ลกั ษณะของคาภาษาต่างประเทศท่ยี ืมมาใช้ในภาษาไทย
๑. สาเหตุทีท่ าให้เกดิ การยืมภาษา
๑. ดา้ นภูมิศาสตร์ อาณาเขตใกลก้ นั ทาํ ใหเ้ กิดการแลกเปล่ยี นภาษา
๒. ดา้ นการคา้ การติดต่อกนั เป็นหน่ึงในปัจจยั การรับภาษา
๓. ดา้ นศาสนาและวฒั นธรรม การรับศาสนาและวฒั นธรรมจะแฝงคาํ ศพั ทจ์ ากสิ่งเหล่าน้นั มาดว้ ย
๔. ดา้ นการศกึ ษา การเรียนในต่างแดน ความรู้ในแขนงต่าง ๆ ท่ีเพม่ิ เติมเป็นท่ีมาของศพั ท์
๕. ดา้ นเทคโนโลยี การรับความเจริญหรือสิ่งประดษิ ฐม์ าใชเ้ ป็นการรับเอาภาษาของชาติน้นั ๆ มาดว้ ย
๒. อทิ ธิพลของภาษาต่างประเทศที่มผี ลต่อภาษาไทย
๑. คาํ ไทยมีหลายพยางค์ จากเดิมที่เป็นคาํ พยางคเ์ ดียวกเ็ พ่ิมจาํ นวนพยางคเ์ พิ่มข้นึ โดยผสมกบั ภาษาอ่ืน
๒. คาํ ไทยเป็นคาํ ควบกล้าํ มากข้ึน ปัจจุบนั มคี าํ ควบกล้าํ ที่มเี สียงควบต่างจากเดิมเพม่ิ มากข้ึน
๓. มตี วั สะกดหลายตวั ที่ไมต่ รงตามมาตราตวั สะกด ทาํ ใหม้ กี ารเขียนและการออกเสียงที่หลากหลาย
๔. มคี าํ ศพั ทใ์ ชใ้ นภาษามากข้ึน ทาํ ใหเ้ ลือกใชไ้ ดเ้ หมาะสมกบั โอกาส
๓. วธิ ีการนาคาภาษาต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย
๑. ใชต้ ามคาํ เดิมที่ยมื มา เช่น เมตร (องั กฤษ) หมายถงึ หน่วยวดั ความยาว แข (เขมร) หมายถงึ ดวงเดือน
๒. เปลี่ยนตวั สะกดใหผ้ ดิ ไปจากเดิม เพื่อใหอ้ อกเสียงไดส้ ะดวก เช่น เผอลิ ฺ (เขมร) เปลี่ยนเป็น เผอญิ
๓. เปลี่ยนรูปและเสียงใหผ้ ดิ ไปจากเดิม เพือ่ ใหเ้ หมาะกบั การออกเสียงภาษาไทย เชน่ ฮวงโลว้ (จีน) เป็น อ้งั โล่
๔. ตดั คาํ ใหม้ เี สียงส้นั ลง เช่น อโุ บสถ (บาลสี นั สกฤต) เป็น โบสถ์
๕. แผลงสระและพยญั ชนะใหผ้ ดิ ไปจากเดิม เช่น กีรติ (บาลีสนั สกฤต) ไทยใช้ เกียรติ
๖. เปลยี่ นความหมายไปจากเดิมใหเ้ ขา้ กบั ความหมายของภาษาไทย เชน่ โมโห (บาลีสนั สกฤต) หมายถึง ความลมุ่
หลง ความโง่เขลา ไทยใช้ โกรธ
๗. บญั ญตั ิศพั ทข์ ้ึนมาใหม่ คือ การสร้างศพั ทใ์ หมท่ ี่มคี วามหมายตรงกบั ภาษาเดิม เพอ่ื ไม่ทาํ ใหภ้ าษาไทยวิบตั ิ ซ่ึง
การบญั ญตั ิศพั ทม์ กั ใชก้ บั คาํ ภาษาบาลสี นั สกฤตและภาษาองั กฤษ
คาที่มาจากภาษาต่างประเทศ
๑. ภาษาเขมร
ไทยไดร้ ับอิทธิพลจากภาษาเขมรจากการคา้ การสงคราม การเมอื ง และวฒั นธรรม โดยมีสาเหตุการนาํ มาใชด้ งั น้ี
สาเหตุทไี่ ทยนาคาเขมรมาใช้
๑. รูปแบบและการออกเสียงคลา้ ยคลงึ กนั
๒. อดีตเขมรมีความรุ่งเรืองและมีสมั พนั ธไมตรีต่อกนั
๓. ไทยและเขมรปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชยจ์ ึงรับคาํ เขมรมาใชเ้ ป็นราชาศพั ท์
๔. นกั ปราชญร์ าชบณั ฑิตนาํ คาํ เขมรมาใชใ้ นวรรณกรรมดา้ นศาสนาและพิธีกรรม และยงั ใชใ้ นจารึกต่างๆ
๕. คนไทยและคนเขมรต่างนบั ถอื และนิยมใชภ้ าษาของกนั และกนั
ลกั ษณะคาเขมรทีน่ ามาใช้ในภาษาไทย
๑. ใชต้ วั สะกดไม่ตรงตามมาตรา เช่น แมก่ ด มกั ใช้ ด จ ส เป็นตวั สะกด เช่น โปรด เผดจ็ ตรัส และแม่กน มกั ใช้ น
ญ ร ล เป็นตวั สะกด เช่น ผสาน เพญ็ ขจร ตาํ บล
๒. พยญั ชนะตน้ มกั เป็นคาํ ควบกล้าํ และคาํ ท่ีใชอ้ กั ษรนาํ คาํ ควบกล้าํ เช่น ขลาด กระบือ เพลาไพร คาํ ที่มอี กั ษรนาํ
เช่น ขจดั โขนง พนม เสวย
