Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เร่ือง : ค่มู ือความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมื่อ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้ังที่ : 01
หน้า : 50/83
5. เลอื กใช้ PALLET ให้เหมาะสมกบั ของท่จี ะยก
6. ต้งั ระยะความกวา้ งของงาให้พอเหมาะ
7. ระมดั ระวงั และรอบคอบในเร่ืองน้าหนกั บรรทกุ
8. น้าหนกั ของส่ิงของท่บี รรทุกบนงาควรจดั ให้ไดศ้ นู ยถ์ ว่ ง
9. อย่ายกของท่บี รรทกุ ไวส้ ูง ขณะทร่ี ถยกวิง่ ผา่ นพ้นื ลาดเอียงตา่ งระดบั
10. ห้ามมใิ หผ้ หู้ น่ึงผใู้ ดอยใู่ นระหวา่ งบริเวณของรถยก
11. ขณะขบั รถ อย่ายน่ื มือหรือเทา้ ออกไปเกินส่วนท่เี ป็นเสาของรถยก
12.ใหต้ ะแกรงก้นั ของและหลงั คานิรภยั สาหรบั การใชง้ านยกของสูงๆ
13. เม่อื บรรทุกของอย่ายกงาข้ึนสูง ถา้ เสาอยูใ่ นลกั ษณะเอนหนา้
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เร่ือง : คมู่ ือความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมือ่ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้ังที่ : 01
หน้า : 51/83
14. เมอื่ บรรทกุ ของและนารถออกวง่ิ อย่ายกงาสูง
15. ปรบั ให้เสาเอนหนา้ หลงั เพอื่ ใหห้ ีบห่อว่ึงบรรทกุ อยบุ่ นงาแนบชิดกบั แผงก้นั
16. ก่อนออกรถมองหนา้ - หลงั ใหด้ ี
17. ออกและหยุดรถอย่างนิ่มนวล
18. ใชร้ ถดว้ ยความระมดั ระวงั
19. เวน้ ระยะห่างให้กบั รถคนั อ่นื บา้ งเพ่อื ความปลอดภยั
20. อยา่ แซงรถคนั อื่น
21. ขบั ชา้ ๆ เมอ่ื ผ่านท่ีเปียกลนื่
22. ให้สัญญาณแตรเมือ่ จะเล้ียวหรือผา่ นมุมอบั และลดความเร็วลง
23. เม่อื ยกสูง พึงระวงั สิ่งกีดขวางดา้ นบน
24. ระมดั ระวงั ส่ิงกีดขวางดา้ นขา้ ง
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เรื่อง : คมู่ อื ความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมอื่ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้ังท่ี : 01
หนา้ : 52/83
25. ระวงั ทา้ ยปัด
26. อย่ายกงาคา้ ง
27. ห้ามบนั ุทกของสูงเกินระดบั สายตา
28.เมื่อขนขนลงจากรถบรรทกุ ให้มีวสั ดุหา้ มลอ้ รถบบรทุกมุกคร้ัง
29.ขบั ข้ึนท่ีชนั ใหเ้ ดินหนา้ ข้ึน และเมือ่ จะลงทีล่ าดต่าใหถ้ อยหลงั
30. เม่ือบรรทกุ ของสูงใหญบ่ งั ระดบั สายตาควรมีผชู้ ่วยคอยบอกทาง
31. หา้ มใชร้ ถยกแทนลฟิ ท์
32. ห้ามโดยสารไปกบั รถฤอรค์ ลิฟตืโดยเด็ดขาด
33. ดบั เคร่ืองยนตเ์ มื่อเลิกใชง้ าน
34. ห้ามสุบบหุ ร่ีขณะเตมิ เชื่อเพลิง
35. ตรวจตรารถฟอร์คลฟิ ตเ์ มื่อเลกิ ใชง้ าน
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เร่ือง : คูม่ ือความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมอ่ื : 02/12/62
แกไ้ ขคร้ังที่ : 01
หนา้ : 53/83
ข้อปฏิบัตใิ นการใช้เครนและสลงิ
เน่ืองจากการใชเ้ ครื่องดงั กล่าวมคี วามเส่ียงมาก จึงตอ้ งมกี ฎหมายควบคุม พนกั งานขบั
เครนจะตอ้ งมีใบอนุญาตขบั เครน การผกู น้าหนกั ส่ิงของหนกั ๆ กบั ลวด และใชต้ ะขอเก่ียวน้นั
เป็นทร่ี ู้จกั กนั ทวั่ ไปวา่ เป็นงานสลิง ซ่ึงงานเชน่ น้ีจะตอ้ งใชพ้ นกั งานที่ไดร้ บั การฝึกอบรมเป็น
พิเศษ ดงั น้นั ถา้ พนกั งานท่ีใชเ้ ครน และสลิง ไมม่ คี ุณสมบตั ิดงั กลา่ วแลว้ จะไมไ่ ดร้ ับอนุญาตให้
ปฏบิ ตั งิ านเครน และสลงิ เป็นอนั ขาด
1. เครนทมี่ ีขนาด 5 ตนั หรือมากกวา่ จะตอ้ งมีพนกั งาน
ขบั เครนที่มีใบอนุญาตสาหรับเครนทใ่ี ชบ้ นทีส่ ูงและเครนทีม่ ี
ขนาดต่ากว่า 5 ตนั จะอนุญาตใหใ้ ชไ้ ดเ้ ฉพาะพนกั งานท่ีไดผ้ า่ น
หลกั สูตรทางเทคนิคทีก่ าหนด หรือการฝึกอบรมเป็นพิเศษเท่าน้นั
2. การทางานสลงิ น้นั พนกั งานท่จี ะปฏบิ ตั งิ านน้ีได้ จะตอ้ ง
เป็นผผู้ ่านหลกั สูตรทางเทคนิคท่ีกาหนดเทา่ น้ัน โดยอนุญาตให้
ทางานกบั สลิงทม่ี นี ้าหนกั หน่ึงตนั หรือมากกว่า ส่วนงานสลงิ ท่ีมี
น้าหนกั นอ้ ยกวา่ 1 ตนั น้นั พนกั งานสลงิ จะตอ้ งเป็นผูไ้ ดร้ บั แตง่ ต้งั และผ่านการอบรมหลกั สูตร
พเิ ศษ
3. ถา้ พนกั งานน้นั ไดถ้ กู กาหนดให้เป็นผูช้ ว่ ย
พนกั งานน้นั ควรไดม้ ีการปรึกษาหารือใน
การเตรียมการ และวธิ ีการให้สญั ญาณกบั หวั
หนา้ ทม่ี คี ุณสมบตั ิเหมาะสม และปฏิบตั ติ าม
คาสง่ั ของหวั หนา้ ดงั กล่าว
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เร่ือง : คมู่ อื ความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเม่ือ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้งั ที่ : 01
หน้า : 54/83
4. เครื่องมอื ประกอบเครน และสลงิ จะตอ้ งไดร้ ับการตรวจสอบทต่ี ามท่กี าหนด (ก่อน
และระหวา่ งการใชง้ าน) หากตรวจพบความผิดปกติ ใหห้ ยดุ การใชง้ านโดยทนั ที และรายงาน
ให้หัวหนา้ งาน เพ่ือขอคาแนะนาเก่ียวกบั การซ่อมแซมต่อไป
5. หลกี เล่ียง (เชน่ ) การบรรทกุ น้าหนกั เกิน การแขวนในลกั ษณะทแยงมุม และห้อยแขวน
จดุ เดยี ว
6. ตรวจดตู ะขอเก่ียวใหห้ นาแน่น และมีการขงึ ลวดอย่างถกู ตอ้ งกอ่ นการยกส่ิงของ เมื่อ
ยกน้าหนกั พน้ พ้ืนเลก็ นอ้ ย ให้หยดุ เครน แลว้ ตรวจสอบสลิงเพอ่ื ความปลอดภยั
7. ยกน้าหนกั ให้สูงข้นึ ในระดบั ทป่ี ลอดภยั ก่อนเคลื่อนยา้ ยไป
8. พนกั งานควบคมุ จะตอ้ งไมล่ ะสายตาไปจากสวติ ชใ์ นระหวา่ งการปฏิบตั ิงาน หรือเม่อื
ไดย้ กน้าหนกั ข้นึ แลว้
9. ดาเนินการใหส้ ญั ญาณตามปกติ เพ่อื ใหเ้ กิดความปลอดภยั
10. ไมอ่ นุญาตใหใ้ คร แมต้ วั พนกั งานเอง ให้อย่ใู ตน้ ้าหนกั ท่ีกาลงั ยกข้ึนหลงั จาก
ดาเนินการเสร็จแลว้ ใหจ้ ดั ใหเ้ ครนอยู่ในตาแหน่งเดมิ เมือ่ เร่ิมตน้
เครนชนิดเคลอ่ื นท่ี เครนชนิดอยกุ่ บั ท่ี
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
OSHMS-MN-01/P
เรื่อง : คู่มอื ความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเม่อื : 28/02/60
แกไ้ ขคร้งั ที่ : 01
หน้า : 556/83
9.สถานท่ีอับอากาศ
.ท่ีอับบออาากการาศหมายถงึ ทซี่ ่ึงมที างเขา้ ออกจากดั และมีการระบายกชอากาศไมเ่ พียงพอ ที่จะทา
ให้อากาศภายใน อยู่ในสภาพถกู ลกั ษณะและปลอดภยั เชน่ อโุ มงค์ ถ้า บ่อ หลุม ห้องใตด้ ิน หอ้ ง
นิรภยั ถนั ้ามนั ถงั หมกั ถงั ไวโล ท่อ เตา ภาชนหรือส่ิงอนื่ ท่ีมลี ษั ณะคลา้ ยกนั
อนั ตรายในการทางานในที่อบั กาศ
1.ระดบั ออกซิเจนไม่เพยี งพอ (นอ้ ยกว่า 19.5% หรือมากากว่า 23.5% )
