คมู อื
การปลูกหญาเนเปย รปากชอง 1
โดย...ดร.ไกรลาศ เขยี วทอง
ศูนยวจิ ัยและพัฒนาอาหารสัตวนครราชสมี า
1 ประวั ิต ูผเขียน
ดร.ไกรลาศ เขยี วทอง
ตำแหนงปจ จุบัน : นักวชิ าการสัตวบาลชำนาญการพิเศษ
ศนู ยวจิ ยั และพัฒนาอาหารสัตวน ครราชสีมา
กองอาหารสตั ว กรมปศุสัตว
ประวัติการศึกษา:
ปริญญาตรี วท.บ. (เกษตรศาสตร) สาขาสตั วศาสตร มหาวิทยาลยั ขอนแกน
ปรญิ ญาโท M.Sc. in Biology สาขา Tropical Livestock Systems
Swedish University of Agricultural Sciences ประเทศสวเี ดน
ปรญิ ญาเอก Ph.D. สาขา Ruminant Nutrition
Newcastle University ประเทศอังกฤษ
ประสบการณ และผลงานทางวชิ าการ :
ประสบการณด านการวิจัย
-สรางสรรคผลงานวิจยั ดานพืชอาหารสัตวและโภชนศาสตรส ัตวเคีย้ วเออ้ื ง
ตพี ิมพใ นวารสารไทยและตางประเทศ ประมาณ 20 เร่อื ง
ประสบการณดา นการสอน
-อาจารยพ เิ ศษ (ปริญญาตรี) สาขาวิชาสัตวศาสตร คณะเทคโนโลยีการเกษตร
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
งานบริการวชิ าการและงานเกยี รติคุณ
-ใหคำปรกึ ษาดา นวชิ าการพืชอาหารสัตวและโภชนศาสตรส ัตวเ คีย้ วเอือ้ ง
การเลี้ยงโคนมแกเกษตรกร เปนประจำ เฉลย่ี 7 ครง้ั ตอเดือน
สาขาท่มี คี วามสนใจและมีความชำนาญพเิ ศษ
-งานวจิ ัยเกย่ี วกับพชื อาหารสตั วแ ละโภชนศาสตรสตั วเคยี้ วเออื้ ง
-งานวิจยั เก่ียวกับพืชพลังงาน
ความเปนมาและ ัลกษณะ ่ัทวไป 2
หญาเนเปยรปากชอง 1 เปนหญาลูกผสมเนเปยรสายพันธุหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการ
ผสมขามพันธุระหวางหญาเนเปยรยักษและหญาไขมุก เปนพืชอาหารสัตวที่มีศักยภาพสูง
ทั้งในแงการใหผลผลิต และมีคุณคาทางอาหารสัตวดีตามที่สัตวตองการ เหมาะสำหรับ
ใชเลย้ี งสตั ว โดยเฉพาะสัตวเ คี้ยวเอื้อง เชน โคนม โคเนอ้ื กระบือ แพะ และแกะ
ปจจุบันกรมปศุสัตวไดสนับสนุนสงเสริมใหเกษตรกรปลูกกันอยางแพรหลาย
ทั่วประเทศไทย หญาเนเปยรสายพันธุนี้มีอายุหลายปโตเต็มที่สูงประมาณ 4 เมตร มีระบบ
รากที่แข็งแรง แผกระจายอยูในดิน ดูดซึมน้ำและปุยไดดี ลักษณะลำตนและทรงตนตั้งตรง
ปลูกขยายพันธุ โดยใชทอนพันธุ
3 ัลกษณะเ ดน
ลกั ษณะเดน
เตบิ โตเรว็ ใหผ ลผลติ ตอ ไรส งู โปรตนี สงู มคี วามนา กนิ สงู สตั วช อบกนิ
ตอบสนองตอ การใหน ำ้ และปยุ ดิี แตกกอดี แกช า ทนแลง ในฤดหู นาวยงั เตบิ โตไดด ไี มช งกั
ไมม รี ะยะพกั ตวั ใบและลำตน ออ นนมุ ขอบใบไมค มไมม ขี น ทท่ี ำใหเ กดิ อาการคนั คาย
