๑หน่วยการเรียนรู้ที่
เวลาและการแบง่ ยคุ สมัย
ทางประวตั ิศาสตร์สากล
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
• ตระหนักถึงความสาาคญั ของเวลาและยคุ สมยั ทางประวตั ิศาสตรท์ ี่แสดงถงึ การเปลีย่ นแปลงของมนุษยชาติได้
ความสาคัญของเวลาและยคุ สมัยทางประวัติศาสตร์
ประวัตศิ าสตร์เปน็ การสืบค้นอดีตของมนุษย์
เพอื่ ศกึ ษาวา่
มนษุ ย์ในอดีต
ได้คิดอะไร ไดท้ าอะไร
ความคดิ และการกระทาดังกลา่ ว มอี ิทธพิ ลตอ่ ชีวิตของมนุษย์ ทั้งในสมยั น้นั และสมัยต่อมาอย่างไร
การนับและการเทียบศักราชในประวตั ิศาสตร์สากล
ตอ้ งเข้าใจวา่ จะศึกษาเกย่ี วกับมนุษย์ มนุษยใ์ นชว่ งเวลาใด
มนุษย์ ณ ท่ีใด
ในส่วนทเี่ กยี่ วกับเวลา วิธกี ารนบั ศกั ราชของแตล่ ะภมู ิภาคของโลก
หรือบางประเทศมีความแตกต่างกัน เราจงึ ตอ้ งเขา้ ใจความแตกต่าง
ของการนับศักราชดังกลา่ ว เพอื่ ทจ่ี ะสามารถวิเคราะห์กรือมองภาพ
อดีต ในบรบิ ททถ่ี ูกต้อง
การนบั และการเทยี บศกั ราชของโลกตะวันตก
ครสิ ต์ศกั ราช
เริม่ นับในปีทีพ่ ระเยซูถอื กาเนิดเป็นปีที่ ๑ หรือ A.D ๑ หรือ ค.ศ.๑
Christian Era และ Anno Domini (ปีแหง่ พระเจา้ )
สาหรับปีก่อนท่ีพระเยซูถอื กาเนิด Befor Chrit ตวั ยอ่ B.C
ไดโอนซิ ิอสุ เอซกิ ุอสุ
บาทหลวงชาวโรมนั เปน็ ผู้เรมิ่ วธิ ีการนบั ค.ศ. คนแรก
มีชวี ิตในครสิ ต์ศตวรรษท่ี ๖ โดยนับวา่ พระเยซถู ือกาเนดิ ในวนั ท่ี
๒๕ ธนั วาคม ปี ๗๕๓ หลงั การสถาปนากรุงโรม แตเ่ พราะธรรมเนยี ม
การเร่มิ ตน้ ปีใหม่ในวนั ท่ี ๑ มกราคม จงึ ถือเอาวันท่ี ๑ มกราคม ๗๕๔
หลงั สถาปนากรงุ โรงเปน็ การเรมิ่ ตน้ ปที ่ี ๑ ชองคริสตศ์ กั ราช
เมื่อยคุ จักรวรรดินิยมส้นิ สุดลง นักวชิ การจงึ เสนอให้ใชศ้ ักราชแบบใหมท่ ี่ไมม่ ีความสัมพนั ธ์กบั ศาสนา
เพ่ือใหผ้ นู้ บั ถือศาสนาแตกต่าง อารยธรรมแตกต่างกันสามารถใชร้ ่วมกันไดเ้ ปน็ สากล
ศักราชแบบใหม่ Common Era (C.E)
นเ้ี รียกว่า หรือศักราชรว่ มหรอื สากลศักราช
สาหรบั การเทียบครสิ ต์ศักราชเปน็ พุทธศกั ราช (พ.ศ.) ให้บวกด้วย ๕๔๓
ปฏทิ ินของโลกตะวันออก
ปฏิทินเกรกอเรยี น (Gregorian Calendar)
• เริม่ ใช้ครัง้ แรกโดยการประกาศของสันตปาปาเกรกอรี
ที่ ๑๓ เมอ่ื เดือนกมุ ภาพนั ธ์ ค.ศ. ๑๕๘๒
