87
แผงท่ี 3
ลักษณะแผงไม้: สลักเป็นรูปกรอบซุ้มปราสาท ลงชาด ขนาดกว้าง กว้าง 51 เซนติเมตร
สูง 69 เซนตเิ มตร (ภาพที่ 51)
ลักษณะพระพิมพ์: พระพิมพ์พระพุทธรูปปางภูมิสปรรศมุทราเป็นรูปพระพุทธเจ้าประทับ
น่ังแบบสมาธิราบ บนบัลลังก์สูง พระหัตถ์ซ้ายวางหงายอยู่ที่พระเพลา พระหัตถ์ขวาวางพาดพระชงฆ์
ข้างขวาโดยให้นิ้วพระหัตถ์ชี้ลงเบ้ืองล่าง พระพักตร์ใหญ่ พระเกศรูปดอกบัวตูม พระวรกายครองจีวร
หม่ เฉยี ง (ลายเสน้ ที่ 40)
จาํ นวนพระพิมพ์: 32 องค์
ขนาดพระพิมพ์: กว้าง 3 เซนตเิ มตร สงู 5 เซนตเิ มตร
วัสดุ: เนือ้ ชิน
จารกึ /อายุสมยั : -
ภาพท่ี 51 แผงพระพมิ พว์ ัดศรดี อนคํา ลายเสน้ ท่ี 40 พระพิมพ์ปางมารวิชยั
จงั หวดั แพร่
88
วดั สะแลง่
ตั้งอยู่ท่ีตําบลห้วยอ้อ อําเภอลอง ตามตํานานกล่าวถึง พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาท่ีดอยสะ
แล่งแก้วดอนมูล หรือดอยสะแล่งหลวง เมื่อชาวบ้านทราบ จึงพากันนําอาหารไปถวาย ซ่ึงมีนางคําฟุ่น
และนายคําแฟง มเหสีเจ้าเมืองรวมอยู่ด้วย นางไม่เพียงนําอาหารไปถวาย แต่ยังนําดอกสะแล่งไป
ถวายเป็นพุทธบูชา วัดนี้จึงได้ช่ือว่าวัดสะแล่ง แต่นั้นเป็นต้นมา แต่เดิมวัดสะแล่งเป็นวัดร้าง ต่อมามี
การสร้างกุฎิ วิหารยังเป็นท่ีตั้งพิพิธภัณฑ์ซ่ึงเป็นแหล่งรวมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุต่าง ๆ จากการสํารวจ
พบพระพมิ พ์แผงไม้ จาํ นวน 1 แผง
ลักษณะแผงไม้: สลักเป็นรูปกรอบซุ้มหน้านาง ลงชาดปิดทอง ขนาดกว้าง 43 เซนติเมตร
สูง 55 เซนติเมตร (ภาพท่ี 52)
ลักษณะพระพิมพ์: พระพิมพ์พระพุทธรูปแบบภูมิสปรรศมุทรา เป็นรูปพระพุทธเจ้า
ประทบั น่ังขัดสมาธิราบ บนบัลลังก์ขนาดใหญ่ พระหัตถ์ซ้ายวางหงายอยู่ท่ีพระเพลา พระหัตถ์ขวาวาง
พาดพระชงฆข์ ้างขวาโดยใหน้ วิ้ พระหตั ถ์ช้ีลงเบ้ืองลา่ ง พระรศั มีเปน็ ต่อมกลมซอ้ นด้วยดอกบัวตูม ครอง
จีวรห่มเฉียง ด้านข้างพระวรกายขนาบด้วยก้านดอกไม้ หรือก่ิงก้านสาขาของต้นโพธิ์ท้ังสองข้าง องค์
พระประทบั อยภู่ ายใตโ้ พธพิ ฤกษ์ (ลายเสน้ ท่ี 41)
จาํ นวนพระพิมพ:์ 29 องค์ ขนาดพระพิมพ:์ กว้าง 3.5 เซนตเิ มตร สูง 5 เซนติเมตร
วัสด:ุ เนื้อชนิ
จารึก/อายุสมยั : -
ภาพท่ี 52 แผงพระพิมพ์วัดสะแล่ง ลายเสน้ ที่ 41 พระพิมพ์ปางมารวชิ ัยภายใต้โพธิ์
จงั หวดั แพร่ พฤกษ์ (สันนษิ ฐานจากรอ่ งรอย)
89
พพิ ธิ ภัณฑ์บ้านบญุ มา
ตัง้ อย่ทู ่ีตําบลในเวยี ง อําเภอเมือง พระพมิ พ์แผงไม้ทพ่ี บ จํานวน 1 แผง
ลักษณะแผงไม้: สลักเป็นรูปกรอบซุ้มหน้านาง ลงรักปิดทอง ขนาดกว้าง 33 เซนติเมตร
สูง 63 เซนตเิ มตร (ภาพท่ี 53)
ลักษณะพระพิมพ์: พระพิมพ์พระพุทธรูปแบบภูมิสปรรศมุทรา เป็นรูปพระพุทธเจ้า
ประทับน่ังขัดสมาธิราบ บนฐานสี่เหล่ียม พระพิมพ์มีขนาดเล็ก พระหัตถ์ซ้ายวางหงายอยู่ที่พระเพลา
พระหัตถ์ขวาวางพาดพระชงฆ์ข้างขวาโดยให้น้ิวพระหัตถ์ช้ีลงเบื้องล่าง พระรัศมีรูปดอกบัวตูม พระ
วรกายครองจวี รหม่ เฉียง (ลายเส้นท่ี 42)
จํานวนพระพิมพ:์ 28 องค์
ขนาดพระพิมพ:์ กว้าง 1.5 เซนตเิ มตร สูง 3 เซนตเิ มตร
วัสดุ: เนอื้ ชิน
จารกึ /อายุสมยั : -
ภาพที่ 53 แผงพระพิมพพ์ ิพธิ ภัณฑบ์ ้านบญุ มา ลายเส้นที่ 42 พระพมิ พป์ างมารวิชยั
จังหวัดแพร่
90
พระพมิ พแ์ ผงไมจ้ งั หวดั นา่ น
วัดพระธาตชุ า้ งคาํ้ วรวหิ าร
ต้ังอยู่ท่ีตําบลในเวียง อําเภอเมือง เดิมชื่อวัดหลวงกลางเวียง หลักฐานทางโบราณสถานคือ
พระเจดีย์ช้างคํ้า ซึ่งเป็นศิลปะสมัยสุโขทัย อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 รอบเจดีย์ มีรูปปั้นช้างปูน
ปัน้ เพียงครึง่ ตวั ประดับอย่โู ดยรอบ ไดร้ ับอทิ ธพิ ลจากศลิ ปะสุโขทัย และจากเจดีย์ทรงลังกา สร้างด้วยอิฐ
ถือปูน มีสัณฐานเป็นรูปสี่เหล่ียมมจัตุรัส ซ้อนกัน 3 ชั้น กว้างด้านละ 9 วา ฐานจากชั้นแรกสูงถึงชั้นสอง
มีรูปช้างคํ้าอยู่ในลักษณะ เหมือนฐานรองรับไว้ด้านละ 6 เชือก รวมท้ังหมด 24 เชือก ช้างแต่ละตัว โผล่
ส่วนหวั ลอยออกมาคร่งึ ตวั นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปปางลีลา จารึกกล่าวถึงพระเจ้าง่ัวฬารผาสุม เจ้าผู้
ครองนครน่าน องค์ที่ 14 แห่งราชวงศ์ภคู าเป็นผู้สรา้ ง จากการสํารวจพบพระพิมพแ์ ผงไม้ จาํ นวน 3 แผง
แผงที่ 1 (ภาพท่ี 54)
ลกั ษณะแผงไม้: สลักเป็นรปู กรอบซุ้ม ลงชาด ขนาดกว้าง 26 เซนตเิ มตร สงู 50 เซนตเิ มตร
ลักษณะพระพิมพ์: พระพิมพ์พระพุทธรูปประทับยืนตริภังค์แสดงปางวรทมุทรา เป็นรูป
พระพุทธเจ้าประทับยืนแบบตริภังค์ หรือยืนเอียงพระโสภี บนฐานรูปกลีบบัว พระหัตถ์ขวายกขึ้นงอ
น้วิ พระหัตถค์ ล้ายกับวรทมุทรา พระหตั ถซ์ ้ายวางลงแนบข้าง พระวรกายครองจีวรแบบห่มเฉียง มีชาย
