บนั ทึกขอ้ ความ
สว่ นราชการ โรงเรียนคูเตา่ วทิ ยา อาเภอหาดใหญ่ จงั หวดั สงขลา
ท่ี ...................................................................................................... วนั ที่ ๓๐ กนั ยายน ๒๕๖๓
เรอ่ื ง รายงานผลการอบรมเชงิ ปฏบิ ัติการ “การใช้งานระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกส์และเว็บไซตโ์ รงเรียน”
เรียน ผูอ้ านวยการโรงเรยี นคเู ตา่ วิทยา
ตามที่ งานพัฒนาระบบ ICT ได้รับมอบหมายให้ดาเนินการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การใช้
งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์และเว็บไซต์โรงเรียน ระหว่างวันท่ี ๒๙ - ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๓
เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. (วันหยุดราชการ) ณ โรงเรียนคูเต่าวิทยา อาเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและเพ่ิมประสิทธิภาพการใช้งานเทคโนโลยีของข้าราชการครูและบุคลากรทางการ
ศึกษา เสริมสรา้ งความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการทางานและระเบียบ แนวทางปฏิบัติของระบบสารบรรณ
อิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปอย่างมีมาตรฐาน รวมถึงสนองนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐ
ต่างๆ พัฒนาระบบงานเข้าสู่การบริหารงานแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพ่ือให้การทางานของหน่วยงานราชการ
รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขนึ้ และสอดคล้องกับการบริหารจัดการศึกษาโรงเรียนมัธยมศึกษาให้มีคุณภาพ
และประสิทธภิ าพ
ในการนี้ งานพัฒนาระบบ ICT จึงขอรายงานผลการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การใช้งานระบบ
สารบรรณอเิ ล็กทรอนิกส์และเว็บไซต์โรงเรยี น” รายละเอียดดงั เอกสารแนบ
จงึ เรยี นมาเพอ่ื โปรดทราบ
ลงชือ่ ...................................................................................
( นางสาวนิภาวรรณ ทองหอม)
ครผู ู้ชว่ ย โรงเรียนคูเตา่ วทิ ยา
ความคดิ เห็นผอู้ านวยการโรงเรยี น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ...................................................................................
(นางสาวผาสขุ สันต์ ไหมทิพย์)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นคูเตา่ วิทยา
................/.........................../...................
ก
คำนำ
ด้วยโรงเรียนคูเต่าวิทยา ได้รับอนุมัติงบประมาณรายจ่าย ประจาปี ๒๕๖๓ แผนงานพื้นฐาน
ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ผลผลิตผู้จบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย
กิจกรรมส่งเสริมศักยภาพในการเรียนระดับมัธยมศึกษา งบดาเนินงาน เพ่ือสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนา
คุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก จานวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งน้ี เพื่อให้การ
ดาเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงพัฒนาการบริหารจัดการศึกษาโรงเรียนมัธยมศึกษาให้มี
คุณภาพและประสิทธิภาพตามบริบทและความเหมาะสมกับโรงเรียน พร้อมเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานการ
ปฏบิ ัติงานโรงเรียนมัธยมศกึ ษาใหม้ ีมาตรฐานการปฏิบตั ิงานอย่างเหมาะสม
งานพัฒนาระบบ ICT โรงเรียนคูเต่าวิทยา จึงได้รับมอบหมายให้จัดโครงการการพัฒนา
ประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงเรียนมัธยมศึกษา กิจกรรมการพัฒนาระบบสารสนเทศและงานสารบรรณ
โรงเรียน ภายใต้ชื่อ “การอบรมเชิงปฏิบัติการ “การใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์และเว็บไซต์
โรงเรียน” ข้ึน วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและเพ่ิมประสิทธิภาพการใช้งานเทคโนโลยีของข้าราชการครูและ
บคุ ลากรทางการศกึ ษา เสริมสรา้ งความรู้ ความเขา้ ใจในกระบวนการทางานและระเบียบ แนวทางปฏิบัตขิ อง
ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปอย่างมีมาตรฐาน รวมถึงสนองนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันให้
หน่วยงานภาครัฐต่างๆ พัฒนาระบบงานเข้าสู่การบริหารงานแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้การทางานของ
หนว่ ยงานราชการรวดเรว็ และมปี ระสทิ ธิภาพมากข้นึ อีกทั้ง เพอ่ื เปน็ การลดปริมาณการใชก้ ระดาษในโรงเรียน
การดาเนินงานและการจัดทารายงานผลการอบรมตามโครงการฉบับน้ี ได้รับความ
อนุเคราะห์และให้การสนับสนุนอย่างดียิ่ง จากผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา
จึงสามารถดาเนนิ การต่างๆไดส้ าเร็จลลุ ่วงตามวัตถปุ ระสงค์
(นางสาวนิภาวรรณ ทองหอม)
งานพัฒนาระบบ ICT
สำรบัญ ข
เรอ่ื ง หน้า
คานา ก
สารบญั ข
บทท่ี 1 บทนา 1
1
หลักการและเหตุผล 1
วัตถุประสงค์ 1
เป้าหมาย 2
กจิ กรรม 2
งบประมาณ 2
การประเมนิ ผล 3
บทท่ี 2 เอกสารท่ีเกี่ยวข้อง ๑๔
บทที่ 3 วิธดี าเนินการ ๑๖
บทที่ 4 ผลการดาเนินงาน 1๘
บทที่ 5 สรุปผลการดาเนินงาน ๑๙
ภาคผนวก
บทท่ี 1
บทนำ
หลักการและเหตุผล
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน มีนโยบายส่งเสริมให้สถานศึกษานาระบบ
เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร(Information and Communication Technology : ICT) มาประยุกต์
ใช้เพ่ือเสริมประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการเรียนการสอน โดยให้การสนับสนุน วัสดุ ครุภัณฑ์ด้าน
คอมพิวเตอร์ ระบบส่ือสารโทรคมนาคม การพัฒนาบุคลากรด้าน ICT ให้กับโรงเรียน ตลอดจนการสนับสนุน
อ่ืน ๆ ทเ่ี ก่ยี วข้องอยา่ งตอ่ เนื่อง
โรงเรียนคูเต่าวิทยา ได้ดาเนินการตามนโยบายข้างต้น โดยแต่ละปีการศึกษา สานักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน ได้กาหนดปฏิทินสารสนเทศทใ่ี ห้โรงเรียนดาเนินการผ่านระบบ ได้แก่ DMC
CCT EMIS B-OBEC EMES SGS ฯลฯ และการดาเนินการสารสนเทศเพื่อใช้ในโรงเรียน แต่โรงเรียน
ไม่สามารถนาสารสนเทศที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ได้เท่าท่ีควร ส่วนการให้บริการสารสนเทศภายในโรงเรียนหรือ
หน่วยงานภายนอกส่วนใหญ่ยังผ่านส่ือส่ิงพิมพ์/เอกสารเผยแพร่ ซ่ึงการเผยแพร่ข้อมูลออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์
โรงเรียนยังค่อนข้างน้อยหรือยังพบข้อมูล/สารสนเทศท่ีได้ ยังไม่เป็นไปตามหลักสารสนเทศท่ีดี กล่าวคือ
ขาดความถูกต้อง แม่นยา ไม่เป็นปัจจุบัน ระบบการบริหารจัดการเอกสารของระบบงานสารบรรณ ยังมีการ
ทางานซ้าซ้อน หรือเกิดความล่าช้า ทาให้เกิดความไม่คุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุน และผนวกกับ
โรงเรียนคูเต่าวิทยา ได้รับอนุมัติงบประมาณรายจ่าย ประจาปี ๒๕๖๓ แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและ
เสริมสร้างศักยภาพทรพั ยากรมนุษย์ ผลผลิตผจู้ บการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย กิจกรรมส่งเสริมศักยภาพ
ในการเรียนระดับมัธยมศึกษา งบดาเนินงาน เพ่ือสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา
ของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก จานวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพ่ือใช้การดาเนินงานให้เป็นไปตาม
วัตถุประสงค์ในการปรับปรุงพฒั นาการบริหารจดั การศึกษาโรงเรียนมัธยมศึกษาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ
ตามบริบทและความเหมาะสมกับโรงเรียน พร้อมเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานการปฏิบัติงานโรงเรียน
มัธยมศึกษาให้มีมาตรฐานการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม จึงได้จัดให้มีโครงการการพัฒนาประสิทธิภาพการ
บริหารจัดการโรงเรียนมัธยมศึกษา กิจกรรมการพัฒนาระบบสารสนเทศและงานสารบรรณโรงเรียน ภายใต้ชื่อ
“การอบรมเชิงปฏบิ ตั กิ าร “การใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์และเว็บไซต์โรงเรียน” ขึน้
วตั ถุประสงค์
1) เพอ่ื พฒั นาระบบสารสนเทศของโรงเรยี นให้มีการเผยแพรโ่ ดยระบบออนไลน์
2) เพ่อื พฒั นาระบบงานสารบรรณของโรงเรยี นใหม้ ีความรวดเร็ว และคมุ้ ค่า
เป้ำหมำย
1) เชิงปริมาณ
- ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ชุมชนมีความพึงพอใจในการให้บริการ
ดา้ นข้อมูลข่าวสารอยา่ งเป็นระบบ รอ้ ยละ 90
2
2) เชิงคณุ ภาพ
- มีการพัฒนาระบบสารสนเทศของโรงเรียนและงานสารบรรณโรงเรียนให้เกิดประสิทธิภาพ
และมปี ระสิทธิผล มีความคมุ้ คา่ และประหยัด (ไรก้ ระดาษ)
- มกี ารจัดเกบ็ ระบบเอกสารต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ
กิจกรรม ระยะเวลาดาเนนิ การ
๒๙ - ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๓
ลาดบั ที่ รายการ/กิจกรรม
1 จัดอบรมเชิงปฏบิ ัติการ “การใช้งานระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนกิ ส์
และเว็บไซต์โรงเรียน”
งบประมาณ กจิ กรรม จานวน 29,026 บาท แยกเป็น ถัวเฉล่ยี ทกุ รายการ
งบดาเนนิ การ ค่าตอบแทน.........................-......................บาท
ค่าใชส้ อย.........................29,026............บาท
ค่าวสั ด.ุ ..............................-........................บาท
กำรประมำณกำรทรัพยำกร กิจกรรมกำรพฒั นำระบบสำรสนเทศและงำนสำรบรรณโรงเรียน
ทรัพยากรโครงการ
รายการ จานวน/หน่วย ราคาต่อหนว่ ย จานวนเงนิ
1 คา่ จ้างเหมาจดั ทาระบบสารสนเทศ (เวป็ ไซต์) 27,000
และงานสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
2 จดั ทาไวนิล (สถานท่ี) 2,026
รวมเงนิ 29,026
กำรประเมนิ ผล วธิ ีกำรประเมินผล เคร่อื งมอื
ตวั ชว้ี ัดควำมสำเร็จ
สารวจความพึงพอใจ แบบสารวจความพงึ พอใจ
เชิงปริมำณ
เชิงคณุ ภำพ สงั เกต สอบถาม ประเมนิ เชงิ แบบสงั เกต แบบสอบถาม
ประจักษ์
3
บทท่ี 2
เอกสำรท่เี กี่ยวข้อง
ความหมายของหนงั สอื ราชการ
ตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 ได้ให้ความหมายของคาว่า
"หนังสือ" หมายถึง หนังสือราชการ และระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.
