หนังสอื เรียนอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (E-Book)
เอกสารประกอบการเรียนกลุ่มสาระการเรยี นรูศ้ ิลปะ (ดนตรี)
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
เร่อื ง เครอื่ งดนตรภี าคเหนอื และภาคกลาง
จดั ทำโดย
นายธำมรงค์ โพนทะนา
ครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรยี นบ้านกนู อำเภอปราสาท จงั หวัดสรุ นิ ทร์
สำนกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาสุรินทร์ เขต 3
กระทรวงศึกษาธกิ าร
ดนตรีพนื้ บา้ นภาคเหนอื
เคร่อื งดนตรีไทย
เครือ่ งดนตรีไทย แบง่ ออกเปน็ 4 ประเภท คอื
1. เครอ่ื งดีด
เครื่องท่ีดีดเป็นเสียงอยู่ในเครื่องดนตรีตระกูล “พิณ”
มีสายสำหรับดีด มีทั้งที่ตั้งขึ้นดีดและวางราบดีด เช่น พิณ
จะเข้ สะล้อ
2. เคร่ืองสี
เครือ่ งทีส่ ีเป็นเสยี งเป็นเครือ่ งท่มี สี ายใช้หางม้าหลาย ๆ
เสน้ สีทีส่ ายให้เกิดเสียง เช่น ซอสามสาย ซอดว้ ง ซออู้
3.เคร่อื งตี
เครื่องที่ตีเป็นเสียงมีทั้งตีด้วยไม้ เช่น ฆ้อง ระนาด กับ
ตีด้วยมือ เช่น ตะโพน โทน หรือของสิ่งเดียวกันสองอันตี
กันเอง เช่น กรบั และฉ่ิง
4.เครอื่ งเป่า
เครื่องที่เป่าเป็นเสียงเป็นเครื่องที่ต้องใช้ลมเป่าเข้าไปใน
เครอ่ื งน้นั ๆ เช่น ป่ี ขลยุ่
เคร่ืองดนตรีภาคเหนือและภาคกลาง
ดนตรีพื้นบ้านภาคเหนือ เป็นวงดนตรีที่นิยมกัน
แสดงกันในภาคเหนือใช้บรรเลงประกอบพิธีกรรม และขับ
กลอ่ มเพอื่ ความบันเทงิ
ลักษณะดนตรพี ืน้ บ้านภาคเหนอื
1. เครื่องดนตรีมีทั้งเครื่องดีด สี ตี เป่า เสียง
เครือ่ งดนตรีมคี วามออ่ นไหวตามบรรยากาศของธรรมชาติ
2. มีการผสมผสานวัฒนธรรมของชนเผ่าต่าง ๆ
รวมไปถงึ วัฒนธรรมในราชสำนัก
3. ดนตรีของชาวบ้านใช้ประกอบพิธีกรรม มี
ทำนองสนั้ ๆ ออ่ นหวาน
ประเภทเครื่องดนตรี มี 4 กลมุ่ ดงั นี้
1. ประเภทเคร่อื งดดี
1. ประเภทเครอ่ื งดีด เช่น พิณเพี๊ยะ (พิณเป๊ียะ) ซงึ
1.1 พิณเพี๊ยะ เป็นเครื่องดนตรีประเภทดีด
กะโหลกทำด้วยกะลามะพร้าวหรือเปลือกน้ำเต้าตัดครึ่ง
เวลาดีดเอากะโหลกประกบติดไว้กับหน้าอกขยับเปิด - ปิด
เพอ่ื ใหเ้ กิดเสยี งดงั กังวาน
บทบาทและหน้าที่ ใช้บรรเลงดีดคลอไปกับบท
ขับร้อง (สมัยก่อนหนุ่มชาวเหนือนิยมเล่นดีดคลอการขับ
รอ้ งในขณะไปเก้ยี วสาวตามหม่บู า้ นในยามค่ำคืน)
ภาพประกอบที่ 1 พิณเพย๊ี ะ
