3. การเยยี วยา
1) ครูประจ�ำชัน้ ให้ค�ำแนะน�ำปรกึ ษาเบอ้ื งตน้ เพอื่ เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา
1) หากมีผู้ประสบเหตุและเกดิ ความเสียหายแก่วัสดอุ ุปกรณห์ รอื สถานท่ี ใหร้ ายงานต่อหนว่ ยงานต้นสงั กดั เพื่อให้หน่วย
งานได้เขา้ ดแู ลช่วยเหลือตอ่ ไป
2) สร้างขวัญกำ� ลงั ใหก้ ับผูป้ ระสบเหตุ
3) เสนอขอรับการสนับสนนุ งบประมาณในการซอ่ มบ�ำรงุ รกั ษาส่งิ ที่ได้รบั ความเสยี หาย
4. การรายงาน
1) คณะกรรมการงานควบคมุ ภายใน/ประเมินความเสยี่ ง จัดท�ำบนั ทึกรายงานสถานการณ์ถึงฝ่ายบริหารทว่ั ไป
2) ฝ่ายบรหิ ารทวั่ ไป จัดท�ำบันทึกรายงานสถานการณแ์ ละการแกไ้ ขสถานการณ์ต่อผู้บริหารสถานศกึ ษา
7. ภยั จากการชมุ นมุ ประทว้ งและการกอ่ จลาจล
มาตรการการสร้างความปลอดภยั
1. การปอ้ งกนั
1) สถานศกึ ษาก�ำหนดมาตรการเฝ้าระวัง ปอ้ งกันการชุมนุมประทว้ งและการกอ่ จลาจล
2) สถานศึกษาจัดท�ำคู่มือและจัดกิจกรรมสร้างความเข้าใจและการป้องกันภัยจากการชุมนุมประท้วงและการก่อจลาจล
ใหก้ บั ครแู ละนกั เรยี น
3) แต่งตั้งคณะกรรมการงานควบคุมภายใน/ประเมินความเสี่ยง เพื่อท�ำหน้าท่ีวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงภายใน
สถานศกึ ษา
4) สถานศกึ ษาประสานงานเครอื ข่ายองคก์ รภาครัฐและเอกชนทีม่ สี ่วนเก่ยี วข้องเพอื่ ตดิ ต่อขอความชว่ ยเหลือทันที
ทเี่ กิดเหตุ
5) จดั ใหม้ เี วชภณั ฑ์ที่จำ� เปน็ ในการปฐมพยาบาลเบอื้ งตน้
2. การเผชิญเหตุ
1) ควบคุมนกั เรยี นและบคุ คลากรภายในสถานศกึ ษาไมใ่ ห้เขา้ ไปยงั พื้นทเี่ สีย่ ง
2) หากไมส่ ามารถระงับเหตหุ รอื มีเหตุทส่ี ่งผลเป็นวงกว้าง ให้รบี แจ้งสถานีตำ� รวจนครบาลเพ่ือระงบั เหตุให้เรว็ ท่สี ดุ
3) หวั หน้ากลุ่มบริหารทวั่ ไป ผ้ชู ่วยผอู้ ำ� นวยการ หรอื รองผูอ้ �ำนวยการ รายงานให้ทราบถึงจุดเกดิ เหตุ และรายงานการ
เกิดเหตุ และการดำ� เนนิ การแกเ่ หตุในเบอื้ งต้นแกผ่ บู้ ริหารสถานศกึ ษา
4) แจ้งฝา่ ยประชาสัมพนั ธ์ประกาศผ่านเสียงตามสายให้ทราบถงึ เหตุการณ์ อพยพออกจากบรเิ วณจุดเกิดเหตุ นัดหมายที่
จดุ รวมพล และกำ� ชับไม่ใหผ้ ู้ทีไ่ ม่มีสว่ นเกย่ี วข้องเขา้ พ้ืนทีเ่ หตเุ ด็ดขาด
5) ตรวจสอบจ�ำนวนบคุ ลาการ หากพบผบู้ าดเจ็บให้การช่วยเหลอื ทนั ที และรายงานสรปุ ต่อผู้บรหิ ารสถานศึกษา
3. การเยียวยา
1) หากมผี ูป้ ระสบเหตุและเกิดความเสียหายแก่วสั ดอุ ุปกรณห์ รอื สถานที่ ใหร้ ายงานตอ่ หน่วยงานตน้ สงั กัด เพอ่ื ใหห้ นว่ ย
งานได้เข้าดแู ลช่วยเหลือต่อไป
4. การรายงาน
1) คณะกรรมการงานควบคุมภายใน/ประเมนิ ความเสย่ี ง จัดทำ� บนั ทกึ รายงานสถานการณ์ถงึ ฝา่ ยบริหารทว่ั ไป
2) ฝา่ ยบรหิ ารท่ัวไป จดั ท�ำบันทึกรายงานสถานการณแ์ ละการแก้ไขสถานการณต์ ่อผ้บู ริหารสถานศึกษา
ภยั จากบุคคล
1. การกลนั่ แกล้งรงั แก (Bully)
มาตรการการสร้างความปลอดภัย
1. การป้องกัน
1) ครูประจ�ำช้ันเฝา้ ระวงั สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในช้นั เรียน
2) สถานศึกษาให้ความรู้เก่ียวกับเร่ืองโทษของการกระท�ำผิดทางพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์/โทษของกฎหมายอาญา
และโทษของกฎหมายแพ่งที่จะเกิดข้ึนจากการกล่ันแกล้งรังแก โดยผ่านการประชุมระดับและบูรณาการในการเรียนการสอนของ
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
3) สถานศึกษากำ� หนดข้อปฏิบัติ และระเบยี บวนิ ัยทช่ี ดั เจน พร้อมท้งั ประกาศให้นักเรียน รบั ทราบโดยทว่ั กัน
4) สถานศกึ ษามชี อ่ งทางการรายงานการกลนั่ แกลง้ รงั แกกนั ทชี่ ดั เจน และสรา้ งความมน่ั ใจวา่ ผรู้ ายงานจะไดร้ บั การคมุ้ ครอง
และจะไม่เดอื ดร้อน มีการเปิดช่องทางรายงานทางออนไลน์จะช่วยให้นกั เรยี นรู้สึกว่าเปน็ เร่ืองง่ายและปลอดภยั ขนึ้
5) สถานศึกษามมี าตรการจดั การการกลน่ั แกล้งรงั แกกันที่ชดั เจน รวดเรว็ และสม�่ำเสมอเพื่อให้ผู้ถกู กลน่ั แกล้งรงั แกรู้สกึ
ปลอดภัย ได้รับการดูแลช่วยเหลือ และมีความสุขในการมาเรียน/ผู้กระท�ำได้รับรู้ถึงผลกระทบท่ีจะได้รับเม่ือได้กลั่นแกล้งรังแกผู้
อื่นและเปน็ การป้องปรามไม่ใหเ้ กดิ พฤตกิ รรมกล่นั แกลง้ รังแกซ�ำ้ ๆ ภายในสถานศกึ ษา
6) สถานศึกษาจัดการสภาพแวดล้อม อาคารสถานท่ีติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดลับตาเพ่ือไม่ให้มีจุดเสี่ยงที่อาจจะน�ำไปสู่
การกล่นั แกลง้ รังแกของนักเรียนได้
2. การเผชิญเหตุ
1) ครปู ระจำ� ชนั้ หรอื ผปู้ ระสบเหตทุ ำ� การระงบั เหตโุ ดยทนั ทหี ากเผชญิ เหตซุ งึ่ หนา้ โดยคำ� นงึ ถงึ ความปลอดภยั ของนกั เรยี น
เป็นส�ำคัญและดำ� เนินการรายงานให้ฝา่ ยบรหิ ารกิจการนักเรียนทราบทนั ที
2) ฝ่ายบริหารกจิ การนกั เรยี น ร่วมกับคุณครปู ระจำ� ชน้ั และระบบดูแลช่วยเหลอื นกั เรียนดำ� เนินการสัมภาษณ์นักเรยี น
คกู่ รณีเพือ่ ประเมินสถานการณแ์ ละคัดกรองความรุนแรงและดำ� เนินการ ดังนี้
2.1) ในกรณที เ่ี ปน็ ปญั หาไมร่ นุ แรง ฝา่ ยบรหิ ารกจิ การนกั เรยี นดำ� เนนิ การตกั เตอื นและแจง้ ขอ้ ปฏบิ ตั ติ ามวนิ ยั ของ
สถานศึกษาต่อผู้กระท�ำ และแจ้งผู้ปกครองและนำ� นักเรยี นเขา้ สู่กระบวนการชว่ ยเหลอื เยยี วยา
2.2) ในกรณีที่เป็นปัญหารุนแรง ฝ่ายบริหารกิจการนักเรียนด�ำเนินการเชิญผู้ปกครองและรายงานต่อผู้บริหาร
สถานศกึ ษาโดยทันที
3) ฝ่ายบริหารกิจการนักเรียนแจ้งหรือเชิญผู้ปกครองเพ่ือร่วมกันหาแนวทางแก้ไขพฤติกรรมของผู้กระท�ำและช่วยเหลือ
เยยี วยาผูถ้ ูกกระทำ� โดยทนั ที
4) หากกรณปี ัญหามคี วามรุนแรงฝ่ายบรหิ ารกจิ การนักเรยี นรายงานผู้อำ� นวยการโรงเรียนทราบโดยเร็ว
3. การเยยี วยา
1) กรณที ี่เป็นปญั หาไมร่ ุนแรงหรอื ไม่มีการด�ำเนนิ คดีตามกฎหมาย ใหด้ �ำเนนิ การดังนี้
1.1) ฝา่ ยบริหารกิจการนักเรยี นและครูประจำ� ช้นั ร่วมปรกึ ษาหารือและขอความรว่ มมอื ผปู้ กครองของนักเรยี น
ผกู้ ระท�ำให้ดูแลและปรบั เปลี่ยนพฤตกิ รรมไม่ให้เกิดพฤตกิ รรมซ�้ำอกี
1.2) ครปู ระจำ� ช้ันดแู ลและเฝ้าสังเกตนกั เรยี นคู่กรณีเพอ่ื ไมใ่ ห้เกดิ เหตุการณซ์ ำ้� ข้ึนอีก
1.3) ให้นำ� นักเรียนเขา้ ส่รู ะบบดแู ลชว่ ยเหลอื และให้ค�ำปรกึ ษา เพอ่ื ให้นกั เรียนท่ถี กู กระทำ� รสู้ ึกถงึ ความปลอดภัย
และได้รับความคุ้มครองและเพื่อให้นักเรียนผู้กระท�ำได้รับการปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรม โดยอาศัยหลักการจัดการแบบ
สมานฉันท์ (restorative approach) เพือ่ ลดความขดั แย้งระยะยาวระหว่างคกู่ รณี
2) หากกรณีทีเ่ ป็นปัญหารนุ แรง ผดิ กฎหมายหรอื มกี ารดำ� เนนิ คดีตามกฎหมาย ใหด้ ำ� เนินการดังน้ี
2.1) ครปู ระจำ� ชั้นดูแลและเฝา้ สังเกตนักเรยี นคู่กรณเี ป็นพิเศษ เพือ่ ปอ้ งกันไมใ่ ห้เกิดเหตุรุนแรงข้นึ ระหวา่ งกัน
ในชนั้ เรยี น
2.2) สถานศกึ ษาดแู ลใหค้ วามชว่ ยเหลอื สว่ นทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั โรงเรยี นและสว่ นทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การเรยี นของนกั เรยี น
ค่กู รณี โดยการประสานรว่ มมือระหวา่ งครูประจ�ำชั้น ครปู ระจ�ำวิชาและครหู ัวหนา้ ระดับ
4. การรายงาน
1) ครปู ระจำ� ช้ันหรอื ผู้ประสบเหตุรายงานฝ่ายกจิ การนักเรยี น
2) ฝา่ ยกิจการนักเรียนรายงานผูบ้ รหิ ารสถานศึกษาทนั ที ในกรณีปัญหาท่ีมคี วามรุนแรง
3) ครปู ระจ�ำชัน้ และฝ่ายกิจการนักเรียนท�ำบันทึกรายงานต่อผู้บรหิ ารสถานศึกษา
2. การลงโทษนักเรียน
มาตรการการสร้างความปลอดภัย
1. การปอ้ งกัน
1) สถานศึกษาจดั อบรมเรอื่ งวนิ ัยข้าราชการ จรรยาบรรณวิชาชพี คณุ ธรรม จริยธรรมของครแู ละเร่อื งอื่น ๆ ที่เกย่ี วขอ้ ง
ในการเสรมิ สร้างจิตสำ� นึก การตระหนักรูใ้ นการปฏิบัติตนของครทู จี่ ะไม่ให้ก่อให้เกิดความรนุ แรงตอ่ นกั เรียน
2) สถานศกึ ษาใหค้ วามรเู้ กย่ี วกบั ผลของความผดิ ตามกฎหมายอาญาและความผดิ ทางกฎหมายแพง่ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การกอ่
ความรนุ แรงหากครูได้กระท�ำต่อนักเรยี น เพือ่ เป็นการปอ้ งปรามและสรา้ งความรูส้ กึ ยบั ย้ังชง่ั ใจใหค้ ุณครูภายสถานศึกษา
2. การเผชญิ เหตุ
1) หากพบเหน็ เหตกุ ารณก์ ารลงโทษนกั เรยี นเกนิ กวา่ เหตใุ หท้ ำ� การระงบั เหตทุ นั ที โดยคำ� นงึ ถงึ ความปลอดภยั ของนกั เรยี น
เป็นส�ำคญั และด�ำเนนิ การรายงานให้ฝ่ายกิจการนกั เรียนทราบทนั ที
2) เมื่อฝ่ายบริหารกิจการนักเรียนได้รับการแจ้งเหตุ ให้รีบแจ้งผู้บริหารสถานศึกษาโดยทันทีและด�ำเนินการสัมภาษณ์
นักเรยี นและครูทีเ่ ปน็ คกู่ รณีเพ่อื ตรวจสอบข้อเทจ็ จรงิ เบ้ืองต้นโดยเรว็
3) เชิญผู้ปกครองนักเรียนมาเพื่อชี้แจง และให้ข้อเท็จจริงเบ้ืองต้นจากการสัมภาษณ์ รวมถึงให้ผู้ปกครองซักถามข้อเท็จ
จริงท่ีเกดิ ข้นึ
4) หากมีสื่อมวลชนมาสังเกตการณ์หรือขอข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ให้รีบรายงานต่อผู้อ�ำนวยการเพื่อด�ำเนินการ
ชีแ้ จงหรอื มอบหมายผู้ท่ีเก่ียวขอ้ งในการใหข้ อ้ มูล
3. การเยยี วยา
1) กรณีปัญหาทีเ่ ปน็ ความรุนแรงทีไ่ ม่ได้ก่อใหเ้ กิดการบาดเจ็บรุนแรงหรอื ไมม่ ีการดำ� เนนิ คดีตามกฎหมาย ใหด้ ำ� เนนิ การ
ดงั นี้
1.1) สถานศึกษาโดยผู้บริหารสถานศึกษาด�ำเนินการตามวินยั ข้าราชการครู
1.2) สถานศกึ ษาโดยผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาดำ� เนนิ การปรบั เปลยี่ นตารางการเรยี นการสอนระหวา่ งครแู ละนกั เรยี น
ค่กู รณี เพ่ือลดการเผชญิ หนา้ และเพื่อใหน้ กั เรยี นผู้ถกู กระท�ำรู้สึกปลอดภยั และไดร้ บั การดแู ล
2) กรณีปญั หาทเี่ ปน็ ความรนุ แรงท่กี ่อให้เกดิ การบาดเจ็บรุนแรงหรอื สาหัส หรอื มกี ารด�ำเนนิ คดีตามกฎหมาย
ให้ดำ� เนินการดังน้ี
2.1) สถานศกึ ษาโดยผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาด�ำเนินการตามวนิ ยั ขา้ ราชการครู
2.2) สถานศกึ ษาโดยผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาดำ� เนนิ การปรบั เปลย่ี นตารางการเรยี นการสอนระหวา่ งครแู ละนกั เรยี น
คู่กรณีเพื่อลดการเผชิญหน้า และเพ่อื ให้นักเรียนผู้ถูกกระทำ� รสู้ กึ ปลอดภยั
2.3) หากผู้ปกครองมีความประสงค์ที่จะใหน้ ักเรียนหลีกเลยี่ งการเผชญิ หนา้ ระหวา่ งคณุ ครคู ่กู รณี เช่น ใหพ้ กั
