The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by xasnanasanhla, 2022-03-18 03:19:13

สงครามร้อยปี

สงครามร้อยปี

สงครามร้อยปี
อั ง ก ฤ ษ - ฝ รั่ ง เ ศ ส

สงคราม100ปีคืออะไร?

สงครามร้อยปี (ฝรั่งเศส: Guerre de Cent Ans อังกฤษ: Hundred
Years' War) เป็ นชุดความขัดแย้งระหว่าง ค.ศ. 1337 ถึง 1453
ระหว่างราชวงศ์แพลนแทเจเนต ผู้ปกครองราชอาณาจักร
อังกฤษ กับราชวงศ์วาลัว เพื่อแย่งการควบคุมราชอาณาจักร
ฝรั่งเศส ต่างฝ่ ายดึงพันธมิตรมากมายเข้าสู่สงคราม

สงครามนี้มีที่มาจากความไม่ลงรอยระหว่างราชวงศ์ย้อนไปถึง
สมัยพระเจ้าวิลเลียมผู้พิชิต ผู้กลายเป็ นพระมหากษัตริย์อังกฤษ
ใน ค.ศ. 1066 ระหว่างยังครอบครองดัชชีนอร์ม็องดีในฝรั่งเศส
ในฐานะผู้ปกครองนอร์ม็องดีและดินแดนอื่นบนทวีป พระมหา
กษัตริย์อังกฤษจึงเป็ นหนี้บังคม (homage) ระบบฟิ วดัลต่อพระ
มหากษัตริย์ฝรั่งเศส ใน ค.ศ. 1337 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่ง
อังกฤษทรงปฏิเสธถวายบังคมต่อพระเจ้าฟิ ลิปที่ 6 แห่งฝรั่งเศส
ทำให้พระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสทรงยึดที่ดินของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด
ในอากีแตน

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดทรงตอบโต้โดยประกาศพระองค์เป็ นพระมหา
กษัตริย์ฝรั่งเศสโดยชอบ มิใช่พระเจ้าฟิ ลิป เป็ นการอ้างสิทธิ์ย้อน
ไปใน ค.ศ. 1328 เมื่อพระเจ้าชาร์ลที่ 4 แห่งฝรั่งเศส พระปิ ตุลา
(ลุง) ของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด เสด็จสวรรคตโดยไม่มีทายาทชาย
โดยตรง พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดทรงเป็ นพระญาติชายที่ใกล้ชิดที่สุด
ของอดีตพระมหากษัตริย์ ในฐานะพระโอรสในอิซาเบลลาแห่ง
ฝรั่งเศส พระธิดาในพระเจ้าฟิ ลิปที่ 4 แห่งฝรั่งเศส และพระ
ขนิษฐาในพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ฝ่ ายพระเจ้าฟิ ลิปที่ 6 ทรงเป็ นพระ
ภราดร (ลูกพี่ลูกน้อง) ในอดีตพระมหากษัตริย์ พระโอรสใน
ชาร์ล เคานต์แห่งวาลัว พระอนุชาในพระเจ้าฟิ ลิปที่ 4 พระองค์
ทรงเป็ นพระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสตามกฎหมายแซลิก ซึ่งตัดสิทธิ
การสืบราชสันตติวงศ์ชายผ่านสายหญิง ปั ญหาการสืบราชสันตติ
วงศ์ราชบัลลังก์ฝรั่งเศสตามกฎหมายเป็ นใจหลักของสงคราม
เหนื อผู้อ้างสิทธิ์ชาวอังกฤษและฝรั่งเศสหลายรุ่น

การแบ่งช่วงเวลาการทำสงคราม

โดยทั่วไปนักประวัติศาสตร์แบ่งสงครามเป็ นสามระยะคั่นด้วย
การพักรบดังนี้ 1) สงครามสมัยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด (ค.ศ. 1337–
1360); 2) สงครามแคโรไลน์ (ค.ศ. 1369–1389) และ 3)
สงครามแลงคาสเตอร์ (ค.ศ. 1415–1453)

