The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เครื่องมือวัดไฟฟ้าเบื้องต้น
มิเตอร์แบบอนาล็อก
มิเตอร์แบบดิจิตอล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นันท์กมล ศรณรินทร์, 2021-09-25 03:39:12

บทที่ 2 เครื่องมือวัดไฟฟ้าเบื้องต้น

เครื่องมือวัดไฟฟ้าเบื้องต้น
มิเตอร์แบบอนาล็อก
มิเตอร์แบบดิจิตอล

Keywords: เครื่องวัด

ใบเนื้อหา

งานไฟฟ้ราหแั สลวิะชอิาเล2็ ก0ท1 0ร0อ-น1ิ0ก0ส์5เบื้ องต้ น

ไฟเคฟรื้่อางเบืม้ือองวตั้ดน

ครูนันท์กมล ศรณรินทร์

2.1
ชนิด
เครื่องมือ
วัดไฟฟ้ า
เบื้องต้น

เครื่องมือวัดไฟฟ้าเบื้องต้นที่ควรทราบ ได้แก่ มัลติมิเตอร์
(MULTIMETER) ซึ่งถือได้ว่าเป็นเครื่องมือวัดไฟฟ้าที่จำเป็นต่อ
ช่างไฟฟ้า ช่างอิเล็กทรอนิกส์ และช่างที่จำเป็นต้องเกี่ยวข้อง
กับปริมาณไฟฟ้าต่างๆ ซึ่งสามารถวัดปริมาณไฟฟ้าได้หลายชนิด
มีราคาถูก เล็กกะทัดรัด พกพาไปได้สะดวก มัลติมิเตอร์ที่ผลิตมา
ใช้งานแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ มัลติมิเตอร์ชนิดแอนะ
ลอก (ANALOG MULTIMETER) เป็นมัลติมิเตอร์ที่การแสดงค่า
ปริมาณไฟฟ้าใช้เข็มชี้บ่ายเบนชี้ค่าปริมาณไฟฟ้าที่วัดได้ออกมา
และมัลติมิเตอร์ชนิดดิจิตอล (DIGITAL MULTIMETER) เป็น
มัลติมิเตอร์ที่การแสดงค่าปริมาณไฟฟ้า ใช้แสดงค่าด้วยตัวเลข
บอกค่าปริมาณไฟฟ้าที่วัดได้ออกมา รูปร่างลักษณะ มัลติมิเตอร์
แต่ละชนิด

2.2
มัลติมิเตอร์
ชนิดแอนะ

ลอก

มัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก หรือมัลติมิเตอร์ชนิดเข็มชี้ เป็นมัลติมิเตอร์

พื้นฐานที่ถูกนำมา ใช้งานยาวนานหลายสิบปีแล้ว จนถึงปัจจุบันก็ยังเป็น

ที่นิยมใช้งานอยู่ เพราะด้วยคุณสมบัติที่ดีหลายประการของมัลติมิเตอร์

ชนิดนี้ ที่พิเศษคือ สามารถวัดตรวจสอบดี เสีย ชนิด และขา ของ

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้หลายประเภท การจะนำมัลติมิเตอร์ชนิดแอนะ

ลอกไปใช้งาน จำเป็นต้องศึกษาทำความเข้าใจในส่วนประกอบ และราย

ละเอียดต่างๆ ของมัลติมิเตอร์ชนิดนี้ก่อนการใช้งาน เพื่อให้ผู้ใช้

สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง เกิดความปลอดภัยในการใช้งาน ลักษณะ

รูปร่างและส่วนประกอบของมัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอกแบบหนึ่ง

มัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอกตามรูปที่ 2.2 เป็นมัลติมิเตอร์แบบหนึ่งที่มี

