ไตรภูมพิ ระร่วง
นางสาว กนกฉตั ร โพธ์ิแกว้ เลขที่ ๑
นางสาว กนกอร วงษม์ าดิษฐ์ เลขท่ี ๒
นางสาว ชนญั ธิดา ฤาไชยคาม เลขท่ี ๖
นางสาว ปรัฐมาภร พนั ธุศ์ รี เลขท่ี ๑๙
นางสาว พิมพม์ าดา โพธ์ิเขียว เลขท่ี ๒๑
นางสาว เเพรพลอย กาฬภกั ดี เลขที่ ๒๒
นางสาว ภริดา ทบั ยาง เลขที่ ๒๓
นางสาว ภทั รวรรณ เนตรสวา่ ง เลขท่ี ๒๔
นางสาว วิชญาดา รักขยนั เลขท่ี ๒๘
นางสาว สุธิสา สุมนพนั ธุ์ เลขท่ี ๓o
นางสาว อรอมุ า วงษเ์ เกว้ เลขที่ ๓๑
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๖ หอ้ ง ๑
เสนอ
คุณครูชมยั พร แกว้ ปานกนั
ไตรภูมพิ ระร่วง
นางสาว กนกฉตั ร โพธ์ิแกว้ เลขที่ ๑
นางสาว กนกอร วงษม์ าดิษฐ์ เลขท่ี ๒
นางสาว ชนญั ธิดา ฤาไชยคาม เลขท่ี ๖
นางสาว ปรัฐมาภร พนั ธุศ์ รี เลขท่ี ๑๙
นางสาว พิมพม์ าดา โพธ์ิเขียว เลขท่ี ๒๑
นางสาว เเพรพลอย กาฬภกั ดี เลขที่ ๒๒
นางสาว ภริดา ทบั ยาง เลขที่ ๒๓
นางสาว ภทั รวรรณ เนตรสวา่ ง เลขท่ี ๒๔
นางสาว วิชญาดา รักขยนั เลขท่ี ๒๘
นางสาว สุธิสา สุมนพนั ธุ์ เลขท่ี ๓o
นางสาว อรอมุ า วงษเ์ เกว้ เลขที่ ๓๑
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๖ หอ้ ง ๑
เสนอ
คุณครูชมยั พร แกว้ ปานกนั
A
คำนำ
ไตรภมู ิพระร่วงหรือไตรภูมิกถาเป็นพระราชนิพลของพระมหาธรรมราชาท่ี ๑ หรือพญาลิไทย
ในการพระราชนิพลวรรณคดีเร่ืองน้ีเพอ่ื ใหผ้ ทู้ ี่ไดศ้ ึกษาเขา้ ใจสภาพสงั คมสมยั เม่ือเริ่มต้งั
อาณาจกั รเป็นปึ กแผน่ ในแผน่ ดินไทยเพราะการก่อต้งั อาณาจกั รข้ึนใหมใ่ นสมยั น้นั จะตอ้ ง
รวบรวมกาลงั ไพร่พลแผน่ ดินหากประชาชนมีระเบียบวนิ ยั รู้บาปบุญคุณโทษและยดึ มนั่ ในหลกั
คาสง่ั สอนทางศาสนากจ็ ะสามารถดารงชีวติ ไดอ้ ยา่ งมนั่ คงและมีความสุขจึงไดร้ วบรวมศีลธรรม
ของไตรภูมิพระร่วงไวใ้ นวารสารเลม่ น้ีหวงั วา่ ผทู้ ่ีอ่านจะไดร้ ับประโยชน์บา้ งตามสมควร
ขอขอบคุณครูชมยั พรแกว้ ปานกนั ท่ีใหค้ าปรึกษาแนะนาทาใหว้ ารสารเล่นน้ีสาเร็จและ
แกไ้ ขวารสารเล่มน้ี
คณะผ้จู ดั ทำ
สำรบญั B
เร่ือง หน้ำ
คานา A
สารบญั B
ประวตั ิความเป็นมา ๑
ประวตั ิผแู้ ตง่ ๒
ลกั ษณะคาประพนั ธ์ ๓
เน้ือเร่ือง(เตม็ แบบยอ่ ) ๔
เน้ือเรื่องเตม็ (เฉพาะตอนที่เรียน) ๑๔
วเิ คราะห์คุณค่า ๑๗
ดา้ นเน้ือหา ๑๗
ดา้ นวรรณศิลป์ ๑๘
ดา้ นสังคม ๑๙
บรรณานุกรม ๒o
1
ประวตั ิควำมเป็ นมำ
ไตรภูมิพระร่วง เป็นพระราชนิพนธข์ องพระมหาธรรมราชาที่ ๑ ซ่ึงแต่งข้ึนเมื่อ วนั
พฤหสั บดี ข้ึน ๑๕ ค่า เดือน ๔ ปี ระกา ตรงกบั วนั พฤหสั บดีที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๑๘๖๔ (ปี เก่า)
จ.ศ. ๖๘๓ ม.ศ.๑๒๔๓ เป็นปี ครองราชยท์ ี่ ๖ โดยมีพระประสงคท์ ี่จะเทศนาโปรดพระมารดา
และเพือ่ จาเริญพระอภิธรรม ไตรภูมิพระร่วงเป็นหลกั ฐานชิ้นหน่ึงที่แสดงใหเ้ ห็นถึงพระปรีชา
สามารถอยา่ งลึกซ้ึง ในดา้ นพุทธศาสนาของพระมหาธรรมราชาลิไทท่ีทรงรวบรวมขอ้ ความ
ต่างๆ ในคมั ภีร์พระพุทธศาสนา นบั แต่พระไตรปิ ฎก อรรถกถา ฎีกา และปกรณ์พเิ ศษต่างๆ มา
เรียบเรียงข้ึนเป็นวรรณคดีโลกศาสตร์เล่มแรกท่ีแตง่ เป็นภาษาไทยเท่าทีมีหลกั ฐานอยใู่ นปัจจุบนั
น้ี
วรรณคดีเรื่องน้ีมีเน้ือหาเก่ียวกบั คติความเชื่อของชาวไทย เป็นจานวนมาก เช่น นรก
สวรรค์ การเวียนวา่ ยตายเกิด ทวีปท้งั สี่
เนื่องจากไตรภูมิเป็นเรื่องท่ีเก่ียวขอ้ งกบั นรก-สวรรค์ สอนใหค้ นรู้จกั การทาความดีเพื่อ
