C O N V E N T I O N O N A R R E S T O F S H I P S . INTERNATIONAL อนุสัญญาระหว่างประเทศเกี่ยวกับการกักเรือ.
ความหมายของอนุสันุ ญสัญาระหว่าว่งว่าว่ด้วด้ยการกักเรือรืเดินดิทะเล ค.ศ.1999 เรือรืที่ถูกถูกักได้ คำ นำ วิธีวิกธีารกักเรือรืและการปล่อยเรือรื ประเภทของสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งเกี่ยวกับเรือรื ผลกระทบ ก 3-4 1 5 2 6-11 สารบัญ บั อนุสันุ ญสัญาระหว่าว่งประเทศว่าว่ด้วด้ยการกักเรือรืเดินดิทะเล ค.ศ.1999 มาตรา 1 คำ จำ กัดความ มาตรา 2 อำ นาจของการจับจักุมกุ มาตรา 3 การใช้สิช้ทสิธิใธินการจับจักุมกุ มาตรา 4 การปล่อยตัวจากการจับจักุมกุ มาตรา 5 สิทสิธิใธินการจับจักุมกุซ้ำ และการจับจักุมกุหลายครั้งรั้ มาตรา 6 การคุ้มคุ้ครองเจ้าจ้ของ และผู้เผู้ช่าช่เหมาลำ เรือรืที่ถูกถูจับจักุมกุ มาตรา 7 เขตอำ นาจศาลยุติธรรมของคดี มาตรา 8 การใช้งช้านอนุสัญสัญา มาตรา 9 การไม่สม่ร้าร้งภาระผูกผูพันพัทางทะเล มาตรา 10 การจอง มาตรา 11 ผู้เผู้ก็บรักรัษาอนุสัญสัญา มาตรา 12 ลงนามการให้สัห้ตสัยาบันบัการยอมรับรัการอนุมัติมั ติ มาตรา 13 รัฐรัที่มีรมีะบบกฎหมายมากกว่าว่หนึ่งระบบ มาตรา 14 ผลบังบัคับใช้ มาตรา 15 การแก้ไข มาตรา 16 การบอกเลิก มาตรา 17 ภาษา บรรณานุกนุรม 12 13
คำ นำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-BOOK) นี้ จัดทำ ขึ้นเพื่อให้ผู้อ่านได้ ทราบข้อมูลเกี่ยวกับอนุสัญญา เกี่ยวกับการกักเรือในแต่ละมาตรา และ แต่ละวรรคได้อย่างชัดเจน คณะผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-BOOK) เล่มนี้จะเป็นประโยชน์สำ หรับคนที่สนใจในอนุสัญญาหรือ ต้องการจะศึกษา เพิ่มจากหนังสือ E-BOOK เล่มนี้ไม่มากก็น้อย คณะผู้จัดทำ ก
อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการกักเรือเดินทะเล ค.ศ.1999 มีขมีอบเขตการบังบัคับใช้แช้ตกต่างไปจาก Brussels Convention 1952 โดย 1999 Convention นั้นนั้ ใช้บัช้งบัคับกับเรือรืที่อยู่ภยู่ายใต้อำ นาจของประเทศภาคีทั้งทั้ที่ เป็นเรือรืชักชัธง ของประเทศภาคี และเรือรืที่ชักชัธงของประเทศนอกภาคีแห่งห่อนุสัญสัญา โดยใช้บัช้งบัคับกับเรือรื ทุกทุประเภท ทั้งทั้ที่เป็นเรือรืเดินทะเล และเรือรืแล่นภายในประเทศ ตาม 1999 Convention มีคมีวามหมายรวมถึงเรือรืทุกทุประเภททั้งทั้เป็นเรือรืที่แล่นภายใน ประเทศ (Ship intended for navigation on inland waterways) และเรือรืเดินทะเล ระหว่าว่งประเทศ เนื่องจากในร่าร่งอนุสัญสัญาของ CMI เดิมนั้นนั้ ใช้คำช้ คำว่าว่ Sea-going Ship แต่ในระหว่าว่งการพิจพิารณาร่าร่งอนุสัญสัญาได้มีกมีารตัดคำ ว่าว่ sea-going ออกไป คงเหลือใช้ เพียพีงคำ ว่าว่ Ship ตามคำ เสนอของตัวแทนจากประเทศอังกฤษ 1999 CONVENTION 1999 Convention มาตรา อนุญาตให้ปห้ระเทศภาคีสมาชิกชิตั้งตั้ข้อข้สงวนไม่ใม่ช้บัช้งบัคับกับเรือรื ที่ไม่ใม่ช้เช้ดินทะเล ระหว่าว่งประเทศก็ได้ ผู้เผู้ขียขีนเห็นห็ว่าว่ โดยเจตนาของคำ ว่าว่ Ship ใน 1999 Convention นั้นนั้หมายถึงเรือรืที่ โดยสภาพแล้วมีคมีวามสามารถในการเดินทะเลได้ ไม่ใม่ช่ หมายถึงเรือรืที่โดยสภาพของเรือรื ใช้เช้ดินในแม่น้ำม่ น้ำลำ คลองแต่ไม่สม่ามารถใช้เช้ดินทะเลได้ เช่นช่ เรือรืยนต์ขนาดเล็กที่ใช้ขช้นส่งส่คนข้าข้มฟาก เป็นต้น เนื่องจากเรือรืที่มีคมีวามสามารถในการ เดินทะเลได้นั้นนั้เจ้าจ้ของเรือรือาจมีเมีจตนานำ มาใช้ใช้นกิจการเพื่อพื่เดินเรือรืในน่านน้ำ ภายใน ประเทศ ทั้งทั้ที่เรือรืดังกล่าวยังยัคงมีคมีวามสามารถที่จะใช้เช้ดินทะเลได้ก็ตาม อีกทั้งทั้การที่ เจ้าจ้ของนำ เรือรืดังกล่าวมาใช้เช้ดินเรือรืเฉพาะในน่านน้ำ ภายในก็ไม่ทำม่ ทำ ให้คห้วามสามารถของเรือรื ในการเดินทะเลสูญสูเสียสี ไปด้วย เรือรืนั้นนั้ยังยัสามารถทะเลให้อห้ยู่นั่ยู่ นั่นั่เอง 1999 Convention ยังยัมีข้มีอข้ยกเว้นว้ ไม่ใม่ช้บัช้งบัคับกับเรือรืรบ เรือรืช่วช่ยรบ หรือรืเรือรือื่นที่ รัฐรัเป็น เจ้าจ้ของ หรือรืเป็นผู้บผู้ ริหริาร หรือรืเป็นผู้ดำผู้ ดำเนินการ และอยู่ใยู่นระหว่าว่งการปฏิบัติบั ติการสาธารณะ ซึ่งซึ่ไม่มีม่วัมีตวัถุปถุระสงค์ในทางพาณิชย์ นอกจากนี้ 1999 Convention ไม่มีม่ผมีลกระทบต่อสิทสิธิ หรือรือำ นาจของหน่วยงานหรือรืองค์กรของรัฐรัที่มีอำมี อำนาจ หรือรืสิทสิธิตธิาม อนุสัญสัญาระหว่าว่ง ประเทศอื่น หรือรืกฎหมายภายในแห่งห่รัฐรัในการหน่วงเหนี่ยว หรือรืใน การป้อป้งกันไม่ใม่ห้เห้รือรื เดินทางออกนอกเขตอำ นาจศาลของตน อย่างไรก็ดี ข้อยกเว้น International Convention on Arrest of Ship, 1999 1
ในส่วส่นสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งเกี่ยวกับเรือรืที่ 1999 Convention มาตรา 1 อนุญาต ให้ให้ช้อ้ช้ อ้างกักเรือรืได้นั้นนั้มีกมีารกำ หนดประเภท สิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งเพิ่มพิ่มากขึ้นขึ้จากเดิมที่กำ หนดไว้ใว้น Brussels Convention 1952 อีก 5 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1.) ความเสียสีหาย หรือรืการคุกคุคามต่อการก่อให้เห้กิดความเสียสีหายซึ่งซึ่เกิดจาก เรือรืและมีผมีลต่อสภาพแวดล้อม แนวชายฝั่ง ทะเล หรือรืผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อข้ง หรือรืมาตรการที่กระทำ เพื่อพื่ป้อป้งกัน ปลดเปลื้อง หรือรืลดความเสียสีหายดังกล่าวให้น้ห้ น้อย ที่สุดสุค่าสินสิ ไหมทดแทน ค่าใช้จ่ช้าจ่ยในการใช้มช้าตรการอันสมควรในการทำ ให้สห้ภาพแวดล้อม กลับคืนสู่สสู่ ภาพเดิม ความสูญสู เสียสีที่เกิดขึ้นขึ้หรือรืมีแมีนวโน้มที่จะเกิดขึ้นขึ้แก่บุคคลภายนอก ซึ่งซึ่เกี่ยวข้อข้งกับความเสียสีหายดังกล่าว ตลอดจนความเสียสีหาย ราคา หรือรืความสูญสูเสียสีอื่นใดซี่งซี่มีสมีภาพคล้ายคลึงกับความเสียสีหายที่ระบุข้าข้งต้น หมดอันตราย รวมถึงการกระทำ อย่าย่งเดียวกัน ต่อสิ่งสิ่ของใด ๆ ที่อยู่หยู่รือรืเคยอยู่บยู่นเรือรืนั้นนั้รวมถึงราคาหรือรืค่าใช้จ่ช้าจ่เกี่ยวกับ การรักรัษาเรือรืที่ถูกถูสละทิ้ง และดูแดูลคนประจำ เรือรืนั้นนั้ 3.) ค่าธรรมเนียม หรือรืค่าภาระท่าเรือรืท่าเทียบเรือรืคลองหรือรืร่อร่งน้ำ เดินเรือรือย่าย่งอื่น 4.) ค่าเบี้ยบี้ ประกันภัยเรือรื (รวมถึงเงินสมทบที่จ่าจ่ยให้แห้ก่ P&I Club) ซึ่งซึ่จ่าจ่ย โดยหรือรืในนามของเจ้าจ้ของเรือรืหรือรืผู้เผู้ช่าช่เรือรื 5.) ค่าคอมมิชมิชั่นชั่หรือรืค่าตอบแทนตัวแทน หรือรืนายหน้าเกี่ยวกับเรือรืซึ่งซึ่จ่าจ่ย โดยหรือรืในนามของเจ้าจ้ของเรือรืหรือรืผู้เผู้ช่าช่เรือรื นอกจากนี้ 1999 Convention ยังยั ปรับรั ปรุงถ้อยคำ ให้ชัห้ดชัเจนขึ้นขึ้และสามารถใช้บัช้งบัคับในทางปฏิบัติบั ติการเดินเรือรืปัจจุบันบัและ ให้สห้อดคล้องกับถ้อยคำ ที่ใช้ใช้นอนุสัญสัญาระหว่าว่งประเทศฉบับบัอื่นด้วย 2.) ราคาหรือรืค่าใช้จ่ช้าจ่ยเกี่ยวกับการกู้ เคลื่อนย้าย้ย นำ กลับคืน ทลายหรือรืทำ ให้เห้รือรืซี่งซี่จม อับปาง เกยตื้น หรือรืถูกถูสละทิ้ง 1999 Convention กำ หนดนิยามคำ ว่าว่ Arrest ไว้ใว้นมาตรา 1 แตกต่างไป จาก Brussels Convention 1952 มาตรา 1 เดิมเล็กน้อย โดยขยายความหมายเพิ่มพิ่เติมหมายรวมถึงการจำ กัดการเคลื่อนย้าย้ยเรือรืตาม คำ สั่งสั่ศาลเพื่อพื่เป็นหลักประกันสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งเกี่ยวกับเรือรืด้วย แต่การกักเรือรื ยังยัคงมีวัมีตวัถุปถุระสงค์เดียวกันกับ Brussels Convention 1982 คือไม่ใม่ช่ การยึดยึหรือรืเพื่อพื่บังบัคับคดี หรือรืเพื่อพื่ปฏิบัติบั ติการชำ ระหนี้ตามคำ พิพพิากษา หรือรื ตามคำ สั่งสั่อื่นใดที่มีผมีลบังบัคับในทำ นองเดียวกัน และใน 1999 Convention มาตรา 2 ยังยักำ หนดถึงอำ นาจในการกักเรือรืว่าว่ เรือรือาจถูกถูกักเพื่อพื่ ให้ไห้ด้มาซึ่งซึ่หลักประกันสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้ง โดยไม่คำม่ คำนึงว่าว่สิทสิธิ ร้อร้งที่เป็นเหตุใตุห้กัห้ กัเรือรืนั้นนั้จะต้องได้รับรัการพิจพิารณาในศาลของรัฐรัอื่น ซึ่งซึ่ ไม่ใม่ช่ศช่าลของรัฐรัที่มีคำมี คำสั่งสั่กักเรือรืหรือรืต้องได้รับรัการชี้ขชี้าดจาก อนุญาโตตุลตุาการ หรือรืต้องวินิวิ นิจฉัยตามบทกฎหมายของรัฐรัอื่นตามที่ตกลง กันไว้ตว้ามข้อข้ตกลงเกี่ยวกับศาลที่มีเมีขตอำ นาจ หรือรืข้อข้สัญสัญา อนุญาโตตุลตุาการในสัญสัญาที่เกี่ยวข้อข้ง หรือรืด้วยเหตุผตุลอื่น ความหมายของคำ ว่า ARREST ประเภทของสิทธิเรียกร้องเกี่ยวกับเรือ. 2
1999 Covention หลักความรับผิดส่วนบุคคลเป็นหลักเกณฑ์สำ คัญในการ พิจารณาว่าจะให้กัก เรือลำ ใดได้หรือไม่ โดยกำ หนดหลักเกณฑ์ในการกักเรือไว้ดังนี้ เรือที่ถูกกักได้ (Ship that may be arrested) สิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งเกี่ยวกับเรือรืที่มีต่มี ต่อเจ้าจ้ของเรือรื สิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งเกี่ยวกับเรือรืที่มีต่มี ต่อผู้เผู้ช่าช่เหมาเรือรืเปล่า (Demise Charterer) สิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งที่ตั้งตั้อยู่บยู่นพื้นพื้ฐานของการจำ นองเรือรืหรือรืภาระเหนือเรือรืในทำ นองเดียวกัน แต่เดิมใน Brussels Convention 1952 มาตรา 3 กำ หนดให้สิห้ทสิธิแธิก่เจ้าจ้หนี้ในการกักเรือรืลำ ที่ก่อให้เห้กิดหนี้ได้แต่ไม่ไม่ด้กำ หนด เกี่ยวกับความรับรัผิดผิชอบของเจ้าจ้ของเรือรืว่าว่จะต้องมีคมีวามรับรัผิดผิชอบเป็นส่วส่นตัวในสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งนั้นนั้ด้วย อีกทั้งทั้ยังยัไม่ไม่ด้ กำ หนดเงื่อนไขโดยชัดชัเจนว่าว่บุคคลที่เป็นเจ้าจ้ของเรือรืยังยัต้องมีฐมีานะเป็นเจ้าจ้ของเรือรืทั้งทั้ ในเวลาที่เกิดสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้ง และในเวลาที่ มีกมีารกักเรือรืซึ่งซึ่ 1999 Convention มาตรา 3 ให้เห้จ้าจ้หนี้สามารถกักเรือรืลำ ที่ก่อให้เห้กิดหนี้ได้ หากสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งเกี่ยวกับเรือรืนั้นนั้ เข้าข้ของเรือรืที่ต้องรับรัผิดผิชอบต่อสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งนั้นนั้เป็นเจ้าจ้ของเรือรืลำ ที่ก่อให้เห้กิดหนี้ทั้งทั้ ในเวลาที่เกิดสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้ง และในเวลา ที่ทำ การกักเรือรืด้วย ใน 1999 Convention มาตรา 3 ได้กำ หนดเงื่อนไขให้เห้จ้าจ้หนี้สามารถกักเรือรืลำ ที่ก่อให้เห้กิดหนี้ได้ในกรณีผู้เผู้ช่าช่เหมาเรือรืเปล่า (Demise Charterer) เป็นบุคคลที่ต้องมีคมีวามรับรัผิดผิ ในสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งที่เกิดขึ้นขึ้ ในขณะที่เกิดสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้ง และต้องเป็น เจ้าจ้ของเรือรืหรือรืยังยัคงเป็นผู้เผู้ช่าช่เหมาเรือรืเปล่าในขณะที่มีกมีารกักเรือรืด้วย 1999 Convention มาตรา 3 กำ หนดเงื่อนไขการกักเรือรืไว้โว้ดยกล่าวถึงประเภทสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งว่าว่เป็นสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งที่ตั้งตั้อยู่บยู่น พื้นพื้ฐานของการจำ นองเรือรืหรือรืภาระเหนือเรือรืในทำ นองเดียวกัน แต่ไม่ไม่ด้กล่าวถึงคุณคุสมบัติบั ติของบุคคลที่จะต้องรับรัผิดผิ ในสิทสิธิ เรียรีกร้อร้งนั้นนั้ว่าว่ต้องเป็นเจ้าจ้ของเรือรืด้วย ดังนั้นนั้เงื่อนไขที่ว่าว่เจ้าจ้ของเรือรืจะต้องมีคมีวามรับรัผิดผิเป็นส่วส่นตัวในสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งต้อง เป็นเจ้าจ้ของเรือรืในขณะที่เกิดสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้ง และในเวลากักเรือรืจึงจึไม่นำม่ นำมาใช้ใช้นกรณีนี้ คงพิจพิารณาประเภทของสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้ง เหนือเรือรืนั้นนั้ว่าว่เป็นสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งที่ตั้งตั้อยู่บยู่นพื้นพื้ฐานของการจำ นองเรือรืหรือรืภาระเหนือเรือรืใน ทำ นองเดียวกันหรือรืไม่เม่ท่านั้นนั้ หากเป็นสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งประเภทนี้ก็สามารถกักเรือรืได้ สิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งเกี่ยวข้อข้งกับกรรมสิทสิธิ์ หรือรืสิทสิธิคธิรอบครองเรือรื เงื่อนไขการกักเรือรืข้อข้นี้กำ หนดไว้ใว้น 1999 Convention มาตรา 3 โดยกำ หนดถึงประเภทของสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งเกี่ยวกับเรือรืลำ ที่ ก่อให้เห้กิดสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งนั้นนั้แต่ไม่ไม่ด้กำ หนดถึงเจ้าจ้ของเรือรืหรือรืลูกลูหนี้ สิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งที่เป็นบุริมริสิทสิธิทธิางทะเล (Maritime Lien) การกักเรือรืลำ อื่นที่เป็นของบุคคลซึ่งซึ่ต้องรับรัผิดผิ ในสิทสิธิเธิรียรีก ร้อร้งเกี่ยวกับเรือรื ดังนั้นนั้เงื่อนไขเบื้อบื้งต้นที่ว่าว่เจ้าจ้ของเรือรืจะต้องมีคมีวามรับรัผิดผิเป็น ส่วส่นตัวในสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งต้องเป็นเจ้าจ้ของเรือรืในขณะที่เกิดสิทสิธิ เรียรีกร้อร้ง และในเวลากักเรือรืจึงจึไม่นำม่ นำมาใช้ใช้นกรณีนี้ด้วย คง พิจพิารณาแต่เพียพีงว่าว่เป็นสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้ง เกี่ยวข้อข้งกับกรรมสิทสิธิ์ หรือรืสิทสิธิคธิรอบครองเรือรืหรือรืไม่เม่ท่านั้นนั้ก็สามารถกักเรือรืลำ ที่ก่อให้ เกิดสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งได้ 1999 Convention มาตรา 3 ได้กำ หนดเงื่อนไขการกักเรือรืลำ ที่ ก่อให้เห้กิดหนี้ว่าว่สิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งที่เกิดขึ้นขึ้ต้องเป็นสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งที่มี ต่อเจ้าจ้ของเรือรืผู้เผู้ช่าช่เรือรืผู้จัผู้ ดจัการ หรือรืผู้บผู้ ริหริารเรือรืและสิทสิธิ เรียรีกร้อร้งนั้นนั้มีบุมีบุริมริสิทสิธิทธิางทะเลเกิดขึ้นขึ้หรือรืได้รับรัการยอมรับรั ตามกฎหมายภายในของประเทศที่มีกมีารกักเรือรืเจ้าจ้หนี้ก็สามารถ ขอกักเรือรืลำ ที่ก่อให้เห้กิดหนี้ได้ ใน 1999 Convention มาตรา 3 ได้กำ หนดเงื่อนไขการกักเรือรื ลำ อื่น หรือรื Sister Ship ไว้ด้ว้ ด้วยโดยกำ หนดให้เห้จ้าจ้หนี้สามารถกัก เรือรืลำ อื่นได้หากปรากฏว่าว่ ในขณะที่มีกมีารกักเรือรืนั้นนั้เรือรืลำ ที่ถูกถู กักเป็นของบุคคลซึ่งซึ่ต้องรับรัผิดผิ ในสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้ง และบุคคลนั้นนั้ เป็นเจ้าจ้ของเรือรืลำ ที่ก่อให้เห้กิดสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้ง (Particular Ship) หรือรืเป็นผู้เผู้ช่าช่เหมาเรือรืเปล่า (Demise Charterer) หรือรืเป็นผู้ เช่าช่เหมา เรือรืลำ ที่ก่อให้เห้กิดหนี้ในขณะที่เกิดสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้ง อย่าย่งไรก็ตามการกักเรือรืลำ อื่นเพื่อพื่เป็นหลักประกันในสิทสิธิเธิรียรีก ร้อร้งที่เกี่ยวข้อข้งกับกรรมสิทสิธิ์ หรือรืสิทสิธิคธิรอบครองเรือรืลำ ที่ก่อให้ เกิดหนี้นั้นนั้จะกระทำ ไม่ไม่ด้ วัตวัถุปถุระสงค์ของบทมาตรานี้ก็เพื่อพื่ ขยายหลัก Sister Ship ให้คห้ลุมลุถึงในกรณีที่ผู้ที่ผู้ ที่ต้องรับรัผิดผิ ใน สิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งนั้นนั้ ไม่ใม่ช่เช่จ้าจ้ของเรือรืลำ ที่ก่อให้เห้กิดหนี้ แต่เป็น เจ้าจ้ของเรือรืลำ อื่นก็ให้กัห้ กัเรือรืลำ อื่นนั้นนั้ ได้ด้วย 3
1.) ปัญหาว่าว่กรณีใดจึงจึจะสมควรนำ หลัก Piercing the Corporate Veil มาใช้ไช้ด้นั้นนั้เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับหลักทั่วทั่ ไปของ กฎหมายหุ้นหุ้ส่วส่นบริษัริ ษัท จึงจึไม่อม่าจนำ มากำ หนดเป็นข้อข้สำ คัญในอนุสัญสัญาระหว่าว่งประเทศที่เกี่ยวกับการพาณิชย์นย์าวีไวีด้ 2.) มีคมีวามพยายามที่จะใช้หช้ลัก Piercing the Corporate Veil บัญบัญัติเป็นกฎหมายในหลายประเทศเพื่อพื่ ให้เห้ป็นวิธีวิแธีก้ไข ปัญหาทางกฎหมายในระดับประเทศ แต่ก็ไม่ปม่ระสบความสำ เร็จร็อยู่หยู่ลายประเทศ 3.) หลัก Piercing the Corporate Veil เป็นอุปสรรคต่อการค้าพาณิชย์นย์าวี และเป็นหลักเกณฑ์ที่ปกป้อป้งประโยชน์ของ บุคคลบางกลุ่มลุ่เท่านั้นนั้ 4.) มีกมีารเจริญริเติบโตของบริษัริ ษัทผู้ปผู้ ระกอบการที่มีเมีรือรืลำ เดียวอย่าย่งแท้จริงริเป็นจำ นวนมาก และไม่เม่ ป็นการสมควรที่จะใช้หช้ลัก Piercing the Corporate Veil เป็นหลักในการกักเรือรื Sister Ship 5.) ความหมายของคำ ว่าว่ควบคุมคุ (Controlled) ที่ประเทศอังกฤษเสนอนั้นนั้ ไม่ชัม่ดชัเจน 6.) หลักการตามที่ประเทศอังกฤษเสนอนั้นนั้มีผมีลกระทบต่อบริษัริ ษัท ผู้บผู้ ริหริารเรือรืและลูกลูเรือรื หลังจากที่มีกมีารพิจพิารณากันแล้วในที่สุดสุตัวแทนของประเทศต่างๆที่คัดค้าน ประเทศอังกฤษ และเป็นเสียสีงส่วส่นใหญ่เสนอให้หห้ลักเกณฑ์นี้เป็นไปตามกฎหมาย ภายในของแต่ละประเทศ ดังนั้นนั้ 1999 Convention จึงจึแตกต่างไปจาก Brussels Convention 1952 มาตรา 3 ที่กำ หนดว่าว่เรือรืทั้งทั้หลายที่ส่วส่นความเป็นเจ้าจ้ของในเรือรื ทั้งทั้หมดเป็นของบุคคลหรือรืกลุ่มลุ่บุคคลเดียวกัน ให้ถืห้ ถือว่าว่เรือรืนั้นนั้เป็นของเจ้าจ้ของ เดียวกัน โดย 1999 Convention มีเมีจตนาที่จะปล่อยให้เห้ป็นไปตามกฎหมายภายใน ของแต่ละ ประเทศ และกำ หนดไว้ใว้นมาตรา 3 ว่าว่การกักเรือรืที่ไม่ไม่ด้เป็นของบุคคลซึ่งซึ่ ต้องรับรัผิดผิ ในสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้ง จะกระทำ ได้เฉพาะเมื่อมื่กฎหมายของประเทศที่ขอกักเรือรื ยินยิยอมให้คำห้ คำพิพพิากษาสำ หรับรัสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งนั้นนั้สามารถบังบัคับเอาแก่เรือรืนั้นนั้ ได้โดยการ ขายเรือรืตามคำ สั่งสั่ศาล หรือรืการบังบัคับขายเรือรืนั้นนั้ เรือที่ถูกกักได้ (Ship that may be arrested) ในส่วส่นหลัก Piercing the Corporate Veil ที่ Brussels Convention 1952 กำ หนดให้นำห้ นำมาใช้ไช้ด้ และ หลายประเทศได้นำ หลัก Piercing the Corporate Veil ไปใช้เช้ป็นกฎหมายภายในอยู่นั้ยู่ นั้นั้ 1999 Convention ไม่ไม่ด้ห้าห้มศาลของประเทศภาคีในการนำ หลัก Piercing the Corporate Veil ที่บัญบัญัติไว้เว้ป็นกฎหมายภายใน มาใช้เช้ป็นเกณฑ์ในการพิจพิารณาเพื่อพื่กักเรือรืแต่ในการพิจพิารณาร่าร่ง 1999 Convention นั้นนั้มีกมีารโต้เถียงกันอยู่ มาก โดยตัวแทนของประเทศอังกฤษเสนอให้กำห้ กำหนดหลัก Piercing the Corporate Veil เป็นหลักเกณฑ์การ กักเรือรืไว้ใว้นอนุสัญสัญาด้วย แต่กลับถูกถูคัดค้านจากตัวแทนของประเทศอื่น หลายประเทศ โดยให้เห้หตุผตุลหลักใน การคัดค้านดังนี้ 4
ข้อข้ยกเว้นว้การกักเรือรืตาม Brussels Convention 1952 มาตรา 3 ประการ สําสํคัญคือ ห้าห้มการกักเรือรืเดินทะเล ซึ่งซึ่หมายรวมถึงเรือรืลําที่ก่อให้เห้กิดหนี้ (Particular Ship) และเรือรื Sister Ship ลําอื่นซ้ํามากกว่าว่หนึ่งครั้งรั้เพื่อพื่สิทสิธิ เรียรีกร้อร้งเกี่ยวกับเรือรื โดยเจ้าจ้หนี้ผู้มีผู้ สิมีทสิธิเธิรียรีกร้อร้งในเขตอำ นาจของประเทศ ภาคีแห่งห่อนุสัญสัญา เว้นว้แต่เจ้าจ้หนี้จะพิสูพิจสูน์ได้ว่าว่หลักประกันที่ลูกลูหนี้วางครั้งรั้แรก ได้ถูกถูถอนออกไปก่อนที่จะมีกมีารกักเรือรืในครั้งรั้ต่อมา หรือรืมีเมีหตุอัตุอันสมควรอื่นใด (Good Cause) เพียพีงพอที่จะให้กัห้ กัเรือรืได้นั้นนั้ การกักเรือซ้ํา และการกักเรือหลายลํา วิธีวิกธีารกักเรือรืนั้นนั้ตาม 1999 Convention มาตรา 2 กำ หนดให้วิห้ธีวิกธีารกักเรือรื หรือรืการปล่อยเรือรืเป็นไปตามกฎหมายภายในแห่งห่รัฐรัที่มีกมีารกักเรือรืนั้นนั้ คล้ายคลึงกับที่บัญบัญัติไว้ใว้น Brussels Convention 1952 แยกพิจพิารณาเป็น 3 ประการดังนี้ 1) เมื่อมื่มีกมีารวางหลักประกันในจำ นวนที่เพียพีงพอ และมีสมีภาพที่เหมาะสมซึ่งซึ่ตาม 1999 Convention มาตรา 4 2) หากการกักเรือรืนั้นนั้เป็นการกักเรือรืซ้ำ หรือรืกักเรือรืหลายลำ ขัดขัต่อมาตรา 5 แม้ 1999 ม้ Convention มิไมิด้กำ หนดเงื่อนไขข้อข้นี้ไว้โว้ดยชัดชัแจ้งจ้ 3) หากเจ้าจ้หนี้ไม่ดำม่ ดำเนินคดีภายในระยะเวลาที่ศาลกำ หนดตามที่บัญบัญัติไว้ใว้น 1999 Convention มาตรา 7 หากเจ้าจ้หนี้ไม่ดำม่ ดำเนินคดีภายในระยะเวลาที่ศาลกำ หนดดังกล่าว เรือรืที่ ถูกถูกัก หรือรืหลักประกันที่วางไว้ นั้นนั้อาจถูกถูปล่อยไปได้ทั้งทั้นี้ระยะเวลาที่เจ้าจ้หนี้ต้องไปดำ เนินคดี ในศาลหรือรือนุญาโตตุลตุา การที่มีอำมี อำนาจนั้นนั้อาจถูกถูกำ หนดโดยกฎหมายภายในของประเทศที่มี การกักเรือรืแทนที่จะปล่อยให้เห้ป็นดุลดุพินิพิ นิจของศาลก็ได้ วิธีการกักเรือ การปล่อยเรือ Ship Arrest. 5
เพื่อพื่ความมุ่งมุ่ ประสงค์ของอนุสัญสัญานี้ วรรค 1 "การเรียรีกร้อร้งทางทะเล" หมายถึงการเรียรีกร้อร้งที่เกิดขึ้นขึ้จากข้อข้ ใดข้อข้หนึ่งต่อไปนี้: (ก) ความสูญสูหายหรือรืเสียสีหายอันเกิดจากการปฏิบัติบั ติการของเรือรื (ข) การสูญสูเสียสีชีวิชีตวิหรือรืการบาดเจ็บจ็ส่วส่นบุคคลที่เกิดขึ้นขึ้ ไม่ว่ม่าว่จะบนบกหรือรืในน้ำ เกี่ยวข้อข้งโดยตรงกับการปฏิบัติบั ติงานของ เรือรื (ค) การดำ เนินการกู้ภักู้ภัยหรือรืข้อข้ตกลงในการกู้ภักู้ภัยใดๆ รวมถึงค่าชดเชยพิเพิศษที่เกี่ยวข้อข้งกับการดำ เนินการกู้ภักู้ภัยในส่วส่นที่ เกี่ยวกับเรือรืซึ่งซึ่ตัวเรือรืเองหรือรืสินสิค้าของเรือรืนั้นนั้คุกคุคามต่อความเสียสีหายต่อสิ่งสิ่แวดล้อม (ถ้ามี)มี (ง) ความเสียสีหายหรือรืภัยคุกคุคามต่อความเสียสีหายที่เกิดจากเรือรืต่อสิ่งสิ่แวดล้อม แนวชายฝั่ง หรือรืผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อข้ง มาตรการที่ใช้เช้พื่อพื่ป้อป้งกัน ลด หรือรืขจัดจัความเสียสีหายดังกล่าว การชดเชยความเสียสีหายดังกล่าว ต้นทุนทุของมาตรการที่ เหมาะสมในการคืนสภาพสิ่งสิ่แวดล้อมที่ดำ เนินการจริงริหรือรืที่จะดำ เนินการ ความสูญสูเสียสีที่เกิดขึ้นขึ้หรือรืมีแมีนวโน้มที่จะเกิดขึ้นขึ้ โดยบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้อข้งกับความเสียสีหายดังกล่าว และความเสียสีหาย ต้นทุนทุหรือรืการสูญสูเสียสีที่มีลัมี ลักษณะคล้ายคลึงกับที่ ระบุไว้ใว้นย่อย่หน้าย่อย่ย (จ) ต้นทุนทุหรือรืค่าใช้จ่ช้าจ่ยที่เกี่ยวข้อข้งกับการยก การขนย้าย้ย การกู้คืกู้คืน การทำ ลาย หรือรืการทำ ให้เห้รือรืที่จม อับปาง เกยตื้น หรือรื ละทิ้งเสียสีหาย รวมทั้งทั้สิ่งสิ่อื่นใดที่มีหมีรือรืเคยอยู่บยู่นเรือรืนั้นนั้และต้นทุนทุหรือรืค่าใช้จ่ช้าจ่ยที่เกี่ยวข้อข้ง เพื่อพื่รักรัษาเรือรืร้าร้งและบำ รุง รักรัษาลูกลูเรือรื (ฉ) ข้อข้ตกลงใดๆ ที่เกี่ยวข้อข้งกับการใช้หช้รือรืการเช่าช่เรือรื ไม่ว่ม่าว่จะอยู่ใยู่นฝ่ายเช่าช่เหมาลำ หรือรือย่าย่งอื่น (ช) ข้อข้ตกลงใด ๆ ที่เกี่ยวข้อข้งกับการขนส่งส่สินสิค้าหรือรืผู้โผู้ดยสารบนเรือรื ไม่ว่ม่าว่จะอยู่ใยู่นฝ่ายเช่าช่เหมาลำ หรือรือย่าย่งอื่น (ซ) การสูญสูหายหรือรืเสียสีหายหรือรืเกี่ยวข้อข้งกับสินสิค้า (รวมถึงสัมสัภาระ) ที่บรรทุกทุบนเรือรื (ฌ) ค่าเฉลี่ยทั่วทั่ ไป (ญ) การลากจูง (ฎ) การบินบิ (ฏ) สินสิค้า วัสวัดุ เสบียบีง บังบัเกอร์ อุปกรณ์ (รวมถึงตู้คตู้อนเทนเนอร์) ร์ที่จัดจัหาหรือรืให้บห้ริกริารแก่เรือรืเพื่อพื่การดำ เนินงาน การ จัดจัการ การเก็บรักรัษา หรือรืการบำ รุงรักรัษา (ฐ) การก่อสร้าร้ง การต่อเติม การซ่อซ่มแซม การดัดแปลง หรือรืจัดจัเตรียรีมเรือรื (ฑ) ท่าเรือรืคลอง ท่าเทียบเรือรืท่าเรือรืและค่าธรรมเนียมและค่าธรรมเนียมทางน้ำ อื่น ๆ (ฒ) ค่าระวางและจำ นวนเงินอื่น ๆ ที่เกิดจากนายเรือรืเจ้าจ้หน้าที่ และสมาชิกชิคนอื่น ๆ ของส่วส่นเสริมริของเรือรื ในส่วส่นที่ เกี่ยวข้อข้งกับการจ้าจ้งงานบนเรือรืรวมถึงค่าใช้จ่ช้าจ่ยในการส่งส่ตัวกลับประเทศและเงินสมทบประกันสังสัคมที่ต้องชำ ระในนามของ พวกเขา (ณ) การเบิกบิจ่าจ่ยที่เกิดขึ้นขึ้ ในนามของเรือรืหรือรืเจ้าจ้ของเรือรื (ด) ค่าเบี้ยบี้ ประกัน (รวมถึงการเรียรีกประกันร่วร่มกัน) ในส่วส่นที่เกี่ยวข้อข้งกับเรือรืซึ่งซึ่ต้องชำ ระในนามของเจ้าจ้ของเรือรืหรือรืผู้เผู้ช่าช่ เหมาลำ (ต) ค่าคอมมิชมิชั่นชั่ค่านายหน้า หรือรืค่าธรรมเนียมตัวแทนใดๆ ที่เกี่ยวข้อข้งกับเรือรืที่ต้องชำ ระโดย หรือรืในนามของเจ้าจ้ของเรือรืหรือรืผู้เผู้ช่าช่เหมาลำ (ถ) ข้อข้พิพพิาทใด ๆ เกี่ยวกับกรรมสิทสิธิ์หธิ์รือรืการครอบครองเรือรื (ท) ข้อข้พิพพิาทใดๆ ระหว่าว่งเจ้าจ้ของเรือรืร่วร่มในเรื่อรื่งการจ้าจ้งงานหรือรืรายได้ของเรือรื อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการกักเรือเดินทะเล ค.ศ.1999 International Convention on Arrest of Ship, 1999 มาตรา 1 คำ จำ กัดความ เป็นอนุสัญสัญาที่ตระหนักถึงความปรารถนาที่จะอำ นวยความสะดวกในการพัฒพันาการค้าทางทะเลโลกอย่าย่ง กลมกลืน และเป็นระเบียบีบ เชื่อชื่มั่นมั่ ในความจำ เป็นสำ หรับรัเครื่อรื่งมือมืทางกฎหมายที่สร้าร้งความเท่าเทียมกันระหว่าว่ง ประเทศในด้านของการจับจักุมกุเรือรืซึ่งซึ่คำ นึงถึงการพัฒพันาล่าสุดสุในสาขาที่เกี่ยวข้อข้งได้ตกลงกันไว้ดัว้ ดังนี้ 6
วรรค 1 การจับจักุมกุเรือรืใดๆ ที่เกี่ยวข้อข้งกับการเรียรีกร้อร้งสิทสิธิทธิางทะเลนั้นนั้สามารถทำ ได้ หาก: (ก) บุคคลที่เป็นเจ้าจ้ของเรือรืในขณะที่มีกมีารเรียรีกร้อร้งทางทะเล เจ้าจ้ของเรือรืจะต้องรับรัผิดผิชอบต่อการเรียรีกร้อร้งค่าเสียสีหายในกรณีดังต่อไปนี้ การจับจักุมกุ (ข) ผู้เผู้ช่าช่เหมาลําเรือรืเปล่าในกรณีของการเรียรีกร้อร้งค่าสินสิ ไหมทดแทนทางทะเล ต้องรับรัผิดผิชอบต่อการเรียรีกร้อร้งค่าสินสิ ไหมทดแทน และเป็นผู้เผู้ช่าช่ โอนกรรมสิทสิธิ์หธิ์รือรืเรือรืในการดำ เนินการยึดยึ (ค) การเรียรีกร้อร้งนี้ขึ้นขึ้อยู่กัยู่ กับการจําจํนองหรือรื"สิทสิธิ"ธิหรือรืการจําจํนองลักษณะเดียวกันบนเรือรื (ง) คําขอเกี่ยวข้อข้งกับการเป็นเจ้าจ้ของหรือรืครอบครองเรือรื (จ) การเรียรีกร้อร้งค่าสินสิ ไหมทดแทนต่อเจ้าจ้ของเรือรืผู้เผู้ช่าช่เรือรืใบผู้จัผู้ ดจัการหรือรืผู้ปผู้ ระกอบการเรือรืและรับรั ประกันโดยลําดับความ สําสํคัญของเรือรืได้รับรัหรือรืเกิดขึ้นขึ้ภายใต้กฎหมายของรัฐรัที่มีกมีารจับจักุมกุ วรรค 2 อนุญาตให้มีห้กมีารยึดยึเรือรืลําอื่นหากการยึดยึถูกถูดําเนินงานโดยเป็นเจ้าจ้ของผู้รัผู้ บรัผิดผิชอบด้านการเดินเรือรื เจ้าจ้หน้าที่ที่รับรัผิดผิชอบในการเรียรีกร้อร้งและข้อข้เรียรีกร้อร้ง: (ก) เจ้าจ้ของเรือรืที่มีกมีารเรียรีกร้อร้งสิทสิธิทธิางทะเลที่เกิดขึ้นขึ้ (ข) ผู้เผู้ช่าช่เหมาเรือรืผู้เผู้ช่าช่เหมาเรือรืประจำ เส้นส้ทาง หรือรืผู้เผู้ช่าช่เหมาเรือรืจรของเรือรืลำ นั้นนั้ ***บทบัญบัญัตินี้ใช้ไช้ม่ไม่ด้กับการเรียรีกร้อร้งในส่วส่นที่เกี่ยวกับการเป็นเจ้าจ้ของหรือรืการครอบครองเรือรื วรรค 3 แม้จม้ะมีบมีทบัญบัญัติของวรรค 1 และ 2 ของบทความนี้ การยึดยึเรือรืทั้งทั้หมดที่ไม่ไม่ด้เป็นของบุคคลที่รับรัผิดผิชอบต่อคําขอ เฉพาะตามกฎหมายของประเทศที่ร้อร้งขอการยึดยึครอง, ผู้พิผู้ พพิากษาอาจบังบัคับใช้คํช้ คําตัดสินสิเกี่ยวกับการเรียรีกร้อร้งต่อเรือรืหรือรืบังบัคับให้ขห้ายเรือรื วรรค 4 ภายใต้บทบัญบัญัติของอนุสัญสัญานี้ ขั้นขั้ตอนเกี่ยวกับการจับจักุมกุเรือรืหรือรืการปล่อยเรือรืจะต้องอยู่ภยู่ายใต้กฎหมายของ รัฐรัซึ่งซึ่การจับจักุมกุนั้นนั้มีผมีล หรือรืนำ ไปใช้ วรรค 1 เรือรืจะถูกถูจับจักุมกุหรือรืปล่อยจากการจับจักุมกุได้นั้นนั้ต้องมาจากอำ นาจของศาลของรัฐรัภาคีที่ทำ การจับจักุมกุ วรรค 2 เรือรือาจถูกถูจับจักุมกุเฉพาะในส่วส่นที่เกี่ยวกับการเรียรีกร้อร้งสิทสิธิทธิางทะเล แต่ไม่มีม่กมีารเรียรีกร้อร้งอื่นใด วรรค 3 เรือรือาจถูกถูจับจักุมกุเพื่อพื่ความมุ่งมุ่ ประสงค์ในการได้รับรัหลักประกัน ถึงแม้ว่ม้าว่ โดยอาศัยอำ นาจตามข้อข้กำ หนดของเขต อำ นาจศาลหรือรือนุญาโตตุลตุาการในสัญสัญาที่เกี่ยวข้อข้งหรือรือย่าย่งอื่น การเรียรีกร้อร้งสิทสิธิทธิางทะเลที่เกี่ยวข้อข้งกับการจับจักุมกุจะ ต้องได้รับรัการพิจพิารณาใน รัฐรัอื่นนอกเหนือจากรัฐรัที่การจับจักุมกุเกิดขึ้นขึ้หรือรืจะต้องอนุญาโตตุลตุาการ หรือรืจะต้องได้รับรัการ ตัดสินสิภายใต้กฎหมายของรัฐรัอื่น อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการกักเรือเดินทะเล ค.ศ.1999 International Convention on Arrest of Ship, 1999 มาตรา 2 อำ นาจของการจับกุม มาตรา 3 การใช้สิทธิในการจับกุม 7
วรรค 6 ในกรณีที่ตามวรรค 1 ของข้อข้นี้ มีกมีารจัดจั ให้มีห้หมีลักประกัน บุคคลที่ให้หห้ลักประกันดังกล่าวอาจยื่นยื่คำ ร้อร้งต่อศาลเพื่อพื่ ให้หห้ลักประกันนั้นนั้ลด แก้ไข หรือรืยกเลิกเมื่อมื่ ใดก็ได้ วรรค 1 เรือรืที่ถูกถูจับจักุมกุจะต้องได้รับรัการปล่อยตัวเมื่อมื่มีกมีารรักรัษาความปลอดภัยเพียพีงพอในรูปแบบที่น่าพอใจ เว้นว้แต่ใน กรณีที่เรือรืถูกถูจับจักุมกุในส่วส่นที่เกี่ยวข้อข้งกับข้อข้เรียรีกร้อร้งทางทะเลใดๆ ที่ระบุไว้ใว้นมาตรา 1 วรรค 1 และในกรณีเช่นช่นี้ ศาลอาจ อนุญาตให้ผู้ห้คผู้ รอบครองเรือรืทำ การค้าเรือรืต่อไปได้ โดยให้บุห้บุคคลนั้นนั้จัดจั ให้มีห้หมีลักประกันเพียพีงพอแล้ว หรือรือาจดำ เนินการอย่าย่ง อื่นเกี่ยวกับการเดินเรือรืในระหว่าว่งที่ถูกถูจับจักุมกุก็ได้ วรรค 2 ในกรณีที่คู่กคู่รณีทั้งทั้สองฝ่ายตกลงกันไม่ไม่ด้ ในเรื่อรื่งความเพียพีงพอและรูปแบบของหลักประกัน ศาลจะกำ หนด ลักษณะและจำ นวนเงินไม่เม่กินมูลค่าเรือรืที่ยึดยึ วรรค 3 คำ ร้อร้งขอปล่อยเรือรืใดๆ เมื่อมื่มีกมีารจัดจั ให้มีห้หมีลักประกันแล้ว จะไม่ถูม่กถูตีความว่าว่เป็นการรับรัรู้ถึรู้ ถึงความรับรัผิดผิหรือรื เป็นการสละสิทสิธิ์ใธิ์นการต่อสู้คสู้ ดีใดๆ หรือรืสิทสิธิใธิดๆ ที่จะจำ กัดความรับรัผิดผิ วรรค 4 หากเรือรืลำ ใดถูกถูจับจักุมกุในรัฐรัที่มิใมิช่ภช่าคีและไม่ไม่ด้รับรัการปล่อย แม้ว่ม้าว่รัฐรัภาคีจะจัดจั ให้มีห้หมีลักประกันเกี่ยวกับเรือรืนั้นนั้ ใน ส่วส่นที่เกี่ยวข้อข้งกับข้อข้เรียรีกร้อร้งเดียวกันก็ตาม ให้สั่ห้งสั่ให้ปห้ล่อยหลักประกันนั้นนั้เมื่อมื่มีกมีารยื่นยื่คำ ขอต่อศาลในรัฐรัภาคีนั้นนั้ วรรค 5 หากในรัฐรัที่มิใมิช่ภช่าคี เรือรืถูกถูปล่อยโดยมีหมีลักประกันที่น่าเชื่อชื่ถือ ในส่วส่นที่เกี่ยวกับเรือรืลำ นั้นนั้ที่จัดจัหาให้ หลักประกันใดๆ ที่จัดจั ให้ให้นรัฐรัภาคีในส่วส่นที่เกี่ยวข้อข้งกับข้อข้เรียรีกร้อร้งเดียวกันนั้นนั้จะถูกถูสั่งสั่ให้ปห้ล่อยในขอบเขตที่จำ นวนเงินทั้งทั้หมดของการ รักรัษาความปลอดภัยที่บัญบัญัติไว้ใว้นทั้งทั้สองรัฐรัเกินกว่าว่ : (ก) ข้อข้เรียรีกร้อร้งว่าว่เรือรืถูกถูจับจักุมกุหรือรื (ข) มูลค่าของเรือรื แล้วแต่จำ นวนใดจะต่ำ กว่าว่อย่าย่งไรก็ตาม จะไม่มีม่คำมี คำสั่งสั่ให้ปห้ล่อยตัวดังกล่าว เว้นว้แต่หลักประกันที่ให้ไห้ว้ใว้นรัฐรัที่ไม่ใม่ช่ภช่าคีนั้นนั้จะมี ให้แห้ก่ผู้เผู้รียรีกร้อร้งได้จริงริและจะสามารถโอนได้อย่าย่งอิสระ วรรค 3 สำ หรับรัวัตวัถุปถุระสงค์ของข้อข้นี้ "การปล่อยตัว" ไม่รม่วมถึงการปล่อยตัวที่ผิดผิกฎหมายหรือรืการหลบหนีการจับจักุมกุ วรรค 1 ในกรณีที่เรือรืถูกถูจับจักุมกุและปล่อยตัวในประเทศใดๆหรือรืได้ให้กห้ารค้ําประกันแก่เรือรืเพื่อพื่เป็นหลักประกันการเรียรีกร้อร้ง ทางทะเลแล้วเรือรืจะไม่ถูม่กถูยึดยึหรือรืยึดยึอีกครั้งรั้ภายใต้การเรียรีกร้อร้งทางทะเลเดียวกันเว้นว้แต่: (ก) ลักษณะหรือรืจำ นวนเงินค้ำ ประกันที่ได้ให้ไห้ว้กัว้ กับเรือรืในข้อข้เรียรีกร้อร้งเดียวกันนั้นนั้ ไม่เม่พียพีงพอ แต่มีเมีงื่อนไขว่าว่รวมหลักประกัน ต้องไม่เม่กินมูลค่าของเรือรื (ข)บุคคลที่ได้ให้หห้ลักประกันแล้วจะไม่ถืม่ ถือเป็นภาระผูกผูพันพัหรือรืสามารถเติมเต็มบางส่วส่นหรือรืทั้งทั้หมดหรือรืเป็นของบุคคลนั้นนั้ ได้ (ค) เรือรืที่ถูกถูยึดยึหรือรืหลักประกันที่ให้ไห้ว้ก่ว้ ก่อนหน้านี้ได้รับรัการปล่อยตัว (ง) เมื่อมื่มีกมีารสมัคมัรหรือรืดำ เนินการตามเหตุอัตุอันสมควร หรือรืได้รับรัความยินยิยอมจากผู้เผู้รียรีกร้อร้ง - เนื่องจากผู้เผู้รียรีกร้อร้งไม่สม่ามารถดำ เนินการตามขั้นขั้ตอนที่เหมาะสมเพื่อพื่ป้อป้งกันการปล่อยตัวได้ วรรค 2 เรือรือื่นใดที่ควรถูกถูยึดยึเกี่ยวกับคำ ขอเดินเรือรืเดียวกันจะต้องไม่ถูม่กถูยึดยึเว้นว้แต่ (ก) ลักษณะหรือรืจำ นวนหลักประกันที่ได้ให้ไห้ว้แว้ล้วในส่วส่นที่เกี่ยวข้อข้งกับข้อข้เรียรีกร้อร้งเดียวกันนั้นนั้ ไม่เม่พียพีงพอ (ข) บทบัญบัญัติในวรรคหนึ่งใช้บัช้งบัคับ (ข) หรือรื (ค) อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการกักเรือเดินทะเล ค.ศ.1999 International Convention on Arrest of Ship, 1999 มาตรา 4 การปล่อยตัวจากการจับกุม มาตรา 5 สิทธิในการจับกุมซ้ำ และการจับกุมหลายครั้ง 8
วรรค 5 เมื่อมื่มีกมีารจัดจั ให้มีห้หมีลักประกันวรรค 1 ของบทความนี้ บุคคลที่ให้หห้ลักประกันดังกล่าวอาจยื่นยื่คำ ร้อร้งต่อศาลขอให้ลห้ด แก้ไข หรือรืยกเลิกหลักประกันนั้นนั้เมื่อมื่ ใดก็ได้ วรรค 1 ศาลอาจมีเมีงื่อนไขในการจับจักุมกุเรือรืหรือรืการอนุญาตให้คห้งการจับจักุมกุเรือรืไว้ไว้ด้ ศาลอาจกำ หนดให้ผู้ห้ร้ผู้ อร้งที่ประสงค์จะ จับจักุมกุหรือรืได้ดำ เนินการจับจักุมกุเรือรืนั้นนั้ต้องจัดจั ให้มีห้หมีลักประกันในลักษณะและ ตามจำ นวนและตามเงื่อนไขดังกล่าว ตามที่ศาล อาจกำ หนดสำ หรับรัการสูญสูเสียสี ใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นขึ้ โดยจำ เลยอันเป็นผลมาจากการจับจักุมกุและอาจพบว่าว่ผู้เผู้รียรีกร้อร้งต้องรับรัผิดผิ รวมถึงแต่ไม่จำม่จำกัดเพียพีงการสูญสูเสียสีดังกล่าว หรือรืความเสียสีหายที่อาจเกิดขึ้นขึ้กับจำ เลยนั้นนั้อันเป็นผลสืบสืเนื่องมาจาก: (ก) การจับจักุมกุโดยมิชมิอบหรือรืไม่เม่ ป็นธรรม (ข) มีกมีารเรียรีกร้อร้งและจัดจั ให้มีห้กมีารรักรัษาความปลอดภัยมากเกินไป วรรค 2 ศาลของรัฐรัที่มีกมีารจับจักุมกุจะมีเมีขตอำ นาจในการกำ หนดขอบเขตความรับรัผิดผิ (ถ้ามี) มีของผู้เผู้รียรีกร้อร้งต่อความสูญสูเสียสี หรือรืความเสียสีหายที่เกิดจากการจับจักุมกุเรือรืรวมถึงแต่ไม่จำม่จำกัดเพียพีงความสูญสูเสียสีหรือรืความเสียสีหายดังกล่าว ดังที่อาจเกิด จาก: (ก) การจับจักุมกุโดยมิชมิอบหรือรืไม่เม่ ป็นธรรม หรือรื (ข) มีกมีารเรียรีกร้อร้งและจัดจั ให้มีห้กมีารรักรัษาความปลอดภัยมากเกินไป วรรค 3 ความรับรัผิดผิ (ถ้ามี) มีของผู้เผู้รียรีกร้อร้งตามวรรค 2 ของบทความนี้จะถูกถูกำ หนดโดยใช้กช้ฎหมายของรัฐรัที่เกิดการจับจักุมกุ วรรค 4 หากศาลในรัฐรัอื่นหรือรืคณะอนุญาโตตุลตุาการต้องพิจพิารณาข้อข้ดีของคดีตามบทบัญบัญัติของข้อข้ 7 จากนั้นนั้การดำ เนิน การที่เกี่ยวข้อข้งกับความรับรัผิดผิของผู้เผู้รียรีกร้อร้งตามวรรค 2 ของบทความนี้อาจถูกถูระงับไว้เว้พื่อพื่รอการตัดสินสิ ใจนั้นนั้ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการกักเรือเดินทะเล ค.ศ.1999 International Convention on Arrest of Ship, 1999 มาตรา 6 การคุ้มครองเจ้าของ และผู้เช่า เหมาลำ เรือที่ถูกจับกุม วรรค 6 ไม่มีม่ส่มีวส่นใดในบทบัญบัญัติของวรรค 5 ของข้อข้นี้ที่จะจำ กัดผลกระทบเพิ่มพิ่เติมใด ๆ ที่เกิดขึ้นขึ้กับการพิพพิากษาในต่าง ประเทศหรือรืคำ ชี้ขชี้าดของอนุญาโตตุลตุาการภายใต้กฎหมายของรัฐรัที่มีกมีารจับจักุมกุเรือรืหรือรืจัดจั ให้มีห้หมีลักประกันเพื่อพื่ ให้ไห้ด้รับรัการ ปล่อยเรือรื วรรค 1 ศาลของรัฐรัที่มีกมีารจับจักุมกุหรือรืจัดจั ให้มีห้หมีลักประกันเพื่อพื่ปล่อยเรือรืนั้นนั้ย่อย่มมีเมีขตอำ นาจพิจพิารณาคดีตามสมควร เว้นว้แต่คู่กคู่รณีจะตกลงกันโดยชอบหรือรืตกลงโดยชอบที่จะยื่นยื่ข้อข้พิพพิาทต่อ ศาลของรัฐรัอื่นที่ยอมรับรัเขตอำ นาจศาล หรือรืนุญาโตตุลตุาการ วรรค 2 แม้จม้ะมีบมีทบัญบัญัติของวรรค 1 ของข้อข้นี้ ศาลของรัฐรัที่มีกมีารจับจักุมกุหรือรืหลักประกันที่ได้จัดจั ให้มีห้กมีารปล่อยเรือรือาจ ปฏิเสธที่จะใช้เช้ขตอำ นาจศาลนั้นนั้ ในกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้ปห้ฏิเสธการนั้นนั้ ได้ ของรัฐรันั้นนั้และศาลของรัฐรัอื่นยอมรับรัเขต อำ นาจศาล วรรค 3 ในกรณีที่ศาลของรัฐรัที่มีกมีารจับจักุมกุหรือรืจัดจั ให้มีห้หมีลักประกันเพื่อพื่ปล่อยเรือรื (ก) ไม่มีม่เมีขตอำ นาจในการตัดสินสิคดีตามคุณคุธรรม หรือรื (ข) ปฏิเสธที่จะใช้เช้ขตอำ นาจศาลตามบทบัญบัญัติของวรรค 2 ของข้อข้นี้ ศาลดังกล่าวอาจสั่งสั่ระยะเวลาหนึ่งซึ่งซึ่ผู้เผู้รียรีกร้อร้งจะต้องดำ เนินคดีต่อศาลที่มีเมีขตอำ นาจหรือรืคณะอนุญาโตตุลตุาการ และเมื่อมื่มี การร้อร้งขอ วรรค 4 หากไม่ดำม่ ดำเนินคดีภายในระยะเวลาที่สั่งสั่ตามวรรค 3 ของข้อข้นี้ เรือรืที่ถูกถูยึดยึหรือรืหลักประกันที่จัดจั ให้ไห้ว้นั้ว้ นั้นั้จะถูกถูสั่งสั่ให้ ปล่อยเมื่อมื่มีกมีารร้อร้งขอ วรรค 5 หากการดำ เนินการพิจพิารณาคดีเกิดขึ้นขึ้ภายในระยะเวลาที่สั่งสั่ตามวรรค 3 ของข้อข้นี้ หรือรืหากการดำ เนินการต่อหน้า ศาลที่มีเมีขตอำ นาจหรือรืคณะอนุญาโตตุลตุาการในรัฐรัอื่นได้ถูกถูนำ ขึ้นขึ้ โดยไม่มีม่คำมี คำสั่งสั่ดังกล่าว การตัดสินสิ ใจขั้นขั้สุดสุท้ายใด ๆ อันเป็น ผลมาจากการนั้นนั้จะต้องถูกถูทราบและให้ผห้ลเกี่ยวกับเรือรืที่ถูกถูยึดยึหรือรืต่อหลักประกันที่จัดจั ไว้เว้พื่อพื่ ให้ไห้ด้มาซึ่งซึ่เรือรืนั้นนั้ โดยมีเมีงื่อนไขว่าว่ : จำ เลยได้รับรัแจ้งจ้ตามสมควรถึงการดำ เนินการดังกล่าวและมีโมีอกาสตามสมควรที่จะนำ เสนอคดีเพื่อพื่ต่อสู้คสู้ ดี และการรับรัรู้ดัรู้ ดัง กล่าวไม่ขัม่ดขัต่อนโยบายสาธารณะ (คำ สั่งสั่สาธารณะ) มาตรา 7 เขตอำ นาจศาลยุติธรรมของคดี 9
วรรค 6 บทบัญบัญัติใด ๆ ของอนุสัญสัญานี้จะไม่แม่ก้ไขหรือรืส่งส่ผลกระทบต่อกฎระเบียบีบทางกฎหมายในปัจจุบันบัของรัฐรัภาคีที่ เกี่ยวข้อข้งกับการยึดยึเรือรืใด ๆ ที่เกิดขึ้นขึ้จริงริในเขตอำ นาจของรัฐรัธง วรรค 1 อนุสัญสัญานี้จะใช้กัช้ กับเรือรืใดๆ ภายในเขตอำ นาจศาลของรัฐรัภาคีใดๆ ไม่ว่ม่าว่เรือรืนั้นนั้จะชักชัธงของรัฐรัภาคีหรือรืไม่ก็ม่ ก็ตาม วรรค 2 อนุสัญสัญานี้ไม่ใม่ช้บัช้งบัคับกับเรือรืรบเรือรืสนับสนุนของกองทัพเรือรืหรือรืเรือรือื่น ๆ ที่เป็นเจ้าจ้ของหรือรืดำ เนินการโดยรัฐรั และเมื่อมื่ถึงเวลานั้นนั้ ใช้เช้ฉพาะในการให้บห้ริกริารที่ไม่ใม่ช่เช่ชิงชิพาณิชย์ขย์องรัฐรับาล วรรค 3 อนุสัญสัญานี้ไม่ส่ม่งส่ผลกระทบต่อสิทสิธิหธิรือรือำ นาจใด ๆ ที่มอบให้แห้ก่รัฐรับาลหรือรืหน่วยงานใด ๆ หน่วยงานของรัฐรัใด ๆ ท่าเทียบเรือรืหรือรืการท่าเรือรืใด ๆ ภายใต้อนุสัญสัญาระหว่าว่งประเทศหรือรืกฎหมายหรือรืข้อข้บังบัคับภายในประเทศใด ๆ ที่จะกักขังขั หรือรืป้อป้งกันไม่ใม่ห้เห้รือรืใด ๆ แล่นภายในเขตอำ นาจของตน วรรค 4 อนุสัญสัญาฉบับบันี้ไม่มีม่ผมีลต่ออำ นาจของรัฐรัหรือรืศาลใด ๆ ที่จะสั่งสั่ให้กห้ระทบต่อทรัพรัย์สิย์นสิทั้งทั้หมดของลูกลูหนี้ วรรค 5 ไม่มีม่ส่มีวส่นใดในอนุสัญสัญานี้จะกระทบต่อการใช้อช้นุสัญสัญาระหว่าว่งประเทศที่กำ หนดข้อข้จำ กัดความรับรัผิดผิหรือรืกฎหมาย ภายในที่มีผมีลใช้บัช้งบัคับในรัฐรัที่เกิดการจับจักุมกุ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการกักเรือเดินทะเล ค.ศ.1999 International Convention on Arrest of Ship, 1999 มาตรา 8 การใช้งานอนุสัญญา ไม่มีม่สิ่มีงสิ่ใดในอนุสัญสัญานี้ที่จะตีความว่าว่เป็นการสร้าร้งภาระผูกผูพันพัทางทะเล มาตรา 9 การไม่สร้างภาระผูกพันทางทะเล วรรค 2 เมื่อมื่เป็นรัฐรัภาคีในสนธิสัธิญสัญาที่ระบุเกี่ยวกับการเดินเรือรืในน่านน้ำ ภายในประเทศ รัฐรัอาจประกาศเมื่อมื่ลงนาม ให้ สัตสัยาบันบัยอมรับรัอนุมัติมั ติหรือรืภาคยานุวัติวั ติอนุสัญสัญานี้ ว่าว่กฎเกณฑ์เกี่ยวกับเขตอำ นาจศาล การรับรัรองและการดำ เนินการ ตามคำ ตัดสินสิของศาลที่กำ หนดไว้ใว้นสนธิสัธิญสัญาดังกล่าวจะมีผมีลเหนือกว่าว่กฎเกณฑ์ที่มีอมียู่ใยู่นมาตรา 7 ของอนุสัญสัญานี้ วรรค 1 ในเวลาของการลงนาม ให้สัห้ตสัยาบันบัการยอมรับรัการอนุมัติมั ติหรือรืการภาคยานุวัติวั ติหรือรืในเวลาใดๆ หลังจากนั้นนั้รัฐรัใดๆ อาจสงวนสิทสิธิ์ที่ธิ์ ที่จะยกเว้นว้การใช้อช้นุสัญสัญานี้กับสิ่งสิ่หนึ่งสิ่งสิ่ใดหรือรืทั้งทั้หมดดังต่อไปนี้ (ก) เรือรืที่ไม่ไม่ด้เดินทะเล (ข) เรือรืที่ไม่ชัม่กชัธงของรัฐรัภาคี (ค) การเรียรีกร้อร้งภายใต้มาตรา 1 วรรค 1 มาตรา 10 การจอง วรรค 3 การให้สัห้ตสัยาบันบัการยอมรับรัการอนุมัติมั ติหรือรืภาคยานุวัติวั ติจะมีผมีลโดยฝากตราสารไว้กัว้ กับผู้เผู้ก็บรักรัษาอนุสัญสัญา วรรค 1 อนุสัญสัญานี้จะเปิดให้รัห้ฐรัใดๆ ลงนาม ณ สำ นักงานใหญ่สหประชาชาติ นิวยอร์กร์ตั้งตั้แต่วันวัที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1999 ถึงวันวัที่ 31 สิงสิหาคม ค.ศ. 2000 และหลังจากนั้นนั้จะยังยัคงเปิดให้ภห้าคยานุวัติวั ติต่อไป วรรค 2 รัฐรัอาจแสดงความยินยิยอมที่จะผูกผูพันพัตามอนุสัญสัญานี้โดย: (ก) การลงนามโดยไม่มีม่ข้มีอข้จำ กัดในการให้สัห้ตสัยาบันบัการยอมรับรัหรือรืการอนุมัติมั ติหรือรื (ข) การลงนามภายใต้การให้สัห้ตสัยาบันบัการยอมรับรัหรือรืการอนุมัติมั ติตามด้วยการให้สัห้ตสัยาบันบัการยอมรับรัหรือรืการอนุมัติมั ติหรือรื (ค) ภาคยานุวัติวั ติ มาตรา 11 ผู้เก็บรักษาอนุสัญญา อนุสัญสัญานี้จะฝากไว้กัว้ กับเลขาธิกธิารสหประชาชาติ มาตรา 12 ลงนามการให้สัตยาบัน การยอมรับ การอนุมัติ และภาคยานุวัติ 10
วรรค 3 ในส่วส่นที่เกี่ยวข้อข้งกับรัฐรัภาคีซึ่งซึ่มีรมีะบบกฎหมายสองระบบขึ้นขึ้ ไปด้วย เกี่ยวกับการจับจักุมกุเรือรืที่ใช้บัช้งบัคับ ในหน่วย อาณาเขตต่าง ๆ อ้างอิง ในอนุสัญสัญานี้ต่อศาลของรัฐรัและกฎหมายของรัฐรัให้ตีห้ ตีความตามลำ ดับ หมายถึง ศาลของหน่าย อาณาเขตที่เกี่ยวข้อข้งภายในรัฐรันั้นนั้และกฎหมายของหน่วยอาณาเขตที่เกี่ยวข้อข้งของรัฐรันั้นนั้ วรรค 1 หากรัฐรัมีหมีน่วยอาณาเขตตั้งตั้แต่สองหน่วยขึ้นขึ้ ไปซึ่งซึ่ใช้รช้ะบบกฎหมายที่แตกต่างกัน ในส่วส่นที่เกี่ยวข้อข้งกับเรื่อรื่งต่างๆ ที่ได้รับรัการจัดจัการในอนุสัญสัญานี้ รัฐรัอาจประกาศในเวลาลงนาม ให้สัห้ตสัยาบันบัการยอมรับรัการอนุมัติมั ติหรือรืภาคยานุวัติวั ติว่าว่ อนุสัญสัญานี้จะขยายออกไป ไปยังยัหน่วย อาณาเขตของตนทั้งทั้หมดหรือรืเฉพาะหน่วยใดหน่วยหนึ่งหรือรืมากกว่าว่นั้นนั้และอาจแก้ไขคำ ประกาศนี้ โดยยื่นยื่คำ ประกาศอื่น เมื่อมื่ ใดก็ได้ วรรค 2 การประกาศใด ๆ ดังกล่าวจะต้องแจ้งจ้ ให้ผู้ห้เผู้ก็บรักรัษาทราบ และจะต้องระบุหน่วยอาณาเขตที่อนุสัญสัญาใช้บัช้งบัคับโดย ชัดชัแจ้งจ้ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการกักเรือเดินทะเล ค.ศ.1999 International Convention on Arrest of Ship, 1999 มาตรา 13 รัฐที่มีระบบกฎหมายมากกว่าหนึ่งระบบ วรรค 2 สำ หรับรัรัฐรัที่แสดงความยินยิยอมที่จะผูกผูพันพัตามอนุสัญสัญานี้หลังจากเงื่อนไข ในการมีผมีลบังบัคับใช้ ความยินยิยอมดัง กล่าวจะมีผมีลใช้บัช้งบัคับสามเดือนหลังจากวันวัที่แสดงความยินยิยอมดังกล่าว วรรค 1 อนุสัญสัญานี้จะมีผมีลใช้บัช้งบัคับหกเดือนนับจากวันวัที่รัฐรั 10 รัฐรัได้แสดงความยินยิยอมที่จะผูกผูพันพัตามอนุสัญสัญานี้ มาตรา 14 ผลบังคับใช้ วรรค 2 ความยินยิยอมใด ๆ ที่จะผูกผูพันพั โดยอนุสัญสัญานี้ ซึ่งซึ่แสดงออกมาหลังจากวันวัที่การแก้ไขอนุสัญสัญานี้มีผมีลบังบัคับใช้ จะถือว่าว่ ใช้บัช้งบัคับกับอนุสัญสัญา ตามที่แก้ไขเพิ่มพิ่เติม วรรค 1 การประชุมของรัฐรัภาคีเพื่อพื่วัตวัถุปถุระสงค์ในการแก้ไข หรือรืแก้ไขอนุสัญสัญานี้จะจัดจัขึ้นขึ้ โดยเลขาธิกธิารสหประชาชาติตาม คำ ร้อร้งขอของหนึ่งในสามของรัฐรัภาคี มาตรา 15 การแก้ไข อนุสัญสัญานี้จัดจัทำ ขึ้นขึ้ ในต้นฉบับบัฉบับบัเดียวในภาษาอาหรับรัจีนจีอังกฤษ ฝรั่งรั่เศส รัสรัเชียชีและสเปน แต่ละข้อข้ความมีคมีวามถูกถู ต้องเท่าเทียมกันทำ ขึ้นขึ้ที่เจนีวา วันวัที่ 12 มีนมีาคม 1999 เพื่อพื่เป็นพยานในการนี้ ผู้ลผู้ งนามข้าข้งท้ายนี้ได้รับรัมอบอำ นาจโดยถูกถู ต้องจากรัฐรับาลของตน เพื่อพื่จุดประสงค์นั้นนั้ ได้ลงนามในอนุสัญสัญานี้ มาตรา 16 การบอกเลิก วรรค 3 การบอกเลิกจะมีผมีลหนึ่งปีหรือรืระยะเวลานานกว่าว่นั้นนั้ตามที่อาจระบุไว้ใว้นตราสารแห่งห่การบอกเลิก หลังจากที่ผู้รัผู้ บรั ฝาก ได้รับรัตราสารแห่งห่การบอกเลิก วรรค 1 อนุสัญสัญานี้อาจถูกถูประณามโดยรัฐรัภาคีใด ๆ ในเวลาใดก็ได้หลังจากวันวัที่อนุสัญสัญานี้มีผมีลใช้บัช้งบัคับสำ หรับรัรัฐรันั้นนั้กับ ผู้รัผู้ บรั ฝาก วรรค 2 การบอกเลิกจะมีผมีลโดยการมอบตราสารการบอกเลิก มาตรา 17 ภาษา 11
ผลกระทบของหลักเกณฑ์ของอนุสันุ ญสัญาการกักเรือรื ค.ศ.1999 ที่มีต่มี ต่อหลักกฎหมายและข้อข้ขัดขัข้อข้งทางกฎหมาย ของพระราชบัญบัญัติญั ติการกักเรือรืค.ศ.1991 และศึกษาถึง ความเหมาะสมในการเข้าข้เป็นป็ภาคีอนุสันุ ญสัญาฉบับบันี้ ผลกระทบ ( EFFECT ) ของประเทศไทย จากการศึกษาพบว่าว่หลักเกณฑ์ของอนุสันุ ญสัญาการกักเรือรืค.ศ.1999 จะ เกี่ยวข้อข้งเฉพาะส่วส่นที่เป็นป็กฎหมายสารบัญบัญัติญั ติและได้มีด้กมีารแก้ไขปรับรั ปรุงรุหลักเกณฑ์ของ อนุสันุ ญสัญาการกักเรือรืค.ศ.1952 หลายส่วส่นให้มีห้คมีวามชัดชัเจน ครอบคลุมลุมากขึ้นขึ้ โดยมีกมีารเพิ่มพิ่ เติมสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งทางทะเลที่จะขอกักเรือรืได้อีด้ อีก 6 ประเภท คือ สิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งเกี่ยวกับความ เสียสีหายต่อสิ่งสิ่แวดล้อม ค่าใช้จ่ช้าจ่ยในการกู้เกู้คลื่อนย้าย้ยซากเรือรืค่าธรรมเนียนีม หรือรืค่าภาระ ท่าเรือรืหรือรืร่อร่งน้ำ เดินดิเรือรืเบี้ยบี้ ประกันภัย ค่าคอมมิสมิชั่นชั่หรือรืค่าธรรมเนียนีมตัวแทนนายหน้าน้ เรือรืสัญสัญาซื้อซื้ขายเรือรืและได้กำด้ กำหนดว่าว่หลักประกันที่ลูกลูหนี้จนี้ะต้องนำ มาวางศาลเพื่อพื่ขอปล่อย เรือรืจะต้องไม่เม่กินมูลค่าเรือรืและการยอมรับรัคำ พิพพิากษาของศาลต่างประเทศในประเด็นด็แห่งห่คดี เกี่ยวกับสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งเกี่ยวกับเรือรืจากการศึกษายังยัพบว่าว่หลักเกณฑ์ส่วส่นใหญ่ขญ่อง อนุสันุ ญสัญาฉบับบันี้มีนี้คมีวามสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของพระราชบัญบัญัติญั ติการกักเรือรืค.ศ.1991 จึงจึเสนอแนะให้ปห้ระเทศไทยเข้าข้เป็นป็ภาคีอนุสันุ ญสัญาการกักเรือรืค.ศ.1999 เนื่อนื่งจากมีหมีลัก เกณฑ์ใหม่ๆม่ที่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นขึ้ ในพระราชบัญบัญัติญั ติการกักเรือรืค.ศ.1991 ได้ และจะทำ ให้ปห้ระเทศไทยพัฒพันากฎหมายพาณิชณิยนาวีไวีปอีกระดับดัหนึ่งนึ่อันเป็นป็ผลต่อการส่งส่ เสริมริการค้าระหว่าว่งประเทศ 12
มปป.(1999). United Nations/International Maritime Organization. สืบสืค้นจาก: https://unctad.org/system/files/officialdocument/aconf188d6_en.pdf. จุฬา สุขสุมานพ,อนุสันุ ญสัญาการกักเรือรื 1999. วารสารกฎหมายทรัพรัย์สิย์นสิทางปัญญา และการค้าระหว่าว่งประเทศ,ปี 2 ,กรุงรุเทพมหานคร : เกนโกรว 1999. ไผทชิตชิเอกจริยริกร , คำ บรรยายกฎหมายกฎหมายพาณิชณิยนาวี กักเรือรื , พิมพิพ์คพ์รั้งรั้ที่ 2,กรุงรุเทพมหานคร : สำ นักนัพิมพิพ์วิพ์ญวิญชน , 1997. Berlingieri, Francesco. Berlingieri on Arrest of Ships. 3 rd ed. London: Bookcraft [Bath] Ltd,2000. Kiantou-Pambouki,Aliki. “The Protection of Creditors in the Area of Maritime Companies by lifing the Corporate Veil”In The Protection of Maritime Creditors in 1st International Conference of Marittime Law Piraeus 28th -30th May 1992 Minutes and Resports.Pireaus:Pireaus Bar Association ,1994. บรรณานุก นุ รม 13
คณะผู้จั ผู้ จั ดทำ นางสาวกัญญารัตรัน์ สีหสีนาท 6430403076 นายชลภัทร เอี่ยมสอาด 6430403246 นางสาวณัฐณัชา แสงต่วน 6430403335 นางสาวนิชนิา บุญน่วน่ม 6430403556 นางสาวปิยปิวรรณ จันจัตะ 6430403645 นายภูริภูพัริฒพัน์ ภูวัภูฒวันกาญจน์ 6430403823 นางสาวมณฑิตา ปิดปิเมือมืง 6430403831 นางสาวเมธาวี โสภาค 6430403904 นางสาววรรณษา ใจชื้นชื้ 6430404404 นางสาวสงกรานต์ เขื่อขื่นหมั้นมั้ 6430404111 นางสาวสุชัสุ ญชัญา คงทอง 6430404137 นางสาวอภิชญา นกยูงทอง 6430404269
n I t e r n a t i o n a l C o n v e n t i o n o n A r r e s t o f S h i p n I . s t e r n a t i o n a l C o n v e n t i o n o n A r r e s t o f S h i p . s