The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปการเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา ภายนอกและภายใน ประจำปี 2562

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ditphitsanu Onkham, 2020-03-05 01:55:38

สรุปการเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา ภายนอกและภายใน ประจำปี 2562

สรุปการเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา ภายนอกและภายใน ประจำปี 2562

ตารางสรปุ การเขา้ รว่ มประชมุ อบรม สัมมนา ภายในสถานศึกษา
โรงเรยี นธีรธาดา พิษณุโลก ปีการศึกษา 2562

หวั ขอ้ การอบรม จำนวนชว่ั โมง

1. ฟังการบรรยายพเิ ศษ “วนิ ัยกับครอบครัวไทย” 3
วิทยากร: รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี
ผอู้ ำนวยการศูนย์ดำรงธรรม (องค์การมหาชน)

2. การอบรมวธิ ีวิทยาการสอนสู่การจดั การเรยี นรเู้ ชิงรกุ เพ่ือ 12
พัฒนาทกั ษะการคิดขน้ั สงู และผลสมั ฤทธท์ิ างการศึกษา
ภายใตห้ ลกั สูตรแกนกลาง การศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560)

3. การประชุมประจำเดอื น 8 เดือน ( x6 ชว่ั โมง ) 48

รวมชั่วโมงอบรมทั้งหมด 63

ว่าที่ ร.ต. ดิษยพ์ ษิ ณุ ออ่ นคำ ผ้บู ันทกึ

ตารางสรุปการเข้ารว่ มประชมุ อบรม สมั มนา ภายนอกสถานศกึ ษา
โรงเรยี นธรี ธาดา พิษณุโลก ปีการศกึ ษา 2562

หัวข้อการอบรม จำนวนชั่วโมง

1. รีทรตี บุคลากรทางการศกึ ษา โรงเรยี นธรี ธาดา พิษณุโลก 50
“เปิดหวั ใจท่วี ่าง รว่ มกันสร้างองคก์ ร” (น่าน – หลวงพระ
บาง)

2. การฝกึ อบรมบุคลากรทางการลกู เสอื วิชาผู้กำกบั ลูกเสือ 80
สามัญร่นุ ใหญ่ขน้ั ความรู้ท่วั ไปและข้นั ความรเู้ บอื้ งต้น 130
(26 – 29 ก.ค. 63)

รวมชั่วโมงอบรมท้ังหมด

ว่าท่ี ร.ต. ดษิ ย์พิษณุ อ่อนคำ ผู้บนั ทกึ

โรงเรยี นธรี ธาดา พษิ ณโุ ลก
สรุปการเขา้ รว่ มประชมุ อบรม สัมมนา ภายนอกและภายใน ประจำปกี ารศกึ ษา 2562

“เปิดใจให้ว่าง ร่วมสร้างองคก์ ร” PARADIGM THINKING
"7 Habits for Highly Effective People : อปุ นสิ ยั 7 ประการของคนท่ีประสบความสำเร็จ"

โดย ผศ. ปรชี า วุฒิการณ์
วันท่ี 10 - 12 พ.ค. 2562 ณ หลวงพระบาง

กอ่ นท่จี ะพูดถึงอุปนิสยั ต่าง ๆ เราต้องรู้จกั วธิ ีการปรับมุมมอง หรอื กรอบความคิดของตนเองก่อน เพ่ือให้
เราสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ในการทำงานร่วมกัน ต้องเข้าใจและศึกษานิสัยใจคอซึ่งกันและ
กนั สมรรถนะ (competency) ในการทำงานของงานแต่ละอาชพี มีความแตกต่างกันออกไป ซ่งึ สมรรถนะในการ
ทำงานสามารถแบง่ ออกได้ 2 เทคนิค คือ เทคนิคเก่ยี วกบั งาน ตัวอย่างเช่น ในการเปน็ ครูจะตอ้ งมีเน้ือหาวิชาท่ีทำ
ให้ลูกศิษย์เข้าใจ และเทคนิคเกี่ยวกับคน ซึ่งสิ่งที่จำเป็นมากที่สุดกับเทคนิคที่สองนี้คือ จิตใจ เพราะถ้าต้องการ
ปรับเปลี่ยน องค์กรจะเคลื่อนตามความคิดของคน กรอบความคิดของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัย
หลายอยา่ ง เชน่ ครอบครัว การเลย้ี งดูท่ผี ่านมา ประสบการณ์ ทศั นคติ หรอื สิ่งแวดลอ้ ม เปน็ ตน้ ซึ่งหากเรามกี รอบ
ความคิดในทางทีผ่ ิด อาจจะนำพาเราไปสูท่ างท่ีผิดพลาด เพราะฉะนั้น การท่กี รอบความคดิ ของเราจะไปในทิศทาง
ทีด่ ีได้ เราต้องไม่มีอคติตอ่ สิง่ ใด กรอบความคดิ สามารถเปลีย่ นแปลงได้ อาจจะถูกหรือผดิ กแ็ ลว้ แต่ พ้ืนฐานความคิด
ของแต่ละบุคคล ซึ่งองค์ประกรอบที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนกรอบความคิด ประกอบด้วย องค์ความรู้ , การ
ออกแบบ และการฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ ซึ่ง สตีเฟน อาร์. โคว์วีย์ ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับอุปนิสัยที่ดี 7
ประการในการประกอบความสำเรจ็ ไวด้ ังน้ี