๓. นิยมเติมคาํ หนา้ หรืออุปสรรค ลงหนา้ คาํ กริยาหรือวิเศษณ์เพอ่ื ใหค้ วามหมายของคาํ เปลีย่ นไปบา้ ง
๓.๑ ใช้ บงั บนั บาํ นาํ หนา้ คาํ ต่าง ๆ ซ่ึงข้ึนตน้ ดว้ ยพยญั ชนะวรรค
บงั นาํ หนา้ คาํ ที่ข้นึ ตน้ ดว้ ยพยญั ชนะวรรค ก และเศษวรรค เช่น เกดิ เป็น บังเกดิ คม เป็น บังคม
บัน นาํ หนา้ คาํ ท่ีข้ึนตน้ ดว้ ยพยญั ชนะวรรค ต และเศษวรรค เช่น เทิง เป็น บนั เทิง ดาล เป็น บนั ดาล
บา (บ) นาํ หนา้ คาํ ที่ข้นึ ตน้ ดว้ ยพยญั ชนะวรรค ป เช่น บดั เป็น บาบดั เพญ็ เป็น บาเพญ็
๓.๒ ใชพ้ ยญั ชนะ ป ผ นาํ หนา้ คาํ เช่น ราบ เป็น ปราบ จญ เป็น ผจญ, ประจญ
๓.๓ ใช้ กา นาํ หนา้ คาํ เช่น บงั เป็น กาบงั
๓.๔ ใชพ้ ยญั ชนะ ปร นาํ หนา้ คาํ เช่น ชุม เป็น ประชุม มลู เป็น ประมลู
๔. ใชค้ าํ เติมกลาง ลงในคาํ นาม คาํ กริยา หรือคาํ วเิ ศษณ์ เพอื่ ใหค้ วามหมายเปล่ียนไปบา้ ง
วธิ นี าคาเขมรมาใช้ในภาษาไทย
๑. เลือกคาํ ท่ีออกเสียงไดส้ ะดวก สอดคลอ้ งกบั ภาษาไทยโดยไม่ตอ้ งเปลยี่ นรูปและเสียงของคาํ เช่น ฉบบั เขนย
กราบ ปรุง ฉลอง ตรัส เกิด
๒. เปลย่ี นแปลงเสียงสระหรือพยญั ชนะ ท้งั ในดา้ นการออกเสียงและการสะกดคาํ
– เปลย่ี นแปลงการออกเสียง เช่น ฏรํ า เขมรอา่ น ตอม-รา ไทยใช้ ตาํ รา
– เปล่ยี นแปลงการสะกดคาํ เช่น ถฺนล ไทยใช้ ถนน แขฺส ไทยใช้ กระแส (กระแสน้าํ )
๓. เปลี่ยนแปลงความหมาย เพอื่ ความเหมาะสมในภาษาไทย เช่น ฉฺลอง เขมร หมายถงึ ขา้ ม ไทย หมายถึง พิธีฉลอง
กรอง เขมร หมายถงึ กาํ ไล ไทยหมายถงึ ถกั , ร้อย
๔. กาํ หนดความหมายข้นึ ใหม่ แต่ยงั ใกลเ้ คียงความหมายเดิม เช่น ทบวง ความหมายเดิมคือ หวั ความหมายใหมค่ ือ
หน่วยงานท่ีมีฐานะต่าํ กวา่ กระทรวงแต่สูงกวา่ กรม
๕. แผลงอกั ษรใหม้ ีรูปร่างต่าง ๆ ท้งั พยญั ชนะ สระ ตวั สะกด และใหอ้ ่านออกเสียงอยา่ งไทย เช่น โสฺวย แผลงเป็น
เสวย ผฺทม แผลงเป็น ประทม, บรรทม ขฺจก แผลงเป็น กระจอก
ตวั อย่างคายืมภาษาเขมร
กระทรวง กระบือ ขนม เขนย เขมา่ ปรุง เพลิง ควาญ กระแส ทบวง เดิน โคม สาํ ราญ สไบ เฉลียว ฉะเชิงเทรา
กาํ เนิด กระโปรง ทลาย ทหาร บาํ เรอ บรรทดั ผลาญ กระเพาะ ฉลอง สนิม สาํ เนา จรวด ขจาย
คาภาษาบาลีและสันสกฤตทมี่ ีใช้ในภาษาไทย
ในบรรดาภาษาต่างประเทศที่มีอิทธิพลต่อภาษาไทยมากทสี่ ุด คือ ภาษาบาลแี ละภาษาสนั สกฤต คาํ ยมื ใน
ภาษาไทยที่ยมื มาจากท้งั สองภาษาน้ี เป็นคาํ ท่ีมใี ชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั เป็นจาํ นวนมากท้งั ภาษาพดู และภาษาเขียน ภาษาบาลี
เขา้ มาทางศาสนาพทุ ธ ส่วนภาษาสนั สกฤตเขา้ มาทางศาสนาพราหมณ์และวรรณคดีเร่ืองมหาภารตะและรามายณะ
ลกั ษณะคาไทยทมี่ าจากภาษาบาลแี ละสันสกฤต มหี ลกั สังเกตดงั นี้
1. มกั เป็นคาํ หลายพยางค์ เช่น กษตั ริย์ พฤกษา ศาสนา อทุ ยาน ทศั นะ เป็นตน้
2. ตวั สะกดมกั ไม่ตรงตามมาตรา เช่น เทวญั เนตร อากาศ พิเศษ อาหาร เป็นตน้
3. นิยมมีตวั การันต์ เช่น กาญจน์ เกณฑ์ มนุษย์ สมั ภาษณ์ อาทิตย์ เป็นตน้
4. ประสมดว้ ยพยญั ชนะ ฆ ฌ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ภ ศ ษ ฤ ฤๅ เช่น
พยคั ฆ์ อชั ฌาสยั กฎ ปรากฏ สณั ฐาน ครุฑ วฒั นา เณร โลภ ศกึ ษา บุรุษ ฤทยั เป็นตน้
