The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง ประจำปีการศึกษา 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ppw, 2021-05-31 09:48:10

คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง ประจำปีการศึกษา 2564

คู่มือนักเรียน ครู และผู้ปกครอง ประจำปีการศึกษา 2564

ข้อ 10. ให้ใช้อกั ษรแสดงผลการเรียนทม่ี เี ง่ือนไขในแตล่ ะรายวิชาดังนี้ 49
ร หมายถึง รอการตดั สนิ หรอื ยงั ตัดสนิ ผลการเรยี นไมไ่ ด้
มส หมายถึง ไม่มีสทิ ธ์ิเข้ารับการประเมินผลการเรียนปลายภาคเรียนหรือปลายปี
มก. หมายถึง เรียนโดยไม่นบั หน่วยกติ มีเวลาเรียนครบรอ้ ยละ 80 ของเวลาเรยี น
ทง้ั หมด

ข้อ 11. ใหใ้ ชอ้ กั ษรแสดงผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน ดังน้ี
ผ หมายถงึ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ของสถานศึกษา โดยผู้เรียนจะตอ้ งมเี วลาเขา้ ร่วม
กจิ กรรมไมน่ อ้ ยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาท้ังหมดทจี่ ดั กจิ กรรมแตล่ ะภาคเรียน
และตอ้ งผา่ นการประเมนิ ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวงั สาคัญของกิจกรรมตามท่ี
กาหนด
มผ หมายถงึ ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมิน ตอ้ งปรับปรงุ โดยผูเ้ รียนจะต้องมเี วลาเข้าร่วม
กิจกรรมไมถ่ ึงรอ้ ยละ 80 ของเวลาทง้ั หมดท่จี ัดกิจกรรมแตล่ ะภาคเรยี น
ไมผ่ า่ นการประเมนิ ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั สาคัญของกจิ กรรมตามท่ีกาหนด

ขอ้ 12. ให้ใช้ตวั เลขแสดงผลการประเมิน การอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียนส่ือความ และ
การประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดงั นี้
3 หมายถึง ผ่านการประเมนิ ระดับคุณภาพ “ ดเี ย่ียม ”
2 หมายถงึ ผา่ นการประเมนิ ระดับคุณภาพ “ ดี ”
1 หมายถงึ ผ่านการประเมนิ ระดับคุณภาพ “ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน ”
0 หมายถงึ “ ไมผ่ า่ นเกณฑ์การประเมนิ ”

ขอ้ 13. ให้ใชต้ วั เลขแสดงผลการประเมิน คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และตามสถานศกึ ษา
กาหนดคุณลักษณะทจี่ ะประเมนิ เพิ่มเตมิ ดงั น้ี
3 หมายถึง ผา่ นการประเมิน ระดบั คุณภาพ “ ดีเยย่ี ม ”
2 หมายถงึ ผา่ นการประเมนิ ระดบั คุณภาพ “ ดี ”
1 หมายถึง ผา่ นการประเมิน ระดับคุณภาพ “ ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน ”
0 หมายถึง “ ไมผ่ า่ นเกณฑ์การประเมิน ”

หมวด 3
การตัดสนิ ผลการเรยี น

ข้อ 14. การตัดสินผลการเรยี น ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมีการตัดสินในหลายลักษณะคือ การ
ผ่านรายวชิ ากาหนดเป็นภาคเรยี น การเลื่อนช้ันกาหนดเปน็ ปกี ารศึกษา และการจบระดับ

4477คู่มอื นักโเรรงยี เนรียผนู้ปคกพู่มคือนรนมองกัไนพเรกั รียเรวนยี ทิ นยผแาูป้ลคะกาคครรรู โอปรงรเนะรียจกั นา�เรพปยี นีกนมาไรแพศลรกึวะิทษคยาราู คาร

มัธยมศึกษาตอนต้น หลักเกณฑ์การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้เพ่ือตัดสินผลการ

เรยี นของผู้เรียนตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 มดี งั น้ี

14.1 พจิ ารณาตัดสินผลการเรยี นเป็นรายวิชา ผ้เู รยี นตอ้ งมีเวลาเรยี นตลอดภาคเรยี นไม่น้อย

กว่ารอ้ ยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชาเรียนนัน้ ๆ

14.2 ผู้เรียนต้องได้รบั การประเมินทุกตัวช้ีวัดและผ่านเกณฑ์ตามท่ีสถานศึกษากาหนด โดย

เกณฑ์การผ่านรายวิชาพื้นฐานและเพ่ิมเติม สถานศึกษากาหนดตัวชี้วัดต้องผ่านไม่

น้อยกว่าร้อยละ 60 ของแต่ละรายวิชา การพิจารณาเล่ือนชั้น ถ้าผู้เรียนมีความ

บกพร่องบางตัวชี้วัด สถานศึกษาอาจพจิ ารณาว่าสามารถพฒั นาและสอนซ่อมเสริมได้

กใ็ ห้อยู่ในดลุ พินิจของสถานศึกษาทจี่ ะผ่อนผนั ให้เลื่อนช้นั ได้

14.3 ผู้เรยี นต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนในทกุ รายวิชา

14.4 ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากาหนดใน

การอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี น คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น

14.5 ผเู้ รียนทไี่ ม่สามารถผา่ นเกณฑ์ขั้นตา่ ที่กาหนดไว้ ใหไ้ ด้ระดับผลการเรียน “ 0 ”

14.6 ผูเ้ รียนทีท่ จุ ริตในการสอบวดั ผลและประเมนิ ผลคร้ังใดก็ตามหรอื ทจุ รติ ในงานท่ี

มอบหมายให้ทา ในรายวิชาใด ใหไ้ ด้คะแนน “ 0 ” ในครัง้ น้ัน

50 14.7 ผูเ้ รียนที่มีเหตทุ ่ีทาใหป้ ระเมนิ ผลการเรียนไมไ่ ด้ ใหไ้ ด้ผลการเรยี น “ ร ”
14.8 ผเู้ รียนที่ประสงค์จะเรียนวิชาใด โดยไมต่ ้องการระดับผลการเรียนใหอ้ ยู่ในดลุ พินจิ ของ

คณะกรรมการบริหารหลักสตู รและวิชาการของสถานศกึ ษาทจ่ี ะอนญุ าตให้เข้าเรียนได้

และถ้ามีเวลาเรยี นครบร้อยละ 80 ของเวลาเรียนท้งั หมดให้ได้ผลการเรียน “ มก ”

ขอ้ 15. การตดั สินผลการเรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ให้ถอื ปฏิบตั ดิ ังนี้

15.1 พจิ ารณาตัดสนิ ผลการประเมินกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียนเป็นรายภาคและจบชั้น

มัธยมศึกษาตอนปลาย

15.2 พิจารณาตดั สินว่าผู้เรียนได้ผลการเรยี นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเฉพาะกจิ กรรมท่ีผเู้ รียน

ได้ผลการเรียน “ ผ ” เท่าน้ัน

15.3 ตดั สนิ การเข้ารว่ มกิจกรรมพัฒนาผ้เู รียนแตล่ ะกจิ กรรมพจิ ารณาจากการผา่ น

จุดประสงค์ท่ีสาคัญและมีเวลาเรียนเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ

เวลาเรียนทั้งหมดทจ่ี ัดกิจกรรม เมอ่ื สิ้นสุดกิจกรรมนามาพิจารณาตดั สินร่วมกัน โดย

ผา่ นเกณฑ์การประเมินให้ไดผ้ ลการเรียน “ ผ ” ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินให้ไดผ้ ล

การเรียน “ มผ ”

ขอ้ 16 . การตดั สนิ การอา่ น คิดวิเคราะห์และเขียน ให้ถือปฏบิ ตั ิดังนี้

16.1 พิจารณาการตัดสินผลการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียนเป็นรายวิชา

และจบชัน้ มธั ยมศึกษาตอนต้น

488 คมู่ ือนคโักรเู่มรงียือเรนนยี ักผนปู้เพรกยี นคนรมอไผงพนูป้ รกั กวเรคทิ ียรยนอแางลคนะากัครรเรโูปรียงรนเะรจยี แน�าลพปะนีกคมารไรูพศรึกวิทษยาาค2า5ร60

16.2 การให้ผลการประเมิน ถ้าผ่านเกณฑ์การประเมินให้ได้ระดับผลการประเมิน 51
“ 3 ” หรือ “ 2 ” หรือ “ 1 ” ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินให้ได้ระดับผลการ
เรียน “ 0 ”

ขอ้ 17 . การประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผู้เรียน ใหถ้ อื ปฏบิ ตั ดิ ังน้ี
17.1 ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนเป็นรายวิชาและจบช้ันมัธยมศึกษา
ตอนตน้
17.2 การให้ผลการประเมิน ถ้าผ่านเกณฑ์การประเมินให้ได้ระดับผลการประเมิน
“ 3 ” หรือ “ 2 ” หรือ “ 1 ” ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินให้ได้ระดับผลการ
เรยี น “ 0 ”

ข้อ 18 . การเปลี่ยนระดบั ผลการเรยี น ใหถ้ ือปฏิบัติดงั น้ี
18.1 การเปล่ียนระดับผลการเรียนจาก “ 0 ” ให้สถานศึกษาจัดสอนซ่อมเสริม
มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวช้ีวัด ที่ผู้เรียนสอบไม่ผ่านก่อน แล้วจึงให้สอบแก้ตัว
การสอบแก้ตัวให้สอบแก้ตวั ไดไ้ ม่เกิน 2 ครง้ั ทงั้ น้ีต้องดาเนินการตามท่สี ถานศึกษา
กาหนด และให้เสร็จสิ้นในภาคเรียนถัดไป ชองปีการศึกษาน้ัน ถ้ามีเหตุสุดวิสัยให้
อย่ใู นดุลพนิ ิจของคณะกรรมการบรหิ ารบริหารหลักสูตรและวิชาการของ
สถานศึกษาท่ีจะพจิ ารณาขยายเวลาการแก้ “ 0 ” ออกไปอกี ตามความเหมาะสม
การสอบแก้ตัวให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน “ 1 ” ถ้าสอบแก้ตัว 2 คร้ัง
แล้ว ยังได้ระดับผลการเรียน “ 0” หรือไม่มาดาเนินการขอสอบแก้ตัว
ใหป้ ฏิบตั ิดงั น้ี
18.1.1 ถ้าเปน็ รายวิชาพนื้ ฐานให้เรยี นซ้า
18.1.2 ถ้าเปน็ รายวชิ าเพ่ิมใหอ้ ย่ใู นดุลพนิ ิจของหวั หนา้ สถานศกึ ษาที่จะใหเ้ รียนซ้า
หรือเปลยี่ นรายวิชาใหม่
18.2 การเปลยี่ นผลการเรยี น “ มส ” แยกเป็น 2 กรณี ดังน้ี
18.2.1 กรณีผู้เรยี นได้ผลการเรียน “ มส ” เพราะมีเวลาเรยี นไม่ถงึ รอ้ ยละ 80 แต่
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลาเรียนท้ังหมด ให้สถานศึกษาจัดให้
ผู้เรียนเรียนเพ่ิม โดยใช้เวลาว่างหรือวันหยุด หรือมอบงานให้ทาจนมี
เวลาเรยี นครบ แล้วจึงให้สอบเป็นกรณีพิเศษ ผลการแก้ “ มส ” ให้ได้
ระดับผลการเรียนไม่เกิน “ 1 ” การแก้ “ มส ” ในกรณีน้ี ให้
กระทาให้เสร็จส้ินภายใน ปีการศึกษานั้น ๆ ถ้าผู้เรียนไม่มาดาเนินการ
แก้ “ มส ” ตามระยะเวลาที่กาหนดไว้นใ้ี หเ้ รียนซ้า
18.2.2 กรณีผเู้ รยี นได้ผลการเรยี น “ มส ” เพราะมเี วลาเรยี นไมถ่ งึ รอ้ ยละ 60
ของเวลาเรียนทั้งหมด ใหส้ ถานศึกษาจัดให้ “ เรียนซ้า ”

4499คู่มอื นกั โเรรงียเนรยีผนปู้คกพู่มคือนรนมองักไนพเรักรียเรวนยี ทิ นยผแาูป้ลคะกาคครรรู โอปรงรเนะรยีจักน�าเรพปยี นีกนมาไรแพศลรกึวะทิษคยาราู คาร

18.3 การเปลยี่ นผลการเรยี น “ ร ” ใหป้ ฏบิ ัตดิ ังนี้

ในกรณีที่ผ้เู รยี นไดผ้ ลการเรียน “ ร ” เพราะเหตุสดุ วสิ ัย เม่ือผูเ้ รียนได้เข้าสอบ

หรือแก้ปัญหาเสร็จสิ้นแล้ว ให้ได้ระดับผลการเรียน ต้ังแต่ 0 ถงึ 4 แตถ่ ้าหากไม่สุดวิสัย

ใหไ้ ดผ้ ลการเรียน 0 ถงึ 1

การเปลีย่ นแปลงผลการเรียน “ ร ” ใหก้ ระทาให้เสร็จส้ินภายในปกี ารศกึ ษานั้น

ถา้ ผ้เู รยี นไมม่ าดาเนินการแก้ “ ร ” ตามระยะเวลาทกี่ าหนดไว้ใหถ้ อื ปฏบิ ตั ิดงั นี้

18.3.1 ถ้าเปน็ รายวิชาพ้นื ฐานใหเ้ รยี นซ้า

18.3.2 ถ้าเป็นรายวิชาเพ่ิมเติมให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าสถานศึกษาท่ีจะให้

เรียนซา้ หรอื เปลย่ี นรายวิชาใหม่

18.4 การเปลี่ยนผลการประเมิน “ มผ ” ของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยให้ผู้เรียน

ปรบั ปรงุ แก้ไขในสว่ นทบ่ี กพร่อง แล้วจึงจะได้รับการตัดสินผลการประเมนิ เปน็ “ ผ ”

18.5 การเปลี่ยนผลการประเมิน “ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน” การอ่าน คิดวิเคราะห์และ

เขียนของสถานศึกษา โดยให้ผู้เรียนได้แก้ไขหรือปรับปรุงในส่วนที่ไม่ผ่านแล้วประเมิน

ใหม่ แลว้ พจิ ารณาผลการประเมินเปน็ “ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ”

18.6 การเปลย่ี นผลการประเมิน”ควรปรบั ปรงุ ” การประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ของ

52 สถานศึกษา โดยให้ผู้เรียนเข้ารับการอบรมและปฏิบัตกิ ิจกรรมคณุ ความดีชดเชยตาม
เกณฑ์ของสถานศึกษา แล้วประเมินผลใหม่ แล้วพิจารณาผลการประเมินเป็น “ ผ่าน

เกณฑ์การประเมิน ”

18.7 การเรียนซ้าให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของ

สถานศกึ ษาท่ีจะกาหนดช่วงเวลาในการเรียนซา้ ให้เหมาะสม และต้องประเมินผลการ

เรยี นตามท่ีระเบยี บนกี้ าหนดไว้

ขอ้ 19. การอนมุ ัติการเลอ่ื นช้นั ปี

19.1 ต้องได้ระดับผลการเรยี น ตงั้ แต่ “ 1 – 4 ” ของวิชาพืน้ ฐานของปกี ารศึกษานั้น

19.2 ต้องได้ระดับผลการเรียน ตั้งแต่ “ 1 – 4 ” ของรายวิขาเพ่ิมเติมของปีการศึกษานั้น

ยกเวน้ ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3

19.3 ผู้เรยี นต้องไดร้ ับการประเมนิ ผ่านเกณฑ์ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน การประเมนิ การอ่าน

คดิ วิเคราะห์และเขียน และการประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ในปีการศึกษาน้ัน ๆ

19.4 ถ้าผู้เรียนไม่มีคุณสมบัติครบตาม ข้อ 19.1 หรือ 19.2 หรือ 19.3 ให้อยู่ในดุลย

พนิ จิ ของหวั หนา้ สถานศึกษาทจ่ี ะใหเ้ ลอื่ นชั้นปี หรอื เรยี นซ้าชั้น

19.5 ใหห้ ัวหน้าสถานศกึ ษาเปน็ ผูอ้ นมุ ตั ิผลการเรียนและการเล่ือนช้ันปี

500 คมู่ ือนคโักรเมู่ รงียอืเรนนยี กัผนปู้เพรกยี นคนรมอไผงพนปู้ รักกวเรคทิ ียรยนอแางลคนะากัครรเรูโปรียงรนเะรจียแน�าลพปะนกีคมารไรูพศรึกวิทษยาาค2า5ร60

ข้อ 20. การอนุมตั กิ ารจบหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ระดบั 53
มัธยมศกึ ษาตอนต้น

20.1 ผเู้ รียนท่ีจะไดร้ บั การอนุมตั ิใหจ้ บหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช
2551 ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น ต้องมีคุณสมบัตดิ ังนี้

20.1.1 ตอ้ งเรียนวิชาพ้นื ฐานและวชิ าเพม่ิ เตมิ ไม่น้อยกวา่ 81 หนว่ ยกติ โดยเป็น
รายวชิ าพ้ืนฐาน 66 หนว่ ยกติ และรายวชิ าเพ่มิ เตมิ ตามท่ีสถานศึกษากาหนด

20.1.2 ผู้เรยี นไม่มีผลการเรียน 0, ร, มส ในรายวิชาเพิ่มเตมิ
20.1.3 ผู้เรียนมผี ลการประเมิน การอ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์

การประเมินตามทีส่ ถานศกึ ษากาหนด
20.1.4 ผู้เรียนมผี ลการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ในระดบั ผ่านเกณฑก์ าร

ประเมนิ ตามทสี่ ถานศึกษากาหนด
20.1.5 ผเู้ รียนเขา้ ร่วมกิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี นและมผี ลการประเมินผ่านเกณฑก์ าร ประเมนิ

ตามทสี่ ถานศึกษากาหนด
20.2 ให้หวั หน้าสถานศึกษาเป็นผ้อู นุมัติการจบหลกั สูตร

หมวด 4
การโอนผลการเรยี น

ข้อ 21. สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนจากนักเรียนท่ีเรียนรู้จากสถานศึกษาได้ ในกรณี
ต่าง ๆ ได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การเปล่ียนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การละท้ิงการศึกษา
และการขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศและเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากน้ียัง
สามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรูอ้ ื่น ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบัน
ทางศาสนา สถาบันการฝกึ อบรมอาชีพ การศกึ ษาโดยครอบครัว