จวี รตกเปน็ เสน้ ตรงใกลก้ ับขอ้ พระบาท (ลายเส้นท่ี 43)
จํานวนพระพิมพ์: 23 องค์ ขนาดพระพมิ พ์: กว้าง 2 เซนตเิ มตร สงู 5 เซนติเมตร
วสั ดุ: เนื้อชิน
จารกึ /อายสุ มยั :
ภาพท่ี 54 แผงพระพิมพ์วดั พระธาตุชา้ งคาํ้ ลายเสน้ ท่ี 43 พระพมิ พป์ างลีลา
วรวหิ าร จังหวัดนา่ น
91
แผงที่ 2
ลักษณะแผงไม้: สลักเป็นรูปกรอบซุ้มปลายมนโค้ง ขนาดกว้าง 36 เซนติเมตร สูง 0.60
เซนตเิ มตร (ภาพที่ 55)
ลักษณะพระพิมพ์:
แบบที่ 1 พระพิมพ์พระพุทธรูปแบบภูมิสปรรศมุทรา เป็นรูปพระพุทธเจ้าประทับ
นั่งขัดสมาธิราบ บนบัลลังก์ขนาดใหญ่ พระหัตถ์ซ้ายวางหงายอยู่ที่พระเพลา พระหัตถ์ขวาวางพาด
พระชงฆ์ข้างขวาโดยให้นิ้วพระหัตถ์ชี้ลงเบื้องล่าง พระรัศมีเป็นต่อมกลมซ้อนด้วยดอกบัวตูม ครอง
จีวรห่มเฉียง ด้านข้างพระวรกายขนาบด้วยก้านดอกไม้ หรือกิ่งก้านสาขาของต้นโพธิ์ทั้งสองข้าง องค์
พระประทับอยู่ภายใต้โพธิพฤกษ์ (ลายเส้นท่ี 44)
แบบที่ 2 ลักษณะพระพิมพ์พระพุทธรูปประทับยืนตริภังค์แสดงปางวรทมุทรา เป็นรูป
พระพุทธเจ้าประทับยืนแบบตริภังค์ หรือยืนเอียงพระโสภี บนฐานรูปกลีบบัว พระหัตถ์ขวายกขึ้นงอ
น้ิวพระหัตถ์คล้ายกับวรมุทรา พระหัตถ์ซ้ายวางลงแนบข้าง พระวรกายครองจีวรแบบห่มเฉียง มีชาย
จีวรตกเป็นเส้นตรงใกล้กับข้อพระบาท (ลายเส้นที่ 45)
จาํ นวนพระพิมพ์:
แบบท่ี 1 แสดงปางลีลา 16 องค์ ขนาดพระพิมพ์: กว้าง 2 เซนตเิ มตร สูง 5 เซนติเมตร
แบบท่ี 2 แสดงปางมารวิชัย 7 องค์ ขนาดพระพมิ พ์: กวา้ ง 3.5 เซนติเมตร สงู 5 เซนตเิ มตร
วัสดุ: เน้ือชิน
จารึก/อายุสมัย: -
92
ภาพท่ี 55 แผงพระพิมพ์วัดพระธาตุชา้ งคํ้าวรวหิ าร
ลายเสน้ ที่ 44 พระพิมพ์ปางมารวิชยั ภายใต้ ลายเสน้ ท่ี 45 พระพมิ พป์ างลีลา
โพธ์พิ ฤกษ์
93
แผงที่ 3
ลักษณะแผงไม้: เป็นกรอบไม้สี่เหล่ียมผืนผ้าขนาดใหญ่ ลงชาด กรอบปิดทอง ขนาดกว้าง
160 เซนตเิ มตร สูง 52 เซนติเมตร (ภาพท่ี 56)
ลักษณะพระพิมพ์: พระพิมพ์พระพุทธรูปแบบภูมิสปรรศมุทรา เป็นรูปพระพุทธเจ้า
ประทับน่ังขัดสมาธิราบ บนบัลลังก์ขนาดใหญ่ พระหัตถ์ซ้ายวางหงายอยู่ท่ีพระเพลา พระหัตถ์ขวาวาง
พาดพระชงฆ์ข้างขวาโดยใหน้ ้วิ พระหตั ถ์ชลี้ งเบ้ืองลา่ ง พระรัศมีเปน็ ตอ่ มกลมซอ้ นดว้ ยดอกบัวตูม ครอง
จีวรห่มเฉียง ด้านข้างพระวรกายขนาบด้วยก้านดอกไม้ หรือก่ิงก้านสาขาของต้นโพธิ์ท้ังสองข้าง องค์
พระประทับอยภู่ ายใตโ้ พธิพฤกษ์ (ลายเสน้ ท่ี 46)
จาํ นวนพระพิมพ:์ 175 องค์ ขนาดพระพิมพ:์ กว้าง 2 เซนติเมตร สงู 3.5 เซนตเิ มตร
วัสดุ: เนื้อชนิ
จารกึ /อายสุ มัย: -
ภาพท่ี 56 แผงพระพิมพ์วัดพระธาตชุ า้ งคํ้าวรวหิ าร จงั หวัดนา่ น
ลายเสน้ ท่ี 46 พระพิมพป์ างมารวิชยั ภายใต้โพธพ์ิ ฤกษ์
94
วดั น้าํ ลัด
ตั้งอยู่ท่ีตําบลสถาน อําเภอนาน้อย ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างวัด ไม่พบพระพิมพ์ พบ
แต่แผงไม้จารึกด้วยอักษรธรรมล้านนา กล่าวถึงผู้สร้างคือ“ศกราช ๑๑๖๐ ตัวปีเปิกสะง้าปถมมลู
ศรัทธาอ้ายมีเป็นเค้าเป็นประธานแก่บิดาภริยาแลลกเต้าสมพันธวงศาพระเจ้าหือได้”3 โดยกําหนด
อายุจากเลขศักราชท่ีปรากฏในจารึกบรรทัดที่ 1 คือ “ศักราช ๑๑๖๐ ตัว” ซ่ึงตรงกับ พ.ศ. 2341
(ภาพท่ี 57)
ภาพที่ 57 แผงพระพมิ พว์ ัดน้าํ ลดั จังหวดั นา่ น
(ฐานข้อมูลจารกึ ในประเทศไทย)
แมพ่ ิมพ์
แมพ่ ิมพ์พระพิมพ์ (ภาพที่ 58) พบเพยี ง 2 ช้ิน ที่พพิ ธิ ภัณฑว์ ัดปงสนกุ เหนอื จังหวัดลําปาง
ลักษณะเป็นแมพ่ ิมพโ์ ลหะสําริด พบแม่พิมพ์ใหญ่ ขนาดกว้าง 5.5 เซนติเมตร สูง 8.8 เซนติเมตร และ
แม่พิมพ์เล็ก ขนาดกว้าง 4.5 เซนติเมตร สูง 7.5 เซนติเมตร ลักษณะแบบแม่พิมพ์ ปรากฏภาพ
พระพุทธรูปปางมารวิชัย บนฐานรูปกลีบบัวภายใต้โพธิพฤกษ์ ซ่ึงมีลักษณะคล้ายคลึงกับพระพิมพ์ปาง
มารวิชัยแบบปกโพธ์ิ ท่ีเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ด้านล่างแม่พิมพ์เป็นร่องคล้ายท่อยื่นออกมา
สันนิษฐานว่าเป็นท่อส่งน้ําโลหะในการหล่อองค์พระ คติการสร้างพระพิมพ์ปางมารวิชัยแบบปกโพธิ์น้ี
สันนิษฐานวา่ ยังคงเปน็ ทนี่ ิยมและสร้างเลียนแบบของเก่าตอ่ มา
3 ศูนยม์ านษุ ยวิทยาสิรนิ ธร (องค์การมหาชน), ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย, เขา้ ถึง
เมือ่ 7 มกราคม 2558, เข้าถึงไดจ้ าก http://www.sac.or.th/databases/inscriptions/
95
ภาพที่ 58 แม่พิมพพ์ ระพมิ พว์ ัดปงสนกุ เหนือ จังหวดั ลําปาง
จากที่กล่าวมาในบทน้ี พบว่าพระพิมพ์แผงไม้ท่ีพบตามศาสนสถาน พิพิธภัณฑ์สถาน
แห่งชาติและในความครอบครองของเอกชน ซึ่งผู้ศึกษาได้แบ่งกลุ่มการศึกษาและจําแนกข้อมูลตาม