การเรยี น หรือ ปรับเปล่ียนวธิ กี ารเรียน ฯลฯ หรือนักเรียนตอ้ งเข้ารบั การรักษาตวั ในสถานพยาบาล สถานศกึ ษาโดยฝ่ายวิชาการ
ดูแลประสานงานใหค้ วามช่วยเหลอื สว่ นทเี่ ก่ยี วข้องกับการเรียนของนักเรียนในช่วงเวลาดงั กลา่ วโดยทนั ที
4. การรายงาน
1) ผู้พบเห็นเหตกุ ารณ์รายงานฝา่ ยบรหิ ารกิจการนักเรียน
2) ฝ่ายบริหารกิจการนกั เรียนรายงานผบู้ รหิ ารสถานศึกษาทนั ที
3. การท�ำร้ายร่างกาย
มาตรการการสร้างความปลอดภัย
1. การป้องกนั
1) ครทู ป่ี รึกษาเฝ้าระวงั และสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในชน้ั เรยี น
2) สถานศกึ ษาจดั กจิ กรรมทสี่ อดแทรกคา่ นยิ ม รแู้ พ้ รชู้ นะ รอู้ ภยั เนน้ การใชเ้ หตผุ ลมากกวา่ อารมณผ์ า่ นการประชมุ ระดบั
ในทุกระดบั ชัน้
3) สถานศกึ ษาใหน้ โยบายและใหค้ วามรแู้ กค่ รผู สู้ อนในการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยบรู ณาการคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
การคิดวิเคราะห์ การยับย้งั ชงั่ ใจ และทักษะการควบคมุ อารมณ์
4) สถานศกึ ษาใหค้ วามรเู้ กยี่ วกบั ผลของความผดิ ตามกฎหมายอาญาและความผดิ ทางกฎหมายแพง่ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การกอ่
ความรนุ แรงหากนกั เรยี นไดก้ ระทำ� เพอื่ เปน็ การปอ้ งปรามและสรา้ งความรสู้ กึ ยบั ยงั้ ชง่ั ใจกอ่ นทน่ี กั เรยี นจะลงมอื กระทำ� การทกี่ อ่ ให้
เกิดความรนุ แรง
2. การเผชิญเหตุ
1) ครูที่พบเห็นเหตุการณ์ท่ีนักเรียนใช้ความรุนแรง ให้ระงับเหตุโดยทันที โดยค�ำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนเป็น
ส�ำคัญและดำ� เนนิ การรายงานให้ฝ่ายกจิ การนักเรียนทราบโดยทันที
2) ฝา่ ยบริหารกิจการนกั เรียนร่วมกบั ครปู ระจ�ำช้นั และระบบดูแลช่วยเหลอื นกั เรียน ดำ� เนนิ การสัมภาษณ์นักเรียนคู่กรณี
เพือ่ ประเมินสถานการณ์และคัดกรองความรนุ แรง และด�ำเนนิ การ ดงั น้ี
2.1) ในกรณปี ญั หาทเี่ ปน็ ความรนุ แรงทไี่ มไ่ ดก้ อ่ ใหเ้ กดิ การบาดเจบ็ รา้ ยแรงหรอื สาหสั ใหฝ้ า่ ยบรหิ ารกจิ การนกั เรยี น
ด�ำเนินการตักเตือนและแจ้งข้อปฏิบัติตามวินัยของโรงเรียนต่อผู้กระทำ� และเชิญผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายมาพบเพ่ือพูดคุยและน�ำ
นักเรยี นเขา้ สู่กระบวนการชว่ ยเหลือเยียวยา
2.2) ในกรณีปัญหาท่ีเป็นความรุนแรงท่ีก่อให้เกิดการบาดเจ็บร้ายแรงหรือสาหัสให้ฝ่ายบริหารกิจการนักเรียน
รายงานต่อผู้บริหารสถานศึกษาโดยทันทีและด�ำเนินการแจ้งผู้ปกครองท้ังสองฝ่ายให้ทราบเบ้ืองต้นพร้อมทั้งนำ� ส่งนักเรียนต่อยัง
ฝ่ายพยาบาลเพ่ือปฐมพยาบาลและประเมินอาการเพื่อน�ำส่งต่อยังสถานพยาบาลและเชิญผู้ปกครองท้ังสองฝ่ายมาพบเพื่อพูดคุย
และนำ� นักเรียนเขา้ ส่กู ระบวนการช่วยเหลือเยยี วยา
3. การเยียวยา
1) กรณีปญั หาทเี่ ปน็ ความรุนแรงท่ีไม่ไดก้ อ่ ใหเ้ กดิ การบาดเจ็บรนุ แรงหรือไม่มีการด�ำเนินคดีตามกฎหมาย ให้ดำ� เนนิ การ
ดังนี้
1.1) ฝ่ายบริหารกิจการนักเรียนร่วมกับครูที่ปรึกษาและหัวหน้าระดับตักเตือนนักเรียนผู้กระท�ำและลงบันทึก
เหตกุ ารณก์ ารกอ่ ความรุนแรงเพ่ือดำ� เนินการปรับเปลีย่ นพฤติกรรม
1.2) ครทู ีป่ รกึ ษาดแู ลและเฝา้ สังเกตนักเรียนคู่กรณีเพอื่ ไมใ่ หเ้ กดิ เหตุการณซ์ ้ำ� ขึ้นอกี
2) กรณีปญั หาทีเ่ ปน็ ความรนุ แรงทก่ี อ่ ให้เกิดการบาดเจบ็ รนุ แรงหรอื สาหสั หรือมกี ารด�ำเนนิ คดตี ามกฎหมาย ให้ดำ� เนิน
การดังนี้
2.1) ฝา่ ยบรหิ ารกจิ การนกั เรียนรว่ มกับครูท่ปี รึกษาและหัวหนา้ ระดบั ตักเตอื นนักเรยี นผ้กู ระท�ำผดิ และลงบันทึก
เหตกุ ารณเ์ พอื่ ดำ� เนินการปรับเปลีย่ นพฤตกิ รรม
2.2) ครูประจ�ำช้นั ดูแลและเฝ้าสังเกตนักเรยี นคู่กรณเี ป็นพิเศษ เพอ่ื ป้องกันไม่ให้เกดิ เหตรุ ุนแรงขน้ึ ระหว่างกนั
ในชน้ั เรยี น
2.3) สถานศกึ ษาดแู ลใหค้ วามชว่ ยเหลอื สว่ นทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั สถานศกึ ษาและสว่ นทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การเรยี นของนกั เรยี น
คกู่ รณี
4. การรายงาน
1) คุณครูประจำ� ชัน้ หรือผู้ประสบเหตรุ ายงานฝา่ ยบริหารกิจการนักเรียน
2) ฝ่ายบรหิ ารกจิ การนักเรียนรายงานผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาทนั ที ในกรณีปญั หาทมี่ ีความรนุ แรง
3) ครูประจ�ำช้นั และฝา่ ยกิจการนกั เรียนท�ำบันทึกรายงานตอ่ ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาตามล�ำดบั
4. การลักทรพั ย์ ว่ิงราวทรพั ย์ ชงิ ทรัพย์ รดี เอาทรพั ย์ และปล้นทรัพย์ภายใน
โรงเรียน
มาตรการการสรา้ งความปลอดภัย
1. การปอ้ งกนั
1) กลมุ่ กจิ การนกั เรียนจัดต้ังหวั หน้าระดบั และคณะกรรมการ เพอ่ื สอดสอ่ งไมใ่ ห้นักเรยี นมพี ฤติกรรมลักทรัพย์
2) ครจู ดั การเรียนการสอนโดยบูรณาการคุณธรรมจริยธรรม และศีลธรรม เพอื่ ไมใ่ หน้ ักเรียนมพี ฤตกิ รรมลกั ทรัพย์
2. การเผชิญเหตุ
1) เมอ่ื ครพู บนกั เรยี นมพี ฤตกิ รรมลกั ทรพั ย์ ใหต้ รวจสอบพยานและหลกั ฐาน จากนนั้ แจง้ กบั ครทู ป่ี รกึ ษาและหวั หนา้ ระดบั
เพอ่ื ทำ� การสอบสวน สาเหตขุ องพฤติกรรมทเ่ี กิดข้ึน
2) ครนู ำ� นกั เรียนสง่ ฝา่ ยกจิ การนักเรยี น
3) ประสานผปู้ กครองเพื่อใหร้ ับทราบพฤติกรรม
4) ลงโทษนักเรยี นเพือ่ ให้นกั เรียนปรับพฤติกรรม
3. การเยียวยา
1) หัวหน้าระดับและคณะกรรมการคอยติดตามนักเรียนทั้งผู้กระท�ำและผู้ที่ถูกกระท�ำทั้งในการสอบถามท่ีนักเรียนเอง
หรอื ถามกับเพอื่ นของนักเรียนดงั กลา่ ว เพอ่ื ตดิ ตามพฤตกิ รรม
2) ในกรณีที่ก่อให้เกิดความเสียหายมาก หัวหน้าระดับ และคณะกรรมการกิจการนักเรียนประสานกับผู้ปกครองของ
นักเรยี น ถา้ เหน็ ควรใหม้ กี ารพกั การเรียนกบั นกั เรยี น ควรใหน้ กั เรยี นพักการเรียนพรอ้ มทงั้ ทำ� หนงั สอื เป็นลายลักษณอ์ กั ษรเพอื่ ให้
ผ้ปู กครองสังเกตและรายงานพฤตกิ รรมในขณะท่นี ักเรียนอยูก่ ับผูป้ กครอง
4. การรายงาน
1) หัวหนา้ ระดับท�ำบนั ทกึ ขอ้ ความรายงานผ้บู ริหารสถานศึกษาตามลำ� ดบั
5. การถูกลว่ งละเมิดทางเพศ
มาตรการการสร้างความปลอดภัย
1. การปอ้ งกัน
1) ใหค้ วามรูค้ วามเขา้ ใจ และความตระหนกั แกค่ รู นกั เรยี น และผปู้ กครอง ในการป้องกนั หาทางออก เมอื่ ตอ้ งเผชิญกับ
เหตกุ ารณก์ ารลว่ งละเมดิ ทางเพศ
2) สถานศกึ ษาสอนเรอื่ งเพศศกึ ษาในกล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา โดยเฉพาะการดูแลปอ้ งกนั ตนเองของ
นักเรียนให้ปลอดภัยจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ และใช้กระบวนการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ครูที่ปรึกษา เอาใจใส่
นกั เรียนอยา่ งใกลช้ ิด และตอ้ งทำ� งานเป็นทมี
3) สถานศกึ ษาเตรยี มพรอ้ มในดา้ นสถานทเ่ี พอ่ื ลดความเสย่ี งในการเกดิ เหตุ เชน่ มกี ลอ้ งวงจรปดิ อยา่ งทวั่ ถงึ โดยเฉพาะใน
บรเิ วณท่ีลับตา มีการจัดตั้งเวรยามตรวจตราพืน้ ที่จุดเสี่ยง เพื่อไมใ่ ห้เกิดการล่วงละเมิดระหว่างครูกบั นกั เรยี น นักเรยี นกับนักเรียน
และจากบคุ คลอ่นื
4) ก�ำหนดบทโทษและมาตรการทเี่ ข้มแขง็ ต่อผูก้ ระท�ำผิดรุนแรง
2. การเผชิญเหตุ
1) ผู้บรหิ ารสถานศึกษาหรอื ผู้ท่ีได้รับมอบหมายตรวจสอบข้อเท็จจริง และปรึกษากับผูเ้ ก่ียวข้องในสถานศึกษาทันทีและ
แจง้ ครทู ่ีปรึกษาประสานงานระบบดูแลช่วยเหลือนกั เรียน ใหแ้ จง้ ผู้ปกครอง/ผดู้ ูแลนักเรยี น และดำ� เนนิ การชว่ ยเหลือดา้ นรา่ งกาย
จิตใจ ใหค้ �ำปรกึ ษาแกเ่ ดก็ นักเรียน พร้อมประเมินสถานการณ์
2) ตรวจสอบข้อมลู ประวตั นิ ักเรยี นโดยใชก้ ระบวนการระบบการดแู ลชว่ ยเหลือนักเรยี น
3) ประสานทีมสหวิชาชีพ และหนว่ ยงานทเ่ี ก่ียวข้อง เช่น สพม.กท1 ส�ำนกั งานพัฒนาสังคมและความมน่ั คง ของมนุษย์
บ้านพักเดก็ และครอบครวั สถานีตำ� รวจ และผมู้ หี นา้ ทคี่ ุม้ ครองสวสั ดิภาพเดก็ ตามพระราชบัญญตั ิคมุ้ ครอง พ.ศ. 2546
4) สถานศึกษาดำ� เนินการหรือประสานตำ� รวจในพน้ื ทีร่ ะงับเหตภุ ยนั ตรายจากบุคคลภายนอกท่เี กย่ี วข้อง กบั การถูกล่วง
ละเมิดทางเพศ
5) กรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางศึกษา ถูกร้องเรียนกล่าวหาหรือต้องหาว่ากระท�ำผิดอาญากรณีมีพฤติการณ์ล่วง
ละเมิดสิทธิทางเพศนักเรียน ให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานการด�ำเนินการ ให้ส�ำนักงานคณะกรรมการการ
ศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐานทราบโดยด่วน
3. การเยยี วยา
1) เชิญนักจติ วิทยาและผูป้ กครองนกั เรียนทั้งสองฝ่ายมาพูดคุย รับทราบเหตกุ ารณ์และใหค้ ำ� ปรึกษา
2) ผปู้ กครองนกั เรยี นหาแนวทาง และวธิ กี ารรว่ มกนั ในการปรบั พฤตกิ รรมนกั เรยี น และตดิ ตามผล เยย่ี มบา้ นนกั เรยี นเปน็
ระยะ ให้ค�ำปรึกษา ให้ก�ำลังใจและจัดท�ำเป็นกรณีศึกษาเพื่อเป็นข้อมูลและแนวทางในการปกป้อง คุ้มครอง และดูแลช่วยเหลือ
นักเรยี น ต่อไป
4. การรายงาน
1) ครูทีป่ รกึ ษาทำ� บันทึกข้อความเสนอผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
6. ภยั จากการม่ัวสุมยาเสพตดิ และการพนนั
6.1 ยาเสพตดิ
มาตรการการสร้างความปลอดภัย
1. การป้องกนั
1) เสรมิ สรา้ งภมู คิ มุ้ กนั ทกั ษะชวี ติ ใหก้ บั นกั เรยี น โดยจดั กจิ กรรมการปอ้ งกนั เฝา้ ระวงั และแกไ้ ขปญั หายาเสพตดิ ในสถาน
ศกึ ษา เช่น กจิ กรรมวันงดสูบบหุ ร่โี ลก กิจกรรมรณรงค์ตอ่ ต้านยาเสพติด ฯลฯ
2) มรี ะบบการดแู ลช่วยเหลอื นักเรียนอย่างเขม้ แข็ง เช่น การวิเคราะหน์ กั เรียนเป็นรายบคุ คล การทำ� แบบประเมนิ SDQ
การเยยี่ มบา้ น โดยใหค้ รทู ป่ี รกึ ษาคดั กรองนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล เยย่ี มบา้ น และคดั กรองนกั เรยี นออกเปน็ 4 กลมุ่ ไดแ้ ก่ กลมุ่ ปกติ
กลุ่มเสยี่ ง กล่มุ เสพ และกลุ่มค้า
3) ดำ� เนินงานในการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปัญหายาเสพติดในสถานศกึ ษา ให้นักเรยี นมีส่วนรว่ มในการด�ำเนนิ กจิ กรรม โดยมี
ครเู ปน็ ผ้คู อยให้การสนับสนุนและคอยให้ค�ำแนะนำ�
4) โรงเรยี นดำ� เนนิ การตามโครงการสถานศกึ ษาสขี าวปลอดยาเสพตดิ และอบายมขุ ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร และนโยบาย
ของ สพฐ.