2. มีกา๊ ซ ไอ ละออง ทีร่ ะเบิดหรือลุกติดไฟได้
3. อากาศฝ่นุ ทีต่ ิดไฟหรือระเบิด
4. มีค่าความเขม้ ขน้ ของสารเคมแี ตล่ ะชนิดเกินมาตรฐาน
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เร่ือง : คมู่ ือความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเม่อื : 02/12/62
แกไ้ ขคร้ังที่ : 01
หน้า : 57/83
ข้อปฏิบตั ิในการทางานในที่อบั อากาศ เพือ่ ความปลอดภยั มีดงั นี้
1. ระบบการทางานทมี่ คี วามปลอดภัย ดังน้ี
- ผทู้ เ่ี ก่ียวขอ้ งท้งั หมด (ผปู้ ฏิบตั งิ าน ผชู้ ่วยเหลือหรือผเู้ ฝา้ ระวงั ผูค้ วบคมุ งาน และผู้
อนุญาต) ตอ้ งผา่ นการอบรมและมีความรู้ความสามารถในการทางานในสถานทีอ่ บั อากาศ
- มกี ารตดั ระบบการทางานของเครื่องจกั ร กระแสไฟฟ้า และการป้อนวสั ดุ
- ทาการตรวจสอบและดาเนินการให้ช่องทางเขา้ ออก สะดวก ปลอดภยั
- มีระบบระบายอากาศท่ีเหมาะสมกอ่ นเขา้ ทางาน และตลอดระยะเวลาทีท่ างาน
- มีการตรวจวดั สภาพบรรยากาศสาหรบั การปฏบิ ตั ิงานในทอ่ี บั อากาศ
- มีการเลอื กใชเ้ ครื่องชว่ ยหายใจ หรือ SCBA ท่เี หมาะสม
- มีป้ายเตอื นอนั ตรายและห้ามเขา้
2. มีการเตรียมการสาหรับเหตุฉุกเฉินให้พร้อมก่อนเร่ิมการเข้าปฏบิ ตั ิงานในทีอ่ บั อากาศ
- ตรวจสอบและเตรียมความพร้อมในการแจง้ กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
- จดั เตรียมเครื่องมือกภู้ ยั และช่วยชีวิตท่พี รอ้ มใชง้ านไดอ้ ยา่ งทนั สถานการณ์
- ทีมฉุกเฉินและทีมกภู้ ยั มีสมรรถนะตอบสนองตอ่ ภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดข้ึนจากการทางานใน
ที่อบั อากาศไดท้ นั สถานการณ์
3. มกี ารจดั โปรแกรมการจัดการเพื่อความปลอดภยั ในการเข้าทางานในทีอ่ ับอากาศ
- ช้ีบง่ อนั ตรายพ้นื ท่ที ่ถี อื ว่าเป็นที่อบั อากาศ
- มีระบบการอนุญาตให้เขา้ ปฏบิ ตั งิ านในทีอ่ บั อากาศ
- มีการวางแผน และทาการประเมินความเสี่ยงในการเขา้ ปฏบิ ตั ิงานในท่ีอบั อากาศแต่ละคร้ัง
- มขี ้นั ตอนการปฏิบตั ิงานและข้นั ตอนการตรวจวดั สภาพบรรยากาศอนั ตราย
- มรี ะบบการป้องกนั การเขา้ ในทอ่ี บั อากาศโดยพลการ
- จดั อุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบคุ คล อปุ กรณก์ ารชว่ ยชีวิต หรืออปุ กรณพ์ เิ ศษอืน่
ตามลกั ษณะการปฏบิ ตั งิ าน
- มีแผนกภู้ ยั ฉุกเฉินสาหรับลกู จา้ งหรือผปู้ ระสบภยั ในสถานทอ่ี บั อากาศ
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เรื่อง : คมู่ อื ความปลอดภยั อาชีวอนามยั ออกเอกสารเม่ือ : 02/12/62
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน แกไ้ ขคร้ังท่ี : 01
หนา้ : 58/83
10.ความปลอดภัยในการทางานในสานกั งาน
ข้อปฏิบตั ใิ นการทางานในสานกั งาน เพื่อความปลอดภยั มดี ังน้ี
1. พ้นื ทสี่ านกั งานควรสะอาดอยเู่ สมอ
2. หา้ มวิ่ง หรือล่ืนไถลในสานกั งาน
3. ขณะทีม่ ีการขดั หรือทาความสะอาดพ้ืน ผปู้ ฏิบตั งิ านควรเดิน หรือปฏบิ ตั คิ วิ งานดว้ ยความ
ระมดั ระวงั ย่งิ ข้นึ
4. ถา้ ห้ามวง่ิ ข้นึ บนั ได และควรสวมรองเทา้ เปล่ียนที่มขี นาดเหมาะสม
5. ถา้ พบวสั ดุ หรือเคร่ืองใชส้ านกั งาน เชน่ ดินสอ หรือส่ิงอื่นใดตกหลน่ รีบเก็บทนั ที
6. ในขณะทีเ่ ดินถงึ มมุ ตกึ ให้เดนิ ทางขวาของทางเดิน เดนิ ชา้ ๆอย่างระมดั ระวงั
7. สายโทรศพั ทห์ รือสายไฟฟ้า ควรตดิ ต้งั ใหเ้ รียบรอ้ ย ไม่กีดขวางทางเดิน
8. อย่าอยใู่ กลบ้ ริเวณประตูท่ีเปิดอยู่ ประตูอาจเปิดมากระแทกได้
9. เมือ่ เปิดปิดประตบู านกระจก ควรเปิดปิดอยา่ งระวงั
10. ประตบู านกระจกที่เปิดปิดสองทาง ให้ตดิ เคร่ืองหมาย “ดึง”
หรือ “ผลกั ” ใหช้ ดั เจน
11. ไมว่ างสิ่งของเกะกะทางเดนิ ช่องประตู
12. ติดต้งั กระจกเงาที่บริเวณมุมอบั
13. ทาความสะอาดและกาจดั ขยะ ฝ่นุ ผง หรือเสษกระดาษทุกวนั
14. สูบบหุ ร่ีในที่จดั ไวใ้ ห้
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เรื่อง : คู่มอื ความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมอื่ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้ังที่ : 01
หน้า : 59/83
ความปลอดภัยของโต๊ะและเก้าอี้
1. ลิน้ ชกั ตูเ้ อกสาร ควรเปิ ดใชท้ ีละชกั และปิ ดทุกคร้งั หลงั เลิดใชง้ าน
2. ห้าม วางสิ่งของไวใ้ ตโ้ ตะ๊ ทางาน
3. ห้าม เอนหรือพงิ พนกั กเกา้ อ้โี ดยใหร้ บั น้าหนกั เพยี งขอ้ งใดขา้ งหน่ึง
4. ให้มพี ้นื ทเี่ คล่อื นยา้ ยเกา้ อ้เี ขา้ ออก ทีส่ ะดวก
5. หา้ มวางวสั ดุสิ่งของบนหลงั ตู้
6. จดั เอกสารใส่ลิน้ ชกั ตูช้ ้นั ลา่ งสุดข้นึ ไป หลีกเลยี่ งการใส่เอกสารมากเกินไป
7. ใหจ้ บั หูลิน้ ชกั ตูท้ ุกคร้งั ท่เี ปิ ด เพ่อื ป้องกนั นิ้วถกู หนีบ
8. การจดั วางตตู้ อ้ งไมเ่ กะกะทางเดิน
ความปลอดภยั ในการใช้เคร่ืองใช้สานกั งาน
1. ในขณะขนยา้ ยกระดาษควรระวงั กระดาษบาดมือ
2. ใหเ้ ก็บปากกาหรือดนิ สอ โดยการเอาปายช้ีลง หรือวางราบในลิ้นชกั
3. ใหท้ าการหุบขากรรไกร ทีป่ ิดซองจดหมาย ใบมดี คตั เตอร์ หรือของมีคมอ่นื ๆ ให้เขา้ ท่ี
กอ่ นการเกบ็
4. การใชเ้ ครื่องตดั กระดาษ ตอ้ งระวงั น้ีวมอื ให้อยหู่ า่ งจากมดี
5. การแกะลวดเยบ็ กระดาษ ใหใ้ ชท้ ่ดี ึง หา้ มใชเ้ ล็บ
6. ควรใชบ้ รรไดเหยยี บ เม่อื ตอ้ งการหยบิ ของในทสี่ ูง หา้ มใชก้ ล่อง โตะ๊ หรือเกา้ อ้ตี ดิ ลอ้
7. หลงั เลิกใชง้ านใหป้ ิดไฟทุกดวง และตดั วงขรไฟฟ้าภายในหอ้ งทางาน เพือ่ ลดการใช้
พลงั งาน
8. ห้ามปรบั แต่ง หรือเปล่ียนแปลงส่วนประกอบของเคร่ืองใชส้ านกั งาน ทม่ี อี นั ตราย โดย
เด็ดขาด กรณีเคร่ืองขดั ขอ้ ง ให้ช่างมาทาการซ่อมแซมแกไ้ ข
9. ห้าม ถอดอุปกรณป์ ้องกนั อนั ตราย หรือปิดแผงเคร่ืองใชส้ านกั งาน ทีม่ อี นั ตรายโดยเดด้
ขาด กรณีเคร่ืองขดั ขอ้ งให้ชา่ งมาทาการซ่อมแซมแกไ้ ข
10. ให้ตดั กระแสไฟฟ้าของเครื่องใชส้ านกั งานทีใ่ ชไ้ ฟฟ้าทกุ คร้งั เมอื่ จะปรบั แต่งเครื่อง
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เรื่อง : คมู่ ือความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมื่อ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้งั ที่ : 01
หนา้ : 60/83
การใช้คอมพวิ เตอร์ให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ
1. จดั ตาแหน่งการทางานให้เหมาะสม แสงสว่างเพยี งพอ ไมม่ แี สงจากหนา้ ต่างเขา้ ตา
