The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานทางวิชาการ อัญมณี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aunyamanee.t, 2022-12-20 07:20:05

รายงานทางวิชาการ อัญมณี

รายงานทางวิชาการ อัญมณี

รายงานทางวิชาการ
เรอ่ื ง การศกึ ษาแนวคิดการจัดการเรยี นรู้ในยุคปฏิรูปการศกึ ษา

โดย
นางสาวอญั มณี ถนอมทรพั ย์
รหสั นักศึกษา 643050341-4

รายงานนเี้ ปน็ ส่วนหนึง่ ของวิชานวตั กรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ 2 / 2565

สาขาวิชาการสอนภาษาไทย คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแกน่



คานา

รายงานทางวชิ าการเร่ือง การศึกษาแนวคดิ การจัดการเรียนรู้ในยคุ ปฏิรูปการศึกษา น้ีเป็นส่วนหนึ่ง
ของวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ มจี ุดประสงคเ์ พือ่ ศึกษาหาความรูเ้ ก่ียวกับการจดั ทา
การเขียนรายงานทางวิชาการ ซ่งึ รายงานฉบับนม้ี เี น้ือหาเกี่ยวกบั แนวคดิ วธิ ีการใชส้ ่อื การสอน การเปลีย่ นแปลง
การจดั การเรียนรใู้ นยุคปฏริ ูปการศกึ ษา ซงึ่ ทาให้ทราบถงึ ความเปลี่ยนแปลงและวิธีการที่สามารถนามาปรับใชใ้ น
การจดั การเรยี นการสอนสาหรับวิชาชีพครู ขา้ พเจ้าหวังวา่ เนอ้ื หาในรายงานทางวิชาการฉบบั นี้จะเป็นประโยชน์ตอ่
ผู้ท่ีสนใจเปน็ อยา่ งดี

อัญมณี ถนอมทรัพย์
ผู้จัดทา

สารบญั ข

เร่อื ง หนา้

แนวความคดิ ในการปฏิรปู การศกึ ษา 1
แนวคิดในการปฏิรปู การศกึ ษา 1
แนวโนม้ และกระบวนการเปล่ยี นแปลงทางหลักสูตรและการสอน 1
(Trend and changing processes in curriculum and instruction)
2
- แนวโน้มดา้ นบวก 3
- เเนวโนม้ ดา้ นลบ 4-5
กระบวนการเปลี่ยนแปลงหลกั สตู ร 5-6
บทบาทของเทคโนโลยสี ารสนเทศ 6
บทบาทใหมข่ ององคก์ ร 6-7
การพัฒนาการเรยี นการสอน 7
รูปแบบกระบวนการเรยี นการสอน 8-9
การจดั การศึกษา 9
สรปุ 10
อ้างอิง

1

แนวความคดิ ในการปฏริ ูปการศึกษา

ระบบการศกึ ษาในปัจจุบันพัฒนาไม่ทันกบั การเปล่ียนแปลง โดยเห็นได้จากพนักงานของบริษัทต่าง ๆ ต้องใช้
เวลารวมถงึ คา่ ใชจ้ า่ ยในการฝึกอบรมให้พนักงานสามารถทางานได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ นอกจากนน้ั ยงั มีการปรับ
รอื้ ระบบของบริษทั ครั้งยิ่งใหญ่ ทัง้ น้ีก็เพราะต้องการแข่งขันเพอ่ื ความอยู่รอดกอ่ ใหเ้ กดิ เอกลักษณเ์ ฉพาะตัวของ
ธรุ กจิ และวถิ ีของกลุ่มคนรวมกบั วฒั นธรรม และความเป็นตวั ของตวั เองหรอื ท่เี รียกวา่ ปจั เจกชนธรุ กจิ จงึ ต้อง
สนองตอบความหลากหลายน้ี ขณะท่ีการศึกษากาลงั ดาเนินการผลติ คนทีเ่ หมาะสมกบั สงั คมยุค
อุตสาหกรรม หมายถึงทุกอย่างผลิตออกมาเหมอื นกนั หมดไมส่ ามารถสรา้ งสรรค์ผลงาน และสร้างคนใหม้ ีพลงั
สรา้ งสรรคท์ ่จี ะคิดรเิ ร่ิมส่ิงใหม่ ๆ ใหเ้ กิดขึ้นและมงี านท่ีไม่เคยทามาก่อน ดังนนั้ ระบบการศึกษาซึง่ มหี นา้ ท่ีเตรยี มคน
สาหรบั งานในอนาคตจะต้องเป็นภาระทนี่ กั การศึกษา บริษัท ห้างร้าน และสังคมตอ้ งร่วมมือกันปฏิรูปข้ึนมาหใหม่
(F.J. Eyschen. 1994)

แนวความคิดในการปฏริ ปู การศกึ ษา

การเรียนรู้ในยุคเทคโนโลยสี ารสนเทศจะไมจ่ ากัดอยู่เฉพาะในห้องเรียนและครู การเรยี นการสอนแบบ
ดงั่ เดิมจะลดน้อยลง ความสมั พันธร์ ะหว่างผสู้ อนจะเปลี่ยนแปลงไปเกิดกระบวนการเรยี นร้แู บบใหม ่และเป็น
ตัวนาในการสร้างบรษิ ัทใหมจ่ ึงจาเป็นตอ้ งปรับปรงุ โครงสร้างระบบพัฒนาองค์ความรู้ใหม่จากองคค์ วามรเู้ ดิมทีม่ ีอยู่
โดยเฉพาะองคก์ รการพัฒนาการเรียนการสอน และสภาพแวดลอ้ มทางการศึกษา

