สาราคตี านุสรณ์
ครูสุรางค์ ดุริยพันธุ์
ศิลปนิ แหง่ ชาติสาขาศลิ ปะการแสดง (คตี ศลิ ป)์
พทุ ธศักราช ๒๕๖๐
คำนำ
“สาราคตี านสุ รณ ครสู รุ างค ดุรยิ พันธุ” จดั ทำขน้ึ โดยมวี ตั ถุประสงคเพอื่ นำเสนอ
ผลงานทีโ่ ดดเดนของ "ครูสุรางค ดุริยพันธุ” ศิลปนแหงชาติสาขาศิลปะการแสดง (คตี ศลิ ป)
พุทธศักราช ๒๕๖๐ โดยรวบรวมประวตั ิผลงานในดา นตางๆ ซ่งึ เปน ผลงานทคี่ รชู ืน่ ชอบ
ต้ังแตผลงานในอดตี ในยุคทค่ี รูทำงานอยูทีส่ ถานโี ทรทศั นไ ทยทีวชี อง ๔ บางขุนพรหม
จนถึงผลงานในยุคหลัง ซึ่งลวนแตแสดงใหเห็นถึงประสบการณและความเช่ียวชาญ
ทางดา นคตี ศลิ ปไ ทยในแขนงตางๆ ท้ังดานการขบั รองเพลงไทย การขบั เสภา การแสดง
นาฏดนตรี (ลเิ ก) การสวดทำนองสรภญั ญะ รวมท้งั ความสามารถในการจดั รายการวทิ ยุ
อีกทั้งยังนำเสนอแนวคิดและผลงานในการพัฒนากลวิธีการสอนขับรองเพลงไทยเพ่ือ
ถายทอดใหกบั นักเรยี น นสิ ติ นักศกึ ษา และผูท่ีสนใจ ในฐานะ “ครสู อนขับรองเพลงไทย”
มานานหลายทศวรรษ ดังปรากฏในผลงานการสอนขบั รองเพลงไทยผา นรายการวิทยุและ
ผลงานนวัตกรรมบทเพลงประกอบการเรยี นการสอนขับรองเพลงไทย โดยผลงานทงั้ หมดนี้
คณะผูจัดทำไดดำเนินการเผยแพรในรูปแบบไฟลเสียงในหลากหลายชองทางดวยกัน
ไดแ ก YouTube channel และ Facebook โดยใชช ่อื วา “คีตานสุ รณ ครูสรุ างค ดุริยพันธุ”
อีกทง้ั ยังสามารถเขารับฟง บทเพลงตา งๆ ผา นทาง QR Code ทีป่ รากฎอยูในหนังสอื เลม น้ี
หรอื ดาวนโ หลดบทเพลงและหนังสือ “สาราคตี านสุ รณ ครูสรุ างค ดรุ ยิ พนั ธุ” ไดทาง URL
ตามลิงคที่แนบมาน:้ี shorturl.at/mnHKM
คณะผูจดั ทำหวังเปนอยางยง่ิ วา ผลงานของครูสุรางค ดรุ ิยพนั ธุท่ไี ดร วบรวมมาน้ี
จะเปนประโยชนอยางย่ิงตอนกั เรยี น นิสิต นกั ศึกษา และบคุ คลทั่วไปผทู ีม่ ีใจรักเพลงไทย
ใหสมกับเจตนารมณของครูสุรางคที่ตองการจะอนุรักษและสืบสานคีตศิลปไทยใหคงอยู
คชู าติคูแผนดนิ ตลอดไป
คณะผจู ดั ทำ
๑๘ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓
(๑)
กิตตกิ รรมประกาศ
ขอกราบขอบพระคณุ ครูนฤพนธ ดุรยิ พนั ธุ ครูพจนา ดุรยิ พนั ธุ
ครสู มชาย ทับพร ครสู ุธารณ บัวทัง่ อาจารยวรพล มาสแสงสวา ง รวมทั้ง
ทายาทและศิษยานศุ ษิ ยของครูสรุ างค ดุริยพนั ธุ ทกุ ทา น ทีไ่ ดกรุณาใหข อมูล
พรอ มทงั้ คำแนะนำท่เี ปน ประโยชนในการจัดทำ “สาราคตี านุสรณ ครูสุรางค
ดุริยพนั ธุ” ชดุ นี้จนสำเร็จลุลว งไดดว ยดี
ขอกราบขอบพระคุณ น.สพ. สวรรค วรรณบรู ณ (ผลู วงลบั ) ซ่งึ เปนผู
บันทึกเสียงผลงานการขับรองของครูสุรางค ดุริยพันธุ ในการขับรองเพลง
ประกอบการแสดงละครเร่อื งมโนราห การแสดงละครเรื่องขนุ ชา งขนุ แผนตอน
พระไวยแตกทัพและพลายเพชรพลายบัวออกศึก รวมถึงการแสดงนาฎดนตรี
คณะดรุ ยิ พันธุ เรื่องมรดกของไทย ซ่งึ ไดนำมาจดั ทำเปน ตนฉบบั เพื่อเผยแพร
ในโอกาสน้ี
ขอขอบคณุ อาจารยฐาปณฐั ธรรมเทยี่ ง ทไ่ี ดก รุณามอบตน ฉบบั ไฟล
บันทึกเสียงวัตกรรมบทเพลงประกอบการเรียนการสอนคีตศิลปของครูสุรางค
ดุริยพนั ธุ สำหรบั นำมาเผยแพรในโอกาสนี้
(๒)
สาร
าคตี านสุ รณ์ ครสู รุ างค์ ดุรยิ พนั ธ์ุ
๑. เพลงแขกมอญ เถา ขับรองประกอบการเดย่ี วระนาดเอก
๒. เพลงพญาโศก สามช้นั ขับรอ งประกอบการเดย่ี วระนาดเอก
๓. บทสดดุ กี วีเอกสุนทรภู สวดทำนองสรภัญญะ
๔. การขบั รองชดุ เหก ลอ มพระบรรทม
๕. ระบำนพรัตน
๖. เพลงกนิ นรรำ
๗. เพลงรกั บังใบ
๘. เพลงตับเรือ่ งขอมดำดนิ
๙. การขบั เสภา ๑๘. การขบั รองประกอบการแสดงละคร
๑๐. การขบั รอ งเพลงหุนกระบอก เร่ืองมโนราห
๑๑. รายการวรรณกรรมสังคตี เรอื่ งพระอภยั มณี
๑๒. รายการวรรณกรรมสงั คีต เรื่องขุนชางชุนแผน ๑๙. การขบั รอ งประกอบการแสดงละคร
๑๓. รายการอยอู ยา งไทย ตอน “คตี ศิลปก ับอารมณเพลง”
เรอื่ งขุนชา งขุนแผน ตอนพระไวยแตกทพั
๒๐. การขับรอ งประกอบการแสดงละคร
เร่ืองพญาผานอง
๑๔. รายการอยอู ยางไทย ตอน “รูเ รือ่ งรองเพลงไทย” ๒๑. การแสดงนาฏดนตรีคณะดุรยิ พันธุ
๑๕. รายการดนตรไี ทยเพชรล้ำคา ๒๒. เพลงเทพนฤมิตร เถา
๒๓. เพลงวายุบุตรยาตรา เถา
การสอนขบั รอ งเพลงลาวคำหอม ทอนที่ ๑ ๒๔. เพลงขอมโบราณ เถา
๑๖. เพลงลาวเส่ียงเทียน สามชน้ั ๒๕. เพลงทยอยใน เถา
๑๗. เพลงเขมรใหญ สามชนั้ ๓๖. เพลงปลาทอง เถา
๒๗. เพลงเตากินผกั บงุ สองชัน้
๒๘. เพลงสามเสียงไพเราะ
๒๙. เพลงหวั ใจเสียงเอือ้ น
๓๐. เพลงกลวิธขี บั รองเพลงไทย
(๓)
ผลงานการขับรอ้ งประกอบการเด่ยี วเคร่อื งดนตรี
ผลงานการบนั ทึกเสียง “เพลงแขกมอญ เถา” และ “เพลงพญาโศก สามชั้น” นี้ ครสู ุรางค
ดุริยพนั ธุ (ศิลปนแหง ชาต)ิ เปน ผูขับรอง และครูชัยยุทธ โตสงา บุตรชายของครสู พุ จน
โตสงา และครดู วงเนตร ดุริยพนั ธุ เปน ผูบรรเลงเดย่ี วระนาดเอก
บทสดดุ กี วเี อกสนุ ทรภู่ อ่านทำนองสรภัญญะ
“บทสดดุ ีกวีเอกสุนทรภ”ู บทน้ี เปน กาพยยานี ๑๑ บทประพันธข องทา นผูห ญิงสมโรจน
สวสั ดิกลุ ณ อยุธยา โดยครสู รุ างค ดุรยิ พันธุ (ศิลปนแหง ชาติ) ไดอา นในทำนองสวดสรภญั ญะ
บันทึกเสยี งรวมกบั วงมโหรีคณะดุรยิ พันธเุ พื่อจดั ทำแถบบันทกึ เสียงชดุ “อนสุ รณสุนทรภู ๒๐๐ ป”
พ.ศ. ๒๕๒๙ โดยคณะกรรมการจัดงานสุนทรภูรำลึก ของสมาคมภาษาและหนังสือแหง
ประเทศไทยในพระบรมราชปู ถมั ภ
การขับรอ้ งชุดเห่กล่อมพระบรรทม
