พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หล้านภาลยั
โดย นางรุ่งนภา ภวภูตานนท์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
โรงเรียนประชาพฒั นา
ประวตั ผิ ู้แต่ง
•พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลยั
•ทรงเป็นพระราชโอรสองคท์ ี่ ๒
ใน พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้ าจุฬาโลกมหาราช
และสมเดจ็ พระอมรินทราบรมราชินี
•ทรงมีพระนามเดิมวา่ “เจา้ ฟ้ าชายฉิม”
•ทรงพระราชสมภพเมื่อวนั ที่ ๒๔ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.
๒๓๑๐ และทรงเสดจ็ ข้ึนครองราชยใ์ นปี พ.ศ. ๒๓๕๑
•ทรงเสดจ็ สวรรคตดว้ ยพระประชวรไขพ้ ิษ ในปี พ.ศ.
๒๓๖๗ รวมระยะเวลาในการครองราชย์ นาน ๑๖ ปี
ประวตั ผิ ู้แต่ง (ต่อ)
•ทรงมีพระราชนิพนธ์วรรณคดีไวห้ ลายเร่ือง ไดแ้ ก่
๑. บทละครในเรื่องรามเกียรต์ิ
๒. บทละครในเร่ืองอิเหนา
๓. บทละครนอกเรื่อง สงั ขท์ อง คาวี ไชยเชษฐ์
ไกรทอง มณีพิชยั
๔. กาพยแ์ ห่เรือชมเครื่องคาวหวาน
๕. บทพากยร์ ามเกียรต์ิ ๔ ตอน คอื นางลอย
พรหมาสตร์ นาคบาศ และเอราวณั
๖. กลอนเสภาเรื่อง ขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอนท่ี ๔,
๑๓, ๑๗ และ ๑๘
• ทรงเป็นกวีท่ีไดร้ ับการยกยอ่ งจากองคก์ าร UNESCO
ประจาปี พ.ศ. ๒๕๑๑ นบั เป็นกวเี อกของโลกคนที่ ๓
ของประเทศไทย
ทมี่ าของเร่ือง
ในสมยั อยธุ ยาจะนาเน้ือเร่ืองรามเกียรต์ิ
บางตอนมาแต่งสาหรับ การแสดงหนงั ใหญ่และ
โขน บทประพนั ธน์ ้นั เรียกวา่ “บทพากยห์ รือ
คาพากย”์ รูปแบบคาประพนั ธม์ กั จะเป็นกาพย์
ยานี ๑๑
ต่อมาในสมยั รัตนโกสินทร์ พระบาท
สมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลยั ไดท้ รงพระราช
นิพนธ์บทพากยบ์ างตอนข้ึน เพ่อื ใชส้ าหรับการ
แสดงโขน คือ บทพากยน์ างลอย บทพากย์
พรหมาสตร์ บทพากยน์ าคบาศ และบทพากย์
เอราวณั
คุณค่าความงาม
๑ • ๑. คุณค่าด้านเนือ้ หา
๒ • ๒. คุณค่าด้านวรรณศลิ ป์
๓ • ๓. คุณค่าด้านสังคมและ
วัฒนธรรม
๑. คุณค่าด้านเนือ้ หา
๑.๑
โครงเร่ือง
๑.๔ เนือ้ หา ๑.๒
แก่นเร่ือง ตวั ละคร
๑.๓
ฉาก
โครงเรื่อง
เริ่มเร่ืองดว้ ยที่อินทรชิตแปลงกายเป็นพระ
อินทร์เพ่อื ออกสู้รบกบั พระรามพระลกั ษณ์
จากน้นั จึงพรรณนาถึงความงดงามของ
ชา้ งเอราวณั พรรณนากองทพั ของอินทรชิต
กล่าวถึงพระรามที่ตื่นบรรทม โดย
พรรณนาธรรมชาติบริเวณท่ีประทบั และ
ความยงิ่ ใหญ่ของกองทพั พระราม
จบลงดว้ ยฉากที่พระลกั ษณ์ทอดพระเนตร
เห็นกองทพั พระอินทร์แปลง ทรง
เคลิบเคลิ้ม อินทรชิตจึงแผลงศร
พรหมาสตร์ตอ้ งพระลกั ษณ์
๑.๒ ตวั ละคร
พระราม
อนิ ทร ตวั ละคร พระ
ชิต หลัก ลกั ษณ์
ช้าง
เอราวณั
พระราม
พระรามเป็ นปางท่ี ๗ ของพระ
นารายณ์หรือพระวษิ ณุ อวตาร
ลงมาเป็ นโอรสของท้ าวทศรถ
กบั พระนางเกาสรุ ิยา
ทรงมีพระวรกายสีเขียว ทรง
ธนเู ป็นอาวธุ มีศรวเิ ศษ ๓ เลม่
คอื ศรพรหมาสตร์ ศรอคั นิวาต
และศรพลายวาต
มีพระมเหสี คอื นางสดี า
(ซงึ่ คอื พระลกั ษมี พระชายาของ
พระนารายณ์อวตารลงมาเป็ น
คคู่ รอง)
พระลักษณ์
เป็ นโอรสของท้าวทศรถกบั
นางสมทุ รชา
มีพระวรกายสีเหลืองดงั ทอง
(คอื พญาอนนั ตนาคราชอวตาร
ลงมาพร้ อมพระราม)
เมอ่ื พระรามต้องเสดจ็ ออก
เดินดงตาม พระประสงค์ของ
นางไกยเกษี พระลกั ษณ์ก็ได้
ทลู ขอตามเสดจ็ ไปด้วยความ
จงรักภกั ดี ทรงร่วมผจญกบั
เหลา่ หมมู่ ารและร่วมรบเคยี ง
บา่ เคยี งไหลก่ บั พระรามเสมอ
อินทรชิต
เดมิ ช่ือ รณพกั ตร์
เป็นบตุ รของทศกณั ฐ์กบั นางมณโฑ
มีกายสีเขียว มีฤทธิ์เกง่ กล้ามาก ได้
ศกึ ษาวชิ ากบั พระฤาษีโคบตุ รจนสาเร็จ
วิชามหากาลอคั คี ตอ่ มาประกอบพธิ ี
บชู าเทพจนได้ประทานอาวธุ พเิ ศษ คือ
พระอศิ วรประทานศรพรหมาสตร์และให้
มีฤทธิ์วิเศษแปลงกายเป็ นพระอินทร์
พระพรหมประทานศรนาคบาศและให้
พรวา่ ถ้าจะตายต้องมีพานแก้วของพระ
พรหมมารองรับเศยี ร มิฉะนนั้ ถ้าเศียร
ตกดินจะทาให้ไฟไหม้โลก สว่ นพระ
นารายณ์ประทานศรวษิ ณปุ าณมั
ครัง้ หนง่ึ รณพกั ตร์มีความเหมิ เกริมไปท้า
รบกบั พระอินทร์ และชนะพระอนิ ทร์
ทาให้ได้ช่ือใหมว่ า่ “อินทรชิต” เพราะ
สามารถรบชนะพระอนิ ทร์ได้
ช้างเอราวณั
o เป็นช้างทรงของพระอินทร์ ซงึ่ พระศิวะ
เป็นผ้ปู ระทานให้ เป็นช้างท่ีมีพละกาลงั
และเป็ นท่ีโปรดปรานมากที่สดุ
o ในศาสนาฮินดเู ชื่อกนั วา่ ช้างเชือกนีเ้ป็น
เทพบตุ รองค์หนง่ึ ชื่อไอราวณั เม่ือพระ
อนิ ทร์ต้องการจะเสดจ็ ไปไหนเอราวณั
เทพบตุ รจะแปลงกายเป็นช้างเผือก
ขนาดสงู ใหญ่มีเศียรถึง ๓๓ เศียร แตล่ ะ
เศียรมี ๗ งา แตล่ ะงายาวถงึ ๔ ล้านวา
และมีสระบวั ๗ สระ แตล่ ะสระบวั มีบวั
๗ กอ แตล่ ะกอมีดอกบวั ๗ ดอก แตล่ ะ
ดอกมีกลีบ ๗ กลบี ในแตล่ ะกลีบมี
เทพธิดา ๗ องค์ และเทพธิดาแตล่ ะองค์ก็
มีบริวารอกี องค์ละ ๗ คน ซงึ่ แสดงให้
เหน็ ถงึ ความใหญ่โตอลงั การของช้างทรง
พระอินทร์
ฉาก
ฉากท่ีปรากฏในตอนน้ี คือ ฉาก
กองทพั ของฝ่ ายอินทรชิต และฝ่ ายพระราม
กวไี ดพ้ รรณนาใหเ้ ห็นถึงภาพความยง่ิ ใหญ่
ของกองทพั ท้งั สองฝ่ าย และยงั ปรากฏฉาก
ธรรมชาติบริเวณท่ีประทบั ของพระรามใน
ขณะท่ีพระรามต่ืนบรรทมดว้ ย
แก่นเรื่อง
การพิจารณาส่ิงต่างๆ จะตอ้ งมีสติ อยา่
หลงเช่ืออะไรง่ายๆ เพราะความงดงาม
ชวนหลงใหลน้นั มกั จะแฝงมากบั พิษภยั
เช่นเดียวกบั การที่อินทรชิตปลอมแปลง
กายเป็นพระอินทร์จนทาใหพ้ ระลกั ษณ์
เคลิบเคลิ้มหลงใหลจนตอ้ งศร
พรหมาสตร์
๒. คุณค่าด้านวรรณศลิ ป์
๒.๑ ลกั ษณะ
การประพนั ธ์
๒.๒
รสวรรณคดี
๒.๓ โวหาร ๒.๔ ศิลปะ
ภาพพจน์ การประพนั ธ์
๒.๑ ลักษณะการประพันธ์
ประพนั ธ์ด้วยรูปแบบกาพย์ฉบงั ๑๖
๒.๒ รสวรรณคดี
ปรากฏรสวรรณคดที ี่โดดเดน่ คือ
เสาวรจนี ซงึ่ เป็นบทพรรณนาความงามของ
สถานท่ี ธรรมชาติ หรือชมความงามของตวั
ละคร เช่น
เครื่องประดบั เก้าแก้วโกมิน ซองหางกระวิน
สร้อยสายชนกั ถกั ทอง
ตาขา่ ยเพชรรัตน์ร้อยกรอง ผ้าทิพย์ปกตระพอง
ห้อยพทู่ กุ หคู ชสาร
(พรรรณนาชมความงามวิมานของพระอินทร์)
๒.๓ โวหารภาพพจน์
อตพิ จน์
เสยี งพลโหร่ ้องเอาชยั เลอ่ื นลนั่ สนนั่
ในพภิ พเพียงทาลาย
บุคคลวัต / บุคคลาธิษฐาน
สตั ภณั ฑ์บรรพตทงั้ หลาย ออ่ นเอยี งเพียงปลาย
ประนอมประนมชมชยั
๒.๔ ศิลปะการประพันธ์
๑. ใช้ถ้อยคาสนั้ ๆ แตไ่ ด้ความหมายดี
๒. ใช้อปุ มาทาให้เห็นภาพ
๓. มีการใช้อตพิ จน์ (การกลา่ วเกินจริง)
๔. มีการใชบ่ คุ คลวตั (สมมติให้สิ่งท่ไี มม่ ี
ชีวติ ให้มชี ีวิต)
๕. ใช้ภาษาให้เกิดการจินตนาการ เช่น
ภาพการเคลื่อนไหวของหมู่นกใน
ธรรมชาติยามเช้า
คุณค่าด้านสังคมและวฒั นธรรม
๑. สะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงสงั คมในสมยั อยธุ ยาวา่ มีการ
แสดงมหรสพประเภทหนงั ใหญ่และโขน จน
มาถึงในสมยั ของพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศ
หลา้ นภาลยั กย็ งั มีการเล่นโขน
๒. สะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงความเชื่อในเรื่องเทวดา
นางฟ้ า พระอินทร์ท่ีมีอยใู่ นวถิ ีชีวติ ของใน
สงั คมน้นั ๆ
๓. สะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงสงั คมไทยสมยั ก่อนวา่ ใช้
อาวธุ ต่างๆในการรบ เช่น พระขรรค์ โตมร
(หอก) ธนู คฑา ใชช้ า้ ง มา้ และราชรถเป็น
พาหนะ
๔. สะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงการเดินทางไปสนามรบใน
สมยั ก่อนวา่ มีแตรสงั ขก์ ลองประโคม
ข้อคดิ ทไี่ ด้จากเร่ือง
๑. ควรเป็นคนดีมีคุณธรรม
๒. เม่ือมีอานาจวาสนากไ็ ม่ควรเหิมเกริม
ใชอ้ านาจทาร้ายผอู้ ่ืน
๓. ธรรมะยอ่ มชนะอธรรม
๔. อยา่ ประมาทหรือลุ่มหลงอาจทาให้
ชีวิตผดิ พลาดได้
๕. ควรฝึกฝนตนใหม้ ีจินตนาการที่
สร้างสรรค์ เพ่ือใหเ้ กิดความงดงามท่ี
ละเอียดอ่อนทางดา้ นจิตใจ