• ปฏทิ นิ เกรกอเรยี น ถกู คดิ ข้ึนมาใชแ้ ทนปฏิทนิ จูเลยี น
ซึ่งต้ังตามนามของจูเลยี ส ซีซา่ ร์
การนับและเทยี บศักราชของโลกตะวนั ออก
ตะวนั ออก (Orient) ทวปี เอเชีย
เปน็ คาท่ีชาวยุโรปใช้เรยี กประเทศ
หรือดนิ แดนต่างๆ ที่อยู่ทางทศิ
ตะวันออกของตน
โลกตะวันออกเปน็ ดนิ แดนท่ีผู้คนอาศัย
มาเปน็ เวลานาน และได้สรา้ งอารยธรรม
เฉพาะของตนทส่ี าคัญของโลก โดยเฉพาะ
จนี และอินเดีย
ท่ีมาภาพ : http://play.kapook.com/photo/show-111165
การนับและการเทียบศักราชของโลกตะวันออก
การนบั ศกั ราชแบบจนี
• จนี มรี ะบบปฏิทนิ ย้อนหลังเกอื บ ๔,๐๐๐ ปมี าแลว้ เป็นระบบจันทรคติ หรอื ยดึ พระจันทร์เป็นหลัก
• การนบั ช่วงสมยั ของจนี ยดึ ตามปีที่ครองราชย์สมบัติของจกั รพรรดิ
• ปจั จบุ นั การนบั ชว่ งเวลาดงั กลา่ วจนี เลกิ ใชแ้ ลว้
การนับศกั ราชแบบอนิ เดีย
• เปน็ การนับโดยอาศัยการข้นึ ครองราชยส์ มบตั ิเปน็ สาคัญ
• ในสมยั พระเจา้ กนษิ กะ ถอื เป็นการเรม่ิ ตน้ ศักราช กนิษกะ หรือศก ต่อมาเรียกว่า มหาศกั ราช ซงึ่ เป็น ท่ียอมรบั และ
ใชก้ นั อยา่ งแพร่หลาย
• ปจั จบุ นั อนิ เดยี ใชค้ รสิ ตศ์ กั ราชตามแบบสากล
การนับศักราชแบบศาสนาอิสลาม
• เรียกว่า ฮิจเราะห์ศกั ราช
• เริม่ นับเมอ่ื ทา่ นนบีมุฮัมหมัดกระทาฮจิ เราะหจ์ ากเมืองเมกกะไปเมืองเมดนิ ะ
• ใช้ระบบจันทรคตเิ ปน็ เกณฑ์
การแบ่งยคุ สมัยทางประวตั ิศาสตร์ตะวันตก
สมยั กอ่ นประวัตศิ าสตร์
ยุคหินเก่า
ยุคหินใหม่
ยคุ โลหะ
ยุคหนิ เกา่
ชื่อยุคมาจากการค้นพบเครื่องมอื ทีม่ นษุ ย์ยคุ นนั้ ใช้
มักทาด้วยหนิ ธรรมชาติ
มนษุ ยย์ ุคหินเกา่ เป็นพวกเรร่ ่อน อยู่รวมกันเป็นกลุม่
พัฒนาการทส่ี าคญั คอื การใช้สตปิ ัญญา
มกี ารสรา้ งสรรคง์ านศลิ ปะ โดยการวาดภาพบนฝาผนัง
รู้จกั ใชไ้ ฟ
จติ รกรรมฝาผนงั ทถ่ี ้าลาสโกซ์ ประเทศฝรง่ั เศษ รปู วัว กวาง ม้า
ยุคหินใหม่
ชื่อของยุคไดม้ าจากการคน้ พบเคร่ืองมือทีม่ กี ารทาให้มีความ
เหมาะสมในการดารงชีวิตมากขน้ึ
มนุษยเ์ ขา้ สู่สงั คมเกษตรกรรม
ตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่เป็นชุมชนจนเป็นเมือง และมีการจัดระเบียบ
การปกครอง
เมืองชาทัลฮูยุค ในประเทศตรุ กี แหล่งชมุ ชนยคุ หนิ ใหม่ขนาดใหญ่
