แนวทางการดูแลผู้ป่วย ทีมPCT EENT โรงพยาบาลศรีสังวาลย์
สารบัญ 1.ระเบียบปฏิบัติ การระบุตัว(Patient Identification) 2.ระเบียบปฏิบัติ แนวทางการการตรวจสอบความถูกต้องของการใส่เลนส์ตาเทียมในผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจก 3.การดูแลผู้ป่วยก่อนผ่าตัดที่ห้องรอผ่าตัด 4.การตรวจเช็คเลนส์แก้วตาเทียมในผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจก 5.การสอบทานก่อนท าการผ่าตัดและการท าหัตถการ 6.การบริหารจัดการเลนส์แก้วตาเทียม
1.วัตถุประสงค์: เพื่อให้บุคลากรมีวิธีปฏิบัติในการระบุตัวผู้ป่วยในกระบวนการดูแลรักษาที่เป็นแนวทาง เดียวกันและปฏิบัติให้ถูกต้อง 2.นิยามศัพท์ : การระบุตัว(Patient Identification) คือการบ่งชี้ผู้ป่วยเพื่อการยืนยันตัวผู้ป่วย โดยใช้ตัว บ่งชี้อย่างน้อย 2 อย่าง 3.หน้าที่รับผิดชอบ : - แพทย์ พยาบาลวิชาชีพ และบุคคลากรที่เกี่ยวข้องระบุตัวผู้ป่วยทุกครั้งก่อน ให้บริการ /ให้การรักษาและท าหัตถการต่างๆ/การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ /ผู้ป่วยและญาติมีส่วน ร่วมในการระบุตัวผู้ป่วยให้ถูกต้อง 4.ขั้นตอนการปฏิบัติ กรณีรับบริการแบบผู้ป่วยนอก (OPD EENT) 1. เรียกชื่อ สกุลผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยเดินเข้ามา ถามชื่อ สกุลซ้ าอีกครั้ง โดยใช้ค าถามปลายเปิด 2. ตรวจสอบ กับแฟ้มประวัติผู้ป่วยให้ถูกต้องตรงกันก่อนเข้ารับการซักประวัติ /ตรวจรักษา/ท าหัตถการ 3. กรณีที่ ผู้ป่วยไม่สามารถสื่อสารได้หรือผู้ป่วยเด็ก ให้ญาติหรือผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการระบุตัวทุกครั้ง 4. ต้องระบุตัวผู้ป่วยในทุกขั้นตอนของการให้บริการเช่น วัดเลนส์เทียม หัตถการผ่าตัดเล็ก การยิงเลเซอร์ เป็นต้น 5.การเก็บสิ่งส่งตรวจ เจ้าหน้าที่สอบถามชื่อ นามสกุล และเลขประจ าตัวผู้ป่วย (HN) โดยสอบถามกับผู้ป่วย โดยตรง แล้วตรวจกับหลักฐานที่ระบุตัวผู้ป่วยกับใบ request หรือแฟ้มผู้ป่วย 6. กรณีผู้ป่วยต้องสังเกตอาการ หรือต้องเข้ารับบริการเป็นผู้ป่วยในต้องติดป้ายข้อมือทุกราย โดยปฏิบัติดังนี้ 6.1 สอบถามชื่อ สกุลผู้ป่วย โดยใช้ค าถามปลายเปิด ถามชื่อมารดา 6.2 กรณีไม่ทราบชื่อมารดา ขอทราบ วัน เดือน ปีเกิดของผู้ป่วย 6.3 กรณีไม่ทราบวันเดือนปีเกิดให้ใช้เลขประจ าตัวผู้ป่วย (HN) แทน โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : ของ : เรื่อง : การระบุตัว(Patient Identification) วันที่เริ่มใช้ : วันที่แก้ไข :31พค65 ทะเบียนเอกสาร:SOP ผู้จัดท า:งานจักษุ ,โสต-ศอ - นาสิก ผู้ทบทวน: ทีม PCT EENT นส.อ้อย เกิดมงคล ต าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
7. ติดสติ้กเกอร์ที่ป้ายชื่อ ระบุตัวบ่งชี้ผู้ป่วย ประกอบด้วย ชื่อ สกุล อายุ HN และหอผู้ป่วยที่admit 8. ตรวจสอบป้ายชื่อที่เขียนโดยให้ผู้ป่วย/ญาติ/ผู้ปกครองอ่านทวนข้อมูลให้ถูกต้อง ก่อนน าไปติดที่ข้อมือ ผู้ป่วย กรณีรับบริการแบบผู้ป่วยใน (IPD) 1. รับใหม่จาก OPD ตรวจสอบป้ายชื่อกับแฟ้มประวัติผู้ป่วยให้ถูกต้องตรงกัน 2. ต้องท าการระบุตัวผู้ป่วยโดยใช้ 2 ตัวบ่งชี้ ในทุกขั้นตอนการให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้ยา การ ให้เลือด การเก็บสิ่งส่งตรวจ การรักษา และการท าผ่าตัดหรือหัตถการกับผู้ป่วย โดยการสอบถามชื่อ สกุล และชื่อมารดา โดยใช้ค าถามปลายเปิดทุกราย 3. แนะน า/ดูแลให้ผู้ป่วยทุกรายต้องสวมป้ายข้อมือตลอดเวลาที่อยู่โรงพยาบาล 4. ก่อนให้การบริการทุกครั้ง ให้ทุกหน่วยงานมีการทวนซ้ าและตรวจสอบตามแนวทางปฏิบัติ(double check) เช่น การย้ายหน่วยงาน ส่งตรวจพิเศษต่าง ๆ ส่งผ่าตัด/หัตถการ ส่งขอค าปรึกษาเป็นต้น หมายเหตุ 1. ห้ามใช้หมายเลขห้องของผู้ป่วยที่ผู้ป่วยอยู่ หรือเตียงผู้ป่วยในการระบุตัวผู้ป่วย 2. กรณีผู้ป่วยเด็กที่สื่อสารไม่ได้หรือทารกแรกเกิด ให้ญาติ/ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการระบุตัวผู้ป่วยทุกครั้ง