ที่มาของสงคราม

สาเหตุของความขัดแย้งเริ่มมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1066 เมื่อ ดยุควิล
เลียมแห่งนอร์ม็องดียกกองทัพมารุกรานอังกฤษ พระองค์ทรง
ไดัรับชัยชนะต่อพระเจ้าฮาโรลด์ กอดวินสันในยุทธการเฮสติงส์
และขึ้นครองราชย์เป็ นพระมหากษัตริย์อังกฤษ ในฐานะดยุค
แห่งนอร์ม็องดี วิลเลียมยังคงขึ้นอยู่กับกษัตริย์ฝรั่งเศส ซึ่งต้อง
ทรงสาบานความสวามิภักดิ์ต่อกษัตริย์ฝรั่งเศส การแสดงความ
สวามิภักดิ์ของกษัตริย์องค์หนึ่งต่อกษัตริย์อีกองค์หนึ่งเป็ นการ
กระทำที่เหมือนเป็ นการหยามศักดิ์ศรี พระเจ้าแผ่นดินอังกฤษจึง
พยายามเลี่ยง ทางฝ่ ายราชวงศ์กาเปเซียงที่ปกครองฝรั่งเศสเอง
ก็ไม่พอใจที่มีกษัตริย์ประเทศเพื่อนบ้านมาเป็ นเจ้าของดินแดน
ภายในราชอาณาจักรฝรั่งเศส และพยายามหาทางลดความเป็ น
อันตรายของฝ่ ายอังกฤษต่อความมั่นคงของฝรั่งเศส

หลังจากสมัยของสงครามกลางเมืองที่เรียกว่าดิแอนะคี (The
Anarchy) ในอังกฤษระหว่างปี ค.ศ. 1135 ถึงปี ค.ศ. 1154 รา
ชวงศ์อ็องฌูก็ขึ้นมามีอำนาจแทนราชวงศ์นอร์มัน สมัยที่รุ่งเรือง
ที่สุดราชวงศ์อ็องฌูก็ปกครองทั้งอังกฤษ และดินแดนในฝรั่งเศส
ที่รวมทั้งนอร์ม็องดี,ไมน์, อ็องฌู, ทูแรน, ปั วตูร์, แกสโคนี, แซง
ตง, และอากีแตน ซึ่งเป็ นอาณาบริเวณที่มีเนื้อที่มากกว่าพระเจ้า
แผ่นดินฝรั่งเศสเอง ดินแดนเหล่านี้เรียกรวม ๆ ว่าจักรวรรดิอ็
องณู (Angevin Empire) การที่พระมหากษัตริย์อังกฤษแห่งรา
ชวงศ์อ็องณูต้องแสดงความสวามิภักดิ์ต่อพระมหากษัตริย์
ฝรั่งเศสผู้อ่อนแอกว่าเป็ นชนวนที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งตลอด
มา

พระเจ้าจอห์นแห่งอังกฤษทรงได้รับดินแดนมากมายจากพระเจ้า
ริชาร์ดใจสิงห์ แต่พระเจ้าฟิ ลิปที่ 2 แห่งฝรั่งเศสทรงใช้ความ
อ่อนแอของพระเจ้าจอห์นทั้งทางกฎหมายและทางการทหารและ
เมื่อมาถึงปี ค.ศ. 1204 พระองค์ก็ทรงยึดดินแดนต่าง ๆ มาเป็ น
ของฝรั่งเศส ยุทธการบูแวงส์ (Battle of Bouvines) ในปี ค.ศ.
1214, ยุทธการแซงตง (Saintonge War) ในปี ค.ศ. 1242 และ
ยุทธการแซงต์ซาร์โดส์ (War of Saint-Sardos) ในปี ค.ศ. 1324)
ทำให้ราชวงศ์อ็องณูสูญเสียดินแดนนอร์ม็องดีทั้งหมดและลด
เนื้อที่ครอบครองในฝรั่งเศสลงเหลือเพียงในบริเวณบางส่วนของ
แกสโคนี เท่านั้น

เมื่อมาถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 14 ขุนนางอังกฤษก็ยังรำลึกถึง
เวลาที่บรรพบุรุษมีอำนาจครอบครองดินแดนมากมายบนแผ่น
ดินใหญ่ยุโรปเช่นในนอร์ม็องดีซึ่งฝ่ ายอังกฤษถือว่าเป็ นดินแดน
ของบรรพบุรุษ และเป็ นแรงบันดาลใจในความพยายามที่ยึดดิน
แดนเหล่านี้คืนมาในครอบครองอีกครั้งหนึ่ ง