1.2 ซึง เปน็ เครื่องดนตรปี ระเภทดดี ทำดว้ ยไม้สกั
หรือไมเ้ นื้อแข็ง มีช่องเสยี งอยูท่ างด้านหนา้ กำหนดระดบั
เสียงด้วยนมเปน็ ระยะ ๆ ดีดด้วยเขาสตั ว์แผ่นบาง ๆ สาย
ทำด้วยโลหะ เชน่ ลวดหรือทองเหลือง
บทบาทหนา้ ท่ี ใชใ้ นการบรรเลงเดยี่ วและใช้
รว่ มกับวงดนตรีท้องถ่นิ
ภาพประกอบที่ 2 ซึง
2. ประเภทเคร่ืองสี
2. ประเภทเครอ่ื งสี เช่น สะลอ้
2.1 สะล้อหรือทะล้อ เป็นเครื่องดนตรี
ประเภทสี มีทัง้ 2 สาย และ 3 สาย ใช้คันชักแบบอสิ ระ ตัว
สะล้อทำด้วยกะลามะพร้าวตัดและปิดหน้าด้วยไม้บาง ๆ มี
ช่องเสียงอยู่ด้านหลัง คันสะล้อทำด้วยไม้สักหรือไม้เน้ือ
แข็งมีความยาวประมาณ 60 เซนติเมตร ลูกบิดอยู่
ด้านหนา้ สายทำดว้ ยลวด (เดมิ ใช้ไหมฟน่ั ) สะลอ้ มี 3 ขนาด
คือ สะล้อเล็ก สะล้อกลางและสะล้อใหญ่ เวลาสีใช้ยางสน
ถู ทำให้เกิดเสยี ง
บทบาทหน้าที่ ใช้บรรเลงประกอบการแสดง
ร่วมกบั บทเพลงได้ทกุ ชนิดบรรเลงรว่ มเขา้ กับวงดนตรี
ตา่ ง ๆ ได้
ภาพประกอบที่ 3 สะล้อ
3. ประเภทเคร่อื งตี
3. ประเภทเครือ่ งตี เช่น กลองหลวง กลองแอว
กลองสะบัดชัย เกราะ ฆ้อง
3.1 กลองสะบัดชัย เป็นเครือ่ งดนตรปี ระเภท
ตี เป็นกลองที่มีมานานหลายศตวรรษ เป็นกลองสองหน้า
ขนาดใหญ่ หน้ากลองหุ้มด้วยหนังขึงด้วยหมุด ตัวกลอง
ประดับด้วยไม้แกะสลักทำให้ดูสวยงาม ทำนองที่ใช้ใน
การตีกลองโบราณมี 3 ทำนอง คือ ชัยเภรี ชัยดิถีและชนะ
มาร
บทบาทและหน้าท่ี ในสมัยก่อนใช้ตียามออกศกึ
สงคราม
เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เหล่า
ทหารหาญในการต่อสู้ให้ได้ชัยชนะ ปัจจุบันใช้ตีประกอบ
ขบวนแห่ หรือแสดงในงานต่าง ๆ
ภาพประกอบท่ี 4 กลองสะบดั ชัย
3.2 กลองเต่งถ้งิ เปน็ เครือ่ งดนตรีประเภทตี
เป็นกลองสองหน้า ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้แดง หรือไม้
เนื้ออ่อน เช่น ไม้ขนุน หน้ากลองขึงดว้ ยหนังวัวมีขาสำหรบั
วางตวั กลอง
บทบาทและหน้าที่ ใช้ประสมกับเครื่อง
ดนตรีอน่ื ๆ เพอื่ เป็นเครือ่ งประกอบจงั หวะ
ภาพประกอบท่ี 5 กลองเตง่ ถิ้ง
3.3. ตะโลด้ โปด๊ หรอื มะหลดปด เปน็ เครื่อง
ดนตรีประเภทตีเป็นกลองสองหน้า ยาวประมาณ 100
เซนติเมตร หน้ากลองขึงด้วยหนังหน้าใหญ่กว้าง 30
เซนติเมตร หน้าเล็กกว้าง 20 เซนติเมตร หุ่นกลองทำด้วย