5) มีการสร้างเครอื ขา่ ยเฝ้าระวงั และปอ้ งกันปัญหา เชน่ โครงการ 1 โรงเรยี น 1 ต�ำรวจ
6) จัดตัง้ ครเู วรประจ�ำวนั เดนิ ตรวจพืน้ ที่เสย่ี งทั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น
7) ดำ� เนนิ การติดตัง้ กลอ้ ง CCTV ในจุดท่ีสุม่ เสี่ยง
2. การเผชญิ เหตุ
1) หากครูท่ปี รกึ ษาพบนกั เรียนกลุ่มเสยี่ ง กลมุ่ เสพ และมีสารเสพติด ไวใ้ นครอบครองใหด้ �ำเนินการ ดังนี้
1.1) ตดิ ต่อผูป้ กครอง โดยเชญิ ผู้ปกครองมาทโี่ รงเรยี นเพ่อื หาแนวทางป้องกนั และแก้ไขปญั หารว่ มกนั
1.2) ด�ำเนินการตามแนวทางการดูแลชว่ ยเหลอื ดังนี้
- นกั เรยี นกล่มุ เสยี่ ง ตกั เตือนและตัดคะแนนพฤติกรรม
- นกั เรยี นกลมุ่ เสพ ตกั เตือน ตัดคะแนนพฤตกิ รรม และเข้าสกู่ ระบวนการบำ� บดั รกั ษา
- ติดตามผล และรายงานผลใหผ้ ู้บริหารสถานศึกษารบั ทราบ
2) กรณพี บนักเรียนเป็นผูค้ า้ ใหเ้ จา้ หนา้ ทผี่ มู้ ีอ�ำนาจดำ� เนนิ การตามกฎหมาย
3) กรณนี กั เรยี นถกู ควบคมุ ตวั หรอื เขา้ สกู่ ระบวนการยตุ ธิ รรม ใหส้ ถานศกึ ษาดำ� เนนิ การออกหนงั สอื รบั รองการเปน็ นกั เรยี น
เพอ่ื เปน็ หลักฐานประกอบ
3. การเยยี วยา
1) การชว่ ยเหลือส�ำหรับกลมุ่ เส่ียง ได้แก่ การใหค้ �ำปรกึ ษา และการสรา้ งภูมิคุ้มกัน
2) การช่วยเหลือส�ำหรับกลุม่ เสพ (ไม่รนุ แรง) ไดแ้ ก่ การให้ค�ำปรึกษา และการสร้างภมู คิ มุ้ กัน
3) การช่วยเหลอื ส�ำหรบั กลุ่มเสพ (รุนแรง) ไดแ้ ก่ การส่งบ�ำบดั โรงพยาบาล และการสรา้ งภูมิค้มุ กนั
4) การช่วยเหลอื ส�ำหรับกล่มุ คา้ ไดแ้ ก่ ควบคุมตวั สง่ บ�ำบดั โรงพยาบาล และการสรา้ งภูมคิ ุ้มกนั
5) การให้ความช่วยเหลือนักเรียนด้านวิชาการ ได้แก่ แจ้งครูที่ปรึกษาและครูประจ�ำวิชาให้รับทราบพร้อมประสานงาน
กลุ่มบริหารวิชาการ งานทะเบยี นวดั ผล เพอื่ ให้นักเรยี นติดตามงานในรายวิชาตา่ งๆ เพือ่ รกั ษาผลประโยชนข์ องนกั เรยี น
4. การรายงาน
1) หัวหนา้ ระดับทำ� บันทึกความรายงานเสนอต่อผบู้ รหิ ารสถานศึกษาตามลำ� ดับ
6.2 การพนนั
มาตรการการสรา้ งความปลอดภัย
1. การป้องกนั
1) ฝา่ ยกจิ การนกั เรียนแต่งต้ังหวั หนา้ ระดบั และคณะกรรมการ เพื่อสอดสอ่ งไม่ใหน้ ักเรยี นมีพฤติกรรมการเลน่ การพนนั
2) ครจู ดั การเรยี นการสอนโดยบรู ณาการคณุ ธรรมจรยิ ธรรม และศลี ธรรม เพอื่ ไมใ่ หน้ กั เรยี นมพี ฤตกิ รรมการเลน่ การพนนั
2. การเผชิญเหตุ
1) เม่อื ครูพบนกั เรียนมพี ฤตกิ รรมการเลน่ การพนัน คุณครตู รวจสอบพยานและหลกั ฐาน จากนั้นแจง้ กับครทู ปี่ รกึ ษาและ
หวั หนา้ ระดับเพ่ือทำ� การสอบสวน สาเหตุของพฤติกรรมทเี่ กดิ ขึน้
2) ครูน�ำนกั เรยี นส่งกลมุ่ บรหิ ารกจิ การนักเรยี น
3) ประสานผู้ปกครองเพ่อื ให้รบั ทราบพฤติกรรม
4) ลงโทษนกั เรียนเพ่อื ใหน้ ักเรยี นปรบั พฤตกิ รรม
3. การเยียวยา
1) หวั หนา้ ระดับและคณะกรรมการคอยติดตามพฤตกิ รรมนักเรยี นทเี่ คยกระทำ� ผดิ ไมใ่ ห้กระท�ำผิดซ้ำ�
2) ในกรณีที่ก่อให้เกิดความเสียหายมาก หัวหน้าระดับ และคณะกรรมการกิจการนักเรียนประสานกับผู้ปกครองของ
นกั เรยี น ถา้ เหน็ ควรใหม้ กี ารพกั การเรยี น ควรใหน้ กั เรยี นพกั การเรยี นพรอ้ มทงั้ ทำ� หนงั สอื เปน็ ลายลกั อกั ษรเพอ่ื ใหผ้ ปู้ กครองสงั เกต
และรายงานพฤติกรรมในขณะทน่ี ักเรยี นอยกู่ บั ผปู้ กครอง
4. การรายงาน
1) หัวหน้าระดบั ทำ� บนั ทึกรายงานให้กบั ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
7. การเสพสอ่ื ออนไลน์ทีไ่ มพ่ งึ ประสงค์
มาตรการการสรา้ งความปลอดภยั
1. การปอ้ งกนั
1) สถานศึกษากำ� หนดมาตรการในการสรา้ งภูมคิ มุ้ กันเพื่อใหค้ วามรู้ สรา้ งความเขา้ ใจ ในประโยชนแ์ ละโทษของการใช้
สื่อออนไลน์ โดยการจดั กจิ กรรผ่านการประชุมระดับของนักเรยี นทกุ ระดับช้นั
2) สถานศกึ ษาก�ำหนดมาตรการเฝ้าระวังโดยใช้เอกสารประชาสัมพันธ์ใหค้ วามรู้ และขอ้ สังเกตในการติดตามพฤติกรรม
ของนกั เรยี นแกผ่ ปู้ กครอง เพอ่ื ใหผ้ ปู้ กครองไดก้ ำ� กบั ดแู ลและตดิ ตามพฤตกิ รรมการใชส้ อ่ื ออนไลนข์ องนกั เรยี นขณะใชช้ วี ติ อยทู่ บี่ า้ น
3) สถานศึกษาใช้กระบวนการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยให้คุณครูประจ�ำช้ันดูแลนักเรียนและเฝ้าสังเกต
พฤติกรรมในการใชส้ ่ือออนไลน์ของนักเรยี น คอยสอบถามและใหค้ �ำปรึกษานักเรยี นอยา่ งใกล้ชิดเพ่ือป้องกนั ปัญหาทจี่ ะเกิดขึน้
4) สถานศกึ ษาสนบั สนนุ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ใหน้ กั เรยี นไดใ้ ชเ้ วลาวา่ งในการสรา้ งทกั ษะทง้ั ทางดา้ นวชิ าชพี และทางดา้ นวชิ าการ
เพื่อป้องกนั ไมใ่ ห้นกั เรยี นได้ใช้เวลาวา่ งไปในการเสพสอ่ื ออนไลน์ที่ไมพ่ งึ ประสงค์
2. การเผชิญเหตุ
1) ครปู ระจ�ำชัน้ สอบถาม พดู คยุ สมั ภาษณ์ข้อมลู เบอ้ื งต้นจากนกั เรยี น
2) คุณครปู ระจ�ำช้ันประสานกลุ่มบรหิ ารกิจการนักเรยี นเพ่ือเชญิ ผูป้ กครองมาปรกึ ษาหารอื ในการดำ� เนนิ การหาทางแกไ้ ข
พฤติกรรมของนกั เรยี น
3) หากเป็นกิจกรรมออนไลนท์ ผี่ ดิ กฎหมาย เช่น การพนนั ออนไลน์ การเผยแพร่สอ่ื ลามกอนาจาร การเผยแพรข่ ้อมูล
อนั เปน็ เท็จ ฯลฯ ซ่ึงอาจจะทำ� ให้เกิดการด�ำเนนิ คดี ใหค้ รูประจ�ำชัน้ หรือผ้ทู ่เี ผชญิ เหตุรีบแจ้งต่อฝ่ายกิจการนกั เรียน เพือ่ เชญิ
ผูป้ กครองของนักเรียนมาปรกึ ษาหารอื ในการแก้ไขปัญหาโดยเร็วทสี่ ดุ
3. การเยียวยา
1) ครปู ระจำ� ช้ันให้คำ� แนะนำ� ปรึกษาเบ้อื งตน้ เพือ่ เปน็ แนวทางในการแกป้ ัญหา
2) ครูประจ�ำชน้ั ประสาน ฝ่ายแนะแนวในกรณีทีส่ ังเกตไดว้ า่ นักเรยี นอย่ใู นภาวะทเ่ี สพติดสอื่ ออนไลนอ์ ันไม่พงึ ประสงค์
จนเกดิ ผลกระทบทางดา้ นรา่ งกาย อารมณ์ สงั คมและสตปิ ัญหา เพอื่ น�ำนักเรยี นเขา้ สู่กระบวนการให้ค�ำปรกึ ษา
3) ฝา่ ยบรหิ ารกจิ การนกั เรยี น ฝา่ ยแนะแนว คณุ ครปู ระจำ� ชนั้ และผปู้ กครองรว่ มปรกึ ษาหารอื เพอื่ แกไ้ ขปญั หาและตดิ ตาม
พฤตกิ รรมของนักเรียนอย่างตอ่ เน่ือง
4) หากเปน็ กจิ กรรมออนไลนท์ ีผ่ ดิ กฎหมาย ใหด้ �ำเนินการช่วยเหลอื เยียวยาดังนี้
4.1) ในกรณที ่ไี มถ่ กู ด�ำเนินคดี สถานศกึ ษาตอ้ งดำ� เนนิ การในการสรา้ งภูมคิ ุ้มกันให้ความรู้ สร้างความเขา้ ใจ
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และเสริมสร้างความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และติดตาม
พฤตกิ รรมนักเรยี นเป็นรายบคุ คลเพอ่ื ประเมินผล
4.2) ในกรณที ถี่ กู ดำ� เนนิ คดี สถานศกึ ษาจะประสานดำ� เนนิ การเพอ่ื ชว่ ยเหลอื ดแู ลในสว่ นของการศกึ ษาของนกั เรยี น
เพ่ือใหน้ ักเรียนสามารถเรียนได้อยา่ งต่อเนอ่ื ง ตามความประสงค์ของผปู้ กครอง หรอื ตามสถานการณข์ องรปู คดี โดยการประสาน
รว่ มมือระหว่างคณุ ครปู ระจำ� ชน้ั คณุ ครูประจ�ำวิชาและคณุ ครูหวั หนา้ ระดับ
4. การรายงาน
1) คุณครปู ระจ�ำชัน้ และฝา่ ยบรหิ ารนกั เรยี นทำ� บนั ทึกรายงานผ้บู รหิ ารสถานศึกษา
8. การคกุ คามอันเนอื่ งมาจากการแสดงความคดิ เห็น
มาตรการการสร้างความปลอดภัย
1. การปอ้ งกนั
1) สถานศกึ ษากำ� หนดมาตรการในการสรา้ งภมู คิ มุ้ กนั เพอื่ ใหค้ วามรู้ สรา้ งความเขา้ ใจ เกย่ี วกบั ประโยชนแ์ ละโทษของการ
คกุ คามอนั เนอ่ื งมาจากการแสดงความคิดเห็น โดยการจัดกิจกรรมผา่ นการประชุมระดับของนักเรยี นทุกระดบั ชั้น
2) สถานศึกษาก�ำหนดมาตรการเฝ้าระวังโดยใชเ้ อกสารประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ และข้อสงั เกตในการติดตามพฤตกิ รรม
ของนักเรยี นแก่ผูป้ กครอง เพ่อื ใหผ้ ู้ปกครองไดก้ ำ� กบั ดแู ลและติดตามพฤตกิ รรมของนกั เรียนขณะใช้ชวี ิตอยูท่ ่ีบา้ น
3) สถานศกึ ษาใชก้ ระบวนการระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น โดยใหค้ รปู ระจำ� ชนั้ ดแู ลนกั เรยี นและเฝา้ สงั เกตพฤตกิ รรม
ของนักเรยี น คอยสอบถามและใหค้ �ำปรกึ ษานกั เรียนอย่างใกล้ชิดเพื่อปอ้ งกนั ปญั หาท่จี ะเกิดขน้ึ
2. การเผชิญเหตุ
1) ครูประจำ� ชน้ั สอบถาม พูดคยุ สมั ภาษณ์ขอ้ มลู เบอื้ งตน้ จากนกั เรยี น
2) ครูประจ�ำช้ันประสานกลุ่มบริหารกิจการนักเรียนเพื่อเชิญผู้ปกครองมาปรึกษาหารือในการด�ำเนินการหาทางแก้ไข
พฤตกิ รรมของนักเรยี น
3) หากเปน็ การคกุ คามอนั เนอ่ื งมาจากการแสดงความคดิ เหน็ ทผี่ ดิ กฎหมาย ซง่ึ อาจจะทำ� ใหเ้ กดิ การดำ� เนนิ คดี ใหค้ รปู ระจำ�
ช้ันหรือผ้ทู ี่เผชิญเหตรุ ีบแจง้ ตอ่ ฝา่ ยบริหารกจิ การนกั เรยี น เพื่อเชิญผู้ปกครองของนักเรยี นมาปรกึ ษาหารือในการแก้ไขปัญหาโดย
เร็วท่สี ุด
3. การเยียวยา
1) ครปู ระจ�ำชน้ั ใหค้ �ำแนะน�ำปรกึ ษาเบอ้ื งตน้ เพอ่ื เป็นแนวทางในการแกป้ ญั หา
2) ประสานฝ่ายบรหิ ารกิจการนกั เรียน ฝา่ ยแนะแนว ครูประจ�ำช้นั และผูป้ กครองรว่ มปรกึ ษาหารือเพ่ือแกไ้ ขปญั หาและ
ตดิ ตามพฤติกรรมของนกั เรียนอยา่ งตอ่ เน่ือง
4. การรายงาน
1) ครูประจำ� ชน้ั และฝ่ายบริหารกิจการนกั เรียนทำ� บนั ทกึ รายงานผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา
9. ภัยจากโรค/สขุ อนามัย
9.1 โรคตดิ ตอ่ ภายในโรงเรยี น
มาตรการการสร้างความปลอดภัย
1. การปอ้ งกัน
1) สังเกตอาการป่วย การค้นหาอาการป่วยของโรคเร่ิมแรกโดยการตรวจสุขภาพประจ�ำปีของนักเรียน ครูและบุคลากร
ป้องกันโรคโดยการให้ภูมิคุ้มกันโรค ให้ความรู้ และค�ำแนะนำ� รายบุคคลและแบบกล่มุ จัดท�ำป้ายนิเทศความรู้
2) ทำ� การสำ� รวจและเฝา้ ระวงั เมอ่ื มกี ารแจง้ เตอื นจากกระทรวงสาธารณสขุ ในการรบั มอื กบั โรคตดิ ตอ่ โรคระบาดหรอื โรค
อุบตั ิใหม่รวมถงึ โรคทม่ี คี วามเสี่ยงอนั ตราย
3) สำ� รวจความเสย่ี งของพืน้ ที่ และประเมนิ ความพร้อมของโรงเรียนในการเฝ้าระวังและรับมอื กบั โรคติดตอ่
2. การเผชิญเหตุ
1) ผพู้ บเหตุแจง้ งานอนามัย ประเมนิ อาการเบอื้ งตน้
2) แยกนักเรียนทีป่ ว่ ยออก (กรณที พ่ี บนักเรียนเปน็ โรคติดต่อร้ายแรง)
3) แจ้งผู้ปกครองนกั เรียนทราบ
4) ติดต่อศนู ยส์ าธารณสุขและประสาน โรงพยาบาล เพอื่ รบั การรักษาตามความประสงค์ของผู้ปกครอง
5) ติดตอ่ กรมควบคุมโรค เพื่อมาท�ำการฉีดพน่ ยาฆา่ เช้ือ หรอื ทำ� ความสะอาดพ้นื ทภี่ ายในโรงเรียนกรณโี รคติดตอ่ ร้ายแรง
3. การเยยี วยา
1) น�ำครู นักเรียนหรอื บคุ ลากรท่ีคาดว่าเปน็ โรคตดิ ตอ่ แจง้ กรมควบคุมโรคติดต่อ หรือศูนยส์ าธารณสุข หรอื โรงพยาบาล
ตามท่ที ่านมสี ทิ ธิป่วย เพือ่ รบั การรักษา
2) ติดตามผลการรกั ษาและอาการปว่ ยของนักเรยี น ครู และบคุ ลากร เพื่อให้ความชว่ ยเหลอื และรายงานผ้บู รหิ ารต่อไป
4. การรายงาน
1) รายงานต่อผู้บริหารสถานศึกษาในการประกาศปิดสถานศึกษา เพ่ือป้องกันการระบาดของโรคติดต่อ (กรณีเกิดโรค
ตดิ ตอ่ ร้ายแรง)
2) รายงานผูบ้ รหิ ารสถานศึกษาทราบ เพ่อื แจง้ สำ� นักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษา กรณเี กิดโรคติดตอ่ ร้ายแรง
9.1 โรคติดต่อภายในโรงเรยี น
มาตรการการสร้างความปลอดภัย
1. การป้องกนั
1) สถานศึกษาจัดกิจกรรมให้ความรู้เก่ียวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากนักเรียนมีอาการของโรคประจ�ำตัว อาการ
ภูมิแพ้ หอบหดื
2) สถานศึกษาจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั โรคประจำ� ตวั อาการภมู ิแพ้ หอบหืด
2. การเผชิญเหตุ
1) เมื่อเกดิ โรคประจำ� ตวั อาการภมู แิ พ้ หอบหืด ในสถานศึกษาให้แจ้งงานอนามัยโรงเรยี นเพ่อื รับการชว่ ยเหลือ
2) เจา้ หน้าท่ีประเมินอาการ และปฐมพยาบาลเบอ้ื งต้น
2.1) หากอาการดีข้นึ ใหน้ กั เรียนนอนพัก และให้นักเรียนกลับไปปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการเรียนได้
2.2) หากอาการไมด่ ขี นึ้ ตอ้ งสง่ ตอ่ โรงพยาบาล เจา้ หนา้ ทจี่ ะตอ้ งนำ� สง่ โรงพยาบาลและแจง้ ครทู ป่ี รกึ ษา ประสาน
งานกับผปู้ กครองเพ่ือเขา้ รบั การรกั ษาในโรงพยาบาลตามความประสงค์ของผู้ปกครอง และผบู้ ริหารให้ทราบเบ้อื งต้น
3) เมือ่ ผูป้ กครองมาถึงโรงพยาบาล แจ้งอาการของนกั เรียนและตดิ ตามอาการของนกั เรยี นตามลำ� ดับ
3. การเยยี วยา
1) งานอนามัยเตรยี มความพรอ้ ม ยาและเวชภัณฑใ์ นการปฐมพยาบาลเบื้องตน้ แก่ นกั เรียน ครู และบุคลากรอยู่เสมอ
2)ตดิ ตามอาการของนกั เรียนหลังเข้ารับการรกั ษา
4. การรายงาน
1) งานอนามยั บันทกึ ประวตั ิการเข้ารับการปฐมพยาบาลของนกั เรียน ครูและบุคลากร
2) กรณีสง่ ตอ่ โรงพยาบาลงานอนามยั แจ้งครูท่ีปรึกษาผูป้ กครองและบันทึกข้อความรายงานผ้บู ริหารสถานศกึ ษาทราบ
9.3 ปญั หาโภชนาการในโรงเรียน
มาตรการการสร้างความปลอดภยั
1. การป้องกัน
1) สถานศกึ ษาจดั กิจกรรมใหค้ วามรู้การปอ้ งกัน คำ� แนะนำ� เก่ียวปญั หาโภชนาการ
2) สถานศึกษาจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนทีเ่ กย่ี วขอ้ งกบั ปญั หาโภชนาการ
3) จดั ตรวจสุขภาพประจ�ำปีใหก้ ับผูป้ ระกอบการร้านค้า
4) สุ่มตรวจความสะอาดของผู้ประกอบการร้านคา้ โดยเจา้ หน้าท่สี าธารณสขุ
2. การเผชิญเหตุ
1) เมอ่ื ไดร้ ับแจง้ อาการเจบ็ ป่วยใหส้ อบถามสาเหตุและอาการเพื่อรบั การช่วยเหลือ และปฐมพยาบาลเบื้องตน้
2) ถา้ อาการดขี ึ้น ใหข้ ้ึนห้องเรยี นปกติ ถ้าอาการร้ายแรงส่งต่อโรงพยาบาลเพ่อื การรักษา แจ้งผู้ปกครองและครทู ี่ปรึกษา
ทราบ
3. การเยยี วยา
1) งานอนามยั เตรยี มความพรอ้ ม ยาและเวชภณั ฑใ์ นการปฐมพยาบาลเบอื้ งต้นแก่ นกั เรียน ครู และบุคลากรอยู่เสมอ
2) ตดิ ตามอาการและใหค้ �ำแนะนำ� ในการรักษาตอ่
4. การรายงาน
1) งานอนามยั บนั ทกึ ประวัติการเขา้ รับการปฐมพยาบาลของนักเรยี น ครแู ละบุคลากร
2) กรณีสง่ ตอ่ โรงพยาบาลงานอนามยั แจ้งครทู ี่ปรึกษาผ้ปู กครองและบนั ทกึ ข้อความรายงานผู้บรหิ ารสถานศึกษาทราบ
9.8.4 ภาวะจติ เวช
มาตรการการสรา้ งความปลอดภัย
1. การปอ้ งกัน
1) ใช้กระบวนการระบบดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรยี น ไดแ้ ก่ การรจู้ ักนักเรยี นรายบคุ คลการคดั กรองนกั เรยี น การปอ้ งกนั และ
แกไ้ ขปัญหา การพฒั นาและส่งเสริมนักเรียน การส่งต่อ โดยมีครูที่ปรึกษาดูแลเอาใจใสน่ ักเรียนอย่างใกล้ชดิ
2) จัดกิจกรรมเสรมิ ทักษะชีวิตในสถานศกึ ษา
3) พัฒนาครทู ีป่ รกึ ษาใหเ้ ป็นครแู นะแนว และนกั จิตวทิ ยาประจำ� ชน้ั เรยี น
4) ใชเ้ คร่อื งมือประเมินสขุ ภาพจิตเบื้องตน้ ของนักเรยี นอยา่ งน้อยภาคเรียนละ 1 ครง้ั หรือตามความเหมาะสม เชน่ แบบ
ประเมินความเครียด (ST5) ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เป็นตน้
2. การเผชญิ เหตุ
1) ครูท่พี บเหตุหรอื ครทู ่ีปรึกษานำ� นักเรียนส่งงานระบบดูแลช่วยเหลือนกั เรียน งานกิจการนักเรียน
2) ครตู รวจสอบขอ้ มลู ประวตั นิ กั เรยี น โดยประสานกบั งานระบบดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น และเชญิ ผปู้ กครองหรอื ผทู้ น่ี กั เรยี น
ไว้วางใจ มาพูดคุยและหาแนวทางการแก้ปญั หารว่ มกัน
3) กรณีได้ข้อสรปุ ว่านกั เรียนมปี ัญหาสขุ ภาพจติ รุนแรง ก้าวรา้ ว เสี่ยงตอ่ การท�ำร้ายผอู้ ืน่ ท�ำร้ายตนเอง หรือมปี ระวัตกิ าร
ป่วยเปน็ โรคทางจติ เวช ให้ประสานสหวิชาชีพเพอ่ื ช่วยเหลอื และส่งต่ออย่างเรง่ ด่วน
3. การเยียวยา
1) ติดตามการรกั ษาของนักเรียน และเม่อื นักเรยี นกลับสู่ชัน้ เรยี นใหค้ รูที่ปรกึ ษาดูแลนักเรยี นอย่างใกล้ชดิ
2) หากนกั เรยี นจำ� เปน็ ตอ้ งเขา้ รบั การรกั ษาเปน็ ระยะเวลานาน ให้คุณครูทป่ี รกึ ษาบันทกึ ข้อความเพอ่ื ขอเวลาเรยี น หรือ
พกั การเรยี นให้แกน่ กั เรียน
3) จดั ทำ� เป็นกรณศี ึกษาเพื่อเปน็ ขอ้ มลู และแนวทางในการปอ้ งกนั คมุ้ ครองและช่วยเหลอื นักเรยี นต่อไป
4. การรายงาน
1) คณุ ครทู ่ีปรกึ ษาและหัวหนา้ งานระบบดแู ลช่วยเหลอื นักเรียนทำ� บนั ทกึ รายงานผบู้ ริหารสถานศกึ ษา
9.5 อปุ าทานหมู่
มาตรการการสร้างความปลอดภัย
1. การปอ้ งกัน
1) สถานศกึ ษาจดั ทำ� แผนปอ้ งกนั และแผนฉกุ เฉนิ กรณเี กดิ เหตุ และใหม้ คี ณะกรรมการทท่ี ำ� หนา้ ทด่ี แู ล ประเมนิ ความเสยี่ ง
ป้องกนั และแกป้ ัญหาในโรงเรยี น
2) สถานศกึ ษาอบรมและใหค้ วามรู้นกั เรยี นและบคุ ลากรในโรงเรยี นเกีย่ วกับสาเหตุ การประเมนิ ความเสยี่ งและการช่วย
เหลอื เบื้องต้นของอาการอุปาทานหมู่ รวมถึงหลักจิตวิทยาเบ้ืองตน้ กบั บุคลากรของโรงเรยี น
3) งานระบบดแู ลชว่ ยเหลอื ดำ� เนนิ การคดั กรองนกั เรยี นเบอื้ งตน้ เชน่ แบบประเมนิ SDQ หรอื แบบสำ� รวจความฉลาดทาง
อารมณ์ (EQ) หรือแบบส�ำรวจความเครียด รวมท้งั การเย่ยี มบ้าน เพอ่ื คดั กรองนักเรียนทอ่ี าจมคี วามเส่ียง
4) งานแนะแนวจัดให้มีกจิ กรรมเพ่อื นท่ีปรกึ ษา หรือการให้ค�ำแนะนำ� เปน็ รายบุคคล แกน่ ักเรียน โดยเฉพาะนกั เรยี นกล่มุ
ท่ีมคี วามเสย่ี ง
5) สถานศึกษาแสวงหาความรว่ มมอื กับหนว่ ยงานหรือสถานพยาบาลทมี่ คี วามชำ� นาญ ในการใหค้ วามรู้ ข้อแนะน�ำ หรอื
ค�ำปรึกษากับโรงเรียน เช่น สหวิชาชีพ
6) สถานศึกษาประเมินความเสี่ยง และเฝ้าระวังของการเกิดอุปาทานหมู่ในโรงเรียน และท�ำรายงานต่อผู้บริหาร อย่าง
น้อยภาคเรยี นละ 1 ครง้ั
2. การเผชญิ เหตุ
1) เมื่อพบเหตุให้เขา้ ชว่ ยเหลอื หรอื ปฐมพยาบาลเบ้อื งตน้ กบั นักเรียน/บุคคล และตดิ ต่อเจ้าหน้าท่ีพยาบาลของโรงเรียน
2) แยกนกั เรียน/บุคคลทีแ่ สดงอาการอุปาทานหมู่ออกจากกลุ่มนกั เรยี น รวมทัง้ แยกนักเรยี น/บุคคลท่แี สดงอาการทกุ คน
ออกจากกันไวใ้ นสถานทส่ี งบ เพือ่ ระงบั อาการ
3) ประเมินอาการของนกั เรยี น/บคุ คลแตล่ ะคน ดังน้ี
3.1) กลมุ่ อาการไมร่ า้ ยแรง ใหร้ กั ษาตามอาการ และใหน้ กั เรยี น/บคุ คลทมี่ อี าการไดพ้ กั ผอ่ น จากนน้ั สง่ ตอ่ นางสาว
ปนิ่ อนงค ์ อินทนา เจา้ หนา้ ทีพ่ ยาบาลของโรงเรียน
3.2) กลุ่มอาการรา้ ยแรง ซง่ึ อาจเกิดจากการไดร้ บั บาดเจ็บ หรือได้รบั อบุ ัติเหตจุ ากอาการอปุ าทานหมู่ ใหผ้ ูพ้ บ
เหตทุ �ำการปฐมพยาบาลเบอื้ งตน้ จากน้ันสง่ ตอ่ เจ้าหนา้ ท่พี ยาบาลของโรงเรียน
3.3) กลมุ่ ทมี่ อี าการหายใจเรว็ ผดิ ปกติ ใหผ้ พู้ บเหตนุ ำ� ถงุ พลาสตกิ ครอบศรี ษะเพอื่ ใหผ้ มู้ อี าการหายใจเอาคารบ์ อน