โดยตรง โตะ๊ เกา้ อ้ี สูงพอเหมาะ จดั ระดบั ของจอภาพใหอ้ ยู่ตา่ กวา่ สายตา ประมาณ 10-15 องศา
2. ควรมกี ารหยุดพกั สายตาเป็นระยะ โดยทกุ ๆ 20 ถงึ 30 นาที ฬห้พกั สายตาจาก
คอมพวิ เตอร์ โดยมองไปบริเวณพ้ืนที่กวา้ งหรือนอดหนา้ ตา่ ง เพือ่ ลดการเพ่งของสายตาประมาณ
คร่ึงถงึ หน่ึงนาที
3. กระพริบตาประมาณ 10-15 คร้งั /นาที เพิ่อป้องกนั ภาวะตาแห้ง หรือหลบั ตาพกั ประมาณ
3-5 วนิ าทีบอ่ ยๆ เพ่อื ให้น้าหลอ่ เล้ียงลกู ตามาฉาบให้ความชุ่มช่ืนต่อลุกตา และอาจพิจารณาใชย้ า
หยอดตาชนิดน้าหลอ่ เล้ยี งลุกตาเทียม เพื่อบรรเทาอาการแสบตา
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เร่ือง : คู่มือความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมอื่ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้ังที่ : 01
หนา้ : 61/83
การป้องกนั และระงบั อคั คภี ยั
สาเหตสุ าคัญท่ีทาให้เกิดอคั คีภัยหรือไฟไหม้
ไฟจะเกิดขึน้ ได้ เม่ือมีองค์ประกอบ 3 อย่าง
1. เชื้อเพลงิ คอื สิ่งทีต่ ิดไฟและลุกไหมไ้ ด้ เชน่ กระดาษ ไม้ ผา้ ถา่ น แอลกอฮอล์
น้ามนั เช้ือเพลงิ แก๊สหุงตม้ ฯลฯ
2. ความร้อน คือ ส่ิงทท่ี าให้เช้ือเพลิงมอี ณุ หภมู ิสูงจนถึงจุดตดิ ไฟและเกิดการลุกไหม้
เมื่อมเี ปลวไฟหรือประกายไฟ
3. ออกซิเจน คอื องคป์ ระกอบทท่ี าใหเ้ กิดการเผาไหมข้ องเช้ือเพลิง โดยไฟจะลกุ
ไหมไ้ ดด้ เี ม่ือมีออกซิเจนประมาณรอ้ ยละ 15 ซ่ึงในอากาศจะพบออกซิเจนประมาณรอ้ ยละ 20
จึงเอ้อื ตอ่ การตดิ ไฟ
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เรื่อง : คู่มือความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมอ่ื : 02/12/62
แกไ้ ขคร้ังที่ : 01
หน้า : 62/83
ระยะการเกิดเพลงิ ไหม้ มี 3 ระยะ ดงั น้ี
1. ไฟไหม้ข้นั ต้น คือ ต้งั แต่เห็นเปลวไฟ จนถงึ 5 นาที สามารถดบั ได้ โดยใชเ้ ครื่องดบั เพลิง
เบ้ืองตน้ แตผ่ ูใ้ ชจ้ ะ ตอ้ งเคยฝึกอบรมการใชเ้ ครื่องดบั เพลิงมาก่อน จงึ จะมีโอกาสระงบั ไดอ้ ยา่ งมี
ประสไิทฟธจิภะาตพิดไดเ้ ม่ือมีองคป์ ระกอบครบ 3 อย่าง ท้งั น้ีหากขาดองคป์ ระกอบของไฟชนิดใดชนิด
หน่ึง2.ไไฟฟกไ็ไหมม่ส้ขา้นัมาปราถนตกดิ ลลาุกงไถดึง้รกุนาแรรปง้อคงอืกนัรกะยาระเกวิลดาอไคั ฟคไภี หยั มทไ้ด่ี ปีแแลละว้มีป5รนะาสทิที ถธงึิภ8าพนทาสี่ทุดี อคณุ ือหกภาูมริ
จตะสดั โูงอมกากาสเกทินอ่ี กงควา่ป์ 4ร0ะ0กอบงศทา้งั เซสลามเซจียะสเจหอากกนั จะแใตชถ่ เ้ คา้ เรกื่อิดงไดฟบั ไเหพมลขงิ้ ้ึนเบแ้อื ลงว้ ตเน้ราตตอ้อ้ งงมทคี าวกามรกชาจนดัาญ
แอลงะคตป์อ้ รงะมกีออปุ บกขรอณง์จไาฟนชวนิดมใาดกชเพนยี ิดงหพนอ่ึงอจองึ คกวจรากใชขร้บะวบนบกดาบรั เผพาลไงิหขม้นั อ้ สยูง่างจเึงหจมะามะคีสวมามอปาทลิอกดารภทยั าให้
แอลบัะมอปีากราะศสติทดัธเิภชา้ือพเพมลากงิ หกวรืา่อการลดความร้อน เพ่ือป้องกนั การลกุ ลามและสามารถดบั ไฟไดใ้ น
ที่สุด3. ไฟไหม้ข้นั รุนแรง คือ ระยะเวลาไฟไหมต้ อ่ เน่ืองไปแลว้ เกิน 8 นาที และยงั มีเช้ือเพลงิ
อกี มากมายอณุ หภมู ิจะสูงมากกว่า 600 องศาเซลเซียส ไฟจะลกุ ลามขยายตวั ไปทุกทิศทางอยา่ ง
รุนแรงและรวดเร็ว การดบั เพลิง จะตอ้ ง ใชผ้ ทู้ ี่ไดร้ ับการฝึก พร้อมอปุ กรณ์ในการระงบั เหตขุ ้นั
รุนแรง
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เร่ือง : คู่มอื ความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเม่ือ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้งั ท่ี : 01
หนา้ : 63/83
ประเภทของไฟ ตามมาตรฐาน NFPA 10 แบ่งได้ 5 ประเภท คอื
1. ไฟประเภท A เป็นไฟท่ี เกิดจากเช้ือเพลิง ไม้ กระดาษ ผา้ ยาง และ
พลาสติก เคร่ืองดบั เพลิงท่เี หมาะสาหรบั ใชใ้ นการดบั ไฟ คือ เคร่ือง
ดบั เพลิงชนิดน้าสะสมแรงดนั เคร่ืองดบั เพลิงชนิดโฟม, เคร่ืองดบั เพลิง
ชนิดผงเคมแี หง้ ABC เคร่ืองดบั เพลงิ ชนิดก๊าซเหลวระเหย ทีไ่ ม่ทาลายมลภาวะ
2. ไฟประเภท B เป็นไฟทเ่ี กิดจากเช้ือเพลิงเหลวตดิ ไฟ น้ามนั เบนซิน
น้ามนั ดีเซล, สี, สารละลาย เครื่องดบั เพลงิ ทเ่ี หมาะสาหรับใชด้ บั ไฟ
คอื เครื่องดบั เพลิงชนิดโฟม, เคร่ืองดบั เพลงิ ชนิดผงเคมีแหง้
ABC, เครื่องดบั เพลิงชนิดคาร์บอนไดออกไซด์,เครื่องดบั เพลงิ ชนิดก๊าซเหลวระเหย ทไ่ี มท่ าลาย
มลภาวะ 3. ไฟประเภท C เป็นไฟท่เี กิดจากเช้ือเพลงิ ท่มี กี ระแสไฟฟ้า
เคร่ืองดบั เพลงิ ท่ีเหมาะสาหรบั ดบั ไฟ คือ เครื่องดบั เพลิงชนิดผงเคมี
แห้ง ABC เคร่ืองดบั เพลิงชนิดกา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์, เคร่ือง
ดบั เพลิงชนิดกา๊ ซเหลวระเหยทีไ่ มท่ าลายมลภาวะ
4. ไฟประเภท D เป็นไฟท่ีเกิดจากเช้ือเพลิงที่เป็น โลหะลุกติดไฟ
เครื่องดบั เพลิงทเี่ หมาะสาหรบั ดบั ไฟ คอื เครื่องดบั เพลิงชนิดผงเคมี
โซเดียม ครอไรด์
5. ไฟประเภท K เป็นไฟที่เกิดจากเช้ือเพลงิ น้ามนั ทาอาหาร น้ามนั พชื
,น้ามนั จากสตั ว์ และไขมนั เครื่องดบั เพลงิ ท่เี หมาะสาหรบั ดบั ไฟ
คอื เคร่ืองดบั เพลงิ ชนิดน้าผสมสารโปตสั เซี่ยมอะซิเตท
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เรื่อง : ค่มู ือความปลอดภยั อาชีวอนามยั ออกเอกสารเมอื่ : 02/12/62
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน แกไ้ ขคร้งั ที่ : 01
หนา้ : 64/83
ประเภทของถงั ดบั เพลิง
1.ชนิดผงเคมแี ห้ง (Dry Chemical) สามารถดบั ไฟไดเ้ กือบทกุ ประเภท A
B C ยกเวน้ CLASS K ราคาถูก หาซ้ืองา่ ย แต่มขี อ้ เสียคือเมอ่ื ฉีดออกมาจะฟุ้ง
กระจาย และเมื่อเราทาการฉีดแลว้ จะฉีดจนหมดหรือไมห่ มดถงั แรงดนั จะตก
ไมส่ ามารถใชง้ านไดอ้ ีก ตอ้ งส่งบรรจใุ หม่ ถงั สีแดง
2.ชนิดน้ายาเหลวระเหย สามารถดบั ไฟไดเ้ กือบทกุ ประเภท A B C
ยกเวน้ CLASS K ราคาถกู หาซ้ือง่าย ไมม่ ีสี ไม่มกี ล่นิ ไมต่ ิดไฟ ไมเ่ ป็ นส่ือ
นาไฟฟ้า เมอื่ ฉีดออกจะเป็นไอระเหยสีขาว และจะระเหยไปเองโดยไม่ทาให้
วสั ดุ อุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหาย และไม่ทาให้สกปรกในบริเวณทใ่ี ชง้ าน ถงั สีเขยี ว
3.ชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) สารเคมีภายในบรรจกุ ๊าซ
คาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซทีฉ่ ีดออกมาจะเป็นไอเยน็ จดั คลา้ ยน้าแข็งแหง้ ลด
ความรอ้ นของไฟได้ ไมท่ ิ้งคราบสกปรก สามารถดบั ไฟไดป้ ระเภท B C เหมาะ