2548 ไดแ้ กไ้ ขเพม่ิ เติมระเบยี บขอ้ 9 ไว้ว่า “หนงั สือราชการ” คอื เอกสารท่ีเป็นหลักฐานในราชการ ไดแ้ ก่
1. หนงั สือทมี่ ไี ปมาระหว่างสว่ นราชการ
2. หนงั สอื ที่สว่ นราชการมไี ปถงึ หน่วยงานอ่ืนใดซึง่ มิ ใช่สว่ นราชการหรอื ที่มไี ปถึงบคุ คลภายนอก
3. หนังสือทห่ี นว่ ยงานอ่นื ใดท่ีไม่ใชส่ ว่ นราชการ หรือบคุ คลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการ
4. เอกสารท่ีทางราชการจดั ทาขึ้นเพ่ือเปน็ หลักฐานในราชการ
5. เอกสารที่ทางราชการจัดทาขึ้นตามกฎหมาย ระเบยี บ ขอ้ บังคับ
6. ข้อมูลข่าวสารหรอื หนงั สอื ที่ไดร้ ับเข้าจากระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนิกส์
ซ่ึงในปัจจุบันการติดต่อราชการท้ังภายในหน่วยงานและภายนอกหน่วยงานเป็นการสื่อถึงบุคคล/หน่วยงาน
ตามระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรวี า่ ดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ไดจ้ าแนกหนงั สือราชการไวม้ ี 6 ชนดิ ดงั น้ี
1. หนังสอื ภายนอก
2. หนังสอื ภายใน
3. หนงั สือประทับตรา
4. หนงั สอื ส่ังการ
5. หนงั สือประชาสัมพันธ์
6. หนังสือทเ่ี จ้าหน้าทที่ าขน้ึ หรือรบั ไว้เป็นหลักฐานในราชการ
งานสารบรรณ
งานสารบรรณ เป็นงานมาตรฐานกลางท่ีทุกหน่วยงานราชการ ต้องปฏิบัติตามกฏระเบียบ
ที่เก่ียวข้องกับการรับ - ส่ง การจัดเก็บ การทาลาย หนังสือ เป็นต้น การปฏิบัติงานสารบรรณในปัจจุบัน
มีปัญหาต่างๆ เช่น ความล่าช้า ยุ่งยาก ซ้าซ้อน สูญหาย เนื่องมาจากสาเหตุต่างๆกัน ด้วยสาเหตุท่ีไม่อาจ
ควบคุมได้ ส่งผลต่อการใช้ทรัพยากรของทางราชการท้ัง คน วัสดุ เวลา และงบประมาณตลอดจนอาจจะทาให้
เกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากความล่าช้าและสูญหายได้ ดังนั้นการนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร
เข้ามาช่วยสนับสนุนนับว่าเป็นแนวทางท่ีจะ แก้ปัญหาดังกล่าวได้ดีท่ีสุด ระบบงานสารบรรณเป็นระบบงานท่ี
สามารถนาคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยจัดการ ได้ท้ังกระบวนการ และยังช่วยลดจาานวนการใช้กระดาษลงได้
เกิดความรวดเร็วในการค้นหา ติดตาม อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ เป็นระบบ
บนั ทึกหนังสือราชการเข้า – ออก และลงทะเบียนหนังสอื ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ที่ชว่ ยลดระยะเวลาในการทางาน
ช่วยพัฒนาบุคลากรในหน่วยงานและเพื่อเพิ่มความสะดวกในการติดตามค้นหาหนังสือ โดยการพัฒนาระบบ
ให้สอดคล้องกับระเบียบสาานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย งานสารบรรณฯ พ.ศ.2526 และระเบียบสานัก
นายกรัฐมนตรีว่าด้วย งานสารบรรณฯ(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการปฎิรูประบบ
ราชการโดยการใช้ เครอื่ งมือการบรหิ ารจัดการที่ทนั สมัย
4
ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี
วา่ ด้วยงานสารบรรณ (ฉบับท่ี ๒)
พ.ศ. ๒๕๔๘
โดยท่ีเป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ
พ.ศ. ๒๕๒๖ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบันที่มีการปฏิบัติงานสารบรรณด้วยระบบสารบรรณ
อิเล็กทรอนิกส์และเป็นการสอดคล้องกับการบริหารราชการแนวทางใหม่ท่ีมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ ความคุ้มค่า และ
การลดข้ันตอนการปฏบิ ัติงาน สมควรวางระบบงานสารบรรณให้เป็นการดาเนินงานที่มีระบบ มีความรวดเร็วมี
ประสทิ ธภิ า และลดความซา้ ซ้อนในการปฏบิ ัติราชการ
อาศยั อานาจตามความในมาตรา ๑๑ (๘) แห่งพระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บบริหารราชการแผน่ ดนิ
พ.ศ. ๒๕๓๔ นายกรฐั มนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจงึ วางระเบยี บไว้ ดงั ต่อไปนี้
ขอ้ ๑ ระเบยี บนี้เรียกว่า “ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๔๘”
ขอ้ ๒ ระเบียบนีใ้ ห้ใช้บงั คบั ต้งั แต่วนั ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ต้นไป
ข้อ ๓ ใหย้ กเลกิ ความในขอ้ ๕ แหง่ ระเบยี บสานกั นายกรัฐมนตรี วา่ ดว้ ยงานสารบรรณ
พ.ศ. ๒๕๒๖ และให้ใชข้ อ้ ความตอ่ ไปน้ีแทน
“ข้อ ๕ ในกรณีที่กฎหมาย ระเบยี บว่าด้วยการรักษาความปลอดภยั แห่งชาติ หรอื ระเบยี บว่าดว้ ย
การรักษาความลับของทางราชการ กาหนดวิธีปฏิบัตเิ กย่ี วกบั งานสารบรรณไวเ้ ป็นอย่างอื่น ใหถ้ ือปฏิบัติ
ตามกฎหมาย หรือระเบียบวา่ ด้วยการนัน้ ”
ขอ้ ๔ ให้เพมิ่ นยิ ามคาว่า “อิเล็กทรอนกิ ส์” และคาวา่ “ระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์”
ระหว่างนิยามคาวา่ “หนงั สือ” และ “สว่ นราชการ” ในขอ้ ๖ แหง่ ระเบยี บสานักนายกรัฐมนตรี ว่าดว้ ย
งานสารบรรณ พ.ศ. ๒๕๒๖
““อิเลก็ ทรอนกิ ส์” หมายความวา่ การประยกุ ต์ใชว้ ิธกี ารทางอเิ ล็กตรอน ไฟฟา้ คลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟา้
หรอื วิธีอน่ื ใดในลักษณะคลา้ ยกัน และให้หมายความรวมถงึ การประยุกตใ์ ชว้ ธิ กี ารทางแสง วธิ กี าร
ทางแม่เหลก็ หรอื อปุ กรณ์ที่เกย่ี วขอ้ งกบั การประยกุ ตใ์ ชว้ ธิ ตี า่ ง ๆ เชน่ วา่ นั้น
“ระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนกิ ส์” หมายความว่า การรับสง่ ข้อมลู ข่าวสารหรือหนงั สอื ผา่ นระบบส่อื สาร
ดว้ ยวธิ กี ารทางอิเล็กทรอนกิ ส์ ”
ขอ้ ๕ ให้ยกเลิกความในขอ้ ๙ แห่งระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรี วา่ ด้วยงานสารบรรณ
พ.ศ. ๒๕๒๖ และให้ใช้ความต่อไปน้ีแทน
“ขอ้ ๙ หนงั สอื ราชการ คอื เอกสารที่เปน็ หลักฐานในราชการ ได้แก่
๙.๑ หนังสือท่ีมไี ปมาระหว่างส่วนราชการ
๙.๒ หนังสือทสี่ ว่ นราชการมีไปถึงหนว่ ยงานอื่นใดซงึ่ มใิ ชส่ ว่ นราชการหรอื ที่มีไปถึง
บุคคลภายนอก
๙.๓ หนังสอื ทีห่ น่วยงานอ่นื ใดซึง่ มใิ ชส่ ว่ นราชการ หรือบคุ คลภายนอกมีมาถงึ สว่ นราชการ
๙.๔ เอกสารทที่ างราชการจดั ทาข้นึ เพ่ือเป็นหลกั ฐานในราชการ
5
๙.๕ เอกสารทท่ี างราชการจดั ทาขึน้ ตามกฎหมาย ระเบยี บ หรือข้อบังคับ
๙.๖ ข้อมูลข่าวสารหรือหนงั สอื ที่ได้รบั จากระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนิกส์”
ข้อ ๖ ใหย้ กเลิกความในข้อ ๒๗ แห่งระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ
พ.ศ. ๒๕๒๖ และใหใ้ ช้ความต่อไปน้แี ทน
“ข้อ ๒๗ หนังสืออ่ืน คือ หนังสือหรือเอกสารอื่นใดที่เกิดขึ้นเน่ืองจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าท่ีเพ่ือเป็น
หลักฐานในราชการ ซ่ึงรวมถึงภาพถ่าย ฟิล์ม แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ และส่ือกลางบันทึกข้อมูลด้วย
หรือหนงั สือของบุคคลภายนอก ทีย่ ื่นต่อเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ได้รับเข้าทะเบียน รับหนังสือของทางราชการ
แล้ว มีรูปแบบตามที่กระทรวง ทบวง กรม จะกาหนดข้ึนใช้ตามความเหมาะสม เว้นแต่มีแบบตามกฎหมาย
เฉพาะเร่ืองให้ทาตามแบบ เช่น โฉนด แผนที่ แบบ แผนผัง สัญญา หลักฐาน การสืบสวนและสอบสวน และ
คาร้อง เป็นต้น
ส่ือกลางบันทึกข้อมูลตามวรรคหน่ึง หมายความถึง ส่ือใด ๆ ท่ีอาจใช้บันทึกข้อมูลได้ด้วยอุปกรณ์
ทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผ่นบันทึกข้อมูล เทปแม่เหล็ก จานแม่เหล็ก แผ่นซีดี-อ่านอย่างเดียวหรือแผ่นดิจิทัล
อเนกประสงค์ เป็นต้น”
ข้อ ๗ ใหย้ กเลกิ ความในข้อ ๒๙ แหง่ ระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยงานสารบรรณ
พ.ศ. ๒๕๒๖ และให้ใช้ความต่อไปน้แี ทน
“ข้อ ๒๙ การติดต่อราชการนอกจากการจะดาเนินการโดยหนังสือท่ีเป็นเอกสารสามารถดาเนินการ
ด้วยระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนกิ สไ์ ด้