ส าหรับการวิเคราะห์ทางคลินิก 1. การบ่งชี้เมื่อเจาะเลือด 1.1 เตรียม tube เลือด โดยติดสติ๊กเกอร์ที่ระบุชื่อ นามสกุลและเลข HN ของผู้ป่วยที่ tube เลือด ที่เตรียมไว้และให้ผู้ป่วยทวนสอบสติ๊กเกอร์นั้นด้วยตัวเองก่อนการเจาะเลือด 1.2 ก่อนเจาะเลือด เจ้าหน้าที่ผู้เจาะเลือดต้องสอบถามชื่อนามสกุล โดยสอบถามกับผู้ป่วยโดยตรง แล้วตรวจกับหลักฐานที่ระบุตัวผู้ป่วยกับใบ request หรือแฟ้มผู้ป่วย หรือป้ายข้อมือของผู้ป่วย 1.3 เมื่อเจาะเลือดเสร็จให้ใส่ specimen ที่ได้ ลงในtubeที่เตรียมไว้ตามข้อ1.1โดยท าต่อหน้า ผู้ป่วย 1.4 ให้ตรวจสอบคุณภาพสิ่งส่งตรวจ เช่น ปริมาณ การแข็งตัวของเลือด ชนิดของ tube เป็นต้น 2. การชี้บ่งสิ่งส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการ 2.1 เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการท าการตรวจสอบสติ๊กเกอร์ที่มีชื่อนามสกุล และ เลขประจ าตัวผู้ป่วย (HN) ของสิ่งส่งตรวจ ให้ตรงกับในระบบคอมพิวเตอร์ หรือใบ request ในทุกขั้นตอน 2.2 กรณีพบความไม่ถูกต้องในการระบุตัวผู้ป่วย ห้องปฏิบัติการต้องปฏิเสธการตรวจนั้นและติดต่อ หน่วยงานที่ส่งตรวจ จนกว่าจะได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องจากหน่วยงานที่ส่ง
กรณีเข้ารับการผ่าตัด 1.Case Elective 1.1 ผู้ช่วยพยาบาลปริ้นท์ใบรับผู้ป่วยจากโปรแกรม HOSxP แล้วน าไปเยี่ยมผู้ป่วยก่อนผ่าตัด ตรวจเยี่ยม ผู้ป่วย แฟ้มประวัติผู้ป่วยที่หอผู้ป่วย หากผู้ป่วยมีความผิดปกติให้ส่งเวรให้เจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัดทุกคน รับทราบขณะรับ-ส่งเวรตอนเช้าของวันที่จะท าการผ่าตัด 1.2 เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ห้องผ่าตัด ตรวจสอบข้อมูลผู้ป่วยในโปรแกรม HOSxP เจ้าหน้าที่ประจ าห้อง Pre–op (ห้องเตรียมการ) ตรวจสอบชื่อ – สกุลผู้ป่วย โดยการสอบถามตรวจสอบป้ายข้อมือ ป้ายติด หน้าอก ให้ตรงกับแฟ้มประวัติผู้ป่วย และสอบถามผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคที่เป็น / การผ่าตัด / ต าแหน่งที่จะ ผ่าตัด 1.3 Scrub nurse ผู้ช่วยเหลือคนไข้ หรือพนักงานบริการ ตรวจสอบรายชื่อผู้ป่วยตามตารางที่ติดไว้หน้า กระดานห้องประชาสัมพันธ์ และตรวจสอบชื่อผู้ป่วย – นามสกุล ที่ป้ายข้อมือ ตรวจสอบแฟ้มประวัติให้ ตรงกัน ก่อนน าผู้ป่วยเข้าห้องผ่าตัด 1.4 Sign in โดยแพทย์ , ทีมวิสัญญี , Scrub Nurse ตามแบบฟอร์ม Surgical Safety Checklist 1.5 Time out in โดยแพทย์ , ทีมวิสัญญี , Scrub Nurse ตามแบบฟอร์ม Surgical Safety Checklist 1.6 Scrub Nurse เป็นผู้บันทึก การท า Surgical Safety Checklist 1.7 Case Emergency ใช้วิธีปฏิบัติตั้งแต่ข้อ 2 - 6 5.แหล่งอ้างอิง สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล(องค์กรมหาชน).(2561).เป้าหมายความปลอดภัยของผู้ป่วย ประเทศไทย พศ.2561 Patient safety goal:SIMPLE Thailand2018, กรุงเทพฯ : เฟมัส แอนด์ซัคเซสฟูล
1.วัตถุประสงค์: เพื่อป้องกันความผิดพลาดของการใส่เลนส์ตาเทียมในผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจก 2.นิยามศัพท์ : ผู้ป่วย หมายถึง ผู้ที่แพทย์พิจารณาให้ผ่าตัดต้อกระจก เลนส์ตาเทียม (Intraocular lens หรือ IOLs) คือวัตถุที่ท าขึ้นมาเพื่อเลียนแบบเลนส์ตา (Lens) ตาม ธรรมชาติของมนุษย์ มีลักษณะใส โปร่งแสง มีขนาดเล็กกว่าปลายนิ้วก้อย มีความโค้งนูนที่ต่างกัน เพื่อหักเห แสงตามค่าสายตาที่ต้องการ 3.หน้าที่รับผิดชอบ :-แพทย์ มีหน้าที่ในการตรวจวินิจฉัย วางแผน/ให้การรักษาและเลือกเลนส์ตาเทียมที่ เหมาะสม -พยาบาลวิชาชีพ มีหน้าที่ในการรับค าสั่งแพทย์ประเมินและวินิจฉัยเพื่อให้การ พยาบาลที่ถูกต้อง จัดเตรียมเลนส์เทียมที่ถูกต้องตามแผนการรักษา 4.ขั้นตอนการปฏิบัติ แนวทางปฏิบัติด้านความถูกต้องการเตรียม IOLs OPD EENT 1. เมื่อค านวณ Power IOLs แล้ว พยาบาลจะติด sticker ระบุชื่อ HN อายุ และแพทย์ผู้ผ่าตัด 2.