ยกเวน้ ฆา่ เฆ่ยี น ฆอ้ ง ศอก ศกึ เศิก เศร้า ท้งั หมดน้ีเป็นคาํ ไทยแท้
คายืมทีม่ าจากภาษาบาลี
ภาษาบาลี เป็นภาษาตระกูลเดียวกบั ภาษาสนั สกฤต คือ ภาษาตระกูลวิภตั ติปัจจยั จึงมลี กั ษณะคลา้ ยคลึงกนั มาก
ข้อสังเกตและตวั อย่างคาภาษาบาลี
1. นิยมใช้ ฬ เช่น กีฬา จุฬา ครุฬ นาฬิกา วิฬาร์ อาสาฬห เป็นตน้ ประสมดว้ ยสระ อะ อิ อุ แทน ฤ ในภาษาสนั สกฤต
เช่น อิทธิ อสิ ิ
2. นิยมใชพ้ ยญั ชนะ 2 ตวั ซอ้ นกนั กิตติ นิพพาน ปัจจยั ปัญญา บุคคล บลั ลงั ก์ ภตั ตา มจั จุราช เมตตา วญิ ญาณ สญั ญาณ
อคั คี อนิจจา
แบ่งพยญั ชนะเป็นวรรคตามฐานท่ีเกิดและมหี ลกั ตวั สะกดตวั ตามท่ีแน่นอน ดงั น้ี
พยญั ชนะวรรคของภาษาบาลี
หลกั ตวั สะกดตวั ตามภาษาบาลี
1. คาํ บาลี เมอื่ มีตวั สะกดตอ้ งมีตวั ตาม
2. พยญั ชนะท่ีเป็นตวั สะกดได้ คือ พยญั ชนะแถวท่ี 1, 3, 5
3. พยญั ชนะแถวที่ 1 สะกด พยญั ชนะแถวที่ 1, 2 ในวรรคเดียวกนั ตาม เช่น สกั กะ ทุกข์ สจั จะ มจั ฉา อติ ถี หตั ถ์ บุปผา
4. พยญั ชนะแถวท่ี 3 สะกด พยญั ชนะแถวที่ 3, 4 ในวรรคเดียวกนั เป็นตวั ตาม เช่น พยคั ฆ์ พทุ ธ อคั คี อชั ฌาสยั อวิชชา
5. พยญั ชนะแถวท่ี 5 สะกด พยญั ชนะทุกตวั ในวรรคเดียวกนั ตามได้ เช่น สงั ข์ องค์ สงฆ์ สญั ชาติ สณั ฐาน สนั ดาป
สนั ธาน สมั ผสั สมั พนั ธ์ คมั ภีร์ อมั พร
6. พยญั ชนะเศษวรรค เป็นตวั สะกดไดบ้ างตวั เช่น อยั กา มลั ลกิ า วิรุฬห์ ชิวหา
ตวั อย่างคาภาษาบาลี
กิตติ กิเลส กิริยา กีฬา เขต ขณะ คิมหนั ต์ จตุบท จิต จุฬา โจร เจดีย์ จุติ ฉิมพลี ญาติ ดิถี ดารา ดรุ ิยะ เดชะ ทพั พี
ทิฐิ นาฬิกา นิพพาน นิลุบล ปฏทิ ิน ปฏบิ ตั ิ ปฐพี ปกติ ปัญญา ปัจจยั บุคคล บลั ลงั ก์ บุปผา โบกขรณี ปฐม ปัญหา พยคั ฆ์
พรหม ภตั ตา ภิกขุ ภริยา มจั จุราช มจั ฉา มชั ฌิม มหนั ต์ เมตตา มิจฉา มเหสี มุสา มสั สุ รัตนา โลหิต วตั ถุ วชิ า วญิ ญาณ
วติ ถาร วริ ิยะ วิสุทธ์ิ วุฒิ สงกา สงั ข์ สงฆ์ สูญ สิริ สนั ติ สญั ญาณ เสมหะ สจั จะ สติ โสมนสั อิทธิ อคั คี อจั ฉรา อนิจจา
อชั ฌาสยั อายุ อาสาฬห โอวาท โอรส โอกาส อบุ ล
คายืมทีม่ าจากภาษาสันสกฤต
ภาษาสนั สกฤต เป็นภาษาตระกูลวิภตั ติปัจจยั มีรูปคาํ สละสลวย ไพเราะ นิยมใชเ้ ป็นคาํ ราชาศพั ท์ ภาษาใน
วรรณคดี ช่ือบุคคล และสถานท่ี
ข้อสังเกตและตวั อย่างคาภาษาสันสกฤต
1. นิยมใช้ ฑ เช่น กรีฑา จุฑา ครุฑ ไพฑูรย์ วิฑาร
2. นิยมใช้ ร หนั เช่น กรรณ ขรรค์ ครรภ์ ธรรม พรรษา บรรพต วรรค วรรณะ มหศั จรรย์ สรรพ สวรรค์
สุวรรณ อศั จรรย์
3. นิยมมีอกั ษรควบกล้าํ เช่น กษตั ริย์ เกษตร ตรุษ บตุ ร ปราชญ์ ปรารถนา พฤกษ์ เนตร ไมตรี ศาสตรา อาทิตย์
4. ใช้ ศ ษ ประสมคาํ เป็นส่วนมาก เช่น กษยั เกษม เกษยี ณ ทกั ษิณ ทศั นีย์ บุษกร บุรุษ เพศ ภิกษุ มนุษย์ วิเศษ
ศิลปะ ศษิ ย์ ศึกษา ศกุ ร์ ศูนย์ เศียร อกั ษร อธั ยาศยั เป็นตน้ ใช้ ส นาํ หนา้ พยญั ชนะวรรค ตะ (ต ถ ท ธ น)
เช่น พสั ดุ พิสดาร สตรี สถาน สถติ สถิติ สถาปนา สนธยา สตั ย์ สนั โดษ อสั ดง
5. ประสมดว้ ยสระ ไอ เอา ฤ ฤ ๅ ฦ ฦ ๅ เชน่ ไศล ไศวะ ไวทย์ ไวษณพ ไวยากรณ์ ไวศฺย ไอราวณั ไอยรา
เกาศยั เอารส ฤดี ฤทยั ฤทธ์ิ ฤๅษี กฤษณา พฤติกรรม พฤษภาคม ทฤษฎี นฤมล มฤตยู ฦๅชา ฦๅสาย