พ้ืนที่ราบลุ่มแม่นํ้า ซึ่งมีความสอดคล้องกันในด้านวัฒนธรรม รวมถึงรูปแบบของศิลปะและความนิยม
ในแต่ละท้องที่ เพ่ือต้องการทราบถึงคติความเช่ือในด้านศาสนา รวมถึงความสัมพันธ์กับชุมชนใน
ประเทศไทย และความสัมพันธ์กับประเทศใกล้เคียง ซ่ึงจะได้กล่าวถึงต่อไปในบทวิเคราะห์
เปรียบเทียบ
ตารางท่ี 1 แสดงจาํ นวนพระพิมพแ์ ผงไมจ้ ากการสํารวจ
จังหวดั สถานทส่ี าํ รวจ พระพมิ พ์แผงไม้ ขนาด ขน
จากการสํารวจ แผงไม้ พระ
1. จังหวดั 1. วดั พระสงิ ห์ กว้าง 60 ซม. กว้าง 4
เชียงใหม่ วรมหาวหิ าร สูง 1.30 ซม. สูง 6.2
อําเภอเมือง
2. พิพธิ ภณั ฑสถาน กวา้ ง 49 ซม. กว้าง 3
แหง่ ชาติเชียงใหม่ สงู 92 ซม. สงู 5 ซม
อาํ เภอเมือง
กวา้ ง 50 ซม. กวา้ ง 3
สงู 1.05 ซม. สงู 4 ซม
นาด จาํ นวนพระพมิ พ์ ลักษณะปาง วัสดุ จารึก/
ะพิมพ์ ทพ่ี บในแผงไม้ อายุสมัย
4 ซม. จํานวน 28 องค์ มารวิชยั รักสมกุ ไม่พบจารกึ /
ซม. ไม่ทราบอายุ
สมยั
3 ซม. จาํ นวน 28 องค์ มารวชิ ัยใน รักสมกุ ไมพ่ บจารกึ /
ม. ซุ้มเรอื นแกว้ ไม่ทราบอายุ
สมยั
3.5 ซม. จาํ นวน 60 องค์ มารวิชยั ใน เนอื้ ชิน ไมพ่ บจารกึ /
ม. ซุ้มเรอื นแกว้ ไมท่ ราบอายุ
สมยั
96
ตารางที่ 1 แสดงจาํ นวนพระพมิ พ์แผงไมจ้ ากการสํารวจ (ตอ่ )
จงั หวดั สถานท่สี ํารวจ พระพมิ พ์แผงไม้ ขนาด
จากการสํารวจ แผงไม้
1. จังหวดั 2. พพิ ิธภัณฑสถาน-
เชียงใหม่ แหง่ ชาตเิ ชยี งใหม่ กวา้ ง 50 ซม. ก
(ตอ่ ) อาํ เภอเมือง สงู 98 ซม. ส
3. วัดดอกเอื้อง กวา้ ง 60 ซม. ก
อําเภอเมอื ง สงู 1.40 ซม. ส
4. วัดวงศ์เมธา กวา้ ง 2.5 ซม.
อาํ เภอหางดง สงู 6 ซม.
กวา้ ง 2.5 ซม.
สูง 6 ซม.
กว้าง 45 ซม. ก
สงู 70 ซม. ส
ขนาด จํานวนพระพิมพ์ ลักษณะปาง วสั ดุ จารกึ /
พระพมิ พ์ ที่พบในแผงไม้ อายุสมยั
กวา้ ง 4 ซม. จาํ นวน 28 องค์ นาคปรก รักสมุก พบจารึกความ
สูง 6 ซม. ว่า “สร้างบูชา
พระศาสนาเม่ือ
กวา้ ง 3 ซม. จาํ นวน 80 องค์ มารวชิ ัยใน รักสมุก พ.ศ.2397”ตรง
สงู 5 ซม. ซ้มุ เรอื นแกว้ กับปี พ.ศ.2397
ประทบั ยืน 63 องค์
13 องค์ ไม่พบจารกึ /
รูปบุคคล 4 ชน้ิ ไมท่ ราบอายุ
สมยั
กวา้ ง 3 ซม. จาํ นวน 28 องค์ มารวชิ ยั ใน รักสมกุ ไมพ่ บจารกึ /
ไมท่ ราบอายุ
สงู 4.5 ซม. ซุ้มเรือนแกว้ สมยั
97
ตารางท่ี 1 แสดงจาํ นวนพระพิมพ์แผงไมจ้ ากการสํารวจ (ต่อ)
จังหวดั สถานที่สาํ รวจ พระพิมพ์แผงไม้ ขนาด
จากการสาํ รวจ แผงไม้
1. จงั หวดั 5. วดั พระธาตุศร-ี
เชียงใหม่ จอมทอง กว้าง 55 ซม. ก
(ตอ่ ) อาํ เภอจอมทอง สงู 200 ซม. ส
2. จังหวดั 6. วดั หางดง ประดบั ตาม ก
ลําพนู อาํ เภอหางดง ผนงั วหิ าร ส
1. พิพิธภณั ฑสถาน กว้าง 37 ซม. ก
แหง่ ชาตหิ รภิ ุญ- สงู 80 ซม. ส
ไชย อําเภอเมือง
ขนาด จาํ นวนพระพมิ พ์ ลักษณะปาง วสั ดุ จารกึ /
พระพมิ พ์ ท่พี บในแผงไม้ อายุสมัย
กว้าง 3 ซม. จํานวน 800 องค์ มารวิชัย รกั สมกุ ไม่พบจารกึ /
สูง 4.5 ซม. ไม่ทราบอายุ
สมยั
กว้าง 3 ซม. จาํ นวน 755 องค์ มารวชิ ยั ใน เนื้อชนิ ไม่พบจารกึ /
ไม่ทราบอายุ
สงู 5 ซม. ซุ้มเรือนแกว้ สมัย
กวา้ ง 5 ซม. จาํ นวน 18 องค์ มารวิชัย รักสมุก ไมพ่ บจารกึ /
สูง 7.5 ซม. ไม่ทราบอายุ
สมัย
98
ตารางที่ 1 แสดงจํานวนพระพิมพแ์ ผงไมจ้ ากการสาํ รวจ (ตอ่ )
จงั หวดั สถานท่ีสํารวจ พระพมิ พแ์ ผงไม้ ขนาด
จากการสํารวจ แผงไม้
2. จังหวดั ลําพนู 2. วัดหนองเงอื ก
(ต่อ) อําเภอปา่ ซาง กว้าง 52 ซม. ก
สงู 160 ซม. ซ
ซ
กวา้ ง 55 ซม. ก
สงู 158 ซม. ซ
ซ
กว้าง 45 ซม. ก
สูง 80 ซม. ซ
ซ
ขนาด จํานวนพระพมิ พ์ ลักษณะปาง วัสดุ จารึก/
พระพิมพ์ ท่ีพบในแผงไม้ อายุสมยั
กวา้ ง 3.5 จํานวน 88 องค์ มารวิชยั ใน เนอ้ื ชิน ไม่พบจารกึ /
ซม.สูง 4.5 ไม่ทราบอายุ
ซม. ซมุ้ เรอื นแกว้ สมัย
กว้าง 3.5 จํานวน 120 องค์ มารวิชยั ใน เนอ้ื ชนิ ไมพ่ บจารกึ /
ซม.สูง 4.5 ซุ้มเรือนแกว้ ไมท่ ราบอายุ
ซม. สมยั
กว้าง 3.5 จาํ นวน 28 องค์ มารวชิ ัย เนื้อชิน “สกกราชได้
ซม.สูง 5.5 ๑๒๐๘ ตัวปี
ซม. รวายสงา้ สทธา
หนานปรมะและ
ภริยาลูกเต้าพ่อ
แมพ่ นี่ ้องชุผู้ชุ
คนไดถ้ วายตาน
99
ตารางท่ี 1 แสดงจํานวนพระพิมพ์แผงไมจ้ ากการสาํ รวจ (ตอ่ )
จังหวดั สถานท่สี ํารวจ พระพมิ พ์แผงไม้ ขนาด
จากการสาํ รวจ แผงไม้
2. จงั หวดั ลาํ พนู 2. วัดหนองเงอื ก กวา้ ง 52 ซม. ก
(ตอ่ ) อําเภอป่าซาง สูง 73 ซม. ซ
ซ
กว้าง 52 ซม. ก
สูง 70 ซม. ซ
ซ
ขนาด จาํ นวนพระพิมพ์ ลกั ษณะปาง วสั ดุ จารกึ /
พระพิมพ์ ทีพ่ บในแผงไม้ อายุสมยั
กว้าง 3.5 จาํ นวน 28 องค์ มารวิชัย เนื้อชนิ ขอนิพพานเป็น
ซม.สงู 5.5 ยอดจมิ่ เทอะ ”
ซม. ตรงกับปี พ.ศ.
