รายงานการวิจัยในชนั้ เรยี น
เรือ่ ง
การพฒั นาการแกโ้ จทยป์ ญั หาของนกั เรยี น
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6/5
โดย
นางจรีรตั น์ กลอ่ มเอย่ี ม
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
โรงเรียนธดิ าแม่พระ
อาเภอเมือง จังหวดั สุราษฎร์ธานี
สารบญั
เร่อื ง หน้า
1. ทีม่ าและความสาคญั ของปญั หา 1
3
1.1 วัตถปุ ระสงค์ของการวจิ ัย 3
1.2 ขอบเขต 3
1.3 นยิ ามศัพทเ์ ฉพาะ 4
1.4 ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะไดร้ บั 4
2. เอกสารและงานวจิ ัยที่เกย่ี วข้อง 8
3. วธิ ีการดาเนินการวิจัย 8
3.1 ประชากร/กลมุ่ ตวั อยา่ ง 8
3.2 เครอื่ งมอื วิจยั 10
3.3 การเกบ็ รวบรวมข้อมลู 10
3.4 สถิตทิ ่ใี ช้ในการวิเคราะห์ขอ้ มูล 11
4. ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล 11
5. สรุปผล อภปิ รายผลและขอ้ เสนอแนะ 13
6. เอกสารและส่งิ อ้างอิง
7. ภาคผนวก
1
รายงานการวจิ ัยในชั้นเรยี น
ทม่ี าและความสาคัญของปัญหา
คณิตศาสตร์มีบทบาทสาคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์ทาให้มนุษย์มีความคิดอย่าง
สร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ ระเบียบ มีแบบแผน ชัดเจนและรัดกุม นอกจากน้ี มนุษย์ยังใช้
คณิตศาสตร์เป็นหลักในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ในศาสตร์แขนงอ่ืน ๆ รวมถึงด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
เศรษฐกจิ และสังคม ตลอดจนพ้ืนฐานสาหรับการค้นคว้าวิจยั ทกุ ประเภทโดยถือว่าคณิตศาสตร์เปน็ เคร่ืองมือใน
การเรยี นรู้และเป็นพ้ืนฐานในการดารงชวี ิตตลอดจนช่วยพัฒนาคุณภาพชีวติ ใหด้ ีข้ึน ซึ่งจุดประสงค์โดยท่ัวไปใน
การสอนคณิตศาสตร์น้ันเพ่ือต้องการให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจและมีทัก ษะในการคิดคานวณ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รู้คณุ ค่าของคณิตศาสตร์ สามารถนาประสบการณ์ทางดา้ นความรู้ ความคิด และ
ทักษะท่ีได้จากการเรียนคณิตศาสตร์ไปใช้ในการเรียนรู้ส่ิงต่างๆ และใช้ในชีวิตประจาวัน นอกจากนี้
คณิตศาสตร์เป็นศาสตร์แห่งการคิด และเป็นเคร่ืองมือสาคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของสมอง จุดเน้นของการ
เรียนการสอนจึงจาเป็นต้องเน้นให้จดจาข้อมูลทักษะพื้นฐานเป็นการพัฒนาให้นักเรียนได้มีความเข้าใจใน
หลักการและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และมีทักษะพ้ืนฐานเพียงพอที่จะนาไปใช้ในสถานการณ์ใหม่ ๆ
นักเรียนจะต้องได้ประสบการณ์เรียนรู้ที่หลากหลายท่ีจะช่วยให้เกิดความเข้าใจจากการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ
ด้วยตนเอง เช่น การสืบค้น การคาดเดา การตรวจสอบ และให้เหตุผลในกิจกรรมการแก้ปัญหาที่มีการพูด
แลกเปล่ียนความคิดได้อธิบาย อภิปรายและชี้แจงเหตุผล ซึ่งนอกเหนือจากการพัฒนาความสามารถและ
กระบวนการแก้ปัญหาแล้ว ยังช่วยให้นักเรียนได้พัฒนาความสามารถในการให้เหตุผล ความสามารถในการ
สื่อสารและสามารถแก้ปัญหาร่วมกับผอู้ ื่นได้ (กรมวชิ าการ 2545 : 1)
จุลพงษ์ พันอินากูล ( 2545 : 4) ได้กล่าวถึง ความสาคัญของคณิตศาสตร์ไว้ว่า คณิตศาสตร์มี
ความสาคัญต่อชีวิตมนุษย์ เพราะมีความสัมพันธ์กับมนุษย์อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเวลา การใช้
จ่ายเงินทอง การเดินทาง ล้วนมีความสัมพันธ์กับมนุษย์ทั้งสิ้น ความรู้ทางคณิตศาสตร์จะช่วยให้ชีวิตมนุษย์
ดาเนินไปด้วยดีและมีประสิทธิภาพ เช่น ความรู้ทางพีชคณิต อันได้แก่ ประโยคสัญลักษณ์ เป็นการนาเอา
เร่อื งราวโจทย์ปญั หาเขียนเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์แลว้ หาคาตอบ เปน็ การช่วยให้การหาคาตอบงา่ ยข้นึ
2
ส่วนเรขาคณิตสามารถนามาใช้ในการแบ่งเขตท่ีดิน ใช้ในการก่อสร้าง เขียนแผนภูมิรูปภาพและแสดงข้อมูล
ตา่ ง ๆเปน็ ต้น นอกจากนก้ี ิจกรรมตา่ ง ๆ ทางคณติ ศาสตรจ์ ะช่วยให้ผเู้ รียนเปน็ คนช่างสงั เกตมีความคดิ รวบยอด
เปน็ คนมีเหตผุ ล ยอมบั ความคิดเหน็ ของผู้อน่ื เป็นการปลกู ฝังคณุ ธรรมซง่ึ ถือวา่ เป็นเรอ่ื งสาคัญมาก
เมื่อส่วนเรขาคณิตสามารถนาไปใช้ในการแบ่งเขตที่ดิน ใช้ในการก่อสร้าง เขียนแผนภูมิภาพแสดง
ข้อมูลต่างๆ เป็นต้น นอกจากน้ีกิจกรรมต่างๆ ทางคณิตศาสตร์จะช่วยให้ผู้เรียนเป็นคนช่างสังเกต มีความคิด
รวบยอด เป็นคนมีเหตุมีผลยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เป็นการปลูกฝังคุณธรรม ซ่ึงถือว่าเป็นเรื่องสาคัญ
มาก
เม่อื คณิตศาสตรม์ คี วามสาคญั มากเช่นนี้ กระทรวงศึกษาธิการจึงจัดใหม้ กี ารเรียนการสอนคณติ ศาสตร์
ในทุกช่วงช้ัน ต้ังแต่ชว่ งชั้นที่ 1 ถึงช่วงชนั้ ท่ี 4 คือ ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่1 ถึงช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นสาระการ
เรียนรู้ทส่ี ถานศึกษาตอ้ งใช้เปน็ หลกั ในการจัดการเรยี นการสอน เพื่อสร้างพ้ืนฐานการคดิ และเป็นกลยทุ ธใ์ นการ
แก้ปัญหาและวิกฤตของชาติ ( กรมวิชาการ 2545 : 9 ) ซึ่งคุณภาพของผู้เรียนเมื่อจบการศึกษากลุ่มสาระ
การเรียนรู้คณิตศาสตร์ จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเน้ือหาสาระคณิตศาสตร์ มีทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ มีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ ตระหนักในคุณค่าของคณิตศาสตร์ และสามารถนาความรู้ทาง
คณติ ศาสตร์ไปพัฒนาคุณภาพชวี ิต ตลอดจนสามารถนาความรทู้ างคณิตศาสตรไ์ ปเป็นเคร่ืองมือในการเรยี นร้สู ิ่ง
