The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ Science Process skills

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kannika.khu, 2022-09-06 02:15:14

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ Science Process skills

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ Science Process skills

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
(Science Process skills)

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 13 ทักษะ

ความหมายของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(scince process skill) หมายถึงความ
สามารถในการคิดและความชำนาญในการคิดเพื่อค้นหาข้อมูล และการแก้ปัญหาโดยใช้
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อาทิการสังเกต การวัด การคำนวณ และนำข้อมูลที่ได้มา
แปรผลข้อมูล และสรุปผลข้อมูลที่ได้อย่างถูกต้องรวดเร็วและแม่นยำ

ความสำคัญของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นทักษะสำคัญที่แสดงถึงการมีกระบวนการ
คิด อย่างมีเหตุผล มีตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทำให้ผู้เรียน และผู้ปฏิบัติเกิด
ความเข้าใจในเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์สามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองไปสู่
กระบวนการคิดที่ซับซ้อนมากขึ้น

ประเภททักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

ประเภททักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นทักษะแสวงหาความรู้ และแนวทาง
สำหรับการแก้ไขปัญหาเป็นแนวทางที่พัฒนาขึ้นตามหลักสูตร science a process
approach (SAPA) ของสมาคมอเมริกันเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ (The
American association for the advancement of science) ประกอบด้วยทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 13 ทักษะ แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ
1. ระดับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน 8 ทักษะ เหมาะสำหรับระดับการ
ศึกษาปฐมวัย
2. ระดับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ 5 ทักษะ เหมาะสำหรับการ
ศึกษามัธยมวัย



ระดับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน 8 ทักษะ

ทักษะที่ 1 การสังเกตุ ( Observing )

หมายถึง การใช้ประสาทสัมผัสของร่างกายอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ หู ตา
จมูก ลิ้น กายสัมผัส เข้าสัมผัสกับวัตถุหรือเหตุการณ์เพื่อให้ทราบ และรับข้อมูล รายละเอียด
ของสิ่งเหล่านั้น โดย ปราศจากความคิดเห็นส่วนตน ข้อมูลเหล่านี้จะประกอบด้วย ข้อมูลเชิง
คุณภาพ เชิงปริมาณ และรายละเอียด การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการสังเกต

ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ

-สามารถแสดงหรือบรรยายคุณลักษณะของวัตถุได้จากการใช้การสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่ง
-สามารถบรรยายคุณสมบัติเชิงปริมาณ และคุณภาพของวัตถุได้
-สามารถบรรยายพฤติการณ์การเปลี่ยนแปลงได้

ทักษะที่ 2 การวัด (Measuring)

หมายถึง การใช้เครื่องมือสำหรับการวัดข้อมูลในเชิงปริมาณของสิ่งต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลเป็น
ตัวเลขในหน่วยการวัดที่ถูกต้อง แม่นยำได้ ทั้งนี้ การใช้ เครื่องมือจำเป็นต้องเลือกใช้ให้เหมาะสม
กับสิ่งที่ต้องการวัด รวมถึงเข้าในวิธีการวัด และแสดงขั้นตอนการวัดได้อย่างถูกต้อง

ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ

-สามารถเลือกใช้เครื่องมือได้เหมาะสมกับสิ่งที่วัดได้
-สามารถบอกเหตุผลในการเลือกเครื่องมือวัดได้
-สามารถบอกวิธีการ ขั้นตอน และวิธีใช้เครื่องมือได้อย่างถูกต้อง
-สามารถทำการวัด รวมถึงระบุหน่วยของตัวเลขได้ถูกต้อง

ทักษะที่ 3 การคำนวณ(Using numbers)

หมายถึง การนับจำนวณของวัตถุ และการนำตัวเลขที่ได้จากการนับและตัวเลขที่ได้จากการ
วัดมาคำนวณด้วยสูตรทางคณิตศาสตร์ โดยการเกิดทักษะการคำนวณจะแสดงออกจากการ
นับที่ถูกต้อง และการคำนวณที่ถูกต้องแม่นยำ

ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ

-สามารถนับจำนวนของวัตถุได้ถูกต้อง
-สามารถบอกวิธีการคำนวณ แสดงวิธีคำนวณได้

ทักษะที่ 4 การจำแนกประเภท (Classifying)