เพลงชุดเหกลอมพระบรรทมน้ี ครสู ดุ จิตต ดุริยประณีต (ศลิ ปนแหง ชาติ) และครูสรุ างค
ดุรยิ พนั ธุ (ศลิ ปน แหง ชาติ) เปนผูขบั รอ ง ศาสตราจารยอดุ ม อรณุ รัตน เปน ผูสซี อสามสาย
ออกอากาศในรายการสงั คตี ภิรมยค รง้ั ที่ ๓๓ ทางสถานโี ทรทัศนไ ทยทีวีชอง ๔ บางขนุ พรหม
ซึ่งเปนชวงระหวางที่ครูสุดจิตตและครูสุรางคไดรับเชิญเปนอาจารยพิเศษสอนวิชาขับรองใหกับ
มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร พระราชวังสนามจนั ทร
ระบำนพรตั น์
ระบำนพรตั นเปน การแสดงระบำในละครนอกเร่อื งสุวรรณหงส บทละครของกรมศลิ ปากร
การแสดงระบำชุดนอี้ ยูในฉากที่ ๕ ถำ้ แกว หรอื ตอนชมถ้ำ เปน ตอนที่สุวรรณหงสอ อกอบุ ายชวน
เจาพราหมณไปชมถ้ำเพชรพลอย เนือ้ หาของการแสดงเปน การจับระบำโดยนำเสนอสสี ัน ความงาม
และคุณคา ของอัญมณี ๙ ชนดิ อันไดแก เพชร ทับทมิ มรกต บุษราคมั โกเมน นิล มกุ เพทาย
และไพฑรู ย ครูมนตรี ตราโมท (ศลิ ปน แหง ชาติ) เปนผูประพนั ธคำรอ งและบรรจทุ ำนอง อันวา
นพรตั นหรอื อญั มณี ๙ อยาง ๙ สี ถอื เปนผสั สาหาร เมือ่ ไดสมั ผัสแลว จะขจัดส่ิงช่ัวรายให
กลายเปนดี จึงนบั เปนเพลงมงคลเพลงหน่งึ
ครูสรุ างค ดุริยพนั ธุ (ศิลปนแหง ชาต)ิ เปนผหู นึง่ ทีม่ ีความเชยี่ วชาญในการขับรอ งเพลง
ประกอบการรำและเพลงระบำและมักจะขับรองใหกับการแสดงของบานดุริยประณีตอยูบอยคร้ัง
หนงึ่ ในนน้ั คือ “ระบำนพรตั น” ท่ีครขู ับรองไดไ พเราะและถา ยทอดเน้อื ความของบทรองไดสอดคลอง
กบั ทว งทา ของผูรำ เพลงชุดน้ี ครูสุรางคข บั รองบนั ทึกเสียงไวรว มกับวงมโหรคี ณะเสริมมติ รบรรเลง
(๔)
เพลงกินนรรำ
เพ
ลงกินนรรำชดุ นี้ บทรองมาจากบทละครเรื่องมโนราหของกรมศิลปากร เปน ตอนทีน่ างมโนราห
กราบบังคัมลาพระเจาอาทิตยวงศและพระนางจันทากอนบินหนีออกจากนครปญจาลในระหวางพิธี
บชู ายัญ ซงึ่ ครูสุรางค ดรุ ิยพันธุ (ศิลปน แหงชาต)ิ บันทึกเสยี งการขับรองไวร วมกับวงปพาทยไมน วม
คณะเสรมิ มติ รบรรเลง
เพลงรกั บงั ใบ
ครสู ุรางค ดรุ ิยพันธุ (ศลิ ปน แหงชาติ) เปนผูห นึง่ ท่รี ักและชน่ื ชอบการขับรองเพลงไทยเน้อื เตม็ หรอื เพลง
สนุ ทราภรณ และมักจะขบั รอ งอยูเสมอเมอ่ื มโี อกาส เชน ในงานเลี้ยงสงั สรรคใ นหมูญ าติสนิทมติ รสหาย
ในทน่ี ้ีขอนำเสนอ “เพลงรกั บงั ใบ” ซ่งึ ครสู ุรางคข บั รอ งบันทกึ เสียงไว โดยมวี งปพ าทยไ มน วมบรรเลงคลอ
ประกอบการขับรอ ง เพลงนี้เปน เพลงท่ีวงดนตรีสุนทราภรณน ำทำนองมาจากเพลงบงั ใบ สองชน้ั
เพลงตับเรอื่ งขอมดำดนิ
ครสู รุ างค ดรุ ิยพนั ธุ (ศลิ ปนแหงชาต)ิ บันทึกเสยี งการขับรอ งเพลงตับไวห ลายชดุ โดยแตละชุด
ลวนแลวแตมคี วามไพเราะนา ฟง ผลงานการขับรอ งเพลงตับของครสู ุรางคทม่ี กี ารเผยแพรอ ยบู อยครัง้
ไดแก เพลงตบั แมศรีทรงเคร่อื ง เพลงตับนทิ ราชาคริต เพลงตบั มโหรนี างนาค เพลงตบั ลาวเจรญิ ศรี
เพลงตับเร่อื งพระสพุ รรณกัลยา และเพลงตบั เรือ่ งนางซนิ เดอรนิ ลา เปน ตน
สำหรับเพลงตับท่นี ำมาเสนอในโอกาสนี้ เปน เพลงตบั เรื่อง “ขอมดำดนิ ” ซ่งึ เปนพระนพิ นธใ น
สมเดจ็ พระเจาบรมวงศเธอ เจา ฟา ฯ กรมพระยานริศรานุวัตติวงศ ที่ทรงเรยี บเรียงขึ้นสำหรับประกอบ
การแสดงตาโบลวิวังต (Tableau vivant) ซ่ึงครูสุรางคบันทึกเสียงการขับรองไวรวมกับวงมโหรี
คณะเสริมมิตรบรรเลง และเปนอกี หน่งึ บทเพลงทคี่ รสู ุรางค ดุรยิ พันธุ มคี วามชื่นชอบเปน การสวนตัว
เน่อื งจากมบี ทรอ งและทำนองทีไ่ พเราะนาฟง
(๕)
ครสู รุ างค ดุรยิ พันธุ ขับรอ งเพลงรว มกบั ครูชนิ กร ไกรลาศ (ศิลปนแหงชาติ)
ในคอนเสิรต เพลงหวานตำนานรกั (เพลงไทยเนอ้ื เตม็ ) มูลนิธเิ กศอมรินทร
รายไดม อบเปนทนุ การศกึ ษาแก นกั เรยี น นสิ ติ นกั ศึกษา สาขาดนตรีไทย และนาฏศลิ ป
ณ หอประชุมใหญ กรมประชาสัมพนั ธ
(๖)
การขับเสภา
ครูสรุ างค ดุริยพันธุ (ศลิ ปน แหง ชาติ) เปน คตี ศิลปน ผูหนึง่ ที่ขบั เสภาไดไพเราะและมีผลงาน
บันทึกเสียงการขับเสภาไวมากมาย ครูสุรางคเลาวาคร้ังหน่ึงไดเคยมีโอกาสขับเสภาประกอบสารคดี
เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเนื่องในวโรกาสครบรอบวันคลาย
วันพระราชสมภพ ซ่ึงเปนการขับเสภาที่สรางความปลาบปลื้มใจอยางท่ีสุดคร้ังหน่ึงในชีวิตของครู
สำหรับผลงานการขบั เสภาของครสู รุ างคท่นี ำมาเสนอไวในทน่ี ี้ ประกอบดว ย
๑. การขบั เสภาประกอบการจัดรายการวรรณกรรมสังคตี เรอ่ื งพระอภัยมณี ตอนพบสามพราหมณ
ออกอากาศทางสถานวี ิทยุ อ.ส.ม.ท. ในป พ.ศ. ๒๕๒๙
๒. การขับเสภาลาว ประกอบการแสดงละครเรือ่ งขนุ ชางขนุ แผน ตอนพลายเพชรพลายบวั ออกศึก
ออกอากาศทางสถานโี ทรทศั นไ ทยทวี ชี อง ๔ บางขุนพรหม เมอ่ื วันที่ ๘ พฤษภาคม
พ.ศ. ๒๕๐๘ ซ่ึงคณะผูจัดทำไดคัดลอกมาจากเทปรลี ของ น.สพ.สวรรค วรรณบูรณ
๓. การขับเสภาประกอบละครพื้นบานเรอ่ื งขวานฟาหนา ดำ ออกอากาศทางสถานโี ทรทศั นส ี
กองทัพบกชอง ๗ ในป พ.ศ. ๒๕๔๑
๔. การขบั เสภาประกอบละครพ้ืนบานเรือ่ งลักษณวงศ ออกอากาศทางสถานโี ทรทัศนส กี องทัพบก
ชอ ง ๗ ในป พ.ศ. ๒๕๔๒
การขับรอ้ งเพลงหนุ่ กระบอก
ครสู รุ างค ดรุ ิยพนั ธุ (ศิลปนแหงชาต)ิ เปนผทู ขี่ ับรองเพลงหนุ กระบอกไดเปน อยา งดี มชี ้ันเชงิ
ในการดนกลอนและผันคำรองท่ีไพเราะนาฟง บทเพลงที่จะนำมาเสนอนี้เปนเพลงหุนกระบอก
ซึ่งครูสรุ างค ดุริยพนั ธุ ขับรองออกอากาศในรายการวรรณกรรมสังคีต ทางสถานีวทิ ยุ อ.ส.ม.ท.