ตา่ งๆ และเป็นพนื้ ฐานการศกึ ษาในระดับที่สูงขึ้น การทผี่ ู้เรียนจะเกดิ การเรียนรู้คณิตศาสตร์อย่างมีคุณภาพน้ัน
จะต้องมีความสมดุลระหว่างสาระทางด้านความรู้ ทักษะกระบวนการควบคู่ไปกับคุณธรรม จริยธรรม และ
คา่ นยิ มดงั นี้ ( สริ พิ ร ทิพย์คง 2545 : 75 )
เนื่องจากวิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาท่ีมีเน้ือหาเป็นนามธรรมส่วนใหญ่ จึงยากที่จะจัดการเรียนการสอน
ให้นักเรยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจอย่างลึกซ้งึ ท้งั น้ยี งั ต้องสอนให้มที ักษะในหลายๆ ด้านเพือ่ ชว่ ยในการคิดคานวณ
และคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา หาคาตอบที่สมเหตุสมผล เพราะฉะน้ัน นอกจากนักเรียนจะมีพ้ืนฐานความรู้ด้าน
ทักษะการคิดคานวณแล้วต้องสร้างความสนใจและฝึกฝนตนเองในการทาแบบฝึกทักษะมากๆ ให้เกิดความรู้
ความเข้าใจและมีความชานาญจริง ด้วยเหตุน้ีผู้วิจัยจึงได้เล็งเห็นว่าทักษะการคิดคานวณในการแก้ปัญหาเป็น
เรื่องท่ตี ้องส่งเสรมิ ใหเ้ กดิ กับนักเรยี น
ในการสอนที่ผ่านมาพบว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีผลสัมฤทธิ์ทางด้านความคิดความสามารถการแต่ง
โจทย์ปัญหาต่ากว่าทักษะอื่นๆ ทังน้ีเกิดจากสาเหตุสาคัญ คือ เรียนไม่รู้ความหมายของประโยคสัญลักษณ์
วิเคราะห์ไม่เป็น ทาให้การแต่งโจทย์ปัญหาไม่ถูกต้อง ดังน้ัน ผู้รายงานจึงมีความสนใจท่ีจะสร้างและพัฒนา
ชุดฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์เร่ืองบทประยุกต์ สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาป่ีท่ี 6 มาเป็นนวัตกรรมที่จะ
ช่วยปรับปรุงแก้ไขกระบวนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และเป็นแนวทางให้ครู ผู้สอนท่ีเก่ียวข้อง
นาไปใช้ในการพฒั นาการจดั การเรยี นการสอนกลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตรใ์ ห้มีประสทิ ธิภาพต่อไป
3
วตั ถุประสงคข์ องการวิจัย
1. เพื่อพัฒนาชดุ ฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาเรอ่ื งบทประยุกต์ของนักเรียนช้ันประถมศกึ ษาป่ีท่ี 6 ปี
การศกึ ษา 2564 โรงเรยี นธิดาแม่พระ
2. เพ่ือเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ชุดฝึกเสริม
ทกั ษะแกโ้ จทย์ปัญหาเรือ่ งบทประยุกต์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาป่ีที่ 6
3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ
คณติ ศาสตร์เรื่องบทประยกุ ต์ของนักเรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
ขอบเขตการวิจัย
1. ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6/5 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนธิดาแม่พระ
อาเภอเมือง จังหวัดสุราษฎรธ์ านี
2. กลุ่มตัวอยา่ ง ได้แก่ นักเรียนช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6/5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียน
ธิดาแม่พระ อาเภอเมือง จังหวัดสรุ าษฎร์ธานี จานวน 10 คน จากการประเมินผลก่อนเรียนแล้ว
มีคะแนนสอบต่ากว่าเกณฑ์
3. เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย แผนการจัดการเรียนรูเ้ รื่องบทประยุกต์ แผนท่ี 1 - 6 เนื้อหาตามรายวิชา
คณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6
4. ตัวแปรท่ศี ึกษา
ตัวแปลต้น คือ ชุดฝกึ เสริมทกั ษะการแก้โจทยป์ ัญหาเรื่องบทประยุกต์
ตวั แปลตาม คือ ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น
นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ
1. ชุดฝึกทักษะ หมายถึง เอกสารท่ีใช้ในการพัฒนาทักษะทางการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์เรื่องบท
ประยุกตท์ ่ผี วู้ ิจยั สรา้ งขึ้น
2. ประสทิ ธิภาพของชดุ ฝกึ เสรมิ ทักษะ หมายถงึ ชุดฝกึ เรมิ ทักษะทีม่ ีประสิทธิภาพตามเกณฑ์
มาตรฐาน 80/80 จาแนกเป็น
- 80 ตัวแรก หมายถึง คะแนนเฉลย่ี ของนักเรียนท้งั กลุ่มอย่างน้อยร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม ซึ่ง
ไดจ้ ากการทากจิ กรรมระหวา่ งเรียนแตล่ ะชุด
4
- 80 ตัวหลัง หมายถึง คะแนนเฉล่ียของนักเรียนท้ังกลุ่มอย่างนอ้ ยร้อยละ 80 ของคะแนนเต็มทา
ได้ถกู ต้องในการทาแบบทดสอบท้ายชุดฝึก
3. นักเรียน หมายถึง ผู้ที่กาลังเรียนในช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6/5 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนธิดา
แม่พระ อาเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน
สรุ าษฎรธ์ านี เขต 1
4. ความพึงพอใจ หมายถงึ ความรสู้ ึกนึกคดิ ของนกั เรยี นทม่ี ีตอ่ การจดั การเรยี นร้โู ดยใชช้ ุดฝกึ เสริม
ทกั ษะคณติ ศาสตร์ เร่ืองบทประยกุ ต์ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 ได้แก่ ความพอใจ ความสนใจ ทีม่ ีตอ่
การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ และประโยชน์ท่ีได้รับจากการเรียนรู้โดยใชช้ ดุ ฝกึ เสริมทักษะ
คณิตศาสตร์ ทีผ่ ู้รายงานสรา้ งข้ึน
ประโยชนท์ ่ีคาดว่าจะไดร้ บั
1. ได้มแี บบฝึกทักษะเร่ืองการประยกุ ต์ไว้ใชใ้ นการฝึกทักษะใหก้ ับนักเรยี นต่อไป
2. นักเรียนมที ักษะการคิดคานวณ และการแก้ปญั หาเร่ืองบทประยกุ ต์มากขนึ้ มีความรู้ความเขา้ ใจ
และผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนสูงกวา่ เกณฑท์ ่ีกาหนด
3. นกั เรยี นมคี วามพงึ พอใจในการใช้ชดุ ฝกึ เสรมิ ทักษะการแกโ้ จทย์ปัญหาเรอื่ งบทประยุกตม์ าก
เอกสารและงานวจิ ยั ที่เกีย่ วข้อง
วีรพล ฉลาดแย้ม ( 2544 : 8 ) กล่าวว่า การวิจัยในช้ันเรียน หมายถึง การศึกษาค้นคว้าเพื่อแสวงหา