ในกรณีท่ีติดต่อราชการด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ส่งตรวจสอบผลการส่งทุกครั้ง และให้
ผ้รู บั แจง้ ตอบรบั เพือ่ ยืนยันว่าหนังสือไดจ้ ัดส่งไปยังผู้รับเรียบร้อยแล้ว และสว่ นราชการผสู้ ่งไม่ตอ้ งจดั ส่งหนังสือ
เป็นเอกสาร เว้นแตก่ รณีเป็นเรอ่ื งสาคญั จาเป็นตอ้ งยืนยนั เปน็ เอกสาร ใหท้ าเอกสารยนื ยนั ตามไปทันที
การส่งข้อความทางเคร่ืองมือส่ือสาร เช่น โทรเลข วิทยุโทรเลข โทรพิมพ์ โทรศัพท์ วิท ยุสื่อสาร
วิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์ เป็นต้น ให้ผู้รับปฏิบัติเช่นเดียวกับได้รับหนังสือ ในกรณีที่จาเป็นต้อง
ยนื ยันเป็นหนังสือให้ทาหนงั สอื ยนื ยนั ตามไปทันที
การส่งข้อความทางเคร่ืองมือส่ือสารซึ่งไม่มีหลักฐานปรากฏชัดแจ้ง เช่น ทางโทรศัพท์ วิทยุส่ือสาร
วิทยกุ ระจายเสียง หรือวทิ ยโุ ทรทศั น์ เป็นต้น ใหผ้ ู้สง่ และผูร้ ับบันทกึ ข้อความไว้เปน็ หลกั ฐาน”
ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความในข้อ ๓๕ แหง่ ระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรี ว่าดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. ๒๕๒๖ และใหใ้ ช้
ความต่อไปนแ้ี ทน
“ขอ้ ๓๕ หนงั สอื รบั คือ หนังสอื ท่ีไดร้ ับเข้ามาจากภายนอก ใหเ้ จ้าหน้าทขี่ องหนว่ ยงานสารบรรณ
กลางปฏิบัติตามท่กี าหนดไวใ้ นสว่ นนี้
การรบั หนงั สอื ที่มีชน้ั ความลับ ในชัน้ ลบั หรอื ลับมาก ดว้ ยระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกสใ์ ห้ผใู้ ชง้ าน
หรอื ผู้ปฏิบตั งิ านท่ไี ด้รบั การแตง่ ตัง้ ใหเ้ ขา้ ถงึ เอกสารลบั แตล่ ะระดบั เปน็ ผูร้ บั ผ่านระบบการรกั ษาความปลอดภัย
โดยใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บว่าด้วยการรกั ษาความลับของทางราชการ”
ข้อ ๙ ใหย้ กเลกิ ความในขอ้ ๔๑ แหง่ ระเบยี บสานักนายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. ๒๕๒๖ และใหใ้ ช้
ความต่อไปนแี้ ทน
6
“ข้อ ๔๑ หนงั สือสง่ คือ หนงั สือทส่ี ่งออกไปภายนอก ให้ปฏิบัตติ ามทกี่ าหนดไว้ในสว่ นน้ี การส่งหนังสือ
ที่มชี นั้ ความลบั ในชัน้ ลับหรอื ลับมาก ดว้ ยระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนกิ ส์ให้ผใู้ ชง้ านหรือผูป้ ฏบิ ตั งิ านทไ่ี ด้รับการ
แตง่ ตั้งให้เขา้ ถงึ เอกสารลบั แต่ละระดับ เป็นผสู้ ่งผา่ นระบบการรกั ษาความปลอดภัย โดยใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บ
วา่ ด้วยการรกั ษาความลบั ของทางราชการ”
ขอ้ ๑๐ ให้ยกเลิกความในขอ้ ๕๗ ขอ้ ๕๘ และข้อ ๕๙ แหง่ ระเบยี บสานกั นายกรัฐมนตรี วา่ ดว้ ยงานสารบรรณ
พ.ศ. ๒๕๒๖ และใหใ้ ช้ความต่อไปนีแ้ ทน
“ขอ้ ๕๗ อายุการเก็บหนังสือ โดยปกตใิ หเ้ กบ็ ไว้ไม่นอ้ ยกวา่ ๑๐ ปี เวน้ แตห่ นังสือดังต่อไปน้ี
๕๗.๑ หนังสอื ที่ต้องสงวนเป็นความลับ ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบว่าดว้ ยการรักษาความ
ปลอดภัยแห่งชาติ หรอื ระเบยี บวา่ ด้วยการรกั ษาความลับของทางราชการ
๕๗.๒ หนังสือที่เป็นหลักฐานทางอรรถคดี สานวนของศาลหรือของพนักงาน สอบสวนหรือ
หนังสืออื่นใดที่ได้มีกฎหมายหรือระเบียบแบบแผนกาหนดไว้เป็นพิเศษแล้ว การเก็บ ให้เป็นไปตามกฎหมาย
และระเบียบแบบแผนว่าดว้ ยการนน้ั
๕๗.๓ หนงั สือที่มีคุณคา่ ทางประวตั ิศาสตร์ทุกสาขาวิชา และมคี ุณค่าต่อการศึกษา ค้นควา้ วจิ ัย
ให้เก็บไว้เป็นหลักฐานสาคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติตลอดไป หรือตามท่ีสานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
กรมศิลปากร กาหนด
๕๗.๔ หนังสือที่ได้ปฏิบัติงานเสร็จสิ้นแล้ว และเป็นคู่สาเนาที่มีต้นเรื่องจะค้นได้จากท่ีอื่นให้เก็บ
ไว้ไม่น้อยกวา่ ๕ ปี
๕๗.๕ หนังสือที่เป็นเร่ืองธรรมดาสามัญซึ่งไม่มีความสาคัญ และเป็นเร่ืองที่เกิดข้ึน เป็นประจา
เม่อื ดาเนินการแล้วเสรจ็ ให้เกบ็ ไว้ไมน่ ้อยกว่า ๑ ปี
๕๗.๖ หนังสือหรือเอกสารเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน หรือการก่อหนี้ผูกพัน ทางการเงินท่ีไม่
เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิในทางการเงิน รวมถึงหนังสือหรือเอกสาร
เกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน หรือการก่อหน้ีผูกพันทางการเงินที่หมด ความจาเป็นในการใช้เป็นหลักฐาน
แห่งการก่อ เปล่ียนแปลง โอน สงวน หรือระงับซ่ึงสิทธิในทางการเงิน เพราะได้มีหนังสือหรือเอกสารอ่ืนท่ี
สามารถนามาใช้อ้างอิงหรือทดแทนหนังสือหรือเอกสารดังกล่าวแล้ว เมื่อสานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
ตรวจสอบแล้วไม่มีปัญหา และไม่มีความจาเป็นต้องใช้ประกอบ การตรวจสอบหรือเพื่อการใด ๆ อีก ให้เก็บไว้
ไมน่ อ้ ยกว่า ๕ ปี หนงั สือเก่ียวกบั การเงิน ซึ่งเห็นว่าไม่มีความจาเป็นตอ้ งเกบ็ ไว้ถึง ๑๐ ปี หรือ ๕ ปี แล้วแต่กรณี
ให้ทาความตกลงกับกระทรวงการคลงั
ข้อ ๕๘ ทุกปีปฏิทินให้ส่วนราชการจัดส่งหนังสือที่มีอายุครบ ๒๐ ปี นับจากวันท่ีได้จัดทาขึ้นท่ีเก็บไว้ ณ ส่วน
ราชการใด พร้อมท้ังบัญชีส่งมอบหนังสือครบ ๒๐ ปี ให้สานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ภายใน
วันท่ี ๓๑ มกราคม ของปีถัดไป เวน้ แต่หนังสอื ดงั ต่อไปนี้
๕๘.๑ หนังสือท่ีต้องสงวนเป็นความลับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบว่าด้วย การรักษาความ
ปลอดภยั แหง่ ชาติ หรือระเบยี บว่าดว้ ยการรกั ษาความลบั ของทางราชการ
๕๘.๒ หนงั สอื ทีม่ กี ฎหมาย ขอ้ บังคับ หรอื ระเบียบท่อี อกใช้เปน็ การทวั่ ไปกาหนดไวเ้ ป็นอยา่ งอน่ื
๕๘.๓ หนังสือท่ีส่วนราชการมีความจาเป็นต้องเก็บไว้ที่ส่วนราชการน้ันให้จัดทาบัญชี หนังสือครบ
๒๐ ปที ข่ี อเก็บเอง ส่งมอบใหส้ านกั หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศลิ ปากร
ข้อ ๕๙ บัญชีส่งมอบหนังสือครบ ๒๐ ปี และบัญชีหนังสือครบ ๒๐ ปีท่ีขอเก็บเอง อย่างน้อยให้มีต้นฉบับและ
สาเนาคฉู่ บบั เพอื่ ใหส้ ่วนราชการผมู้ อบและสานักหอจดหมายเหตแุ หง่ ชาติ กรมศิลปากร
7
ผู้รบั มอบยึดถือไว้เป็นหลักฐานฝา่ ยละฉบับ
๕๙.๑ บญั ชสี ง่ มอบหนังสือครบ ๒๐ ปี ให้จัดทาตามแบบท่ี ๒๑ ทา้ ยระเบียบ โดยกรอกรายละเอยี ด
ดงั น้ี
๕๙.๑.๑ ชอ่ื บัญชสี ง่ มอบหนงั สือครบ ๒๐ ปี ประจาปี ใหล้ งตัวเลขของ ปพี ุทธศักราชที่
จัดทาบัญชี
๕๙.๑.๒ กระทรวง ทบวง กรม กอง ให้ลงชือ่ สว่ นราชการทจี่ ัดทาบญั ชี
๕๙.๑.๓ วันที่ ให้ลงวนั เดือน ปที จี่ ัดทาบญั ชี
๕๙.๑.๔ แผ่นท่ี ให้ลงเลขลาดับของแผ่นบญั ชี
๕๙.๑.๕ ลาดับที่ ใหล้ งเลขลาดับเรอื่ งของหนังสอื ท่ีสง่ มอบ
๕๙.๑.๖ รหสั แฟ้ม ใหล้ งหมายเลขลาดบั หมขู่ องการจัดแฟม้ เก็บหนงั สือ
๕๙.๑.๗ ที่ ใหล้ งเลขที่ของหนงั สอื แตล่ ะฉบับ
๕๙.๑.๘ ลงวนั ท่ี ใหล้ งวัน เดอื น ปขี องหนังสือแตล่ ะฉบับ
๕๙.๑.๙ เลขทะเบยี นรบั ใหล้ งเลขทะเบียนรับของหนงั สอื แต่ละฉบับ
๕๙.๑.๑๐ เร่อื ง ใหล้ งชือ่ เร่ืองของหนงั สือแตล่ ะฉบับ ในกรณที ่ีไมม่ ชี อื่ เรอ่ื งใหล้ งสรปุ เรื่องย่อ
๕๙.๑.๑๑ หมายเหตุ ใหบ้ นั ทกึ ข้อความอนื่ ใด (ถ้าม)ี
๕๙.๑.๑๒ ลงชื่อผู้มอบ ให้ผู้มอบลงลายมือชื่อและวงเล็บชื่อและนามสกุลด้วยตัวบรรจง
พรอ้ มทัง้ ลงตาแหน่งของผู้มอบ
๕๙.๑.๑๓ ลงชื่อผู้รับมอบ ให้ผู้รับมอบลงลายมือชื่อและวงเล็บช่ือและนามสกุลด้วยตัวบรรจง
พรอ้ มทัง้ ลงตาแหนง่ ของผูร้ บั มอบ
๕๙.๒ บัญชีหนังสือครบ ๒๐ ปี ที่ขอเก็บเอง ให้จัดทาตามแบบท่ี ๒๒ ท้ายระเบียบ โดยกรอก
รายละเอียดดงั น้ี
๕๙.๒.๑ ช่ือบัญชีหนังสือครบ ๒๐ ปีท่ีขอเก็บเองประจาปี ให้ลงตัวเลขของปีพุทธศักราชที่
จดั ทาบญั ชี
๕๙.๒.๒ กระทรวง ทบวง กรม กอง ใหล้ งชื่อสว่ นราชการท่จี ัดทาบัญชี
๕๙.๒.๓ วนั ท่ี ใหล้ งวนั เดือน ปที ่ีจัดทาบัญชี