6. มีหลกั เกณฑต์ วั สะกด ตวั ตามไม่แน่นอน กลั ป์ การบูร กีรติ โกรธ จกั ร จนั ทรา ดสั กร ทรัพย์ นิตยา
ประพนั ธ์ ประพฤติ พยายาม ลกั ษณะ วิทยุ มนตรี มตั สยา มธั ยม ศพั ท์ ศาสนา ศาสตรา อาชญา อาตมา
อาจารย์ อทุ ยาน
ตวั อย่างคาภาษาสันสกฤต
กลั บก กรรณ กรรม กษตั ริย์ กลั ป์ การบูร กีรติ โกรธ กรีฑา เกษม กษยั เกษยี ณ เกษียร เกษตร ครรชิต ครรภ์ จกั ร
จกั รวาล จนั ทรา จฑุ า ดสั กร ทรมาน ทรัพย์ ทฤษฎี ทิศ ทหาร กษิณ ทศั นีย์ ทิพย์ นกั ษตั ร นมสั การ นาที นฤคหิต นิตยา
นิทรา นฤมล เนตร บุษบา บรรพต บษุ กร บุรุษ ประเทศ ประทีป ประพนั ธ์ ประพฤติ ประเวณี ประมาท ประโยค ประถม
ภกั ษา ภิกษุ มฤตยู มนุษย์ มนสั มารุต มติ ร มนตรี ไมตรี มหศั จรรย์ ยกั ษา ลกั ษณะ วรรค วรรณะ วสั ดุ พรรษา พยายาม
พฤศจิกายน วทิ ยุ พิสดาร วิเศษ เพศ ศพั ท์ ศาสนา ศาสตรา ศึกษา ศิลปะ ศษิ ย์ ศุกร์ ศูนย์ ศรี เศยี ร สตั ย์ สนั โดษ สมปฤดี
สตรี สวรรค์ สรรพ สุวรรณ สถาปนา สดุดี สกล สกุล อกั ษร อาตมา อศั จรรย์ อธั ยาศยั อารยะ อวกาศ อาจารย์ อาทิตย์
อุทยาน
ข้อแตกต่างของภาษาบาลแี ละสันสกฤต
ภาษาบาลี สนั สกฤต เป็นภาษาตระกูลเดียวกนั และมีแหล่งกาํ เนิดที่ประเทศอนิ เดียเหมือนกนั จึงมลี กั ษณะ
ใกลเ้ คียงกนั มาก แต่มีขอ้ แตกต่างท่ีเปรียบเทียบไดด้ งั น้ี`
การนาเอาคาภาษาบาลแี ละสันสกฤตมาใช้ในภาษาไทย
เลอื กรับคาํ ภาษาใดภาษาหน่ึง เช่น
– เลือกรับแต่คาํ ภาษาบาลี เช่น กงั ขา ขนั ติ จุติ เมตตา วนิ ิจฉยั วสิ ญั ญี เป็นตน้
– เลอื กรับแต่คาํ ภาษาสนั สกฤต เช่น จกั รพรรดิ ตรรกะ ทรพั ย์ ปรารถนา รักษา เป็นตน้
– เลือกใชร้ ูปคาํ ภาษาสนั สกฤตแต่ใชค้ วามหมายของภาษาบาลี เช่น เปรต (ส.) แปลวา่ ผทู้ ี่ตายไปแลว้ , วญิ ญาณของ
บรรพบุรุษ เปต (บ.) แปลว่า ผทู้ ่ีตายไปแลว้ , สตั วใ์ นอบายภูมิประเภทหน่ึงซ่ึงรับ ผลกรรมตามท่ีเคยทาํ ไว้ ไทยใช้ รูปคาํ
ตามภาษาสนั สกฤต คือ “เปรต” ในความหมายของภาษาบาลี คือ สตั วใ์ นอบายภูมปิ ระเภทหน่ึงซ่ึงรับผลกรรมตามที่เคย
ทาํ ไว้ ปรเวณี (ส.) แปลวา่ ผมเปี ย, ผา้ ซ่ึงทอจากเปลอื กไมย้ อ้ มสี ปเวณี (บ.) แปลว่า ผมเปี ย, ผา้ ซ่ึงทอจากเปลือกไมย้ อ้ มสี
, ส่ิงที่สงั คม ปฏบิ ตั ิกนั มาอยา่ งต่อเน่ือง ไทยใช้ รูปคาํ ตามภาษาสนั สกฤต คือ “ประเพณี” ในความหมายของภาษาบาลี
คือ สิ่งที่สงั คมปฏบิ ตั ิกนั มาอยา่ งต่อเน่ือง
– รับมาท้งั สองภาษาในความหมายเดียวกนั เช่น บาลี สนั สกฤต ไทยใช้ ความหมาย กํฺญา กนฺยกา กญั ญา, กนั ยา หญงิ
สาว ถาวร สฺถาวร ถาวร, สถาพร มน่ั คง, แข็งแรง ธุช ธวช ธุช, ธวชั ธง
-รับมาท้งั สองภาษาแต่ใชใ้ นความหมายท่ีต่างกนั เช่น บาลี สนั สกฤต ไทยใช้ ความหมาย เขตฺต เกฺษตฺร – นา, ไร่, บริเวณ,
แดน เขต บริเวณ, แดน เกษตร นา, ไร่ สามํฺญ สามานฺย – ชวั่ ชา้ , ทวั่ ไป สามญั ทวั่ ไป สามานย์ ชว่ั ชา้
คายืมทีม่ าจากภาษาองั กฤษ
ภาษาองั กฤษเป็นภาษาในตระกลู อนิ โด-ยโุ รเปี ยน มวี ภิ ตั ติปัจจยั เช่นเดียวกบั ภาษาบาล-ี สนั สกฤต ภาษาองั กฤษไดร้ ับ
ความนิยมใชเ้ ป็นภาษาเพื่อการส่ือสารมากที่สุด มีประเทศต่าง ๆ ยอมรับภาษาองั กฤษเป็นภาษาราชการ ภาษาองั กฤษจึง