สาหรับการใชง้ านในห้องเคร่ืองจกั ร Line การผลิต อุตสาหกรรมอาหารถงั สี
แดง ปลายกระบอกฉีดจะใหญเ่ ป็นพิเศษ
4.ชนิดโฟม สารเคมภี ายในบรรจโุ ฟม เมือ่ ฉีดออกมาจะเป็นฟองโฟมคลมุ
ผวิ เช้ือเพลงิ ทีล่ ุกไหม้ จึงสามารถดบั ไฟไดป้ ระเภท A B แต่ไมส่ ามารถนาไปดบั
ไฟประเภท C ไดเ้ พราะเป็นสื่อนาไฟฟ้า เหมาะสาหรบั ภาคอตุ สาหกรรม ดบั
เช้ือเพลงิ ประเภททนิ เนอร์ และสารระเหยติดไฟถงั แสตนเลส
5.ชนิดนา้ สารเคมจี ะเป็นน้ายาช่ือวา่ “ABFFC” ทใี่ ชส้ าหรบั การดบั ไฟ
ไดด้ ี ไมเ่ ป็นสื่อนาไฟฟ้า สามารถดบั ไฟได้ทุกประเภท A B C และ K ราคา
กลางๆ แตจ่ ะแพงกว่าถงั ชนิดเคมีแหง้ เหมาะกบั ใชใ้ นบา้ น เนื่องจากสามารถ
ดบั ไฟทเ่ี กิดจากน้ามนั ทอดในครัวเรือนได้ และหากมกี ารใชง้ านแลว้ ฉีด
สารเคมไี มห่ มด ยงั สามารถใชต้ ่อจนหมดได้ ถงั มหี ลายสี แลว้ แตผ่ จู้ าหน่าย
ไดแ้ ก่ สีฟ้า แสตนเลส หรือบางรายใชส้ ีเขยี ว
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เรื่อง : ค่มู อื ความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมื่อ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้ังท่ี : 01
หน้า : 65/83
วิธีการใช้ถังดบั เพลิง
1.เขา้ ไปทางเหนือลมโดยห่างจากฐานของไฟประมาณ 2 - 3 เมตร
2.ดงึ สลกั หรือลวดท่รี ้งั วาลว์ ออก
3.ยกหัวฉีดปากกลวยช้ีไปท่ฐี านของไฟ ( ทามมุ ประมาณ 45 องศา )
4.บีบไกเพ่ือเปิดวาลว์ ใหก้ า๊ ซพุ่งออกมา
5.ให้ฉีดไปตามทางยาว และกราดหัวฉีดไปชา้ ๆ
6.ดบั ใหส้ นิทจนแน่ใจแลว้ จงึ ฉีดตอ่ ไปขา้ งหนา้
ในกรณีท่เี กิดเพลงิ ไหมว้ างอยใู่ นระดบั ตา่ งกนั ใหฉ้ ีดจากขา้ งลา่ งไปหาขา้ งบน และถา้
น้ามนั รว่ั ไหลให้ฉีดจากปลายทางทีร่ ่ัวไหลไปยงั จุดทีร่ ั่วไหล และเหตเุ พลิงไหมท้ ีเ่ กิดจาก
อุปกรณไ์ ฟฟ้า ท่ีมีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ ตอ้ งรีบตดั กระแสไฟฟ้าก่อน เพอ่ื ป้องกนั มิใหเ้ กิดการ
ลุกไหมข้ ้นึ มาอีกได้
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เรื่อง : ค่มู ือความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเม่ือ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้งั ท่ี : 01
ข้อห้ามเม่ือเกดิ เพลิงไหม้ หนา้ : 66/83
1.หา้ มใชล้ ิฟท์
2.ใหอ้ พยพทางบนั ไดหนีไฟ หรืออพยพไปตามป้ายทางหนีไฟ
3. เม่ือไดย้ ินเสียงกริ่งเตอื นภยั หรือเสียงตะโกนว่าไฟไหม้ อย่าพ่งึ รีบรอ้ นเปิดประตหู อ้ ง ให้
ใชม้ ือแตะทป่ี ระตูและลูกบิดก่อนทุกคร้ัง หากมีความร้อนให้เปิดประตอู ยา่ งระมดั ระวงั
4. ใชผ้ า้ ชุบน้าเพอื่ ป้องกนั ควนั เขา้ จมูก และกนั ความรอ้ น
5. ใหเ้ ดนิ กม้ ตา่ หรือคลานออกจากพ้นื ท่เี กิดเหตุ
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เรื่อง : คู่มอื ความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเม่อื : 02/12/62
แกไ้ ขคร้ังท่ี : 01
แผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน หนา้ : 67/83
พนกั งานที่พบเหน็ เหตุการณต์ ะโกนใหค้ น
ช่วย และเขา้ ระงบั เหตกุ ารโดยใชถ้ งั
ดบั เพลิง และรายงานผทู้ ี่เกี่ยวขอ้ งตามลาดบั
ดบั ไมไ่ ดก้ ดสัญญาณแจง้ เหตุฉุกเฉิน
หลงั จากไดย้ ินเสียงสัญญาณ
เตอื น และเสียง
ประชาสมั พนั ธ์ ทีมดบั เพลิงเขา้
ตรวจสอบแลร้ ะงบั เหตุที่จดุ เกิดเหตุ
และรายงานผสู้ ังการ ณ จดุ เกิดเหตุ
ผอ. ดบั เพลิง ประกาศภาวะฉุก
เฉินข้นั รุนแรง และใชแ้ ผน
อพยพ พรอ้ มท้งั ขอทีมสนับสนุน
ดบั เพลิงภายนอกเขา้ ช่วยระงบั เหตุ
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เร่ือง : คมู่ ือความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมื่อ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้ังท่ี : 01
หนา้ : 68/83
รถดบั เพลิงภายนอกเขา้ มาใน
โรงงานและไประงบั เหตุทจี่ ุดเกิดเหตุ
เมือ่ ไดย้ ินสัญญาณคร้ังท่ี 2
พนกั งานอพยพตามเส้นทางท่ี
กาหนด ไปยงั จดุ รวมพล ภายใน 5
นาที (ให้เดนิ เร็ว หา้ มวงิ่ โดย
เด็ดขาด)
แตล่ ะแผนกตรวจนบั จานวน
พนกั งานว่ามพี นกั งานสูญหายที่จดุ
เกิดเหตหุ รือไม่และรายงาน
หวั หนา้ ทมี ตรวจนบั จานวน
หากมีพนกั งานสูญหาย ทีม
ช่วยชีวิต เขา้ คน้ หาและชว่ ยเหลือ
พนกั งานทส่ี ูญหายทีจ่ ุดเกิดเหตุ
และพาออกในพ้ืนที่ปลอดภยั
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เรื่อง : คู่มือความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมอื่ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้งั ที่ : 01
หนา้ : 69/83
ผสู้ ูญหายไดร้ บั บาดเจ็บทีมปฐม
พยาบาลใหก้ ารชว่ ยเหลือในการ
ปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้ และชว่ ยฟ้ืน
คืนชีพ
กรณีที่พนกั งานรับบาดเจ็บข้นั
รุนแรงจนตอ้ งส่งตอ่ เพือ่ ใหไ้ ดร้ บั การ
รกั ษาโดย ดว่ น จป. ประสานกบั รถ
ฉุกเฉินเขา้ ช่วยเหลอื พนกั งาน เพื่อส่ง
ตอ่ โรงพยาบาลโดยเร็วทสี่ ุด
ประกาศส้ินสุดแผนตอบโตภ้ าวะฉุกเฉิน และเขา้
ตรวจสอบพ้นื ทเ่ี สียหายและประชุมสรุป พร้อมหา
แนวทางป้องกนั และฟ้ืนฟใู นลาดบั ตอ่ ไป
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เร่ือง : ค่มู ือความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมอื่ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้งั ที่ : 01
หน้า : 70/83
โรคจากการทางานกับอาชีพ
1. โรคเกิดจากการประกอบอาชีพ หมายถงึ โรคหรือความเจบ็ ป่ วยทเ่ี กิดข้ึนกบั คนโดยมี
สาเหตปุ ระกอบอาชีพเหตจุ ากการสมั ผสั ส่ิงคกุ คามสุขภาพในทปี่ ระกอบอาชีพ ซ่ึงอาการ
เจบ็ ป่ วยเกิดข้นึ กบั ผูป้ ฏบิ ตั ิงานในขณะทางานหรือหลงั จากทางานเป็นเวลานาน และโรค
บางอยา่ งอาจเกิดภายหลงั หยุดการทางานหรือลาออกจากงานน้นั ๆแลว้ ท้งั น้ีข้ึนอยู่กบั ประเภท
ของส่ิงคกุ คามสุขภาพ ปริมาณสารท่ไี ดร้ ับ และโอกาสหรือวธิ ีการที่ไดร้ ับ ตวั อยา่ งของโรคที่
สาคญั เชน่ โรคพษิ ตะกว่ั โรคซิลโิ คสิส (โรคปอดจากฝ่นุ หิน) โรคพิษสารทาละลายต่าง ๆ ซ่ึง
สามารถพิสูจนไ์ ดใ้ นเชิงสาเหตแุ ละผลกระทบ
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เรื่อง : คู่มือความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมือ่ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้ังที่ : 01
หนา้ : 71/83