ระยะออกดอกสน้ั ไมต ดิ เมลด็ ใหผ ลผลติ ตลอดทง้ั ป มปี รมิ าณนำ้ ตาลในใบและลำตน สงู
ทำเปน หญา หมกั โดยไมจ ำเปน ตอ งเตมิ สารเสรมิ ใดๆ ปรบั ตวั ไดด ใี นดนิ หลายสภาพ
ไมม โี รคและแมลงรบกวน เกบ็ เกย่ี วงา ย ปลกู ครง้ั เดยี วสามารถเกบ็ เกย่ี วไดน านถงึ 6-7 ป
เหมาะกบั เกษตรกรทม่ี พี น้ื ทจ่ี ำกดั
ขอบใบไมค มไมมขี น ลำตนออนนมุ
เกบ็ เกย่ี วงาย ตอบสนองตอนำ้ และปุย ดี
้พืนท่ีป ูลกท่ีเหมาะสม 4
พ้นื ท่ปี ลกู ท่เี หมาะสม
ปลูกไดทั่วทุกภาคของประเทศไทย เจริญเติบโตไดดีในดินหลายประเภท ไมวา
จะเปนดินรวนปนทราย ดินเหนียว หรือดินลูกรัง ชอบดินที่มีการระบายน้ำดีและมีความ
อุดมสมบูรณ ทนแลง แตไมทนน้ำทวมขัง ตองการน้ำฝน ประมาณ 1,000 มิลลิเมตร/ป
เมื่อเปรียบเทียบกับออยที่ตองการน้ำฝน 1,200-1,500 มิลลิเมตร/ป
กลา วไดว า ในพน้ื ทแ่ี หง แลง ทป่ี ลกู ออ ยไดก ส็ ามารถปลกู หญา เนเปย รส ายพนั ธนุ ไ้ี ด
สำหรับพื้นที่ลุมหรือที่นาที่น้ำอาจจะทวมขังใหยกรองเพื่อระบายน้ำก็จะสามารถ
ปลกู ไดเ ชน กนั
หญาเนเปยรสายพันธุนี้ตองการแสงแดดเพื่อใชในการเจริญเติบโต
พบวาการปลูกใกลรมเงาหรือที่รมในสวนผลไมจะใหผลผลิตไมมาก จึงควรปลูกใน
บริเวณพื้นที่ที่มีแสงแดดสองถึงอยางเพียงพอ
5 ชวงเวลาป ูลก และการเตรียม ิดน
ชวงเวลาปลูก
ในเขตชลประทานหรอื เขตทท่ี ำการใหน ำ้ ได สามารถปลกู ไดต ลอดทง้ั ป
สว นการปลกู ในเขตอาศยั นำ้ ฝนควรปลกู ตน ฤดฝู น ประมาณเดอื นพฤษภาคมถงึ กรกฎาคม
เขตชลประทานหรือมีแหลงนำ้ นอกเขตชลประทานไมม แี หลงน้ำ
ปลูกไดต ลอดทงั้ ป ปลกู ในตนฤดฝู น
การเตรยี มดิน
เพอ่ื ใหหญาทป่ี ลูกไดรับแสงแดดอยา งเต็มท่ี พนื้ ท่ีทจี่ ะปลกู ควรโลง เตียน ไมค วรมี
ตนไมใ หญข ้นึ บงั ในกรณีทตี่ อ งการวางแผนใหน ้ำแบบรอ งลกู ฟกู พน้ื ทคี่ วรมคี วามลาดเท
เพยี งพอ ท่จี ะสามารถใหน ้ำไดสะดวก
หญา เนเปย รส ายพนั ธุนี้เปน พืชที่ปลกู เพยี งครง้ั เดยี ว สามารถไวตอ และเก็บเกย่ี ว
ผลผลติ ไดตอ เนอื่ งนาน 6-7 ป โดยไมตองปลูกใหม การเตรยี มดินสำหรับปลูก
มีหลักการสำคญั คือ ตองไถดนิ ใหลึกมากทส่ี ดุ เทาที่จะทำได โดยเฉพาะในกรณที ่ี
ปลูกปลายฝน แตถ า ปลูกตนฤดฝู นก็ไมจ ำเปน ตอ งไถใหด ินแตกมากนกั การไถดิน
แตกละเอยี ดเกนิ ไป จะทำใหห นาดินเกาะกันเปนแผนเมื่อฝนตก มักเกดิ การไหลบา
ทวมผวิ ดินมากข้ึนและนำ้ ซมึ ลงใตด นิ ไดนอยลง
การเต ีรยมดิน 6