๕๙.๒.๔ แผน่ ท่ี ใหล้ งเลขลาดับของแผ่นบญั ชี
๕๙.๒.๕ ลาดบั ที่ ให้ลงเลขลาดบั เรอื่ งของหนงั สอื ทข่ี อเก็บเอง
๕๙.๒.๖ รหสั แฟม้ ให้ลงหมายเลขลาดบั หมู่ของการจดั แฟม้ เก็บหนังสอื
๕๙.๒.๗ ท่ี ใหล้ งเลขทข่ี องหนังสอื แต่ละฉบับ
๕๙.๒.๘ ลงวนั ท่ี ใหล้ งวัน เดอื น ปขี องหนังสือแต่ละฉบบั
๕๙.๒.๙ เรอื่ ง ให้ลงชือ่ เรือ่ งของหนังสือแตล่ ะฉบับ ในกรณีท่ีไมม่ ชี ื่อเรื่องใหล้ งสรุปเรอ่ื งย่อ
๕๙.๒.๑๐ หมายเหตุ ให้บันทึกข้อความอ่ืนใด (ถ้าม)ี ”
ประกาศ ณ วนั ท่ี ๒๑ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๕๔๘
พนั ตารวจโท ทักษณิ ชนิ วตั ร
นายกรฐั มนตรี
8
การพัฒนาเวบ็ ไซต์
เว็บไซต์ คือแหล่งรวมข้อมูลเก่ียวกับเร่ืองราวต่าง ๆ ท่ีเจ้าของเว็บไซต์ต้องการนาเสนอ
ซ่ึงสร้างจากเว็บเพจหลายๆ เว็บเพจเพื่อประกอบเป็นเว็บไซต์ และหากเว็บไซต์ใดท่ีมีผู้เข้าเยี่ยมชมจานวนมาก
และเมื่อออกจากเว็บไซต์แล้วยังกลับเข้ามาใช้บริการเว็บไซต์นั้นอีก ถือว่าเป็นเว็บไซต์น้ันประสบผลสาาเร็จ
เป็นอย่างมาก เพราะมีเว็บไซต์มากมายท่ีต้องปิดตัวเองลงไป เนื่องจากไม่มีผู้เขา้ มาเยย่ี มชม สาเหตสุ ่วนใหญ่มา
จากเน้ือหาในเว็บไซต์นั้นอาจจะมีความล้าสมัย นาเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จ ข้อมูลท่ีใส่รา้ ยป้ายสีบุคคลอ่ืน หรือมี
ป้ายโฆษณาจาานวนมาก การใช้งานมีความยุ่งยาก ใช้เวลามากในการโหลดหน้าเว็บเพจ ไม่มีระบบนาทาง
เชื่อมโยงไปยังเน้ือหาที่ต้องการ ซึ่งมักจากเกิดการพัฒนาเว็บไซต์ที่ไม่เป็นข้ันตอน ขาดการบารุงรักษา
ทาให้ข้อมูลล้าสมัย ด้ังนั้น หากต้องการให้การพัฒนาเว็บไซต์ให้ประสบผลสาเร็จ ควรมีขั้นตอนในการ
พฒั นาเว็บไซตอ์ ยา่ งเปน็ ระบบ
กระบวนการพัฒนาเวบ็ ไซต์ ประกอบด้วย 6 กระบวนการ คอื
1) การกาหนดวัตถปุ ระสงคแ์ ละวางแผน (Site Objectives and Planning)
2) การกาหนดเน้ือหาและจัดโครงสร้างเว็บไซต(์ Site Content and Structure)
3) การออกแบบเว็บไซต์ (Website Design)
4) การพฒั นาเวบ็ ไซต์ (Website Development)
5) การเผยแพร่และสง่ เสรมิ เว็บไซต์(Website Publishing and Promote Website)
6) การดูแลและบารงุ รักษาเวบ็ ไซต์ (Website Maintenance and Innovation)
รูปที่ 2.1 กระบวนการพัฒนาเว็บไซต์
2. สิ่งท่ีต้องคานงึ ถงึ ในการออกแบบเว็บไซต์
การตดั สินใจในการออกแบบเว็บไซต์ จะเกีย่ วข้องกับเป้าหมายและเน้ือหาทตี่ ้องการ
นาเสนอบนเว็บไซต์ ซ่ึงจะต้องออกแบบรูปแบบและเน้ือหาให้เหมาะสมกับสิ่งทต่ี ้องการนาเสนอ ในการ
ออกแบบโครงสรา้ งข้อมูลภายในเว็บไซตจ์ ะต้องออกแบบให้เอื้อต่อการใช้งาน ใหส้ ามารถค้นหาข้อมลู ได้
9
สะดวก รวดเร็ว และควรมีรูปแบบท่ีดงึ ดดู ความสนใจให้ผู้ใช้เขา้ เย่ยี มชมและเมื่อออก จากเว็บไซต์ไปแล้วก็กลับ
มาใชง้ านเว็บไซต์อีกคร้ัง ซ่ึงสิ่งสาคัญทตี่ ้องคานงึ ถงึ ในการออกแบบ เว็บไซต์มดี ังนี้
1) ความเรียบง่าย (Simplicity) ควรออกแบบเว็บไซต์ให้มีรูปแบบท่ีเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน
และใช้งานได้อย่างสะดวก เนื้อหาที่อยู่บนเว็บไซต์ประกอบด้วยเนื้อหาที่จาเป็นเท่านั้น เพ่ือให้เว็บไซต์มีเพียง
องค์ประกอบที่จาเป็น หากเนื้อหาประกอบด้วยกราฟิก สีสัน ตัวอักษรและภาพเคลื่อนไหวมากเกินไป
จะรบกวนสายตาและสร้างความราาคาญแก่ผู้เย่ียมชมทาให้ไม่อยากใช้เว็บไซตอีกต่อไป ตัวอย์างเว็บไซต์ที่
ออกแบบเรียบง่าย
2) ความสม่าเสมอ (Consistency) การออกแบบเว็บไซต์ให้มีความสม่าเสมอ โดยการ
ออกแบบเอกสารเว็บเพจแต่ละหน้า ให้มีลักษณะและรูปแบบการใช้งานแบบเดียวกนั ตลอดทั้งเว็บไซต์ เพ่ือให้
ผู้ใช้เกิดความรู้สึกว่ายังคงใช้งานอยู่ที่เว็บไซต์เดิม และเป็นการเอื้ออานวยความสะดวกให้กับผ์ู้ใช้งาน การ
เปลี่ยนลักษณะและรูปแบบการใช้งานไปเรื่อยๆ ทุกหน้าทาให้ผู้ใช้เกิดความรู้สึกสับสนกับส่ิงที่เว็บไซต์ต้องการ
นาเสนอ ดังน้ัน จึงควรออกแบบเว็บเพจในแต่ละหน้า ควรมีรูปแบบการจัดวางรูปแบบกราฟิกระบบเนวิเกชัน
หรือระบบนาทางและโทนสที มี่ ีความคล้ายคลึง กันตลอดทง้ั เว็บไซต์
3) ความเป็นเอกลักษณะ (Identity) การออกแบบเว็บไซต์ควรคานึงถึงลักษณะเฉพาะของ
สิ่งท่ีต้องการนาเสนอและใช้องค์ประกอบเสริม เช่น สีรูปภาพ และรูปแบบตัวอักษรอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งการออกแบบเว็บไซต์ให้กับองค์กร ควรคานึงถึงเอกลักษณ์และลักษณะเด่น เฉพาะขององค์กร ตัวอย่าง
เช่น เว็บไซต์สถานศึกษา ควรออกแบบโดยคานึงเอกลักษณ์ของสถานศึกษา ไม่ควรออกแบบให้เหมือนกับ
เว็บไซตข์ ายสินค้าและไมค่ วรแทรกรปู การ์ตูนตา่ งๆ ใหด้ ูเหมือนเว็บไซต์สวนสนุก เป็นตน้
4) เน้ือหาท่ีมปี ระโยชน์ (Useful Content) เน้ือหาทีต่ ้องการนาเสนอในเว็บไซตถ์ ือว่าเป็น ส่ิง
สาคัญในการสร้างเอกสารเพ่ือเผยแพร่ผา่ นทางเว็บไซต์ เนื่องจากเนื้อหาจะเปน็ สว่ นสาคัญ ท่ีทาให้ผู้ใชก้ ลับมา
เย่ียมชมเว็บไซต์ซ้าอีก ดังนั้น เนื้อหาและขอ้มูลที่นาเสนอควรเป็นเนื้ออหาท่ีเหมาะสม ท้ังในแง่จริยธรรม
ศลี ธรรม จรรยาบรรณ มารยาท และกฎหมาย เน้ือหาทนี่ าเสนอควรเป็นปัจจุบัน อยู่เสมอและควรเปน็ เน้ือหาท่ี
สร้างสรรค์ข้ึนมาเองไม่ได้ลอกเลียนแบบ หรือนามาจากเว็บไซต์ใด หากจาเป็นต้องนาเน้ือหาบางส่วนมาจาก
แหลง่ ขอ้ มลู ใด ควรตรวจสอบการละเมดิ สขิ สิทธ์ิและควรอ้างอิงถงึ แหลง่ ข้อมลู ในเอกสารท่ีนาเสนอด้วย
5) ระบบเนวิเกชันที่ใช้งานง่าย (User-Friendly Navigation) ระบบเนวิเกชันหรือระบบ
นาทาง หมายถึง รูปแบบการเชื่อมโยงระหว่างเอกสารเว็บเพจแต่ละหน้าของเว็บไซต์เพื่อให้ผู้เข้าเย่ียมชม
สามารถท่องไปในเอกสารแต่ละหน้าของเว็บไซต์ได้เปรียบเสมือนป้ายบอกทาง ดังน้ัน ระบบเนวิเกชันของ
เว็บไซต์ควรได้รับการออกแบบให้เอื้ออานวยความสะดวกแก่ผู้เข้าเย่ียมชม สามารถสื่อความหมาย เข้าใจได้
ง่าย ตาแหน่งการจัดวางควรจัดวางให้สม่าเสมอทั้งเว็บไซต์ เช่น วางตาแหน่งไว้บนสุดของทุกหน้าในเว็บไซต์
เป็นต้น และมีการเพิ่มระบบนาทางที่เป็นตัวอักษรไว้ส่วน ล่างสุดของแต่ละหน้า เพ่ืออานวยความสะดวก
ใหแ้ ก่ผู้ใช้กรณีที่ระบบเกดิ ข้อผดิ พลาดในการโหลดหน้าเว็บเพจ
6) มีลักษณะท่ีดึงดูดสายตา (Visual Appeal) เนื่องจากผู้ใช้แต่ละคนมีความชอบหรือไม่
ชอบแตกต่างกัน ดังนั้น จึงควรออกแบบเว็บไซต์ให้มีความสัมพันธ์กับคุณภาพขององค์ประกอบต่างๆ
วิธีการออกแบบเว็บไซต์ให้มีความน่าสนใจ เช่น การเลือกใช้ภาพท่ีมีคุณภาพ กราฟิกของรูปภาพสมบูรณ์ ไม่มี
รอยแตกแยกของเมด็ สี ชนิดตัวอกั ษรอ่านงา่ ย สบายตา มีการเลือกใช้โทนสีทเี่ ข้ากันอย่างสวยงาม
7) การใช้งานอย่างไม่จากัด (Compatibility) เนื่องจากปัจุบันมีวิธีการเข้าถึงเว็บไซต์ได้
หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานผ่านทางเคร่ืองไมโครคอมพิวเตอร์ การใช้งานผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
การใช้งานผ่านทางแทปเล็ต ซึ่งตา่ งกม็ ีระบบปฏิบัติการ ทีแ่ ตกต่างกัน ความละเอยี ด หน้าจอทแ่ี ตกตา่ งกัน
10
ดังน้ัน จึงควรออกแบบเว็บไซต์ให้ครอบคลุมให้มากที่สุด การแสดงผลให้ สามารถแสดงผลได้ในทุก
ระบบปฏิบัติการ ทุกความละเอียดหน์าจอ ไมค่ วรมีการตดิ ต้ังโปรแกรมเพม่ิ เติม เนื่องจากอุปกรณ์แต่ละชนิดใช้
โปรแกรมทีแ่ ตกต่างกัน
8) คุณภาพในการออกแบบ (Design Stability) ถ้าต้องการให้เว็บไซต์มีคุณภาพ ถูกต้อง
และมีความน่าเช่ือถือ ควรออกแบบเว็บไซต์ให้มีมาตรฐานและการจัดระบบข้อมูลให้มีลักษณะ เป็นไปใน
ทิศทางเดียวกันตลอดทั้งเว็บไซต์ ควรให้ความสาคัญในการออกแบบเว็บไซต์ ในการพัฒนาเน้ือหาต้อง
ออกแบบและเรียบเรียงเนื้อหาอย่างรอบคอบ หากเว็บไซต์ถูกออกแบบอย่างไม่มีมาตรฐาน ไม่มีระบบการ