ไม้เนื้อแข็งหรอื ไม้เนื้ออ่อน ตีด้วยไม้หุม้ นวม มีขี้จ่า (ข้าวสุก
บดผสมขเ้ี ถา้ ) ถว่ งหน้า โยงเรง่ เสยี งดว้ ยเชอื กหนัง
ภาพประกอบที่ 6 ตะโลด้ โป๊ด
3.4 กลองต่ิงโนง เป็นเครื่องดนตรปี ระเภทตี
เปน็ กลองท่มี ีขนาดใหญ่ท่ีสุด ตวั กลองยาว 3-4 เมตร ใชต้ ี
ดว้ ยไม้ เวลาเข้ากระบวนฟอ้ นจะมคี นหาม
บทบาทและหน้าท่ี ใช้ตีเป็นอาณัติสัญญาณ
ประจำวัดและใช้ในกระบวนแห่กระบวนฟ้อนต่าง ๆ
ประกอบกับตะโลด้ โปด๊ ปี่แน ฉาบใหญ่และฆอ้ งห่ยุ
ภาพประกอบท่ี 7 กลองตง่ิ โนง
4. ประเภทเคร่ืองเปา่
4. ประเภทเครอื่ งเปา่ เชน่ ปจ่ี มุ
4.1 ปีจ่ ุม เปน็ เครอ่ื งดนตรปี ระเภทเปา่ เป็นป่ี
ลน้ิ เดยี่ ว ล้ินทำดว้ ยโลหะเหมอื นล้นิ แคน ตวั ปที่ ำดว้ ยไมซ้ าง
ปลายข้างหน่งึ ฝังล้นิ โลหะไว้ เวลาเป่าใชป้ ากอมล้ิน ที่ปลาย
อีกด้านหนึ่งเจาะรูบังคับเสียงเรียงกัน 6 รู ใช้ปิด - เปิด
ด้วยนิ้วมือ เพื่อให้เกิดทำนองเพลง ปี่จุม มี 3 ขนาด ขนาด
ใหญ่ เรียกว่า “ปี่แม่” ขนาดรองลงมาเรียกว่า “ปี่กลาง”
และขนาดเล็กเรียกวา่ “ปก่ี อ้ ย”
บทบาทและหน้าที่ ใช้บรรเลงประสมเป็นวง
เรยี ก วงจุมปีห่ รอื ปจ่ี มุ หรอื บรรเลงร่วมกับซึงและสะลอ้
ภาพประกอบท่ี 8 ป่จี ุม
4.2 ปแ่ี น เป็นเคร่อื งดนตรีประเภทเป่า มีลักษณะ
คลา้ ยป่ีไฉนหรอื ปชี่ วา แต่มขี นาดใหญก่ ว่า เปน็ ป่ีประเภท
ลน้ิ คู่ เลาปีท่ ำดว้ ยไมเ้ นื้อแขง็ มี 2 ขนาด ไดแ้ ก่ ขนาดเลก็
เรียกวา่ “แนนอ้ ย” และขนาดใหญ่ เรยี กวา่ “แนหลวง”
บทบาทและหนา้ ที่ ใช้บรรเลงรว่ มกับฆ้อง กลอง
แอว กลองตะโลด้ โป๊ด ใช้บรรเลงประกอบการฟอ้ น
ภาพประกอบที่ 9 ป่ีแน
รปู แบบวงดนตรีพน้ื บ้านภาคเหนอื
1. วงกลองแอว ใช้ประกอบการฟ้อนเมือง ฟอ้ น
แหค่ รวั ทานเปน็ วงดนตรีประจำวดั
ภาพประกอบที่ 10 วงกลองแอว
2. วงสะล้อ - ซึง เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “วง
พืน้ เมอื ง”
ภาพประกอบที่ 11วงสะล้อ (วงพ้นื เมอื งภาคเหนือ)
3. วงป่ีพาทย์เมืองหรือวงกลองเต่งถิ้ง เป็นวงใช้
ประกอบพิธกี รรมฟอ้ นผีมด ผีเมง็ และใชบ้ รรเลงในงานศพ
ดนตรีพืน้ บ้านภาคกลาง
ดนตรีพ้ืนบา้ นภาคกลาง สว่ นใหญจ่ ะใชเ้ พยี ง
เคร่ืองประกอบจังหวะ กลองยาว หากเป็นวงดนตรจี ะใช้
วงมโหรี วงปพ่ี าทย์ วงเคร่อื งสาย ซงึ่ แสดงถงึ เอกลกั ษณ์
ทางดนตรีไทย
ภาพประกอบท่ี 12 วงปีพ่ าทย์เครอื่ งห้า