ปัจจยั หลักโรคเกิดจากการประกอบอาชีพมีอยู่3ปัจจยั คอื
1.สภาพของผ้ปู ระกอบอาชีพ (workers) เด็กและผสู้ ูงอายหุ รือสตรีมีครรภม์ โี อกาสเกิด
โรคจากการประกอบอาชีพไดม้ ากข้ึน ลกั ษณะรูปร่างของคนงานทไ่ี มเ่ หมาะสมกบั สภาพการ
ประกอบอาชีพสามารถก่อใหเ้ กิดโรคกลา้ มเน้ือและกระดกู กรรมพนั ธุ์มผี ลตอ่ การเกิดโรคบาง
ชนิดได้ เชน่ ผปู้ ่ วยท่เี ป็น seroderma pigmentosum ซ่ึงมคี วามบกพร่องในการซ่อมแซม DNA
ทาให้มีโอกาสเกิดมะเร็งผวิ หนงั จากการสัมผสั ถกู แสงแดดไดง้ า่ ยกว่าบคุ คลทวั่ ไป พฤติกรรม
ของผทู้ างานมสี ่วนสาคญั อย่างมากตอ่ การเกิดโรคเกิดจากการประกอบอาชีพ เช่น การดืม่ สุรา
การสูบบหุ ร่ีจะทาใหผ้ ปู้ ระกอบอาชีพมีโอกาสเกิดโรคตบั หรือโรคปอดจากการประกอบอาชีพ
ไดม้ ากข้นึ ประสบการณ์ประกอบอาชีพของผูป้ ระกอบอาชีพมผี ลต่อการเกิดอุบตั เิ หตุในการ
ประกอบอาชีพ โดยผทู้ ี่มีประสบการณน์ อ้ ยมโี อกาสเกิดอบุ ตั เิ หตุไดค้ อ่ นขา้ งมาก นอกจากน้ี
ประสบการณ์ การประกอบอาชีพทีน่ อ้ ยยงั อาจส่งผลใหข้ าดการระมดั ระวงั ในการประกอบ
อาชีพ ทต่ี อ้ งสัมผสั กบั ส่ิงคกุ คามตอ่ สุขภาพตา่ งๆในท่ที างานอีกดว้ ย
2.สภาพงาน (work conditions) ไดแ้ ก่ ระบบการประกอบอาชีพ หนา้ ที่ความรับผดิ ชอบ
การประกอบอาชีพเป็นกะ คา่ จา้ ง สวสั ดกิ าร และความสัมพนั ธ์ ระหว่างนายจา้ งกบั ลกู จา้ งมผี ล
เกี่ยวขอ้ งกบั การเกิดโรคจากการประกอบอาชีพ เช่น ระบบการประกอบอาชีพท่มี ุ่งเนน้ ท่จี านวน
ผลผลติ จะกระตนุ้ ใหค้ นงานประมาทขาดความระมดั ระวงั ในการป้องกนั อนั ตราย การประกอบ
อาชีพเป็นกะ โดยมีการเปลี่ยนกะอยู่เป็นประจาทาให้คนงานมีปัญหาโรคกระเพาะอาหาร
โรคหวั ใจและปัญหาทางดา้ นจติ ใจและสงั คม ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งบคุ ลากรในท่ีประกอบ
อาชีพ มีผลต่อจิตใจและผลผลติ ในการประกอบอาชีพ
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เร่ือง : คมู่ อื ความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมือ่ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้งั ที่ : 01
หนา้ : 72/83
ส่ิงแวดล้อมในการประกอบอาชีพ(workingenvironments)
1. สิ่งแวดล้อมด้านภายภาพ (physical environments) ไดแ้ ก่ แสงทจ่ี า้ เกินไปหรือมดื เกินไป
มีผลต่อสายตาและสภาพความเครียด เสียงท่ีดงั เกินไป (noise) ส่งผลใหเ้ กิดภาวะหูเสื่อม
อณุ หภูมริ ้อนหรือหนาวเกินไปทาให้สมดลุ ยข์ องร่างกายเสียไป และแรงสัน่ สะเทอื น
2. สิ่งแวดล้อมด้านชีวภาพ (biological environments) ไดแ้ ก่ ส่ิงมชี ีวิตเลก็ ๆ ในทป่ี ระกอบ
อาชีพ ไดแ้ ก่ เช้ือโรคชนิดต่างๆ ในสถานพยาบาล สัตวน์ าโรคหรือสตั วม์ พี ิษตา่ งๆ ที่พบในภาค
เกษตรกรรมและเช้ือโรคและสตั วท์ ดลองในหอ้ งทดลองวิจยั
3. สิ่งแวดล้อมด้านเคมี (chemical environments) ไดแ้ ก่ สารเคมี โลหะหนกั ในรูปฝ่นุ ควนั
หมอก ละออง ซ่ึงสามารถเขา้ สู่ร่างกายท้งั ทางการหายใจ การกิน หรือผิวหนงั สามารถทาให้
เกิดผลกระทบต่อสุขภาพผปู้ ระกอบอาชีพได้ทกุ ระบบท้งั เฉียบพลนั เร้ือรงั และอาจก่อใหเ้ กิด
มะเร็ง
4. สิ่งแวดล้อมทางด้านจิตใจ (psychological environments) ไดแ้ ก่ สภาพความเครียดใน
การประกอบอาชีพ (occu-pational stress) ความเหนื่อยลา้ จากการประกอบอาชีพ (burnout) ซ่ึง
สามารถส่งผลให้เกิดโรคทางกายได(้ psychosomaticdisorders)
5. ส่ิงแวดล้อมด้านกายศาสตร์ (ergonomics) กายศาสตร์เป็นวิชาทเ่ี กี่ยวกบั การนาเอา
ศาสตร์ตา่ งๆ มาปรบั ใชก้ บั การจดั สถานทปี่ ระกอบอาชีพใหเ้ หมาะสมกบั ผูป้ ระกอบอาชีพ การที่
ลกั ษณะทป่ี ระกอบอาชีพ เขา้ กนั ไม่ไดก้ บั ตวั ผปู้ ระกอบอาชีพ จะก่อใหเ้ กิดอุบตั ิเหตแุ ละโรคเกิด
จากการประกอบอาชีพได้ เชน่ การทีค่ นงานตอ้ งกม้ ๆ เงยๆ ประกอบอาชีพ อยตู่ ลอดวนั ทาให้
คนงานมีโอกาสเกิดอาการปวดหลงั ข้นึ ได้
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เร่ือง : คมู่ อื ความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเม่อื : 02/12/62
แกไ้ ขคร้งั ที่ : 01
หน้า : 73/83
แขนหรือขาหกั
แขนหักหรือขาหกั มีอาการทีส่ ังเกตเห็นได้ เชน่ พบกระดกู โผลอ่ อกผวิ หนงั เลอื ดทะลกั
ออกจากแผลและไหลไมห่ ยุด แมจ้ ะกดแผลหา้ มเลือดอยหู่ ลายนาที หรืออาการบาดเจบ็ ท่ศี รี ษะ
ลาคอ และหลงั ผชู้ ว่ ยเหลือสามารถปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้ ไดด้ ว้ ยวธิ ีการ ดงั น้ี
1. ในกรณีทตี่ อ้ งหา้ มเลอื ด กดแผลใหแ้ น่นดว้ ยผา้ สะอาดจนกวา่ เลอื ดจะหยดุ ไหล
2. การประคบน้าแขง็ หรือยกแขนข้ึนเหนือหวั ใจ อาจชว่ ยให้แผลบวมนอ้ ยลงได้
3. หากเส้ือผา้ ทีผ่ ูป้ ่ วยสวมใส่ปกปิ ดแขนบริเวณทีห่ ัก ให้ถอดหรือตดั เส้ือผา้ ออกแต่หา้ มขยบั
แขนเด็ดขาด
4. สาหรับอาการแขนหกั ท่ีไม่รุนแรงมากนกั ใหด้ ามแขนโดยพนั มว้ นกระดาษหนงั สือพิมพ์
หรือไมบ้ รรทดั ดว้ ยเทปท่ีใชส้ าหรับการปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้ หรือดามแขนของผปู้ ่ วยโดยใช้
ผา้ พนั แผลพนั ไวก้ บั ไมก้ ระดาน
5. หากพบวา่ ผูป้ ่ วยขาหกั ใหผ้ ชู้ ่วยเหลอื ดามทขี่ าโดยใชผ้ า้ พนั แผลพนั รอบหัวเขา่ ขอ้ เทา้ ใน
ส่วนบน และลา่ งของบริเวณทห่ี กั กบั ไมก้ ระดานหรือวสั ดุดาม หรือดามไวก้ บั ขาอีกขา้ งที่ไมไ่ ด้
รบั บาดเจ็บ
6. ตรวจสอบให้แน่ใจวา่ การดามไมไ่ ดส้ ่งผลต่อการไหลเวยี นเลอื ดท่ีบริเวณแขนหรือขา
7. หากผูป้ ่ วยมอี วยั วะหกั เป็นแผลเปิ ดท่ีมชี ิน้ ส่วนของกระดูกโผล่ออกมา พยายามอย่าแตะ
ตอ้ ง และใหใ้ ชผ้ า้ พนั แผลปราศจากเช้ือโรคพนั ไว้ และรอความชว่ ยเหลอื ทางการแพทย์
8. ห้ามใหผ้ ปู้ ่ วยรบั ประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดมื่ ใด ๆ เน่ืองจากอาจตอ้ งเขา้ รับการรกั ษา
โดยการผา่ ตดั
9. รีบเขา้ รบั การรกั ษาจากแพทยโ์ ดยทนั ที ซ่ึงแพทยอ์ าจเอกซเรย์ เขา้ เฝือกแขน หรือผ่าตดั
ในกรณีที่กระดกู ทะลผุ ิวหนงั เพือ่ ฟ้ื นฟกู ระดกู ส่วนท่ีท่แี ตกหัก
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เร่ือง : คู่มอื ความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเม่อื : 02/12/62
แกไ้ ขคร้ังที่ : 01
หนา้ : 73/83
หัวแตก
ใบหนา้ และหนงั ศีรษะเป็นส่วนทมี่ เี ส้นเลอื ดใกลผ้ ิวช้นั นอกมาก ดงั น้นั รอยแผลหัวแตก
มกั จะมเี ลือดไหลออกมาก ในกรณีทบ่ี าดแผลลกึ ถึงกระโหลกศีรษะ ผปู้ ่ วยควรไดร้ บั การรักษา
อยา่ งเร่งดว่ น แต่ในกรณีท่บี าดแผลไม่สาหสั อาจปฐมพยาบาลห้ามเลอื ดไดเ้ องที่บา้ น โดยมวี ิธี
ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. กดแผลห้ามเลอื ด หากเป็นไปไดใ้ ห้ลา้ งมือ หรือสวมถุงมือกนั เช้ือโรคทกุ คร้ัง
2. ให้ผปู้ ่ วยนอนลง หากมีส่ิงแปลกปลอมติดอยู่กบั แผล ให้เอาออกใหห้ มด
3. ใชผ้ า้ พนั แผล หรือผา้ สะอาดกดแผลไวใ้ ห้แน่น 15 นาที อย่าหยดุ กดจนกวา่ จะครบเวลา
หากเลอื ดซึมผา่ นผา้ ใหใ้ ชผ้ า้ สะอาดผืนใหม่แปะแลว้ กดต่อ
4. ในกรณีท่ีบาดแผลค่อนขา้ งสาหสั และเลอื ดยงั ไม่ยอมหยดุ ไหล ใหก้ ดแผลตอ่ ไปเรื่อย ๆ
ระหว่างรอความชว่ ยเหลือ พยายามให้แผลสะอาดและหลกี เลีย่ งไมใ่ ห้บาดเจ็บซ้าอีก
5. ในกรณีทีบ่ าดแผลไมร่ า้ ยแรง หลงั จากกดแผลไวแ้ ลว้ 15 นาที เลอื ดมกั จะหยดุ ไหลไดเ้ อง
หรืออาจไหลซึมอยู่บา้ งประมาณ 45 นาที
6. หากผชู้ ว่ ยเหลอื สงั เกตพบวา่ มอี าการแตกรา้ วของกระโหลก ให้ปิดแผลดว้ ยผา้ พนั แผลที่
สะอาดปราศจากเช้ือโรค โดยหา้ มออกแรงกดห้ามเลือดโดยตรง หรือหลีกเลีย่ งแตะตอ้ งเศษเน้ือ
ตายทบี่ ริเวณบาดแผล
7. บาดแผลทม่ี ีอาการบวม บรรเทาลงไดด้ ว้ ยการ
ประคบน้าแข็
8. เฝา้ สังเกตอาการหมดสติ หรือชอ็ ก
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เรื่อง : ค่มู อื ความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมื่อ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้ังท่ี : 01
หนา้ : 74/83
เป็ นลม
อาการเป็นลมเกิดข้ึนจากภาวะเลอื ดเล้ียงสมองไม่เพียงพอ ทาให้ผูป้ ่ วยหมดสตชิ ว่ั คราว
การปฐมพยาบาลเบ้อื งตน้ เมือ่ เป็นลมอาจทาไดด้ งั น้ี
1. ในกรณีที่ตวั เรามอี าการเป็นลมซ่ึงอาจสงั เกตไดจ้ ากอาการท่ีเกิดฉับพลนั เช่น รูส้ ึกหนา้
มดื ตาพร่าลาย หรือเวยี นศีรษะ ใหร้ ีบลม้ ตวั นอนหรือนงั่ พกั โดยขณะมอี าการใหน้ ง่ั ในทา่ โนม้
ศีรษะลงมาอยู่ระหว่างเขา่ พรอ้ มกบั หายใจเขา้ ลกึ เตม็ ปอด หากรู้สึกดีข้ึนจงึ คอ่ ย ๆ ลกุ ข้นึ ท้งั น้ี
ผปู้ ่ วยไม่ควรรีบลุกข้นึ เร็วจนเกินไปเนื่องจากอาจเป็นลมซ้าได้
2. ในกรณีที่พบผูป้ ่ วยเป็นลม ควรช่วยจดั ท่าทางใหผ้ ปู้ ่ วยนอนหงายราบ และยกขาข้นึ ให้
อยเู่ หนือระดบั หวั ใจ (ประมาณ 30 เซนติเมตร) เพือ่ ใหโ้ ลหิตไหลเวียนไปหล่อเล้ียงสมองไดง้ ่าย
ข้ึน รวมท้งั ปลดเขม็ ขดั ปกคอเส้ือ หรือเส้ือผา้ ส่วนอืน่ ๆ ท่ีรัดแน่น เพ่อื ชว่ ยลดโอกาสเป็นลมซ้า
หากผูป้ ่ วยฟ้ืนข้นึ อย่าเพง่ิ ให้ลุกข้ึนเร็วจนเกินไป และใหร้ ีบติดตอ่ ขอความช่วยเหลอื จาก
หน่วยงานแพทยห์ รือกชู้ ีพ
3. สังเกตดูว่าผปู้ ่ วยอาเจยี น และหายใจไดส้ ะดวกดหี รือไม่
4. สงั เกตการไหลเวยี นโลหิต ซ่ึงดูไดจ้ ากการหายใจ อาการไอ หรือการเคลือ่ นไหว หาก
พบความผิดปกติวา่ ผปู้ ่ วยหยุดหายใจ ให้รีบติดตอ่ ขอความช่วยเหลอื แลว้ ทา CPR (การป๊ัม
หัวใจ)ไปเร่ือย ๆ จนกว่าผปู้ ่ วยจะมสี ัญญาณชีพจรและกลบั มาหายใจไดอ้ ีกคร้ัง หรือเมื่อความ
ช่วยเหลือมาถงึ
5. ในกรณีทีผ่ ปู้ ่ วยเป็นลมลม้ ลงจนไดร้ ับบาดเจบ็ ไมว่ า่ จะเป็นบาดแผลฟกช้า หรือแผลทมี่ ี
เลอื ดออก ให้ดูแลบาดแผลและกดแผลหา้ มเลือด
6. ให้ผชู้ ว่ ยเหลอื พาผปู้ ่ วยทเ่ี ป็นลมไปอยใู่ นสถานท่ีทม่ี อี ากาศถา่ ยเทสะดวก หลีกเลี่ยง
สถานทที่ มี่ ผี คู้ นจอแจ และให้ดมแอมโมเนีย หรือยาดม เพือ่ บรรเทาอาการ โดยผชู้ ่วยเหลอื อาจ
ใชผ้ า้ ชุบน้าเช็ดหนา้ ควบคไู่ ปดว้ ยไดเ้ ชน่ กนั อย่างไรก็ตาม หากผูป้ ่ วยยงั ไม่มีอาการดขี ้นึ ควรรีบ
พาส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เร่ือง : คู่มือความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเม่อื : 02/12/62
แกไ้ ขคร้ังที่ : 01
หน้า : 75/83
อาการชัก
อาการชกั มหี ลายประเภทและมกั จะหยุดลงในเวลาไม่ก่ีนาที อาจมสี ัญญาณบอกลว่ งหนา้
เช่น รูส้ ึกหวาดกลวั หรือวติ กกงั วลอย่างฉับพลนั รู้สึกปั่นป่ วนในทอ้ ง มนึ งง ปวดศีรษะ การ
มองเหน็ ผดิ ปกติ ร่างกายชาไร้ความรู้สึก หรือการควบคมุ แขนหรือขาเกิดความผิดปกติ ท้งั น้ี
หากพบผูป้ ่ วยชกั เกร็งกระตกุ ท้งั ตวั ผชู้ ่วยเหลือควรรีบปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้ ดงั น้ี
1. ผชู้ ่วยเหลือควรต้งั สตไิ วใ้ หด้ ี และอยกู่ บั ผปู้ ่ วยจนกว่าจะหายชกั
2. ให้ผชู้ ว่ ยเหลือพยายามกนั ไมใ่ หม้ คี นมุงดู โดยอาจขอความร่วมมือจากผอู้ ื่นให้เวน้
ระยะห่างใหผ้ ูป้ ่ วยไดม้ ีพ้ืนทส่ี งบและรูส้ ึกปลอดภยั ในกรณีที่เหตกุ ารณเ์ กิดข้ึนในสถานที่
อนั ตราย เชน่ บนทอ้ งถนน หรือบนั ได ใหเ้ คลอื่ นยา้ ยผปู้ ่ วยไปอยู่ในที่ที่ปลอดภยั
3. จบั ผปู้ ่ วยนอนตะแคงหนุนหมอน เพอ่ื ป้องกนั การสาลกั น้าลาย หรือสาลกั อาเจยี น
ระมดั ระวงั ไมใ่ ห้ศีรษะของผปู้ ่ วยกระทบกระเทอื น โดยผูช้ ่วยเหลอื อาจหาเส้ือผา้ มารองใตศ้ รี ษะ
4. ปลดเครื่องแต่งกายทร่ี ัดแน่น เชน่ กระดุมเส้ือ เพ่ือให้ผปู้ ่ วยหายใจสะดวกข้ึน
5. พยายามให้ผูป้ ่ วยหายใจไดส้ ะดวก โดยการจบั กราม และดนั ศีรษะไปดา้ นหลงั เล็กนอ้ ย
หา้ มเขยา่ ตวั ตะโกนใส่ หรือนาสิ่งของแปลกปลอมเขา้ ปากผปู้ ่ วยที่กาลงั เกิดอาการโดยเดด็ ขาด
ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ด หรือน้าเปลา่ เพราะอาจทาให้เกิดการสาลกั ได้
6. ห้ามยึดยอ้ื หรือดึงร้ังแขนและขาของผูป้ ่ วยท่มี ีอาการชกั เวน้ แตใ่ นกรณีท่ผี ูป้ ่ วยกาลงั จะ
ไดร้ ับอนั ตรายจากการตกท่สี ูง หรือการตกน้า
7. ในระหว่างปฐมพยาบาลควรจดจาอาการ และระยะเวลาที่เกิดอาการว่านานเท่าไร เพือ่ จะ
ไดแ้ จง้ แก่ผปู้ ่ วยหรือแพทยไ์ ด้
8. หลงั จากอาการชกั สิ้นสุดลง มคี วามเป็นไปไดว้ า่ ผูป้ ่ วยอาจเพลยี หลบั ไป ในกรณีน้ีใหผ้ ู้
ชว่ ยเหลือจดั ทา่ ผปู้ ่ วยนอนพลิกตะแคง เช็ดน้าลาย หรือสิ่งแปลกปลอมทไ่ี ปอุดก้นั ทาใหห้ ายใจ
ไม่สะดวก เช่น ฟันปลอม หรือเศษอาหาร
9. หากผชู้ ว่ ยเหลอื สังเกตพบว่าผปู้ ่ วยชกั อยูน่ านเกินกว่า 5 นาที มีอาการชกั ซ้า ๆ ตดิ กนั
หายใจตดิ ขดั ผิดปกติ หรือผปู้ ่ วยไดร้ บั การบาดเจ็บท่ีรุนแรงระหว่างชกั ควรนาส่งโรงพยาบาล
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
