The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานสรุปผลการปฏิบัติงาน นางสาวนิกษารัตน์ แก้วอุดร ตำแหน่ง ครูประจำศูนย์การเรียนชุมชน ไตรมาส 3 - 4 ประจำปีงบประมาณ 2566 สังกัดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รายงานสรุปผลการปฏิบัติงาน นางสาวนิกษารัตน์ แก้วอุดร ตำแหน่ง ครูประจำศูนย์การเรียนชุมชน ไตรมาส 3 - 4 ประจำปีงบประมาณ 2566 สังกัดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

รายงานสรุปผลการปฏิบัติงาน นางสาวนิกษารัตน์ แก้วอุดร ตำแหน่ง ครูประจำศูนย์การเรียนชุมชน ไตรมาส 3 - 4 ประจำปีงบประมาณ 2566 สังกัดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

1 รายงานผลการปฏิบัติงาน ไตรมาส 3-4 เดือนเมษายน 2566 – เดือนกันยายน 2566


1 ประวัติและข้อมูลส่วนตัว ชื่อ – นามสกุล นางสาวนิกษารัตน์ แก๎วอุดร วัน/เดือน/ปีเกิด 9 ธันวาคม 2524 อายุ 39 ปี ที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่ 69/28 ต าบลตลาด อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ต าแหน่ง ครูศูนย์การเรียนชุมชน ต าบลบางพึ่ง เริ่มปฏิบัติงาน ตั้งแตํวันที่ 1 มีนาคม 2557 ถึง ปัจจุบัน ประวัติการศึกษา วุฒิการศึกษา คณะวิชา สถานศึกษา ประถมศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนเทศบาลปูอมแผลงไฟฟูา มัธยมศึกษาตอนต้น การศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนวิสุทธิกษัตรี มัธยมศึกษาตอนปลาย การศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนวิสุทธิกษัตรี ปวส การตลาด วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอี่ยมละออ ปริญญาตรี บริหารธุรกิจ (การตลาด) มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ประวัติการท างาน พ.ศ. ต าแหน่ง สถานที่ท างาน 1 ม.ค.2546 – 1 ต.ค.2548 ลูกจ๎างหนํวยงานราชการ (ธุรการ) เทศบาลเมืองพระประแดง 1 เม.ย.2550 – 31 ธ.ค.2555 ลูกจ๎างหนํวยงานราชการ (ฝุายทะเบียน) ที่วําการอ าเภอพระประแดง 1 มี.ค.2557 – ปัจจุบัน ครูศูนย์การเรียนชุมชนต าบลบางพึ่ง กศน.อ าเภอพระประแดง


2 ข้อมูลทั่วไป ศูนย์การเรียนชุมชนต าบลบางพึ่ง


3 ข้อมูลทั่วไป ศรช.ต าบลบางพึ่ง ประวัติความเป็นมาของท้องถิ่น เดิมเป็นเขตสุขาภิบาล ทั้ง 3 ต าบล ปกครองโดยนายอ าเภอพระประแดงและตํอมายกฐานะทั้ง 3 ต าบลรวมเป็นเทศบาลต าบลลัดหลวงจึงปกครองโดยเทศบาลต าบลลัดหลวง ตั้งแตํวันที่ 18 เมษายน พ .ศ. 2537 และยกฐานะเป็นเทศบาลเมืองลัดหลวง เมื่อ เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2546 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีส านักงานเทศบาลเมือง ลัดหลวง ตั้งอยูํที่ริมถนนสุขสวัสดิ์ ต าบลบางจาก ต าบลบางพึ่งเป็น ถิ่นที่อยูํของชาวบ๎านดั้งเดิมและรวมไปถึงประชากรที่ย๎ายถิ่นฐานมาท างานตาม โรงงานอุตสาหกรรม จึงท าให๎ภูมิประเทศที่เป็นเมืองของการอยูํอาศัยทั้งคนดั้งเดิมและประชากรย๎ายถิ่น ด้านกายภาพ อาณาเขตของต าบลบางพึ่ง มีอาณาเขตติดตํอกับพื้นที่ใกล๎เคียงดังนี้ ทิศเหนือ ติดตํอกับ แมํน้ าเจ๎าพระยา ทิศตะวันออก ติดตํอกับ ต าบลทรงคนอง และ ต าบลตลาด ทิศตะวันตก ติดตํอกับ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ ทิศใต๎ ติดตํอกับ ต าบลบางครุ และเขตบางมด กรุงเทพฯ ภูมิประเทศ ลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นพื้นที่ราบลุํมมีน้ าทํวมขังในบางพื้นที่ มีอาณาเขตติด กับแมํน้ าเจ๎าพระยา จึงมีน้ าขึ้นลงสม่ าเสมอ มีการจราจรติดขัดโดยเฉพาะชํวงฝนตก การคมนาคม ต าบลบางพึ่งเป็นพื้นที่ที่อยูํในเขตเทศบาล มีโรงงานอุตสาหกรรมทั้งสิ้น 272 โรงงาน และ ด าเนินการ 103 โรงงาน จึงมีจ านวนรถยนต์บรรทุกวัตถุดิบที่เป็นผลผลิตทางอุตสาหกรรมอยูํเป็นจ านว นมาก ท าให๎ ถนนสายหลักๆ ของต าบลบางพึ่งทั้ง 4 สาย คือ ถนนสุขสวัสดิ์ ถนนนครเขื่อนขันธ์ถนนพระราชวิริยาภรณ์ และถนน สุขาภิบาล 8 มีการจราจรคับคั่งในบางชํวงเวลา และปัจจุบันยังมีทางขึ้นลงถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ท าให๎เกิด การจราจรติดขัดบางเวลาในชํวงทางขึ้นลงหมูํที่ 5 ประชาชนสํวนใหญํใช๎รถจักรยานยนต์และรถโดยสารประจ าทาง


4 แหล่งน้ าน้ าธรรมชาติ แมํน้ า จ านวน 1 สาย คลอง จ านวน 8 แหํง แหล่งน้ าที่สร้างขึ้น บํอน้ าบาดาล จ านวน - แหํง บํอน้ าตื้น จ านวน - แหํง บํอโยก จ านวน - แหํง ด้านการปกครองท้องถิ่น จ านวนหมูํบ๎านภายในท๎องถิ่น ทั้งหมด 19 หมูํบ๎าน ดังนี้ หมูํ 1 ชุมชนบางพึ่งพัฒนาเพื่อท๎องถิ่น หมูํ 2 ชุมชนคลองเพลง – ลัดหลวง หมูํ 3 ชุมชนบางพึ่งหมูํ 4 หมูํ 4 ชุมชนพระราชวีริยาภรณ์ หมูํ 5 ชุมชนหมูํบ๎านเชียงใหมํ หมูํ 6 ชุมชนหมูํ 7 ต าบลบางพึ่ง หมูํ 7 ชุมชนบ๎านฮะเริ่น หมูํ 8 ชุมชนคนกันเอง หมูํ 9 ชุมชนเวขะราว หมูํ 10 ชุมชนวัดบางพึ่งหมูํ 11 หมูํ 11 ชุมชนวัดรวกพัฒนา หมูํ 12 ชุมชนซอยนายอ าเภอ หมูํ 13 ชุมชนนายอ าเภอ หมูํ 14 ชุมชนสามแยกพระประแดง หมูํ 15 ชุมชนสวนหลวง หมูํ 16 ชุมชนหมูํ 16 พัฒนา หมูํ 17 ชุมชนปากลัดพัฒนา 1 หมูํ 18 ชุมชนปากลัด หมูํ 19 ชุมชนหมูํ 19 บางพึ่ง


5 รายชื่อผู้น าชุมชน หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน ชื่อ – นามสกุล ต าแหน่ง 1 ชุมชนบางพึ่งพัฒนาเพื่อท๎องถิ่น นายบุญชอบ คัชบุตร ประธานชุมชน 2-3 ชุมชนคลองเพลง – ลัดหลวง นายชะวิน จุ๏สมบัติ ประธานชุมชน 4 ชุมชนบางพึ่งหมูํ 4 นางเบญญา พันธุ์เสือ ประธานชุมชน 5 ชุมชนพระราชวีริยาภรณ์ นายเกษม สุรินทร์ยา ประธานชุมชน 6 ชุมชนหมูํบ๎านเชียงใหมํ นางปราณี กรางทอง ประธานชุมชน 7 ชุมชนหมูํ 7 ต าบลบางพึ่ง จําเอกวีระศักดิ์ เกษมพรมณี ประธานชุมชน 8 ชุมชนบ๎านฮะเริ่น นายสมบัติ มีประเสริฐ ประธานชุมชน 9 ชุมชนคนกันเอง นายชาญชัย ไหลมา ประธานชุมชน 10 ชุมชนเวขะราว นายถาวร มะเดชะ ประธานชุมชน 11 ชุมชนวัดบางพึ่งหมูํ 11 นายวันชัย เหลืองยิ่งยงค์ ประธานชุมชน 12 ชุมชนวัดรวกพัฒนา นายวิรัช มั่นคง ประธานชุมชน 13 ชุมชนซอยนายอ าเภอ นายสุรสิทธิ์ ประสงค์ศิลป์ ประธานชุมชน 14 ชุมชนสามแยกพระประแดง นายช านาญ คุณวงศ์ ประธานชุมชน 15 ชุมชนสวนหลวง นายเฉลิมพล โกอัฐวาพร ประธานชุมชน 16 ชุมชนหมูํ 16 พัฒนา นายบุญทรง ชีวะอิสระกุล ประธานชุมชน 17 ชุมชนปากลัดพัฒนา 1 นางมาณวิกา แสงวิมาน ประธานชุมชน 18 ชุมชนปากลัด นายวิรัตน์ ลํานพญา ประธานชุมชน 19 ชุมชนหมูํ 19 บางพึ่ง นางวราภรณ์ สุขเจริญ ประธานชุมชน ด้านประชากร เพศ ชาย จ านวน 10,694 คน หญิง จ านวน 12,971 คน แหลํงที่มาของข๎อมูลเทศบาลเมืองลัดหลวง เดือนกันยายน 2558


6 อายุ อายุ 0 – 14 ปี จ านวน 4,413 คน อายุ 15 – 59ปี จ านวน 16,928 คน อายุ 60 ปีขึ้นไป จ านวน 2,324 คน แหลํงที่ของข๎อมูล ..ข๎อมูล จปฐ... ระดับการศึกษา ไมํรู๎หนังสือ จ านวน - คน ระดับประถมศึกษา จ านวน 3,812 คน ระดับมัธยมศึกษาตอนต๎น จ านวน 3,964 คน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย /ปวช. จ านวน 4,761 คน ระดับอนุปริญญา / ปวส. จ านวน 4,893 คน ระดับปริญญาตรี จ านวน 4,947 คน สูงกวําระดับปริญญาตรี จ านวน 595 คน อื่นๆ จ านวน 237 คน ด้านการศึกษา โรงเรียนในเขตต าบลบางพึ่ง จ าแนกตามโรงเรียนสังกัดส านักงานประถมศึกษา จ านวน 3 แหํง โรงเรียนอนุบาลสังกัดเอกชน จ านวน 2 แหํง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จ านวน 1 แหํง ด้านอาชีพ สํวนใหญํมีอาชีพรับจ๎างในโรงงานอุตสาหกรรม รองลงมาอาชีพค๎าขาย รับราชการ / รัฐวิสาหกิจ และ เกษตรกรรม ด้านศาสนาและวัฒนธรรม ประชาชนในพื้นที่นับถือ ศาสนาพุทธ 75% ศาสนาอิสลาม 19% และศาสนาอื่นๆ 6% มีวัดทั้งหมด 4 แหํง คือ 1. วัดไพชยนต์พลเสพย์ (วัดหลวง) 2. วัดกลาง 3. วัดบางพึ่ง 4. วัดรวก มัสยิด 2 แหํง คือ 1. ดาเราะห์สอาดะห์ 2. ซาฟีอีมาเรียม


