คุณธรรม
การปกับฏิวัติ
สมั พนั ธภาพ
ประเวศ วะสี
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 1
คุณธรรมกนั การปฏิวัตสิ ัมพันธภาพ
(Associational Revolution)
ประเวศ วะสี
2 ประเวศ วะสี
ประเทศไทยเปนเมอื งพุทธ
และพุทธศาสนาก็เปนของดี
มีวดั ประมาณ ๓๐,๐๐๐ วดั
พระสงฆป ระมาณ ๒๕๐,๐๐๐ รปู
สามเณร ๑๐๐,๐๐๐ รูป
ประชาชนกวารอ ยละ ๙๐
ประกาศวา เปน ชาวพทุ ธ
มีสัญญลกั ษณแ ละคาํ สอน
ทางพทุ ธศาสนามากมาย
อันวา ดว ย ศลี สมาธิ ปญญา
แต่ไฉนจงึ วกิ ฤตศลี ธรรมถึงเพียงน้ี
อัตราการฆา กันตายกส็ ูงกวา
ในญป่ี นุ ยุโรป และสหรัฐอเมรกิ า
คอรรปั ช่นั กร็ ะบาดเตม็ ประเทศ
ท้ังในหมูคนธรรมดา ไปจนถึง
ครบู าอาจารย พระสงฆอ งคเจา
และนกั การเมือง
?แล้วเราจะตอบว่าอย่างไร
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 3
4 ประเวศ วะสี
สารบาญ
๑) การอยู่รว่ มกนั (Living Together) คอื ส่งิ สูงสุด๋ ..................๖
๒) ศีลธรรมอยูใ่ นสมองส่วนแท้ .............................................................๘
๓) สัมพนั ธภาพทางดิ่งกบั พฤติกรรมเบ่ียงเบน ..........................๑๒
๔) สงั คมไทยจะต้องออกจากภพภมู เิ กา่ จึงจะพ้นวิกฤต ........๑๖
๕) ภพภมู ิเก่า : ภพภูมิแหง่ อำ� นาจและสัมพนั ธภาพทางดง่ิ ... ๑๘
๖) มรรค ๘ แห่งการปฏวิ ัติสมั พันธภาพ....................................... ๒๖
๗) สงั คมแหง่ การอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสมดลุ : .
ปฏิวตั ิจิตสำ� นึก – ปฏวิ ตั สิ มั พนั ธภาพ – ปฏวิ ตั ิสังคม ....... ๓๘
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 5
๑ กคือาสริ่ง(อliรสvinยวgูงTูมสogeกดุtheนั r)
การอยรู่ ว่ มกันอย่างสมดุล ระหว่างคนกับคน และระหวา่ งคนกบั
สิ่งแวดล้อม ทา� ใหเ้ กิดความเปน็ ปรกติสุข และความยงั่ ยนื จงึ ควรเปน็ ส่งิ
สงู สุด และคอื ศลี ธรรม
อารยธรรมปัจจุบันไม่ได้เอาการอยู่ร่วมกันเป็นสิ่งสูงสุด แต่เอา
กา� ไรสงู สดุ เปน็ เปา้ หมาย โลกจงึ วกิ ฤต เปน็ วกิ ฤตการณแ์ หง่ การอยรู่ ว่ มกนั
ทั้งระหว่างคนกับคน และระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นวิกฤตใหญ่
หรือวิกฤตอารยธรรม (Civilization crisis)
6 ประเวศ วะสี
ศีลธรรม
พลังทางสังคม พลังจติ สาํ นกึ
l ความละอายท่มี ีคนรู้เห็น l ความสา� นกึ ผิดชอบชว่ั ดี
l ชาวบา้ นรังเกยี จ l ความเหน็ แกค่ นอืน่
l ตา� รวจจับ ถูกลงโทษ l ความเห็นแกส่ ่วนรวม
รูปที่ ๑ ศลี ธรรมขน้ึ กบั พลังทางสงั คมกบั พลงั จิตสํานกึ ช่ัวดวี าคุณธรรม
เน่ืองจากเป็นวิกฤตอารยธรรม วิกฤตการณ์จะไม่หายไปง่ายๆ
ด้วยการแก้โน่นนิดนีห่ น่อย ทไ่ี มใ่ ช่การปฏวิ ัตจิ ติ สา� นึก (Consciousness
Revolution) และการเปลี่ยนเป้าหมายของมนุษยชาติมาเป็นการอยู่ร่วม
กัน
การอยู่ร่วมกนั ตอ้ งการพฤตกิ รรมเพ่ือการอยรู่ ่วมกนั
พฤตกิ รรมนี้มีทง้ั ข้อหา้ ม (ศลี ) และข้อควรปฏบิ ัติ (ธรรม) จึงรวม
เรยี กวา่ ศลี ธรรม พฤตกิ รรมทางศลี ธรรมมที งั้ ทเ่ี กดิ เพราะปจั จยั ทางสงั คม
และปจั จยั ภายในจติ สา� นกึ ของบุคคล อิทธพิ ลของสงั คมและของจติ สา� นึก
มอี นั ตรกริ ิยาตอ่ กัน เราอาจเรยี กความสา� นึกผิดชอบ
ท้ังปัจจัยทางสังคมและปัจจัยทางจิตส�านึกมีความส�าคัญต่อ
พฤติกรรมทางศีลธรรม ในความเป็นมนุษย์นั้นศักยภาพทางจิตส�านึกสูง
มาก ธรรมชาตไิ ดส้ รา้ งสมองของมนษุ ยใ์ หม้ ศี กั ยภาพ ทางจติ สา� นกึ สงู มาก
ตา่ งจากสัตวอ์ ืน่ ๆ เรยี กวา่ เป็นธรรมชาติอันสูงสง่ ของความเป็นมนษุ ยเ์ ลย
ทีเดียว
ถ้าเราทา� ความเข้าใจธรรมชาตขิ องสมองกันสักนดิ อาจจะช่วยให้
เราเข้าใจดีขนึ้ วา่ ไฉนเราจึงวิกฤตศีลธรรม
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 7
๒ ศลี ธรรมอยใู น
สมองสว นหนา
การศึกษาเก่ียวกับสมองด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไป
มาก
ขณะนมี้ เี ครอ่ื งมอื ทเ่ี รยี กวา่ brain imaging คอื เหน็ ภาพสมองวา่
ส่วนใดสัมพันธ์กับความรู้สึกนึกคิดและพฤติกรรมอย่างใด เช่น ขณะที่มี
ความโลภ ปรากฏในภาพวา่ สว่ นของสมองทเ่ี รยี กวา่ nucleus acumbens
สวา่ งวูบขน้ึ
ศีลธรรมอยู่ทส่ี ่วนไหนของสมองกร็ ู้
ก่อนอื่น เราควรท�าความเข้าใจเคร่าๆ เกี่ยวกับสมอง มนุษย์
ววิ ฒั นาการมาจากสตั ว์สมองของมนุษย์จึงมสี ่วนทีส่ บื เน่อื งมาจากสตั ว์
8 ประเวศ วะสี
(๓) สมองมนษุ ย์ (๒) สมองสตั ว์
ชั้นนอกสุดหรือ เลี้ยงลูกด้วย
สมองสว่ นหน้า นา้� นม
= เหตผุ ล = อารมณ์
สติปญั ญา
วจิ ารณญาณ (๑) สมองสัตว์
เลอื้ ยคลาน
= ความอยรู่ อด
รปู ที่ ๒ สมองมนุษยมี ๓ ชั้น
ถา้ ผา่ ซกี สมองของมนษุ ยส์ ามารถเหน็ ดว้ ยตาเปลา่ เลยวา่ แบง่ ออก
เป็น ๓ ช้ัน
(๑) ช้ันในสุดอยู่ค่อนไปข้างหลัง เรียกว่า สมองสัตว์เลื้อยคลาน
(Reptilian brain) ทา� หนา้ ทด่ี กึ ดา� บรรพท์ ส่ี ดุ คอื เกยี่ วกบั ความอยรู่ อด เชน่
การเตน้ ของหัวใจ การหายใจ การกินอาหาร การสบื พันธ์ุ การต่อสู้ การ
หลบภัย สัตว์เลื้อยคลานไม่มีอารมณ์ จระเขจ้ งึ ไมม่ ีน�้าตา
(๒) ช้นั กลาง เรยี กว่า สมองสตั ว์เลีย้ งลูกด้วยนา้� นม (Mammalion
brain) ทา� หนา้ ทเ่ี กย่ี วกบั อารมณค์ วามรสู้ กึ สนุ ขั และแมว มอี ารมณซ์ งึ่ ตา่ ง
จากตะกวด จระเข้
(๓) ช้นั นอกสุดอยู่ไปข้างหน้า เรยี กว่า Cerebral cortex เป็นสมอง
มนษุ ย ์ หรอื สมองแหง่ ความเปน็ มนษุ ย์ ทา� หนา้ ทเี่ กย่ี วกบั เหตผุ ล สตปิ ญั ญา
วิจารณญาณ ศลี ธรรม
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 9
สมองส่วนท่เี ก่ยี วกบั ศีลธรรมอยู่ตรงหลงั หน้าผาก
เคยมคี นเกดิ อบุ ตั เิ หตรุ ถยนตแ์ ลว้ หนา้ ผากยบุ พฤตกิ รรมทเี่ คยเปน็
คนมศี ลี ธรรมกห็ ายไป
เดก็ เลก็ ทเ่ี กดิ มาไมน่ าน ทกุ อยา่ งในโลกนเ้ี ปน็ ของใหม่ของเขา จงึ
มีความสนใจรอบตัว ชอบค้นคว้าทุกซอกทกุ มุม ถามทกุ เรื่องวา่ “ทำ� ไม...