วิธีการแก้ปัญหา ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและการเรียนรู้ของผู้เรียนใน
บริบทของช้ันเรียน โดยมรครูเป็นผู้วิจัยและใช้ผลงานวิจัยเพื่อจะส่งผลให้การจั ดการเรียนการสอนมี
ประสิทธิภาพ และคุณภาพย่งิ ขึน้
ประกอบ มณีโรจน์ (2544 : 4 ) การวิจัยในชั้นเรียน คือ กระบวนการแสวงหาความรู้ ความจริงด้วย
วิธีการท่ีเชื่อถือได้ ในเน้ือหาท่ีเก่ียวกับการจัดการเรียนการสอน เพ่ือนาไปสู่การแก้ปัญหา และพัฒนา
ความสามารถของผเู้ รียนอย่างเปน็ ระบบ
สน่ัน พงศ์อักษร การประเมินผลโครงการอบรมอาสาสมัครป้องกันยาเสพติดประจาหมู่บ้านจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ : ศึกษากรณีจังหวัดยะลา พัฒนบริหารศาสตร์มหาบัณฑิต (พัฒนาสังคม) การจัดการพัฒนา
สงั คม 2541
5
สรุปได้ว่า การวิจัยในช้ันเรียน คือ การแสวงหาความรู้ วิธีการอย่างเป็นระบบมาแก้ไขปัญหาในการ
จัดการเรียนการสอน ท้ังในห้องเรียนและนอกห้องเรียน วิจัยโดยครูผู้สอนและนาผลการวิจัยมาปรับปรุง
พฒั นาการเรียนการสอนเพือ่ ใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุดแกผ่ ู้เรยี น
ความหมายและความสาคัญของชดุ ฝกึ เสรมิ ทกั ษะ
ได้มีผ้ใู ห้ความหมายและความสาคญั ของชุดแบบฝกึ เสริมทกั ษะไวห้ ลายท่าน ดังน้ี
สุนันทา สุนทรประเสริฐ (2545 : 1 - 2) กล่าวว่า แบบฝึกเป็นสื่อที่ใช้ในการฝึกทักษะการคิด การ
วิเคราะห์ การแก้ปัญหาการปฏิบัติของนักเรียน นิยมใช้ในกลุ่มภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการ
งานพื้นฐานอาชีพและกล่าวอีกว่า ความสาคัญของการฝึกฝนว่า เมื่อครูได้สอนแนวคิดหลักการให้กับนักเรียน
และนกั เรียนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องน้ันแล้ว ช้ันต่อไปครูตอ้ งจัดกิจกรรมใหน้ ักเรียนได้ฝึกฝนเพ่ือให้มีความ
ชานาญ คล่องแคลว่ แม่นยาและรวดเรว็ หรือท่ีเรียกว่าฝกึ ฝนเพื่อเกิดทักษะ นอกจากน้ีแบบฝึกหัดยังเปน็ ส่ือการ
สอนทาขึ้นเพ่ือให้ผู้เรียนได้ศึกษาให้เข้าใจฝึกฝนจนรู้และชานาญ มีทักษะในเร่ืองใดเร่ืองหน่ึง นอกจากนั้น
แบบฝึกหัดยังเป็นเครื่องช่วยบ่งชี้ให้ครูทราบว่าผู้เรียนหรือผู้ใช้แบบฝึกมีความรู้ ความเข้าใจในบทเรียนและ
สามารถนาความรู้น้ันไปใช้ได้มากน้อยเพียงใด ผู้เรียนมีจุดเด่นที่ควรส่งเสริมหรือมีจุดด้อยท่ีควรต้องปรับปรุง
แก้ไขอย่างไร แบบฝกึ หัดจึงเป็นเครื่องมือสาหรับท่ีครูใช้ในการตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาทกั ษะ
ของนักเรียนในวิชาต่าง ๆ รวมทั้งแบบฝึกยังเป็นอุปกรณ์การสอนอย่างหน่ึงที่สร้างข้ึนมาเพ่ือฝึกฝนทักษะ
นักเรยี นหลงั จากที่เรียนเน้ือหาไปแล้วชว่ ยทาใหเ้ ด็กมีพฒั นาการทางภาษาดีขึ้น เพราะทาใหน้ ักเรียนมีโอกาสนา
ความรู้ท่ีได้เรียนมาแล้วฝึกให้เกิดความเข้าใจกว้างขวางมากข้ึน แบบฝึกทักษะทางภาษาได้ทุก ๆ ด้าน ถ้า
นักเรียนมีโอกาสและเป็นส่ือการเรยี นให้ผู้เรียนได้ฝึกปฎิบัติ เพ่ือช่วยเสริมให้เด็กเกิดทักษะ มีความแตกต่างใน
บทเรียนจะเห็นได้ว่าแบบฝึกหัดเป็นสิ่งจาเป็นอย่างย่ิง ครูต้องให้แบบฝึกที่เหมาะสมเพื่อฝึกหลังจากท่ีได้เรียน
เนือ้ หาจากแบบเรยี นไปแล้วให้มีความรู้ความเข้าใจท่กี ว้างขวางจงึ ถือไดว้ ่าแบบฝึกหัดเป็นสื่อการสอนอยา่ งหน่ึง
ซึ่งครูสามารถนาไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดี ช่วยให้การสอนของครูประสบความสาเร็จ
แบบฝึกเป็นสื่อท่ีใช้ในกิจกรรมการสอนที่สาคัญอย่างหนึ่งมีไว้ให้นักเรียนฝึกฝนเพื่อเพิ่มทักษะภายหลังท่ี
นกั เรียนได้เรียนเนื้อหาจากบทเรียนปกติแล้ว แบบฝกึ จะทาให้ผู้เรียนมีความเข้าใจ มีความรู้ความสามารถมาก
ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบบฝึกเป็นส่ือที่ใช้ในการฝึกทักษะการคิด การวิเคราะห์ การแก้ปัญหาการปฏิบัติของ
นักเรียน นิยมใช้ในกลุ่มภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การงานและพื้นฐานอาชีพ นอกจากนี้ยังได้สรุป
ความสาคัญของการฝึกฝนว่า เม่ือครูได้สอนแนวคิดหลักการให้กับนักเรียน และนักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ
ในเรื่องนั้นแล้ว ข้ันต่อไปครูต้องจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ฝึกฝนเพื่อให้เกิดความชานาญ คล่องแคล่ว แม่นยา
และรวดเร็วหรอื ที่เรียกว่า ฝกึ ฝนเพอื่ เกดิ ทักษะ และแบบฝึกหัดเปน็ ส่อื การสอนท่ีทาข้ึนมาเพ่ือใหผ้ เู้ รยี นได้
6
ศึกษาให้เข้าใจ ฝึกฝนจนรู้และชานาญ มีทักษะในเร่ืองใดเรือ่ งหน่ึง นอกจากนีแ้ บบฝึกหัดยังเป็นเครื่องชว่ ยบ่งช้ี
ให้ครูทราบว่าผู้เรียนหรือผู้ใช้แบบฝึกมีความรู้ความเข้าใจในบทเรียน และสามารถนาความรู้น้ันไปใช้ได้มาก
น้อยเพียงใดผ้เู รียนมีจดุ เดน่ ที่ควรส่งเสริมหรอื มจี ดุ ดอ้ ยท่ีควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไร แบบฝึกหัดจึงเปน็ เครือ่ งมือ
สาคัญทีค่ รูใชใ้ นการตรวจสอบความรคู้ วามเข้าใจและพัฒนาทักษะของนักเรยี นในวิชาตา่ ง ๆ
จากความหมายของแบบฝึกหรือแบบฝึกเสริมทักษะที่ได้มีผู้กล่าวหรือสรุปไว้หลายคนตามท่ีระบุ
ข้างต้น สรุปได้ว่า แบบฝึกทักษะหรือแบบฝึก คือ สื่อการเรียนการสอนชนิดหนึ่งที่ใช้ฝึกทักษะให้กับผู้เรียน
หลังจากเรียนจบเน้ือหาในชว่ งหนึ่ง ๆ เพอ่ื ฝึกฝนใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ รวมทั้งเกิดความชานาญในเร่ืองน้ัน
ๆ อย่างกว้างขวาง แบบฝึกหัดจึงมีความสาคัญต่อผู้เรียนไม่น้อยในการท่ีช่วยเสริมสร้างทักษะให้กับผู้เรียนได้
เกิดการเรียนรู้และเข้าใจเร็วขึ้น ชัดเจน กว้างขวางขึ้น ทาให้การสอนของครูและการเรียนของนักเรียนประสบ
