คูมือ นายจาง กองทุนเงินทดแทน Workers' Compensation Fund Guidance for Employers สํานักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน Social Security Office Ministry of Labour
ส�ำนักงานกองทุนเงินทดแทน เป็นหน่วยงานของส�ำนักงานประกันสังคม ที่รับผิดชอบในการสร้างหลักประกันสังคมและให้ความคุ้มครองแก่ลูกจ้าง ให้ได้รับ สิทธิประโยชน์เมื่อประสบอันตราย เจ็บป่วย สูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพ ในการท�ำงานของร่างกาย ทุพพลภาพ ตาย หรือสูญหายเนื่องจากการท�ำงาน ให้แก่นายจ้างตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 ได้ก�ำหนดหน้าที่ของนายจ้าง ให้ต้องปฏิบัติตามกฎหมายในระยะเวลาที่ก�ำหนดไว้หลายด้าน เพื่อคุ้มครองลูกจ้าง ให้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วน ส�ำนักงานกองทุนเงินทดแทน จึงได้รวบรวม หน้าที่หลักที่ส�ำคัญของนายจ้าง แบบฟอร์ม ขั้นตอน วิธีการต่าง ๆ ในการติดต่อกับ ส�ำนักงานประกันสังคม รวมถึงความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาและภารกิจหลักของ กองทุนเงินทดแทน เพื่อให้นายจ้างได้ทราบและเข้าใจ เป็นการอ�ำนวยความสะดวก ในการติดต่องานของส�ำนักงานประกันสังคมได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น เป็นประโยชน์ ทั้งต่อนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้มีสิทธิยิ่งขึ้นไป ส�ำนักงานกองทุนเงินทดแทน ส�ำนักงานประกันสังคม จึงได้จัดท�ำหนังสือคู่มือ นายจ้างกองทุนเงินทดแทนขึ้น โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ แก่นายจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคมและผู้ที่สนใจ ส�ำนักงานกองทุนเงินทดแทน ส�ำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน มิถุนายน 2565 คำ�นำ�
• ประวัติกองทุนเงินทดแทน 1 • การขึ้นทะเบียนนายจ้าง 3 • การเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนายจ้าง 5 • การเรียกเก็บเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน 6 • รายละเอียดขั้นตอนการชำ ระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน 13 และขอรับเงินทดแทน • วิธีการแจ้งการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย 15 พร้อมเอกสารประกอบการยื่นคำ ขอรับเงินทดแทน • วิธีการส่งตัวลูกจ้างเข้ารับการรักษาพยาบาล 17 • การเบิกค่ารักษาพยาบาล 18 • กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย 20 นายจ้าง ลูกจ้าง ต้องดำ เนินการ อย่างไร • เงินทดแทน 21 • การฟื้นฟูดูแลลูกจ้าง 24 • การเข้าศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานของลูกจ้าง 26 กองทุนเงินทดแทน • คลินิกโรคจากการทำ งาน 27 • คำถาม - คำ ตอบที่พบบ่อย 29 • ภาคผนวก 34 สารบัญ
คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน I 1 ความเป็นมา ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2515 ก�ำหนดให้มีกองทุน เงินทดแทนในกรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทย เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในการจ่าย เงินทดแทนแก่ลูกจ้างแทนนายจ้าง เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย หรือถึงแก่ความตาย เนื่องจากการท�ำงาน วันที่1 มกราคม 2517เริ่มด�ำเนินการให้ความคุ้มครองเฉพาะสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง ตั้งแต่20 คนขึ้นไป เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี2519ได้เริ่มขยายการคุ้มครองออกไปยังส่วนภูมิภาค5จังหวัดคือจังหวัดสมุทรปราการ นนทบุรีปทุมธานีสมุทรสาคร และนครปฐม ปี2531 ได้ขยายการคุ้มครองครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ วันที่3กันยายน 2533ได้จัดตั้งส�ำนักงานประกันสังคม และส�ำนักงานกองทุนเงินทดแทน อยู่ภายใต้ก�ำกับดูแลของส�ำนักงานประกันสังคม วันที่ 1 ตุลาคม 2536 ได้ขยายการคุ้มครองไปยัง สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่10 คนขึ้นไป ปี2537 ตราพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 เพื่อใช้แทนประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 วันที่ 1 เมษายน 2545 ได้ขยายการคุ้มครองไปยัง สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่1 คนขึ้นไป วันที่ 9 ธันวาคม 2561 ได้ขยายการคุ้มครองไปยังลูกจ้างส่วนราชการและลูกจ้างของ องค์กรที่มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาผลก�ำไร รวมถึงลูกจ้างที่ได้รับการจ้างงานในประเทศ ของสถานเอกอัครราชทูต และองค์กรระหว่างประเทศ กองทุนเงินทดแทน คืออะไร กองทุนเงินทดแทน คือ กองทุนที่จ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างแทนนายจ้าง เมื่อลูกจ้าง ประสบอันตรายเจ็บป่วยสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพในการท�ำงานของร่างกาย ทุพพลภาพ ตายหรือสูญหายเนื่องจากการท�ำงานให้แก่นายจ้าง โดยไม่ค�ำนึงถึงวัน เวลา และสถานที่แต่จะดู สาเหตุที่ท�ำให้ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ประวัติกองทุนเงินทดแทน
2 I คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน ขอบเขตการบังคับใช้กฎหมาย 1. ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างท�ำงานอยู ่ในทุกท้องที่ ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่1คนขึ้นไป มีหน้าที่ขึ้นทะเบียนนายจ้าง พร้อมกับขึ้นทะเบียนลูกจ้าง ภายใน 30 วัน และมีหน้าที่ ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทน เว้นแต่ (1) นายจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดา ซึ่งงานที่ลูกจ้างท�ำนั้นมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย (2) นายจ้างที่ประกอบการค้าเร่การค้าแผงลอย 2. พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไม่ใช้บังคับแก่ (1) ราชการส่วนกลางส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น เฉพาะข้าราชการหรือลูกจ้างประจ�ำ (2) รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (3) รัฐบาลต่างประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ ส�ำหรับลูกจ้างซึ่งมิใช่เป็นการ จ้างงานในประเทศ (4) นายจ้างอื่นตามที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง นายจ้าง นายจ้าง คือ ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าท�ำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้และหมายความรวมถึง ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ท�ำงานแทนนายจ้าง รวมถึงผู้มีอ�ำนาจกระท�ำการแทนนิติบุคคลและ ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้มีอ�ำนาจกระท�ำการแทนนิติบุคคล ลูกจ้าง หมายถึง ผู้ซึ่งท�ำงานให้นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร แต่ไม่รวมถึง ลูกจ้างซึ่งท�ำงานเกี่ยวกับงานบ้าน อันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย ลูกจ้างมีสิทธิได้รับการคุ้มครอง ตั้งแต่วันแรกที่เข้าท�ำงานให้นายจ้าง ลูกจ้าง/ผู้มีสิทธิ ไม่มีสิทธิได้รับการคุ้มครอง 1. ลูกจ้างเสพของมึนเมาหรือสิ่งเสพติดอื่นจนไม่สามารถครองสติได้ 2. ลูกจ้างจงใจให้ตนเองหรือผู้อื่นท�ำให้ประสบอันตราย การประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน หมายถึง การที่ลูกจ้างได้รับอันตรายแก่กาย หรือผลกระทบแก่จิตใจ หรือป่วย หรือถึงแก่ ความตาย/สูญหายเนื่องจากการท�ำงาน หรือป้องกันรักษาประโยชน์ให้แก่นายจ้างหรือตามค�ำสั่ง ของนายจ้าง
คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน I 3 ช่องทางการขึ้นทะเบียนนายจ้างกรณีเป็นนิติบุคคล ช่องทางที่1 : นายจ้างยื่นเอกสารหลักฐานขึ้นทะเบียนนายจ้างต่อส�ำนักงานประกันสังคม กรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ พร้อมยื่นเอกสารหลักฐาน ในการขึ้นทะเบียนนายจ้าง ช่องทางที่2 : นายจ้างขึ้นทะเบียนนายจ้างผ่านWeb Portalhttps://biz.govchannel.go.th สถานที่รับขึ้นทะเบียนนายจ้าง 1. กรณีนายจ้างเป็นนิติบุคคล สถานประกอบการส�ำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใด ให้นายจ้างยื่นเอกสารขึ้นทะเบียน นายจ้างต่อส�ำนักงานประกันสังคมในพื้นที่นั้น 2. กรณีนายจ้างเจ้าของคนเดียว/กิจการร่วมค้า นายจ้างมีที่อยู่ตามทะเบียนราษฎร์หรือสถานประกอบการตั้งอยู่ในพื้นที่ใดให้นายจ้าง ยื่นเอกสารหลักฐานการขึ้นทะเบียนนายจ้างต่อส�ำนักงานประกันสังคมในพื้นที่นั้น หรือหากมี สัญญาจ้าง ให้ยื่นเอกสารต่อส�ำนักงานประกันสังคมในท้องที่ตามหนังสือสัญญา หรือหากเป็น กิจการประมงตามฤดูกาล ให้ยื่นเอกสารต่อส�ำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ที่เป็นสถานที่ตั้งของ ท่าจอดเรือที่มีที่ตั้งที่ชัดเจน เอกสารในการรับขึ้นทะเบียนนายจ้าง 1. กรณีนายจ้างเป็นนิติบุคคล (1) แบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง (สปส.1-01) (เฉพาะกรณีสถานประกอบการจดทะเบียน นิติบุคคลต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อนวันที่ 16 ตุลาคม 2562) ทั้งนี้แบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง (สปส.1-01) ปรากฏข้อมูลในภาพ ตาม QR Code การขึ้นทะเบียนนายจ้าง
4 I คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน (2) แผนที่ตั้งและภาพถ่ายของสถานประกอบการ (3) หลักฐานแสดงตัวของนายจ้าง - กรรมการผู้มีอ�ำนาจลงนาม/หุ้นส่วนผู้จัดการที่มี สัญชาติไทย ใช้บัตรประจ�ำตัวประชาชน - กรณีนายจ้างเป็นนิติบุคคล/หุ้นส่วนผู้จัดการที่เป็น คนต่างด้าว ใช้PASSPORT หรือ WORK PERMIT หรือ VISA หรือ ใบส�ำคัญประจ�ำตัวคนต่างด้าว หรือใบส�ำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือหลักฐานการได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองของผู้มีอ�ำนาจกระท�ำการแทนนิติบุคคล (4) หนังสือมอบอ�ำนาจ (เฉพาะกรณีมอบอ�ำนาจให้บุคคล อื่นกระท�ำการแทน พร้อมติดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรก�ำหนด) พร้อมแนบส�ำเนาบัตรประจ�ำตัวประชาชนของผู้มอบอ�ำนาจ 2. กรณีนายจ้างเจ้าของคนเดียว/กิจการร่วมค้า (1) แบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง (สปส.1-01) (2) แผนที่ตั้งและภาพถ่ายของสถานประกอบการ (3) หลักฐานแสดงตัวของนายจ้าง - กรณีเจ้าของคนเดียว ใช้บัตรประจ�ำตัวประชาชน - กรณีกิจการร่วมค้า กรรมการผู้มีอ�ำนาจลงนาม/หุ้นส่วนผู้จัดการที่มี สัญชาติไทย ใช้บัตรประจ�ำตัวประชาชน (4) หนังสือสัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ (5) หนังสือมอบอ�ำนาจ (เฉพาะกรณีมอบอ�ำนาจให้บุคคลอื่นกระท�ำการแทน พร้อมติดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรก�ำหนด) พร้อมแนบส�ำเนาบัตรประจ�ำตัวประชาชน ของผู้มอบอ�ำนาจ 3. กรณีนายจ้างประเภทกิจการอื่น เช่น (1) ห้างหุ้นส่วนสามัญ นิติบุคคลอาคารชุด หมู่บ้าน มูลนิธิสมาคม สหกรณ์ เอกสารประกอบการพิจารณา เช่น ข้อบังคับและรายงานการประชุมแต่งตั้งผู้จัดการ หรือหนังสือจัดตั้งหรือหนังสือรับรองการประชุม (2) ผู้รับเหมาช่วงหรือรับเหมาค่าแรง เอกสารประกอบการพิจารณา เช่น สัญญาว่าจ้าง
คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน I 5 นายจ้างมีหน้าที่ยื่นแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนายจ้าง (สปส.6-15) ภายในวันที่ 15 ของเดือน ถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อนายจ้างยื่นแบบแจ้ง การเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริง ให้ตรวจสอบการกรอกข้อมูลชื่อสถานประกอบการ เลขที่บัญชีนายจ้าง ล�ำดับที่สาขา ให้ถูกต้องครบถ้วน โดยนายจ้างท�ำเครื่องหมาย ✓ หน้าข้อความที่ต้องการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริง พร้อมทั้งกรอกรายละเอียดเฉพาะรายการ ที่เปลี่ยนแปลงให้ครบถ้วน ทั้งนี้แบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนายจ้าง (สปส.6-15) ปรากฏข้อมูลในภาพตาม QR Code นายจ้างสามารถแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงของนายจ้างได้ในกรณีต่าง ๆ ดังนี้ 1. การย้ายสถานประกอบการ และการโอนแฟ้มนายจ้าง 2. หยุดกิจการชั่วคราว 3. เลิกประกอบกิจการ 4. เปลี่ยนชื่อสถานประกอบการ 5. เปลี่ยนผู้มีอ�ำนาจลงนาม 6. เปลี่ยนผู้รับมอบอ�ำนาจ การแจ้งเข้า/แจ้งออกลูกจ้าง นายจ้างมีหน้าที่ต้องขึ้นทะเบียนลูกจ้าง/ผู้ประกันตน ภายใน 30 วัน นับแต่ลูกจ้าง เข้าท�ำงานตามแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส.1-03)และแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากที่ลูกจ้างออกจากงาน ตามแบบแจ้งการสิ้นสุดความเป็น ผู้ประกันตน (สปส.6-09) 7. เพิ่มจ�ำนวนสาขา 8. ยกเลิกสาขา 9. เปลี่ยนสถานที่น�ำส่งเงินสมทบ 10. รายการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ เช่น เปลี่ยนแปลงที่จัดส่งเอกสาร เปลี่ยนแปลงประเภทกิจการ เป็นต้น การเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนายจ้าง
6 I คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน เงินสมทบ คือ เงินที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุนเงินทดแทนเพียงฝ่ายเดียว โดยจะเรียกเก็บ จากการจ้างเป็นรายปีซึ่งประเมินจากจ�ำนวนเงินค่าจ้างที่นายจ้างให้แก่ลูกจ้างทั้งปีรวมกันคนละ ไม่เกิน 240,000 บาทต่อปีคูณกับอัตราเงินสมทบของประเภทกิจการระหว่างอัตรา 0.2 - 1.0% โดยนายจ้างแต่ละประเภทจะจ่ายในอัตราเงินสมทบหลักที่ไม่เท่ากัน โดยขึ้นอยู่กับความเสี่ยงภัย ของกิจการนายจ้าง 1. อัตราเงินสมทบ อัตราเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ที่จัดเก็บจากนายจ้างแต่ละรายจะแตกต่างกัน ตามลักษณะความเสี่ยงภัยในการท�ำงานของแต่ละกิจการ อัตราเงินสมทบระหว่าง 0.2% - 1.0% ของค่าจ้าง เช่น กิจการขายอาหารจ่ายเงินสมทบ 0.2% ของค่าจ้าง ถ้าเป็นกิจการก่อสร้างจ่าย เงินสมทบ 1.0% ของค่าจ้าง เป็นต้น เมื่อนายจ้างจ่ายเงินสมทบครบ 4 ปีปฏิทินแล้วตั้งแต่ปีที่5เป็นต้นไป อัตราเงินสมทบ อาจจะลดหรือเพิ่มขึ้นจากเดิม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับค่าของอัตราส่วนการสูญเสียซึ่งส�ำนักงานฯ ได้เก็บ สถิติข้อมูลไว้ 2. ค่าจ้างและการคำนวณเงินสมทบ เงินสมทบจะค�ำนวณจากค่าจ้างที่นายจ้างจ่ายให้กับลูกจ้างทุกคนรวมทั้งปีx อัตรา เงินสมทบของกิจการนั้น ลูกจ้างคนใดได้รับค่าจ้างเกินกว่า 240,000 บาทต่อปีให้น�ำมาค�ำนวณ เพียง 240,000 บาท 3. ประเภทใบแจ้งเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน : ประกอบด้วย 1. ใบแจ้งการประเมินเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนประจ�ำปี(กท.26 ก) 2. ใบแจ้งเงินสมทบจากการรายงานค่าจ้างประจ�ำปีกองทุนเงินทดแทน (กท.25 ค) 3. ใบแจ้งเงินสมทบจากการตรวจบัญชีประจ�ำปีกองทุนเงินทดแทน (กท.25 ก) 4. ใบแจ้งประเมินเงินฝาก (กท.23) 5. ใบแจ้งเงินสมทบประจ�ำงวดกองทุนเงินทดแทน (กท.26 ข) การเรียกเก็บเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน
คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน I 7 กองทุนเงินทดแทนจะเก็บเงินสมทบของนายจ้าง ตามประเภทของอัตราหลักของกิจการ แต่ละประเภทตามที่นายจ้างประกอบการ สามารถดาวน์โหลดประเภทกิจการและอัตราเงินสมทบ ตามประกาศ กระทรวงแรงงาน เรื่อง ประเภท ขนาดของกิจการท้องที่ที่ให้นายจ้างจ่าย เงินสมทบ อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บ เงินสมทบ ได้จาก QR Code นี้ 1. อัตราเงินสมทบหลัก เป็นอัตราเงินสมทบตามตารางที่ 1 ท้ายประกาศกระทรวงฯ ซึ่งมีอัตราเงินสมทบ ที่แตกต่างกันตามลักษณะความเสี่ยงในการท�ำงานของแต่ละกิจการ อัตรา เงินสมทบหลักเป็นอัตราที่ใช้ในการค�ำนวณเงินสมทบ เพื่อเรียกเก็บจากนายจ้าง ตั้งแต่เริ่ม ขึ้นทะเบียนจนครบ 4 ปีปฏิทิน 2. อัตราเงินสมทบตามค่าประสบการณ์ เป็นอัตราเงินสมทบที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ นายจ้างมีความสนใจในการจัดสถานที่ท�ำงานที่ปลอดภัย รวมทั้งอุปกรณ์ป้องกันแก่ลูกจ้างท�ำงานได้ อย่างปลอดภัยโดยมีเงื่อนไขเมื่อนายจ้างจ่ายเงินสมทบตามอัตราเงินสมทบหลักมาแล้ว4 ปีปฏิทิน ติดต่อกันแล้วตั้งแต่ปีที่5เป็นต้นไป จะได้รับการลดหรือเพิ่มอัตราเงินสมทบ ขึ้นอยู่กับอัตราส่วน การสูญเสียของนายจ้าง ซึ่งจะมีการค�ำนวณอัตราส่วนการสูญเสียของนายจ้าง โดยน�ำอัตราส่วน การสูญเสียไปเปรียบเทียบกับ ตารางการลด - เพิ่ม อัตราเงินสมทบ เพื่อก�ำหนดอัตราเงินสมทบ อัตราเงินสมทบประจำปีผ่านระบบ e-Rate กองทุนเงินทดแทน ได้พัฒนาระบบแจ้งอัตราเงินสมทบประจ�ำปีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้ระบบ e-Service เพื่อเป็นการอ�ำนวยความสะดวกให้แก่นายจ้าง ส�ำหรับเรียกดูรหัส ประเภทกิจการ อัตราเงินสมทบหลัก อัตราเงินสมทบประจ�ำปีและรายละเอียดการค�ำนวณ อัตราเงินสมทบตามค่าประสบการณ์ประจ�ำปีรวมทั้งพิมพ์ใบแจ้งอัตราเงินสมทบ ได้ด้วยตนเอง ผ่านช่องทาง online สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม www.sso.go.th หรือโทรสายด่วน 1506 ให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้นายจ้างสามารถ ดูรายละเอียดขั้นตอนการใช้งาน ได้จาก QR Code นี้ ส่วนนายจ้างที่ยังไม่มีUser และ Password สามารถ ขอท�ำธุรกรรมผ่านอินเตอร์เน็ต ได้จาก QR Code นี้
8 I คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน การเรียกเก็บเงินสมทบและการยื่นแบบรายงานค่าจ้างกองทุน เงินทดแทน : ได้ก�ำหนดวิธีการเรียกเก็บเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ไว้2 วิธีคือ 1. ชำระเงินสมทบเป็นรายปีมีขั้นตอน ดังนี้ 1) การประเมินเงินสมทบเต็มปีก�ำหนดให้นายจ้างช�ำระภายใน เดือนมกราคม ยกเว้นในปีแรกก�ำหนดช�ำระภายใน 30 วัน นับแต่ มีลูกจ้างตั้งแต่1 คน 2) การรายงานค่าจ้าง นายจ้างมีหน้าที่ รวมค่าจ้างที่จ่ายจริง ให้กับลูกจ้างทั้งปีตั้งแต ่เดือนมกราคม - ธันวาคม และแจ้ง ส�ำนักงานประกันสังคมตามแบบแสดงเงินค่าจ้างประจ�ำปี(กท.20 ก) โดยก�ำหนดให้นายจ้างรายงานค่าจ้างที่จ่ายจริงของปีก่อน ภายใน เดือนกุมภาพันธ์ โดยนายจ้างสามารถรายงานค่าจ้างประจ�ำปีได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ 2.1) การยื่นแบบรายงานค่าจ้าง (กท.20 ก) ณ ส�ำนักงาน ประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา หรือส่งทาง ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ 2.2) ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์(e-Wage) บนเว็บไซต์ส�ำนักงาน ประกันสังคม (www.sso.go.th) ซึ่งสามารถดาวน์โหลดวิธีการ เข้าใช้งานได้ที่ www.sso.go.th หัวข้อดาวน์โหลด หมวดคู่มือ หรือสามารถดาวน์โหลดได้จาก QR Code ด้านล่างนี้ ตัวอย่าง คำขอทำธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์
คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน I 9 กรณีนายจ้างยังไม่มีชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน สามารถสมัคร ท�ำธุรกรรมผ่านอินเตอร์เน็ตได้โดยเข้าไปสมัครได้ที่www.sso.go.th (สามารถดาวน์โหลดวิธีการเข้าใช้งานได้ที่ www.sso.go.th หัวข้อดาวน์โหลด หมวดคู่มือ) หรือสามารถดาวน์โหลดได้จาก QR Code นี้ 3) ผลการรายงานค่าจ้าง 3.1) หากค่าจ้างตามแบบรายงานค่าจ้าง (กท.20 ก) มากกว่ายอดค่าจ้าง ที่ประเมิน ไว้ต้นปีเจ้าหน้าที่จะออกใบแจ้งเงินสมทบจากการรายงานค่าจ้างประจ�ำปี(กท.25ค) นายจ้าง ต้องจ่ายเงินสมทบจากการรายงานค่าจ้าง ภายในเดือนมีนาคม 3.2) หากค่าจ้างตามแบบรายงานค่าจ้าง(กท.20ก) น้อยกว่ายอดค่าจ้างที่ประเมินไว้ ต้นปีเจ้าหน้าที่จะท�ำการตรวจสอบเอกสารการจ่ายค่าจ้างและออกใบแจ้งเงินสมทบ จากการตรวจบัญชีประจ�ำปี(กท.25ก) เพื่อเรียกเก็บเงินสมทบ หรือคืนเงินสมทบให้นายจ้าง ต่อไป
10 I คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน งวด ระยะเวลา วันรายงานค่าจ้าง วันชำระเงิน 1 ม.ค. - มี.ค. 10 เม.ย. 30 เม.ย. 2 เม.ย. - มิ.ย. 10 ก.ค. 31 ก.ค. 3 ก.ค. - ก.ย. 10 ต.ค. 31 ต.ค. 4 ต.ค. - ธ.ค. 10 ม.ค. 31 ม.ค. (ปีถัดไป) 2. ชำระเงินสมทบเป็นงวด การเรียกเก็บเงินสมทบจากนายจ้างเป็นงวด มีเงื่อนไขที่นายจ้างจะต้องปฏิบัติให้ครบถ้วน ดังนี้ 1) เป็นนายจ้างที่มีหน้าที่จ่ายเงินสมทบเต็มปี(ตั้งแต่เดือนมกราคม) และเงินสมทบ ที่จะต้องช�ำระต่อปีมีจ�ำนวนมาก 2) ต้องยื่นค�ำร้องขอผ่อนช�ำระเงินสมทบเป็นงวด (กท.36) ต่อผู้อ�ำนวยการส�ำนักงาน ประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/ประกันสังคมจังหวัด/หัวหน้าส�ำนักงานประกันสังคม จังหวัดสาขา ภายในเดือนธันวาคม 3) การช�ำระเงินสมทบ จะต้องจ่ายปีละ 4 งวด ๆ ละ 3 เดือน และต้องช�ำระเงินฝาก เป็นจ�ำนวนร้อยละ 25 ของเงินสมทบโดยประมาณทั้งปีภายในเดือนมกราคมของปี เพื่อเป็นการประกันการจ่ายเงินสมทบ เงินฝากนี้จะคืนให้นายจ้างเมื่อไม่ได้จ่ายเงินสมทบ เป็นงวดแล้วเท่านั้น เช่น ถูกยกเลิกการอนุญาตหรือหยุดกิจการ 4) รายงานค่าจ้างภายในวันที่ 10 และจ่ายเงินสมทบภายในเดือนนับตั้งแต่วันสุดท้าย ของแต่ละงวด ดังนี้
คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน I 11 การตรวจสอบบัญชีค่าจ้างกองทุนเงินทดแทน การตรวจสอบบัญชีค่าจ้างกองทุนเงินทดแทนเป็นงานที่ต่อเนื่องจากการประเมินค่าจ้าง ประจ�ำปีและการรายงานค่าจ้าง นายจ้างที่ส�ำนักงานต้องด�ำเนินการตรวจสอบบัญชีค่าจ้าง ได้แก่ 1) นายจ้างที่รายงานค่าจ้างต�่ำกว่าค่าจ้างที่ประเมินต้นปี 2) นายจ้างที่ไม่รายงานค่าจ้าง 3) นายจ้างที่สงสัยว่าอาจจะน�ำส่งเงินสมทบไม่ถูกต้อง ผลการตรวจสอบบัญชีค่าจ้างสรุปได้3 ประเภท ดังนี้ 1. เรียกเก็บเงินสมทบเพิ่ม (Dr.) 2. คืนเงินสมทบ (Cr.) 3. เท่ากับเงินสมทบจากการประเมิน เงินเพิ่มตามกฎหมาย นายจ้างที่ไม่ช�ำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนภายใน ก�ำหนดหรือช�ำระเงินสมทบไม่ครบถ้วน ต้องเสียเงินเพิ่ม ตามกฎหมายอีกร้อยละ2ต่อเดือนของเงินสมทบที่ค้างช�ำระ (บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2561)
12 I คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน ช่องทางการชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน : นายจ้าง/สถานประกอบการ สามารถน�ำ ใบแจ้งเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนไปช�ำระผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้ 1. ส�ำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่รับผิดชอบ 2. เคาน์เตอร์หน่วยบริการ ได้แก่ เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยและเคาน์เตอร์ธนาคาร กรุงศรีอยุธยาทุกสาขาทั่วระเทศ ได้รับใบเสร็จทันทีโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม 3. บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิสจ�ำกัดและผ่านบริษัท เอก-ชัยดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จ�ำกัด รับเฉพาะเงินสดเท่านั้น (ช�ำระได้ทุกสาขาทั่วประเทศและได้รับใบเสร็จรับเงินทันทีโดยเสียค่า ธรรมเนียมจ�ำนวน 10 บาท ต่อใบเสร็จรับเงิน 1 ฉบับ) 4. ระบบ e-Payment บนหน้าเว็บไซต์www.sso.go.th โดยท�ำธุรกรรมผ่าน o ธนาคารกรุงเทพ จ�ำกัด (มหาชน) o ธนาคารกรุงไทย จ�ำกัด (มหาชน) o บัตรเดบิต/เครดิต MasterCard (Counter Service) o ธนาคารกสิกรไทย o ธนาคารทหารไทยธนชาต จ�ำกัด (มหาชน) o ธนาคารดอยซ์แบงก์ รายละเอียดการชำระเงิน www.sso.go.th คู่มือ คู่มือใช้งานการช�ำระเงินสมทบ กองทุนเงินทดแทนและส�ำนักงานประกันสังคมผ่านระบบ e-Payment
คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน I 13 1. รายละเอียดขั้นตอนการชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนและขอรับเงินทดแทน 1.1 นายจ้างสามารถดูรายละเอียดขั้นตอนการชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ทุกช่องทางได้จาก“คู่มือประชาชน”ใน Websiteของส�ำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th โดยเลือกเมนู“คลังความรู้” >> “คู่มือประชาชน” >> “คู่มือส�ำหรับประชาชน ตามพระราช บัญญัติการอ�ำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558”, “infographic 36 กระบวนงาน” 1.2 นายจ้างสามารถดูรายละเอียดขั้นตอนการชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) และการใช้งานระบบใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ได้จาก Website ของส�ำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th โดยเลือกเมนู “ดาวน์โหลด” >> “คู่มือ” >> “คู่มือใช้งานการช�ำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคมและกองทุน เงินทดแทน ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment)”, “คู่มือการใช้งานระบบใบเสร็จรับเงิน อิเล็กทรอนิกส์(e-Receipt) ส�ำหรับนายจ้าง
14 I คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน 2. ช่องทางการชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนและการรับเงินทดแทน ผ่านธนาคารและหน่วยบริการ นายจ้างสามารถดูรายละเอียดช่องทางการช�ำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนและ การรับเงินทดแทนผ่านธนาคารและหน่วยบริการได้จาก Website ของส�ำนักงานประกันสังคม www.sso.go.thโดยเลือกเมนู“คลังความรู้” >> ช่องทางการจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคม
คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน I 15 1. การแจ้งการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน นายจ้างแจ้งการประสบอันตรายฯ ตามแบบ กท.16 โดยยื่นเรื่อง ณ ส�ำนักงาน ประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่ลูกจ้างท�ำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิล�ำเนา ซึ่งสามารถส่งเอกสารได้โดยตรงที่ส�ำนักงานประกันสังคมหรือส่งทางไปรษณีย์ภายใน 15วัน นับแต่วันที่ทราบการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยของลูกจ้าง หรือลูกจ้างสามารถยื่นค�ำร้อง ขอรับเงินทดแทน ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ประสบอันตรายเจ็บป่วยหรือสูญหาย หรือ หากการเจ็บป่วยเกิดหลังสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง ให้ยื่นค�ำร้องภายใน 2 ปีนับแต่วันที่ทราบ การเจ็บป่วย 2. หลักฐานการแจ้งการประสบอันตรายหรือการขอรับเงินทดแทนทุกกรณี 2.1 แบบแจ้งการประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย (กท.16) 2.2 แบบส่งตัวลูกจ้างเข้ารับการรักษาพยาบาล (กท.44) (กรณีนายจ้างส่งตัว เข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลในความตกลงของกองทุนเงินทดแทน)ต้นฉบับพร้อมส�ำเนา 2.3 ใบรับรองแพทย์(กท.16/1) หรือใบรับรองแพทย์ของสถานพยาบาล 2.4 การประสบอันตรายที่ไม่ชัดเจน เช่น อุบัติเหตุรถยนต์ เกิดเหตุนอกสถานที่ เป็นต้น ต้องขอหลักฐานเพิ่ม เช่น หลักฐานการลงเวลาท�ำงาน บันทึกประจ�ำวันต�ำรวจแผนที่ เกิดเหตุ เป็นต้น 2.5 ใบเสร็จรับเงิน (กรณีนายจ้าง ลูกจ้างส�ำรองจ่ายไปก่อน) 2.6 กรณีเสียชีวิตหรือสูญหายเนื่องจากการท�ำงาน ต้องมีหลักฐานแสดงการ เสียชีวิต ใบชันสูตรศพ ใบมรณะบัตรของลูกจ้าง บันทึกประจ�ำวันต�ำรวจ (ถ้ามี) พร้อมด้วย หลักฐานของผู้มีสิทธิดังนี้สูติบัตรของบุตร ทะเบียนสมรสของลูกจ้างกับสามีหรือภรรยา ทะเบียนสมรสของบิดา - มารดา/ทะเบียนหย่าของลูกจ้าง หรือบิดามารดาหรือคู่สมรส (ถ้ามี)/หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ - สกุลของลูกจ้าง บิดามารดา คู่สมรส บุตร (ถ้ามี) หรือ ถ้ากรณีผู้มีสิทธิเสียชีวิต ควรมีหลักฐาน ดังนี้สามีหรือภรรยา บิดามารดา หรือบุตร ต้องมี หลักฐานใบมรณะบัตรของทุกคนมาแสดง เพื่อประกอบการพิจารณา วิธีการแจ้งการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย พร้อมเอกสารประกอบการยื่นคำขอรับเงินทดแทน
16 I คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน 3. การแจ้งประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานกองทุนเงินทดแทน ผ่านระบบ e-Compensate เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการท�ำงาน นายจ้าง ลูกจ้าง หรือผู้มีสิทธิและสถานพยาบาล สามารถแจ้งประสบอันตรายผ่านระบบ e-Compensate โดยเข้าใช้งานที่เว็บไซต์ส�ำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th หัวข้อ SSO E-Service โดยไม่ต้องเดินทางมาติดต่อ ณ ส�ำนักงานประกันสังคม รวมถึงอ�ำนวยความสะดวกให้กับ สถานพยาบาลในความตกลงของกองทุนเงินทดแทน ในการตรวจสอบการส่งตัวลูกจ้างเข้ารับ การรักษาพยาบาล ตลอดจนสามารถส่งเอกสารเพื่อประกอบการ พิจารณาจ่ายเงินทดแทนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น สอบถามเพิ่มเติม : ส�ำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ ทั้ง12แห่ง หรือส�ำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขา หรือโทร1506 (เจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง) QR Code คู่มือการใช้งานระบบ e-Compensate หน้าจอระบบการแจ้งประสบอันตราย เนื่องจากการทำงาน e-Compensate ทั้งนี้การยื่นแบบการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยหรือสูญหาย (กท.16) เพียงครั้งเดียวสามารถรับสิทธิประโยชน์ได้ทุกกรณีได้แก่ค่ารักษาพยาบาลค่าฟื้นฟู สมรรถภาพในการท�ำงาน ค่าท�ำศพ ค่าทดแทนกรณีไม่สามารถท�ำงานได้ค่าทดแทน กรณีสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพในการท�ำงานของร่างกาย ค่าทดแทน กรณีทุพพลภาพ และค่าทดแทนกรณีตายหรือสูญหาย
คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน I 17 1. กรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลณสถานพยาบาล ในความตกลงของกองทุนเงินทดแทน นายจ้างจะส ่งลูกจ้างที่ประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยเนื่องจากการท�ำงาน เข้ารับการรักษา ณ สถานพยาบาลซึ่งกองทุนเงินทดแทนท�ำความตกลงไว้ โดยใช้แบบส่งตัวลูกจ้างเข้ารับการรักษาพยาบาล(กท.44) ในกรณีนี้นายจ้างและลูกจ้างไม่ต้องส�ำรองจ่ายค่ารักษา พยาบาลไปก่อน สถานพยาบาลนั้น ๆ จะเรียกเก็บเงิน ค ่ารักษาพยาบาลจากกองทุนเงินทดแทนโดยตรง แต่นายจ้างต้องน�ำส่ง กท.16 และส�ำเนา กท.44 ก่อน วิธีการส่งตัวลูกจ้างเข้ารับการรักษาพยาบาล 2. กรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลณสถานพยาบาล ทั่วไป นายจ้างจะส ่งลูกจ้างที่ประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยเนื่องจากการท�ำงาน เข้ารับการรักษา ณ สถานพยาบาลใด ๆ ก็ได้ทั้งของเอกชนและของรัฐบาล แต่ทั้งนี้ต้องเป็นสถานพยาบาลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ให้ท�ำการรักษา และลงชื่อรับรองในใบความเห็นของแพทย์ การส่งลูกจ้างไปรับการรักษา ณ สถานพยาบาลดังกล่าวนี้ นายจ้างหรือลูกจ้างจะต้องส�ำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล ไปก่อน แล้วน�ำใบเสร็จรับเงินมาเป็นหลักฐานขอเบิกเงิน จากกองทุนเงินทดแทนได้