ในใบเลนส์ประกอบด้วย Power IOLs ตาทั้ง2ข้าง พยาบาลบันทึกค่า VAของตาแต่ละข้างไว้ กรณีที่ตาข้างไหนที่ ผ่าตัดแล้วจะขีดเส้นทะแยงยาวทับและบันทึกว่า IOLs เพื่อป้องกันการสับสน/กรณีใส่IOLsชนิดพิเศษ ติดสติ๊กเกอร์ เขียวที่มีข้อความว่าเลนส์พิเศษ และให้ผป.หรือญาติเซ็นชื่อ ว่าต้องการใช้เลนส์พิเศษที่ใบเลนส์ 3.จักษุแพทย์ผู้ผ่าตัด วงกลมเลือกข้างที่ผ่าตัด และท าเครื่องหมายเลือกชนิดเลนส์+ PowerIOLs ที่จะใช้ และ เซ็นชื่อก ากับ โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน:จักษุ,โสต-ศอ -นาสิก หน้า : ของ : เรื่อง : แนวทางการการตรวจสอบความ ถูกต้องของการใส่เลนส์ตาเทียมในผู้ป่วย ผ่าตัดต้อกระจก วันที่เริ่มใช้:พค65 วันที่แก้ไข :21 สค 66 ทะเบียนเอกสาร: ผู้จัดท า:งานจักษุ ,โสต-ศอ -นาสิก ผู้ทบทวน: ทีม PCT EENT นส.อ้อย เกิดมงคล ต าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
4.พยาบาลลงบันทึก วันที่ผ่าตัด ในใบเลนส์ โดยตรวจสอบความสัมพันธ์ ของVA กับข้างที่แพทย์เลือกผ่าตัด และ scan ไว้ใน HosXP 5.พยาบาลอีก2คน Duble check ความถูกต้องของข้อมูลอีกครั้ง เมื่อถูกต้อง ส่งข้อมูลเข้า Group line ผ่าตัดตา เพื่อให้ห้องผ่าตัดเตรียมเลนส์ให้พร้อมก่อนผ่าตัด 7.หลังผ่าตัดวันรุ่งขึ้นพยาบาลOPD EENT ตรวจสอบความถูกต้องของชนิดเลนส์+ PowerIOLs ที่ใส่และข้างที่ ผ่าตัดอีกครั้งส่วน ของVA ในใบเลนส์จะแก้ไขเขียนค าว่า va c IOLs ตามด้วยค่าสายตาที่วัดได้หลังผ่าตัด และขีด สีแดงทะแยงยาวทับข้างที่ผ่าตัดแล้ว แนวทางปฏิบัติด้านความถูกต้องการเตรียม IOLs OR 4.1 รับแจ้งคิวผู้ป่วยผ่าตัด พร้อมใบเลนส์ ผ่านไลน์กลุ่มพยาบาลผ่าตัดตา 4.2 ปริ๊นใบเลนส์เพื่อจัดเตรียมเลนส์ของผู้ป่วยแต่ละคน 4.3 เช็คชนิดของเลนส์ โมเดลเลนส์ ก าลังเลนส์ วันหมดอายุ ให้ตรงกับใบเลนส์ 4.4 เขียนระบุติดหน้ากล่องเลนส์พร้อมแนบใบเลนส์ไว้ โดยระบุชนิดของเลนส์ โมเดลเลนส์ ก าลัง เลนส์ วันหมดอายุ และชื่อผู้ป่วยให้ตรงกัน 4.5 วันผ่าตัดพยาบาลวิชาชีพประจ าห้องรอก่อนผ่าตัดเมื่อรับผู้ป่วยจากหอผู้ป่วยมาถึงห้องรอผ่าตัด ปฏิบัติดังนี้ 4.5.1 ตรวจเช็คชื่อ-นามสกุลผู้ป่วยให้ตรงกับ Chart 4.5.2 ตรวจเช็คชนิดของเลนส์ โมเดลเลนส์ ก าลังเลนส์ วันหมดอายุให้ตรงกับใบวัดก าลังเลนส์ของ ผู้ป่วยซึ่งติดมากับ OPD Cardของผู้ป่วย/ตรวจสอบใบเสร็จการช าระค่าเลนส์ในกรณีใส่เลนส์พิเศษ 4.5.3 น าเลนส์แก้วตาเทียมที่ตรงกันแล้วติดหน้าChartผู้ป่วย 4.5.4 น าเลนส์แก้วตาเทียมพร้อมChartผู้ป่วยเข้าไปในห้องผ่าตัดตาพร้อมกับผู้ป่วย และส่งต่อ ให้กับพยาบาลวิชาชีพประจ าห้องผ่าตัดตา 4.6 พยาบาลวิชาชีพประจ าห้องผ่าตัดตา เมื่อรับผู้ป่วยพร้อมChart และเลนส์แก้วตาเทียมเข้าไป ในห้องผ่าตัด ปฏิบัติดังนี้ 4.6.1 ตรวจเช็คชื่อ-นามสกุลผู้ป่วยให้ตรงกับChart 4.6.2 ตรวจเช็คชนิดของเลนส์ โมเดลเลนส์ ก าลังเลนส์ วันหมดอายุ ให้ตรงกับใบวัดก าลังเลนส์ของ ผู้ป่วยซึ่งติดมากับOPD Card ของผู้ป่วยอีกครั้ง
4.6.3 เมื่อแพทย์จะใส่เลนส์แก้วตาเทียม ให้ Circulating nurse (พยาบาลวิชาชีพ) ขานชื่อนามสกุลผู้ป่วยชนิดเลนส์ โมเดล ก าลังขยาย วันหมดอายุ ของเลนส์แก้วตาเทียม ก่อนเปิดเลนส์แก้วตาเทียม ทุกครั้ง 4.6.4 เมื่อเปิดเลนส์แก้วตาเทียมแล้ว ให้ผู้ที่เปิดเลนส์แก้วตาเทียม เป็นผู้น าStickerที่ติดมาใน กล่องเลนส์แก้วตาเทียมไปติดใน OPD cardผู้ป่วย, ใบ Operating note ,สมุดลงรายการใช้ Lens และคลิป ติดกับใบคิดราคาผ่าตัดผู้ป่วย ส่วนที่เก็บไว้ห้องผ่าตัดเพื่อน าไปให้ติดในสมุดลงทะเบียนจักษุ 4.6.5 เมื่อเสร็จสิ้นการผ่าตัดให้ Circulating nurse (พยาบาลวิชาชีพ) ตรวจสอบเอกสารผู้ป่วย ทั้งหมดอีกครั้ง แล้วน าเอกสารทั้งหมดออกไปพร้อมกับผู้ป่วยทุกครั้ง หมายเหตุ เมื่อผู้ป่วยเข้าไปในห้องผ่าตัดแล้ว มีเหตุจ าเป็นที่ต้องน าผู้ป่วยออกมารอนอกห้องผ่าตัด ให้น าChartพร้อม เลนส์แก้วตาเทียมของผู้ป่วยออกมาพร้อมกัน เพื่อป้องกันการสับเปลียนChart และ เลนส์แก้วตาเทียม หากมีการเปลี่ยนเลนส์ ให้ใช้สติ๊กเกอร์หมายเหตุในการเปลี่ยนเลนส์ พร้อมให้แพทย์ เซ็นต์ชื่อก ากับด้วยทุกครั้ง แนวทางปฏิบัติด้านความถูกต้องการเตรียม IOLs หอผู้ป่วย 1.