การเทยี บโอนผลการเรียนต่างหลกั สูตร ควรดาเนนิ การในช่วงกอ่ นเปิดภาคเรยี นแรกหรอื ตน้ ภาค
เรียนแรกที่สถานศึกษาผู้ขอเทียบโอนเป็นนักเรียน ทั้งน้ีนักเรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษา
ต่อเน่ืองในสถานศึกษาที่รับเทียบโอนอย่างน้อย 1 ภาคเรียน โดยสถานศึกษาที่รับการเทียบโอนควรกาหนด
รายวิชา จานวนหนว่ ยกติ ทีจ่ ะรับเทยี บโอนตามความเหมาะสม

ข้อ 22. ผ้เู รียนคนใดยา้ ยสถานศกึ ษาใหส้ ถานศึกษาจัดทาเอกสารแสดงผลการเรยี น ดังน้ี
22.1 ในกรณีที่ผเู้ รียนเรียนที่สถานศึกษาอย่างนอ้ ย 1 ภาคเรยี น ให้ทาระเบยี นแสดงผล
การเรยี น ( ปพ.1)
22.2 ในกรณีที่ผู้เรยี นย้ายสถานศึกษาในระหว่างภาคเรยี น ให้สถานศึกษาทารายงานเวลา
เรยี น ผลการเรียนตามสาระการเรียนรู้ กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น การประเมนิ การอ่าน
คดิ วิเคราะห์ และเขียน และการประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของสถานศึกษา

5511คมู่ ือนกั โเรรงียเนรียผนู้ปคกพมู่ คือนรนมองักไนพเรักรียเรวนยี ทิ นยผแาู้ปลคะกาคครรรู โอปรงรเนะรียจกั นา�เรพปียนีกนมาไรแพศลรึกวะิทษคยาราู คาร

ข้อ 23. สถานศึกษารบั ผเู้ รยี นเขา้ เรียนระหว่างช่วงชั้น ให้ถือปฏิบัติดังนี้
23.1 ให้คณะกรรมการเทยี บโอนของสถานศกึ ษาปฏิบตั ิดังน้ี
23.1.1 พิจารณาระเบียนแสดงผลการเรียน ( ปพ.1 ) ของสถานศึกษาเดิม และ/
หรอื เอกสารอื่น ๆ ท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั การพฒั นาการเรยี นรู้ของผ้เู รียน
ในกรณที ี่ผ้เู รียนย้ายสถานศกึ ษาในระหว่างปีการศกึ ษา ใหส้ ถานศึกษา
พจิ ารณารายงาน เร่อื งเวลาเรียน ผลการเรียนตามสาระการเรียนรู้ กิจกรรม
พัฒนาผู้เรียน การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน และแบบ
บนั ทกึ การประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ของสถานศึกษาเดมิ
23.1.2 ทาการเทียบโอนตามคาส่ังกระทรวงศกึ ษาธิการ และเสนอความเหน็ ในการจัด
ชน้ั เรยี นให้ผเู้ รยี นต่อคณะกรรมการบรหิ ารหลักสูตรและวิชาการของ
สถานศึกษา
23.2 คณะกรรมการบริหารหลักสตู รและวชิ าการของสถานศกึ ษาจัดช้นั เรียนให้ผ้เู รยี น

ขอ้ 24. การโอนผลการเรยี นระหว่างหลักสตู รให้เป็นไปตามคาส่ังกระทรวงศึกษาธกิ าร

หมวดท่ี 5
54 หน้าทขี่ องสถานศึกษา

ขอ้ 25. ใหส้ ถานศกึ ษาจดั ให้มีเอกสารการประเมินผลการเรยี นตา่ ง ๆ ตามทก่ี ระทรวงศกึ ษาธกิ าร
กาหนด ดังต่อไปน้ี
25.1 ระเบยี นแสดงผลการเรยี น ( ปพ.1 )
25.2 หลกั ฐานแสดงวฒุ ิการศึกษา และ/หรือประกาศนียบตั ร ( ปพ.2 )
25.3 แบบรายงานผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา ( ปพ.3 )
25.4 เอกสารแสดงบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน
25.5 เอกสารรายงานผลการพฒั นาคุณภาพผู้เรียนรายบคุ คล ( สมุดประจาตัวนักเรยี น )
25.6 ใบรบั รองผลการศึกษา
25.7 เอกสารระเบยี นสะสม

ข้อ 26. การออกประกาศนยี บตั ร ให้เปน็ ไปตามระเบียบกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา่ ดว้ ยการออก
ประกาศนยี บัตร

ข้อ 27. ในการประเมนิ ผลการเรยี น ใหใ้ ช้คู่มือประเมนิ ผลการเรยี นตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษา
ขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น ของโรงเรยี นพนมไพรวิทยาคาร
ประกอบระเบยี บการประเมินผลฉบับน้ี

522 คูม่ อื นคโักรเู่มรงียอืเรนนยี กัผนปู้เพรกยี นคนรมอไผงพนปู้ รกั กวเรคทิ ียรยนอแางลคนะาักครรเรูโปรียงรนเะรจยี แน�าลพปะนีกคมารไรูพศรกึวทิษยาาค2า5ร60

55

ระเบยี บโรงเรยี นพนมไพรวิทยาคาร

วา่ ด้วยการประเมินผลการเรยี นตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

โดยที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ตามคาสั่ง

กระทรวงศึกษาธิการ ท่ี สพฐ 283 / 2551 ลงวันท่ี 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 เร่ืองให้ใช้หลักสูตร

แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 และกระจายอานาจใหส้ ถานศกึ ษากาหนดหลกั สูตรสถานศกึ ษา

ขน้ึ ใชเ้ อง เพือ่ ใหส้ อดคล้องกบั คาสัง่ ดงั กล่าว

ฉะนั้น อาศัยอานาจตามความในมาตรตรา 21 และมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัตริ ะเบยี บบริหารราชการ

กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธซักราช 2551 โรงเรยี นพนม

56 ไพรวิทยาคาร จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปน้ี ดงั ตอ่ ไปน้ี
ข้อ 1. ระเบียบนี้เรยี กว่า “ ระเบยี บโรงเรียนพนมไพรวิทยาคาร ว่าดว้ ยการวดั และประเมนิ ผล

การเรยี นตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ”

ในระเบียบนี้

คาวา่ “ สถานศึกษา ” หมายถึง โรงเรียนพนมไพรวิทยาคาร

คาวา่ “ ผูเ้ รียน ” หมายถึง ผทู้ ข่ี ้ึนทะเบยี นเป็นนกั เรียนโรงเรียนพนมไพรวทิ ยาคาร

คาวา่ “ ผู้สอน ” หมายถงึ ครูโรงเรียนพนมไพรวิทยาคาร หรอื ผู้ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย

จากหัวหน้าสถานศกึ ษา ให้รบั ผิดชอบเกี่ยวกบั การเรียนการสอน

ข้อ 2. ระเบียบนี้ใหใ้ ชบ้ ังคบั สาหรบั นกั เรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ของปีการศกึ ษา 2552

เปน็ ต้นไป

ข้อ. 3 ใหย้ กเลกิ บรรดาระเบยี บข้อบังคับ หรือคาส่ังอ่ืนใด ในส่วนทโ่ี รงเรียนพนมไพรวิทยาคาร

กาหนดไว้ หรือซ่ึงขัดหรือแย้งกับระเบยี บน้ี ให้ใชร้ ะเบยี บน้แี ทน

ข้อ 4 ใหใ้ ชร้ ะเบยี บนี้ควบคกู่ บั หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ของโรงเรยี นพนมไพรวทิ ยาคาร

ขอ้ 5. ให้หวั หน้าสถานศกึ ษาโรงเรียนพนมไพรวทิ ยาคาร รักษาการให้เปน็ ไปตามระเบียบนี้

544 ค่มู อื นโคกั รเมู่ รงียอืเรนนียักผนปู้เพรกียนคนรมอไผงพนปู้ รักกวเรคทิ ยี รยนอแางลคนะาักครรเรโูปรยี งรนเะรจียแนา� ลพปะนีกคมารไรูพศรึกวทิษยาาค2า5ร60

หมวด 1 57
หลักการในการประเมินผลการเรียน

ข้อ 6. การประเมินผลการเรยี นให้เปน็ ไปตามหลักการ ต่อไปน้ี
6.1 สถานศึกษา มหี นา้ ทปี่ ระเมนิ ผลการเรียนของผเู้ รยี น โดยเปดิ โอกาสใหท้ กุ ฝา่ ยท่เี กยี่ วข้องมีส่วนรว่ ม
6.2 การประเมนิ ผลการเรียน ตอ้ งสอดคล้องและครอบคลมุ มาตรฐานการเรียน
และตวั ชว้ี ัดตามกลุม่ สาระการเรยี นรูท้ ก่ี าหนดในหลักสูตรและจดั ใหม้ กี ารประเมนิ การอา่ น คิด
วเิ คราะหแ์ ละเขยี น คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคต์ ลอดจนกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
6.3 การประเมนิ ผลการเรียน พจิ ารณาจากการพฒั นาการของผูเ้ รยี น ความประพฤติ
การสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปกบั ขบวนการเรียนการ
สอนตามความเหมาะสมของแต่ละระดบั และรปู แบบการศกึ ษา
6.4 การประเมนิ ผลการเรียนรู้ มจี ุดมุ่งหมายเพ่อื ปรับปรุงพัฒนาผู้เรียน พัฒนาการจดั การเรียนรู้
และตัดสนิ ผลการเรยี น
6.5 การวัดและประเมินผลการเรียนรูเ้ ป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอน ต้องดาเนินการด้วย
เทคนิควิธีทีห่ ลากหลาย เพ่ือให้สามารถวัดและประเมนิ ผลผู้เรยี นไดอ้ ยา่ งรอบด้าน ทงั้ ทางดา้ น
ความรู้ ความคดิ กระบวนการ พฤตกิ รรมและเจตคติเหมาะสมกบั สิ่งทต่ี ้องการวดั ธรรมชาติของ
วชิ าและระดบั ของผ้เู รียน โดยตั้งอยูบ่ นพ้ืนฐานของความเทีย่ งตรง ยุติธรรม และเช่ือถอื ได้
6.6 เปิดโอกาสให้ผู้เรียนและผู้มีส่วนเก่ยี วขอ้ งตรวจสอบผลการประเมินผลการเรียนรู้
6.7 ให้มีการเทียบโอนผลการเรยี นระหว่างสถานศึกษาและรูปแบบการศกึ ษาตา่ ง ๆ
6.8 ให้เสถานศึกษาจดั ทาเอกสารหลักฐานการศกึ ษา เพ่ือเปน็ หลักฐานในการประเมินผลการเรียนรู้
รายงานผลการเรียน แสดงวฒุ กิ ารศกึ ษาและรับรองผลการเรยี นของผูเ้ รยี น

หมวด 2
วธิ กี ารวัดและประเมินผลการเรยี น

ขอ้ 7 การประเมินผลเพ่ือปรบั ปรงุ พัฒนาผู้เรียน การจดั การเรียนการสอน ให้ถอื ปฏิบัติดงั นี้
7.1 ผสู้ อนแจ้งให้ผเู้ รยี นทราบมาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชี้วดั ผลการเรียนรู้ วิธกี ารประเมนิ ผลการเรยี น
เกณฑก์ ารผ่าน ผลการเรียนรู้รายภาคและเกณฑ์ข้ันต่าทผี่ า่ นรายวิชาก่อนสอนรายวชิ านนั้ ๆ
7.2 ผลการเรียนรู้จะตอ้ งครอบคลมุ ทั้งด้านความรู้ ทักษะ กระบวนการ คณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ
ค่านยิ มองั พึงประสงค์
7.3 ประเมินผลกอ่ นเรียน เพอ่ื ศึกษาความรู้พน้ื ฐานและความรอบร้ใู นเรอ่ื งที่จะเรยี นของผเู้ รียน

5555คมู่ ือนกั โเรรงยี เนรยีผนปู้คกพูม่ คอืนรนมองักไนพเรักรียเรวนยี ทิ นยผแา้ปูลคะกาคครรรู โอปรงรเนะรียจกั นา�เรพปยี นีกนมาไรแพศลรกึวะทิษคยาราู คาร

7.4 วดั และประเมินผลระหว่างเรยี น เพอื่ ศึกษาผลการเรยี น เพื่อจดั สอนซ่อมเสรมิ และเพ่ือนา

คะแนนจากการวดั ผลไปรวมกับคะแนนวดั ผลปลายภาค โดยให้วัดและประเมินผลตามผลการ

เรียนรู้ การวดั และประเมนิ ผลระหวา่ งภาคประกอบไปดว้ ย

7.4.1 วัดผลและประเมนิ ผลระหวา่ งเรียนเป็นระยะ ๆ โดยใหส้ ถานศกึ ษาเปน็ ผ้กู าหนด

ผลการเรียนรู้

7.4.2 วัดผลกลางภาคอยา่ งนอ้ ย 1 ครั้ง โดยให้สถานศึกษาเป็นผ้กู าหนดผลการเรยี นรู้

การประเมนิ ผลตามขอ้ 7.4.1 และ 7.4.2 ถ้าผู้เรยี นมคี วามรคู้ วามสามารถต่ากว่าเกณฑ์ท่กี าหนด

ไวใ้ นผลการเรยี นรู้ ให้วินิจฉัยหาข้อบกพร่องของผเู้ รียนแล้วสอนซอ่ มเสรมิ ให้สอดคลอ้ งกบั ลกั ษณะของ

การเรียนรู้ของผ้เู รยี น

7.4.3 ประเมินการอา่ น คิดวเิ คราะห์และเขียนสื่อความของผู้เรยี น รายภาค และภาคเรยี น

สุดทา้ ยของช่วงชัน้ โดยให้สถานศกึ ษาเป็นผูก้ าหนดมาตรฐาน ตัวชี้วดั แนวทาง วิธีการ

เกณฑ์การประเมนิ และแนวทางการปรับปรงุ แก้ไขผูเ้ รียนทมี่ ีผลการประเมนิ ไมน่ า่ พงึ พอใจ

7.4.4 ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผูเ้ รียน โดยประเมนิ ตามหลกั สตู รแกนกลาง

การศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 และตามสถานศึกษาเปน็ ผู้กาหนดคุณลกั ษณะ

ท่ีจะประเมินเพิม่ เตมิ เปน็ การประเมนิ คณุ ลกั ษณะแลว้ รวบรวมผลการประเมินจากผู้

58 ประเมินทกุ ฝา่ ยนามาพิจารณาสรุปเป็นรายภาค รายปี เพอ่ื ใช้เปน็ ขอ้ มลู ประกอบในการ
เลือ่ นชน้ั และจบหลักสูตรตอ่ ไป

7.4.5 ประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นเป็นการประเมินปฏิบตั กิ จิ กรรมตามจุดประสงคแ์ ละเวลาใน

การเข้ารว่ มกจิ กรรมตามเกณฑท์ ่กี าหนดไวใ้ นกิจกรรมและใช้เปน็ ขอ้ มลู ประกอบในการ

เลอ่ื นชั้นและจบหลักสูตรต่อไป

7.5 วดั ผลปลายภาคเพอ่ื ตรวจสอบผลการเรยี นโดยวัดใหค้ รอบคลมุ มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ช้วี ดั

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

ข้อ 8 การตัดสนิ ผลการเรยี นให้นาคะแนนระหวา่ งภาคเรยี นกับคะแนนปลายภาคตามอตั ราส่วนท่ี

สถานศกึ ษากาหนดแล้วนามาเปลี่ยนเป็นระดบั ผลการเรียน

ข้อ 9 ใหใ้ ช้ตัวเลขแสดงระดับผลการเรียนในแต่ละรายวิชาดงั ตอ่ ไปนี้

1. ระดับผลการเรยี น 4 หมายถึง ผลการเรียนดีเยีย่ ม ( คะแนน 80 -100)

2. ระดับผลการเรยี น 3.5 หมายถึง ผลการเรียนดมี าก ( คะแนน 75 –79 )

3. ระดับผลการเรียน 3 หมายถงึ ผลการเรยี นดี ( คะแนน 70 – 74 )

4. ระดับผลการเรียน 2.5 หมายถงึ ผลการเรยี นค่อนข้างดี ( คะแนน 65 – 69 )

5. ระดับผลการเรยี น 2 หมายถงึ ผลการเรียนน่าพอใจ ( คะแนน 60 – 64 )

6. ระดบั ผลการเรยี น 1.5 หมายถงึ ผลการเรียนพอใช้ ( คะแนน 55 – 59 )

7. ระดับผลการเรียน 1 หมายถงึ ผลการเรยี นผ่านเกณฑ์ข้นั ต่า ( คะแนน 50 - 54 )

8. ระดบั ผลการเรียน 0 หมายถงึ ผลการเรียนตา่ กว่าเกณฑข์ ัน้ ต่า ( คะแนน < 50 )

566 คู่มือนคโักรเมู่ รงยีือเรนนียักผนปู้เพรกยี นคนรมอไผงพนปู้ รกั กวเรคทิ ยี รยนอแางลคนะากัครรเรโูปรียงรนเะรจียแน�าลพปะนกีคมารไรูพศรกึวิทษยาาค2า5ร60

ข้อ 10. ให้ใชอ้ กั ษรแสดงผลการเรียนท่มี ีเงื่อนไขในแตล่ ะรายวชิ าดังนี้ 59
ร หมายถงึ รอการตดั สนิ หรือยังตัดสินผลการเรียนไมไ่ ด้
มส หมายถงึ ไม่มีสิทธ์เิ ข้ารับการประเมินผลการเรยี นปลายภาคเรียนหรอื ปลายปี
มก. หมายถึง เรยี นโดยไมน่ บั หน่วยกติ มีเวลาเรยี นครบร้อยละ 80 ของเวลาเรียน
ทั้งหมด