ภาพประกอบที่ 13 วงเครอ่ื งสาย
ประเภทเครอ่ื งดนตรี มี 4 กลมุ่ ดังน้ี
1. ประเภทเคร่ืองดีด
1. ประเภทเครอ่ื งดดี
1.1 จะเข้ เป็นเครื่องดนตรีประเภทดีดมี 3
สาย ตัวจะเข้ มี 2 ตอน คือตอนหัวและตอนหาง ระหว่าง
ตัวจะเข้มีแป้นรองรับสาย เรียกว่า “นม” มี 11 อัน เพื่อ
สำหรบั น้ิวกด เวลาบรรเลงตอ้ งวางราบไปกับพน้ื เพอ่ื นง่ั ดีด
ได้สะดวก ตัวจะเข้ทำด้วยไม้ท่อน ขุดเป็นโพรงภายใน
สว่ นมากทำจากไม้ขนุน
บทบาทและหน้าท่ี ใช้บรรเลงทำนองในวงดนตรี
ไทยประเภทต่าง ๆ มเี สยี งสดใส ไพเราะ
ภาพประกอบที่ 14 จะเข้
2. ประเภทเครือ่ งสี
2. ประเภทเครอื่ งสี
2.1 ซอด้วง เป็นเครื่องดนตรีประเภทสี มี 2 สาย
มีเสยี งแหลมกอ้ งกงั วาน กะโหลกซอนิยมทำด้วยไม้เน้ือแข็ง
หรืองา (เดิมทำด้วยกระบอกไม้ไผ่หรือไม้ลำเจียก) ขึ้นหน้า
ซอด้วยหนงั งเู หลอื ม รูปรา่ งคลา้ ยซอจนี ทเ่ี รยี กวา่
“ฮู - ฉนิ ” มีรูปร่างคลา้ ยเคร่อื งดักสัตวห์ รอื ดกั ตัวดว้ ง
จึงเรยี ก “ซอดว้ ง” ซอดว้ ง ใชป้ ระสมอยใู่ นวงเคร่อื งสาย
และวงมโหรีจะทำหนา้ ท่เี ปน็ ประธานในเครอื่ งสาย
บทบาทและหน้าที่ ใช้บรรเลงดำเนินทำนอง
ให้กับวงดนตรไี ทยประเภทตา่ ง ๆ และดำเนนิ เน้ือเพลง
ภาพประกอบที่ 15 ซอด้วง
3. ประเภทเครือ่ งตี
3. ประเภทเครอ่ื งตี
3.1 ระนาดเอก เป็นเครื่องดนตรีประเภทตี นิยม
บรรเลงเดี่ยว รางเดียว ผืนระนาดทำจากไม้เนื้อแข็ง คือ ไม้
ชิงชัน ไม้มะหาด ไม้พยุง ลูกระนาดจะเจาะรูร้อยเชือก
แขวนบนราง ข้างใต้ติดลูกตะกั่วถ่วงที่ลูกระนาด ลูก
ระนาดเมื่อร้อยเชือกติดกัน เรียกว่า “ผืนระนาด” ราง
ระนาดเอกมีลักษณะคล้ายเรือ มีฐานรองด้านล่าง ไม้ตี
ระนาดเอกมี 2 อัน และมี 2 ชนดิ คอื ไม้นวมและไมแ้ ขง็
บทบาทและหนา้ ท่ี เปน็ ผูน้ ำวง
ภาพประกอบท่ี 16 ระนาดเอก
3.2 กลองยาว เป็นเครื่องดนตรีประเภทตี หุ่น
กลองทำจากไม้มี 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนกระพุ้งกลองและ
ลำโพงกลอง นิยมใช้ไม้ขนุน ไม้มะม่วง โดยขุดให้หุ่นกลอง
นั้นกลวงและขึงหน้าด้วยหนังหน้าเดียว นิยมใช้หนังวัว
หนังควาย ใช้เชือกขึงหน้าดึงมาไว้ตอนที่เป็นกระพุ้งกลอง
บางแห่งใช้หนังเรียดขึงห่าง ๆ นิยมเย็บผ้านุ่งให้กลองโดย
เยบ็ คลุมกระพงุ้ กลองบังสายโยงเรง่ เสียงเพือ่ ความสวยงาม
บทบาทและหน้าท่ี ใช้บรรเลงในจังหวะท่ี
