The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by zero7thammarong, 2022-03-01 02:24:14

เครื่องดนตรีภาคอีสานและภาคใต้

ภาคอีสานและภาคใต้

Keywords: ภาคอีสานและภาคใต้

หนังสือเรียนอเิ ล็กทรอนกิ ส์ (E-Book)

เอกสารประกอบการเรยี นกลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ิลปะ (ดนตร)ี
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4

เรอ่ื ง เครื่องดนตรภี าคอสี านและภาคใต้

จัดทำโดย
นายธำมรงค์ โพนทะนา
ครูชำนาญการพิเศษ

โรงเรยี นบา้ นกนู อำเภอปราสาท จงั หวัดสุรนิ ทร์
สำนกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาสุรินทร์ เขต 3

กระทรวงศกึ ษาธิการ

ดนตรีพืน้ บ้านภาคอสี าน

ดนตรีพื้นบ้านภาคอีสาน เป็นดนตรีที่เกิดจากวัฒนา
การเนิ่นนานโดยเริ่มจากการเลียนเสียงธรรมชาติและ
พัฒนามาใช้วัสดุพื้นบ้านในการสร้าง เครื่องดนตรีจนการ
ผสมวงเป็นวงดนตรีพื้นบ้านภาคอีสาน ลักษณะดนตรีเป็น
วัฒนธรรมที่คงความเป็นเอกลักษณ์ ไม่มีดนตรีใด ๆ เข้ามา
มอี ิทธิพลได้ลกั ษณะเดน่ เช่น

1. วงกันตรึม เป็นวงดนตรีของกลุ่มชนในเขตจังหวัด
สุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากเขมร
โบราณ

ภาพประกอบที่ 1 วงกันตรมึ

2. วงหมอลำ เป็นวงดนตรใี ช้ประกอบการแสดงหมอ
ลำหรอื การขบั รอ้ งโดยมแี คนเปน็ เครือ่ งดนตรีหลัก

ภาพประกอบท่ี 2 วงหมอลำ

3. วงโคราช เป็นวงดนตรีใช้ประกอบการแสดงเพลง
โคราชหรือการแสดง ลิเกของชาวอีสาน เป็นการร้อง
โต้ตอบกันระหวา่ งชาย-หญงิ

ภาพประกอบที่ 3 วงโคราช

ประเภทเครือ่ งดนตรมี ี 2 กล่มุ คือ
1. เครอ่ื งดนตรพี นื้ บา้ นอีสานเหนอื

ประกอบดว้ ยโปงลาง กลอง แฉ่ง (ฉาบ) หมากกบั๊ แกบ๊
แคน โหวด หนื พณิ ซอปิบ๊ ซอป่งั ไมไ้ ผ่

2. เครอ่ื งดนตรพี ืน้ บา้ นอสี านใต้ ประกอบดว้ ย
จะเปย (พิณ) ตรัว (ซอ) ฉ่ิง ฉาบ กลองกนั ตรมึ (โทน) ป่ี
เจรยี ง ปี่สะแน แคน

ภาพประกอบท่ี 4 กลองกนั ตรึม

ภาพประกอบที่ 5 ตรวั กันตรึม (ซอกันตรึม)

ประเภทเคร่ืองดนตรี มี 4 กลุม่ ดังน้ี

1. ประเภทเคร่ืองดดี

1. ประเภทเคร่ืองดีด
1.1 พิณ บางครั้งชาวอีสานเรียกว่า “ซุง” หรือ

“เต่ง” เป็นเครื่องดนตรี ประเภทดีด มี 2-4 สาย แต่ข้ึน
เป็น 2 คู่ โดยข้ึนคู่ 5 ดีดเป็นทำนองเพลงตัวพิณทำจากไม้
ขนุน มีลูกบิด หย่องและสายพิณ ส่วนสายพิณนิยมทำด้วย
โลหะ โดยเฉพาะสายลวดเบรกจักรยาน ที่ดีดนิยมทำด้วย
เขาสตั ว์