ทำ� ไม... ท�ำไม...” มีความสขุ ที่ไดเ้ รียนรู้ของใหม่ และความเป็นเหตุเปน็ ผล
ของส่งิ ตา่ งๆนีเ้ ป็นการใช้สมองสว่ นหนา้
ถ้าเด็กมีโอกาสท�ำเองคิดเองจะมีความสุขฉลาด และมีศีลธรรม
เพราะสมองส่วนศีลธรรมอยู่ข้างหน้า ความเป็นเหตุเป็นผลกับศีลธรรม
สัมพันธ์กัน
แต่! ในความเปน็ จรงิ แม่จะพดู “Don’t” (อย่าทำ� โนน้ อย่าทำ� น้)ี
ทกุ ๘ – ๙ นาที (จากการศกึ ษาของฝร่ัง) เพราะกลวั ลูกจะไดร้ ับอนั ตราย
หรอื บางคนเกรย้ี วกราดเอากบั เดก็ ๆ หรอื ถงึ กบั ลงมอื ลงไมเ้ ลย โดยเฉพาะ
คนทอี่ ารมณ์เสียและตกอยใู่ ตค้ วามบบี คน้ั ของความยากจน
เรยี กว่า เด็กเผชญิ กับการใช้อ�ำนาจ หรอื top down แล้ว
ซึ่งก่อให้เกิดความขัดแย้งในสมองของเด็ก เพราะด้านหนึ่งเด็ก
ตอ้ งการอสิ รภาพทจ่ี ะทำ� เองคดิ เอง (ใชส้ มองสว่ นหนา้ ) แตเ่ มอ่ื ถกู แมด่ อุ กี
ดา้ นหน่ึงกก็ ลัวแม่ เมือ่ เผชญิ กบั อ�ำนาจก็จะไปกระตุน้ สมองส่วนหลงั หรือ
สมองสัตวเ์ สอ้ื คลาน ท�ำให้พัฒนาการของสมองส่วนหนา้ สะดดุ
สัมพันธภาพในสังคมจึงกระทบพัฒนาการของสมอง
สังคมท่มี สี ัมพนั ธภาพทางด่งิ หรือสงั คมใชอ้ ำ� นาจแบบบนลงลา่ ง
(top down) สมองส่วนหลังหรือสมองสัตว์เลื้อยคลานจะเดินสมองส่วน
หน้า หรอื ทีท่ เี่ กยี่ วกับสติปัญญาและศลี ธรรมจะดอ้ ย
10 ประเวศ วะสี
สงั คมทางดง่ิ (Vertical society) เศรษฐกจิ จะไมด่ ี การเมอื งจะไม่
ดี และศลี ธรรมจะไมด่ ี ตอ่ ใหเ้ ครง่ ศาสนาศลี ธรรมกไ็ มด่ ี เพราะสมั พนั ธภาพ
ทางด่ิงหรือทางราบมีผลต่อศลี ธรรม ทง้ั ส่วนพลงั ทางสังคม และพลังทาง
จติ สำ� นึก (ดรู ูปที่๑)
สังคมไทยเป็นสงั คมทางดงิ่ หรอื สงั คมใช้อำ� นาจ สมองสว่ นหนา้
จงึ ไม่เจริญเท่าทีค่ วร
ถา้ พดู ใหเ้ กนิ เลยและไมเ่ พราะกอ็ าจจะวา่ เปน็ สงั คมทใี่ ชส้ มองสว่ น
หลัง หรือสมองสัตว์เล้ือยคลานมากไป คุณธรรมและศีลธรรมจึงไม่ค่อย
เกิด ทงั้ ๆ ท่มี กี ารสอนศลี ธรรมกนั มาก
ถา้ จะสรา้ งสงั คมคณุ ธรรม ตอ้ งเปลยี่ นเกยี ร์ จากการเขา้ เกยี รห์ ลงั
(สมองส่วนหลงั ) มาเปน็ เขา้ เกียรห์ น้า (สมองสว่ นหนา้ )
ในการจะเปลี่ยนไปเป็นสังคมใช้สมองส่วนหน้า ต้องเปล่ียน
สัมพันธภาพในสงั คม
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 11
๓ สมั พนั ธภาพ
พฤตกิ รเบรมีย่ทงากเบังบดน่ิง
สมั พนั ธภาพทางดง่ิ กบั สมั พนั ธภาพทางราบ ผคู้ นมพี ฤตกิ รรมตา่ ง
กัน
ในสัมพันธภาพทางด่ิง (รูปท่ี ๓ ก) เป็นความสัมพันธ์ท่ีไม่เสมอ
ภาคระหวา่ งผมู้ ีอ�านาจข้างบนกบั ผู้ไมม่ ีอ�านาจขา้ งลา่ ง
คนในโครงสร้างแบบนี้จะไม่มีความสุขเพราะความบีบค้ัน การ
เรียนรู้จะมีน้อย เพราะผมู้ อี �านาจก็จะใช้อา� นาจไมใ่ ชค้ วามรู้
องคก์ รและสงั คมทางดง่ิ จงึ มพี ลงั ทางปญั ญาตา�่ ในโครงสรา้ งทบี่ บี
ค้ันผู้คนจะมีพฤติกรรมเบ่ียงเบน เช่น คนมีอ�านาจจะโกงมาก คนไม่มี
12 ประเวศ วะสี
(ก) สมั พนั ธภาพทางด่งิ
(ข) สัมพนั ธภาพทางราบ
รปู ท่ี ๓ สัมพนั ธภาพ ๒ แบบ
อา� นาจจะแสวงหาความอปุ ถมั ภ์ แตกแยกไมไ่ วว้ างใจกนั เฉอ่ื ยงาน ไมภ่ กั ดี
ต่อองค์กร ขโมยของหลวงซอ่ นข้อมูล ซุบซบิ นนิ ทาวา่ รา้ ย ไมช่ อบใชค้ วาม
จรงิ
องค์กรหรือสังคมทางด่ิงจึงไม่มีพลังทางสังคม ไม่มีพลังทาง
ปัญญา มีความส�าเร็จตา่� มคี วามลม้ เหลวสูง และขาดศลี ธรรม
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 13
ในสมั พนั ธภาพทางราบ (รปู ที่ ๓ ข) ผคู้ นมคี วามเสมอภาค สามารถ
รวมตัวร่วมคิดร่วมท�ำในรปู ตา่ งๆ มคี วามเป็นชมุ ชน หรอื สงั คมเข้มแข็ง มี
การเรยี นรู้รว่ มกันในการปฏบิ ัติ เพราะความเปน็ สงั คมสูงผคู้ นจงึ ลดความ
เห็นแกต่ ัว เปดิ เผยจรงิ ใจ เชอ่ื ถือไว้วางใจกัน มคี วามสุข
องคก์ รหรอื สงั คม เชน่ นี้ มพี ลงั ทางสงั คมและพลงั ทางปญั ญามาก
จึงมคี วามสำ� เร็จสงู ทำ� ให้เศรษฐกิจดี การเมืองดี และศลี ธรรมดี
เศรษฐกิจจะดี การเมืองจะดี และศีลธรรมจะดี ไม่ได้ข้ึนกับการมี
รัฐธรรมนญู และกฎหมายอน่ื ๆ ดีเท่านัน้ แต่ขึ้นกับโครงสร้างทางสังคม
ประเทศอิตาลี ตอนเหนือกับตอนใต้ไม่เหมือนกัน ทั้งๆท่ีใช้
รัฐธรรมนูญและกฎหมายอน่ื ๆ เหมือนกัน
ตอนเหนือเชน่ แถวมลิ าน ทอเรโน เศรษฐกิจดี การเมืองดี และ
ศลี ธรรมดี
ตอนใต้ เช่น แถว ซิซิลี ซารด์ ิเนยี เศรษฐกิจไมด่ ี การเมอื งไม่ดี
และศีลธรรมไมด่ ี
Robert Putnam จากมหาวทิ ยาลยั ฮารว์ ารด์ ไปวจิ ยั และรายงาน
ในหนงั สอื ของเขาทเี่ ชอื่ วา่ “Making Democracy Work : Civic Traditions
in Modern Italy” ว่า ...
สาเหตทุ ท่ี ำ� ใหต้ อนเหนอื กบั ตอนใตข้ องอติ าลตี า่ งกนั คอื โครงสรา้ ง
ของสังคม
ตอนเหนอื เปน็ สงั คมทางราบ (Horizontal society) สว่ นทางตอน
โต้เป็นสังคมทางด่ิงมาหลายร้อยปีแล้ว และอย่างที่ช่ือหนังสือเขาบอก
ประชาธิปไตยท่ีจะให้ผลดีน้ัน ต้องเป็นสังคมที่มีความเป็นพลเมืองหรือ
Civic traditions ไมใ่ ชม่ ีแตก่ ารเลอื กต้งั
14 ประเวศ วะสี
เพราะตอนใต้ของอิตาลีก็มีการเลือกต้ัง แต่เศรษฐกิจก็ไม่ดี
การเมอื งไม่ดี และศลี ธรรมไมด่ ี เพราะมีโครงสรา้ งทางด่ิง
ถ้าเราเข้าใจเร่ืองโครงสร้างของสังคม กับศีลธรรมแล้ว ก็จะไม่
แปลกใจว่าทำ� ไมประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ และพุทธศาสนาก็เป็นของดี
จึงมีความเสือ่ มเสยี ทางศลี ธรรม เพราะสังคมไทยมีโครงสร้างทางดิ่ง
พุทธศาสนานั้นนิยมความสัมพันธ์ทางราบ แต่พุทธศาสนาใน
สังคมไทยก็ถูกโครงสรา้ งทางด่ิงเขา้ ครอบงำ�
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 15
๔จาสกภังจคพะตมภอ ไูมงอทเิ กอยา ก
จงึ จะพนวิกฤต
ลูกไกท่ ีอ่ ยู่ในไข่
ภพภูมิภายในไข่ที่มีเปลือกไข่หุ้ม เหมาะแก่การท่ีลูกไก่จะเจริญ
เตบิ โตข้ึน
แตเ่ มื่อลูกไกโ่ ตจนคับไข่ สภาพในไข่และเปลือกไข่ เป็นปัญหากบั
ลูกไก่ที่โตเติมไข่
ถา้ มนั ไมส่ ามารถกระเทาะเปลอื กไขอ่ อกมาสภู่ พภมู นิ อกไขท่ ก่ี วา้ ง
ขวางใหญโ่ ต เปลือกไข่จะรัดให้มันตายอยูใ่ นภพภูมิเก่าทีค่ บั แคบ
เดก็ ท่ีอยูในครรภม ารดาก็เชน เดยี วกัน
16 ประเวศ วะสี
เมื่อโตเต็มที่ แล้วก็ต้องคลอดออกมาเติบโตในภพภูมิใหม่นอก
มดลูก ถา้ คลอดออกมาไมไ่ ด้ กจ็ ะตายในมดลกู หรอื ตายทั้งแมท่ ง้ั ลกู
ในการเปลี่ยนภพภูมิ คือการคลอดออกมาน้ัน แม่ก็มีความเจ็บ