เคร่ืองมอื ประกอบการไถเตรยี มดินท่ใี ชก ันมาก คอื ไถจาน ทงั้ แบบ 4 จาน
และ 7 จาน หรอื ไถหัวหมู การใชไ ถจานจะสามารถไถกลบดินไดด ี แตม ักมปี ญหาสำคญั
อยูท ่ไี ถดนิ ไดต ้นื กวาไถหวั หมู หากมตี อไม หิน และกรวดจะทำใหเ ครอ่ื งมือเสียหายงาย
และมกั เสียเวลาทำงานมาก กอ นการไถเตรียมดนิ ควรเกบ็ กรวด หนิ และตอไม
ออกจากแปลงเพ่อื ลดความเสยี หายท่จี ะเกิดขน้ึ กับเครอื่ งมือ
ในพื้นที่ที่มีการปลูกพืชชนิดอื่นมาเปนเวลานานและมีเครื่องจักรกล
เขา ทำงานในแปลงบอ ยๆ ทำใหเ กิดการอัดตัวของดินจนเปน ช้ันดนิ ดานแขง็ ลาง
ควรมีการไถระเบดิ ชน้ั ดินดาน ซึ่งไถดินไดลึกไมต่ำกวา 40 เซนติเมตร
จะชวยใหร ากหญาทป่ี ลกู หยง่ั ลงไปในดินไดล กึ ย่งิ ขึ้น ทำใหห ญา สามารถใชน ้ำใตด นิ
ไดอยางเต็มที่ นอกจากนี้พบวา ดินดานบนมักจะแนนมาก มีผลใหปจ จยั ในดนิ
ท่จี ำเปน สำหรับการเจริญเติบโตของหญาท่ปี ลูกซงึ่ ไดแก น้ำ อากาศ และอินทรียวัตถุ
อยใู นสัดสว นทไี่ มเ หมาะสม
7 การเต ีรยม ิดน
การเตรียมดินและการปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพของดินจึงเปนสิ่งจำเปน
โดยการไถพรวนที่เหมาะสม และการเตมิ อนิ ทรียวตั ถุลงในดิน เพื่อชว ยใหดินรว นซุยขนึ้
อนิ ทรียวตั ถทุ ่ใี ชเ ตมิ ลงในแปลงปลกู มีหลายชนดิ เชน ปยุ คอก ปยุ หมัก ปุยพืชสด
กากตะกอนของบอแกสชีวภาพจากโรงงานอตุ สาหกรรมเกษตร อัตราปุยคอกและ
ปุยหมักทีแ่ นะนำ 2,000 กโิ ลกรมั /ไร หรอื ใสปยุ รองพ้นื โดยใชปุย เคมสี ูตร 15-15-15
อัตรา 50 กโิ ลกรัม/ไร
ขั้นตอนการเตรยี มดนิ
1.ไถกำจัดวัชพืช 2.ตากดนิ ทง้ิ ไวประมาณ 5-7 วนั
3.ใสป ุยคอก ปุยหมัก 4.คลุกเคลาใหเ ขากนั
หญา เนเปยรสายพนั ธุนเ้ี จริญเตบิ โตไดดี ในดนิ ท่มี คี วามเปน กรดเปน ดา ง 6.0 -
7.5 แปลงท่จี ะปลกู ถา เคยปลกู พชื ชนิดอน่ื และใสป ุยเคมมี าเปน เวลานานอาจทำใหด ิน
มีปฏกิ ริ ิยาเปนกรดได ถาหากระดับความเปน กรดสูงเกินไปหรอื มี pH ตำ่ จะทำให
ธาตอุ าหารพวกฟอสฟอรสั แคลเซียม และแมกนีเซียม อยใู นรูปทีไ่ มละลายนำ้
ซึง่ ทำใหหญา ท่ีปลูก ไมสามารถนำไปใชประโยชนในการเจรญิ เตบิ โตได ขณะท่ธี าตุ
อาหารอีกกลุมหนงึ่ คือ เหล็ก ทองแดง แมงกานีส สงั กะสี และอะลูมเิ นยี ม จะละลาย
ออกมาอยูในสารละลายดินมากเกินไปจนอยูใ นระดบั ทเี่ ปน พษิ กบั หญาท่ีปลกู ได
การเต ีรยมวัส ุดปลูก 8
ดนิ ท่เี ปนกรดสามารถจดั การปรบั เปลี่ยนไดโ ดยการใสป ูนขาวลงในดิน ซง่ึ นอกจาก