หมายเหตุ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้รองรับสายเครื่อง
ดนตรีประเภทเครื่องสายเพือ่ รับแรงสัน่ สะเทอื นจากสายลง
ส่ตู วั เครือ่ งใหเ้ สียงกงั วานข้นึ

บทบาทและหน้าที่ พิณใช้บรรเลงดีดประสาน
เสียง หรือบรรเลงประสมวงดนตรีอื่น ๆ และบรรเลง
ประกอบการแสดง

ภาพประกอบท่ี 6 พิณ

1.2 จะเขก้ ระบือ เปน็ เครื่องดนตรีประเภทดีด ใน
วงมโหรีเขมร มี 3 สาย สมัยก่อนสายทำจากเส้นไหมฟั่น
ปัจจุบันทำจากสายเบรกจักรยาน การบรรเลงจะใช้มือซ้าย
กดสายตามเสยี งท่ตี อ้ งการ สว่ นมือขวาใชส้ ำหรบั ดดี

บทบาทและหน้าท่ี สอดแทรกทำนองใหเ้ กดิ
ความไพเราะ

ภาพประกอบท่ี 7 จะเขก้ ระบอื

1.3 กระจับปี่ เปน็ เครือ่ งดนตรีประเภทดีดทำจาก
เขาสตั ว์ กล่องเสียงทำด้วยไมข้ นุนหรอื ไม้สัก ปลายสุดมีรู 2
รูใช้ใส่ลูกบิดและร้อยสาย เมื่อบรรเลงจะตั้งขนานกับลำตัว
มือขวาจับสำหรับดีด มือซ้ายกดที่สายเพื่อเปลี่ยนระดับ
เสยี ง

ภาพประกอบท่ี 8 กระจบั ป่ี

2. ประเภทเครอ่ื งสี

2. ประเภทเคร่อื งสี
2.1 ซอบั้ง หรือซอกระบอก เป็นเครื่องดนตรี

ประเภทสี ทำจากไมไ้ ผ่ เป็นซอของชาวผไู้ ทย (ภูไท) มเี สียง
เบา

บทบาทและหน้าที่ ใช้บรรเลงร่วมกับเคร่ือง
ดนตรีชนิดอื่น มีเสียงไพเราะ อ่อนหวาน ใช้บรรเลง
ประกอบฟ้อนผไู้ ทย (ภูไท)

ภาพประกอบที่ 9 ซอบ้ัง

3. ประเภทเคร่ืองตี

3. ประเภทเคร่ืองตี
3.1 โปงลาง เป็นเครื่องดนตรีประเภทตี มี

ลักษณะคล้ายระนาด แต่จะแขวนในแนวดิ่ง มีเสียงลดหลนั่
กันไปตามลูกระนาด ตัวโปงลางทำด้วยไม้เนื้อแข็ง ไล่จาก
ใหญ่ไปหาเล็กเรียงตามลำดับเสียง ร้อยด้วยเชือก ปลาย
ดา้ นเสียง

ต่ำผูกแขวนไว้กับกิ่งไม้และข้างเสียงสูงปล่อยทอดเยื้อง
ลงมาคล้องไว้ด้านล่าง ปกติผู้เล่นโปงลาง ลางหนึ่งมี 2 คน
คือคนบรรเลงทำนองเพลงกับคนบรรเลงเสียงกระทบแบบ
คู่ประสาน ไม้ที่ตีทำด้วยไม้เนื้อแข็งเป็นรูปคล้ายค้อนตีด้วย
มือ 2 ขา้ ง ข้างละอนั

บทบาทและหน้าที่ ใช้บรรเลงร่วมกับวงดนตรี
ตา่ ง ๆ เพอ่ื สรา้ งความสนกุ สนาน มเี สยี งกอ้ งกงั วาน สดใส

ภาพประกอบท่ี 10 โปงลาง

4. ประเภทเครอ่ื งเปา่

4. ประเภทเคร่อื งเป่า
4.1 แคน เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า เป็นที่