จะไดข้ ้ึนสวรรค์ หากแต่ใครทาชวั่ ประพฤติตนผิดศีลกจ็ ะตอ้ งตกนรก กลา่ วคือ ประชากรในสมยั
ที่พระมหาธรรมราชาลิไทปกครองน้นั เริ่มมีมากข้ึนกวา่ แตก่ ่อน ทาใหก้ ารปกครองบา้ นเมืองให้
สงบสุขปราศจากโจรผรู้ ้ายเป็นไปไดย้ ากยงิ่ ข้ึน การดูแลของรัฐกไ็ ม่อาจดูแลไดท้ ว่ั ถึง พระมหา
ธรรมราชาลิไทจึงไดค้ ิดนิพนธ์วรรณกรรมทางศาสนาเร่ืองไตรภูมิพระร่วงข้ึนมาเพื่อท่ีตอ้ งการ
สอนใหป้ ระชาชนของพระองคท์ าความดี เพ่ือจะไดข้ ้ึนสวรรคม์ ีชีวติ ท่ีสุขสบาย และหากทา
ความชว่ั ก็จะตอ้ งตกนรก ดว้ ยเหตนุ ้ีวรรณกรรมเร่ืองไตรภมู ิจึงเป็นส่ิงท่ีใชค้ วบคุมทางสังคมได้
เป็นอยา่ งดียงิ่ เพราะสามารถเขา้ ถึงจิตใจทุกคนไดโ้ ดยมิตอ้ งมีออกกฎบงั คบั กนั แตอ่ ยา่ งไร
ต่อมาสมเดจ็ กรมพระยาดารงาชานุภาพทรงเปลี่ยนชื่อใหมว่ า่ ‘ไตรภมู ิพระร่วง’ เพ่ือ
เฉลิมเกียรติแก่พระยาลิไท ซ่ึงเป็นผพู้ ระราชนิพนธ์ นบั วา่ เป็นหนงั สือวรรณคดีเลม่ แรกที่เกิดจาก
การคน้ ควา้ จากคมั ภีร์พทุ ธศาสนา ๓o คมั ภีร์ และมีลกั ษณะเป็นหนงั สือท่ีสมบูรณ์ คือบอกช่ือ วนั
เดือน ปี และความมุง่ มน่ั ในการแต่งไดอ้ ยา่ งครบถว้ น
2
ผู้แต่ง
หนงั สือไตรภูมิพระร่วง เป็นวรรณคดีทางศาสนาที่สาคญั เลม่ หน่ึง ในสมยั สุโขทยั ซ่ึงมี
อิทธิพลตอ่ คนไทยมาก พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พญาลิไท) ไดท้ รงพระราชนิพนธ์ข้ึนหลงั จากท่ี
ทรงผนวชแลว้ และข้ึนครองราชยไ์ ด้ ๖ ปี ประมาณ พ.ศ. ๑๘๙๖
จุดม่งุ หมำยในกำรแต่ง
เพือ่ เทศนาโปรดพระมารดา เป็นการแสดงการกตญั ญูอยา่ งหน่ึง และเพ่ือใชส้ ั่งสอน
ประชาชนทุกคนใหม้ ีคุณธรรม เขา้ ใจพทุ ธศาสนา และช่วยกนั ดารงพุทธศาสนาไวใ้ หม้ นั่ คง
ลกั ษณะคำประพนั ธ์
ร้อยแกว้ ประเภทความเรียงสานวนพรรณนา
พระบรมรูปพระมหาธรรมราชาท่ี ๑
3
เนื้อเร่ืองย่อไตรภูมพิ ระร่วง
๑.นรกภูมิ
เป็นภูมิที่ต่าที่สุดประกอบดว้ ยมหานรก 8 ขมุ นรกบ่าว ๑๒๘ ขมุ และยมโลกนรก ๓๒๐ ขมุ
๑.๑ มหานรก ๘ ขมุ น้ีจะมีกาแพงเหลก็ แดงลกุ เป็นไฟอยเู่ สมอลอ้ มเป็นส่ีเหล่ียมพ้ืนบนและ
พ้ืนลา่ งเป็นเหลก็ แดงที่ลุกเป็นไฟมหานรกแต่ละชุมจะมีบริวารหรือนรกบ่าวลอ้ มอยดู่ า้ นละ ๔
ขมุ มหานรกขมุ หน่ึงจึงมีนรกบา่ ว ๑๖ ขมุ และนรกบ่าวท้งั ๑๖ ขมุ น้ีเรียกวา่ อุสุทธนรกโลกนั ต์
(อุสสทนรก) โดยสัตวท์ ่ีเกิดในนรกแห่งน้ีจะมีอายยุ ืนนานนบั ไม่ถว้ นเช่นสัตวน์ รกที่อยชู่ ุมแรก
จะตอ้ งอยจู่ นกวา่ จะครบวาระ ๕oo ปี นรกโดยเทียบเทา่ ๙ ลา้ นปี มนุษยส์ ่วนสัตวน์ รกในชุม
ถดั ไปจะมีอายนุ นั ทวีคูณจานวนปี ของชุมแรก
๑. นรกบ่าว ๑๒๘ ขมุ น้ีจะลอ้ มรอบมหานรก ๔ ดา้ นดา้ นละ ๔ ขมุ นรกบ่าวเป็นโลกของผทู้ ี่
ทาบาปอยนู่ อ้ ยนอ้ ยเกินกวา่ ท่ีจะไปเกิดในมหานรก แต่กม็ ากเกินกวา่ ที่จะไปเกิดในภมู ิที่สูงกวา่
เป็นขมุ ท่ีมีความทรมานนอ้ ยกวา่ มหานรก
4
๑.๓ ยมโลกนรก ๓๒o ขมุ น้ี จะลอ้ มรอบมหานรก ๔ ดา้ นดา้ นละ ๑o ขมุ เป็นยมโลกของผทู้ ่ีมี
เศษบาปเหลือนอ้ ยกินกวา่ ที่จะไปเกิดในนรกบ่าว แต่กม็ ากเกินกวา่ ที่จะไปเกิดในภูมิท่ีสูงกวา่ น้ี
การลงโทษเบากวา่ นรกบ่าว
ยมบาล หรือ นายนิรยบาล ผดู้ ูแลนรกเฝ้าประตูนรกไวม้ ีหนา้ ท่ีสอบสวนบุญบาปของมนุษยท์ ี่
ตายไปหากทาบุญก็จะไดข้ ้ึนสวรรคท์ าบาปก็จะตกนรก
๒.เปรตวิสัยภูมิ