แนวโนม้ และกระบวนการเปลยี่ นแปลงทางหลักสูตรและการสอน (Trend and changing processes in
curriculum and instruction)
ปัจจบุ ันโลกมกี ารเปล่ยี นแปลงไปอย่างรวดเรว็ เราจึงตอ้ งมีการพัฒนาเพ่ือพร้อมรบั ความเปลย่ี นแปลง เพ่ือให้
สามารถดารงอยแู่ ละก้าวเขา้ สู่การศึกษาศตวรรษที่ 21 ซ่ึงวิจารณ์ พานชิ (2555). ได้กลา่ ววา่ การศึกษาใน
ศตวรรษที่ 21 ต้องเตรียมคนออกไปเป็นคนคนทางานที่ใชค้ วามรู้ (knowledge worker) และเป็นบคุ คลพร้อม
เรยี นรู้ (learning person) ไม่วา่ จะประกอบ สมั มาชีพใด มนุษย์ในศตวรรษท่ี 21 ต้องเปน็ บุคคลพร้อมเรียนรู้และ
เปน็ คนทางานท่ใี ช้ความรู้ แม้จะเป็นชาวนาหรอื เกษตรกรก็ตอ้ งเปน็ คนทพ่ี ร้อมเรยี นรู้และเป็นคนทางานที่ใช้
ความรู้ ดงั นนั้ ทักษะทส่ี าคัญทสี่ ุดของศตวรรษ ที่ 21 จงึ เป็นทกั ษะของการเรยี นรู้ (learning skills) การศกึ ษาใน
ศตวรรษท่ี ๒๑ จาต้องเปน็ เช่นนก้ี เ็ พราะต้องเตรยี มคน ไปเผชิญการเปลยี่ นแปลงท่ี รุนแรง พลกิ ผัน และคาดไมถ่ งึ
คนยคุ ใหม่ จึงต้องมีทกั ษะสงู ในการเรยี นรแู้ ละปรับตัว

ดังนน้ั แนวโนม้ การจัดการศกึ ษาใหค้ นในศตวรรษที่ 21 จงึ จาเป็นต้องให้มีทักษะ 3R x 7C ซ่งึ 3R ได้แก่ Reading
(อ่านออก), (W)Riting (เขยี นได้) และ (A)Rithmetics (คดิ เลขเป็น) และ 7C ไดแ้ ก่

 Critical thinking & problem solving (ทักษะด้านการคิด อย่างมีวจิ ารณญาณ และทักษะในการ
แก้ปัญหา)

2

 Creativity & innovation (ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวตั กรรม)
 Cross-cultural understanding (ทักษะดา้ นความเข้าใจต่าง วัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์)
 Collaboration, teamwork & leadership (ทักษะดา้ นความร่วมมือ การทางานเป็นทีม และภาวะ

ผู้นา)
 Communications, information & media literacy (ทกั ษะดา้ น การส่ือสาร สารสนเทศ และ

รู้เท่าทนั สอ่ื )
 Computing & ICT literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี สารสนเทศและการส่อื สาร)
 Career & learning skills (ทกั ษะอาชีพ และทักษะการเรยี นร)ู้
สาหรบั ประเทศไทยเองน้ัน มีแนวโนม้ ด้านการศึกษาท่ีกาลังจะเปล่ียนแปลงไป ดงั นี้

แนวโน้มด้านบวก
1. หลักสูตรใหม่เกิดข้ึนจานวนมาก จากการเปลย่ี นแปลงและการแข่งขนั ในด้านเศรษฐกจิ และ อุตสาหกรรม

ทาให้คนในสังคมต้องการเพ่ิมความรูค้ วามสามารถให้ทันต่อการเปลย่ี นแปลง จงึ หันมาสนใจศึกษาต่อในหลักสูตรที่
ตอบสนองตอ่ การเปลย่ี นแปลงของเศรษฐกจิ ดงั นัน้ เพ่ือตอบสนองต่อความต้องการของคนในสงั คม
สถาบนั การศึกษาจึงมงุ่ พฒั นาหลกั สูตรใหม่ ๆ อาทิ หลักสตู รท่บี รู ณาการระหว่างสองศาสตร์ข้นึ ไป เช่น ระดับ
อาชีวศึกษาหลักสตู รเดียวจะมีหลายสาขาวิชา เรียนชา่ งยนตจ์ ะผนวกการตลาดและการบัญชเี ข้าไปด้วย เป็นตน้
หลักสูตรทใี่ ห้ปริญญาบตั ร 2 ใบ และมกี ารพัฒนาหลักสูตรใหท้ ันสมัยตลอดเวลา
2.หลักสตู รนานาชาตมิ ีแนวโนม้ มากข้ึน เน่ืองจากสภาพยุคโลกาภวิ ตั น์ที่มีการเช่ือมโยงดา้ นการค้าและการลงทุน
ทาใหต้ ลาดแรงงานในอนาคตตอ้ งการคนท่ีมคี วามสามารถดา้ นภาษาต่างประเทศ ส่งผลให้ความต้องการการศึกษา
ทเ่ี ปน็ ภาษาสากลมีมากขึ้น ที่สาคัญการเปิดเสรีทางการศึกษา ยังเป็นโอกาสให้สถาบนั การศึกษาจากต่างประเทศ
เข้ามาจัดการศึกษาในประเทศไทย และเปิดหลกั สูตรภาษาตา่ งประเทศ เชน่ ภาษาองั กฤษ ภาษาจีน ภาษาญป่ี นุ่
ฯลฯ ยงิ่ มีสว่ นกระต้นุ ให้หลกั สตู รการศกึ ษานานาชาตมิ ีแนวโน้มได้รบั ความนิยมมากขนึ้ แต่เน่ืองจากหลกั สตู ร
นานาชาตมิ คี ่าใชจ้ า่ ยสงู ดังน้ัน การเรยี นในหลกั สูตรนี้ยังคงจากัดอยู่ในกลมุ่ ผู้เรยี นท่ีมฐี านะดี