กลาย เป็นภาษาสากลของชาวโลก คนไทยไดศ้ กึ ษาภาษาองั กฤษเป็นภาษาที่สองมาเป็นเวลานาน จนภาษาองั กฤษเขา้ มา
มอี ทิ ธิพลต่อชีวติ ของคนไทยมากข้ึน ท้งั ในดา้ นการพดู และการเขียนสื่อสารในชีวติ ประจาํ วนั โดยเฉพาะในปัจจุบนั คน
ไทยศึกษาความรู้และวิทยาการต่าง ๆ จากตาํ ราภาษาองั กฤษ และสนใจเรียนรู้ภาษาองั กฤษกนั มากข้ึน คาํ ยมื จาก
ภาษาองั กฤษจึงหลง่ั ไหลเขา้ มาในภาษาไทยมากข้ึนทกุ ขณะท้งั ในวงการศกึ ษา ธุรกิจ การเมอื ง การบนั เทิง เป็นตน้
การยืมคาภาษาองั กฤษมาใช้ในภาษาไทย
การทบั ศพั ท์ โดยการถ่ายเสียงและถอดตวั อกั ษร คาํ ยมื จากภาษาองั กฤษโดยวธิ ีการทบั ศพั ทม์ จี าํ นวนมาก คาํ บางคาํ
ราชบณั ฑิตยสถานไดบ้ ญั ญตั ิศพั ทเ์ ป็นคาํ ไทยแลว้ แต่คนไทยนิยมใชค้ าํ ทบั ศพั ทม์ ากกวา่ เพราะเขา้ ใจง่าย ส่ือสารได้
ชดั เจน เช่น
คาํ ภาษาองั กฤษ คาํ ทบั ศพั ท์
game เกม
graph กราฟ
cartoon การ์ตนู
clinic คลินิก
quota โควตา
dinosaur ไดโนเสาร์
technology เทคโนโลยี
การบญั ญตั ิศพั ท์ เป็นวิธีการยมื คาํ โดยรับเอาเฉพาะความคิดเก่ียวกบั เร่ืองน้นั มาแลว้ สร้างคาํ ข้ึนใหม่ ซ่ึงมีเสียงแตกต่าง
ไปจากคาํ เดิม โดยเฉพาะศพั ทท์ างวชิ าการจะใชว้ ิธีการน้ีมาก ผทู้ ่ีมีหนา้ ที่บญั ญตั ิศพั ทภ์ าษาไทยแทนคาํ ภาษาองั กฤษ คือ
ราชบณั ฑิตยสถาน เช่น
คาํ ภาษาองั กฤษ คาํ บญั ญตั ิศพั ท์
airport สนามบิน
globalization โลกาภวิ ตั น์
science วิทยาศาสตร์
telephone โทรศพั ท์
reform ปฏิรูป
การแปลศพั ท์ วิธีการน้ีจะตอ้ งใชว้ ิธีการคดิ แปลเป็นคาํ ภาษาไทยใหม้ ีความหมายตรงกบั คาํ ในภาษาองั กฤษ แลว้ นาํ คาํ น้นั
มาใชส้ ื่อสารในภาษาไทยต่อไป ดงั ตวั อยา่ งเช่น
blackboard กระดานดาํ
enjoy สนุก
handbook หนงั สือคู่มอื
school โรงเรียน
short story เรื่องส้นั
ตวั อย่างคาทับศัพท์ภาษาองั กฤษท่มี ใี ช้ในภาษาไทย
กราฟ การ์ตูน ก๊ิบ กลโู คส กปั ตนั แก๊ส กกุ๊ เกียร์ แก๊ง แกลลอน คริสตม์ าส ไดนาโม ไดโนเสาร์ ครีม คลอรีน คอนกรีต
คลินิก คอนเสิร์ต คอมพวิ เตอร์ คุกก้ี เคเบิล เครดิต แคปซูล เคานเ์ ตอร์ แคลอรี โควตา ชอลก์ ชอ็ กโกเลต เช็ค เชิ้ต เชียร์
โชว์ ซีเมนต์ เซลล์ ไซเรน ดีเซลดอลลาร์ ดีเปรสชน่ั เต็นท์ ทอนซิล เทอม แท็กซี่ แทรกเตอร์ นิโคติน นิวเคลียร์ นีออน
นิวเคลยี ส โนต้ ไนลอน บลอ็ ก เบนซิน แบคทีเรีย ปลก๊ั ปิกนิก เปอร์เซ็นต์ พลาสติก พีระมดิ ฟลอู อรีน ฟอร์มาลนี
ฟังกช์ นั ฟาร์ม ฟิ สิกส์ มอเตอร์ มมั ม่ี มาเลเรีย โมเลกุล ไมล์ ไมโครโฟน ไมโครเวฟ ยปิ ซมั ยรี าฟ ริบบิ้น เรดาร์ ลกิ ไนต์
ลิปสติก เลเซอร์ วคั ซีน วติ ามนิ ไวโอลิน
ตวั อย่างคายืมท่มี าจากภาษาองั กฤษ
ช็อคโกแลตแสนวิเศษ แกส๊ ก๊าซเหตุอคั คีภยั
ฟตุ บอลลอ็ กทีมไหน บุกกิงไดถ้ า้ ใครเชียร์
องั กฤษคิดทบั ศพั ท์ หลกั เกณฑน์ บั จนหวั เสีย
มากมายอ่านจนเพลีย เพ่อื นช่วยเคลยี ร์วจิ ารณ์
คายืมภาษาจนี ทีม่ ใี ช้ในภาษาไทย
ไทยและจีนเป็นมิตรประเทศท่ีติดต่อเจริญสมั พนั ธไมตรี และคา้ ขายแลกเปลีย่ นสินคา้ และศลิ ปะ วฒั นธรรมอนั ดีงามมา
ชา้ นาน ชาวจีนที่มาคา้ ขายไดเ้ ขา้ มาต้งั ถ่นิ ฐานอยใู่ นประเทศไทยเป็นจาํ นวนมาก ภาษาจีนจึงเขา้ มาสู่ไทยโดยทางเช้ือชาติ