18 I คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน ลูกจ้างสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลที่มีแพทย์แผนปัจจุบัน ชั้น 1 ได้ทุกโรงพยาบาล โดยส�ำรองค่ารักษาพยาบาล และให้น�ำใบเสร็จรับเงินพร้อม ใบรับรองแพทย์มาขอรับค่ารักษาพยาบาลคืนได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่จ่ายอัตรา ตามกฎกระทรวง กรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลที่ท�ำความตกลงนั้น สถานพยาบาลจะเรียกเก็บเงินจากกองทุนเงินทดแทนโดยตรง และขอให้นายจ้าง ตรวจสอบค่ารักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลทุกครั้งที่ส่งตัวลูกจ้างเข้ารับการรักษา พยาบาล ซึ่งการจ่ายค่ารักษาพยาบาลจะจ่ายตามราคาประกาศของสถานพยาบาล ที่ประกาศให้ประชาชนทราบทั้งนี้ไม่เกินอัตราที่กฎกระทรวงก�ำหนด การเบิกค่ารักษาพยาบาล
คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน I 19 สามารถตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลในความตกลงของกองทุนเงินทดแทนได้ที่ www.sso.go.th คลังความรู้/รายชื่อสถานพยาบาลในความตกลงของกองทุนเงินทดแทน หรือ สามารถดาวน์โหลดได้จาก QR Code ข้างล่างนี้ สถานพยาบาลในความตกลงฯ QR Code_รายชื่อสถานพยาบาล ในความตกลงของกองทุนเงินทดแทน ระดับต้น (ภาครัฐบาล) QR Code_รายชื่อสถานพยาบาล ในความตกลงของกองทุนเงินทดแทน ระดับคลินิค (ภาคเอกชน) QR Code_รายชื่อสถานพยาบาล ในความตกลงของกองทุนเงินทดแทน ระดับสูง (ภาครัฐบาล) QR Code_รายชื่อสถานพยาบาล ในความตกลงของกองทุนเงินทดแทน ระดับต้น (ภาคเอกชน) QR Code_รายชื่อสถานพยาบาล ในความตกลงของกองทุนเงินทดแทน ระดับสูง (ภาคเอกชน)
20 I คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน หน้าที่ของนายจ้าง วิธีปฏิบัติในการส่งลูกจ้างเข้ารักษา 1. นายจ้างต้องแน่ใจว่าลูกจ้างประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย ด้วยโรคเนื่องจากการท�ำงานจริง 2. ให้นายจ้างกรอกข้อความในแบบส่งตัวลูกจ้างเข้ารับการรักษาพยาบาล (กท.44) ซึ่งหนึ่งชุด มี2แผ่น โดยให้ลูกจ้างน�ำไปแสดงต่อโรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษา ณ สถานพยาบาล ที่ส�ำนักงานกองทุนเงินทดแทนท�ำความตกลงไว้ 3. ให้นายจ้างส่งส�ำเนาแบบ กท.44 ไปยังส�ำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/ จังหวัด/สาขา พร้อมแบบแจ้งการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย (กท.16) และใบรับรองแพทย์ 4. ในการส่งตัวลูกจ้างเข้ารับการรักษาตามแบบ กท.44 นี้ หากภายหลังส�ำนักงาน กองทุนเงินทดแทน หรือส�ำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา วินิจฉัยว่า ลูกจ้างไม่มีสิทธิรับเงินทดแทน นายจ้างผู้ส่งตัวลูกจ้างเข้ารับการรักษา จะต้องรับผิดชอบ จ่ายค่ารักษาพยาบาลแก่สถานพยาบาลที่ให้การรักษาแก่ลูกจ้างนั้นเอง หน้าที่ของลูกจ้าง หน้าที่ของลูกจ้างผู้ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน 1. รีบแจ้งนายจ้างทันทีที่ประสบอันตราย แม้จะเป็นการประสบอันตรายเพียงเล็กน้อย ก็ต้องแจ้งการประสบอันตราย เพราะอาจจะมีอาการก�ำเริบมากขึ้นได้ในภายหลัง 2. กรอกข้อความหรือตรวจสอบรายละเอียดให้ถูกต้อง และลงลายมือชื่อในแบบแจ้ง การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย (กท.16) ในส่วนของลูกจ้าง 3. ต้องรักษาพยาบาลกับแพทย์ปัจจุบันชั้น 1 4. ถ้าลูกจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อนแล้ว ให้รีบน�ำใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาล มาเบิกคืนจากส�ำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา แล้วแต่กรณี 5. หากลูกจ้างได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าลูกจ้างจ�ำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ ในการท�ำงาน ให้ไปติดต่อสมัครเข้ารับการฟื้นฟูฯได้ที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน หรือที่ส�ำนักงาน กองทุนเงินทดแทน หรือส�ำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขาทั่วประเทศ 6. ในกรณีที่มีการเจ็บป่วยเกิดขึ้นภายหลังการสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง ให้ลูกจ้างยื่นค�ำร้อง ขอรับเงินทดแทน (กท.16) ได้ภายใน 2 ปีนับแต่วันที่ทราบการเจ็บป่วย กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย นายจ้าง ลูกจ้าง ต้องดำเนินการ อย่างไร
คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน I 21 1. ค่ารักษาพยาบาล มีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 50,000 บาท ต่อการประสบ อันตราย หรือเจ็บป่วย1ครั้ง หากมีการบาดเจ็บที่รุนแรงหรือเรื้อรังตามหลักเกณฑ์ที่ก�ำหนด ในกฎกระทรวงก�ำหนดอัตราค ่ารักษาพยาบาลที่ให้นายจ้างจ่าย ให้จ่ายเพิ่มได้อีก 100,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 150,000 บาท หากไม่เพียงพอสามารถจ่ายเพิ่มได้อีก รวมแล้วไม่เกิน 300,000 บาท หรือหากไม่เพียงพอสามารถจ่ายเพิ่มขึ้นได้อีก รวมแล้ว ไม่เกิน 500,000 บาท โดยตามความเห็นของคณะกรรมการการแพทย์และหากไม่ เพียงพอสามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น แต่รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 1,000,000 บาท (สถานพยาบาลเอกชน) โดยคณะกรรมการการแพทย์พิจารณา คณะกรรมการกองทุน เงินทดแทนให้ความเห็นชอบ เว้นแต่ลูกจ้างเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของรัฐตั้งแต่ เริ่มแรกจนสิ้นสุดการรักษา หรือกรณีมีความจ�ำเป็นหรือมีเหตุสมควรที่ไม่สามารถเข้ารับ การรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของรัฐตั้งแต่เริ่มแรก แต่ภายหลังได้เข้ารับการรักษา พยาบาลในสถานพยาบาลของรัฐจนสิ้นสุดการรักษาพยาบาลสามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาล เท่าที่จ่ายจริงตามความจ�ำเป็นจนสิ้นสุดการรักษาพยาบาล เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการท�ำงาน ได้รับเงินทดแทน ซึ่งประกอบด้วยค่ารักษาพยาบาลค่าทดแทนรายเดือน ค่าท�ำศพ และค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ ในการท�ำงาน เงินทดแทน
22 I คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน 2. ค่าทดแทนรายเดือน เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการท�ำงานให้แก่นายจ้าง จนเป็นเหตุให้มีการหยุดงาน สูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพในการท�ำงานของ ร่างกาย ทุพพลภาพ ตายหรือสูญหาย จะได้ค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน และไม่น้อยกว่าค่าจ้างขั้นต�่ำรายวันตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ในท้องที่ ที่ลูกจ้างประจ�ำท�ำงานอยู่และไม่เกิน 14,000 บาทต่อเดือน 1) กรณีแพทย์ให้หยุดพักรักษาตัว มีสิทธิได้รับค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน กรณีลูกจ้าง ไม่สามารถท�ำงานได้ตั้งแต่วันแรก แต่ต้องไม่เกิน 1 ปีโดยต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ระบุ หยุดพักรักษาตัวและลูกจ้างมีการหยุดพักรักษาตัวจริงตามใบรับรองแพทย์ 2) กรณีสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกาย มีสิทธิได้รับค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน เป็นระยะเวลา ไม่เกิน 10 ปีทั้งนี้การประเมินการสูญเสียอวัยวะ ลูกจ้างต้องได้รับการรักษาพยาบาล จนสิ้นสุดการรักษา และอวัยวะคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือเมื่อพ้นก�ำหนดระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันที่ลูกจ้างประสบอันตราย 3) กรณีทุพพลภาพ มีสิทธิได้รับค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน เป็นระยะเวลา ตลอดชีวิต 4) กรณีถึงแก่ความตายหรือสูญหาย ผู้มีสิทธิมีสิทธิได้รับค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน เป็นระยะ เวลา 10 ปีจ่ายให้กับผู้มีสิทธิตามกฎหมาย
คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน I 23 3. ค่าทำศพ ได้รับค่าท�ำศพ ตามอัตราที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง (ปัจจุบัน 50,000 บาท) 4. ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน กรณีฟื้นฟูสมรรถภาพในการท�ำงานภายหลังการประสบอันตรายส�ำหรับลูกจ้าง ที่จ�ำเป็น ต้องได้รับการฟื้นฟูได้รับตามอัตรา ดังนี้ 1) ค่าใช้จ่ายในกระบวนการเวชศาสตร์ฟื้นฟูสมรรถภาพในการท�ำงานด้าน การแพทย์ โดยเป็นค่าใช้จ่ายทางกายภาพบ�ำบัด ไม่เกินวันละ 200 บาท และค่าใช้จ่าย ทางกิจกรรมบ�ำบัด ไม่เกินวันละ 100 บาท แต่รวมแล้ว ไม่เกิน 24,000 บาท 2) ค่าใช้จ่ายในกระบวนการบ�ำบัดรักษาและการผ่าตัด เพื่อประโยชน์ในการ ฟื้นฟูสมรรถภาพในการท�ำงาน ไม่เกิน 40,000 บาท หากมีความจ�ำเป็นให้จ่ายเพิ่มได้อีก ไม่เกิน 140,000 บาท โดยคณะกรรมการการแพทย์พิจารณา 3) ค่าวัสดุและอุปกรณ์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูหน่วยละไม่เกินอัตราตามที่กระทรวง การคลังก�ำหนด แต่รวมแล้วไม่เกิน 160,000 บาท 4) ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสมรรถภาพในการท�ำงานด้านอาชีพ โดยให้จ่ายได้ เฉพาะที่เป็นการฝึกตามหลักสูตรที่หน่วยงานของส�ำนักงานประกันสังคมเป็นผู้ด�ำเนินการ ไม่เกิน 24,000 บาท
24 I คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน ลูกจ้างที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการท�ำงาน จนสูญเสียสมรรถภาพ ในการท�ำงาน จะได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ลูกจ้างสามารถ ด�ำรงชีวิตประจ�ำวันได้อย่างอิสระด้วยการฟื้นฟูในด้านต่าง ๆ ดังนี้ 1) ด้านการแพทย์ เพื่อลดและป้องกันการพิการด้วยการส่งรักษาผ่าตัดแก้ไขสภาพ ความพิการกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ให้กายภาพบ�ำบัด กิจกรรมบ�ำบัด เพื่อให้อวัยวะ ส่วนที่เหลือคืนสู่สภาพที่ปกติให้มากที่สุด จัดสรรอุปกรณ์เทียม กายอุปกรณ์เสริมและ เครื่องช่วยต่างๆเพื่อช่วยในการประกอบกิจวัตรประจ�ำวันได้ด้วยตนเองให้การปรึกษา แนะน�ำ และฝึกฝนจนคล่องและมั่นใจกับสภาพร่างกายที่เหลืออยู่ 2) ด้านอาชีพ ให้ความรู้และฝึกอบรม เพื่อเพิ่มสมรรถภาพในการท�ำงาน ส่งเสริม การใช้อวัยวะที่เหลืออยู่ให้คล่อง เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่การท�ำงานตามความถนัด และสภาพ ของร่างกายให้เกิดความพร้อมที่จะกลับสู่ตลาดแรงงานอีกครั้ง 3) ด้านจิตใจและสังคม เป็นการดูแลสภาพจิตใจให้สามารถยอมรับความบาดเจ็บ หรือความพิการที่เกิดขึ้น โดยใช้กระบวนการให้การปรึกษาเชิงจิตวิทยารายบุคคล และ ปรึกษาแบบกลุ่ม และการใช้กระบวนการจัดการรายบุคคลตามแนวทางสังคมสงเคราะห์ เพื่อช่วยให้การดูแลเป็นไปอย่างคลอบคลุมทั้งนายจ้างและครอบครัวผู้ดูแล ตลอดจน ส่งเสริมศักยภาพด้วยกิจกรรมต่างๆเช่น การส่งเสริมการประกอบธุรกิจขนาดย่อม การฝาก ฝึกในสถานประกอบการ การส่งเสริมความพร้อมในการกลับเข้าสู่สังคมด้วยการเพิ่ม ความเข้มแข็งทางจิตใจด้วยกิจกรรมทางศาสนา ให้มีความพร้อมมีความมั่นใจในการกลับ เข้าท�ำงานอย่างมีความสุขอีกครั้ง การฟื้นฟูดูแลลูกจ้าง
คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน I 25 ลูกจ้างที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการท�ำงาน สามารถเข้ารับบริการที่ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน ทั้ง 5 แห่ง ดังนี้ 5) ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 5 (จังหวัดสงขลา) 08-1855-9841, 0-7459-1075-7 1) ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 1 (จังหวัดปทุมธานี) 0-2567-0847-9, 0-2567-0777-9 2) ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 2 (จังหวัดระยอง) 08-1855-1425, 0-3887-7074-9 3) ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 3 (จังหวัดเชียงใหม่) 0-5301-6850-9, 08-1855-4957 4) ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 4 (จังหวัดขอนแก่น) 08-1855-9263, 0-4328-3040 1 3 5 2 4
26 I คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน ลูกจ้างที่มีความประสงค์จะรับการฟื้นฟูสมรรถภาพในการท�ำงาน ณ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน ให้ด�ำเนินการ ดังนี้ 1. เอกสารประกอบการยื่นใบสมัคร 1.1 ใบสมัครเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพ (ศฟง.31301) 1.2 ส�ำเนาประวัติการรักษาพยาบาล (เวชระเบียน) ของลูกจ้าง 1.3 กท.16 กท.8 และฟิล์มเอกซเรย์ 1.4 ส�ำเนาบัตรประจ�ำตัวประชาชน 2.คุณสมบัติของลูกจ้างที่เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพ 2.1 อายุ15 ปีขึ้นไป 2.2 เป็นลูกจ้างที่ได้รับการวินิจฉัยให้เป็นผู้ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจาก การท�ำงาน ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 2.3 สามารถช่วยเหลือตนเองได้ในกิจวัตรประจ�ำวัน เช่น การรับประทานอาหาร การใช้ห้องน�้ำ การขับถ่าย การเคลื่อนย้ายตนเอง/เคลื่อนย้ายตนเองบนรถเข็นได้เป็นต้น นอกจากนี้ต้องเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะสามารถสื่อสารได้เป็นอย่างดีและสภาพความพิการ หรือความบกพร่องสามารถฟื้นฟูสมรรถภาพในการท�ำงานให้ดีขึ้นได้ 2.4 ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ โรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคติดต่ออันตราย 3.สถานที่ยื่นคำขอเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพ 3.1 ส�ำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่ลูกจ้างรับเงิน ทดแทนการสูญเสียสมรรถภาพในการท�ำงานหรืออวัยวะ/ทุพพลภาพ หรือ 3.2 ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานทุกแห่ง ที่ลูกจ้างประสงค์จะเข้ารับการฟื้นฟู สมรรถภาพในการท�ำงาน กรณีที่ลูกจ้างยื่นแบบค�ำขอเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพฯ ณ ส�ำนักงานประกันสังคม กรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่มิใช่ส�ำนักงานประกันสังคมที่จ่ายเงินทดแทนการสูญเสีย สมรรถภาพในการท�ำงานหรืออวัยวะ/ทุพพลภาพให้กับลูกจ้าง ให้ส�ำนักงานประกันสังคม กรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ประสานส�ำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/ จังหวัด/สาขา ที่จ่ายเงินทดแทนการสูญเสียสมรรถภาพในการท�ำงานหรืออวัยวะ/ทุพพลภาพ ให้กับลูกจ้างเพื่อด�ำเนินการต่อไป การเข้าศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน ของลูกจ้างกองทุนเงินทดแทน
คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน I 27 กระทรวงแรงงานและกระทรวงสาธารณสุขตระหนักถึงกลุ่มผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นทรัพยากร ที่มีค่าและส�ำคัญยิ่งของประเทศ โดยได้จัดท�ำข้อตกลงความร่วมมือการจัดตั้ง “โครงการ ศูนย์โรคจากการทำงาน” ขึ้นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2548 1) วัตถุประสงค์ - จัดให้มีระบบการดูแลสุขภาพและการวินิจฉัยโรคจากการท�ำงานของลูกจ้าง - ดูแล รักษา หลังจากเกิดโรคและอุบัติเหตุ - พัฒนาคลินิกอาชีวเวชศาสตร์และเครือข่ายตลอดจนแนวทางการวินิจฉัยที่เป็นมาตรฐาน - สร้างระบบป้องกันและส่งเสริมสุขภาพอย่างเป็นธรรม 2) วิธีการเข้ารักษาที่คลินิกโรคจากการทำงาน ลูกจ้างที่สงสัยว่าเจ็บป่วยด้วยโรคจากการท�ำงานสามารถเข้ารับบริการตรวจวินิจฉัยได้ที่ คลินิกโรคจากการท�ำงานโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นโดยมีขั้นตอนในการเข้ารับบริการ ดังนี้ - ยื่นแจ้งการประสบอันตรายฯ ตามแบบฉบับ กท.16 ต่อส�ำนักงานประกันสังคม กรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่ลูกจ้างท�ำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิล�ำเนา เพื่อขอหนังสือ ส่งตัวไปยังโรงพยาบาล ที่ให้บริการคลินิกโรคจากการท�ำงานหรือติดต่อคลินิกโรคจากการท�ำงาน โดยตรง - กรณีมีสิทธิรักษาในโรงพยาบาลที่ให้บริการคลินิกโรคจากการท�ำงาน สามารถเข้ารับ บริการได้โดยติดต่อคลินิกประกันสังคมเพื่อตรวจคัดกรองเบื้องต้น หากพยาบาลที่คัดกรองโรคหรือ แพทย์ผู้ท�ำการตรวจวินิจฉัยสงสัยว่าเจ็บป่วยด้วยโรคจากการท�ำงาน จะส่งต่อไปยังคลินิกโรคจาก การท�ำงาน - กรณีลูกจ้างเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยไม่ได้แจ้งการประสบอันตรายหากผลการ ตรวจวินิจฉัยพบว่าลูกจ้างเจ็บป่วยจากการท�ำงานให้นายจ้างยื่นแบบแจ้งการประสบอันตรายฯ (กท.16) ต่อส�ำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน เพื่อให้โรงพยาบาลเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการ รักษาพยาบาลในส่วนของกองทุนเงินทดแทน จากส�ำนักงานประกันสังคมโดยตรง - กรณีผลการตรวจลูกจ้างไม่เจ็บป่วยจากการท�ำงาน ลูกจ้างไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ในการตรวจวินิจฉัย เนื่องจากกองทุนเงินทดแทนให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายแก่โรงพยาบาลแล้ว 3) ตรวจสอบรายชื่อคลินิกโรคจากการทำงาน สามารถตรวจสอบรายชื่อคลินิกโรคจากการท�ำงานได้ที่ www.sso.go.th หัวข้อ สิทธิประโยชน์/กองทุนเงินทดแทน/คลินิกโรคจากการท�ำงาน คลินิกโรคจากการทำงาน
28 I คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน การอุทธรณ์ 1) นายจ้างลูกจ้าง หรือผู้มีสิทธิไม่เห็นด้วยกับค�ำสั่งค�ำวินิจฉัย หรือการประเมินเงินสมทบ ของเจ้าหน้าที่ ให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ ได้รับแจ้งค�ำสั่ง ค�ำวินิจฉัย หรือการประเมินเงินสมทบ ยกเว้น ค�ำสั่งกรณียึด อายัด และขาย ทอดตลาดทรัพย์สินของนายจ้าง 2) ผู้อุทธรณ์ที่ไม่เห็นด้วยกับค�ำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ให้มีสิทธิ น�ำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งค�ำวินิจฉัย ถ้าไม่น�ำคดีไปสู่ศาลภายใน ก�ำหนดเวลาให้ค�ำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนเป็นที่สุด 3) การที่ลูกจ้างหรือผู้มีสิทธิหรือนายจ้างยื่นอุทธรณ์หรือน�ำคดีไปสู่ศาลไม่เป็นการทุเลา การปฏิบัติตามค�ำสั่ง หรือค�ำวินิจฉัยของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน บทกำหนดโทษ มาตรา 62 นายจ้างผู้ใดไม่จัดให้ลูกจ้างซึ่งประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ได้รับการรักษา พยาบาลตามมาตรา 13 หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 17 มาตรา 44 วรรคสองหรือวรรคสาม หรือ มาตรา 48 ต้องระวางโทษจ�ำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ มาตรา 63 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามค�ำสั่งของคณะกรรมการ คณะกรรมการการแพทย์ หรือ คณะอนุกรรมการที่สั่งตามมาตรา 42 หรือค�ำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 57 (2) หรือ ไม่อ�ำนวยความสะดวกในการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 58 ต้องระวางโทษ จ�ำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ มาตรา 64 นายจ้างผู้ใดไม ่จ ่ายเงินทดแทนตามค�ำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม มาตรา 50 หรือมาตรา 51 โดยมิได้อุทธรณ์ตามมาตรา 52 หรือไม่จ่ายเงินทดแทนตามค�ำวินิจฉัย อุทธรณ์ของคณะกรรมการโดยมิได้น�ำคดีไปสู่ศาลตามมาตรา 53 ต้องระวางโทษจ�ำคุกไม่เกิน หนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ
คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน I 29 คำถาม คำตอบ 1. การประเมินเงินสมทบประจ�ำปีคืออะไร คือการประมาณการเงินสมทบของปีล่วงหน้า ที่คิดจาก ค่าจ้างที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างทั้งปีรวมกัน คูณกับ อัตราเงินสมทบของประเภทกิจการนั้น ซึ่งนายจ้าง แต่ละประเภทจะจ่ายในอัตราเงินสมทบหลักที่ไม่เท่ากัน ระหว่างอัตรา 0.2% -1.0% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเสี่ยงภัย ตามลักษณะงานของกิจการของนายจ้าง เพื่อเป็นทุน ในการจ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้าง เมื่อลูกจ้างประสบ อันตรายหรือเจ็บป่วย หรือถึงแก่ความตาย หรือสูญหาย เนื่องจากการท�ำงานให้นายจ้าง 2. ใครเป็นคนประเมินเงินสมทบประจ�ำปี เจ้าหน้าที่ของส�ำนักงานประกันสังคม จะเป็นผู้ประเมิน เงินสมทบ โดยพิจารณาจากฐานค่าจ้างย้อนหลังในฐาน ข้อมูลจากค่าจ้างประเภทต่าง ๆ ได้แก่ ค่าจ้างจาก การตรวจบัญชีค่าจ้างจากการรายงานค่าจ้าง ค่าจ้าง จากการประเมินเงินสมทบประจ�ำปีและค่าจ้างของ กองทุนประกันสังคม 3. นายจ้างจะได้รับใบแจ้งการประเมินเงินสมทบ ประจ�ำปี(กท.26 ก) ประมาณช่วงเดือนไหน นายจ้างจะได้รับใบแจ้งการประเมินเงินสมทบกองทุน เงินทดแทนภายในเดือนธันวาคม 4. หากนายจ้างไม่ได้รับเอกสารใบแจ้งการประเมิน เงินสมทบประจ�ำปี(กท.26 ก) นายจ้างต้อง ด�ำเนินการอย่างไร ติดต่อส�ำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/ จังหวัด/สาขา ที่รับผิดชอบ 5. หากนายจ้างไม ่เห็นด้วยกับการประเมิน เงินสมทบประจ�ำปี(กท.26ก)จะต้องด�ำเนินการ อย่างไร นายจ้างจะต้องท�ำหนังสือชี้แจง พร้อมส่งหลักฐาน การจ่ายค่าจ้างในปัจจุบันไปยังส�ำนักงานประกันสังคม กรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่รับผิดชอบ เพื่อพิจารณาการประเมินเงินสมทบใหม่หรือให้อุทธรณ์ เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการกองทุน เงินทดแทน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง การประเมินเงินสมทบ 6. การช�ำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ประจ�ำปีต้องช�ำระภายในวันที่เท่าไหร่ ต้องช�ำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนประจ�ำปีภายใน เดือนมกราคม ของทุกปี คำถาม - คำตอบที่พบบ่อย