มนุษยท์ ่ีทาบาปกบั พ่อแม่ เช่น ด่าทอและทุบตีบุพการีจะเกิดเป็นเปรตท่ีมีลกั ษณะแตกต่างกนั
ตามที่ทาบาปไว้
5
๓.อสรู กายภูมิ
อสูร แปลตรงตวั วา่ ผไู้ ม่ใช่สุระหรือไมใ่ ช่พวกเทวดาที่มีพระอินทร์เป็นหวั หนา้ เดิมพวกอสูรมี
เมืองอยบู่ นเขาพระสุเมรุหรือสวรรคช์ ้นั ดาวดึงส์นน่ั เอง ภายหลงั พวกเทวดาคิดอุบายมอมเหลา้
พวกอสูรเมาจนไมไ่ ดส้ ติ แลว้ พวกเทวดากช็ ่วยกนั ถีบอสูรใหต้ กเขาพระสุเมรุด่ิงจมลงใตด้ ิน เม่ือ
อสูรสร่างเมาไดส้ ติแลว้ ก็สานึกตวั ไดว้ า่ เป็นเพราะกินเหลา้ มากจนเมามายจึงตอ้ งเสียบา้ นเมือง
ใหก้ บั พวกเทวดาจึงเลิกกินเหลา้ แลว้ ไปสร้างเมืองใหมใ่ ตบ้ าดาลเรียกวา่ อสูรภพ
พวกอสูรกายมีบา้ นเมืองเป็นของตนเอง เรียกวา่ อสูรภพ อยลู่ ึกใตด้ ินไป ๘๔,ooo โยชน์ เป็น
บา้ นเมืองงดงามมากเตม็ ไปดว้ ยแผน่ ทองคา คือบา้ นเมืองของอสูรน้ีจะมีเหมือนสวรรคข์ อง
เทวดา เช่น กลางสวรรคม์ ีตน้ ปาริชาติกลางเมืองอสูรก็มีตน้ แคฝอย เมืองอสูรมีเมืองใหญอ่ ยู่ ๔
เมืองโดยมีพระยาอสูรปกครองอยทู่ ุกเมือง ในบรรดาอสูรมีอยตู่ นหน่ึงมีอานาจมากช่ือวา่ ราหู
6
๔.ติรัจฉำนภูมิ
ติรัจฉานภูมิ เป็นภูมิที่ใกลช้ ิดกบั มนุษยภ์ มู ิคือโลกมนุษย์ เป็นที่สุด ดงั น้นั พวกสัตวเ์ ดียรัจฉาน
จึงมีรูปร่างปรากฏ เป็นตวั เป็นตน มนุษยห์ รือคนเราจึงสามารถเห็นได้ อยรู่ ่วมกนั ได้ ไมเ่ หมือน
สตั วใ์ นอบายภมู ิเหลา่ อื่น ในการกลา่ วถึงชีวิตความเป็นอยขู่ องสัตวเ์ ดียรัจฉาน จึงจะกลา่ วยอ่ ๆ
ดงั น้ี ก.สถานที่ สตั วท์ ี่ไปเกิดเป็นสัตวเ์ ดียรัจฉานแลว้ ยอ่ มไมอ่ ยเู่ ป็นท่ี เพราะไม่มีที่อยขู่ องตน
โดยเฉพาะ เที่ยวอยไู่ ปมาทว่ั ๆ ไป ในพ้ืนปฐพีน้ี ไมเ่ หมือนสัตวน์ รกท้งั หลายท่ีมีท่ีอยู่ เป็นขมุ ๆ ข.
ความเป็นอยู่ สัตวเ์ ดียรัจฉาน มีความเป็นอยลู่ าบากยากเขญ็ กวา่ มนุษยม์ ากมายนกั เพราะเป็น
สัตวม์ ีภยั แห่งชีวิตรอบดา้ น ชีวติ ของเขาจะอยรู่ อดไปไดแ้ ต่ละวนั น้นั แสนจะลาบาก ยากเยน็ เป็น
ชีวิตท่ีตกต่าแสนจะอาภพั ไดร้ ับแต่ความ ไมส่ บายรอบดา้ น ตอ้ งแสวงหาอาหารกินตลอดเวลา
กวา่ จะไดก้ ็ยากนกั หนา
เหล่าสตั วท์ ่ีมาเกิดในติรัจฉานภูมิน้ี ก็เพราะอานาจแห่ง เศษบาปอกุศลท่ีตนไดก้ ระทาไวแ้ ต่
ปางก่อน เช่น คนหน่ึงๆ ทาบาปหนกั ไว้ คร้ันขาดใจตายไปตกนรก สิ้นกาลชา้ นาน เมื่อพน้ จาก
กรรมในนรกเศษบาปยงั ไม่สิ้น ก็ตอ้ งไปเกิดเป็นเปรตอสุรกาย ทีน้ี ถึงแมว้ า่ จะ หมดบาปจาก
เปรตอสุรกายแตเ่ ศษบาปยงั มีอยู่ ก็ตอ้ งมากเกิดเป็นสัตวเ์ ดียรัจฉาน จาพวกหน่ึง อีกจาพวกหน่ึง
คร้ันสิ้นกรรมพน้ จากนรกแลว้ กม็ าเกิดเป็นสัตวเ์ ดียรัจฉานเลยทีเดียวโดยไมต่ อ้ ง ผา่ นแดนเปรต
7
อสุรกาย จุติปฏิสนธิแห่งสัตวท์ ้งั หลาย น้นั ไมแ่ น่นอนยตุ ิลงอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงได้ ยอ่ มเป็นไป
สุดแตก่ รรมจะบนั ดาลชกั พา
ทางไปติรัจฉานภมู ิก็คือความประพฤติชว่ั ชา้ ลามก และการกระทาอนั เป็นบาปหยาบชา้
ซ่ึงรวมเรียกวา่ "อกศุ ลกรรม" นน่ั เอง อกุศลกรรมชนิดเดียวกบั ที่เป็นเคร่ืองชกั นาใหไ้ ปเกิดเป็น
สัตวน์ รกเปรต
๕.มนุสสำภูมิ
กลา่ วถึงฝงู สตั วอ์ นั เกิดในมนุสสาภมู ิบุตรท่ีเกิดมาในไตรภมู ิน้ีแบง่ ไดเ้ ป็น ๓ ส่ิงคือ-อภิชาตบุตร
เป็นคนเฉลียวฉลาดมีรูปงามหรือมง่ั มียศยง่ิ กวา่ พ่อแม่อนุชาตบุตรมีเพียงพ่อแม“่ อวชาตบุตรตอ้ ย