นอกจากน้ีภาษาจีนและภาษาไทยยงั มีลกั ษณะท่ีคลา้ ยคลึงกนั จึงทาํ ใหม้ ีคาํ ภาษาจีนเขา้ มาปะปนอยใู่ นภาษาไทยจนแทบ
แยกกนั ไม่ออก
การยมื คาํ ภาษาจีนมาใชใ้ นภาษาไทยน้นั เราไดม้ าจากภาษาพดู ไม่ใช่ภาษาเขยี น เพราะระบบการเขียนภาษาจนี ต่างกบั
ภาษาไทยมาก ภาษาจีนเขียนอกั ษรแทนคาํ เป็นตวั ๆ ไมม่ ีการประสมสระ พยญั ชนะ คาํ ภาษาจีนท่ีมใี ชใ้ นภาษาไทย
นาํ มาเป็นคาํ เรียกชื่อ เครื่องใชแ้ บบจีน ยาสมุนไพร สตั ว์ อาหาร เคร่ืองแต่งกาย ธุรกิจการคา้ มหรสพ และอนื่ ๆ
ภาษาจนี มีลกั ษณะคลา้ ยคลงึ กบั ภาษาไทยมาก คือ เป็นภาษาคาํ โดด มเี สียงวรรณยกุ ตย์ เมื่อนาํ คาํ ภาษาจีนมาใชใ้ น
ภาษาไทยซ่ึงมีวรรณยกุ ตแ์ ละสระประสมใชจ้ ึงทาํ ใหส้ ามารถออกเสียงวรรณยกุ ตแ์ ละสระตามภาษาจีนไดอ้ ยา่ งง่ายดาย
คาํ ภาษาจีนยงั มคี าํ ท่ีบอกเพศในตวั เช่นเดียวกบั ภาษาไทยอกี ดว้ ย เชน่ เฮีย (พชี่ าย) ซอ้ (พี่สะใภ)้ เจ๊ (พสี่ าว) นอกจากน้ี
การสะกดคาํ ภาษาจนี ในภาษาไทยยงั ใชต้ วั สะกดตรงตามมาตราตวั สะกดท้งั 8 มาตราและมกี ารใชท้ ณั ฑฆาต หรือตวั
การันตด์ ว้ ย
หลกั การสังเกตคาภาษาไทยทีม่ าจากภาษาจนี
นาํ มาเป็นช่ืออาหารการกิน เช่น ก๋วยเตี๋ยว เตา้ ทึง แป๊ ะซะ เฉากว๊ ย จบั ฉ่าย เป็นตน้
เป็นคาํ ท่ีเก่ียวกบั ส่ิงของเคร่ืองใชท้ ่ีเรารับมาจากชาวจีน เช่น ตะหลิว ตึก เกา้ อ้ี เก๋ง ฮวงซุย้
เป็นคาํ ที่เกี่ยวกบั การคา้ และการจดั ระบบทางการคา้ เชน่ เจ๋ง บ๋วย หุน้ หา้ ง โสหุย้ เป็นตน้
เป็นคาํ ท่ีใชว้ รรณยกุ ตต์ รี จตั วา เป็นส่วนมาก เช่น ก๋วยจบั๊ กยุ๊ เก๊ เก๊ก ก๋ง ตุ๋น เป็นตน้
วธิ ีนาํ คาํ ยมื ภาษาจีนมาใชใ้ นภาษาไทย
ไทยนาํ คาํ ภาษาจนี มาใช้ โดยมากไทยเลียนเสียงจีนไดใ้ กลเ้ คียงกวา่ ชาติอน่ื ๆ เช่น เกาเหลา ต้งั ฉ่าย เตา้ ทึง เตา้ หู้ เตา้ ฮวย
บะฉ่อ พะโล้ แฮ่ก้นึ เป็นตน้ มีบางคาํ ที่นาํ มาตดั ทอนและเปล่ียนเสียง เช่น เต้ียะหลวิ ตะหลวิ บะ๊ หม่ี บะหม่ี ปุ้งกี ปุ้งกี๋
ตวั อย่างคายืมท่มี าจากภาษาจนี
กงสี กงฉิน กงไฉ่ กงเตก็ ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจบ๊ั เกาหลา กุ๊ย เก๊ เกก๊ เก้ียว เก๊ียว เก๊ียะ กยุ เฮง เกก๊ ก๋ง เกา้ อ้ี ขากว๊ ย เข่ง จบั กงั
จบั ฉ่าย จบั ยกี่ ี จนั อบั เจ๊ง เจ๋ียน เจ เฉากว๊ ย เซง้ เซียน แซ่ แซยดิ เซง็ ล้ี ซาลาเปา ซ้ิม ตะหลิว เต๋า ตุน ตุ๋น แตะ๊ เอีย เตา้ หู้
เตา้ ฮวย เตา้ เจ้ียว โตะ๊ ไตก้ ๋ง ตงั เก บ๊วย บะฉ่อ บะหมี่ บู๊ ปุ้งก๋ี ปอเปี๊ ยะ แป๊ ะเจ๊ียะ พะโล้ เยน็ ตาโฟ หวย ยหี่ อ้ ลน้ิ จ่ี หา้ ง หุน้
เอย๊ี ม โสหุย้ เฮงซวย ฮวงซุย้ ฮ่องเต้ อ้งั โล่
ตวั อย่างคายืมที่มาจากภาษาจนี
ก๋วยเตี๋ยวเก๊ียวบะหมี่ พะโลน้ ้ีช่างน่าสน
เกาเหลาจบั ฉ่ายปน ตะหลวิ คนตกั เฉากว๊ ย
อาหารจานเดด็ น้ี ลว้ นมากมีสีสนั สวย
คนไทยใชม้ ากดว้ ย สื่อกนั มาภาษาจีน
คาภาษาเขมรในภาษาไทย
ภาษาเขมรเป็นภาษาคาํ โดด จดั อยใู่ นตระกลู มอญ-เขมร คาํ ด้งั เดิมส่วนใหญ่เป็น
คาํ พยางคเ์ ดียวและเป็นคาํ โดด ถอื เอาการเรียงคาํ เขา้ ประโยคเป็นสาํ คญั เช่นเดียวกบั ภาษาไทย แต่มลี กั ษณะบางอยา่ งต่าง
ไปจากภาษาไทย
ลกั ษณะคาภาษาเขมรในภาษาไทย
มกั จะสะกดดว้ ย จ ญ ร ล เช่น เผดจ็ บาํ เพญ็ กาํ ธร ถกล ตรสั