สาเหตุเเห่งสงคราม

ในค.ศ. 1324 พระเจ้าชาร์ลที่ 4 แห่งฝรั่งเศส สิ้นพระชนม์โดย
ไม่มีทายาท ทำให้ราชวงศ์กาเปเชียงสายตรงต้องสิ้นสุดลง
พระเจ้าเอ็ดวาร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษเป็ นพระนัดดาของพระเจ้าชาล
ส์ที่ 4 เป็ นพระญาติชายที่ใกล้ชิดที่สุดทางสายพระโลหิต จึงเป็ น
ผู้มีสิทธิจะครองบัลลังก์มากที่สุด แต่ขุนนางฝรั่งเศส ไม่ต้องการ
ให้กษัตริย์อังกฤษมาปกครองฝรั่งเศส จึงอ้างกฎบัตรซาลลิคของ
ชนแฟรงก์โบราณว่า การสืบสันติวงศ์จะต้องผ่านทางผู้ชาย
เท่านั้น และให้ฟิ ลิปเคานท์แห่งวาลัวส์ ที่สืบเชื้อสายจากพระเจ้า
ฟิ ลิปที่ 3 ขึ้นครองราชย์เป็ นพระเจ้าฟิ ลิปที่ 6 เป็ นปฐมกษัตริย์
ราชวงศ์วาลัวส์ ซึ่งเป็ นสาขาของราชวงศ์กาเปเชียง ในค.ศ.
1331 พระเจ้าเอ็ดวาร์ดที่ 3 ทรงยินยอมที่จะสละสิทธิ์ในบัลลังก์
ฝรั่งเศสทั้งมวลแต่ครองแคว้นกาสโคนี

ในค.ศ. 1333 พระเจ้าเอ็ดวาร์ดทรงทำสงครามกับสกอตแลนด์
โดยมีการส่งนักสืบเอกชนลอบเข้าไปสืบราชการลับ ซึ่งตอนนั้น
เป็ นพันธมิตรกับฝรั่งเศสตามสัญญาพันธมิตรเก่า (Auld
Alliance) ทำให้พระเจ้าฟิ ลิปที่ 6 ทรงเห็นเป็ นโอกาสจึงนำทัพบุก
ยึดแคว้นกาสโคนี แต่พระเจ้าเอ็ดวาร์ดทรงปราบปราม
สกอตแลนด์อย่างรวดเร็ว และหันมาตอบโต้พระเจ้าฟิ ลิปได้ทัน

ไทม์ไลน์สงคราม

สงครามของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดแห่งอังกฤษ
(ค.ศ. 1337 ถึง ค.ศ. 1360)

สงครามร้อยปี เริ่มต้นใน ค.ศ. 1337 ในตอนแรกทัพเรือฝรั่งเศส
สามารถโจมตีเมืองท่าอังกฤษได้หลายที่ แต่ลมก็เปลี่ยนทิศเมื่อ
ทัพเรือฝรั่งเศสถูกทำลายล้างในการรบที่สลุยส์ (Sluys) ในค.ศ.
1341 ตระกูลดรือซ์แห่งแคว้นบรีตตานีสูญสิ้น พระเจ้าเอ็ดเวิร์ด
และพระเจ้าฟิ ลิปจึงสู้รบกันเพื่อให้คนของตนได้ครองแคว้นบรีต
ตานี ใน ค.ศ. 1346 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดทรงสามารถขึ้นบกได้ที่
เมืองคัง (Caen) ในนอร์ม็องดี เป็ นที่ตกใจแก่ชาวฝรั่งเศส พระ
เจ้าฟิ ลิปแต่งทัพไปสู้ แต่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดทรงหลบหนีไปประเทศ
ภาคต่ำ (Low Countries) ทัพฝรั่งเศสตามมาทัน แต่พ่ายแพ้ยับ
เยินที่การรบที่เครซี (Crécy) ทำให้พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดต่อไปยึด
เมืองท่าคาเลส์ของฝรั่งเศสและยึดเป็ นที่มั่นบนแผ่นดินฝรั่งเศส
ได้ในค.ศ. 1347

ใน ค.ศ. 1348 ระหว่างที่ฝรั่งเศสกำลังลุกเป็ นไฟด้วยสงคราม
กาฬโรคก็ระบาดมาถึงฝรั่งเศสคร่าชีวิตผู้คนไปเป็ นจำนวนมาก
เจ้าชายดำพระโอรสของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด บุกอังกฤษจากกาสโค
นี ชนะฝรั่งเศสในศึกปั วติเยร์ (Poitiers) จับพระเจ้าฌ็องที่ 2
แห่งฝรั่งเศสได้ ด้วยอำนาจของฝรั่งเศสที่อ่อนแอลง ทำให้ตาม
ชนบทไม่มีขื่อแปโจรอาละวาด ทำให้ชาวบ้านก่อจลาจลกัน
มากมาย พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเห็นโอกาสจึงทรงบุกอีกครั้ง แต่ถูก
องค์รัชทายาทแห่งฝรั่งเศสต้านไว้ได้ จนทำสนธิสัญญาบรีติญญี
(Bretigny) ในค.ศ. 1360 อังกฤษได้อากีแตน บรีตตานีครึ่งนึง
และเมืองท่าคาเลส์

สงครามแคโรไลน์หรือสงครามของพระเจ้าชาร์ลส์
แห่งฝรั่งเศส (ค.ศ. 1369 ถึง ค.ศ. 1389)

พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 5 ทรงสามารถบุกยึดดินแดนคืนจากอังกฤษได้
ด้วยความช่วยเหลือของขุนพลแบร์ทรันด์ เดอ เกอสแคลง
(Bertrand de Guesclin) องค์ชายเอ็ดเวิร์ดทรงติดพันอยู่กับ
สงครามในสเปน จนทรงปลีกพระองค์มาฝรั่งเศสได้ในค.ศ.
1371 ฝ่ ายอังกฤษตอบโต้โดย Chevauchée เมืองต่าง ๆ ของ
ฝรั่งเศส แต่เดอเกอสแคลงก็ไม่หลงกล

องค์ชายเอ็ดเวิร์ดสิ้นพระชนม์ในค.ศ. 1376 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ด
สิ้นพระชนม์ในค.ศ. 1377 และเดอเกอสแคลงสิ้นชีวิตในค.ศ.
1380 เมื่อผู้นำทัพสิ้นชีวิตไปหมดแล้ว สงครามก็สงบลงอีกครั้ง
จนทำสัญญาสงบศึกในค.ศ. 1389

สงครามแลงคาสเตอร์หรือสงครามพระเจ้าเฮนรีแห่ง
อังกฤษ (ค.ศ. 1415 ถึง ค.ศ. 1429)

สงครามร้อยปี หยุดยาวเพราะฝรั่งเศสตกอยู่ในสงครามกลาง
เมืองระหว่างตระกูลอาร์มันญัค (Armagnac) และดยุคแห่งเบอร์
กันดี เพราะพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 6 มีพระสติไม่สมประกอบ ทำให้
แย่งอำนาจกันปกครองบ้านเมือง และขอให้อังกฤษช่วย แต่
อังกฤษเองก็กำลังมีสงครามกลางเมือง และเวลส์และไอร์แลนด์
ก่อกบฏ สกอตแลนด์บุก

เมื่ออังกฤษสงบแล้ว พระเจ้าเฮนรีที่ 5 ก็ทรงนำทัพบุกฝรั่งเศส
ในค.ศ. 1415 และชนะฝรั่งเศสขาดรอยที่ยุทธการอาแฌงคูร์ต
ได้ดยุคแห่งเบอร์กันดีมาเป็ นพวก และยึดฝรั่งเศสตอนเหนือไว้
ได้ทั้งหมดในค.ศ. 1419 พระเจ้าเฮนรีทรงเฝ้ าพระเจ้าชาลส์ที่ 6
แห่งฝรั่งเศสซึ่งทรงพระสติไม่สมประกอบ ทำสัญญาให้พระโอรส
พระเจ้าเฮนรีขึ้นครองฝรั่งเศสเมื่อพระเจ้าชาลส์สิ้นพระชนม์ แต่
ทัพสกอตแลนต์ก็มาช่วยขัดขวางเอาไว้ เมื่อพระเจ้าชาลส์
สิ้นพระชนม์ พระเจ้าเฮนรีที่ 6 แห่งอังกฤษ ก็ขึ้นเป็ นกษัตริย์
ฝรั่งเศส แต่ตระกูลอาร์มันญัคยังคงจงรักภัคดีต่อองค์รัชทายาท
ฝรั่งเศส

ชัยชนะของฝรั่งเศส

ใน ค.ศ. 1428 อังกฤษล้อมเมืองออร์เลอองส์ แต่โจนออฟอาร์ก
(ฌาน ดาร์ก) เสนอตัวขับไล่ทัพอังกฤษกล่าวว่านางเห็นนิมิตว่า
พระเจ้าให้เธอปลดปล่อยฝรั่งเศสจากอังกฤษ จนสามารถขับไล่
ทัพอังกฤษออกไปได้ใน ค.ศ. 1429 และยังสามารถเปิ ดทางให้
องค์รัชทายาทสามารถยึดเมืองแรงส์เพื่ อราชาภิเษกพระเจ้าชาลส์
ที่ 7 นับเป็ นจุดเปลี่ยนในสงครามร้อยปี แต่โจนออฟอาร์กถูก
พวกเบอร์กันดีจับได้และส่งให้อังกฤษ และถูกเผาทั้งเป็ น ใน
ค.ศ. 1435 แคว้นเบอร์กันดีหันมาเป็ นพวกฝรั่งเศส แม้ฝ่ าย
อังกฤษจะมีจอห์น ทัลบอต ที่ดุร้าย แต่พระเจ้าชาลส์ที่ 7ก็ทรง
สามารถยึดฝรั่งเศสคืนได้เกือบหมดใน ค.ศ. 1453 (ยกเว้นคา
เลส์) ในการรบที่คาสตีลโลญ (Castillogne) ซึ่งฝรั่งเศสใช้ปื นเป็ น
ครั้งแรก เป็ นอันสิ้นสุดสงครามร้อยปี

ผลที่ตามมาของสงครามร้อยปี

ผลกระทบของสงครามร้อยปีต่อประเทศอังกฤษ

-ทำให้อังกฤษสูญเสียดินแดนในการปกครองไปเป็ นจำนวนมาก
-กษัตริย์ของอังกฤษได้ถูกจ ากัดอ านาจโดยบทบาทของรัฐสภา
ซึ่งต่อมาได้เป็ นรากฐานแนวทางการพัฒนาระบอบสภาของ
อังกฤษ(อำนาจของรัฐสภาอังกฤษมีมากขึ้นเพื่ อต่อรองกับ
กษัตริย์)
-ทำให้กษัตริย์อังกฤษหันมาให้ความสำคัญกับกิจการภายใน
ประเทศมากขึ้น
-ขุนนางอ่อนแอ่ลงจากการเสียชีวิตในสงครามและยากจนลงอัน
เนื่ องมาจากการสูญเสียจากการทำสงครามของขุนนาง ส่งผล
ทำให้กษัตริย์อังกฤษสามารถรวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลางได้ง่ายขึ้น

ผลกระทบของสงครามร้อยปีต่อประเทศฝรั่งเศส

-ส่งเสริมอำนาจเด็ดขาดให้แก่กษัตริย์ในการปรับปรุงกองทัพ
เพื่ อปราบปรามขุนนางและทำสงครามกับต่างชาติ
-รัฐสภา ได้ยอมรับอำนาจของสถาบันกษัตริย์ฝรั่งเศสมากขึ้น
ทำให้กษัตริย์สามารถรวมอำนาจเข้าสู่สถาบันกษัตริย์ได้ง่ายขึ้น
จนต่อมาได้พัฒนาเป็ นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชที่เข้มแข็งใน
ฝรั่งเศสในเวลาต่อมา(สถาบันกษัตริย์ฝรั่งเศษมีอำนาจและ
บทบาทมากขึ้นในเวลาต่อมา)
-กระตุ้นความคิดชาตินิยมในหมู่ชาวฝรั่งเศส (โดยเฉพาะการนำ
ของ โจน ออฟ อาร์ค)