กวา่ พ่อแม่ในไตรภมู ิพระร่วงกล่าววา่ มนุสสากูมิประกอบดว้ ย 4 ทวปี ดงั น้ี-ชมพูทวีปต้งั อยใู่ น
มหาสมุทรทางทิศใตข้ องเขาพระสุเมรุมีสัณฐานเป็นรูปไขต่ ุจดงั คุมเกวียนคนมีรูปหนา้ กลมตุจดงั
ดุมเกวยี นอายขุ องคนในชมพูทวีปน้นั หากเป็นผทู้ ี่เป็ นคนดีมีศีลธรรมอายกุ จ็ ะยนื หากมีลกั ษณะ
ตรงกนั ขา้ มก็จะอายสุ ้นั -บุรพวิเทหทวีปต้งั อยใู่ นมหาสมทุ รทางทิศตะวนั ออกของเขาพระสุเมรุมี
สณั ฐานเป็นรูปแวน่ ท่ีกลมมีเกาะลอ้ มรอบเป็นบริวาร 400 เกาะมีแม่น้าเลก็ ใหญ่มีเมืองใหญเ่ มือง
8
นอ้ ยคนในทวีปน้ีหนา้ กลมต้งั เตือนเพญ็ ทุกคนไม่เบียดเบียนกนั ไมท่ าชวั่ เมื่อตายแลว้ จึงข้ึน
สวรรคแ์ น่นอนและผทู้ ี่อาศยั ในทวีปน้ีมีอายุ 600 ปี เท่ากนั ทุก nu-อมรโคยานทวีปต้งั อยใู่ น
มหาสมทุ รทางทิศตะวนั ตกของเขาพระสุเมรุมีสัณฐานเป็นรูปพระจนั ทร์คร่ึงดวงมีเกาะเลก็ เกาะ
นอ้ ยเป็นบริวารอยโู่ ดยรอบคนในทวปี น้ีมีรูปหนา้ ต้งั พระจนั ทร์คร่ึงดวงทุกคนไมเ่ บียดเบียนกนั
ไม่ทาชวั่ เมื่อตายแลว้ จึงข้ึนสวรรคแ์ น่นอนทาใหค้ นในทวปี น้ีไม่กลวั ตายและผทู้ ี่อาศยั ในทวีปน้ีมี
อายุ 400 ปี เทา่ กนั ทุกคน-อุตตรกุรุทวีปต้งั อยใู่ นมหาสมุทรทางทิศเหนือของเขาพระสุเมรุมี
สัณฐานเป็นรูปส่ีเหล่ียมมีภูเขาทองลอ้ มรอบมีเกาะลอ้ มรอบเป็นบริวาร ๕00 เกาะคนในทวปี น้ี
หนา้ เป็นรูปส่ีเหลี่ยมมีรูปร่างสมประกอบไม่สูงไมต่ ่าดูงดงามผหู้ ญิงชาวอุตตรกรุ ุทวีปน้นั มีความ
งดงามมากส่วนผชู้ ายก็เช่นกนั มีความงามดงั เช่นหนุ่มอายุ ๒t) ปี กนั ทุกคนทุกคนไมเ่ บียดเบียน
กนั ไม่ทาชว่ั เม่ือตายแลว้ จึงข้ึนสวรรคแ์ น่นอนและผทู้ ี่อาศยั ในทวีปน้ีมีอายุ ๑,000 ปี เท่ากนั ทุกคน
๖.จำตุมหำรำชิกำภูมิ
9
สวรรคช์ ้นั จาตมุ หาราชิกภมู ิเป็นสวรรคช์ ้นั แรกเป็นดินแดนของผมู้ ีจิตใจสูงส่งต้งั อยเู่ หนือ
เทือกเขายคุ นธรอนั เป็นเทือกเขาแรกที่ลอ้ มรอบเขาพระสุเมรุบนเทือกเขายคุ นธรท้งั ๔ ทิศมีเมือง
ใหญ่ ๔ เมืองเมืองท่ีอยทู่ างทิศตะวนั ออกของเขาพระสุเมรุมีทา้ วธตรฐเป็นเจา้ เมืองเป็นใหญ่
เหนือเมืองที่อยทู่ างทิศตะวนั ตกของเขาพระสุเมรุมีทา้ ววริ ูปักษเ์ ป็นเจา้ เมืองเป็นใหญ่เหนือนาค
เมืองท่ีอยทู่ างทิศใตข้ องเขาพระสุเมรุมีทา้ ววริ ุฬหกเป็นเจา้ เมืองเป็นใหญเ่ หนือพวกกมุ ภณั ฑเ์ มือง
ที่อยทู่ างทิศเหนือของเขาพระสุเมรุมีทา้ วไพศรพเป็ นเจา้ เมืองเป็นใหญ่เหนือพวกยกั ษท์ า้ ว
มหาราชท้งั ๔ น้ีเรียกรวม ๆ วา่ จตโุ ลกบาลท้งั ๔ คือผดู้ ูแลรักษาโลกท้งั ๔ ทิศ
๗.ดำวดงึ ส์ภูมิ
เป็นสวรรคช์ ้นั ที่ ๒ มีพระอินทร์เป็นเจา้ แก่พระยาเทพยดาท้งั หลายท่ีรายลอ้ มออกไปท้งั ๔ ทิศ
รวม ๓๒ พระองคเ์ หล่าเทพยดามี ๒ จาพวกคือ
-สมมุติเทวดาคือฝงู ทา้ วและพระยาในแผน่ ดินผรู้ ู้หลกั แห่งบุญธรรมและกระทาโดยทศพิศ
ราชธรรมท้งั 10 ประการ
-อปุ ปัติเทวดาคือเหลา่ เทพยดาในพรหมโลก
-วสิ ุทธิเทวดาคือพระพทุ ธปัจเจกโพธิเจา้ และพระอรหนั ตสาวกเจา้ ผเู้ สด็จเขา้ สู่นิพพาน
๑o
๘.ยำมำภูมิ
สวรรคช์ ้นั ยามาเป็นสวรรคช์ ้นั ท่ี ๓ มีพระยาสยามเทวราชครองอยสู่ วรรคช์ ้นั น้ีสูงกวา่ วถิ ีการ
โคจรของพระอาทิตย์ แต่ก็ไมม่ ีดเน่ืองจากรัศมีแกว้ และรัศมีตวั เทวตาส่องสว่างอยเู่ สมอ
๙.ดุสิตำภูมิ
สวรรคช์ ้นั ดุสิตเป็นสวรรคช์ ้นั ที่ 4 อยสู่ ูงจากสวรรคช์ ้นั ยามา ๑๖๘,000 โยชนม์ ีพระยาสนั ดุสิต
