The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน เรื่อง ศึกษาความพึงพอใจในการใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ของนักศึกษา ศกร.ตำบลบางกอบัว ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วิจัยในชั้นเรียน เรื่อง ศึกษาความพึงพอใจในการใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ของนักศึกษา ศกร.ตำบลบางกอบัว ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566

วิจัยในชั้นเรียน เรื่อง ศึกษาความพึงพอใจในการใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ของนักศึกษา ศกร.ตำบลบางกอบัว ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566

วิจัยในชั้นเรียน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ศกร.ตำบลบางกอบัว เรื่อง ศึกษาความพึงพอใจในการใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ ของนักศึกษา ศกร.ตำบลบางกอบัว นางสาวปาณิศา เหลือผล ครู กศน.ตำบล ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอพระประแดง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดสมุทรปราการ กรมส่งเสริมการเรียนรู้


คำนำ ความรับผิดอบในการเรียนจึงมีความสำคัญและจำเป็นที่จะต้องปลูกฝงใหกับนักศึกษา เพราะความรู้ ความรับผิดชอบในการเรียนเปรียบเสมือนรากฐานสำคัญในการทำกิจกรรมต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีและ ความรับผิดชอบเปนคุณลักษณะสำคัญของความเปนพลเมืองดีชวยให้การอยู่รวมกันในสังคมเป็นไป อยางราบ รื่นและสงบสุข จากประสบการณการสอน ไดสังเกตพฤติกรรมของนักศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า ในภาค เรียนที่ 1/2566 นักศึกษา ศกร.ตำบลบางกอบัว หลายคนขาดความรับผิดชอบในการเรียน ซึ่งสังเกตพฤติกรรม จากการ ที่นักเรียนไมมีความรับผิดชอบต่องานที่ไดรับมอบหมาย ไมตั้งใจเรียน ไมเอาใจใสต่อการเข้าชั้นเรียน ไมตรงเวลา ไมอ่านหนังสือหรือบทวนบทเรียน และแบงเวลาเรียนไมเหมาะสม ด้วยเหตุผลดังกลาวขางตน ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาความรับผิดชอบในการเรียนของนักศึกษา ศกร.ตำบลบางกอบัว จำนวน 62 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ครั้งนี้ได้แก่ แบบประเมินความพึงพอใจ เป็น แบบมาตราประเมินค่า 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ โดยมีหัวข้อการประเมิน ด้านผู้สอน ด้านกระบวนการเรียน การสอนด้านคุณภาพของเนื้อหา และด้านการใช้นวัตกรรมจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบการทำแบบทดสอบด้วย ระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms ซึ่งจะเปนขอมูลในการพิจารณาแนวทางในการปลูกฝง และพัฒนาความ รับผิดชอบในการเรียนของนักศึกษาและนำไปปรับใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ต่อไป ให้มีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น นางสาวปาณิศา เหลือผล ครูกศน.ตำบล


รายงานการวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง ศึกษาความพึงพอใจในการใช้นวัตกรรมจัดการเรียนรู้ของนักศึกษา ศกร.ตำบลบางกอบัว ผู้วิจัย นางสาวปาณิศา เหลือผล ปที่ทำการวิจัย : 2566 1. ความสําคัญและที่มาของปญหา การศึกษาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทางด้าน สติปัญญาร่างกาย และจิตใจ และยังเป็นเครื่องมือในการสร้างกำลังคนของประเทศให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ทันต่อความ เจริญก้าวหน้าทางด้านต่าง ๆ ทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคมดังนั้นการศึกษาจึงมีความสำคัญต่อคน ทุกเพศทุกวัย ทุกอาชีพ เพื่อที่จะเป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพ การพัฒนาคนในสังคม และการพัฒนาให้ ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าต่อไป ในปัจจุบันการศึกษาถือเป็นตัวเร่งที่สำคัญที่สุดในการก่อให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงและการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ในสังคม ซึ่งการพัฒนาที่เด่นที่สุดอันเนื่องมากจากผลของการศึกษาใน ปัจจุบันคือ ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีผลทำให้โลกในปัจจุบันก้าวไปสู่ยุคที่เรียกว่า “เทคโนโลยีสารสนเทศ” การเจริญเติบโตของเทคโนโลยีสารสนเทศส่งผลต่อความก้าวหน้าทางวิทยาการทุก ด้านไม่ว่าจะเป็นด้านการทำงาน ด้านการแพทย์การพาณิชย์ธุรกิจ บันเทิง การสื่อสาร และการศึกษาในด้าน การศึกษานั้น โดยจะมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายของการเรียนการสอน คือ การที่นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล แต่การที่จะทำให้ได้และดีนั้น ต้องอาศัยเทคนิควิธีและปัจจัยหลายประการ ระบบการเรียนการสอนในปัจจุบันจึงต้องมาเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีซึ่งนับวันจะมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตคนเรามาก ขึ้น ในปัจจุบันการนำ “เทคโนโลยีด้านการศึกษา” หรือ “Educational Technology” มาช่วยบริหาร จัดการระบบการเรียนการสอนให้อยู่บนระบบ Cloud หรือ CloudComputing (คลาวด์คอมพิวติ้ง) ซึ่งเป็น ระบบคอมพิวเตอร์ที่เกิดขึ้นเพื่อรองรับการทำงานของผู้ใช้งานในทุก ๆ ด้าน และใช้ออนไลน์เป็นเครื่องมือใน การเรียนการสอน เพื่อสร้างทักษะในศตวรรษที่ 21 ให้กับนักเรียน ทั้งทักษะด้านดิจิทัล การคิดวิเคราะห์การ แก้ปัญหา การสร้างความร่วมมือ ความคิดสร้างสรรค์ซึ่งการเรียนผ่านระบบ Cloud นี้ทำให้นักเรียนสามารถ เรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง และออกจากกรอบของการเรียนรู้ที่จำกัดเฉพาะในห้องเรียน ช่วยให้การนำเสนอเนื้อหา การเรียนการสอนที่มีความน่าสนใจขึ้นและสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างนักเรียนและครูได้มากขึ้น ด้วยเหตุนี้เองจึงได้มีการผลิตสื่อต่าง ๆ ขึ้นมามากมายเพื่อใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งบทเรียนผ่าน Platform ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย การเรียนการสอนผ่าน Platform จะมีความสมบูรณ์แบบได้จำเป็นต้องมี บทเรียนผ่าน Platform เพราะบทเรียนผ่าน Platform นั้นเป็นบทเรียนที่อาศัยคุณสมบัติและทรัพยากรที่มีอยู่ บนอินเตอร์เน็ตมาเป็นสื่อกลางที่ใช้ในการถ่ายทอดความรู้เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนให้มี ประสิทธิภาพ จากการศึกษาถึงเครื่องมือที่สนับสนุนการเรียนการสอนที่ตอบสนองและสอดคล้องกับลักษณะ การเรียนรู้ของนักเรียนยุคปัจจุบัน พบว่า Google Forms เป็นสื่อสำคัญในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ จะเสริมการเรียนรู้และพัฒนานักเรียนให้เกิดการเรียนรู้และเพิ่มประสิทธิภาพทางการเรียนรู้


2. วัตถุประสงคของการวิจัย เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ของนักศึกษา ศกร. ตำบลบางกอบัว ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2566 สมมุติฐานการวิจัย หลังจากใช้นวัตกรรมจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบ ด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์Google Forms ของนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ศกร.ตำบลบางกอบัว ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2566 แล้วนักศึกษามีระดับความพึงพอใจโดยเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ระดับ มากที่สุด 3. ขอบเขตของการวิจัย 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่ลงทะเบียนเรียน ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2566 ศกร.ตำบลบางกอบัว จำนวน 18 คน โดยใช้วิธีเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง 3.2 ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย 1. ตัวแปรต้น ได้แก่ การใช้นวัตกรรมจัดการเรียนรู้ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ (Line Group) โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms 2. ตัวแปรตาม ได้แก่ ความพึงพอใจของนักศึกษามีต่อการใช้นวัตกรรมจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms 4. วิธีการดำเนินงาน 4.1 กลุ่มเป้าหมายของการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2566 ศกร.ตำบลบางกอบัว จำนวน 18 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง จากผู้เรียนที่มีการลงทะเบียนเรียน 4.2 การสร้างเครื่องมือ 1. ศึกษาทฤษฎีวิธีการสร้างประเมินความพึงพอใจจากเอกสาร และงานวิจัยต่าง ๆ เพื่อเป็น แนวทางในการสร้างแบบประเมินความพึงพอใจ 2. สร้างแบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้โดยใช้ รูปแบบการทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Google Forms เกณฑ์ 5 ระดับได้แก่ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด 3. นำแบบประเมินความพึงพอใจมาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และปรับปรุงให้เหมาะสมตาม คำแนะนำและข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ 4. นำแบบประเมินความพึงพอใจที่พร้อมใช้ไปตรวจสอบความเหมาะในด้านต่าง ๆ และ ปรับปรุงก่อนนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง ที่เข้าร่วมกิจกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms 5. สรุปผลการวิจัย