เม่อื พ.ศ. ๒๕๒๙
ในเรื่องของการรองเพลงหุนกระบอกนี้ ครูสรุ างค มักกลาวช่นื ชมครดู วงเนตร ดุรยิ พันธุ ผูเ ปน
นองสาวอยเู สมอวา เปน ผทู ร่ี องเพลงหุน กระบอกไดไพเราะอยา งเย่ียมยอด และหากมลี ูกศษิ ยไปขอ
คำแนะนำการขับรองเพลงหนุ กระบอกจากครสู รุ างคคราใด ครูสรุ างคจ ะกลาวอยเู สมอวา ตวั ครูเอง
แนะนำไดเพียงสวนหนึ่ง แตหากประสงคจะรองใหดี รองใหเกง ควรไปเรียนตอยอดเพิ่มเติม
กบั ครูดวงเนตรเพ่ือใหไดก ลเม็ดการรอ งเพลงหุนกระบอกทส่ี มบรู ณย ่ิงขึ้น
(๗)
(๘)
ผลงานการจัดรายการวทิ ยุ
ในระหวางทค่ี รูสุรางค ดุรยิ พันธุ (ศลิ ปนแหง ชาต)ิ ทำงานอยู ณ สถานโี ทรทัศนไ ทยทวี ชี อง ๔
บางขนุ พรหม (ภายหลังเปลยี่ นเปนไทยทวี สี ีชอ ง ๙ อ.ส.ม.ท.) ครูสุรางคไดร บั มอบหมายใหทำหนา ท่ีเปน
ผูจัดรายการและผูดำเนินรายการวิทยุโทรทัศนที่มีเนื้อหาสงเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยมากมายหลายรายการ
อาทิเชน รายการดนตรีไทยเพชรล้ำคา รายการวรรณกรรมสังคตี รายการเพลนิ เพลงกับนฤพนธ รายการ
อยอู ยา งไทย รายการแนะนำขบั รอ งเพลงไทย ฯลฯ ในโอกาสนี้ขอนำเสนอผลงานของครสู ุรางค ในบทบาท
ของผูด ำเนนิ รายการวิทยุ ดงั รายการตอ ไปนี้
รายการวรรณกรรมสังคีต
รายการวรรณกรรมสงั คีตออกอากาศทางสถานวี ิทยุ อ.ส.ม.ท. คลน่ื เอเอม็ ๑,๑๔๓ กิโลเฮริ ตซ
ทกุ วนั อาทิตย เวลา ๑๓.๐๐-๑๔.๐๐ น. มีผจู ดั รายการประกอบดว ย ศาสตราจารย นพ. สเุ อ็ด
คชเสนี รศ. สวุ รรณี อุดมผล อาจารยป ญญา นิตยสวุ รรณ ฯลฯ เนอ้ื หาของรายการเปน
การนำวรรณกรรมไทยเรอ่ื งตางๆ มาบรรยายแบบรอ ยแกวคลายการเลา นิทานและมกี ารขับรอ ง
เพลงไทย การขบั เสภา หรอื การบรรเลงดนตรีสอดแทรกเปน ระยะ โดยครูสรุ างค ทำหนาที่เปน
ผบู รรยายและขบั รอ ง อกี ทงั้ เปนผบู รรจุทำนองเพลงลงในบทวรรณกรรมดว ย โดยมผี ูรว มขับรอง
ไดแก ครแู จง คลายสีทอง (ศิลปนแหงชาติ) ครูดวงเนตร ดรุ ิยพันธุ และ ครณู รงค รวมบรรเลง
ตัวอยางรายการท่ีนำมาเสนอนี้เปนการจัดรายการวรรณกรรมสังคีตโดยใชเน้ือหาจากวรรณกรรม
เรอ่ื งพระอภยั มณี (ออกอากาศในป พ.ศ. ๒๕๒๙) และเร่ืองขนุ ชา งขนุ แผน (ออกอากาศ
ในป พ.ศ. ๒๕๓๐-๒๕๓๑)
รายการดนตรีไทยเพชรล้ำค่า
รายการดนตรไี ทยเพชรลำ้ คา ออกอากาศทางสถานีวทิ ยุ อ.ส.ม.ท. คล่นื ๑๐๐.๕ เมกะเฮิรตซ
ทุกวนั อาทิตย เวลา ๖.๐๐-๗.๐๐ น. ซึ่งครูสรุ างค ดรุ ยิ พันธเุ ปน ผดู ำเนินรายการดวยตนเอง
มาอยางตอเน่ืองจนกระทั่งเกษียณอายุราชการ เน้ือหาของรายการเปนการแนะนำการขับรอง
เพลงไทยในทำนองเพลงตางๆ ซึง่ ครจู ะคัดเลอื กเพลงสองช้นั ท่ีมคี วามไพเราะและมีทำนองรอง
ที่ไมยากเกินไปนักมาแนะนำออกอากาศ โดยเร่ิมจากการแนะนำทำนองเพลงและบทรอง
แลวจึงแนะนำวิธีการขับรองและการเอื้อนเสียงโดยละเอียด พรอมสอดแทรกกลเม็ดวิธีการ
ขบั รอ งท่ีมีประโยชนเ พอ่ื ใหผฟู ง ไดจดจำและนำไปประยุกตใชได ตัวอยางรายการทีน่ ำมาเสนอนี้
เปนการแนะนำการขับรอ งเพลงลาวคำหอม ทอ นท่ี ๑ ออกอากาศในป พ.ศ. ๒๕๓๘
(๙)
รายการอยู่อย่างไทย
รายการอยูอยางไทยเปนรายการท่ีจัดข้ึนทำโดยคณะอนุกรรมการเผยแพรเอกลักษณของไทย
ออกอากาศทางสถานีวิทยกุ ระจายเสยี งแหงประเทศไทยเพื่อการศกึ ษา เน้ือหาของรายการเปนการ
นำเสนอวิถีไทย ทง้ั ดา นชีวิตความเปนอยู ศลิ ปวฒั นธรรม ความเช่ือ และเกร็ดประวัติศาสตร
ซ่ึงครูสุรางค ดุริยพันธุ (ศิลปนแหงชาติ) เปนผูหนึ่งท่ีไดรับมอบหมายใหเปนผูจัดรายการและ
เขยี นบทในหัวขอที่เกี่ยวของกับดนตรไี ทย โดยครูจะนำเสนอในรปู แบบก่ึงสารคดี พรอมสอดแทรก
ตัวอยางการขับรองหรือบทเพลงท่ีเก่ียวของกับเนื้อหาเพื่อใหผูฟงเขาใจไดงายและมีความ
นาตดิ ตามมากขึ้น สำหรบั ตวั อยางรายการที่นำมาเสนอนี้ ตัดทอนมาจากการจัดรายการ ๒ ตอน
ชุดหนึ่งเปนตอน “คีตศิลปกับอารมณของเพลง” ซึ่งครูสุรางคไดอธิบายความหมายของคำวา
คีตศิลปและยกตัวอยางการขับรองโดยใสอารมณเพลงลงในบทรอง โดยมีครูแจง คลายสีทอง
(ศลิ ปน แหง ชาต)ิ รวมสาธติ การขบั รอ ง อีกชุดหน่งึ เปนตอน “รูเ ร่ืองรอ งเพลงไทย” ออกอากาศเม่ือ
วนั ท่ี ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึง่ ครูสรุ างคไดอธบิ ายหลักการขับรองเพลงไทยตามทีไ่ ดเรยี นรู
มาจากคุณพอ (ครูเหนี่ยว ดรุ ิยพันธ)ุ คุณแม (ครูแชม ชอย ดรุ ยิ พนั ธ)ุ และคุณนา (ครชู ม รุง เรอื ง)
ซง่ึ เปนนกั รองท่มี ีชื่อเสียง โดยมี ผูชวยศาสตราจารย ดร.นทั ธี เชยี งชะนา และ คุณญาณเศรษฐ
อฏั ฏะวัชระ เมือ่ ครัง้ เปนนสิ ิตจฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย เขารวมบนั ทกึ เสยี งในรายการดวย
ครูสรุ างค ดุรยิ พันธุ สอนขับรองเพลงไทยในรายการ “แนะนำขับรอ งเพลงไทย”
ทางสถานีโทรทัศนไ ทยทีวีชอ ง ๔ บางขนุ พรหม
(๑๐)
ครสู รุ างค ดรุ ิยพันธุ ซอมขบั รองเพลง รว มกับวงดนตรีไทยครูอาวโุ สแหง รัตนโกสนิ ทร
วันท่ี ๔ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ณ หอประชุมใหญ ศูนยว ฒั นธรรมแหง ประเทศไทย
(๑๑)
เพลงลาวเส่ียงเทยี น สามช้ัน
เพลงลาวเสีย่ งเทยี น สองชนั้ เปน เพลงประเภทหนา ทบั ลาว ทา นครหู ลวงประดิษฐไพเราะ
(ศร ศิลปบรรเลง) ไดป ระพนั ธข ้ึนเปน อตั ราสามชัน้ รวมทัง้ ทำทางเปลยี่ นจากเดมิ มี ๒ ทอ น กลายเปน
๔ ทอ น และตัดลงเปนชน้ั เดียวจนครบเปน เพลงเถาเมอ่ื ราวป พ.ศ. ๒๔๗๖ เพลงลาวเสย่ี งเทยี น สามชน้ั
ชุดน้ี ครสู รุ างค ดุรยิ พันธุ (ศิลปนแหง ชาติ) บันทกึ การขับรองรว มกับวงจุลดรุ ยิ างค กรมศลิ ปากร