ผลสาเรจ็ อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ จึงนับว่าเปน็ เครอื่ งมือทีส่ าคัญที่ครสู ามารถนาไปใช้ในกิจกรรมการเรยี นการสอน
เพอื่ นาไปสู่จดุ หมายไดอ้ กี ด้วย
ไพจิตร สะดวกการ,2545 กิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศักราช 2544 เน้นให้ผู้เรียนเป็นผู้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเองเป็นสาคัญ ผู้สอนควรทาหน้าท่ีเป็นผู้จดั กิจกรรม
ให้นกั เรยี นไดศ้ ึกษาด้วยตนเองมากกวา่ ที่จะเป็นผู้บอกเล่าให้นกั เรยี นได้จดจาเนือ้ หาสาระ โดยคานึงถึงวฒุ ิภาวะ
ประสบการณ์เดิมและส่ิงแวดล้อมต่าง ๆ ที่นักเรียนได้รับมาก่อน เข้าสู่ห้องเรียน การสอนให้นักเรียนรู้จัก
เทคนิควิธีแก้ปัญหาหลาย ๆ วิธี จะเป็นการเตรียมนักเรียนให้พร้อมที่จะเลือกเทคนิควิธีที่เหมาะสมในแต่ละ
สถานการณ์เพราะไม่มเี ทคนิคใดท่สี ามารถใชใ้ นการแก้ปัญหาได้ทกุ รูปแบบ การทน่ี ักเรียนจะสามารถนาความรู้
ความสามารถไปใช้ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์อื่น ๆ ได้นั้นมาจากการได้มา๙งความรู้ใหม่ที่ขึ้นอยู่กับ
อิทธิพลของความรู้เดิมที่มีอยู่ก่อนและถ่ายโยง (Transfer) จากประสบการณ์และโครงสร้างเดิมไปสร้าง
โครงสร้างใหม่ทางปัญญา (Cognitive Restructuring) ซึ่งเป็นแนวคิดของทฤษฎีคอนสตรัคดิวิสต์ โครงสร้าง
ทางปัญญาที่สร้างข้ึนใหม่น้ีจะเป็นเคร่ืองมือสาหรับโครงสร้างใหม่ ๆ อีกต่อไปและผู้ที่เกิดการเรียนรู้ในระดับ
โครงสร้างจะสามารถนาส่ิงท่ีเรียนรู้ไปใช้ในสถานการณ์อ่ืน ๆ ที่อยู่ในกรอบโครงสร้างนั้นได้ จึงกล่าวได้ว่า
ความสามารถในการถ่ายโยง (Transfer) การเรียนรู้เป็นตัวบ่งช้ีของผลการเรียนรู้หรือผลการสร้างความรู้ได้
(Bell 1993,อา้ งถึงในมยุรี แสอดุ ม, 2548)
วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ช่วยให้เกิดความเจริญก้าวหน้าท้ังทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโลก
ในปัจจุบนั เจริญข้ึนเพราะการคิดค้นทางวิทยาศาสตร์ต้องอาศยั ความรทู้ างคณิตศาสตร์ นอกจากน้ีคณิตศาสตร์
ยังชว่ ยพฒั นาให้แต่ละบุคคลเป็นคนทสี่ มบรู ณเ์ ป็นพลเมืองดี เพราะคณติ ศาสตรช์ ่วยเสริมสรา้ งเป็นคนมเี หตุผล
7
ความเป็นช่างคิด ริเริ่มสร้างสรรค์ มีระบบระเบียบในการคิด มีการวางแผนในการทางาน มีความสามารถใน
การตัดสินใจ มีความรับผิดชอบต่อกิจการงานที่ได้รับมอบหมายตลอดจนมีลักษณะของความเป็นผู้นาในสังคม
(ยุพนิ พิพิธกลุ ,2545)
จากอดีตถึงปัจจุบันการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ยังไม่เอ้ือต่อการพัฒนาคนให้มีคุณลักษณะ
ดงั กล่าวขา้ งต้น เน่ืองจากวิธีสอนยังม่งุ เน้นการถ่ายทอดเน้ือหาวิชามากกว่าการเรียนรู้จากสภาพที่เป็นจริงและ
ไม่เน้นกระบวนการให้นักเรียนได้พัฒนาความคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ การแสดงความคิดเห็น และการ
แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง (สานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ,2545) ช้ีให้เห็นว่าต้องมีการพัฒนา
การศึกษาทางคณิตศาสตร์อีกมากมายและทักษะทางคณิตศาสตร์ด้านท่ีจาเป็นที่ต้องพัฒนาเป็นอันดับแรกคือ
ทักษะเฉพาะวิขาซึ่งสอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐานพุทธศักราช 2544 ที่เน้นการจัดการศึกษาโดย
กาหนดมาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ที่เป็นสาระหลักสาหรับผู้เรียนทุกคนดังน้ี 1) จานวนและการ
ดาเนินการ 2 ) การวัด 3 ) เรขาคณิต 4 ) พีชคณิต 5 ) การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น 6 ) ทักษะ
กระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนควรบูรณาการสาระต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ซ่ึงทักษะ
กระบวนการในการจดั การเรียนรูท้ างคณิตศาสตรม์ คี วามสาคญั มาก
ทฤษฎีคอนสตรัคดิวิสต์ (Constructivist Theory) หรือคอนสตรัคดิวิสซึม (Constructivism) เป็น
ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เช่ือว่า การเรียนรู้เกิดจากการกระทาของตนเอง (Theory of Active Knowing ) ซึ่งมี
แนวคิดหลักว่าบุคคลเรียนรู้โดยอาศัยปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมด้วยวิธีการท่ีแตกต่างกันโดยอาศัย
ประสบการณ์เดิม โครงสร้างทางปัญญาที่มีอยู่และแรงจูงใจภายในเป็นพ้ืนฐานมากกว่าอาศัยแต่เพียงการรับ
ข้อมูลจากสิ่งแวดล้อมหรือจากการรับการสอนจากภายนอกเท่านั้น การจัดการเรียนการสอนจึงต้องทาให้
ผู้เรียนเกิดความขัดแย้งทางปัญญา (Cognitive Conflict) ที่เกิดจากการที่บุคคลเผชิญกับสถานการณ์ท่ีเป็น
ปัญหาหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เกิดการไตร่ตรอง (Reflection) และนาไปสู่การสร้าง
โครงสร้างทางปัญญา (Cognitive Reflection) ท่ีได้รับการตรวจสอบท้ังจากตนเองและผู้อื่นว่าสามารถ
แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่อยู่ในกรอบโครงสร้างน้ันได้และเป็นพื้นฐานสาหรับโครงสร้างใหม่ต่อไป (Underhill 1991.
อ้างถงึ ในมนั ตกานต์ โคจตรชาลี,2545)
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดของทฤษฎีคอนสตรัคดิวิสต์ของ Underhill (1991) มีลักษณะ
ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ด้านการคิดวิเคราะห์ได้อย่างเด่นชัด จากสถานการณ์ที่เป็น
ปัญหาและปฏิสัมพันธ์ทางสังคมก่อให้เกิดความขัดแย้งทางปัญญาและความขัดแย้งทางปัญญานี้จะเป็น
แรงจงู ใจใหเ้ กิดการไตร่ตรอง กจิ กรรมการไตร่ตรองนี้จะอยูบ่ นพ้ืนฐานของความรู้เดมิ และปฏสิ ัมพันธ์ทางสังคม
จะกระต้นุ ใหม้ กี ารสรา้ งโครงสรา้ งใหม่ทางปัญญาซึ่งโครงสร้างใหม่น้ีจะทาหน้าท่เี ปน็ โครงสรา้ งเดมิ สาหรับ
8
ปญั หาใหม่ต่อไป ซงึ่ มีขน้ั ตอนการจัดกิจกรรม 3 ข้ันตอน ดังนี้
1. ข้ันสร้างความขัดแย้งทางปญั ญา
2. ข้นั ดาเนินกจิ กรรมไตร่ตรอง
3. ขน้ั สรปุ ผลสร้างโครงสร้างใหม่ทางปัญญา
จากการศึกษางานวิจัยทเี่ ก่ียวข้องกับการจดั การเรียนรู้คณิตศาสตรต์ ามแนวคดิ ของทฤษฎคี อนสตรัคติ
วิสต์ ทาให้ผู้วิจัยมีความเชื่อว่าการจัดกิจกรรมตามแนวทางดังกล่าวจะช่วยให้ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนขอ ง
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/5 ของโรงเรยี นธดิ าแม่พระนั้นสูงข้นึ ท้ังยงั สง่ เสรมิ ให้นักเรยี นเกิดคุณลักษณะอัน
พึงประสงค์ อันไดแ้ ก่ มีความสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง ความสามารถในการแกป้ ัญหาด้วยตนเอง
ด้วยวิธีการที่หลากหลาย มีเหตุผล สามารถเช่ือมโยงประสบการณ์ไปใช้ในการแก้ปัญหาได้ มีความเช่ือมั่นใน
ตนเองกล้าแสดงออกและมีทักษะในการทางานเปน็ กลุ่ม
จากหลักการและเหตผุ ลข้างต้นผู้วจิ ัยจงึ สนใจนารูปแบบการสอนซ่งึ พัฒนาตามแนวคิดของทฤษฏีคอน
สตรัคตวิ ิสต์มาประยกุ ต์ใช้ในการจดั กิจกรรมการเรยี นรูก้ ลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์เร่อื งบทประยกุ ต์ 1 ชั้น
ประถมศึกษาปีท่ี 6 เพ่ือพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้และพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ให้สูงข้ึน โดยนา
หลกั การและขัน้ ตอนการวิจยั เชงิ ปฏิบัตกิ ารมาเปน็ แนวทางในการดาเนินการวิจยั ซ่งึ ผวู้ ิจัยมุง่ หวังจะช่วยพฒั นา
ผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถคิดแบบองค์รวม คิดเป็น ทาเป็น แก้ปัญหาเป็น เรียนรู้ร่วมกับ
ผู้อื่นอย่างมีความสุขและมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรู้กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
โรงเรยี นกาหนดและมปี ระสทิ ธภิ าพมากข้ึน
วธิ ีดาเนินการวิจัย
ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/5 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนธิดาแม่พระ
อาเภอเมอื ง จงั หวดั สรุ าษฎร์ธานี
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6/5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564 โรงเรียน
ธิดาแม่พระ อาเภอเมอื ง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จานวน 10 คน จากการประเมินผลกอ่ นการเรียนแล้วมีคะแนน
สอบตา่ กว่าเกณฑ์
การสร้างเครอ่ื งมอื วจิ ัย
ในการดาเนนิ การวิจัยครง้ั น้มี จี ุดมงุ่ หมายเพอ่ื พัฒนาทักษะการคดิ คานวณในการแกป้ ญั หาสมการ
- แบบฝกึ ทักษะ เรือ่ ง สมการและการแกส้ มการ
- แบบทดสอบ เรอ่ื ง การแกโ้ จทย์ปญั หาเร่ืองบทประยุกต์ จานวน 20 ขอ้
9
การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
โดยใช้แบบฝึกทักษะสาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6/5 โดยผู้วิจัยได้สร้างชุดฝึกทักษะโดยยึด
หลักสูตรของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารและได้ดาเนนิ การซึ่งมีรายละเอยี ดเปน็ ขั้นตอนดังนี้
- ช้ีแจงให้นักเรียนท่ีเป็นกลุ่มตัวอย่างทราบถึงการใช้ชุดแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาเรื่องบท
ประยกุ ต์เพือ่ ใหน้ ักเรยี นได้ปฏิบตั ไิ ดถ้ ูกต้อง
- นาแบบทดสอบการแก้โจทย์ปัญหาเร่ืองบทประยุกต์ จานวน 20 ข้อ ไปทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างแล้ว
บนั ทึกคะแนนที่ไดร้ ับจากการทดสอบครั้งนี้เป็นคะแนนทดสอบก่อนเรยี น (Pretest)
- ทบทวนเก่ียวกับหลักการบวก การลบ การคูณ และการหาร เน้ือหาเบื้องต้นเกี่ยวกับการแก้โจทย์
ปัญหา
- นาชุดฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาเรื่องบทประยุกต์ให้นักเรียนฝึกทาเร่ิมจากแบบฝึกชุด A – C
ระยะเวลา 3 สัปดาห์ โดยเปน็ การสอนซ่อมเสริมหลงั เลิกเรียนทุกเย็นวันพธุ และวนั ศกุ ร์ ใช้เวลาคร้งั ละ
30 นาที โดยในแตล่ ะแบบฝึกทักษะผู้สอนและนักเรียนจะร่วมกันตรวจคาตอบและอภิปรายเพื่อความ
เขา้ ใจและเปดิ โอกาสให้นกั เรยี นซักถามอยา่ งต่อเนื่อง
- ทาแบบทดสอบ การแก้โจทย์ปัญหาเร่ืองบทประยุกต์และบันทึกผลการทดสอบให้เป็นคะแนนหลัง
เรยี น (Posttest)
- ตรวจให้คะแนนทดสอบ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหาแล้วนาคะแนนที่ได้วิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยของคะแนน
ต่อไป
การวิเคราะห์ข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยครั้งน้ี ผู้วิจัยได้นาคะแนนจากข้อสอบที่ได้จากแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์
ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาเร่ืองบทประยุก ต์ของนักเรียนช้ัน
ประถมศกึ ษาปีท่ี 6/5 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 จานวน 10 คน ไดผ้ ลวเิ คราะห์ ดงั น้ี
10
ตารางท่ี 1 แสดงการพฒั นาการผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นก่อนและหลงั ของนักเรยี น
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6/5
ลาดับท่ี ชอื่ – สกุล แบบทดสอบ
กอ่ นเรยี น (20 คะแนน) หลงั เรยี น (20 คะแนน)
1 เด็กชายปณุ ยปรญิ ญ์ บณุ ยภกั ดี 3 15
2 เดก็ ชายนวนนท์ พรหมทอง 4 18
3 เดก็ ชายณภทั ร ไพบูลย์ 4 17
4 เด็กชายเทพินทร์ พลู เพ่มิ 3 16
5 เด็กชายกลวัชร มะกาว 2 14
6 เด็กชายนรายุทธ สารอักษร 2 15
7 เดก็ หญงิ นนั ทิกานต์ จริ ะปฏินันท์ 3 15
8 เด็กหญิงปณุ ยนชุ กาลดิษฐ์ 3 18
9 เด็กหญงิ ธญั ญพ์ ิชชา โพธถิ์ าวร 2 16
10 เด็กหญิงนิธิตา วิชยั ดิษฐ์ 3 15