เทวราชพระโพธิสตั วซ์ ่ึงจะเสดจ็ ลงมาตรัสรู้เป็นพระพทุ ธเจา้ มีพระศรีอาริยโ์ พธิสัตวซ์ ่ึงจะมา
ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจา้ ในภายภาคหนา้
๑๑
๑o.นมิ ำนรดีภูมิ
สวรรคช์ ้นั นิมมานรดีเป็นสวรรคช์ ้นั ที่ ๕ อยสู่ ูงจากสวรรคช์ ้นั ดุสิต ๓๓ ๖,000 โยชน์
๑๑.ปรนิมติ วสวัตตภิ ูมิ
สวรรคช์ ้นั ปรนิมมิตวสวตั ดีเป็นสวรรคช์ ้นั ที่ ๖ อยสู่ ูงจากสวรรคช์ ้นั นิมมานรดี ๖๓๒,000 โยชน์
มีพระยาปรนิมมิตวสวตั ตีครองอยู่
๑๒
รูปภูมิ ๑๖
อยเู่ หนือสวรรคช์ นั้ สงู สดุ
๑๒. พรหมปำริสัชชำภูมิ ดินแดนของผสู้ าเร็จปฐมฌาณข้นั ตน้
๑๓. พรหมปุโรหติ ำภูมิ ดินแดนของผสู้ าเร็จปฐมฌณข้นั กลาง
๑๔. มหำพรหมำภูมิ ดินแดนของผสู้ าเร็จปฐมฌาณข้นั สูง
๑๕. ปริตรตำภำภูมิ ดินแดนของผสู้ าเร็จทุติยฌาณข้นั ตน้
๑๖. อปั ปมำณำภำภูมิ ดินแดนของผสู้ าเร็จทุติยฉมาณข้นั กลาง
๑๗. อำภัสสรำภูมิ ดินแดนของผสู้ าเร็จทุติยฌาณข้นั สูง
๑๘. ปริตตสุภำภูมิ ดินแดนของผสู้ าเร็จตติยฌาณข้นั ตน้
๑๓
๑๙. อปั ปมำณสุภำภูมิ ดินแดนของผสู้ าเร็จตติยฌาณข้นั กลาง
๒๐. สุภกณิ หำภูมิ ดินแดนของผสู้ าเร็จตติยฌาณข้นั สูง
๒๑. เวหัปปผลำภูมิ ดินแดนของผสู้ าเร็จจตตุ ญาณมีผลไพบูลยพ์ น้ จากการทาลายของน้าลมไฟ
๒๒. อสัญญีสัตตำภูมิ ดินแดนของพรหมไร้นามมีร่างกายสง่างาม
๒๓. อวหิ ำภูมิ ดินแดนของพระอรหนั ตข์ ้นั อนาคามีเคยเป็นสาวกของพระพทุ ธเจา้
๒๔. อตปั ปำภูมิ ดินแดนของพรหมผไู้ มเ่ ดือดร้อนท้งั กายวาจาใจเพราะสามารถระงบั นิวรณ์ได้
๒๕. สุทสั สำภูมิ แดนของผเู้ ห็นสภาวธรรมแจง้ ชดั
๒๖. สุทัสสีภูมิ แดนของพรหมผเู้ ห็นธรรมแจ่มแจง้
๒๗. อกนิฏฐำภูมิ แดนของพรหมที่มีคุณสมบตั ิมากพอจะนิพพานไดอ้ รูปภมู ิ ๔ แดนของพรหม
ที่มี แตจ่ ิตดว้ ยไม่พอใจท่ีรูปกายเป็นสาเหตุแห่งความทุกขน์ านปั การ
๒๘. อำกำสำนญั จำยตนภูมิ แดนของพรหมที่มี แตจ่ ิตเขา้ ถึงภาวะมีอากาศไมม่ ีท่ีสุด
๒๙. วญิ ญำณญั จำยตนภูมิ แดนของผทู้ ่ีเขา้ ถึงภาวะวญิ ญาณไม่มีที่สุด
๓๐. อำกญิ จญั ญำยตนภูมิ แคนของผทู้ ี่เขา้ ถึงภาวะไมม่ ีอะไร
๓๑. เนวสัญญำนำสัญญำยตนภูมิ แดนของผทู้ ่ีเขา้ ถึงภาวะไม่มีสัญญากไ็ ม่ใช่มีสัญญาก็ไมใ่ ช่
๑๔
ไตรภูมพิ ระร่วงตอนมนุสสภูมิ
ผิรูปอนั จะเกิดเป็นชายก็ดีเป็นหญิงกด็ เี กิดมอี าทิ แต่เกิดเป็นกลละนนั้ โดยใหญ่แต่ละ
วนั แลนอ้ ยครนั้ ถงึ ๙ วนั เป็นด่งั นา้ ลา้ งเนอื้ นนั้ เรยี กวา่ อมั พทุ ะอมั พทุ ะนนั้ โดยใหญ่
ไปทกุ วารไสค้ รนั้ ไดถ้ ึง ๒ วารอนั เป็นด่งั ตะท่วั กนั เช่ือนอยใู่ นหมอ้ เรยี กช่อื ว่าเปสินนั้ คอ่ ยใหญ่ไป
ทกุ วนั ครนั้ ถึง ๙ วนั แขง็ เป็นกอ้ นด่งั ไขไ่ ก่เรยี กว่าฆนะ ฆนะนนั้ ค่อยใหญ่ไป
ทกุ วนั ครนั้ ถึง ๗ วนั เป็นต่มุ ออกได้ ๕ แหง่ ด่งั หตู นนั้ เรียกวา่ เบญจสาขาพดู เบญจสาขา
หตู นนั้ เป็นมือ ๒ อนั เป็นตีน ๒ อนั พดู เป็นหวั นนั้ อนั หนงึ่ และ แตน่ นั้ ค่อยไปเบอื้ งหนา้ ทกุ วนั ครนั้
ถงึ ๗ วนั เป็นฝ่ามอื เป็นนิว้ มือ แตน่ นั้ ไปถงึ ๗ วนั คารบ ๔๒ จึงเป็นขนเป็นเล็บคนื เล็บมือเป็น
เคร่ืองสาหรบั เป็นมนษุ ยถ์ ว้ นทกุ อนั แล แตร่ ูปอนั มกี ลางคนใส ๕๐ แต่รูปอนั มีหวั ได้ ๕๔ แต่รูป
อนั มเี บอื้ งต่าได้ ๕) ผสมรูปทง้ั หลายอนั เกิดเป็นสตั วอ์ นั อย่ใู นทอ้ งแมไ่ ด้ ๑๔๕ แลกมุ ารนนั้ น่งั