จดั การข้อมลู ท่ีดี เม่ือข้อมูลมปี ัญหาจะส่งผลต่อความน่าเช่ือถือของเว็บไซต์ ทาให้ไม่มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์
และจาเป็นต้องปิดเว็บไซต์ไปในทส่ี ุด
9) ระบบการใช้งานท่ีถูกต้อง (Functional Stability) ระบบการทางานต่างๆ ท่ีอยู่ภายใน
เว็บไซต์จะต้องสามารถทาางานได้อย่างถูกต้อง และมีการตรวจสอบการใช้งานอยู่เสมอ เช่น แบบฟอร์มการ
กรอกข้อมูลต้องสามารถใช้งานได้จริง หรือจุดเชื่อมโยงท่ีเชื่อมโยงไปยังเอกสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร
ภายในเว็บไซต์เดียวกัน หรือเอกสารต่างเว็บไซต์จะต้องสามารถเช่ือมโยงได้อย่างถูกต้อง ดังน้ัน จึงเป็นหน้า
ท่ีของผู้พัฒนาเว็บไซต์ท่ีจะต้องคอยตรวจสอบให้ระบบการทางานต่างๆ ของเว็บไซต์สามารถใช้งานได้อย่าง
ถกู ต้องเหมาะสมอย่เู สมอ
3. ขอ้ แนะนาในการพัฒนาเว็บไซต์
ในการพฒั นาเว็บไซตเ์ พื่อให้มีผู้เข้าเยยี่ มชมจานวนมากน้ันมปี ัจจัยมากมายที่จะสามารถ สง่ ผล
กระทบต่อจานวนผ์ูเข้าเยี่ยมชม เช่น เน้ือหาท่ีนนาเสนอบนเว็บไซต์ โครงสร้างการนาเสนอ เนื้อหาบนเว็บไซต์
การจัดหมวดหมู่เนื้อหาที่สามารถค้นเจอได้ง่าย มีการจัดโครงสร้างเว็บไซตอ์ย์าง เป็นระบบทาให้สามารถ
ใช้งานได้ง่าย มีความรวดเร็วในการโหลดข้อมูล ซ่ึงในการพัฒนาเว็บไซต์ ผู้พัฒนาจึงต้องคานึงถึงหลักในการ
พฒั นาเวบ็ ไซต์เปน็ สาคญั มีขอ้ แนะนาาในการพัฒนาเวบ็ ไซต์ เพือ่ ใหเ้ วบ็ ไซต์ประสบผลสาเรจ็ ดังนี้
1) การพัฒนาเน้ือหาท่ีนาเสนอบนเวบ็ ไซต์ ควรเลอื กเนื้อหาที่ตรงกับวัตถุประสงคท์ ่ี กาหนดไว้
ในขั้นตอนการพัฒนาเว็บไซต์กระบวนการท่ี 1 เพ่ือให้ได้เว็บไซต์ที่ตรงกับความต้องการ ตัวอย่าง เช่น เว็บไซต์
เก่ียวกับข่าวเน้ือหาเว็บไซต์ ก็ควรจะประกอบด้วยข่าวประเภทต่างๆ ซึ่งอาจจะ มีการแบ่งหมวดหมู่ข่าวตาม
เน้ือหา หรือแบ่งหมวดหมู่ข่าวตามแหล่งที่มาของข่าวเว็บไซต์นาเสนอ ข้อมูลองค์กร เน้ือหาเว็บไซต์ก็ควรเป็น
ข้อมูลองค์กร อาจจะประกอบด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับ วัตถุประสงค์ขององค์กร อัตลักษณ์ พันธกิจขององค์กร
บุคลากรในองค์กร ภาระหน้าที่ต่างๆ ขององค์กร รวมถึงงานท่ใี ห้บริการทางเว็บไซต์ขององคก์ ร เป็นต้น เนื้อหา
ท่ีนาเสนอบนเว็บไซต์ ถือว่าเป็นเร่ืองที่สาคัญอย่างย่ิง ผู้รับผิดชอบดูแล จะต้องทาการปรับปรุงเน้ือหาให้เป็น
ปัจจุบันเสมอ เพื่อเปน็ การสรา้ งความนา่ เชื่อถอื ใหกับเว็บไซต์
2) โครงสร้างของเว็บไซต์ ควรคานึงถึงการใช้งานท่ีง่ายและสะดวก ผ้ใู ช้สามารถเข้าถึงข้อมูล
ท่ีต้องการได้อย่างรวดเร็ว มีการจัดกลุ่มของข้อมูลเป็นหมวดหมู่ ออกแบบหัวข้อย่อยไว้ในหัวข้อหลัก เพื่อลด
จานวนข้อหลัก ทาให้หน้าเว็บเพจไม่วุ่นวายจัดระบบไฟล์(File) และไดเรกทอรี (Directory) ตามกลุ่มของ
ข้อมูลททาให้การดูแลรักษาและการตรวจสอบความผิดพลาดของเว็บเพจงา่ ยยิ่งข้ึน เช่น การจัดไฟลร์ ูปภาพไว้
ทเ่ี ดยี วกนั หรอื จัดเก็บไฟล์เว็บเพจทเี่ ป็นเรอ่ื งเดียวกนั ไวใ้ นไดเรกทอรเี ดียวกัน เปน็ ต้น
3) เป็นเว็บไซต์ที่สามารถแสดงผลได้กับทุกเว็บบราวเซอร์ เน่ืองจากในยุคปัจจุบันเว็บ
บราวเซอร์ให้ผู้ใช้ได้เลือกหลากหลายค่าย ดังน้ัน ผู้พัฒนาเว็บไซต์ ์จ์งควรคานึงถึงการแสดงผลของเว็บไซต์
11
ให้สามารถแสดงผลได้ทุกเว็บบราวเซอร์ด้วย เพ่ือให้การแสดงผลของเว็บไซต์ในแต่ละเว็บ บราวเซอร์ออกมา
ในรปู แบบทีเ่ หมอื นกนั หรือใกลเ้ คียงกนั มากทส่ี ดุ
4) เป็นเว็บไซต์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ (Web Accessibility) ตามข้อกาหนดของ W3C
ที่เรียกว์า WCAG (Web Content Accessibility Guideline) หมายถึงคาาแนะนาาในการพัฒนาเว็บไซต์
ให้ทุกคนเข้าถึง เพื่อให้การพัฒนาเว็บไซต์สามารถรองรับการใช้งานของทุกกลุ่มคนที่ใช้งาน คอมพิวเตอร์
ทงั้ กล่มุ ของคนปกตแิ ละกลุ่มคนพกิ าร ซ่ึงยังต้องการขอ้ มูลและความรเู้ หมือนคนปกติ
5) เป็นเว็บไซต์ที่ทาการเปล่ียนแปลงรูปแบบการแสดงผลได้ง่าย สอดคล้องตามข้อกาหนด
ของ W3C เร่ืองการใชง้ าน CSS (Cascading Style Sheet) ควบคุมการแสดงผลของ เว็บไซตโ์ ดยการแยกสว่ น
ของการแสดงผลออกจากสว่ นของเนื้อหา
6) ควรเป็นเว็บไซต์ท่ีสามารถดูได้จากอุปกรณ์ที่หลากหลาย เนื่องจากในปัจจุบันอุปกรณ์
ตา่ งๆ ที่ใช้ในการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีจานวนมากมายหลากหลายชนิด ดังนั้น จึงควรพัฒนาเว็บไซต์
ให้สามารถแสดงผลบนอปุ กรณท์ ี่หลากหลาย
7) มีความรวดเร็วในการโหลดหน้าเว็บเพจ โดยเฉพาะหน้าโฮมเพจ โดยปัจจัยท่ีมี ผลกระทบ
ต่อความเร็วในการโหลด ได้แก่ขนาดและจานวนของรูปภาพ ส่ือมัลติมีเดียท่ีใช้ในการแสดงผล ปริมาณของ
ตัวอักษรที่อยู่บนหน้าเว็บเพจ ดังน้ัน ในการพัฒนาเว็บไซต์ จึงควรเลือกขนาด และจานวนของรูปภาพที่ใช้ใน
แต่ละเว็บเพจให้เหมาะสม เพื่อความเร็วในการโหลดเว็บเพจ
8) ความง่ายในการค้นหาข้อมูลควรพัฒนาเว็บไซต์ให้สามารถค้นหาข้อมูลได้ง่าย อาจเป็นกา
รบรกิ า รการคน้ หาขอ้ มูล เพ่อื ชว่ ยทาให้เข้าถงึ เนอื้ หาที่ตอ้ งการได้ในเวลาอันรวดเร็ว
9) การออกแบบตัวอักษร ฉากหลัง และสีเว็บไซต์ควรออกแบบให้สามารถอ่านง่ายควร
เปน็ ตัวอักษรทเ่ี ปน็ สากลนิยม เชน่ กรณีภาษาองกั ฤษอาจใช้ Arial หรือ Times ส่วนภาษาไทยอาจใช้ Angsana
หรือ MS Sans Serif ท่ีเป็นสากลนิยมของภาษาไทยการเลือกใชต้วอักษรภาษาไทยนั้น ต้องระวังเป็นพิเศษ
เพราะในกรณีท่ีเครื่องผู้เข้าเยี่ยมชมไม่มีตัวอักษรนั้น อาจทาให้ผู้เข้าเยี่ยมชมไม่สามารถอ่านตัวอักษรได้
ฉากหลังที่ใช้น้ัน ควรออกแบบไม่ให้ฉากหลังที่เด่นเกินตัวอักษรท่ีอยู่บนเว็บเพจ เพราะจะทาให้อ่านยากและทา
ให้เน้ือหาไม่น่าสนใจ ซ่ึงการใช้ฉากหลังเป็นสีพ้ืนอาจทาให้ ดูน่าเบ่ือในกรณีที่เว็บเพจมีรายละเอียดมาก
จานวนตัวอักษรในแต่ละบรรทัด อาจชว่ ยใหผ้ ู้เข้าเยยี่ มชมอ่านรายละเอียดได้งา่ ยขนึ้ สามารถทาไดโ้ ดยใช้ตาราง
แบ่งเป็น 2 - 3 บรรทัด แตก่ ็ไมค่ วรใหแ้ ตล่ ะบรรทัดส้นั เกนิ ไป เพราะจะทาให้อ่านแลว้ ไม่ได้ใจความ
4. ข้อพงึ ระวังในการพฒั นาเวบ็ ไซต์
เว็บไซต์ท่ีดีน้ันนอกจากพัฒนาเว็บไซต์ตามข้อแนะนาแล้ว ยังมีสิ่งท่ตี ้องพึงระวังในการพัฒนา
เว็บไซต์เพื่อให์เว็บไซต์ ประสบผลสาเร็จมผี ู้เขา้ เยี่ยมชมปรมิ าณมาก ดงั นี้
1) การใช้ดึงข้อมูลหน้าเว็บเพจจากเว็บไซต์อื่นมาแสดงผลในหน้าเว็บเพจของตน จะต้องพึง
ระวังหากเว็บไซต์นั้นล่มหรือมีข้อผิดพลาดในการแสดงผล เพราะจะส่งผลทาให้เว็บเพจแสดงผล ผิดพลาดไป
ด้วย ดังนั้น จงึ ควรหลกี เล่ียงการดงึ หน์าเว็บเพจจากเว็บไซต์อื่นโดยไม่จาเป็น
2) การใช้เนื้อหาที่เสริมเกินความจาเป็น เช่น เมื่อเข้าสู่หน้าเว็บไซต์มีการเปิดดนตรี ประกอบ
มีภาพเคล่ือนไหวที่หลากหลาย มีป้ายโฆษณาบังเนื้อหาที่สาคัญของเว็บไซต์ในการเยี่ยมชมคร้ังแรกผู้ใช้อาจจะ
เกิดความประทับใจแต่เมื่อเข้ามาบ่อยครั้งข้ึนก็จะเกิดความราาคาญ ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงเนื้อหาเสริมท่ีเกิน
ความจาเป็นหรอื หากจาเปน็ ต้องใช้ควรเลือกใหพ้ อดี
12
3) การทาหน้าเว็บเพจท่ียาวเกินไป กรณีท่ีหน้าเว็บเพจมีเน้ือหายาวเกินไปจะส่งผลทาให้
การแสดงผลเว็บเพจช้าลงด้วย เพราะจะใช้เวลาในการโหลดข้อมูลนานย่ิงขึ้น หากเป็นการแสดงผล ผ่านทาง
โทรศัพท์มือถือ ผู้ใช้จะต้องสูญเสียหน่วยความจาของเครื่องในการทางานค่อนข้างมาก ดังน้ัน จึงควรเลือก
ความยาวของเน้ือหาให้เหมาะสมและสามารถแสดงผลได้ทุกอปุ กรณ์
4) การใช้รูปแบบตัวอักษรต่างๆ ควรเลือกใช้รูปแบบตัวอักษรท่ีเป็นท่ีนิยมและสามารถ
รองรับได้ทุกอุปกรณ์ หากเลือกใช้ตัวอักษรที่เคร่ืองผู้ใช้ไม่มีอยู่จะส่งผลกระทบต่อการแสดงผลในหน้าเว็บเพจ
นั้น โดยเฉพาะอย่างย่ิงตัวอักษรในภาษาไทย เนื่องจากเป็นภาษาเฉพาะคนไทยเท่าน้ัน ดังนั้น การเลือกใช้