ก่อนผ่าตัดพยาบาลหอผู้ป่วย ตรวจสอบความถูกต้องของ ชื่อ HN แพทย์ผู้ผ่าตัด เช็คข้างที่ผ่าตัด และ Power lens ที่แพทย์เลือก ในกรณีใส่IOLs ชนิดพิเศษต้องมีใบเสร็จการช าระค่าเลนส์ ก่อนส่งเข้าOR 2. เมื่อผป.ผ่าตัดแล้วหอผู้ป่วย ตรวจสอบ sticker lens ว่า Power Lensที่ใส่ ตรงกับที่ก าหนดในใบIOLs ที่แพทย์ เลือก และผ่าตัดถูกข้างหรือไม่
1. วัตถุประสงค์ เพื่อเตรียมผู้ป่วยให้มีความพร้อมต่อการผ่าตัด เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน 2. ขอบข่าย เจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัด/ วิสัญญี / ผู้ป่วยและญาติ 3. นิยามศัพท์ การดูแลผู้ป่วยก่อนผ่าตัดที่ห้องรอผ่าตัด เพื่อเป็นการประเมินสภาพผู้ป่วยทั้งร่างกายและจิตใจ ก่อนผ่าตัดท าโดยการซักประวัติการสอบถามข้อมูล ตรวจสอบความถูกต้องของตัวผู้ป่วยทั้งชื่อ สกุล ล าดับ เลขโรงพยาบาล การวินิจฉัยโรค การผ่าตัด เอกสารใบยินยอมรับการผ่าตัด รวมถึงแบบบันทึกต่างๆ และ ประวัติอื่นๆ และการปฏิบัติตัวในระยะผ่าตัด 4. วิธีปฏิบัติ 1. . พยาบาลประชาสัมพันธ์โทรรับผู้ป่วยจากWard โลจิสติกส์น าผู้ป่วยมาส่งที่ห้องรอผ่าตัด โดย เปลี่ยนเปลจากรถเข็นที่ใช้ภายนอกห้องผ่าตัดมายังรถเข็นที่ใช้ภายในห้องผ่าตัด 2. พยาบาลประชาสัมพันธ์รับผู้ป่วยที่ห้องรอผ่าตัดสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้ป่วยแลญาติ แนะน า ตนเอง ให้การต้อนรับผู้ป่วย ให้ค าแนะน าและอธิบายสิ่งที่ผู้ป่วยต้องพบ สภาพแวดล้อมในห้องผ่าตัด ประเมินสภาพร่างกายจิตใจของผู้ป่วย แจ้งข้อมูลจากตารางการผ่าตัด ล าดับการผ่าตัดของผู้ป่วยระยะเวลา โดยประมาณ แนะน าใส่หมวกเพื่อเก็บผม กรณีผู้ป่วยเดินได้ ให้ใส่รองเท้าก่อนเข้าห้องผ่าตัด แจ้งญาติถึง ช่องทางการติดต่อหรือสถานที่พักรอในขณะที่ผู้ป่วยท าหัตถการ กรณีที่ต้องใช้ล่ามหรือญาติ ให้เปลี่ยนใส่ขุด คลุมของห้องผ่าตัด ใส่หมวก แม๊ส รองเท้า ก่อนเข้าห้องผ่าตัด โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน: กลุ่มการพยาบาล หน้า : ของ : เรื่อง : การดูแลผู้ป่วยก่อนผ่าตัดที่ ห้องรอผ่าตัด วันที่เริ่มใช้:พค65 วันที่แก้ไข : ทะเบียนเอกสาร: ผู้จัดท า: งานการพยาบาลผู้ป่วยห้อง ผ่าตัด ผู้ทบทวน: นางคัชรินทร์ อยู่คมโชติ ต าแหน่ง:พยาบาลวิชาชีพช านาญการ ผู้อนุมัติ: นส.อ้อย เกิดมงคล ต าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
3. พยาบาลประชาสัมพันธ์ตรวจสอบเอกสารการเซ็นชื่อ หรือลายพิมพ์นิ้วมือ ในใบยินยอมรับการ ผ่าตัด พร้อมทั้งมีพยานเซ็นต์ชื่อก ากับด้วยทุกครั้ง 4. พยาบาลประชาสัมพันธ์รับผู้ป่วยที่ห้องรอผ่าตัด ตรวจสอบข้อมูลของผู้ป่วย ดังนี้ 4.1 ตรวจสอบความถูกต้องของตัวผู้ป่วยและแผนการผ่าตัด โดยการซักประวัติก่อนผ่าตัดย สอบถามข้อมูลจากผู้ป่วยและญาติชื่อ-สกุล ป้ายข้อมือ ป้ายชื่อติดหน้าอก ประวัติการแพ้ยา แพ้อาหาร ประวัติการผ่าตัด ต าแหน่งและข้างที่ท าผ่าตัด เอกสารใบยินยอมรับการผ่าตัด ถูกต้องตรงกับแฟ้มประวัติ หรือไม่ 4.2 ตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ที่เตรียมมากับผู้ป่วยให้ครบถ้วนตามค าสั่งที่แพทย์ระบุไว้ใน chart เช่น ยา เลนส์แก้วตาเทียม ผลMRI สายสวนปัสสาวะ และอุปกรณ์อื่นๆ 4.3 ตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร ที่ต้องใช้กับผู้ป่วยเช่น ใบเลนส์ แบบขออนุมัติใช้ วัสดุประกอบการผ่าตัด แบบฟอร์มการขอรับค่าใช้จ่ายสูง ใบเสร็จรับเงิน ถ้าไม่ครบโทรแจ้ง Ward 4.4 ตรวจสอบผลทางห้องปฏิบัติการ เช่น ผลการตรวจ ATK PCR ทุกเคส 4.5 ตรวจสอบตามแผนการรักษา การงดน้ า-งดอาหาร อย่างน้อย 8 ชั่วโมง ในเด็กเล็กถ้าดื่ม น้ าควรงด 2 ชั่วโมง ดื่มนมมารดาควรงด 4 ชั่วโมง นมผสม 