มกั เป็นคาํ ควบกล้าํ เช่น ไกร ขลงั ปรุง
มกั ใช้ บงั บนั บาํ นาํ หนา้ คาํ ที่มสี องพยางค์ เช่น
บงั บงั คบั บงั คม บงั เหียน บงั เกิด บงั คล บงั อาจ
บนั บนั ได บนั โดย บนั เดิน บนั ดาล บนั ลือ
บาํ บาํ เพญ็ บาํ บดั บาํ เหน็จ บาํ บวง
นิยมใชอ้ กั ษรนาํ เช่น สนุก สนาน เสดจ็ ถนน เฉลียว เป็นตน้
คาํ เขมรส่วนมากใชเ้ ป็นราชาศพั ท์ เช่น ขนง ขนอง เขนย เสวย บรรทม เสดจ็ โปรด เป็นตน้
มกั แผลงคาํ ได้ เช่น
– ข แผลงเป็น กระ เช่น ขดาน เป็น กระดาน ขจอก เป็น กระจอก
– ผ แผลงเป็น ประ ผสม – ประสม ผจญ – ประจญ
– ประ แผลงเป็น บรร ประทม เป็น บรรทม ประจุ – บรรจุ ประจง – บรรจง
การยืมคาภาษาเขมรมาใช้ในภาษาไทย
ยมื มาใชโ้ ดยตรง เช่น กระดาน กระท่อม กะทิ บงั โปรด ผกา เป็นตน้
ยมื เอาคาํ ท่ีแผลงแลว้ มาใช้ เช่น กงั วล บาํ บดั แผนก ผจญั
ยมื ท้งั คาํ เดิมและคาํ ท่ีแผลงแลว้ มาใช้ เช่น เกิด-กาํ เนิด ขลงั -กาํ ลงั เดิน-ดาํ เนิน ตรา-ตาํ รา บวช-ผนวช
ใชเ้ ป็นคาํ สามญั ทวั่ ไป เช่น ขนุน เจริญ ฉงน ถนอม สงบ เป็นตน้
ใชเ้ ป็นคาํ ในวรรณคดี เช่น ขจี เชวง เมิล สดาํ สลา เป็นตน้
ใชเ้ ป็นคาํ ราชาศพั ท์ เช่น เขนาย ตรัส ทูล บรรทม เสวย เป็นตน้
นาํ มาใชท้ ้งั เป็นภาษาพดู และภาษาเขียน
ตวั อย่างภาษาเขมรในภาษาไทย
กระชบั กระโดง กระเดียด กระบอง กระบือ กระท่อม กระโถน กระพงั ตระพงั ตะพงั กระเพาะ กระแส กงั วล กาํ จดั
กาํ เดา รัญจวน ลออ สกดั สนอง สนุก สดบั สบง สงั กดั สไบสาํ ราญ สรร สาํ โรง แสวง แสดง กาํ แพง กาํ ลงั ขนาน ขจี
โขมด จดั เฉพาะ ฉบบั เชลย โดยทรวง ถนน บายศรี ประกายพรึก ปรับ ประจาน โปรด เผด็จ ผจญ ผจญั เผอญิ เผชิญ
เพญ็ เพลิง เพนียด ระลอก
บทเพลงคายืมทมี่ าจากภาษาเขมร
คาํ เขมรท่ีใชป้ นมาอยใู่ นภาษาไทยมีมากหลาย
เราคนไทยใชก้ นั จนเก่า เรานิยมใชเ้ ป็นราชาศพั ท์ เช่น สนบั เพลา
เสดจ็ เสวย เขนย ขนง อกี ธาํ มรงค์ ผทม สรง และพระศรี
มที ้งั คาํ บงั บนั บรร และบาํ นาํ หนา้ คาํ ที่มสี องพยางค์
บงั เอญิ และ บงั คบั ท้งั บรรเจิด บรรสาน บนั ดาล และบาํ นาญนน่ั
ยงั มีคาํ ที่นาํ ดว้ ย กาํ คาํ จาํ และ ทาํ ดาํ ตาํ กบั ชาํ
ใชน้ าํ หนา้ คาํ อีกเช่นกนั นนั่ คือ กาํ เนิด จาํ เริญ
ดาํ รง คาํ นบั ชาํ นาญ กาํ นลั ทาํ นบ และตาํ รวจน้นั กค็ าํ เขมรไง
ยงั มคี าํ ที่มอี กั ษรนาํ ควบกล้าํ เราใชป้ นคาํ ไทย รู้กนั ดีว่า
ขจี เจริญ โขลน ทวาร และเผอญิ เผชิญ เสน่ง สลา
ขจร ขจาย ผกาย ผกา เหลา่ น้ีนา ลว้ นมาจาก เขมร
คาภาษาชวา-มลายูทมี่ ใี ช้ในภาษาไทย
ภาษาชวา ปัจจุบนั เรียกว่าภาษาอนิ โดนีเซีย เป็นภาษาตระกลู คาํ ติดต่อ ตระกลู เดียวกบั ภาษามลายู ภาษาชวาที่ไทยยมื มา
ใชส้ ่วนมากเป็นภาษาเขียน ซ่ึงรับมาจากวรรณคดีเรื่อง ดาหลงั และอเิ หนาเป็นส่วนใหญ่ ถอ้ ยคาํ ภาษาเหล่าน้ีใชส้ ื่อสารใน
วรรณคดี และในบทร้อยกรองต่าง ๆ มากกว่าคาํ ที่นาํ มาใชส้ ื่อสารในชีวิตประจาํ วนั
ภาษามลายหู รือภาษามาเลย์ ปัจจุบนั เรียกวา่ ภาษามาเลเซีย เป็นภาษาคาํ ติดต่อ อยใู่ นตระกลู ภาษาชวา-มลายู คาํ ส่วนใหญ่
จะมีสองพยางคแ์ ละสามพยางค์ เขา้ มาปะปนในภาษาไทยเพราะมเี ขตแดนติดต่อกนั จึงติดต่อสมั พนั ธก์ นั ท้งั ทางดา้ น