7 ด้านสาธารณสุข โรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพต าบลต าบล จ านวน 1 แหํง ด๎านขายยาแผนปัจจุบัน จ านวน 7 แหํง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สถานีต ารวจ จ านวน - แหํง ปูอมต ารวจ จ านวน 4 แหํง สถานีดับเพลิง จ านวน - แหํง ศูนย์ อปพร จ านวน 1 แหํง


8 สภาพทางเศรษฐกิจ ด้านอาชีพ/เศรษฐกิจ ราษฎรสํวนใหญํประกอบอาชีพเกษตรกรรม และรับจ๎างทั่วไป การประกอบอาชีพของราษฎร์คิด เป็นร๎อยละ ดังนี้ - รับจ๎าง ร๎อยละ 61.10 - เกษตรกรรม ร๎อยละ 0.2 - ค๎าขาย ร๎อยละ 34.17 - รับราชการ ร๎อยละ 4.12 - อื่นๆ ร๎อยละ 0.41 หน่วยธุรกิจในเขตต าบลบางพึ่ง - โรงงานอุตสาหกรรม 272 แหํง - ธนาคาร 6 แหํง - โรงภาพยนตร์ 1 แหํง - ศูนย์การค๎า/ห๎างสรรพสินค๎า 3 แหํง - สถานประกอบการธุรกิจโรงแรม 5 แหํง - สถานประกอบการเทศพาณิชย์ธนานุบาล 1 แหํง - การพาณิชยกรรมและบริการสถานีน้ ามัน 4 แหํง - สถานีวิทยุโทรทัศท๎องถิ่น (เคเบิ้ลทีวี) 1 แหํง การจัดตั้งกลุ่มในชุมชน - อาสาปูองกันภายในพลเรือน 35 คน - อาสาสมัครสาธารณสุขประจ าหมูํบ๎าน (อสม.) 112 คน - ชมรมแอโรบิคเพื่อสุขภาพ 75 คน - ชมปากลัดอิทรศรี 21 คน - กลุํมพัฒนาบลบาทสตรี 1,611 คน - ชมรมผู๎สูงอายุต าบลบางพึ่ง 326 คน - ชมรมผู๎สูงอายุอนามัยบางพึ่งหมูํที่ 2 210 คน - ชมรมผู๎สูงอายุอนามัยบางพึ่ง 355 คน


9 การจัดตั้งกลุ่มในชุมชน - กองทุนหมูํบ๎าน 1 กองทุน 100 คน - เครือขํายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล๎อมหมูํบ๎าน (ทสม.) 29 คน - อาสาสมัครต ารวจบ๎าน 5 คน แหล่งวิทยาการชุมชน และทุนด้านงบประมาณที่สามารถน ามาใช้ประโยชน์เพื่อจัดการศึกษา ด้านภาคีเครือข่าย - เทศบาลเมืองลัดหลวง - เครือขํายกรรมการชุมชนฝุายการศึกษาต าบลบางพึ่ง 19 หมูํ - โรงพยาบาลสํงเสริมสุขภาพต าบลบางพึ่ง - สถานีต ารวจภูธรอ าเภอพระประแดง


10 แหล่งเรียนรู้ในต าบลบางพึ่ง


11 แหล่งเรียนรู้ต าบลบางพึ่ง วัดกลาง วัดกลาง ตั้งอยูํที่ถนนนครเขื่อนขันธ์ ต าบลบางพึ่ง อ าเภอพระประแดง จังหวัด สมุทรปราการ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย อาณาเขตทิศเหนือติดกับที่ดินเอกชน ทิศใต๎ติดกับถนนนครเขื่อน ขันธ์ ทิศตะวันออกติดกับคลองลัดหลวง ทิศตะวันตก ติดกับที่ดินเอกชน วัดกลางสร๎างเมื่อ พ.ศ.2378 โดยชาวมอญหมูํบ๎านฮะเริ่น สร๎างขึ้นรํวมกับชาวบ๎านตาบ๎าน ตันเจิน แล๎วได๎รับพระราชทานนามวํา “วัดเกริง” ภาษาสามัญแปลวํา “คลอง” เดิมวัด เกริงมีพระภิกษุจ า พรรษา 3 คณะ คือ คณะหะกาว คณะแพํฮะเริ่น คณะตะวันออก ตํอมาสมเด็จพระมหาสมณเจ๎าให๎ยุบเลิกวัด เชียงใหมํแล ะรวมเข๎ากับวัดกลางกํอนปี พ.ศ. 2469 วัดกลางได๎รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2418 ได๎ผูกพัทธสีมาเมื่อ พ .ศ. 2418 และได๎รบพระราชทานวิสุงคามสีมาใหมํเมื่อ วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2522 ภายในวัดมีอาคารเสนาสนะ ดังนี้พระอุโบสถสร๎างเมื่อ พ.ศ. 2460 กุฎีสงฆ์ หอสวดมนต์ ศาลา การเปรียญ ส าหรับ ปูชนียวัตถุนอกจากมีพระประธานในอุโบสถแล๎วยังมีเจดีย์อีก 3 องค์ มัสยิดดารอสอาดะห์ “ผู๎ใดมานั่งในมัสยิดนั้นเสมือนวําเขานั่งอยูํใกล๎กับอัลเลาะห์” มัสยิดดารอสอาดะห์ มัสยิดเกําแกํ ของชุมชนปากลัด มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน โดยตัวอาคารหลังเกําเป็นอาคารไม๎สักทอง ชั้นเดียวอายุไมํต่ า กวํา 200 ปีตั้งอยูํริมคลองแขก ตํอมาในปี พ.ศ. 2465 ได๎รื้ออาคารเดิมเพื่อปลูกสร๎างใหมํเป็นตึก 2 ชั้น ผนัง กํออิฐถือปูนทรงยุโรป โดมบนยอดหอคอยอะซานเป็นทรงระฆังคว่ า มีอายุยาวนานกวํา 80 ปี ตํอมาชํวง ปลายปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ.1421) จึงรื้ออาคารเพื่อสร๎างใหมํ อาคารหลังปัจจุบันเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สูง 3 ชั้น และมีชั้นใต๎ดิน รองรับผู๎ท าการละหมาดได๎มากถึง 1,200 คน ในการสร๎างใหมํแตํละครั้งสิ่งหนึ่งที่ยงคงอยูํคูํ มาโดยตลอด นั่นคือไม๎สักทองอายุกวํา 200 ปี ที่ยังคงสภาพดีถูกน ามาประกอบเป็นห๎องรับแขก VIP ชั้นลําง โดยน ามาท าเป็นบานเฟี้ยมปั้นเกร็ดตลอดแนว ผนังทั้ง 3 มุม สํวนที่เหลือ น ามาท าเป็น วง กบ ประตู หน๎าตําง พื้นที่ใช๎สอยโดยรวมทั้ง 3 ชั้นเน๎นเป็นพื้นที่โลํงใช๎หินอํอนเพื่อให๎ห๎องเย็นโดยคัดหินอํอน คุณภาพจากอิตาลี บริเวณชั้น 2 ส าหรับประกอบพิธีละหมาด เพดานสูงทรงโดม ฐานโดม เป็นกระจกล๎อม แบํงเป็นชํอง โดยมีลายกัดกระจกเป็นภาษาอาหรับที่สื่อถึงคุณลักษณะในแงํมุมตํางๆ ของพระเจ๎าครบทั้ง 99 ชํอง มัสยิดแหํงนี้ยังถือได๎วํา เป็นแหลํงเพิ่มพูนความรู๎และวิชาการตํางๆ แกํชาวมุสลิมและผู๎ที่สนใจใฝุ ศึกษาโดยทั่วไป และเป็นที่ให๎ความสงบรํมเย็นอันจะน ามาซึ่งความสุขดังความหมายของชื่อ มัสยิดดารอสอาดะห์


12 วัดไพชยนต์พลเสพย์ราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ราชวรวิ หาร ตั้งอยูํที่ต าบลบางพึ่ง อ าเภอพระประแดง จังหวัด สมุทรปราการ ประวัติของวัดนี้มีเรื่องราวปรากฏอยูํในหนังสือพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 2 พระ ราชนิพนธ์ สมเด็จพระเจ๎าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด ารงราชานุภาพวํา “ในคราวเมื่อสร๎างปูอมเมืองสมุทรปราการ ทรงพระราชด าริวํา ปูอมที่ได๎สร๎างขึ้นที่เมืองนครเขื่อนขันธ์ แตํกํอน ก็ยังค๎างอยูํไมํส าเร็จสมบูรณ์ จึงโปรดให๎ พระเจ๎า น๎องยาเธอกรมหมื่น ศักดิพลเสพ เป็นแมํกองท าการสร๎างเมืองนครเขื่อนขันธ์ที่ยังค๎างอยูํ ให๎สร๎างปูอมขึ้นอีกปูอมขึ้น อีกปูอมหนึ่ง ชื่อ ปูอมเพชรหึง เ ปลี่ยนให๎ขุดคลองลัดหลังเมืองนครเขื่อนขันธ์ คลองหนึ่งมาทะลุออกคลองตา ลาว คลองลัดที่ขุดใหมํนี้ เมื่อขุดกว๎าง 6 วา ลึก 5 ศอก ยาว 50 เส๎น กรมหมื่นศักดิพลเสพ ทรงสร๎างวัดขึ้นในคลอง ลัด ที่ขุดใหมํนี้วัดหนึ่ง พระราชทานนามวํา วัดไพชยนต์พลเสพย์ พระเพชรพิชัย (เกศ) ซึ่งเป็นนายงานสร๎างเมือง นครเขื่อนขันธ์ สร๎างวัดหนึ่งขึ้น ใกล๎กับวัดไพชยนต์พลเสพย์ ชื่อวัดโปรดเกศฐาราม ยังเป็นพระอารามหลวงอยูํจนทุก วันนี้ทั้งสองวัด จากหลักฐานนี้ท าให๎ทราบวําวัดนี้ได๎สร๎างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเสิศหล๎านภาลัย พร๎อมๆกับการขุดคลองปากลัด แตํจะสร๎างขึ้นเมื่อปีใด และคลองปากลัดจะขุดขึ้นในปีใดไมํมีบอกไว๎ อยํางไรก็ตาม อาจจะประมาณได๎วําไมํกํอนปี พ .ศ.2362 เพราะในพระราชพงศาวดารกลําววําปีนี้เป็นปีที่เริ่มสร๎างปูอมเมือง สมุทรปราการหลายปูอมด๎วยกัน เพื่อปูองกันญวนที่อาจจะยกมาทางทะเล และในคราวสร๎างปูอมเมืองสมุทรปราการ นี้เอง ก็ได๎ขุดคลองลัด และสร๎างวัดไพชยนต์พลเสพย์ ขึ้นดังที่กลําวข๎างต๎น ผู๎สร๎างวัดนี้คือ กรมหมื่นศักดิพลเสพ ซึ่ง ทรงด ารงพระยศเป็นเจ๎าตํางกรม ก ากับราชการในกรมพระกลาโหมในรัชกาลที่ 2 แลละตํอมาได๎เลื่อนยศเป็นกรม พระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ในรัชกาลที่ 3 ชื่อของวัดที่วํา “ไพชยนต์พลเสพย์” นี้ สมเด็จกรมพระยาด ารงรา ชานุภาพได๎ทรงสันนิษฐานวําคงจะเป็นนามใหมํเดิมเมื่อแรกสร๎างในรัชกาลที่ 2 เห็นจะเรียกวํา “วัดกรม ศักดิ” หรือ “วัดปากลัด” ถึงรัชกาลที่ 3 คนทั้งหลายก็คงจะเรียกวํา “วัดวังหน๎า”ที่ในพระราชราชพงศาวดารอ๎างวํา พระราชทานนามวํา วัดไพชยนต์พลเสพย์นั้น เห็นจะไมํหมายถึง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล๎านภาลัยทรง พระราชทานไว๎แตํแรกสร๎างก็ได๎ เพราะมีเค๎าเงื่อนตามพระวินิจฉัยของสมเด็จกรมพระยาด ารงราชานุภาพในหนังสือ สาสน์สมเด็จ ซึ่งทรงแนํพระทัยวําพระบา ทสมเด็จพระจอมเกล๎าเจ๎าอยูํหัว เป็นผู๎พระราชทานนามในเวลาตํอมาวํา ดังนี้ “บุษบกยอดปรางค์” (ที่อยูํวัดไพชยนต์พลเสพย์) กรมพระราชวังบวรฯ รัชกาลที่ 1 ทรงสร๎างประดิษฐานพระ พุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่ง พุทไธสวรรย์ มีเรื่องปรากฏวํา เมื่อกรมพระราชวังบวรฯ พระองค์นั้ นสวรรคตแล๎ว การ พิทักษ์รักษาในวังหน๎าหละหลวมถึงมีผู๎ร๎ายขึ้นลักเครื่องบูชาในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอด ฟูาจุฬาโลก จึงโปรดฯ ให๎เชิญพระพุทธสิหิงค์ลงมาไว๎ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (ปรากฏในจดหมาย เหตุครั้งรัชกาลที่ 3 วํา ตั้งไว๎บนฐานชุกชีทางด๎านใต๎) แตํบุษบกยอดปรางค์นั้นยังอยูํในพระที่นั่นพุทไธสวรรย์ จนสิ้น รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 2 ไมํได๎เชิญพระพุทธสิหิงค์กลับไปไว๎วังหน๎า บุษบกนั้นตั้งวํางอยูํเปลําๆ กรมพระราชวังบวรฯ รัชกาลที่ 2 จึงโปรดฯ ให๎ย๎ายเอาไปไว๎ในที่อื่น (จะเอาไปไว๎ไหนไมํปรากฏ ) แล๎วตั้งพระที่นั่นเศวตฉัตรในพระที่นั่ง