ขายทั่วไป มีราคาถูก ใช้งานได้ดี ส่วนประกอบต่างๆ ไม่แตกต่างไปจาก

มัลติมิเตอร์แอนะลอกแบบอื่น ตัวเลขที่ชี้แสดงไว้ บอกชื่อของส่วน

ประกอบ หน้าที่การทำงาน และการใช้งาน มีรายละเอียดดังนี้

หมายเลข 1 เป็นหน้าปัดแสดงสเกลบอกค่าต่างๆ ของปริมาณไฟฟ้าที่

วัดได้

หมายเลข 2 เป็นไดโอดเปล่งแสง (LED) จะเปล่งแสงสว่างออกมา

แสดงถึงการต่อวงจร (CONTINUITY) เมื่อตั้งย่านวัดโอห์ม (Ω) ที่ย่าน

X1 ในขณะช็อตปลายสายวัดเข้าด้วยกัน

หมายเลข 3 เป็นเข็มชี้ของมิเตอร์
หมายเลข 4 เป็นสกรูใช้ปรับแต่งให้เข็มชี้ในสภาวะมิเตอร์ไม่ทำงาน ชี้ที่
ตำแหน่งซ้ายมือสุดของสเกลพอดี (ที่ ¥, 0 V, 0 A)ช่วยให้มิเตอร์อยู่ในสภาวะ
พร้อมใช้งาน และขณะใช้งานจะแสดงค่าที่วัดได้ออกมามีค่าถูกต้อง
หมายเลข 5 เป็นปุ่มปรับให้เข็มชี้ของมิเตอร์ชี้ที่ตำแหน่งศูนย์โอห์มพอดี (0
Ω.ADJ) ใช้ร่วมกับการตั้งย่านวัดโอห์ม (Ω)โดยขณะที่ช็อตปลายสายวัดมิเตอร์
เข้าด้วยกัน เข็มมิเตอร์จะ ต้องบ่ายเบนไปทางขวามือชี้ที่ตำแหน่ง 0 Ω พอดี ถ้า
เข็มชี้ไม่อยู่ที่ตำแหน่ง 0 Ω พอดีต้องปรับปุ่มนี้ช่วย เพื่อทำให้การวัดความ
ต้านทานมีค่าถูกต้อง
หมายเลข 6 เป็นขั้วต่อเอาต์พุต (OUTPUT)ใช้สำหรับวัดความดังของเสียงจาก
เครื่องขยายเสียง หรือเครื่องรับวิทยุ วัดออกมาเป็นหน่วยเดซิเบล (DB) ใช้งาน
ร่วมกับขั้วหมายเลข 9
หมายเลข 7 เป็นสวิตช์ปรับเลือกย่านวัดค่าปริมาณไฟฟ้าที่เหมาะสม สามารถ
ปรับหมุนได้รอบตัว
หมายเลข 8 เป็นขั้วต่อสายวัดมิเตอร์ขั้วบวก (+) ใช้สำหรับต่อสายวัดสีแดง
หมายเลข 9 เป็นขั้วต่อสายวัดมิเตอร์ขั้วลบ (-COM) ใช้สำหรับต่อสายวัดสีดำ

2.3 สเกล
หน้าปั ดมัลติ
มิเตอร์ชนิด
แอนะลอก

สเกลหน้าปัดของมัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก หรือชนิดเข็มชี้

จะมีสเกลแสดงค่าปริมาณไฟฟ้าหลายชนิด ปริมาณไฟฟ้า

แต่ละชนิดแสดงค่าออกมาแตกต่างกัน ทำให้สเกลที่กำหนด

ไว้ที่หน้าปัดแต่ละสเกลมีความแตกต่างกัน ถูกแยกออกเป็น

สเกลหลายช่องหลายแถว แต่ละช่องแต่ละแถวใช้แสดง

ปริมาณไฟฟ้าแต่ละชนิดโดยเฉพาะ การใช้งานและการอ่าน

ค่าเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำความเข้าใจ เพื่อการใช้งานมีความ
ถูกต้อง ลักษณะสเกลหน้าปัดของมัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก

แสดงดังรูปที่ 2.3 สเกลหน้าปัดมัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก

ตามรูปที่ 2.3 แสดงสเกลค่าปริมาณไฟฟ้าแต่ละชนิดของ

มัลติมิเตอร์แบบหนึ่ง ถูกกำกับไว้ด้วยหมายเลข เพื่อบอกชื่อ

ปริมาณไฟฟ้าแต่ละส่วนอธิบายรายละเอียดได้ดังนี้

หมายเลข 1 คือสเกลโอห์ม (W) ใช้สำหรับอ่านค่าความต้านทาน
ที่วัดได้ออกมาเมื่อตั้งย่านวัดความต้านทานหรือย่าน W

หมายเลข 2 คือสเกลแรงดัน ไฟตรง กระแสไฟตรง และแรง
ดันไฟสลับ (DCV, A & ACV) ใช้สำหรับอ่านค่าแรงดันไฟตรง
เมื่อตั้งย่านวัดแรงดันไฟตรง (DCV) ใช้สำหรับอ่านค่ากระแสไฟ
ตรง เมื่อตั้งย่านวัดกระแสไฟตรง (DCMA) และใช้สำหรับอ่าน
ค่าแรงดันไฟสลับ เมื่อตั้งย่านวัดแรงดันไฟสลับ (ACV)

หมายเลข 3 คือสเกลแรงดันไฟสลับเฉพาะย่าน 10 โวลต์ (AC
10 V) ใช้สำหรับอ่านค่าแรงดันไฟสลับเมื่อตั้งย่านวัดที่ 10 ACV

หมายเลข 4 คือสเกลค่าอัตราขยายกระแสไฟตรงของตัว
ทรานซิสเตอร์ (HFE) ใช้สำหรับอ่านค่าอัตราขยายกระแสไฟตรง
ของตัวทรานซิสเตอร์เมื่อตั้งย่านวัดโอห์ม (W) ที่ตำแหน่ง X10
(HFE)

หมายเลข 5 คือสเกลค่ากระแสรั่วไหล (LEAKAGE CURRENT)
ของตัวทรานซิสเตอร์ (ICEO) ใช้สำหรับอ่านค่ากระแสรั่วไหลของตัว
ทรานซิสเตอร์ที่ขาคอลเลกเตอร์ (C) และขาอิมิตเตอร์ (E) เมื่อขาเบส
(B) เปิดลอย ขณะตั้งย่านวัดโอห์ม (W) ที่ X1 (150 MA), X10 (15 MA),
X100 (1.5 MA)และ X1K (150 MA) นอกจากนั้นยังใช้แสดงค่ากระแส
ภาระ (LOAD CURRENT) ในการวัดไดโอด (LI) ใช้สำหรับอ่านกระแส
ภาระที่ไหลผ่านไดโอด เมื่อวัดด้วยย่านวัดโอห์ม (W)

หมายเลข 6 คือสเกลค่าแรงดันภาระ (LOAD VOLTAGE) ในการ
วัดไดโอด (LV) ใช้สำหรับอ่านแรงดันภาระที่ตกคร่อมไดโอด เมื่อวัด
ด้วยย่านวัดโอห์ม (W) เป็นการวัดค่าในเวลาเดียวกับการวัด LI

หมายเลข 7 คือสเกลค่าความดังของสัญญาณเสียง บอกค่าการ
วัดออกมาเป็นเดซิเบล (DB) ใช้สำหรับอ่านค่าความดังของสัญญาณ
เสียง เมื่อตั้งย่านวัดที่แรงดันไฟสลับ (ACV)

หมายเลข 8 คือกระจกเงา ใช้สะท้อนเข็มชี้เพื่อช่วยให้การอ่าน
ปริมาณไฟฟ้าค่าต่างๆ มีความถูกต้องที่สุด โดยขณะอ่านค่าต้องให้
ตำแหน่งเข็มชี้จริงและเข็มชี้ในกระจกเงาซ้อนทับกันพอดี


Click to View FlipBook Version