4.3 เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการใช้นวัตกรรม ในการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms นักศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ศกร.ตำบลบางกอบัว มีดังนี้ 1. แผนการจัดการเรียนรู 2. แบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms 3. แบบประเมินความพึงพอใจ 4.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยนำแบบประเมินความพึงพอใจไปให้ผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ศกร.ตำบลบาง กอบัว ตอบแบบสอบถามด้วยตนเอง 5. การวิเคราะห์ข้อมูล แบบประเมินความพึงพอใจที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สอบถามความพึงพอใจของ นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ศกร.ตำบลบางกอบัว หลังจากการใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ โดย ใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms ซึ่งแบบประเมินนี้มีลักษณะเป็นมา ตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) เป็นคำถามปลายปิด แล้วแปลความหมายของแบบประเมินความพึง พอใจ โดยใช้คะแนนเฉลี่ยที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลมาเทียบกับเกณฑ์ของ Best ตามแนวคิดของ Likert (ดารารัตน์ มากมีทรัพย์ 2553 : 96) ดังนี้ พึงพอใจในระดับมากที่สุด ค่าคะแนน 5 พึงพอใจในระดับมาก ค่าคะแนน 4 พึงพอใจในระดับปานกลาง ค่าคะแนน 3 พึงพอใจในระดับน้อย ค่าคะแนน 2 พึงพอใจในระดับน้อยที่สุด ค่าคะแนน 1 โดยวิเคราะห์ความพึงพอใจตามเกณฑ์ของ Best ดังนี้ ค่าเฉลี่ยคะแนน 4.01 – 5.00 หมายถึงนักเรียนมีความพึงพอใจต่อ การเรียนการสอนออนไลน์ โดยใช้รูปแบบ การทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยคะแนน 3.01 – 4.00 หมายถึงนักเรียนมีความพึงพอใจต่อ การเรียนการสอนออนไลน์ โดยใช้รูปแบบ การทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยคะแนน 2.01 – 3.00 หมายถึงนักเรียนมีความพึงพอใจต่อ การเรียนการสอนออนไลน์ โดยใช้รูปแบบ การทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยคะแนน 1.01 – 2.00 หมายถึงนักเรียนมีความพึงพอใจต่อ การเรียนการสอนออนไลน์ โดยใช้รูปแบบ การทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับน้อย


ค่าเฉลี่ยคะแนน 0 – 1.00 หมายถึงนักเรียนมีความพึงพอใจต่อ การเรียนการสอนออนไลน์ โดยใช้รูปแบบการ ทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับน้อยที่สุด 6. สรุปผลการวิจัย การวัดและประเมินผล การศึกษาความพึงพอใจในการใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ ของนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอน ปลาย ศกร.ตำบลบางกอบัว โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms ได้ผลการศึกษาดังนี้ 6.1 ผลความพึงพอใจของของนักศึกษาที่มีต่อการใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการ ทำแบบทดสอบ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms ตารางที่ 1 ตารางแสดงค่าเฉลี่ยระดับความพึงพอใจ ของนักศึกษาที่มีต่อการใช้นวัตกรรมในการจัดการ เรียนรู้โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms หัวข้อวัดความพึงพอใจ ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน ความหมาย ด้านผู้สอน 1. ผู้สอนมีบุคลิกภาพทีน่าเชื่อถือ 4.75 0.45 มากที่สุด 2. ผู้สอนมีความตรงต่อเวลา 4.83 0.39 มากที่สุด 3. ผู้สอนมีความตั้งใจเข้าสอนออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ 4.83 0.39 มากที่สุด 4. ผู้สอนพูดเสียงดังฟังชัด 4.92 0.29 มากที่สุด 5. ผู้สอนอธิบายเนื้อหาสาระแต่ละรายวิชาเข้าใจง่าย 4.75 0.45 มากที่สุด 6. ผู้สอนเลือกกิจกรรมในห้องเรียนออนไลน์ทีมีความเหมาะสมและ สอดคล้องกับบทเรียน 4.92 0.29 มากที่สุด 7. ผู้สอนสามารถสร้างบรรยากาศในห้องเรียนออนไลน์ให้น่าสนใจ 4.75 0.45 มากที่สุด 8. ผู้สอนกระตุ้นให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ 4.75 0.62 มากที่สุด 9. ผู้สอนอธิบายวิธีการจัดการเรียนการสอนออนไลน์โดยใช้รูปแบบการทำ แบบทดสอบ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms ให้เข้าใจได้ชัดเจน 4.83 0.39 มากที่สุด ด้านกระบวนการเรียนการสอน 10. การแบ่งเวลาในส่วนของการบรรยายและการจัดการเรียนการสอน ออนไลน์ โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Google Forms มีความเหมาะสม 4.67 0.49 มากที่สุด


หัวข้อวัดความพึงพอใจ ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน ความหมาย 11. บทเรียนทีนำมาใช้เชื่อมโยงเนื้อหากับการจัดการเรียนการสอน ออนไลน์ โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Google Forms มีความเหมาะสม 4.75 0.45 มากที่สุด 12. ในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ผู้สอนสนับสนุนให้มีการค้นคว้า จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ 4.83 0.39 มากที่สุด 13. นักศึกษามีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันในชั้นเรียนออนไลน์ 4.83 0.39 มากที่สุด ด้านคุณภาพของเนื้อหา 14. ระดับความยากง่ายของข้อสอบแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Google Forms แต่ละรายวิชา 4.92 0.29 มากที่สุด 15. ระยะเวลาจัดการเรียนการสอนออนไลน์ มีความเหมาะสมกับเนื้อหา แต่ละรายวิชา 4.83 0.39 มากที่สุด 16. การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms พัฒนาความสามารถในการเรียน ออนไลน์ของนักศึกษา 4.92 0.29 มากที่สุด ด้านการจัดการเรียนกาสอนออนไลน์แบบการทำแบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms 17. การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Google Forms ช่วยให้นักศึกษามีความสะดวก ในการทำแบบทดสอบแต่ละรายวิชา 4.83 0.39 มากที่สุด 18. การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ฝึกให้นักศึกษารู้จักคิดวิเคราะห์ เข้าใจ สามารถนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน 4.92 0.29 มากที่สุด 19. การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms ซึ่งทำให้นักศึกษามีระดับผล คะแนนจากการทำแบบทดสอบเป็นที่น่าพึ่งพอใจ 4.92 0.29 มากที่สุด 20. การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms ฝึกให้นักศึกษามีทักษะการใช้ เทคโนโลยีทางการศึกษา ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน 5.00 0.00 มากที่สุด รวม 96.75 7.38 มากที่สุด


หัวข้อวัดความพึงพอใจ ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน ความหมาย ค่าเฉลี่ย 4.84 0.12 มากที่สุด จากตารางที่ 1 พบว่านักศึกษามีระดับความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด และเมื่อพิจารณา รายข้อ พบว่า นักศึกษามีระดับความพึงพอใจต่อค่าเฉลี่ยต่อการใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ รูปแบบการทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms ฝึกให้นักศึกษามีทักษะการใช้เทคโนโลยี ทางการศึกษา ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน มากที่สุด รองลงมา คือ ผู้สอนพูดเสียงดังฟังชัด ระดับความยากง่ายของ ข้อสอบแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Google Forms แต่ละรายวิชา การใช้นวัตกรรมในการจัดการ เรียนรู้โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Google Forms พัฒนาความสามารถใน การเรียนออนไลน์ของนักศึกษา การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ฝึกให้นักศึกษารู้จักคิดวิเคราะห์ เข้าใจ สามารถนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน และ การใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการ ทำแบบทดสอบ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Google Forms ซึ่งทำให้นักศึกษามีระดับผลคะแนนจากการทำ แบบทดสอบเป็นที่น่าพึ่งพอใจ ตามลำดับ และข้อที่นักเรียนมีระดับความพึงพอใจเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ การแบ่ง เวลาในส่วนของการบรรยายและการใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบด้วย ระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms มีความเหมาะสม สรุปผลการวิจัย ความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการทำ แบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms ของนักเรียนส่วนใหญ่ อยู่ในระดับ มากที่สุด ขอเสนอแนะจากกลุ่มตัวอย่างของการวิจัย 1. ในการใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Google Forms ครูผู้สอนควรศึกษารายละเอียดของแผนจัดการเรียนรู้ทุกครั้งที่มีการพบกลุ่มออนไลน์ 2. ในการใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Google Forms ควรมีการจัดกลุ่มที่เหมาะสมกับการทำกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน เช่น มีการนำเข้าสู่ บทเรียนด้วยเกม เพื่อ ดึงดูดความสนใจ หรือครูควรใช้คำถามเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนเกิดการวิเคราะห์ และมีการแสดงความคิดเห็น คำถามที่ใช้ควรเริ่มจากง่ายไปหายากจะทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการตอบคำถาม มากขึ้น การเรียนก็จะเกิดความเข้าใจมากขึ้น 3. ในการใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Google Forms ทำให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้น และตั้งใจในการทำแบบฝึกหัด แบบทดสอบ และใบงาน บรรยากาศในการจัดการเรียนการสอนเป็นไปได้ด้วยดี


7. การนำผลวิจัยไปใช้ 1. นำผลงานการวิจัยไปใช้ในการใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ศกร.ตำบลบางกอบัว ต่อไป 2. การใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Google Forms ในระดับชั้นอื่น ๆ หรือศูนย์การเรียนชุมชนอื่นอีกต่อไป 8. เอกสารอ้างอิง วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรืองและอธิปจิตตฤกษ์ (แปล). ทักษะแห่งอนาคตใหม่ : การศึกษาเพื่อศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ Open Worlds. 2554. วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ ในศตวรรษที่ 21. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ :มูลนิธิสด ศรี-สฤษวงศ์. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.


ภาคผนวก


แบบประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อ การใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms คำชี้แจง : โปรดทาเครื่องหมาย √ ลงในช่อง ที่ตรงกับความเป็นจริงของท่านมากที่สุด หัวข้อวัดความพึงพอใจ ระดับความพึงพอใจ มากที่สุด (5) มาก (4) ปาน กลาง (3) น้อย (2) น้อย ที่สุด (1) ด้านผู้สอน 1. ผู้สอนมีบุคลิกภาพทีน่าเชื่อถือ 2. ผู้สอนมีความตรงต่อเวลา 3. ผู้สอนมีความตั้งใจเข้าสอนออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ 4. ผู้สอนพูดเสียงดังฟังชัด 5. ผู้สอนอธิบายเนื้อหาสาระแต่ละรายวิชาเข้าใจง่าย 6. ผู้สอนเลือกกิจกรรมในห้องเรียนออนไลน์ทีมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับ บทเรียน 7. ผู้สอนสามารถสร้างบรรยากาศในห้องเรียนออนไลน์ให้น่าสนใจ 8. ผู้สอนกระตุ้นให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ 9. ผู้สอนอธิบายวิธีการจัดการเรียนการสอนออนไลน์โดยใช้รูปแบบการทำ แบบทดสอบ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms ให้เข้าใจได้ชัดเจน ด้านกระบวนการเรียนการสอน 10. การแบ่งเวลาในส่วนของการบรรยายและการจัดการเรียนการสอนออนไลน์โดย ใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms มีความ เหมาะสม 11. บทเรียนทีนำมาใช้เชื่อมโยงเนื้อหากับการจัดการเรียนการสอนออนไลน์โดยใช้ รูปแบบการทำแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms มีความ เหมาะสม 12. ในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ผู้สอนสนับสนุนให้มีการค้นคว้าจากแหล่ง การเรียนรู้ต่าง ๆ 13. นักศึกษามีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันในชั้นเรียนออนไลน์


หัวข้อวัดความพึงพอใจ ระดับความพึงพอใจ มากที่สุด (5) มาก (4) ปาน กลาง (3) น้อย (2) น้อย ที่สุด (1) ด้านคุณภาพของเนื้อหา 14. ระดับความยากง่ายของข้อสอบแบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Google Forms แต่ละรายวิชา 15. ระยะเวลาจัดการเรียนการสอนออนไลน์ มีความเหมาะสมกับเนื้อหาแต่ละ รายวิชา 16. การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบ ด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์Google Forms พัฒนาความสามารถในการเรียนออนไลน์ของ นักศึกษา ด้านการจัดการเรียนกาสอนออนไลน์แบบการทำแบบทดสอบด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์Google Forms 17. การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบ ด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ Google Forms ช่วยให้นักศึกษามีความสะดวก ในการทำ แบบทดสอบแต่ละรายวิชา 18. การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ฝึกให้นักศึกษารู้จักคิดวิเคราะห์ เข้าใจ สามารถนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน 19. การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบ ด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์Google Forms ซึ่งทำให้นักศึกษามีระดับผลคะแนนจากการทำ แบบทดสอบเป็นที่น่าพึ่งพอใจ 20. การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ โดยใช้รูปแบบการทำแบบทดสอบด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์Google Forms ฝึกให้นักศึกษามีทักษะการใช้เทคโนโลยีทาง การศึกษา ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน หากนักศึกษามีข้อคิดเห็น/แนะนำอื่น ๆ ทีนักศึกษาเห็นว่าจะมีประโยชน์ในการปรับปรุงการจัดการเรียนการ สอนออนไลน์แบบนี้อีก กรุณาระบุ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถาม


Click to View FlipBook Version