6 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการส าลักเศษอาหาร ระหว่างให้ยาระงับความรู้สึก 4.6 ตรวจสอบความครบถ้วนของการเตรียมผู้ป่วย การสวนอุจจาระ และการถ่ายปัสสาวะ ความสะอาดของร่างกายทั่วไป ผม เล็บมือ เล็บเท้า หรือทาสีเล็บหรือไม่ เสื้อผ้า หนวดเครา 4.7 ตรวจสอบการเตรียมบริเวณผิวหนังที่จะท าการผ่าตัด ข้าง ต าแหน่ง กรณีมีแผลอักเสบ ผดผื่น ถ้ามีสิ่งผิดปกติรายงานแพทย์เจ้าของไข้ 4.8 ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ติดตัวผู้ป่วย ของมีค่า เครื่องประดับทุกชนิด ฟันปลอม เสื้อหรือชุด ชั้นใน 4.9 ประเมินสัญญาณชีพ ถ้าพบ vital sign ผิดปกติ ความดันโลหิตสูงหรือต่ าหรือผู้ป่วยมี อาการแพ้ยา อาหาร ตามใบ Pre-op ต้องแจ้งแพทย์วิสัญญีด้วยทุกครั้ง 5. กรณีผู้ป่วยต้องนอนรอผ่าตัด เอาไม้กั้นเตียงขึ้นป้องกันอุบัติเหตุดูแลผู้ป่วยขณะรอผ่าตัด 6. กรณีผู้ป่วยต้องรอผ่าตัด กรณีเคสเชื้อดื้อยา ให้น าผ้ามาคลุมตัวผู้ป่วย และเตรียมถุงขยะแดง 7. กรณีผู้ป่วยเคสโควิด 19 infection ผู้ป่วยมาถึง พยาบาลวิสัญญี และคนงาน ใส่ชุด PAPR มารับ น าตัวผู้ป่วยเข้าห้องผ่าตัด โดยไม่ต้องเปลี่ยนเตียง 8.กรณีผู้ป่วยวิกฤตมีท่อช่วยหายใจและต้องให้ออกซิเจนตลอดเวลา ตรวจสอบความพร้อมเช่น การ เตรียมถังออกซิเจน Ambu bag เมื่อผู้ป่วยถูกส่งขึ้นมาที่ห้องรอผ่าตัด แจ้งพยาบาลวิสัญญีมารับผู้ป่วยทุก ครั้ง 9. อธิบายให้ผู้ป่วยรับทราบขั้นตอนการปฏิบัติตัวในระยะผ่าตัดโดยสังเขป
10. ให้สุขศึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวก่อนและหลังผ่าตัด เช่น แผลผ่าตัด ท่อระบาย และอุปกรณ์ ต่างๆ ที่ติดมากับผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยมีความรู้สึกปลอดภัยและมีทัศนคติที่ดีต่อการผ่าตัด 11. Circulating nurse และ คนงาน เข็นเปลนอน/ เปลนั่ง ส่งผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัด 12. เครื่องชี้วัดคุณภาพ ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดตามแผนการรักษา เอกสารอ้างอิง 1. http://huahinhospital.go.th 2. https:// archive.lib.cmu.ac.th 3. Association of Perioperative Registered nurses. Perioperative Standards and Recommended practices. Denver ( CO ): AORN; 2513. 4. Yilmaz M, Sezer H, Bekar M. Predictors of Perioperative anxiety in Surgical Inpatients. J Clin Nurs 2011; 21:956-64
1. วัตถุประสงค์ 1.1 เพื่อป้องกันการใส่เลนส์แก้วตาเทียมให้ผู้ป่วยผิดคน ผิดขนาด (ก าลังเลนส์) 1.2 เพื่อตรวจก าลังขยายของเลนส์แก้วตาเทียมให้ตรงกับใบวัดก าลังเลนส์ของผู้ป่วย 2. ค านิยามศัพท์ 2.1 การเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม คือการรักษาภาวะสายตาผิดปกติ เลนส์แก้วตาเทียมซึ่งมีหน้าที่ ช่วยโฟกัสการมองเห็นที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อแทนที่แก้วตาธรรมชาติ ในกรณีที่แก้วตาธรรมชาติที่มีอยู่เป็นโรค ต้อกระจก เกิดแก้วตาขุ่นมัว บดบังการมองเห็น จ าเป็นต้องเอาออกจากดวงตาของผู้ป่วย เมื่อเอาแก้วตา ธรรมชาติออกไปแล้ว ตาคนๆนั้นก็จะขาดแก้วตา (เลนส์/Lens) ซึ่งท าหน้าที่รวมแสงท าให้เกิดภาพที่จอตา เกิดการมองเห็นวัตถุ ภายนอกให้ตกลงพอดีที่จอประสาทตา 2.2 เลนส์แก้วตาเทียม คือเลนส์ที่มีก าลังขยายใช้ใส่เข้าไปในดวงตาแทนที่เลนส์แก้วตาธรรมชาติใน การผ่าตัดต้อกระจก เพื่อแก้ไขปัญหาสายตาผิดปกติการใส่เลนส์เทียมเป็นการเปลี่ยนก าลังขยายของเลนส์ แก้วตา ซึ่งจะช่วยรักษาสายตาสั้นหรือยาวได้โดยไม่เกี่ยวข้องกับกระจก 2.3 การตรวจเช็คเลนส์แก้วตาเทียม คือการตรวจก าลังขยายของเลนส์แก้วตาเทียมที่รับมาจาก ห้องตรวจตาให้ตรงกับใบวัดก าลังเลนส์ของผู้ป่วย เพื่อป้องกันการใส่เลนส์แก้วตาเทียมให้ผู้ป่วยผิดข้าง ผิด คน 3. หน้าที่รับผิดชอบ 3.1 หอผู้ป่วยใน หอผู้ป่วยนอก(ห้องตรวจตา) และงานห้องผ่าตัด 4. ขั้นตอนการปฏิบัติ 4.1 รับแจ้งคิวผู้ป่วยผ่าตัด พร้อมใบเลนส์ ผ่านไลน์กลุ่มพยาบาลผ่าตัดตา 4.2 ปริ๊นใบเลนส์เพื่อจัดเตรียมเลนส์ของผู้ป่วยแต่ละคน 4.3 เช็คชนิดของเลนส์ โมเดลเลนส์ ก าลังเลนส์ วันหมดอายุ ให้ตรงกับใบเลนส์ โรงพยาบาลศรี สังวาลย์ มาตรฐานส าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน: กลุ่มการพยาบาล หน้า : ของ : เรื่อง : การตรวจเช็คเลนส์ แก้วตาเทียมในผู้ป่วยผ่าตัด ต้อกระจก วันที่เริ่มใช้:พค65 วันที่แก้ไข : ทะเบียนเอกสาร: ผู้จัดท า: คณะกรรมการ วิชาการ กลุ่มการพยาบาล ผู้ทบทวน: นส.