สนุกสนาน คึกคัก เร้าใจ เช่น ใช้บรรเลงประกอบขบวนแห่
งานประเพณหี รอื รำเถดิ เทิง
ภาพประกอบที่ 17 กลองยาว
3.3. ตะโพนไทย เป็นเครื่องดนตรีประเภทตี
ประกอบดว้ ยตัวหนุ่ หนังขน้ึ หนา้ กลอง หนังเรยี บสำหรับขึง
ให้หน้ากลองตึงและเท้ารองตัว ตะโพน สำหรับหุ่นนิยมทำ
จากไม้ขนุน ไม้สัก หุ่นตะโพนขุดให้ป่องตรงกลาง หน้าหนึง่
ใหญ่หน้าหนึ่งเล็กขอบหนังที่ขึ้นหน้าถักด้วยหนังทำให้เป็น
เกลียวเส้นเล็ก ๆ เรียกว่า “ไส้ละมาน” แล้วใช้หนังเรียด
ร้อยในช่องของไส้ละมานโยงเร่งเสียงทั้ง 2 หน้าให้ตึง ตรง
กลางใช้หนังเรียดพันสานใหส้ วยงาม ทำเป็นรดั อกและสาน
เป็นหูหิ้วจะได้สะดวกเวลาขนย้าย ที่หน้ากลองทั้ง 2 ด้าน
ตดิ ข้าวสุกบดผสมขเ้ี ถ้าจะทำให้เสยี งมีความดงั พอดี
บทบาทและหนา้ ที่ เปน็ ผ้กู ำกบั จังหวะหนา้ ทับ
ภาพประกอบที่ 18 ตะโพนไทย
3.4 ฉิ่ง เป็นเครื่องดนตรีประเภทตี สมัยก่อนนิยม
ใช้ฉิ่งขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว ปัจจุบัน
ใช้ฉิ่งขนาดเล็กมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 นิ้ว ทำ
ดว้ ยทองเหลือง
บทบาทและหน้าท่ี ใช้ในการขับบทของโนรา
หรือหนังตะลุง ผู้ที่ตีฉิ่งต้องพยายามตีให้ลงกับจังหวะที่ขับ
บท
ภาพประกอบท่ี 19 ฉ่ิง
4. ประเภทเคร่ืองเป่า
4. ประเภทเครอื่ งเปา่
4.1 ขลุ่ย เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า ทำด้วย
ไม้ไผ่ปล้องยาว ๆ ด้านหน้าเจาะรูเรียงกันเป็นแถว 7 รู
สำหรับนิ้วเปิด-ปิดเสียง เป็นเครื่องดนตรีที่ไม่มีลิ้น ขลุ่ยมี
หลายชนดิ เชน่
ภาพประกอบท่ี 20 ขลยุ่
1) ขลุ่ยอู้ เป็นขลุ่ยขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 60
เซนติเมตร กวา้ ง 4 เซนตเิ มตร
2) ขลุย่ เพยี งออ เปน็ ขลุ่ยขนาดกลาง ยาว
ประมาณ 45-46 เซนตเิ มตร กวา้ ง 4 เซนตเิ มตร
3) ขลยุ่ หลีบ เปน็ ขลยุ่ ขนาดเลก็ ยาวประมาณ 36
เซนติเมตร กวา้ ง 2 เซนติเมตร
บทบาทและหน้าที่ ทำหน้าที่ดำเนินทำนอง
สอดแทรกทำนองให้เกดิ ความไพเราะในบทเพลงท้งั เสยี งสงู
เสยี งท้มุ ต่ำ
เรือ่ งนา่ รู้
** กำพวดป่ี หมายถึง ลิ้นปี่ที่ทำขึ้นมา
เพื่อรองรับการสั่นสะเทือนของลมที่เป่า
ออกมาจากปาก
เข้าไปสตู่ วั ปี่
บรรณานุกรม
ประทปี นกั ป.่ี หนังสอื เรียนรายวิชาพ้นื ฐาน ดนตรี-นาฏศิลป์. กรุงเทพฯ :
อักษรเจริญทศั น์, 2554.