13 พุทไธสวรรย์แทนบุษบกนั้น ถึงรัชกาลที่ 3 กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ จึงโปรดฯ ให๎เอํบุษบกยอดปรางค์นั้น ไปตั้งเป็นที่ประดิษฐานพระประธานที่ในพระอุโบสถวัดไพชยนต์พลเสพย์ ซึ่งเป็นวัดที่พระองค์ได๎ทรงสร๎างขึ้นใน คลองปากลัด จังหวัดพระประแดง แตํเมื่อยังเป็นเจ๎าตํางกรมอยูํในรัชกาลที่ 2 สังเกตดูบุษบกนั้นเป็นฝีมือชํางชั้นหลัง ปะปนของเดิมอยูํ สันนิษฐานวําเห็นจะทอดทิ้งจนดูช ารุดทรุดโทรมมาก กรมพระราชวังบวรฯ รัชกาลที่ 3 ไป ทอดพระเนตรเห็น ทรงสังเวชพระหฤทัย จึงโปรดฯ ให๎เอาไปถวายเป็นพุทธบู ชา (อยํางวํา “ปลํอยพระพุทธ บาท ”) เห็นจะต๎องบูรณปฏิสังขรณ์มาก จึงปรากฏฝีมือชํางสมัยหลังปะปนอยูํถึงปุานนี้ อนึ่งซึ่งวัดนั้นมีนาม วํา “ไพชยนต์พลเสพย์” พิเคราะห์ค า “ไพชยนต์” ดูหมายจะเอาบุษบกนั้นเป็นนิมิต และค าวํา “พลเสพย์” มาแตํ สร๎อยพระนามของกรมพระราชวังบวรฯ รัชกาลที่ 3 ซึ่งถวายบุษบกนั้น ชวนให๎เห็นวํานามไพชยนต์พลเสพย์ คงจะ เป็นนามใหมํซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล๎าเจ๎าอยูํหัว ทรงขนานนามเมื่อในรัชกาลที่ 4 พระวินิจฉัยของสมเด็จกรมพระยาด ารงราชานุภาพที่วํา รัชกาลที่ 4 ทรงขนานนามวัดนี้ก็ดูนําจะ เป็นจริง เพราะพระบาทสมเด็จพระจอมเกล๎าเจ๎าอยูํหัว ทรงช านาญในทางอักษรศาสตร์เป็นอยํางยิ่ง คงจะขนานนาม พระอารามหลวงซึ่งสร๎างแตํรัชกาลที่ 2 และเรียกกันเป็นสามัญวํา “วัดวังหน๎า” นี้ให๎ไพเราะขึ้น โดยผูกเป็นศัพท์มคธ ในหนังสือต านานพระอารามหลวง ก็ปรากฏชื่อพระอารามหลวง ซึ่งรัชกาลที่ 4 ทรงพระราชทา นนามหลายอาราม เชํน วัดทอง พระราชทานนามวํา วัดกาญจนสิงหาสน์, วัดตะเคียน พระราชทานนามวํา วัดมหาพฤฒาราม , วัดสมอ ราช พระราชทานนามวํา วัดราชาธิวาส , วัดเงิน พระราชทานนามวํา วัดรัชฎาธิฐาน , วัดเจ๎าขรัวหงส์ พระราชทาน นามวํา วัดหงส์รัตนาราม และวัดขวิด พระราชทานนามวํา วัดกระวิศราราม เป็นต๎น วัดไพชยนต์พลเสพย์ เมื่อแรกสร๎าง กรมหมื่นศักดิพลเสพ คงจะได๎เป็นพระธุระอุปการะมาตลอด และเมื่อกรมหมื่นศักดิพลเสพ ได๎ทรงด ารงต าแหนํงกรมพระราชวังบวรฯ ในรัชกาลที่ 3 วัดนี้ก็คงจะมีความส าคัญ มากขึ้น และคงจะมีฐานะเป็นพระอารามหลวงในรัชกาลนี้ ประกอบทั้งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล๎าเจ๎าอยูํหัว ทรงมี พระราชนิยมในการสร๎างวัด ถึงกับมีค าพังเพยเลําสืบตํอกันมาในรัชกาลที่ 1 วํา ใครรบทัพจับศึกเกํงก็เป็นคนโปรด ในรัชกาลที่ 2 ใครเป็นนักเลงกลอนก็โปรด ในรัชกาลที่ 3 ใครสร๎างวัดวาอารามก็เป็นคนโปรด เพราะฉะนั้นวัด ไพชยนต์พลเสพย์ ก็คงจะรุํงเรืองมากในรัชกาลที่ 3 นอกจากนี้ยังมีหมายรับสั่งในรัชกาลที่ 3 เรื่องการบูรณะ ซํอมแซมพระอารามนี้วํา มีรับสั่งให๎น าทองค าเปลวไปจํายให๎ชํางรักปิดเสาเม็ดราวเทียนในพระอุโบสถ กระจัง เสา มุขเด็จหน๎าหลังพระวิหารใหญํ ในรัชกาลตํอๆมา ไมํมีหลักฐานวําวัดนี้ได๎รับการบูรณปฏิสังขรณ์หรือไมํ อยํางไรก็ตาม วัดนี้ยังคงมีฐานะเป็นพระอารามหลวง ตราบเทําทุกวันนี้


14 วัดรวก วัดรวก สร๎างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2300 สันนิษฐานวํา สถานที่สร๎างวัดเดิมคงเป็นปุาไม๎ รวก จึงได๎ชื่อนี้ วัดรวกได๎รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อประมาณ พ.ศ. 2320 เขตวิสุงคามสีมา กว๎าง 12 เมตร ยาว 22.35 เมตร ได๎ผูกพัทธสีมาเมื่อประมาณ พ .ศ. 2320 ในด๎านการศึกษา ทางวัดยังได๎ สนับสนุนการศึกษาของชาติ โดยให๎ทางราชการสร๎างโรงเรียนประชาบาลสอนระดับประถมศึกษาขึ้นในที่ วัด นอกจากนี้ทางวัดยังได๎อนุเคราะห์รักษาพยาบาลแผนโบราณแกํ ผู๎เจ็บปุวยด๎วยยาหม๎อละตํอกระดูก หยุด เฉพาะวันธรรมสวนะ (วันพระ) หรือมีกิจจ าเป็น


15 ภูมิปัญญาท้องถิ่นต าบลบางพึ่ง


16 ภูมิปัญญาท้องถิ่นต าบลบางพึ่ง พวงมาลัยแปรรูปจากสบู่ ผลิตภัณฑ์พวงมาลัยแปรรูปจากสบูํ เลขที่ตั้ง 28/1 หมูํ 7 เทศบาลต าบลลัดหลวง ต าบลบางพึ่ง อ าเภอพระ ประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 10130 ติดตํอ : คุณ อุษา นาวายุทธ โทร : 088-0593-5973 ผ้าไหมยกดอก ผลิตภัณฑ์ผ๎าไหมยกดอก ผลิตโดย SILEGANCE เลขที่ตั้ง อาคารศศิทศ เพลส ห๎องเลขที่ SP101 เลขที่ 271 ถนนสุขสวัสดิ์ เทศบาลต าบลลัดหลวง ต าบลบางพึ่ งอ าเภอพระประแดง จังหวัด สมุทรปราการ 10130 เทียนหอม ผลิตภัณฑ์เทียนหอม ผลิตโดย กลุํมเทียนหอมบ๎านสวนผัก เลขที่ตั้ง 211 หมูํ 19 บ๎านสวนผัก ถนนสุขสวัสดิ์ ต าบลบางพึ่งเทศบาลต าบลลัดหลวง อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 10130 ติดตํอ : คุณธนิศร ศักดิ์ปิยะภัณฑ์ โทร : 088-9924 4312 สบู่นมแพะ ผลิตภัณฑ์สบูํจากนมแพะ ผลิตโดย กลุํมแปรรูปผลิตภัณฑ์นมแพะบางพึ่ง เลขที่ตั้ง 39 หมูํที่ 18 ถนนนครเขื่อนขันธ์เทศบาลต าบลลัดหลวง ต าบลบางพึ่ง อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 10130 ติดตํอ : คุณรัชนีวรรณ พิมพ์นวลศรี โทร : 088- 6566 8143 หมอนหนุนเพื่อสุขภาพ หมอนหนุนจากใยยางพาราเพื่อสุขภาพ นุํมสบายไมํยุบตัว รูปทรงสามารถรองรับกระดูกต๎น คอได๎ดี ไมํมีไรฝุุน ไมํเป็นเชื้อรา ลดอาการกรน คุณภาพมาตราฐาน ท าความสะอาดงําย ผลิตโดย กลุํมอาชีพ ผลิตหมอนหนุนใยสังเคราะห์เพื่อสุขภาพ ห.จ.ก.พีพีดีเฮ้าส์ ผลิตตุ๏กตาผ๎า เลขที่ตั้ง 123/56-59สวนผัก หมูํ 19 สุขสวัสดิ์ 64 เทศบาลต าบลลัดหลวง อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 10130 ติดตํอ นางจิรารัตน์ มหามนตรี โทร 02-463-2118