ความสำคัญทางประวัติศาสตร์

สงครามมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์หลายประการ แม้ว่าจะ
เป็ นสงครามของความขัดแย้งกันหลายด้านแต่ก็เป็ นสงครามที่ที่
ทำให้ทั้งฝ่ ายอังกฤษเริ่มมีความรู้สึกถึงความเป็ นชาตินิยม ทาง
ด้านการทหารก็มีการนำอาวุธและยุทธวิธีใหม่ ๆ มาใช้ที่ทำให้
ระบบศักดินาที่ใช้การต่อสู้บนหลังม้าเป็ นหลักเริ่มหมดความ
สำคัญลง ในด้านระบบการทหารก็มีการริเริ่มการใช้ทหารประจำ
การที่เลิกใช้กันไปตั้งแต่การล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวัน
ตก ซึ่งเป็ นการเปลี่ยนแปลงบทบาทของเกษตรกร ความ
เปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้เห็นว่าเป็ นเหตุการณ์ที่สำคัญ
ที่สุดเหตุการณ์ หนึ่ งที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การสงครามของ
ยุคกลาง ในฝรั่งเศสการรุกรานของฝ่ ายอังกฤษ,
สงครามกลางเมือง, การระบาดของเชื้อโรค, ความอดอยาก และ
การเที่ยวปล้นสดมของทหารรับจ้างและโจรทำให้ประชากรลด
จำนวนลงไปถึงสองในสามในช่วงเวลานี้[1] เมื่อต้องออกจาก
แผ่นดินใหญ่ยุโรปอังกฤษก็กลายเป็ นชาติเกาะที่มีผลต่อนโยบาย
และปรัชญาของอังกฤษต่อมาถึง 500 ปี [

สรุป

สงครามร้อยปี เป็ นสงครามระหว่างประเทศอังกฤษและฝรั่งเศส
โดยเริ่มขึ้นเมื่อปี คริสต์ศักราช 1337-1453 เป็ นสงครามที่มี
ระยะเวลายาวถึง 116 ปี สงครามร้อยปี เกิดขึ้นมาจากความขัด
แย้งในหลายๆสาเหตุอาทิเช่นสาเหตุด้านการเมือง,สาเหตุด้าน
เศรษฐกิจและสาเหตุด้านสังคม

โดยสงครามร้อยปี มีเหตุการณ์สู้รบที่สำคัญทั้งหมด 3 เหตุการณ์

จุดเริ่มต้นของสงครามร้อยปี เกิดขึ้นที่เมืองนอร์มังดีเมื่อปี คริสต์
ศักราช 1337-1360 ด้วยอังกฤษเป็ นฝ่ ายเริ่มและในสงคราม
ครั้งแรกอังกฤษก็เป็ นฝ่ ายชนะและสามารถยึดเมืองเครซี่และ
เมืองกาเลได้

ในครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อปี คริสต์ศักราช 1368-1396 ในครั้งนี้
ฝรั่งเศสเป็ นฝ่ ายเริ่มเพราะต้องการยึดเมืองเครซี่และเมืองกาเล
คืนจากอังกฤษ ครั้งนี้ฝรั่งเศสก็เป็ นฝ่ ายชนะ

และครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อปี คริสต์ศักราช 1415-1453 โดยใน
ครั้งสุดท้ายอังกฤษเป็ นฝ่ ายชนะส่งผลให้พระเจ้าเฮนรี่จะขึ้นเป็ น
กษัตริย์องค์ต่อไปของฝรั่งเศส แต่ฝ่ ายฝรั่งเศสไม่ยินยอมจึงเกิด
สงครามขึ้นอีกครั้งด้วยฝรั่งเศสมีผู้นำทัพเป็ นผู้หญิงที่มีชื่อ
ว่า"ฌาน ดาก"และในสงครามครั้งนี้ฝรั่งเศสก็เป็ นฝ่ ายชนะ ส่ง
ผลให้อังกฤษสูญเสียดินแดนที่ปกครองไปเป็ นจำนวนมาก

คลิปเพิ่มเติม


Click to View FlipBook Version