรณ์ลดเวลาการชำรุดของเครื่องจักรและ
อปุ กรณล์ ดปริมาณอะไหลค่ งคลังในการบำรุงรักษาเพิ่มประสิทธภิ าพการผลิต วางแผนการบำรงุ รกั ษาได้มี
ประสิทธิภาพสงู ข้ึน ทำให้การหยุดชะงกั ในการผลิตนอ้ ยลง
4. Proactive maintenance (การบำรุงรักษาแบบป้องกันล่วงหนา้ )
นบั เป็นวธิ บี ำรุงรักษาอาคารและเครื่องจกั รทค่ี ่อนข้างใหม่ต่อวงการ ทัง้ น้ีเพราะแนวคดิ ดงั กลา่ งเพ่ิงถูกตีพิมพ์
ครงั้ แรกเมอ่ื ประมาณ ค.ศ. 1985 โดยย่อแลว้ งานบำรงุ รักษาแบบนจี้ ะมุ่งพิจารณารากของปญั หา (Root cause
of failure)โดยท่ี root cause สามารถแบง่ ย่อยออกเปน็ หกอย่างคือ Chemical stability, Physical
stability, Temperature stability, Wear stability, Leakage stability, Mechanical stability
เมอ่ื ใดท่ีมีการไม่สมดลุ ในระบบของเคร่อื ง (อาจจะเกิดความไม่มี Stability ในหนึ่งใน Root cause ท่กี ล่าวมา
หรอื อาจจะมีความไม่สมดลุ ในระบบมากกวา่ หนึง่ สาเหตุก็เป็นได)้ ตัวอย่างทีเ่ หน็ ไดง้ ่าย ๆ ในระบบไฮดรอลิคก็
8
คอื การที่มีสงิ่ สกปรก (Contaminants) หลุดลอดเข้าไปในระบบ ซ่งึ อาจจะเกดิ จากการเตมิ นำ้ มันท่สี กปรกเขา้
ไปในระบบ การเส่ือมสภาพของไส้กรองอากาศ การชำรุดเสียหายของซีล และสง่ิ สกปรกตังกล่าวกเ็ ปน็
สาเหตุหลักที่ทำให้ระบบขาดความสมดุลไป เมื่อวศิ วรหรอื ผู้ชำนาญได้ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของปญั หา
(Root cause) กจ็ ะทำการแก้ไขใหร้ ะบบกลบั คนื สูส่ มดุล เชน่ ใช้ไสก้ รองที่มปี ระสิทธภิ าพสงู ขึน้ เปลีย่ นซลี ที่
ขาด หรือทำการกรองน้ำมนั ที่สงสัยวา่ มสี ง่ิ สกปรกผสมอยู่ เปน็ ต้น อย่างไรกต็ ามเน่ืองจากจำเปน็ ตอ้ งใช้ท้ัง
เครอื่ งมือ บุคคลากรท่มี คี วามชำนาญสูงในการคน้ หา Root cause แนวความคิดในการซ่อมบำรงุ แบบนี้ยงั ไม่
แพรห่ ลายมากนกั
• 1.3 วิธกี ารบาํ รงุ งรกั ษา
1. การบาํ รงุ รักษาเป็นประจำ (Routine Maintenance) เปน็ การตรวจสอบเคร่ืองจักรประจำวัน ประจำ
สปั ดาห์ประจำเดือน หรอื ประจำปโี ดยพนักงานฝา่ ยซ่อมบํารงุ เปน็ ผู้ดาํ เนินงาน ซึ่งเป็นงานท่ที ำได้งา่ ย ไม่
ซับซอ้ น เช่น การหล่อล่นื เครื่องจกั ร การท่าความสะอาดเครอ่ื งจักร การตรวจสอบหาส่ิงผิดปกตเิ ปน็ ตน้
2. การบาํ รงุ งรกั ษา หรอื ตรวจซ่อมตามแผนทก่ี าํ หนดการไว้ (Periodic Scheduled Repair) เป็นการ
ดําเนินงานตามท่ีได้กำหนดไว้แบง่ ยอ่ ยได้ดงั น้ี
- การซ่อมเพยี งเล็กน้อย (Minor Repair) เปน็ การซอ่ มแซมใหเ้ คร่ืองจักรสามารถ
ทำงานได้ปกติโดยไมซ่ บั ซ้อน ใช้บคุ ลากรไม่มากไม่มกี ารเคลื่อนยา้ ยเคร่ืองจกั ร
- การซอ่ มขนาดปานกลาง (Medium Repair) เปน็ การดําเนินงานโดยพนักงานฝา่ ย
ซอ่ มบํารุง มลี ักษณะการทำงาน ดงั น้ีต้องมีการหยดุ การทำงานของเคร่อื งจกั ร มีการถอดอุปกรณ์
บางอย่างเพ่ือออกมาซ่อมแซม และปรบั ตำแหน่งใหถ้ กู ต้อง เวลาในการหยุดซอ่ มตอ้ งไม่เกินระยะเวลาท่ีกำหนด
ไว้ในตารางการซอ่ ม
- การซ่อมใหญ่ (Major Overhaul) เปน็ การวางแผนการซ่อมล่วงหนา้ เปน็ การซ่อม
9
ขนาดใหญ่ ต้องใช้บคุ ลากรในการซอ่ มมาก มลี ักษณะการทำงาน ดังนมี้ ีการถอดชนิ้ ส่วนของเคร่ืองจักรออกมา
เกอื บทั้งหมด มีการประกอบอุปกรณ์ให้เขา้ ท่ี ทดลองเดนิ เครือ่ งจักร และตรวจสอบโดยการทำการผลติ
3.การซ่อมฉุกเฉนิ (Emergency Maintenance) เป็นงานซ่อมแซมเครื่องจักรทีเ่ กิดการชาํ รุด ขดั ขอ้ งโดยไม่
มีการคาดการณล์ ่วงหน้ามาก่อน มลี กั ษณะการททำงาน ดงั นี้มีการซ่อมแซมเม่ือเกิดการชํารดุ เสียหาย ทำการ
แกไ้ ขเม่ือเกดิ เหตุขัดข้อง ทำการยกเคร่ืองใหม่ เนื่องจากการซอ่ มบํารงุ ไมด่ ีพอ
4.การซ่อมเพื่อดัดแปลง (Recovery Overhaul) เน่อื งจากเครื่องจักรเก่าเกินไป หรือเปน็ กับการใชง้ าน
• 1.4 การบำรุงรักษาแบบแก้ไขปรับปรุง (Corrective Maintenance: CM)
การบำรงุ รกั ษาแบบแกไขปรับปรงุ (Corrective Maintenance: CM) หรือบ้างก็เรยี กวา่ การบํารงุ รักษาหลงั