2389
ไมพ่ บจารกึ /
ไมท่ ราบอายุ
สมัย
กวา้ ง 3.5 จํานวน 28 องค์ มารวชิ ัย เนือ้ ชนิ ไม่พบจารกึ /
ซม. สงู 5.5 ไม่ทราบอายุ
ซม. สมยั
100
ตารางท่ี 1 แสดงจํานวนพระพิมพแ์ ผงไมจ้ ากการสาํ รวจ (ต่อ)
จงั หวดั สถานท่ีสาํ รวจ พระพิมพ์แผงไม้ ขนาด
จากการสาํ รวจ แผงไม้
กวา้ ง 52 ซม. ก
สงู 65 ซม. ซ
ซ
2. จังหวดั ลาํ พนู 2. วัดหนองเงอื ก กว้าง 52 ซม. ก
(ต่อ) อําเภอป่าซาง สูง 75 ซม. ซ
ซ
กว้าง 52 ซม. ก
สูง 70 ซม. ซ
ซ
ขนาด จาํ นวนพระพมิ พ์ ลกั ษณะปาง วสั ดุ จารึก/
พระพิมพ์ ทีพ่ บในแผงไม้ อายุสมัย
กว้าง 3.5 จาํ นวน 28 องค์ มารวิชยั เนื้อชิน ไมพ่ บจารกึ /
ซม. สูง 5.5 ไมท่ ราบอายุ
ซม. สมยั
กว้าง 3.5 จาํ นวน 28 องค์ มารวชิ ัย เนอื้ ชนิ ไมพ่ บจารกึ /
ซม. สงู 5.5 ไมท่ ราบอายุ
ซม. สมัย
กว้าง 3.5 จาํ นวน 28 องค์ มารวชิ ัย เน้ือชนิ ไมพ่ บจารกึ /
ซม. สูง 5.5 ไม่ทราบอายุ
ซม. สมัย
101
ตารางท่ี 1 แสดงจาํ นวนพระพิมพแ์ ผงไมจ้ ากการสาํ รวจ (ต่อ)
จังหวดั สถานท่ีสาํ รวจ พระพิมพ์แผงไม้ ขนาด
จากการสาํ รวจ แผงไม้
2. จงั หวดั ลาํ พูน 3. วดั ศรีเตย้ี
(ต่อ) อําเภอป่าซาง กวา้ ง 50 ซม. ก
สงู 75 ซม. ซ
ซ
กว้าง 48 ซม. ก
สูง 110 ซม. ส
3. จังหวดั ลาํ ปาง 1. วดั ปงสนกุ เหนอื กวา้ ง 47 ซม. ก
อําเภอเมือง สูง 80 ซม. ซ
ก
ส
ขนาด จํานวนพระพมิ พ์ ลกั ษณะปาง วัสดุ จารึก/
พระพิมพ์ ที่พบในแผงไม้ อายุสมัย
กว้าง 3.5 จํานวน 28 องค์ มารวิชยั เน้อื ชิน ไมพ่ บจารกึ /
ซม. สงู 5.5 ไม่ทราบอายุ
ซม. สมยั
กวา้ ง 4 ซม. จํานวน 29 องค์ มารวิชัย รักสมกุ ไมพ่ บจารกึ /
จํานวน 20 องค์ ไม่ทราบอายุ
สูง 5.7 ซม. สมัย
กว้าง 2.5 ประทับยืน ไมพ่ บจารกึ /
ซม.สูง 6 ซม. จาํ นวน 9 องค์ ไม่ทราบอายุ
สมัย
กวา้ ง 4 ซม. จาํ นวน 28 องค์ มารวชิ ยั ใน เนื้อชิน
สูง 7 ซม. ซมุ้ เรือนแกว้
102
ตารางที่ 1 แสดงจํานวนพระพมิ พแ์ ผงไมจ้ ากการสํารวจ (ต่อ)
จงั หวดั สถานที่สาํ รวจ พระพิมพแ์ ผงไม้ ขนาด
จากการสาํ รวจ แผงไม้
3. จังหวดั ลาํ ปาง 1. วัดปงสนกุ เหนือ
อําเภอเมอื ง กว้าง 58 ซม. ก
สงู 115 ซม. ส
2. วดั เขาแก้ว กว้าง 58 ซม. ก
อําเภอเถิน สูง 95 ซม. ส
กว้าง 62 ซม. ก
สูง 110 ซม. ส
ขนาด จํานวนพระพิมพ์ ลกั ษณะปาง วสั ดุ จารกึ /
พระพิมพ์ ที่พบในแผงไม้ อายสุ มัย
กวา้ ง 4 ซม. จาํ นวน 30 องค์ มารวิชัยใน เนอ้ื ชนิ ไม่พบจารกึ /
สงู 7 ซม. ไมท่ ราบอายุ
ซมุ้ เรือนแกว้ สมยั
กว้าง 4 ซม. จาํ นวน 28 องค์ มารวิชัยใน เนอ้ื ชิน ไม่พบจารกึ /
ไม่ทราบอายุ
สงู 7 ซม. ซุม้ เรอื นแกว้ สมัย
กวา้ ง 4 ซม. จาํ นวน 72 องค์ มารวิชัยใน เนอ้ื ชิน ไมพ่ บจารกึ /
ไม่ทราบอายุ
สูง 7 ซม. ซุม้ เรอื นแกว้ สมัย
103
ตารางที่ 1 แสดงจาํ นวนพระพิมพ์แผงไมจ้ ากการสาํ รวจ (ตอ่ )
จังหวดั สถานท่สี าํ รวจ พระพิมพแ์ ผงไม้ ขนาด
จากการสาํ รวจ แผงไม้
3. จังหวดั ลําปาง 2. วดั เขาแกว้
(ต่อ) อําเภอเถนิ กวา้ ง 75 ซม. ก
สงู 125 ซม. ส
กวา้ ง 42 ซม. ก
สงู 62 ซม. ส
กว้าง 82 ซม. ก
สูง 150 ซม. ส
ขนาด จํานวนพระพิมพ์ ลักษณะปาง วสั ดุ จารกึ /
พระพมิ พ์ ทพี่ บในแผงไม้ อายสุ มัย
กว้าง 4 ซม. จํานวน 110 องค์ มารวิชัยใน เนื้อชิน ไมพ่ บจารกึ /
สูง 7 ซม. ไม่ทราบอายุ
ซมุ้ เรอื นแกว้ สมัย
กว้าง 4 ซม. จํานวน 17 องค์ มารวชิ ัยใน เนอ้ื ชิน ไม่พบจารกึ /
ไมท่ ราบอายุ
สงู 7 ซม. ซมุ้ เรอื นแกว้ สมยั
กวา้ ง 4 ซม. จํานวน 118 องค์ มารวชิ ยั ใน เนือ้ ชิน ไมพ่ บจารกึ /
ไม่ทราบอายุ
สงู 7 ซม. ซมุ้ เรอื นแกว้ สมัย
104
ตารางที่ 1 แสดงจํานวนพระพมิ พแ์ ผงไมจ้ ากการสํารวจ (ตอ่ )
จงั หวดั สถานท่สี าํ รวจ พระพมิ พแ์ ผงไม้ ขนาด
จากการสาํ รวจ แผงไม้
3. จงั หวดั ลําปาง 2. วัดเขาแก้ว
(ต่อ) อําเภอเถิน กวา้ ง 64 ซม. ก
สูง 114 ซม. ส
3. วดั พระแกว้ ดอน- กวา้ ง 50 ซม. ก
เต้าสชุ าดาราม สงู 82 ซม. ส
อําเภอเมอื ง
กวา้ ง 58 ซม. ก
สูง 110 ซม. ส
ขนาด จาํ นวนพระพมิ พ์ ลกั ษณะปาง วสั ดุ จารึก/
พระพมิ พ์ ทพ่ี บในแผงไม้ อายสุ มัย
กวา้ ง 4 ซม. จํานวน 72 องค์ มารวิชยั ใน เนื้อชิน ไม่พบจารกึ /
สงู 7 ซม. ไมท่ ราบอายุ
ซุ้มเรือนแกว้ สมัย
กว้าง 5 ซม. จาํ นวน 28 องค์ มารวชิ ัย แผน่ เงิน ไมพ่ บจารกึ /
สงู 6 ซม. (ดนุ ลาย) ไม่ทราบอายุ
สมัย
กว้าง 3.5 ซม. จาํ นวน 28 องค์ มารวชิ ยั รกั สมกุ ไม่พบจารกึ /
สูง 6 ซม. ไม่ทราบอายุ
สมัย
105
ตารางที่ 1 แสดงจาํ นวนพระพมิ พ์แผงไมจ้ ากการสาํ รวจ (ตอ่ )
จงั หวดั สถานทสี่ าํ รวจ พระพมิ พ์แผงไม้ ขนาด
จากการสาํ รวจ แผงไม้
3. จังหวดั ลําปาง 4. วดั พระธาตุ
(ตอ่ ) ลําปางหลวง ฐานถึงยอด ก
อําเภอเกาะคา 29ซม. ส
5. วดั ป่ากลว้ ย กวา้ ง 18 ซม. ก
อําเภอเมือง สูง 30 ซม. ส
6. วดั บา้ นคา่ กว้าง 15 ซม. ก
อําเภอเมือง สูง 31 ซม. ส
ขนาด จาํ นวนพระพิมพ์ ลกั ษณะปาง วสั ดุ จารึก/
พระพิมพ์ ท่ีพบในแผงไม้ อายสุ มัย
กวา้ ง 4 ซม. จาํ นวน 12 องค์ มารวชิ ัย เน้ือชิน ไมพ่ บจารกึ /
สูง 7 ซม. ไม่ทราบอายุ
ในซมุ้ เรอื น สมัย
แกว้
กวา้ ง 8 ซม. จาํ นวน 1 องค์ มารวชิ ัย แผ่นเงนิ ไม่พบจารกึ /
สงู 11 ซม. (ดนุ ลาย) ไมท่ ราบอายุ
สมยั
กว้าง 8 ซม. จาํ นวน 1 องค์ มารวิชัย แผน่ เงนิ ไม่พบจารกึ /
สูง 13 ซม. (ดนุ ลาย) ไมท่ ราบอายุ
สมัย
106
ตารางท่ี 1 แสดงจํานวนพระพิมพแ์ ผงไมจ้ ากการสาํ รวจ (ต่อ)
จังหวดั สถานทีส่ ํารวจ พระพมิ พ์แผงไม้ ขนาด
จากการสาํ รวจ แผงไม้
4. จงั หวดั วัดป่าซาง
เชยี งราย อาํ เภอแมจ่ นั กว้าง 38 ซม. ก
สูง 60 ซม. ซ
5. จงั หวดั พะเยา วดั ลี กวา้ ง 20 ซม. ก
อําเภอเมือง สูง 31 ซม.
6. จงั หวดั แพร่ 1. วดั ศรีดอนคํา กว้าง 42 ซม. ก
อําเภอลอง สงู 62 ซม.
ขนาด จาํ นวนพระพิมพ์ ลกั ษณะปาง วัสดุ จารกึ /
พระพมิ พ์ ท่ีพบในแผงไม้ อายสุ มัย
กวา้ ง 3.5 จาํ นวน 28 องค์ มารวชิ ัย เนือ้ ชนิ ไม่พบจารกึ /
ไม่ทราบอายุ
ซม.สูง 4 ซม. ในซมุ้ เรอื น สมยั
แก้ว
กวา้ ง 4.5 ซม. จาํ นวน 1 องค์ แผ่นเงนิ ไม่พบจารกึ /
สูง 7.5 ซม. (ดุนลาย) ไม่ทราบอายุ
สมยั
กวา้ ง 3.5 ซม. จํานวน 52 องค์ มารวชิ ยั เนื้อชิน ไมพ่ บจารกึ /
สูง 5.2ซม. ในซ้มุ ไม่ทราบอายุ
ปราสาท สมัย
107
ตารางท่ี 1 แสดงจาํ นวนพระพมิ พแ์ ผงไมจ้ ากการสาํ รวจ (ตอ่ )
จังหวดั สถานท่สี าํ รวจ พระพิมพแ์ ผงไม้ ขนาด
จากการสาํ รวจ แผงไม้
6. จงั หวดั แพร่ 1. วดั ศรดี อนคาํ
(่ตอ่ ) อําเภอลอง กวา้ ง 49 ซม. ก
สงู 75 ซม. ซ
ซ
กว้าง 51 ซม. ก
สงู 69 ซม. ส
2. วดั สะแลง่ กวา้ ง 43 ซม. ก
อําเภอลอง สงู 55 ซม. ซ
ขนาด จํานวนพระพมิ พ์ ลกั ษณะปาง วัสดุ จารกึ /
พระพมิ พ์ ทีพ่ บในแผงไม้ อายสุ มยั
กวา้ ง 3.5 จํานวน 62 องค์ มารวชิ ยั เนอ้ื ชิน ไมพ่ บจารกึ /
ซม.สงู 5.2 ไมท่ ราบอายุ
ซม. สมยั
กว้าง 3 ซม. จาํ นวน 32 องค์ มารวชิ ัย เนอ้ื ชิน ไมพ่ บจารกึ /
สงู 5 ซม. ไมท่ ราบอายุ
สมยั
กวา้ ง 3.5 จํานวน 29 องค์ มารวิชยั เนือ้ ชนิ ไมพ่ บจารกึ /
ซม.สงู 5 ซม. ภายใตโ้ พธิ ไมท่ ราบอายุ
พฤกษ์ สมยั
108
ตารางที่ 1 แสดงจํานวนพระพิมพ์แผงไมจ้ ากการสํารวจ (ต่อ)
จงั หวดั สถานทส่ี ํารวจ พระพมิ พแ์ ผงไม้ ขนาด
จากการสํารวจ แผงไม้
6. จงั หวดั แพร่ 3. พพิ ิธภณั ฑ์
(ต่ ่อ) บ้านบญุ มา กว้าง 33 ซม. ก
อาํ เภอเมอื ง สูง 63 ซม. ซ
7. จงั หวดั น่าน 1. วดั พระธาตุ กว้าง 26 ซม. ก
ช้างค้าํ วรวหิ าร สงู 50 ซม. ส
อาํ เภอเมือง
กวา้ ง 36 ซม.
สูง 60 ซม.
ก
ขนาด จาํ นวนพระพิมพ์ ลักษณะปาง วัสดุ จารึก/
พระพมิ พ์ ท่พี บในแผงไม้ อายุสมัย
กวา้ ง 1.5 จํานวน 28 องค์ มารวิชัย เนื้อชนิ ไม่พบจารกึ /
ไม่ทราบอายุ
ซม.สูง 3 ซม. สมยั
กวา้ ง 2 ซม. จํานวน 23 องค์ ปางลีลา เน้ือชนิ ไมพ่ บจารกึ /
สงู 5 ซม. ไม่ทราบอายุ
สมัย
กว้าง 2 ซม. จํานวน 23 องค์ ปางลลี า เนือ้ ชิน ไมพ่ บจารกึ /
สูง 5 ซม. จํานวน 16 ไม่ทราบอายุ
สมัย
กว้าง 3.5 ซม. องค์
สงู 5 ซม.
มารวชิ ยั
จํานวน 7
องค์
109
ตารางที่ 1 แสดงจาํ นวนพระพิมพแ์ ผงไมจ้ ากการสํารวจ (ตอ่ )
จังหวดั สถานทีส่ ํารวจ พระพมิ พ์แผงไม้ ขนาด
จากการสาํ รวจ แผงไม้
7. จงั หวดั น่าน 1. วดั พระธาตุ
(ต่อ) ชา้ งค้าํ วรวหิ าร กว้าง 160 ซม.
อาํ เภอเมือง สงู 52 ซม.
2.วัดนํา้ ลัด -
อาํ เภอนานอ้ ย
ขนาด จํานวนพระพมิ พ์ ลกั ษณะปาง วสั ดุ จารึก/
พระพมิ พ์ ทีพ่ บในแผงไม้ อายสุ มยั
มารวชิ ัย
กวา้ ง 2 ซม. จาํ นวน 175 องค์ ภายใต้โพธิ เนื้อชิน ไมพ่ บจารกึ /
สูง 3.5 ซม.
พฤกษ์ ไมท่ ราบอายุ
สมัย
- -- พบศักราชที่
- ปรากฏใน
จารึก “ศักราช
๑๑๖๐ ตวั ”
ซึ่งตรงกบั
พ.ศ. ๒๓๔๑
110
บทที่ 5
การวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทียบและแปลความ
จากการศึกษาพระพิมพ์แผงไม้ในล้านนา โดยแบ่งพ้ืนท่ีการศึกษาตามลักษณะทาง
ภูมศิ าสตร์ อันได้แก่ แอ่งที่ราบเชียงใหม่-ลําพูน (จังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดลําพูน) แอ่งท่ีราบลุ่มแม่นํ้า
วัง (จังหวัดลําปาง) แอ่งที่ราบเชียงราย-พะเยา (จังหวัดเชียงราย, จังหวัดพะเยา) แอ่งที่ราบลุ่มแม่น้ํา
ยม-แมน่ ้าํ นา่ น (จงั หวัดแพร่, จังหวัดน่าน) สํารวจพบพระพิมพ์แผงไม้ทั้งหมด 41 แผงพระพิมพ์แผงไม้
ทั้งหมดมีรูปแบบที่แตกต่างกันท้ังทางศิลปะและพุทธลักษณะ สามารถนํามาศึกษาเปรียบเทียบและ
แปลความ ได้ดังน้ี
รปู แบบของแผงไม้
พระพิมพ์แผงไม้ ถือเป็นงานพุทธศิลป์ ที่รวบรวมงาน ประติมากรรม จิตรกรรม และ
หัตถกรรมเข้าด้วยกันในอดีตสันนิษฐานว่าการสร้างพระพิมพ์แผงไม้มักจํากัดเฉพาะเจ้านายช้ันสูงหรือ
คหบดี ผู้มีหน้าตาทางสังคม ทั้งนี้มีความเชื่อว่า การสร้างรูปพระพุทธเจ้าจํานวนมากถือเป็นการสร้าง
บุญท่ียิ่งใหญ่ ชาวบ้านสามัญชนจะสร้างขึ้นเองไม่ได้ แผงพระพิมพ์ส่วนใหญ่น้ัน จึงต้องมีความวิจิตร
บรรจงเพ่ือเป็นการบ่งบอกฐานะของผู้ถวาย เพ่ือหวังผลแห่งนิพพาน หรือการเกิดในยุคพระศรีอาริย์
ดังจารึกฐานพระพุทธรูปวัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ “พระแสนทองน้ี...นายธันบี ปราถนาว่าขอ
เป็นสาวกพระอรยเมตเตย ในปเี ตา่ ยี (จุล) ศกั ราช 844”1 จากการศึกษาแผงพระพิมพใ์ นล้านนาพบว่า
ลกั ษณะแผงพระพิมพส์ ว่ นมากทาํ ด้วยไมเ้ นอ้ื แขง็ โดยเฉพาะไม้สกั และยงั นยิ มใช้ไมส้ ะหรี๋ (ไม้โพธ์ิ), ไม้
หนุน (ไม้ขนนุ ) ซงึ่ ถอื วา่ เปน็ ไมม้ งคล ท่ีชาวล้านนาเชื่อในเรื่องของการค้ําชูพระพุทธศาสนาให้อยู่ตราบ
5,000 ปี การทาํ พระพิมพม์ ักทาํ จากวสั ดุที่หางา่ ยคงทน และสามารถทําได้คร้ังละมาก ๆ เช่น ดิน (ดิน
เผา) รักสมุก ดีบุก ตะก่ัว เพราะมีความเชื่อว่า การสร้างพระพุทธรูปหรือพระพิมพ์ จะได้รับบุญกุศล
มหาศาลและไม่ต้องใช้ทุนทรัพย์ในการสร้างมากมาย สําหรับเจ้านาย เจ้าผู้ครองนคร หรือคหบดี
ส่วนมากมกั นยิ มทาํ พระพมิ พจ์ ากวสั ดแุ ผน่ เงนิ และแผน่ ทอง ทง้ั นขี้ น้ึ อย่กู ับฐานะทางสงั คม
1 ฮนั ส์ เพนธ,์ คาํ จารึกท่ฐี านพระพุทธรปู ในนครเชียงใหม่ (กรุงเทพฯ: คณะกรรมการ
จดั พมิ พเ์ อกสารทางประวตั ิศาสตร์ สํานกั นายกรฐั มนตร,ี 2517), 65.
111
112
นอกจากนี้ในธรรมใบลานพ้ืนเมืองเหนือเรื่อง อานิสงค์ตานพระเจ้า2 กล่าวถึงอานิสงค์
การสร้างพระพุทธรปู ดว้ ยวสั ดุตา่ ง ๆ กลา่ ววา่
1. เขียนด้วยใบไม้, กระดาษ มีอานิสงค์ 5 กัปป์ 2. เขียนด้วยผ้า (พระบฏ) มีอานิสงค์ 10
กัปป์ 3. สร้างด้วยดินกี่ ดินเหนียว (มติกมยํง) มีอานิสงค์ 15 กัปป์ 5. สร้างด้วยคร่ัง (ชตุกาย) มีอานิ
สงค์ 20 กัปป์ 6. สร้างด้วยกระดูก, เขา, นอ และงา (ทันตมยํง) มีอานิสงค์ 30 กัป 7. สร้างด้วยปูนส
ทาย (สทายมยํ) มอี านิสงค์ 35 กัปป์ 8. สร้างด้วยหิน (สิลมยํ) มีอานิสงค์ 40 กัปป์ 9. สร้างด้วยชิน (ติ
ปุกมยํ) มีอานิสงค์ 45 กัปป์ 10. สร้างด้วยทอง (กํสมยํง) มีอานิสงค์ 50 กัปป์ 11. สร้างด้วยเงิน
(รัชฎามยํ) มีอานิสงค์ 55 กัปป์ 12. สร้างด้วยแก้ว (รัตนมยํ) มีอานิสงค์ 60 กัปป์ 13. สร้างด้วยคํา
(สุวณฺณมยํ) มีอานิสงค์ 65 กัปป์ 14. สร้างด้วยการผสมวัสดุหลาย ๆ อย่าง มีอานิสงค์ 70 กัป เห็นได้
ว่าอานิสงค์ของการสร้างพระพุทธรูปหรือพระพิมพ์จากวัสดุต่าง ๆ อานิสงค์ล้วนต่างกัน ข้ึนอยู่ตาม
ความปรารถนาผู้สรา้ ง
แผงพระพิมพ์แบ่งได้เป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนฐาน ส่วนกลาง และส่วนยอด (ภาพ
ลายเส้นท่ี 46)
สว่ นยอด
ส่วนกลาง
สว่ นฐาน
ลายเส้นท่ี 47 พระพิมพ์แผงไมว้ ดั ปงสนุกเหนือ จังหวดั ลาํ ปาง
2 ธรรมอานสิ งค์ตานพระเจ้า (ธรรมอานสิ งคถ์ วายพระพุทธรปู ) เปน็ ธรรมเทศนาพน้ื เมอื ง
เหนือ จารเมอื่ ปี จ.ศ.1210 ปเี บกิ สนั เดอื น 7 เหนือ ออก 13 คาํ่ กล่าวถงึ พระสุรินทร์ ไดส้ ร้างธรรม
โตนผกู น้ี ถวายไว้กับโชตกะพระศาสนาพระเจ้าปัจจบุ ันใช้เทศน์พรอ้ มกับการถวายพระพทุ ธรปู
113
ส่วนฐานของแผงพระพิมพ์ ส่วนมากนิยมแกะสลักเป็นรูปบัวคว่ํา-บัวหงาย หมายถึง
ปทั มาสน์ เพ่ือรองรบั พระพุทธรปู บางพน้ื ท่ที าํ เปน็ ฐานเขียงสเ่ี หลย่ี มเรยี บไมม่ ีการตกแตง่ สว่ นท่ีสองคือ
