The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โคลงภาพพระราชพงศาวดาร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายวิชัย เครือยา, 2020-06-12 02:40:26

โคลงภาพพระราชพงศาวดาร

โคลงภาพพระราชพงศาวดาร

โคลงภาพพระราชพงศาวดาร

พนั ท้ายนรสิงห์ถวายชีวติ
ผู้แต่ง พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระนราธิปประพนั ธ์พงศ์
ท่ีมาของเร่ือง คดั จากหนงั สือโคลงภาพพระราชพงศาวดารพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
จุดมุงหมายในการแต่ง

เพอ่ื สดุดีวีรกรรมของพนั ทา้ ยนรสิงห์ที่ยอมเสียสละชีวติ ของตนเองเพอ่ื รักษาพระราชกาํ หนดท่ีมีมาทุกสมยั ม
และสูญหายไป เพราะตนเพียงคนเดียว
ลกั ษณะคาํ ประพนั ธ์ เป็นโครงส่ีสุภาพ
เนือ้ เรื่องย่อ

เม่ือสมเดจ็ พระพทุ ธเจา้ เสือประพาสปากน้าํ ไดป้ ระทบั เร่ือเอกชยั เขา้ มาถึงตาํ บลโคกขามลาํ คลองลกั ษณะคด
นายทา้ ยเรือดว้ ยความลาํ บาก ทาํ ใหโ้ ขนเรือหกั พนั ทา้ ยนรสิงห์จึงรับผิดชอบขอใหพ้ ระเจา้ ประหารชีวิตตน เพ่อื เอาโขน
ศีรษะมาเซ่นสรวงทาํ ศาลตามประเพณี สมเดจ็ พระเจา้ เสือพระราชทานโทษให้ แต่ทรงโปรดใหป้ ้ันรูปพนั ทา้ ยนรสิงห์ข้ึ
รูปแทน พนั ทา้ ยนรสิงห์ไม่ยอม กราบทูลรบเร้าใหพ้ ระเจา้ เสือประหารชีวิตตนใหไ้ ด้ พระเจา้ เสือกอ้ ตอ้ งจาํ พระทยั สงั เพ
ประหารชีวติ พนั ทา้ ย นรสิงห์ แลว้ ใหน้ าํ ศีรษะของพนั ทา้ ยทรสิงห์กบั โขนเรือเซ่นไวท้ ี่ศาล เพ่อื เป็นที่เตือนใจคนทว่ั ไป

ข้อคดิ ทีไ่ ด้รับการเร่ือง

๑ มีความกตญั �ูต่อผมู้ ีพระคุณ

๒ รู้จกั เสียสละชีวิตเพือ่ ปกป้ องพระราชกาํ หนดใหค้ งอยตู่ ลอดไป

๓ ปลูกจิตสาํ นึกใหเ้ ยาวช์ นไทยเห็นคุณค่าเสียสละของวีระชนไทย

ลกั ษณะเด่นของเรื่อง

๑.เป็นโครงส่ีสุภาพที่มีใจความกระชบั ไดค้ วามชดั เจนใชค้ าํ นอ้ ย แต่กินความมากเช่นกนั

ภมู ีปลอบกลบั ต้งั ขอบรร-ลยั พอ่ จาํ สง่ั เพชฌฆาตฟัน ฟาดเกลา้

๒.เป็นเรื่องที่ใหค้ ติสอนใจในเรื่องความเป็นอยทู่ ่ีมีความรับผดิ ชอบ และสละชีวติ เพื่อรักษาความศกั ด์ิสิทธ์ ข
ไว้

๔.เป็นเกร็ดความรู้ดา้ นประวตั ิศาสตร์ท่ีน่าสนใจยงิ่

ความร้ประกอบเร่ืองกลอน
กลอนมหี ลายชนิด แต่ท่ีเป็นหลกั คือ กลอนสุภาพ ถา้ เขา้ ใจกลอนสุภาพอยา่ งดีแลว้ กส็ ามารถเขา้ ใจกลอนอื่น

กลอนสุภาพ มี ๔ ชนิด คือกลอน ๖ กลอน ๗ กลอน ๘ และกลอน ๙ ในที่น้ีจะแนะนาํ เฉพาะกลอน ๘
๑.รูปแบบของกลอน ๘