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551). ตวั ชี้วดั และสาระ
การเรยี นรู้แกนกลางกลุม่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ ตามหลกั สูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551. กรุงเทพฯ : องค์การรบั สง่ สนิ ค้า
และพสั ดุภัณฑ.์
สมศักดิ์ สนิ ธุระเวชญ์ และคนอ่นื ๆ. ศลิ ปะ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6. กรงุ เทพฯ :
วัฒนาพานิช, 2555.
สมั พันธ์ เพชรสม และคนอืน่ ๆ. ศลิ ปะ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 6. กรงุ เทพฯ : อกั ษรเจริญทัศน์,
2555.
เอกรินทร์ สี่มหาศาล. ศลิ ปะ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6. กรุงเทพฯ :
อกั ษรเจริญทัศน์, 2555.
http://www.google.co.th. สืบคน้ เมอ่ื วันท่ี 4 กันยายน 2559
http://www.tminstrument.wordpress.com/. สบื ค้นเมอื่ วนั ท่ี 4 กนั ยายน 2559
http://www.saraicello.com/. สืบคน้ เม่อื วันที่ 4 กนั ยายน 2559
http://www.th.wikipedia.org/. สบื คน้ เมื่อวันท่ี 4 กันยายน 2559
http://www.isaansmile.com/. สบื คน้ เม่อื วันท่ี 4 กันยายน 2559
http://www.sites.google.com/. สืบค้นเมื่อวนั ที่ 5 กนั ยายน 2559
http://www.tkapp.tkpark.or.th/stock. สืบคน้ เมือ่ วนั ท่ี 5 กันยายน 2559
http://www.youtube.com/. สบื คน้ เมือ่ วนั ที่ 5 กันยายน 2559
http://www.thaigoodview.com/. สบื คน้ เม่ือวันท่ี 5 กันยายน 2559
http://www.th.wikipedia.org/wiki/. สบื ค้นเม่ือวนั ท่ี 5 กนั ยายน 2559
http://www.klonglanna.blogspot.com/. สืบค้นเมอ่ื วันท่ี 7 กนั ยายน 2559
http://www.pmsmusicshop.com/. สืบค้นเมื่อวันท่ี 7 กนั ยายน 2559
หนังสอื เรียนอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (E-Book)
เอกสารประกอบการเรียนกลุ่มสาระการเรยี นรูศ้ ิลปะ (ดนตรี)
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
เร่อื ง เครอื่ งดนตรภี าคเหนอื และภาคกลาง
จดั ทำโดย
นายธำมรงค์ โพนทะนา
ครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรยี นบ้านกนู อำเภอปราสาท จงั หวัดสรุ นิ ทร์
สำนกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาสุรินทร์ เขต 3
กระทรวงศึกษาธกิ าร