รู้จักมากที่สุดของชาวอีสานเหนือและอีสานกลางที่มี
ประวัติความเป็นมาหลายพันปี แคนทำด้วยไม้ซาง มีลิ้นทำ
จากโลหะ เช่น ดีบกุ เงนิ หรอื ทองแดงบาง ๆ ประกอบไว้ใน
เต้าแคน แคนมีหลายขนาด เช่น แคน 7 แคน 8 แคน 9
ข้าง ๆ เต้าแคนด้านบนมีรูปิด-เปิด บังคับเสียง เวลาเป่า
ต้องเป่าท่เี ตา้ แคนดา้ นหนา้ ใช้มอื ท้ัง 2 ประกบ จบั เต้าแคน
ในลักษณะเฉียงเล็กน้อย จะใช้การเป่าลมเข้าและดูดลม
ออก มีเสยี งสดใสสนุกสนาน

บทบาทและหน้าที่ ใช้บรรเลงประกอบการ
ขับรอ้ งหรือบรรเลงในวงดนตรตี า่ ง ๆ เช่น วงโปงลาง

ภาพประกอบที่ 11 แคน

4.2 โหวด เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า ที่ไม่มีลิ้นเกิดจาก
กระแสลมท่เี ปา่ ผา่ นไม้รวกหรือไมเ้ ฮ้ยี (ไมก้ ู่แคน) หรือไม้ไผ่
ด้านรูเปิดของตัวโหวดทำด้วยไม้รวกขนาดเล็กสั้น - ยาว
(เรียงลำดับตามความสูง - ต่ำของเสียง) ติดอยู่รอบ
กระบอกไม้ไผ่ที่ใช้เป็นแกนกลาง ยึดไว้ด้วยขี้สูด มีจำนวน
6 - 9 เลา ความยาวประมาณ 25 เซนติเมตร เวลาเป่าจะ
ใชว้ ิธีหมนุ ไปรอบ ๆ ตามเสยี งท่ีต้องการ

ภาพประกอบที่ 12 โหวด

4.3 หืน เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า มีทั้งที่ทำ
ด้วยไม้ไผ่และโลหะ เซาะร่องตรงกลางเป็นลิ้นในตัว เวลา
เล่นประกบหืนเข้ากับปาก ดีดที่ปลายข้างหนึ่งด้วย
นิ้วหัวแม่มือหรอื นิ้วช้ีอาศัยกระพุ้งปากเป็นกล่องเสียงทำให้
เกิดเสียงสูง - ต่ำ ตามขนาดของกระพุ้งปากที่ทำ มีเล่นกัน
ในพวกชนเผ่ามูเซอ เรียกชือ่ ว่า “เปี๊ยะ” เครื่องดนตรีชนิด
นี้มิได้มีเฉพาะในประเทศไทย แต่มีในทุกส่วนของโลก คือ
แถบมองโกเลีย ปาปัวนิวกนิ ี แอฟรกิ าและยโุ รป

ภาพประกอบท่ี 13 หืน

ดนตรีพนื้ บ้านภาคใต้

ดนตรีพื้นบ้านภาคใต้ เป็นวงดนตรีที่มีการถ่ายโยง
อทิ ธพิ ลจากชวา มลายู และอนิ เดีย ซึง่ ชาวใต้ใช้ดนตรเี พอ่ื

1. บรรเลงประกอบการแสดง
2. บรรเลงประกอบพธิ ีกรรม
3. บอกข่าวสารตา่ ง ๆ และใชเ้ พื่อการสื่อสาร
4. บรรเลงเพือ่ เสริมสรา้ งความสามัคคีในหมูค่ ณะ

วงดนตรีพื้นบ้านภาคใต้ ประกอบไปด้วย วงกาหลอ
วงปี่พาทย์ชาตรี วงรองเง็ง วงโต๊ะครีม วงดนตรีโนรา วง
ดนตรีหนังตะลงุ วงดนตรีสีละ วงดนตรีมะโย่ง วงดนตรีลเิ ก
ป่า โอกาสที่ใช้บรรเลงนิยมบรรเลงในงานแตกต่างกันไป
เช่น วงกาหลอ ใช้บรรเลงในงานศพ วงดนตรีหนังตะลุง ใช้
บรรเลงประกอบการแสดงหนังตะลงุ โนรา