ส่วนกลางของแผงพระพิมพ์จะมีขนาดพ้ืนที่เท่ากับการประดับจํานวนพระพิมพ์ เช่น 5 แถว 8 แถว
ตามขนาด แล้วเจาะเป็นช่องเพ่ือประคองพระพิมพ์ให้คงทน บริเวณกรอบด้านข้างมักแกะสลักเป็นรูป
เสาทรงขอม, รูปมะหวด, รูปนาคเกี้ยวกรอบตรง และใช้เทคนิคปั้นรักสมุกเข้าประดับแผงไม้แล้วปิด
ทองหรือประดับด้วยกระจกจืนสําหรับส่วนยอดจากการศึกษา ส่วนใหญ่พบว่านิยมทําเป็นกรอบซุ้ม
หน้านางเพียงอย่างเดียว คล้ายกับซุ้มเรือนแก้ว ปรากฏองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน คือ กรอบซุ้ม กนก
ตรงชว่ งโคง้ กรอบซมุ้ และแถวครบี เหนอื กรอบซุ้ม
บางพื้นที่พบว่าส่วนยอดทําเป็นลักษณะพิเศษ เป็นรูปทรงปราสาทซ้อนชั้น แกะสลักเป็น
ลายเครือเถา ลายกนก, รูปหงส์, ลายดอกไม้ส่ีกลีบ, ลายพันธ์ุพฤกษา หรือแม้กระท่ังรูปปีนักษัตร
เปรียบเสมือนตัวแทนของผู้ถวาย จากการศึกษาพบว่าแผงพระพิมพ์รูปทรงปราสาทซ้อนชั้น เป็นการ
ใช้เทคนคิ ท่วี ิจติ รบรรจง ส่วนมากพบในวัดสําคัญ ๆ ทม่ี เี จ้านายหรือคหบดอี ุปถมั ภอ์ ยู่ เช่น วัดพระธาตุ
ลําปางหลวง จังหวัดลําปาง (ภาพท่ี 59), วัดปงสนุกด้านเหนือ จังหวัดลําปาง ,พิพิธภัณฑสถาน
แห่งชาติหริภุญไชย (จากวัดพระธาตุหริภุญไชย) จังหวัดลําพูน (ภาพท่ี 60), วัดหลวงศรีเตี้ย จังหวัด
เชยี งใหม่ เป็นต้น และยังพบแผงพระพิมพ์ทําเป็นรูปปราสาทซ้อนชั้น ที่วัดบ้านเกว๋น รัฐฉาน ประเทศ
พม่า (ภาพท่ี 61) คติการสร้างแผงพระพิมพ์เป็นรูปทรงปราสาทซ้อนช้ันน้ี อาจสันนิษฐานได้ว่ามาจาก
แนวคิดที่เปรียบพระพุทธองค์ว่าเป็นพระมหาจักรพรรดิในลักขณสูตร พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย
ปาฏิกวรรค ระบุถึง “มหาบุรุษลักษณะ 32 ประการ”3 ซึ่งหมายถึงพระพุทธเจ้าและพระมหาจักรพรรดิ
อาจเป็นไปได้ว่าการสร้างแผงพระพิมพ์รูปทรงปราสาทซ้อนช้ันน้ี สะท้อนถึงการเป็นพระมหาจักรพรรดิ
ของพระพุทธองคก์ เ็ ป็นได้
ส่วนของลักษณะพื้นถ่ิน จากการศึกษาพบการทําแผงพระพิมพ์แบบเรียบง่าย มักเรียงรูป
พระพุทธรูปลงในกรอบไม้สี่เหลี่ยมไม่มีฐานไม่มีส่วนยอด ลักษณะแบบนี้มักนิยมใช้แขวนหรือประดับ
ตามผนังอาคารศาสนสถาน พบที่วัดพระธาตุช้างค้ําวรวิหาร จังหวัดน่าน (ภาพที่ 62), วัดหางดง
จงั หวัดเชียงใหม่, วดั เขาแกว้ จังหวัดลาํ ปาง (ภาพท่ี 63) เป็นต้น ลักษณะแผงพระพิมพ์แบบน้ีแตกต่าง
กับแผงพระพิมพ์ที่มีฐานท่ีใช้สําหรับตั้งด้านข้างพระประธาน และยังพบแผงพระพิมพ์ที่มีลักษณะ
พิเศษอีกแบบหนึ่งคือ การดุนลวดลายรูปพระพุทธรูปเรียงกันเป็นแถวในลักษณะวางเป็นช้ัน ๆ คล้าย
ธง (ตงุ ) แขวนไว้กับเสาดา้ นหน้าพระประธาน (ภาพที่ 64) พบที่วัดธัมโมธิยะ รฐั ฉาน ประเทศพม่า
3 พระบาลสี ตุ ตนั ตปิฎก ทฆี นกิ าย ปาฏกิ วรรค (กรุงเทพฯ: การศาสนา, 2530), 158-160.
114
นอกจากนี้ยงั พบการประดบั ตกแต่งแผงพระพมิ พด์ ้วยเทคนิคพิเศษ ถือเป็นเอกลักษณ์ของ
ล้านนาได้แก่ การลงรักปิดทองการประดับลวดลายทอง, การประดับลวดลายทองแบบฮายลาย, การ
ประดบั กระจกจนื , การป้ันรกั กระแหนะ
อนึ่ง จากการศึกษารูปแบบความนิยมการทําแผงไม้ ไม่เพียงเฉพาะการประดับพระพิมพ์
ลงในแผงไม้เท่าน้ัน ยังพบการทําแผงไม้เพื่อประดับรอยพระพุทธบาท พบแผงพระพุทธบาทประดับ
มุกที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ แผงพระพุทธบาทที่วัดเทพประสิทธิ์
อําเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งรอยพระพุทธบาทน้ัน เป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
แห่งการเสด็จมาบําเพ็ญพุทธกิจ จากจารึกด้านหลังแผงพระพุทธบาทประดับมุกวัดพระสิงห์
วรมหาวิหาร มีข้อความกล่าวถึงการบูรณะแผงไม้เมื่อ พ.ศ.2337 เป็นอักษรไทยยวน ภาษาบาลีและ
ภาษาไทยวน ซึ่งอาจสันนิษฐานได้ว่าแผงพระพุทธบาทน้ี อาจสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 214
ศาสตราจารย์ ดร. ศักดิ์ชัย สายสิงห์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าแผงพระพุทธบาทนี้ อาจได้รับการซ่อมในสมัย
ของพระเจ้ากาวลิ ะ ในปีพ.ศ. 2337 แต่น่าจะมีมาก่อนสมัยรัตนโกสินทร์ ร่วมสมัยกับความนิยมในการ
ประดับมุกในสมัยอยุธยาตอนปลาย มีอายุอยู่ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 23 ไม่น่าเกินไปกว่าน้ี5
ดังน้นั รูปแบบการทําแผงไมน้ า่ จะมคี วามนยิ มต้งั แต่ปลายพุทธศตวรรษท่ี 23 เปน็ ตน้ มา
ภาพที่ 59 ซุ้มพระพิมพว์ ัดพระธาตลุ าํ ปางหลวง จังหวัดลําปาง
4 ฮันส์ เพนธ์, “พระพุทธบาททีพ่ พิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติเชียงใหม่,” ศลิ ปากร 18, 5
(มกราคม 2518): 49-55.
5 ศกั ดช์ิ ัย สายสงิ ห,์ “พระพุทธบาทไมป้ ระดบั มุกในพพิ ิธภัณฑสถานแหง่ ชาติเชยี งใหม่,”
พิพิธภณั ฑส์ าร 2, 3 (พฤษภาคม 2532): 19-23.
115
ภาพท่ี 60 พระพมิ พ์แผงไมพ้ พิ ธิ ภณั ฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย จงั หวดั ลาํ พูน
ภาพท่ี 61 พระพมิ พแ์ ผงไม้วัดบา้ นเกว๋น รัฐฉาน ประเทศพม่า
ภาพที่ 62 พระพมิ พแ์ ผงไม้วัดพระธาตชุ ้างคา้ํ วรวิหาร จังหวัดนา่ น
116
ภาพที่ 63 พระพมิ พ์แผงไมว้ ดั เขาแกว้ จงั หวดั ลําปาง
ภาพที่ 64 ตงุ พระพมิ พ์วัดวดั ธมั โมธยิ ะ รฐั ฉาน ประเทศพม่า
117
เทคนิคการลงรักปดิ ทอง เป็นรูปแบบหนงึ่ ที่นิยมในงานพทุ ธศิลปข์ ั้นตอนโดยการนํายางรัก
ทาบนแผงไม้จนแห้งสนิท แล้วเช็ดด้วยยางรักอีกครั้ง จากน้ันนําแผ่นทองคําเปลวมาปิด การลงรักปิด
ทองนั้นส่วนมากใช้กับงานโครงสร้างหลักหรือมีพ้ืนที่มาก ตัวอย่าง เช่น แผงพระพิมพ์ที่จัดแสดง
ภายในพิพิธภัณฑ์บ้านบุญมา อําเภอเมือง จังหวัดแพร่ (ภาพที่ 65) การประดับลวดลายทองหรือลาย
คํา คือการฉลุลวดลายเป็นแบบพิมพ์ ใช้แผ่นหนังสัตว์ฉลุด้วยส่ิว ต่อมาใช้กระดาษเป็นพ้ืน6 พ้ืนทาสี
แดง (ชาด) หรือสีดํา (รัก) ก่อนปิดทองคําเปลวลงในแบบที่ฉลุ ถือเป็นวิธีการที่นิยมใช้กันในล้านนา
ซึ่งวิธีการฉลุแบบลายอาจแตกต่างกันตามสกุลช่าง เช่น แผงพระพิมพ์วัดปงสนุกเหนือ อําเภอเมือง
จังหวัดลําปาง (ภาพท่ี 66), แผงพระพิมพว์ ัดเขาแก้ว อาํ เภอเถิน จังหวดั ลาํ ปาง (ภาพท่ี 67)
การประดับลวดลายทองแบบฮายลาย เป็นวิธีการขูดขีดลวดลายบนพ้ืนท่ีลงรักปิดทอง
แล้วแต่ยังไม่แห้งสนิท เป็นวิธีการท่ีใช้ความชํานาญในรายละเอียด ตัวอย่างการใช้เทคนิคประดับ
ลวดลายทองแบบฮายลาย เช่น แผงพระพิมพ์วัดวงษ์เมธา (หนองโขง) อําเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
(ภาพที่ 68) การปั้นรักกระแหนะคือกระบวนการสร้างลวดลายด้วยวิธีการป้ันท่ีพบมากในล้านนา เกิด
จากรักสมุกที่ผสมกันจนได้ที่ มีความเหนียวหนืดคล้ายดินน้ํามันจากน้ันนํามาปั้นประดับลวดลาย มัก
ปั้นเป็นเส้นเล็ก ๆ เป็นช้ัน ๆ เช่น ลายพันธุ์พฤกษา ลายประแจจีน จากการสํารวจพบเทคนิคการปั้น
รักกระแหนะ ในแผงพระพิมพ์ที่วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม จังหวัดลําปาง (ภาพที่ 69) แผงพระ
พิมพท์ ่จี ดั แสดงในพพิ ิธภณั ฑสถานแหง่ ชาติเชยี งใหม่ (ภาพที่ 70)
ส่วนการประดับกระจกจืนนั้น กระจกจืนนิยมใช้ประดับตกแต่งงานพุทธศิลป์และศาสน
สถาน มีความนิยมในช่วงพุทธศตวรรษท่ี 23-25 ลักษณะเป็นแผ่นตะกั่วฉาบแก้วบาง ๆ สามารถใช้
กรรไกรตัดงอตามส่วนโค้งเว้าของโครงสร้างช้ินงาน กระจกจืนพบเพียง 4 สีเท่าน้ันคือสีทอง สีเงินสี
เขียว และสีน้ําเงิน 7 การประดับกระจกจืนน้ัน ใช้ยางรักเป็นตัวประสานระหว่างช้ินงานกับแผ่น
กระจกจนื เทคนคิ น้มี กั เปน็ ท่นี ิยมในกลุ่มลาํ ปาง และเชียงใหม่ ตวั อย่างการใช้เทคนิคประดับกระจกจืน
เช่น แผงพระพิมพ์ วดั ศรเี ต้ีย อําเภอป่าซาง จังหวัดลาํ พนู (ภาพที่ 71) เป็นต้น
6 วัดร่าํ เปิง (ตโปทาราม), พุทธศลิ ปล์ ้านนา (เชียงใหม่: สามัญณฐั พลการพมิ พ์, 2557),
21.
7 คณะวจิ ยั ศูนย์โบราณคดภี าคเหนือ คณะสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม,่ พทุ ธ
ศิลปล์ า้ นนา: คุณคา่ ศรทั ธา และการอนรุ กั ษ์ (เชียงใหม:่ วนดิ าการพิมพ์, 2555), 193.
118
ภาพท่ี 65 พระพิมพ์แผงไมพ้ ิพิธภัณฑบ์ ้านบญุ มา จังหวัดแพร่
ภาพท่ี 66 พระพมิ พ์แผงไมว้ ดั ปงสนกุ เหนอื จังหวดั ลาํ ปาง
119
ภาพท่ี 67 พระพิมพ์แผงไมว้ ัดปงสนกุ เหนอื จังหวดั ลําปาง
ภาพท่ี 68 พระพิมพ์แผงไม้วัดวงษเ์ มธาจังหวัดเชยี งใหม่
120
ภาพที่ 69 พระพมิ พแ์ ผงไม้วัดพระแก้วดอนเตา้ สุชาดาราม จังหวัดลาํ ปาง
ภาพท่ี 70 พระพิมพแ์ ผงไมพ้ ิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชยี งใหม่
121
ภาพที่ 71 พระพมิ พแ์ ผงไมว้ ัดศรีเต้ียจังหวัดลําพนู
คตกิ ารสรา้ ง
พระพิมพ์ถือเป็นอุเทสิกเจดีย์ ที่สร้างตามความเชื่อทางพุทธศาสนา เพ่ือระลึกถึงการ
เดินทางไปแสวงบุญยังสังเวชนียสถาน 4 แห่ง สําหรับประเทศไทยการทําพระพิมพ์ ปรากฏหลักฐาน
เก่าแกท่ ีส่ ุดในสมัยทวารวดี ซ่งึ มอี ายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-16 พบพระพมิ พส์ มัยทวารวดีสร้างด้วยดิน
เผาแบบองค์เดียว และมักจารึกคาถา “เย ธมฺมาฯ” ซึ่งเป็นหัวใจของหลักธรรม ต่อมาในช่วงพุทธ
ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา การสร้างพระพิมพ์พบว่ามีการสร้างรูปแบบที่แตกต่างกัน ทั้งน้ีสันนิษฐานว่า
เพ่ือเป็นการสืบพุทธศาสนา การสั่งสมบุญเพื่อให้เกิดในยุคพระศรีอาริย์ อีกทั้งยังเช่ือในคติคัมภีร์ของ
ลงั กา คอื ปัญจอันตรธาน
คติปัญจอนั ตรธานได้กล่าวว่าเมื่อครบ 5,000 ปี พระพุทธศาสนาจะเส่ือมทรามลง การรับ
คติปัญจอันตรธานเข้าสู่ล้านนาอาจจะรับมาในสมัยเมืองพุกาม ในพระราชพงศาวดารฉบับหอแก้ว
กล่าวว่า ในรัชกาลพระเจ้าอโนรธาทรงมีพระราชประสงค์ทันตธาตุที่เมือง Tarop มาบูชา เพ่ือความ
เจรญิ รุง่ เรืองแกส่ รรพสัตวท์ ั้งหลาย ตลอดจนครอบอายุพระศาสนา 5,000 ปี8 ดังนั้นคติอายุพุทธศาสนา
5,000 ปี ได้ปรากฏในพุกาม อาจจะเป็นการตีความคณะสงฆ์เมืองมอญ และจากน้ันจึงแพร่กระจายไป
8 Pe Maung Tin and Luce G. H., trans. The Glass palace chronicle of the
kings of Burma (Rangoon: Rangoon University, 1960), 80.