17 ประวัติ ศรช.ต าบลบางพึ่ง


18 ประวัติ ศรช.ต าบลบางพึ่ง ชื่อ ศูนย์การเรียนชุมชนต าบลบางพึ่ง สังกัด ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอพระประแดง ประวัติการจัดตั้งศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยต าบลบางพึ่ง พ.ศ.2546 ศรช. บางพึ่งตั้งอยู่ ณ อาคารบ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ 9 ต าบลบางพึ่ง อ าเภอพระ ประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ.2548 ศรช. บางพึ่งตั้งอยู่ ณ กองทุนหมู่บ้าน หมู่ที่ 7 (บ้านตา) ต าบล บางพึ่ง อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากสถานที่ตั้งเดิมเป็นลักษณะของอาคารที่อยู่อาศัย (พ.ศ.2553) จึงเปลี่ยนจากที่ตั้งดังกล่าวโดยย้ายมาตั้งที่ โรงเรียนวัดรวก หมู่ที่ 12 ถนนพระราชวิริยาภรณ์ ต าบลบางพึ่ง อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากสถานที่ตั้งเดิมมีลักษณะเป็นที่อยู่อาศัย จึง เปลี่ยนที่ตั้งที่ โรงเรียนวัดรวก หมู่ที่ 12 ถนนพระราชวิริยาภรณ์ ต าบลบางพึ่ง อ าเภอพระประแดง จังหวัด สมุทรปราการ ซึ่งมีห้องเรียนว่างและลักษณะของอาคารเหมาะแก่การจัดตั้งเป็น กศน .ต าบล (พ.ศ.2553 - พ.ศ 2564) ปัจจุบัน (2565) ย้ายสถนที่จากโรงเรียนวัดรวก หมู่ที่ 12 ถนนพระราชวิริยาภรณ์ ต าบลบาง พึ่ง อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีข้อจ ากัดทางด้านการเข้าใช้อาคาร จึงขออนุญาตใน ศาลา การเปรียญ วัดบางพึ่ง หมู่ที่1 ต าบลบางพึ่ง อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพราะสามารถใช้เป็น ศูนย์ กศน.ต าบล สถานที่พบกลุ่ม สถานที่จัดกิจกรรม ต่างๆของ กศน.


19 ข้อมูลที่ตั้ง ศรช.ต าบลบางพึ่ง สถานที่ตั้ง ศรช.ต าบลบางพึ่ง ศรช.ต าบลบางพึ่งตั้งอยู่ที่ วัดบางพึ่ง หมู่ที่1 ถนนพระราชวีริยาภรณ์ ต าบลบางพึ่ง อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ แผนที่ ศรช.ต าบลบางพึ่ง ครูผู้รับผิดชอบ นางสาวสุวิชา เปี่ยมสวัสดิ์ ต าแหนํง หัวหน๎า กศน.ต าบลบางพึ่ง นางสาวนิกษารัตน์ แก๎วอุดร ต าแหนํง ครูศูนย์การเรียนชุมชน ปรัชญา สร๎างสรรค์การศึกษา พัฒนาประชาชน เชิดชูคุณธรรม วิสัยทัศน์ ศรช.ต าบลบางพึ่ง พัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบ ประสานภาคีเครือขําย เผยแพรํ เทคโนโลยี สร๎างองค์ความรู๎ เพิ่มศักยภาพประชาชนในพื้นที่ เพื่อ ศรช.ต าบลบางพึ่งเป็นแหลํงเรียนรู๎ตลอดชีวิต ในชุมชนอยํางแท๎จริง


20 พันธกิจ 1. จัดและพัฒนากระบวนการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอยํางมีคุณภาพ 2. ประสานการมีสํวนรํวมของภาคีเครือขํายในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย 3. การน าเทคโนโลยีใหมํๆ นวัตกรรม องค์ความรู๎และภูมิปัญญามาใช๎สนับสนุนการจัดการศึกษา 4. จัดกิจกรรมโครงการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอันเนื่องมาจากพระราชด าริ รายชื่อคณะกรรมการ กศน.ต าบลบางพึ่ง 1. พระครูสันติจิตตานุโยค เจ้าอาวาสวัดบางพึ่ง ประธาน 2. นางสาวกนกพร กิจประชา รองประธาน 3. นางรัตนาภรณ์ สังข์ทอง คณะกรรมการ 3. นางดวงแก้ว อ่องจรูญ คณะกรรมการ 5. นางล าดวน สังข์สุทธิ์ คณะกรรมการ 6. นางปราณี กรางทอง คณะกรรมการ 7. นางหนูจันทร์ ปานมนณี คณะกรรมการ 8. นางคนึงนุช ด้วงมาต คณะกรรมการ 9. นางแสงนภา เซียงหนู คณะกรรมการ 10. นางสยามนต์ บุญมี อาสาสมัคร 11. นางพรภินันท์ กิตติพิชญาพัฒน์ คณะกรรมการ 12. นางสมคิด คุณวงศ์ คณะกรรมการ 13. นางสุปราณี สุขแสงพนมรุ้ง ศิษย์เก่า 14. นางบุญมี สกุลพาณิชย์ คณะกรรมการ 15. นางสาวสุภาภรณ์ เพ็งจุ้ย คณะกรรมการ 16. นางสมร แก้วพิทักษ์ คณะกรรมการ 17. นายอนัส แสงมาน ตัวแทนนักศึกษา 18. นายสมชาติ เป้าตาล ตัวแทนนักศึกษา 19. พระครูวัชระวีรภรณ์ เลขานุการเจ้าคณะอ าเภอพระประแดง ที่ปรึกษา 20. นางสาวนิกษารัตน์ แก้วอุดร ครูศูนย์การเรียนชุมชน เลขานุการ 21. นางสาวสุวิชา เปี่ยมสวัสดิ์ ครูกศน .ต าบล คณะกรรมการและเลขานุการ


21 บริบทที่เกี่ยวข้อง


22 1.ด้านการจัดการศึกษาและเรียนรู้ 1.1 การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1) สนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบตั้งแตํปฐมวัยจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยการ ด าเนินการให๎ผู๎เรียนได๎รับการสนับสนุนคําจัดซื้อหนังสือเรียน คําจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู๎เรียน และคํา จัดการเรียนการสอน อยํางทั่วถึงและพอเพียง เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข๎าถึงบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพโดย ไมํเสียคําใช๎จําย 2) จัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให๎กับกลุํมเปูาหมายผู๎ด๎อย พลาด และ ขาดโอกาสทางการศึกษา ทั้งระบบการให๎บริการ ระบบการเรียนการสอน ระบบการวัดและประเมินผลการ เรียน ผํานการเรียน แบบเรียนรู๎ด๎วยตนเอง การพบกลุํม การเรียนแบบชั้นเรียน และการจัดการศึกษาทางไกล 3) จัดให๎มีการประเมินเพื่อเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู๎และประสบการณ์ ที่มีความโปรํงใส ยุติธรรม ตรวจสอบได๎ มีมาตรฐานตามที่ก าหนด และสามารถตอบสนองความต๎องการของ กลุํมเปูาหมายได๎อยํางมีประสิทธิภาพ 4) จัดให๎มีกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู๎เรียนที่มีคุณภาพที่ผู๎เรียนต๎องเรียนรู๎และเข๎ารํวมปฏิบัติ กิจกรรม เพื่อเป็นสํวนหนึ่งของการจบหลักสูตร อาทิ กิจกรรมเสริมสร๎างความสามัคคี กิจกรรมเกี่ยวกับ การปูองกันและแก๎ไขปัญหายาเสพติด การบ าเพ็ญสาธารณประโยชน์อยํางตํอเนื่อ ง การสํงเสริมการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี และยุวกาชาด กิจกรรม จิตอาสา และการจัดตั้งชมรม /ชุมนุม พร๎อมทั้งเปิดโอกาสให๎ผู๎เรียนน ากิจกรรมการบ าเพ็ญประโยชน์ อื่น ๆ นอกหลักสูตร มาใช๎เพิ่มชั่วโมงกิจกรรมให๎ผู๎เรียนจบตามหลักสูตรได๎ 1.2 การส่งเสริมการรู้หนังสือ 1) พัฒนาระบบฐานข๎อมูลผู๎ไมํรู๎หนังสือ ให๎มีความครบถ๎วน ถูกต๎อง ทันสมัยและเป็นระบบ เดียวกัน ทั้งสํวนกลางและสํวนภูมิภาค 2) พัฒนาหลักสูตร สื่อ แบบเรียน เครื่องมือวัดผลและเครื่องมือการด าเนินงานกา รสํงเสริม การรู๎หนังสือที่สอดคล๎องกับสภาพแตํละกลุํมเปูาหมาย 3) พัฒนาครู กศน . และภาคีเครือขํายที่รํวมจัดการศึกษา ให๎มีความรู๎ ความสามารถ และ ทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู๎ให๎กับผู๎ไมํรู๎หนังสืออยํางมีประสิทธิภาพ และอาจจัดให๎มีอาสาสมัครสํงเสริม การรู๎หนังสือในพื้นที่ที่มีความต๎องการจ าเป็นเป็นพิเศษ 4) สํงเสริม สนับสนุนให๎สถานศึกษาจัดกิจกรรมสํงเสริมการรู๎หนังสือ การคงสภาพการรู๎ หนังสือ การพัฒนาทักษะการรู๎หนังสือให๎กับประชาชนเพื่อเป็นเครื่องมือในการศึกษาและเรียนรู๎อยํางตํอเนื่อง ตลอดชีวิตของประชาชน