30 I คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน 7. นอกเหนือจากหน้าที่ที่จะต้องช�ำระเงินสมทบ ประจ�ำปีแล้ว นายจ้างมีหน้าที่อย่างไรเกี่ยวกับ กองทุนเงินทดแทน นอกเหนือจากนายจ้างจะต้องช�ำระเงินสมทบกองทุน เงินทดแทนประจ�ำปีแล้ว นายจ้างจะต้องด�ำเนินการ รายงานค่าจ้างประจ�ำปีโดยนายจ้างจะต้องมีหน้าที่ รวมค่าจ้างที่จ่ายจริงให้กับลูกจ้างทั้งปีตั้งแต่เดือนมกราคม - ธันวาคม ที่ผ่านมาและแจ้งส�ำนักงานประกันสังคม ตามแบบแสดงเงินค่าจ้างประจ�ำปี(กท.20 ก) ภายใน เดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป 8. การรายงานค่าจ้างสามารถรายงานค่าจ้าง ผ่านช่องทางใดได้บ้าง ปัจจุบันส�ำนักงานประกันสังคมได้เปิดบริการให้นายจ้าง สามารถรายงานค่าจ้างได้2 ช่องทาง ได้แก่ 1) รายงานค่าจ้างมายังส�ำนักงานประกันสังคม กรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่รับผิดชอบ สถานประกอบการ 2) รายงานค่าจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-wage) บนเว็บไซต์ส�ำนักงานประกันสังคม (www.sso.go.th) 9. กรณีที่นายจ้างมีหลายสาขา การรายงาน ค่าจ้างประจ�ำปีต้องรายงานค่าจ้างอย่างไร กรณีที่นายจ้างมีหลายสาขา การรายงานค่าจ้าง ประจ�ำปีจะต้องรายงานรวมกับส�ำนักงานใหญ่ในกรณี ที่นายจ้างเป็นเอกชน แต่กรณีที่นายจ้างหน่วยงาน ราชการ การรายงานค่าจ้างจะแยกตามสาขา 10. การกรอกข้อมูลจ�ำนวนลูกจ้างในแบบ แสดงเงินค ่าจ้างประจ�ำปีกองทุนเงินทดแทน (กท.20 ก) ต้องกรอกข้อมูลอย่างไร จ�ำนวนลูกจ้างคือจ�ำนวนลูกจ้างในสถานประกอบการ ทั้งหมด ณ วันที่ 31 ธันวาคม ของปีที่ท�ำการรายงาน ค่าจ้าง 11. การกรอกข้อมูลเงินค ่าจ้างรวมในแบบ แสดงเงินค ่าจ้างประจ�ำปีกองทุนเงินทดแทน (กท.20 ก) ต้องกรอกข้อมูลอย่างไร เงินค่าจ้างรวม คือ ค่าจ้างที่นายจ้างจ่ายให้กับลูกจ้าง รวมกันทั้งปีตั้งแต่ เดือน มกราคม - ธันวาคม ของปีที่มี การรายงานค่าจ้างสูงสุดไม่เกินเดือนละ20,000 บาท/ คน และไม่เกิน 240,000 บาท/คน/ปี 12. กรณีนายจ้างรายงานค่าจ้างสูงกว่าการประเมิน เงินสมทบที่จ่ายไว้ต้นปีจะต้องช�ำระเงินสมทบ จากการรายงานค่าจ้างภายในวันที่เท่าไหร่ กรณีนายจ้างรายงานค่าจ้างสูงกว ่าการประเมิน เงินสมทบที่จ ่ายไว้ต้นปีจะต้องช�ำระเงินสมทบจาก การรายงานค่าจ้างภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปี ถัดไป คำถาม คำตอบ
คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน I 31 คำถาม คำตอบ 13. กรณีนายจ้างท�ำการรายงานค่าจ้างผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์(e-wage)และท�ำการยืนยันข้อมูล เรียบร้อยแล้ว แต่กรอกรายละเอียดผิด สามารถ ท�ำการแก้ไขได้อย่างไร นายจ้างจะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลบนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-wage) ได้จะต้องท�ำหนังสือชี้แจง พร้อมส่งหลักฐาน การจ่ายค่าจ้างในปัจจุบันไปยังส�ำนักงานประกันสังคม กรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่รับผิดชอบ เพื่อพิจารณาการประเมินเงินสมทบใหม่ 14. กรณีนายจ้างท�ำการรายงานค่าจ้างผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์(e-wage) เรียบร้อยแล้วจะต้องยื่น แบบแสดงเงินค่าจ้างประจ�ำปีกองทุนเงินทดแทน (กท.20 ก) ไปที่ส�ำนักงานประกันสังคมอีกหรือไม่ เมื่อนายจ้างท�ำการรายงานค่าจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-wage) เรียบร้อยแล้ว นายจ้าง ไม่ต้องยื่นแบบแสดง เงินค่าจ้างประจ�ำปีกองทุนเงินทดแทน (กท.20 ก) อีก 15. การรายงานค่าจ้างตามแบบแสดงเงิน ประจ�ำปีกองทุนเงินทดแทนล ่าช้าเกินเดือน กุมภาพันธ์นายจ้างจะต้องท�ำอย่างไร นายจ้างต้องรอให้เจ้าหน้าที่เรียกตรวจสอบบัญชีค่าจ้าง กองทุนเงินทดแทน และจึงปรับปรุงเงินสมทบเพื่อเรียก เก็บเงินสมทบ หรือคืนเงินสมทบ 16. กรณีนายจ้างช�ำระเงินสมทบกองทุนเงิน ทดแทนเกินกว่าระยะเวลาที่ก�ำหนด นายจ้าง จะต้องช�ำระเงินเพิ่มตามกฎหมายอย่างไร นายจ้างจะต้องช�ำระเงินเพิ่มตามกฎหมายร้อยละ 2 ต่อเดือน แต่ไม่เกินเงินต้นที่ต้องช�ำระเงินสมทบ 17. การช�ำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน สามารถช�ำระได้ด้วยวิธีใดบ้าง วิธีการช�ำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน สามารถ ช�ำระได้ดังนี้ 1) ช�ำระเป็นเงินสด 2) ช�ำระเงินด้วยเช็ค 3) ช�ำระเงินด้วยธนาณัติ 4) ช�ำระเงินผ่านธนาคารกรุงไทยจ�ำกัด(มหาชน)และ กรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) 5) ช�ำระเงินผ่านบริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จ�ำกัด และ ผ่านบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จ�ำกัด 6) ช�ำระเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) บนเว็บไซต์ส�ำนักงานประกันสังคม (www.sso.go.th) 18. ช่องทางการช�ำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน มีกี่ช่องทาง นายจ้างสามารถช�ำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนได้ที่ ส�ำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/ สาขา ทั่วประเทศช�ำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารและ หน่วยบริการ และช�ำระเงินผ่านระบบอินเตอร์เน็ต (e-payment)
32 I คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน 19. นายจ้างสามารถช�ำระเงินสมทบกองทุน เงินทดแทนผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารและหน่วย บริการ ได้ที่ไหนบ้าง นายจ้างสามารถช�ำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารและหน่วยบริการได้ทั้งหมด 4 แห่ง ดังนี้ 1. ช�ำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยจ�ำกัด(มหาชน) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด(มหาชน)ด้วยเงินสด/ เช็คธนาคาร 2. ช�ำระเงินผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสและเคาน์เตอร์โลตัส ด้วยเงินสด รายการละไม่เกิน 49,000.- บาท 20. นายจ้างต้องการช�ำระเงินสมทบกองทุนเงิน ทดแทนให้กับส�ำนักงานประกันสังคมผ่านช่องทาง อินเตอร์เน็ต (e-payment) ต้องท�ำอย่างไร นายจ้างต้องสมัครขอใช้บริการการท�ำธุรกรรมผ่าน อินเตอร์เน็ตจากเว็บไซต์ของส�ำนักงานประกันสังคม และสมัครใช้บริการช�ำระเงินผ่านระบบ e-Payment กับธนาคารที่ร่วมให้บริการ เพื่อช�ำระเงินสมทบให้กับ ส�ำนักงานประกันสังคม เมื่อได้รับ userและ password ของทั้ง 2 แห่ง แล้วจึงจะสามารถช�ำระเงินสมทบ กองทุนเงินทดแทนผ ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต (e-payment) ได้ 21. มีธนาคาร/หน่วยบริการ ที่ร่วมให้บริการ ช�ำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ผ่านช่องทาง อินเตอร์เน็ต (e-payment) ให้กับส�ำนักงาน ประกันสังคม ที่ไหนบ้าง ธนาคาร/หน่วยบริการที่ให้บริการช�ำระเงินผ่านช่องทาง อินเตอร์เน็ต(e-payment) ให้กับส�ำนกงานประกันสังคม ทั้งหมด6แห่ง ได้แก่ธนาคารกรุงไทยจ�ำกัด(มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จ�ำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จ�ำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทยธนชาต จ�ำกัด (มหาชน) ธนาคารดอยซ์แบงก์และบัตรเดบิต/เครดิต มาสเตอร์การ์ดผ่านบริการของบริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จ�ำกัด 22. นายจ้างช�ำระเงินสมทบผ่านระบบอินเตอร์เน็ต (e-payment) เรียบร้อยแล้ว จะได้รับใบเสร็จ รับเงินอย่างไร นายจ้างสามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ได้ทันทีที่ช�ำระเงินเรียบร้อยแล้วจากเว็บไซต์ ส�ำนักงานประกันสังคม คู่มือใช้งานระบบใบเสร็จรับเงิน อิเล็กทรอนิกส์สามารถดาวน์โหลดได้ที่www.sso.go.th เลือกเมนู“ดาวน์โหลด” >> “คู่มือ” >> “คู่มือใช้งาน ระบบใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์(e-Receipt)ส�ำหรับ นายจ้าง” คำถาม คำตอบ
คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน I 33 23. นายจ้างช�ำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ผ่านธนาคารและหน่วยบริการมีค่าธรรมเนียม การให้บริการหรือไม่ การช�ำระเงินสมทบผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารและผ่านระบบ อินเตอร์เน็ตของส�ำนักงานประกันสังคมนายจ้างไม่ต้อง จ่ายค่าธรรมเนียมการให้บริการ ส�ำหรับการช�ำระเงิน สมทบผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส และเคาน์เตอร์โลตัส นายจ้างจ่ายค่าธรรมเนียมการให้บริการรายการละ 10.- บาท 24. ผู้ประกันตนสามารถขอรับเงินทดแทนได้ ช่องทางไหนบ้าง ผู้ประกันตนสามารถขอรับเงินทดแทนได้ที่ส�ำนักงาน ประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ, รับเงินผ่านธนาณัติ, รับเงินผ่านธนาคาร 25. ธนาคารที่โอนเงินทดแทนให้กับผู้ประกันตน มีธนาคารอะไรบ้าง ธนาคารที่โอนเงินทดแทนให้กับผู้ประกันตนมี4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จ�ำกัด (มหาชน) ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จ�ำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 26. เมื่อนายจ้างได้รับจดหมายจากส�ำนักงาน ประกันสังคม ขอให้ส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง กับการจ่ายค่าจ้างเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ การน�ำส่งเงินสมทบควรท�ำอย่างไร ให้ด�ำเนินการจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ ในหนังสือแล้วจัดส่งให้แก่ เจ้าหน้าที่ตามรายละเอียด ที่ก�ำหนดในหนังสือ 27. เมื่อนายจ้างได้รับหนังสือแจ้งผลการ ตรวจสอบบัญชีค ่าจ้างแล้ว หากไม ่เห็นด้วย กับผลการตรวจสอบต้องด�ำเนินการอย่างไร นายจ้างสามารถอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการ อุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผล การตรวจสอบบัญชีค่าจ้าง 28. ถ้านายจ้างได้รับเอกสารกท.25ก(ใบแจ้งหนี้ จากการตรวจสอบบัญชีค ่าจ้าง) ให้ไปรับเงิน สมทบคืน หากประสงค์จะไม่ขอรับคืน จะต้อง ด�ำเนินการ อย่างไร นายจ้างไม่ต้องด�ำเนินการใดๆส�ำนักงานประกันสังคม จะน�ำเงินดังกล่าวไปหักจากเงินสมทบที่จะเรียกเก็บ ในครั้งต่อไป (เก็บเป็นเครดิต) 29. หากนายจ้างท�ำเอกสารกท.25ก(ใบแจ้งหนี้ จากการตรวจสอบบัญชีค่าจ้าง)สูญหายสามารถ ขอใหม่ได้หรือไม่จะต้องด�ำเนินการอย่างไร นายจ้างสามารถขอส�ำเนาเอกสาร กท.25 ก จาก เจ้าหน้าที่ ที่เป็นผู้ออกเอกสาร โดยไม่ต้อง แจ้งความ เอกสารหายแต่อย่างใด คำถาม คำตอบ
34 I คู่มือนายจ้างกองทุนเงินทดแทน แบบฟอร์มประเภทต่าง ๆ ของการเรียกเก็บเงิน สมทบกองทุนเงินทดแทน : ได้แก่ • แบบแสดงเงินค่าจ้างประจ�ำปีกองทุนเงินทดแทน (กท.20 ก) • ใบแจ้งเงินค่าจ้างและเงินสมทบประจ�ำงวด (กท.20 ข) • ใบแจ้งหนี้เงินฝาก (กท.23) • ใบแจ้งจากการตรวจบัญชีค่าจ้างประจ�ำปี (กท.25 ก) • ใบแจ้งเงินสมทบจากการรายงานค่าจ้างประจ�ำปี (กท.25 ค) • ใบแจ้งเงินสมทบประจ�ำงวด (กท.26 ข) • ใบแจ้งการประเมินเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ประจ�ำปี(กท.26 ก) แบบฟอร์มประเภทต่าง ๆ ของกองทุนเงินทดแทน : ได้แก่ • แบบแจ้งการประสบอันตรายเจ็บป่วย หรือสูญหาย และค�ำร้องขอรับเงินทดแทน ตามพระราชบัญญัติ เงินทดแทน พ.ศ. 2537 (กท.16) • หนังสือรับรองของแพทย์ผู้รักษา (กท.16/1) • แบบฟอร์มส่งตัวลูกจ้างเข้ารับการรักษาพยาบาล (แบบ กท.44) • ตัวอย่างใบแจ้งเงินสมทบ 5 ประเภท • แบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง (สปส.1-01) • หนังสือน�ำส่งแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส.1-02) • แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส.1-03) • ค�ำขอท�ำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(สปส.1-05) • แบบแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน (สปส.6-09) • แบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนายจ้าง (สปส.6-15) สามารถดาวน์โหลดตัวอย่างได้ตาม QR Code ภาคผนวก :
The Office of the Workers’ Compensation Fund is the division of the Social Security Office in charge of establishing social security and ensuring that a worker is protected so he/she can receive benefits in the event of danger, illness, dismemberment or loss of body parts or physical functions, disability, death, or disappearance resulting from his/her employment with an employer according to the Workers’ Compensation Act B.E. 2537 as amended by the Workers’ Compensation Act. (No. 2) B.E. 2561 According to the Workers’ Compensation Act, B.E. 2537, it is an employer’s responsibility tocomply withthe law inanumberof aspects within a specified period of time to protect an employee and ensure he/she receive full benefits. For the employer’s knowledge and understanding, the Office of the Workers’ Compensation Fund has complied a list of the primary responsibilities of the employer, forms, procedures, means to contact the Social Security Office, as well as information on the Workers’ Compensation Fund’s history and primary objective. This will make it simpler and quicker for the employer, the employee, and other eligible parties to get in touch with the Social Security Office, resulting in greater advantages. In order to benefit the employer in the Social Security System and interested parties, therefore the Workers’ Compensation Fund under the Social Security Office has prepared a guide for the employer of the Workers’ Compensation Fund. Office of the Workers’ Compensation Fund Social Security Office, Ministry of Labour June 2022 Preamble
• History of Workers’ Compensation Fund 37 • Employer Registration 39 • Employer’s Fact Change 41 • Collection of Contributions to the Workers’ 42 Compensation Fund • Details of the Payment Process for the Workers’ 49 Compensation Fund and Compensation Claim • Perils/Illness Reporting and Supporting Documents 51 for Filing a Compensation Claim • Employee Referral for Medical Treatment Procedures 53 • Medical Expenses Reimbursement 54 • What actions should an employer and an employee 56 take in the event of illness or perils? • Compensation 57 • Employee Rehabilitation 60 • Procedures for Workers’ Compensation Fund 62 Employees to Access the Workers’ Rehabilitation Center • Occupational Disease Clinic 63 • Frequently Asked Questions and Answers 65 • Appendix 70 Table of Contents
Workers’ Compensation Fund Guidance for Employers I 37 Background According to the Announcement of the Revolutionary Council No. 103 dated 16 March,B.E.2515(1972) stipulates theestablishmentof the Workers’ CompensationFund in the Department of Labor under the Ministry of Interior to provide security in payment of compensation to an employee on behalf of an employer when the employee suffers from perils, sickness, or death as a result of work. On 1 January 1974, the Workers’ Compensation Fund began to provide protection only to establishments with 20 or more employees in the Bangkok area. In 1976, the protection was first extended to five provinces including Samut Prakan, Nonthaburi, Pathum Thani, Samut Sakhon, and Nakhon Pathom. In 1988, the protection was extended to all provinces across the country. On 3 September 1990, the Social Security Office and the Workers’ Compensation Fund Office were founded under the supervision of the Social Security Office. On 1 October 1993, the protection was extended to establishments with more than 10 employees. In 1994, the Workers’ Compensation Act B.E. 2537 was enacted to replace the Announcement of the Revolutionary Council No. 103. On 1 April 2002, the protection was extended to establishments with one or more employees. Asof9 December2018, the protection wasextended toa governmentemployeeand a non-profit organization employee, including a domestic worker employed by an embassy and an international organization. What is the Workers’ Compensation Fund? The Workers’ Compensation Fund is the money in charge of paying compensation to an employee on behalf of an employer when the employee suffers perils, illness, loss of body parts or physical functions, disabilities, death, or disappearance as a result of work to the employer, regardless of date, time, or location, but consider the causes of harm or illness. History of Workers’ Compensation Fund
38 I Workers’ Compensation Fund Guidance for Employers Law Enforcement Scopes: 1. An employer employing at least one person in all areas of the Kingdom of Thailand is required to register the employer and also an employee within 30 days and to contribute to the Workers’ Compensation Fund. Unless: (1) An employer who is a natural person whose work is not included in the business. (2) An employer who operate stall businesses. 2. The Workers’ Compensation Act B.E. 2537 and its amendments shall not apply to: (1) Central, Regional, and Local Government Agencies, as well as government officials and permanent employees. (2) State enterprises under the State Enterprise Labour Relations Act. (3) Foreigngovernmentsor internationalorganizationsfornon-domesticemployees (4) Other employers as prescribed in the ministerial regulations. Employer An employer is a person who agrees to accept an employee for work in exchange for wages and includes those assigned to work on the employer’s behalf, including those authorized to act on behalf of the juristic person and the person assigned by the person authorized to act on behalf of the juristic person. Employee An employee refers to an individual who works for a company for wages, regardless of their name, but does not include the employee performing domestic work that is not part of the business. Employee is entitled to protection From the start of their employment with the company. Employee/Eligible Person are not eligible for protection in the event that: 1. An employee abuses intoxicants or other substances till losing control over my thoughts. 2. An employee intentionally cause harm to him/herself or others. Suffering from work-related harm It is defined as an employee being physically or psychologically harmed, becoming ill, or being dead or disappearing as a result of work or protection for an employer’s benefit or on the employer’s command.