สุกัญญา พุทธก้อน ต าแหน่ง:เลขาคกก.วชก.กลุ่มการ พยาบาล ผู้อนุมัติ: นส.อ้อยเกิมงคล ต าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
4.4 เขียนระบุติดหน้ากล่องเลนส์พร้อมแนบใบเลนส์ไว้ โดยระบุชนิดของเลนส์ โมเดลเลนส์ ก าลัง เลนส์ วันหมดอายุ และชื่อผู้ป่วยให้ตรงกัน 4.5 วันผ่าตัดพยาบาลวิชาชีพประจ าห้องรอก่อนผ่าตัดเมื่อรับผู้ป่วยจากหอผู้ป่วยมาถึงห้องรอผ่าตัด ปฏิบัติดังนี้ 4.5.1 ตรวจเช็คชื่อ-นามสกุลผู้ป่วยให้ตรงกับ Chart 4.5.2 ตรวจเช็คชนิดของเลนส์ โมเดลเลนส์ ก าลังเลนส์ วันหมดอายุให้ตรงกับใบวัดก าลังเลนส์ของ ผู้ป่วยซึ่งติดมากับ OPD Cardของผู้ป่วย 4.5.3 น าเลนส์แก้วตาเทียมที่ตรงกันแล้วติดหน้าChartผู้ป่วย 4.5.4 น าเลนส์แก้วตาเทียมพร้อมChartผู้ป่วยเข้าไปในห้องผ่าตัดตาพร้อมกับผู้ป่วย และส่งต่อ ให้กับพยาบาลวิชาชีพประจ าห้องผ่าตัดตา 4.6 พยาบาลวิชาชีพประจ าห้องผ่าตัดตา เมื่อรับผู้ป่วยพร้อมChart และเลนส์แก้วตาเทียมเข้าไป ในห้องผ่าตัด ปฏิบัติดังนี้ 4.6.1 ตรวจเช็คชื่อ-นามสกุลผู้ป่วยให้ตรงกับChart 4.6.2 ตรวจเช็คชนิดของเลนส์ โมเดลเลนส์ ก าลังเลนส์ วันหมดอายุ ให้ตรงกับใบวัดก าลังเลนส์ของ ผู้ป่วยซึ่งติดมากับOPD Card ของผู้ป่วยอีกครั้ง 4.6.3 เมื่อแพทย์จะใส่เลนส์แก้วตาเทียม ให้ Circulating nurse (พยาบาลวิชาชีพ) ขานชื่อนามสกุลผู้ป่วยชนิดเลนส์ โมเดล ก าลังขยาย วันหมดอายุ ของเลนส์แก้วตาเทียม ก่อนเปิดเลนส์แก้วตาเทียม ทุกครั้ง 4.6.4 เมื่อเปิดเลนส์แก้วตาเทียมแล้ว ให้ผู้ที่เปิดเลนส์แก้วตาเทียม เป็นผู้น าStickerที่ติดมาใน กล่องเลนส์แก้วตาเทียมไปติดใน OPD cardผู้ป่วย, ใบ Operating note ,สมุดลงรายการใช้ Lens และคลิป ติดกับใบคิดราคาผ่าตัดผู้ป่วย ส่วนที่เก็บไว้ห้องผ่าตัดเพื่อน าไปให้ติดในสมุดลงทะเบียนจักษุ 4.6.5 เมื่อเสร็จสิ้นการผ่าตัดให้ Circulating nurse (พยาบาลวิชาชีพ) ตรวจสอบเอกสารผู้ป่วย ทั้งหมดอีกครั้ง แล้วน าเอกสารทั้งหมดออกไปพร้อมกับผู้ป่วยทุกครั้ง หมายเหตุ เมื่อผู้ป่วยเข้าไปในห้องผ่าตัดแล้ว มีเหตุจ าเป็นที่ต้องน าผู้ป่วยออกมารอนอกห้องผ่าตัด ให้น าChartพร้อม เลนส์แก้วตาเทียมของผู้ป่วยออกมาพร้อมกัน เพื่อป้องกันการสับเปลียนChart และ เลนส์แก้วตาเทียม หากมีการเปลี่ยนเลนส์ ให้ใช้สติ๊กเกอร์หมายเหตุในการเปลี่ยนเลนส์ พร้อมให้แพทย์ เซ็นต์ชื่อก ากับด้วยทุกครั้ง
5. แหล่งอ้างอิง WI การพยาบาลผู้ป่วยก่อนผ่าตัด กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลบุรีรัม (2563) ค้นเมื่อ23 พ.ค.2565 จาก https://www.brh.go.th/attachments/article/591/WISurg-221164.pdf เรื่องควรรู้เกี่ยวกับเลนส์แก้วตาเทียม คลินิกจักษุ ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (2563) ค้นเมื่อ23 พ.ค.2565 จาก HTTPS://WWW.YOUTUBE.COM/WATCH?V=AZ3JKW8BGOK
โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน: กลุ่มการพยาบาล หน้า : ของ : เรื่อง: การบริหารจัดการเลนส์ แก้วตาเทียม วันที่เริ่มใช้: วันที่แก้ไข : ทะเบียนเอกสาร: ผู้จัดท า: คณะกรรมการวิชาการ กลุ่มการพยาบาล ผู้ทบทวน: น.ส.สุกัญญา พุทธก้อน ต าแหน่ง:พยาบาลวิชาชีพปฎิบัติการ ผู้อนุมัติ: นส.อ้อย เกิดมงคล ต าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล วิธีปฏิบัติเรื่องการบริหารจัดการเลนส์แก้วตาเทียม วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้มีเลนส์แก้วตาเทียมมีหมุนเวียนพร้อมใช้ส าหรับผู้ป่วยที่ต้องการผ่าตัดใส่เลนส์แก้วตาเทียม 2. เพื่อให้การดูแลจัดการเลนส์แก้วตาเทียมเป็นไปอย่างมีระบบ เป็นแนวทางการจัดการเดียวกัน และสะดวกต่อ ผู้ปฏิบัติงาน 3. เพื่อป้องการความเสี่ยงหรือข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการดูแลจัดการเลนส์แก้วตาเทียม นิยามศัพท์ เลนส์แก้วตาเทียม หมายถึง วัสดุที่ใส่เข้าไปในลูกตาทดแทนเลนส์แก้วตาธรรมชาติหลังการผ่าตัดต้อกระจก และอยู่ ในตาได้อย่างถาวร ซึ่งจะแบ่งออกเป็น2ประเภทหลัก คือ เลนส์แข็งพับไม่ได้ และเลนส์นิ่มพับได้ การบริหารจัดการ หมายถึง กระบวนการของกิจกรรมที่ต่อเนื่อง เป็นระบบ มีแนวทางในการปฏิบัติร่วมการใน องค์กร และมีประสานงานกัน เพื่อให้เกิดประโยนช์สูงสุด หน้าที่รับผิดชอบ งานห้องผ่าตัด และงานผู้ป่วยนอก(ห้องตรวจตา) ขั้นตอนการปฏิบัติ 1. เมื่อผู้ป่วยมาเข้ารับบริการตรวจที่ห้องตรวจตาแพทย์จะท าการวัดค่าสายตาและเลือกเลนส์ที่จะใช้ผ่าตัด จากนั้น ท าการนัดวันผ่าตัดและส่งต่อข้อมูลให้พยาบาลประจ าห้องตรวจ โดยพยาบาลประจ าห้องตรวจจะท าการลง ข้อมูลในระบบHOSxP รวมไปถีงการถ่ายรูปลงในไลน์กลุ่มของงานห้องผ่าตัดและงานผู้ป่วยนอก(ห้องตรวจตา) เพื่อเป็นการแจ้งให้ห้องผ่าตัดทราบ และเตรียมจัดเลนส์ต่อไป 2. ที่ห้องผ่าตัดจะมีการสต็อกเลนส์บางส่วนไว้เพื่อไว้ใช้จัดเลนส์และเผื่อส าหรับผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัดด่วน
3. เจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัดที่ได้รับผิดชอบท าการปริ๊นใบจัดเตรียมเลนส์ออกมา เพื่อจัดเตรียมเลนส์ให้ผู้ป่วยเป็นรายคน แยกเป็นวันที่มาผ่าตัด และเตรียมท าใบเสนอความต้องการเบิกเลนส์ทดแทนในสต็อกของห้องผ่าตัด
4. มีการจัดท าบัญชีจ านวนเลนส์คงคลัง และบันทึกทุกครั้งเมื่อมีการใช้และเมื่อมีเลนส์เพิ่มมาในคลัง ทั้งนี้เพื่อช่วยใน การทราบจ านวนเลนส์แต่ละชนิด แต่ละ Power lens และสามารน าข้อมูลนี้ไปใช้ประการการท าใบเสนอความ ต้องการเบิกเลนส์ได้ 5. กรณีจัดเก็บเลนส์ จะแยกตามชนิดและ Power lens รวมไปถึงการน าหลักทฤษฎีFIFO (First In First Out) มา ใช้ในการจัดเก็บเลนส์
6. ทุกเดือนจะมีการตรวจเช็ควันหมดอายุของเลนส์ และติดต่อบริษัทเพื่อท าการแลกเปลี่ยนเลนส์(หากใกล้หมดอายุ หรือมีอายุเหลือใช้น้อยกว่า6เดือน) โดยหวังผลป้องกันเลนส์หมดอายุ 7. ก่อนเริ่มงานท าการตรวจเช็คเลนส์ที่เตรียมไว้กับข้อมูลผู้ป่วยที่มาผ่าตัดในวันนั้นๆว่าตรงกันหรือไม่อีกครั้ง โดยจะ มีใบติดหน้ากล่องเลนส์ซึ่งจะประกอบไปด้วยชื่อ-นามสกุลผู้ป่วย ชนิดของเลนส์ A-Constant Power lens ข้างที่ ผ่าตัด รวมไปถึงวันหมดอายุ เพื่อป้องกันความผิดพลาดและเป็นการสื่อสารกันในทีม (การตรวจเช็คเลนส์จะมีการ อธิบายอย่างละเอียดในหัวข้อการตรวจเช็คเลนส์)
8. กรณีแพทย์ต้องการเปลี่ยนชนิดเลนล์ หรือ Power lens ขณะผ่าตัดทีมจะมีสติกเกอร์ไว้แปะสื่อสารการในทีมและ องค์กร โดยจะแปะไว้ที่ใบเลนส์และใบ OPD Card 9. กรณีที่มีเลนส์ contaminated ให้เก็บชิ้นส่วนเลนส์ อุปกรณ์และสติกเกอร์เลนส์ใส่ไว้ในกล่องเช่นเดิม ปิดกล่อง ให้มิดชิด ติดหน้ากล่องว่า contaminated แล้วน าไปเก็บไว้ในตะกร้าใส่เลนส์contaminated เพื่อท าการ ติดต่อแลกเลนส์กับบริษัท(ในกรณีที่แลกได้)
เอกสารอ้างอิง 1. American Academy of Ophthalmology (AAO) (2011). Preferred practice pattern guideline: Cataract in the adult eye. [Internet] 2012. [cite 2022 May 19]. Available from:http://www. aao.org/ ppp 2. Ring N, Malcolm C, Coull A, MurphyBlack T, & Watterson A. Nursing best practice statements: An exploration of their implementation in clinical practice. J Clin Nurs 2015; 14(9): 1048-58. 3. สุชาดา ภัทรมงคลฤทธิ์. ภาควิชาการ พยาบาลศัลยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.การฟื้น ตัวของผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจก. [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 19 พ.ค. 2565] เข้าถึงได้จาก: http://www.ns.mahidol.ac.th/english/ th/departments/SN/KM/57/suchada.h tml 4. จริยา ลิมานันท์. การจัดเก็บและการใช้งานอุปกรณ์ปราศจากเชื้อ. [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 19 พ.ค. 2565] เข้าถึงได้จาก: http://bsthhos.com/wp-content/uploads/2018/03/เก็บ-ใช้-sterile59-1 5. มหาวิทยาลัยสยาม.ทฤษฎี FIFO (First In First Out). [อินเทอร์เน็ต]. 2558 [เข้าถึงเมื่อ 19 พ.ค. 2565] เข้าถึงได้จาก : http://www.researchsystem.siam.edu/images/thesistee/computer_science/ 1_2558/online_inventory_samphaothong/06_ch2.pdf
1. วัตถุประสงค์ เพื่อยืนยันความถูกต้องของการบ่งชี้ตัวผู้ป่วย คือ ถูกคน ถูกชนิดหัตถการ ถูกต าแหน่ง ที่จะท าการผ่าตัด / หัตถการ 2. ค านิยามศัพท์ การบ่งชี้ตัวผู้ป่วย ( Patients Identification) หมายถึง การตรวจสอบหรือระบุตัวตนของผู้ป่วย ในการสอบถามและทบทวนข้อมูลจากผู้ป่วยกับแฟ้มเวชระเบียนให้ถูกต้อง ตรงกัน ก่อน ขณะหละ หลังเข้ารับบริการ เพื่อป้องกันการให้การรักษาพยาบาลผิดคน โดยใช้ตัวบ่งชี้อย่างน้อย 2 ตัว เช่น ชื่อ นามสกุล อายุ วันเดือนปีเกิด เลข HN เลขบัตรประจ าตัวประชาชน เป็นต้น เพื่อยืนยันตัวบุคคล ก าหนดให้มีวิธีการบ่งชี้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กรและจัดให้มีวิธีปฏิบัติที่ชัดเจนในการบ่งชี้ ผู้ป่วย 3. หน้าที่รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัดทุกคน 4. ขั้นตอนการปฏิบัติ Case Elective 4.1 ผู้ช่วยพยาบาลปริ้นท์ใบรับผู้ป่วยจากโปรแกรม HOSxP แล้วน าไปเยี่ยมผู้ป่วยก่อนผ่าตัด ตรวจเยี่ยมผู้ป่วย แฟ้มประวัติผู้ป่วยที่หอผู้ป่วย หากผู้ป่วยมีความผิดปกติให้ส่งเวรให้ เจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัดทุกคนรับทราบขณะรับ-ส่งเวรตอนเช้าของวันที่จะท าการผ่าตัด โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มาตรฐานส าหรับวิธีการปฏิบัติ (STANDARD OPERATING PROCEDURE) โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ หน่วยงาน: กลุ่มการพยาบาล หน้า : ของ : เรื่อง : การสอบทานก่อนท าการ ผ่าตัดและการท าหัตถการส าคัญ วันที่เริ่มใช้: วันที่แก้ไข : ทะเบียนเอกสาร: ผู้จัดท า: งานการพยาบาลผู้ป่วย ห้องผ่าตัด ผู้ทบทวน: น.ส.อ้อมใจ โชติฐานนนท์ ต าแหน่ง: พยาบาลวาชีพปฏิบัติการ ผู้อนุมัติ: นส.อ้อย เกิดมงคล ต าแหน่ง:หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพยาบาล
4.2 เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ห้องผ่าตัด ตรวจสอบข้อมูลผู้ป่วยในโปรแกรม HOSxP เจ้าหน้าที่ประจ าห้อง Pre–op (ห้องเตรียมการ) ตรวจสอบชื่อ – สกุลผู้ป่วย โดยการ สอบถามตรวจสอบป้ายข้อมือ ป้ายติดหน้าอก ให้ตรงกับแฟ้มประวัติผู้ป่วย และ สอบถามผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคที่เป็น / การผ่าตัด / ต าแหน่งที่จะผ่าตัด 4.3 Scrub nurse ผู้ช่วยเหลือคนไข้ หรือพนักงานบริการ ตรวจสอบรายชื่อผู้ป่วยตามตาราง ที่ติดไว้หน้ากระดานห้องประชาสัมพันธ์ และตรวจสอบชื่อผู้ป่วย – นามสกุล ที่ป้ายข้อมือ ตรวจสอบแฟ้มประวัติให้ตรงกัน ก่อนน าผู้ป่วยเข้าห้องผ่าตัด 4.4 Sign in โดยแพทย์, ทีมวิสัญญี, Scrub Nurse ตามแบบฟอร์ม Surgical Safety Checklist 4.5 Time out in โดยแพทย์ , ทีมวิสัญญี, Scrub Nurse ตามแบบฟอร์ม Surgical Safety Checklist 4.6 Scrub Nurse เป็นผู้บันทึก การท า Surgical Safety Checklist Case Emergency ใช้วิธีปฏิบัติตั้งแต่ข้อ 2 - 6 5. แหล่งอ้างอิง สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล(องค์กรมหาชน).(2561).เป้าหมายความปลอดภัยของผู้ป่วย ประเทศไทย พศ.2561 Patient safety goal:SIMPLE Thailand2018, กรุงเทพฯ : เฟมัส แอนด์ซัคเซสฟูล