ออกอากาศทางสถานโี ทรทัศนไ ทยทีวีสชี อ ง ๓ บทรอ งมาจากเรอื่ งพระลอนรลกั ษณ พระราชนพิ นธใ น
กรมพระราชวงั บวรมหาศกั ดิ์พลเสพ
ครสู รุ างค ดุรยิ พนั ธุ ขบั รองเพลงลาวเสี่ยงเทยี น สามชั้น รว มกบั วงจุลดุริยางค กรมศิลปากร
ออกอากาศทางสถานโี ทรทัศนไทยทวี สี ชี อ ง ๓
(๑๒)
เพลงเขมรใหญ่ สามชัน้
เพลงเขมรใหญ อตั ราสองชน้ั ของเกา ประเภทหนาทบั ปรบไก เปนเพลง ๔ ทอ น ทอ นละ ๔ จงั หวะ อยใู น
เพลงชา เร่ืองเขมรใหญ ตอ มา พระยาประสานดุรยิ ศพั ท (แปลก ประสานศพั ท) ไดประพันธข้ึนเปนอัตราสามชั้น
และสมเด็จพระเจา บรมวงศเธอ เจา ฟา บรพิ ัตรสขุ ุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพนิ ติ ทรงดัดแปลงเทยี่ วกลับใหม ี
ลูกลอ ลกู ขัดและสำเนียงเขมรและทรงประพนั ธเ พมิ่ เติมจนครบเปนเพลงเถา
ครูสรุ างค ดรุ ิยพันธุ (ศลิ ปน แหง ชาต)ิ เปนนกั รองทม่ี ผี ลงานขบั รอ งเพลงสามช้นั และเพลงเถาไวมากมาย
หนงึ่ ในนนั้ คอื เพลงเขมรใหญ สามชน้ั ซงึ่ เปน เพลงทีค่ รูชน่ื ชอบเนื่องดว ยบทรองและทำนองท่ไี พเราะ “โรแมนติก”
(คำน้เี ปนคำกลา วทค่ี รูมักพดู อยูเสมอถึงแนวเพลงทค่ี รชู น่ื ชอบ) เพลงเขมรใหญ สามชั้น ชดุ น้ี ครสู รุ างคบนั ทกึ
เสยี งไวกบั วงเครอ่ื งสายผสมเปย โน คณะเสรมิ มติ รบรรเลง รว มกับนกั ดนตรี ทมี่ ชี ื่อเสยี ง อาทิ เรอื เอกชิต แฉง ฉวี
(เปยโน) ครูรำพงึ โปรงแกวงาม (แอคคอรเดียน) ครูยรรยง แดงกรู (ไวโอลนิ ) และ ครบู ญุ สืบ ภูเถอ่ื น (โทน-
รำมะนา) บทรองท่ีใชข ับรองน้ี นำมาจากเสภาเร่อื งขนุ ชา งขนุ แผน ตอนขนุ แผนเขา หองนางแกวกิริยา (บทเกา )
คนละฉบบั กับบทเสภาฉบับหอพระสมดุ วชิรญาณ ซ่งึ ครูสรุ างคไ ดเรียนเพลงน้ีจากคุณแม (ครูแชม ชอ ย ดุรยิ พันธ)ุ
การขบั รอ้ งประกอบการแสดงละครพนั ทางเรือ่ งมโนราห์
บทละครเร่อื งมโนราห เปนบทละครท่ีกรมศลิ ปากรสรางบท และแสดงเปน ครั้งแรก ณ กรมศิลปากรเมื่อเดอื น
กมุ ภาพันธ พ.ศ. ๒๔๙๘ ซง่ึ ไดร ับความนยิ มจากผูชมเปนอยา งมาก สำหรับผลงานเพลงละครเรือ่ งมโนราหชุดนี้
คัดลอกมาจากเทปรีลของ น.สพ.สวรรค วรรณบูรณ เปนการแสดงของศษิ ยนาฏศิลปรนุ กลางและรุนใหญไทยทีวี
ครงั้ ท่ี ๙ ในรอบปท่ี ๑๑ ออกอากาศทางสถานีโทรทศั นไ ทยทวี ีชอง ๔ บางขนุ พรหม วนั อังคารที่ ๒ พฤษภาคม
พ.ศ. ๒๕๑๐ หมอ มแผว สนิทวงษ เสนยี และครลู มูล ยะมะคุปต เปนที่ปรกึ ษา ในการแสดงครง้ั นค้ี รสู รุ างค
ดรุ ิยพันธุ (ศลิ ปนแหงชาติ) ขับรอ งนำในบทมโนราห รวมกบั นักรองท่มี ชี ือ่ เสียงหลายทาน อาทิ ครสู ดุ จติ ต
ดรุ ิยประณตี (ศลิ ปน แหง ชาติ) ครศู ริ ิ วิชเวช (ศลิ ปนแหงชาต)ิ และครูนฤพนธ ดรุ ยิ พันธุ นักดนตรี อาทิ ครูพริง้
ดนตรีรส (ระนาดเอก) ครูสพุ จน โตสงา (ระนาดทมุ ) ครูสมชาย ดรุ ยิ ประณตี (ฆอ งวงใหญ) ครเู ขมา ชัยโสตถิ
(ซออ)ู ผลงานทนี่ ำเสนอในชุดนี้ ตัดตอนมาเฉพาะชว งฉากสำคญั ที่ครูสุรางคไ ดขับรองไว ๓ ชวง ดงั นี้
ชวงท่ีหน่งึ ฉากที่ ๑ ณ สระโบกขรณี กลางปา เริ่มตอนท่พี รานบณุ ฑรกิ ขวางบวงบาศเขารดั
นางมโนราห บรรดาพๆี่ พากนั ตกใจบินหนจี ากไป เหลอื แตนางมโนราหท ี่โดนบวงรัด นางจงึ โศกเศรา เสียใจ
และวงิ วอนพรานบญุ ฑรกิ ใหแกบ วงนาคราช ขอเส้อื ผา ปก และหาง และขอใหปลอ ยตวั นางไป
ชว งทส่ี อง ฉากท่ี ๒ ตำหนกั นางมโนราห นครปญ จาล เริม่ ตอนทพี่ ระสุธนปลอบและอำลานาง
มโนราห เพอ่ื ออกไปปราบศตั รทู ีเ่ ขามารุกราน นางมโนราหจึงคร่ำครวญรำ่ โศกาไมอ ยากจากสามี ผูเปน ทีร่ ัก
ชว งท่ีสาม ฉากท่ี ๕ ทอ งพระโรงนครไกรลาศ หลังจากท่นี างมโนราหบ นิ หนีกลบั มายงั นครไกรลาศ
นางจึงตองเขาทำพิธสี รงสนานชำระสาบมนุษยเปนเวลา ๗ ป ๗ เดือน และ ๗ วัน เมอื่ ครบตามกำหนด
นางมโนราหจึงไดเ ขาเฝาเลาเรอื่ งราวความทุกขย ากของนางใหกบั พระบดิ าและพระมารดาฟง
(๑๓)
(๑๔)
การขบั รอ้ งประกอบการแสดงละครเรื่องขุนช้างขนุ แผน
ตอนพระไวยแตกทัพ
ละครเร่อื งขุนชางขุนแผน ตอนพระไวยแตกทพั กรมศิลปากรนำมาแสดงในคร้งั แรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๒
เปน ตอนท่ีพระไวยไดรบั พระราชโองการใหไปรบ ในระหวา งเดินทางไดพ บกับวิญญาณนางวนั ทองผูเปนมารดา
ท่ีแปลงรา งเปน สาวงามเพือ่ คอยดักรอลกู ชาย นางวันทองบอกความจรงิ วานางคอื มารดา ตดิ ตามมาดวยความ
หวงใยและเตือนใหระมัดระวังในการทำสงคราม การรบครั้งนั้นขุนแผนไดซอนกลใหพลายชุมพลปลอมตัวเปน
แมท พั มอญมาตอ สกู ับพระไวยดวยคาถาอาคม พลายชมุ พลรูวาสไู มไ ดจงึ ใหขนุ แผนมาชวย พระไวยหลบหลีก
ดาบฟา ฟนของขุนแผนเปน พลั วัน จนกองทัพของพระไวยตองแตกหนไี ป
ครูสรุ างค ดุริยพันธุ (ศิลปนแหงชาต)ิ มคี วามช่ืนชอบและผกู พันกบั ละครตอนพระไวยแตกทพั มาตงั้ แตเดก็
เม่ือครอู ายุ ๘ ขวบไดเ ร่มิ หดั รอ งละครเรอื่ งน้ีกับคุณยาย (คณุ ยายแถม ดรุ ิยประณตี ) ซึ่งเปนบทละครทคี่ ุณยาย
ชื่นชอบเปน อยางมาก โดยเฉพาะเพลงโอปนอก ตรงบทครวญที่วา “แสนกำสรดโศกสะทอนเอยี งออ นกาย
เจยี นจะวายชพี วางกลางพนา” ซง่ึ คณุ ยายพรำ่ สอนอยา งละเอยี ดลออ ทกุ ครัง้ ท่ีครูสุรางคร องเพลงใหคณุ ยายฟง
แลวเผลอหลับไป เมอื่ ตน่ื ขน้ึ มากจ็ ะพบเงิน ๒๐ บาทวางไวบนหวั นอนเสมอๆ นั่นคือรางวลั ทไ่ี ดจากคณุ ยาย
จงึ ถือไดวา คุณยายเปน ผูผ ลกั ดันใหครูสรุ างคเปนนักรอง นอกจากนี้ครเู ลา วาชว งปดเทอมภาคใหญ วันเสาร-
อาทติ ย ครูมกั จะไปดคู ุณพอคุณแมร องละครเรือ่ งน้ที ี่โรงละครฯ อยบู อ ยคร้งั จนจำเน้อื เพลงไดแมนยำ