เกิดการเสียหายหรือใชง้ านจนกระท่ังเสยี หาย หรือเรยี กวา่ Breakdown Maintenanceหรอื Run to Failure
ไมไ่ ดห้ มายถึง การแก้ไขปรบั ปรุงวิธบี บำรุงรักษาแต่ หมายถึง การปรับปรุง ดัดแปลง
แก้ไขเครื่องจกั รทใี่ ช้ในการผลิต เพอ่ื ใหเ้ ครื่องจกั รมีขดี ความสามารถสูงขึ้น หรือผลิตได้มากข้นึ เรว็ ข้นึ มี
คณุ ภาพมากขนึ้ การแก้ไขปรับปรุงตวั เคร่ืองจักรเพ่ือทจี่ ะลดความเสียหายจากการเสื่อมสภาพและคา่ ใชจ้ ่าย
10
ของการบํารุงรักษาลง กล่าวคือเปน็ การปรับปรุง คณุ สมบัติของเคร่อื งจักรใหด้ ีขน้ึ เมอื่ เราใช้เครือ่ งจักรไปนาน
ๆการสกึ หรอจะเกิดข้ึนอย่างแน่นอน แต่จะเกดิ ข้ึนเร็วหรอื ชา้ ข้ึนอยู่กับการดูแลรกั ษาของ
ผ้ทู ท่ี าํ การใชใ้ นการบํารุงรักษาเชงิ ปอ้ งกนั ดว้ ย อยา่ งไรก็ตามเม่อื ช้ินส่วนเครื่องจักรเกดิ สึกหรอการทําการ
ปรบั ปรงุ แก้ไขให้มสี ภาพดังเดิม หรือมปี ระสิทธิภาพเท่าเดิม หรอื อาจจะทาํ ใหป้ ระสิทธภิ าพสงู กว่าเดมิ เปน็
เทคนคิ การบาํ รุงรักษาท่ีงา่ ยที่สุดและมีข้อจาํ กัดทีเ่ ห็นไดช้ ดั ในอุตสาหกรรมยังใชก้ ลยทุ ธ์การบํารุงรกั ษาแบบนี้
อยู่ โดยจะดาํ เนนิ การเมื่ออปุ กรณเ์ สยี หายจนทาํ ใหต้ ้องหยุดเครื่อง หรอื หยุดทําการผลติ
หรอื เกิดข้อขัดข้องเสยี หายในขณะที่เคร่ืองกําลงั ทํางานอยู่โดยไม่รู้มาก่อนวา่ จะเกิดการเสียหายขน้ึ และเม่ือ
เกดิ ขนึ้ แล้วทาํ ใหต้ อ้ งหยุดเคร่ืองและทําการซ่อมแซมหรือเปลย่ี นช้นิ ส่วนทเี่ สีย เพื่อปรับปรงุ สมรรถภาพของ
เคร่ืองจักรใหส้ ามารถ "ผลิต" ไดด้ ว้ ยคณุ ภาพ หรือปรมิ าณท่ีสูงขึน้ โดยส่วนใหญ่จะใช้กบั เครื่องจักรหรอื อุปกรณ์
ทไ่ี ม่มีผลกระทบกบั สายการผลิต เชน่ หลอดไฟแสงสว่าง อุปกรณส์ าํ นักงาน เปน็ ต้น แต่ใน
กรณที ่ีค่าใช้จ่ายของการแก้ไขปรับปรงเครือ่ งจักรมากกว่าผลรวมของค่าใชจ้ ่ายในการบํารงุ รกั ษาและความ
เสยี หายจากการเส่ือมสภาพจะทําใหว้ ิธีการบาํ รุงรกั ษาแบบแก้ไขปรับปรงุ นีไ้ ม่มีความหมาย โดยสามารถแบ่ง
ออกเปน็ 2 ลักษณะ ไดแ้ ก่
(1) งานปรับปรุงแก้ไขเครื่องจักรให้มปี ระสทิ ธิภาพในการผลติ สงู กวา่ ท่เี ป็นอยู่
(2) งานดดั แปลงแก้ไขเครอื่ งจักรให้ง่ายต่อการบาํ รุงงรกั ษา ดังนั้นจงึ จาํ เปน็ จะต้องมกี ารควบคุมเชน่ เดยี วกบั การ
บาํ รุงงรักษาเชิงปอ้ งกัน
การบาํ รงุ งรักษาแบบแก้ไขปรับปรงุ (Corrective Maintenance) นม้ี ักจะมีเป้าหมายในการลดการ
สูญเสยี ลดตน้ ทุนในการซ่อมบาํ รุง ลดเวลาในการซ่อม ยดื อายุการใช้งานของเครื่องจักร ดงั นัน้ การทำ
Corrective maintenance เป็นกจิ กรรมทส่ี ำคัญมากเทยี บกับกจิ กรรมซ่อมบํารงุ ในลักษณะการบาํ รงุ งรกั ษา
แบบแก้ไขชนดิ มีแผนและไม่มีแผน (Planned and Unplanned Connective Maintenance) คอื การบํารุงง
รักษาทง้ั หมดท่ีกระทําเพื่อแก้ไขปัญหาทเ่ี กดิ ข้ึนในเครื่องจักร การบาํ รงุ งรกั ษาแบบแก้ไขไม่จำเปน็ ต้องเปน็ การ
11
บาํ รงุ รกั ษาเมือ่ เสยี หาย หรือการบาํ รงุ รกั ษาแบบฉุกเฉนิ เท่านนั้ บางครงั้ อาจจะเกดิ สิ่งบกพรอ่ งขน้ึ ในเครื่องจกั ร
ก่อนท่ีจะรกุ ลามมากจนเสยี หายเกนิ แก้ไข การบํารงุ รกั ษาแบบแก้ไขสามารถแบ่งออกเปน็ 2 กลมุ่ คอื
(1) การบํารุงรกั ษาแบบแก้ไขชนดิ มีแผน (Planned corrective Maintenance) เปน็ การ
บํารุงรักษาต่อเครื่องจักรและอุปกรณ์ท่ีมีอาการ หรอื สิง่ บง่ บอกถึงการชาํ รดุ เสียหายทีจ่ ะเกดิ ขึน้ แต่ยัง
สามารถใชง้ านต่อไปได้อีกระยะหนงึ่ ท่ีเพียงพอในการวางแผนและเตรียมการบาํ รงุ รักษา โดยจะมีการเตรยี มการ
ด้านกาํ ลังคน วสั ดแุ ละเคร่อื งมือไว้พร้อมกบั การวางแผนเพื่อนาํ ช้ินส่วนอปุ กรณ์ท่ชี าํ รดุ นั้นออกมาในเวลาที่
เหมาะสม เพ่อื ทําการแก้ไขก่อนทกี่ ารชํารดุ เสียหายจะเกดิ ข้ึนจนต้องหยดุ เคร่ืองจักรและอุปกรณ์ดังกลา่ ว
(2) การบำรุงรกั ษาแบบแกไ้ ขชนิดไมม่ แี บบแผน (Unplanned corrective maintenance) การบำรงุ รกั ษา