OSMHMN-SS-AMFN-0-011/P
เรื่อง : คู่มือความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมอ่ื : 0282/102/620
แกไ้ ขคร้ังท่ี : 01
หนา้ : 76/83
แผลงูกดั
หลงั ถูกงกู ดั จะตอ้ งปฐมพยาบาลทนั ที กอ่ นท่ีจะนาส่งโรงพยาบาล ญาติพนี่ ้อง หรือเพอ่ื น
ฝูงตอ้ งช่วยปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้ ทนั ที โดยคาแนะนาการปฐมพยาบาลผูท้ ีถ่ ูกงกู ดั ไดแ้ ก่
1. ใชเ้ ชือก ผา้ หรือสายยางรดั แขนหรือขา ระหว่างแผลงกู ดั กบั หวั ใจ (เหนือรอยเข้ียว 2-4
น้ิวฟตุ ) เพอื่ ป้องกนั มิใหพ้ ิษงถู ูกดูดซึมเขา้ ร่างกายโดยเร็ว ให้รดั แน่นพอที่จะหยุดการไหลเวยี น
ของเลอื ดดา ควรคลายเชือกทุก ๆ 15 นาที โดยคลายนานคร้ังละ 30-60 วินาที จนกว่าจะถึง
สถานพยาบาล
2. เคลอ่ื นไหวแขน หรือขาส่วนท่ถี ูกงูกดั ให้นอ้ ยทส่ี ุด ควรจดั ตาแหน่งของส่วนท่ีถกู งกู ดั
ให้อยู่ระดบั ตา่ กวา่ หัวใจ (เช่น หอ้ ยเทา้ หรือมือส่วนท่ีถกู งูกดั ลงต่า) ระหว่างเดนิ ทางไป
สถานพยาบาล อยา่ ให้ผปู้ ่ วยเดนิ ให้นง่ั รถหรือแคร่หาม ท้งั น้ีเพือ่ ป้องกนั การแพร่กระจายของ
พษิ งู
3. ควรดใู หร้ ูแ้ น่ว่าเป็นงูอะไร แตถ่ า้ ไม่แน่ใจ ควรบอกใหค้ นอน่ื ท่อี ยูใ่ นทีเ่ กิดเหตุชว่ ยตีงู
ให้ตาย และนาไปยงั สถานพยาบาลดว้ ย (อย่าตใี หเ้ ละจนจาลกั ษณะไม่ได)้
4. อย่าให้ผปู้ ่ วยด่มื แอลกอฮอล์ หรือยาดองเหลา้ หรือกินยากระตนุ้ ประสาท รวมท้งั ชา
กาแฟ
5. อยา่ ใชไ้ ฟ หรือเหล็กรอ้ นจ้ีท่ีแผลงกู ดั และอย่าใชม้ ดี กรีดแผลเป็นอนั ขาด เพราะอาจทา
ใหเ้ ลือดออกมาก
6. ถา้ ผปู้ ่ วยหยดุ หายใจ (จากงทู ่ีมีพิษตอ่ ประสาท) ใหท้ าการเป่ าปากชว่ ยหายใจไปตลอด
ทาง จนกว่าจะถึงสถานพยาบาลที่ใกลบ้ า้ นท่ีสุด
7. สาหรับบาดแผลให้ใชย้ าฆา่ เช้ือทาความ
สะอาดบาดแผล ถา้ รู้สึกปวดแผล ให้กินพาราเซ
ตามอล ห้ามใหแ้ อสไพริน เพราะอาจทาใหเ้ ลอื ด
ออกงา่ ยข้ึน
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เรื่อง : ค่มู อื ความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมอื่ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้ังท่ี : 01
หน้า : 77/83
จมนา้
การจมน้ามกั ไมม่ ีอาการอนื่ ๆ แสดงให้เหน็ นอกเสียจากพบวา่ ผปู้ ่ วยหยดุ หายใจ หรือพบว่า
นอนอยทู่ ี่ฝ่ังแลว้ การปฐมพยาบาลเบ้อื งตน้ ทาไดโ้ ดยปฏิบตั ิดงั น้ี
1. หากผปู้ ่ วยหยุดหายใจหรือเรียกแลว้ ไมต่ อบสนอง ให้เปิดทางเดินหายใจใหโ้ ลง่ ข้นึ และ
ทา CPR กอ่ นเป็นเวลา 1 นาที จากน้นั จงึ ร้องขอความช่วยเหลือจากผูค้ นท่ีอยูใ่ นบริเวณใกลเ้ คียง
ให้ตดิ ตอ่ กบั หน่วยงานฉุกเฉินที่หมายเลข 1669 โดยทนั ที ภายหลงั ให้ทา CPR ร่วมกบั การผาย
ปอดอย่างต่อเน่ือง (หากเคยมีประสบการณ์หรือผ่านการเรียนวิธีผายปอดทถ่ี ูกตอ้ งมาก่อน)
จนกว่าความช่วยเหลอื จะมาถงึ
2. หากพบวา่ ผปู้ ่ วยหมดสติแตย่ งั คงหายใจอยู่ จดั ผปู้ ่ วยใหอ้ ยใู่ นทา่ พกั โดยให้ศรี ษะอยู่ใน
ระดบั ท่ีต่ากว่าตวั แต่สาหรับกรณีทผ่ี ูป้ ่ วยจมน้ารูส้ ึกตวั ใหผ้ ชู้ ว่ ยเหลือรีบเช็ดตวั เปลี่ยนเส้ือผา้
แลว้ พาผปู้ ่ วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วท่ีสุด
3. คอยเฝ้าสังเกตอาการ เพ่ือใหแ้ น่ใจวา่ ผปู้ ่ วยยงั หายใจอยู่
4. ผูช้ ่วยเหลือไม่ควรพยายามกาจดั น้าในตวั ผูป้ ่ วยออกดว้ ยวธิ ีการอมุ้ พาดบา่ แลว้ กระทงุ้ เอา
น้าออก เพราะน้าทไ่ี หลออกจากการกระทุง้ น้นั อาจไมใ่ ช่น้าทค่ี า้ งในปอด แต่อาจเป็นน้าจาก
กระเพาะอาหาร ซ่ึงการปฏบิ ตั ดิ งั กล่าวกอ่ ให้เกิดอนั ตรายกบั ผปู้ ่ วยตามมาได้
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เรื่อง : คูม่ อื ความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเม่ือ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้งั ที่ : 01
หนา้ : 78/83
อาการสาลัก
การสาลกั เกิดจากสิ่งแปลกปลอมเขา้ ไปติดคา้ งอยใู่ นลาคอหรือกีดขวางหลอดลม
สงั เกตเห็นไดจ้ ากอาการบางอยา่ ง เชน่ เลบ็ ริมฝีปาก และผวิ หนงั ของผปู้ ่ วยคล้าหรือเปลยี่ นเป็น
สีเขยี ว พูดไมม่ ีเสียงหายใจลาบาก หายใจเสียงดงั ไมส่ ามารถไอแรง ๆ หรือหมดสติ การปฐม
พยาบาลเบ้ืองตน้ ควรทาโดยทนั ที เน่ืองจากการสาลกั จะทาใหส้ มองขาดออกซิเจน โดยปฏบิ ตั ิ
ดงั น้ี
1. ตบหลงั 5 คร้งั ระหว่างกระดกู สะบกั ของผปู้ ่ วยดว้ ยส้นมือ โดยผชู้ ่วยเหลอื ควรเรียน
เทคนิคการตบหลงั กอ่ นการช่วยเหลอื ไมเ่ ชน่ น้นั ให้ใชว้ ิธีการกดกระแทกท่ที อ้ งแทน หรือจะทา
2 วธิ ีสลบั กนั ก็ได้
2. กดกระแทกท่ที อ้ ง (Abdominal Thrusts) 5 คร้งั ควรทากอ่ นการขอความชว่ ยเหลอื โดย
ใหย้ นื ขา้ งหลงั เอาแขนรัดรอบเอว แลว้ โนม้ ตวั ผปู้ ่ วยไปดา้ นหนา้ เลก็ นอ้ ย กาหมดั แลว้ วางไวต้ รง
สะดือของผปู้ ่ วย จากน้นั ใชม้ อื อกี ขา้ งจบั ทีห่ มดั แลว้ กดลงแรงและเร็วทที่ อ้ งของผูป้ ่ วย ให้
เหมือนกบั กาลงั พยายามยกตวั ผูป้ ่ วยข้ึน วิธีน้ีสามารถทาซ้าจนกวา่ สิ่งแปลกปลอมจะหลุดออกมา
และสามารถใชไ้ ดก้ บั เด็กทมี่ ีอายมุ ากกวา่ 1 ปีและผใู้ หญ่
3. ในกรณีทผี่ ปู้ ่ วยเป็นทารกท่อี ายตุ ่ากว่า 1 ปี ให้ผชู้ ่วยเหลอื วางทอ้ งแขนลงบนหนา้ ตกั
จบั ผปู้ ่ วยอย่ใู นท่านงั่ แลว้ วางใบหนา้ ของผปู้ ่ วยลงบนทอ้ งแขน จากน้นั คอ่ ย ๆ ทุบลงกลางหลงั
ให้แรงมากพอจะทาใหส้ ่ิงแปลกปลอมหลุดออกมาได้
4. หากยงั ไม่ไดผ้ ลให้ใช้ 2 น้ิววางตรงกลางกระดกู หนา้ อก และป๊ัมหัวใจ 5 รอบแบบเร็ว
ๆ ทาซ้าจนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลดุ ออกมา ในกรณีท่ีไมม่ ีสิ่งแปลกปลอมขวางทางเดนิ หายใจ
หากทารกหยดุ หายใจ ใหร้ ีบติดต่อขอความช่วยเหลอื แลว้ จึงทา CPR
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เรื่อง : คมู่ อื ความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมือ่ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้ังที่ : 01
หน้า : 79/83
ไฟไหม้ นา้ ร้อนลวก
ส่ิงแรกท่คี วรทา เมื่อโดนไฟไหม้ นา้ ร้อนลวก
- ลา้ งดว้ ยน้าสะอาดท่อี ุณหภมู ิปกติ ซ่ึงเชื่อวา่ จะมีผลช่วยลดการหลง่ั สารท่ที าให้เกิด
อาการปวดบริเวณบาดแผลได้
- หลงั จากน้นั ซบั ดว้ ยผา้ แห้งสะอาด แลว้ สงั เกตวา่ ถา้ ผิวหนงั มีรอยถลอก มตี ุ่มพองใส