กลางทอ้ งแม่แลเอาหลงั มาตอ่ หนงั ทอ้ งแม่อาหารอนั แมก่ ินเขา้ ไป แต่ก่อนนนั้ อยู่ใตก้ มุ ารนนั้
อาหารอนั แม่กินเขา้ ไปใหม่นนั้ อยเู่ หนือกมุ ารนนั้ เม่ือกมุ ารอยใู่ นทอ้ งแมน่ นั้ ลาบากนกั หนาจงึ
เกลยี ดจงึ หน่ายพนั ประมาณนกั ก็ชนิ้ แลเหมน็ กล่ินตดี และเออื้ นอนั ได้ ๘๐ ครอกซ่งึ อย่ใู นทอ้ งแม่
อนั เป็นท่ีเหมน็ แลท่อี อกลกู ออกเคา้ ท่เี ถา้ ท่ตี ายท่ีเรว่ ฝงู ศตี แลเข่อื นทงั้ หลายนนั้ คนกนั อย่ใู นทอ้ ง
แม่ดีตแลเข่อื นฝงู นนั้ เรม่ิ ตวั กมุ ารนนั้ ไสดจุ ด่งั หนอนอนั อยใู่ นปลาเน่าแลหนอนอนั อยใู่ นลามก
๑๕
อาจมนนั้ แลอนั วา่ สายสะดอื แห่งกมุ ารนนั้ กลวงด่งั สายบา้ นบา้ อนั มชี ่อื ว่าอบุ ลจะงอยไสค้ ือนั้น
กลวงขนึ้ ไปเบอื้ งบนติดหลงั ทอ้ งแมแ่ ลขา้ วนอาหารอนั โดแมก่ ินไสแ้ ลโอชารสนนั้ กเ็ ป็นนา้ ซุ่มเขา้
ไปในไสค้ อื นนั้ แลเขา้ ไปในทอ้ งกมุ ารนนั้ แลสะหน่อย ๆ แสผนู้ อ้ ยนนั้ กไ็ ดก้ ินทกุ ค่าเชา้ ทกุ วนั แม่
จะพงึ กินเขา้ ไปอยเู่ หนือกระหมอ่ มทบั หวั กมุ ารอย่นู นั้ แลแลลาบากนกั หนา แต่
อาหารอนั แม่กินก่อนไสรแ้ ลกมุ ารนนั้ อย่เู หนอื อาหารนนั้ เบอื้ งหลงั กมุ ารนัน้ ต่อหลงั ทอ้ งแม่แลน่งั
ยองอยใู่ นทอ้ งแม่แลกามือทง้ั สองตคู้ อต่อหวั เข่าทงั้ สองเอาหวั ไวเ้ หนือหวั เขา่ เม่ือน่งั อยนู่ นั้ ด่งั นนั้
เลอื ดแลนา้ เหลอื งยอ้ ยลงเตม็ ตนยะหยดุ ทกุ เม่อื แสดจุ ด่งั ลิงเม่อื ฝนตกแลน่งั กามือเซาเจา้ อยใู่ น
โพรงไมน้ นั้ แลในทอ้ งแมน่ นั้ รอ้ นนกั หนาตจุ ด่งั เราเอาใบตองเขา้ ซ่อตนแลตม้ ในหมอ้ นนั้ ไสรส้ ง่ิ
อาหารอนั แมก่ ินเขา้ ไปในหอ้ งนนั้ ไหมแ้ ละย่อยสงดว้ ยอานาจแหง่ ไฟธาตอุ นั รอ้ นนนั้ สว่ นตวั กมุ าร
นนั้
บมีไหมเ้ พราะว่าเป็นธรรมดาดว้ ยบญุ กมุ ารนนั้ จะเป็นคนแสจงึ ใหบ้ มีไหมบ้ มิตายเพ่อื ตงั้
นนั้ แล แตก่ มุ ารนนั้ อย่ใู นทอ้ งแม่น่หอนไดห้ ายใจเขา้ ออกเสยี เลยบห่ อ้ นไดเ้ หยียศต่ืนมือออกดงั
เราทา่ นทง้ั หลายนสี้ กั คาบหนง่ึ เลยแลกมุ ารนนั้ เป็นเนอื้ เจ็บคนด่งั คนอนั ทา่ นขงั ไวใ้ นไหอนั คบั
แคบนกั หนาแคน้ เนอื้ แคน้ ใจแลเดอื ดเนอื้ เดือดใจนกั หนาเหยยี ดต่ืนมือบ่มิไดต้ งั้ ท่านเอาใสไ่ วใ้ น
ท่คี บั ผิแลวา่ เม่อื แม่เดินไปกด็ นี อนก็ดพี นื้ ตนกด็ กี มุ ารอยใู่ นทอ้ งแม่นนั้ ใหเ้ จ็บเพียงจะตายแลดจุ
ตงั้ ลกู ทรายอนั พ่งึ ออกแลอยธู่ รหอ้ ยผปิ มิตจุ ด่งั คนอนั เมาเหลา้ ผปิ มตี จุ ด่งั ลกู งอู นั หมองเู อาไป
เลน่ นนั้ แลอนั อย่ลู าบากยากใจตจุ ด่งั นนั้ บ่มิไดล้ าบาก แต่ ๒ วาร ๓ วารแลจะพนั ไดเ้ ลยอย่ยู าก
แล ๗ เดือน ลางคาบ ๘ เดอื น ลางคน ๙ เดอื นลางคน ๑๐ เดอื นลางคน ๑๑ เดอื น ลางคนคา
รบปีหนงึ่ จึงคลอดก็มีแล
ดว้ ยกรรมนนั้ กลายเป็นลมในทอ้ งแมส่ ่งิ หนึ่ง พดั ใหต้ วั กมุ ารนนั้ ขนึ้ หนบนใหห้ วั ลงมาสทู่ ่ี
จะออกนนั้ ดจุ ด่งั ฝงู นรกอนั ยมบาลกมุ ต่ืนแลหย่อนหวั ลงในขมุ นรกนนั้ อนั ลกึ ไดแ้ ลรอ้ ยวานนั้
เม่อื กมุ ารนนั้ คลอดออกจากทอ้ งแมอ่ อกแลไปบ่มพิ น้ ตน ตนเย็นนนั้ แลเจ็บเนือ้ เจบ็ ตนนกั หนาด่งั
ชา้ งสารอนั ทา่ นชกั ทา่ นเป็นออกจากประตลู กั ษอนั นอ้ ยนนั้ แลตบั ตวั ออกยากลาบากนนั้ ผิมีดงั้
๑๖
นนั้ ด่งั คนผอู้ ย่ใู นนรกแล แลภเู ขาอนั ช่อื คงั ไคยบรรพตหบี เหงแลบดนีน้ นั้ แล ครนั้ ออกจากทอ้ งแม่