การคา้ ขาย ศาสนา วฒั นธรรม มาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ไดแ้ ก่ ยะลา สงขลา ปัตตานี นราธิวาส
และสตูล ยงั คงใชภ้ าษามลายสู ื่อสารในชีวติ ประจาํ วนั อยเู่ ป็นจาํ นวนมาก
การยืมคาภาษาชวา-มลายูมาใช้ในภาษาไทย
ใชใ้ นการแต่งคาํ ประพนั ธ์ เช่น บุหรง บุหลนั ระตู ปาหนนั ตุนาหงนั เป็นตน้
ใชส้ ื่อสารในชีวิตประจาํ วนั เช่น กลั ปังหา กุญแจ กระดงั งา ซ่าหริ่ม ประทดั เป็นตน้
นาํ มาใชใ้ นความหมายคงเดิม เช่น ทุเรียน นอ้ ยหน่า บุหลนั เป็นตน้
ตวั อยา่ งคาํ ภาษาชวา-มลายใู นภาษาไทย
กะพง กระจูด กะลาสี กะลุมพี กาํ ยาน กาํ ปั่น กระยาหงนั (สวรรค)์ กะละปังหา กระแชง จบั ป้ิ ง จาํ ปาดะ ตลบั ทุเรียน บูดู
ปาเตะ๊ มงั คุด สละ สลกั สลาตนั สลดั สุจหนี่ โสร่ง หนงั ยะลา เบตง นอ้ ยหน่า กริช กิดาหยนั (มหาดเลก็ ) กหุ นุง (เขาสูง)
กุญแจ การะบุหนิง (ดอกแกว้ ) กระดงั งา อิเหนา องั กะลุง อสญั แดหวา (เทวดา) ตุนาหงนั (คู่หม้นั ) ยหิ วา (ดวงใจ) บุหรง
(นกยงู ) บุหลนั (ดวงจนั ทร์) บุหงา (ดอกไม)้ อรุ ังอุตงั สะตาหมนั (สวน) บุหงาราํ ไป ปาหนนั (ดอกลาํ เจียก) รํามะนา
การะบุหนิง (ดอกแกว้ ) กิดาหยนั (มหาดเลก็ ) ซ่าโบะ (ผา้ ห่ม) ซ่าหร่ิม ดาหงนั (สงคราม) ปันหยี ป้ันเหน่ง ประทดั
บุษบามินตรา (ดอกพุทธรักษา) มาลาตี (ดอกมะลิ) มนิ ตรา (ตน้ กระถิน) มิรนั ตี (ดาวเรือง) สะการะตาหรา (ดอก
กรรณิการ์) ตนั หยง (ดอกพกิ ลุ ) กาหลา (ช่ือดอกไม)้ ประไหมสุหรี มะเดหวี ระตู (เจา้ เมือง)
เพลงคายืมทม่ี าจากภาษาชวา
มาซิมาร้องรําทาํ เพลง ใหค้ ร้ืนเครงร้องเพลงชวา
กระยาหงนั คือวิมานเทวา สะตาหมนั อทุ ยานแนวไพร
อสญั แดหวาเทวดา ซ่าหริ่มน้นั หนาหวานเยน็ ชื่นใจ
ป้ันเหน่งเข็มขดั รัดเอวทรามวยั ประไหมสุหรี มเหสีราชา
บุหลนั น้นั คือพระจนั ทร์อาํ ไพ บุหงาราํ ไปคือดอกไมน้ านา
พทุ ธรักษา บษุ บามินตรา ระเด่นโอรสา ยหิ วาดวงใจ
คาภาษาอ่ืน ๆ ท่มี ใี ช้ในภาษาไทย
ภาษาทมิฬ เช่น กะไหล่ กลุ ี กานพลู กาํ มะหย่ี จงกลนี ตรียมั ปวาย ตะกว่ั ปะวะหลา่ํ ยหี่ ร่า สาเก อาจาด กะละออม กะหรี่
(ช่ือแกงชนิดหน่ึง)
ภาษาเปอร์เซีย เช่น กากี กาหลิบ กหุ ลาบ เกด (องุ่นแหง้ ) เขม้ ขาบ (ช่ือผา้ ) คาราวาน ชกุ ชี (ฐานพระประธาน) ตาด (ผา้
ไหมปักเงินหรือทองแลง่ ) ตรา (เครื่องหมาย) ตราชู (เคร่ืองชงั่ ) บดั กรี (เชื่อมโลหะ) ปสาน (ตลาด) ฝรั่ง (คาํ เรียกชาว
ยโุ รป) ราชาวดี (พลอยสีฟ้า) สุหร่าย (คนโทน้าํ คอแคบ) องุ่น สกั หลาด ส่าน (ผา้ คลมุ กายหรือหนา้ ) เยยี รบบั (ผา้ ทอยก
ดอกเงินหรือทอง)
ภาษาอาหรับ เช่น กะลาสี การบูร ก้นั หยนั่ กะไหล่ ฝ่ิน โกห้ ร่าน
ภาษาญี่ป่ นุ เช่น เกอชิ า กิโมโน คามคิ าเซ่ คาราเต้ เคนโด้ ซามูไร ซูโม่ ซากรุ ะ เทมปุระ ฟูจิ สุก้ียาก้ี ยโู ด
ภาษาโปรตุเกส เช่น สบู่ กมั ปะโด ป่ิ นโต กะละแม กะละมงั จบั ปิ้ ง เลหลงั บาทหลวง ปัง ป่ิ นโต เหรียญ
ภาษาฝร่ังเศส เช่น กงสุล กรัม กาสิโน กาแฟ กาเฟอนี กิโยติน กิโลกรัม กิโลลิตร โกเ้ ก๋ เชมเปญ โชเฟอร์ คูปอง เปตอง
ปาร์เกต์ คาเฟ่ ครัวซองท์ บุฟเฟต์ มองสิเออร์
ภาษาฮินดี เช่น อะไหล่ ปาทาน
ภาษาพมา่ เช่น หม่อง กะปิ ส่วย
ภาษามอญ เช่น มะ เมย้ เปิ งมาง พลาย ประเคน