หรือมสี ีของผวิ หนงั เปลย่ี นไป ควรรีบไปพบแพทย์
* แตถ่ า้ ไฟไหม้ น้าร้อนลวกบริเวณใบหนา้ จะตอ้ งไดร้ ับการรกั ษาจากแพทยโ์ ดยเร็วทสี่ ุด
เพราะบริเวณใบหนา้ มกั จะเกิดอาการระคายเคืองจากยาทใ่ี ช้ ห้ามใส่ยาใด ๆ กอ่ นถงึ มอื แพทย์
เพราะผปู้ ่ วยแตล่ ะคนมีอาการตอบสนองตอ่ ตวั ยาไม่เหมอื นกนั จะตอ้ งข้นึ กบั ดลุ ยพนิ ิจของ
แพทย์
ข้อห้าม เมื่อโดนไฟไหม้ นา้ ร้อนลวก
- ไมค่ วรใส่ตวั ยา/สารใด ๆ ทาลงบนบาดแผล ถา้ ไม่แน่ใจในสรรพคณุ ท่ีถกู ตอ้ งของยา
ชนิดน้นั โดยเฉพาะ”ยาสีฟัน” “น้าปลา” เพราะส่ิงเหลา่ น้ีจะทาให้เกิดอาการระคายเคอื งต่อ
บาดแผล เพ่มิ โอกาสการเกิดบาดแผลตดิ เช้ือ และทาใหร้ ักษาไดย้ ากข้ึน
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เรื่อง : คมู่ อื ความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมื่อ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้งั ท่ี : 01
หนา้ : 80/83
ถกู ไฟฟ้าซ็อต
ทนั ทีท่ีเราพบคนทถี่ กู ไฟฟ้าดดู อนั ดบั แรก แยกออกจากวงจรไฟฟ้า ปลก๊ั ไฟ หรือ
เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า โดยตดั การทางานของกระแสไฟดงึ เตา้ เสียบออก,ใชไ้ มแ้ ห้ง เชือก แยกตวั ผถู้ กู
ไฟฟ้าดดออกจากเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า หนงั จากน้นั ให้การปฐมพยาบาลดงั น้ี
1. เขย่าตวั ผปู้ ่ วยดวู ่ายงั มหี มดสติอยู่หรือไม่ และจบั ตวั ให้นอนหงายราบบนพ้นื แขง็
2. ตรวจดวู า่ ผปู้ ่ วยยงั หายใจอย่หู รือไมแ่ ละหากไม่หายใจ ถา้ หากหยุดหายใจตอ้ งเป่ าปาก ให้
ใชม้ ือกดหนา้ ผากผูป้ ่ วยให้แหงนข้ึนและใช้มืออีกขา้ งหน่ึงดนั คางผปู้ ่ วยข้ึน
3. ใหเ้ อาน้ิวช้ีกบั น้ิวหวั แมม่ อื บบี จมูกผูป้ ่ วยให้แน่น แลว้ เป่ าลม หายใจเขา้ ปอดผปู้ ่ วยเตม็ ที่
2 คร้งั แลว้ ปลอ่ ยใหล้ มออก
4. ถา้ หัวใจหยดุ เตน้ ตอ้ งนวดหวั ใจ ตรวจการเตน้ ของหวั ใจผปู้ ่ วย โดยการคลาชีพจรทค่ี อ
หรือที่ขอ้ มอื ของผปู้ ่ วยประมาณ 5 วินาที
5. ใช้ 2 น้ิววางเหนือตาแหน่งลิน้ ป่ี วางสน้ มอื ถดั จากตาแหน่งน้ิวท้งั สอง ประสานมือซอ้ น
กนั แลว้ โนม้ ตวั เขา้ หาผปู้ ่ วย เหยียดแขนท้งั สองขา้ งใหต้ รง แลว้ กดให้ตรงตาแหน่ง อตั ราการ
นวดหัวใจ 30 คร้งั ต่อ การเป่ าปาก 2 คร้ัง
6. หากผปู้ ่ วยไม่หายใจและหวั ใจหยดุ เตน้ ใหเ้ ป่ าปาก 2 คร้ัง สลบั กบั การนวดหวั ใจ 30 คร้งั
เทา่ กบั 1 ชุด เป่ าปากสลบั กบั การนวดหวั ใจครบ 4 ชุด ให้ประเมินอาการของผปู้ ่ วย 1 คร้งั โดย
การจบั ชีพจร
*** การปฐมพยาบาลตอ้ งทาทนั ทที ่ีชว่ ยผถู้ กู กระแสไฟฟ้าดดู ออกมาและควรนาผปู้ ่ วยส่ง
โรงพยาบาล ขณะนาผปู้ ่ วยส่งโรงพยาบาล จะตอ้ งทาการปฐมพยาบาล
ตามข้นั ตอนดงั กลา่ วตลอดเวลาจนกระทง่ั ถงึ มือแพทย์ ***
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เรื่อง : คมู่ ือความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมอื่ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้งั ท่ี : 01
หน้า : 81/83
ข้นั ตอนการทาแผล
ชนิดของการทาแผล
1. การทาแผลแบบแห้ง (dry dressing)
การทาแผลสะอาด แผลปิ ด แผลทไี่ ม่มกี าร อกั เสบเป็นแผลเล็ก ๆ ทไี่ ม่มสี ่ิงขบั หลงั่ มาก
2.การทาแผลแบบเปียก (wet dressing)
การทาแผลทมี่ ีลกั ษณะเป็นแผลเปิ ด แผล อกั เสบตดิ เช้ือ แผลท่มี สี ิ่งขบั หลง่ั มาก
ข้นั ตอนการทาแผล
1. การทาแผลแบบแห้ง
- ใส่ถุงมอื ใชม้ ือหยบิ ผา้ ปิ ดแผลเดมิ ออกโดยยดึ หลกั ปราศจากเช้ือ
- เปิดชุดทาแผล ใชป้ ากคีบมีเข้ียวคีบสาลีชุบแอลกอฮอล7์ 0% นาไปเชด็ ขอบแผลและ
วนออกนอกแผล สาลีทใ่ี ชแ้ ลว้ ให้ทงิ้ ลงในภาชนะรองรับ
- ปิดแผลดว้ ยผา้ ก๊อซและตดิ พลาสเตอร์ตามแนวขวางของลาตวั
2. การทาแผลแบบเปียก
- ใส่ถุงมือและเปิ ดแผลโดยยึดหลกั ปราศจากเช้ือ
- เปิดชุดทาแผล ใชป้ ากคบี มเี ข้ียวคีบสาลีชุบแอลกอฮอล7์ 0% นาไปเชด็ ชิดขอบแผล
และวนออกนอกแผลสาลีท่ีใชท้ าความสะอาดแลว้ ให้ท้งิ ลงในชามรูปไต
- ใชม้ อื สองขา้ งหยิบปากคบี ขา้ งละหน่ึงอนั คบี ผา้ ก๊อซชุบ normal saline บิดพอหมาด
เช็ดทาความ สะอาดภายในแผลจนแผลสะอาด
- ใชป้ ากคีบหยบิ ผา้ ก๊อซหน่ึงขา้ งชุบ normal saline และใชม้ อื อีกขา้ งหยิบปากคีบเพอ่ื
บดิ ผา้ ก๊อซที่ ชุบ normal saline น้นั ให้พอหมาด วางในแผล แลว้ ใชผ้ า้ ก๊อซวางทบั
- ปิดแผลดว้ ยผา้ กอ๊ ซและติดพลาสเตอร์ตามแนวขวางของลาตวั
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เร่ือง : คมู่ ือความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมอ่ื : 02/12/62
แกไ้ ขคร้ังท่ี : 01
หน้า : 82/83
หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินหน่วยงานภายใน
หน่วยงาน ชื่อ Ext. Emergency Call
แผนกบุคคล คุณปิยวรรณ แสงสุขา 160 097-2915463
ฝ่ ายธุรการ คุณธีรรตั น์ พรนิธิศกั ด์กิ ลุ 161 0809446365
ฝ่ ายธุรการ คุณสุทาเพพ พงษก์ ลาง 163 084-5678058
ฝ่ายวศิ วกรรม คณุ เสกสมบูรณ์ ใจดี 565 062-2398935
คุณวิติด สาบวั - 081-5478810
Safety คุณจุฑารตั น์ เป้ี ยสุยะ - 062-9246052
CSR คุณฐิตพิ ร ทบั ทะมาศ - 089-5752528
ส่ิงแวดลอ้ ม
หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินหน่วยงานภายนอก Emergency Call
หน่วยงาน 038-348-000
038-067-313 , 038-219-466
ดบั เพลิง ทน.เจา้ พระยาสุรศกั ด์ิ 038-345-111, 038-345-333
สถานีตารวจภูธร บอ่ วนิ 038-351-101
โรงพยาบาลปิยเวช์ บอ่ วิน 038-327-555
โรงพยาบาลแหลมฉบงั (อ่าวอดุ ม) 1669
โรงพยาบาลสมเด็จบรมราชเทวี ณ ศรีราชา
รถฉุกเฉิน
Safety Manual หมายเลขเอกสาร
MN-SAF-01
เร่ือง : ค่มู ือความปลอดภยั อาชีวอนามยั
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ออกเอกสารเมือ่ : 02/12/62
แกไ้ ขคร้งั ท่ี : 01
หน้า : 83/83
สาหรบั พนกั งานทล่ี ะเลยไมป่ ฏบิ ตั ติ ามกฏระเบยี บว่าดว้ ยความปลอดภยั ในการทางาน ทาง
บริษทั ไดก้ หนดบทลงโทษทางวินยั ดงั น้ี
ความผิดคร้งั ที่ 1-3 ตกั เตอื นดว้ ยวาจา
ความผิดคร้งั ที่ 4 ตกั เตอื นเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร
ความผดิ คร้ังท่ี 5 -7 พกั งานโดยไมด่ ร้ ับคา่ จา้ งเป็นระยะเวลา 3-7 วนั
ความผดิ คร้ังท่ี 8 ข้ึนไป เลกิ จา้ งโดยไม่ตอ้ งบอกกล่าวลว่ งหนา้ และไมไ่ ดร้ บั ค่าชดเชย