สถติ ิที่ใชใ้ นการวิเคราะหข์ ้อมลู
วิเคราะห์โดยการหาค่าเฉล่ียของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและการหาค่าเฉลี่ยของคะแนนหลักเรียน
แล้วหาค่ารอ้ ยละความกา้ วหน้าของผลการเรยี นรู้
ค่า SD ก่อนเรียน
ลาดับที่ ชือ่ – สกลุ ค่า X ค่า X2
9
1 เดก็ ชายปณุ ยปริญญ์ บุณยภกั ดี 3 16
2 เดก็ ชายนวนนท์ พรหมทอง 4 16
9
3 เด็กชายณภัทร ไพบลู ย์ 4 4
4
4 เด็กชายเทพินทร์ พลู เพ่มิ 3 9
5 เด็กชายกลวชั ร มะกาว 2 9
4
6 เดก็ ชายนรายุทธ สารอักษร 2 9
7 เดก็ หญงิ นันทกิ านต์ จิระปฏนิ ันท์ 3 ∑x2 89
8 เด็กหญิงปุณยนชุ กาลดิษฐ์ 3
9 เด็กหญิงธญั ญ์พชิ ชา โพธ์ิถาวร 2
10 เด็กหญิงนธิ ิตา วิชัยดษิ ฐ์ 3
∑x 29
11
S.D = √1010(1(5190)−−12)9
= √15909−0 841
= √79409
= √8.322 = 2.88
แบบกรอกคะแนนทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน แบบฝึกโจทยป์ ัญหา
แบบทดสอบ ผลตา่ ง
ลาดับท่ี ชอ่ื – สกลุ ช้ัน ก่อนเรียน หลงั เรียน D D2 ความกา้ วหน้า
1 เดก็ ชายปณุ ยปริญญ์ บณุ ยภักดี 20 คะแนน 20 คะแนน 12 144 +12
2 เดก็ ชายนวนนท์ พรหมทอง 14 196 +14
3 เดก็ ชายณภัทร ไพบลู ย์ ป. 6/5 3 15 13 169 +13
4 เด็กชายเทพินทร์ พลู เพม่ิ 13 169 +13
5 เดก็ ชายกลวชั ร มะกาว ป. 6/5 4 18 12 144 +12
6 เด็กชายนรายทุ ธ สารอักษร 13 169 +13
7 เดก็ หญงิ นันทกิ านต์ จริ ะปฏินนั ท์ ป. 6/5 4 17 12 144 +12
8 เด็กหญิงปณุ ยนุช กาลดษิ ฐ์ 15 225 +15
9 เด็กหญงิ ธญั ญ์พิชชา โพธถ์ิ าวร ป. 6/5 3 16 14 196 +14
10 เดก็ หญิงนิธติ า วชิ ัยดิษฐ์ 12 144 +12
ป. 6/5 2 14 130 159 130
∑x
ป. 6/5 2 15 259
X
% ป. 6/5 3 15
ป. 6/5 3 18
ป. 6/5 2 16
ป. 6/5 3 15
29 159
29 15.9
2.9 79.5
12
สถิติทีใ่ ชใ้ นการวเิ คราะห์ข้อมูล
วิเคราะห์โดยหาค่าเฉลี่ยของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและค่าเฉล่ียของคะแนนทดสอบหลังเรียนแล้ว
หาค่ารอ้ ยละความก้าวหนา้ ของผลการเรียนรู้
จากสูตรคะแนนเฉลยี่ ร้อยละ = ( ∑x2 - ∑x1 ) x 100
คะแนนเต็ม
เม่ือ ∑x2 แทน ผลรวมคะแนนเฉล่ยี ของคะแนนทดสอบหลังเรยี นทัง้ หมด
∑x1 แทน ผลรวมคะแนนเฉลย่ี ของคะแนนทดสอบก่อนเรียนทงั้ หมด
การคานวณหาคา่ IOC (Tem Objective Congruence Index)
การคานวณโดยใชห้ ลกั การหาค่าเฉล่ยี - IOC = 1 คา่ ทีใ่ ช้ได้ 0.5 ขน้ึ ไป
ผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู
จากการวิจัย เรื่อง การพัฒนาชุดฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาเรื่องบทประยุกต์สาหรับนักเรียน
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6/5 ของโรงเรียนธิดาแม่พระ อาเภอเมอื ง จังหวัดสุราษฎร์ธานี สารวจจากกลุ่มตัวอย่าง
จานวน 10 คน พบวา่ คะแนนแบบทดสอบก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ย 40.86 คะแนนแบบทดสอบหลงั เรยี นมคี ่าเฉลี่ย
79.5 โดยมคี ะแนนเฉลย่ี เพิ่มขน้ึ ร้อยละ 38.64
สรปุ ผล / อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ
ผลการวิจัยพบว่า จากการวิจัยเร่ืองการพัฒนาชุดฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาเรื่องบทประยุกต์
สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6/5 ของโรงเรียนธิดาแม่พระ อาเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี สารวจ
จากกลุ่มตัวอย่างจานวน 10 คน พบว่า คะแนนแบบทดสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียน
นักเรียนมีทักษะการคิดคานวณและการแก้ปัญหาเรื่องบทประยุกต์มากข้ึนมีความรู้ ความเข้าใจและมี
ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนสูงข้ึน มีความพึงพอใจในการใช้ชุดฝึกเสรมิ ทักษะการแก้โจทย์ปัญหาเรื่องบทประยุกต์
ในระดับดมี าก
13
ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู
คะแนนเฉล่ียความก้าวหน้าในการทาแบบฝึกหัดการแก้โจทย์ปัญหาขอ งนักเรียนช้ันประถมศึกษา
ปที ่ี 6/5 ของโรงเรียนธิดาแมพ่ ระ โดยใชแ้ บบฝึกผลปรากฏ ดังน้ี
ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน N คะแนนเต็ม ∑x X S.D %
ก่อนเรียน 29 2.88 29
หลงั เรียน 20 20 29 15.9 1.76 79.5
20 20 159
สรปุ ผลอภิปรายและขอ้ เสนอแนะ
จากผลการวิจัยพบว่า จากการวิจัยเรื่องการพัฒนาชุดฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาเร่ืองบท
ประยุกต์สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 6/5 ของโรงเรียนธิดาแม่พระ อาเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
สารวจจากกลุ่มตัวอย่างจานวน 10 คน พบว่า คะแนนแบบทดสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนแบบทดสอบก่อน
เรียน นักเรียนมีทักษะการคิดคานวณและการแก้ปัญหาเร่ืองบทประยุกต์มากขึ้นมีความรู้ ความเข้าใจและมี
ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนสูงข้ึน มีความพึงพอใจในการใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาเร่ืองบทประยุกต์
ในระดับดมี าก
ขอ้ เสนอแนะในการวจิ ัย
การพฒั นาการแก้โจทยป์ ญั หาหากต้องการให้นักเรียนได้เรียนร้ดู ้วยความเขา้ ใจเน้ือหาอย่างแท้จริงควร
นาสื่อที่เป็นรูปธรรมและน่าสนใจ เช่น ส่ืออิเล็คทรอนิคส์มาใช้ก่อให้นักเรียนเกิดความสนใจและอยากเรียนรู้
มากยิ่งขึ้นและได้ฝึกปฏิบัติอย่างชัดเจนเก่ียวกับขั้นตอนของการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องจนเกิดความชานาญ
และรักในการเรียนวชิ าคณติ ศาสตรม์ ากยง่ิ ข้ึน
เอกสารและสิง่ อา้ งอิง
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ 2564 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไข
เพมิ่ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545 กรุงเพทฯ
กรมวชิ าการ 2544 รวมชดุ สมบรู ณ์แบบ สานักพิมพเ์ อมพนั ธ์ จากัด
ลงชื่อ........................................
(นางจรีรัตน์ กล่อมเอ่ยี ม)
ผทู้ าการวิจัย
ภาคผนวก
-1- ฉบบั A
แบบฝกึ เสรมิ ทักษะคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6
เรื่อง บทประยุกต์
สานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาเขต 1
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบที่ถกู ต้องที่สุด
1. เตารีดติดราคาไว้ 750 บาท ผซู้ ้อื ตอ้ งเสยี 6. พลอยซอื้ ปากกามา 1 โหลราคา 324 บาท แล้ว
ภาษีมูลคา่ เพ่ิมร้อยละ 7 แสดงวา่ ผ้ซู ้ือตอ้ งจา่ ยเงินคา่ นาไปขายในราคาดา้ มละ 30 บาท จนหมดพลอยจะ
ได้กาไรทั้งหมดเท่าไร
เตารีดในราคาเทา่ ไร
ก. ราคาขาย 1 ดา้ ม ลบดว้ ย ราคาซอ้ื 1 ดา้ ม
ก. 697.50 บาท ข. 802.50 บาท ข. ราคาซือ้ 1 ด้าม ลบด้วยราคาขาย 1 ด้าม
ค. ราคาขาย 1 โหล ลบด้วย ราคาซือ้ 1 โหล
ค. 810.00 บาท ง. 815.50 บาท ง. ราคาซ้อื 1 โหล ลบด้วยราคาขาย 1 โหล
2. หา้ งสรรพสินค้าแหง่ นีป้ ระกาศลดราคา
เครือ่ งใช้ไฟฟา้ ทุกชนดิ 15 % ถ้าโทรศัพทต์ ิดราคาเดิม 7. สมุด 5 โหล ราคา 900 บาท สมุด 20 เล่มราคา
ไว้ 25,000 บาท ราคาทล่ี ดแลว้ จะเปน็ เงินเทา่ ใด เทา่ ใด
ก. 3,750 บาท ข. 21,000 บาท ก. 100 บาท
ข. 200 บาท
ค. 21,250 บาท ง. 22,500 บาท ค. 300 บาท
ง. 400 บาท
3. เสื้อตวั หนงึ่ ราคา 1,500 บาท แต่ผ้ขู ายต้องการลด 8. ขายโต๊ะและเก้าอ้ี 1 ชุด เป็นเงิน3,750 บาท
ปรากฏวา่ ขาดทนุ 25 % ถ้าต้องการกาไร 30 %
ให้ 5 % ของราคาเสื้อ ถ้าเกง่ ต้องการซ้อื จะต้อง
จา่ ยเงินเท่าไร
ก. 75 บาท ข. 1,400 บาท จะตอ้ งขายเป็นเงินก่บี าท
ค. 1,425 บาท ง. 1,450 บาท ก. 6,200 บาท ข. 6,300 บาท
4. 60 % ของจานวนเทา่ ใดเท่ากบั 24 ค. 6,400 บาท ง. 6,500 บาท
ก. 46 ข. 40
ค. 24 ง. 60 9. ร้อยละ 20 ของ 40 คือจานวนใด
5. ใช้เงินไปรอ้ ยละ 40 ของเงินท่ีมอี ยู่ ถ้ามีเงินอยู่ ก. 60 ข. 10
2,800 บาท จะเหลือเงนิ เท่าไร
ค. 8 ง. 2
10. จานวนเทา่ ใดเป็นรอ้ ยละ 5 ของ 60
ก. 3 ข. 6
ก. 1,132 บาท ข. 1,220 บาท ค. 12 ง. 300
ค. 1,120 บาท ง. 1,150 บาท
-2-
11. 40 % ของจานวนใดเป็น 16 16. ฝากเงินเทา่ ไรในเวลา 1 ปี จงึ จะได้ดอกเบี้ย
ก. 80 ข. 40 2
ค. 36 ง. 16 1,625 บาท เม่ือธนาคารคดิ อัตราดอกเบ้ียร้อยละ 6.5
12. ร้อยละเท่าไรของ 50 เทา่ กบั 8 ต่อปี
ก. 58 ข. 40 ก. 5,200 บาท ข. 20,000 บาท
ค. 32 ง. 16 ค. 50,000 บาท ง. 80,000 บาท
13. ขายกระเปา๋ 10 ใบ ได้เงิน 1,500 บาท ถ้าไดร้ ับ 17. ดนิ สอ 3 แท่ง ราคา 17 บาท ดนิ สอ 51 แท่ง
เงนิ มา 4,500 บาท จะขายกระเปา๋ ได้มากกวา่ เดิมก่ีใบ ราคาเท่าใด
ก. 40 ใบ ข. 30 ใบ ก. 51 บาท ข. 153 บาท
ค. 20 ใบ ง. 15 ใบ ค. 289 บาท ง. 867 บาท
14. มผี ลไม้ในตะกร้า 600 ผล เป็นฝรัง่ 40 % ของ 18. ตัดเส้ือ 8 ตวั ใชผ้ ้า 14 เมตร ผ้า 42 เมตร จะตดั
ผลไม้ทั้งหมด จงหาวา่ มฝี รงั่ กี่ผล เสอ้ื ได้ก่ตี ัว
ก. 150 ผล ข. 20 ผล ก. 22 ตัว ข. 24 ตวั
ค. 220 ผล ง. 40 ผล ค. 50 ตวั ง. 73 ตวั
15. มนี ้ามันอยู่ในถงั 55 ลติ ร ใชไ้ ปครั้งแรก 15 % ใช้ 19. ก้อยมีทเุ รียน 150 ผล ขายไป ร้อยละ 18 ของ
ครั้งทส่ี อง 25 % ดังน้นั จะเหลอื นา้ มนั อยู่กลี่ ิตร ทเุ รยี นที่มีอยู่ ก้อยขายทเุ รียนไปก่ีผล
ก. 15 ลติ ร ข. 20 ลิตร ก. 18 ผล ข. 27 ผล
ค. 33 ลติ ร ง. 40 ลติ ร ค. 30 ผล ง. 123 ผล
20. คนงาน 9 คน สรา้ งบา้ นเสรจ็ ใชเ้ วลา 60 วนั ถา้ มี
คนงาน 15 คน ทางานเหมือนกันใช้เวลาเท่าใด
ก. 36 วนั ข. 45 วนั
ค. 100 วนั ง. 150 วัน
-1- ฉบับ B
แบบฝึกเสรมิ ทักษะคณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 6
เร่ือง บทประยุกต์
สานกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาเขต 1
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คาชีแ้ จง ให้นกั เรียนเลือกคาตอบท่ีถกู ต้องทส่ี ดุ
1. ซอ้ื สรอ้ ยคอมาราคา 12,000 บาท ขายได้กาไร 6. ติดราคาโตะ๊ ทางาน 9,500 บาท ประกาศลดราคา
12 % ขายสรอ้ ยคอไปราคาเทา่ ใด 15% และถ้าซ้อื เงินสดลดอีก 8 % ของราคาท่ีลดแลว้
ก. 13,440 บาท ข. 10,560 บาท ถ้ามีผู้ซือ้ เงินสดจะขายโตะ๊ ราคากีบ่ าท
ค. 9,600 บาท ง. 1,440 บาท ก. 8,075 บาท
2. ขายโทรศพั ท์มอื ถือขาดทุน 58 % ถา้ ต้นทุน ข. 7,429 บาท
13,500 บาท ขายโทรศัพท์มือถือไปราคาเท่าใด ค. 7,268 บาท
ง. 6,864 บาท
ก. 5,400 บาท ข. 5,670 บาท 7. ข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์คะแนนเตม็ 180 คะแนน
ค. 7,700 บาท ง. 7,830 บาท เดชาสอบได้ 135 คะแนน เดชาสอบได้รอ้ ยละเท่าใด
3. ซื้อดอกไม้ 250 บาท ขายไป 325 บาท ได้กาไร ก. ร้อยละ 25
ร้อยละเทา่ ใด ข. รอ้ ยละ 45
ก. 50 บาท ข. 25 บาท ค. รอ้ ยละ 75
ค. 5 บาท ง. 3 บาท ง. ร้อยละ 85
4. รองเท้าตดิ ราคาไว้ 4,900 บาท ทางรา้ นประกาศ 8. สมศรีลงทนุ ทาขนม 1,200 บาท ขายขนมได้เงนิ
1,560 บาท สมศรีได้กาไรร้อยละเทา่ ใด
ผลลดราคา 70 % ถ้ามีผู้ซื้อรองเท้าจะต้องจ่ายเงิน ก. 25 ข. 46
เทา่ ใด ค. 30 ง. 56
ก. 1,470 บาท ข. 1,813 บาท 9. สมชายขายโทรศพั ท์ 7,600 บาท ขาดทุน 20 %
ค. 3,430 บาท ง. 3,577 บาท เดมิ สมชายซือ้ โทรศัพท์ราคาเทา่ ใด
5. แจกันต้นทุน 600 บาท ตดิ ราคาเอากาไร 25 % ก. 6,080 บาท ข. 7,296 บาท
ลกู ค้าขอลดราคา 10 % จะขายแจกันได้กาไรเทา่ ไร ค. 9,120 บาท ง. 9,500 บาท
10. ขายตู้เยน็ ราคา 8,580 บาท ไดก้ าไรร้อยละ 32