ไดออกไซต์เขา้ ไป เพือ่ ชว่ ยทุเลาอาการ จากนัน้ ส่งต่อ เจา้ หนา้ ที่พยาบาลของโรงเรียน
4) เจา้ หนา้ ทพี่ ยาบาลประเมนิ ความเสย่ี งหรอื อาการของผเู้ กดิ อปุ าทานหมู่ ในกรณไี มร่ า้ ยแรงอาจใหพ้ กั ผอ่ นในหอ้ งพยาบาล
ในส่วนของกรณีทีม่ ีอาการร้ายแรงใหน้ ำ� ส่งสถานพยาบาลโดยทนั ที
3. การเยยี วยา
1) เจา้ หนา้ ท่พี ยาบาลใหก้ ารปฐมพยาบาลจนอาการดีขึน้ ก่อนส่งนกั เรยี นกลับบา้ น
2) ในกรณีทสี่ ่งตอ่ สถานพยาบาล เจา้ หนา้ ท่พี ยาบาลดแู ลใหค้ วามชว่ ยเหลือนักเรยี นและครอบครัวนักเรยี นจนอาการพ้น
ขดี อนั ตราย
3) เจา้ หน้าทพ่ี ยาบาลร่วมกบั ครทู ่ปี รกึ ษาตดิ ตามอาการ ประเมินความเสี่ยง กับนกั เรยี นเปน็ ระยะ ๆ หากมคี วามจำ� เปน็
ควรใหน้ ักเรยี นหยุดเรียนช่วั คราว
4) ครแู นะแนวประเมนิ สภาพจติ ใจ ให้ข้อแนะนำ� และใช้วิธกี ารจิตบ�ำบัดในการชว่ ยเหลือนกั เรียน
5) หากอาการนักเรียนไม่ดีขึ้น มภี าวะเครยี ดตอ่ เนอื่ ง สถานศกึ ษาประสานหนว่ ยงานทมี่ ีความช�ำนาญรบั นกั เรยี นไปดูแล/
ชว่ ยเหลอื ต่อ
4. การรายงาน
1) ครทู ปี่ รกึ ษาทำ� บันทกึ รายงานผู้บริหารสถานศึกษา
2) ในกรณีทมี่ ีผลกระทบรนุ แรงหรอื เป็นวงกว้าง ผู้อ�ำนวยการจัดท�ำบนั ทึกรายงานผอู้ ำ� นวยการ สพม. กทม. 1
ภัยจากอบุ ตั เิ หตุ
1. อุบัตเิ หตุจากการคมนาคมขนสง่
มาตรการการสรา้ งความปลอดภัย
1. การปอ้ งกนั
1) สถานศกึ ษาแตง่ ตง้ั คณะกรรมการดแู ลเรอ่ื งการประกันอุบตั ิเหตุ และเลอื กบริษทั ที่ดูแลดที ส่ี ดุ
2) ก�ำหนดใหง้ านนักเรยี นปลอดภยั เป็นนโยบายหลักของโรงเรยี น และมบี ุคลากรผ้รู บั ผิดชอบทชี่ ัดเจน
3) ทุกฝา่ ยรว่ มมือกนั มีคณะท�ำงานเพอ่ื ร่วมบริหารจดั การ ประกอบด้วย ครูผ้รู บั ผดิ ชอบ กรรมการนักเรียน สมาคม
ผูป้ กครองและคร ู และชมรมคนขบั รถโดยสารสาธารณะ
4) มีฐานขอ้ มูลครบถ้วน ทง้ั ขอ้ มลู คนขบั รถโดยสารสาธารณะ ทะเบียนรถ ภาพถ่ายรถ เส้นทางการเดนิ รถ รวมถงึ ราย
ชื่อนกั เรยี นทข่ี น้ึ รถโดยสารสาธารณะ
5) มรี ะบบตดิ ตาม คอยกำ� กับการใหบ้ รกิ ารของคนขบั รถรบั สง่ นักเรียน และการใชบ้ รกิ ารของนักเรยี น
6) ขอความรว่ มมอื กบั หนว่ ยงานในพนื้ ท ่ี ประสานความรว่ มมอื กบั สำ� นกั งานขนสง่ จงั หวดั เจา้ หนา้ ทต่ี ำ� รวจ และสำ� นกั งาน
เขตพ้นื ที่การศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เพอื่ รว่ มสนับสนนุ การจดั การระบบขนสง่ ใหป้ ลอดภัยอยา่ งสม�่ำเสมอ
7) ให้ความรู้นักเรยี นในเรื่องการโดยสารรถสาธารณะอย่างปลอดภัย และการดแู ลตนเองและคนใกล้ชิด
2. การเผชญิ เหตุ
1) เมอื่ ทราบวา่ มีอบุ ตั เิ หตุเกดิ ขึ้น ให้ผมู้ สี ว่ นเกย่ี วข้องรบี น�ำคนเจบ็ สง่ เขา้ รักษาพยาบาลในสถานพยาบาลที่ใกลท้ สี่ ดุ กอ่ น
และรายงานผู้บังคบั บญั ชาทราบทันที
2) แจ้งผู้ปกครองใหท้ ราบ และใหม้ าดูแลบตุ รหลานทันที
3) แจง้ เหตุท่เี กิดใหต้ �ำรวจทราบ และขอส�ำเนาประจ�ำวันของต�ำรวจเกบ็ ไว้
4) แจ้งเหตุให้บริษัทประภัยทราบ โดยแจ้งวัน เวลา และสถานท่ีเกิดเหตุ
5) เตรียมเอกสาร เช่น ถ่ายส�ำเนากรมธรรม์ประกนั ภยั รถคนั ท่ีเกดิ เหตุ ภาพถ่ายส�ำเนาบตั รประชาชน หรือหลักฐานอน่ื
ใดทีอ่ อกโดยราชการ กรณเี มื่อเรยี กร้องคา่ เสียหาย
6) ใหช้ ือ่ ทอี่ ยู่ ผ้ทู ีพ่ บเห็นเหตุการณเ์ พือ่ ชว่ ยเหลือในการเปน็ พยานให้แก่คนเจบ็
3. การเยยี วยา
1) สถานศึกษาให้ขวัญและกำ� ลงั ใจตามที่สมควร
2) ดแู ลเรอื่ งการประสานเรยี กค่าประกนั ภัยทนี่ กั เรยี นท�ำไวก้ ับทางโรงเรยี น
4. การรายงาน
1) สถานศึกษาใหข้ วญั และกำ� ลังใจตามทสี่ มควร
2) ดูแลเรอ่ื งการประสานเรยี กค่าประกันภยั ที่นักเรียนทำ� ไว้กับทางโรงเรยี น
3) ดแู ลนกั เรยี นเร่อื งการเรียนในกรณที ่ไี มส่ ามารถมาเรยี นได้ หรืออาจใหน้ กั เรยี นเรยี นในทพี่ ักอาศัย และบริการในเรือ่ ง
ของเอกสารการเรียนทกุ รายวิชา
4) ดูแลช่วยเหลอื นักเรยี นเป็นรายบคุ คล จัดครูเยย่ี มบ้าน
2. อบุ ตั ิเหตุจากระบบไฟฟ้าลดั วงจร
มาตรการการสรา้ งความปลอดภัย
1. การปอ้ งกนั
1) สถานศึกษาจดั ตง้ั คณะกรรมการป้องกนั อุบตั ิภยั จากไฟฟ้าลัดวงจรประจ�ำโรงเรยี นโดยก�ำหนดแนวทางปอ้ งกันการเกิด
อบุ ตั ิเหตจุ ากระบบไฟฟ้า ตัง้ แต่การตรวจเชค็ สภาพของสายไฟ แผงควบคมุ ไฟ และอุปกรณท์ างไฟฟ้าเปน็ ระยะ และมีหนว่ ยงาน
ภายนอก มาตรวจสภาพสายไฟเปน็ ประจำ� รวมทง้ั มผี เู้ ชยี่ วชาญทางไฟฟา้ ประจำ� โรงเรยี นคอยตรวจสอบอปุ กรณไ์ ฟฟา้ ทชี่ ำ� รดุ และ
มีการเปลี่ยนอปุ กรณต์ ามอายุการใช้งาน
2) สถานศึกษาติดตงั้ ถงั ดบั เพลงิ ตามอาคารเรยี นทุกช้นั เพ่อื ปอ้ งกันสถานการณ์ท่อี าจเหนือการควบคมุ เกดิ ขน้ึ
3) ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาสรา้ งความตระหนกั กบั บคุ ลากรทกุ คนของโรงเรยี นใหม้ สี ว่ นชว่ ยกนั ดแู ลและสอดสอ่ งความปลอดภยั
ในการใช้อปุ กรณ์ท่เี กีย่ วกบั ไฟฟา้ และจดั ครูเวรยาม จัดนกั การของโรงเรยี น ใหป้ ฏิบตั ิหน้าทเี่ วรยามอย่างเครง่ ครดั
4) สถานศึกษาตอ้ งมีการซ้อมการหนไี ฟทกุ ปกี ารศกึ ษา
2. การเผชิญเหตุ
1) ใช้ถังดบั เพลงิ ในตำ� แหนง่ ท่ใี กล้ท่สี ดุ เพอ่ื ระงับเหตุ
2) หากไม่สามารถดับเพลงิ ได้ รีบแจง้ ผู้บรหิ ารสถานศึกษาให้ทราบถงึ จดุ เกิดเหตุ
3) รีบแจ้งสถานดี บั เพลงิ ในเขตพนื้ ที่ หรือ 191
4) รองผอู้ ำ� นวยการโทรแจง้ ผอู้ ำ� นวยการโรงเรยี นวา่ ไดด้ ำ� เนนิ การการดบั เพลงิ ในเบอื้ งตน้ แลว้ แตไ่ มส่ ามารถระงบั เหตเุ พลงิ
ไหม้ได้
5) ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ไี่ ดร้ บั มอบหมายแจง้ ใหป้ ระกาศเสยี งตามสายแจง้ วา่ เกดิ เหตเุ พลงิ ไหมใ้ หร้ บี อพยพออกจาก
อาคารต่าง ๆ และนัดกนั ท่จี ดุ รวมพล
6) ตรวจสอบจ�ำนวนบุคลาการ หากพบผู้บาดเจ็บให้การช่วยเหลอื ทันที และรายงานสรปุ ตอ่ ผ้บู รหิ ารสถานศึกษา
3. การเยยี วยา
1) ให้รายงายงานความเสียหายต่อหน่วยงานต้นสังกดั เพ่ือใหห้ น่วยงานไดเ้ ข้าดแู ลชว่ ยเหลือตอ่ ไป
2) ใหข้ วัญและกำ� ลงั ใจต่อผ้ทู ่ไี ดร้ บั ความเสียหายจากเหตเุ พลงิ ไหมเ้ น่ืองจากไฟฟา้ ลัดวงจร
3) เสนอขอรับการสนบั สนุนงบประมาณจากหนว่ ยงานตน้ สังกดั หรือองคก์ ารบรหิ ารสว่ นทอ้ งถน่ิ หรอื ภาคเอกชน
4. การรายงาน
1) ให้รายงานความเสียหายตอ่ หนว่ ยงานต้นสงั กดั
3. อุบตั เิ หตจุ ากโครงสรา้ งอาคาร หรือเขตก่อสร้างภายในสถานศึกษา
มาตรการการสรา้ งความปลอดภยั
1. การป้องกัน
1) สถานศกึ ษากำ� หนดมาตรการปอ้ งกันอุบัตภิ ยั จากโครงสร้างของอาคารเรียน
2) วเิ คราะหจ์ ดุ เสยี่ งสภาพพนื้ ทแ่ี ละตรวจสอบโครงสรา้ งของอาคารเรยี น อาคารประกอบ และสำ� รวจองคป์ ระกอบภายใน
ทง้ั ครุภณั ฑ์ ระบบไฟฟา้ สภาพหอ้ งเรยี น และหอ้ งนำ้�
3) สร้างความตระหนกั ถึงความปลอดภยั และใหค้ วามรูแ้ กน่ ักเรยี น และบุคลากรภายในสถานศึกษา
4) จดั ใหม้ แี ผนเตรยี มการปอ้ งกนั อบุ ตั ภิ ยั ในสถานศกึ ษา และฝกึ ซอ้ มแผนการอพยพเคลอ่ื นยา้ ยนกั เรยี น และบคุ ลากร หรอื
ต้เู อกสารสำ� คัญ ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินพรอ้ มสรา้ งเครอื ขา่ ยสถานศึกษาใกลเ้ คียงหรอื หนว่ ยงานต่างๆทง้ั ภาครฐั และเอกชน
2. การเผชญิ เหตุ
1) ประเมนิ สถานการณก์ รณภี ยั ไมร่ นุ แรง ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ไี่ ดร้ บั มอบหมายสามารถบรหิ ารจดั การอบุ ตั ภิ ยั ดว้ ย
ตนเอง ใหค้ วามช่วยเหลอื ในการปฐมพยาบาลเบอ้ื งตน้ ให้กับนักเรียนทปี่ ระสบภยั กอ่ นน�ำสง่ สถานพยาบาล แล้วรายงานไปยงั ตน้
สงั กดั พรอ้ มแจง้ ผู้ปกครอง และให้ดแู ลชว่ ยเหลือตามความเหมาะสม
2) ประเมินสถานการณ์หากเป็นภัยท่ีรุนแรง ผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ต้องบัญชาการเหตุการณ์ใน
เบือ้ งต้นตามแผนเตรียมการปอ้ งกนั ภัย เพอ่ื บรรเทาความเสียหายทง้ั ชวี ิตและทรพั ย์สิน แล้วรบี ประสานขอความชว่ ยเหลอื ไปยัง
องค์การปกครองสว่ นท้องถนิ่ เทศบาล สำ� นักงานป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั จงั หวัด หรอื มลู นิธิด้านสาธารณภัย อาสาสมคั ร
ในชมุ ชนตามแต่กรณี พร้อมรายงานหน่วยงานตน้ สังกดั
3. การเยียวยา
1) กรณตี รวจสอบอาคารเรยี น อาคารประกอบ พบเหตผุ ดิ ปกติ เกดิ การทรดุ รา้ ว ใหส้ งั่ ปดิ อาคาร แลว้ ลอ้ มรอบอาณาเขต
และประกาศเปน็ เขตอนั ตราย
2) กรณีไม่สามารถซอ่ มแซมอาคารเรียน อาคารประกอบ ใหอ้ ยู่ในสภาพที่ปลอดภยั ได้ หรอื หากซอ่ มแซมปรบั ปรงุ แล้วไม่
เกดิ ความคมุ้ คา่ เนอ่ื งจากสภาพการใชอ้ าคารเรยี น อาคารประกอบ มอี ายเุ กนิ 25 ปขี นึ้ ไป ใหข้ ออนญุ าตรอื้ ถอนอาคารไปยงั หนว่ ย
งานตน้ สังกดั
3) จดั ท�ำแผนฟน้ื ฟู ซอ่ มสรา้ ง ปรบั ปรงุ สภาพ ให้เข้าสภู่ าวะปกตโิ ดยเรว็
4) เสนอขอรับการสนบั สนนุ งบประมาณจากหน่วยงานต้นสงั กดั หรือองค์การบริหารส่วนท้องถ่ิน หรือภาคเอกชน
5) ถอดบทเรียนเป็นกรณีศกึ ษา เพอื่ ทบทวน ปรับปรุงอย่างมปี ระสิทธิภาพ
4. การรายงาน
1) 1) ให้รายงานผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาตามล�ำดับ
4. อบุ ัตเิ หตทุ ่เี กดิ จากต้นไม้ภายในโรงเรยี น
มาตรการการสร้างความปลอดภัย
1. การป้องกนั
1) ผบู้ ริหารและครูในโรงเรยี นตอ้ งร้จู กั วธิ ีการช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้ เมอื่ นักเรยี นไดร้ ับอุบัติเหตุจากตน้ ไม้ภายใน
โรงเรียน ปรับปรงุ ห้องพยาบาลและสวัสดกิ ารเกย่ี วกับสุขภาพ จดั หาพยาบาลประจ�ำโรงเรยี น
2) โรงเรียนจัดอบรมเกี่ยวกับการป้องกนั อุบตั ิภยั ใหก้ บั นกั เรียน
3) ครใู นโรงเรียนตอ้ งคอยสอดส่องดูแลต้นไม้ภายในโรงเรียนอยา่ งสมำ่� เสมอ
4) ทางโรงเรียนควรจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทเี่ ก่ยี วข้องกับความปลอดภยั ใหก้ ับครู นกั เรยี น บุคลากรในโรงเรียน
เพ่ือสง่ เสริมการคดิ อยา่ งปลอดภยั สรา้ งนสิ ัยระมัดระวังและปลกู ฝังการป้องกันภยั
2. การเผชิญเหตุ
1) ให้การชว่ ยเหลอื และปฐมพยาบาลเบ้อื งต้น และน�ำสง่ โรงพยาบาล
2) รายงานให้ผบู้ รหิ ารสถานศึกษาตามล�ำดับ ทราบว่ามีเหตุเกดิ ข้นึ กับนักเรยี น
3) แจ้งผ้ปู กครองใหท้ ราบและรีบมาดูแลนกั เรียนในปกครองทันที
3. การเยยี วยา
1) สถานศกึ ษาให้การช่วยเหลือดูแลนกั เรยี นตามความเหมาะสม
2) สถานศกึ ษาดแู ลเรอื่ งการเรยี นของนกั เรยี นกรณนี กั เรยี นมาเรยี นไมไ่ ด้ ใหจ้ ดั สง่ เอกสารการเรยี นไปทบี่ า้ นพกั อาศยั ของ
นักเรียน
4. การรายงาน
1) รายงานผ้บู งั คบั บญั ชาตามล�ำดบั รวมถึงผมู้ ีสว่ นเกี่ยวข้องทราบ
5. อุบตั ิเหตุจากการถกู ท�ำรา้ ยจากสตั วภ์ ายในโรงเรียน
มาตรการการสร้างความปลอดภัย
1. การปอ้ งกัน
1) จัดสภาพแวดล้อมให้สะอาดร่มร่ืน ตัดแต่งกิ่งไม้ ก�ำจัดแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษ เพื่อให้มีความปลอดภัยแก่
นกั เรียน
2) ให้ความรแู้ กค่ รู บุคลากร และนกั เรยี นเกย่ี วกับสัตว์มีพิษ ตลอดจนวธิ ีการปอ้ งกันและปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้ กรณีได้
รับพิษ
3) จดั ทำ� ปา้ ยเตอื นภยั จากสตั วม์ พี ษิ ในบรเิ วณทเี่ ปน็ จดุ เสยี่ ง เชน่ บรเิ วณรว้ั สถานศกึ ษา ตน้ ไมใ้ หญ่ ซง่ึ มกั จะเปน็ ทอี่ ยอู่ าศยั
ของสัตว์มีพิษเบือ้ งตน้
4) ประสานความร่วมมือกบั หนว่ ยงานท่ีเกี่ยวขอ้ งในการกำ� จัดแหล่งเพาะพันธม์ุ พี ิษ เช่น ก�ำจัดแหล่งเพาะพันธุย์ งุ
5) จดั เตรียมอปุ กรณแ์ ละเวชภัณฑ์ในการปฐมพยาบาล กรณที ไี่ ด้รับพิษจากสตั วม์ ีพษิ หรอื ถูกสนุ ัข แมวกัดหรือข่วน
6) จัดทำ� แผนฉกุ เฉินและการฝึกซ้อม โดยความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกย่ี วขอ้ ง
2. การเผชิญเหตุ
1) เมื่อได้รบั พษิ จากสตั วม์ พี ษิ หรือถกู สนุ ขั แมวกดั หรือขว่ นใหร้ บี ปฐมพยาบาลเบอื้ งต้น และนำ� ส่งแพทย์
2) ควรรู้ที่มาของพษิ วา่ เปน็ ชนดิ ใด จากสตั วป์ ระเภทไหนเพ่อื ง่ายตอ่ การรกั ษาพยาบาลและแกพ้ ษิ ไดท้ นั ที
3. การเยียวยา
1) สถานศึกษาให้การดูแลช่วยเหลอื ตามความเหมาะสมทง้ั ดา้ นขวัญกำ� ลังใจ และการช่วยเหลอื เรือ่ งการเรียน
4. การรายงาน
1) รายงานผู้บงั คบั บัญชาตามล�ำดับ
2) รายงานหนว่ ยงานทเ่ี กีย่ วขอ้ ง
6. อบุ ัติเหตทุ างนำ้�
มาตรการการสร้างความปลอดภยั
1. การป้องกัน
1) จัดใหม้ ีฝาปดิ บ่อนำ�้ และมีการใช้เคร่ืองสบู น้�ำหรือคนั โยกนำ้� แทนการตัก
2) ห้ามเด็กเล็กเขา้ ใกล้บริเวณบ่อน้ำ� สระน�้ำ บอ่ เลีย้ งปลา ยกเวน้ กรณีมคี รูควบคุมดแู ลในระหว่างทำ� กจิ กรรม
3) จดั ใหม้ ีครคู วบคุมดแู ลนักเรยี นอย่างใกล้ชดิ ในช่วงทม่ี ีการท�ำกจิ กรรมใกล้บอ่ น�้ำ
4) จัดท�ำร้ัวหรอื แนวเขตโดยรอบบอ่ นำ�้ สระน้�ำ บ่อเลีย้ งปลา และจัดท�ำป้ายค�ำเตอื นกำ� หนดแนวปฏบิ ตั ิเกีย่ วกบั การใช้
5) ติดตง้ั ไฟฟา้ สอ่ งสว่างในบรเิ วณ บอ่ นำ�้ สระน�้ำ หรอื บ่อเล้ียงปลา
6) จัดใหม้ ีการปรับปรุงซอ่ มแซมให้อยู่ในสภาพสมบรู ณ์
7) ส่งเสรมิ ใหม้ กี ารสอนว่ายนำ�้ ใหก้ บั นกั เรยี นทุกคนในโรงเรียนเพอื่ ปอ้ งกันอันตราย
2. การเผชิญเหตุ
1) เมื่อพบว่ามีอุบัติเหตุทางน้�ำให้รีบช่วยนักเรียนข้ึนมาจากน้�ำ และด�ำเนินการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และรีบแจ้งหน่วย
ฉุกเฉิน 1669
2) แจง้ ผู้บังคับบญั ชาตามล�ำดบั
3) แจ้งผูป้ กครองให้ทราบ
3. การเยยี วยา
1) โรงเรยี นให้การดแู ลชว่ ยเหลือตามความเหมาะสมทัง้ ด้านขวัญก�ำลังใจ และการช่วยเหลอื เรอ่ื งการเรียน
4. การรายงาน
1) รายงานผบู้ งั คับบัญชาตามลำ� ดบั
2) รายงานหนว่ ยงานทีเ่ ก่ียวขอ้ ง
7. อบุ ัตเิ หตุจากการสัมผัสสารเคมีหรอื วัตถรุ ะเบิดจากการทดลอง
มาตรการการสรา้ งความปลอดภยั
1. การปอ้ งกัน
1) สำ� รวจสภาพห้องเรียนและหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารให้อยู่ในสภาพทพี่ รอ้ มใช้งานไดอ้ ยา่ งปลอดภัย
2) กำ� หนดแนวปฏบิ ตั หิ รอื มรี ะเบยี บการใชห้ อ้ งปฏบิ ตั กิ าร และใหต้ ดิ สญั ลกั ษณเ์ กย่ี วกบั อนั ตรายทเี่ กดิ จากอปุ กรณ์ เครอื่ ง
มือ สารเคมแี สดงไว้อย่างชดั เจน
3) มกี ารควบคมุ ดแู ลอย่างใกล้ชิด กรณีเป็นสารเคมจี ะต้องมกี ารระบุวธิ ใี ช้ไวอ้ ย่างชัดเจน และมีการจัดเก็บท่มี ิดชิด
4) จัดเตรยี มอุปกรณป์ ้องกันอบุ ัตเิ หตุท่ีเหมาะสม เช่น เครื่องมอื ดบั เพลงิ
5) กรณอี ปุ กรณเ์ ครอื่ งใชห้ รอื หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารเกดิ ชำ� รดุ เสยี หาย ใหด้ ำ� เนนิ การปรบั ปรงุ ซอ่ มแซมใหอ้ ยใู่ นสภาพพรอ้ มใชง้ าน
2. การเผชิญเหตุ
1) เมอื่ พบอบุ ตั เิ หตจุ ากการสัมผัสสารเคมี รงั สี สูดดมแก๊ส หรอื ถกู วัตถุระเบิดจากการทดลองใหน้ ำ� นกั เรียนออกจากจุด
เกดิ เหตทุ ันที และน�ำมาไว้ทในจุดท่มี อี ากาศถา่ ยเทสะดวก
2) ถ้าสัมผัสสารเคมใี ห้เปิดกอ๊ กนำ้� ไหลผ่านบรเิ วณทสี่ ัมผสั ประมาณ 5-10 นาที
3) ถา้ โดนวัตถรุ ะเบิดจากการทดลอง ใหล้ ้างบริเวณทโี่ ดนให้สะอาดเพ่อื ลดความร้อนและเขมา่ ดนิ ปนื ท้ังหลาย และหอ่
ด้วยผ้าสะอาดก่อนสง่ โรงพยาบาล
3. การเยียวยา
1) โรงเรียนให้การดูแลช่วยเหลือตามความเหมาะสมทง้ั ดา้ นขวัญก�ำลังใจ และการชว่ ยเหลอื เรอ่ื งการเรียน
4. การรายงาน
1) รายงานผบู้ งั คบั บัญชาคามล�ำดับ
2) รายงานหน่วยงานที่เก่ียวข้อง
ภาคผนวก ข
ค�ำสั่งแต่งต้ังคณะกรรมการ
ขับเคลอ่ื นนโยบาย Quick Win สพม.กท ๑
New Smart Trust “School based (โรงเรียนเปน็ ฐาน)
New Normal Innovation (นวัตกรรมการขบั เคลอ่ื น)”
สำเนาคู่ฉบับ
คำสัง่ สำนักงานเขตพืน้ ที่การศึกษามธั ยมศกึ ษากรงุ เทพมหานคร เขต ๑
ท่ี ๘๒/๒๕๖๔
เรอ่ื ง แตง่ ต้ังคณะกรรมการดำเนินการจดั ทำคมู่ ือความปลอดภยั ในสถานศึกษา (Safety School)
-------------------------------------------------------------
ตามที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๑ ได้ประกาศนโยบาย
Quick Win สพม.กท ๑ New Smart Trust “School-Based (โรงเรียนเป็นฐาน) New Normal Innovation
(นวัตกรรมการขับเคลื่อน)” จำนวน ๖ ด้าน ประกอบด้วย ความปลอดภัยของผู้เรียน หลักสูตรฐานสมรรถนะ
การบริหารจัดการข้อมูลและสารสนเทศในสถานศึกษา การพัฒนาทักษะทางอาชีพ การจัดการสำหรับผู้ที่มี
ความต้องการพิเศษและความเปน็ เลิศเฉพาะทาง และการพัฒนาบุคลากร ซึ่งเป็นการนำนโยบายการจดั การศึกษา
วาระเร่งด่วน (Quick Win) ของกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่
การปฏบิ ตั ิ นน้ั
เพื่อให้การดำเนินการตามนโยบายด้านความปลอดภัยของผู้เรียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุ
วัตถุประสงค์มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับนโยบายการจัดการศึกษาวาระเร่งด่วน (Quick Win) ของ
กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
มัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๑ จึงแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการจัดทำคู่มือความปลอดภัยในสถานศึกษา
(Safety School) ดังน้ี
๑. คณะกรรมการทป่ี รึกษา
๑.๑ นายสมใจ วิเศษทักษณิ ผ้อู ำนวยการสำนกั งานเขตพื้นที่การศึกษา
มธั ยมศกึ ษากรงุ เทพมหานคร เขต ๑
๑.๒ นายนสิ ติ เนินเพม่ิ พิสทุ ธ์ิ รองผูอ้ ำนวยการสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
มัธยมศกึ ษากรงุ เทพมหานคร เขต ๑
๑.๓ นายถนอม บญุ โต รองผอู้ ำนวยการสำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษา
มธั ยมศกึ ษากรงุ เทพมหานคร เขต ๑
๑.๔ นายศรายทุ ธ ธิศรชี ยั รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษามัธยมศึกษา
กรงุ เทพมหานคร เขต ๑
๑.๕ นายณรงค์ คงปราชญ์ ประธานกลุ่มโรงเรยี นท่ี ๒
สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามธั ยมศกึ ษากรุงเทพมหานคร เขต ๑
มีหนา้ ที่
ให้คำปรึกษา แนะนำแก่คณะกรรมการเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุ
วัตถปุ ระสงค์ และมีประสิทธภิ าพ
/๒ คณะกรรมการอำนวยการ...