ตวั อย่างกลอน ๘
กลอนแปดงามนามขจรกลอนสุภาพ เราควรทราบหน่ึงบทกฎคมขาํ

รวมสี่วรรควรรคหน่ึงพงึ แปดคาํ สมั ผสั ย้าํ ไพเราะเสนาะดี
แต่ละวรรคจดั งามสามสองสาม แปดคาํ ตามลีลาสง่าศรี
ระหวา่ งบทสมั ผสั จดั เขา้ ที ฟังเปรมปรีด์ิไพเราะเสนาะเอย
๒.กฎเกณฑ์บังคบั ของกลอน ๘
๑) แต่ละวรรคมีแปดคาํ
๒) คาํ สุดทา้ ยของวรรคหนา้ ทุกวรรค (วรรคสดบั และวรรครอง) ตอ้ งสมั ผสั กบั คาํ ท่ี ๓ หรือคาํ ที่ ๕ ของวรรคหลงั (
วรรคส่ง) คาํ สุดทา้ ยของวรรคที่ ๒ (วรรครับ) ตอ้ งสมั ผสั กบั วรรคสุดทา้ ยของวรรคท่ี ๓ (วรรครอง) ถา้ จะแต่งบทอ่ืนต่อ
ใหส้ ุดทา้ ยของบทตน้ (วรรคส่ง) สมั ผสั กบั คาํ สุกทา้ ยของวรรคที่สอง (วรรครับ) ของบทต่อๆ ไป
๓) เส้นโยงระหวา่ งวรรคเรียกวา่ สมั ผสั นอก (สมั ผสั สระ) ขาดไม่ไดส้ ่วนเส้นโยงไวใ้ นวรรคเดียวกนั เป็นคู่ๆ น้นั เร
สมั ผสั ใน (สมั ผสั สระ) แต่ไม่บงั คบั กลอนสุนทรภู่มกั นิยมสมั ผสั ใน ดงั น้ี
“แมม้ ว้ ยดินสิ้นฟ้ ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดความรักสมคั รสมาน
แมเ้ กิดในใตห้ ลา้ สุธาธาร ขอพบพานพศิ วาสไม่คลาดคลา”
๔) คาํ สุดทา้ ยวรรคที่ ๑ (วรรคสดบั หรือวรรคสลบั ) นิยมเสียงวรรณยกุ ตท์ ้งั ๕ เสียง
คาํ สุดทา้ ยวรรคที่ ๒ นิยมเสียง เอก โท จตั วา ท่ีนิยมมากคือ จตั วา

คาํ สุดทา้ ยวรรคท่ี ๓ นิยมเสียงสามญั หรือเสียงตรี ท่ีนิยมมากคือ สามญั

คาํ สุดทา้ ยวรรคท่ี ๔ นิยมเสียงสามญั หรือเสียงตรี ที่นิยมมากคือ สามญั

**********************************************************************************************

เร่ือง พระสุริโยทัยขาดคอช้าง
ผู้แต่ง พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ที่มาของเรื่อง

คดั มาจากหนงั สือโคลงภาพพระราชพงศาวดารเป็นโคลงบรรยายภาพที่ 10 แผน่ ดินสมเดจ็ พระมหาจกั รพรรด
บรรยายภาพที่ 56 แผน่ ดินสมเดจ็ พระเจา้ เสือ
จุดมุ่งหมายในการแต่ง เพ่ือสดุดีวีรกรรมของสมเดจ็ พระสุริโยทยั ที่มีความรัก และความเสียสละพระชนมช์ ีพ ช่วยปกป้
สวามีจากขา้ ศึกใหร้ อดพระชนมช์ ีพ
ลกั ษณะคาํ ประพนั ธ์ เป็นโคลงสี่สุภาพ
เนือ้ เรื่องย่อ

พระเจา้ บุเรงนอง กษตั ริยพ์ ม่า ยกกองทพั ประชิดติดเมือง สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิจึงยกพลออกไปออกสู้รบ
สุริโยทยั พระมเหสีทรงเคร่ืองพิชยั สงคราม ทรงชา้ ง โดยเสดจ็ ดว้ ย เม่ือชา้ งพระท่ีนง่ั ของพระมหาจกั รพรรดิไปประจนั ห
กบั ชา้ งทรงของพระเจา้ แปรทพั หนา้ ชา้ งของพระมหาจกั รพรรดิเสียทีกลบั หลงั วิ่งเตลิด พระเจา้ แปรกข็ บั ชา้ งตาม พระส
ไสชา้ งเขา้ ขดั ขวาง พระเจา้ แปรจึงใชพ้ ระแสงของา้ วฟันพระสุริโยทยั สิ้นพระชนมอ์ ยบู่ นคอชา้ งนนั่ เอง
ข้อคดิ ที่จากเร่ือง

๑ ตอ้ งมีความกตญั �ูต่อผมู้ ีพระคุณ
๒ รู้จกั เสียสละชีวติ เพือ่ ปกป้ องประเทศชาติจากขา้ ศึกศตั รู เพ่ือใหไ้ ดม้ าเพื่อความเป็นไทยตลอดไป