1. คิดเชือ่ มนั่ ตนเองในเชิงรกุ ตอ้ งเป็นฝ่ายเน่ิมทำงาน
ก่อน (Be Proactive) รู้จักรับผิดชอบความคิดเห็น
ของตนเอง กลา้ คิด กลา้ ทำ แต่ไมไ่ ด้หมายถงึ คนก้าวร้าว
มเี หตแุ ละผลในการทำส่งิ นนั้ ๆ มีความเช่อื ม่นั ในตนเอง
2. เรมิ่ โดยการต้งั เป้าหมายสดุ ทา้ ยเอาไว้ (Begin with
the end in mind) ในการทำงานจะต้องมีการ
วางแผนที่ชัดเจน นำข้อมูลจากจิตสำนึก จิตใต้สำนึก
และจติ ใต้สำนึกสรา้ งสรรค์ มาแก้ปญั หาแลว้ หาทางออก
3. การเรยี งลำดบั ความสมั พันธก์ อ่ นหลัง (Put first thinks first) ในการทำงานมกี ารเรียงลำดับงานอยู่สี่อย่าง
คือ งานเร่งดว่ นและงานสำคัญ, งานเรง่ ดว่ นแต่ไม่สำคัญ, งานไมด่ ว่ นแต่สำคญั และ งานไมด่ ว่ นและไม่สำคัญ ซึง่ คน
ส่วนใหญม่ กั จะสนใจงานทีไ่ มด่ ่วนและไมส่ ำคญั หากเรารู้จักเรยี งลำดบั ขั้นตอนในการทำงาน และทำงานตามลำดับ
ความดว่ นและความสำคญั ก็จะทำใหง้ านสำเรจ็ ไดต้ รงตามเวลา
4. คดิ แบบชนะ ชนะ (Think Win-Win) ในการทำงานรว่ มกันตอ้ งทำความเข้าใจซ่งึ กนั และกนั อย่างแทจ้ ริง มงุ่ สู้
เปา้ หมายดว้ ยกัน ผา่ นความซอื่ ตรง ความใจกวา้ ง ความกล้าและการมเี หตผล
5. ทำความเขา้ ใจกบั ผูอ้ น่ื ก่อนท่ีจะเขา้ ใจตนเอง (Seek first you understand then to be understood)
ในการทำงานร่วมกับผู้อ่นื เราต้องเรียนร้นู ิสัยใจคอซึ่งกันและกัน รู้จกั ท่ฟี ังความคดิ เหน็ ผู้อ่นื และฟังอย่างพยายาม
ทำความเขา้ ใจ เมอื่ เราเขา้ ใจผอู้ ่ืน เราจะสามารถพูดอธบิ ายในส่วนความคิดของเราให้ผู้นเข้าใจไดง้ า่ ยขนึ้
6. การผนกึ ความสัมพันธ์สร้างความสำเรจ็ (Synergize) ในการทำงานรว่ มกับผู้อ่นื ตอ้ งยอมรบั ในความคิดและ
ความแตกตา่ งของผู้อื่น และพยายามมองความแตกต่างเหล่านนั้ ใหเ้ ป็นประโยชนม์ ากกวา่ เห็นเปน็ โทษ แล้วจะทำ
ให้งานเหล้าน้นั ประสบผลสำเร็จ
7. ลบั ใบเล่ือยให้คมอยูเ่ สมอ (Sharpen the saw) เราต้องดแู ลสขุ ภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะหาก
รา่ งกายเราไมพ่ ร้อมการทำหนา้ ท่ีทุกอยา่ งจะไม่สามารถทำไดอ้ ยา่ งเต็มกำลัง
***หากเราสามารถนำอุปนิสัยทั้ง 7 ประการนี้มาปรับเปลี่ยนในการทำงาน จะทำให้องค์กรของเราประสบ
ความสำเรจ็ และก้าวหนา้ ไปอยา่ งสวยงาม***