จะชวยลดระดับความเปน กรดของดินแลว ยังเพ่ิมธาตอุ าหารพืช โดยเฉพาะ
แคลเซียมใหแกด ินดวย ในทางกลบั กันดินท่ีใชป ลกู บางชดุ ทม่ี ีปฏิกริ ยิ าเปน ดา งมาก
หรอื มี pH สงู เกนิ ไป จะทำใหธ าตอุ าหารจำพวกเหลก็ ทองแดง แมงกานีส และสงั กะสี
เปลย่ี นไปอยูในรปู ทไ่ี มละลายนำ้ พชื ก็ไมส ามารถใชป ระโยชนไ ด นอกจากนป้ี ฏิกริ ยิ า
ดินยังอาจทำใหสมดุลของปริมาณจุลินทรียในดินเปลี่ยนแปลงจนทำใหเกิดผลลบกับ
หญาทป่ี ลูกได การปรบั ระดบั ความเปนกรดเปน ดางของดินใหอ ยูในระดบั ท่เี หมาะสม
จะสามารถทำใหห ญา เจริญเติบโตไดอยา งรวดเร็วและใหผลผลติ สูง
การเตรยี มวสั ดปุ ลูก
การเตรียมตน พนั ธสุ ำหรบั ปลกู นบั วาเปน ขั้นตอนหนึ่ง ที่มผี ลตอความสำเร็จ
หรือลมเหลวของการปลกู หญาเนเปย รส ายพนั ธนุ ี้ ตนพันธุทใ่ี ชควรมาจากแปลง
เพาะพันธุที่มีความสมบูรณแข็งแรงและทอนพันธุตองมีตาที่สมบูรณ
ทอ นพนั ธุค วรอายปุ ระมาณ 3-4 เดือน
การปลูก 9
ทำไดโดยใชแรงงานคน หรอื ปลูกดวยเคร่ืองปลูก
- สำหรับการปลูกพน้ื ทขี่ นาดเลก็ และใชแ รงงานคน
ภายหลงั จากทเ่ี ตรยี มดินเสร็จ เพอ่ื ปอ งกนั การสูญเสยี ความช้นื จากดินควรปลกู การป ูลก
ทันที ตน พนั ธทุ ี่เตรยี มไวใหตัดเปน ทอนๆ ใหมขี อ ติดอยทู อ นละ 2 ขอ นำไปปลูกโดย
ใชร ะยะปลูกระหวา งแถว 120 เซนติเมตร ระหวางตน 80 เซนติเมตร ปลกู หลมุ ละ 2 ทอน
ปก ไขวท อนพันธเุ อียง 30 องศา ให 1 ขอจมอยูใ นดนิ ประมาณ 1-2 น้ิว
ตัดทอนพันธุ ใหม ขี อ ติดอยู 2 ขอ 80 เซนติเมตร
120 เซนตเิ มตร
ปกไขวทอนพนั ธเุ อียง 30 องศา ให 1 ขอ จมอยูในดนิ ประมาณ 1-2 นิ้ว
- การยกรองปลูกหรอื ปลกู แบบออย 10
เปน วธิ กี ารปลูกอกี วิธหี นึง่ ท่ชี ว ยการปฏิบัติงานสะดวกมากขน้ึ ท้ังในการปลูก
การใหน ำ้ และการระบายน้ำ ซ่งึ จะชว ยใหรากสามารถหยั่งลกึ ลงไปในดนิ ไดด ี
การป ูลก การยกรองควรวางแนวรอ ง ขวางแนวลาดเอยี งของพนื้ ท่ี เพ่อื ลดการพัดพา
ของดนิ เนื่องจากนำ้ และทำใหน้ำซมึ ลงดินไดดีขึ้น การปลกู ปลายฝนตองไถใหลกึ และ
ยกรอ งใหสูง ภายหลังจากการยกรองเสร็จควรปลูกทนั ที อยาเปด รองไวน าน
เพอ่ื ปอ งกันการสญู เสยี ความช้ืนจากดนิ การปลกู ลึกจะชวยใหทนแลง ไดดี ผลผลิตสูง
และไวตอ ไดน านกวาการปลูกตื้น การปลูกโดยการยกรองปลูก ระยะรอ งหางกัน
ประมาณ 85 เซนตเิ มตร นำตนพนั ธุท ั้งลำวางลงในรองลำตอลำ แลวใชมดี สบั