ก. 60 บาท ข. 75 บาท จงหาราคาต้นทนุ ของตู้เย็น
ค. 90 บาท ง. 150 บาท ก. 13,300 บาท ข. 10,900 บาท
ค. 6,500 บาท ง. 5,800 บาท
-2-
11. สมบตั ิซ้อื รองเทา้ ร้อยละ 40 ของเงนิ ทมี่ ีอยู่ ถา้ 16. เส้ือยดื 30 ตวั ราคา 1,500 บาท มีเงิน 1,000
สมบัตเิ หลอื เงนิ 480 บาทเดิมสมบัตมิ ีเงินก่ีบาท บาท จะซ้อื เสอ้ื ยดื ไดก้ ี่ตัว
ก. 1,800 บาท ข. 800 บาท ก. 11 ตัว ข. 13 ตวั
ค. 320 บาท ง. 192 บาท ค. 17 ตวั ง. 20 ตวั
12. ธดิ าฝากเงนิ 18,000 บาท ธนาคารให้ดอกเบ้ยี 17. ฉนั ทนามีท่ีดิน 80 ไร่ แบ่งขายไปแลว้ 65 %
ร้อยละ 6 ต่อปี สนิ้ ปธี ดิ าจะมเี งินรวมเปน็ เทา่ ใด ฉันทนายงั เหลอื ที่ดนิ อีกกี่ไร่
ก. 19,080 บาท ข. 20,880 บาท ก. 24 ไร่ ข. 28 ไร่
ค. 25,200 บาท ง. 28,800 บาท ค. 32 ไร่ ง. 64 ไร่
13. วสนั ตก์ ู้เงนิ ธนาคาร 95,000 บาท ธนาคารคิด 18. วชั รีขายเคร่อื งซักผ้าไปในราคา 6,510 บาท ได้
อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 8 ต่อปี สน้ิ ปวี สันต์จะต้องเสีย กาไร 5 % จงหาราคาทุนท่วี ชั รีซื้อเคร่ืองซักผ้า
ดอกเบี้ยให้ธนาคารเทา่ ใด ก. 6,000 บาท ข. 6,100 บาท
ก. 102,600 บาท ข. 84,400 บาท ค. 6,200 บาท ง. 6,300 บาท
ค. 76,000 บาท ง. 7,600 บาท 19. แม่คา้ ขายกระเป๋าไปในราคา 300 บาท ได้กาไร
14. นมเปร้ยี ว 4 กลอ่ ง ราคา 24 บาท ซอ้ื นมเปรี้ยว 20 % จงหาราคาทุนทแี่ ม่คา้ ซื้อกระเปา๋ มา
10 กล่อง ต้องจ่ายเงินกี่บาท ก. 230 บาท ข. 280 บาท
ก. 60 บาท ข. 80 บาท ค. 250 บาท ง. 300 บาท
ค. 70 บาท ง. 90 บาท 20. ซื้อมะนาว 500 ผล พ่อค้าแถมให้ 25 ผล พอ่ ค้า
15. ซื้อ ส.ค.ส. 6 ใบ ราคา 72 บาท มเี งนิ 96 บาท จะ แถมมะนาวใหค้ ิดเป็นรอ้ ยละเท่าใด
ซอื้ ส.ค.ส ได้ก่ีใบ ก. ร้อยละ 2.5 ข. รอ้ ยละ 3
ก. 8 ใบ ข. 9 ใบ ค. ร้อยละ 4.5 ง. ร้อยละ 5
ค. 10 ใบ ง. 11 ใบ
-1- ฉบบั C
แบบฝกึ เสรมิ ทักษะคณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6
เร่ือง บทประยุกต์
สานกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาเขต 1
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คาช้แี จง ให้นักเรยี นเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สดุ
1. แม่ซอ้ื ที่ดนิ 150 ไร่ ปลกู ข้าว 90 ไร่ แม่ปลกู ข้าว 6. รา้ นค้าซือ้ เครอื่ งดูดฝุ่นมา 5,200 บาท ขายไปได้
คดิ เปน็ ก่ี % ของที่ดินท้ังหมด กาไร 15 % ร้านคา้ ขายเคร่ืองดูดฝุ่นไปราคาก่ีบาท
ก. 45 % ข. 57 % ก. 5,531 บาท
ค. 60 % ง. 67 % ข. 5,980 บาท
2. ซ้อื พัดลมตวั หนึง่ ราคา 800 บาท ขายไปไดก้ าไร ค. 6,132 บาท
12 % ขายพดั ลมไปในราคากี่บาท ง. 6,230 บาท
7. ฝา้ ยซ้ือเครอื่ งเสียงมา 12,800 บาท ขายไปได้กาไร
ก. 896 บาท ข. 963 บาท 5 % ฝ้ายขายเครอื่ งเสยี งไปราคากบ่ี าท
ค. 1,001 บาท ง. 1,132 บาท ก. 11,256 บาท
3. โต๊ะอาหารตัวหนึ่งราคา 3,500 บาท ขายไปได้ ข. 12,832 บาท
กาไร 20 % ขายโตะ๊ อาหารไปราคากี่บาท ค. 13,440 บาท
ก. 3,756 บาท ข. 3,900 บาท ง. 14,000 บาท
ค. 4,132 บาท ง. 4,200 บาท 8. ลงุ ดาซอ้ื เคร่ืองตัดหญ้ามา 9,300 บาท ขายไปได้
4. ขายนาฬิกาข้อมอื ไปในราคา 5,400 บาท ได้กาไร กาไร 3 % ลงุ ดาขายเคร่ืองตัดหญา้ ไปราคาก่บี าท
ก. 5,979 บาท ข. 9,600 บาท
8 % จงราคาทนุ ของนาฬิกา ค. 9,701 บาท ง. 9,009 บาท
ก. 5,832 บาท ข. 5,400 บาท 9. กมลซ้ือรถจักรยานยนต์ 25,000 บาท ขายไปได้
ค. 5,000 บาท ง. 5,600 บาท กาไร 8 % กมลขายรถจักรยานยนต์ไปราคากบี่ าท
5. ซ้ือโทรศัพท์ราคา 17,500 บาท ขายไปขาดทุน ก. 21,000 บาท ข. 23,000 บาท
5 % ขายโทรทศั น์ไปกี่บาท ค. 25,000 บาท ง. 27,000 บาท
ก. 14,739 บาท ข. 15,555 บาท 10. สายปา่ นขายตเู้ สอ้ื ผ้าไปในราคา 2,040 บาท
ขาดทนุ 4 % จงหาราคาทุนที่สายป่านซ้อื ตเู้ ส้ือผา้ มา
ค. 16,625 บาท ง. 17,904 บาท ก. 2,015 บาท ข. 2,120 บาท
ค. 2,051 บาท ง. 2,125 บาท
-2-
11. ตดิ ราคาขายโทรทัศน์ไว้ 14ฅ900 บาท บดราคา 16. กมลซื้อโคมไฟมาราคา 300 บาท ขายไดเ้ งนิ น้อย
ให้ 5% ขายโทรทศั นร์ าคากบี่ าท กว่าท่ีซ้อื มา 60 บาท กมลขายโคมไฟขาดทุนร้อยละ
ก. 11,000 บาท ข. 12,003 บาท เทา่ ไร
ค. 13,333 บาท ง. 14,155 บาท ก. รอ้ ยละ 20 ข. รอ้ ยละ 40
12. ตดิ ราคาขายต้เู ย็นไว้ 18,700 บาท ลดราคาให้ ค. รอ้ ยละ 50 ง. รอ้ ยละ 60
8% ขายต้เู ย็นราคากบี่ าท 17. จตุพรซือ้ รองเทา้ ราคาคู่ละ 250 บาท ขายไป
ก. 17,204 บาท ข. 17,408 บาท ราคาคลู่ ะ 300 บาท จตุพรขายรองเท้าได้กาไรกี่ %
ค. 18,100 บาท ง. 18,101 บาท ก. 11.5 % ข. 15 %
13. ติดราคาขายรถจักรยานยนต์ไว้ 38,500 บาท ลด ค. 16 % ง. 20 %
ราคาให้ 7 % ขายรถจักรยานยนต์ราคากี่บาท 18. ทินกรซ้ือโทรทศั นม์ าราคา 9,000 บาท ขายไปใน
ก. 35,800 บาท ข. 35,805 บาท ราคา 8,640 บาท ทนิ การขายโทรทศั นข์ าดทนุ ก่ี %
ค. 36,930 บาท ง. 37,000 บาท ก. 4 % ข. 5 %
14. ตดิ ราคาขายนาฬิกาข้อมือไว้ 13,700 บาทพอ่ คา้ ค. 6 % ง. 7 %
ลดใหผ้ ูซ้ ื้อเงินสด 15 % ผซู้ ือ้ ตอ้ งจา่ ยเงินก่ีบาท 19. นารรี ัตน์ซอื้ ตเู้ ยน็ มาราคา 13,500 บาท ขายได้
ก. 10,500 บาท ข. 11,311 บาท เงนิ น้อยกวา่ ท่ีซอ้ื มา 1,215 บาท นารรี ตั น์ขายตูเ้ ยน็
ค. 11,645 บาท ง. 12,700 บาท ขาดทุนร้อยกี่ %
15. ทัชขายเคร่อื งคิดเลขไปราคา 800 บาท เขาซื้อมา ก. 7 % ข. 8 %
ในราคา 500 บาท ทัชขายเครื่องคิดเลขได้กาไรก่ี % ค. 9 % ง. 11 %
ก. 50 % ข. 55 % 20. อมรรตั น์ซื้อสร้อยคอทองคามาราคา 15,900
ค. 60 % ง. 65 % บาทขายไดเ้ งินมากกว่าที่ซื้อมา 795 บาท อมรรัตน์
ขายสรอ้ ยคอทองคาได้กาไร %
ก. 2.5 % ข. 3 %
ค. 4.5 % ง. 5 %