ตวั อักษรจงึ ควรเลือกใช้ตวั อักษรทสี่ ามารถแสดงภาษาไทยได้
5) การใช้ฉากหลังท่ีซับซ้อน ถึงแม้ฉากหลังท่ีสลับซับซ้อนอาจจะเป็นการสร้างงาน ศิลปะท่ี
สวยงาม แต่ในทางกลับกันอาจจะสร้างงานท่ียุ่งเหยิงเม่ืออยู่ด้านหลังบทความ เพราะจะทาให้ผู้อ่านมองไม่
ชัดเจน
6) การใช้ภาพเคล่ือนไหว (Animation) มากเกินไป หากจาเป็นต้องใช้ภาพเคลื่อนไหว ควรมี
ได้ไม่เกินกว่า 1 - 2 หน้า เพราะถ้าเว็บเพจมีภาพท่ีเคล่ือนไหวมากเกินไปจะส่งผลกระทบต่อ ทัศนวิสัยและดึง
ความสนใจของผู้เยี่ยมชมไปจากองค์ประกอบท่สี าคญั
7) ไม่ควรมีเว็บเพจที่ไม่สามารถเช่ือมโยงไปยังหน้าเว็บเพจใดๆ อยู่ในเว็บไซต์ การพัฒนา
เวบ็ ไซต์ท่ดี เี วบ็ เพจแต่ละหน์าของเวบ็ ไซตค์ วรมีการเช่อื มโยงกลับไปยังหนา้ โฮมเพจ
8) การไม่แสดงแหล่งที่มาของข้อมูลท่ีนามาสร้างเว็บไซต์ หากมีการนาข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ
ควรมีการอ้างอิงแหล่งท่ีมาและผู้พัฒนาเว็บไซต์ควรระบุช่ือของตน และหลักฐานการให้สิท์ธ์ บนเว็บเพื่อแสดง
ให์เหน็ ว่าเวบ็ ไซตม์ แี หล่งทมี่ าทีช่ ัดเจน ทาให้มเี ว็บไซตม์ คี วามนา่ เช่อื ถือ
9) ลิงค์และข้อมูลที่ล้าหลังควรระบุเวลาในการปรับปรงุ เว็บไซต์เพอื่ แสดงให้เห็นว่าเว็บไซต์มี
การปรับปรุงอยู่เสมอขอ้ มูลทแี่ สดงบนเว็บไซต์เป็นขอ้ มูลปัจจุบันและคอยตรวจสอบลงิ ก์ ที่เชือ่ มโยงอยู่เสมอเพื่อ
ไม่ใหเ้ กิดความล้าหลัง หากลงิ ค์มีการเปล่ียนแปลงทอ่ี ยู่
10) ปัญหาการลิงก์การจัดทา เอกสารต่างๆ ควรให้การลิงค์มีความหมายและสามารถอ่านได้
บทความในลิงค์วรจะมีเนื้อหาต่อเนื่องกันไปถึงบทความท่ีเหลือและบทความก็ควรจะสามารถ แยกเด่ียวเป็น
เอกสารส่ิงพิมพ์ได้ ผู้ออกแบบมักจะใช้หลายบรรทัดเต็มๆ หรือใช้คาท่ีให้คลิก (Click) ท่ีนี่ในการลิงค์ควรแทน
ด้วยการทาไฮไลตท์ ค่ี าสาคญั ซ่งึ สามารถลิงค์กันภายในบทความได้
11) การใชป้ายโฆษณาที่มากเกินไป ถึงแม้การโฆษณาจะเป็นรายได้หลักของเว็บไซต์ แต่
หากมีมากเกนิ ไป อาจทาใหเ้ นื้อหาในเว็บไซต์ ไม่น่าสนใจผู้เยย่ี มชมเกิดความเบื่อหนา่ ยในการใช้งาน เพราะต้อง
คอยหลบป้ายโฆษณา
12) การสะกดคาผิด การแสดงผลข้อมูลบนเว็บไซต์ หากผู้พัฒนาสะกดคาผิดพลาด ปริมาณ
มาก จะส่งผลทาให้เกิดความเข้าใจผิดในเน้ือหาที่ต้องการนาเสนอทาให้เว็บไซต์ขาด ความน่าเช่ือถือ เม่ือ
เว็บไซต์ขาดความน่าเชื่อถือ ก็จะมีผ์ูเข้าเยี่ยมชมลดลง ดังนั้น ผู้พัฒนาจึงควร ระมัดระวังอย่างยิ่งในการสะกด
คา ควรสะกดให้ถูกต้อง เพอื่ ทาให์เว็บไซตม์ ีความน่าเช่ือถอื และเพิ่มปริมาณผู้เขา้ เยย่ี มชมเว็บไซต์
5. ทมี งานในการพัฒนาเว็บไซต์
การพัฒนาเว็บไซต์เพ่ือให้มีประสิทธิภาพนั้น หากเว็บไซต์มีขนาดไม่ใหญ่มากสามารถ กระทา
ได้เพียงคนเดียว แต่ถา้ หากเป็นเวบ็ ไซต์มขี นาดใหญห่ รือกรณีท่ีเป็นองคก์ รในการรับบริการ พัฒนาเวบ็ ไซต์ให้กับ
องคก์ รอน่ื นั้น จาเปน็ ต้องมที ีมงานทท่ี าหน้าทเี่ ฉพาะโดยทีมงานในการพฒั นา เวบ็ ไซต์ประกอบด้วย ดงั นี้
13
1) Webmaster ทาหน้าที่รับผิดชอบทุกอย่างเกี่ยวกับเว็บไซต์ ต้ังแต่เริ่มต้นกระบวนการ
การพัฒนาเว็บไซต์จนส้ินสุดกระบวนการ ผู้ที่คิดหาแนวทางในการสร้างความน่าสนใจให้กับ เว็บไซต์เพื่อให้มีผู้
เข้ามาเยี่ยมชมและใช้บริการเว็บไซต์ปริมาณมากๆ Webmaster จะต้องเป็นบุคคล ท่ีมีความรู้เกี่ยวกับ
กระบวนการออกแบบเว็บไซต์ ภาษาท่ีใชใ้ นการพัฒนาเวบ็ ไซต์ และจะตอ้ งรับผิดชอบทางกฎหมาย หากมีอะไร
เกดิ ขนึ้ กบั เว็บไซต์
2) Web Design ทาหน้าท่ีในการออกแบบเว็บไซต์ กาหนดสีสัน ตาแหน่งการจัดวางของเว็บ
ไซต์ท้ังหมดตามท่ี Webmaster กาหนดไว้ Web Design ควรเป็นบุคคลที่มีความรู้ทางศิลปะและ สามารถใช้
โปรแกรมกราฟิกไดอย้ ์า งดี
3) Web Content Editor / Writer ทาหน้าท่ีจัดทาเนื้อหาบนเว็บไซต์ รับผิดชอบในส่วน
ของเนื้อหาตามท่ีได้รับบมอบหมายจาก Webmaster การสร้างสรรค์เนื้อหาท่ีมีประโยชน์และน่าสนใจ ให้กับ
ผ์ู้ใช้อยู่เสมอ และคอยตรวจสอบความถูกต้องและคุณภาพของเน้ือหาไม่ให้มีคาผิดหรือ ข้อความท่ีอ่านแล้ว
สับสน
4) Web Programing ทาหน์าที่พัฒนาเว็บไซต์ให้สามารถติดต่อประสานงานกับผู้ใช้ คอย
ดูแลพัฒนาเว็บไซต์และตรวจสอบปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนของเว็บไซต์เสมอ การพัฒนาเว็บไซต์ อาจจะมีส่วน
ทีจ่ ะต้องเก่ยี วข้องกับระบบฐานขอ้มูล ดังนั้น จึงควรเป็นผู้มีความร้เู ก่ียวกับภาษาที่ใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์และ
ความรู้ทางดา้ นฐานข้อมูล
5) System Administrator ทาหน้าท่ีควบคุม ดูแล เว็บเชิร์ฟเวอร์ รวมถึงฮาร์ดแวร์และ
ซอฟตแ์ วรอ์ นื่ ทเี่ กี่ยวขอ้ ง สามารถวิเคราะห์และออกแบบระบบเพ่ือการทางานท่ีมปี ระสิทธภิ าพ
6) Web Promoter ทาหนา้ ทีป่ ระชาสัมพันธ์เวบ็ ไซตใ์ ห้เป็นที่ร้จู ักแกบ่ ุคคลท่ัวไป เป้าหมาย
เพื่อให้มีผูเ้ ข้ามาเยย่ี มชมเว็บไซตป์ ริมาณมาก และเมือ่ เข้ามาเย่ียมชมเวบ็ ไซต์แลว้ ให้กลับ เขา้ มาเยี่ยมชมเว็บไซต์
อกี ครัง้ ต่อไป
การพัฒนาเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพนนั้น จะต้องมีกระบวนการในการพัฒนาเว็บไซต์
อย่างชัดเจน โดยกระบวนการพัฒนาเว็บไซต์ประกอบด้วย 6 กระบวนการ คือ 1)การกาาหนด วัตถุประสงค์
และวางแผน 2) การกาหนดเนื้อหาและจัดโครงสร้างเว็บไซต์ 3) การออกแบบเว็บไซต์ 4) การพัฒนาเว็บไซต์
5) การเผยแพร่และส่งเสริมเว็บไซต์ และ 6) การดแู ลและบารุงรักษาเวบ็ ไซต์ โดยหลกั ในการออกแบบเว็บไซต์
จะต้องคานึงถึง ความเรยี บง่าย ความสม่าเสมอ ความเป็นเอกลักษณ์ เน้ือหาที่มปี ระโยชน์ ระบบเนวิเกชัน ท่ใี ช้
งานง่าย มีลักษณะที่น่าสนใจ การใช้งานอย่างไม่จากัด มีคุณภาพในการออกแบบ และระบบใช้งานที่ถูกต้อง
เสมอ เพ่ือให้ได้เว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพ และมีผู้เข้ามาเย่ียมชมจานวนมากและภายหลังจากที่เย่ียมชมเว็บไซต์
แล้วก็กลับเข้ามาใช้งานอีก โดยในการพัฒนาเว็บไซต์ หากเว็บไซต์มีขนาดไม่ใหญ่สามารถ กระทาได้พียงคน
เดียว แต่หากเว็บไซต์มีขนาดใหญ่ ก็จาเป็นต้องมีทีมงานในการพัฒนาเว็บไซต์ ทีมงานในการพัฒนา เว็บไซต์
ประกอบด้วย Webmaster, Web Design, Web Content Editor / Writer, Web Programming, System
Administrator และ Web Promoter โดยมีการแบ่งหน้าที่การทางานกันอย่างชัดเจน เพ่ือให้ได้เว็บไซต์ท่ีดี
มคี ณุ ภาพ และเชอ่ื ถือได้
14
บทที่ 3
วิธกี ำรดำเนนิ กำร
วธิ กี ารดาเนินการ วัน/เดือน/ปี
1 มิ.ย. 2563
ข้นั วางแผน ก.ค. 2563
1. เขียนโครงการและขออนุมัตโิ ครงการ
2. แตง่ ต้ังคาส่ังมอบหมายการดาเนนิ งาน 22 – 23 ส.ค.2563
3. ประสานติดตอ่ การพัฒนาระบบหน้าเว็บไซต์และระบบงานสารบรรณ
โรงเรียน ก.ย. 2563
4. จัดเตรยี มขอ้ มลู ในการจดั ทาเว็บไซตโ์ รงเรยี น ก.ย. 2563
ข้ันดาเนินงาน
ดาเนินการจดั ทาและอบรมเชิงปฏิบัตกิ ารเพื่อความเขา้ ใจและ
ดาเนนิ งานได้ (ทุกคน)
ขั้นประเมนิ ผล ประเมินผลการดาเนนิ งาน
ขนั้ สรุป สรปุ ผลการดาเนนิ กิจกรรม
เครอื่ งมอื ท่ีใช้ในการประเมิน
แบบประเมินความพงึ พอใจในการเข้ารบั การอบรมเชงิ ปฏิบัติการ
เกณฑ์การประเมนิ แบบสอบถามความพงึ พอใจในการดาเนินงานโครงการประชมุ คณะกรรมการ
ผ้ปู กครองเครือขา่ ย
มากท่สี ดุ ใหค้ ะแนน 5 คะแนน
มาก ให้คะแนน 4 คะแนน
ปานกลาง ให้คะแนน 3 คะแนน
น้อย ให้คะแนน 2 คะแนน
น้อยทสี่ ุด ใหค้ ะแนน 1 คะแนน
เกณฑ์การแปลความหมายค่าเฉลย่ี
4.51-5.00 หมายถึง ความพงึ พอใจอยู่ในระดบั มากที่สุด
3.51-4.50 หมายถึง ความพึงพอใจอยู่ในระดบั มาก
2.51-3.50 หมายถึง ความพึงพอใจอยู่ในระดบั ปานกลาง
1.51-2.50 หมายถึง ความพึงพอใจอยู่ในระดับน้อย
1.00-1.50 หมายถึง ความพงึ พอใจอยู่ในระดบั น้อยทส่ี ุด