ภาพประกอบท่ี 14 วงรองเง็ง

ดนตรีพืน้ บ้านภาคใต้ จะเนน้ เครอ่ื งดนตรีประเภท
เคร่อื งตแี ละเคร่ืองเปา่ เป็นหลกั ดังน้ี

1. ประเภทเคร่ืองตี

1. ประเภทเคร่อื งตี
1.1 ทับ เป็นเครื่องดนตรีประเภทตี มีลักษณะ

คล้ายกลองยาว แต่มีขนาดเล็กกว่า ยาวประมาณ 40-50
เซนติเมตร ทำด้วยไม้แก่นขนุนหุ้มด้วยหนัง เช่น หนังค่าง
หนงั แมว ตรึงหนงั ด้วยเชอื ก ด้ายและหวาย ทบั ใบหน่ึงจะมี
เสียงทุ้ม เรียกว่า “ลูกเทิง” ส่วนอีกใบหนึ่งมีเสียงแหลม
เรียกว่า “ลกู ฉับ”

บทบาทและหน้าท่ี มีความสำคัญในการให้
จังหวะ

ภาพประกอบที่ 15 ทับ

1.2 กลองโนรา เป็นเครื่องดนตรีประเภทตี มี
เสน้ ผา่ ศูนยก์ ลางของหนา้ กลองทั้ง 2 ดา้ น ประมาณ 10 นว้ิ
สูงประมาณ 12 นิ้ว นิยมทำด้วยแก่นไม้ขนุน เพราะเชื่อว่า
ทำให้เสียงดี หนังที่หุ้มกลองทำด้วยหนังวัวหรือควายหนุ่ม
มีหมุดไม้หรือภาษาใต้เรียกว่า “ลูกสัก” ตอกยึดหนังหุ้มให้
ตึง ขาทั้ง 2 ข้างทำด้วยไม้ไผ่ มีเชือกตรึงให้ติดกับกลอง
และมไี ม้ตขี นาดพอเหมาะ 1 คู่

บทบาทและหน้าที่ ใช้ประกอบการแสดงโนราหรือ
หนังตะลุง (ถ้าเป็นกลองที่ใช้ประกอบการแสดงหนังตะลุง
จะมขี นาดเลก็ กวา่ )

ภาพประกอบท่ี 16 กลองโนรา

1.3 ฆ้องคู่ เปน็ เคร่อื งดนตรปี ระเภทตี เป็นฆอ้ ง 2
ใบ ใบหนึง่ เสยี งสงู อีกใบหนึ่งเสียงตำ่ แขวนขงึ อยู่กับรางไม้
รูปสี่เหล่ยี มผืนผ้า

บทบาทและหน้าที่ ใช้ตีประกอบการเล่นละคร
ชาตรี โนราและหนังตะลุง โดยประสมกับกลองชาตรี ทับ
ฉิ่งและป่ี

1.4 กลองชาตรี เป็นเครื่องดนตรีประเภทตี ใช้
บรรเลงใน วงปี่พาทย์ชาตรี เล่นคู่กับโทนชาตรี ที่ทำให้มี
ขนาดเล็กเพื่อพกพาได้สะดวกในการขนย้ายไปมาขณะ
เดนิ ทางไปแสดง มเี สียงดงั ตุก๊ บางครง้ั เรียก “กลองตุ๊ก”

บทบาทและหน้าที่ ใช้บรรเลงในวงปี่พาทย์ และ
บรรเลงประกอบการแสดงหนังตะลงุ

1.5 แตระพวงหรือกรับพวง เป็นเครื่องประกอบ
จังหวะ ทำจากไม้เนื้อแข็ง ขนาด 0.5 x 2 x 6 นิ้ว นำมา
เจาะรูหัวท้ายร้อยเชือกช้อนกันประมาณ 10 อัน ที่แกน
หลังร้อยแตระทำด้วยโลหะ ทำให้เกิดเสียงโดยการกระทบ
กันของไม้และแผน่ ทองเหลอื ง

บทบาทและหน้าที่ ใช้ประกอบให้จงั หวะ

ภาพประกอบท่ี 17 แตระพวง

2. ประเภทเครอื่ งเปา่

2. ประเภทเครอื่ งเปา่
2.1 ป่ี เปน็ เคร่ืองดนตรีประเภทเป่า มคี วามสำคญั

ในการเสริมเสียงสะกดใจผู้ชมให้เกิดความรู้สึกเคลิบเคล้ิม
และทำให้ผู้แสดงร่ายรำด้วยลีลาท่ีอ่อนช้อย ตัวปี่ทำด้วยไม้
เนื้อแข็งหรือใช้แก่นไม้บางชนิด เช่น ไม้กระถิน ไม้มะม่วง
ไม้สักป่าหรือไม้มะปริง ส่วนกำพวดปี่ทำด้วยแผ่นทองแดง
ลน้ิ ปที่ ำด้วยใบตาล (ใชใ้ บตาลเด่ียวกลางท่งุ เพราะเช่ือวา่ จะ
ทำให้ป่มี เี สียงไพเราะ)

ภาพประกอบที่ 18 ป่ี

2.2 ปี่กาหลอ เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า ทำ
ด้วยไม้ เลาปี่มีรู 7 รู มีรูด้านล่างหัวแม่มือ 1 รู มีบังลมทำ
จากไม้ เป็นปี่ประเภทลิ้นคู่ ปากลำโพงปี่เป็นปากบานเพ่ือ
ใช้ขยายเสยี ง

บทบาทและหนา้ ที่ ใชบ้ รรเลงในวงดนตรกี าหลอ
บรรเลงในงานศพ

ภาพประกอบท่ี 19 ปี่กาหลอ

บรรณานกุ รม

ประทปี นกั ป่.ี หนังสอื เรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน ดนตรี-นาฏศิลป.์ กรงุ เทพฯ :
อกั ษรเจริญทัศน์, 2554.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน. (2551). ตวั ช้ีวัดและสาระ
การเรียนรู้แกนกลางกลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ิลปะ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551. กรงุ เทพฯ : องคก์ ารรับสง่ สินค้า
และพัสดุภัณฑ.์

สมศักด์ิ สนิ ธุระเวชญ์ และคนอน่ื ๆ. ศลิ ปะ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 6. กรุงเทพฯ :
วฒั นาพานิช, 2555.

สมั พนั ธ์ เพชรสม และคนอื่น ๆ. ศลิ ปะ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6. กรงุ เทพฯ : อักษรเจริญทศั น์, 2555.
เอกรนิ ทร์ สม่ี หาศาล. ศิลปะ ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 6. กรุงเทพฯ : อกั ษรเจริญทศั น์, 2555.
http://www.wordpress.com/ สบื ค้นเมือ่ วันท่ี 10 กนั ยายน 2559
http://www.tkpark.or.th สบื คน้ เมอื่ วันท่ี 12 กนั ยายน 2559
http://www.th.wikipedia.org/wiki/. สืบค้นเม่ือวันท่ี 12 กันยายน 2559
http://www.dusithost.dusit.ac.th/. สืบค้นเม่ือวนั ที่ 12 กันยายน 2559
http://www.thaigoodview.com/. สืบค้นเมื่อวันท่ี 12 กนั ยายน 2559
http://www.nattapan-mosblogspot.com/ สบื ค้นเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2559
https://www.google.co.th/search?q. สืบค้นเม่อื วนั ท่ี 12 กนั ยายน 2559

หนังสือเรียนอเิ ล็กทรอนกิ ส์ (E-Book)

เอกสารประกอบการเรยี นกลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ิลปะ (ดนตร)ี
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4

เรอ่ื ง เครื่องดนตรภี าคอสี านและภาคใต้

จัดทำโดย
นายธำมรงค์ โพนทะนา
ครูชำนาญการพิเศษ

โรงเรยี นบา้ นกนู อำเภอปราสาท จงั หวัดสุรนิ ทร์
สำนกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาสุรินทร์ เขต 3

กระทรวงศกึ ษาธิการ


Click to View FlipBook Version