ยคุ โลหะ
มนุษยร์ จู้ ักนาโลหะมาทาเครอื่ งมอื เครอ่ื งใช้
มนษุ ยเ์ ขา้ สูค่ วามเจริญขัน้ อารยธรรม
มีชุมชนใหญร่ ะดบั เมือง มีการจดั ระเบียบการปกครอง
ภาพวาดมนษุ ยใ์ นยคุ โลหะ ทร่ี ้จู ักนาสารดิ มาหลอมใชท้ าเครือ่ งมือ
สมยั ประวตั ิศาสตร์
ประวตั ศิ าสตรส์ มยั โบราณ
ประวัติศาสตร์สมัยกลาง
ประวัตศิ าสตร์สมัยใหม่
ประวัติศาสตร์สมยั ปัจจุบนั
ประวตั ิศาสตรส์ มัยโบราณ
เรม่ิ จากการประดษิ ฐ์ตัวอกั ษรของชาวซูเมเรีย ถงึ การล่มสลายของจักรวรรดโิ รมนั ตะวนั ตก
เปน็ การสรา้ งสมอารยธรรมทีย่ ่ิงใหญข่ องโลกตะวนั ตก
อารยธรรม
อารยธรรม อารยธรรม อารยธรรม อารยธรรม
เมโสโปเตเมีย อยี ปิ ต์ กรกี โรมัน
ประวตั ิศาสตร์สมัยกลาง
นบั จากการสนิ้ สดุ ของจกั รวรรดโิ รมนั ตะวันตก ถึงการคน้ พบทวีปอเมริกาของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส
ประวตั ศิ าสตร์สมัยกลางตอนต้นมีชื่อเรียกอกี อย่างหนงึ่ วา่ ยคุ มืด
ยุคมดื
อารยธรรมกรีก-โรมัน เส่ือมลง
ชว่ งเวลานี้ยโุ รปตะวนั ตกไม่มีจกั รวรรดทิ ย่ี ่ิงใหญ่ปกครองเปน็ เวลานาน
ถกู พวกอนารยชนเยอรมันหรือกอท รวมทั้งพวกไวกง้ิ รกุ ราน
ในช่วงเวลาเดยี วกัน พวกมุสลมิ และพวกแมกยาร์ จากเอเชียกลางเขา้ รุกรานยโุ รปตะวันตกเพื่อหาทงุ่ หญ้าเล้ยี ง
สัตว์ โดยพวกมุสลิมตงั้ ถน่ิ ฐานในคาบสมุทรไอบเี รยี ส่วนแมกยารต์ ้ังถิ่นฐานในดนิ แดนฮังการี
ประวัติศาสตรส์ มยั ใหม่
๑ เกิดก่อนโคลัมบัสค้นพบทวีปอเมริกา นักเดินเรือของสเปนและโปรตุเกส
ออกสารวจเส้นทางไปหมู่เกาะอินเดียตะวันออก และกลายเป็นประเทศที่มั่งคั่ง ทาให้
สมยั การสารวจทางทะเล หลายชาตติ ้งั บรษิ ัทเดนิ เรอื เพื่อทาการค้า ทาใหเ้ กิดการปฏิวัติการค้าตามมา
เกดิ การแสวงหาความรู้ใหมโ่ ดยการทดลอง การสงั เกต การใช้ ๒
เหตผุ ล ทาใหเ้ กดิ สมยั แหง่ การใช้เหตุผล หรือยคุ แหง่ การรู้แจง้
สมัยการปฏิวัตทิ างวทิ ยาศาสตร์
๓ เปน็ การนาเคร่ืองจกั รมาใช้แทนแรงงานมนษุ ย์ ทาใหผ้ ลติ ได้เป็นจานวนมาก และเปน็
มาตรฐานเดยี วกันทาใหโ้ ลกตะวันตกมีความม่งั คัง่ มีอานาจนาไปสู่การเกิดสมัย
สมยั การปฏวิ ตั อิ ตุ สาหกรรม จกั รวรรดินยิ ม
๔ เป็นยุคของการใชเ้ หตผุ ล ทาใหเ้ กิดความคดิ ทางการเมอื งใหม่ๆ จนนาไปสกู่ ารปฏวิ ตั ิ
ฝรงั่ เศส และเกิดการปกครองแบบประชาธิปไตย ความคดิ เร่อื งชาตนิ ิยมนาไปสกู่ ารรวม
สมัยเสรีนิยม ชาตนิ ิยม ประเทศ
และประชาธิปไตย
เป็นผลสืบเนื่องจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ยุโรปและอเมริกาต่างแสวงหา ๕
อาณานิคม โดยแข่งขนั กันเพอื่ ความยิ่งใหญ่ของชาติ
สมยั จักรวรรดินิยมใหม่
๖ เป็นช่วงเวลาที่โลกอยู่ในภาวะสงครามครั้งใหญ่ รุนแรง และนองเลือดที่สุด
การสิน้ สดุ สงครามโลกคร้งั ท่ี ๒ ถอื เปน็ การส้ินสดุ ประวตั ศิ าสตร์ตะวันตกสมยั ใหม่
สมัยสงครามโลก
ประวัติศาสตรส์ มัยปจั จุบนั
๑. สมยั สงครามเยน็
เป็นการแข่งขันทางการเมืองของค่ายประชาธิปไตยที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นากับค่ายคอมมิวนิสต์ที่มี สหภาพโซเวียต
เป็นผนู้ า ในขณะทอี่ งค์การสหประชาชาตไิ ด้พยายามไกลเ่ กลี่ยใหเ้ กิดสนั ตภิ าพ
๒. สมัยโลกาภิวตั น์
โลกดูเหมือนจะแคบลงเพราะความเจริญทางด้านสื่อสารคมนาคม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกส่วนของโลก
สามารถรบั รกู้ นั ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็
การติดต่อสื่อสารผา่ นอินเทอรเ์ นต็ ในโลกสมัยโลกาภิวตั น์
ช่วยให้มนุษยร์ ับร้ขู ่าวสารท่วั โลกภายในเวลาอันรวดเร็ว
การแบ่งยคุ สมัยทางประวัตศิ าสตร์ตะวันออก
จีน
การแบ่งยุคสมยั ทางประวตั ศิ าสตร์จีนตามแบบสากล
๑ สมัยก่อนประวัตศิ าสตร์
ยคุ หินเกา่ จีนเปน็ ดนิ แดนทม่ี มี นุษยอ์ าศยั อยูน่ านท่ีสดุ ในทวีปเอเชยี ในยุคน้ีมนษุ ยใ์ ช้ชวี ติ แบบเร่ร่อน
ยุคหินกลาง เก็บของป่าและลา่ สตั ว์ ใช้ขวานกาปั้นแบบกระเทาะหนา้ เดยี ว
มนุษย์อาจใช้ชวี ิตกง่ึ เรร่ ่อนกึง่ ตั้งหลกั แหลง่ ถาวร เพราะพบเครือ่ งถ้วยชาม หม้อ สาหรับทาอาหาร
ในถ้า มกี ารล่าสัตว์ เก็บหาอาหาร เครอื่ งมือหนิ ที่ใช้ คือ หนิ สับ ขูด หัวธนู
ยุคหินใหม่ มนุษยเ์ ริ่มต้ังหลักแหล่งเปน็ ชุมชน ร้จู ักเพาะปลูกข้าวฟ่าง เลย้ี งสตั ว์ ร้จู ักทอผ้า รูจ้ กั ปลูกบา้ นที่มี
ยุคโลหะ หลังคา ผนัง และมีเตาไฟในบา้ น
หลักฐานท่ีเกา่ ทส่ี ุด คือ มีดทองแดง พบทมี่ ณฑลกานซู ในบรเิ วณเดยี วกันยังได้พบสารดิ ที่เกา่
ทส่ี ุด สว่ นเหลก็ จะรจู้ ักใชห้ ลังจากนี้ สาหรบั สาริดได้ถกู นามาใช้ทาภาชนะตา่ งๆ
๒ สมยั ประวัตศิ าสตร์
ประวตั ิศาสตร์สมยั โบราณ เป็นช่วงเวลาของการสรา้ งอารยธรรมจนี ในบรเิ วณลมุ่ แมน่ า้ หวางเหอ และความเจริญรงุ่ เรอื งทางดา้ นปรชั ญา
ของจีน เช่น ลทั ธิขงจื๊อ(Confucianism) ลัทธิเตา๋ (Taoism) เป็นตน้
หรือสมยั คลาสสิก
ประวตั ิศาสตรส์ มัย เปน็ ชว่ งท่จี นี รวมกันเปน็ จกั รวรรดิ มีจกั รพรรดปิ กครององค์แรก คอื ฉินสื่อหวงต้ี (จิน๋ ซฮี ่องเต้) เร่อื ยมาจนสิ้นสดุ ใน
จักรวรรดิ สมยั ราชวงศ์ชิงมีจกั รพรรดิองคส์ ุดท้าย คอื ผูอ่ ๋ี (Puyi) ในสมยั จกั รวรรดนิ ้ีไดม้ รี าชวงศ์ตา่ งๆ ทง้ั ของชาวจนี และ
ชนตา่ งชาตผิ ลัดเปล่ยี นกันขึ้นมาปกครองจีน
ประวตั ศิ าสตร์สมยั ใหม่ เม่ืออานาจจนี ตกตา่ ลง เพราะปญั หาภายในและการคุกคามจากชาตติ ะวันตก ทาหจ้ นี พ่ายแพ้ ต่อองั กฤษในสงคราม
ฝิ่นจนนาไปสู่การปฏวิ ัติโคน่ ล้มราชวงศ์ชิงใน ค.ศ. ๑๙๑๑ และเริม่ การปกครองระบอบสาธารณรัฐใน ค.ศ. ๑๙๑๒
แตเ่ น่อื งจากจีนยังคงอ่อนแอจึงทาใหพ้ รรคคอมมิวนิสตจ์ นี ขน้ึ มามีอานาจทางการเมือง และเปล่ยี นแปลงการ
ปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์
ประวัติศาสตร์ร่วมสมยั เรมิ่ ต้งั แตจ่ ีนเปลี่ยนแปลงการปกครองเปน็ ระบอบคอมมิวนสิ ต์ใน ค.ศ. ๑๙๔๙ เป็นตน้ มาจนถึงปัจจบุ ัน
การแบง่ ยุคสมยั ทางประวตั ิศาสตรจ์ นี ตามแบบลทั ธมิ ากซ์
๑ สมัยโบราณ
ตงั้ แต่มนุษยห์ ยวนโหม่วถึงศตวรรษท่ี ๑๗ กอ่ นครสิ ตศ์ กั ราช มนุษยด์ ารงชวี ติ อยตู่ ามธรรมชาติ
เปน็ สงั คมยุคแรกเรมิ่
๒ สงั คมทาส
ต้ังแต่ราชวงศ์ชางถึงราชวงศ์โจว เป็นสมัยที่มีทาสในสังคมจีน
๓ สังคมศักดนิ า
ต้ังแตร่ าชวงศ์ฉนิ จนถงึ ปลายราชวงศ์ชงิ จีนมีการปกครองระบอบจักรพรรดิ มีชนชน้ั ในสังคม
แบบศักดินา
อินเดีย
การแบง่ ยคุ สมัยทางประวัติศาสตร์จีนตามแบบสากล
๑ สมัยก่อนประวตั ิศาสตร์
ยคุ หนิ เก่า
พบเครือ่ งมอื หิน เชน่ ขวานกาป้ัน หนิ สับตัด ในหลายบรเิ วณ เช่น ทมิฬนาดู(Tamilnadu) ทางใต้
ของอนิ เดีย ผู้คนในยุคหนิ เกา่ ดารงชีพดว้ ยการเกบ็ หาของป่า ลา่ สตั ว์ อาศัยอยู่ในถา้
ยุคหินกลาง
มนษุ ย์ในยุคน้ใี ชเ้ คร่อื งมือหนิ ท่เี ล็กลง มนี า้ หนักเบาและคมกวา่ เครือ่ งมือหินพบในหลายบริเวณ
เชน่ ในแควน้ มธั ยประเทศ (Madhya Pradesh) ผู้คนในยุคน้ยี งั ดารงชพี ดว้ ยการเก็บของป่า
ลา่ สตั ว์ รู้จกั เขียนภาพบนผนังถ้า และอาจรู้จักการเพาะปลกู
ยคุ หนิ ใหม่
เครือ่ งมอื หนิ ยคุ นม้ี ขี นาดเลก็ ลง และขดั จนเป็นใบมดี ขนาดเลก็ มนุษย์ยุคนท้ี าเคร่อื งป้นั ดนิ เผา รู้จัก
ปลูกขา้ ว อยรู่ วมกนั เปน็ ชมุ ชน สรา้ งบ้านดว้ ยดนิ เหนยี ว
ยุคโลหะ
รูจ้ ักใช้ทองแดงและสารดิ ก่อนและรจู้ ักใช้เหลก็ ทีหลงั เมอ่ื ราว ๓,๒๐๐ ปลี ่วงมาแลว้ เป็นยุคแหง่ ความ
รงุ่ เรอื งของอินเดยี โบราณ ท่ีเรยี กวา่ อารยธรรมลุม่ แมน่ าํ้ สนิ ธุุ
๒ สมยั ประวตั ศิ าสตร์
ประวตั ิศาสตร์สมยั โบราณ
เริม่ เมอื่ มกี ารประดษิ ฐต์ ัวอกั ษร ประมาณศตวรรษที่ ๘ หรอื ศตวรรษที่ ๗ ก่อนคริสตศ์ กั ราช
ตวั อกั ษรอินเดียโบราณ เรยี กวา่ พราหม์ ิ ลิปิ (Brahmi Lipi)
ประวตั ิศาสตรส์ มยั จักรวรรดิ
อนิ เดยี เกิดความแตกแยกภายใน และในต้นคริสตศ์ ตวรรษที่ ๘ ไดถ้ ูกมุสลมิ รุกรานจากทาง
เหนอื และเข้ายดึ ครองสบื ต่อหลายจักรวรรดิแต่ไมค่ อ่ ยมคี วามย่ิงใหญ่และอยู่ไดไ้ ม่นานนัก
ประวตั ิศาสตร์สมยั ใหม่
เรมิ่ เมือ่ ราชวงศโ์ มกลุ หรือมุคลั ขึ้นมามอี านาจในต้นครสิ ต์ศตวรรษท่ี ๑๖ จนถึงการที่อังกฤษ
ให้เอกราชแก่อนิ เดีย
ประวตั ิศาสตรร์ ว่ มสมัย
อนิ เดยี ได้ถูกแบ่งแยกออกเป็น ๒ ประเทศ คืออินเดยี และปากีสถาน พ้ืนทป่ี ระเทศปากสี ถาน
ด้านตะวันออกก็ไดแ้ ยกตวั เป็นเอกราชอกี ประเทศหนงึ่ คอื บงั กลาเทศ
ตัวอย่างเวลาและยุคสมัยท่ปี รากฏอยู่ในหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรส์ ากล
ตัวอยา่ งเวลาและยุคสมัยของโลกตะวันตก
พระเจ้าฮมั มรู าบี (Hammurabi, ๑,๗๗๒ - ๑,๗๔๕ ปกี ่อนครสิ ตศ์ กั ราช) แหง่ จักรวรรดบิ าบโิ ลเนยี (Babylonia)
ไดจ้ ัดทาประมวลกฎหมายขึน้ มดี ว้ ยกนั ประมาณ ๓๐๐ มาตรา อันเปน็ การรวบรวมและปรับปรุงกฎหมายของชนเผ่าต่างๆ
ทต่ี ัง้ ถ่นิ ฐานมากอ่ นหน้าในเขตเมโสโปเตเมียข้อความบางตอนทป่ี รากฏในประมวลกฎหมาย
ประมวลกฎหมายน้ีจัดทาข้ึนในสมัยของอารยธรรมโบราณ และในชว่ ง
เวลากอ่ นครสิ ต์ศักราชเปน็ เวลานาน ทาให้เราทราบวา่ ในอดตี ท่ีห่างไกล
นน้ั ได้มีความพยายามทจี่ ะจดั ระเบยี บสังคมทแี่ บ่งเปน็ ชนชั้น และมกี าร
คานงึ ถงึ สิทธิของสตรีและบตุ รด้วย จากเนอ้ื ความของกฎหมายไดส้ ะท้อน
ภาพชวี ิตบางสว่ นของผู้คนในยคุ น้นั
ตวั อย่างเวลาและยคุ สมยั ของโลกตะวนั ออก
จีน
• เป็นชาตทิ ่มี กี ารจดบันทกึ หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ไว้มาก
• ตง้ั แตส่ มยั โบราณมาแลว้ ท่รี าชวงศ์ทีข่ ้นึ มามีอานาจใหม่
• จะมกี ารชาระประวัติศาสตรร์ าชวงศ์ทีเ่ พ่งิ ส้ินสุดอานาจลง
• ปัจจุบันประวัติศาสตรท์ กุ ราชวงศ์รวม ๒๕ ราชวงศ์
• ราชวงศ์ชิงซง่ึ เปน็ ราชวงศส์ ดุ ทา้ ยก็ได้มีการชาระและพิมพ์เผยแพรแ่ ล้ว
ตัวอย่างการจดบนั ทึกการใช้เวลาและยุคสมยั ของประวัติศาสตร์จีนจากจดหมายเหตุราชวงศ์ชงิ เก่ยี วกบั ไทย
“วันซินโฉว่ เดือนเก้า ปีทีส่ ่ีสิบห้า รัชศกเฉียนหลง มีพระราชโองการ...ความว่า... เนือ่ งด้วย
เจิ้งเจา เจา้ เมืองเซยี นหลวั ได้เตรยี มเครอ่ื งราชบรรณาการเอกจานวนหนึ่งพร้อมหนังสอื แจง้
โดยขอให้ช่วยกราบบงั คมทลู ให้ทรงทราบ...”
(ท่มี า : ประชุมพงศาวดารฉบบั กาญจนาภิเษก เลม่ ๑๓ กาลงั พิมพ)์
อนิ เดยี
• เป็นนชาติที่ไม่นยิ มบนั ทึกหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์
• การบนั ทกึ หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรข์ องอนิ เดียมลี กั ษณะสาคญั คลา้ ยจนี คอื นิยมนับปคี รองราชย์วา่ เป็น
ปีที่เท่าใด
ตวั อย่างท่จี ะกล่าวถึงดังตอ่ ไปนีเ้ ปน็ จารึกอโศก ฉบบั ท่ี ๗ หรือจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราช (ครองราชย์ราว ๒๗๓ - ๒๓๒ ปีก่อนคริสตศ์ ักราช)
“ขา้ ฯ ได้เกดิ มีความคดิ ขึน้ วา่ ขา้ ฯ จักจัดใหม้ ีการประกาศธรรม ขา้ ฯ จกั จดั ใหก้ ารอบรม
สง่ั สอนธรรมประชาชนทง้ั หลาย ครน้ั ไดส้ ดบั ธรรมนี้แลว้ ก็จักพากนั ประพฤติปฏบิ ตั ติ าม
จกั ยกระดบั ตนเองสูงขน้ึ และจักมีความเจรญิ กา้ วหน้ามากขน้ึ ด้วยความเจรญิ ทางธรรมอยา่ งม่ันคง...
...ธรรมโองการนี้ ขา้ ฯ ไดใ้ หจ้ ารกึ ไวเ้ มอื่ อภเิ ษกแล้วได้ ๒๗ พรรษา”
(ทมี่ า : จารกึ อโศก พระธรรมปฎิ ก (ป.อ. ปยุตโฺ ต) แปล. ๒๕๔๒. หน้า ๗๖ และ ๘๒)