ว่าที่ ร.ต. ดิษยพ์ ษิ ณุ ออ่ นคำ ผู้เข้ารับการอบรม

สรปุ การฟังบรรยายหวั ข้อ “วนิ ัยกบั ครอบครัวไทย”
โดย รศ.นพ.สุรยิ เดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนยค์ ณุ ธรรม (องคก์ รมหาชน)
วันจนั ทร์ท่ี 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ณ ห้องประชุมโรงเรยี นธรี ธาดา พษิ ณุโลก

ผู้ปกครองส่วนมากสามารถหาที่เพิ่มพลัง
หรอื ชาร์ตแบตชวี ิตได้ทว่ั ไป เชน่ การนอน การเท่ียว
การกิน เป็นตน้ แต่เดก็ ยงั หาทีช่ าร์ตแบตชีวิตตนเอง
ไม่เจอ เด็กบางคนระบบนิเวศน์รอบตัวป่วยมากกว่า
ตัวเด็กในการดำรงชีวิตและคนในยุคปัจจุบันใช้ชีวิต
แบบสู้ชีวิตกันจนจิตวิญญาณวิ่งตามเราไม่ทัน หาก
เรารู้จักขอบคุณร่างกายตนเองในทุก ๆ วันจะเป็น
วันที่ดีของทั้งร่างกายและจิตใจของเรา ปัจจุบัน
ภายในครอบครัวส่วนใหญ่พี่เลี้ยงจะมีบทบาทในชีวิตของลูกมากกว่าพ่อแม่ที่แท้จริง ลูกเลือกท่ีจะอยู่กับพี่เลี้ยง
มากกว่าพ่อกับแม่เพราะพี่เลี้ยงสามารถฟักความคิดเห็นได้ทุกอย่างไม่ว่าทางที่ดีหรือไม่ดี จึงทำให้พี่เลี้ยงมีความ
เข้าใจนิสยั ใจคอลกู มากกว่าพ่อแม่ท่ีแทจ้ ริงจงึ สามารถสอนเดก็ ใหไ้ ปใหท้ างที่เขาต้องการไดจ้ ะดีไมด่ ีก็จะขึ้นอยู่กับพ่ี
เล้ียง หากพอ่ แมใ่ ช้เวลาส่วนใหญอ่ ยกู่ บั ลูกไม่ว่าจะตอนเล่นตอนกินหรอื เวลาว่างมีเวลาพูดคยุ ลูกสามารถปรึกษาได้
ทกุ เรอ่ื งไมว่ า่ จะเรอ่ื งดีหรอื เรอ่ื งรา้ ย พ่อแมม่ กั จะไม่ค่อยแสดงความรักออกมาอาจเป็นเพราะวัฒนธรรมไทยตา่ งจาก
ทางตะวนั ตก อยา่ งไรกต็ าม การพดู และการแสดงออกอยา่ งเหมาะสม

คณุ หมอสรุ ิยเดว ได้กล่าวว่า เด็กไม่ใช่ผ้าขาว เดก็ มพี น้ื สขี องตัวเอง แต่พอ่ แม่จะมีวธิ ีการเปล่ียนสีของเด็ก
อย่างไร นั้นกห็ มายถึงนสิ ัยหรอื จติ ใต้สำนึกทีพ่ ่อแม่จะสามารถใส่ไปให้ลกู หรอื เปลยี่ นแปลงไดแ้ คไ่ หนก็ขึ้นอยู่กับพ่อ
แม่เปน็ สว่ นใหญ่ การท่ีพ่อแม่ ครอบครวั ตลอดจนพี่เลยี้ งที่คอยดูแล สงั่ สอนสิ่งที่ถูกท่ีควรหรือส่ิงที่ผิดไปนั้นข้ึนอยู่
กับว่าบุคคลนั้น ๆ มีอิทธิพลต่อตัวเด็กอย่างไร มากน้อยแค่ไหน หากในคนในครอบครัวคนใดสามารถสร้างความ
เชื่อม่ันและความไวใ้ จใหต้ ัวเด็กไดม้ ากคนนั้นจะเปน็ คนที่เดก็ เชือ่ ฟงั และทำตามมากที่สดุ และในการเลย้ี งดูควรจะมี
การชมเชยเด็กในส่ิงที่ดีและถูกต้อง หากพอ่ แมช่ มและทำความเข้าใจกบั ลกู ในทุก ๆ ครง้ั ท่ีมีเรื่องที่น่ายินดี ตัวของ
ลูกก็จะขวนขวายและพยายามที่จะทำความดีเพื่อให้พ่อแม่ชื่นชมและภูมิใจ สิ่งที่จะทำให้เด็กขาดความมั่นใจใน
ตนเองมากที่สุดคือการทพี่ ่อแม่หรือครอบครัวเอาลกู ไปเปรียบเทียบกับลกู คนอื่น จะทำใหเ้ ด็กขาดความเชื่อมั่นใน
ตนเองและบางคนอาจจะอยากเอาชนะมากจนทำให้ส่ิงท่ไี มถ่ กู ตอ้ ง

แนวทางสำคัญของการเลี้ยงลูก คือ การเข้าใจถึงจิตวญิ ญาณ มีความรักความเข้าใจท่ีจะส่งผ่านไปในการ
เลี้ยงดู ซึ่งสิ่งทีพ่ อ่ แม่ได้แต่งเตมิ สีสันทีห่ ลากหลายและสวยงามลงบนตัวเด็กได้อย่างสวยงามและลงตัว และการที่
พ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกได้นั้น ลูกก็จะซึมซับสิ่งดีดีเหล่าเข้ามาและทำให้ตัวลูกเป็นคนมีน้ำใจ ชอบ
ช่วยเหลอื จติ ใจดีดังที่พอ่ แมไ่ ด้เป็นตน้ แบบในเร่อื งน้ัน ๆ เป็นตน้

ว่าที่ ร.ต. ดษิ ยพ์ ิษณุ ออ่ นคำ ผูเ้ ข้ารับการบรรยาย

รายงานสรุปการเขา้ รว่ มรบั ฟังบรรยาย
เร่อื ง สมรรถนะ “คร”ู ส่สู มรรถนะ “เด็ก”
วันจันทร์ท่ี 30 กนั ยายน – 2 ตุลาคม พ.ศ. 2562 ณ โรงเรยี นธรี ธาดา พิษณุโลก

วทิ ยากรผบู้ รรยาย : อาจารย์มารตุ ทรรศนากรกุล
เน้อื หาการบรรยาย
วธิ ีวทิ ยาการสอนสู่การจัดการเรยี นร้เู ชิงรุกเพอ่ื
พัฒนาทกั ษะการคดิ ขั้นสงู และผลสัมฤทธ์ิทางการ
ศกึ ษา
ภายใตห้ ลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน
พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
โดย อาจารย์มารตุ ทรรศนากรกุล ในหวั ขอ้ สมรร
นะ “ครู” ส่สู มรรถนะเด็ก มี 3 เทคนคิ การสอน
การพฒั นาศกั ยภาพยกระดับคณุ ภาพการจดั การ

เรียนรูร้ ายกลุ่มสาระ การสอนแบบเนน้ กระบวนการคิดวิเคราะหแ์ ละการแกป้ ญั หาคอื
ใชค้ ำถาม คือ การสอน สะทอ้ นคิด คือ การเรียน ลงมือเขียน คือ การคิด

เทคนิค/วิธีการสอนแบบการเรียนเชิงรุก การจัดการเรียนรู้แบบ Active learning สามารถสร้าง
ให้เกิดขึ้นได้ทั้งในและนอกห้องเรียน รวมทั้ง สามารถใช้ได้กับผู้เรียนทุกระดับทั้งการเรียนรู้เป็นรายบุคคล
การเรียนรู้แบบกลุ่มเล็ก การเรียนรู้แบบกลุ่มใหญ่ การเรียนเชิงรุก มีวิธีการสอนท่ีหลากหลาย การเลือกใช้วิธีการ
สอนแบบใดขึ้นอยูก่ บั ลักษณะของเนื้อหาวิชา บุคลกิ ของผสู้ อน บุคลิกของผู้เรียน

ประโยชนท์ ีไ่ ดร้ ับจากการฟังบรรยาย
1. ไดเ้ รยี นรูค้ วามสำคัญของการจดั การเรียนสอนให้
ตรงตามสมรรถนะของผเู้ รยี น
2. เข้าใจการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้เพ่มิ มากขึน้
3. ไดร้ บั เทคนิคและวธิ กี ารสอนเพอ่ื ไปพัฒนา
ศกั ยภาพการจัดการเรยี นรู้ในรายวชิ า
4. มีกระบวนการคิดการคัดเลอื กเนอ้ื หาสาระได้ตรง
ตามมาตรฐานการเรยี นรู้
5. สามารถนำไปปรบั ใช้และแกไ้ ขปญั หาในการเรยี นการสอน ได้การเรียนรู้และปฏิบตั ิการทดลองในวิชา
วทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตรแ์ ละการเขียนแผนการสอนตามรายวชิ า

วา่ ที่ ร.ต. ดิษย์พษิ ณุ อ่อนคำ ผ้เู ขา้ รับการบรรยาย

รายงานการเข้ารบั การอบรม

วนั ทเี่ ข้ารับการอบรม ระหว่างวันที่ 26 – 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

สถานท่ี ณ คา่ ยลูกเสอื เขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต39

โรงเรียนสฤษดเิ์ สนาพทิ ยาคม

หัวข้อท่ีเข้ารบั การฝึกอบรม การฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสอื วิชาผู้กำกบั ลูกเสอื สามญั รุน่
ใหญ่ ขัน้ ความร้ทู ่ัวไป ร่นุ ที่ 2/62 และความร้เู บือ้ งตน้ รุน่ ท่ี 3/62

คณะวิทยากรใหก้ ารฝึกอบรม 1. จากสังกดั คณะกรรมการบริหารลูกเสอื แห่งชาติ

2. ผูท้ รงคุณวุฒิทางลูกเสอื

3. คณะครูท่มี ปี ระสบการณ์ทางลูกเสือในสงั กดั โรงเรยี นตา่ ง ๆ

ด้วย สำนกั งานลกู เสือเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาพิษณโุ ลก
เขต 39 ได้กำหนดจดั โครงการฝกึ อบรมผู้บงั คบั บัญชา
ลูกเสอื เพื่อใหผ้ บู้ รหิ ารสถานศกึ ษาและครผู ู้สอน
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น (ลกู เสอื ) ไดม้ วี ฒุ ทิ างลกู เสือ
และนำความรูท้ ่ีได้รับไปใชใ้ นการพัฒนาผเู้ รียนให้มี
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ตามมาตรฐานคุณภาพ
ผเู้ รยี น โดยจดั โครงการฝึกอบรมวชิ าผู้กำกบั ลกู เสือ

ขั้นความรู้เบือ้ งตน้ (B.T.C.) จำนวน 2 หลกั สูตร ดงั น้ี

1. วชิ าผู้กำกบั ลูกเสอื สามัญรนุ่ ใหญ่ ขน้ั ความรทู้ ว่ั ไป ร่นุ ที่ 2/62 ( 1 วัน 1 คนื )
2. วชิ าผู้กำกบั ลูกเสือสามัญรุน่ ใหญ่ ความรูเ้ บ้อื งต้น รนุ่ ที่ 3/62 ( 3 วนั 2 คืน )

หนา้ ที่หลักของผู้กำกบั ลกู เสอื และรองผกู้ บั ลกู เสอื คอื การพฒั นาลกู เสอื ให้เปน็ ไปตามวตั ถุประสงคข์ อง
คณะลูกเสอื แหง่ ชาติ วัตถุประสงค์ของคณะลูกเสือแหง่ ชาติ พระราชบัญญตั ลิ ูกเสือ พ.ศ. 2551 มาตรา 8 กำหนด
ไว้ว่า

คณะลูกเสอื แห่งชาติมีวัตถปุ ระสงค์เพื่อพฒั นาลกู เสือทง้ั ทางกาย สติปัญญา จิตใจและศีลธรรมให้เปน็ พลเมอื ง
ดี มีความรับผดิ ชอบและช่วยสร้างสรรค์สงั คมให้เกดิ ความสามคั คแี ละมีความเจริญก้าวหน้า ทง้ั นี้เพอื่ ความสงบ
สุขและความมน่ั คงของประเทศชาติ ตามแนวทางดงั ต่อไปน้ี

1. ใหม้ นี ิสยั ในการสังเกต จดจำ เชื่อฟงั และพง่ึ ตนเอง

2. ใหซ้ ื่อสัตย์สจุ รติ มรี ะเบยี บวนิ ยั และเห็นอกเห็นใจผูอ้ ื่น

3. ใหร้ จู้ กั บำเพญ็ ตนเพอ่ื สาธารณประโยชน์

4. ใหร้ จู้ กั ทำการฝมี อื และฝกึ ฝนใหท้ ำกิจการต่าง ๆ ตามความเหมาะสม

5. ให้รู้จกั รกั ษาและส่งเสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคงของประเทศชาติ

ลูกเสือ ( The World Organization of the Scout Movement ) ได้กำหนดวตั ถุประสงคข์ อง
ขบวนการลกู เสอื ไวด้ งั ตอ่ ไปน้ี

“จุดมุ่งประสงค์ของขบวนการลูกเสอื คือ
การสนับสนนุ การพฒั นาอยา่ งเต็มท่ซี ึ่ง
ศักยภาพทาง
กาย สติปัญญา สังคม จติ ใจและ
ศลี ธรรมใหแ้ ก่เยาวชนเป็น
รายบคุ คล เพ่ือให้เขาเป็นพลเมอื งดมี คี วาม
รับผิดชอบ ในฐานะทเ่ี ปน็ สมาชกิ ของชมุ ชน
ในทอ้ งถิ่นในชาติและในชุมชนระหว่าง
นานาชาติ”
หลักการและสาระสำคัญของการลกู เสอื คือ เป็นแกน่ เนอ้ื แท้ หรอื หลัก สว่ นสำคัญของการลกู เสอื ซึง่
ประกอบดว้ ยเรื่องต่าง ๆ ดงั ตอ่ ไปนี้

1. ขบวนการลกู เสือ
2. องค์ประกอบสำคัญของการลูกเสือ
3. จดุ หมายหรือวัตถุประสงค์คณะลูกเสอื แหง่ ชาติ
4. อดุ มการณ์ จุดหมาย หรือวตั ถุประสงคค์ ณะลกู เสือแห่งชาติ
5. วธิ กี าร
6. แนวการฝกึ อบรมลกู เสอื
7. หลกั การสำคัญของการลูกเสอื

เราได้อะไรจากการลูกเสอื
1. ผจญภยั (Adventure)ได้แก่ การเรยี นรเู้ รอื่ งใหม่ ๆ ท่ีตืน่ เตน้ และไมค่ าดฝนั มาก่อน
2. ได้เพอ่ื น (Comradeship) ได้แก่ การทม่ี เี ด็กอน่ื เปน็ เพื่อน
3. เถอ่ื นธาร (The Outdoor World) ได้แก่ โลกภายนอก ประกอบด้วยปา่ เขา ลำธาร ทุง่ นา
4. การสนุก (Good Fun) ได้แก่ ความสนกุ สนานประกอบกิจกรรมตา่ ง ๆ
5. สุขสม (A feeling of Achievement) ไดแ้ ก่ความรูส้ ึกภมู ิใจในการที่ตนไดท้ ำงานอย่างหน่ึงอยา่ งใด

จนประสบความสำเรจ็

ประโยชนข์ องการได้รบั การอบรม
1. มคี วามร้คู วามเข้าใจ ในบทบาทหนา้ ท่ีของผูบ้ ังคบั บญั ชา สามญั ร่นุ ใหญ่ สามารถจัดกจิ กรรมการเรยี นการ
สอนไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ และมที ักษะการบริหารงานในกองลกู เสอื สามญั รนุ่ ใหญ่ไดถ้ กู ต้อง
2. ช่วยเสริมการศกึ ษาในโรงเรยี นในด้าน
- ความประพฤติ นิสัยใจคอ สติปญั ญา
- ความมรี ะเบยี บวินัย
- สภุ าพ และพลงั
- การฝีมอื ทักษะ
- หนา้ ที่พลเมอื ง และการบำเพ็ญประโยชนต์ อ่ ผอู้ ื่น

ว่าท่ี ร.ต. ดษิ ย์พษิ ณุ ออ่ นคำ ผูเ้ ขา้ รับการอบรม


Click to View FlipBook Version