23 1.3 การศึกษาต่อเนื่อง 1) จัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานท าอยํางยั่งยืน โดยให๎ความส าคัญกับการจัดการศึกษา อาชีพ เพื่อการมีงานท าในกลุํมอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม คหกรรม และอาชีพเฉพาะทาง หรือการบริการ รวมถึงการเน๎นอาชีพชํางพื้นฐานที่สอดคล๎องกับศัก ยภาพของผู๎เรียน ความต๎องการ และศักยภาพของแตํละพื้นที่ ตลอดจนสร๎างความเข๎มแข็งให๎กับศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน โดยจัดให๎มีหนึ่งอาชีพเดํน ตํอหนึ่งศูนย์ฝึกอาชีพ รวมทั้งให๎มีการก ากับ ติดตาม และรายงานผลการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานท า อยํางเป็นระบบและตํอเนื่อง 2) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตให๎กับทุกกลุํมเปูาหมาย โดยเฉพาะคนพิการ ผู๎สูงอายุ ที่ สอดคล๎องกับความต๎องการจ าเป็นของแตํละบุคคล และมุํงเน๎นให๎ทุกกลุํมเปูาหมายมีทักษะการด ารงชีวิต ตลอดจนสามารถประกอบอาชีพพึ่งพาตนเองได๎ มีความรู๎ความสามารถในการบริหารจัดการชีวิตขอ งตนเองให๎ อยูํในสังคมได๎อยํางมีความสุข สามารถเผชิญสถานการณ์ตําง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจ าวันได๎อยํางมี ประสิทธิภาพ และเตรียมพร๎อมส าหรับการปรับตัวให๎ทันตํอการเปลี่ยนแปลงของขําวสารข๎อมูลและเทคโนโลยี สมัยใหมํในอนาคต โดยจัดกิจกรรมที่มีเนื้อหาส าคัญตําง ๆ เชํน สุข ภาพกายและจิต การปูองกันภัยยาเสพติด เพศศึกษา คุณธรรมและคํานิยมที่พึงประสงค์ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ผํานการศึกษารูปแบบตําง ๆ อาทิ คํายพัฒนาทักษะชีวิต การจัดตั้งชมรม/ชุมนุม การสํงเสริมความสามารถพิเศษตําง ๆ 3) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน โ ดยใช๎หลักสูตรและการจัดกระบวนการเรียนรู๎ แบบบูรณาการในรูปแบบของการฝึกอบรม การประชุม สัมมนา การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ การจัดกิจกรรม จิตอาสา การสร๎างชุมชนนักปฏิบัติ และรูปแบบอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับกลุํมเปูาหมาย และบริบทของชุมชน แตํ ละพื้นที่ เคารพความคิดของผู๎อื่ น ยอมรับความแตกตํางและหลากหลายทางความคิด และอุดมการณ์ รวมทั้ง สังคมพหุวัฒนธรรม โดยจัดกระบวนการให๎บุคคลรวมกลุํมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู๎รํวมกัน สร๎างกระบวนการจิต สาธารณะ การสร๎างจิตส านึกความเป็นประชาธิปไตย การเคารพในสิทธิ และรับผิดชอบตํอหน๎าที่ความเป็น พลเมืองดี การสํงเสริมคุณธรรม จริยธรรม การบ าเพ็ญประโยชน์ในชุมชน การบริหารจัดการน้ า การรับมือกับ สาธารณภัย การอนุรักษ์พลังงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม ชํวยเหลือซึ่งกันและกันในการพัฒนา สังคม และชุมชนอยํางยั่งยืน 4) การจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ตามหลักปรัชญาเศรษ ฐกิจพอเพียงผํานกระบวนการเรียนรู๎ ตลอดชีวิต ในรูปแบบตําง ๆ ให๎กับประชาชน เพื่อเสริมสร๎างภูมิคุ๎มกัน สามารถยืนหยัดอยูํได๎อยํางมั่นคง และมี การบริหาร จัดการความเสี่ยงอยํางเหมาะสม ตามทิศทางการพัฒนาประเทศสูํความสมดุลและยั่งยืน


24 1.4 การศึกษาตามอัธยาศัย 1) สํงเสริมให๎มีการพัฒนาแหลํงการเรียนรู๎ในระดับต าบล เพื่อการถํายทอดองค์ความรู๎ และจัดกิจกรรม เพื่อเผยแพรํองค์ความรู๎ในชุมชนได๎อยํางทั่วถึง 2) จัดกิจกรรมสํงเสริมการเรียนรู๎เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอําน และพัฒนาความสามารถ ใน การอําน และศักยภาพการเรียนรู๎ของประชาชนทุกกลุํมเปูาหมาย 3) สํงเสริมให๎มีการสร๎างบรรยากาศ และสิ่งแวดล๎อมที่เอื้อตํอการอํานให๎เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยสนับสนุนการพัฒนาแหลํงการเรียนรู๎ให๎เกิดขึ้นอยํางกว๎างขวางและทั่วถึง เชํน พัฒนาห๎องสมุดประชาชน ทุกแหํงให๎เป็นแหลํงเรียนรู๎ตลอดชีวิตของชุม ชน สํงเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสํงเสริมการอําน การสร๎าง เครือขําย สํงเสริมการอําน จัดหนํวยบริการเคลื่อนที่พร๎อมอุปกรณ์เพื่อจัดกิจกรรมสํงเสริมการอํานและการ เรียนรู๎ที่หลากหลาย ให๎บริการกับประชาชนในพื้นที่ตํางๆ อยํางทั่วถึง สม่ าเสมอ รวมทั้งเสริมสร๎างความพร๎อม ในด๎านสื่ออุปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการอําน และการจัดกิจกรรมเพื่อสํงเสริมการอํานอยํางหลากหลาย 4) จัดสร๎างและพัฒนาศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ให๎เป็นแหลํงเรียนรู๎วิทยาศาสตร์ตลอด ชีวิตของประชาชน และเป็นแหลํงทํองเที่ยวประจ าท๎องถิ่น โดยจัดท าและพัฒนานิทรรศการ สื่ อและกิจกรรม การศึกษาที่เน๎นการเสริมสร๎างความรู๎และสร๎างแรงบันดาลใจ สอดแทรกวิธีการคิดและปลูกฝังเจตคติ ทาง วิทยาศาสตร์ ผํานการฝึกทักษะกระบวนการที่บูรณาการความรู๎ด๎านวิทยาศาสตร์ ควบคูํกับเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ รวมทั้งสอดคล๎องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บริบท ของชุมชนและประเทศ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อให๎ ประชาชนมีความรู๎และ ความสามารถ ในการคิดเชิงวิเคราะห์ มีทักษะที่จ าเป็นในโลกศตวรรษที่ 21 มีความสามารถในการปรับตัว รองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได๎อยํางมีประสิทธิภาพ และสามารถน าความรู๎และทักษะไป ประยุกต์ใช๎ในการด าเนินชีวิต การพัฒนาอาชีพ การรักษาสิ่งแวดล๎ อม การบรรเทาและปูองกันภัยพิบัติ ทางธรรมชาติ 1.5 พัฒนา กศน. ต าบล สู่ “กศน.ต าบล 5D” 1) พัฒนาครู กศน . และบุคลากรที่เกี่ยวข๎องกับการจัดกิจกรรมการศึกษาและการเรียนรู๎ : Good Teacher ให๎เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงความรู๎กับผู๎รับบริการ มีความเป็น “ครูมืออาชีพ” มีจิตบริการ มีความ รอบรู๎และทันตํอการเปลี่ยนแปลงของสังคม เป็นผู๎จัดกิจกรรมการเรียนรู๎และบริหารจัดการความรู๎ที่ดี รวมทั้งเป็นผู๎ปฏิบัติงานอยํางมีความสุข 2) พัฒนา กศน .ต าบล ให๎มีบรรยากาศและสภาพแวดล๎อมเอื้อตํอการเรียนรู๎อยํางตํอเนื่อง : Good Place Best Check-In มีความพร๎อมในการให๎บริการกิจกรรมการศึกษาและการเรียนรู๎เป็นแหลํงข๎อมูล สาธารณะที่งํายตํอการเข๎าถึง และสะดวกตํอการเรียนรู๎ตลอดชีวิตอยํางสร๎างสรรค์มีสิ่งอ านวยความสะดวก ดึงดูดความสนใจ และมีความปลอดภัยส าหรับผู๎รับบริการ


25 3) สํงเสริมการจัดกิจกรรมก ารเรียนรู๎ภายใน กศน .ต าบล : Good Activities ให๎มีความ หลากหลาย นําสนใจ ตอบสนองความต๎องการของชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู๎ของประชาชน รวมทั้ง เปิดโอกาส ให๎ชุมชนเข๎ามาจัดกิจกรรมเพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในชุมชน 4) เสริมสร๎างความรํวมมือกับภาคีเครือขํ าย : Good Partnership ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น รวมทั้งสํงเสริมและสนับสนุนการมีสํวนรํวมของชุมชน เพื่อสร๎างความเข๎าใจ และให๎ เกิดความรํวมมือในการสํงเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู๎ให๎กับประชาชนอยําง มีคุณภาพ 5)มีนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์และสามารถน าไปใช๎ได๎จริง (Good Innovation) 1.6 ประสานความร่วมมือหน่วยงาน องค์กร หรือภาคส่วนต่างๆ ที่มีแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ เชํน พิพิธภัณฑ์ ศูนย์เรียนรู๎ แหลํงโบราณคดี ห๎องสมุด เพื่อสํงเสริมการจัดการศึกษาตามอัธยา ศัยให๎มีรูปแบบ ที่หลากหลาย และตอบสนองความต๎องการของประชาชน 2. ด้านหลักสูตร สื่อ รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล งานบริการทาง วิชาการ และการประกันคุณภาพการศึกษา 2.1 ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ และกิจกรรมเพื่อสํงเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่หลากหลาย ทันสมัย รวมทั้งหลักสูตรท๎องถิ่นที่สอดคล๎องกับ สภาพบริบทของพื้นที่ และความต๎องการของกลุํมเปูาหมายและชุมชน 2.2 ส่งเสริมการพัฒนาสื่อแบบเรียน สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่ออื่น ๆ ที่เอื้อตํอการเรียนรู๎ของผู๎เรียน กลุํมเปูาหมายทั่วไปและกลุํมเปูาหมายพิเศษ 2.3 พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาทางไกลให้มีความทันสมัย ด๎วยระบบห๎องเรียนและการควบคุม การสอบออนไลน์ 2.4 พัฒนาระบบการประเมินเพื่อเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู้และ ประสบการ ณ์ให๎มีคุณภาพ มาตรฐาน และสามารถตอบสนองความต๎องการของกลุํมเปูาหมายได๎อยําง มีประสิทธิภาพ 2.5 พัฒนาระบบการวัดและประเมินผลการศึกษานอกระบบทุกหลักสูตร โดยเฉพาะหลักสูตร ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให๎ได๎มาตรฐาน โดยการน าแบบทดสอบกลาง และระบบการสอบอิเล็กท รอนิกส์ (e-Exam) มาใช๎อยํางมีประสิทธิภาพ 2.6 ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัย พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู๎ การวัด และประเมินผล และเผยแพรํรูปแบบการจัด สํงเสริม และสนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบ และการศึกษา ตามอัธยาศัย เพื่อให๎มีการพัฒนาไปสูํ การปฏิบัติอยํางกว๎างขวางและมีการพัฒนาให๎เหมาะสมกับบริบทอยําง ตํอเนื่อง 2.7 พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาให้ได้มาตรฐาน เพื่อพร๎อมรับการประเมิน คุณภาพภายนอก โดยพัฒนาบุคลากรให๎มีความรู๎ ความเข๎าใจ ตระหนักถึงความส าคัญของระบบการประกัน คุณภาพ และสามารถด า เนินการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาได๎อยํางตํอเนื่องโดยใช๎การประเมิน


26 ภายในด๎วยตนเอง และจัดให๎มีระบบสถานศึกษาพี่เลี้ยงเข๎าไปสนับสนุนอยํางใกล๎ชิด ส าหรับสถานศึกษาที่ยัง ไมํได๎เข๎ารับการประเมินคุณภาพภายนอก ให๎พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให๎ได๎คุณภาพตามมาตรฐาน ที่ ก าหนด 3. ด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 3.1 ผลิตและพัฒนารายการวิทยุและรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ให๎เชื่อมโยงและตอบสนอง ตํอการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของสถานศึกษา เพื่อกระจายโอกาส ทางการศึกษาส าหรับกลุํมเปูาหมายตํางๆ ให๎มีทางเลือกใ นการเรียนรู๎ที่หลากหลายและมีคุณภาพ สามารถพัฒนา ตนเองให๎รู๎เทําทันสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร เชํน รายการพัฒนาอาชีพ เพื่อ การมีงานท า รายการติวเข๎มเติมเต็มความรู๎ ฯลฯ เผยแพรํทางสถานีวิทยุศึกษา สถานีวิทยุโทรทัศน์ เพื่อ การศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ETV) และทางอินเทอร์เน็ต 3 3.2 พัฒนาการเผยแพร่การจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ผํานระบบ เทคโนโลยีดิจิทัล และชํองทางออนไลน์ตํางๆ เชํน Youtube Facebook หรือ Application อื่น ๆเพื่อสํงเสริม ให๎ครู กศน. น าเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช๎ในการสร๎างกระบวนการเรียนรู๎ด๎วยตนเอง (Do It Yourself : DIY) 3.3 พัฒนาสถานีวิทยุศึกษาและสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการออกอากาศให๎กลุํมเปูาหมายสามารถใช๎เป็นชํองทางการเรียนรู๎ที่มีคุณภาพได๎อยํางตํอเนื่องตลอดชีวิต โดยขยายเครือขํายการรับฟังให๎สา มารถรับฟังได๎ทุกที่ ทุกเวลา ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และเพิ่มชํองทาง ให๎สามารถรับชมรายการโทรทัศน์ได๎ทั้งระบบ Ku - Band C - Band Digital TV และทางอินเทอร์เน็ต พร๎อมที่ จะรองรับ การพัฒนาเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษาสาธารณะ (Free ETV) 3.4 พัฒนาระบบการให้บริการสื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ให๎ได๎หลายชํองทางทั้งทางอินเทอร์เน็ต และรูปแบบอื่น ๆ เชํน Application บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ Tablet, DVD, CD, VCD และ MP3 เป็นต๎น เพื่อให๎กลุํมเปูาหมายสามารถเลือกใช๎บริการเพื่อเข๎าถึงโอกาสทางการศึกษาและการเ รียนรู๎ได๎ตาม ความต๎องการ 3.5 ส ารวจ วิจัย ติดตามประเมินผลด้านการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และน าผลมาใช๎ในการพัฒนางานให๎มีความถูกต๎อง ทันสมัยและสามารถสํงเสริมการศึกษาและการเรียนรู๎ตลอด ชีวิต ของประชาชนได๎อยํางแท๎จริง 4. ด้านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด าริ หรือโครงการอันเกี่ยวเนื่องจากราชวงศ์ 4.1 ส่งเสริมและสนับสนุนการด าเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด าริ หรือโครงการ อันเกี่ยวเนื่องจากราชวงศ์ 4.2 จัดท าฐานข้อมูลโครงการและกิจกรรมของ กศน . ที่สนองงานโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชด าริ หรือโครงการอันเกี่ยวเนื่องจากราชวงศ์ ที่สามารถน าไปใช๎ในการวางแผน การติดตามประเมินผล และการพัฒนางานได๎อยํางมีประสิทธิภาพ 4.3 ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายการด าเนินงาน เพื่อสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด าริ เพื่อให๎เกิดความเข๎มแข็งในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย


27 4.4 พัฒนาศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”ให๎มีความพร๎อมในการจัดการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตามบทบาทหน๎าที่ที่ก าหนดไว๎อยํางมีประสิทธิภาพ 4.5 จัดและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ของประชาชนบนพื้นที่สูง ถิ่นทุรกันดาร และพื้นที่ชายขอ 5. ด้านการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และพื้นที่บริเวณชายแดน 5.1 พัฒนาการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 1) จัดและพัฒนาหลักสูตร และกิจกรรมสํงเสริมการศึกษาและการเรียนรู๎ที่ตอบสนองปัญหา และความต๎องการของกลุํมเปูาหมาย รวมทั้งอัตลักษณ์และความเป็นพหุวัฒนธรรมของพื้นที่ 2) พัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอยํางเข๎มข๎นแล ะตํอเนื่อง เพื่อให๎ผู๎เรียนสามารถน าความรู๎ที่ได๎รับไปใช๎ประโยชน์ได๎จริง 3) ให๎หนํวยงานและสถานศึกษาจัดให๎มีมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยแกํบุคลากร และ นักศึกษา กศน. ตลอดจนผู๎มาใช๎บริการอยํางทั่วถึง 5.2 พัฒนาการจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 1) ประสานความรํวมมือกับหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องในการจัดท าแผนการศึกษาตามยุทธศาสตร์ และบริบทของแตํละจังหวัดในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 2) จัดท าหลักสูตรการศึกษาตามบริบทของพื้นที่ โดยเน๎นสาขาที่เป็น ความต๎องการของตลาด ให๎เกิดการพัฒนาอาชีพได๎ตรงตามความต๎องการของพื้นที่ 5.3 จัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง ของศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน (ศฝช.) 1) พัฒนาศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนให๎เป็นศูนย์ฝึกและสาธิต การ ประกอบอาชีพด๎านเกษตรกรรม และศูนย์การเรียนรู๎ต๎นแบบการจัดกิจกรรมตามแนวพระราชด าริปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ส าหรับประชาชนตามแนวชายแดน ด๎วยวิธีการเรียนรู๎ที่หลากหลาย 2) มุํงจัดและพัฒนาการศึกษาอาชีพโดยใช๎วิธีการหลากหลาย ใช๎รูปแบบเชิงรุกเพื่อการเข๎าถึง กลุํมเปูาหมาย เชํน การจัดมหกรรมอาชีพ การประสานความรํวมมือกับเครือขําย การจัดอบรม แกนน าด๎าน อาชีพ ที่เน๎นเรื่องเกษตรธรรมชาติที่สอดคล๎องกับบริบทของชุมชนชายแดน ให๎แกํประชาชนตามแนวชายแดน 6. ด้านบุคลากร ระบบการบริหารจัดการ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน 6.1 การพัฒนาบุคลากร 1) พัฒนาบุคลากรทุกระดับ ทุกประเภทให๎มีสมรรถนะสูงขึ้นอยํางตํอเนื่อง ทั้งกํอน และระหวํางการด ารงต าแหนํงเพื่อให๎มีเจตคติที่ดีในการปฏิบัติงาน สามารถปฏิบัติงานและบริหารจัดการก าร ด าเนินงานของหนํวยงานและสถานศึกษาได๎อยํางมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสํงเสริมให๎ข๎าราชการในสังกัดพัฒนา ตนเอง เพื่อเลื่อนต าแหนํงหรือเลื่อนวิทยฐานะ โดยเน๎นการประเมินวิทยฐานะเชิงประจักษ์ 2) พัฒนาศึกษานิเทศก์ กศน. ให๎มีสมรรถนะที่จ าเป็นครบถ๎วน มีความเป็นมืออาชีพ สามารถ ปฏิบัติการนิเทศได๎อยํางมีศักยภาพ เพื่อรํวมยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยในสถานศึกษา


28 3) พัฒนาหัวหน๎า กศน . ต าบล /แขวง ให๎มีสมรรถนะสูงขึ้น เพื่อการบริหารจัดการ กศน. ต าบล/แขวง และการปฏิบัติงานตามบทบาทภารกิจอยํางมีประสิทธิภา พ โดยเน๎นการเป็นนักจัดการ ความรู๎และผู๎อ านวยความสะดวกในการเรียนรู๎ เพื่อให๎ผู๎เรียนเกิดการเรียนรู๎ที่มีประสิทธิภาพอยํางแท๎จริง 4) พัฒนาครู กศน. และบุคลากรที่เกี่ยวข๎องกับการจัดการศึกษาให๎สามารถจัดรูปแบบ การ เรียนรู๎ได๎อยํางมีคุณภาพ โดยสํงเสริมให๎มีคว ามรู๎ความสามารถในการจัดท าแผนการสอน การจัดกระบวนการ เรียนรู๎ การวัดและประเมินผลและการวิจัยเบื้องต๎น 5) พัฒนาศักยภาพบุคลากร ที่รับผิดชอบการบริการการศึกษาและการเรียนรู๎ให๎มีความรู๎ ความสามารถและมีความเป็นมืออาชีพในการจัดบริการสํงเสริมการเรียนรู๎ตลอดชีวิตของประชาชน 6) สํงเสริมให๎คณะกรรมการ กศน . ทุกระดับ และคณะกรรมการสถานศึกษา มีสํวนรํวม ในการบริหาร การด าเนินงานตามบทบาทภารกิจของ กศน. อยํางมีประสิทธิภาพ 7) พัฒนาอาสาสมัคร กศน . ให๎สามารถท าหน๎าที่สนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบ และการศึกษา ตามอัธยาศัยได๎อยํางมีประสิทธิภาพ 8) พัฒนาสมรรถนะและเสริมสร๎างความสัมพันธ์ระหวํางบุคลากร รวมทั้งภาคีเครือขําย ทั้งในและตํางประเทศในทุกระดับ โดยจัดให๎มีกิจกรรมเพื่อเสริมสร๎างสัมพันธภาพและเพิ่มประสิทธิภาพ ในการท างานรํวมกันในรูปแบบที่หลากหลายอยํางตํอเนื่อง 6.2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอัตราก าลัง 1) จัดท าแผนการพัฒนาโครงสร๎างพื้นฐานและด าเนินการปรับปรุงสถานที่ และวัสดุอุปกรณ์ ให๎มีความพร๎อมในการจัดการศึกษาและการเรียนรู๎ 2) บริหารอัตราก าลังที่มีอยูํ ทั้งในสํวนที่เป็นข๎าราชการ พนักงานราชการ และลูก จ๎าง ให๎เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการปฏิบัติงาน 3) แสวงหาความรํวมมือจากภาคีเครือขํายทุกภาคสํวนในการระดมทรัพยากรเพื่อน ามาใช๎ใน การปรับปรุงโครงสร๎างพื้นฐานให๎มีความพร๎อมส าหรับด าเนินกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย และการสํงเสริมการเรียนรู๎ส าหรับประชาชน 6.3 การพัฒนาระบบบริหารจัดการ 1) พัฒนาระบบฐานข๎อมูลให๎มีความครบถ๎วน ถูกต๎อง ทันสมัย และเชื่อมโยงกันทั่วประเทศ อยํางเป็นระบบเพื่อให๎หนํวยงานและสถานศึกษาในสังกัดสามารถน าไปใช๎เป็นเครื่องมือส าคัญในการบริหาร การวางแผน การปฏิบัติงาน การติดต ามประเมินผล รวมทั้งจัดบริการการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอยํางมีประสิทธิภาพ 2) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณ โดยพัฒนาระบบการก ากับ ควบคุม และเรํงรัดการเบิกจํายงบประมาณให๎เป็นตามเปูาหมายที่ก าหนดไว๎ 3) พัฒนาระบบฐานข๎อมูลรวมของนั กศึกษา กศน . ให๎มีความครบถ๎วน ถูกต๎อง ทันสมัย และเชื่อมโยงกันทั่วประเทศ สามารถสืบค๎นและสอบทานได๎ทันความต๎องการเพื่อประโยชน์ในการ จัด การศึกษา ให๎กับผู๎เรียนและการบริหารจัดการอยํางมีประสิทธิภาพ


29 4) สํงเสริมให๎มีการจัดการความรู๎ในหนํวยงานและสถานศึกษาทุกระดับ รวมทั้งการศึกษา วิจัย เพื่อสามารถน ามาใช๎ในการพัฒนาประสิทธิภาพการด าเนินงานที่สอดคล๎องกับความต๎องการ ของประชาชน และชุมชนพร๎อมทั้งพัฒนาขีดความสามารถเชิงการแขํงขันของหนํวยงานและสถานศึกษา 5) สร๎างความรํวมมือของทุกภาคสํวนทั้งในประเทศและตํางประเทศ ในการพัฒนา และสํงเสริมการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยและการเรียนรู๎ตลอดชีวิต 6) สํงเสริมการใช๎ระบบส านักงานอิเล็กทรอนิกส์ (E-office) ในการบริหารจัดการ เชํน ระบบ การลา ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ระบบการขอใช๎รถราชการ ระบบการขอใช๎ห๎องประชุม เป็นต๎น 6.4 การก ากับ นิเทศ ติดตาม ประเมิน และรายงานผล 1) สร๎างกลไกการก ากับ นิเทศ ติดตาม ประเมิน และรายงานผลการด าเนินงานการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให๎เชื่อมโยงกับหนํวยงาน สถานศึกษา และภาคีเครือขํายทั้งระบบ 2) ให๎หนํวยงานและสถานศึกษาที่เกี่ยวข๎องทุกระดับ พัฒนาระบบกลไกการก ากับ ติดตาม และรายงานผลการน านโยบายสูํการปฏิบัติ ให๎สามารถตอบสนองการด าเนินงานตามนโยบายในแตํละเรื่อง ได๎อยํางมีประสิทธิภาพ 3) สํงเสริมการใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสื่ออื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อการ ก ากับ นิเทศ ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลอยํางมีประสิทธิภาพ 4) พัฒนากลไกการติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการตามค ารับรองการปฏิบัติราชการ ประจ าปี ของหนํวยงาน สถา นศึกษา เพื่อการรายงานผลตามตัวชี้วัดในค ารับรองการปฏิบัติราชการประจ าปี ของส านักงาน กศน. ให๎ด าเนินไปอยํางมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ก าหนด 5) ให๎มีการเชื่อมโยงระบบการนิเทศในทุกระดับ ทั้งหนํวยงานภายในและภายนอกองค์กร ตั้งแตํ สํวนกลาง ภูมิภาค กลุํมจังหวัด จังหวัด อ าเภอ/เขต และต าบล/แขวง เพื่อความเป็นเอกภาพในการ ใช๎ ข๎อมูล และการพัฒนางานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาภาคกลาง 1 (2562 – 2565) ยุทธศาสตร์ ที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร๎างความมั่นคง ยุทธศาสตร์ ที่ 2 ผลิตและพัฒนาก าลังคนให๎สอดคล๎องกับการพัฒนาประเทศ ตามศักยภาพ และโอกาสของพื้นที่ ยุทธศาสตร์ ที่ 3 ยกระดับคุณภาพการศึกษา พัฒนาผู๎เรียนให๎มีทักษะการด ารงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ยุทธศาสตร์ ที่ 4 เสริมสร๎างโอกาสแหํงการเรียนรู๎ที่มีคุณภาพ เสมอภาคและเทําเทียม ยุทธศาสตร์ ที่ 5 สร๎างส านึกรักษ์สิ่งแวดล๎อมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ยุทธศาสตร์ ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล


30 แผนพัฒนาจังหวัดสมุทรปราการ 4 ปี (พ.ศ. 2561 – 2564) 1. สํงเสริมอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมให๎มีศักยภาพเพื่อการแขํงขันในภูมิภาคอาเซียนโดย พัฒนา กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล๎อม รวมทั้งอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล๎อม 2. พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน โดยยกระดับรายได๎และการจัดการด๎านการศึกษา สาธารณสุข ศาสนาศิลปวัฒนธรรม สาธารณูปโภค และสาธารณูปการให๎เพียงพอ เทําเทียมและทั่วถึง 3. สํงเสริมระบบ Logistics สูํประชาคมอาเซียน โดยพัฒนาการบริหารจัดการ และปรับปรุง โครงขําย การคมนาคมขนสํงให๎สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อลดต๎นทุนและเพิ่มขีดความสามารถการแขํงขัน 4. สํงเสริมกิจกรรมการทํองเที่ยวเชิงนิเวศ ประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม โดยการพัฒนา แหลํง ทํองเที่ยว สินค๎า การบริการและประชาสัมพันธ์ให๎เป็นที่รู๎จักและประทับใจของนักทํองเที่ยว 5. เสริมสร๎างความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน โดยการพัฒนาระบบ ปูองกันและแก๎ไขปัญหาภัยคุกคามความมั่นคง พร๎อมทั้งพัฒนาวิถีชีวิตประชาธิปไตยแกํประชาชน 2.2 ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม กศน.ต าบล กศน.ต าบลบางพึ่ง ได๎ด าเนินการการวิเคราะห์สภาพแวดล๎อมและศักยภาพ (SWOT Analysis) ในการ ก าหนด จุดแข็งและจุดอํอนจากสภาพแวดล๎อมภายในสถานศึกษา รวมทั้งโอกาสและอุปสรรคจาก สภาพแวดล๎อมภายนอกสถานศึกษาอันเป็นปัจจัยตํอการจัดการศึกษาของสถานศึกษา เพื่อน าผล ไปใช๎ในการ ก าหนดทิศทางการด าเนินงานของสถานศึกษา ซึ่งได๎ผลการประเมินสถานการณ์ของกศน.ต าบลดังนี้


31 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม กศน.ต าบล / แขวง ( SWOT Analysis ) การวิเคราะห์ SWOT Analysis (รายการวิเคราะห์ในแตํละด๎าน เป็นตัวอยํางและแนวทางในการวิเคราะห์ ข๎อมูลในแตํละด๎าน หากมีข๎อมูลที่เกินกวํารายการที่ก าหนด ให๎น าเสนอข๎อมูลเพิ่มเติมได๎) การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน จุดแข็ง ของ กศน.ต าบล / แขวง (S = Strengths) 1. ด๎านครู กศน.ต าบล - วุฒิทางการศึกษา - การพัฒนาตนเอง - ความเข๎าใจในระบบและภาระงาน กศน. - ความสามารถพิเศษ 2. ด๎านงบประมาณ - งบประมาณได๎รับจัดสรร - รับการสนับสนุนงบประมาณจากหนํวยงานอื่น 3.ด๎านอาคารสถานที่ - ความเป็นเอกเทศ - การใช๎งานรํวมกับหนํวยงานอื่น 4. ด๎านสื่อ/อุปกรณ์ - สื่อ อุปกรณ์การเรียนเพียงพอกับความต๎องการ และทันสมัย มากน๎อยเพียงใด - สื่อ อุปกรณ์ให๎บริการประชาชนเพียงพอกับ ความต๎องการ มากน๎อยเพียงใด 5.ด๎านภาคีเครือขําย - การมีสํวนรํวมของคณะกรรมการสถานศึกษา อยํางไร - การมีสํวนรํวมของอาสาสมัครสํงเสริมการอําน อยํางไร - การมีสํวนรํวมของอาสาสมัคร กศน.ต าบล อยํางไร - การมีสํวนรํวมของหนํวยงานภายนอก ที่สนับสนุน กศน.ต าบล อยํางไร จุดอ่อน ของ กศน.ต าบล / แขวง (Weaknesses-W) 1. ด๎านครู กศน.ต าบล - วุฒิการศึกษาไมํตรงกับการสอน 2. ด๎านงบประมาณ - 3. ด๎านอาคารสถานที่ - ใช๎สถานที่กับหนํวยงานอื่น 4. ด๎านสื่อ/อุปกรณ์ - ขาดสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยใน การจัดกระบวนการเรียนการสอนที่ หลากหลาย เชํน คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต ความเร็วสูง 5. ด๎านภาคีเครือขําย - อาสาสมัคร กศน.มีน๎อยจึงท าให๎การ ประชาสัมพันธ์ไมํทั่วถึง ความต๎องการ มากน๎อยเพียงใด


32 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก โอกาส (Opportunities -O) 1. - ภาคีเครือขํายในชุมชนมีสํวนรํวมในการจัด กิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย - มีอาสาสมัครชุมชนชํวยด าเนินงาน กศน.ต าบล ชํวยให๎บรรลุตามเปูาหมาย 2. ด๎านสังคม-วัฒนธรรม - ประชาชนได๎รับสิทธิประโยชน์ด๎านสุขภาพ อยํางทั่วถึงโดยมีอาสาสมัครสาธรณสุขที่ เข๎มแข็ง - ประชาชนมีการอนุรักษ์วัฒนธรรมท๎องถิ่นโดย การจัดกิจกรรมประจ าปี 3. ด๎านอาชีพ - อัตราผู๎วํางงานมีจ านวนน๎อยประชาชนสํวน ใหญํมีอาชีพมั่นคง อุปสรรค/ความเสี่ยง (Threts - T) 1. ด๎านนโยบาย กฎหมายที่เกี่ยวข๎อง - 1. ด๎านความปลอดภัยในพื้นที่ - การเดินทางในหลายพื้นที่ยังมีความเสี่ยงตํอ การสัญจรเนื่องจากเป็นพื้นที่ ที่มีทั้งตรอกซอย เล็กๆ - การเดินทางมีคําใช๎จําย 2. ด๎านสังคม-วัฒนธรรม - มีการแบํงฝุายทางการเมืองคํอนข๎างชัดเจน กํอให๎เกิดปัญหาในด๎านการพัฒนา - มีจ านวนประชากรวัยสูงอายุในพื้นที่เพิ่มมาก ขึ้น - ประชาชนสํวนใหญํยังไมํมีการออมเพื่ออนาคต 3. ด๎านสิ่งแวดล๎อม - มีปัญหาในด๎านสิ่งแวดล๎อมอยูํในพื้นที่ติดริม แมํน้ า/คลอง - ปัญหายุงลายในพื้นที่ - ปัญหาขยะและมลพิษทางอากาศในบางพื้นที่


33 สรุปผลการด าเนินงาน ศรช.ต าบลบางพึ่ง งานการศึกษาขั้นพื้นฐาน


34 แบบรายงานผลการปฏิบัติงานของครูศูนย์การเรียนชุมชนต าบลบางพึ่ง ประจ าปีงบประมาณ 2566 ไตรมาสที่ 3-4 ( เมษายน 2566- กันยายน 2566 ) 1. การด าเนินงานการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน งานด้านการจัดการเรียนการสอน การประชาสัมพันธ์ 1. รํวมวางแผนคณะครูกศน.อ าเภอพระประแดงในการเปิดรับสมัครผู๎เรียนประจ า ภาคเรียนที่ 1/2566 2. รํวมประสานงานกับเครือขํายในการรับสมัครดังนี้ - ประชาสัมพันธ์โดยปูายรับสมัคร - ประชาสัมพันธ์ทางเสียงตามสาย และแนะน าพบปะพูดคุยผู๎น าชุมชนและประชาชนตามหมูํบ๎านชุมชน - การประชาสัมพันธ์ผําน FACEBOOK LINE - ให๎ผู๎เรียนกศน.ชํวยประชาสัมพันธ์ โดยการบอกเพื่อนที่ไมํได๎เรียนมาสมัครเรียน กศน. - รับสมัครผู๎เรียนสายสามัญ ระดับ ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต๎น และ มัธยมศึกษาตอนปลายตรวจ คุณสมบัติของนักศึกษาที่สมัคร - รับลงทะเบียนผู๎เรียนเกํา - วิเคราะห์ผู๎เรียนรายบุคคลเพื่อจัดท าโปรแกรมการเรียนรู๎ให๎เหมาสมกับผู๎เรียน 3. จัดกลุํมเรียนผู๎เรียนหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดย กระบวนการวิเคราะห์ผู๎เรียนรายบุคคล 4. ปฐมนิเทศผู๎เรียน 5. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศรช.ต าบลบางพึ่ง มีเปูาหมายให๎ประชาชนทุกคนในพื้นที่ได๎รับการศึกษาตามความต๎องการอยํางเสมอภาค เน๎นให๎การ เรียนรู๎ได๎ตลอดชีวิตอยํางตํอเนื่อง การจัดกระบวนการเรียนรู๎ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เน๎นการจัดกระบวนการเรียนรู๎ตามปรัชญาพื้นฐานของการศึกษานอกโรงเรียน “คิดเป็น” โดยใช๎ข๎อมูล ตนเอง วิชาการ และสภาพแวดล๎อมชุมชน สังคม มาตัดสินใจในเรื่องที่ต๎องการเรียนรู๎ แล๎วน ามาประยุกต์ใช๎ โ ดยยึด หลักการเป็นคนดีมีคุณธรรม เพื่อเป็นแบบอยํางที่ดีของผู๎เรียนกศน .อ าเภอพระประแดง สํวนการด าเนินการมี 4 ขั้นตอน คือ 1. ขั้นก าหนดสภาพปัญหา/ความต๎องการในการเรียนรู๎ 2. ขั้นแสวงหาข๎อมูลและการจัดการเรียนรู๎ 3. ขั้นปฏิบัติ 4. ขั้นประเมินผลการเรียนรู๎ สรุปองค์ความรู๎และเผยแพรํความรู๎