ผลงานการขับรองเพลงประกอบการแสดงละครเรือ่ งขนุ ชางขนุ แผน ตอนพระไวยแตกทัพชดุ น้ี คดั ลอกมา
จากเทปรลี ของ น.สพ. สวรรค วรรณบรู ณ ซง่ึ เปน การแสดงของศิษยนาฏศลิ ปไ ทยทีวี ออกอากาศทางสถานี
โทรทัศนไ ทยทีวชี อ ง ๔ บางขุนพรหม ในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๙ ครสู รุ างค ดรุ ิยพันธุ ขับรองนำ
ในบทนางวันทอง โดยรองรว มกับครแู ชม ชอย ดรุ ยิ พันธุ ครสู ดุ จติ ต ดรุ ยิ ประณตี (ศลิ ปนแหง ชาติ) ครศู ิริ
วิชเวช (ศิลปน แหงชาต)ิ ครูนฤพนธ ดรุ ิยพันธุ ฯลฯ ซงึ่ ในโอกาสน้ี ไดต ดั ตอนมาแตเ ฉพาะชว งนางวนั ทองออก
มาหา มทพั ซงึ่ ครสู รุ างคไดถ า ยทอดบทเพลงตา งๆ ในตอนนีไ้ ดไ พเราะเปนอยา งย่ิง โดยเฉพาะเพลง “โอป น อก”
รายนายผบู รรเลงดนตรีเทา ทีส่ ืบคน ได ประกอบดว ย ครสู ุพจน โตสงา (ระนาดเอก) ครสู มชาย ดรุ ยิ ประณีต
(ฆองวงใหญ) ครสู ชุ าติ คลายจินดา (ระนาดทมุ ) ครูจำเนยี ร ศรไี ทยพันธุ (ป) ครชู นะ ดุรยิ พันธุ และครูอนันต
ดรุ ยิ พนั ธุ (กลอง ตะโพน กลองแขก)
(๑๕)
(๑๖)
การขบั ร้องประกอบการแสดงละครเรอ่ื งพญาผานอง
ละครพันทางเรอื่ งพญาผานอง จดั ทำบทข้ึนใหมโ ดยกรมศลิ ปากร ซง่ึ นายธนติ อยูโพธิ์ อดีตอธบิ ดกี รม
ศิลปากร ไดอธบิ ายท่ีมาของบทละครเรอ่ื งนีไ้ ววา นำเคาโครงมาจากราชวงษปกรณ พงศาวดารเมอื งนาน
ตอนกลาวถึงราชวงศภคู า ผจู ัดแบง องกและประกอบเพลงคือ ครมู นตรี ตราโมท (ศลิ ปนแหงชาต)ิ
บทเพลงทน่ี ำมาเสนอนี้ เปน การขบั รองเพลงจากบทละครพันทางเร่ืองพญาผานอง องกท่ี ๒ ศุภนมิ ติ ร
ตอนนางพญาคำปนรำขอฝน ครสู รุ างค ดุริยพันธุ (ศิลปนแหง ชาต)ิ ขับรอ งในบทสาวคำยวง ครูแชม ชอย
ดุรยิ พันธุ ขับรอ งในบทนางพญาคำปน ครูสมชาย ทับพร ขับรองในบทเฒา แกว ครดู วงเนตร ดุรยิ พนั ธุ
เปนผูอานบทกลอนบรรยายเรอ่ื งราว ครูสมชาย ทับพร ไดก รุณาใหขอมูลเกย่ี วกับการบนั ทึกเสยี งในคร้ังนี้
วา เปนการบันทกึ เสยี งรวมกบั วงปพาทยไมนวมคณะเสรมิ มิตรบรรเลงในราวป พ.ศ. ๒๕๑๓–๒๕๒๐
การแสดงนาฏดนตรี คณะดุริยพนั ธุ์
นาฏดนตรี (ลเิ ก) คณะดรุ ยิ พนั ธุ เปน คณะลเิ กวทิ ยุ จดั ตั้งขนึ้ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๔ โดยครเู หนี่ยว
ดุริยพนั ธุ เปนผูรวบรวมเพื่อนฝูงญาติมิตรมารวมรองและบรรเลงเพ่ือสง เขา ประกวดนาฏดนตรีทางสถานี
วิทยุกระจายเสียง (ลิเกวิทยุ) ของกรมโฆษณาการ โดยเนนทองเร่ืองท่ีมีเนื้อหาปลุกใจใหรักชาติ
การประกวดในครง้ั น้นั คณะดุรยิ พนั ธไุ ดรับรางวลั ที่ ๓ แตน ้ันมา คณะดรุ ิยพันธจุ ึงหนั มาแสดงลเิ กวิทยุ
มากขน้ึ แมว าครูเหนย่ี วถึงแกก รรม กย็ ังคงมกี ารแสดงตอไปอกี หลายป
ครสู รุ างค ดุรยิ พันธุ (ศิลปนแหง ชาต)ิ เปนผหู น่งึ ท่ไี ดร วมแสดงลิเกวิทยุคณะดรุ ิยพนั ธุม าโดยตลอด
ดวยประสบการณดังกลาวจึงทำใหครูมีความเช่ียวชาญในการขับรองและแสดงลิเกไดอยางยอดเยี่ยม
จนกระทั่งในสมัยท่คี รเู ขา ทำงานท่ีสถานีโทรทศั นช อง ๔ บางขุนพรหม ครไู ดเ ปน เจา ของรายการลเิ กทีวี
“คณะสุรางคร ัตน” ซ่งึ ถอื ไดวาเปน การนำการแสดงลเิ กมาเผยแพรท างโทรทัศนในยคุ แรกๆ โดยมกี าร
ออกตัวลเิ ก รอ งและรำกันอยางสนุกสนานเปน ทีถ่ ูกใจผูช มเปน อยา งมาก
นาฏดนตรที ีน่ ำเสนอในชดุ น้ี คัดลอกมาจากเทปรลี ของ น.สพ.สวรรค วรรณบรู ณ เปนการแสดง
นาฏดนตรีวิทยุของคณะดรุ ิยพนั ธุ เพือ่ เขาประกวดชิงรางวลั นายกรฐั มนตรี บรรเลงโดยวงปพ าทยไมแขง็
ควบคมุ วงโดยครแู ชมชอย ดรุ ิยพันธุ และครสู ืบสุด ดรุ ิยประณีต ออกอากาศในวนั จนั ทรท ่ี ๔ มนี าคม
พ.ศ. ๒๕๐๐ นำเสนอในทอ งเร่อื ง “มรดกของไทย” ครูสรุ างคไ ดรวมขับรองกับนักแสดงทม่ี ีชือ่ เสยี งหลาย
ทา น อาทิ ครอู าคม สายาคม ครูสมุ ิตร ขำศริ ิ ครูทองหลอ บญุ บันเทิง ครศู ริ ิ ดุรยิ พนั ธุ ครูอสิ ระ
ประสงคธรรม และครสู ธุ รรม บญุ บนั เทิง ผลงานในชดุ น้คี ัดเลือกมานำเสนอเฉพาะชวงท่ีครูสุรางคขับรอ ง
โดยครรู บั บทเปน ลัน่ ทม เนอ้ื เรื่องในชว งนี้มีอยวู า สนิ ชยั (แสดงโดยครูอิสระ ประสงคธ รรม) เปนบดิ าของ
ลั่นทม ไดวางอบุ ายเพ่อื ใหล ่ันทมไปดักพบชูไท (ครู ักของลั่นทม แสดงโดยครทู องหลอ บญุ บนั เทิง)
เพ่อื สืบความบางอยา ง ล่ันทมปฏิเสธบิดาจนโดนเฆย่ี นตี จึงจำใจทำตามคำสง่ั ของบิดา โดยพาชไู ท
มาทานขาวท่ีบานและซักถามเพ่ือสืบความ ล่ันทมรูทันบิดาของตนเองวาแอบใสยาพิษลงไปในขาว
จึงรบี ปดชอนและหามไมใ หช ูไททานขา ว จากน้ันความชลุ มุนวุนวายตา งๆ จงึ เกดิ ข้นึ
(๑๗)
การขบั ร้องบทเพลงประเภทเพลงเถา เพลงทยอย และเพลงลา
คร
ูสุรางค ดุรยิ พนั ธุ (ศลิ ปน แหงชาต)ิ เปนนักรองทมี่ เี นื้อเสียงไพเราะ กระแสเสียงกังวานใส มีแนวทางการ
ขับรองท่ลี ะเมยี ดละไมตามทีไ่ ดรับการถา ยทอดมาจากครูแชมชอ ย ดรุ ยิ พันธุ ผเู ปนมารดา กับทั้งยังเปนผูทมี่ ี
ความละเอยี ดออนในการถายทอดอารมณเพลง มีความพถิ พี ถิ นั ในการแบง วรรคตอนของบทรอ ง เพ่อื ใหไมเ สีย
ความหมายและยงั คงความไพเราะตามทำนองของบทเพลง และดว ยความสามารถในดา นการขบั รองท่ีมีความ
ไพเราะโดดเดนดงั ที่ไดก ลา วนี้ จึงทำใหค รสู ุรางคไ ดรบั เชญิ ใหเ ปนผูขบั รองเพลงในโอกาสตา งๆ อยเู สมอ ไมวา
จะเปน การขบั รอ งประกอบการแสดงละคร การแสดงดนตรี การบรรเลงประชันวง รวมท้ังการบนั ทกึ เสยี งรว ม
กบั นักดนตรีและวงดนตรีท่มี ชี ือ่ เสียงในโอกาสตางๆ อาทิ วงดนตรขี องคณะดุริยประณตี คณะดุริยพันธุ และ
คณะเสริมมติ รบรรเลง ฯลฯ สำหรับบทเพลงท่นี ำมาเผยแพรน เ้ี ปนผลงานการขบั รองเพลงไทยในประเภทเพลง
เถา เพลงทยอย และเพลงลา ซึง่ ครสู รุ างคไ ดขบั รอ งไวใ นโอกาสตา งๆ
เพลงเทพนฤมติ เถา
เพลงเทพนฤมิต เถา ครอู ุทยั แกว ละเอยี ด (ศลิ ปนแหงชาติ) ไดป ระพันธข ้นึ จากเพลงเทพทอง ซึ่งเปน
เพลงเกาสมัยสุโขทัย เปน เพลงท่ีมีสองทอน บรรเลงตอกนั จากสามชน้ั สองชัน้ ชน้ั เดียว จนครบเปนเพลงเถา
เพลงน้ีมสี ำนวนเพลงท่ีไพเราะคมคาย แทรกการบรรเลงสอดรองอยางมชี ้นั เชงิ ไวใ นแตละทอน และจบลงดวย
การทอดเสียงแทนการออกลูกหมด ครูสุรางค ดุรยิ พนั ธุ (ศิลปน แหง ชาต)ิ เปน ผูประดษิ ฐทางรอง โดยใช
เนือ้ รองซึง่ เปน กลอนสุภาพท่คี ัดมาจากบทประพันธตอนหนง่ึ ของของอาจารยสชุ าติ ธาราวาสน ความวา
(สามช้นั ) เทพศริ นิ ทรถ น่ิ สงา ราชาสรา ง เปนแนวทางวฒุ ิธรรมนำศกึ ษา
พระทรงนำนามพระราชมารดา ตงั้ อารามเลอคา คูแผน ดิน
ศกั ราชสองพันสี่รอยเศษ ย่สี บิ แปดปรบั ประเทศยังถวลิ
ต้ังโรงเรียนในอารามเทพศิรินทร แมนนฤมติ รคถู ่ินศกึ ษาไทย
(สองช้นั ) องคอ านันทฯ ราชามหายศ พระบารมแี ผน ปรากฎเกริกสมัย
ทรงศึกษา ณ สถานอันเกรยี งไกร เทพศริ ินทรจารึกไวมาเนน่ิ นาน
(ช้นั เดยี ว) ลกู เจา ฟา เจา แผน ดินยนิ ดสี มคั ร ลกู เจานายตา งพรอมพรกั สมคั รสมาน
ลกู ผดู ีรวมยนิ ดดี ลบนั ดาล ลูกไพรฟ ารว มสืบสานเทพศิรินทร
เพลงนี้ประพนั ธแ ลวเสรจ็ เมอ่ื วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๕๑ เบอ้ื งตนต้ังชอ่ื วา “เพลงเทพศริ นิ ทรร ำลึก”
กอนจะใชเ ปน “เพลงเทพนฤมติ ” ในภายหลงั โดยผทู ีค่ ดิ ชือ่ เพลงเทพนฤมิตนคี้ อื อาจารยส ชุ าติ ธาราวาสน
และ อาจารยอาทร ธนวัฒน แหง โรงเรยี นเทพศริ นิ ทร
การบันทึกเพลงเทพนฤมิต เถา ครั้งนี้ เปน การบรรเลงดว ยวงมโหรเี คร่อื งใหญ โดยมคี รูอุทยั แกวละเอยี ด
เปนผูตีระนาดทุม ครูนิกร จันทศร ตรี ะนาดทมุ เหล็ก อาจารยอ าทร ธนวฒั น สีซออู พรอมดว ยศษิ ยเกาและ
นักเรียนปจ จบุ นั ของวงดนตรีไทยโรงเรยี นเทพศริ ินทรใ นขณะนน้ั โดยครูสุรางค ขับรอ งบันทึกเสยี งดวยตนเอง
(๑๘)
เพลงวายุบุตรยาตรา เถา
เพลงวายุบุตรยาตรา เถา เปนเพลงหนาทับปรบไก มีทอ นเดยี ว ๔ จงั หวะ เรอื เอกชิต แฉงฉวี
ไดแ ตงทำนองสามช้นั ขึน้ โดยขยายจากเพลงกระบ่ีลีลา สองชัน้ ของเกา แลวตัดลงเปนช้นั เดียว จนครบ
เปน เพลงเถาเมือ่ วนั ท่ี ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๓ และไดน ำมาบนั ทกึ เสยี งการบรรเลงและขับรอ ง
ครง้ั แรกโดยวงดนตรีคณะเสรมิ มิตรบรรเลง โดยมคี รสู รุ างค ดรุ ิยพนั ธุ (ศิลปน แหงชาติ) เปนผูขับรอ ง
ซ่งึ ครสู ุรางคไดเคยเลา ใหผ ูใ กลช ิดและลูกศิษยฟง วา ครไู ดร ับความเมตตาจากครูเบ็ญจรงค ธนโกเศศ
(ศิลปน แหงชาต)ิ เปน ผตู อทางรองใหดวยตนเอง สว นเพลงวายบุ ตุ รยาตรา เถา ทน่ี ำเสนอในโอกาสนี้
เปนการบนั ทกึ เสยี งการขับรอ งของครสู ุรางค ดุริยพนั ธุ รว มกบั วงเครอ่ื งสายผสม ซงึ่ เปนการบันทึกเสียง
ภายหลังจากทมี่ ีการบันทกึ เสียงคร้งั แรกรวมกับวงดนตรีไทยของคณะเสรมิ มิตรบรรเลงแลว
เพลงขอมโบราณ เถา
เพลงขอมโบราณ เถา เปนเพลงหนาทบั ปรบไก มี ๒ ทอน ทอนละ ๔ จงั หวะ นายจิต เสนวี งศ
ณ อยุธยา เปน ผปู ระพันธข้นึ เมือ่ พ.ศ. ๒๔๘๕ โดยแตงทำนองขึ้นใหมทง้ั สามช้นั สองชนั้ และชนั้ เดยี ว
ครสู ุรางค ดุริยพนั ธุ (ศิลปน แหงชาติ) เปน ผูทีข่ บั รองเพลงไทยไดไ พเราะ โดยเฉพาะอยา งยงิ่ เพลง
ที่มีทำนองออนหวานและ "โรแมนติก" ซึ่งเปนแนวเพลงทค่ี รูชนื่ ชอบมาก โดยผลงานท่จี ะนำเสนอตอ ไปนี้
คือ เพลงขอมโบราณ เถา ซงึ่ เปนเพลงท่ีมคี วามไพเราะและหาฟงไดย ากมากเพลงหนงึ่ ในผลงานชดุ นี้
ครูสุรางค ดุริยพันธุ ขับรองไวไดไพเราะออนหวานเปนอยางย่ิง โดยเปนการบันทึกเสียงไวรวมกับ
วงเคร่อื งสายผสมออรแกนของคณะเสริมมิตรบรรเลง มนี ักดนตรีผูไดร ับความนิยมอยา งมากในสมยั นั้น
อาทิ ครูเบญ็ จรงค ธนโกเศศ ศลิ ปน แหง ชาติ (ซอดว ง) เรือเอกชิต แฉงฉวี (ออรแกน) และครรู ำพึง
โปรงแกวงาม (ขิม) รวมกันถายทอดบทเพลงนไี้ วอ ยางไพเราะงดงาม และมคี วามนา ฟงเปนอยา งยง่ิ
(๑๙)
เพลงทยอยใน เถา
ครูสรุ างค ดุริยพนั ธุ (ศลิ ปนแหงชาต)ิ เปนคีตศลิ ปน ผูห นง่ึ ท่ีขบั รองเพลงทยอยไดไ พเราะ
เปน ท่ีถูกใจของผูฟง ทง้ั น้ี อาจารยณ ฐั พล นาคะเต ไดว ิเคราะหอัตลักษณก ารขับรองเพลงทยอยของ
ครูสุรางคไวในวิทยานิพนธปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิตวา ครูสุรางคมีวิธีการเอื้อนที่ละเอียดลออ
มกี ารเนนเสียงหนักเบาเพื่อใหเ กดิ ความไพเราะ และมกี ารใชเ ม็ดพรายทีม่ กี ลวธิ ีเฉพาะในการประดบั
ประดาการเอื้อนทำนองและการผันเสียงคำรองใหมีความวิจิตรงดงาม รวมกับใสอารมณความรูสึก
ของบทรองหรือตัวละครอยา งเหมาะสมในขณะทีข่ บั รอ ง กับทั้งยังเปน ผทู ่มี รี ะเบียบแบบแผนในการ
เวน ระยะชอ งไฟในการหายใจอยางเหมาะสม และมกี ำลังลมในการขับรองท่ดี ี จงึ ทำใหค รสู ุรางค
สามารถรอ งเพลงทยอยไดอยา งไพเราะ ราบรนื่ และมีความตอเนอื่ ง โดยเฉพาะในชวงของการรอ ง
ครวญหรือการรองลอยจังหวะอันเปนลักษณะการขับรองท่ีใชบอยในการรองเพลงทยอย สำหรับ
เพลงทยอยท่นี ำมาเสนอน้ี เปนผลงานการขับรอ งของครูสรุ างค ดรุ ยิ พนั ธุ ในบทเพลงทยอยใน เถา
ขับรองรวมกับวงปพาทยไมแข็งคณะดุริยประณีต โดยในตอนทายมีการออกดวยเพลงเก่ียวขาว
และการบรรเลงเดยี่ วรอบวง
ครสู ุรางค ดุรยิ พนั ธุ ขับรองเพลงรว มกบั วงเสริมมิตรบรรเลง ในรายการสงั คีตภิรมย
ออกอากาศทางสถานโี ทรทัศนไทยทีวีสชี อ ง ๙ อ.ส.ม.ท.
(๒๐)
ครูสุรางค ดรุ ยิ พนั ธุ ขับรอ งเพลงอาหนู เถา ในรายการลำนำเพลงรกั
ออกอากาศทางสถานีโทรทัศนไ ทยทวี ีชอ ง ๔ บางขุนพรหม
ครูสรุ างค ดรุ ยิ พันธุ ขับรองเพลงสุรินทราหู สามชนั้ ประกอบการเดี่ยวซอดว ง
โดยครูประเวช กมุ ุท (ศลิ ปนแหงชาต)ิ ในรายการเพลินเพลงกบั นฤพนธ
ออกอากาศทางสถานีโทรทศั นไ ทยทวี ีชอง ๔ บางขุนพรหม
(๒๑)
เพลงปลาทอง เถา
เพลงปลาทอง สามชนั้ เขาใจวา ครูเพ็ง ญาตผิ ูนอ งของพระประดษิ ฐไพเราะ (ครูมีแขก)
แตงขน้ึ จากเพลงเตากินผักบงุ สองชั้น ในสมัยตอ มา พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา เจา อยหู ัว
ทรงพระราชนิพนธบ ทรอ งเพลงปลาทอง ซงึ่ ขน้ึ ตน วา “พระหนอ นาถ งามพลิ าสดงั่ ดวงมณีใส…..”
พระราชทานใหวงมโหรีหลวงฝกซอมเพื่อขับรองและบรรเลงสมโภชกลอมพระอูพระราชโอรส
ทจ่ี ะประสตู ิ แตเมอื่ มพี ระประสตู ิกาลเปน พระราชธิดาจงึ มิไดแ สดง ในป พ.ศ. ๒๔๗๔ ครูมนตรี
ตราโมท (ศลิ ปน แหง ชาติ) ไดตัดแตง เพลงปลาทองลงชั้นเดยี ว จนครบเปนเพลงเถา เพลงนนี้ ิยมใช
บรรเลงและขบั รองเปน เพลงลา ในบทรอ งมีการ “วา ดอก” เพ่อื ใหผบู รรเลงป ขลยุ หรือซอ
ไดบรรเลงอวดฝมือในการวา ดอกเลยี นเสยี งนักรอ ง
ครสู ุรางค ดุรยิ พันธุ (ศลิ ปน แหงชาต)ิ มีความผกู พันกับบทเพลงปลาทอง เถา มาตงั้ แต
สมัยเรียนที่โรงเรียนเบญจมราชาลัย ซ่ึงครูไดเปน ตวั แทนนกั เรยี นไปประกวดขบั รอ งเพลงไทย ตั้งแต
พ.ศ. ๒๔๙๒ - ๒๔๙๗ และไดรับรางวัลชนะเลิศในการขบั รอ งเดย่ี ว ๕ ปต ิดตอ กนั และหนงึ่ ใน
บทเพลงทที่ ำใหครูไดร ับรางวลั ชนะเลศิ คอื เพลงปลาทอง เถา ครูเลา วา คุณแมข องครู (ครูแชมชอ ย
ดรุ ยิ พันธ)ุ เปนผูตอเพลงนใ้ี หอยา งละเอยี ดลออ นอกจากน้ี ครูยังไดขับรอ งเพลงน้รี วมกบั วงมโหรี
ในหลายโอกาส เชน ขับรองรวมกับมโหรีเคร่ืองใหญ ออกอากาศในรายการคันธรรพศาลา
ทางไทยทีวีสีชอ ง ๔ บางขนุ พรหม เมือ่ ป พ.ศ. ๒๕๐๘ ขับรอ งรว มกบั วงมโหรี คณะครูณรงคฤทธ์ิ
โตสงา ในงาน “เพชรรัตน-สุวัทนา” สองราชนารใี นรัชกาลที่ ๖ ณ วงั พญาไท เมอื่ ป พ.ศ. ๒๕๔๘
และขับรองรวมกับวงมโหรี คณะศิษยครูหลวงไพเราะเสียงซอ ในงานแสดงดนตรีไทยสิบสอง
ทศวรรษวาร สานเสยี งไทย ไพเราะเสยี งซอ ณ โรงละครแหงชาติ เมอ่ื ป พ.ศ. ๒๕๕๕ เปน ตน
ครูสุรางคมีความพิถีพิพันและละเอียดลออในการถายทอดวิธีการขับรองเพลงปลาทอง
ใหก บั ลกู ศิษยของครูทกุ คน โดยเฉพาะในตอนขับรอ งวา ดอกในชว งสามชนั้ ท่มี ีบทรอ งวา “ดอกเอย
ดอกสรอ ย งามแฉลม แชมชอ ย ดหู ยดยอยจริงจรงิ เอย” นนั้ ครูสุรางคจ ะเนน ยำ้ วิธกี ารขับรอง
ซงึ่ เปน แบบแผนที่ไดร ับการถา ยทอดมาจากคุณแมข องครูวา เม่อื รองจบคำวา “หยด” ใหหยดุ วรรค
สน้ั ๆ เสยี กอ น แลว จงึ จะคอ ยรอ งผันคำรอ งในคำวา “ยอย” เพอื่ ใหผ ฟู ง เกิดมโนภาพของคำวา
หยด และ ยอย ตามไปดวย นอกจากน้ี ยงั มีเกรด็ ในการถายทอดเพลงปลาทองวา ในการขับรอ ง
วา ดอกในชวงสามช้นั จะรอ งคำวา “ดอกเอย ดอกสรอ ย” ซำ้ สองครงั้ ซึง่ ครสู ุรางคจะกลาวเปน
เชงิ ติดตลกกบั ลูกศษิ ยวา “ตองรอง double นะคะ” ท้งั นเ้ี ปนกศุ โลบายเพ่อื ใหลกู ศษิ ยส ามารถจดจำ
การขับรอ งไดง า ยข้ึน
เพลงปลาทอง เถา ชุดน้ี เปนผลงานการขับรอ งของครูสรุ างค ดุริยพนั ธุ รว มกบั วงมโหรี
เครื่องใหญ ออกอากาศในรายการคันธรรพศาลา เม่อื วนั อังคารท่ี ๒๐ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๐๘
ทางสถานโี ทรทัศนไ ทยทีวีชอ ง ๔ บางขนุ พรหม ซ่ึงไดคัดลอกมาจากเทปรลี ของ น.สพ.สวรรค
วรรณบรู ณ
(๒๒)
เพลงเต่ากนิ ผกั บงุ้ สองชนั้
ผลงานการขบั รองเพลงเตา กินผกั บุง สองชน้ั ชุดนี้ เปนการบนั ทกึ เสียงการขับรองของครูสรุ างค ดรุ ยิ พนั ธุ
(ศิลปน แหงชาต)ิ รว มกับวงปพ าทยไ มแ ขง็ ในนามวงบา นบางลำพู (วงดุรยิ ประณตี ) ซง่ึ บรรเลงถวายหนา
พระทนี่ ่ังสมเด็จพระกนษิ ฐาธิราชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ในงานบรรเลง
ปพ าทยป ระชนั ถวายหนา พระทีน่ ัง่ ฯ ณ มหาวทิ ยาลัยมหิดล ศาลายา เมื่อวนั พุธที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๒๘
บทขบั รอ งที่ใช อญั เชญิ มาจากบทพระราชนิพนธใ นสมเด็จพระกนิษฐาธริ าชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตน
ราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทท่ี รงพระราชนิพนธไ วเมือ่ พ.ศ. ๒๕๑๙
(ทอ น ๑) ดาวเดอื นเลอื นดับลบั ฟา ทองนภาแลสวา งกระจางใส
(ทอน ๒) มวลปกษาลาถิ่นบินออกไกล คงจะไปหาเหยอื่ เผือ่ ลกู นอย
ดอกเอย เจาดอกประยงค ขอใหสมประสงคทกุ ประการเอย
(ทอน ๓) เจา ชอ ชงโค เจา อยา โศกาลยั วนั หนาจะมาใหม มารบั เจา คใู จชงโค
(ทอ น ๑ เท่ียวกลับ) นิจจาเอยเชา เชาเคยไดพ บพักตร จะจากกันนานนกั ก็เศราสรอ ย
(ทอน ๒ เทยี่ วกลบั ) แมมมิ ใี ครเขาเฝา หว งคอย รกั คงถอยใจคงราวราวไฟราน
ดอกเอยเจาดอกรัก หัวอกจะหกั เสียแลว เอย
(ทอ น ๓ เทยี่ วกลบั ) เสียงไกขันขาน เสียงกงั วานหวานแจว
มิเทียมเทียบเสยี งเพื่อนแกว หวานสุดแลว ยามพาที
บทรอ งน้ีเปน บทรอ งท่ีครูสุรางคน ำมาขบั รอ งอยูบอ ยครั้ง โดยครูสรุ างคกลา ววา สามารถจำบทรอ งน้ไี ดข ้ึนใจ
ดว ยเปนบทพระราชนพิ นธใ นสมเด็จพระกนิษฐาธริ าชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ า ฯ สยามบรม
ราชกุมารี ผทู รงมีพระมหากรุณาธิคณุ ตอ ครูสุรางคอ ยางหาท่สี ดุ มิไดเ สมอมา
ครูสุรางค ดรุ ิยพนั ธุ ขับรอ งเพลงเตา กนิ ผกั บุง รว มกับวงปพ าทยไ มแ ขง็ ในนามวงบานบางลำพู
เม่อื วันท่ี ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ ณ มหาวทิ ยาลัยมหิดล ศาลายา
(๒๓)
นวัตกรรมบทเพลงประกอบการเรยี นการสอนคตี ศิลป์
ตลอดระยะเวลาของการเปน ครูสอนขบั รอ งเพลงไทยมายาวนานเกอื บ ๗๐ ป ครูสรุ างค
ดุริยพันธุ (ศิลปนแหงชาติ) ไดสั่งสมองคความรูและสรางสรรคนวัตกรรมในดานการเรียนการสอน
ขบั รอ งไทย เพอื่ ใหงายตอผเู รยี นในการเรียนขับรอง การเอ้ือนทำนองเพลง และการใชเ ทคนคิ วิธกี าร
ตา งๆ ในการขับรอง ในการสอนระยะแรกครูไดพ ฒั นาแบบฝก หดั สำหรบั การเอ้อื นในรปู แบบตา งๆ
ตอมาครูพยายามคิดคนวิธีการสรางแรงจูงใจใหผูเรียนมีความสนใจในการขับรองเพลงไทยและสามารถ
เรียนรองเพลงไทยไดงายและสนกุ สนานมากข้ึน กบั ท้ังเพื่อใหเ กิดประโยชนกับนิสติ /นกั ศึกษาทก่ี ำลังจะ
จบไปเปนครู ใหสามารถนำใชในการถายทอดวิธีการขับรองใหกับผูเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพ
ครสู รุ างคจงึ ไดพัฒนานวัตกรรมการสอนขบั รองในรปู แบบใหม ดังรายละเอียดตอ ไปน้ี
๑. ประพนั ธค ำรอ ง/ทำนอง “เพลงสามเสียงไพเราะ” ซ่งึ เปน บทเพลงท่ี กลา วถึงหลักสำคัญ
ของการขับรองเพลงไทยใหไพเราะ ไดแก หลักการเอือ้ นในรปู แบบตา งๆ ในบทเพลงน้จี ะใหห ลกั การ
เออื้ นสามพยางคท ี่เปนพืน้ ฐานสำคัญในการขบั รองเพลงไทย (ประพันธแลว เสร็จเมอ่ื พ.ศ. ๒๕๔๙)
๒. ประพันธค ำรอ ง “เพลงหวั ใจเสยี งเอือ้ น” ในทำนองเพลงลาวตอนก สองชน้ั บทเพลงนี้
กลา วถงึ การเปลงเสียงเอือ้ นของทำนองเพลงในรปู แบบตางๆ ตั้งแตก ารเอื้อนข้นั พืน้ ฐานไปจนถงึ ขน้ั สูง
และการใชเ สยี งเอื้อนในทำนองลูกเทา ชวยใหผูเ รียนสามารถฝกปฏบิ ัตเิ สียงเอ้อื นแบบตา งๆ ไดง ายขนึ้
และเขาใจกลวิธีการใชเสียงเอื้อนทำนองเพลงในแตละรูปแบบไดเปนอยางดี ทำใหผูเรียนสามารถ
ขับรองเพลงไทยไดงา ยและรวดเรว็ ขึ้น (ประพันธแลวเสร็จเม่อื พ.ศ. ๒๕๕๑)
๓. ประพนั ธค ำรอ ง “เพลงกลวธิ กี ารขบั รอ งเพลงไทย” ในทำนองเพลงนาคราช ชน้ั เดียว
บทเพลงน้ีประพันธขึ้นมาเพ่ือใชฝกเทคนิคการขับรองเพลงไทยใหเกิดความไพเราะ เน้ือหาของเพลง
กลาวถงึ การรอ งลกั ยอ ย รอ งโยน รอ งโหน ใหตรงจังหวะ การออกเสียงอกั ขระ/ควบกล้ำ การใชลม
หายใจ เสยี งเอ้อื นทำนองเพลงในบทรองและการใสอารมณเพลง (ประพนั ธแ ลว เสรจ็ เมอื่ พ.ศ. ๒๕๕๓)
๔. ประพนั ธคำรอง “เพลงเสียงเออ้ื นลกู กระทบ” เพ่อื ใชฝ ก การรอ งเอือ้ น ลูกกระทบเพื่อเพม่ิ
อรรถรสลีลาในการขบั รองใหเ กิดความไพเราะยิ่งขน้ึ บทเพลงนถี้ ือไดวาเปนบทเพลงสุดทา ยทค่ี รสู ุรางค
ไดประพันธไวและไดถายทอดใหกับนิสิตช้ันปที่ ๑ คณะครุศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
ทเ่ี รยี นวชิ าขับรอ งเพลงไทยกับครู เมื่อตน ป พ.ศ. ๒๕๖๓ กอ นท่คี รูจะถึงแกก รรมไมน าน (เพลงนี้
ยงั ไมพ บวา มีการบันทึกเสยี งไวอ ยา งเปนทางการ)
สำหรับนวัตกรรมบทเพลงประกอบการเรียนการสอนคีตศิลปที่นำมาเผยแพรในครั้งนี้
เปนการบันทกึ เสียงเม่ือวันท่ี ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ณ กรมศิลปากร โดยครสู ุรางคเปนผขู บั รอง
บันทึกเสยี งดว ยตนเองในวยั ๗๙ ป และอาจารยพ ศวตั คชเดช รว มบนั ทึกเสียงการขับรอ ง
(๒๔)
(๒๕)
(๒๖)
(๒๗)
(๒๘)
(๒๙)
(๓๐)
(๓๑)
(๓๒)
(๓๓)
บรรณานกุ รรม
ณฐั พล
นาคะเต. (๒๕๕๕). การศกึ ษาอตั ลักษณและกระบวนการถา ยทอดการขบั รอ งเพลงทยอยของ
ครสู ุรางค ดุรยิ พนั ธุ. วทิ ยานิพนธป รญิ ญาครศุ าสตรมหาบณั ฑติ บัณฑติ วทิ ยาลัย
จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลยั
บทละครของกรมศลิ ปากร. (๒๕๒๗). ใน อนสุ รณงานพระราชทานเพลิงศพ นางแชม ชอ ย ดรุ ยิ พนั ธ.ุ
(๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๒๗). โรงพิมพสยามรฐั
มนตรี ตราโมท และวเิ ชยี ร กุลตัณฑ. (๒๕๕๕). ฟงและเขาใจเพลงไทย. กรงุ เทพฯ: อมรินทรพรน้ิ ต้ิง
แอนดพ บั ลชิ ชง่ิ .
ราชบัณฑติ ยสถาน. (๒๕๔๙). สารานกุ รมศัพทดนตรีไทย: ภาคประวตั แิ ละบทรองเพลงเถา.
กรงุ เทพฯ : สำนกั พมิ พราชบณั ฑติ ยสถาน.
ราชบัณฑติ ยสถาน. (๒๕๕๐). สารานุกรมศพั ทด นตรีไทย: ภาคประวตั ิเพลงเกร็ดและเพลงละครรอ ง.
กรุงเทพฯ : สำนกั พิมพร าชบณั ฑิตยสถาน.
คณะผู้จัดทำ
๑. คุณวชั รวรรณ มีศลี (บตุ รสาวครูสรุ างค ดรุ ิยพันธุ) ประธานคณะผูจดั ทำ
๒ ผูช ว ยศาสตราจารย ดร.นทั ธี เชียงชะนา
๓. อาจารยอ วรัช ชลวาสิน
๔. อาจารยก ฏี ะ เพ่มิ พูน
๕. อาจารยต ะวัน โตเอย่ี ม
๖. อาจารยธนพล ตนั ตระกูล
๗. อาจารยธญั ญาพร ทวัฒนอ ัษฏางค
๘. อาจารยพ ศวตั คชเดช
๙. ทค.ธรี วชั ร แสงไชย
๑๐. น.สพ.เสลภูมิ ไพเราะ
เพจ “คตี านุสรณ เพลยลสิ ต “คตี านุสรณ กเู กลิ ไดรฟ “คีตานสุ รณ
ครสู ุรางค ดุรยิ พนั ธ”ุ ครสู ุรางค ดุริยพนั ธุ” ครูสุรางค ดรุ ิยพนั ธ”ุ
“ สาราคีตานสุ รณ์ ครสู ุรางค์ ดุรยิ พันธุ์ ”
จดั ทำขึน้ เนื่องในงานพระราชทานเพลงิ ศพ
ครสู รุ างค์ ดรุ ยิ พันธ์ุ
ศลิ ปินแห่งชาติสาขาศลิ ปะการแสดง (คีตศิลป)์
วนั พฤหสั บดีท่ี ๑๘ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๕๖๓
ณ วดั เทพศิรนิ ทราวาส
เพือ่ เป็นอนุสรณ์แห่งความเคารพรัก
และความระลกึ ถึง
ของทายาท ญาตมิ ิตร และศิษยท์ กุ ๆ คน