ปวดอย่างยิง่ ท่ีเรียกว่า Birth pain และมกั มีเลอื ดออกมาดว้ ย การคลอด
อาจเป็นสภาวะวิกฤตอย่างยงิ่
สภาวะเจ็บปวด การมีเลือดออก สภาวะวิกฤตของสังคมไทย มอง
อยา่ งหนง่ึ กไ็ ดว้ า่ เปน็ สภาวะของการทสี่ งั คมไทย กา� ลงั จะเปลย่ี นจากภพภมู เิ กา่
ที่คบั แคบ ไปสู่การเติบโตในภพภูมใิ หม่ท่กี ว้างขวางกว่าเดิม
สังคมไทยขณะนี้แตกต่างจากสังคมไทยคร้ังกรุงศรีอยุธยา หรือ
สมยั ตน้ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์ หรอื แมแ้ ตเ่ มอ่ื ๑๐๐ ปที แี่ ลว้ เกอื บจะโดยสน้ิ เชงิ
ทเี่ ตบิ โตมากขน้ึ มคี วามหลากหลายสดุ ประมาณ เชอื่ มโยงกบั สงั คมโลกทงั้
ทางเศรษฐกิจ การเงนิ การเมอื ง วัฒนธรรม การศึกษา ผ้คู นมีการรับรู้มี
เทคโนโลยตี า่ งๆ มากมาย เรยี กวา่ โตเต็มภพภูมิเดมิ อันคบั แคบ
ความคับแคบของภพภูมิเดิมก่อให้เกิดความบีบค้ัน จึงด้ินรน
อดึ อดั ขดั แยง้ รนุ แรง สงั คมกา� ลงั จะตอ้ งคลอดไปสภู่ พภมู ใิ หมท่ ก่ี วา้ งขวาง
กว่าเดิม จะได้เติบโตได้โดยอสิ ระ
ถา้ เราเขา้ ใจวา่ ความเจบ็ ปวด การมเี ลอื ดออก สภาวะวกิ ฤต ขณะ
นี้เป็นอาการของ Birth pain หรอื การที่สังคมไทยพยายามคลอดไปส่ภู พ
ภมู ใิ หม่ จะไดม้ ที า่ ทที ถ่ี กู ตอ้ งตอ่ สถานการณ์ ชว่ ยใหก้ ารเกดิ ใหมไ่ มร่ นุ แรง
เกิน และชว่ ยใหก้ ารเตบิ โตในภพภูมิใหมเ่ ป็นไปด้วยดี
สัมพันธภาพในสังคมไทยท่ีมีแต่กรุงศรีอยุธยาเป็นภพภูมิเก่าท่ี
สงั คมไทยสมยั ใหมห่ อ้ ยตดิ อยแู่ ละขดั แยง้ สงั คมใหมต่ อ้ งการสมั พนั ธภาพ
ใหม่
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 17
๕ ภพภูมิเกา :
ภสัมพพภนัมู ธิแภหงาอแพลาํะทนางาดจิง่
ธรรมชาตขิ องมนษุ ยม์ กี ิเลส
กิเลสอย่างหนึ่งคือ การคิดเชิงอ�านาจ และสัมพันธ์กับผู้อ่ืนเชิง
อา� นาจ
สัมพันธภาพเชิงอ�านาจเป็นสัมพันธภาพทางด่ิง(Top down)
ระหว่างผู้มอี า� นาจมากกวา่ กับผู้มอี า� นาจน้อยกว่า
สมั พนั ธภาพทางดง่ิ เหน็ ไดท้ ว่ั ไป ทง้ั กรณที ที า� ดว้ ยความหวงั ดหี รอื
ไม่ก็ตาม ทง้ั ที่เปน็ ทางการหรอื ไม่เปน็ ทางการ เชน่
18 ประเวศ วะสี
ข ้าราชการ พ ระเจ้าแผ่นดิน
เจ้านาย ข้าราtชการ
หมอ t ราษtฎร t
ลูกน้อง
ราษฏร
ครู
พ่อแม่ t
คนไข้
t
นกั เรียน
ลtูก
รูปท่ี ๔ สมั พันธภำพทำงดงิ่
สมั พันธภาพทางดิ่งเปน็ สัมพันธภาพแบบ “ทางเดียว”หรือ( one-
way) คอื ผู้มอี า� นาจ “ส่ัง”อย่างเดียว แตไ่ ม่ได้ “ฟัง” อกี ฝ่ายหน่ึง เชน่ พ่อ
แม่สัง่ ลูก ครูสง่ั นกั เรยี น หมอสงั่ คนไข้ ฯลฯ
ไม่มีพ่อแม่คนใดไม่รักลูก แต่กระน้ันก็ตาม เน่ืองจากเราอยู่ใน
วัฒนธรรมอ�านาจ การใชอ้ า� นาจจึงเปน็ วิสยั หรือเป็นไปดังอตั โนมัติ
พ่อแมจ่ ะอยากให้ลูกทา� อย่างน้นั อยา่ งนี้ ตามใจพอ่ แม่หรือตาม
ทีพ่ อ่ แมค่ ดิ เอาเอง โดยขาดความระลึกวา่ แมเ้ ขาเป็นลกู เรากจ็ ริง แตเ่ ขา
กเ็ ปน็ อกี ชวี ติ หนง่ึ ท่ีไมใ่ ชเ่ รา มคี วามรสู้ กึ นกึ คิดและความชอบหรือไม่ชอบ
เป็นของเขาเองท่ีไม่เหมือนพอ่ แม่
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 19
ถา้ เขาได้ทำ� ในสงิ่ ทีเขาชอบจะมคี วามสขุ ท�ำได้ดี ด่มื ด่ำ� กบั ส่ิงนนั้
มีสมาธิพยายามท�ำให้ประณีตกลายเป็นศิลปะหรือความงามท่ีเข้ามา
พฒั นาจิตใจ จะสนใจคน้ ควา้ หาความรเู้ พ่ือทำ� ส่ิงนั้นให้ดขี นึ้ ลกึ ขน้ึ
เม่ือลึกขึ้นก็จะไปเช่ือมโยงกับความรู้ท่ีเป็นองค์รวม เพราะสรรพ
สง่ิ ลว้ นเชอ่ื มโยง ทำ� ใหข้ ยายปญั ญาออกไปและเกดิ ศลี ธรรม เพราะศลี ธรรม
เกดิ จากปัญญาท่ีเขา้ ใจความสัมพันธข์ องตัวเรากบั ผู้อื่นและสิง่ อ่นื
น่ีคือส่ิงที่เรียกว่าอิสรภาพในการที่จะงอกงามอย่างหลากหลายและ
ไม่มที ่ีสน้ิ สดุ
แต่ เมื่อพ่อแม่บงั คับลูกใหเ้ ป็นไปตามท่ีพ่อแม่คิด
แมด้ ว้ ยความหวงั ดี กก็ อ่ ใหเ้ กดิ ความขดั แยง้ และบบี คนั้ เพราะลกู
กเ็ ปน็ อกี ชวี ติ หนงึ่ ดงั กลา่ วแลว้ เมอื่ เขาตอ้ งท�ำในสงิ่ ทเ่ี ขาไมช่ อบ เขากข็ าด
ความสุข ทำ� ไมไ่ ด้ดี ......
ตรงข้ามกบั ความงอกงามอย่างอิสระท่ีบรรยายขา้ งตน้ กลบั สร้าง
คนท่ีหงุดหงดิ ไม่มีความสขุ เปน็ โรคประสาท อาจไปตดิ ยาเสพตดิ สมอง
และศีลธรรมไมพ่ ฒั นาอยา่ งท่คี วร
นแี่ หละ ผลของสมั พนั ธภาพทางดง่ิ แมท้ ำ� ไปดว้ ยความหวงั ดที ส่ี ดุ
ของพอ่ แม่
สมั พนั ธภาพทางดง่ิ อนื่ ๆในสงั คมกเ็ ชน่ เดยี วกนั เชน่ ระหวา่ งครกู บั
นักเรียน ระหว่างหมอกับคนไข้ การรักษาโรคที่สำ� คัญที่สุดคือการท่ีหมอ
“ฟัง”คนไข้ และ “อธบิ าย”ให้คนไข้ฟงั แต่เป็นสิ่งที่หมอใชน้ ้อยทสี่ ุด เพราะ
เราอยู่ในวัฒนธรรมไม่เสมอภาคที่หมอมีอ�ำนาจมากกว่าคนไข้ เป็น
สัมพันธภาพทางด่งิ
20 ประเวศ วะสี
การเมือง ราชการ การศกึ ษา ธุรกิจ ศาสนา
tt
รูปที่ ๕ สัมพนั ธภาพในองค์กรทุกชนดิ ลว้ นเปน็ สมั พนั ธภาพเชงิ อำ� นาจหรือทางดิ่ง
ถา้ หมอฟงั คนไขม้ ากกวา่ นแี้ ละอธบิ ายใหค้ นไขฟ้ งั มากกวา่ นท้ี งั้ คน
ไขแ้ ละหมอจะฉลาดขึน้ การรักษาได้ผลดีขนึ้ ประหยดั การตรวจและการ
ใช้หยูกยาที่ไม่จ�ำเป็นลงไปได้มาก ท้ังคนไข้และหมอจะมีความสัมพันธ์ท่ี
สร้างสรรค์และให้ความสุขแกก่ ันและกัน
สมั พนั ธภาพทางราบเป็นสขุ สมั พันธ์และสัมพันธภาพที่สร้างสรรค์
เพราะสว่ นลกึ ของความสมั พนั ธแ์ บบนค้ี อื การเคารพศกั ดศิ์ รคี วาม
เป็นคนของกันและกนั หรอื คำ� นงึ ถึงความเปน็ คนของอกี ฝ่ายหน่ึง การฟัง
กนั ไมใ่ ชก่ ารสง่ั อยา่ งเดยี ว ทำ� ใหม้ กี ารเรยี นรรู้ ว่ มกนั จากสถานการณท์ เี่ ปน็
จรงิ หรอื จากการปฏิบัติ ทำ� ใหส้ ตปิ ญั ญางอกงาม
แต่ในเมื่อภพภูมิของสังคมไทยเป็นภพภูมิแห่งการใช้อ�ำนาจและ
สัมพันธภาพทางดิ่ง จึงมีสัมพันธภาพเชิงบีบคั้นหรือทุกขสัมพันธ์และไม่
สร้างสรรค์ มีการเรยี นรู้ต�่ำ สตปิ ัญญาไม่เติบโตเทา่ ทีค่ วร
ถ้าพ่อแม่ฟังลูกบ้าง ครูฟังนักเรียนบ้าง จะเติบโตทางปัญญาไป
ดว้ ยกันและสรา้ งความสขุ อยา่ งมหาศาล
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 21
แต่สังคมไทยก็ขาดทุนทางปัญญาและสุขสัมพันธ์เพราะเราอยู่ใน
ภพภมู ิแห่งอำ� นาจและสมั พันธภาพทางด่งิ
สมั พนั ธภาพในองค์กรทกุ ชนดิ ล้วนเป็นสัมพนั ธภาพทางดิ่ง
ไม่ว่าจะเป็นองคก์ รทางการเมอื ง ราชการ การศึกษา ธุรกิจ
หรือทางศาสนา
จงึ มปี ระสทิ ธภิ าพต่�ำ ใหป้ ระโยชนไ์ มค่ มุ้ คา่ (cost- effective) ผคู้ น
ในองคก์ รมีพฤติกรรมเบีย่ งเบน ขาดความสุข ขาดการเรียนรู้ มคี อร์รัปชั่น