ใหล ำตน ขาดออกจากกัน ภายหลังจากวางตนพันธเุ รียบรอยแลว ควรกลบดินใหมี
ความหนาพอประมาณ ถาปลูกขามแลงจะตอ งกลบดินใหหนากวาการปลกู ตนฝน
85 เซนตเิ มตร ใชมีดสบั ใหลำตน ขาด ออกจากกนั
ระยะรอ งหา งกนั 85 เซนตเิ มตร
หญาเรมิ่ งอกตามรอง
- การปลกู ในพ้ืนท่ขี นาดใหญอาจปลูกโดยใชเครอ่ื งปลูก 11
ซึ่งสามารถปลกู ไดร วดเร็วและสมำ่ เสมอ เคร่ืองปลกู สามารถทำงานไดหลาย
อยา งคอื เร่มิ ตั้งแตเ ปด รอ ง ตดั ตนพันธุท้ังลำออกเปน ทอน วางทอนพนั ธุ ใสปุยและกลบ
ในเวลา 1 ชว่ั โมงสามารถปลกู ไดประมาณ 3-4 ไร การป ูลก
การปลูกอาจมวี ิธกี ารปลกู ระยะปลูก และอัตราปลูกแตกตางกันไป ข้นึ อยูกบั
ความพรอมของเกษตรกร สภาพแวดลอ ม พืน้ ที่ปลูก และความสะดวกในการ
ใชเครอ่ื งมือปลูก ชวงแรกของการปลูก ทอ นพนั ธุตอ งการนำ้ มาก ควรรดนำ้
ใหชุมทกุ วัน จะทำใหอ ตั รางอกดี แตอ ยาใหนำ้ ทว มขังแปลงปลกู จะทำใหท อ นพนั ธุเ นา
และตายได
การกำจัดวชั พชื 12
วัชพืชเปนปญหาอยางหนึ่งที่มีความสำคัญและสงผลใหผลผลิตของหญา
เนเปย รสายพันธุน้ีลดต่ำลงเปนอันมาก ควรจะมกี ารกำจดั วชั พชื ตัง้ แตยังมขี นาดเล็กอยู
การกำจัดวัชพืช เพราะวัชพชื อายมุ ากความยุง ยากในการกำจัดก็เพ่ิมสูงขึ้นเรื่อยๆ และทำใหผ ลผลติ
ลดลง ใหก ำจดั วชั พืชครัง้ แรก หลงั จากปลูกประมาณ 2-3 สปั ดาห โดยใชแ รงงานคน
แรงงานสัตว หรอื เครือ่ งจกั รกลเกษตร การใชแรงงานคนเปนวิธที ใ่ี ชกันอยทู ว่ั ไป ไดแ ก
ใชม อื ถอน หรอื ใชจ อบถาก วธิ ีนเี้ หมาะสมสำหรบั เกษตรกรท่ีมพี ืน้ ทีป่ ลกู นอยๆ
แตใ นพื้นทีข่ นาดใหญอาจจะทำไดช า ไมท ันเวลากับการเตบิ โตของหญาทปี่ ลูก สว นการ
ใชแรงงานสตั วน้นั เปน การใชววั ควายลากไถ เพือ่ พรวนดนิ และกำจดั วัชพชื วธิ ีนี้สะดวก
กวา แรงคน และควรทำในขณะทวี่ ัชพืชไมโตจนเกนิ ไป อยางไรกต็ ามการใชแรงงาน
สัตวจะมีความสะดวกบนดินเนื้อหยาบหรือดินเนื้อทรายมากกวาดินเหนียว
ในทางปฏิบัตมิ ักทำควบคไู ปกับการใชแ รงงานคน โดยใชจอบถากวัชพชื ท่ีอยูใ กล
บรเิ วณตน หญา ท่ีปลูก การปลกู ท่มี พี นื้ ทีข่ นาดใหญอ าจใชเครื่องจักรกลเกษตร เชน
รถไถดินเดนิ ตาม หรอื แทรกเตอรขนาดใหญต ดิ เคร่ืองมอื พรวน (จอบหมนุ ตนี เปด
หรือคราดสปรงิ ) เขา กำจัดวัชพืชโดยว่ิงไประหวา งแถวหญา ทีป่ ลกู สว นใหญจ ะกำจัด
วัชพืชแคครง้ั เดียว
กำจัดวชั พืชโดยใชแรงงานคน กำจัดวัชพชื โดยเคร่ืองจกั ร
หลงั จากกำจดั วชั พืชใหใ สปุยยูเรยี (46-0-0) กอละ 1 ชอ นโตะ เรง ใหหญาตงั้ ตวั