หมายถึง การเรียงลำดับ และการแบ่งกลุ่มวัตถุหรือรายละเอียดข้อมูลเกณฑ์ความแตก
ต่างหรือความสัมพันธ์ใดๆอย่างใดอย่างหนึ่ง

ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ

-สามารถเรียงลำดับ และแบ่งกลุ่มของวัตถุ โดยใช้เกณฑ์ใดได้อย่างถูกต้อง
-สามารถอธิบายเกณฑ์ในเรียงลำดับหรือแบ่งกลุ่มได้

ทักษะที่ 5 การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส และสเปสกับเวลา (Using
space/Time relationships)

สเปสของวัตถุ หมายถึง ที่ว่างที่วัตถุนั้นครองอยู่ ซึ้งอาจมีรูปร่างเหมือนกันหรือแตกต่างกัน
กับวัตถุนั้น โดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 มิติ คือ ความกว้างความยาวและความสูง ความสัมพันธ์ระ
หว่างสเปสกับสเปส ได้แก่ ความสัมพันธ์ระหว่าง 3 มิติ กับ 2 มิติ ความสัมพันธ์ที่อยู่ระหว่าง
ตำแหน่งของวัตถุหนึ่งกับวัตถุหนึ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างสเปซของวัตถุกับเวลา ได้แก่ความ
สัมพันธ์ของการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของวัตถุกับช่วงเวลา หรือความสัมพันธ์ของสเปซของ
วัตถุที่เปลี่ยนไปกับช่วงเวลา

ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ
- สามารถอธิบายลักษณะของวัตถุ 2 มิติ และ 3 มิติได้
- สามารถวาดรูป 2 มิติ จากวัตถุรูป 3 มิติได้
- สามารถอธิบายรูปทรงทางเรขาคณิตของวัตถุได้

ทักษะที่ 6 การจัดทำสื่อและสื่อความหมา ยข้อมูล(Communication)

หมายถึง การนำข้อมูลที่ได้จากทักษะการบวนการต่าง อาทิ การสังเกต การวัด การคำนวณ
มาจัดทำให้มีความหมาย เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายได้ง่ายและดีขึ้น ผ่านการนำเสนอรูปแบบ
ต่างๆของ ตาราง แผนภูมิ วงจร

ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ

-เลือกรูปแบบและอธิบายการเลือกรูปแบบได้ในการนำเสนอที่เหมาะสมได้
-ออกแบบและประยุกต์การนำเสนอได้ในรูปแบบใหม่ที่เข้าใจง่าย
-สามารถบรรยายวัตถุข้อความที่เหมาะสม และสื่อความหมายให้ผู้อื่นเข้าใจง่าย

ทักษะที่ 7 การลงความเห็นจากข้อมูล (Inferring)

หมายถึง การเพิ่มความคิดเห็นของตนต่อข้อมูลที่ได้จากการสังเกตอย่างมีเหตุผลจากพื้น
ฐานความรู้หรือประสบการณ์ที่มีความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ คือสามารถอธิบายหรือ
สรุปจากประเด็นของการเพิ่มความคิดเห็นของตนต่อข้อมูลที่ได้มา

ทักษะที่ 8 การพยากรณ์(Predicting)

หมายถึง การทำนายหรือการคาดคะเนคำตอบ โดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากการทักษะการสังเกต
ผ่านกระบวนการแปรข้อมูล ภายใต้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์

ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ
- สามารถทำนายผลที่อาจเกิดขึ้นจากข้อมูลบนพื้นฐาน หลักการ กฎ หรือทฤษฎีที่มีอยู่ได้

ทักษะที่ 9 การตั้งสมมติฐาน (Formulating hypotheses)
หมายถึง การตั้งคำถามหรือคิดคำตอบล่วงหน้าก่อนจะทำการทดลองเพื่ออธิบาย
หาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆ ว่ามีความสัมพันธ์อย่างไรโดยสมมติฐาน
สร้างขึ้นจะอาศัยการสังเกต ความรู้ และประสบการณ์ ภายใต้หลักการ กฎ หรือ
ทฤษฎีที่สามารถอธิบายคำตอบได้

ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ

-สามารถตั้งคำถามหรือคิดหาคำตอบล่วงหน้าก่อนการทดลองได้
-สามารถตั้งคำถามหรือคิดหาคำตอบล่วงหน้าจากความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆได้

ทักษะที่ 10 การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ(Defining operationally)

หมายถึง การกำหนด และอธิบายความหมาย และขอบเขตของคำต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการ
ศึกษาหรือการการทดลองเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ความหมายที่แสดงการเกิดทักษะ
-สามารถอธิบาย และขอบเขตของคำหรือตัวแปรต่างๆที่เกี่ยวกับการศึกษาได้

ทักษะที่ 11 การกำหนด และควบคุมตัวแปร (Identfying and controlling
variables)

หมายถึง การบ่งชี้ และกำหนดตัวแปรใดๆ ให้เป็นตัวแปรอิสระหรือตัวแปรต้น และตัวแปรใดๆให้
เป็นตัวแปรตาม และตัวแปรใดๆให้เป็นตัวแปรควบคุม -ตัวแปรต้น คือ สิ่งที่เป็นสาเหตุที่ทำให้
เกิดผล หรือสิ่งที่ต้องการทดลองเพื่อให้ทราบว่าเป็นสาเหตุของผลที่เกิดขึ้นหรือไม่ -ตัวแปร
ตาม คือ ผลที่เกิดจากการกระทำของตัวแปรต้นในการทดลอง ตัว -ตัวแปรควบคุม คือ ปัจจัย
อื่นๆ นอกเหนือจากตัวแปรต้นที่อาจมีผลมีต่อการทดลองที่ต้องควบคุมให้เหมือนกันหรือคงที่
ขณะการทดลอง

ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ

คือสามารถกำหนด และอธิบายตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปนควบคุมในการทดลองได้

ทักษะที่ 12 การทดลอง(Experimenting)

หมายถึงกระบวนการปฏิบัติ และการทำซ้ำในขั้นตอนเพื่อหาคำตอบ จากสมมติฐาน แบ่ง
ออกเป็น 3 ขั้น 1.การออกแบบการทดลอง 2.การปฏิบัติ 3.การบันทึกผล

ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ

-สามารถออกแบบการทดลองได้
-สามารถระบุและเลือกใช้อุปกรณ์การทดลองได้อย่างเหมาะสม
-สามารถบันทึกผลการทดลองได้อย่างถูกต้อง

ทักษะที่ 13 การตีความหมายข้อมูล และการลงข้อมูล (Interpreting data and
conclusions)

หมายถึง การแปรความหมายหรือการบรรยายลักษณะและสมบัติของข้อมูลที่มีอยู่ การ
ตีความหมายข้อมูลในบางครั้งอาจต้องใช้ทักษะอื่นๆ เช่น ทักษะการสังเกต ทักษะการคำนวณ
การลงข้อมูล หมายถึง การวิเคราะห์ และสรุปผลความสัมพันธ์ข้อมูล สรุปประเด็นสำคัญของ
ข้อมูลที่ได้จากการทดลองหรือศึกษา

ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ คือ

- สามารถในการวิเคราะห์ และสรุปประเด็นสำคัญ รวมถึงการแปลความหมายหรือบรรยาย
ลักษณะของข้อมูล
- สามารถบอกความสัมพันธ์ของข้อมูลได้

ทักษะที่ 14 การสร้างแบบจำลอง(Formulating models)

หมายถึง การนำเสนอข้อมูล แนวคิด ความคิดรวบยอด เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจในรูปแบบของแบบ
จำลองต่างๆ เช่น กราฟ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว วัสดุ สิ่งของ สิ่งประดิษฐ์ หุ่น เป็นต้น

สมาชิกภายในกลุ่ม

1.นางสาวแพรพลอย ทองงาม
รหัสนักศึกษา 641790008002-9

2. นางสาวฎารุณี สีสร้อยพร้าว
รหัสนักศึกษา 641790008013-6

3. นางสาวปวีนุช บุญสูง
รหัสนักศึกษา 64179000801-9

4. นางสาวรพีพรรณ คำสีทา
รหัสนักศึกษา 641790008017-7

5. นายตะวัน วรสาร
รหัสนักศึกษา 641790008029-2


Click to View FlipBook Version