สูง
ในภพภูมเิ ช่นน้ีประเทศไม่มพี ลังทจ่ี ะเคลือ่ นไปสคู่ วามเจรญิ ได้
อย่าว่าแตเ่ ราเลย ขนาดสหรฐั อเมริกา ซึง่ เมื่อตง้ั ประเทศพรอ้ มๆ
กับการเรม่ิ ตน้ ของกรงุ รตั นโกสินทรก์ ็เปน็ ประชาธิปไตยแลว้ สมั พนั ธภาพ
ในองค์กรต่างๆ ท้งั ๕ ประเภท ดังกล่าวขา้ งตน้ ก็ยงั เป็นสมั พนั ธภาพทาง
ด่งิ อยไู่ มน่ อ้ ย
Dee Hock (ดฮี อ็ ก) ซง่ึ เปน็ ผกู้ อ่ ตงั้ และ ซอี โี อคนแรกของธรุ กรรม
ท่ใี หญท่ ี่สุดในโลกคือ VISA CARD (วีซ่าการ์ด)
ในหนงั สอื ของเขาชอื่ “ Birth of the Chaordie Age” ได้กลา่ วถงึ
สัมพันธภาพทางด่ิงในองค์กรต่างๆในสหรัฐอเมริกาและพฤติกรรมเบ่ียง
เบนในองค์กรเหล่าน้ัน และเห็นว่ายุคสมัยแห่งสัมพันธภาพทางด่ิงน่าจะ
ต้องสิน้ สดุ ลงแล้ว
สัมพันธภาพทางดิ่งในสังคมไทยเข้มข้นและท่ัวถึงมากกว่าใน
สหรัฐอเมริกาที Dee Hock กล่าวถึงมาก
ระบบราชการไทย คือระบบรวมศนู ย์อำ� นาจทางด่ิงทีค่ รอบง�ำ
ประเทศไทยทั้งประเทศอย่างรนุ แรงและท่วั ถึง
22 ประเวศ วะสี
กรมตา่ งๆ ทม่ี เี ปน็ รอ้ ยกรม คอื เครอื่ งมือการรวมศนู ยอ์ ำ� นาจ ที่
ถูกจัดตั้งข้ึนโดยกฎหมาย มีอ�ำนาจครอบคลุมทุกตารางน้ิวของประเทศ
โดยอ�ำนาจรวมศนู ยอ์ ยูท่ ค่ี นๆ เดียว
อธบิ ดคี นเดยี ว หรอื ปลดั กระทรวงคนเดยี ว หรอื รฐั มนตรคี นเดยี ว
หรอื นายกรัฐมนตรคี นเดยี ว ถอื อำ� นาจรวมศูนย์
เมอ่ื ระบบราชการเปน็ สมั พนั ธภาพทางดง่ิ ขนาดหนกั จงึ เปน็ ทร่ี วม
ของโทษสมบตั ขิ องสมั พนั ธภาพทางดงิ่ ทก่ี ลา่ วมาขา้ งตน้ คอื ประสทิ ธภิ าพ
ต�่ำ ทำ� งานได้ผลไมค่ ุ้มค่า ผู้คนในองค์กรมีพฤติกรรมเบ่ียงเบน ขาดการ
เรยี นรู้ มสี ติปญั ญาต่�ำ คอรร์ ัปชน่ั สูง
ในสังคมสมัยใหม่ ซึง่ มคี วามหลากหลายซบั ซ้อนและยาก ระบบ
ราชการทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพตำ่� แกป้ ญั หาอะไรเกอื บไมไ่ ด้ แตใ่ ชท้ รพั ยากรของ
ประเทศอย่างมหาศาล ประเทศไปต่อไปไม่ได้ด้วยระบบราชการทางด่ิง
แบบนี้
ระบบพุทธศาสนาแบบรวมศนู ย์อ�ำนาจเช่นเดียวกับระบบราชการ
พุทธศาสนาเกิดจากคำ� สอนของศาสดาผู้ทรงภูมิปัญญาสูงสุดใน
สมัยพุทธกาล
พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์สาวกเป็นกลุ่มคนที่บรรลุธรรม เป็น
อสิ ระ มคี วามสขุ ดว้ ยการกนิ น้อย ใช้นอ้ ย ไมแ่ สวงอ�ำนาจ และโภคทรัพย์
ไม่ข้ึนกับพระราชาและระบบราชการของแคว้นใด แต่ท�ำหน้าท่ีสั่งสอน
อบรมรวมทง้ั แสดงการดำ� รงชวี ติ ใหด้ ู เปน็ ครขู องพระเจา้ แผน่ ดนิ ขา้ ราชการ
พอ่ ค้าวานิช ชาวไร่ ชาวนา แม้แตเ่ ทวดาทงั้ หลาย
ในสมัยปัจจุบันที่โลกระงมไปด้วยโลภะ โทสะ โมหะและวิกฤต
อย่างยิง่ พทุ ธศานาทแี่ ท้จริงจะย่งิ มีประโยชน์ต่อชาวโลก
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 23
แต่ พุทธศาสนาในประเทศไทยหมดศักยภาพลงไปอย่างน่า
เสยี ดาย เพราะถกู โครงสรา้ งทางดง่ิ เขา้ ครอบงำ� อย่างน้อยตง้ั แตค่ รัง้ กรงุ
ศรีอยธุ ยาลงมา
ครัง้ กรงุ ศรอี ยธุ ยา ชนชนั้ ปกครองขดั แย้ง แยง่ ชิงอ�ำนาจกนั อย่าง
รนุ แรงจงึ ตอ้ งการควบคมุ พระสงฆใ์ หเ้ ขา้ เปน็ พวกสนบั สนนุ ฝา่ ยตน ระบบ
การปกครองของคณะสงฆ์รวมศูนย์อ�ำนาจและอยู่ใต้อ�ำนาจรัฐ พระมหา
กษตั รยิ ท์ รงแต่งตง้ั พระสงั ฆราชและอวยสมณศกั ด์ิแกพ่ ระสงฆ์ลดหล่นั กัน
เพอ่ื การปกครอง แบบท่เี ขาเรียกกนั ว่า “เอายศให้ชา้ ง เอาขนุ นางให้พระ”
น่ีกเ็ ป็นระบบรวมศนู ยอ์ �ำนาจเข้าสสู่ ว่ นกลาง ท�ำใหพ้ ระเกือบทุก
รูปอยากมีสมณศกั ดิก์ นั ทัง้ สน้ิ ซ่งึ สวนทางกบั พระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าท่านเป็นเจ้า แล้วลาออกมาเป็นคนธรรมดาสามัญ
หรอื ผขู้ อ(ภกิ ขผุ ภู้ กิ ขาจาร) แตเ่ วลานล้ี กู ชาวบา้ นอยากเปน็ สมเดจ็ อำ� นาจ
เงิน และเรอ่ื งทางเพศ เป็นสหายกนั น�ำไปส่คู วามเส่ือมไดง้ า่ ย
อะไรๆ ทเ่ี ปน็ ผลเสียของสัมพนั ธภาพทางดิ่งทีก่ ล่าวมา ก็เกดิ ขน้ึ
ในระบบสงฆ์แบบรวมศูนย์อ�ำนาจด้วย ท�ำให้คณะสงฆ์มีศักยภาพไม่มาก
ในการแก้ทุกขข์ องชาวบ้านและของชาวเมืองไปอย่างน่าเสียดาย
สมยั นเ้ี ปน็ สมยั ประชาธปิ ไตย และการกระจายอำ� นาจรฐั ไมจ่ ำ� เปน็
ตอ้ งครอบงำ� คณะสงฆอ์ กี ตอ่ ไป ควรจะทบทวนสมั พนั ธภาพในหมสู่ งฆแ์ ละ
ระหว่างสงฆ์กับรฐั และกบั ประชาชน ตามอดุ มคติในพระพุทธศาสนา
24 ประเวศ วะสี
สรุป
ภพภูมิเก่าของสังคมไทย ซึ่งมีวิธีคิดเชิงอำ� นาจและสัมพันธภาพ
ทางดิ่งเป็นภพภูมิท่ีคับแคบ บีบค้ัน มีสมรรถนะตำ�่ และพฤติกรรมเบี่ยง
เบน สร้างคุณธรรมไม่ได้ และตดิ อยูใ่ นสภาวะวกิ ฤต ไมส่ ามารถแกป้ ัญหา
ไดใ้ นภพภมู เิ ดมิ ตอ้ งคลอดหรอื เปลย่ี นผา่ นไปสภู่ พภมู ใิ หม่ ทเ่ี ปดิ พนื้ ทที่ าง
สงั คมและพื้นท่ที างปัญญาอยา่ งกว้างขวาง
ที่เรยี กว่า การปฏวิ ตั สิ ัมพันธภาพ(Associational Revolution)
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 25
๖ มรรค
๘แหงการปฏวิ ตั ิ
สัมพนั ธภาพ
การปฏวิ ตั หิ มายถงึ การเปลย่ี นแปลงขน้ั พนื้ ฐานในวธิ คี ดิ คณุ คา่
และโครงสร้างอา� นาจ ไมจ่ �าเป็นตอ้ งหมายถงึ ความรนุ แรง
ความรุนแรงบ่อยๆ คร้ังก็ไม่ใช่การปฏิวัติ หากไม่มีการเปล่ียน
แปลงขั้นพืน้ ฐานในวธิ ีคดิ คณุ คา่ และโครงสรา้ งอ�านาจ
การปฏิวัติสัมพันธภาพ ท่ีเรียกว่าการปฏิวัติเพราะอยู่บนพื้นฐาน
การเปลี่ยนแปลงที่ลึกท่ีสุด น่ันคือ เปลี่ยนโลกทัศน์ - วิธีคิด - จิตส�านึก
อาจรวมเรียกว่า การปฏิวัติจิตส�านึก (Consciousness Revolution)หรือ
การเกดิ ขึน้ ของจิตส�านกึ ใหม่
26 ประเวศ วะสี
จิตส�านึกเก่า เกิดจากโลกทัศน์อันคับแคบท่ีเห็นแก่ตัวและพวก
เปน็ ส�าคัญ เปน็ จติ เล็ก คดิ เชงิ อ�านาจ ท�าใหเ้ กิดสัมพันธภาพทางดิ่ง
จติ สา� นกึ ใหม่ เกิดจากโลกทศั น์กวา้ ง เห็นความส�าคัญของคนอืน่
และสง่ิ อื่นเคารพศักด์ิศรีความเปน็ คนของเพื่อนมนษุ ย์ เป็นจติ ใหญ่ ท�าให้
เกดิ สมั พนั ธภาพทางราบ
การปฏิวัติสัมพันธภาพจึงประกอบด้วย การเกิดจิตส�านึกใหม่และ
สัมพนั ธภาพทางราบหรอื การปฏิวัติแฝด (Twin Revolutions) คอื ปฏวิ ตั ิ
จิตส�านึก (Consciousness Revolution) - การปฏิวัติสัมพันธภาพ (Asso-
ciational Revolution)
จติ สา� นกึ ใหมแ่ ละสมั พนั ธภาพทางราบจะเปดิ พนื้ ทท่ี างสงั คมและ
พ้ืนที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง ตรงข้ามกับสัมพันธภาพทางดิ่ง ซ่ึงปิด
พนื้ ทที่ างสังคมและพน้ื ทท่ี างปญั ญาให้คับแคบ
มรรค ๘ แห่งการปฏวิ ตั สิ มั พันธภาพ
มรรค ๘ แหง่ การปฏิวัตสิ มั พนั ธภาพอาจมีได้ดังน้ี (รูปที่ ๖)
๑. ส�านึกใหม่ของบุคคล - ออกจากคุกทมี่ องไมเ่ หน็ (The invisible
Prison)
เพราะมายาคติตา่ งๆ ในสงั คม บคุ คลแต่ละคนเปรยี บประดุจถกู
จองจ�าอยูในคกุ ทม่ี องไมเ่ หน็ ขาดอิสรภาพ ถูกบบี ค้นั ไมม่ ีศกั ยภาพ และ
ขาดความสขุ
การมีส�านึกใหม่จึงส�าคัญท่ีสุด ส�านึกในศักดิ์ศรีและศักยภาพใน
ความเปน็ มนุษย์ของตัวเองวา่ เรามเี กียรติ มีศกั ด์ศิ รแี ห่งความเปน็ คนของ
ตัวเราเอง โดยไมต่ ้องมใี ครมาแตง่ ตั้งหรอื ยกย่อง
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 27
๘. การสื่อสาร
เพื่อจิตสำ�นึกและ
สัมพันธภาพใหม่
๗.ชุมชน ระบบราชการใหม่ จิต
ท้องถิ่น = กระจายอำ�นาจ
เข้มแข็ง
๖. การเมืองใหม่
ประชาธิปไตยทางราบ
รูปที่ ๖ มรรค ๘ แห่งการปฏวิ ัติสมั พันธภาพ
28 ประเวศ วะสี
๑. สำ�นึกใหม่บุคคล
ต สำส นึกให ๒. รวมตัว = สังคม
ปฏิวัติ ร่วมคิดร่วมทำ� เข้มแข็ง
ม่ สัมพันธภาพทางราบ ๓. สัมพันธ์ภาพใหม่
ในครอบครัว
๔. สัมพันธ์ภาพใหม่
ในการศึกษา
๕. สัมพันธ์ภาพใหม่ในองค์กร
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 29
เราสามารถทำ� อะไรดๆี ได้ สำ� นกึ ในศกั ดศิ์ รแี หง่ ความเปน็ คนของ
ตวั เองจะใหค้ วามสขุ อยา่ งลกึ ลำ�้ และเกดิ ความเคารพในศกั ดศิ์ รแี หง่ ความ
เปน็ คนของเพอื่ นมนษุ ย์ น้ีเป็นปฐมบทแห่งการปฏวิ ัติ
ผใู้ ดทรี่ ใู้ นเรอื่ งนแี้ ลว้ หรอื มปี ระสบการณแ์ หง่ การมสี �ำนกึ ใหมต่ อ้ ง
เป็นกลั ยาณมิตร ชว่ ยให้คนอ่นื ๆ ได้รจู้ ักการมีสำ� นึกใหม่
องคก์ รและกจิ กรรมตา่ งๆ ในสงั คมตอ้ งมกี ลั ยาณมติ รธรรมนอี้ ยา่ ง
กว้างขวาง ซ่งึ ในท่ีสดุ คนทงั้ ปวงมสี ำ� นึกใหม่ นี้จะเปน็ การปฏวิ ัติทีแ่ ท้จรงิ
๒. มกี ารรวมตัวร่วมคดิ ร่วมท�ำ
ในทุกพ้ืนที่ ในทกุ องคก์ ร และในทุกเรอื่ ง เกิดสงั คมเขม้ แข็ง
การรวมตวั รว่ มคิดร่วมท�ำ
การรวมตวั ร่วมคดิ ร่วมทำ� เปน็ สัมพันธภาพทางราบ ผคู้ นมีความ
เสมอภาค ภราดรภาพ และสามัคคธี รรม
ธรรมะแหง่ การรวมตวั รว่ มคดิ รว่ มท�ำเรยี กวา่ อปรหิ านยิ ธรรม หรอื
ธรรมะเพื่อความเจริญถ่ายเดียว ที่พระพุทธองค์ตรัสสอนมากท่ีสุดเมื่อ
ประทบั บนเขาคชิ กฎุ เปน็ ครงั้ สดุ ทา้ ย(ดพู ระไตรปฎิ ก มหาปรนิ พิ พานสตู ร)
ควรทพี่ ระคณุ เจา้ ทง้ั หลายจะทำ� ความเขา้ ใจใหด้ แี ละนำ� มาเผยแพร่
ถ้ามีการรวมตัวร่วมคิดร่วมท�ำเต็มสังคม สังคมก็เปล่ียนเป็นสังคมทาง
ราบ(Horizontal Society) หรือประชาสังคมหรือสังคมเข้มแข็ง ซึ่งเป็น
ปจั จยั ใหเ้ ศรษฐกจิ ดี การเมอื งดี และศลิ ธรรมดี สงั คมเขม้ แขง็ จงึ เปน็ ปจั จยั
ช้ีขาดอนาคตของประเทศ
30 ประเวศ วะสี
๓. สมั พนั ธภาพใหม่ในครอบครวั
ถ้าพ่อแมร่ ู้สกึ ว่า ลูกมชี วี ติ จติ ใจของตนเองไมใ่ ชอ้ �ำนาจบงั คับให้
ลกู ทำ� ตามใจพอ่ แม่ แตเ่ ลยี้ งดอู ยา่ งมปี ฏสิ มั พนั ธ์ดว้ ยการเรยี นรจู้ ากกัน ก็
จะเปน็ สัมพนั ธภาพท่ใี ห้ความสขุ ปญั ญา และความสร้างสรรค์แก่ท้งั สอง
ฝา่ ย ลกู มโี อกาสเลอื กเองทำ� เอง คดิ เอง กจ็ ะมคี วามสขุ กระตนุ้ สมองสว่ น
หนา้ ซงึ่ เก่ียวกับสติปัญญา ความมีเหตผุ ล วจิ ารณญาณ และศีลธรรม
ครอบครัวจะกลายเป็นสถาบันท่ีพัฒนาบุคลิกภาพของเด็กและ
เยาวชนทสี่ ำ� คญั ท่สี ดุ
ครอบครัวท่ีจะท�ำอย่างน้ีได้ต้องไม่อยู่ในสถานะท่ียากจนและบีบ
คั้นเกินไป เพราะฉะน้ันการพัฒนาอย่างบูรณาการท่ีมีเป้าหมายสร้าง
สัมมาชพี เต็มพน้ื ท่จี งึ จ�ำเป็นส�ำหรบั การพัฒนาครอบครัว
๔. สัมพันธภาพใหม่ในการศึกษา
การเรยี นรทู้ ดี่ ีเปน็ สงิ่ ที่ประเสริฐท่สี ดุ ของมนษุ ย์
สภาพที่เอ้อื อ�ำนวยตอ่ การเรียน จงึ มีความสำ� คัญ สมั พันธภาพที่
ดที ำ� ให้มคี วามสุขและกอ่ ให้เกิดการเรียนร้จู ากกัน
ครูต้องเปลี่ยนจากผู้สอน ซ่ึงหลุดเข้าไปสู่การใช้อ�ำนาจง่ายๆ
บงั คับให้เรียน ใหท้ อ่ งจำ� ตามที่ครูสอนและสอบ ซ่ึงจำ� กดั การเรยี นรอู้ ยา่ ง
ยิ่ง และครูเองก็จะล้าสมัยโดยรวดเร็วเพราะเอาแต่สอนแต่ไม่ใช่ผู้เรียนรู้
ดว้ ย
ครูต้องเปล่ียนบทบาทไปเป็นผู้ส่งเสริมการเรียนรู้ ท้ังการเรียนรู้
ของนกั เรยี นและของครเู อง นน่ั คอื มปี ฏสิ มั พนั ธใ์ หมด่ ว้ ยการเรยี นรรู้ ว่ มกนั
ในการปฏิบัติและไม่ใช่เรียนรู้แต่วิชาเท่าน้ัน เรียนรู้จากทุกส่ิงทุกอย่างที่
เกี่ยวกบั ชวี ติ
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 31
หากมีสัมพันธภาพใหม่ในการศึกษา ปริมาณของการเรียนรู้ของ
นักเรียนและครู จะมีความสุข การพัฒนาสมองส่วนหน้า การพัฒนา
บคุ ลกิ ภาพและศลี ธรรม จึงมหาศาลยิง่ นัก
การศึกษาก็จะกลายเป็นขุมทรัพย์อันประเสริฐในการพัฒนาชีวิต
สังคมและประเทศชาติ ไมเ่ ป็นขุมอเวจอี ีกต่อไป
๕. สัมพันธภาพใหม่ในองค์กร
สัมพันธภาพทางด่ิงในองค์กรทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นทางการเมือง
ราชการ การศึกษา ธุรกิจ ศาสนา หรืออื่นใดควรจะปรับเปลี่ยนเป็น
สมั พันธภาพทางราบ ซง่ึ จะตอ้ งลดความเปน็ ทางการ (formal) และเน้น
ความไม่เปน็ ทางการ(informal)มากขึ้น
ความป็นทางการ จะเน้นกฎหมาย กฎระเบยี บ การบังคับ การ
ควบคมุ และสงั่ การจากบนลงลา่ ง เตม็ ไปดว้ ยรปู แบบ (form) มากกวา่ สาระ
จึงแข็งตัว ได้ผลน้อย ผู้คนมีพฤติกรรมเบ่ียงเบน มีการเรียนรู้น้อย มี
ประสิทธภิ าพต่�ำ
ความไมเ่ ปน็ ทางการ มมี ากอ่ นความเปน็ ทางการ ใหญก่ วา่ มคี วาม
เป็นธรรมชาติมากกว่า มีน้�ำจิตน้�ำใจมากกว่า ผู้คนมีความสุขและมี
ประสทิ ธภิ าพมากกว่า
จึงควรเห็นคุณค่าความไม่เป็นทางการในระบบและองค์กรต่างๆ
มากข้ึน สง่ เสริมใหผ้ ้คู นรวมตัวร่วมคดิ รว่ มทำ� ทัง้ ภายในสายงานและขา้ ม
สายงาน
ดงั ทีเ่ รยี กกนั ว่า ชุมชนผู้ปฏบิ ตั ิ (Community of Practice)บา้ ง
หรอื เป็นเครือข่ายบ้าง
32 ประเวศ วะสี
มีโครงสร้างทางราบท่ีเสนอขึ้นเพ่ือการใช้งานมาหลายปีแล้วท่ี
เรยี กว่า INN ซึ่งมีความหมายดังน้ี
I = Indovidual = ปจั เจกบคุ คล ไมว่ า่ จะอยทู่ ใ่ี ด มสี ำ� นกึ ในศกั ดศ์ิ รี
และศักยภาพความเปน็ มนษุ ย์ของตวั เอง สามารถทำ� อะไรดีๆ ซ่งึ จะปลด
ปลอ่ ยตนเองไปสอู่ สิ รภาพ ความสขุ และศกั ยภาพ แมย้ งั อยใู่ นโครงสรา้ งท่ี
บีบคัน้
N = Nodes = กลุ่ม คนทถี่ กู จริตกันหรอื มคี วามมุง่ หมายเดียวกัน
รวมตัวร่วมคดิ ร่วมทำ� ตามพื้นทหี่ รือตามภารกจิ มกี ารเรยี นรูร้ ่วมกันใน
การปฏบิ ตั ิ การรวมตวั รว่ มคดิ รว่ มท�ำนจ้ี ะใหค้ วามสขุ เหลอื หลายและความ
สร้างสรรค์อย่างมหัศจรรย์ ความสุขที่เกิดจากการรวมกลุ่มซ่ึงเป็น
สัมพันธภาพทางราบนี้มีผู้บรรยายว่า ประดุจบรรลุนิพพาน อาจเรียกว่า
เปน็ นพิ พานทางสังคม(social nirvana)
N = Networks = เครอื ข่าย ปัจเจกบุคคลกด็ ี กลุม่ กด็ ี เชือ่ มโยง
กันเปน็ เครอื ข่ายดว้ ยความสมคั รใจ แต่ละคน แตล่ ะกล่มุ อาจอยู่ในหลาย
เครือข่าย ในเครือข่ายไมม่ ีใครอ�ำนาจเหนือใคร แต่เปน็ การเรียนรรู้ ว่ มกัน
ในการปฏบิ ัติและไดป้ ระโยชนร์ ่วมกัน
INN นจี้ ะเปน็ โครงสรา้ งทางราบเหมอื นโครงสรา้ งในสมองทเ่ี รยี ก
วา่ neuronal networks ทำ� ให้มีศักยภาพในการเรยี นรู้สงู มาก
ถ้าโครงสร้างในสมองเป็นโครงสร้างทางด่ิง เราคงจะตายไปนาน
แล้ว
สัมพนั ธภาพทางราบแบบท่ีเรยี กวา่ INN นส้ี ามารถทจี่ ะลงมอื ท�ำ
เองไดเ้ ลย ไม่ตอ้ งขออนมุ ตั ิใคร ผ้คู นจะพบความสุขและความสร้างสรรค์
ใหม่ องค์กรจะประสบความสำ� เร็จมากขน้ึ
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 33
๖. ประชาธิปไตยแนวราบ (Associational democracy)
ประชาธปิ ไตยทผ่ี า่ นมา อาจเรยี กวา่ ประชาธปิ ไตยแนวดงิ่ (Vertical
democracy) การเลอื กตงั้ เปน็ กลไกใหไ้ ดม้ าซงึ่ อำ� นาจ แลว้ กใ็ ชอ้ ำ� นาจแนว
ดิ่ง ในระบบรัฐท่รี วมศูนย์อำ� นาจ
ฉะนั้น เม่ือวัฒนธรรมและสัมพันธภาพในสังคมทั้งหมดเป็นแนว
ด่ิง แมม้ กี ารเลือกต้งั ก็ยังไม่สามารถท�ำให้เกิดคณุ ธรรมและศลี ธรรม
ดังที่มีการใช้เงนิ และใช้อำ� นาจในการเลือกตัง้ เมอ่ื ได้รบั การเลือก
ตั้งไปแล้ว กม็ ีพฤติกรรมเบ่ยี งเบนตา่ งๆ เชน่ การโกงเงนิ และใช้อ�ำนาจรัฐ
โดยไม่ถกู ต้อง
ฉะนนั้ เพยี งการมรี ฐั ธรรมนญู และการเลอื กตง้ั ตราบใดทส่ี มั พนั ธ
ภาพยังเปน็ แนวดิ่ง ยังไมอ่ าจท�ำให้เศรษฐกจิ ดี การเมอื งดี และศลี ธรรมดี
ดังในประเทศอิตาลี ตามท่ียกตวั อย่างมาข้างต้น
จงึ ควรคดิ ถงึ ประชาธปิ ไตยแนวราบ(Horizontal democracy หรอื
Associational democracy) หรือประชาธิปไตยที่เป็นไปกับการปฏิวัติ
สัมพันธภาพ ตามทก่ี ล่าวถงึ ในมรรคอีก ๗ มรรค ณ ทนี่ ด้ี ้วย
๗. ระบบราชการใหม่ – กระจายอ�ำนาจ
ระบบราชการซ่ึงรวมศูนย์อ�ำนาจใหญ่โตคับบ้านคับเมือง ถ้ายัง
เหมือนเดิม ไม่สามารถแก้ปัญหาทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ สิ่ง
แวดล้อม และวิกฤตศีลธรรมได้ ต้องกระจายอ�ำนาจไปให้ประชาชน
ปกครองตนเองมากทีส่ ดุ ในรูปตา่ งๆ เชน่
l ชมุ ชนจดั การตนเอง
l ทอ้ งถน่ิ จดั การตนเอง
34 ประเวศ วะสี
l จงั หวดั จัดการตนเอง
l กลมุ่ ทางสงั คมทเี่ ขา้ มาจดั การเรอ่ื งตา่ งๆ แทนรฐั หรอื รว่ มกบั รฐั
ถ้าเป็นระบบราชการก็จะเป็นสัมพันธภาพทางด่ิง แต่การท่ี
ประชาชนรวมตัวกันจัดการในเร่ืองต่างๆ สัมพันธภาพก็จะเป็นทางราบ
หรือทางราบมากกว่า
ระบบราชการตอ้ งปรับบทบาทจากการเป็นผทู้ �ำเอง(และทำ� ไมไ่ ด้
ดีแต่หมดเปลืองงบประมาณมาก) ไปเป็นบทบาทสนับสนุนทางนโยบาย
และวชิ าการใหผ้ อู้ นื่ ทำ� มากทสี่ ดุ เชน่ ชมุ ชนทอ้ งถนิ่ ภาคธรุ กจิ เอกชน ภาค
สงั คมสาธารณประโยชน์
การท่ีระบบราชการจะมีบทบาทสนับสนุนทางนโยบายและ
วชิ าการได้จะตอ้ งมสี ตปิ ัญญาสูงมาก เดิมใช้แต่อำ� นาจ แตก่ ารเรยี นรแู้ ละ
สติปญั ญามีน้อย เปน็ ตน้ เหตขุ องรฐั ล้มเหลว
ในการปฏวิ ตั สิ มั พนั ธภาพจงึ ตอ้ งการปฏริ ปู หรอื ปฏวิ ตั บิ ทบาทของ
ภาครัฐ
๘. การสือ่ สารเพอื่ ปฏิวัตสิ มั พันธภาพ
เครอื่ งมอื สำ� คญั ท่สี ดุ ของการปฏวิ ัติสมั พันธภาพ คอื การส่ือสาร
ในปจั จุบันและอนาคตอนั ใกล้ เทคโนโลยกี ารสื่อสารสมัยใหมจ่ ะ
เช่ือมโยงคนท้ังประเทศใหร้ ถู้ ึงกนั และสอื่ ถึงกนั ทนั ที
ควรมีคนรุ่นใหม่ที่สนใจการสื่อสาร ท�ำความเข้าใจประเด็น
ประเทศไทย เขา้ ใจการปฏวิ ตั สิ มั พนั ธภาพ แลว้ สามารถสรา้ งสารทม่ี เี สนห่ ์
โดนใจผู้คนแลว้ สอ่ื สารออกไปอย่างกวา้ งขวาง
ถ้าท�ำไดด้ ีสังคมไทยจะเปลย่ี นแปลงไปในทางบวกไดโ้ ดยรวดเร็ว
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 35
ควรจะมอี งคก์ รของรฐั ทเี่ ปน็ อสิ ระ เปน็ สถาบนั การสอื่ สารเพอ่ื พฒั นา
ประเทศไทย ที่ไม่ใชท่ �ำงานทางเทคโนโลยีสือ่ แต่เนน้ การสร้างผ้เู ชย่ี วชาญ
การผลติ สาร เพื่อสร้างจิตสำ� นึกใหม่และสัมพันธภาพใหมใ่ นสงั คมไทย
จิตส�ำนึกใหม่และสัมพันธภาพใหม่ หรือการปฏิวัติสัมพันธภาพ
เท่านั้นท่ีจะสร้างคณุ ธรรมและศลี ธรรมขึน้ มาได้
36 ประเวศ วะสี
สรุป
น้ีแลคอื มรรค ๘ แหง่ การปฏวิ ตั ิสมั พนั ธภาพ อันประกอบดว้ ย
๑. ส�ำนกึ ใหมข่ องบคุ คล
๒. การรวมตวั ร่วมคดิ ร่วมท�ำในทกุ พนื้ ท่ี ในทุกองคก์ ร และใน
ทกุ เร่อื ง = สังคมเขม้ แขง็
๓. สัมพนั ธภาพใหม่ในครอบครัว
๔. สมั พันธภาพใหม่ในการศกึ ษา
๕. สมั พนั ธใหม่ในองค์กร
๖. การเมอื งใหม่ - ประชาธปิ ไตยทางราบ
๗. ระบบราชการใหม่ - กระจายอำ� นาจ =ชมุ ชนทอ้ งถนิ่ เข้มแขง็
๘. การสือ่ สารจิตสำ� นึกใหมแ่ ละสัมพนั ธภาพใหม่
มรรคทง้ั ๘ น้อี ยู่ในกนั และกนั แบบที่เรยี กวา่ มรรคสมงั คี
และครอบคลุมพื้นที่เกือบท้ังหมดของชีวิตและสังคม ผู้คน
สามารถเลือกทำ� ในมรรคหน่ึงมรรคใดทตี่ วั ชอบ แตใ่ นทีส่ ดุ ก็จะเชอ่ื มโยง
กนั ไปทงั้ หมด ก่อใหเ้ กิดสมั พันธภาพใหม่ทั้งแผน่ ดนิ
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 37
๗ สงั คม แหง
การอยรู ว มกัน อยา ง
สมดุลปฏิวัติจิตส�านึก -ปฏิวัติสัมพันธภาพ -
ปฏิวัติสังคม
ขณะน้ีโลกวกิ ฤต การอยู่รว่ มกัน กเ็ ป็นเพราะขาดคณุ ธรรม
แมป้ ระเทศตะวนั ตก ทพี่ ฒั นาประชาธปิ ไตยมากอ่ นเราหลายรอ้ ย
ปี จนเรยี กวา่ มปี ระชาธปิ ไตยทมี่ วี ฒุ สิ ภาวะ (Mature Democracy) ขณะ
น้เี กดิ ความเหล่ือมล้า� สดุ ๆ
ท่ี Joseph E. Stiglitz (โจเซฟ สตกิ ลติ ซ์ ) นกั เศรษฐศาสตรร์ างวลั
โนเบลชาวอเมรกิ าเรียกวา่ ปรากฎการณ์ 99:1 กลา่ วคอื การพฒั นาเปน็
ประโยชน์ต่อคน ๑ เปอร์เซนตเ์ ทา่ นนั้
38 ประเวศ วะสี
ความเหลื่อมล�้าที่มากเกินไปท�าให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาเป็น
กุรุสๆ รวมทั้ง อาชญากรรม ความรุนแรง และค�าถามเกี่ยวกับประชา
ธปิ ไตย ว่าจรงิ ๆ แล้วทเี่ รียกว่า One Man One Vote กเ็ ปน็ เพียงพธิ ี
กรรมทางอ�านาจอย่างหน่ึงหรือเปล่า ท่ีไม่ท�าให้เกิดประชาธิปไตยทาง
เศรษฐกจิ
นอกจากนนั้ ระบบเศรษฐกจิ แบบบรโิ ภคนยิ มทกี่ ระตนุ้ การบรโิ ภค
จนเกนิ เลยทา� ใหเ้ กดิ การทา� ลายสง่ิ แวดลอ้ ม จนแมเ้ กดิ สภาวะโลกรอ้ นอนั
กา� ลงั ทา� ใหเ้ กดิ หายนภยั ตา่ งๆ มากขนึ้ และรนุ แรงขน้ึ ทกุ ที จนไมร่ จู้ ะอยกู่ นั
อยา่ งไรในอนาคต
การเสยี สมดลุ ทางสงั คมและสมดลุ ทางธรรมชาตแิ วดลอ้ ม คอื วกิ ฤต
ใหญ่ของมนุษยชาติในปัจจุบัน เป็นวิกฤตทางอารยธรรม(Civiliza tion
Crisis)
วิกฤตทางอารยธรรม เปน็ วกิ ฤตของโลกทศั น์ - วธิ ีคิด - จิตสา� นึก
และวถิ ชี ีวติ ซง่ึ หมายถึง ความเชอ่ื เกย่ี วกบั ระบบเศรษฐกิจ สังคม และ
การเมืองที่ดา� รงอยดู่ ว้ ยกัน
นักปราชญฝ์ ร่งั ๓ คน คอื Laslo Grof และ Russell คุยกนั ท่ี
ชายฝังแคลิฟอรเ์ นีย ๓ วัน ๓ คนื เห็นว่าอารยธรรมตะวนั ตก (Western
Civilization) กา� ลงั พาโลกทงั้ โลกเขา้ ไปสสู่ ภาวะวกิ ฤตอยา่ งรนุ แรง และหนี
ไมพ่ น้ ทจ่ี ะวกิ ฤต เพราะเปน็ อารยธรรมวตั ถนุ ยิ มบรโิ ภคนยิ ม มที างเดยี ว
เท่านั้นท่ีมนุษยชาติจะพ้นวิกฤตใหญ่คราวนี้ไปได้ คือการปฏิวัติจิตส�านึก
(Consciousness Revolution)
ทา่ นดาไล ลามะ กล่าวว่าโลกวกิ ฤตเพราะเปน็ โรคพร่องทางจิต
วญิ ญาณ (Spiritual Deficiency) เพราะฉะนั้นทางแก้คือ การปฏวิ ัตทิ าง
จติ วิญญาณ (Spiritual Revolution)
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 39
ท่านอาจารย์พุทธทาส ได้มองเห็นวิกฤตใหญ่ล่วงหน้ามานานว่า
วัตถุนยิ มนำ� ไปสู่ความวนิ าศของโลก
ท่านกลา่ วว่า “ถ้าศีลธรรมไมก่ ลบั คืนมาโลกาวนิ าศ” ท่านเตอื น
ใหม้ นุษย์ถอนตัวออกจากวัตถนุ ยิ ม
กท็ ำ� นองเดียวกันทน่ี กั ปราชญ์ฝรง่ั และท่านดาไล ลามะ กลา่ วดงั
อา้ งขา้ งตน้ เวน้ แต่ว่าทา่ นอาจารย์พทุ ธทาสกลา่ วมาก่อนเนิ่นนาน นบั แต่
ท่านสรา้ งสวนโมกข์ เม่ือปี พ.ศ. ๒๔๗๕ โนน่ กว็ า่ ได้
ฝรงั่ ถงึ แมว้ า่ จะวา่ ฉลาด แตก่ เ็ อาโลภะมาเปน็ เครอ่ื งมอื ขบั เคลอื่ น
การพฒั นาดงั ทีม่ กี ารพดู วา่ “Greed is Good” หรอื ความโลภเป็นของดี
เพราะกระตุ้นใหเ้ กิดการพฒั นา
แตค่ วามโลภกน็ ำ� ไปสคู่ วามรนุ แรง (โทสะ) และความหลง(โมหะ)
หรอื อวิชชา ท้งั โลภะ โทสะ โมหะ เปน็ อกุศลมูล
เมื่อน�ำมาเป็นเคร่ืองขับเคลื่อนโลก โลกก็รุนแรงแตกแยก “เงิน
นิยม” เขา้ ครองโลก แม้วัดวาอารามก็ทานไมอ่ ยู่ คณุ ธรรมและศลี ธรรมก็
อนั ตรธาน
ถ้ามนุษยชาติจะพ้นวิกฤตก็ต้องเปลี่ยนตัวตั้ง เอาการอยู่ร่วมกัน
เปน็ ตวั ตงั้ ไมใ่ ชก่ ารคา้ เสรแี ละการเงนิ เสรเี ปน็ ตวั ตง้ั เพราะการคา้ เสรแี ละ
การเงินเสรี ถ้าไม่ระวังก็เป็นเคร่ืองมือของโลกเสรี ซ่ึงท�ำลายการอยู่ร่วม
กนั
คุณธรรมและศลี ธรรมต้องเป็นไปเพื่อการอยู่ร่วมกนั อย่างสมดลุ
คุณธรรมและศีลธรรมในโลก ท่ีวิกฤตอารยธรรมอย่างรุนแรงไม่
เกดิ โดยการสง่ั สอนแบบเกา่ ๆ เพราะโลกสมยั ใหมน่ ต้ี า่ งจากครง้ั พทุ ธกาล
และครสิ ตกาลโดยสน้ิ เชงิ เพราะสลบั ซบั ซอ้ น และกำ� ลงั วกิ ฤตความซบั ซอ้ น
40 ประเวศ วะสี
(Complexity Crisis) ซง่ึ ยากย่ิง เพราะมีความเขา้ ใจความซบั ซ้อนน้อย
คุณธรรมและศีลธรรมจะกลับมาครองโลกสมัยใหม่ได้ด้วยการ
ปฏิวัตใิ หญ่ ๓ ประการเชื่อมโยงกนั คอื
ปฏวิ ตั ิจิตส�ำนึก
ปฏิวตั ิสมั พันธภาพ
ปฏิวตั ิสงั คม
ในตอนทแี่ ลว้ ทกี่ ลา่ วถงึ มรรค ๘ แหง่ การปฏวิ ตั สิ มั พนั ธภาพ ถา้
กลบั ไปดใู หด้ ๆี กจ็ ะเหน็ การปฏวิ ตั จิ ติ ส�ำนกึ และปฏวิ ตั สิ งั คมอยใู่ นนนั้ ดว้ ย
ปฏวิ ัติ ๓ ประการนี้อยู่ในกันและกัน
การปฏวิ ตั จิ ติ สำ� นกึ หรอื การสรา้ งจติ สำ� นกึ ใหม่ กำ� ลงั เปน็ กระแสใหญ่
ในโลก ดว้ ยวธิ กี ารอนั หลากหลาย ทงั้ ทางกาย เชน่ โยคะ ไทเกก็ การสมั ผสั
ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มทก่ี วา้ งใหญไ่ พศาล การสรา้ งความสมั พนั ธท์ าง
สงั คมใหมๆ่ ซง่ึ รวมทง้ั สนุ ทรยี สนทนา การเปน็ อาสาสมคั ร การเจรญิ สติ
จติ ตปญั ญาศึกษา ฯลฯ
จติ สำ� นึกใหม่เป็นจติ ที่เข้าถงึ ความจรงิ ความดี ความงาม เกดิ ความ
เป็นอสิ ระ ความสุขอนั ประณีต บรรลคุ วามงาม และไมตรจี ติ อนั ไพศาล
จิตส�ำนึกใหม่มีเสน่ห์ตรงท่ีท�ำให้ผู้บรรลุ เกิดความสุขและความ
สมบูรณ์ในตัวเอง และเปน็ ไปเพอื่ สัมพนั ธภาพใหม่
สมั พนั ธภาพใหม่ คอื สมั พนั ธภาพทางราบ เกดิ จากความเสมอภาค
และภราดรภาพ มีการเรียนรู้รว่ มกันเข้ามาแทนท่สี มั พนั ธภาพด้วยการใช้
อำ� นาจ
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 41
สัมพันธภาพใหม่จะให้ความสุขและความสร้างสรรค์เหลือ
ประมาณ ทั้งนี้ต้องมฐี านอยู่ในจิตส�ำนกึ ใหมอ่ ย่างแท้จริง ซึง่ ไปไกลกวา่
ประชาธปิ ไตยแบบกลไก สมั พนั ธภาพใหมค่ วรเกดิ ขน้ึ เตม็ พนื้ ทท่ี างสงั คม
ตามที่ยกตัวอย่างในมรรค ๘ แหง่ การปฏิวัตสิ มั พันธภาพ
อนั ตรกริยาระหวา่ งจติ ส�ำนึกใหม่ กับสัมพันธภาพใหมค่ วรจะนำ�
ไปสู่สังคมใหมค่ ือ สังคมแห่งการอยู่ร่วมกันอยา่ งสมดลุ สังคมแหง่ การอยู่
รว่ มกนั อยา่ งสมดุล คือ ศีลธรรม สังคมคณุ ธรรม
ปฏวิ ตั ิ จิตสำ� นกึ
ปฏิวตั ิ สมั พันธภาพ ปฏวิ ตั ิ สังคม
รูปท๗่ี สามเหลีย่ มคณุ ธรรมประกอบด้วยการปฏิวตั ิ ๓ ประการบรรจบกัน
การปฏวิ ตั สิ งั คม - โลกาภวิ ตั นท์ แี่ ทจ้ รงิ ขณะนโ้ี ลกเชอื่ มโยงกนั เปน็
หนง่ึ เดียวกันดว้ ยระบบเศรษฐกิจ การเงิน ขอ้ มลู ขา่ วสาร และการเดิน
ทาง แตย่ งั หาใชโ่ ลกาภวิ ตั นท์ แี่ ทจ้ รงิ ไม่ ยงั คงเปน็ ระบบทเ่ี อาเปรยี บกนั ได้
ท่วั โลก อนั นำ� ไปสู่ความเหลอื่ มล้�ำ ความขัดแย้ง และความรุนแรง
โลกาภิวัตน์ (Real Glabaligation) หรือระบบการอยู่ร่วมกันท้ัง
โลกต้องอยู่บนพ้ืนฐานของจิตใจท่ีคิดถึงกันที่เคารพศักด์ิศรีของความเป็น
มนษุ ยแ์ ละสรรพสง่ิ ชง่ึ จะเปน็ ไปไดต้ อ่ เมอ่ื มกี ารปฎวิ ตั จิ ติ ส�ำนกึ และปฎวิ ตั ิ
สัมพนั ธภาพ
42 ประเวศ วะสี
โลกาภิวตั ปิ ลอม (Pseudo Globalization) ที่เรียกวา่ โลกาภวิ ัตน์
ขณะน้ีเป็นโลกาภิวัตน์ปลอมที่ต้องการขยายขอบข่ายการค้าเสรีการเงิน
เสรีไปท่ัวโลก แต่ในเมื่อปราศจากการปฏิวัตน์จิตส�ำนึกและปฏิวัติ
สัมพันธภาพ สิ่งที่เรียกว่าโลกาภิวัตน์ก็ไม่เป็นไปเพื่อการอยู่ร่วมโลกด้วย
กันอย่างสมดลุ และสันติ
การจดั ระบบการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลทวั่ โลก เปน็ สิ่งจ�ำเปน็
เราควรเรยี นรจู้ ากระบบรา่ งกาย เพราะเปน็ ผลจากววิ ฒั นาการมา
ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านปี ในร่างกายมีองค์ประกอบท่ีหลากหลายและ
ซบั ซอ้ นสดุ ประมาณแตส่ ามารถบรู ณาการกนั อยา่ งสมบรู ณ์ ทำ� ใหเ้ กดิ ความ
สมดลุ ความสมดลุ ทำ� ใหเ้ กดิ ความเปน็ ปกตหิ รอื สขุ ภาพดี และความยง่ั ยนื
หรอื อายยุ นื ยาว
ร่างกายประกอบด้วยเซลล์เป็นหน่วยย่อยพื้นฐาน(basic unit)
หลัการที่ส�ำคัญ คอื มหภาคมาจากการรวมตัวของจลุ ภาค
ไม่ใชม่ หภาคท�ำลายจุลภาค เหมอื ระบบทุนนิยมปจั จบุ นั ซึง่ ทำ� ให้
โลกเสยี สมดุลและปว่ ยอยา่ งรุนแรง
ร่างกายของเราท้ังหมดท่ีซับซ้อนและมหัศจรรย์สุดประมาณมาจาก
เซลล์เซลล์เดียว
เซลล์เซลล์เดียวนั้นต้องมีความถูกต้องทุกประการจาก ๑ เซลล์
เป็น ๒, ๔, ๘, ๑๖,….แล้วรวมกลมุ่ เป็นอวัยวะต่างๆ
เซลลห์ ลายเซลลร์ วมเปน็ อวยั วะ อวยั วะหลายอวยั วะรวมเปน็ ชวี ติ
นี้คือหลักการท่ีวา่ มหภาคมาจากการรวมตัวของจุลภาค
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 43
(ก) ถา ไหลผานโดยเสรี เซลลจ ะตาย
(ข) ทผ่ี นังเซลลมี receptor ทีเ่ ลือกใหอ ะไรเขา อะไรออก เพ่อื รกั ษา
อตั ลกั ษณและดลุ ยภาพ
รปู ที่ ๘ เซลล์เลอื กแลกเปลย่ี นกบั สิ่งแวดลอ้ ม ไม่ใช่เขา้ ออกโดยเสรี (free flow)
เซลล์แต่ละเซลล์ต้องรักษาอัตลักษณ์และความสมดุลของตัวเอง
เช่น เซลลส์ มองกบั เซลล์ของตบั นนั้ ไมเ่ หมอื นกันเลย เซลลน์ ้นั แลกเปลี่ยน
กับสิ่งแวดล้อมตลอดเวลา แต่ไม่ใช่การไหลเข้าออกโดยเสรี (free flow)
ถา้ ไหลเขา้ ออกโดยเสรเี ซลลจ์ ะตาย แตเ่ ซลล์มี receptor ทเี่ ลือกให้อะไร
เข้าออกเท่าไร เพอี่ รักษาอัตลกั ษณ์ และดลุ ยภาพ (รูปที่ ๘)
ระบบเศรษฐ์กจิ การเงนิ ท่เี นน้ ความเปน็ เสรี ไมส่ อดคล้องกับหลกั
ธรรมชาติ และก่อใหเ้ กิดการทา� ลายอตั ลักษณ์และความสมดุลไปท่วั โลก
สงั คมแห่งการอยรู่ ่วมกันอยา่ งสมดลุ ถา้ จะเลียนแบบธรรมชาตกิ ็
ต้องใชห้ ลักการ มหภาคมาจากการรวมตัวของจลุ ภาค คือ
44 ประเวศ วะสี
(๑) ชุมชนเปน็ หนว่ ยย่อยพื้นฐาน (basic unit) ทางสังคม
ประดุจเซลลม์ ีอตั ลกั ษณ์ และความสมดลุ ของตัวเอง
(๒) ชมุ ชนหลายชุมชนรวมกันเปน็ ท้องถิน่
(๓) ทอ้ งถน่ิ ขนาดเลก็ หลายทอ้ งถนิ่ รวมกนั เปน็ ทอ้ งถนิ่ ขนาดใหญ่
(๔) ทอ้ งถ่นิ ขนาดใหญ่หลายทอ้ งถน่ิ รวมกนั เป็นประเทศ
(๕) ประเทศหลายประเทศรวมตัวกนั เป็นกล่มุ ประเทศหรือ
ภมู ภิ าคของโลก
(๖) ภูมภิ าคของโลกทัง้ หมดรวมเปน็ โลกเดยี วกัน
(๗) แตล่ ะส่วนของทง้ั หมดมอี ตั ลกั ษณ์ และดุลยภาพของตนเอง
และสมั พนั ธซ์ ึ่งกันและกนั เชงิ สนับสนุนอัตลักษณ์และ
ดลุ ยภาพ เพอื่ การอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสมดุลของสว่ นยอ่ ยและ
ของสว่ นรวม
(๘) ข้อมลู ข่าวสารและการส่ือสารตอ้ งเปน็ ไปให้ทกุ สว่ นรู้ถึงกนั
เพือ่ ปรับและรักษาสมดลุ
น้ีเป็นตัวอย่างของหลักการมหภาคมาจากการรวมตัวของจุลภาค
และจลุ ภาคกบั มหภาคสัมพนั ธ์อยา่ งเกื้อกูลกนั เพือ่ การอยาร่วมกันอย่าง
สมดลุ ทั้งสว่ นยอ่ ยและส่วนใหญท่ ัง้ โลก
หลกั การเรอ่ื งจติ สำ� นกึ ใหมแ่ ละสมั พนั ธภาพทดี่ เี พอื่ การอยรู่ ว่ มกนั
อย่างสนั ติไมใ่ ช่ของใหม่
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 45
ศาสนาทกุ ศาสนามหี ลกั การเชน่ นี้ นกั ปราชญแ์ ละนกั คดิ ในอดตี ก็
คดิ ได้ แต่โลกครัง้ โบราณกบั โลกปจั จุบันไม่เหมอื นกนั
แตโ่ บราญผ้คู นเปน็ กะเปาะวฒั นธรรม (cultural pockets) แยก
กันอยู่ห่างไกล ไม่มีผลกระทบถึงกันมากนัก แต่สมัยน้ีผู้คนทั้งโลกเข้ามา
เชอ่ื โยง และมีผลกระทบถงึ กันอยา่ งรวดเร็วและรุนแรง
ในระบบทซี่ บั ซอ้ นนค้ี วามโกลาหล (chaos) ไมใ่ ชข่ อ้ ยกเวน้ แตเ่ กดิ
ขน้ึ เปน็ ประจ�ำ
วิกฤการณ์ทัง้ ทางเศษฐกจิ สงั คม การเมือง ส่งิ แวดลอ้ ม และศีล
ธรรมของโลกสมยั ใหม่ กอ่ ใหเ้ กดิ ความเครยี ดแกม่ นษุ ยม์ ากเกนิ กวา่ ทร่ี ะบบ
ชวี วิทยาท่ีสร้างมาส�ำหรบั ส่งิ แวดล้อมครัง้ โบราณจะรับได้
โลกจงึ ตอ้ งการการจดั ระบบการอยรู่ ว่ มกนั ใหมท่ งั้ โลกทเี่ ปน็ โลกา
ภิวตั นท์ ่แี ท้ ระบบดงั กลา่ วไมเ่ คยมีมากอ่ นและเกดิ ไดย้ าก นอกจากมีการ
ปฎวิ ตั จื ติ สำ� นกึ และปฎวิ ตั สิ มั พนั ธภาพ เพอื่ สรา้ งสงั คมแหง่ การอยรู่ ว่ มกนั
อยา่ งสมดลุ
ถึงจะยากอย่างไร มนุษย์ชาติก็ไม่มีทางเลือก เพราะอารยธรรมปัจจุบัน
วกิ ฤตสุด ๆ แล้ว
ฉะน้นั พรอ้ มกับอัสดงคตหรอื วิกฤตการณ์ของอารยธรรมปัจจบุ ัน
กเ็ ป็นร่งุ อรณุ ของการเกิดจติ สำ� นึกใหม่ ดังทีเ่ ป็นกระแสใหญข่ องโลก
การปฏวิ ตั จิ ติ สำ� นกึ การปฏวิ ตั สิ มั พนั ธภาพ และการปฏวิ ตั สิ งั คม
เพอ่ื สร้างสงั คมแหง่ การอยรู่ ว่ มกันอย่างสมดลุ เปน็ เรอื่ งท่ีทกุ คนสามารถ
ทำ� ได้ และมแี รงจูงใจสงู ที่จะชวนให้ทำ�
46 ประเวศ วะสี
เพราะจติ สำ� นกึ ใหมจ่ ะนำ� มาซง่ึ อสิ รภาพ ความสขุ อนั ลกึ ซงึ้ ความ
งาม และไมตรีจติ อันไพศาลเพื่อการอยรู่ ่วมกนั
สังคมแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสมดลุ คอื ศีลธรรมและคณุ ธรรม
การปฏวิ ตั ทิ ง้ั มวลกเ็ พอ่ื สรา้ งสงั คมแหง่ การอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสมดลุ
หรอื สงั คมศลี ธรรม สงั คมคณุ ธรรมนน่ั เอง จงึ ตอ้ งชว่ ยกนั ทำ� อยา่ งลกึ ซงึ้ ตอ่
เน่อื ง เรอ่ื ยไป จนสมบรู ณ์
คุณธรรมกับการปฏิวัติสัมพันธภาพ 47
ประเทศไทยเปนเมืองพทุ ธ
และพทุ ธศาสนาก็เปนของดี
มีวดั ประมาณ ๓๐,๐๐๐ วัด
พระสงฆป ระมาณ ๒๕๐,๐๐๐ รูป
สามเณร ๑๐๐,๐๐๐ รูป
ประชาชนกวา รอยละ ๙๐
ประกาศวาเปน ชาวพุทธ
มสี ัญลักษณแ ละคําสอน
ทางพทุ ธศาสนามากมาย
อนั วาดว ย ศีล สมาธิ ปญ ญา
แต่ไฉนจึงวกิ ฤตศีลธรรมถงึ เพยี งนี้
อัตราการฆา กันตายกส็ ูงกวา
ในญ่ปี ุน ยโุ รป และสหรฐั อเมรกิ า
คอรร ัปชนั่ กร็ ะบาดเตม็ ประเทศ
ทงั้ ในหมูคนธรรมดา ไปจนถงึ
ครบู าอาจารย พระสงฆองคเจา
และนักการเมอื ง
?แล้วเราจะตอบว่าอย่างไร