ไสร้ ลมอนั มีในทอ้ งผนู้ อ้ ยคอ่ ยพดั ออกกอ่ นลมอนั มีภายนอกนนั้ จึงพดั เขา้ นนั้ นกั หนาพัดเขา้ ถึง
ตน้ ลนิ้ ผนู้ อ้ ยจึงอย่าครนั้ ออกจากทอ้ งแม่ แตน่ นั้ ไปเม่อื หนา้ กมุ ารนนั้ จึงรูห้ ายใจเขา้ ออกแลผิแล
คนอนั มา แตน่ รกกด็ ีแลมา แตเ่ ปรตท่ดี มี นั คานงึ ถงึ ความอนั ลาบากนนั้ ครนั้ ว่าออกมาก็รอ้ งไหแ้ ล
ผิแลคนมา แตส่ วรรคแ์ ลคานึงถึงความสขุ แตก่ ่อนนนั้ ครนั้ ว่าออกมาไสวกย็ ่อมหวั รอ่ กอ่ นแล แต่
คนผมู้ าอยใู่ นแผน่ ดนิ นที้ ่วั ทงั้ จกั รวาลอนั ใดอนั อ่นื ก็ดีเม่ือแรกมาเกิดในทอ้ งแม่กด็ ีเม่อื อยใู่ นทอ้ ง
แมก่ ด็ ีเม่อื ออกจากทอ้ งแมก่ ็ดีในกาลทง้ั ๓ นนั้ ยอ่ มหลงบม่ ไิ ดค้ านึงรูอ้ นั ใดสกั สิ่งฝงู อนั มาเกิด
เป็นพรปัจเจกโพธิเจา้ ก็ดีแลเป็นพระอรหนั ตาขีณาสพเจา้ ก็ดแี ลมาเป็นพระองคอ์ คั รสาวกเจา้ กด็ ี
เม่อื ธ แรกมาเอาปฏสิ นธินนั้ กด็ ีเม่อื ธ อยใู่ นทอ้ งแมน่ นั้ กด็ ีแลสองสิง่ นเี้ ม่อื อย่ใู นทอ้ งแมน่ นั้ บ่
ห่อนจะรูห้ ลงแลยงั คานึงรูอ้ ย่ทู กุ อนั เม่อื จะออกจากทอ้ งแม่วนั นนั้ ใสรูจ้ งึ ลมกรรมชวาตกพ็ ดั ใหห้ วั
ผนู้ อ้ ยนนั้ ลงมาสทู่ ่จี ะออกแลคบั แคบแอน่ ยนั นกั หนาเจ็บเนอื้ เจบ็ ตนลาบากนกั ดงั กลา่ วมา แต่
ก่อนแลพลิกหวั ลงบ่มิไดร้ ูส้ กึ สกั อนั เร่มิ ตงั้ ทา่ นผจู้ ะออกมาเป็นพระปัจเจกโพธิเจา้ กด็ ผี จู้ ะมาเกิด
เป็นลกู พระพทุ ธเจา้ กด็ ีคานึงรูส้ กึ ตนแลบม่ หลง แต่สองสง่ิ นคี้ อื เม่อื จะเอาปฏิสนธิแลอย่ใู นทอ้ ง
แม่นนั้ ไดแ้ ลเม่อื จะออกจากทอ้ งแม่นนั้ ยอ่ มหลงดจุ คนทงั้ หลายนีแ้ ลสว่ นว่าคนทง้ั หลายนไี้ สย่อม
หลงทงั้ ๓ เม่ือควรด่มื สงสารแลวิเคราะหค์ ณุ ค่า
๑๗
วเิ ครำะห์คุณค่ำ
๑. ด้ำนเนื้อหำ
-โครงเรื่องมีความสมจริงเน่ืองจากมีการพรรณนาเน้ือเรื่องใหเ้ ราสามารถเห็นภาพได้
-ลกั ษณะคาประพนั ธเ์ ป็นร้อยแกว้ ความเรียงพรรณนาการกาเนิดของมนุษย์
-ใชภ้ าษาเหมาะสมกบั ยคุ สมยั เนื่องจากไตรภูมิพระร่วงประพนั ธ์ข้ึนในสมยั สุโขทยั และมีศพั ท์
ทางพระพทุ ธศาสนาปนอยดู่ ว้ ยจึงทาใหอ้ ่านยากและตีความหมายไดย้ ากตวั อยา่ งเช่นฝงู อนั มา
เกิดเป็นพระปัจเจกโพธิเจา้ กด็ ีแลเป็นพระอรหนั คาขีณาสพเจา้ ก็ดีแลมาเป็นพระองคอ์ คั รสาวกเจา้
ก็ดี "
-ฉากมีความสมจริงเน่ืองจากมีการบรรยายให้เห็นฉากต้งั แตก่ าเนิดในทอ้ งแมม่ าจนถึงคลอด
ออกมาตวั อยา่ งเช่น“ ฝงู คือแลเฮือนท้งั หลายน้นั คนกนั อยใู่ นทอ้ งแม่ติดแสเลือนฝงู น้นั เริมตวั
กุมารน้นั ไสดุจดง่ั หนอนอนั อยใู่ นปลาเน่าแลหนอนอนั อยใู่ นลามกอาจมนนั่ แล"
-มีคาสอนที่เป็นปรัชญาทางพระพุทธศาสนาซ่ึงช้ีใหเ้ ห็นแก่นแทข้ องชีวติ อาจนามนุษยชาติให้
หลุดพน้ จากวฏั สงสารการเวียนวา่ ยตายเกิดตวั อยา่ งเช่น "ผจู้ ะมาเกิดเป็นลูกพระพุทธเจา้ กด็ ีคานึง
รู้สึกตนแลบ่มหลง แตส่ องส่ิงน้ีคือเมื่อจะเอาปฏิสนธิแลอยใู่ นทอ้ งแมน่ ้นั ไดแ้ ลเม่ือจะออกจาก
ทอ้ งแมน่ ้นั ยอ่ มหลงดุจคนท้งั หลายน้ีส่วนวา่ คนท้งั หลายน้ีไสยอ่ มหลงท้งั ๓ เมื่อควรด่ืมสงสาร
แส"
-แสดงความชาญฉลาศในการประพนั ธข์ องผทู้ รงพระราชนิพนธเ์ นื่องจากทรงใชค้ วามรู้
ความสามารถในการประพนั ธข์ ้ึนเพ่ือใชเ้ ทศนาโปรดพระมารดาและใชส้ ่งั สอนประชาชนให้
ช่วยกนั ชารงรักษาพระพทุ ธศาสนาใหม้ น่ั คง
-ไตรภมู ิพระร่วงตอนมนุสสภูมิทาใหเ้ ห็นไดว้ า่ แนวคิดของบทประพนั ธน์ ้ีเป็ นไปตามหลกั
ทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์เกี่ยวกบั การเกิดเป็นมนุษยต์ วั อยา่ งเช่น "ผิรูปอนั จะเกิดเป็ นชายกด็ ีเป็นหญิง
๑๘
ก็ดีเกิดมีอาทิ แต่เกิดเป็นกลละน้นั โดยใหญ่แตล่ ะวนั แสนอ้ ยคร้ันถึงวนั เป็นต้งั น้าลา้ งเน้ือน้นั
เรียกวา่ อมั พทุ ะอมั พุทะ
๒. ด้ำนวรรรศิลป์
๑. เป็นความเรียงท่ีมีสัมผสั คลอ้ งจองกนั มีการเปรียบเทียบที่ทาใหเ้ กิดอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ
๒. มีการใชค้ าที่เป็นองั หวะน่าฟังเช่น“ เป็นชายท่ีดีเป็นหญิงกด็ ี”“ เมื่อแรกมาเกิดในทอ้ งแมก่ ด็ ี
เม่ืออยใู่ นทอ้ งแมก่ ด็ ีเมื่อออกจากทอ้ งแมท่ ี่ดี”“ เดือดเน้ือเดือดใจ”“ บ่มิไหมบ้ ม่ ิตาย”“ เมื่อแมเ่ ดิน
ไปกด็ ีนอนก็ดีฟ้ื นตนก็ดี”
๓. เกิดจินตนาการมีการใชภ้ าพพจนเ์ ชิงอุปมาเพอ่ื ใหผ้ อู้ า่ นเขา้ ใจง่ายเช่น“ คุจดง่ั ลิงเม่ือฝนตก”“
เหมน็ กล่ินตีดและเอ้ือน”“ ต้งั ตะกวั่ อนั เช่ือมอยใู่ นหมอ้ ”“ เขง็ เป็นกอ้ นดง่ั ไขไ่ ก่”“ กลวงดงั่ สาย
กา้ นบวั ”“ ตจุ ดง่ั หนอนอนั อยใู่ นปลาเน่า”
๔. ใชถ้ อ้ ยคาพรรณนาดีเด่นสละสลวยมีความไพเราะทาใหเ้ กิดความรู้สึกดา้ นอารมณ์
๕. มีจินตภาพดา้ นภาพเช่น“ กุมารน้นั ต่อหลงั ทอ้ งแมแ่ ลนง่ั ยองอยใู่ นทอ้ งแม่แลกามือท้งั สองตู้
คอตอ่ หวั เขา่ ท้งั สองเอาหวั ไวเ้ หนือหวั เขา่ ”“ เลือดแลน้าเหลืองยอ้ ยลงเตม็ ตนยะหยดทุกเมื่อแล“
ยมบาลกุมตื่นแลหยอ่ นตวั ลงในขมุ นรก”
๖. มีการสัมผสั พยญั ชนะเช่นดุจดงั่ สกั -ส่ิงให-้ หวั ทว่ั ท้งั คบั -แตบสง-สารสองสิ่งอนั -อื่นคู่คอ
๗. มีการเลน่ คาซ้าเช่น“ คร้ันถึง ๓ วารคร้ันถึง ๗ วนั "“ กระหนกระหาย“ เป็นเน้ือเยน็ ใจ”“
ออกลูกออกเคา้ ”“ ท่ีเถา้ ที่ตายที่เร่ว”“ พึงเกลียดหน่าย"
๑๙
๓. ต้ำนสังคม
คาสอนทางศาสนาของไตรภูมิพระร่วงน้นั สอนใหค้ นทาดีละทิง้ การทาบาปเช่น
๑. การไปทาบุญ
๒. รักษาศีลเจรฐสมาธิภาวนา
๓. การมีจิตใจที่เมตตาตอ่ ผอู้ ่ืน
เพื่อท่ีจะเตือนคนใหค้ ิดไดว้ า่ การทาตีน้นั จะไดข้ ้ึนสวรรค์ แตก่ ารทาบาปจะตกนรกแนวความคิด
น้ีมีผลใหค้ ่านิยมตอ่ จิตใจของคนไทยมาอยา่ งชา้ นานเป็นเหมือนสิ่งท่ีเตือนใหค้ นปฏิบตั ิดีตอ่ กนั
เพ่ือที่จะอยรู่ ่วมกนั ไดใ้ นสังคมค่านิยมเชิงสังคมอิทธิพลของหนงั สือเลม่ น้ีให้คา่ นิยมความเชื่อ
เร่ืองทาดีไดด้ ีทาชวั่ ไดช้ ว่ั เช่ือมน่ั ในผลแห่งกรรมวา่ คนดีมี แต่ความเจริญ แตค่ นคนชวั่ มี แตค่ วาม
อดสู่ไมค่ วามเจริญ
๒๐
บรรณำนุกรม
กระทรวงศึกษาธิการ. ๒๕๕๑. ไตยภูมิพระร่วงตอนมนุสสภูมิ, พิมพค์ ร้ังที่ ๑๓. กรุงเทพฯสกสค.
ลาดพร้าว
ครูเทพดอทเวิลเพส (ม.ป.ป. ) เน้ือเร่ืองยอ่ ไตรภมู ิพระร่วงคน้ เมื่อกรกฎาคม ๒๔,๒๕๖๔,
จาก https://crutape.wordpress.com/
ไซตก์ ูเกิลดอทคอม. (๒๕๕๙) ประวตั ิผแู้ ตง่ . คน้ เม่ือกรกฎาคม ๑๒๕๖๔,
จาก https://sites.google.com/site/learnthaibykrugikk/wrrnkhdi-laea-wrrnkrrm ไซตก์ ูเกิล
ดอทคอม. (๒๕๕๙) คุณค่าดา้ นสงั คมคน้ เม่ือกรกฎาคม ๑๗,๒๕๖๔,
จาก https://sites.google.com/site/learnthaibykrugikk/wrrnkhdi-laea-wrrnkrrm บลอ็ ก
สตาร์ทดี (ม.ป.ป. ) คุณค่าดา้ นเน้ือหาคน้ เมื่อกรกฎาคม ๒๔,๒๕๖๔,
จาก https://blog.startdee.com วกิ ิพเี ดีย (ม.ป.ป. ) ประวตั ิความเป็นมา, คน้ เม่ือกรกฎาคม
๒๕,๒๔๖๔, จาก https://th.wikipedia.org/wiki