แบบแก้ไขชนิดไม่มแี บบแผน คอื การบำรุงรกั ษาท่ีไม่สามารถวางแผนไดเ้ ช่น กรณฉี กุ เฉินหรอื มีความเสยี หาย
เกดิ ขึน้ อยา่ งไมค่ าดคิดมาก่อน ถา้ เวลาที่ทราบลว่ งหน้านอ้ ยกว่า 8 ชว่ั โมง จะถือไดว้ ่าการบาํ รุงรกั ษาแบบแก้ไข
น้ันเป็นชนิดไม่มแี ผน เพราะเวลาน้อยเกนิ ไปทจี่ ะวางแผนได้อย่างเหมาะสม คือ
ไมส่ ามารถวางแผนเกีย่ วกับกําลงั แรงงาน และอะไหลต่ า่ งๆ ไดก้ ่อนทีจ่ ะเร่ิมงานบาํ รุงรักษา การบํารุงรกั ษา
แบบแก้ไขชนดิ ไม่มแี ผน จะทําใหเ้ สียค่าใช้จา่ ยในการบํารงุ รักษาสงู มาก และต้อง
หยุดเครื่องจักรอย่างไม่คาดคิดจงึ ทําให้มีผลกระทบต่อการผลิต เกดิ การสญู เสียในการผลิต และคุณภาพของ
ผลผลิต ซึ่งเปน็ คา่ ใช้จ่ายบํารุงรกั ษาทางอ้อมในเวลาเดยี วกัน คา่ ใช้จ่ายบํารุงรกั ษาทางตรงจะสูงมากเช่นกัน
เนือ่ งจากความเสยี หายของเครอื่ งจักร สง่ ผลให้ภาระงานของฝา่ ยบํารุงรักษาจะเพ่ิมสงู ขึน้ เม่อื เคร่ืองจักรเกิด
ความเสยี หาย ซึ่งจะนําไปสคู่ ่าใช้จา่ ยท่ีสูง ภายในโรงงานมกี ารบํารุงรักษาแบบแก้ไขไม่มี
แผนแสดงให้เหน็ ถงึ การบาํ รงุ รกั ษาทั้งหมดถูกควบคุมด้วยความเสียหายของเคร่อื งจักร ถ้าต้องการให้โรงงานมี
ประสิทธิภาพสูงในการประกอบธรุ กิจ จาํ เปน็ อยา่ งยิง่ ทีจ่ ะต้องลดความเสียหายของเคร่ืองจกั รและจดั ให้การ
บาํ รงุ รกั ษาแบบแก้ไขเป็นลกษณะมีแผน ส่ิงจาํ เปน็ ท่ีต้องทราบ คือ งานบำรงุ รักษาในอนาคตอนั ใกลน้ ้ีจะตอ้ งทำ
อะไรบา้ ง เพื่อท่จี ะจดั เตรียมกําลังคน อปุ กรณ์และเอกสารต่างๆ สิง่ น้จี ะชว่ ยลด
12
ค่าใช้จา่ ยบาํ รุงรักษาในทางอ้อม และค่าใชจ้ า่ ยบํารงุ รักษาทางตรงดว้ ยการบํารุงรกั ษาทางอ้อม
- ความร้สู ึก ใช้ประสาทสมั ผัส ดูฟงั ชิม
- อปุ กรณ์ใชเ้ ครื่องมือวัดตามช่วงเวลา หรอื วัดต่อเน่ือง
• 1.5การบํารุงรักษาแบบป้องกัน
- มแี ผนวางแผนล่วงหน้าจดั เตรยี มล่วงหนา้ สามารถควบคุมได้
- ไมม่ แี ผนหยดุ กะทนั หนั เร่งด่วนไมส่ ามารถควบคมุ ได้
การบาํ รงุ รกั ษาแบบแก้ไขเปน็ การบาํ รุงรกั ษาทจี่ ะดาํ เนนิ การเม่ืออปุ กรณ์เคร่อื งจกั รเกดิ การขดั ข้อง หรือชํารุด
สง่ิ ทีต่ ้องคํานึงถึงในการบาํ รุงรักษาแบบนี้คือ
(1) การสาํ รองอะไหล่ วา่ จะต้องสํารองสว่ นใดเท่าไหรต่ ้องคํานงึ ถงึ ความจําเป็น และสถิติของการชํารุด
(2) ผู้ทีจ่ ะทําการซอ่ มจะใช้บุคลากรจากภายใน หรือบริษทั จากภายนอก
13
(3) นโยบายทางด้านคุณภาพและความเชื่อถือของระบบ เป็นการดําเนินการเพ่ือการดัดแปลงปรับปรงุ แก้ไข้
เครือ่ งจักร หรอื สว่ นของเคร่ืองจกั ร เพื่อขจัดเหตุขดั ข้องท่เี กิดขน้ึ บอยจนเปน็ ปัญหาขัดขอ้ งซ้ําซากจนเกดิ การ
เร้อื รังของเคร่ืองจักรให้หมดไปโดนสนิ้ เชงิ ระบบงานบํารงุ รักษาแบบแก้ไข
• 1.6 ระบบงานบาํ รงุ รักษาแบบแกไ้ ข - ระบบวสั ดุคงคลัง/จัดซอ้ื
- ขอ้ มูลเคร่ืองจกั ร
- ข้อมูลเอกสารทางเทคนิค
- แรงงาน
14
• 1.7ต้นทนุ ในการบาํ รงุ รกั ษาแบบแกไ้ ข
(1) ต้นทนุ การวางแผนปรบั ปรงุ งานบาํ รุงรกั ษา การปรบั ปรุงความสามารถในงานบาํ รงุ รักษาCorrective
Maintenance และ Maintenance Prevention
(2) ตน้ ทุนในการพฒั นาทรัพยากรบุคคล และการปรบั ปรุ งระบบงาน
(3) ต้นทนุ ในการส่งเสริม และผลักดันงานบํารงุ รกั ษา
(4) ต้นทุนในการดําเนนิ งาน และการบรหิ าร
• 1.8 คา่ ใช้จ่ายทเี่ กีย่ วข้องกับการซอ่ มบาํ รุงแก้ไขประกอบด้วย
(1) คา่ ซ่อม
(2) การผลติ ทห่ี ายไป
(3) ยอดขายทีห่ ายไป
ค่าใช้จา่ ยในการบำรงุ รักษาความเสียหายเปน็ สว่ นสำคญั ของงบประมาณการดําเนินงานในภาคอุตสาหกรรม
ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสรา้ งอายุ / โรงงาน มีสว่ นเกย่ี วข้อง
ขัน้ ตอนการบำรงุ รกั ษาท่ีถกตู ตอ้ งเรมิ่ ต้นด้วยการววนิ จิ ฉัยความลม้ เหลว ขัน้ ตอนการวนิ ิจฉยั อาจรวมถงึ :
(1) การตรวจรา่ งกายของระบบ
15
(2) การใชค้ อมพวิ เตอรว์ ินจิ ฉยั เพอ่ื ประเมนิ ระบบ
(3) การสมั ภาษณผ์ ู้ใช้
(4) อีกหลายขัน้ ตอน
ตัวอยา่ งการรักษาแบบแก้ไขปรับปรุง