3. การจดั การศกึ ษามคี วามเปน็ สากลมากขึ้น สภาพโลกาภวิ ัตนท์ ม่ี กี ารเช่อื มโยงในทกุ ด้านร่วมกันท่ัวโลก ส่งผลให้
เกิดการเคล่ือนยา้ ยองค์ความรู้ กฎกติกา การดาเนินการด้านตา่ ง ๆ ทงั้ การคา้ การลงทุน การศกึ ษา เศรษฐกิจ
สังคม และวฒั นธรรม เช่ือมต่อถงึ กัน ประกอบการเปดิ เสรีทางการศกึ ษา ส่งผลใหเ้ กิดการหลงั่ ไหลหลักสูตรการ
เรยี นการสอน บุคลากรด้านการสอน หลกั สูตร จากสถาบนั การศกึ ษาตา่ งประเทศเข้าสู่ไทย อนั มีผลทาใหเ้ กิดการ
เปรียบเทยี บและผลกั ดนั ให้สถาบันการศึกษาไทยต้องพัฒนาการจัดการศึกษาท่ีมีความเป็นสากลทเี่ ปน็ ทีย่ อมรบั อีก
ท้ังการเปิดเสรีทางการคา้ และการลงทุนกับนานาประเทศของไทย ได้สง่ ผลให้เกดิ ความต้องการการศึกษาทม่ี ี
คณุ ภาพทัดเทียมในระดบั สากล

4.ความเหลื่อมลา้ ด้านโอกาสทางการศกึ ษาลดลง เน่อื งจากสภาพการเรียกรอ้ งสิทธิมนุษยชนท่ีเป็นกระแส
ระดบั โลกเกิดขนึ้ ควบคู่กบั คลื่นประชาธปิ ไตยแผข่ ยายวงกว้างถึงไทย รฐั ธรรมนญู ฉบับใหม่ที่ส่งเสริมการเพม่ิ สิทธิ
เสรภี าพแกป่ ระชาชน อกี ท้ังสภาพการใช้เทคโนโลยีสง่ เสริมการเรยี นการสอน ทาใหช้ อ่ งทางการเผยแพร่ข้อมูล
ขา่ วสารเข้าถงึ คนได้อยา่ งกวา้ งขวาง อยา่ งไรก็ตาม อาจเปน็ ไดว้ ่าความเหลอื่ มล้าดา้ นโอกาสทางการศึกษาจะลดลง

3

ในกลุ่มสถาบันการศึกษาของรัฐ สว่ นการจดั การศกึ ษาโดยสถาบนั การศึกษาเอกชน ผู้เรียนที่ครอบครัวมีรายไดน้ ้อย
อาจเขา้ รบั บริการทางการศึกษาไดล้ ดลง เน่ืองจากคา่ เลา่ เรียนแพง

5.โอกาสรับบริการทางการศกึ ษาท่ีมีคุณภาพเพิ่มขึ้น เม่ือเปดิ เสรีทางการศกึ ษา จะก่อเกิดการแข่งขนั ใน
การจดั การศึกษาทงั้ จากสถาบันการศกึ ษาทงั้ ในและตา่ งประเทศมากข้นึ หากพจิ ารณาในแง่บวก การเปดิ เสรี
ทางการศกึ ษา เป็นการสร้างโอกาสให้คนไทยได้รับการศึกษาท่มี ีคุณภาพ เน่ืองดว้ ยสถาบันแต่ละแห่งจะแข่งด้าน
คุณภาพมากขน้ึ โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ สถาบนั อุดมศึกษา คุณภาพการศึกษาจะเพิม่ ข้ึนคอ่ นข้างมาก เนอ่ื งจากการเปดิ
เสรที างการศึกษา ทเ่ี ปิดโอกาสให้สถาบนั อุดมศกึ ษาต่างชาตเิ ข้ามาเปิดการเรียนการสอน จึงเป็นแรงกดดันให้
สถาบนั อดุ มศึกษาไทยต้องพัฒนาคุณภาพการศึกษาใหส้ งู ข้ึน
แนวโน้มดา้ นลบ

1.การเพ่มิ ช่องวา่ งด้านคุณภาพในการจัดการศึกษา แม้วา่ สภาพการแข่งขนั ทางการศกึ ษาจะเปน็ แรงผลกั
ให้สถาบนั การศกึ ษาตา่ ง ๆ เร่งพฒั นาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนมากขน้ึ แต่เนอ่ื งจากทรพั ยากรตัง้ ต้นของแต่
ละสถาบันการศึกษามีความแตกตา่ งกนั ไม่ว่าจะเปน็ ความรู้ความสามารถและปรมิ าณของบคุ ลากรการศกึ ษา
งบประมาณ เงนิ ทนุ เทคโนโลยี สถานท่ี ความมีชอ่ื เสียง ฯลฯ ส่งผลใหโ้ อกาสพฒั นาคุณภาพการศกึ ษายอ่ ม
แตกต่างกนั ดว้ ย โดยเฉพาะสถาบนั การศึกษาขนาดเล็ก หรือสถาบนั การศึกษาท่ียังไม่มีความพร้อม/มที รัพยากรตั้ง
ต้นไมม่ าก ยอ่ มไม่มศี ักยภาพเพียงพอในการพัฒนาคุณภาพมากนกั

2.การผลติ บัณฑิตเกินความต้องการของตลาด เนอื่ งจากความต้องการศึกษาต่อในระดบั อุดมศึกษามสี ูงข้ึน
และการพัฒนาไปสกู่ ารเปน็ มหาวทิ ยาลยั ในกากบั ของรฐั ท่ีตอ้ งหาเล้ียงตนเอง มีอิสระในการบรหิ ารและเปิด
หลักสูตรเพ่ือหาผเู้ รียนเข้าเรยี นให้ได้จานวนมาก สิง่ เหลา่ นจี้ ะสง่ ผลกระทบระยะยาวคือ มีบัณฑติ จบเป็นจานวน
มากเข้าสตู่ ลาดแรงงานไมส่ ามารถรองรับไดห้ มด โดยกล่มุ แรงงานระดบั อุดมศกึ ษาที่ไมม่ ีคณุ ภาพหรือไมจ่ บจาก
สาขาทต่ี ลาดแรงงานต้องการ จะถูกผลกั สู่แรงงานนอกระบบ หรือหาทางออกโดยเรียนต่อระดบั สงู ขน้ึ ซง่ึ อาจก่อ
เกดิ ภาวะแรงงานระดับปริญญาโทและเอกไม่มีคณุ ภาพและล้นตลาดตามมาเช่นกัน

3.การสอนทกั ษะการคิดและทักษะทางอารมณ์ยังไม่มีคณุ ภาพ สภาพเศรษฐกิจทม่ี ่งุ แข่งขนั ทาให้การจัด
การศกึ ษามุง่ พัฒนาทางวิชาการเป็นสาคญั ในขณะที่ระบบการศกึ ษาไทยยงั ไมส่ ามารถพัฒนาทกั ษะการคิดของ
ผเู้ รียนไดเ้ ทา่ ท่ีควร เน่อื งจากการเรียนการสอนยงั มงุ่ สอนให้ผู้เรียนคิดตามสงิ่ ท่ผี สู้ อนปอ้ นความร้มู ากกวา่ การคิดส่ิง
ใหม่ ๆ ประกอบกับครูผสู้ อนมีภาระงานมาก จนส่งผลตอ่ การพฒั นาบุคคลในด้านอนื่ เช่น การพฒั นาเชิงสังคม
รวมถึงการพัฒนาทักษะทางอารมณ์ นอกจากนี้ การใชเ้ ทคโนโลยีในกิจวตั รประจาวนั หรือใชใ้ นการเรียนการสอน
ทาใหก้ ารปฏิสมั พันธ์ระหว่างครูกบั ศิษย์ลดลง สง่ ผลให้ชอ่ งทางการพฒั นาทักษะทางอารมณ์และทักษะทางสังคม
ของผู้เรยี นลดลงดว้ ย

4.การสอนคุณธรรมจริยธรรมยังไมม่ คี ณุ ภาพ แนวคิดของทุนนยิ มที่มุ่งแขง่ ขนั ไดแ้ พร่กระจายไปท่วั โลก
สง่ ผลใหผ้ คู้ นตา่ งมงุ่ แขง่ ขัน และพฒั นาความรู้ความสามารถ เพอื่ ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและมีชวี ติ ความ
เป็นอย่ทู ด่ี ีขนึ้ ประกอบกบั สถาบนั การศึกษาจานวนมากมุง่ พฒั นาความรูท้ างวิชาการ และประเมนิ ผลการเรยี นที่
ความสามารถทางวิชาการ จนอาจละเลยการพัฒนาผเู้ รียนให้มคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม นอกจากน้ี การไมไ่ ด้มผี สู้ อนท่รี ู้
เช่ยี วชาญดา้ นการสอนคุณธรรมจรยิ ธรรมโดยตรงหรอื มีคุณภาพ ย่อมส่งผลต่อคุณภาพการสอนของวิชาคุณธรรม
จรยิ ธรรมได้

4

5.การสอนภาษาตา่ งประเทศยงั ไม่มีคุณภาพ ยง่ิ ก้าวสโู่ ลกไรพ้ รมแดนมากขึ้นเท่าใด ผูม้ คี วามรู้ดา้ น
ภาษาตา่ งประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ หรือภาษาจีนที่ผ้คู นส่วนใหญ่ในโลกใช้ตดิ ตอ่ สื่อสาร เจรจาตอ่ รอง การคา้
การศึกษา ฯลฯ ยอ่ มมีความได้เปรียบ ท้ังในเร่ืองการติดตอ่ ส่อื สารและความก้าวหนา้ ในหนา้ ทกี่ ารงาน อยา่ งไรก็
ตาม ปัญหาที่พบคือ การสอนภาษาอังกฤษ และภาษาต่างประเทศของไทยยังไมม่ คี ุณภาพเท่าทคี่ วร เน่ืองจาก
ครผู ู้สอนมคี วามสามารถด้านภาษาต่างประเทศคอ่ นขา้ งตา่ โดยเฉพาะครผู ู้สอนในระดบั การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน ครู
จานวนมากไมไ่ ด้จบเอกภาษาอังกฤษโดยตรง และมีแนวโนม้ ว่าในอกี 5 ปขี า้ งหน้า การพัฒนาการสอนทักษะ
ภาษาตา่ งประเทศ โดยเฉพาะภาษาองั กฤษแม้ปจั จุบนั จะตื่นตัวมากขนึ้ แต่ยังไม่กา้ วหน้าไปมากเทา่ ท่ีควร เพราะ
ทรพั ยากรดา้ นบุคลากรสอนภาษาตา่ งประเทศนีข้ าดแคลนมาก

เพ่ือใหส้ อดคล้องกับการเลย่ี นแปลงที่จะเกิดข้นึ ในอนาคต ดงั นน้ั หลกั สตู รและการสอนจงึ จาเปน็ ต้องมี
การพฒั นาและเปล่ยี นแปลง เพอ่ื ตอบสนองการเรียนรใู้ หม่ ๆ ของผเู้ รยี นทจี่ ะเกิดข้นึ โดยมีกระบวนการในการ
เปล่ยี นแปลง ดังนี้

1. การกาหนดความมุ่งหมายของหลกั สูตร
การใหก้ ารศกึ ษาแก่เยาวชนท้งั ประเทศจาต้องใชห้ ลักสตู รหลาย ๆ หลักสตู ร เชน่ หลกั สูตรในระดบั ประถม
หลักสูตรในระดบั มัธยม และหลักสูตรในระดบั อุดมศึกษา เปน็ ตน้ หลกั สตู รแต่ละระดบั นี้สนองความต้องการของ
กล่มุ เยาวชนท่ีมีสภาพทางจติ ใจ รา่ งกาย มคี วามสามารถในการเรยี นรู้ และมีความต้องการทางการศึกษาแตกตา่ ง
กันออกไป ดังนั้นหลักสูตรแต่ละหลกั สตู รจึงต้องมีความมุ่งหมายทแ่ี สดงถึงเอกลกั ษณ์และวตั ถุประสงค์ท่แี ตกต่าง
กันออกไปด้วย อย่างไรก็ตาม ความมุง่ หมายของหลกั สตู รแต่ละระดับควรสอดคล้องและเสริมความมงุ่ หมายทาง
การศกึ ษาในระดบั ชาติ กจิ กรรมแรกนี้เป็นความพยายามท่ีจะหาคาตอบต่อคาถามทวี่ า่ “จะให้การศกึ ษาไปเพ่ือ
อะไร” ผู้พฒั นาหลักสตู รจะตอบคาถามนี้ไดอ้ ย่างถูกต้องก็ต่อเม่ือได้ทาการสารวจและวจิ ัยขอ้ มูลด้านต่าง ๆ
เก่ยี วกบั ปัญหาหรือความต้องการอยา่ งแทจ้ ริงของสงั คมเสยี ก่อน

2. การเลอื ก การจัดเนือ้ หาวชิ าและประสบการณ์
เม่ือไดก้ าหนดแล้ววา่ ความมุง่ หมายของหลักสตู รมีอะไรบ้าง กิจกรรมขน้ั ทสี่ องในการพฒั นาหลักสตู รคอื การ
เลือกสรรวชิ าความรูแ้ ละประสบการณต์ า่ ง ๆ ท่ีคาดวา่ จะช่วยใหผ้ เู้ รยี นพฒั นาไปสจู่ ดุ มงุ่ หมายทีก่ าหนดไว้ เม่ือเลอื ก
เนื้อหาวชิ าและประสบการณ์มาแล้ว ผพู้ ฒั นาหลกั สตู รยงั ต้องพจิ ารณาต่อไปอีกว่า เน้ือหาสาระอะไรควรไปสอน
กอ่ นหรือสอนหลัง เพ่ือใหผ้ ู้เรียนสามารถเรยี นรแู้ ละพัฒนาไปได้อย่างสัมฤทธิผลสงู สดุ

3. การนาเอาหลกั สูตรไปใช้
การนาเอาหลักสูตรไปใช้ หมายถึง การท่ผี ้บู ริหารโรงเรียนและครู นาเอาโครงการของหลักสูตรท่ีเป็นรูปเล่ม
เหลา่ นัน้ ไปปฏิบัติให้เกดิ ผล ขั้นตอนที่สามนร้ี วมถึงการบรหิ ารงานทางด้านวชิ าการของโรงเรียน เพ่อื อานวยให้ครู
และนกั เรียนสามารถสอนและเรียนได้มีประสทิ ธภิ าพและประสิทธิผลสงู สุด

5

4. การประเมินผลหลักสตู ร
การประเมนิ ผลหลกั สูตรคอื การหาคาตอบว่า หลักสตู รสัมฤทธผิ ลตามทก่ี าหนดไวใ้ นความมงุ่ หมายหรือไม่ มาก
นอ้ ยเพยี งไร และอะไรเปน็ สาเหตุ การประเมินหลักสตู รเป็นงานทีล่ ะเอยี ด ต้องการผทู้ ่ีมีความรู้ทงั้ ในเร่ืองของ
หลกั สูตรและการประเมินผล

5. การปรับปรงุ หลกั สตู ร
กระบวนพฒั นาหลักสูตรมีลกั ษณะเปน็ วฏั จักร เรม่ิ ต้นด้วยการกาหนดความมุ่งหมาย เลือกและจัดเนื้อหาวิชาและ
ประสบการณ์ใหส้ อดคลอ้ งกับความมงุ่ หมาย นาหลักสูตรไปปฏิบตั ิให้เกดิ ผลตามที่มุ่งหมายไว้ ประเมินผลหา
ขอ้ บกพร่องของกระบวนการนี้ และนาเอาผลท่ีได้ไปปรับปรงุ หลกั สตู ร การปรับปรงุ หลกั สตู รจึงเริม่ ต้นด้วย
กระบวนการและข้ันตอนเดิมอีกคือ ปรบั ปรุงความม่งุ หมาย เม่อื ความมงุ่ หมายซึ่งเป็นแม่บทเปลยี่ นไป กระบวนการ
ทเ่ี หลือก็ต้องถกู เปลี่ยนแปลงให้สอดคลอ้ งรับกัน จนมาถงึ การประเมินผลหลักสตู ร และนาเอาข้อมลู ที่ได้จากการ
ประเมินผลไปปรบั ปรุงหลกั สูตรอกี เป็นวัฏจกั รวนเวียนตอ่ เน่ืองกนั

นอกจากหลักสูตรการศกึ ษาที่เปลีย่ นแปลงไปตามยุคสมยั แล้วสิง่ ท่ีสาคัญอีกอยา่ งหนึ่งในการจัดการเรยี นการสอน
นัน้ คงหลีกไม่พน้ นวตั กรรมหรอื ส่ือการสอน ที่ครผู สู้ อนควรคานึงถงึ และเลอื กให้เหมาะสมกับการศึกษาในยคุ
ศตวรรษที่ 21 ซึ่งการเลือกใชน้ วัตกรรมการศึกษา มีปจั จยั สาคัญ (Factors affecting the implementation
of innovations) ดังน้ี

1. ประสทิ ธิภาพ (Efficiency) ต้องคานึงว่า นวัตกรรมทนี่ ามานนั้ มีประสทิ ธิภาพต่อการท่จี ะนามาใชใ้ น
การจดั การเรียนการสอนหรือไม่ นวัตกรรมจะสามารถช้วยให้ผ้เู รยี นเรยี นรตู้ รงตามวตั ถปุ ระสงคต์ ามที่
เราวางไวไ้ ด้มากน้อยเพียงใด

2. ประสทิ ธผิ ล (Productivity) การเลือกนวัตกรรม มาใช้ในการจดั การเรียนการสอนใหบ้ รรลุ
จดุ ประสงค์ ครผู สู้ อนจาเปน็ ตอ้ งคานึงดว้ ยวา่ นวัตกรรมที่นามาน้นั จะเกดิ ผลต่อผเู้ รยี นใน
ดา้ นใด

3. ประหยดั (Economy) ในการเลอื กใชน้ วตั กรรมและเทคโนโลยเี ข้ามาชว่ ยในการจดั การเรียนการสอน
ต้องคานึงถงึ สภาพความเหมาะสมตามฐานะแลว้ จะต้องประหยัด น่ันคอื ประหยดั ท้ังเงนิ
ประหยดั เวลา และประหยัดแรงงาน

บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ

เทคโนโลยีสารสนเทศไดเ้ ขา้ มามบี ทบาทต่อการศกึ ษาอย่างมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยที างดา้ น
คอมพวิ เตอร์ และการส่อื สารโทรคมนาคมมีบทบาททสี่ าคัญตอ่ การพัฒนาการศึกษาเทคโนโลยที ่ีมบี ทบาทสาคัญ
ต่อการศกึ ษาประกอบด้วย

1. เทคโนโลยีท่ีเขา้ มามสี ว่ นชว่ ยในเรอ่ื งการเรยี นรู้ปจั จบุ นั มเี ครื่องมอื เคร่ืองใช้ทช่ี ่วยสนบั สนุนการเรียนรู้
หลายอย่าง มรี ะบบคอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอน (CAI) มรี ะบบมลั ติมเี ดีย (Multimedia)

6

ระบบวิดโี ออนนดีมานด์ (Video on Demand) วดิ ีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ (Video Teleconference) และ
อินเตอร์เน็ต (Internet) เป็นต้น ระบบเหล่านเ้ี ป็นระบบสนบั สนนุ การรับรู้ขา่ วสารและการค้นหาข้อมูลข่าวสารเพื่อ
การเรียนรู้

2. เทคโนโลยีทเ่ี ข้ามาสนบั สนนุ การจัดการศกึ ษาในการจัดการศึกษาสมยั ใหมจ่ าเปน็ ตอ้ งอาศยั ขอ้ มูล
ขา่ วสารเพ่อื การวางแผนการดาเนินการ การติดตามและประเมินผลคอมพิวเตอร์และระบบสอื่ สารโทรคมนาคม
เข้ามามีบทบาทท่ีสาคญั ในเรอ่ื งนี้

3. เทคโนโลยที เ่ี ขา้ มาช่วยให้การส่ือสารระหว่างบุคคลเกือบทุกวงการ ทัง้ ทางด้านการศึกษา
จาเป็นตอ้ งอาศยั การสือ่ สารระหว่างผสู้ อนกบั ผเู้ ขยี น ผเู้ รยี นกับผ้เู รียน เปน็ ตน้ ซึ่งจะชว่ ยเพ่ิมประสทิ ธิภาพใน
กระบวนการเรียนการสอน และการดาเนินงานในหลายด้านโดยอาศยั เทคโนโลยกี ารสือ่ สาร และการดาเนนิ งาน
ในหลายดา้ นโดยอาศยั เทคโนโลยกี ารส่อื สารระหว่างบคุ คล เช่น การใช้โทรศัพท์ โทรสาร เทเลคอนเฟอ
เรนส์ และไปรษณยี ์อิเล็กทรอนิกส์ เปน็ ตน้

บทบาทใหมข่ ององคก์ ร

ในสว่ นของบทบาทและหน้าที่ใหมข่ ององค์กรในยคุ ของเทคโนโลยีสารสนเทศองคก์ ร หมายถึงหน่วยงาน
ที่มีภาระกจิ หลักดงั น้ี

1. การบรกิ ารและการจดั หลกั สตู รในหนว่ ยงานราชการศึกษา
2. จัดให้มีการใช้วัสดุ อุปกรณ์ และสอ่ื การเรียนต่าง ๆ ใหท้ นั สมยั
3. จดั ส่งิ อานวยความสะดวกและจัดสภาพแวดลอ้ มทางการศึกษา

กล่าวคอื องค์กรต้องกาหนดรูปแบบการบริหารใหมด่ งั น้ี

1. การใช้แหล่งสารสนเทศในแนวอนาคต ประกอบด้วยนโยบายด้านสารสนเทศจดั สภาพแวดล้อม
ของเครอื ขา่ ย การเรียนรู้การกระจายการใช้คอมพิวเตอร์ การรวมแหล่งสารสนเทศ ความเรว็ ของสารสนเทศ
การใชห้ ้องสมุดดจิ ติ อล (Digital Library) ส่อื การเรียนการสอนในรูปของส่ือผา่ นระบบเครือขา่ ย (Web-Based)
การบูรณาการเทคโนโลยรี วมถึงการประเมนิ ค่าใชจ้ ่ายและผลท่คี าดหวงั จากการดาเนนิ งาน

2. นโยบายดา้ นโครงสรา้ งขององคก์ ร ควรมีการปรบั รือ้ โครงสร้างใหม่เปน็ องค์กรบริหารแหง่ สารสนเทศ
เริ่มจากแผนยุทธศาสตรอ์ งค์กรกระบวนการตามโครงสรา้ งของไซเบอร์เนติก (Cybernetics) การปรบั รื้อระบบ
บริการจดั ส่อื การสอนในรปู ของระบบเปิด โดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศเปน็ หลกั

การพฒั นาการเรียนการสอน

การพัฒนาในหมวดนเี้ ป็นการพฒั นาในรปู แบบของการปรับรื้อระบบการเรยี นการสอนใหม่ โดย
คานงึ ถงึ การพัฒนาทเี่ ก่ยี วกับการเจริญงอกงามในตัวผ้เู รยี นเน้นทักษะการเลือกสารสนเทศ การวิเคราะห์ และ

7

สังเคราะห์ข้อมูลขา่ วสาร ขณะเดยี วกันต้องทาการฝึกทักษะกระบวนการจดั กระทากับข้อมูลขา่ วสารใหก้ ับผเู้ รยี น
พร้อมกับการตอบสนองกับข้อมูลขา่ วสารอยา่ งชาญฉลาด ครู และนกั เรยี นต้องชว่ ยกนั สร้างสรรคส์ ารสนเทศ
เพ่อื ใหเ้ กิดคุณคา่ ต่อการเรียนการสอนครูต้องพัฒนาการสอนโดยเพม่ิ ทักษะการสืบคน้ สารสนเทศให้กับ
นกั เรียน และประเมนิ ผลจากการนามาใช้มากกว่าการจดจาเนือ้ หา หมายถึงอาศยั ส่ือและเทคโนโลยีสารสนเทศ
สมยั ใหมใ่ นการเสนอแนวคดิ และเนอ้ื หาเพอ่ื กอ่ ใหเ้ กิดกระบวนการเขา้ ใจมากกว่าการจดจา

รูปแบบกระบวนการเรียนการสอน

กระบวนการเรียนการสอนตามแนวคดิ ในการปฏิรปู ตอ้ งแตกตา่ งไปจากการเรยี นการสอนแบบดั่งเดมิ
กล่าวคอื

1. จดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยยดึ ผูเ้ รยี นเป็นศูนยก์ ลางใหผ้ เู้ รยี นเกดิ ความรู้ ความคดิ โดยฝึกการ
คดิ วิเคราะห์ วจิ ารณ์อยา่ งมีเหตุผล การใฝ่หาความรคู้ วามคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ เพ่ือนาไปใชใ้ นการพฒั นาตนเอง
และแก้ปัญหาในชวี ิตประจาวันอย่างเหมาะสม

2. จดั ระบบเครือข่ายการเรยี นร้ใู หเ้ ปน็ แหล่งความรสู้ าหรับการค้นคว้าหาความร้ทู กุ ๆ ดา้ นทีผ่ ้เู รยี น
ต้องการ เช่น สอื่ มวลชนทกุ แขนง เคร่ืองคอม- พวิ เตอร์ ทรพั ยากรท้องถิน่ ภูมิปัญญาชาวบ้าน และหน่วยงาน
ต่าง ๆ ให้ผู้เรียนสามารถเรยี นรพู้ ฒั นาตนเอง และพฒั นาสังคมและสงิ่ แวดล้อมได้อย่างกว้าง-ขวาง

3. จดั กิจกรรมท้ังใน และนอกหลักสตู ร โดยให้ผูเ้ รยี นทากจิ กรรมที่ต้องเรยี นในหอ้ งเรียนใหเ้ สรจ็ สน้ิ
และให้แบ่งเวลาทากิจกรรมนอกหลกั สตู รเพอื่ เสริมประสบการณท์ างสังคม

4. ปรับกระบวนการเรยี นการสอน และเทคนิคการสอนของครใู ห้สอดคล้องกบั เปา้ หมายของการจัด
การศกึ ษา เน้นใหค้ รูเปน็ เพียงผูอ้ านวยความ-สะดวกและช้แี นะใหผ้ ู้เรียนทาการศกึ ษาค้นควา้ คิดและตัดสนิ ใจ
ดว้ ยตนเอง ขณะเดยี วกนั ครูต้องเปน็ ตน้ แบบด้านคุณธรรม และจรยิ ธรรมด้วย ซ่งึ ต้องปลกู ฝังทงั้ ในชั่วโมงเรยี น
และกจิ กรรมการฝึกปฏิบัติ

8

การจัดการศกึ ษา

การเปลีย่ นแปลงซง่ึ เป็นผลมาจากอทิ ธพิ ลของเทคโนโลยสี ารสนเทศส่งผลกระทบต่อระบบโครงสร้าง
ของการจดั การศึกษาในหลาย ๆ ดา้ น ซึ่งสามารถสรปุ เปน็ ด้าน ๆ ไดด้ ังนี้

องคป์ ระกอบทางการศึกษา คุณลักษณะ/กิจกรรมการศึกษา

- การศึกษาควรตอบสนองระบบสังคมยคุ เทคโนโลยสี ารสนเทศโดยให้

ระบบสงั คม คณุ ค่าในสารสนเทศ

- เน้นการเขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการจดั การศึกษาของ สงั คม

ระบบความคิดเห็นของชุมชน นักเรยี น - ใหท้ ุกคนสามารถคิดได้หลากหลายและสามารถ แสดงความคิดเห็นได้

และครู - ใชก้ ารวิเคราะห์ความต้องการ

คุณค่าและจุดมุ่งหมายในการเรียน - เนน้ คณุ ภาพและคณุ ค่าในแตล่ ะบคุ คล
- ตอบสนองความพึงพอใจเป็นหลกั

กลมุ่ ผู้เรยี น - เนน้ การศึกษาในกลุ่มเล็ก
- เน้นการศึกษาเป็นรายบุคคล

- เปน็ หลกั สตู รแบบยืดหยนุ่

หลักสตู ร - กระจายโอกาสทางการศกึ ษา

- กระจายและมีหลักสูตรหลาย ๆ ด้าน

- ประเมินผลหลาย ๆ ดา้ น

การประเมินผล - ให้คณุ คา่ ต่อการคิดวเิ คราะหแ์ ละแสดงเหตผุ ล

- พจิ ารณาจากการพฒั นาในตัวผเู้ รียนเป็นเกณฑ์

- ใช้ส่ือและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนมากกวา่ การสอนเชน่ มัลตมิ เี ดยี

ซีดีรอม อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์บุคคล

วิดโี อออน์มานด์ วิดโี อเทเลคอนเฟอรเ์ รนซ์ ไฮเปอรเ์ ท็กซ์ และ

สอื่ และเทคโนโลยี อนิ เตอร์เน็ต เป็นต้น

- เทคนคิ กระบวนการเรียนรู้ โดยจดั กระทากับสารสนเทศ เลอื กวิเคราะห์

สร้างสรรค์ ประเมนิ

สารสนเทศเพ่อื ให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ และการนาเสนอความร้นู น้ั

- กระจายการบริการสู่ชุมชน

สถานทแี่ ละการบริการ - จดั เปน็ กลุ่มเล็ก
- สร้างเครือขา่ ยการเรียนรู้

- ใชก้ ารสอื่ สารเพ่ือการปฏสิ ัมพันธเ์ ปน็ หลกั

- เน้นความสามารถในการสืบค้นสารสนเทศ

คุณลักษณะของผเู้ รียน - เนน้ ความสามารถในการจินตนาการและสรา้ งสรรค์

- เนน้ ความสามารถในการนาเสนอความรู้ใหม่หรือ แนวคดิ ใหม่

9

- เน้นความสามารถในการส่ือสารกนั ดว้ ยสื่อสารสนเทศ
- เนน้ กระบวนการคิดวิเคราะหแ์ บบเชงิ เหตุเชิงผล

สรปุ

การจัดการศกึ ษายุคของการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศได้เปล่ยี นแปลงกระบวนการเรยี นรู้ใหม่ และ
เปลย่ี นแปลงความต้องการในการศึกษาในอนาคต ส่ือ และเทคโนโลยีสารสนเทศแบบใหม่เขา้ มาแทนทสี่ ื่อแบบ
เก่า แหลง่ ทรัพยากรการเรียนรู้จะเปน็ ส่งิ ท่ชี ว่ ยสนบั สนนุ การเรียนรใู้ นสภาพแวดลอ้ มทางการศึกษาแบบใหม่ ซง่ึ
กอ่ ใหเ้ กดิ การปฏิรปู การศึกษาขึน้ ปรับปรุงโครงสรา้ งท้งั ระบบใหมโ่ ดยเฉพาะการบริหารการบรกิ ารการพฒั นาการ
เรียนการสอนและการจัดการศกึ ษา ซึ่งจากเดิมสถาบนั การศกึ ษาเปน็ ผรู้ ับผิดชอบมาเปน็ สังคมและชมุ ชนรว่ มกัน
รบั ผดิ ชอบต่อการจัดการศึกษามากยิ่งข้ึน

10

อา้ งองิ

วิจารณ์ ภานิช.(2555). วถิ สี รา้ งการเรียนรู้เพือ่ ศษิ ย์ในศตวรรษท่ี ๒๑. กรงุ เทพฯ: ตถาตา พับลเิ คช่นั .
สุภาพร เพยี รด.ี (2555),แนวความคดิ ในการปฏิรปู การศึกษา.แหล่งทม่ี า
https://www.gotoknow.org/posts/451725 สืบค้นเมื่อวันท่ี 20 ธันวาคม, 2565.


Click to View FlipBook Version