และเจรญิ เตบิ โตเรว็ แตกกอดี ใบเขยี วเขมดกงาม ลำตน สูงใหญ ทำใหคลมุ วัชพืช
ท่ีเกิดขึ้นอีกในแปลงได ซง่ึ วัชพืชจะชะงักการเจริญเตบิ โตและตายไป
13 การใหน้ำ
การใหน ้ำ
หญาเนเปยรสายพนั ธุนีต้ อบสนองตอการใหน้ำไดดมี าก ถา สามารถวางระบบ
การใหนำ้ ในแปลงปลกู ไดจ ะมีการเจริญเติบโต และใหผลผลิตสงู ตอเนอื่ งตลอดทงั้ ป
การใหนำ้ สามารถใหไดห ลายระบบ เชน สปรงิ เกลิ้ น้ำเหว่ียง มนิ ิสปริงเกิ้ล ทอ นำ้ หยด
เทปน้ำพุง หรอื ปลอ ยไหลไปตามรอ งหนา ดิน
สปริงเกลิ้ น้ำเหวี่ยง มินิสปรงิ เก้ิล
เทปนำ้ พุง ปลอ ยไหลไปตามรองหนา ดิน
การใหน ำ้ แบบระบบน้ำหยดหากสามารถใสป ุยไปพรอ มกบั น้ำไดเ ลย จะยง่ิ ชว ย
ประหยดั เวลา และทำใหการใสป ยุ ไดผ ลดีมากขึ้น พบวา การใหนำ้ แบบระบบสปริงเกิล้
นำ้ เหวี่ยง และ มนิ ิสปรงิ เก้ลิ ทกุ ๆ 3-5 วนั หรอื ปลอ ยนำ้ ไหลไปตามรอ งหนา ดินทุกๆ
7-10 วัน ทำใหห ญาสามารถใหผ ลผลิตไดตลอดทั้งป
การเกบ็ เก่ียวผลผลิต 14
การเ ็กบเ ่ีกยวผลผลิต เพอื่ ใหร ะบบรากของหญาพัฒนาเจริญเติบโตและแข็งแรงเตม็ ที่ ใหตัดครง้ั แรก
หลงั ปลกู ประมาณ 75 วัน จากนัน้ ใหตัดทุกๆ 45-60 วัน การตัดหญา ทำไดโดยการใช
มดี เคียว เคร่ืองตัดหญาสะพายไหล เครื่องเก็บเกีย่ ว Double Chopper หรอื
เครือ่ งเกบ็ เกย่ี ว M-I
การเก็บเก่ียวหญา เนเปย รสายพันธนุ ี้ ตองตัดใหชิดดนิ ท่สี ดุ เพื่อให
แตกหนอ ใหมจ ากใตดิน จะทำใหม ขี นาดโตอวบอว น แลว จะกลายเปนลำตนที่สมบรู ณ
ใหผลผลิตสงู ถา ตัดสูงเหลือขอ ไวจะมแี ขนงออกมาจากขา งขอ ลำตน เลก็ ทำให
ไดผลผลิตตำ่
การตัดหญา ดวยวิธีตา งๆ
มีด หรอื เคยี ว เคร่อื งตดั หญา สะพายไหล เคร่อื งเก็บเกย่ี ว Double Chopper
ตองตดั ใหชดิ ดนิ ท่สี ุด เพอ่ื ไดลำตน ที่สมบูรณใหผ ลผลติ สงู
การปลกู ในเขตชลประทานหรือเขตท่ีทำการใหน้ำไดแ ละมกี ารใสป ุยสมำ่ เสมอ
ตัดไดป ล ะ 5-6 ครง้ั ใหผ ลผลิตนำ้ หนกั สดประมาณ 100 ตัน/ไร/ป
การปลูกในพ้ืนท่ี 1 ไรพ บวา สามารถเลีย้ งโคได 7-8 ตัว ตลอดทัง้ ป
15 การใ สปุยห ัลงเก็บเ ่กียวผลผลิต
การใสปยุ หลังเก็บเกี่ยวผลผลติ
หลังการตัดหญาทุกครั้งใหใสปุยคอกและปุยยูเรีย เพื่อหญาแตกกอมาก
ไดขนาดลำตนใหญอวบ ใบดกเขียวเขมงาม ทำใหผลผลิตสูง และมีโปรตีนสูงสม่ำเสมอ
การใสปุยคอกควรใสประมาณครึ่งบุงกี๋โปะลงไปที่โคนกอ ไมวาจะเปนในรูปสด
หรือแหง แลวรีบใหน้ำทันที หรือทำบอเกรอะรองรับขี้วัวและน้ำฉีดลางคอก
ใหไหลมารวมกัน แลวสูบไปรดแปลงหญาโดยตรงเลยก็ได
ปุยคอก ใสป ยุ โปะลงไปท่ีโคนกอ
สำหรบั ปยุ ยเู รยี ใหใ สห ลงั จากหนอ ใหมท แ่ี ตกจากใตด นิ โผลข น้ึ มา ประมาณ 2 สปั ดาห
โดยใสก อละ 1 ชอ นโตะ เมอ่ื เกบ็ เกย่ี วไปครบ 3 รอบ ถา จะใหด คี วรสลบั มาใหป ยุ สตู ร
15-15-15 แทนปยุ ยเู รยี บา ง ทง้ั นเ้ี พอ่ื รกั ษาความสมดลุ ของธาตอุ าหารหลกั ในแปลงหญา
ปุยยเู รยี ใหใ สหลงั จากแตกหนอ ใหม หยอดปยุ ลงไปทีโ่ คนกอ
การผ ิลตห ญาหมัก 16
การผลิตหญา หมกั
เนื่องจากหญาเนเปยรสายพันธุนี้ใหผลผลิตตอไรสูง ผลผลิตหญาสดที่เหลือจาก
การเลี้ยงสัตว ใหเก็บถนอมหญาไวเลี้ยงสัตวในยามขาดแคลน โดยวิธีการทำหญาหมัก
เพื่อหลีกเลี่ยงปญหาการเนาเสีย และหญาหมักมีน้ำมากเกินไป ใหทำดังนี้
- ใหต ัดหญา เม่อื อายปุ ระมาณ 60 วนั หรือใหตัดแลว ผ่ึงหญา ไวใ นรม 1 วนั
- สบั ดวยเครอ่ื งสบั ใหเปนชิ้นๆ ขนาดยาว 2-3 เซนตเิ มตร
- บรรจุในภาชนะ เชน ถงุ พลาสติคทห่ี ุม ดวยถุงสาน ถงั เก็บหญาหมกั หรือบอ หมัก
- ใชเ คร่ืองดดู อากาศออก หรอื ไลอ ากาศออกมากทีส่ ุด 17
การใชเ ้ีลยง ัสตว
- ปดภาชนะใหสนิท แลวนำไปเก็บในท่รี มประมาณ 21 วันจงึ นำมาใชเ ลีย้ งสัตว
การใชเลยี้ งสัตว
หญาเนเปย รสายพนั ธนุ ้ี ใชเลยี้ งสตั วไ ดท ัง้ ในรปู หญา สดและหญา หมัก หญา ที่
เก็บเกย่ี วเมอ่ื อายนุ อยประมาณ 45 วนั นำไปใหโคกนิ สดไดเ ลย โดยไมตองบดสบั
ถา เก็บเกี่ยวเมือ่ อายประมาณ 60 วัน ข้นึ ไปควรเขาเคร่ืองสับเสียกอน เพ่อื ชวยใหสตั ว
กนิ ไดหมดทกุ สวน ทำใหส ตั วสามารถใหผ ลผลิตไดอยา งเตม็ ที่
ขอเปรียบเทียบกบั หญาเนเปยรส ายพันธุอ่นื ๆ 18
ปจ จุบนั ในประเทศไทยมีการปลกู หญา เนเปย รห ลายสายพันธุ เชน หญาบานา
หญา อาลาฟล หญาเนเปยรย กั ษ ซึ่งลกั ษณะประจำพนั ธุดงั นี้
ขอเป ีรยบเทียบ - หญาบานา เตบิ โตเรว็ ใหผลผลิตสงู ลำตน ใหญอวบ แตการตอบสนองตอ การใหน ำ้
ในหนา หนาวไมด ีนกั จึงใหผ ลผลิตต่ำในหนาหนาว และมขี นทใ่ี บมากทำใหเกิดการ
คันคายเมื่อสัมผสั
- หญา อาลาฟล เตบิ โตเรว็ ใหผ ลผลิตสูง และใบดกนุม แตถากระทบอากาศหนาว
กอ็ อกดอกทันที ถึงแมจะตดั แลวใหนำ้ ใหปยุ ตนท่ีเกดิ ออกมาใหมกจ็ ะออกดอก จงึ ให
ผลผลติ ต่ำในหนา หนาว
- หญา เนเปยรยักษ เติบโตเร็ว ใหผลผลิตสงู ลำตน ใหญอ วบ มขี นทใี่ บมาก ทำใหเกิด
การคนั คายเม่ือสมั ผสั แกเรว็ ลำตน และใบแขง็ เมอ่ื อายุมาก
คุณคา ทางโภชนะของหญาเนเปย รปากชอ ง 1 กบั หญาอ่ืนๆ
รายการ วัตถุแหง % วตั ถแุ หง คารโบไฮเดรต
ท่ีละลายน้ำได
(%) โปรตนี ไขมนั เยอื่ ใยรวม เถา
36.5
เนเปยรป ากชอง 1 33.3
ตัดที่อายุ 45 วัน 14.9 15.9 1.3 35.8 14.5 50.8
ตดั ที่อายุ 60 วัน 18.3 12.6 1.2 42.6 12.3 51.1
44.7
รูซี่ 48.3
ตัดที่อายุ 45 วนั 21.2 8.6 1.8 30.0 8.8 50.2
ตัดที่อายุ 60 วนั 25.6 6.6 1.4 31.9 9.0 47.0
กินนีสีมว ง
ตัดทอ่ี ายุ 45 วนั 22.6 7.9 1.2 35.5 10.7
ตัดทอ่ี ายุ 60 วนั 24.6 7.1 1.2 33.4 10.0
แพงโกลา
ตัดทอี่ ายุ 45 วัน 25.2 7.8 1.6 32.3 8.1
ตัดที่อายุ 60 วัน 27.9 7.5 1.6 35.1 8.8
ท่ีมา: เฉลา พิทกั ษส นิ สขุ จรยิ า บญุ จรชั ชะ และ จีรพฒั น วงศพ ิพฒั น .2553.
การรวบรวมและจัดทำขอ มลู ดา นคณุ คาทางโภชนะของพืชอาหารสตั ว. รายงานผลงานวิจัยประจำป 2553.
กองอาหารสตั ว กรมปศสุ ัตว กระทรวงเกษตรและสหกรณ. 77 หนา .
คาใชจ ายในการปลกู หญา เนเปยรปากชอง1 (บาท/ไร) 19
รายการ รปู แบบการใสป ยุ คาใช จายในการปลูก
1. คาไถ (จางเหมาเตรียมพืน้ ที)่ ปุยเคมี ปุยคอก
- ไถจาน 4 300 300
- ไถจาน 7 300 300
- ไถพรวน 300 300
2. คา วสั ดกุ ารเกษตร 1,200 1,200
- คา ทอนพันธุ กก.ละ 3 บาท 800
- คาปุยเคมสี ตู ร 15-15-15 กก.ละ 16 บาท
- คา ปุยคอกรองพืน้ กก.ละ 2 บาท 4,000
3. คา แรงงานในการปลูก 750 750
- คา ปลูก/เตรียมทอ นพันธุ 300 300
4. คา กำจัดวชั พชื 3,950 6,350
- จอบหมุนติดรถไถ
คา ใชจายรวม (บาท)
หมายเหตุ : ขอ มูลคาใชจายจดั ทำขึน้ เมื่อป 2554
เครือ่ งจักรกลเกษตรและวัสดอุ ปุ กรณต างๆ ที่เก่ยี วของ 20
เค ่รือง ัจกรกล/ ัวสดุอุปกร ณ เครอ่ื งจักรกลเกษตรและวสั ดอุ ุปกรณตา งๆ ท่ีใชใ นการปลูกหญา และ
ทำหญาหมกั ในแตล ะข้ันตอนมตี อ ไปน้ี
1) การเตรยี มดนิ ไดแก รถแทรกเตอร จาน 4 จาน 7 และจอบหมนุ ตนี เปด
2) การปลกู ไดแก รถแทรกเตอร และเคร่ืองปลกู
3) การกำจัดวชั พืช ไดแก จอบ เสียม รถแทรกเตอร จอบหมนุ ตีนเปด และคราดสปรงิ
4) การเก็บเก่ยี ว ไดแ ก มดี เคยี ว รถแทรกเตอร เครอื่ งเก็บเก่ียว double chopper
และเครอื่ งเกบ็ เกยี่ ว M-I
5) การทำหญาหมกั ไดแก เครือ่ งดดู อากาศ เครื่องอัดหญาหมัก ถงุ พลาสติคใส
และถุงพลาสตคิ สาน
ประสานงานการจัดทำโดย
สนับสนนุ การผลติ โดย
ตดิ ตอขอรบั เอกสารเพม่ิ เตมิ ไดที่
โทรศพั ท 08-9968-3720 หรือ Download ไดท่ี www.milkforthai.org