(1) การซ่อมแซมฉุกเฉิน เปน็ การซ่อมแซมอย่างเร่งดว่ น เช่น ลิฟตท์ ี่ไม่ ทำงานแต่มีคนอยู่ดา้ นใน
(2) ข้อขัดขอ้ งในการให้บริการ คืนค่าบรกิ ารที่ไม่ทำงาน ตัวอย่าง เช่น การเรียกคืนแพลตฟอรม์ การซื้อขายหนุ้ ที่
ไม่ทำงาน
(3) ซ่อมแซม การซ่อมแซมสิ่งต่างๆทีเ่ สยี หาย เช่น การซ่อมเครื่องปรบั อากาศที่ไม่ทาํ งาน
(4) ประสิทธภิ าพ การบํารงุ รักษาท่ีออกแบบมาเพื่อคืนคา่ บางอย่างให้มปี ระสิทธิภาพสูงสุดตวั อย่าง เช่นการ
บาํ รุงรักษาบริการซอฟต์แวร์ที่กําลงั ทาํ งานชา้
(5) คุณภาพ การแก้ไขที่มีคณุ ภาพ ตัวอยา่ ง เชน่ การบํารงุ รักษาบนรถไฟหัวกระสุนเพอ่ แกไ้ ขการสนั่ สะเทือนท่ี
ทำให้เกดิ เสียงดังและความไมส่ ะดวกของผ้โู ดยสาร
16
• 1.9 ความแตกต่างระหวา่ ง การบำรุงรักษาแบบแก้ไขปรบั ปรุง และการบำรุงรักษาแบบป้องกนั
(1) การบาํ รุงรักษาแบบแกไ้ ขปรับปรงุ จะดาํ เนนิ การเมื่ออุปกรณเ์ สยี หายจนทาํ ให้ต้องหยดุ เครือ่ งจักร และทํา
การซอ่ มแซม หรือเปลยี่ นชิ้นส่วนทเ่ี สยี และแจง้ ให้ฝา่ ยซ่อมบาํ รุงทราบ ในขณะที่การบาํ รุงรกษาแบบป ั ้องกัน
จะเปน็ การวางแผนโดยกําหนดระยะเวลาในการเปลีย่ นชน้ิ สว่ นอะไหล่ ่
(2) การบํารุงรกั ษาแบบป้องกัน จะเปน็ การบาํ รุงรักษาเปลย่ี นอปุ กรณ์แบบกําหนดเวลา หรอื เปล่ยี น
กาํ หนดเวลาให้นโยบายดา้ นการจดั การความลม้ เหลวแบบเชิงรกุ 2 แบบ ทใ่ี หว้ ศิ วกรฝ่ายเป็นผู้ซ่อมบาํ รงุ เพียง
ฝา่ ยเดียว
17
(3) การบาํ รงุ รักษาแบบแก้ไขปรบั ปรุง จะสามารถแก้ไขได้หลังจากทมี่ ีอปุ กณเ์ สยี หายเกิดข้ึนแลว้ ประโยชน์ของ
การบํารงุ รักษาแบบแก้ไขปรบั ปรุง
(1) พนักงานจาํ นวนนอ้ ยลง เนื่องจากการทํางานมีน้อยลง
(2) เพื่อช่วยยืดอายุการใชง้ านของเคร่ืองจักรท่เี สยี หาย
(3) ลดคา่ ใชจ้ ่ายในการซ่อมแซมอุปกรณ์
ข้อดีและข้อเสียของการบํารงุ รกั ษาแกไ้ ขปรบั ปรงุ
ขอ้ ดีของการบาํ รงุ รักษาแบบแก้ไขปรับปรุง (Corrective Maintenance) คอื ไดใ้ ช้ประโยชน์จากอายุการใช้
งานของ เครอื่ งจกั รอย่างคุ้มค่า ไมต่ ้องเสยี กําลงั คนและค่าใช้จ่ายในการบํารุงงรักษา แตเ่ ราไม่สามารถวางแผน
และ กําหนดเวลาในการซอ่ มแซมหรอื เปลยี่ นชน้ิ สว่ นได้บางครั้งจําเปน็ ต้องรีบทําจึงทําใหค้ ณุ ภาพของงาน
ออกมาไม่ มปี ระสิทธภิ าพทีด่ ีและเม่ือเกดิ การเสยี หายแลว้ จะค่อนขา้ งรุนแรง การซ่อมแซมจะเสยี ค่าใช้จ่ายสงู
กวา่ อย่างไรกต็ าม CM จะมีค่าใชจ้ า่ ยเกดิ ข้นึ บางครั้งถ้าอุปกรณบ์ างส่วนต้องทาํ การซ่อมแซมคา่ ใชจ้ ่ายสําหรบั
การเปลี่ยน อะไหลอ่ ย่างเดียวกม็ มี ากมาย ยงั ไม่รวมถึงดา้ น ความปลอดภัย สุขภาพ และสิง่ แวดล้อม (Safety
Health and Environment: SHE) อนั สบื เนื่องจากอปุ กรณไ์ ม่สามารถทาํ งานไดต้ ามปกติ
ข้อเสยี ของการบํารุงรักษาแบบแกไ้ ขปรับปรุง ได้แก่
(1) ไม่มีสญั ญาณใด ๆ บอกเป็นการเตือนลว่ งหน้าก่อนเคร่ืองจกั รเริม่ ชาํ รดุ
(2) ไมส่ ามารถยอมรับได้ในระบบทต่ี ้องการความเชอื่ ม่นั สงู เชน่ ระบบลิฟต์
(3) ตอ้ งเกบ็ ชิ้นส่วนอะไหลไ่ ว้เปน็ จาํ นวนมาก ซ่งึ หมายความวา่ มีค่าใช้จ่ายในการเกบ็ อะไหลค่ งคลงั สงู
(4) ไม่สามารถบรรลเุ ปา้ หมายในการปฏิบัติตามแผนการผลิตไดต้ ามประสงค์
(5) ไมส่ ามารถวางแผนงานในการบาํ รงุ รักษาได้
18
2.ทฤษฎีทีเ่ ก่ียวข้อง
• 2.1 หลกั การทำงาน Computerized Maintenance Management System (CMMS)
Computerized Maintenance Management System (CMMS) หรอื ระบบบรหิ ารจัดการงานบำรงุ รักษา
ดว้ ยคอมพิวเตอร์ คือ ระบบหรือซอฟต์แวรท์ ี่มหี นา้ ท่ีในการสนับสนนุ กิจกรรมท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั งานซ่อมและ
บำรุงรักษาของบริษัทโดยใช้คอมพวิ เตอร์ในการบรหิ ารจัดการ ซ่ึงในอดีตระบบ CMMS จะมบี ทบาทในการดูแล
จัดการงานบำรุงรักษาเคร่อื งจักรของโรงงานหรืออปุ กรณใ์ นโรงงานอตุ สาหกรรมเน่ืองจากเครอื่ งจักรดงั กลา่ ว
จำเปน็ ต้องได้รบั การดูแลเพ่ือใหส้ ามารถทำงานได้อยตู่ ลอดเวลามากยิ่งกวา่ น้นั ระบบกิจกรรมซอ่ มบำรุงของ
โรงงานทม่ี ีขนาดใหญ่จะมคี วามซบั ซอ้ น ดังนั้นการใชซ้ อฟต์แวร์ในการช่วยบรหิ ารจดั การและแก้ไขปัญหาที่
เกิดข้นึ จึงเป็นเรื่องท่ีสำคญั แต่ในปัจจุบนั ระบบ CMMS ถูกนำมาใชใ้ นการจัดการงานบำรงุ รกั ษาอุปกรณอ์ นื่ ๆ
เช่น คอมพวิ เตอรห์ รือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ของอุตสาหกรรมอ่นื ๆ มากย่งิ ขน้ึ เช่น โรงพยาบาล โรงแรมหรอื
ศนู ยก์ ารคา้ เปน็ ต้น โดยระบบ CMMS สามารถบรหิ ารจดั การกิจกรรมบำรงุ รกั ษาได้อย่างมปี ระสิทธิภาพมาก
ยิ่งขึน้ เม่ือใช้งานระบบ CMMS รว่ มกับระบบอื่น ๆ เช่น ระบบ Scada ระบบ PLC ระบบบาร์โคด้ (Barcode)
ระบบ RFID หรอื การใช้ร่วมกับอปุ กรณม์ อื ถือ (Mobile Devices) และตู้ Kiosk เป็นต้น
ระบบ CMMS จะต้องมีฟีเจอรท์ ค่ี รบครอบคลุมทุกกิจกรรมงานทเ่ี ก่ยี วกับการซ่อมบำรงุ และตอ้ งตรงตาม2.2
หน้าทแ่ี ละคุณสมบัติขัน้ ต้นของ CMMS ควรมอี ะไรบา้ ง
มาตรฐานสากล โดยฟเี จอร์หลกั ทรี่ ะบบ CMMS ควรมีได้แก่
1. ระบบบรหิ ารการซ่อม (Work Order Management) ซ่งึ รวมถงึ ระบบการแจ้งซ่อม ระบบใบคำส่ังซ่อม
ระบบการตรวจรบั งานซ่อมและปดิ งานซ่อม โดยระบบท้งั หมดควรท่ีจะสามารถปรบั เปลยี่ นกระบวนการทำงาน
(Work Flow) แบบฟอรม์ คำแนะนำหรือการแกไ้ ข ได้ตามประเภทของเครื่องจักรหรอื ปัญหา
19
2. ระบบการบรหิ ารการบำรุงรักษา (Preventive Maintenance) จัดตงั้ แผนการบำรงุ รักษา (Master Plan)
กบั เครื่องจกั รทั้งหมดเพ่อื ใหเ้ คร่อื งจักรสามารถทำงานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพและเกิดปัญหาน้อยทส่ี ดุ
นอกจากนกี้ ารทำการบำรุงรกั ษายงั ช่วยในเรอ่ื งการยืดอายขุ องเคร่ืองจักรและความเสย่ี งท่ีจะเกิดปัญหาใน
อนาคตอกี ดว้ ย
3. ระบบบริหารจดั การทรัพย์สนิ (Asset Management) ระบบเกบ็ บันทกึ ขอ้ มูลของเคร่ืองจักรและอปุ กรณ์
ต่าง ๆ เพ่ือใช้ในการวัดประสิทธิภาพการทำงานของเคร่ืองจักรและช่วยลดปัญหาท่จี ะเกิดข้นึ เชน่ การขโมย
การใช้อปุ กรณ์ผดิ วิธี การวางผดิ ตำแหนง่ ระบบน้ีช่วยในการตดิ ตามเครื่องจักรและประเมนิ คา่ วดั ผล
ประสิทธิภาพ
4. ระบบบริหารจดั การอะไหล่ (Inventory Management) ระบบเกบ็ บันทึกข้อมลู และติดตามอปุ กรณ์อะไหล่
ทใี่ ชก้ ับเครื่องจักร ซึ่งจะช่วยในการพิจารณาถงึ ตน้ ทนุ จำนวน ทจี่ ดั เก็บและอายุของอะไหล่ โดยระบบควรที่จะ
สามารถแจง้ เตือนหรอื สง่ั ซ้ืออะไหลท่ ่ีขาดไดโ้ ดยอตั โนมัติ
5. ระบบรายงานและวิเคราะห์ข้อมูลการซ่อม รายงานพร้อมการวเิ คราะหข์ ้อมูลและคำแนะนำเพิ่มเตมิ ต่อธรุ กิจ
เชน่ รายงานต้นทุนอะไหล่คงเหลือ รายงานแสดงความคมุ้ ค่าการใช้งานเครื่องจักร (Utilization) รายงานแสดง
ประสิทธิภาพความพร้อมใช้งานของเครื่องจักร (Availability) รายงานแสดงสาเหตหุ ลักการเสียของเคร่อื งจักร
(Root Cause Analysis) หรอื รายงานแสดง ประสิทธภิ าพ MTBF MTTR MWT
6. ระบบการส่ังซ้ือ (Purchasing) ระบบการสง่ั ซ้ืออะไหลแ่ ละอุปกรณท์ ีเ่ ชื่อมต่อกับระบบหลักของธรุ กจิ ท่ี
สามารถแจ้งเตือนการส่ังซอื้ ได้โดยอัตโนมตั เิ มื่ออะไหล่หรืออุปกรณข์ าด
7. การรองรบั กับระบบเสรมิ อื่น ๆ ระบบ CMMS ควรทีจ่ ะรองรบั กับการทำงานเสรมิ กบั ระบบอนื่ ๆ เชน่ การ
รองรบั Web App, Mobile, Kiosk การรองรับกบั ERP, Scada, PLC หรือ รองรบั การทำงานกบั บารโ์ ค้ดหรือ
RFID เป็นต้น
ประโยชน์ในการใช้ CMMS
• 2.3 ประโยชนใ์ นการใช้ CMMS
จากทีก่ ล่าวมาข้างตน้ ระบบ CMMS เป็นระบบที่สำคัญสำหรบั อตุ สาหกรรมการผลิตเน่อื งจากเคร่ืองจกั รของ
โรงงานจำเป็นตอ้ งได้รับการบริหารจัดการและดูแลรกั ษาให้อยู่ในสภาพทส่ี ามารถทำงานได้อยา่ งเต็ม
ประสิทธิภาพมากทีส่ ุดเท่าท่ีเปน็ ไปไดเ้ พ่ือท่จี ะผลติ สินค้าให้ไดม้ ีคุณภาพและตรงตามความต้องการ แต่
นอกจากน้ีระบบ CMMS ยงั มีประโยชน์อื่น ๆ อกี มากมาย ไดแ้ ก่
1. เป็นระบบท่ีรองรบั การซ่อมฉุกเฉินและสามารถจ่ายแผนงานการซ่อมและบำรุงรักษาไดโ้ ดยอตั โนมัติ พร้อม
การชน้ี ำแนวโนม้ ในการเลือกวิธีและรูปแบบบำรงุ รักษาทเ่ี หมาะสมสำหรับแตล่ ะเครื่องจักร
2. ระบบ CMMS ช่วยควบคุมและกำหนดคา่ ใช้จา่ ยทเี่ กิดขน้ึ จากกิจกรรมการบำรุงรักษา รวมถงึ ธุรกิจจะทราบ
ถึงคา่ ใช้จา่ ยในสดั สว่ นตา่ ง ๆ ของเครือ่ งจักรทัง้ หมด
20
3. ระบบ CMMS ชว่ ยสรา้ งคูม่ ือมาตรฐานในการทำงาน (Work Instruction) ของพนักงานซอ่ มบำรงุ เพ่ือลด
ความผดิ พลาดและเพิม่ ความชำนาญในการปฏิบัติงาน
4. เป็นเครื่องมือสำหรับการติดตามสถานะและประเมนิ ประสทิ ธภิ าพของเครื่องจักรโดยพจิ ารณาจากการเพมิ่
อายุและประสทิ ธิภาพโดยรวมเคร่อื งจักร OEE (Overall Equipment Effectiveness)
5. เปน็ ตัวช้ีถงึ สาเหตขุ องปัญหาทีท่ ำใหเ้ ครอ่ื งจักรเกิดความเสยี หายรวมถงึ พยากรณ์อายุการใชง้ านของ
เครื่องจักรและตน้ ทุนในการซ่อมแซม
• 2.4 PMII - ซอฟตแ์ วร์ซอ่ มบำรงุ CMMS ตามมาตรฐานสากล
PMII คอื ซอฟต์แวร์ซ่อมบำรงุ ตามมาตรฐานสากล CMMS ท่ีมฟี ีเจอร์ครบ รองรบั ทุกกจิ กรรมท่ี
เก่ยี วขอ้ งกบั งานซ่อมและบำรุงรักษา โดย PMII มีจุดเดน่ ท่ีการชว่ ยให้งานซอ่ มและบำรงุ รักษาเปน็ ไปได้อยา่ ง
อัตโนมตั ิด้วยการทำงานรว่ มกับอุปกรณ์ IoT และระบบ Scada, PLC, ERP หรือ GPS นอกจากนี้ PMII ยงั
รองรับตอ่ อปุ กรณม์ ือถือ (Mobile), Kiosk และยงั เหมาะสมกับทุกโรงงานอุตสาหกรรม ซงึ่ PMII มฟี ีเจอร์การ
ทำงานหลักๆ ได้แก่
21
1. ระบบจดั การบรหิ ารทรัพย์สิน (Asset Management) - บรหิ ารจัดการเครอื่ งจักร อปุ กรณแ์ ละอะไหล่ตา่ ง ๆ
ได้อย่างไม่จำกัด รวมถึงแสดงถงึ ประสิทธิภาพของเคร่ืองจกั รและต้นทนุ นอกจากน้ี ยังรองรบั ตอ่ การเชอ่ื มโยง
กับ ERP, Scada, PLC, GPS
2. ระบบการบำรงุ รักษาเชงิ แกไ้ ขปรบั ปรงุ (Corrective Maintenance) - รองรบั การแจ้งซอ่ มได้หลายชอ่ งทาง
เชน่ PC, Kiosk, PLC , App รองรบั การแยกกลุ่มอาการเสีย การจัดเรียงควิ ซ่อมโดยยดึ ถือความสำคัญของ
เครอ่ื งจักรเป็นหลักและการนำเสนอชา่ งซอ่ ม วิธกี ารซอ่ ม ขั้นตอนการซ่อม ทีด่ ที ่สี ุดในงานน้ัน
3. ระบบวางแผนและพยากรณก์ ารบำรงุ รักษา (Preventive Maintenance & Predictive Maintenance) -
ระบบวางแผนและพยากรณ์การบำรงุ รกั ษาท่ีสรา้ งได้อย่างอิสระหลายรปู แบบพร้อมระบบยงั ใชง้ านง่ายด้วยการ
แสดงตารางงาน (Master Plan) ในรูปแบบปฎทิ นิ ทส่ี ามารถสง่ั เลอ่ื นแผนได้ทันทีแค่ Drag and Drop เทา่ นน้ั
4. ระบบการบำรงุ รักษาตามสภาพ (Condition Based Maintenance) - แจ้งเตือนความผดิ ปกติของ
เครอื่ งจักร (โดยการดึงข้อมลู จาก Scada หรือ PLC) พร้อมออกใบสงั่ งานเม่ือเครื่องจักรเริ่มผดิ ปกตไิ ปยัง
หนว่ ยงานซ่อมบำรงุ หรือ Mobile Application ของช่างได้อย่างอัตโนมัตแิ ละทันที
5. ระบบการจดั การอะไหลค่ งคลัง (Inventory Management) - คำนวนและแจง้ เตอื นจำนวนอะไหล่ที่
เหมาะสมแบบอตั โนมัติพร้อมพยากรณ์การใช้อะไหล่ลว่ งหนา้ อีกทัง้ ยังสามารถคำนวณอายอุ ะไหล่ได้โดย
อัตโนมัตโิ ดยม่งุ เน้นถึงการใชง้ านอะไหลอ่ ย่างคุม้ ค่าสงู สุด
6. ระบบรายงานข้อมลู (Report Management) - รายงานแสดงประวัตกิ ารซ่อมท่ีบอกถงึ เวลาหยดุ เคร่ือง
เวลาซ่อม เวลารอและคา่ ใชจ้ ่ายอืน่ , รายงานการแสดงความคุ้มค่าในการใชง้ านเคร่ืองจกั ร, รายงานแสดง
ประสิทธิภาพความพร้อมใช้งานของเครอื่ งจักร, รายงานแสดงสาเหตกุ ารเสยี หลักของเครื่องจักร, รายงานแสดง
ประสิทธิภาพ MTBF MTTR MWT และรายงานเชิงวเิ คราะหแ์ ละแนวโน้มของ
• 2.5 ววิ ัฒนาการของการบำรุงรกั ษางานซ่อมบำรุง
• การบำรุงรกั ษาเมอื่ ขัดข้อง(Break Down Maintenance)
• การบำรุงรกั ษาเชงิ ป้องกนั (Preventive Maintenance)
• การบำรุงรักษาเชงิ แก้ไขปรับปรงุ (Corrective Maintenance)
• การปอ้ งกันการบำรงุ รักษา(Maintenance Prevention)
• การบำรงุ รักษาทวผี ล(Productive Maintenance)
22
Proactive มีความหมายในภาษาองั กฤษ คือ "Taking action by causing change" หรือ แปล เปน็ ไทยว่า
“เข้าควบคุมเหตุของสถานการณ์ดำเนินการเชงิ รุก โดยเป็นผู้กำหนดสถานการณ์ หรือ วางแผนล่วงหนา้ และทำ
ให้เหตกุ ารณ์ท่ีจะเกดิ ขนึ้ เปน็ ไปตามกำหนด” จงึ เป็นท่ีมาของการบำรุงรักษาเชิงรุก ซึ่งแทนท่ีการบำรุงรกั ษาเชิง
ปอ้ งกันในความหมายเดิมและ ความหมายของคำวา่ เชิงรุกได้ขยายขอบเขตออกไปถงึ การคาดการณถ์ งึ ผลลพั ธ์
ล่วงหนา้ หรือ Proactive Solution เป็น ท่เี รียบร้อยตามกลยุทธ์ที่ได้วางไว้
TPM = การบำรุงรกั ษาท่ีทกุ คนมีส่วนรว่ ม
• 2.6 นิยามของ TPMการบำรุงรกั ษาทวีผล
(การบำรุงรักษาแบบป้องกนั (PM) + CM + BM)+MP+QC Circle + การบำรงุ รกั ษาด้วยตนเอง
(Autonomous Maintenance) +Life Cycle Cost
Reliability Centered MT.
Proactive MT.
Condition Base MT.
Preventive MT.
Brake down MT.
• 2.7 การคำนวณประสทิ ธิผล
- การหาคา่ MTBF (Mean Time Between Failure)
(เวลาที่เคร่อื งจักรทำงานทั้งหมด – Down Time) / จำนวครง้ั ทเ่ี ครอ่ื งจักรชำรดุ
- การหาคา่ MTTR (Mean Time To Repair)
เวลาที่หยดุ ซอ่ มเคร่อื งจกั ร / จำนวนครง้ั ที่หยดุ ซอ่ มเคร่ืองจกั ร
- การหาค่า OEE (Overall Equipment Efficiency)
Availability% x Performance Efficiency% x Quality Rate%
23
3.วธิ กี ารดำเนินงาน
แผนทีต่ ัง้ โรงงาน
กรณศี ึกษาปรับปรุงการเพ่ิมประสิทธภิ าพการซ่อมบำรงุ ในอุตสาหกรรม
บริษัท บอร์กวอร์เนอร์ (ประเทศไทย) จำกดั
BorgWarner Thailand limited
ประวัติความเปน็ มาของบรษิ ัท
บริษทั บอร์กวอร์เนอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือบริษทั บอร์กวอร์เนอร์ ผู้ผลิตระบบสง่ กำลงั และโซลูชนั่ ชน้ั
นำดา้ นช้นิ ส่วนยานยนตร์ ะดบั โลก จดั พิธเี ปดิ โรงงานผลิตระดบั เวริ ค์ ลาสที่นิคมอุตสาหกรรมอสี เทริ ์นซบี อรด์
(ระยอง) พัฒนาโดยบริษทั เหมราชพฒั นาทีด่ นิ จำกดั (มหาชน) ในเครือบริษัท ดบั บลวิ เอชเอ คอรป์ อเรชัน่
จำกดั (มหาชน) ในเขตเศรษฐกจิ พเิ ศษภาคตะวนั ออก (อีอซี ี) ซง่ึ เป็นจุดยทุ ธศาสตร์สำคญั ดา้ นการลงทนุ ของ
ไทย โรงงานขนาด 6,500 ตารางเมตรแห่งน้จี ะขับเคล่อื นการผลิตเทอรโ์ บชาร์จเจอรท์ มี่ ีประสทิ ธภิ าพดา้ นการ
ประหยดั พลงั งาน เพื่อสง่ มอบให้กับผูผ้ ลติ ยานยนต์ชนั้ นำในภมู ภิ าคได้อย่างทั่วถึง
24
รู้จกั กบั บอรก์ วอร์เนอร์ (BorgWarner)
บอรก์ วอรเ์ นอร์ เป็นบริษัทภายใตก้ ารควบคุมของ บริษัท บอรก์ วอรเ์ นอร์ อนิ ซ์ (สหรฐั อเมรกิ า) ผนู้ ำระดบั โลก
ดา้ นโซลูชั่นเทคโนโลยที ่สี ะอาดและมีประสทิ ธภิ าพสำหรับการเผาไหม้ ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟา้ ซง่ึ มี
โรงงานผลิตและศูนย์พัฒนาเทคโนโลยี 64 แห่งใน 17 ประเทศ และมพี นักงานทั้งหมดกวา่ 27,000 คน
สำหรบั โรงงาน BorgWarner แหง่ ลา่ สุดทจ่ี ังหวดั ระยองน้ี จะตอบสนองต่อความต้องการเทคโนโลยีเทอรโ์ บ
ชารจ์ เจอร์ทีเ่ พ่ิมขนึ้ ในตลาดเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ โดยได้รบั การส่งเสริมการลงทนุ จากสำนักงาน
คณะกรรมการส่งเสรมิ การลงทุน (บีโอไอ) ดว้ ยกำลงั การผลิต 787,000 ช้นิ เมด็ เงนิ ลงทุน 852 ล้านบาท และ
สร้างการจา้ งงานกวา่ 200 คน
โรงงาน BorgWarner ทน่ี คิ มอตุ สาหกรรมอสี เทิร์นซบี อร์ด (ระยอง) ได้รบั การออกแบบตามหลักการผลติ แบบ
ลนี ทำให้การเคลื่อนไหลของคนและวสั ดุต่างๆ เปน็ ไปตามไลน์การผลติ ทีว่ างแผนไวอ้ ย่างราบร่ืนและมี
ประสิทธิภาพ การผลติ ท้งั หมดได้รับการควบคมุ ใหอ้ ยู่ในสภาพแวดล้อมท่ีสะอาดด้วยพ้นื โรงงานทป่ี ิดผนึกดว้ ย
แรงดนั สงู และมีอากาศเยน็ เพื่อป้องกนั ไม่ให้อนภุ าคใด ๆ ท่ีอาจจะมารบกวนกระบวนการผลิตได้
ขอ้ มูลจาก BorgWarner ตวั เลขคาดการณป์ ี 2020 จะมรี ายได้อยู่ท่ี 11.5 - 11.8 พันลา้ นเหรยี ญ โดย Backlog
ในธุรกจิ ใหม่จะขับเคลื่อน CAGR 5-7% ต่อปี (ปี 2017-2020) ธรุ กิจใหม่มมี ลู คา่ สุทธิ 700-825 ล้านเหรยี ญ ซง่ึ
เปน็ การเติบโตในทุกระบบขบั เคล่ือน แบ่งเป็นด้วยการเผาไหม้ 50%, รถไฮบรดิ 45% และรถยนตไ์ ฟฟ้า 5%
จากยอดขายสุทธิ และคาดว่าภมู ิภาคเอเชียจะมกี ารเตบิ โตสงู สุดที่ 41% ตามด้วยอเมริกา 38% และยโุ รป
21%
รายละเอียดโครงการ
เทคโนโลยีท่ีให้การประหยัดน้ำมนั ทดี่ ขี น้ึ การปล่อยมลพิษท่ีลดลงและประสทิ ธภิ าพทย่ี อดเยย่ี ม - BorgWarner
ทำให้เป็นไปได้ ในฐานะซัพพลายเออร์ยานยนตช์ ัน้ นำเราไดพ้ ฒั นาโซลชู ันระบบสง่ กำลังทเ่ี ปน็ นวัตกรรมใหม่
ผลติ ภัณฑข์ องเราสามารถพบไดใ้ นรถยนตเ์ บนซนิ ท่ีมีประสิทธภิ าพดเี ซลสะอาดไฮบรดิ และไฟฟ้าลว้ นรวมถึงการ
ใชง้ านเชิงพาณิชยแ์ ละบน / นอกทางหลวง ดว้ ยความมุ่งมนั่ อยา่ งต่อเน่ืองของเราในการสร้างสรรค์นวัตกรรม
BorgWarner นำเสนอโซลูชัน่ ท่ีเปน็ มิตรกับสง่ิ แวดลอ้ มซ่ึงช่วยเพ่มิ ความสะดวกสบายในการขบั ข่ีสมรรถนะและ
ความนา่ เชือ่ ถือ
หนว่ ยธรุ กิจ BorgWarner Turbo Systems พัฒนาและผลิตเทอรโ์ บชารจ์ เจอรก์ ๊าซไอเสยี ทีเ่ ปน็
นวัตกรรมใหม่ เราผลติ ระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ท่ีมีบทบาทสำคญั ในการปรบั ปรงุ ความสะดวกสบายในการขับข่ี
การสิน้ เปลอื งน้ำมนั เชื้อเพลิงและความเปน็ มติ รต่อส่งิ แวดลอ้ มของยานพาหนะทว่ั โลก
25
ทำเลทีต่ ัง้
บรษิ ทั บอร์กวอร์เนอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
ที่อยู่300/148 หมู่ 1 ตำบลตาสิทธิ์ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง 21140
โทรศัพท์ 0-3301-7241
บริษทั บอร์กวอรเ์ นอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
แผนผงั การติดตงั้ เคร่ืองจักร
26
• ขอ้ มูลก่อนการเพ่ิมประสิทธภิ าพการซ่อมบำรงุ ปี 2020
KPI บริษทั BorgWarner Thailand
Machine And Facility Breakdown = <1%
MTBF (hr) = >145 hr
MTTR (min) = <88 min
On Time PM = >90 %
27
• กราฟแสดงประสิทธิภาพ
• Machine And Facility Breakdown
• MTBF (hr)
• MTTR (min
• On Time PM
28
• OEE Maintenance And Facility
ยกตัวอย่าง Downtime ทีเ่ กิดขึนในแต่ละเดอื น Jan-Jun 2020
29
30
31
PM plan Assembly
PM plan Machining
32
ขอ้ มลู หลังการเพ่ิมประสิทธภิ าพการซ่อมบำรุง ปี 2020
KPI บริษัท BorgWarner Thailand
Machine and Facility Breakdown = <1% Results = 0.36 % อยุ่ในเปา้ หมาย
MTBF (hr) = >145 hr Results = 190 hr อยใุ่ นเปา้ หมาย
MTTR (min) = <88 min Results = 29.3 min อยุใ่ นเป้าหมาย
On Time PM = >90 % Results = 100 % อยุใ่ นเปา้ หมาย
33
34
35
• Action การวางแผนเพ่ือ PM ประจำปี ELECTRIC NUT RUNNER OVERHAUL PLAN Y2019-2021
• Action การวางแผนเพื่อ PM ประจำปี VACUUMPUMP OVERHAUL PLAN Y 2020-2021
36
REPAIRING REPORT
Customer Name : บริษัท บอร์กวอร์เนอร์ (ประเทศไทย) จำกดั Receive Date : 22/03/2021 Delivery
Date : 25/03/2021 Attention : K. Sutan Thidsuksai P/O No. : -
Pump Type : Rotary vane vacuum pump Manufacture : Leybold
Model : SV 300 B Serial No. : 31001511153
Our Warranty : 6 Months (25/03/2021 – 25/09/2021)
Report No. : NPS21-A082
37
DATA & TEST REPORT
Remark ............................................................................................................................. ................
38
Before & After Picture
39
สภาพปม๊ั โดยรวม
40
อะไหล่อน่ื ๆ ทเ่ี ปลีย่ น
41
Test Report
การวดั ประสทิ ธภิ าพปมั๊ และมอเตอร์
42
คา่ การวัดประสทิ ธภิ าพป๊ัมและมอเตอร์
43
Remark ………………………………………………………………………………………………
44
• ยกตวั อย่าง Maintenance PM Planning Y 2020 (Machining Line )
45
• ยกตวั อย่าง Maintenance PM Planning Y 2020 ( Machining Line )