35 วัตถุประสงค์ 1.เพื่อให๎ประชาชนในต าบลบางพึ่ง และพื้นที่ใก๎ลเคียงมีโอกาสรับการศึกษาขั้นพื้นฐานอยํางตํอเนื่อง เสมอภาคเทํา เทียม จนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 2. เพื่อให๎ผู๎เรียนได๎น าความรู๎และทักษะที่ได๎รับไปใช๎ในการท างาน การด ารงชีวิตและการศึกษาตํอในระดับที่สูงขึ้น 3. เพื่อเป็นต๎นแบบของสถานศึกษาตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการโดยเน๎นหลักผู๎เรียนเป็นคนดีมีคุณธรรม การจัดกระบวนการเรียนรู๎ ด๎วยวิธีที่หลากหลายให๎เหมาะสมกับวัยของกลุํมเปูาหมาย เน๎นมาตรฐาน ทางวิชาการทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติให๎สอดคล๎องกับรายวิชาและสาระการเรียนรู๎ ใช๎แหลํงเรียนรู๎ภูมิปัญญาที่มีอยูํใน ชุมชนและสื่อการสอนที่ผสมผสาน การให๎มีสํวนรํวมเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ในชั้นเรียน รวมถึงมุํงผลสัมฤทธิ์ทางการ ศึกษาโดยมีสถิตินักศึกษาต๎องผํานการประเมินปลายภาคไมํต่ ากวําร๎อยละ 80 ของผู๎มีสิทธิ์สอบ ในทุกภาคเรียน จ านวนผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 สรุปการเข้ารับการทดสอบ N-NET ประจ าภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 สรุปผลสัมฤทธิ์ทางการเข้าสอบประจ าภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ระดับการศึกษา รหัสกลุ่ม จ านวนผู้เรียน ลงทะเบียน จ านวนผู้เรียน หมดสิทธิ์สอบ จ านวนผู้เรียนมี สิทธิ์สอบ ร้อยละ ของผู้เรียน มัธยมศึกษาตอนต๎น 20004 48 3 45 93.75 มัธยมศึกษาตอนปลาย 30084- 30085 89 4 85 95.55 รวม 137 7 130 95 ระดับการศึกษา จ านวนผู้เรียนมี สิทธิ์สอบ จ านวนผู้เรียนเข้า สอบ จ านวนผู้เรียน ขาดสอบ ร้อยละ มัธยมศึกษาตอนต๎น 9 9 - 100 มัธยมศึกษาตอนปลาย 22 21 1 95.55 รวม 31 30 1 96.87 ระดับการศึกษา จ านวนผู้เรียน ลงทะเบียน จ านวนผู้เรียนเข้า สอบ จ านวนผู้เรียน หมดสิทธิ์สอบ จ านวนผู้เรียน ขาดสอบ ร้อยละ มัธยมศึกษาตอนต๎น 48 40 3 5 83.33 มัธยมศึกษาตอนปลาย 89 76 4 9 86 รวม 137 116 7 14 84.77


36 สรุปการจบการศึกษาผู้เรียนประจ าภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จ านวนผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 รายวิชาที่ลงทะเบียนตามแผนการเรียน การศึกษาขั้นพื้นฐานหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ประจ าภาคเรียนที 1 ปีการศึกษา 2566 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รายวิชา รหัสวิชา จ านวนหน่วยกิต วิทยาศาสตร์ พว21001 4 ทักษะการพัฒนาอาชีพ อช21002 4 ศิลปศึกษา ทช21003 2 โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู๎ ทร23013 3 การปูองกันการทุจริต สค22022 2 รวม 15 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รายวิชา รหัสวิชา จ านวนหน่วยกิต วิทยาศาสตร์ พว31001 5 ทักษะการขยายอาชีพ อช31002 4 ศิลปศึกษา ทช31003 2 การใช๎พลังงานไฟฟูาในชีวิตประจ าวัน พว32023 3 โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู๎ ทร33011 3 การจัดการขยะ 3 ทช33043 2 รวม 19 ระดับการศึกษา จ านวนผู้เรียนทั้งหมด จ านวนผู้เรียนจบการศึกษา ร้อยละ มัธยมศึกษาตอนต๎น 48 12 25 มัธยมศึกษาตอนปลาย 89 27 30.33 รวม 137 39 28.48


37 ข้อมูลการประเมินการรู้หนังสือ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ประจ าภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 กิจกรรม จ านวน เข้ารับการประเมิน ร้อยละ ขาดสอบ ร้อยละ จ านวนผู๎เข๎ารับการ ประเมินการรู๎หนังสือ 40 40 100 - - รวม 40 40 100 - - มัธยมศึกษาตอนต๎น 18 คน มัธยมศึกษาตอนปลาย 22 คน รวมทั้งสิ้น 40 คน


38 ด้านที่1 ด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศรช.ต าบลบางพึ่ง ได๎ด าเนินการบันทึกข๎อมูลการด าเนินงานของ กศน. ต าบล และได๎รายงานระบบฐานข๎อมูลเพื่อการ บริหารจัดการ(DMIS) ในสํวนของข๎อมูลพื้นฐาน ศรช.ต าบลบางพึ่ง มีดังนี้ ข้อมูลสถานที่ตั้ง และลักษณะพื้นที่ตั้ง กศน.ต าบลบางพึ่ง ต าบลบางพึ่ง อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ รหัสไปรษณีย์ 10130 เพจ ศรช.ต าบลบางพึ่ง สถ าน


39 ที่ตั้ง ศูนย์การเรียนชุมชนต าบลบางพึ่ง ศูนย์การเรียนชุมชนต าบางพึ่ง ตั้งอยูํในบริเวณวัดบางพึ่ง ในศาลาวัดบางพึ่ง ส าหรับใช๎ในการสอนผู๎เรียนกศน.และ ใช๎ท า พิธีทางศาสนาของวัดบางพึ่ง ทํานเจ๎าอาวาสวัดบางพึ่ง ได๎เห็นถึงการจัดกระบวนการเรียนการสอนอยํางมีคุณภาพมี สถานที่เรียนและบรรยากาศที่ดีในการเรียน จึงได๎อนุเคราะห์ให๎ใช๎ สถานที่วัดเป็นศูนย์การเรียนชุมชน


40 ชื่อกิจกรรม กิจกรรมการจัดการเรียนการสอนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ประจ าภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 กิจกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู๎ด๎วยรูปแบบการพบกลุํม ศรช.ต าบลบางพึ่ง ด าเนินการจัดกิจกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจ าภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โดยการใช๎ รูปแบบการพบกลุํม ตามรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียน โดยมีการวิเคราะห์ความต๎องการของผู๎เรียนในหลากหลายรูปแบบ เพื่อให๎ผู๎เรียนได๎เลือกวิธีการเรียนให๎เหมาะสม และได๎รับความรู๎เพื่อน าไปพัฒนาตนเองได๎อยํางเหมาะสม


41 ชื่อกิจกรรม กิจกรรมการจัดการเรียนการสอนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ประจ าภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 กิจกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู๎ด๎วยรูปแบบออนไลน์ ศรช.ต าบลบางพึ่ง ด าเนินการจัดกิจกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจ าภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โดย การใช๎ รูปแบบการพบกลุํม การใช๎รูปแบบออนไลน์ผํานชํองทางสมารท์โฟน เพื่อเป็นการติดตามนักศึกษา และมีการมอบหมาย ใบงาน ใบความรู๎ การใช๎สื่อให๎นักศึกษาไปค๎นคว๎าเพิ่มเติม ในรู ปแบบ ON-DEMAND ON-hand มีการให๎ค าแนะน าและ แนะแนวนักศึกษาในเรื่องกระบวนการเรียนรู๎ เพื่อเป็นการติดดตามนักศึกษาในสถานการณ์โควิด 19


42 การประเมินการรู๎หนังสือประจ าภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ของนักศึกษาศรช.ต าบลบางพึ่ง จ านวน 40 คน การทดสอบระหวํางภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ของนักศึกษา ศรช.ต าบลบางพึ่ง ผู๎เรียนจ านวน 137 คน คิดเป็น ร๎อยละ 86 ได๎เข๎ารับการทดสอบระหวํางภาค ในวิชาบังคับ และวิชาเลือกบังคับ ประจ าภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ซึ่งผู๎เรียน ร๎อยละ 70 สามารถท าแบบทดสอบได๎ในเกณฑ์ดี


43 กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ประจ าภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 กิจกรรม สถานที่ จ านวนนักศึกษา โครงการอยูํอยํางพอเพียงด๎วยบัญชีครัวเรือน ศกร.ต าบล และ ศูนย์การเรียนชุมชน 500 คน โครงการสํงเสริมการอํานพัฒนาการเรียนรู๎นักศึกษา สกร.อ าเภอพระประแดง ศกร.ต าบล และ ศูนย์การเรียนชุมชน 500 คน โครงการเยาวชนรุํนใหมํ รํวมใจต๎านภัยยาเสพติด หน๎าที่วําการอ าเภอพระประแดง ต าบลตลาด อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 200 คน โครงการคุณธรรมน าชีวิต วัดในอ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 350 คน โครงการพัฒนาคุณภาพผู๎เรียนด๎านพัฒนาความรู๎สูํ ประชาคม โรงเรียนวัดทรงธรรม ต าบลตลาด อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 300 คน โครงการพัฒนาวิชาการเสริมทักษะการเรียนรู๎เพื่อ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาติวเข๎ม N-NET ศกร.ต าบล อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 220 คน โครงการติวเข๎มเติมเต็มความรู๎นักศึกษาเพื่อเตรียม ความพร๎อมการสอบปลายภาค 1/2566 ศกร.ต าบล/ศรช.ต าบล อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 1865 คน โครงการสํงเสริมการเรียนรู๎การปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝุายมัธยมฯ ต าบลบางจาก อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 320 คน โครงการเปิดบ๎านวิชาการ สกร.อ าเภอพระประแดง (OPENHOUSE) ลานที่วําการอ าเภอพระประแดง ต าบลตลาด อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 500 คน โครงการอบรมยุวกาชาด “ความรู๎พื้นฐานด๎านการ ปฐมพยาบาล” หอประชุมที่วําการอ าเภอพระประแดง ชั้น 5 ต าบลตลาด อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 45 คน


44 การท ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ประจ าภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โครงการเยาวชนรุํนใหมํ รํวมใจต๎านภัยยาเสพติด


45 โครงการพัฒนาคุณภาพผู๎เรียนด๎านพัฒนาความรู๎สูํประชาคม


46 โครงการพัฒนาวิชาการเสริมทักษะการเรียนรู๎เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาติวเข๎ม N-NET


47 โครงการติวเข๎มเติมเต็มความรู๎นักศึกษาเพื่อเตรียมความพร๎อมการสอบปลายภาค 1/2566


48 โครงการสํงเสริมการเรียนรู๎การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข


Click to View FlipBook Version