๒
๒. คณะกรรมการอำนวยการ
๒.๑ นายสมใจ วิเศษทักษิณ ผอู้ ำนวยการสำนักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษา ประธานกรรมการ
กรุงเทพมหานคร เขต ๑
๒.๒ นายถนอม บุญโต รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา รองประธานกรรมการ
กรงุ เทพมหานคร เขต ๑
๒.๓ นายจณิ ณภัทร พบิ ลู วทิ ิตธำรง ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นสวนกหุ ลาบวิทยาลัย กรรมการ
๒.๔ นายณรงค์ คงปราชญ์ ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นโยธินบรู ณะ กรรมการ
๒.๕ นางอมรรัตน์ โพธติ าปะนะ ผอู้ ำนวยการโรงเรียนชโิ นรสวทิ ยาลัย กรรมการ
๒.๖ นายขจติ พันธ์ สวุ รรณสิริภักดิ์ ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนศกึ ษานารี กรรมการ
๒.๗ นายวิธาน พรหมสินธุศกั ด์ิ ผอู้ ำนวยการโรงเรียนรตั นโกสนิ ทร์สมโภช กรรมการ
บางขุนเทียน
๒.๘ นายขวัญชยั ไกรธรรม ผอู้ ำนวยการโรงเรียนมธั ยมวดั หนองแขม กรรมการ
๒.๙ นางวรรณดี นาคสุขปาน ผู้อำนวยการโรงเรยี นเตรียมอุดมศกึ ษา กรรมการ
๒.๑๐ นายประจวบ อินทรโชติ ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนทวธี าภเิ ศก กรรมการ
๒.๑๑ นายประทปี หมน่ื ขำ ผู้อำนวยการกล่มุ ส่งเสริมการจัดการศกึ ษา กรรมการ
และเลขานกุ าร
๒.๑๒ นางเบญจรตั น์ แก้วประเสรฐิ นักจิตวทิ ยาโรงเรยี น กรรมการ
ประจำสำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษา และผู้ชว่ ยเลขานกุ าร
๒.๑๓ นายสชุ าติ เขยี วสอาด ศึกษานิเทศก์ กรรมการ
และผชู้ ่วยเลขานุการ
๒.๑๔ นางสาวสภุ าวดี คำนาดี ศึกษานิเทศก์ กรรมการ
และผชู้ ่วยเลขานุการ
๒.๑๕ นายปยิ นัฐ ธนะบุตร ศกึ ษานเิ ทศก์ กรรมการ
และผชู้ ว่ ยเลขานุการ
มีหนา้ ท่ี
กำหนดแนวทาง ให้คำปรึกษา แนะนำ กำกับ ติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบาย
Quick Win สพม.กท ๑ New Smart Trust “School-Based (โรงเรียนเป็นฐาน) New Normal Innovation
(นวัตกรรมการขับเคลื่อน)” ของคณะกรรมการดำเนินงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุวัตถุประสงค์
และมีประสิทธิภาพ
/๓. คณะกรรมการดำเนินงาน...
๓
๓. คณะกรรมการดำเนนิ งาน
๓.๑ คณะกรรมการบรหิ าร
๑) นายณรงค์ คงสมปราชญ์ ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นโยธนิ บูรณะ ประธานกรรมการ
๒) นางสภุ าณี ธรรมาธิคม ผอู้ ำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา รองประธานกรรมการ
๓) นายบณุ ยพงศ์ โพธวิ ฒั น์ธนัต ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นสามเสนวิทยาลัย รองประธานกรรมการ
๔) นายกติ ติศักด์ิ สมพล ผู้อำนวยการโรงเรยี นศรีอยธุ ยา รองประธานกรรมการ
ในพระอุปถัมภ์ฯ
๕) นางเพลนิ ใจ พฤกษชาติรตั น์ ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นราชนันทาจารย์ กรรมการ
สามเสนวิทยาลัย ๒
๖) นางสาววรรณา ปริญญาวิวฒั น์กลุ ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนมธั ยม กรรมการ
วัดมกุฏกษัตริย์
๗) นายพงศ์ไท ครี วี งศ์วฒั นา ผู้อำนวยการโรงเรยี นมัธยม กรรมการ
วดั เบญจมบพิตร
๘) นายเทพฤทธิ์ ยอดใส ผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินติ มธั ยม กรรมการ
๙) นายราชนั ต์ ทิพยโสต ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นศีลาจารพิพัฒน์ กรรมการ
๑๐) นางนงกรานต์ เพชรเสนา ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นโยธนิ บูรณะ ๒ กรรมการ
(สุวรรณสุทธาราม)
๑๑) นางลดั ดา จกั ษา ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดนอ้ ยนพคณุ กรรมการ
๑๒) นางธัญจริ า โชติพงศก์ ลุ ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนสันตริ าษฎรว์ ิทยาลยั กรรมการ
และเลขานุการ
๑๓) นายราเมศ มสุ กิ านนท์ ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวดั ราชาธิวาส กรรมการ
และเลขานุการ
๑๔) นายเขษมชาติ อารีมติ ร ผู้อำนวยการโรงเรียนวดั บวรนเิ วศ กรรมการ
และเลขานุการ
มีหน้าท่ี
๑. ดำเนินงานตามแนวทางและนโยบาย Quick Win สพม.กท ๑ New Smart Trust
“School-Based (โรงเรยี นเป็นฐาน) New Normal Innovation (นวัตกรรมการขบั เคลื่อน)”
ดา้ นความปลอดภัยของผู้เรียน
๒. ให้คำปรึกษา แนะนำ กำกับ ติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการจัดทำคู่มือ
ความปลอดภยั ในสถานศกึ ษา (Safety School) จนบรรลวุ ตั ถุประสงค์
๓. ประสานงานกับฝา่ ยท่เี กี่ยวขอ้ งและปฏบิ ัติหนา้ ท่อี ืน่ ที่ไดร้ ับมอบหมาย
/๓.๒ คณะกรรมการจัดทำ...
๔
๓.๒ คณะกรรมการจดั ทำคูม่ ือความปลอดภยั ในสถานศึกษา (Safety School)
๑) นางธญั จิรา โชติพงศ์กุล ผู้อำนวยการโรงเรียนสันติราษฎรว์ ทิ ยาลยั ประธานกรรมการ
๒) นายราเมศ มสุ กิ านนท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวดั ราชาธวิ าส รองประธาน
กรรมการ
๓) นายเทพฤทธ์ิ ยอดใส ผู้อำนวยการโรงเรียนราชวนิ ิต มธั ยม รองประธาน
กรรมการ
๔) นางสวุ รี ยา ชุติวัฒน์โสภณ รองผ้อู ำนวยการโรงเรยี น กรรมการ
สันตริ าษฎรว์ ทิ ยาลยั
๕) นางสาววาสนา ยะหัตตะ รองผู้อำนวยการโรงเรียนวดั ราชาธิวาส กรรมการ
๖) นางดารารัศมิ์ ศรีวิลัย รองผู้อำนวยการโรงเรยี นโยธินบรู ณะ กรรมการ
๗) นายสำราญ ญาณสว่าง รองผ้อู ำนวยการโรงเรียนโยธินบูรณะ กรรมการ
๘) นางวรนิ พร เจริญแลว้ รองผู้อำนวยการโรงเรยี นโยธินบูรณะ กรรมการ
๙) นางสาวอบุ ลรัตน์ หสั ดี ครู โรงเรยี นสนั ติราษฎร์วิทยาลัย กรรมการ
๑๐) นายเขตพล อาสานานิ ครู โรงเรยี นสันตริ าษฎร์วิทยาลัย กรรมการ
๑๑) นางสาวจินตภรณ์ กลอ่ มบญุ ธรรม ครู โรงเรยี นสันติราษฎร์วิทยาลยั กรรมการ
๑๒) นางสาวนิภาธร มุลกุณี ครู โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลยั กรรมการ
๑๓) นายวิวัฒน์ ทศั วา ครู โรงเรียนสนั ติราษฎร์วทิ ยาลยั กรรมการ
๑๔) นายธนากร ออ่ นสำลี ครู โรงเรียนโยธนิ บูรณะ กรรมการ
๑๕) นางสาวสิริกร สมิ ะแสงยาภรณ์ ครู โรงเรียนโยธินบรู ณะ กรรมการ
๑๖) นายธนวนั ต์ รามศลิ ป์ ครู โรงเรยี นโยธนิ บูรณะ กรรมการ
๑๗) นายสันตภิ าพ พลู สวสั ดิ์ ครู โรงเรยี นราชวนิ ิต มัธยม กรรมการ
๑๘) นางสาวณิชชา องิ สุธรรม ครู โรงเรยี นราชวนิ ิต มธั ยม กรรมการ
๑๙) นายสุทธิชาติ บุณยทรรพ ครู โรงเรียนราชวินติ มธั ยม กรรมการ
๒๐) นางสาวจุติพร ปานา ครู โรงเรยี นวดั ราชาธวิ าส กรรมการ
๒๑) นายนพปฎล พงศ์สุวรรณ ครู โรงเรยี นวัดบวรนเิ วศ กรรมการ
๒๒) นางสาวปยิ ะมาศ บุญประกอบ ครู โรงเรียนวดั บวรนเิ วศ กรรมการ
๒๓) นายเชษฐกิตต์ิ บญุ สดวก ครู โรงเรียนวัดบวรนิเวศ กรรมการ
๒๔) นายเขษมชาติ อารมี ิตร ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดบวรนิเวศ กรรมการ
และเลขานุการ
๒๕) นายสุพจน์ จนั ตราชู รองผู้อำนวยการโรงเรยี น กรรมการ
สันตริ าษฎร์วทิ ยาลัย และผู้ชว่ ยเลขานกุ าร
/๒๖) นายธติ พิ ัทธ์...
๕
๒๖) นายธติ ิพทั ธ์ ชุติวัฒนโ์ สภณ รองผอู้ ำนวยการโรงเรยี นโยธินบูรณะ กรรมการ
และผู้ชว่ ยเลขานุการ
๒๗) นายสุรศักด์ิ คำพุทธ ครู โรงเรยี นสนั ติราษฎร์วิทยาลยั กรรมการ
และผู้ชว่ ยเลขานกุ าร
๒๘) นางสาวอนงค์ สมภักดี ครู โรงเรียนสันติราษฎรว์ ทิ ยาลยั กรรมการ
และผชู้ ว่ ยเลขานุการ
๒๙) นายวนั ชยั แคลว้ ภัย ครู โรงเรยี นสนั ติราษฎร์วิทยาลัย กรรมการ
และผู้ชว่ ยเลขานุการ
๓๐) นางสาวบงั อร พรพริ ณุ โรจน์ ครู โรงเรียนโยธินบรู ณะ กรรมการ
และผ้ชู ว่ ยเลขานุการ
มหี นา้ ที่
๑. รวบรวมและสังเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่
การศกึ ษามธั ยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๑
๒. จัดทำคู่มือความปลอดภัยในสถานศึกษา (Safety School) เพื่อเป็นแนวทางสำหรับสถานศึกษา
สงั กดั สำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษามัธยมศกึ ษากรงุ เทพมหานคร เขต ๑
๓. จดั ทำวีดทิ ศั นเ์ รือ่ งความปลอดภัยในสถานศึกษา (Safety School) เพอ่ื สรา้ งการรับรู้
และความเขา้ ใจแนวทางการดำเนินการตามนโยบาย Quick Win สพม.กท ๑ New Smart Trust
“School-Based (โรงเรียนเปน็ ฐาน) New Normal Innovation (นวตั กรรมการขบั เคลือ่ น)”
ด้านความปลอดภยั ของผู้เรยี น
๔. ให้คำปรึกษา แนะนำแก่สถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร
เขต ๑ ในการนำคมู่ ือความปลอดภัยในสถานศึกษา (Safety School) ไปใชจ้ นบรรลุวัตถุประสงค์
๕. ตดิ ตามและรายงานผลการใช้คมู่ ือความปลอดภยั ในสถานศึกษา (Safety School) ของสถานศึกษา
สงั กัดสำนกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๑ เพือ่ เสนอต่อคณะผู้บริหาร
สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษามัธยมศกึ ษากรุงเทพมหานคร เขต ๑
๖. ประสานงานกับฝ่ายที่เกี่ยวขอ้ งและปฏบิ ตั หิ น้าทอ่ี นื่ ที่ได้รบั มอบหมาย
๓.๓ คณะกรรมการฝา่ ยการเงนิ ผอู้ ำนวยการโรงเรียนราชวินติ มัธยม ประธานกรรมการ
๑) นายเทพฤทธ์ิ ยอดใส รองผู้อำนวยการโรงเรยี นราชวนิ ิต มัธยม รองประธาน
๒) นายอำนาจ ชีวงั กูล กรรมการ
ครู โรงเรยี นราชวินิต มธั ยม กรรมการ
๓) นางสาวลวติ รา ไชยเดช
/๔) นายสวุ ัฒนช์ ัย...
๖
๔) นายสุวฒั น์ชัย บุญรอด ครู โรงเรียนราชวินิต มัธยม กรรมการ
๕) นางสาวชนดิ าภา กญั จนวตั ตะ รองผอู้ ำนวยการโรงเรยี นราชวนิ ติ มัธยม กรรมการ
และเลขานุการ
มีหน้าที่
๑. ดแู ลการรับเบกิ จา่ ยเงนิ และจดั ทำบญั ชีโครงการจดั ทำคูม่ อื ความปลอดภยั ในสถานศึกษา
(Safety School)
๒. ประสานงานกบั ฝ่ายท่ีเกีย่ วขอ้ งและปฏิบัติหนา้ ทอ่ี ่นื ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
ให้คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ประสบผลสำเรจ็ และบังเกิดผลดตี ่อทางราชการ
ทง้ั น้ี ต้งั แตบ่ ดั น้เี ปน็ ตน้ ไป
สั่ง ณ วนั ที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
(นายสมใจ วิเศษทกั ษิณ)
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษามธั ยมศึกษากรงุ เทพมหานคร เขต ๑
ภาคผนวก ค
ประกาศสํานักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา
กรุงเทพมหานคร เขต 1
เรื่อง มาตรการความปลอดภัยของผเู้ รียน
ประกาศสำนกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษามัธยมศกึ ษากรงุ เทพมหานคร เขต 1
เร่ือง มาตรการความปลอดภยั ของผเู้ รยี น
---------------------------------------------------------
ตามที่ กระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายขับเคลื่อนการจัดการศึกษาวาระเร่งด่วน (Quick
Win) ด้านความปลอดภัยของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนปลอดภัยทางด้านร่างกาย ด้านจิตใจ และมีความสามารถ
ในการดแู ลตนเองจากภยั อนั ตรายต่าง ๆ น้ัน
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๑ จึงกำหนดมาตรการ
ความปลอดภัยของผู้เรียนดงั น้ี
๑. สรา้ งการรับรแู้ ละความเขา้ ใจเกย่ี วกับนโยบายและมาตรการท่เี กี่ยวข้องกับความปลอดภัย
ของผู้เรียนใหก้ บั ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาทเ่ี กย่ี วข้องทราบ
๒. สง่ เสริมและสนบั สนุนให้สถานศกึ ษาประกาศเจตนารมณ์ “ความปลอดภยั ในสถานศกึ ษา”
๓. จัดทำคู่มือความปลอดภัยในสถานศึกษา (Safety School)” ของสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๑ เพื่อให้เป็นแนวทางในการดำเนินการด้านความปลอดภัยตาม
บรบิ ทของสถานศกึ ษาและสถานการณ์ต่าง ๆ
๔. ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสริมสร้างความปลอดภัย
ในสถานศกึ ษาและความปลอดภัยของผเู้ รียน
ประกาศ ณ วันท่ี ๑ มถิ ุนายน พ.ศ. 256๔
(นายสมใจ วเิ ศษทกั ษิณ)
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามัธยมศึกษากรงุ เทพมหานคร เขต ๑
ภาคผนวก ง
แบบรายงานผล
การด�ำเนนิ การดา้ นความปลอดภัยในสถานศกึ ษา
ตวั อย่างแบบรายงานผลการดำเนนิ การดา้ นความปลอดภัยในสถานศึกษา
คำชแี้ จง
แบบรายงานนี้ จัดทำขึ้นเพื่อให้สถานศึกษารายงานแนวทาง ผลการดำเนินการ ปัญหา/
อุปสรรค รวมถึงข้อเสนอแนะที่พบจากการดำเนินการด้านความปลอดภัยตามบริบทของสถานศึกษา
เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลสารสนเทศเพื่อการพัฒนาการดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา
ตอ่ ไป
สถานศกึ ษา ...........................................................................................................................................
สงั กัด ....................................................................................................................................... ..............
ผรู้ ายงาน ...............................................................................................................................................
วัน เดอื น ปี ท่รี ายงาน ...........................................................................................................................
ที่ แนวทางหลกั แนวทางของสถานศกึ ษา ผลการดำเนนิ การ ปัญหา/อปุ สรรค/
1 การปอ้ งกนั ข้อเสนอแนะ
.......................................
2 การเผชญิ เหตุ ....................................... ............................................... ..................................
และการแก้ปญั หา .......................................
....................................... .............................................. ..................................
3 การเยยี วยา .......................................
และการบำรุงขวัญ ....................................... .............................................. ..................................
.......................................
4 การรายงาน ....................................... ............................................... ...................................
.......................................
....................................... ............................................... ..................................
.......................................
....................................... .............................................. ..................................
.......................................
....................................... .............................................. ..................................
.......................................
....................................... ............................................... ...................................
............................................... ..................................
.............................................. ..................................
.............................................. ..................................
............................................... ...................................
............................................... ..................................
.............................................. ..................................
.............................................. ..................................
............................................... ...................................
ลงช่อื ...........................................
(..........................................)
ตำแหน่ง..................................
ตวั อย่างแบบตรวจสอบรายการความปลอดภยั ของสถานศึกษา
คำชี้แจง
1. แบบตรวจสอบรายการนี้ จัดทำขึ้นเพื่อให้สถานศึกษาใช้ตรวจสอบรายการความปลอดภัยของ
สถานศึกษาเพอ่ื ใหก้ ารดำเนินการตา่ ง ๆ ของสถานศกึ ษาเปน็ ไปตามมาตรฐานความปลอดภัย
2. ผู้ตรวจสอบโปรดทำเครื่องหมาย ✓ ในช่องว่างทรี่ ะบวุ ่า “ม/ี ใช่” หรอื “ไมม่ /ี ไม่ใช”่ ทุกขอ้
3. ถ้าตอบว่า “มี/ใช่” โปรดแนบรายละเอียดเอกสาร/หลักฐาน/ตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง พร้อมระบุ
หมายเลขเอกสาร/หลกั ฐาน/ตวั อยา่ งแนบให้ชดั เจน
สถานศึกษา ...........................................................................................................................................
สงั กัด ...................................................................................................................... ...............................
ผู้ตรวจสอบ ................................................................................................................................ ............
วัน เดือน ปี ที่ตรวจสอบ .......................................................................................................................
ท่ี รายการ ม/ี ใช่ ไมม่ /ี ไม่ใช่ ระบุเอกสาร
แนบหมายเลข
1 มกี ารประกาศนโยบายความปลอดภัยในสถานศกึ ษาเปน็ ลาย
ลักษณอ์ กั ษรอย่างชดั เจน
2 มีแผนงานดำเนินการดา้ นความปลอดภัยในสถานศกึ ษา
ทีช่ ดั เจน
3 มีบคุ ลากร คณะทำงาน หรอื คณะกรรมการที่รับผดิ ชอบด้าน
ความปลอดภัยในสถานศึกษาท่ีชดั เจน
4 มีกฎระเบยี บหรอื คมู่ อื /แนวทางวา่ ดว้ ยความปลอดภยั ใน
สถานศึกษาท่ีเหมาะสม
5 บคุ ลากรทกุ ระดับ เช่น ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา ครู บคุ ลากร
ทางการศึกษา นักเรยี น และผมู้ ีสว่ นเกย่ี วข้อง ไดร้ ับความรู้
เก่ียวกับความปลอดภยั ในสถานศกึ ษาตามแผนงานทก่ี ำหนด
6 มีการใหค้ วามรู้เก่ียวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่บคุ ลากร
ในสถานศกึ ษา
7 มีการดูแล สำรวจ ตรวจสอบ การดำเนนิ งาน
ด้านความปลอดภยั ในสถานศกึ ษาที่ชดั เจน รวมทั้งนำผลไป
ปรับปรงุ แกไ้ ข
ท่ี รายการ มี/ใช่ ไมม่ /ี ไมใ่ ช่ เอกสารแนบ
หมายเลข
8 มอี ปุ กรณป์ ้องกันอันตรายของเครอื่ งจักร เครอ่ื งมอื ใน
สถานศึกษาอยา่ งครบถว้ นและมีประสิทธภิ าพ เชน่ ฝาครอบ
ใบมดี เครอ่ื งตดั หญา้ ฝาครอบใบเล่ือย
9 มรี ะบบปอ้ งกันอันตรายจากไฟฟา้ ร่ัวหรอื การต่อสายดินใน
สถานศึกษาทีม่ ปี ระสิทธภิ าพ
10 มีระบบปอ้ งกันและระงับอัคคภี ัยในสถานศึกษา เชน่ สญั ญาณ
แจง้ เหตุเพลงิ ไหม้ ถงั ดับเพลงิ เปน็ ตน้ รวมถงึ การตรวจสอบ
บำรุงรกั ษาท่ีชดั เจน
11 มีแผนปอ้ งกนั และระงบั อคั คีภยั ในสถานศกึ ษาท่ีชดั เจน
12 มกี ารอบรมการดบั เพลิงข้ันตน้ ในสถานศึกษา
13 มีการฝึกซ้อมดับเพลิงและการฝึกซอ้ มอพยพหนีไปใน
สถานศกึ ษาประจำปี
14 มกี ารฝกึ ซอ้ มในข้อ 13 โดยใช้หนว่ ยงานทีร่ บั การรบั รอง
เป็นผู้ฝึกสอน
15 มหี อ้ งพยาบาล และอปุ กรณใ์ นการปฐมพยาบาลเบือ้ งตน้ ใน
สถานศกึ ษา พรอ้ มผรู้ ับผิดชอบทช่ี ัดเจน
16 มีมาตรการปอ้ งกนั การเกดิ โรคระบาดหรอื โรคตดิ ต่อใหก้ ับ
บคุ ลากร และมีการเผยแพร่ใหค้ วามร้เู ก่ียวกบั การป้องกัน
ควบคุม เช่น โรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
17 มหี ้องส้วม (ที่ถ่ายอจุ าระ และทถี่ ่ายปัสสาวะ) และอ่างล้างมอื
สำหรับนกั เรยี นแยกชาย-หญิงทพี่ อเพียง
(หมายเหตุ จากฎกระทรวง ฉบับที่ 63 (พ.ศ. 2551) ออกตาม
ความใน พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
1. ต่อจำนวนนักเรยี นชาย 50 คน กำหนดใหม้ ีห้อง
ถา่ ยอจุ จาระ 1 หอ้ ง ทีถ่ ่ายปัสสาวะ 1 ท่ี และอ่างลา้ งมอื
1 ที่ ทั้งน้ี สว่ นเกิน 500 คน ใหเ้ พ่มิ หอ้ งถา่ ยอจุ จาระ
ท่ปี ัสสาวะ และอา่ งลา้ งมอื อย่างละ 1 ที่ ต่อจำนวน
นกั เรียนชายทกุ 100 คน
2. ตอ่ จำนวนนกั เรยี นหญงิ 50 คน กำหนดใหม้ ีห้อง
ถ่ายอุจจาระ 1 หอ้ ง ทถ่ี า่ ยปัสสาวะ 1 ท่ี และอา่ งลา้ งมือ
1 ท่ี ทงั้ น้ี ส่วนเกนิ 500 คน ใหเ้ พม่ิ ห้องถ่ายอจุ จาระ
2 ห้อง และอา่ งลา้ งมืออยา่ งละ 1 ที่ ต่อจำนวน
นักเรียนหญิงทกุ 100 คน
ที่ รายการ ม/ี ใช่ ไม่ม/ี ไมใ่ ช่ เอกสารแนบ
หมายเลข
18 มกี ารจดั นำ้ ดม่ื ทส่ี ะอาด ทล่ี า้ งหนา้ ทีถ่ ูกสขุ ลกั ษณะและ
พอเพยี ง เพอ่ื ใหบ้ คุ ลากรได้ใชก้ ่อนการรับประทานอาหาร
หรอื เคร่อื งดม่ื
(หมายเหตุ ใช้ขอ้ มลู เทียบเคยี งกบั กฎกระทรวง วา่ ดว้ ยการจัด
สวัสดิการในสถานประกอบกจิ การ พ.ศ. 2548 โดยกำหนดนำ้
สะอาดสำหรบั ดืม่ ตอ่ จำนวนนักเรยี นไมเ่ กนิ 40 คน ตอ้ งมีไม่
น้อยกว่า 1 ที่ และเพ่มิ ขึน้ ในอัตราส่วน 1 ท่ี สำหรบั จำนวน
นักเรยี นทกุ ๆ 40 คน เศษของ 40 คน ถา้ เกิน 20 คนให้ถือ
เปน็ 40 คน)
19 มีการจัดทรี่ บั ประทานอาหารและที่พักที่เหมาะสมและถกู
สขุ ลกั ษณะ เชน่ ระบบแสงสวา่ ง ระบบระบายอากาศ ระดบั
ความดังของเสยี ง เป็นตน้
20 มกี ารจัดสภาพแวดลอ้ มทเี่ หมาะสมและปลอดภยั
ในสถานศึกษา
23 มมี าตรการเพอื่ ความปลอดภยั สำหรับการเรยี นการสอน
เกี่ยวกบั สารเคมใี นสถานศึกษาทเ่ี หมาะสมและปลอดภยั
24 มีการรับผงั ความคดิ เห็นหรอื ขอ้ เสนอแนะดา้ นความปลอดภยั
ในสถานศกึ ษาจากครู นกั เรียน และบคุ ลากรทางการศกึ ษา
รวมถงึ นำไปปรบั ปรุงแก้ไข
25 มีการจดั เก็บขอ้ มูลสถติ ิ อบุ ัตเิ หตหุ รือการเจบ็ ป่วย
ในสถานศกึ ษา และการวางแผนปอ้ งกันที่เหมาะสม
เชน่ โรค COVID-19 ผูไ้ ดร้ ับผลกระทบจากฝนุ่ ละอองขนาด
เล็ก PM 2.5
26 มกี ารจดั กจิ กรรมเพ่ือส่งเสรมิ และกระตุ้นจติ สำนักให้แก่
นกั เรียนด้านความปลอดภยั ในสถานศกึ ษา รปู แบบตา่ ง ๆ
ทเี่ หมาะสม
27 มีหนังสอื ตำรา หรือมาตรฐานเกย่ี วกบั ความปลอดภัย
อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพ่อื ใช้ใน
การศกึ ษาค้นควา้ และการเรยี นรขู้ องบุคลากร
28 มมี าตรการดแู ลเพ่ือความปลอดภยั ในการเดนิ ทาง เชน่
การจัดระบบจราจร การสวมหมวกกันน็อค การดแู ล
ยานพาหนะรับ-สง่ นักเรียน เปน็ ตน้
29 มกี ารสร้างความรว่ มมอื กบั ผปู้ กครอง ชมุ ชน หนว่ ยงานตา่ ง ๆ
ทง้ั ภาครัฐและเอกชนเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในสถานศึกษา
ที่ รายการ มี/ใช่ ไม่ม/ี ไม่ใช่ เอกสารแนบ
หมายเลข
30 นกั เรียนจดั ตั้งชมรมและคณะกรรมการดำเนินการ
ด้านความปลอดภยั ในสถานศึกษา
หมายเหตุ ปรับปรงุ จากแบบเสนอช่อื เพอื่ ตรวจประเมินกจิ กรรม “สถานศึกษาปลอดภยั ” ประจำปี พ.ศ. 2564
ข้อเสนอแนะของผู้ตรวจ
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................. ...................................
ลงชอื่ ...........................................
(..........................................)
ตำแหนง่ ..................................
ภาคผนวก จ
ประกาศเจตนารมณ์การสร้างสถานศกึ ษาปลอดภยั
ประกาศโรงเรยี นวัดราชาธวิ าส
เรื่อง ประกาศเจตนารมณ์การสร้างสถานศกึ ษาปลอดภยั
---------------------------------
ด้วยกระทรวงศึกษาธิการประกาศวาระเร่งด่วน เรื่องความปลอดภัยของผู้เรียนในสถานศึกษา ให้
สถานศึกษาจัดในรปู แบบ วธิ ีการหรือกระบวนการดแู ลช่วยเหลอื นักเรียน เพ่ือให้ผเู้ รยี นเกดิ การเรียนรู้อยา่ งมคี ุณภาพ มี
ความสุขและได้รับการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงการสร้างทักษะให้ผู้เรียนมี
ความสามารถดูแลตนเองจากภัยอันตรายต่างๆท่ามกลางสภาพแวดลอ้ มทางสงั คมทเ่ี ปลี่ยนไป
โรงเรียนวดั ราชาธิวาส ขอประกาศเจตนารมณ์ที่จะจัดให้มีรูปแบบ วิธีการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพอ่ื
สรา้ งความปลอดภัยด้านต่างๆ ดังนี้
1. ด้านนกั เรยี น โดยดูแล ดา้ นสุขภาพ ดา้ นจติ ใจ ดา้ นรา่ งกาย
2. โรงเรียน ดำเนินการวางแนวทางปอ้ งกัน การเผชญิ เหตุ การช่วยเหลอื เยียวยา การ
รายงานผล
3. สร้างเครือข่ายสถานศกึ ษาปลอดภัย โดยประสานความร่วมมือจากเครือขา่ ยในการดแู ลนักเรียน
- สมาคมผู้ปกครองและครู สมาคมนักเรียนเก่า คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ชุมชนและ
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น องคก์ รหน่วยงานราชการ และองค์กรเอกชน
ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
(นายราเมศ มสุ กิ านนท์)
ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นวัดราชาธิวาส