ข้อ 11. ให้ใช้อักษรแสดงผลการประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน ดงั น้ี
ผ หมายถงึ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ของสถานศึกษา โดยผ้เู รยี นจะตอ้ งมเี วลาเขา้ รว่ ม
กจิ กรรมไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 80 ของเวลาท้งั หมดท่จี ัดกิจกรรมแตล่ ะภาคเรียน
และตอ้ งผา่ นการประเมินผลการเรียนรทู้ ค่ี าดหวงั สาคัญของกิจกรรมตามที่
กาหนด
มผ หมายถงึ ไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ตอ้ งปรบั ปรงุ โดยผ้เู รียนจะตอ้ งมีเวลาเข้ารว่ ม
กิจกรรมไมถ่ ึงรอ้ ยละ 80 ของเวลาทงั้ หมดทจ่ี ดั กิจกรรมแต่ละภาคเรยี น
ไมผ่ ่านการประเมนิ ผลการเรยี นรทู้ ค่ี าดหวังสาคัญของกจิ กรรมตามที่กาหนด

ข้อ 12. ใหใ้ ช้ตัวเลขแสดงผลการประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขียนสื่อความ และ
การประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ดังนี้
3 หมายถึง ผ่านการประเมนิ ระดบั คุณภาพ “ ดเี ยี่ยม ”
2 หมายถงึ ผ่านการประเมนิ ระดบั คุณภาพ “ ดี ”
1 หมายถงึ ผา่ นการประเมนิ ระดับคุณภาพ “ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน ”
0 หมายถึง “ ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ”

ขอ้ 13. ให้ใชต้ วั เลขแสดงผลการประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และตามสถานศกึ ษา
กาหนดคุณลักษณะทจ่ี ะประเมินเพ่ิมเตมิ ดงั นี้
3 หมายถึง ผา่ นการประเมิน ระดบั คุณภาพ “ ดีเยย่ี ม ”
2 หมายถึง ผา่ นการประเมิน ระดบั คุณภาพ “ ดี ”
1 หมายถงึ ผา่ นการประเมนิ ระดับคุณภาพ “ ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน ”

0 หมายถึง “ ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมิน ”

หมวด 3
การตัดสินผลการเรยี น

ข้อ 14. การตัดสินผลการเรยี น ในระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลายมกี ารตัดสินในหลายลักษณะคอื การ
ผ่านรายวชิ ากาหนดเปน็ ภาคเรียน การเลอ่ื นชั้นกาหนดเปน็ ปกี ารศึกษา และการจบระดบั

5577คู่มือนักโเรรงียเนรยีผนปู้คกพมู่ คอืนรนมองักไนพเรักรยีเรวนยี ทิ นยผแาปู้ลคะกาคครรรู โอปรงรเนะรยีจกั น�าเรพปยี นีกนมาไรแพศลรึกวะทิษคยาราู คาร

มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หลกั เกณฑ์การวดั และการประเมนิ ผลการเรยี นรเู้ พอื่ ตัดสนิ ผลการเรยี น

ของผูเ้ รียนตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 มีดังน้ี

14.1 พจิ ารณาตัดสนิ ผลการเรียนเปน็ รายวิชา ผเู้ รยี นตอ้ งมีเวลาเรียนตลอดภาคเรยี นไมน่ ้อยกวา่

รอ้ ยละ 80 ของเวลาเรียนทัง้ หมดในรายวิชาเรียนน้ัน ๆ

14.2 ผเู้ รยี นตอ้ งไดร้ บั การประเมนิ ทุกตัวชี้วัดและผา่ นเกณฑ์ตามท่ีสถานศกึ ษากาหนด โดย

เกณฑก์ ารผา่ นรายวชิ าพ้ืนฐานและเพ่ิมเตมิ สถานศึกษากาหนดตงั ช้ีวัดต้องผ่านไม่น้อย

กว่ารอ้ ยละ 60 ของแต่ละรายวชิ า การพิจารณาเล่ือนชนั้ ถ้าผเู้ รยี นมีความบกพร่องบาง

ตวั ชีว้ ดั สถานศึกษาอาจพจิ ารณาวา่ สามารถพัฒนาและสอนซอ่ มเสริมได้ กใ็ หอ้ ยู่ใน

ดุลพนิ จิ ของสถานศกึ ษาที่จะผอ่ นผนั ให้เลือ่ นช้ันได้

14.3 ผ้เู รยี นตอ้ งได้รบั การตดั สินผลการเรยี นในทกุ รายวิชา

14.4 ผเู้ รียนต้องไดร้ บั การประเมนิ และมีผลการประเมินผ่านเกณฑท์ ส่ี ถานศกึ ษากาหนดในการ

อ่าน คิดวิเคราะห์และเขยี น คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์และกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น

14.5 ผู้เรียนท่ีไมส่ ามารถผา่ นเกณฑ์ข้นั ต่าที่กาหนดไว้ ให้ไดร้ ะดับผลการเรยี น “ 0 ”

14.6 ผ้เู รียนทที่ ุจรติ ในการสอบวดั ผลและประเมินผลครงั้ ใดกต็ ามหรอื ทุจรติ ในงานท่ี

มอบหมายใหท้ า ในรายวชิ าใด ให้ไดค้ ะแนน “ 0 ” ในครง้ั น้นั

60 14.7 ผูเ้ รยี นท่ีมเี หตุทท่ี าใหป้ ระเมินผลการเรยี นไมไ่ ด้ ใหไ้ ด้ผลการเรียน “ ร ”
14.8 ผ้เู รียนทปี่ ระสงคจ์ ะเรียนวชิ าใด โดยไมต่ อ้ งการระดบั ผลการเรยี นให้อยใู่ นดุลพินจิ ของคณะ

กรรมการบรหิ ารหลักสูตรและวชิ าการของสถานศึกษาที่จะอนญุ าตให้เข้าเรยี นไดแ้ ละถา้ มี

เวลาเรียนครบร้อยละ 80 ของเวลาเรยี นท้ังหมดให้ไดผ้ ลการเรยี น “ มก ”

ข้อ 15. การตัดสินผลการเรยี นกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น ให้ถอื ปฏิบตั ิดังนี้

15.1 พิจารณาตดั สินผลการประเมินกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนเปน็ รายภาคและจบช้ันมัธยมศกึ ษา

ตอนปลาย

15.2 พจิ ารณาตดั สินว่าผเู้ รยี นได้ผลการเรียนกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียนเฉพาะกจิ กรรมท่ผี ู้เรยี น

ได้ผลการเรียน “ ผ ” เท่าน้ัน

15.3 ตดั สินการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นแตล่ ะกิจกรรมพจิ ารณาจากการผ่านจดุ ประสงค์ที่

สาคญั และมเี วลาเรยี นเข้าร่วมกจิ กรรมไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 80 ของเวลาเรยี นท้งั หมดทจี่ ดั

กิจกรรม เมอื่ สิน้ สุดกิจกรรมนามาพิจารณาตัดสนิ ร่วมกนั โดยผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ให้

ไดผ้ ลการเรียน “ ผ ” ถ้าไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมินให้ได้ผลการเรยี น “ มผ ”

ข้อ 16 . การตดั สินการอ่าน คดิ วิเคราะห์และเขียน ให้ถือปฏบิ ัติดงั น้ี

16.1 พจิ ารณาการตัดสินผลการประเมนิ การอา่ น คดิ วิเคราะหแ์ ละเขียนเปน็ รายวิชาและ

จบช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย

16.2 การให้ผลการประเมนิ ถ้าผา่ นเกณฑก์ ารประเมินให้ไดร้ ะดับผลการประเมิน

“ 3 ” หรอื “ 2 ” หรอื “ 1 ”

588 คมู่ ือนคโักรเมู่ รงียือเรนนียกัผน้ปูเพรกียนคนรมอไผงพน้ปู รักกวเรคิทียรยนอแางลคนะากัครรเรูโปรยี งรนเะรจียแนา� ลพปะนีกคมารไรูพศรึกวทิษยาาค2า5ร60

ถา้ ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ใหไ้ ดร้ ะดับผลการเรยี น “ 0 ” 61
ข้อ 17 . การประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผูเ้ รยี น ให้ถอื ปฏิบตั ิดังนี้

17.1 ประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผเู้ รยี นเป็นรายวชิ าและจบชัน้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย
17.2 การให้ผลการประเมิน ถ้าผา่ นเกณฑก์ ารประเมินใหไ้ ด้ระดบั ผลการประเมนิ

“ 3 ” หรอื “ 2 ” หรอื “ 1 ”
ถ้าไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมินใหไ้ ด้ระดับผลการเรียน “ 0 ”
ข้อ 18 . การเปลย่ี นระดับผลการเรียน ให้ถือปฏบิ ัติดงั น้ี
18.1 การเปลีย่ นระดับผลการเรียนจาก “ 0 ” ให้สถานศกึ ษาจดั สอนซอ่ มเสริมมาตรฐาน

การเรียนรู้ / ตัวช้ีวดั ท่ีผ้เู รยี นสอบไมผ่ ่านกอ่ น แลว้ จึงใหส้ อบแก้ตวั การสอบแกต้ วั
ให้สอบแก้ตัวไดไ้ ม่เกิน 2 ครงั้ ทงั้ น้ีตอ้ งดาเนนิ การตามท่ีสถานศึกษากาหนด และให้
เสร็จส้ินในภาคเรยี นถดั ไป ชองปกี ารศกึ ษาน้นั ถา้ มีเหตสุ ดุ วิสยั ให้อยู่ในดลุ พนิ ิจของ
คณะกรรมการบรหิ ารบริหารหลักสตู รและวิชาการของสถานศกึ ษาที่จะพจิ ารณาขยาย
เวลาการแก้”0”ออกไปอกี ตามความเหมาะสม การสอบแกต้ ัวให้ไดร้ ะดับผลการเรยี น
ไมเ่ กิน “ 1 ” ถ้าสอบแก้ตัว 2 ครงั้ แลว้ ยังไดร้ ะดบั ผลการเรียน “ 0”
หรือไม่มาดาเนนิ การขอสอบแกต้ ัว ใหป้ ฏบิ ตั ิดงั นี้
18.1.1 ถ้าเป็นรายวิชาพนื้ ฐานให้เรยี นซ้า
18.1.2 ถา้ เป็นรายวชิ าเพิม่ ให้อยู่ในดุลพนิ จิ ของหวั หน้าสถานศกึ ษาทีจ่ ะให้เรยี นซ้า

หรอื เปลยี่ นรายวชิ าใหม่
18.2 การเปล่ยี นผลการเรยี น “ มส ” แยกเป็น 2 กรณี ดงั นี้

18.2.1 กรณผี ูเ้ รียนได้ผลการเรยี น “ มส ” เพราะมเี วลาเรียนไม่ถงึ รอ้ ยละ 80 แตไ่ ม่
น้อยกว่ารอ้ ยละ 60 ของเวลาเรยี นทงั้ หมด ให้สถานศกึ ษาจัดให้ผเู้ รยี น
เรียนเพ่มิ โดยใชเ้ วลาวา่ งหรอื วนั หยดุ หรือมอบงานใหท้ าจนมเี วลาเรียนครบ
แล้วจงึ ให้สอบเป็นกรณีพเิ ศษ ผลการแก้ “ มส ” ให้ไดร้ ะดับผลการเรยี น
ไม่เกนิ “ 1 ”
การแก้ “ มส ” ในกรณีนี้ ให้กระทาใหเ้ สร็จสิ้นภายใน ปกี ารศึกษานน้ั ๆ
ถ้าผเู้ รียนไมม่ าดาเนนิ การแก้ “ มส ” ตามระยะเวลาท่กี าหนดไว้น้ีใหเ้ รียนซ้า

18.2.2 กรณผี ู้เรยี นได้ผลการเรยี น “ มส ” เพราะมีเวลาเรยี นไมถ่ งึ รอ้ ยละ 60 ของ
เวลาเรียนท้งั หมด ให้สถานศกึ ษาจดั ให้ “ เรียนซา้ ”

18.3 การเปล่ยี นผลการเรยี น “ ร ” ใหป้ ฏิบัตดิ ังน้ี
ในกรณีที่ผู้เรยี นได้ผลการเรยี น “ ร ” เพราะเหตสุ ุดวสิ ยั เมอื่ ผูเ้ รยี นได้เข้าสอบ หรอื

แกป้ ญั หาเสร็จสิ้นแลว้ ให้ไดร้ ะดับผลการเรียน ต้ังแต่ 0 ถงึ 4 แต่ถ้าหากไม่สุดวสิ ัยให้ได้ผล
การเรียน 0 ถงึ 1

5599คมู่ ือนกั โเรรงียเนรียผน้ปูคกพู่มคือนรนมองักไนพเรกั รยีเรวนยี ิทนยผแาปู้ลคะกาคครรรู โอปรงรเนะรยีจกั น�าเรพปียนกี นมาไรแพศลรึกวะทิษคยาราู คาร

การเปลีย่ นแปลงผลการเรียน “ ร ” ใหก้ ระทาใหเ้ สร็จสิ้นภายในปกี ารศึกษานนั้

ถา้ ผู้เรียนไมม่ าดาเนินการแก้ “ ร ” ตามระยะเวลาทีก่ าหนดไว้ใหถ้ อื ปฏบิ ัติดงั นี้

18.3.1 ถ้าเป็นรายวิชาพน้ื ฐานใหเ้ รียนซา้

18.3.2 ถา้ เป็นรายวิชาเพิม่ ใหอ้ ยู่ในดุลพนิ ิจของหัวหน้าสถานศกึ ษาทจี่ ะใหเ้ รยี นซ้า

หรือเปลี่ยนรายวิชาใหม่

18.4 การเปล่ยี นผลการประเมนิ “ มผ ” ของกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน โดยใหผ้ ้เู รียน

ปรบั ปรงุ แกไ้ ขในสว่ นท่ีบกพร่อง แล้วจงึ จะไดร้ ับการตดั สนิ ผลการประเมนิ เป็น “ ผ ”

18.5 การเปลีย่ นผลการประเมิน “ไมผ่ า่ นเกณฑ์การประเมิน” การอ่าน คดิ วิเคราะหแ์ ละเขียน

ของสถานศึกษา โดยให้ผู้เรยี นไดแ้ ก้ไขหรอื ปรับปรุงในส่วนที่ไมผ่ ่านแล้วประเมนิ ใหม่ แลว้

พจิ ารณาผลการประเมินเปน็ “ผา่ นเกณฑ์การประเมิน”

18.6 การเปลย่ี นผลการประเมนิ ”ควรปรบั ปรุง” การประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงคข์ อง

สถานศกึ ษา โดยให้ผเู้ รยี นเขา้ รบั การอบรมและปฏิบัตกิ จิ กรรมคณุ ความดีชดเชยตาม

เกณฑข์ องสถานศกึ ษา แล้วประเมนิ ผลใหม่ แลว้ พจิ ารณาผลการประเมินเปน็ “ผา่ นเกณฑ์

การประเมนิ ”

18.7 การเรยี นซ้าให้อยู่ในดุลยพินจิ ของคณะกรรมการบรหิ ารหลักสูตรและวิชาการของ

62 สถานศึกษาท่จี ะกาหนดช่วงเวลาในการเรียนซา้ ให้เหมาะสม และต้องประเมินผลการ
เรียนตามทรี่ ะเบียบน้ีกาหนดไว้

ข้อ 19. การอนุมตั กิ ารเลื่อนชน้ั ปี

19.1 ต้องไดร้ ะดับผลการเรยี น ตงั้ แต่ “ 1 – 4 ” ของวิชาพน้ื ฐานของปีการศึกษานั้น

19.2 ตอ้ งไดร้ ะดบั ผลการเรียน ตงั้ แต่ “ 1 – 4 ” ของรายวิขาเพิ่มเติมของปีการศึกษานัน้

ยกเว้น ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6

19.3 ผ้เู รียนต้องไดร้ ับการประเมนิ ผ่านเกณฑ์ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน การประเมินการอา่ น

คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น และการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคใ์ นปีการศกึ ษาน้ัน ๆ

19.4 ถ้าผู้เรียนไม่มีคุณสมบัติครบตาม ขอ้ 19.1 หรอื 19.2 หรอื 19.3 ใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ จิ

ของหัวหนา้ สถานศกึ ษาที่จะใหเ้ ลื่อนช้ันปี หรือเรียนซา้ ชน้ั

19.5 ให้หัวหนา้ สถานศกึ ษาเปน็ ผู้อนมุ ัติผลการเรยี นและการเล่ือนชน้ั ปี

ขอ้ 20. การอนมุ ตั กิ ารจบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ระดบั

มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

20.1 ผูเ้ รยี นทีจ่ ะได้รับการอนมุ ตั ใิ ห้จบหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช

2551 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ต้องมีคุณสมบตั ิดังน้ี

20.1.1 ต้องเรยี นวิชาพื้นฐานและวิชาเพ่ิมเติม ไม่นอ้ ยกว่า 81 หน่วยกติ โดยเป็นรายวชิ า

พน้ื ฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามทส่ี ถานศึกษากาหนด

600 คมู่ ือนคโักรเมู่ รงยีือเรนนียกัผนู้ปเพรกยี นคนรมอไผงพน้ปู รกั กวเรคทิ ยี รยนอแางลคนะากัครรเรูโปรียงรนเะรจียแน�าลพปะนกีคมารไรูพศรกึวิทษยาาค2า5ร60

20.1.2 ผเู้ รยี นไมม่ ผี ลการเรียน 0, ร, มส ในรายวิชาเพ่ิมเติม
20.1.3 ผูเ้ รียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวเิ คราะหแ์ ละเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การ

ประเมนิ ตามที่สถานศกึ ษากาหนด
20.1.4 ผู้เรียนมผี ลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑก์ ารประเมิน

ตามทสี่ ถานศกึ ษากาหนด
20.1.5 ผู้เรยี นเข้าร่วมกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นและมีผลการประเมนิ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน

ตามท่สี ถานศึกษากาหนด
20.2 ใหห้ วั หนา้ สถานศึกษาเปน็ ผูอ้ นุมตั ิการจบหลักสูตร

หมวด 4
การโอนผลการเรียน

ขอ้ 21. สถานศกึ ษาสามารถเทียบโอนผลการเรยี นจากนักเรียนท่ีเรยี นรจู้ ากสถานศึกษาได้ ในกรณตี ่าง ๆ 63
ได้แก่ การย้ายสถานศกึ ษา การเปล่ยี นรปู แบบการศกึ ษา การย้ายหลกั สตู ร การละทิ้งการศึกษาและการขอกลับ
เขา้ รับการศกึ ษาต่อ การศึกษาจากตา่ งประเทศและเขา้ ศึกษาต่อในประเทศ นอกจากน้ยี ังสามารถเทยี บโอนความรู้
ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้อ่ืน ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันทางศาสนา สถาบันการ
ฝึกอบรมอาชพี การศึกษาโดยครอบครัว

การเทียบโอนผลการเรียนต่างหลักสูตร ควรดาเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนแรกหรือต้นภาค
เรียนแรกที่สถานศึกษาผู้ขอเทียบโอนเปน็ นักเรียน ท้ังน้ีนักเรยี นทไ่ี ด้รับการเทียบโอนผลการเรยี นตอ้ งศึกษาต่อเนื่อง
ในสถานศึกษาทรี่ ับเทียบโอนอย่างนอ้ ย 1 ภาคเรียน โดยสถานศกึ ษาท่รี บั การเทยี บโอนควรกาหนดรายวิชา จานวน
หนว่ ยกติ ทจ่ี ะรับเทยี บโอนตามความเหมาะสม

ขอ้ 22. ผ้เู รียนคนใดย้ายสถานศกึ ษาใหส้ ถานศึกษาจัดทาเอกสารแสดงผลการเรียน ดังนี้
22.1 ในกรณที ี่ผเู้ รยี นเรียนท่สี ถานศกึ ษาอย่างนอ้ ย 1 ภาคเรียน ให้ทาระเบียนแสดง
ผลการเรยี น ( ปพ.1)
22.2 ในกรณีที่ผู้เรียนย้ายสถานศกึ ษาในระหว่างภาคเรียน ให้สถานศกึ ษาทารายงานเวลาเรียน
ผลการเรียนตามสาระการเรียนรู้ กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน การประเมนิ การอา่ น คดิ
วเิ คราะห์ และเขยี น และการประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงคข์ องสถานศึกษา

ข้อ 23. สถานศกึ ษารับผเู้ รียนเขา้ เรียนระหว่างชว่ งชน้ั ใหถ้ อื ปฏบิ ัติดงั นี้
23.1 ให้คณะกรรมการเทยี บโอนของสถานศึกษาปฏบิ ัติดังน้ี
23.1.1 พจิ ารณาระเบียนแสดงผลการเรยี น ( ปพ.1 ) ของสถานศกึ ษาเดิม และ/หรอื
เอกสารอน่ื ๆ ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั การพฒั นาการเรียนรขู้ องผูเ้ รยี น

6611ค่มู อื นักโเรรงยี เนรยีผน้ปูคกพู่มคอืนรนมองกัไนพเรักรยีเรวนียทิ นยผแาปู้ลคะกาคครรรู โอปรงรเนะรยีจักน�าเรพปยี นกี นมาไรแพศลรกึวะิทษคยาราู คาร

ในกรณีที่ผู้เรียนย้ายสถานศึกษาในระหว่างปีการศึกษา ให้สถานศึกษาพิจารณา
รายงาน เรอื่ งเวลาเรียน ผลการเรยี นตามสาระการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น
การประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขียน และแบบบนั ทกึ การประเมนิ คณุ ลักษณะ
อันพึงประสงค์ของสถานศึกษาเดิม

23.1.2 ทาการเทียบโอนตามคาสั่งกระทรวงศกึ ษาธกิ าร และเสนอความเห็นใน
การจัดชั้นเรียนให้ผู้เรียนต่อคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ
ของสถานศกึ ษา

23.2 คณะกรรมการบริหารหลักสตู รและวชิ าการของสถานศึกษาจัดช้นั เรยี นใหผ้ เู้ รยี น
ขอ้ 24. การโอนผลการเรียนระหว่างหลักสูตรให้เปน็ ไปตามคาสง่ั กระทรวงศึกษาธิการ

หมวดที่ 5
หน้าท่ขี องสถานศึกษา

ขอ้ 25. ใหส้ ถานศกึ ษาจดั ใหม้ ีเอกสารการประเมนิ ผลการเรียนต่าง ๆ ตามท่กี ระทรวงศึกษาธกิ ารกาหนด

64 ดงั ต่อไปนี้
25.1 ระเบยี นแสดงผลการเรียน ( ปพ.1 )

25.2 หลกั ฐานแสดงวฒุ กิ ารศกึ ษา และ/หรือประกาศนยี บัตร ( ปพ.2 )

25.3 แบบรายงานผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา ( ปพ.3 )

25.4 เอกสารแสดงบันทกึ ผลการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียน

25.5 เอกสารรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบคุ คล ( สมุดประจาตัวนักเรียน )

25.6 ใบรับรองผลการศึกษา

25.7 เอกสารระเบยี นสะสม

ขอ้ 26. การออกประกาศนยี บตั ร ให้เปน็ ไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวา่ ดว้ ยการออก

ประกาศนยี บัตร

ข้อ 27. ในการประเมินผลการเรยี น ใหใ้ ช้ค่มู ือประเมินผลการเรยี นตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา

ขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ของโรงเรยี นพนมไพรวทิ ยาคาร

ประกอบระเบียบการประเมินผลฉบบั น้ี

622 คูม่ อื นคโักรเูม่ รงียอืเรนนยี กัผนปู้เพรกยี นคนรมอไผงพนู้ปรกั กวเรคิทยี รยนอแางลคนะาักครรเรูโปรียงรนเะรจยี แน�าลพปะนกีคมารไรูพศรึกวทิษยาาค2า5ร60

65

66

หมวด 1 บททวั่ ไป

ขอ้ 5 ครทู ุกคนมหี นา้ ที่ในการปกครองนกั เรียน

ขอ้ 6 นายทะเบยี น มีหน้าท่ีดงั ตอ่ ไปนี้

1. ลงทะเบยี นประวัตนิ ักเรยี นเกี่ยวกบั การปกครองนักเรยี นให้เป็นปจั จบุ ัน
2. เกบ็ รวบรวมทะเบียน วเิ คราะห์ขอ้ มลู ท่ีเกย่ี วกบั การปกครองนกั เรยี น โดยขอ้ มูลนักเรยี นถือเปน็

ความลับ ผู้ปกครอง ครทู ี่ปรึกษาประจาช้นั และครูปกครองที่เก่ียวข้องเทา่ นนั้ ท่จี ะขอรบั ทราบ
ข้อมลู ได้
3. ใหบ้ รกิ ารทาบัตรประจาตัวนักเรยี น บตั รอนุญาตตา่ ง ๆ ของกล่มุ บรหิ ารงานบุคคล
4. แจง้ ผู้ปกครองเมือ่ นกั เรียนมปี ญั หา และมกี ารลงโทษนกั เรียนตั้งแตข่ ัน้ ว่ากล่าวตกั เตอื น

ขอ้ 7 ผปู้ กครอง มหี น้าที่ดังตอ่ ไปน้ี

1. ให้ความร่วมมอื กับโรงเรยี นในการอบรม ส่ังสอน ควบคมุ ความประพฤติ และสง่ เสรมิ การศึกษาเล่า 67
เรียนของนักเรยี นในปกครอง โดยให้นกั เรียนแตง่ กาย แตง่ เครื่องแบบและประพฤติตนตามระเบียบ
ของโรงเรยี น หรอื ตามทีก่ ฎหมายกาหนด

2. เปน็ ผู้อุปการะ อุปถมั ภ์ นักเรียนในเรอื่ งตา่ ง ๆ ท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั การส่งเสรมิ การศึกษาของนักเรยี นใน
ปกครอง

3. เขา้ ร่วมประชุมเพือ่ รับทราบ นโยบายและขอ้ ปฏิบตั ติ ่าง ๆ ของโรงเรยี น
4. ตดิ ตอ่ กบั โรงเรียนอยู่เสมอ หรือเม่อื โรงเรียนตดิ ต่อขอเชญิ เพือ่ จะได้ทราบความก้าวหน้าและปญั หา

ต่าง ๆ เก่ียวกับการศึกษาและใหค้ วามรว่ มมอื แก้ปัญหานัน้ ๆ
5. เป็นสมาชกิ สมาคมผปู้ กครอง และครูโรงเรยี นพนมไพรวิทยาคาร
6. ต้องมามอบตัว และลาออกจากโรงเรียน ใหก้ ับนักเรียนดว้ ยตนเอง
7. เมื่อยา้ ยท่อี ยู่ หรือความเปน็ ผู้ปกครองส้ินสดุ ลงด้วยประการใด ๆ ใหแ้ จ้งโรงเรยี นเปน็ ลายลกั ษณ์

อกั ษร
8. เปน็ สมาชกิ สมัชชาเครอื ข่ายผ้ปู กครองนักเรียน โรงเรยี นพนมไพรวิทยาคาร

ข้อ 8 วันเรมิ่ ต้นปีการศึกษา นักเรียนทุกคนจะมีคะแนนความประพฤติคนละ 100 คะแนน

6655ค่มู อื นักโเรรงยี เนรยีผนูป้คกพมู่ คือนรนมองักไนพเรักรียเรวนยี ิทนยผแา้ปูลคะกาคครรรู โอปรงรเนะรยีจักน�าเรพปยี นีกนมาไรแพศลรึกวะทิษคยาราู คาร

หมวด 2 การปอ้ งกนั มิใหน้ ักเรียนกระทาความผิด

ข้อ 9 ครูปกครอง มีหนา้ ท่ปี ระชุมชี้แจง หรอื ประชาสัมพันธใ์ หค้ รูและนักเรียนทกุ คนทราบเก่ียวกบั ระเบยี บ
ขอ้ กาหนด แนวปฏบิ ัติตนและแนวดาเนนิ การทเ่ี กย่ี วกบั การปกครองนักเรยี น และกากับดูแลให้เป็นไป
ตามน้ัน

1. ให้ครูปกครองประสานงานกับครู และผู้เกยี่ วข้อง ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี นอยเู่ สมอเพ่อื
แสวงหาความร่วมมือในการปกครองนักเรยี นด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย

2. ใหค้ รูปกครองจัดเวรทาหน้าทต่ี รวจตรา สงั เกต สืบ เฝา้ ระวงั ป้องกนั พฤตกิ รรมท่ไี มพ่ งึ ประสงค์
ของนักเรยี นตามสถานที่ต่าง ๆ

3. ใหค้ รูปกครองจดั ให้มกี ารประชุมอบรม เพ่อื สง่ เสรมิ ใหน้ กั เรียนปฏบิ ตั ติ นเป็นคนดี มคี ุณธรรม
จริยธรรมรู้จักใชเ้ วลาว่างเป็นประโยชน์ รจู้ กั รับผิดชอบในหนา้ ท่ีของตนเอง มคี วามกตัญญนู อบนอ้ ม
ถอ่ มตน และปฏิบัตติ นใหอ้ ยู่ในระเบยี บวนิ ัยของโรงเรยี นอยู่เสมอ

4. ให้ครูปกครองประเมนิ ผลการพฒั นาพฤติกรรมนกั เรียนทุกคน
5. ครปู กครอง มีสทิ ธิ์ตรวจคน้ นกั เรยี นท่ีมีพฤตกิ รรมนา่ สงสัยวา่ จะกระทาความผิดได้โดยวธิ ีการที่
68 เหมาะสมและมพี ยานรูเ้ หน็ ด้วย

หมวด 3 การส่งเสรมิ ใหน้ ักเรยี นกระทาความดี

ขอ้ 10 นักเรียนท่ีกระทาความดีแตล่ ะครงั้ จะได้รบั คะแนนความประพฤติเพมิ่ ตามรายการต่อไปนี้

ท่ี ลักษณะการกระทาความดี คะแนน
1 ช่วยรกั ษาความสะอาดของโรงเรยี นนอกเหนอื จากบรเิ วณที่รับผิดชอบ 5
2 เป็นตวั แทนของโรงเรยี นไปร่วมกิจกรรม
40
- ระดับชาติ 30
- ระดับภาค 20
- ระดบั เขตพืน้ ที่
3 ได้รบั การแตง่ ตัง้ ให้ทาหนา้ ท่ี 60
- ประธานนกั เรียน 40
- รองประธานนกั เรยี น 30
- กรรมการนกั เรยี น / หัวหนา้ ห้อง

666 ค่มู อื นคโกั รเูม่ รงยีอืเรนนียกัผนปู้เพรกยี นคนรมอไผงพนปู้ รกั กวเรคิทยี รยนอแางลคนะากัครรเรโูปรยี งรนเะรจยี แน�าลพปะนีกคมารไรูพศรกึวทิษยาาค2า5ร60

ท่ี ลกั ษณะการกระทาความดี คะแนน 69
- ผู้นากจิ กรรมตา่ ง ๆ ของโรงเรียน 20
- ประธานคณะสี 40
- รองประธานคณะสี 30
- กรรมการคณะสี / รองหัวหนา้ ห้อง 20

4 ชว่ ยงานตามกลุม่ บริหาร กลุ่มสาระฯ 20
- เป็นประจา 10
- เปน็ ครัง้ คราว 10
5
5 เกบ็ สิ่งของมีค่าบุคคลอื่นได้ และนามาแจง้
6 บริจาคเงนิ เพอื่ การกศุ ลมอบเปน็ สาธารณะประโยชน์ วดั โรงเรยี น ฯลฯ 5
7 ไดร้ ับการยกย่องใหเ้ ปน็ ผู้มีความประพฤติเรียนรอ้ ยหรือมผี ลการเรียนดีเด่น 10
20
- ระดับหอ้ ง 20
- ระดับสายชัน้ 10
- ระดบั โรงเรยี น 20
8 ประพฤตติ นเป็นพลเมืองดี เสียสละตอ่ ราชการและสงั คม 20
9 ช่วยเหลอื เพือ่ นนกั เรียนทด่ี ้อยกวา่ ตน เชน่ ให้หนงั สอื หรอื เส้ือผ้าชดุ นักเรยี น
10 ช่วยระงับยบั ย้งั การทะเลาะวิวาทของเพ่อื นนักเรียน 30
11 แจ้งชื่อผ้กู ระทาความผิดหรอื ความเสยี หายให้กับทางโรงเรยี นหรือส่วนรวมใหค้ รู
ทราบ
12 มคี วามอดทน เสียสละ ช่วยเหลือบุพการี ครู ผสู้ งู อายุ ผ้ดู ้อยโอกาส หรือผู้พิการ
จนเป็นแบบอย่างได้

ขอ้ 11 การใหค้ ะแนนนอกเหนอื รายการตามขอ้ 10 ให้เป็นอานาจของรองผอู้ านวยการสถานศึกษากล่มุ บริหาร
กิจการนักเรยี น

ขอ้ 12 นักเรียนสามารถยน่ื คาขอคะแนนเพิม่ ไดด้ ้วยตนเอง หรือครู หรือบุคคลทเ่ี ก่ียวข้องย่ืนคาขอคะแนนความ
ประพฤตเิ พม่ิ ให้นักเรียนท่กี ระทาความดี พร้อมหลกั ฐานทเี่ ชอื่ ถอื ได้ และมผี ู้รับรองแล้วนาเสนอท่ีงาน
สารวตั รและส่งเสริมวนิ ยั นกั เรยี นกลมุ่ บรหิ ารงานบุคคล

ข้อ 13 คะแนนความดีท่นี ักเรยี นได้รบั จะมีผลต่อการพจิ ารณาให้รางวัล ประกาศเกียรติคุณ ทนุ การศกึ ษาสทิ ธิ
ในการศกึ ษาตอ่ และอ่นื ๆ ทีเ่ ปน็ การตอบแทนในคุณความดีท่ีนกั เรยี นกระทา ดงั น้ี

6677ค่มู อื นกั โเรรงยี เนรยีผน้ปูคกพ่มู คอืนรนมองักไนพเรกั รียเรวนยี ิทนยผแาู้ปลคะกาคครรรู โอปรงรเนะรียจกั น�าเรพปยี นีกนมาไรแพศลรกึวะทิษคยาราู คาร

ท่ี คะแนนสะสม ประเภทรางวัลทีไ่ ด้รับ

1 130 - 149 ประกาศ ยกย่องชมเชย

2 150 - 179 ใบประกาศเกียรตคิ ุณจากโรงเรียน

3 180 - 199 ใบประกาศเกยี รติคุณจากนายอาเภอพนมไพร

4 200 ขนึ้ ไป ใบประกาศเกียรติคุณจาก สานักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 27

ข้อ 14 ให้ครปู กครองดาเนินการ หรอื จัดกิจกรรมสง่ เสริมใหน้ ักเรียนกระทาความดี นอกเหนอจากการใหค้ ะแนน
เชน่ การจัดประกวดมารยาท การประกวดหอ้ งเรียน การเสนอประวัตนิ ักเรยี นตวั อย่างการจดั ทาสถติ ิ
ห้องเรียนทที่ าความดี การสง่ เสริมการบาเพ็ญประโยชนต์ ่อโรงเรยี น และสงั คม เป็นตน้

หมวด 4 การแก้ไขนักเรียนที่กระทาความผิดให้กลับตนเป็นคนดี

ข้อ 15 นักเรียนทที่ าผดิ ระเบยี บของโรงเรียน หรอื ระเบยี บท่เี กีย่ วข้องจะได้รบั การลงโทษ การลงโทษนกั เรียน

แบ่งเป็น 4 สถาน คอื

70 1. วา่ กล่าวตกั เตือน
2. ทาทัณฑบ์ น

3. ตัดคะแนนความประพฤติ

4. ทากจิ กรรมเพอื่ ใหป้ รับเปลย่ี นพฤตกิ รรม

ข้อ 16 การลงโทษตาม ข้อ 15 ไมจ่ าเปน็ ตอ้ งเรียงตามลาดบั เสมอไป หากผู้อานวยการเหน็ ว่าเป็นโทษรุนแรง
อาจลงโทษตามความเหมาะสม

ขอ้ 17 ให้ครมู ีสิทธยิ์ ึดอปุ กรณ์ต่าง ๆ ทน่ี ักเรยี นนาติดตวั มาโรงเรยี น ที่อาจเป็นเครอ่ื งมอื กระทาความผิดไดแ้ ละ
ใหน้ ามาเก็บรกั ษาไวท้ ี่กลุ่มบรหิ ารกจิ การนกั เรียน หากนกั เรียนมคี วามประสงค์ทีจ่ ะขอรับคนื จะต้อง
กระทา ภายใน 15 วนั นับจากวนั ถูกยดึ โดยย่นื ความประสงคข์ อรับคืนทีก่ ลุ่มบริหารกิจการนกั เรยี น
หรือผอู้ านวยการ

ขอ้ 18 ให้ครู มีสทิ ธิล์ งโทษนักเรียนที่กระทาผิด ตามระเบียบนี้ ตามขอ้ 15 (1) หรือ เสนอใหค้ รปู กครอง
ดาเนนิ การลงโทษตาม ขอ้ 15 (2) การดาเนินการดังกล่าวตอ้ งแจง้ ให้รองผู้อานวยการกล่มุ บรหิ ารงาน
บคุ คลทราบเป็นลายลกั ษณ์อักษร

688 คู่มอื นคโักรเู่มรงียือเรนนยี ักผนู้ปเพรกยี นคนรมอไผงพนู้ปรักกวเรคิทียรยนอแางลคนะาักครรเรูโปรียงรนเะรจยี แน�าลพปะนีกคมารไรูพศรึกวิทษยาาค2า5ร60

ข้อ 19 การตดั คะแนนความประพฤติ ให้ปฏิบัติตามลกั ษณะความผิดดังน้ี

หมวด ลักษณะความผิด คะแนน
ความผดิ ทถ่ี กู ตัด

1.การแตง่ กาย 5

1.1 ทรงผม แต่งหน้า ทาสีเล็บ ไว้หนวด ไว้เครา ไม่กลัดกระดุมเสือ้ ให้เรียบร้อย 5
10
ปลอ่ ยชายเสอ้ื (ยกเวน้ นกั เรยี นหญงิ ม.ตน้ และชุดกฬี าสเี ขียว) 10

1.2 ใสเ่ ครือ่ งประดบั (ยกเวน้ นาฬกิ า) 5

1.3 แต่งกายผิดระเบยี บของทางโรงเรียน 10
20
1.4 แต่งชุดนักเรยี นเข้าไปในโรงมหรสพหรือสถานเริงรมย์ เว้นแตน่ กั เรียนพักอยู่ใน 60
20
สถานที่นั้น ๆ หรอื ได้รบั อนญุ าตจากโรงเรียน 60
20
1.5 แต่งเครอ่ื งแบบนกั เรียนไม่สภุ าพเรียบรอ้ ยในสถานทสี่ าธารณะ 30
80
2.ความประพฤติ 90
60
2.1 ประพฤติไมเ่ หมาะสม / ประพฤติกา้ วรา้ ว 60
60
2.2 ทาให้ผู้อ่นื เดือดร้อน เสียหาย 40 71
60
2.3 ข่มขู่ / กรรโชกทรพั ยผ์ อู้ ื่น 20
20
2.4 เลน่ การพนนั ทกุ ประเภท / พบอุปกรณ์เกยี่ วกับการพนนั / อยู่ในกลุม่ ทีเ่ ลน่ การพนนั 30

2.5 ลักขโมย

2.6 สบู บุหรี่ / พบบหุ ร่ี หรอื อปุ กรณเ์ ก่ียวกับการสบู บุหรี่

2.7 ด่ืมสุรา / พบสรุ า / ซื้อสรุ า

2.8 เสพส่ิงเสพติด / มสี ิ่งเสพติดไวค้ รอบครอง

2.9 จาหนา่ ยส่งิ เสพติด

2.10 ทาลายทรัพย์สินของผ้อู ่นื หรอื ของโรงเรยี น

2.11 เข้าไปในสถานท่ีทไี่ มเ่ หมาะสม ต้องหามหรือสถานบริการ

2.12 พกพาอาวธุ มาโรงเรียน

2.13 ทะเลาะววิ าทกบั เพ่ือนนกั เรยี น กบั บุคคลอน่ื / สถานศึกษาอื่น

2.14 ชกั ชวนบุคคลภายนอกเขา้ มากอ่ กวน ทะเลาะวิวาทในโรงเรียน

2.15 ยุยงให้เกดิ การแตกแยกความสามัคคีในหมูค่ ณะ

2.16 มพี ฤตกิ รรมชสู้ าว อยกู่ นั สองต่อสองในทสี่ าธารณะเวลากลางวัน

2.17 มีพฤตกิ รรมชู้สาว อยกู่ ันสองต่อสองในที่สาธารณะยามวกิ าล

6699คู่มอื นักโเรรงยี เนรียผนู้ปคกพมู่ คือนรนมองักไนพเรกั รยีเรวนียทิ นยผแาู้ปลคะกาคครรรู โอปรงรเนะรยีจักน�าเรพปียนกี นมาไรแพศลรกึวะิทษคยาราู คาร

หมวด ลกั ษณะความผิด คะแนน
ความผิด ทถ่ี กู ตัด

2.18 ไม่สง่ เอกสารทางโรงเรยี นให้ผู้ปกครอง 20
10
2.19 เขา้ ห้องน้าครู (ยกเว้นไดร้ ับอนุญาต)
10
3. การใชย้ านพาหนะ 10
10
3.1 ขับขยี่ านยนตใ์ นบริเวณโรงเรียนโดยไม่ไดร้ ับอนญุ าต 20
30
3.2 ขับขย่ี านยนต์เสยี งดงั เกนิ กาหนด 30
10
3.3 ไมส่ วมหมวกนิรภยั 20

3.4 ขบั ขย่ี านพาหนะและบรรทุกซ้อนท้ายเกินกฎหมายกาหนด 5
10
3.5 ไมจ่ อดยานพาหนะในสถานทท่ี ีโ่ รงเรยี นกาหนด 10
10
3.6 นายานพาหนะออกนอกสถานที่จอดกอ่ นเวลาเลิกเรียน หรอื กอ่ นได้รับอนญุ าต 10
20
3.7 อยู่ในบรเิ วณโรงจอดรถจกั รยานยนตข์ องโรงเรยี นโดยไมไ่ ด้รับอนญุ าต 20

3.8 ขับขย่ี านพาหนะโดยไม่มใี บอนญุ าตขบั ขี่ 10
5
4. การมาโรงเรยี น 10
72 4.1 มาสาย 5
10
4.2 หนเี รียน / กจิ กรรมต่าง ๆ ทโี่ รงเรยี นกาหนด 10

4.3 หนีโฮมรมู 10

4.4 หนกี จิ กรรมสวดมนต์ / กจิ กรรมหนา้ เสาธง

4.5 ขาดเรยี นไม่แจ้ง / ไม่สง่ ใบลา

4.6 ปลอมลายเซ็นผู้ปกครอง / ครู

4.7 หนีเรยี นโดยไมอ่ ยูใ่ นบริเวณโรงเรยี น

5. การรบั ประทานอาหาร

5.1 เขา้ ไปในบรเิ วณโรงอาหารนอกเวลาท่โี รงเรียนกาหนด

5.2 ไมเ่ ขา้ แถวซอื้ อาหาร / ลัดคิวซ้ืออาหาร

5.3 ซ้ืออาหารรบั ประทานนอกเวลาท่ีโรงเรียนกาหนด

5.4 น่ังรับประทานอาหารไม่สุภาพ เสียงดัง

5.5 ไมน่ าภาชนะใส่อาหารส่ง-เกบ็ ในทก่ี าหนดให้

5.6 ซ้อื อาหารนอกบริเวณโรงเรียน

6. การรกั ษาความสะอาด

6.1 ไมท่ าความสะอาดบรเิ วณทรี่ ับผิดชอบ

700 คู่มือนคโกั รเ่มู รงียือเรนนยี ักผนูป้เพรกยี นคนรมอไผงพนูป้ รักกวเรคทิ ยี รยนอแางลคนะาักครรเรโูปรยี งรนเะรจยี แน�าลพปะนกีคมารไรูพศรึกวทิษยาาค2า5ร60

หมวด ลกั ษณะความผิด คะแนน
ความผิด ท่ีถกู ตัด

6.2 ท้งิ ขยะไมถ่ กู ที่ 10
20
6.3 ขีดเขยี นฝาผนงั / โต๊ะ เก้าอี้ 10

6.4 นาอาหารขนึ้ ไปรับประทานบนอาคารเรยี น / ห้องเรียน / โรงจอดรถ 20

7. เบด็ เตลด็ 20

7.1 ใช้เคร่อื งมือส่อื สาร / ชาร์จแบตเตอรี่โดยไม่ได้รบั อนุญาต / ใช้เครือ่ งมือสือ่ สารทีไ่ ม่

เหมาะสม เช่น เลน่ เกม สอื่ ลามกอนาจาร ติดต่อส่ือสารกับบุคคลภายนอกท่ไี มใ่ ช่

ผูป้ กครอง ใช้สือ่ ละเมิดสทิ ธ์ิของผอู้ ่นื เปน็ ต้น

7.2 ออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไมไ่ ดร้ บั อนญุ าต

ขอ้ 20 ให้ครปู กครอง ลงโทษนกั เรียนท่ีถูกตัดคะแนนความประพฤตจิ ากขอ้ 19 ตามหลกั เกณฑ์ นี้

คะแนน ระดับโทษที่ได้รับ 73
5–8 ครทู ีป่ รึกษาประจาชนั้ อบรมตกั เตือน
20 ครูปกครอง เรียกเข้าพบรบั การอบรมตักเตอื น
30 อบรมตกั เตอื น ตัดคะแนนความประพฤติ ทากจิ กรรมพฒั นา
40
เชิญผูป้ กครองมารว่ มอบรมตักเตือน และรับรองความประพฤตติ ดั คะแนนความ
60 ประพฤติ ทากิจกรรมพัฒนา

70 เชญิ ผปู้ กครองมารว่ มอบรมตกั เตอื น และรับทราบการทาทัณฑ์บน ตัดคะแนน ทา
80 กจิ กรรมพัฒนา
เชิญผู้ปกครองมาร่วมรบั ทราบพฤตกิ รรม และรว่ มแกไ้ ขพัฒนา
เชิญผปู้ กครองมารับทราบพฤติกรรม แล้วใหแ้ กไ้ ขพัฒนา

ข้อ 21 นกั เรียนท่จี บชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 หรอื จบหลกั สตู รชว่ งช้ันที่ 2 ท่ีถูกตัดคะแนน 80 คะแนนข้นึ ไป
หากจะศึกษาตอ่ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 หรือช่วงช้นั ที่ 3 ตอ้ งได้รับการเห็นชอบจากผู้อานวยการ

ขอ้ 22 นกั เรียนทีม่ ปี ระวตั ถิ ูกลงโทษ ใหม้ ผี ลต่อการพิจารณาให้ทุนการศึกษา การคดั เลือกเขา้ ศึกษาตอ่ การรับ
เกียรตบิ ัตรตา่ ง ๆ และสิทธอิ ื่น ๆ

7711คมู่ ือนกั โเรรงยี เนรยีผนู้ปคกพู่มคอืนรนมองกัไนพเรกั รียเรวนียิทนยผแาู้ปลคะกาคครรรู โอปรงรเนะรยีจักนา�เรพปียนีกนมาไรแพศลรกึวะทิษคยาราู คาร

หมวด 5 ว่าดว้ ยการมาโรงเรียน

ขอ้ 23 นกั เรยี นตอ้ งมาโรงเรยี นให้ทนั เวลา
1. นกั เรียนที่มาเข้าแถวไม่ทัน เม่อื เรมิ่ เชิญธงชาตจิ ะถือว่าไมไ่ ดร้ ว่ มกิจกรรมหนา้ เสาธง
2. นกั เรยี นทีไ่ มร่ ่วมกจิ กรรมหน้าเสาธงโดยไม่มเี หตผุ ลอันควร ให้ทากิจกรรมพัฒนา

ข้อ 24 นกั เรียนทีไ่ ม่เข้าเรียน หรือไม่ได้ร่วมกิจกรรม มีผลต่อนกั เรยี น คอื
1. เวลาเรยี นไม่ครบ 80 % ในรายวิชาใด ไม่มสี ิทธ์ิสอบวชิ านน้ั
2. ร่วมกิจกรรมใดไมค่ รบ 80 % ไมผ่ ่านกิจกรรมนน้ั และตอ้ งแกก้ จิ กรรมนั้น ๆ ด้วย

ขอ้ 25 นกั เรียนไม่มาโรงเรยี นโดยไม่สง่ ใบลาหรือแจง้ ให้ครทู ่ีปรกึ ษาประจาชั้นทราบ จะถอื วา่ ขาดเรียน
ถา้ ขาดเรยี นติดต่อกัน 3 วัน โรงเรียนจะสอบถามไปยงั ผปู้ กครองเปน็ ครงั้ ที่ 1 และรออกี 4 วนั
ถ้ายงั ไม่มกี ารตอบรบั โรงเรียนจะตดิ ต่อไปเปน็ ครัง้ ท่ี 2 และรออกี 7 วนั ถ้าไมม่ ีการตอบรับ
โรงเรียนก็จะดาเนินการตามประกาศคณะปฏิวตั ิ ฉบับท่ี 132 ลงวันท่ี 22 เมษายน 2515

ขอ้ 26 นักเรียนท่ีไม่มาโรงเรียนโดยมเี หตจุ าเป็น และส่งใบลาทถี่ กู ตอ้ ง มีผลดี คอื

74 1. กรณเี วลาเรยี นไมค่ รบ 80 % ซงึ่ ไมม่ ีสทิ ธ์ิสอบอาจได้รับการอนุโลมใหม้ สี ทิ ธ์ิสอบได้
2. กรณีรว่ มกจิ กรรมไม่ครบ 80 % อาจไดร้ ับการอนโุ ลมใหผ้ า่ นกจิ กรรมได้

ขอ้ 27 ใบลาทีถ่ ูกต้องคอื ใบลาทมี่ ีรูปแบบและเขียนชดั เจน มผี ปู้ กครองลงชอื่ รับรองทา้ ยใบลาส่งถึงครูท่ี
ปรึกษาประจาชั้นไว้ลว่ งหน้าหรอื สง่ ในวนั ลา นกั เรียนท่มี าถงึ โรงเรียนแล้ว แต่มคี วามจาเปน็ ตอ้ งลา
จะต้องมคี รูท่ีปรึกษาประจาชั้นลงชือ่ รบั รองท้ายใบลา และในกรณีจาเปน็ ที่ไม่อาจสง่ ใบลาตามที่
กาหนด ใหน้ าส่งใบลาดว้ ยตนเองในวนั แรกทส่ี ามารถมาโรงเรยี นได้ ผู้ทป่ี ลอมแปลงลายมอื ชือ่
ผู้ปกครองในใบลา จะถูกลงโทษตามระเบียบของทางโรงเรยี น

ข้อ 28 นกั เรียนทีม่ าโรงเรยี นแตไ่ มเ่ ข้าเรยี น หรือเขา้ เรียนแตห่ ลบหนีก่อนเวลา ถือวา่ หนเี รยี นซ่ึงจะมผี ล
เช่นเดยี วกนั กบั การขาดเรียนวิชาน้นั ๆ และถกู ลงโทษตามระเบยี บของทางโรงเรียน

ขอ้ 29 นกั เรยี นทเ่ี ข้าเรยี นในเรยี นในวชิ าใดช้ากว่ากาหนด 5 นาที ถอื ว่าเข้าห้องเรยี นสาย

ขอ้ 30 โรงเรยี นไม่อนญุ าตใหน้ กั เรียนออกนอกบริเวณโรงเรียน ต้ังแตเ่ ริม่ เขา้ แถวเคารพธงชาตจิ นเลิกเรียน
หากนกั เรยี นหากนักเรยี นคนใดฝ่าฝืนจะได้รบั โทษจากทางโรงเรยี น กรณที ่ีนกั เรียนมีความจาเปน็
อยา่ งย่ิงท่จี ะออกนอกบรเิ วณโรงเรยี น ใหน้ กั เรยี นปฏบิ ัติดงั ต่อไปนี้

722 คู่มือนโคกั รเมู่ รงยีอืเรนนยี กัผนู้ปเพรกียนคนรมอไผงพนูป้ รกั กวเรคิทียรยนอแางลคนะาักครรเรโูปรียงรนเะรจียแนา� ลพปะนกีคมารไรูพศรกึวทิษยาาค2า5ร60

1. การออกระหว่างคาบเรยี น ใหน้ ักเรียนบนั ทึก ใบขออนุญาตออกนอกบรเิ วณโรงเรยี นโดย 75
ครผู สู้ อนในคาบน้ัน ๆ เหน็ ชอบลงชื่อรับรอง แลว้ กล่มุ บรหิ ารกิจการนกั เรยี นจะ
อนญุ าต ตามความจาเปน็

2. การออกนอกบรเิ วณโรงเรียนในระหวา่ งพักกลางวนั ให้ยนื่ บนั ทกึ ขออนญุ าต ต่อครเู วร
ประจาวนั ท่กี ลุ่มบรหิ ารกิจการนกั เรยี น

3. กอ่ นออกนอกบรเิ วณโรงเรียน นักเรยี นจะตอ้ งนาใบอนญุ าต ไปขอรบั บัตรอนญุ าตออก
นอกบรเิ วณโรงเรียนท่ีป้อมยาม และต้องติดบัตรไว้ในตาแหนง่ ท่ีบุคคลอน่ื สามารถ
มองเห็นไดช้ นั เจน แล้วคืนบตั รท่ีปอ้ มยามทนั ที เมอื่ กลบั เข้าโรงเรยี น

4. ถา้ นักเรียนทาบตั รอนุญาตออกนอกบรเิ วณ ชารุด สูญหาย ตอ้ งเสยี ค่าปรับ 20
บาท ทกี่ ลมุ่ บริหารกจิ การนกั เรียน

5. ถา้ นกั เรยี นคนใดมีเจตนาไมส่ ง่ บัตรอนญุ าตออกนอกบรเิ วณโรงเรียนคนื หรือให้บุคคลอ่นื
ใดใช้ตอ่ ไป หรอื ไมบ่ ตั รขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรยี นภายในกาหนดเวลาจะ
จะต้องได้โทษตามระเบยี บของทางโรงเรยี น

หมวด 6 กิริยามารยาทในห้องเรยี น

เพ่ือใหเ้ กิดความเรยี บร้อยและแสดงถงึ วัฒนธรรม มารยาทอนั ดีงามจงึ ให้นกั เรยี นปฏบิ ตั ิดังนี้

ข้อ 31 ใหเ้ วรทาความสะอาดประจาวนั มาถึงโรงเรยี นก่อนเวลากิจกรรมหน้าเสาธง อยา่ งน้อย 15 นาที เพ่ือ
ทาสะอาดห้องเรยี นและบริเวณท่ีรบั ผิดชอบให้เรียบร้อยกอ่ นเรม่ิ กจิ กรรมหนา้ เสาธง หรือตามข้อตกลง

ข้อ 32 ในขณะทคี่ รูอยใู่ นห้องเรยี น นกั เรยี นจะตอ้ งปฏบิ ตั ิตามระเบยี บเก่ียวกับการเรยี นการสอนของแต่ละวชิ า
อยา่ งเคร่งครัด ไม่ส่งเสียงดงั จนห้องใกลเ้ คียงราคาญ การลกุ จากโตะ๊ เรียน การออกนอกหอ้ งเรียน
ทกุ คร้ังตอ้ งไดร้ บั อนญุ าตจากครผู ้สู อนก่อน

ข้อ 33 ในขณะทีค่ รูไม่อยู่ในหอ้ งเรียน ให้ปฏิบัติเหมอื นกบั ครอู ยู่ในหอ้ งเรียน ไม่ส่งเสียงดงั ไม่หยอกลอ้ กันไม่
ลกุ จากโต๊ะเรยี น ให้หวั หน้าช้นั เปน็ ผดู้ ูแลความเป็นระเบียบของห้อง นกั เรยี นทุกคนตอ้ งเช่ือฟังหวั หนา้
ชัน้ หรือรองหัวหนา้ ชนั้ หรอื ผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมายจากครใู นขณะที่ครไู มอ่ ยู่ในห้องเรียน

ขอ้ 34 ไม่อนญุ าตให้นาโทรศพั ทม์ ือถือ เครอ่ื งมอื ส่ือสารใด ๆ เกม และของมีคา่ มาโรงเรยี น

ข้อ 35 กรณีที่นักเรยี นไปใชบ้ ริการ หอ้ งพเิ ศษต่าง ๆ ใหป้ ฏิบตั ิตามกฎระเบียบของหอ้ งน้ัน ๆ อย่างเคร่งครดั

7733คูม่ ือนกั โเรรงยี เนรยีผน้ปูคกพูม่ คือนรนมองกัไนพเรกั รียเรวนยี ิทนยผแาปู้ลคะกาคครรรู โอปรงรเนะรียจักน�าเรพปยี นีกนมาไรแพศลรึกวะิทษคยาราู คาร

หมวด 7 การทาความเคารพ

โรงเรียนมุง่ ส่งเสรมิ ใหน้ ักเรยี นเปน็ ผ้มู สี มั มาคารวะต่อ พ่อ แม่ ครู ญาติผู้ใหญ่ บุคคลสาคัญ
สถานท่สี าคัญ และแสดงการเคารพตอ่ นักเรยี นดว้ ยกนั เพอ่ื ดารงรักษาขนบธรรมเนยี มประเพณีของไทยจงึ วาง
แนวปฏบิ ตั ดิ งั ตอ่ ไปนี้

ข้อ 36 เมอ่ื นักเรยี นมาถงึ ประตโู รงเรยี น ใหท้ าความเคารพครูเวร พรอ้ มกบั กลา่ วคาวา่ “สวัสดีคะ่ ” หรือ
“สวัสดคี รับ” แล้วเดนิ เข้าส่โู รงเรียน เมือ่ พน้ ประตโู รงเรยี นเล็กน้อย ให้หยดุ ทาความเคารพ
พระพุทธรูป(พระศิริมงคลชยั ) และสิง่ ศักด์ิสทิ ธ์ิ (พระชยั มงคล) ประจาโรงเรียน โดยหันหน้าไป
ทศิ ทางท่ีประดิษฐานพระพุทธรูปและสิ่งศักดส์ิ ทิ ธ์ิ และทาความเคารพตามลาดบั

ข้อ 37 การทาความเคารพใหก้ ระทาโดยการไหว้

ข้อ 38 เมื่อครเู ดินเข้าห้องเรยี นให้หัวหน้าชนั้ บอกว่า “นกั เรยี นเคารพ” ให้นักเรยี นทุกคนยืนข้ึนยกมอื ไหวพ้ ร้อม
กลา่ วคาวา่ “สวสั ดีครับ หรอื สวัสดคี ่ะ” พร้อมกนั ทุกคน เมื่อครสู ง่ั ใหน้ งั่ ให้กล่าวคาว่า “ขอบคุณ
ครบั หรือขอบคุณค่ะ” แล้วจงึ นัง่ ลง ในกรณีทีเ่ รียนวชิ าภาคปฏบิ ัติหรือวชิ าพิเศษอ่ืน ๆ ให้เปน็ ไปตามท่ี

76 ครูประจาวชิ านัน้ ๆ กาหนด

ข้อ 39 เมอ่ื หมดเวลาเรียนแต่ละวชิ า กอ่ นครผู ู้สอนออกจากหอ้ งเรียน ใหห้ ัวหน้าชน้ั บอกว่า “นกั เรียนเคารพ”
ใหน้ กั เรยี นทุกคนยนื ข้นึ ยกมือไหว้ พรอ้ มกล่าวคาวา่ “ขอบคุณครบั หรอื ขอบคณุ ค่ะ”
พรอ้ มกนั ทกุ คน

ข้อ 40 การเขา้ พบครู ใหน้ ักเรียนอยหู่ า่ งครปู ระมาณ 1 – 2 กา้ ว ทาความเคารพ แลว้ รายงานตัวพรอ้ มแจ้ง
ความประสงค์ การพดู กับครใู หใ้ ชว้ าจาสภุ าพ และอยใู่ นอาการสารวม เมื่อเสร็จธรุ ะ ให้นักเรยี นกล่าว
ขอบคณุ พรอ้ มทาความเคารพในกรณีทคี่ รนู ่ังกับพนื้ เม่ือนกั เรยี นเขา้ พบใหห้ ยุดอย่หู ่างประมาณ 1 – 2 ก้าว
ยกมอื ไหว้ แล้วนั่งลงรายงานตวั แจ้งความประสงคเ์ มือ่ เสร็จธุระให้นกั เรียนกล่าวขอบคณุ พรอ้ ม
ทาความเคารพแลว้ เดินเขา่ ถอยหลังได้ระยะพอสมควรจงึ ลุกขนึ้ เดิน

ขอ้ 41 เมอื่ ครู ผู้ปกครอง หรอื ผู้ใหญ่เดนิ ผา่ น หรือสวนทางกับนักเรยี นให้นกั เรยี นยกมอื ไหว้ พร้อมกล่าว
ทักทายด้วยคาว่า “สวัสดีครบั หรือสวัสดีค่ะ” ยกเวน้ กรณีทน่ี ักเรยี นถือสิง่ ของอยใู่ นมือ ใหน้ กั เรยี นโค้ง
ศรี ษะพองาม

ข้อ 42 ขณะขับข่ีพาหนะสวนทางกับครู ผูป้ กครอง หรือผู้ใหญ่ ใหก้ ม้ ศีรษะพองามโดยไม่ต้องหยุดพาหนะ

744 คมู่ อื นโคกั รเมู่ รงียอืเรนนียักผนปู้เพรกยี นคนรมอไผงพนู้ปรักกวเรคทิ ยี รยนอแางลคนะาักครรเรูโปรียงรนเะรจยี แนา� ลพปะนีกคมารไรูพศรึกวิทษยาาค2า5ร60

ข้อ 43 ให้นักเรียนแสดงความเคารพครู ผู้ปกครอง หรือผู้ใหญ่ อยา่ งสม่าเสมอท้งั ในและนอกบรเิ วณโรงเรยี น
พร้อมกล่าวคาทกั ทายด้วยคาวา่ “สวสั ดีครับ หรือ สวสั ดคี ะ่ ”

ข้อ 44 โอกาสตอ่ ไปนนี้ กั เรยี นไม่ต้องทาความเคารพ
1. ขณะอยู่ในระเบยี บแถว
2. ขณะรบั ประทานอาหาร
3. ขณะทางานเร่งด่วน
4. ขณะที่มกี ารประชุม

หมวด 8 การแต่งกาย

ข้อ 45 การแต่งกายสาหรบั นกั เรยี นชาย ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนต้นและตอนปลาย

เส้ือ เป็นเสอ้ื เช้ิตแขนสนั้ สขี าวเกล้ยี ง ผ้าเนอื้ เรยี บมีสาบ อก กระเป๋าด้านซา้ ย 1 ใบ สว่ นทางดา้ น
ขวามือ หนา้ อกเสอื้ ใหป้ กั พ.ว. และปักชอ่ื – สกุล ใตอ้ ักษร พ.ว.

พ.ว. 77
ตวั อย่าง เอกราช พนมไพร

ตวั อักษรยอ่ โรงเรียน พ.ว. และช่อื – สกลุ สงู 1.5 เซนตเิ มตร ขนาดเสื้อให้พอเหมาะกบั
รา่ งกาย ไม่เล็กไม่ใหญจ่ นเกนิ ไป

การปกั จดุ เพอ่ื แสดงระดบั ชัน้ ของนักเรยี นโรงเรียนพนมไพรวทิ ยาคาร

1. ปักจุดกลมบนปกเส้ือด้านซ้าย ขนาดเส้นผา่ ศูนย์กลาง 0.3 เซนติเมตร
2. ปักจุดระดบั ช้นั ตามระดับช้ันที่เรียน ดังนี้

2.1 ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ปกั จดุ สนี ้าเงนิ
จานวนจดุ ตามระดับชน้ั คอื
มัธยมศึกษาปีที่ 1 ปัก 1 จดุ 
มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ปกั 2 จุด 
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ปกั 3 จุด 

7755คู่มอื นกั โเรรงียเนรยีผนปู้คกพมู่ คอืนรนมองักไนพเรกั รยีเรวนียิทนยผแาู้ปลคะกาคครรรู โอปรงรเนะรียจักน�าเรพปียนกี นมาไรแพศลรกึวะิทษคยาราู คาร

2.2 ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ปกั จุดสีแดง
จานวนจดุ ตามระดบั ชนั้ คอื
มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ปกั 1 จดุ 
มัธยมศึกษาปที ี่ 5 ปกั 2 จดุ 
มัธยมศึกษาปีท่ี 6 ปกั 3 จดุ 

3. ในกรณีท่ีปกั มากกวา่ 1 จดุ ให้มรี ะยะห่างระหวา่ งจดุ 0.5 เซนตเิ มตร
กางเกง ใชก้ างเกงขาสั้น สีกากี มจี ีบหน้า 2 จบี กระเปา๋ ด้านละ 1 ใบ ไมม่ ีกระเป๋าหลัง มีหู
สาหรับสอดเขม็ ขัด 7 หู ปลายขากางเกงพอเหมาะ (ยาวเหนือเขา่ ประมาณ 4 น้วิ จากกึ่งกลาง
สะบา้ )
เขม็ ขดั เป็นเข็มขัดสนี ้าตาล มคี วามกวา้ ง 3 – 4 เซนตเิ มตร หัวเขม็ ขดั เปน็ โลหะสเ่ี หลี่ยม หรือจะใช้
เขม็ ขัดลูกเสอื ก็ได้
รองเท้า เป็นรองเท้าหนังหรอื รองเท้าผา้ ใบสนี ้าตาลชนิดมีสายผูก ไมม่ ีลวดลาย ถุงเทา้ สนี ้าตาล ไมเ่ ป็น
ลกู ฟกู ไมอ่ นุญาตให้ใชถ้ งุ เท้าลกู เสอื กับชดุ นักเรียน
78 ทรงผม ม.ตน้ ใหไ้ ว้ผมรองทรงสูงส้ันได้ แตผ่ มด้านหน้าและกลางศีรษะยาวไมเ่ กนิ 4 เซนติเมตร
ห้ามใส่เยล หรอื นา้ มนั ใส่ผม หา้ มตกแต่งเปลี่ยนแปลงสผี มให้ผิดจากสีผมตามธรรมชาตเิ ด็ดขาด
ทรงผม ม.ปลาย ใหไ้ ว้ผมรองทรงสูงสนั้ ได้ แต่ผมด้านหนา้ และกลางศรี ษะยาวไมเ่ กนิ 6 เซนติเมตร
หา้ มใส่เยล หรือน้ามนั ใสผ่ ม ห้ามตกแต่งเปล่ยี นแปลงสผี มใหผ้ ิดจากสีผมตามธรรมชาตเิ ด็ดขาด
ข้อ 46 การแตง่ กายสาหรบั นกั เรยี นหญิง ชั้นมธั ยมศึกษาตอนตน้
เสอื้ เปน็ เส้ือขาวแขนสน้ั จบั กลบี รอบ ๆ แขน คอเส้ือทรงทหารเรือ ผา้ เนื้อเรียบไม่มลี วดลายกระเป๋าอยู่
ดา้ นลา่ งมุมซา้ ย 1 ใบ หน้าอกด้านขวาปกั อักษรย่อโรงเรียน พ.ว. และปกั ชื่อ – สกุลใตต้ วั อกั ษร พ.ว.
ปกเส้อื ด้านซา้ ย ปักจดุ แสดงระดับชนั้ ดว้ ยด้านสีน้าเงิน ขนาดเสอ้ื พอเหมาะกับร่างกาย ไม่เลก็ ไมใ่ หญ่
จนเกนิ ไป

ตัวอยา่ ง

766 คมู่ อื นคโกั รเูม่ รงยีอืเรนนียกัผนปู้เพรกียนคนรมอไผงพนปู้ รักกวเรคทิ ยี รยนอแางลคนะากัครรเรโูปรยี งรนเะรจยี แนา� ลพปะนีกคมารไรูพศรกึวิทษยาาค2า5ร60

กระโปรง เป็นสีกรมท่าจบี หน้า หลงั ซ้ายและขวาด้านละ 3 จีบ ชายกระโปรงใหย้ าวเลยกึง่ กลาง
สะบ้าหัวเขา่ ลงไปประมาณ 15 เซนติเมตร กระเปา๋ จะมหี รอื ไมม่ กี ็ได้

รองเท้า เปน็ รองเทา้ หนังสีดา มีสายคาด หรือเปน็ รองเทา้ ผา้ ใบสีขาว มีสายผูกไมม่ ีลวดลาย

ถงุ เท้า เป็นสีขาวไม่มลี วดลายให้พับเหนอื ตาตุ่ม

โบวผ์ กู เสือ้ ให้ใช้ตามแบบของกระทรวงศึกษาธกิ าร

ทรงผม ให้ตดั ส้ันระดบั ตา่ กว่าระดบั ใบหูไม่เกิน 2 เซนติเมตร หรอื ถ้าไว้ผมยาวต้องรวบผมให้เรียบร้อยผูก
ดว้ ยโบวส์ ีดาหรือสีน้าเงนิ ล้วน หรือสีกรมทา่ ไมม่ ลี วดลาย ห้ามซอย ตกแต่ง ห้ามใส่น้ามันใสผ่ มหรอื เยล
หา้ มเปลย่ี นแปลงสีผมให้ผิดจากสีผมธรรมชาติเดด็ ขาด

ขอ้ 47 การแตง่ กายสาหรบั นักเรยี นหญิงชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

เสอ้ื เป็นเส้ือเชต้ิ สขี าว ผา้ เนือ้ เรยี บไม่มลี วดลาย แขนส้นั จับกลีบรอบ ๆ แขน หนา้ อกเสอ้ื ด้านขวาปัก 79
อกั ษรย่อโรงเรยี น พ.ว. และปกั ช่ือ – สกุลใต้ตัวอักษร พ.ว. ปกเสอ้ื ดา้ นซ้าย ปกั จดุ แสดงระดับช้ันด้วย
ด้ายสีแดง ขนาดเส้อื พอเหมาะกับรา่ งกาย ไม่เลก็ ไม่ใหญจ่ นเกนิ ไป ขนาดเสอ้ื พอเหมาะกับรา่ งกายไมเ่ ล็ก
ไมใ่ หญจ่ นเกนิ ไป

ตัวอย่าง

กระโปรง เปน็ สีกรมท่าจีบหน้า หลงั ซา้ ยและขวาดา้ นละ 3 จบี ชายกระโปรงให้ยาวเลยก่งึ กลาง
สะบา้ หัวเข่าลงไปประมาณ 15 เซนติเมตร กระเปา๋ จะมีหรอื ไมม่ กี ไ็ ด้
รองเทา้ เป็นรองเท้าหนงั สดี า มีสายคาด หรือเป็นรองเท้าผา้ ใบสีขาว มีสายผกู ไม่มลี วดลาย
ถุงเทา้ เป็นสีขาวไม่มลี วดลายใหพ้ บั เหนือตาตมุ่
เข็มขดั เปน็ หนังสดี า กวา้ งประมาณ 3 – 4 เซนติเมตร หัวเข็มขัดเปน็ โลหะสีดา

7777คู่มอื นกั โเรรงยี เนรียผนปู้คกพ่มู คือนรนมองกัไนพเรักรยีเรวนียทิ นยผแาูป้ลคะกาคครรรู โอปรงรเนะรยีจักน�าเรพปยี นีกนมาไรแพศลรึกวะิทษคยาราู คาร

ทรงผม ให้ไว้ผมทรงเดียวกันกบั ม.ต้น ถ้าไวผ้ มยาวต้องรวบผมใหเ้ รียบร้อยผูกด้วยโบว์สีดาหรอื สีน้าเงนิ
หรอื สีกรมทา่ ไม่มลี วดลาย ห้ามซอย ตกแต่ง ดัดหรือเปลยี่ นสีผมตา่ งจากสีผมธรรมชาติ

ขอ้ 48 เครื่องแบบอน่ื ๆ ให้ใช้เฉพาะวันทม่ี กี ารเรยี นกจิ กรรมนน้ั ๆ และให้ปักตวั อกั ษรยอ่ โรงเรยี น พ.ว. ช่ือ-สกุล
และจุดแสดงระดบั ชน้ั เช่นเดียวกนั กบั เสื้อเชติ้ นักเรยี น

ขอ้ 49 นกั เรยี นจะตอ้ งไม่ขีดเขียนหรือทาเครอ่ื งหมายใด ๆ ลงบนเคร่ืองแบบนกั เรยี นโดยเด็ดขาด ยกเวน้ เปน็
เครือ่ งแบบของโรงเรยี น หรือไดร้ บั อนญุ าตจากทางโรงเรยี น

หมวด 9 การจราจรในโรงเรยี น

ขอ้ 50 นักเรยี นผ้ใู ชร้ ถใช้ถนนในโรงเรียนต้องปฏบิ ัติตามกฎจราจรโดยเคร่งครดั
แนวปฏบิ ัตใิ นการใช้รถใช้ถนนให้ปฏบิ ัติดังนี้

1. กรณีเดนิ เท้า ใหเ้ ดินเป็นแถวชิดขอบขวาถนน ห้ามเดินเป็นกลุม่ หรือหยอกล้อกนั
2. กรณที ม่ี ีทางเท้าใหน้ กั เรียนเดินบนทางเท้า
3. กรณขี ับขรี่ ถจกั รยานหรือรถจกั รยานยนต์ ให้ชดิ ซ้ายของถนน ใหเ้ ปน็ แถวเรยี งหน่ึง

80 ใช้ความเรว็ ต่า

4. นกั เรยี นทใี่ ช้รถจกั รยานยนต์จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดและจะตอ้ ง

สวมหมวกนิรภัยทัง้ ผขู้ ับขแ่ี ละผ้โู ดยสาร

5. กรณใี ช้รถยนตโ์ ดยสารประจาทาง ใหข้ ึน้ หรือลงรถอย่างเป็นระเบียบตามลาดบั

โดยคานงึ ถงึ ความปลอดภัย สถานทจี่ อดรถรบั ส่งนกั เรยี นให้เปน็ ไปตามทโี่ รงเรยี นกาหนด

ขอ้ 51 เพื่อความเป็นระเบยี บและมีความปลอดภยั แกพ่ าหนะทนี่ ักเรียนนามาในโรงเรยี นให้ปฏิบตั ดิ งั น้ี
1. นาพาหนะไปจอดตามทีก่ าหนด
2. ใส่กญุ แจป้องกันการโจรกรรมทกุ ครง้ั ที่จอด
3. ห้ามนกั เรียนอยูใ่ นบรเิ วณทีจ่ อดพาหนะก่อนเวลาเลิกเรียน
4. หา้ มฝากพาหนะไว้ที่บ้านของบคุ คลภายนอกซ่ึงไมใ่ ช่ญาติ
5. โรงเรยี นจะถือว่านกั เรียนท่จี อดรถไว้นอกโรงเรียนมเี จตนาหนีเรยี น มีโทษตามระเบยี บ
6. การขอออกนอกบริเวณโรงเรยี นตอ้ งระบุพาหนะพรอ้ มเลขทะเบียน

ข้อ 52 ห้ามนักเรียนเดนิ ลดั สนาม สวนหยอ่ ม หรือบริเวณที่โรงเรียนห้ามไว้ กอ่ นไดร้ บั อนญุ าต ยกเว้นการใช้
สนามเพื่อการเรยี น หรือทากิจกรรมสว่ นรวม หรือไดร้ ับอนญุ าตจากทางโรงเรียน

ข้อ 53 ห้ามนกั เรียนทีย่ งั ไม่มใี บอนุญาตขบั ขร่ี ถจักรยานยนตข์ ับข่ีรถจักรยานยนต์มาโรงเรยี น

788 คู่มอื นโคกั รเู่มรงยีอืเรนนยี กัผนปู้เพรกยี นคนรมอไผงพนปู้ รักกวเรคิทยี รยนอแางลคนะากัครรเรูโปรียงรนเะรจียแนา� ลพปะนีกคมารไรูพศรกึวิทษยาาค2า5ร60

ขอ้ 54 ห้ามนักเรียนขับขี่รถยนตม์ าโรงเรียน

หมวด 10 กรรมการนกั เรยี น

โรงเรยี นมงุ่ ส่งเสริมใหน้ กั เรียนมคี วามรู้ ความเข้าใจ มีทักษะและมจี ติ สานึกทด่ี ตี ่อการปกครองในระบอบ
ประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ เ์ ป็นประมขุ รวมทั้งส่งเสริมให้นกั เรยี นมสี ว่ นร่วมในการพฒั นาโรงเรยี น จึง
กาหนดให้มกี รรมการนักเรยี น ดงั นี้

ข้อ 55 กรรมการห้องประกอบดว้ ย 81
1. หัวหน้าหอ้ ง 1 คน ทาหนา้ ท่ีบรกิ ารห้องช่วยครูทีป่ รกึ ษาประจาชน้ั
2. รองหัวหน้าห้องเรยี น ทาหนา้ ทีแทนหวั หน้าห้องเมือ่ หวั หน้าหอ้ งไมอ่ ยู่
3. ธรุ การห้อง 1 คน รอง 1 คน ทาหนา้ ทธี่ ุรการห้อง เช่น การเงนิ พัสดุ ประชาสัมพันธ์ ติดตอ่
ประสานงานตา่ ง ๆ
4. วิชาการหอ้ ง 1 คน รอง 1 คน ทาหน้าท่จี ดป้ายนเิ ทศ จดั นิทรรศการความรูต้ า่ ง ๆ
5. ปกครองห้อง 1 คน รอง 1 คน ทาหนา้ ทีร่ ักษาระเบยี บวนิ ยั ของหอ้ ง
6. บรกิ ารห้อง 1 คน รอง 1 คน ทาหนา้ ท่บี รกิ ารห้องในด้านตา่ ง ๆ เชน่ ความสะอาดหอ้ ง จัด
สวสั ดิการห้อง

ขอ้ 56 กรรมการคณะสี ประกอบด้วย
1. หวั หน้าคณะสี 1 คน ทาหนา้ ท่ชี ่วยครูทีป่ รกึ ษาหัวหน้าคณะสี
2. รองหวั หนา้ คณะสี ชาย 1 คน หญิง 1 คน ทาหนา้ ที่ช่วยหัวหน้าคณะสี

3. วิชาการคณะ 1 คน รอง 1 คน ทาหนา้ ทีว่ ิชาการคณะสี

4. ธุรการคณะ 1 คน รอง 1 คน ทาหน้าที่ธุรการคณะสี

5. ปกครองคณะ 1 คน รอง 1 คน ทาหนา้ ทปี่ กครองคณะสี

6. บริการคณะ 1 คน รอง 1 คน ทาหนา้ ท่ีบรกิ ารคณะสี

ข้อ 57 คณะกรรมการนกั เรยี น ประกอบด้วย

1. ประธานนักเรยี น 1 คน ทาหน้าที่เป็นผ้แู ทนนกั เรียนท้งั หมด
2. รองประธานนกั เรยี น 1 คน ทาหน้าที่ช่วยประธานนักเรียน
3. เลขานกุ าร 1 คน รองเลขานุการ 2 คน ทาหนา้ ทบ่ี ันทกึ การประชุม ประสานงานทัว่ ไป
4. ปฏคิ ม 1 คน รองปฏิคม 9 คน
5. หวั หน้าหอ้ ง ห้องละ 1 คน ทาหน้าทเ่ี ปน็ ตัวแทนนักเรียนแต่ละห้อง

7799คู่มอื นกั โเรรงียเนรยีผนปู้คกพู่มคอืนรนมองักไนพเรักรยีเรวนียทิ นยผแาปู้ลคะกาคครรรู โอปรงรเนะรยีจกั น�าเรพปียนีกนมาไรแพศลรึกวะทิษคยาราู คาร

82

กฎกระทรวง 83
กาํ หนดความประพฤตขิ องนักเรยี นและนกั ศึกษา พ.ศ. 2548

อาศยั อานาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 64 แห่งพระราชบญั ญัติคมุ้ ครองเด็ก พ.ศ.2546 อันเปน็
กฎหมายทมี่ บี ทบัญญัตบิ างประการเกีย่ วกบั การจากัดสิทธิ และเสรภี าพของบุคคล ซ่ึงมาตรา 29 ประกอบกับ
มาตรา 31 มาตรา 34 มาตรา 35 มาตรา 36 มาตรา 39 มาตรา 48 และ มาตรา 50 ของรัฐธรรมนญู
แหง่ ราชอาณาจักรไทยบัญญัตใิ ห้กระทาได้ โดยอาศัยอานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายรัฐมนตรี
วา่ การกระทรวงศึกษาธกิ ารออกกฎกระทรวงไว้ ดังตอ่ ไปนี้

ข้อ 1 นักเรียนและนักศกึ ษาต้องไมป่ ระพฤติตน ดังตอ่ ไปน้ี
(1) หนีเรยี นหรอื ออกนอกสถานศกึ ษาโดยไม่ได้รบั อนุญาตในช่วงเวลาเรยี น
(2) เลน่ การพนนั จดั ให้มีการเล่นการพนันหรือม่วั สุมในวงการพนนั
(3) พกพาอาวธุ หรือวัตถรุ ะเบดิ
(4) ซอ้ื จาหน่ายแลกเปลย่ี น เสพสรุ าหรือเครื่องดื่มที่มแี อลกอฮอล์ สิ่งมึนเมาบหุ รี่ หรือ ยาเสพติด
(5) ลักทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ ขม่ ขหู่ รือบงั คับขืนใจเพอื่ เอาทรัพย์บุคคลอืน่
(6) ก่อเหตุทะเลาะววิ าททาร้ายร่างกายผู้อนื่ เตรยี มการหรือกระทาการใด ๆ อันน่าจะ

กอ่ ให้เกดิ ความไม่สงบเรียบร้อยหรอื ขดั ต่อศีลธรรมอันดขี องประชาชน
(7) แสดงพฤติกรรมทางชู้สาวซ่งึ ไม่เหมาะสมในท่สี าธารณะ
(8) เกย่ี วข้องกบั การค้าประเวณี
(9) ออกนอกสถานที่พักเวลากลางคืนเพื่อเทีย่ วเตร่หรือรวมกลุ่มอันเป็นการสรา้ งความเดือด

รอ้ นให้แก่ตนเองหรือผอู้ ่ืน
ข้อ 2 ใหโ้ รงเรยี นหรอื สถานศึกษากาหนดระเบยี บว่าดว้ ยความประพฤติของนักเรยี นและนักศึกษาได้

เทา่ ทไี่ มข่ ัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงน้ี

ให้ไว้ ณ วนั ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2548

จาตรุ นต์ ฉายแสง
รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ

8811คูม่ อื นักโเรรงียเนรยีผนู้ปคกพ่มู คอืนรนมองกัไนพเรักรียเรวนยี ทิ นยผแาปู้ลคะกาคครรรู โอปรงรเนะรยีจักน�าเรพปียนีกนมาไรแพศลรกึวะทิษคยาราู คาร

ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธิการ
วา่ ด้วยการลงโทษนกั เรยี นและนักศกึ ษา พ.ศ. 2548

อาศยั อ�านาจตาามมคคววาามมใในนมมาาตตรราา66แแลละะมมาาตตรราา 65 แหงง่ พพรระะรารชาบชญับญั ญัตุิคัตม้คิ ค้มุ รคอรงเอดงก็ เพด็ก.ศ.พ2.ศ5.426546
รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงศึกษาธกิ ารจึงวางระเบียบว่าด้วยการลงโทษนกั เรียนและนักศึกษาไวด้ งั ต่อไปนี้
ขอ้ 1 ระเบียบน้เี รียกว่า“ระเบยี บกระทรวงศึกษาธกิ ารว่าด้วยการลงโทษนักเรยี นและนักศึกษา
พ.ศ. 2548”
ข้อ 2 ระเบยี บน้ีให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ขอ้ 3 ให้ยกเลกิ ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการว่าดว้ ยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ.2543
ข้อ 4 ในระเบียบน้ี
“ผู้บรหิ ารโรงเรียนหรอื สถานศกึ ษา” หมายความว่า ครใู หญ่ อาจารย์ใหญ่ ผู้อานวยการ อธิการบดี
หรือหวั หน้าของโรงเรียนหรือสถานศกึ ษาหรือตาแหน่งท่ีเรียกชื่ออย่างอนื่ ของโรงเรียนหรอื สถานศึกษานนั้
“กระทาความผดิ ”หมายความว่าการทนี่ กั เรียนหรือนกั ศึกษาประพฤติฝ่าฝืนระเบยี บข้อบังคับของ
สถานศกึ ษาหรอื ของกระทรวงศึกษาธิการ หรือกฎกระทรวงว่าดว้ ยความประพฤติของนกั เรียนและนักศึกษา
“การลงโทษ”หมายความว่าการลงโทษนกั เรียนหรอื นักศึกษาที่กระทาความผดิ โดยมีความมุ่งหมาย
84 เพือ่ การอบรมสง่ั สอน

ขอ้ 5 โทษท่ีจะลงโทษแกน่ ักเรยี นหรอื นักศึกษาที่กระทาความผดิ มี 4 สถาน ดังนี้
(1) ว่ากลา่ วตักเตือน
(2) ทาทัณฑบ์ น
(3) ตัดคะแนนความประพฤติ
(4) ทากจิ กรรมเพ่ือให้ปรบั เปลี่ยนพฤตกิ รรม
ขอ้ 6 ห้ามลงโทษนักเรียนและนกั ศกึ ษาดว้ ยวธิ ีรุนแรงหรอื แบบกลั่นแกล้งหรือลงโทษดว้ ยความโกรธหรือ
ด้วยความพยาบาท โดยให้คานึงถงึ อายขุ องนกั เรียนหรือนักศึกษาและความร้ายแรงของพฤติการณ์
ประกอบการลงโทษด้วยการลงโทษนกั เรียนหรือนักศึกษาให้เปน็ ไปเพ่ือเจตนาทจี่ ะแก้นิสยั และความประพฤติ
ไม่ดขี องนักเรียนหรือนักศึกษาให้สานกึ ในความผดิ และกลบั ประพฤตติ นในทางท่ดี ตี ่อไป ใหผ้ ู้บรหิ ารโรงเรียนหรือ
สถานศกึ ษา หรือผู้ทผ่ี ู้บริหารโรงเรียนหรอื สถานศึกษามอบหมายเป็นผู้อานาจในการลงโทษนกั เรยี น
นกั ศึกษา
ขอ้ 7 การว่ากล่าวตักเตือนใชใ้ นกรณีนกั เรยี นหรือนกั ศกึ ษากระทาความผิดไมร่ ้ายแรง
ขอ้ 8 การทาทัณฑบ์ นใช้ในกรณีนักเรยี นหรือนักศึกษาท่ีประพฤตติ นไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียนหรอื
นักศกึ ษาตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรยี นและนกั ศึกษาหรือกรณีทาให้เสื่อมเสียชือ่ เสยี งและ
เกยี รติศกั ดขิ์ องสถานศึกษาหรือฝ่าฝนื ระเบียบของสถานศึกษาหรือได้รบั โทษว่ากลา่ วตกั เตือนแล้วแตย่ ังไมเ่ ข็ดหลาบ
การทาทัณฑบ์ นใหท้ าเป็นหนังสือและเชิญบิดามารดาหรอื ผู้ปกครองมาบนั ทึกรบั ทราบความผดิ และรบั รองการทา
ทัณฑ์บนไว้ด้วย
ข้อ 9 การตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบยี บปฏบิ ัติว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤติ
นักเรียนและนักศึกษาของแต่ละสถานศึกษากาหนดและให้ทาบนั ทกึ ข้อมูลไว้เป็นหลกั ฐาน

822 คู่มอื นคโักรเ่มู รงยีอืเรนนยี ักผนู้ปเพรกียนคนรมอไผงพนู้ปรกั กวเรคิทยี รยนอแางลคนะาักครรเรโูปรียงรนเะรจียแน�าลพปะนกีคมารไรูพศรกึวิทษยาาค2า5ร60

ขอ้ 10 ทากจิ กรรมเพ่ือให้ปรับเปลีย่ นพฤติกรรมใช้ในกรณีทีน่ กั เรยี นและนกั ศึกษากระทาความผดิ ที่
สมควรต้องปรับเปล่ยี นพฤติกรรมการจัดกจิ กรรมให้เป็นไปตามแนวทางทีก่ ระทรวงศึกษาธกิ ารกาหนด

ขอ้ 11 ให้ปลดั กระทรวงศึกษาธิการรกั ษาการใหเ้ ปน็ ไปตามระเบียบนี้และให้มีอานาจตคี วามและ
วนิ จิ ฉัยปัญหาเกยี่ วกับการปฏิบัตติ ามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548
อดศิ ยั โพธารามกิ

รฐั มนตรวี าการกระทรวงศึกษาธกิ าร
85

8833คมู่ ือนักโเรรงยี เนรยีผนู้ปคกพมู่ คือนรนมองักไนพเรักรียเรวนียทิ นยผแาูป้ลคะกาคครรรู โอปรงรเนะรยีจักนา�เรพปยี นกี นมาไรแพศลรึกวะิทษคยาราู คาร

86

กฎระเบยี บ และความรตู้ า่ ง ๆ เกยี่ วกบั รบั บรกิ าร 87

1. ห้องนา้ – หอ้ งสว้ ม
ขอ้ ปฏิบตั ิในการใช้หอ้ งน้า – ห้องสว้ ม
1.1 ใหร้ าดนา้ กอ่ นการใช้และหลงั การใช้ทกุ ครงั
1.2 ไมป่ ัสสาวะเรีย่ ราด และทงิ ส่งิ สกปกต่าง ๆ ในห้องสว้ มและรอบ ๆ บรเิ วณห้องสว้ ม
1.3 หา้ มขีด – เขยี นตามผนงั หอ้ งนา้ – ห้องส้วม
1.4 กอ่ นเขา้ สว้ มควรทา้ ความสะอาดกอ่ น ถ้าตรวจพบจะถือว่าผู้ออกจากส้วมคนหลงั สุดเปน็ ทา้
สกปรก
1.5 ปิดห้องทุกครงั ทเี่ ลิกใช้
1.6 ต้องปสั สาวะลงโถสว้ ม หรอื ที่ทจ่ี ัดให้เทา่ นนั
1.7 ผ้าอนามัยต้องห่อมิดชดิ ทิงลงถงั ขยะทีจ่ ดั ไวใ้ ห้
1.8 ก่อนออกหอ้ งน้าควรลา้ งมือใหส้ ะอาดทุกครงั

2. หอ้ งพยาบาล

การใช้หอ้ งพยาบาล

ถ้านกั เรยี นต้องการนอนพกั ในกรณีทเี่ กิดจากเจ็บปว่ ยจนไมส่ ามารถเรียนไดต้ อ้ งขอรับแบบฟอร์มจาก
คุณครูประจ้าหอ้ งหอ้ งพยาบาลไปกรอก และผา่ นขนั ตอนตา่ ง ๆ ใหเ้ รียบรอ้ ยจึงเข้าพักได้

2.1 นกั เรยี นท่ปี ว่ ยมากจนไม่สามารถที่จะเรียนไดเ้ ทา่ นัน จึงมีสิทธ์นิ อนพกั ในห้องพยาบาลได้
ซึ่งจะนอนไดไ้ มเ่ กนิ 1 คาบเรยี น ถา้ นอนพักแล้วยังไมห่ ายโรงเรียนจะพจิ ารณาใหก้ ลบั บ้านหรอื นา้ ส่ง
โรงพยาบาลหรือให้นอนพกั แล้วแตอ่ าการ

2.2 ถ้านกั เรยี นรตู้ วั ว่าป่วยอยูท่ บ่ี า้ นมากอ่ นแลว้ ในวันรงุ่ ขึนกไ็ มค่ วรมาโรงเรยี น ควรไปพบแพทย์
เพือ่ ท้าการรกั ษา

2.3 โรงเรียนไมอ่ นญุ าตให้นักเรยี นมานอนพักในคาบเรยี นแรก ยกเวน้ กรณที ่ีนักเรียนเจบ็ ปว่ ย
อย่างกะทนั หัน

2.4 ถา้ นักเรยี นประสบอุบัตเิ หตุ หรือเจบ็ ปว่ ยในโรงเรยี น จะต้องรีบแจ้งใหค้ ุณครูประจา้ หอ้ ง
พยาบาลทราบ และขอค้าแนะน้าในการรกั ษา อย่าวินิจฉยั อาการเจบ็ ปว่ ยและรกั ษาดว้ ยตัวเอง

3. น้าด่มื

3.1 ล้างมือให้สะอาดก่อนจับแก้ว เม่อื ดืม่ เสรจ็ ควรคว่้าแก้วไว้ในทเี่ ก็บ
3.2 ตกั นา้ เพยี งเพอ่ื การดมื่ เทา่ นนั
3.3 เข้าคิวดืม่ ตามล้าดับกอ่ นหลัง
3.4 นักเรียนควรมีแกว้ นา้ ดมื่ สว่ นตัว

4. โรงอาหาร

4.1 การใชโ้ รงอาหาร
4.1.1 โรงอาหารจะเปิดบรกิ าร
ตอนเช้า ตังแต่เวลา 06.00 – 08.00 น.
ตอนกลางวัน ตงั แต่เวลา 11.30 – 13.30 น.
4.1.2 ผ้ใู ช้บริการจากโรงอาหารจะตอ้ งอย่ภู ายในเขตโรงอาหาร หรอื บริเวณท่โี รงเรยี นก้าหนด
4.1.3 หา้ มน้าภาชนะใส่อาหารออกนอกบรเิ วณท่ีกา้ หนด

4.2 มารยาทในการรบั ประทานอาหาร
4.2.1 ไม่คุยกัน ไม่สง่ เสยี งดัง ใหเ้ ป็นที่ร้าคาญแก่คนอ่นื ในขณะทร่ี ับประทานอาหาร

88 4.2.2 ช่วยกนั รกั ษาความสะอาดโรงอาหารให้เป็นระเบยี บอยเู่ สมอ

4.2.3 เขา้ แถวซืออาหารตามล้าดบั
4.2.4 มีปญั หาใด ๆ เชน่ แมค่ า้ ขายของเกินราคาให้รับแจง้ ฝ่ายบรหิ ารทวั่ ไปทนั ที
4.2.5 ห้ามน้าอาหารขึนไปรับประทานบนอาคารเรียนหรอื ห้องเรียนโดยเดด็ ขาด
4.2.6 เมอื่ รบั ประทานอาหารเสรจ็ แล้วให้น้าภาชนะไปเก็บไวใ้ นท่โี รงเรียนก้าหนด

5. อาคารสถานท่ี

5.1 การใช้อาคาร
5.1.1 การขนึ หรอื ลงอาคารควรขึนหรือลงดว้ ยการชดิ ขวามอื เสมอ
5.1.2 การขึนหรือลงอาคารควรเดนิ ด้วยความเงยี บ ไม่หยอกล้อกัน
5.1.3 ไม่ควรโยกเกา้ อีไปมาในขณะนง่ั และเวลาเคลอ่ื นยา้ ยโตะ๊ เก้าอีควรใชว้ ธิ ียกไปหา้ มลาก
5.1.4 ช่วยกันรกั ษา ดแู ลโต๊ะเกา้ อใี ห้อยู่ในสภาพปกติ ถา้ เห็นโตะ๊ เก้าอชี ้ารุดควรยกไปไวด้ ้าน
นอกหอ้ ง
5.1.5 หา้ มขูด ขีด เขยี นฝาผนงั หอ้ ง ประตู หน้าตา่ ง บอร์ด กระดานด้า และโตะ๊ เก้าอี
เดด็ ขาด
5.1.6 หา้ มขีดเขยี นกระดานดา้ โดยไมไ่ ด้รับอนญุ าตจากครผู ้สู อน

5.1.7 ช่วยกันดแู ลและรักษาความสะอาดหอ้ งเรยี นให้สะอาดอยเู่ สมอ
5.1.8 ช่วยกนั ประดับตกแต่งห้องเรียนใหน้ ่าอยู่ น่าเรยี น แต่ต้องไดร้ บั ความเห็นชอบจากครู

ประจ้าชนั หรอื ประจ้าวิชา
5.2 สถานท่ี

5.2.1 ห้ามทิงเศษกระดาษ หรอื ส่ิงของตา่ ง ๆ ลงในพนื ทขี่ องโรงเรยี นทังหมด
5.2.2 ชว่ ยกนั รักษาและดแู ลความสะอาดของสถานท่ีของโรงเรยี นทงั หมด
5.2.3 หา้ มเหยยี บย้่าหรอื เดิน – นงั่ ในสวนหยอ่ มที่เปน็ เขตหวงห้ามท่ีกา้ หนด
5.2.4 หา้ มเด็ด – ดงึ – เขย่า – โยกคลอน ตน้ ไมภ้ ายในบรเิ วณโรงเรียน
5.2.5 หา้ มเด็ด – สอย ผลไมต้ ่าง ๆ ภายในบรเิ วณโรงเรียน
5.2.6 ห้ามท้าลายทรพั ย์สนิ ของโรงเรียน และชว่ ยกันสอดสอ่ งดูแลถ้าหากเห็นบคุ คลใดบุคคล

หน่งึ ทา้ ลาย ใหร้ ายงานโรงเรียนทราบ

6. รา้ นสวสั ดิการ

6.1 เปดิ บรกิ าร ตอนเชา้ ตังแตเ่ วลา 06.00 – 08.00 น.

ตอนกลางวนั ตงั แตเ่ วลา 11.30 – 13.30 น.

หลงั เลิกเรยี น ตงั แตเ่ วลา 15.00 น. เปน็ ต้นไป 89

6.2 ไม่คยุ กันเสยี งดงั ให้เปน็ ท่รี ้าคาญกับคนอ่นื ในขณะซือสินค้า

6.3 เมอ่ื ไดส้ นิ คา้ ตามต้องการแล้ว ให้เข้าแถวจ่ายเงินกับเจา้ หน้าท่ีอย่างเปน็ ระเบียบ

6.4 ห้ามนา้ อาหารขึนไปรบั ประทานบนอาคารเรียน หรือในห้องเรียนโดยเดด็ ขาด

คำสั่งโรงเรยี นพนมไพรวิทยำคำร
ท่ี 65 /2564

เรือ่ ง แตง่ ตง้ั คณะกรรมการจัดทาค่มู ือนักเรียน ผปู้ กครองและครู ประจาปีการศึกษา 2564
...........................

ด้วยโรงเรียนพนมไพรวิทยาคาร ดาเนินการจัดทาคู่มือนักเรียน ผู้ปกครองและครู โรงเรียนพนมไพรวิทยาคาร
ประจาปีการศึกษา 2564 เพ่ือนาเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์สาหรับสร้างความเข้าใจ และเป็นแนวปฏิบัติระหว่าง
นักเรียน ผู้ปกครอง และครูโรงเรียนพนมไพรวิทยาคาร ดังนั้นเพ่ือให้การดาเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
มีประสิทธิภาพต่อนักเรียน ผู้ปกครอง ครู จึงแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจัดทาคู่มือนักเรียน
ผ้ปู กครองและครู ประจาปกี ารศึกษา 2564 ดังน้ี

1. คณะกรรมกำรอำนวยกำร ประกอบด้วย

1.1 นายอนุสรณ์ ทาสระคู ผ้อู านวยการโรงเรียนพนมไพรวิทยาคาร ประธานกรรมการ

1.2 นายเอนก อุดมวงค์ รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารงบประมาณ รองประธานกรรมการ

1.3 นายอานาจ ชินศรี รองผูอ้ านวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ กรรมการ

90 1.4 นางณัฏฐ์ณณิ เปรมชญาณฏั ฐ์ รองผู้อานวยการกล่มุ บรหิ ารท่ัวไป กรรมการ

1.5 นายจักราช หินซยุ รองผู้อานวยการกลมุ่ บรหิ ารกิจการนกั เรียน กรรมการและเลขานุการ

1.6 นายอรรถกร ภพู วก ผู้ช่วยรองผ้อู านวยการกลมุ่ ฯกิจการนักเรียน กรรมการและผชู้ ว่ ยเลขานกุ าร

หน้ำท่ี ใหค้ าปรกึ ษา อานวยความสะดวก ให้คาแนะนาปรกึ ษา ข้อเสนอแนะและแก้ไขปัญหาที่อาจเกดิ ข้ึน
ระหว่างการจัดทาคู่มือกบั คณะกรรมการดาเนนิ งาน

2. คณะกรรมกำรดำเนินงำน ประกอบด้วย

2.1 นายจักราช หินซุย รองผ้อู านวยการกล่มุ กจิ การนกั เรยี น ประธานกรรมการ
รองประธานกรรมการ
2.2 นายอรรถกร ภูพวก ผชู้ ว่ ยรองผู้อานวยการกลุ่มบริหารกิจการนกั เรียน กรรมการ
กรรมการ
2.3 นางปราณี สวัสดิพ์ าณชิ ย์ ครู กรรมการ
กรรมการ
2.4 นางวราภรณ์ ศิลารัตน์ ครู กรรมการ
กรรมการ
2.5 นางเพียงฤทัย สายเชื้อ ครู กรรมการ
กรรมการ
2.6 นางระนอง สพี ลี ครู กรรมการ
กรรมการ
2.7 นางอิสรา ภพู วก ครู

2.8 นายเรอื งกิตติ์ เอราวรรณ ครู

2.9 นายมรกต ทัพจันทร์ ครู

2.10 นางพรพนา สาราญรนื่ ครู

2.11 นางสาวดรณุ ี พนมจนั ทร์ ครู

2.12 นายอิทธชิ ัย อุปรวิ งค์ ครู

2

2.13 นางขวญั สดุ า รญั ระนา ครู กรรมการ
2.14 นางเพญ็ ศรี นามตาแสง ครู กรรมการ
2.15 นางสาวปิยะดา ขุนเพชรวรรณ ครู กรรมการ
2.16 นางสาวกรวกิ า พลู ลาภ ครู กรรมการ
2.17 นายจิรวฒั น์ พรหมพทิ ักษ์ ครู กรรมการและเลขานุการ
2.18 นางสาวณชั ชารยี ์ บุญเจริญ ครู กรรมการและผู้ชว่ ยเลขานุการ

หนำ้ ท่ี ประชมุ วางแผนการดาเนนิ งาน จดั เตรียมข้อมูล วางรปู แบบการดาเนนิ งาน

3. คณะกรรมกำรดำเนนิ งำนฝำ่ ยตรวจทำน/พสิ ูจน์อักษร ประกอบดว้ ย

3.1 นางนวิยา พวงพ่ี ครู ประธานกรรมการ
รองประธานกรรมการ
3.2 นางนวพร ทองนาเมอื ง ครู กรรมการ
กรรมการ
3.3 นางสาวศริ พิ ร ศิลาเหลือง ครู กรรมการ
กรรมการ
3.4 นางสจุ นิ ดา พลอยสมบูรณ์ ครู กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
3.5 นางสาวปรียาภรณ์ โนนแก้ว ครู กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

3.6 นางสาวปวีณา เนตรวงศ์ ครู

3.7 นางสาวธดิ านนั ท์ ทองดี ครู 91

3.8 นางสาวเกษสุดา พิมพ์พา ครู

3.9 นางสาวกนกวรรณ อโนนาม ครู

หนำ้ ที่ ตรวจทานและพสิ จู นอ์ ักษร เน้ือหา/รูปภาพ องค์ประกอบในรปู เลม่ ใหเ้ กดิ สมั พนั ธ์ สอดคล้อง และ
ถูกต้อง

4. คณะกรรมกำรฝำ่ ยจดั พิมพแ์ ละทำรูปเล่ม ประกอบด้วย

4.1 นายอรรถกร ภูพวก ผูช้ ว่ ยรองผอู้ านวยการกลุ่มบริหารกิจการนักเรยี น ประธานกรรมการ
รองประธานกรรมการ
4.2 นางระนอง สีพลี ครู กรรมการ
กรรมการ
4.3 นายทรณิ ทร์รัฐ อรรคฮาด ครู กรรมการ
กรรมการ
4.4 นายเรืองกิตต์ เอราวรรณ ครู กรรมการ
กรรมการ
4.5 นางมณฑณ์ญภฏั อรรคฮาด ครู กรรมการ
กรรมการ
4.6 นายเทวัญ ภูพานทอง ครู กรรมการ
กรรมการ
4.7 นางปณติ า สขุ ประเสริฐ ครู

4.8 นางสาวพชรกาญจน์ เพชรขาว ครู

4.9 นายจิรวัฒน์ พรหมพิทกั ษ์ ครู

4.10 นายประสงค์ นุสนทรา ครู

4.11 นายวรวทิ ย์ พลเย่ยี ม พนักงานราชการ

4.12 นางยุภารัตน์ พลเยย่ี ม พนกั งานราชการ

3

4.13 นายมนเดช จันทรกั ษ์ พนกั งานราชการ กรรมการ
4.14 นางสาวกนกวรรณ ภตู ลาดขาม ครอู ัตราจ้าง กรรมการ
4.15 นางสิรนิ ทรธ์ ร เอราวรรณ เจ้าหนา้ ทธี่ ุรการ กรรมการ
4.16 นางสาวกรวกิ า พูลลาภ ครู กรรมการและเลขานุการ
4.17 นางสาวณัชชารีย์ บญุ เจริญ ครู กรรมการและผู้ชว่ ยเลขานกุ าร

หนำ้ ท่ี 1.จดั พมิ พ์ข้อมลู และตรวจสอบความเรียบร้อยของเนื้อหาในคู่มือ
2. ออกแบบปกคู่มือ รปู ภาพในเลม่ ตกแต่งรปู ภาพและเนื้อหาในคู่มือให้สอดคล้องกนั

3. ตรวจสอบความถูกต้องเพ่อื สง่ โรงพมิ พจ์ ัดทารปู เลม่ ต่อไป

5. คณะกรรมกำรฝำ่ ยงบประมำณ ประกอบด้วย

5.1 นายเอนก อุดมวงค์ รองผูอ้ านวยการกลุม่ บรหิ ารงบประมาณ ประธานกรรมการ

5.2 นางวราภรณ์ ศลิ ารตั น์ ผชู้ ่วยรองผอู้ านวยการกล่มุ บริหารงบประมาณ รองประธานกรรมการ

5.3 นางนวพร ทองนาเมือง ครู กรรมการ

5.4 นางสาวสราลี สุขประเสริฐ ครู กรรมการ

5.5 นายศริ ศิ กั ดิ์ พระศรี ครู กรรมการ

5.6 นางสาวปิยะภรณ์ ออ่ นสา ครอู ตั ราจ้าง กรรมการ

92 5.7 นางเพียงฤทัย สายเช้อื ครู กรรมการและเลขานุการ
5.8 นางสาวเกษสดุ า พิมพ์พา ครู กรรมการและผ้ชู ว่ ยเลขานกุ าร

หน้ำท่ี
1. เตรยี มงบประมาณสาหรบั ดาเนนิ งาน

2. ดาเนนิ การเบิกจา่ ยงบประมาณให้แกค่ ณะกรรมการดาเนินงานและรายงานการเบิกจ่าย

งบประมาณตามระเบยี บของทางราชการต่อโรงเรยี นเมือ่ เสรจ็ ส้ินการดาเนินงาน

ให้ครแู ละบุคลากรท่ีไดร้ ับการแต่งต้ัง ประชุม ปรึกษาหารือ ประสานงาน วางแผน ดาเนนิ งาน ตง้ั ใจปฏิบัติ
หนา้ ทท่ี ไ่ี ด้รบั มอบหมายด้วยความเรียบร้อย เสยี สละ รับผิดชอบ เอาใจใส่ต่อหน้าท่ีอย่างเต็มกาลงั ความสามารถ ปฏิบตั ิ
หน้าทตี่ ามระเบยี บแบบแผนของทางราชการที่กาหนด เพื่อให้เกิดผลดแี ก่ทางราชการสืบไป

ส่ัง ณ วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2564

(ลงชอื่ )

(นายอนสุ รณ์ ทาสระคู)
ผอู้ านวยการโรงเรียนพนมไพรวิทยาคาร

93

94

95

96

97

98


Click to View FlipBook Version