๓ ปลกู จิตสาํ นึกใหเ้ ยาวชนไทยเห็นคุณค่าของความเสียสละของวรี ชนไทย

ลกั ษณะเด่นของเร่ือง

๑.เป็นโคลงส่ีสภาพที่ไพเราะใชค้ าํ บรรยายใหผ้ อู้ ่านเกิดจินตภาพ เช่น

ขนุ มอญร่อนงา้ วฟาด ฉาดฉะ

ขาดแล่งตราบอุระ หรุบดิ้น

๒.เป็นเรื่องท่ีใหค้ วามรู้ทางดา้ นประวตั ิศาสตร์อยา่ งดียงิ่ ทาํ ใหผ้ อู้ ่านเกิดความภาคภมู ิใจในวรี สตรีไทยท่ีไดป้
วรี กรรมอนั ควรแก่การยกยอ่ ง

๓.เป็นเร่ืองที่ใหค้ ติชีวติ ในเรื่องความกตญั �ูและความเสียสละ

เร่ือง โคลงส่ีสุภาพ
โคลงมีหลายชนิด แต่ที่นิยมเป็นหลกั คือ โคลงส่ีสุภาพ
๑ รูปแบบของโคลงสี่สุภาพ

ตวั อย่างโคลงสี่สุภาพ

ควรจาํ โคลงส่ีน้ี พึงยล ท่านเอย

บทหน่ึงจดั พรรคพล ส่ีพร้อม

เจด็ เอกสี่โทดล เสียงเด่น เสนาะนอ

คาํ รื่นสมั ผสั นอ้ ม แน่วใหช้ วนฝัน

โคลงสี่สุภาพจากลิลิตพระลอท่ีเรามกั จดจาํ แบบอยา่ ง คือ

เสียงลือเสียงเล่าอา้ ง อนั ใด พีเ่ อย

เสียงยอ่ มยอยศใคร ทวั่ หลา้

สองเขือพ่ีหลบั ใหล ลืมต่ืนฤาพี่

สองพีค่ ิดเองอา้ อยา่ ไดถ้ ามเผอื

๒ กฎเกณฑ์บังคบั ของโคลงสี่สุภาพ
๑.โคลงสี่สุภาพ ๑ บท มี ๔ บาท หรือ ๔ บรรทดั แต่ละบาทมี ๒ วรรค วรรคหนา้ มี ๕ คาํ วรรคหลงั ของบาทท

วรรคละ ๒ คาํ แต่บาทท่ี ๑ และบาทที่ ๓ เพมิ่ คาํ สร้อยวรรคละ ๒ คาํ ส่วนบาทที่ ๔ วรรคหลงั มี ๔ คาํ สรุปโคลงสี่สุภาพ
๓๐ คาํ และมีคาํ สร้อยอีก ๔ คาํ

๒.สมั ผสั บงั คบั เป็นสมั ผสั สระ ดูรูปแบบท่ีโยงไว้ ชุดแรกคือ คาํ ที่ ๗,๑๒,๑๙ ชุดที่สองคือ คาํ ที่ ๑๔ กบั ๒๖
๓.กาํ หนดคาํ เอก ๗ ตาํ แหน่ง และคาํ โท ๔ ตาํ แหน่ง ตาํ แหน่งคาํ เอกและคาํ โทในบาทที่ ๑ ตรงกบั คาํ ท่ี ๔-๕ ส
ได้
คาํ เอก คือ คาํ ที่มีรูปวรรณยกุ ตเ์ อกกาํ กบั หรือใชค้ าํ ตายแทนคาํ เอก
คาํ โท คือ คาํ ท่ีมีวรรณยกุ ตโ์ ทกาํ กบั
๔.คาํ สร้อย เติมทา้ ยบาทที่ ๑ และบาทท่ี ๓ เพอื่ ใหไ้ ดค้ วามครบถา้ ไดค้ วามครบแลว้ ไม่จาํ เป็นตอ้ งใชค้ าํ สร้อย
ของโคลงมี ๒ คาํ คาํ ตน้ มีหนา้ ท่ีเช่ือมความต่อกบั คาํ ขา้ งหนา้ ส่วนคาํ ทา้ ยเป็นคาํ เสริมข้ึนใหเ้ ตม็ หรือเพ่ือความไพเราะแล
ข้ึน ตวั อยา่ ง คาํ สร้อยหรือคาํ ทา้ ย เช่น เอย เฮย แฮ นอ เทอญ พอ่ แม่ พี่ เป็นตน้

๕.คาํ เอกโทษและโทโทษ คือ ใชค้ าํ เอกและโทในตาํ แหน่งที่ผดิ เช่น หนา้ เขียนเป็น น่า อยา่ งน้ีเรียกวา่ เอกโท
เล่น เขียนเป็น เหลน้ อยา่ งน้ีเรียกวา่ โทโทษ ปัจจุบนั ไม่นิยมใชเ้ อกโทษและโทโทษ เพราะใชค้ าํ ไม่ตรงความหมาย และข
พถิ ีพิถนั

๖.คาํ ที่ ๗,๑๒,๑๙,๓๐ ไม่นิยมใชร้ ูปวรรณยกุ ต์


Click to View FlipBook Version