Workers’ Compensation Fund Guidance for Employers I 39 Employer registration channels for a legal person Channel 1 : Along with relevant employer registration documentations, the employer submits the employer registration documents to Bangkok Area/Provincial/Branch Social Security Office where the workplace is located. Channel 2 : Theemployer registers withtheWeb Portalathttps://biz.govchannel.go.th. Employer registration location 1. In the case an employer is a juristic person An employer shall submit employer registration documents to the Social Security Office in the area where the head office is located. 2. In the case an employer is a sole proprietor/joint venture The employer can submit documentation and proof of employer registration to the Social Security Office in the area where the employer has an address pursuant to civil registrationor wherethe placeof business is situated. Inthecaseofanemploymentcontract, the employer is required to submit documentation to the local Social Security Office in accordance withthetermsof thecontract. Alternatively, if it is a seasonal fisheries business, the employer should submit documents to the Social Security Office in the area where the marina is clearly located. Documents required for employer registration 1. In the case an employer is a juristic person (1) The Employer/Company Registration Form (SSO 1-01)/ (Only if the establishment is a juristic person registered with the Department of Business Development before 16 October 2019). However, the Image of Employer/Company Registration Form (SSO 1-01) appears according to the QR Code. Employer Registration
40 I Workers’ Compensation Fund Guidance for Employers (2) Location map and photos of establishments (3) Employer’s proof of identity: - In the case the Authorized Director/Managing Partner is Thai national, using ID card. - Inthecaseanemployer isajuristic person/foreign Managing Partner, using Passport or Work Permit or VISA or Alien identification Card or CertificateofPermanentResidenceorPermit of Temporary Stay in the Kingdom of Thailand according to the Immigration Act. of authorized persons to act on behalf of the juristic person. (4) Power of attorney (only when authorizing others to act on its behalf and attaching stamp duty as required by the Revenue Code) and a copy of the authorized person’s identity card. 2. In the case an employer is a sole proprietor/joint venture (1) The Employer/Company Registration Form (SSO 1-01) (2) Location map and photos of establishments. (3) Employer’s proof of identity. - Inthecaseanemployer isasole proprietor,usinganidentificationcard. - Inthecaseanemployer isajointventure withThainational Authorized Director/Managing, using ID card. (4) Lease Agreement or Letter of Consent for using premise. (5) Power of attorney (only when authorizing others to act on its behalf and attaching stamp duties as required by the Revenue Code) and a copy of the authorized person’s identity card. 3. In the case an employer of other types of businesses, namely: (1) Foran OrdinaryPartnership,aResidential JuristicPerson,avillages, a foundation, an organization, a cooperative, documents used for consideration include regulations and minutes of meetings to designate the Management or a letter of company establishment or a certification of meeting, etc. (2) For a subcontractor or a labor contractor, documents used for consideration include an employment contract, etc.
Workers’ Compensation Fund Guidance for Employers I 41 An employer is obliged to submit a Employer’s Fact Change Notification Form (SSO.6-15) by the 15th dayof the monthfollowing the monthof the change. When submitting an Employer’s Fact Change Notification Form, verify that the nameof theestablishment, theemployer’saccountnumber,and the branchorder are accurately and completely filled out. The employer places a check mark in front of the messages that would like to change the facts and thoroughly fills in the specific details of the revised item. However, the image of Employer’s Fact Change Notification Form (SSO.6-15) appears according to the QR Code. An employer can notify a change of facts in the following circumstances: 1. Establishment Relocation and Employer’s File Transfer. 2. Temporary Suspension of Business. 3. Cessation of Business. 4. Change of Name of the Establishment. 5. Change of Authorised Signatory. 6. Change of Attorney. Notice of Employee’s Commencement/Termination of Employment An employer is obligated to register an employee/insured within 30 days of the employee starting work, using Insured Person/Employee Registration Form (SSO 1-03) and tonotify the terminationof being an insured person within the 15th dayof the month after the employee leave using Notification Form for the Cessation of Being an Insured Person (SSO 6-09). 7. Increase the Number of Branch. 8. Cancellation of Branch. 9. Change of the Place of Paying Contributions. 10. Other changes such as Change the document delivery location Change the type of business, etc. Employer’s Fact Change
42 I Workers’ Compensation Fund Guidance for Employers Contribution is the fund that an employee collect from employment on a yearly basis and unilaterally pay to the Workers’ Compensation Fund. It is estimated by multiplying the amountof wages totallingBaht 240,000or less paid by the employer tothe employee for the entire year by the contribution rate of company type between 0.2 and 1.0 % ranges. Depending on the risks of the employer’s establishment, each kind of employer will pay a different primary contribution rate. 1. Contribution Rate The contribution rate to the Workers’ Compensation Fund collected from eachemployer varies according tothenatureofeach business’s workhazards. Contribution rates are between0.2% -1.0% of wages. Forexample, food salesenterprises must pay0.2% of wages and construction businesses must pay 1.0% of wages, and so on. Once the employer has paid contributions for four calendar years, the contribution rate may be reduced or increased from the original based on the value of the loss ratio for which the Office of the Workers’ Compensation Fund has collected statistics. 2. Wages and Contribution Calculations A contribution is figured by multiplying the wages paid by an employer to all its employees throughout the year by the establishment’s contribution rate. Anearning morethan240,000 baht per year will becalculated ona240,000 baht basis only. 3. The Workers’ Compensation Fund contribution statements consist of: 1. Annual Contribution to the Workers’ Compensation Fund Assessment Statement (GorTor.26 Gor). 2. Contribution Statement from the Annual Wage Report to the Workers’ Compensation Fund (GorTor.25 Kor). 3. Contribution Statement from the Workers’ Compensation Fund’s Annual Audit (GorTor.25 Gor). 4. Deposit Assessment Statement (GorTor.23). 5. Installment Contributions to the Workers’ Compensation Fund Statement (GorTor.26 Kor). Collection of Contributions to the Workers’ Compensation Fund
Workers’ Compensation Fund Guidance for Employers I 43 The Workers’ Compensation Fund shall collect employer contributions based on the primary rate of each type of business performed by the employer. Typeof businessand contributionrateaccordingtothenotification of the Ministry of Labor regarding type, size of business, locality where employers paycontributions,contributionrates, deposit rates,assessment methods and collection of contributions can be downloaded from this QR Code. 1. Primary Contributiion RateisgiveninTable1of the MinistryofLabor’s statement, and it varies based on the nature of work risk in each firm. The primary contribution rate is the rate used to calculate the contributions that an employer is obligated to pay from the time of registration until the completion of four calendar years. 2. Experience-Based Contribution Rate is a contribution rate designed to attract an employer to provide a safe workplace and protective equipment for an employee to work safely provided that the employer continuously pays the primary contribution rate for 4 calendar years. From the 5th year onwards, the contribution rate will be reduced or increased based on the employer’s loss ratio, which is derived by comparing the loss ratio to the table of reduction-adding contribution rate to determine the applying contribution rate. Annual contribution rate through the e-Rate system The Workers’ Compensation Fund has developed an e-Service system of reporting the annual contribution rate to assist an employer in retrieving the type of business code, primary contribution rate, annual contribution rate, and details of the contribution rate calculation based on the annual experience-based contribution rate. You may also print the contribution rate statement on your own through online channels. For additional information, visit www.sso.go.th. Alternatively, call the 1506 hotline, which is available 24 hours/day. This QR Code provides an employer with information about the usage procedure. An employer who does not have a user name and password can use this QR Code to request Internet transactions.
44 I Workers’ Compensation Fund Guidance for Employers Collection ofcontributionsand filing of Compensation Fund Wage Reports: There are two methods for collecting contributions to the Workers’ Compensation Fund: 1. Make an annual payment of contributions with the following steps: 1) Assessment of full-year contributions, with companies required to pay by January, except in the first year, when payments are due within 30 days of hiring one or more employees. 2) By forcing an employer to submit the previous year’s real earnings by February, the employer is required to include actual wages provided to employees for the entire year from January to December and inform the Social Security Office in accordance with the Annual Wage Payment Statement (GorTor.20 Gor). The employer has two options for reporting annual wages: 2.1) Filing the Annual Wage Payment Statement (GorTor.20 Gor) at Bangkok Area/Provincial/Branch Social Security office of your choice, or delivering the form through registered post with Advice of Receipt. 2.2) Make the transaction via the Electronic Wage Reporting Service (e-wage)onthe Social Security Office website (www.sso.go.th), where you can download a manual in the topic of download and Manual part. You may also download it by scanning the QR code below. Electronic Transaction Request
Workers’ Compensation Fund Guidance for Employers I 45 If an employer does not have a login and password, it can apply for transactions through the Internet at www.sso.go.th. You can download a manual in the topic of download and Manual part or download it by scanning this QR code. 3) Wage report results 3.1) If the wages reported on the Annual Wage Payment Statement (GorTor.20 Gor) are higher than the estimated wages at the beginning of the year, the officer will issue a Contribution Statement from the Annual Wage Report to the Workers’ Compensation Fund (GorTor.25 Kor). An employer must pay wage reporting contributions by March. 3.2) If the wages reported on the Annual Wage Payment Statement (GorTor.20 Gor) are less than the estimated wages at the beginning of the year, the officer will analyze the payroll documents and issue a Contribution Statement from the Workers’ Compensation Fund’s Annual Audit (GorTor.25 Gor) to further collect contributions or compensate an employer.
46 I Workers’ Compensation Fund Guidance for Employers Installment Period Date of Wage Report Date of Payment 1 JAN - MAR 10 APR 30 APR 2 APR - JUN 10 JUL 31 JUL 3 JUL - SEP 10 OCT 31 OCT 4 OCT - DEC 10 JAN 31 JAN (Next year) 2. Make a payment of contributions on a monthly basis When collecting payments from an employer in installments, the employer must meet the following conditions: 1) An employer is required to make payments for a whole year (beginning in January), and the yearly amounts are substantial. 2) Within December, an employer must submit an Application for Payment of Contributions in Installments (GorTor.36) to the Director of the Social Security Office Bangkok area/Provincial Social Security Office/Head of the Provincial Social Security Office Branch. 3) Contributions must be paid in four monthly installments, 3 months apart, and a deposit of 25% of the estimated annual contributions must be provided by January of each year to secure contributions. This deposit is refunded to an employer when contributions are not paid in installments, such as when the license is withdrawn or the business is dissolved. 4) Report wages within the 10th day and pay contributions within the month starting from the last day, beginning with the last day of each period, as follows: