The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kampanat Longlom, 2020-05-06 00:35:03

ประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์

สาระที่ ๔ ประวัติศาสตร์

ศกั ราชและการแบง่ ยคุ สมยั ทางประวตั ิศาสตร์
การนบั การเทียบศักราช
ศักราช (Era) หมายถงึ อายุ เวลา ทกี่ าหนดข้นึ ถอื เอาเหตุการณส์ าคญั เปน็ จดุ เรม่ิ ต้น
ศกั ราชไทย
1. มหาศักราช (ม.ศ.) ปรากฏในศิลาจารกึ หลักท่ี 1 ม.ศ. 1 ตรงกบั พ.ศ. 622 การเทียบใช้ ม.ศ. กับ

พ.ศ. ใช้ 621 (622-1)
2. จลุ ศกั ราช (จ.ศ.) ตัง้ เมื่อ พ.ศ. 1182 การเทยี บใช้ 1181
3. รัตนโกสินทร์ศก (ร.ศ.) เป็นศักราชท่ี ร.5 เร่ิมใช้ ให้นับ พ.ศ. 2325 เป็น ร.ศ. 1 การเทียบใช้

2324
4. พุทธศักราช (พ.ศ.) แบบไทย เร่ิมนับปีที่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานไปแล้วครบ 1 ปี = พ.ศ. 1

ลงั กา พมา่ ลาว เขมร เรม่ิ นับตง้ั แต่วันทพี่ ระพุทธเจ้าเสด็จปรนิ ิพพานเปน็ พ.ศ. 1 มากกว่าไทย 1 ปี
ศักราชสากล
1. คริสต์ศกั ราช (ค.ศ. - A.D)
2. ฮจิ เราะห์ศักราช (ฮ.ศ.) แปลวา่ การอพยพ เปน็ ศักราชของชาวมุสลิม ฮ.ศ. 1 นับตงั้ แต่นบมี ูฮาหมัด

หนอี อกจากเมกกะไปเมดนิ า ตรงกบั ค.ศ. 622, พ.ศ. 1165
การนับเดือนเป็นการนับแบบจันทรคติ ทาให้แต่ละปีจะมีจานวนวันน้อยกว่าสุริยคติ ทุกๆ 32 ปีคร่ึง ฮ.ศ.จะ
คลาดเคลื่อนไป 1 ปี จานวนใช้เกณฑ์บวกลบทาให้ยากจึงกาหนดให้ใช้ 1122 ลบด้วยปี พ.ศ. เช่น พ.ศ.
2548 - 1122 = ฮ.ศ. 1426

การแบง่ ยุคสมยั ทางประวัติศาสตร์
1. สมัยก่อนประวตั ศิ าสตร์ ยงั ไมป่ ระดษิ ฐ์ตวั อกั ษร
2. สมยั ประวตั ิศาสตร์ ประดิษฐ์ตวั อกั ษร
3. สมยั กอ่ นประวตั ิศาสตร์ (ยคุ หนิ )

- ยคุ หนิ เกา่ , ยุคหินกลาง , ยุคหนิ ใหม่
4. ยุคโลหะ

- ยคุ สารดิ (5,000 ป)ี , ยุคเหล็ก (3,500 ป)ี
สมัยประวัติศาสตร์
♣ สมยั โบราณ (3,500 ปกี ่อน ค.ศ. - ค.ศ. 476)

- อารยธรรมล่มุ แม่นา้ ไทกริส - ยูเฟรตสิ (เมโสโปเตเมยี )
- อารยธรรมลมุ่ แม่นา้ ไนล์ (อยี ปิ ต)์
- อารยธรรมกรีก
- อารยธรรมโรมัน
- อารยธรรมจีน ลุ่มแม่น้าฮวงโห
- อารยธรรมอินเดยี ลุ่มแม่น้าสนิ ธุ

♣ สมยั กลาง (ค.ศ. 476 - 1453)

- ลกั ษณะสงั คมระบบฟวิ ดัล (Feudalism) หรอื ศกั ดนิ าสวามภิ ักดิ์ เจา้ ผคู้ รองนครแคว้นต่างๆ
มีอานาจอย่ใู นเขตปกครองท่เี รียกวา่ แมเนอร์ (Manor) ประชาชนมฐี านะข้าตดิ ทด่ี ิน (Serf)

- ศาสนาครสิ ต์ ขดั แย้งกับศาสนาอสิ ลาม เกิดสงครามครูเสด ค.ศ. 1096 - 1291 ผลทาให้
เกดิ เสน้ ทางการค้าทางทะเล ปี ค.ศ. 1453 พวกออตโตมนั เตอร์กตีกรุงคอนสแตนติโนเปลิ ได้ สิน้ สุดยคุ กลาง

♣ สมัยฟ้ืนฟูศลิ ปวิทยาการ (Renaissance)

เป็นการฟื้นฟูศิลปวิทยาการของกรีกโรมัน เกิดตอนปลายสมัยกลางเช่ือมต่อกับต้นสมัยใหม่
เกิดแนวคิดสาคัญ คือมนุษยนิยม ที่เห็นคุณค่าความสาคัญของมนุษย์ เรียกว่า สมัยมนุษยนิยม ศาสนาคริสต์
เสอื่ ม การเกดิ ชนช้นั กลาง

♣ สมยั ใหม่ (ค.ศ. 1453 - 1945)

- การสารวจเส้นทางเดนิ เรือ พบทวปี อเมริกาและเอเชีย
- การปฏิรปู ศาสนา โดย มาร์ติน ลูเธอร์
- การปฏิวัติวทิ ยาศาสตร์ (ครสิ ต์ศตวรรษท่ี 16-18)
- สมยั ประชาธิปไตย (คริสต์ศตวรรษที่ 17-19)
- สมัยชาตนิ ยิ ม (ค.ศ. 1789-1918)
- สมัยจกั รวรรดนิ ยิ ม (ปลายคริสต์ศตวรรษท่ี 19 - สงครามโลกคร้ังท่ี 2)
- สมัยสงครามโลก (ค.ศ. 1914-1945)
♣ สมยั ปัจจบุ ัน (ค.ศ. 1945 - ปจั จุบนั )

วิธีการทางประวัตศิ าสตร์

หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์
ขั้นตอนของวธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์ มี 5 ขน้ั ตอน
1. กาหนดหวั เรอื่ ง
2. การรวบรวมขอ้ มูลหรอื หาหลักฐาน
3. การประเมินคุณค่าหลักฐาน
4. การตคี วามหลกั ฐาน
5. การสังเคราะห์
หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ไทย สามารถจาแนกได้
1. แบง่ ตามความสาคัญของหลกั ฐาน

- ชน้ั ตน้ (ปฐมภมู ิ)
- ชั้นรอง (ทุติยภมู ิ)
- ช้นั สาม (ตติยภมู ิ)
2. แบ่งตามลกั ษณะ
- ลายลักษณ์อกั ษร
- ไมเ่ ปน็ ลายลักษณ์อักษร

การใช้หลกั ฐานศกึ ษาประวตั ิศาสตร์ไทย

- จาร (จารกึ )

- ตานาน

- พงศาวดาร

สมัยประวัตศิ าสตร์

สมยั โบราณ ศิลปวัฒนธรรมเมโสโปเตเมยี (แมน่ ้าไทกรสิ – ยูเฟรตสี )

1. สเุ มเรียน - อกั ษรลิ่ม ซิกกแู รต

2. บาบิโลเนยี - กฎหมายพระเจา้ ฮัมบรู าบี

3. อัสซเี รีย - ประตูโคง้

- หอ้ งสมดุ แหง่ แรกของโลกสมยั พระเจ้าอสั ซูบานิปาล

4. คาลเดยี - ดาราศาสตร์

ศลิ ปวัฒนธรรมล่มุ แมน่ าไนล์

1. สถาปตั ยกรรม - ปริ ามิด

2. ประตมิ ากรรม - สฟิงค์

3. ศาสนา - เทพสูงสดุ คอื เร หรอื รา

4. ตัวอักษร - อักษรภาพ

5. วทิ ยาการ - ปริ ามดิ การแพทย์ เกบ็ ศพรปู มมั มี่ ปฏทิ นิ แบบสุรยิ คติ ร้จู กั ทากระดาษปาปิรสุ

ศิลปวัฒนธรรมกรกี มาจากวัฒนธรรมไมนวนบนเกาะครีต แบง่ 2 ยคุ

1. ยุคเฮลานคิ มีศูนยก์ ลางทีเ่ อเธนส์

สถาปัตยกรรม - วหิ ารพารธ์ ีนอน

ประตมิ ากรรม - ไมรอน คือ นักขวา้ งจกั ร

วรรณกรรม - โฮเมอร์, ด้านปรัชญา, ด้านประวัติศาสตร์

การปกครอง - ประชาธปิ ไตย, คณาธิปไตย

2. ยุคเฮเลนนิสติก เริ่มสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชอิทธิพลจากตะวันออก เปอร์เซีย

อนิ เดีย

ศิลปวัฒนธรรมโรมนั

1. สถาปัตยกรรม - สนามกฬี าโคลอสเซยี ม

2. วรรณกรรม - “สาธารณรฐั ”, “กฎหมาย” ของซิเซโร

สมยั ใหม่ ระยะแรก (สมัยฟื้นฟศู ลิ ปวทิ ยาการ - สมยั บารอค) มีเหตุการณเ์ ปลี่ยนแปลงทส่ี าคัญคอื

- การฟ้ืนฟูศลิ ปวทิ ยาการ

- การปฏริ ปู ศาสนา โดยมาร์ติน ลูเธอร์ ใน ค.ศ. 16 เกิดนกิ ายโปรเตสแตนท์

- การปฏวิ ตั ิวทิ ยาศาสตร์

- ความร้ใู หมๆ่ มีอิทธิพลตอ่ ศลิ ปวฒั นธรรม คอื ปรัชญามนษุ ยนยิ ม และ ปรัชญาธรรมชาตนิ ิยม

1. ศลิ ปะบารอค (ปลาย ค.ศ. 16-17) พระราชวังแวร์ซายส์

2. ศลิ ปะโรโคโค (ค.ศ. 18) เกิดในฝรงั่ เศสกอ่ น เลียนแบบความงามธรรมชาติ

3. ดนตรี นักดนตรีเดน่ คอื โมซารต์ , โชแปง, บโี ธเฟน

4. ศลิ ปะนโี อคลาสสคิ (ปลาย ค.ศ. 18 - กลาง ค.ศ. 19) ได้รบั อิทธพิ ลจากกรีก-โรมัน

5. ศลิ ปะโรแมนติก (ปลาย ค.ศ. 18 - 20) ให้ความสาคญั กับอารมณ์ ความรูส้ ึก วรรณกรรม

เดน่ - รสุ โซ, ลอรไ์ บรอน, เกอเธ, วคิ เตอร์ ฮโู ก ด้านดนตรี - ไชคอฟสกี

6. ศิลปะสัจนยิ ม (ศตวรรษท่ี 19-20) วรรณกรรม - ชารล์ ดกิ เกนส์, ลีโอ ตอสสตอย

7. อิมเพรสชันนิสม์ แสดงถึงภาพธรรมชาติ ชีวิตประจาวัน นิยมใช้สีสดใส ศิลปินเด่น -

มาเนต์, โมเนต์, เรอนวั ร์

การเปลย่ี นแปลงสังคมศลิ ปวัฒนธรรมของอารยธรรมตะวันออก

ศลิ ปวัฒนธรรมของจนี

1. ราชวงศช์ าง - นครรฐั อักษรจนี บนกระดูกสตั ว์ ปฏิทนิ

2. ราชวงศ์โจว - กษตั ริยเ์ ป็นโอรสสวรรค์, ขงจ้ือ

3. ราชวงศ์จิน๋ - จักรวรรดิ, ภาษาเขียน กาแพงเมอื งจีน

4. ราชวงศฮ์ ่นั - สรา้ งระบบราชการ, เส้นทางแพรไหมทางบก

สมัยสามกก๊

5. ราชวงศถ์ งั - ยุคทองวรรณกรรมจนี นบั ถือพุทธศาสนา

6. ราชวงศซ์ ่ง - แทน่ พมิ พ์ ฝงั เขม็ เคร่ืองเคลอื บเขยี วไข่กา

7. ราชวงศ์หงวน - สรา้ งเมอื งหลวงปักกงิ่

8. ราชวงศ์หมงิ - พระราชวังปกั ก่ิง

9. ราชวงศแ์ มนจู - พระราชวังฤดรู อ้ น

อนิ เดยี

1. อารยธรรมลุ่มแม่น้าสินธุ เป็นอารยธรรมดั้งเดิมของชนเผ่าทราวิท (ดราวิเดียน) ซ่ึงเป็นชนพ้ืนเมือง

ของอนิ เดยี มีศนู ยก์ ลางอย่ทู ี่โมเฮนโจ - ดาโร และฮารปั ปา มคี วามเจริญดา้ นการวางผงั เมอื ง สาธารณูปโภค

2. สมยั พระเวท - วรรณคดสี าคญั ที่เกดิ ขึ้นในสมัยนีค้ ือ คมั ภีรพ์ ระเวท

ศิลปกรรมอนิ เดยี

1. ราชวงศ์โมริยะ (พระเจา้ อโศกมหาราช)

- เผยแผพ่ ุทธศาสนาไปนอกอนิ เดยี

- สถปู เจดีย์สาญจิ เสาศลิ าขดั เรียก เสาอโศก

2. ราชวงศ์กุษาณะ - พระพุทธรปู คนั ธาระ อทิ ธิพลกรีก

3. ราชวงศ์คปุ ตะ - ยคุ ทองของอารยธรรมฮินดู

4. ราชวงศโ์ มกลุ - สสุ านทชั มาฮัล

การสร้างสรรค์ พัฒนาการด้านเศรษฐกิจของชาตติ ะวันตก

สมัยก่อนประวัตศิ าสตร์
1. ยุคหินใหม่ รู้จกั เพาะปลูก เลี้ยงสตั ว์ ถอื เปน็ การปฏวิ ตั ิเศรษฐกจิ ครงั้ แรก
2. ยุคโลหะ

- สมยั ทองแดง เป็นการปฏิวตั เิ ทคโนโลยคี รั้งแรก
- สมยั สารดิ เร่มิ ต้นอารยธรรมมนุษย์ เปน็ ระยะมนษุ ยม์ ตี วั อักษรใช้ ใช้ตวั เลข การนับ บันทกึ
- สมัยเหล็ก ทาเครือ่ งมอื อาวธุ

สมัยประวตั ศิ าสตร์
เศรษฐกจิ ในสมยั โบราณ ขึน้ กบั สภาพภมู ิศาสตร์ เช่น เกษตรกรรม การคา้
เศรษฐกิจสมัยกลาง เป็นแบบฟวิ ดัล ศูนย์กลางเศรษฐกิจ คือ แมเนอร์ การทานาแบบสองทุ่ง สามทุ่ง
ทานาแบบเปิดโล่ง
ปลายสมัยกลาง เกิดสงครามครเู สด (ค.ศ. 1096 - 1291) ผลของสงคราม เกิดการค้านอกแมเนอร์
เกิดชนช้ันกลาง เป็นผู้ทาลายสังคมแบบศักดินา และผลักดันให้เกิดการฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ ปฏิรูปศาสนา
นาเขา้ สู่ยโุ รปใหม่
สมัยใหม่ อิตาลเี ปน็ ศูนยก์ ลางการคา้ ระหว่างยุโรป เอเชีย
1. ค้นพบเส้นทางเดนิ เรือและดินแดน ทาให้เกิดการเปลย่ี นแปลงเศรษฐกจิ - โปรตุเกส สเปน อังกฤษ
ฝร่ังเศส เป็นชาติมบี ทบาทการคา้ แทนอิตาลี
2. การปฏิวตั กิ ารค้า ทาใหก้ ารคา้ ขยายตัวไปทัว่ โลก เปน็ ที่มาของระบบนายทุน (ทุนนยิ ม)
3. ลทั ธิพาณชิ ยนยิ ม เป็นผลจากการปฏิบตั กิ ารค้า เป็นนโยบายการคา้ เฟอ่ื งฟู
4. การปฏิวัติวิทยาศาสตร์ การสร้างสรรค์วทิ ยาการความรู้ เกิดในสาขาดาราศาสตร์ก่อน โดยนิโคลัส
โคเปอรน์ คิ ัส, กาลิเลโอ, เซอรไ์ อแซค นิวตนั
5. การปฏิบัติเกษตรกรรม การนาเทคนิควิทยาการมาปรับปรุงใช้กับเกษตรกรรม เปลี่ยนวิธีการ
เพาะปลูกเปน็ ลอ้ มรว้ั
6. การปฏิวัติอตุ สาหกรรม การเปล่ียนแปลงวิธกี ารและระบบการผลติ สนิ ค้าจากการใช้แรงงานมนุษย์
และสัตว์เป็นเคร่ืองจักร การเกิดปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิดข้ึนคร้ังแรกในประเทศอังกฤษ เริ่มจากการปฏิวัติ
อตุ สาหกรรมทอผา้
7. สาเหตุทอ่ี ังกฤษเป็นผนู้ าการปฏวิ ตั ิ

- เพราะมรี ะบบการเงินการคลงั มั่นคง
- มที รพั ยากร เช่น เหลก็ ถา่ นหิน
- มรี ะบบการปกครองทม่ี เี สถียรภาพ
- ประชากรเพม่ิ ขนึ้ ความต้องการสนิ ค้าในอาณานคิ มเพ่มิ ขึน้
- มนี กั ประดิษฐ์คิดค้นจากความก้าวหนา้ ทางวิทยาศาสตร์
8. การปฏิบัติอุตสาหกรรมแบ่งได้ 3 ระยะ ระยะท่ี 1 (ค.ศ.1760-1860) เป็นสมัยไอน้า
อุตสาหกรรมถ่านหิน เหล็ก การทอผ้า ระยะท่ี 2 ใช้เคร่ืองจักรและเทคนิคทันสมัย นาเหล็กกล้ามาใช้ ใช้ก๊าซ
น้ามัน ระยะที่ 3 การค้นพบอเิ ลค็ ทรอนคิ ส์ การพัฒนาดา้ นการส่อื สารเป็นสงั คมสารสนเทศ

การเปลยี่ นแปลงเศรษฐกิจของชาตติ ะวันออก
จนี เปล่ยี นการปกครองเป็นคอมมวิ นสิ ต์ เมื่อ 1 ต.ค. ค.ศ. 1949 โดย เหมา เจ๋อ ตง
สมัยเติ้ง เสี่ยว ผิง ใช้นโยบาย 4 ทันสมัย (เกษตร อุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การทหาร

ทันสมัย) ซึ่งเป็นเสรีนิยมมากข้ึนทางเศรษฐกิจ รัฐบาลจีนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตมากข้ึน ให้
ประกอบอาชีพส่วนตัว มีบาเหน็จโบนัส เน้นพัฒนาอุตสาหกรรมหนัก เพ่ือเป็นพ้ืนฐานอุตสาหกรรมเบาและ
เกษตรกรรม ขยายการค้ากบั ต่างประเทศ ใหช้ าวตา่ งชาตมิ าลงทนุ

ญีป่ ุ่น สมยั เมจิ (1867)
ปฏิรูปประเทศทั้งการเมือง เศรษฐกิจ ขยายอิทธิพลยึดแมนจูเรีย เกาหลี ไต้หวัน และชนะรัสเซีย ปี
1905 ทาให้ได้รบั ยกยอ่ งเป็นชาตมิ หาอานาจ
ในระหวา่ ง WW I เศรษฐกิจญ่ปี ุ่นขยายตัวมากขนึ้ จากบรษิ ัทธรุ กจิ ขนาดใหญ่ เรียก ไซบทั สุ ใน WW II
ญ่ปี ุ่นแพ้ หลงั WW II ญ่ีปุ่นพัฒนาประเทศอยา่ งรวดเร็ว จากท่ีสหรัฐฯใหค้ วามชว่ ยเหลอื และค้มุ ครอง จึงไม่ตอ้ ง
ต้ังงบประมาณทหาร จนปี ค.ศ.1960 เปน็ มหาอานาจเศรษฐกิจทัดเทยี มกับตะวันตก

พัฒนาการยุโรปสมัยใหม่

การปกครองสมัยกลาง กรุงโรมถกู ชนเผา่ เยอรมันตวิ ตนั ตีแตกปี ค.ศ. 476 เป็นสมยั การปกครองแบบ
ฟิวดัล อานาจอยู่ท่ีขุนนาง ศาสนจักรมีบทบาทการเมืองและสังคม กษัตริย์ไม่มีอานาจ ไม่สามารถปกครองขุน
นางไดโ้ ดยตรง เปน็ ลักษณะกระจายอานาจ

สมัยใหม่การสร้างชาติ เกิดจากความขัดแย้งระหว่างศาสนจักรกับอาณาจักร ต่างอ้างสิทธิในการมี
อานาจสูงสุด เพราะนาไปสู่การได้ผลประโยชน์จากการเป็นเจ้าของที่ดิน เก็บภาษี นาไปสู่การรวมชาติ เช่น
ฝรง่ั เศส

ปัจจัยสนับสนุนการสร้างชาติ คือ ความเสื่อมของระบบฟิวดัล การเกิดชนช้ันกลาง กษัตริย์เข้มแข็ง
ข้ึน เปน็ ศูนย์รวมของประชาชน ทาให้เกดิ ความรสู้ กึ เปน็ ชาติ

ประชาธิปไตยสมัยใหม่ เร่ิมจากการฟ้ืนฟูศิลปวิทยาการที่เกิดแนวคิดมนุษยนิยมให้ความสาคัญกับ
มนษุ ย์ เกิดความเชื่อมัน่ ในตนเอง ตามแนวคิดปัจเจกนยิ ม ลัทธิธรรมชาตนิ ยิ ม เป็นพ้ืนฐานประชาธปิ ไตย

ความคิดทางการเมืองในคริสต์ศตวรรษท่ี 18 ได้ชื่อว่าเป็นยุคแห่งการรู้แจ้ง และกษัตริย์ผู้ทรงภูมิ
ธรรม คือ กษตั ริย์ท่นี าแนวคิดนักปราชญม์ าปรบั ปรงุ การปกครอง เช่น พระเจา้ เฟรดเดอริกมหาราช (ปรสั เซีย)

ประเทศที่ถือว่าเป็นแม่บทของประชาธิปไตยแบบรัฐสภาในปัจจุบัน คือ อังกฤษ รัฐธรรมนูญของ
องั กฤษไมไ่ ด้เขียนเป็นลายลักษณอ์ กั ษรอย่างเปน็ ทางการ

กฎบัตรแมกนาคารต์ า เป็นกฎหมายท่ีขุนนางใช้ควบคุมกษัตรยิ ์ เกิดในคริสต์ศตวรรษท่ี 13 เปน็ ที่มา
ของรัฐธรรมนญู องั กฤษ และเป็นท่ีมาของรฐั สภาองั กฤษ

การปฏิวัติอันรุ่งโรจน์ ปี ค.ศ. 1688 เป็นการปฏิวัติที่ทาให้ระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของอังกฤษ
ส้นิ สุด เป็นการปฏิวตั ิไมเ่ สียเลือดเน้อื กษัตริย์ยอมอย่ใู ตร้ ัฐธรรมนญู รัฐสภาออกกฎหมายให้กษัตรยิ ย์ อมรบั สิทธิ
เสรภี าพของประชาชน เรียกวา่ “พ.ร.บ.ว่าดว้ ยสิทธิ” ทาให้รฐั สภาเปน็ สถาบันมอี านาจสงู สดุ

พ.ร.บ. ปฏิรปู รฐั สภา รัฐสภาออก พ.ร.บ. ปฏิรูปรัฐสภา ในปี 1832 และ 1867 ใหช้ นชัน้ กลางและ
กรรมกรมีสิทธิทางการเมือง ตน้ ศตวรรษที่ 20 อานาจการเมืองอยทู่ ี่สภาสามญั สภาขุนนางใหค้ าปรึกษา

การประกาศอิสรภาพอเมริกันจากอังกฤษ เม่ือวันที่ 4 กรกฎาคม 1776 จากการท่ีรัฐสภาอังกฤษ
ออกกฎหมายบังคบั คดีให้อาณานิคมค้าขายกับอังกฤษเท่าน้นั เก็บภาษีไม่เป็นธรรมกบั อาณานิคมอเมริกนั เช่น

ภาษีบารุงกองทัพ ภาษอี ากรแสตมป์ ภาษีชา ภาษีนา้ ตาล อาณานคิ ม 13 รฐั จึงประกาศอสิ รภาพ คาประกาศ
อิสรภาพของอเมริกัน ผู้ร่าง คอื โทมสั เจฟเฟอรส์ นั ไดอ้ ิทธิพลจากแนวความคิดของจอห์น ล็อค

การปฏิวัติฝรั่งเศส เกดิ ปี 1789 ล้มระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มีการปกครองแบบประชาธิปไตย
สาเหตุ เกดิ จากการปกครองท่ีไม่มีประสิทธิภาพ การคลังตกต่า สังคมมีความเหล่ือมล้า สิ่งที่โลกยกย่องในการ
ปฏิวัติคือ การประกาศปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและพลเมือง หลังการปฏิวัต การเมืองฝร่ังเศสไม่
แน่นอน มีการเปล่ียนแปลงระบอบการปกครองหลายอย่าง เช่น ค.ศ.1958 - ปัจจุบัน เป็นสาธารณรัฐที่ 5
(นายพล ชารล์ เดอ โกล)

- การแก้ไขรัฐธรรมนูญในปี 1962 จนรัฐบาลมีเสถียรภาพมากข้ึน โดยให้ประธานาธิบดีมา
จากการเลือกต้ังโดยตรงจากประชาชน เป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตย มีประธานาธิบดีเป็นประมุขสูงสดุ และมี
รัฐธรรมนญู ที่เปน็ ลายลกั ษณอ์ ักษร

การปกครองเอเชยี ใต้

มาเลเซยี เมื่อไดเ้ อกราชมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรฐั สภา - ใชก้ ารปกครองแบบรฐั สภา
มีกษัตริย์เปน็ ประมุขต้ังแตป่ ี 2489 - พรรคการเมืองทเ่ี ป็นแกนนาจัดตงั้ รฐั บาลคอื พรรคอมั โน

สิงคโปร์ แยกจากมาเลเซียปี 2508 มีประธานาธิบดีเป็นประมุข นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่าย
บริหาร

ฟลิ ปิ ปินส์ ไดร้ ับเอกราชจากสหรฐั ฯ มกี ารปกครองแบบประธานาธบิ ดี มาจากการเลือกต้ัง
บรไู น เป็นเอกราชปี 2527 มีสุลตา่ นเป็นประมขุ
อินโดนีเซีย ได้รับเอกราชจากเนเธอร์แลนด์ ระยะแรกเป็นประชาธิปไตย กาหนดอุดมการณ์รัฐ คือ
หลักปัญจศีล ท่ีมีทหารบริหารประเทศ คือ นายพลซูการ์โน และถูกรัฐประหาร โดยนายพลซูฮาร์โต และถูก
กดดนั ให้ลาออกจากภาวะวกิ ฤตเศรษฐกจิ
ลาว กัมพูชา เวียดนาม เป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสที่เรียกอินโดจีน - เม่ือส้ินสุดสงครามเวียดนามปี
2518 ลาว เวียดนามเป็น คอมมิวนิสต์ - เขมรภายใต้การผลักดันของอาเซียนและ UNTAC หน่วยงานของ
UN จึงให้เขมร 3 ฝ่ายตกลงท่ีปารีส - การเลือกตั้ง (2535) ได้นายกรัฐมนตรี 2 คน คนที่ 1 คือเจ้ารณฤทธ์ิ
คนท่ี 2 คือ ฮุนเซ็น - ความขัดแย้งของ 2 นายกฯ ทาให้ฮุนเซ็นยึดอานาจเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2540 - และได้
เลือกตั้งใหม่เม่ือ 25 ก.ค. 41 ให้ฮุนเซ็นเป็นผู้นา - เจ้ารณฤทธ์ิดารงตาแหน่งประธานรัฐสภา - การเลือกตั้ง
ครง้ั ที่ 3 เมอื่ 27 ก.ค. 46 ฮุนเซน็ ได้คะแนนมากทสี่ ดุ
ญ่ปี ุ่น ปฏิรปู สมัยเมจิ หลังสงครามโลกคร้ังท่ี 2 พัฒนาประเทศเปน็ ประเทศผู้นาอุตสาหกรรม - มีการ
ปกครองประชาธิปไตยแบบรัฐสภา รัฐสภาเรียกว่า ไดเอต - สภาทั้ง 2 มาจากการเลือกตั้ง มีรัฐธรรมนูญชาติ
แรกของเอเชีย (1889) - ปัจจบุ ันญ่ปี ุ่นมรี ัฐบาล พรรค LDP ได้คะแนนเสยี งมากสดุ
จีน วันท่ี 1 ต.ค. 1949 เหมา เจ๋อ ตง สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน จัดการปกครองแบบ
คอมมิวนิสต์ - ในปี 1973 กอ่ นเหมา เจ๋อ ตง เสียชวี ติ ประธานาธิบดี รชิ ารด์ นิกสัน เยอื นจนี
ปี 1973 (2516) จีนได้เป็นสมาชิกสหประชาชาติแทนไต้หวัน สมัยเตง้ิ เสี่ยว ผิง และเป็นจุดเร่ิมต้น
ที่เต้ิงดาเนินการได้ฮ่องกงคืนจากอังกฤษในปี 1998 และได้มาเก๊าคืนปี ค.ศ. 2000 จึงใช้นโยบาย “หน่ึง
ประเทศ สองระบบ” ในการปกครองดินแดนทงั้ สอง

ความขดั แยง้ และการประสานประโยชนร์ ะหว่างประเทศ

ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เกิดจากความแตกต่างด้านสังคม วัฒนธรรม แตกต่างด้านอุดมการณ์

การเมือง การแขง่ ขันด้านอาวุธ และลทั ธิชาตินิยม

สงครามโลกครังท่ี 1 ค.ศ. 1914-1918 - เกิดจากความขัดแย้งของมหาอานาจ - แข่งขันในทาง

เศรษฐกจิ - แย่งชิงอาณานิคม - ความร้สู ึกชาตนิ ยิ ม

สหรัฐเข้าสู่สงคราม ค.ศ. 1917 เยอรมันเองเกิดการปฏิบัติล้มราชวงศ์ไกเซอร์ ประกาศเป็น

สาธารณรฐั

การยุติสงครามโลกครังท่ี 1 - ยุติ 11 พ.ย. 1918 เยอรมันเป็นฝ่ายแพ้ - สหรัฐอเมริกาก้าวเข้าสู่

ความเป็นมหาอานาจ

ประธานาธิบดีวูดโร วิลสัน เสนอแผนการ 14 ข้อ เพื่อจัดตั้งองค์กรระงับกรณีพิพาท แต่สหรัฐไม่ได้

เป็นสมาชกิ สันนบิ าตชาติ เพราะรฐั สภาประกาศใช้นโยบายไม่ยงุ่ เก่ยี ว (ลทั ธมิ อนโร)

สันนบิ าตชาติ - ถือกาเนิดจากมาตรา 1-26 ของสนธิสัญญาแวร์ซายส์ (1919) - สานักงานใหญ่อยูท่ ่ี

เจนีวา (ปราสาทสนั ตภิ าพ) - เซอรอ์ ีริค ดรัมมอนด์ เป็นเลขาธกิ ารคนแรก

สาเหตุสงครามโลกครังที่ 2 (1939-1945) คือ - ความไม่เป็นธรรมของสนธิสัญญาแวร์ซายส์ -

ความแตกต่างของอุดมการณก์ ารเมอื ง - การแข่งขันทางเศรษฐกิจ - การขยายอาณานิคม - การไม่ร่วมมือของ

มหาอานาจ – ความล้มเหลวของสันนิบาตชาติ สงครามเกิดเมื่อ 3 ก.ย. 1939 - เยอรมันเป็นฝ่ายชนะใน

ระยะแรกจนสหรัฐฯ เข้าเป็นพันธมิตร (7 ธ.ค. 1941) - เยอรมันยอมแพ้วันที่ 7 พ.ค. 1945 - ด้านเอเชีย

สหรัฐฯ เป็นประเทศคู่สงครามกับญ่ีปุ่น - สหรัฐฯ ท้งิ ระเบิดท่ีฮิโรชิมา และนางาซากิ ญี่ปุ่นจึงยอมแพ้วนั ท่ี 14

ส.ค. 1945

สภาวะหลังสงครามโลกครงั ท่ี 2

ความตงึ เครยี ดของสงครามเยน็ การผ่อนคลาย

1. วาทะทรแู มน 1. ข้อตกลงเฮลซงิ กิ

2. แผนการมาร์แชลส์ 2. การลดอาวธุ

3. ตัง NATO, SEATO, WARSAW 3. หลักการนิกสนั

4. โครงการสตารว์ อร์ 4. เปเรซทรอยกา - กลาสนอตต์

ปัจจยั การลม่ สลายของสหภาพโซเวยี ต
1. การดาเนินนโยบายการปฏริ ปู โดยประธานาธิบดีมกิ าอลิ กอรบ์ าชอพ
ใช้นโยบายเปเรซทรอยกา - กลาสนอตต์ ปี 1986 ปฏิรูปทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และการต่างประเทศ
เป็นไปในลักษณะประชาธิปไตย
2. ความพยายามแยกตัวเป็นอิสระของรัฐต่างๆ
3. การเปลย่ี นแปลงในยโุ รปตะวนั ออก เรมิ่ เกิดขึน้ ในปี ค.ศ. 1989
4. ปัญหาทางเศรษฐกิจ ปี 1985 กอร์บาชอพ ประกาศแผนเปเรซทรอยกา เปล่ียนแปลงโครงสร้าง
เศรษฐกิจ ปญั หาเศรษฐกจิ ตกต่าท่สี ะสมมาจากการใช้ระบบวางแผนจากส่วนกลาง

คาถามทา้ ยบท

๑. ราชวงศ์ถงั ของจนี ไดร้ บั ยกย่องใหเ้ ปน็ ยุคทองในด้านใด

1. ดา้ นวรรณคดี 2. ด้านปรชั ญา

3. ด้านเครอ่ื งลายคราม 4. ด้านสถาปัตยกรรม

๒. ระบบราชการจีนโบราณตงั้ แตส่ มัยราชวงศฮ์ ั่นเป็นต้นมามีลกั ษณะพิเศษอยา่ งไร

1. เปน็ ระบบท่ียึดถือคณุ ธรรมเป็นหลัก 2. เปน็ ระบบท่ียึดถอื หลักการอาณัติแหง่ สวรรค์

3. เปน็ ระบบทีใ่ ช้การสอบวดั ความรูห้ ลายระดับ 4. เป็นระบบที่อาศยั ชาตวิ ฒุ ิและวยั วฒุ ิ

๓. ลทั ธิขงจอื้ ไดม้ อบมรดกทางวฒั นธรรมทส่ี าคัญทส่ี ุดเร่ืองใดแก่คนจนี

1. การให้ความสาคัญในเร่อื งความกตญั ญูตอ่ บรรพบรุ ษุ

2. การใหค้ วามสาคัญแก่ประวัติศาสตรจ์ ีน

3. การให้ความสาคัญแก่ระบบราชการ

4. การใหค้ วามสาคัญแกศ่ ิลปศาสตร์ 4 สาขา

๔. ขอ้ ใดไมเ่ กย่ี วข้องกับการสือ่ สารคมนาคม

1. ระบบเพนนี โพสต์ 2. สงิ่ ประดษิ ฐข์ องแซมมวล มอร์ส

3. สง่ิ ประดษิ ฐ์ของอเลกซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ 4. สิ่งประดษิ ฐ์ของริชารด์ อาร์คไรท์

๕. ในสมัยท่ยี ุโรปใชร้ ะบบเกษตรกรรมแบบการทานาเปดิ โล่ง (open field system) ทาไมชาวนาจงึ ตอ้ งปล่อย

ทีด่ นิ ส่วนหนงึ่ ให้ว่างเปล่าทุกปี

1. เพือ่ พักดนิ ใหฟ้ ้นื ตัว 2. เพอื่ ใหเ้ ปน็ ทงุ่ หญ้าเลย้ี งสัตว์

3. เพอ่ื ใช้เปน็ แปลงทดลองปลูกพืช 4. เพื่อใชเ้ ปน็ ทสี่ ว่ นกลางของหมู่บา้ น

๖. เหตุการณใ์ ดถือเปน็ การปฏวิ ตั ิเกษตรกรรมในยโุ รป

1. การแบง่ สรรทดี่ ินทางการเกษตรใหแ้ กช่ าวนา เพอื่ ใหเ้ กิดความเป็นธรรม

2. การใช้เครือ่ งจักรแทนแรงงานคนและสตั ว์ในพื้นทท่ี างการเกษตร

3. การลอ้ มรวั้ ท่ดี ินและการใชท้ ด่ี ินอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพมากขึ้น

4. การพฒั นาระบบการชลประทานโดยการสรา้ งเขอื่ นขนาดใหญ่

๗. เพราะเหตใุ ดอังกฤษจงึ เปน็ ประเทศแรกทม่ี ีการปฏิวตั ิอตุ สาหกรรม

1. มีทรัพยากรน้ามนั ในอาณานิคม 2. มีระบอบการปกครองทเ่ี อ้อื ตอ่ การลงทนุ

3. ไมม่ ขี อ้ จากดั ด้านแรงงาน 4. มีระบบเศรษฐกิจแบบพาณิชยนิยม

๘. ขอ้ ใดคือสาเหตทุ ีผ่ ลกั ดนั ใหเ้ กดิ การปฏิวตั อิ ุตสาหกรรม

1. เพอ่ื พฒั นาคณุ ภาพสินค้า

2. เพ่ือผลติ สินค้าท่มี ีมาตรฐานเดียวกัน

3. เพื่อทดแทนการขาดแคลนแรงงาน

4. เพอ่ื สนองความตอ้ งการของผูบ้ รโิ ภคทม่ี ีจานวนมากข้นึ

๙. การปฏิวัติอุตสาหกรรมคร้ังที่ 2 ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงานจาก

เคร่ืองจักรไอน้าและถา่ นหนิ มาเป็นพลงั งานชนดิ ใด

1. พลงั งานไฟฟา้ กา๊ ซธรรมชาติ และนา้ มนั 2. พลังงานไฟฟา้ ก๊าซชีวภาพ และนา้ มนั

3. พลังงานนา้ มัน ก๊าซธรรมชาติ และพลงั งานลม 4. พลงั งานไฟฟ้า ก๊าซชีวภาพ และพลงั งานลม

๑๐. ข้อใดมิได้เปน็ ผลสบื เนือ่ งจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม

1. เกิดลทั ธิสงั คมนยิ ม 2. เกดิ ลทั ธศิ าสนนยิ ม

3. เกิดลัทธิจกั รวรรดนิ ิยม 4. เกดิ ลัทธปิ ัจเจกชนนยิ ม

๑๑. ข้อใดต่อไปนไี้ มใ่ ชผ่ ลของการปฏิวัตอิ ุตสาหกรรม

1. การควบคมุ จานวนประชากร 2. การขยายตวั ของลัทธิจักรวรรดนิ ิยม

3. ชนช้นั กลางเขา้ มามีบทบาททางการเมอื ง 4. เกดิ ระบบโรงงาน

๑๒. นกั ปรชั ญาทางการเมืองผู้เสนอแนวคดิ เร่อื งสทิ ธเิ สรภี าพท่นี บั วา่ เกย่ี วข้องกบั สือ่ มวลชนมากท่สี ุดคอื ใคร

1. จอห์น ลอค 2. มองเตสกิเออร์ 3. วอลแตร์ 4. รสุ โซ

๑๓. สาเหตุของการเกิดรฐั ชาติในยุโรปคือขอ้ ใด

1. ศาสนจักรมอบอานาจการปกครองใหก้ บั กษัตรยิ ์

2. ศาสนาจกั รมอบอานาจการเกบ็ ภาษใี หก้ ับกษัตริย์

3. กษัตรยิ ข์ องรฐั ต่างๆ ตกลงรว่ มกันท่จี ะแบ่งดนิ แดนเพอื่ ความสะดวกในการปกครอง

4. ชนช้นั กลางใหก้ ารสนับสนุนกษัตริย์เพ่ือสร้างระบบการปกครองท่เี ปน็ อันหนง่ึ อนั เดยี วกัน

๑๔. ข้อใดคอื ความคาดหวงั ของสงั คมจาก "กษัตรยิ ์ผ้ทู รงภูมิธรรม"

1. เปน็ ผคู้ วบคมุ สังคมใหส้ งบสขุ โดยการใช้อานาจเดด็ ขาด

2. เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และเฉลยี วฉลาด

3. เปน็ ผู้ให้เสรีภาพ และความเสมอภาคแกป่ ระชาชน

4. เป็นผูป้ กครองประเทศภายใต้รฐั ธรรมนญู

๑๖. การที่ประเทศต่างๆ ในเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ได้รบั เอกราชมสี าเหตสุ าคัญจากเหตุการณ์ใด

1. สงครามโลกครัง้ ท่ี 2

2. ชัยชนะของพรรคคอมมวิ นสิ ตจ์ นี

3. ฝรั่งเศสพา่ ยแพ้เวยี ดนามท่เี ดยี นเบยี นฟู

4. หลกั การกาหนดอนาคตตนเองของประธานาธบิ ดี วดู โร วลิ สนั

๑๗. ขอ้ ใดคือมลู เหตสุ าคญั ของความขดั แย้งในตะวนั ออกกลาง

1. การตอ่ สเู้ พื่อเอกราชของอาณานคิ ม และการกอ่ ตง้ั ประเทศอิสราเอล

2. ความขดั แยง้ ในอุดมการณท์ างการเมอื ง และการทาสัญญาพันธมติ รทางทหาร

3. การแขง่ ขันอทิ ธพิ ลของมหาอานาจ และความแตกตา่ งในระบบเศรษฐกจิ

4. การแย่งดนิ แดนทีม่ ีทรัพยากรธรรมชาติ และความขัดแยง้ ทางเชอ้ื ชาตศิ าสนา

๑๘. ขอ้ ใดไม่ไดแ้ สดงถึงความขัดแย้งระหว่างประเทศทมี่ ีอดุ มการณ์ทางการเมอื งท่แี ตกต่างกัน

1. สงครามเยน็ 2. กาแพงเบอร์ลนิ

3. สงครามอา่ วเปอร์เซยี 4. เกาหลีเหนือ - เกาหลใี ต้

๑๙. ในปจั จบุ นั ความขดั แยง้ ที่เกดิ ขึน้ ระหว่างกล่มุ ต่างๆ ในโลกเกดิ จากสาเหตุใดน้อยท่ีสดุ

1. ความเช่อื ทางศาสนา 2. ชาติพนั ธ์ุและวัฒนธรรม

3. ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 4. อุดมการณท์ างการเมอื ง

๒๐. สงครามโลกครั้งที่ 2 แตกต่างจากสงครามโลกคร้งั ท่ี 1 อยา่ งชัดเจนในประเดน็ ใด

1. การเข้าร่วมสงครามของสหรฐั อเมรกิ า

2. การขยายตัวของสมรภูมิและความร้ายแรงของอาวุธ

3. สหภาพโซเวียตไม่ไดเ้ ข้าร่วมสงคราม

4. สามารถยุติความขัดแยง้ ในสังคมโลกได้อยา่ งจรงิ จัง


Click to View FlipBook Version