สถิติทใี่ ชใ้ นการวเิ คราะห์ข้อมูล
1. คา่ เฉล่ีย ( X ) ใชส้ ตู รดงั น้ี (บญุ ชม ศรีสะอาด. 2545 : 105)
=
15
เมื่อ คอื คา่ เฉลยี่ เลขคณิต
คอื ผลบวกของข้อมูลทุกค่า
คอื จานวนขอ้ มลู ทง้ั หมด
2. สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) ใช้สตู รดงั น้ี (บุญชม ศรีสะอาด. 2545 : 106)
S.D. = (X - X)2
n–1
หรอื
S.D. = nX2 - (X)2
n(n – 1)
เมอื่ S.D. แทน ค่าสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน
X แทน คา่ คะแนน
n แทน จานวนคะแนนในแต่ละกลุ่ม
แทน ผลรวม
16
บทท่ี ๔
ผลกำรดำเนนิ งำน
ผลการประเมินความพึงพอใจการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การใช้งานระบบสารบรรณ
อิเล็กทรอนิกส์และเว็บไซต์โรงเรียน” ระหว่างวันที่ ๒๙ - ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๓ ณ ห้องโสตทัศนศึกษา
โรงเรยี นคูเตา่ วทิ ยา อาเภอหาดใหญ่ จงั หวัดสงขลา โดยมีผ้ตู อบแบบประเมนิ ความพึงพอใจ จานวน ๑๓ คน
ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจ มดี งั น้ี
รายการ ระดบั ความพึงพอใจ
X S.D. ร้อยละ
1. กระบวนการดาเนนิ งาน
1.1 การเตรียมความพร้อมในการอบรม การประชาสัมพนั ธ์ 4.77 0.44 95.38
1.2 การจดั ลาดบั ขั้นตอนของการอบรม 4.85 0.38 ๙๖.๙๒
1.3 ความเหมาะสมของสถานที่ในการจดั อบรม 4.85 0.38 ๙๖.๙๒
1.4 ความเหมาะสมของระยะเวลาทใี่ ชใ้ นการอบรม 4.46 ๑.๑๓ ๘๙.๒๓
2. เจา้ หน้าท/่ี วิทยากร
2.1 ความรอบรู้ ในเนอ้ื หาของวทิ ยากร 4.92 ๐.๒๘ ๙๘.๔๖
2.2 ความสามารถในการถ่ายทอดความรแู้ ละการตอบคาถาม 4.85 0.38 ๙๖.๙๒
2.3 ความเหมาะสมของวทิ ยากร ในภาพรวม 4.92 ๐.๒๘ ๙๘.๔๖
3. การอานวยความสะดวก
3.1 เอกสารประกอบการอบรม 4.85 0.38 ๙๖.๙๒
3.2 โสตทศั นูปกรณ์ 4.77 0.44 95.38
3.3 อาหารและเครื่องด่ืม 4.62 ๑.๑๒ ๙๒.๓๑
4. ความพึงพอใจของทา่ นต่อภาพรวมของโครงการ
4.1 ท่านไดร้ บั ความรู้ ทกั ษะและประสบการณใ์ หม่ ๆ จากการอบรม 4.92 ๐.๒๘ ๙๘.๔๖
4.2 ทา่ นสามารถนาสิง่ ที่ไดร้ ับจากการอบรมครั้งนี้ไปใช้ในการปฏบิ ตั งิ านได้ 4.92 ๐.๒๘ ๙๘.๔๖
4.3 ส่งิ ท่ีทา่ นไดร้ บั จากการอบรมคร้งั น้ตี รงตามความคาดหวงั ของท่าน ๔.92 ๐.๒๘ ๙๘.๔๖
หรือไม่
4.4 สัดสว่ นระหวา่ งการฝกึ อบรมภาคทฤษฎกี ับภาคปฏิบัติ มีความ 4.๗๗ 0.44 95.38
เหมาะสม
4.5 การอบรมคร้ังน้ี เอ้ือต่อการปฏบิ ตั งิ าน พฒั นาความสามารถ และเพิม่ ๔.๙๒ ๐.๒๘ ๙๘.๔๖
ประสทิ ธภิ าพในการทางานของท่านหรอื ไม่
4.6 ประโยชน์ท่ที ่านได้รับจากการอบรม ๔.๙๒ ๐.๒๘ ๙๘.๔๖
๔.๘๓ ๐.๔๕ ๙๖.๕๔
เฉล่ีย
17
จากตารางพบว่า ความพึงพอใจในการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
และเว็บไซต์โรงเรียน” มีค่าเฉลี่ย ( X = ๔.๘๓ , S.D. = ๐.๔๕) อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาในแต่ละ
รายการพบว่า ความพึงพอใจในภาพรวมของโครงการที่เห็นว่าการอบรมคร้ังน้ีได้รับความรู้ ทักษะและ
ประสบการณ์ใหม่ ๆ สามารถ นาสิ่งที่ได้รับจากการอบรมไปใช้ในการปฏิบัติงานได้ การอบรมคร้ังน้ีตรงตาม
ความคาดหวัง เป็นประโยชน์ เอ้ือต่อการปฏิบัติงาน พัฒนาความสามารถ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทางาน
ได้ รวมถึงความรอบรู้ของเจ้าหน้าที่/วิทยากรในเนื้อหา มีค่าเฉล่ียสูงสุด คิดเป็นร้อยละ ๙๘.๔๖ รองลงมาคือ
การจัดลาดับข้ันตอนของการอบรม ความเหมาะสมของสถานท่ี เอกสารประกอบการอบรม ความสามารถใน
การถ่ายทอดความรู้และการตอบคาถามของเจ้าหน้าท่ี/วิทยากร คิดเป็นร้อยละ ๙๖.๙๒ และรายการความ
เหมาะสมของระยะเวลาทใ่ี ช้ในการอบรมมคี า่ เฉลย่ี ตา่ สุด คิดเปน็ รอ้ ยละ ๘๙.๒๓
รูปท่ี ๔.๑ ความพึงพอใจการอบรมเชิงปฏิบตั ิการ
“การใช้งานระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกส์และเวบ็ ไซต์โรงเรียน”
ระหวา่ งวันที่ ๒๙ - ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๓
18
บทที่ ๕
สรุปผล ปญั หำ อุปสรรค
สรุปผลกำรดำเนินงำน
การอบรมเชิงปฏิบัติการ “การใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์และเว็บไซต์โรงเรียน”
ระหว่างวันที่ ๒๙ - ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๓ ณ ห้องโสตทัศนศึกษา โรงเรียนคูเตา่ วทิ ยา อาเภอหาดใหญ่ จังหวัด
สงขลา ซึ่งมคี ณะครูบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนคูเต่าวทิ ยา จานวน ๑๓ คน มีความพึงพอใจในภาพรวม
ของโครงการและเห็นว่าการอบรมครั้งน้ีได้รับความรู้ ทักษะและประสบการณ์ใหม่ ๆ สามารถ นาส่ิงที่ได้รับ
จากการอบรมไปใช้ในการปฏิบัติงานได้ การอบรมครั้งนี้ตรงตามความคาดหวัง เป็นประโยชน์ เอื้อต่อการ
ปฏิบัติงาน พัฒนาความสามารถ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทางานได้ รวมถึงความรอบรู้ของเจ้าหน้าที่/
วิทยากรในเน้ือหา อยู่ในระดับมากท่ีสุด รองลงมา คือ การจัดลาดับขั้นตอนของการอบรม ความเหมาะสม
ของสถานท่ี เอกสารประกอบการอบรม ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้และการตอบคาถามของ
เจ้าหน้าที่/วทิ ยากร การเตรียมความพร้อมในการอบรม การประชาสัมพันธ์ โสตทศั นูปกรณ์ ความเหมาะสม
ของสัดส่วนระหว่างการฝึกอบรมภาคทฤษฎีกับภาคปฏิบัติ อาหารและเครื่องดืม่ ความเหมาะสมของระยะเวลา
ท่ีใช้ในการจัดอบรม อยู่ในระดับมาก ตามลาดับ เฉลี่ยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนคู่เต่า
วิทยามีความพึงพอใจต่อการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การใช้ระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์และเว็บไซต์
โรงเรยี น” อยู่ในระดับมากทสี่ ดุ ร้อยละ ๙๖.๕๔
การจัดการรอบรมเชิงปฏิบัติการฯ ในครั้งน้ี ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
มากกว่าร้อยละ ๙๐ มีความพึงพอใจในการอบรมและสามารถนาเสนอประชาสัมพันธ์ข้อมูลสารสนเทศของ
โรงเรียนในรูปแบบต่างๆผ่านเว็บไซต์โรงเรียนได้อย่างเป็นระบบได้ตามวัตถุประสงค์ อีกทั้ง การดาเนินงาน
ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้การดาเนินงานเกี่ยวกับหนังสือราชการ มีความรวดเร็ว เป็นระบบ
คลอ่ งตวั และมีประสทิ ธภิ าพมากขึ้น รวมถงึ มคี วามคุ้มคา่ และลดตน้ ทุนกระดาษไดม้ าก
ปญั หำอุปสรรค
1. การอานวยความสะดวกในดา้ นต่างๆ
2. การประชาสมั พันธข์ อ้ มลู และรายละเอียดในส่วนท่ีเกี่ยวข้องกอ่ นจัดกจิ กรรม
ขอ้ เสนอแนะ
ควรมกี ารกากับ ติดตาม สะท้อนผล และแลกเปลีย่ นเรยี นรู้กนั เปน็ ระยะๆ
19
ภำคผนวก
20
โครงการการพัฒนาประสิทธภิ าพการปฏบิ ตั ิงานโรงเรยี นมธั ยมศกึ ษา
ลกั ษณะโครงการ ใหม่ ต่อเนอ่ื ง
ผูร้ บั ผดิ ชอบ นางวชั รี มปี ระดษิ ฐ์
สนองแผนพฒั นาการศึกษาแหง่ ชาติ ข้อที่ 6 การพฒั นาประสิทธิภาพของระบบบรหิ ารจดั การศึกษา
สนองมาตรฐาน สพฐ. มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบริหารและการจดั การ
สนองกลยุทธร์ ะดับองคก์ ร ขอ้ ท่ี 6. พัฒนาการบรหิ ารจัดการศกึ ษาโดยยึดหลกั ธรรมาภิบาล
1. หลักการและเหตผุ ล
ด้วยโรงเรียนคูเต่าวิทยาได้รับอนุมัติงบประมาณรายจ่าย ประจาปี 2563 แผนงานพื้นฐานด้านการ
พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ผลผลิตผู้จบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย กิจกรรม
ส่งเสริมศักยภาพในการเรียนระดับมัธยมศึกษา งบดาเนินงาน เพ่ือสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพ
การจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก จานวน 100,000 บาท ดังน้ันเพ่ือให้การดาเนินงาน
เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงพัฒนาการบริหารจัดการศึกษาโรงเรียนมัธยมศึกษาให้มีคุณภาพและ
ประสิทธิภาพตามบริบทและความเหมาะสมกับโรงเรียนพร้อมเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานการปฏิบัติงาน
โรงเรียนมัธยมศึกษาให้มีมาตรฐานการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสมต่อไป ทางโรงเรียนจึงได้จัดโครงการการ
พฒั นาประสทิ ธภิ าพการบริหารจัดการโรงเรียนมัธยมศกึ ษา ขึ้นมา
2. วตั ถปุ ระสงค์
2.1 เพ่อื พัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้เกดิ ความพรอ้ ม ความคล่องตวั ในการทางาน และ
ความคุม้ คา่
2.2 เพื่อส่งเสรมิ สนับสนนุ ให้การบรหิ ารจดั การตามขอบขา่ ยงานสง่ ผลต่อการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาในทกุ
ด้าน - ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน
- คุณลักษณะที่พึงประสงค์
3. กิจกรรมและข้ันตอนการดาเนินงาน
3.5 ชอื่ กจิ กรรม การพัฒนาระบบสารสนเทศและงานสารบรรณโรงเรยี น
1) ผรู้ ับผดิ ชอบกจิ กรรม นายนทั ฐากรณ์ ขาละออง
2) วัตถปุ ระสงค์
2.1) เพอ่ื พฒั นาระบบสารสนเทศของโรงเรียนใหม้ ีการเผยแพร่โดยระบบออนไลน์
2.2) เพ่ือพัฒนาระบบงานสารบรรณของโรงเรียนให้มคี วามรวดเรว็ และค้มุ ค่า
3) เป้าหมาย
3.1) เชิงปรมิ าณ
- ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ชุมชนมีความพึงพอใจในการให้บริการ
ดา้ นขอ้ มลู ข่าวสารอยา่ งเปน็ ระบบ ร้อยละ 90
3.2) เชิงคุณภาพ
- มีการพัฒนาระบบสารสนเทศของโรงเรียนและงานสารบรรณโรงเรียนให้เกิดประสิทธิภาพ
และมปี ระสิทธผิ ล มคี วามคุ้มคา่ และประหยัด (ไร้กระดาษ)
- มกี ารจัดเก็บระบบเอกสารตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งเป็นระบบ
21
4) วิธีการดาเนินการ วนั /เดอื น/ปี
1 ม.ิ ย.2563
วิธีการดาเนินการ ก.ค.2563
ขน้ั วางแผน 22 – 23 ส.ค.2563
1. เขียนโครงการและขออนมุ ัตโิ ครงการ ก.ย.2563
2. แตง่ ตั้งคาสัง่ มอบหมายการดาเนินงาน ก.ย.2563
3. ประสานติดตอ่ การพฒั นาระบบหนา้ เว็ปไซต์และระบบงานสารบรรณ
โรงเรียน
4. จัดเตรยี มข้อมูลในการจัดทาเว็ปไซตโ์ รงเรยี น
ข้ันดาเนินงาน ดาเนินการจดั ทาและอบรมเชิงปฏิบัติการเพอื่ ความ
เข้าใจและดาเนนิ งานได้ (ทุกคน)
ขัน้ ประเมินผล ประเมินผลการดาเนินงาน
ข้นั สรุป สรปุ ผลการดาเนนิ กิจกรรม
5) การประเมินผล วิธกี ารประเมนิ ผล เครื่องมอื
ตัวชว้ี ดั ความสาเร็จ
สารวจความพึงพอใจ แบบสารวจความพึงพอใจ
เชิงปริมาณ
เชิงคณุ ภาพ สงั เกต สอบถาม ประเมนิ เชิง แบบสังเกต แบบสอบถาม
ประจกั ษ์
6) งบประมาณกิจกรรม จานวน 29,026 บาท แยกเปน็ ถวั เฉล่ียทุกรายการ
งบดาเนินการ ค่าตอบแทน.........................-......................บาท
คา่ ใช้สอย.........................29,026...............บาท
คา่ วสั ด.ุ .......................................................บาท
การประมาณการทรพั ยากร กจิ กรรมการพฒั นาระบบสารสนเทศและงานสารบรรณโรงเรียน
ทรัพยากรโครงการ
รายการ จานวน/หน่วย ราคาตอ่ หน่วย จานวนเงิน
1 ค่าจา้ งเหมาจัดทาระบบสารสนเทศ (เว็ปไซต์) 27,000
และงานสารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส์
2 จดั ทาไวนิล (สถานท่ี) 2,026
รวมเงิน 29,026
๔. สถานทด่ี าเนนิ งาน
5.1 โรงเรียนคเู ต่าวิทยา
5.2 โรงแรมหาดใหญพ่ าราไดซ์
๕.งบประมาณ งบประมาณรายจ่าย ประจาปี 2563 แผนงานพ้ืนฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้าง
ศักยภาพทรัพยากรมนษุ ย์ ผลผลติ ผูจ้ บการศกึ ษามัธยมศึกษาตอนปลาย กิจกรรมส่งเสริมศกั ยภาพในการเรยี น
ระดับมัธยมศึกษา งบดาเนินงาน เพื่อสนับสนุนและส่งเสรมิ การพัฒนาคุณภาพการจดั การศึกษาของโรงเรียน
มธั ยมศึกษาขนาดเลก็ จานวน 100,000 บาท (บัตรคุมเงินท่ี 177)
22
กจิ กรรม / รายการ ประเภทค่าใช้จา่ ยเงินงบประมาณ
English Day ตอบแทน ใช้สอย วสั ดุ รวม
การพัฒนาคณุ ภาพครเู พ่ือเพม่ิ ประสทิ ธิภาพ
การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ - 18,534 1,610 20,144
การจัดบรรยากาศห้องสมุดเพื่อสง่ เสริม
วชิ าการ - 9,100 - 9,100
การพฒั นาสภานักเรยี นคณุ ธรรมเพื่อ
ขับเคลอื่ นโรงเรียนคุณธรรม - 11,210 11,000 22,210
การพัฒนาระบบสารสนเทศและงานสาร
บรรณโรงเรยี น - 18,520 1,000 19,520
รวม - 29,026 - 29,026
หมายเหตุ ขอถัวจา่ ยทกุ รายการ
- 86,390 13,610 100,000
๖.
2๒3๓
2๒4๔
25๒๕
2๒6๖
๒2๗7
2๒8๘
2๒9๙
๓3๐0
31
QR Code เอกสารประกอบการอบรม
QR Code แบบประมนิ ความพงึ พอใจ
แบบประเมินควำมพึงพอใจการอบรมเชิงปฏบิ ัติการ
32
“การใช้งานระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนิกส์และเวบ็ ไซตโ์ รงเรียน”
ระหว่างวันที่ ๒๙ - ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๓ ณ ห้องโสตทัศนศึกษา โรงเรยี นคูเต่าวทิ ยา
......................................................................................................
ผู้ตอบแบบประเมนิ : เพศ ชาย หญงิ
ตำแหนง่ ผู้บรหิ าร คร/ู พนักงานราชการ/บุคลากรทางการศกึ ษ นสิ ติ ฯ
คำชแ้ี จง ให้ทาเครอ่ื งหมาย ลงในช่องระดบั ความพึงพอใจท่ีเหมาะสม ระดับควำมพึงพอใจ
ท่ี
รำยกำรประเมนิ มำกที่ ุสด
มำก
ปำนกลำง
น้อย
น้อย ี่ท ุสด
๑. กระบวนการดาเนนิ งาน
1.1 การเตรียมความพรอ้ มในการอบรม การประชาสัมพันธ์
1.2 การจดั ลาดับขนั้ ตอนของการอบรม
1.3 ความเหมาะสมของสถานทีใ่ นการจัดอบรม
1.4 ความเหมาะสมของระยะเวลาท่ใี ช้ในการอบรม
2. เจ้าหน้าท่ี/วิทยากร
2.1 ความรอบรู้ ในเนื้อหาของวิทยากร
2.2 ความสามารถในการถ่ายทอดความรแู้ ละการตอบคาถาม
2.3 ความเหมาะสมของวิทยากร ในภาพรวม
3. การอานวยความสะดวก
3.1 เอกสารประกอบการอบรม
3.2 โสตทศั นูปกรณ์
3.3 อาหารและเคร่ืองด่ืม
4. ความพงึ พอใจของท่านตอ่ ภาพรวมของโครงการ
4.1 ทา่ นไดร้ บั ความรู้ ทกั ษะและประสบการณ์ใหม่ ๆ จากการอบรม
4.2 ท่านสามารถนาสิ่งทีไ่ ดร้ บั จากการอบรมคร้ังนี้ไปใชใ้ นการปฏบิ ัตงิ านได้
4.3 สง่ิ ทีท่ า่ นได้รบั จากการอบรมครง้ั นี้ตรงตามความคาดหวงั ของท่านหรอื ไม่
4.4 สัดสว่ นระหว่างการฝึกอบรมภาคทฤษฎีกับภาคปฏบิ ตั ิ มคี วามเหมาะสม
4.5 การอบรมครั้งน้ี เอื้อต่อการปฏบิ ัตงิ าน พฒั นาความสามารถ และเพ่ิม
ประสทิ ธิภาพในการทางานของทา่ นหรือไม่
4.6 ประโยชน์ท่ีทา่ นไดร้ ับจากการอบรม
ขอ้ เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
33
ประมวลภาพกิจกรรม การอบรมเชิงปฏบิ ตั ิการ
“การใช้งานระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนกิ ส์และเว็บไซต์โรงเรยี น”
ระหว่างวันท่ี ๒๙ - ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๓
ณ หอ้ งโสตทศั นศกึ ษา โรงเรยี นคเู ตา่ วทิ ยา อาเภอหาดใหญ่ จงั หวดั สงขลา
นางสาวผาสขุ สันต์ ไหมทิพย์ ผอู้ านวยการโรงเรียนคเู ต่าวทิ ยา
กล่าวต้อนรับวิทยากรและกล่าวเปิดการอบรมเชงิ ปฏิบัติการ
34
นายทวีรัตน์ เทพนะ วิทยากรอบรม
แนะนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส์ (My Office)และวธิ ีการใชง้ าน
35
ผูบ้ รหิ าร ข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา
ฝึกปฏิบัตแิ ละทดลองใช้ระบบงานสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนิกส์
36
นายทวีรัตน์ เทพนะ วิทยากรการอบรม
แนะนาวธิ กี ารใชง้ านและปรับปรงุ ข้อมูลเวบ็ ไซตโ์ รงเรียน
37
พิธีปดิ กจิ กรรมการอบรมเชิงปฏบิ ัตกิ าร
“การใชง้ านระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกส์และเว็บไซต์โรงเรยี น”
38
หน้าเว็บไซต์โรงเรยี นคูเตา่ วิทยา อาเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
หน้าระบบ My Office โรงเรียนคเู ต่าวิทยา อาเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา