The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

O13-คู่มือการบริหารงาน 4 ฝ่าย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by boonth.sp, 2021-09-29 06:52:21

O13-คู่มือการบริหารงาน 4 ฝ่าย

O13-คู่มือการบริหารงาน 4 ฝ่าย

51

มาตรา 122 และมาตรา 123 แหง่ พระราชบญั ญตั ริ ะเบียบข้าราชการครแู ละบุคลากร ทางการศึกษา
พ.ศ.2547บัญญตั ิให้ผถู้ ูกสงั่ ให้ออกจากราชการมีสทิ ธิรอ้ งทุกขต์ ่อก.ค.ศ.และผซู้ ่ึงตน เหน็ ว่าตนไม่ไดร้ บั ความเป็น
ธรรมหรือมีความคบั ข้องใจเนื่องจากการกระทาของผ้บู ังคบั บัญชาหรือ กรณีถกู ตง้ั กรรมการสอบสวนมีสิทธริ ้อง
ทุกข์ต่ออ.ก.ค.ศ.เขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาอ.ก.ค.ศ.ท่ีก.ค.ศ.ตั้งหรือก.ค.ศ.แล้วแต่กรณภี ายใน30วนั
ผมู้ สี ิทธริ อ้ งทุกข์ ได้แก่ ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศกึ ษา
เหตทุ ่ีจะรอ้ งทกุ ข์

(1) ถูกสัง่ ใหอ้ อกจากราชการ
(2) ถูกสั่งพักราชการ
(3) ถูกส่งั ให้ออกจากราชการไวก้ ่อน
(4) ไม่ได้รับความเปน็ ธรรม หรอื คบั ข้องใจจากการกระทาของผู้บงั คับบัญชา
(5) ถูกตงั้ กรรมการสอบสวน

การเลื่อนข้ันเงนิ เดอื น
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจะได้รับการพิจารณาเล่อื นขั้นเงินเดือนในแต่ละคร้ังต้องอยู่

ในเกณฑ์ ดังน้ี
1. ในครึ่งปีที่แล้วมามีผลการปฏิบัติงาน ความประพฤติในการรักษาวินัย คุณธรรม จริยธรรม และ

จรรยาบรรณวิชาชีพอยูใ่ นเกณฑ์ท่สี มควรไดเ้ ล่อื นข้นั เงนิ เดอื น
2. ในคร่ึงปีท่ีแล้วมาจนถึงวันออกคาส่ังเลื่อนข้ันเงินเดือนไม่ถูกลงโทษทางวินัยที่หนักกว่าโทษ

ภาคทัณฑ์ หรือถูกลงโทษในคดีอาญาให้ลงโทษในความผิดที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าท่ีราชการ หรือ ความผิดที่
ทาให้เส่ือมเสียเกียรติศักด์ิของตาแหน่งหน้าที่ราชการของตน ซ่ึงไม่ไช่ความผิดที่ได้กระทา โดยประมาทหรือ
ความผิดลหโุ ทษ

3. ในครึ่งปที ่ีแลว้ มาตอ้ งไม่ถกู ส่งั พกั ราชการเกนิ กวา่ สองเดอื น
4. ในครง่ึ ปที ่แี ลว้ มาต้องไมข่ าดราชการโดยไมม่ ีเหตผุ ลอันสมควร
5.ในครง่ึ ปีที่แลว้ มาได้รบั การบรรจเุ ข้ารับราชการมาแลว้ เปน็ เวลาไม่นอ้ ยกวา่ ส่ีเดือน
6.ในครึ่งปีท่ีแล้วมาถ้าเป็นผู้ได้รับอนุญาตไปศึกษาในประเทศฝึกอบรมและดูงาน ณ ต่างประเทศต้อง
ได้ปฏบิ ัติหนา้ ท่รี าชการในครึ่งปที ่แี ลว้ มาเปน็ เวลาไมน่ ้อยกว่าสีเ่ ดอื น
7. ในครง่ึ ปที ่ีแล้วมาต้องไม่ลาหรือมาทางานสายเกินจานวนครง้ั ท่ีหวั หนา้ สว่ นราชการกาหนด
8. ในคร่งึ ปีท่ีแลว้ มาตอ้ งมเี วลาปฏบิ ัติราชการหกเดอื นโดยมวี นั ลาไม่เกินยสี่ ิบสามวัน
แต่ไม่รวมวันลา ดงั ต่อไปน้ี

1) ลาอปุ สมบทหรือลาไปประกอบพธิ ฮี ัจย์
2) ลาคลอดบตุ รไมเ่ กนิ เก้าสบิ วัน
3) ลาป่วยซ่ึงจาเปน็ ตอ้ งรักษาตัวเป็นเวลานานไม่วา่ คราวเดียวหรอื หลายคราวรวมกนั
ไมเ่ กนิ หกสบิ วันทาการ

คมู่ อื การบรหิ ารงาน 4 ฝ่าย : โรงเรียนพินจิ ราษฎรบ์ ารุง สพป.กส 2

52

4) ลาปว่ ยเพราะประสบอันตรายในขณะปฏบิ ัติราชการตามหน้าทหี่ รือในขณะเดนิ ทางไป หรอื
กลับจากการปฏิบตั ริ าชการตามหนา้ ที่

5) ลาพักผอ่ น
6) ลาเขา้ รบั การตรวจเลอื กหรอื เข้ารบั การเตรียมพล
7) ลาไปปฏบิ ตั ิงานในองคก์ ารระหวา่ งประเทศ

การฝกึ อบรมและลาศึกษาต่อ
การฝึกอบรม หมายความวา่ การเพ่มิ พนู ความรู้ความชานาญ หรอื ประสบการณ์ด้วยการเรียน

หรือการวิจัยตามหลกั สตู รของการฝกึ อบรม หรอื การสมั มนาอบรมเชิงปฏบิ ัติการ การดาเนินงานตาม โครงการ
แลกเปล่ียนกับต่างประเทศ การไปเสนอผลงานทางวชิ าการ และการประชุมเชิงปฏิบตั ิการ ทงั้ น้โี ดยมไิ ด้มี
วตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือใหไ้ ด้มาซ่ึงปรญิ ญาหรือประกาศนียบัตรวชิ าชพี ท่ี ก.พ.รับรอง และหมายความรวมถงึ การ
ฝกึ ฝนภาษาและการรับคาแนะนาก่อนฝกึ อบรมหรือการดูงานทเ่ี ปน็ สว่ นหน่งึ ของการฝึกอบรมหรอื ต่อจากการ
ฝกึ อบรมน้ันด้วย

การดงู าน หมายความวา่ การเพ่มิ พนู ความร้แู ละประสบการณ์ดว้ ยการสงั เกตการณ์ และการ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น (การดงู านมรี ะยะเวลาไม่เกนิ 15 วัน ตามหลกั สตู รหรอื โครงการ หรอื แผนการดงู าน
ในตา่ งประเทศ หากมรี ะยะเวลาเกนิ กาหนดให้ดาเนนิ การเปน็ การฝึกอบรม)

การลาศกึ ษาตอ่ หมายความว่า การเพิ่มพนู ความรู้ด้วยการเรียนหรอื การวจิ ัยตามหลกั สูตรของ
สถาบัน การศึกษา หรือสถาบันวิชาชพี เพือ่ ให้ได้มาซึ่งปรญิ ญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพที่ ก.พ.รับรองและ
หมายความรวมถึงการฝกึ ฝนภาษาและการได้รับคาแนะนาก่อนเข้าศึกษาและการฝึกอบรม หรือการดงู านทเี่ ปน็
ส่วนหนึง่ ของการศึกษาหรือต่อจากการศึกษาน้นั ดว้ ย

การออกจากราชการของข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออกจากราชการเมื่อ (มาตรา 107 พ.ร.บ.ระเบียบ

ข้าราชการครูฯ)
1) ตาย
2) พน้ จากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบาเหนจ็ บานาญขา้ ราชการ
3) ลาออกจากราชการและได้รบั อนญุ าตใหล้ าออก
4) ถูกสงั่ ใหอ้ อก
5) ถกู ส่ังลงโทษปลดออกหรือไล่ออก
6) ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เว้นแต่ได้รับแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งอ่ืนที่ไม่ต้องมี

ใบอนุญาตประกอบวชิ าชพี

คูม่ ือการบรหิ ารงาน 4 ฝา่ ย : โรงเรียนพินิจราษฎรบ์ ารุง สพป.กส 2

53

การลาออกจากราชการ
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการให้ยื่นหนังสือลาออกต่อ

ผบู้ ังคับบญั ชาเพื่อให้ผมู้ อี านาจตาม มาตรา 53เปน็ ผพู้ จิ ารณาอนุญาต
กรณีผู้มีอานาจตาม มาตรา 53 พิจารณาเห็นว่าจาเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการจะยับยงั้ การอนุญาต

ให้ลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันขอลาออกก็ได้ แต่ต้องแจ้งการยับยงั้ พร้อมเหตุผลให้ผขู้ อลาออก
ทราบ เมอื่ ครบกาหนดเวลาที่ยับยัง้ แล้วให้การลาออกมีผลตั้งแต่วนั ถัดจากวันครบกาหนดเวลาทีย่ ับยัง้

ถ้าผู้มีอานาจตามมาตรา 53 ไม่ได้อนุญาตและไม่ได้ยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกให้การลาออก มีผล
ตัง้ แตว่ นั ขอลาออก

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการเพื่อดารงตาแหน่ง
ทางการเมืองหรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้งให้ยื่นหนังสือลาออกต่อผู้บังคับบัญชาและให้การลาออกมีผลนับต้ังแต่
วันทผ่ี นู้ ้นั ขอลาออก

ระเบยี บ ก.ค.ศ ว่าดว้ ยการลาออกของขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ.2548
ขอ้ 3 การย่ืนหนงั สอื ขอลาออกจากราชการให้ยน่ื ล่วงหน้าก่อนวันขอลาออกไมน่ ้อยกวา่ 30 วัน
กรณีผมู้ อี านาจอนญุ าตการลาออกเห็นวา่ มีเหตุผลและความจาเป็นพเิ ศษ

จะอนุญาตเปน็ ลายลักษณอ์ ักษรก่อนวันขอลาออกให้ผู้ประสงค์จะลาออกย่นื หนังสือขอลาออกล่วงหน้าน้อยกว่า
30 วนั ก็ได้

หนังสือขอลาออกท่ียื่นล่วงหน้าก่อนวันขอลาออกน้อยกว่า 30 วัน โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็น
ลายลักษณ์อักษรจากผู้มีอานาจอนุญาต หรือท่ีมิได้ระบุวันขอลาออก ให้ถือวันถัดจากวันครบกาหนด 30 วัน
นบั แต่วนั ยน่ื เปน็ วันขอลาออก

ข้อ 5 ผู้มีอานาจอนุญาตการลาออกพิจารณาว่าจะสั่งอนุญาตให้ผู้น้ันลาออกจากราชการหรือจะส่ัง
ยับยง้ั การอนุญาตให้ลาออกใหด้ าเนนิ การ ดังนี้

(1) หากพิจารณาเห็นว่าควรอนุญาตให้ลาออกจากราชการได้ให้มีคาส่ังอนุญาตให้ลาออก
เปน็ ลายลักษณ์อกั ษรใหเ้ สรจ็ สิน้ ก่อนวันขอลาออกแล้วแจ้งคาส่ังดังกล่าวให้ผู้ขอลาออกทราบก่อนวนั ขอลาออก
ด้วย

(2) หากพิจารณาเห็นว่าควรยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกเน่ืองจากจาเป็นเพ่ือประโยชน์แก่ ราชการ
ให้มีคาส่ังยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรให้เสร็จสิ้นก่อนวันขอลาออกแล้วแจ้งคาสั่งดังกล่าว
พร้อมเหตุผลให้ผู้ขอลาออกทราบก่อนวันขอลาออกด้วย ทั้งนี้การยับยั้งการอนุญาต ให้ลาออกให้ส่ังยับย้ังไว้ได้
เป็นเวลาไม่เกิน 90 วันและส่ังยับย้ังได้เพียงครั้งเดียวจะขยายอีกไม่ได้ เม่ือครบกาหนดเวลาท่ียับยั้งแล้วให้การ
ลาออกมผี ลต้งั แต่วันถัดจากวนั ครบกาหนดเวลาทย่ี ับย้ัง

คูม่ อื การบริหารงาน 4 ฝา่ ย : โรงเรยี นพินจิ ราษฎรบ์ ารงุ สพป.กส 2

54
ข้อ 6 กรณที ี่ผู้ขอลาออกได้ออกจากราชการไปโดยผลของกฎหมาย เนือ่ งจากผู้มีอานาจ อนญุ าตมิได้
มคี าสงั่ อนุญาตใหล้ าออกและมไิ ด้มคี าส่งั ยบั ย้ังการอนญุ าตให้ลาออกก่อนวนั ขอลาออก หรอื เนอ่ื งจาก ครบ
กาหนดเวลายับยั้งการอนุญาตให้ลาออกให้ผู้มีอานาจอนุญาตมีหนังสือแจ้ง วันออกจากราชการให้ผู้ขอลาออก
ทราบภายใน 7 วนั นบั แตว่ นั ที่ผู้นนั้ ออกจากราชการและแจ้งใหส้ ่วนราชการทเ่ี ก่ียวขอ้ งทราบด้วย
ข้อ 7 การย่ืนหนังสือขอลาออกจากราชการเพื่อดารงตาแหน่งทางการเมืองหรือเพ่ือสมัครรับเลอื กตง้ั
ให้ยื่นต่อผู้บังคับบัญชาอย่างช้าภายในวันท่ีขอลาออกและให้ผู้บังคับบัญชาดังกล่าวเสนอ หนังสือขอลาออกน้ัน
ต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือข้ึนไปตามลาดับจนถึงผู้มีอานาจอนุญาตการลาออกโดยเร็วเมื่อผู้มีอานาจอนุญาต
ไดร้ บั หนังสอื ขอลาออกแลว้ ใหม้ คี าสั่งอนุญาตออกจากราชการไดต้ ง้ั แต่ วนั ทขี่ อลาออก
ครอู ตั ราจา้ ง
กรณีครูอัตราจ้างท่ีจ้างด้วยเงินงบประมาณให้ปฏิบัติหน้าท่ีครู เช่น ปฏิบัติหน้าท่ีครูผู้ช่วย ครูพี่เล้ียง
หรือปฏิบัติหน้าที่ครูที่เรียกช่ือย่างอ่ืนให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้าง ประจาของส่วน
ราชการพ.ศ. 2537 และแนวปฏิบตั ทิ ใ่ี ช้เพอ่ื การน้ัน

คมู่ อื การบรหิ ารงาน 4 ฝ่าย : โรงเรยี นพินิจราษฎร์บารุง สพป.กส 2

55

งานดา้ นการบรหิ ารทวั่ ไป

คู่มอื การบริหารงาน 4 ฝ่าย : โรงเรียนพนิ จิ ราษฎรบ์ ารุง สพป.กส 2

56

งานด้านการบริหารท่ัวไป

เป็นภารกิจหนึ่งของโรงเรยี นในการสนับสนุน สง่ เสรมิ การปฏิบตั ิงาน ของโรงเรยี นใหบ้ รรลุตาม
นโยบาย และมาตรฐานการศึกษาที่โรงเรียนกาหนดให้มีประสทิ ธิภาพ และประสทิ ธิผล เช่น การดาเนนิ งาน
ธรุ การ งานเลขานกุ ารคณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พืน้ ฐาน งานพฒั นาระบบและเครือขา่ ย ขอ้ มูล
สารสนเทศ การประสานและพฒั นาเครือขา่ ยการศึกษา การจัด ระบบการบริหารและพัฒนาองค์กร
งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ การสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ดา้ นวิชาการ งบประมาณ บคุ ลากรและบรหิ ารทัว่ ไป
การดแู ลอาคารสถานที่และสภาพแวดลอ้ ม การจัดทาสามะโนผู้เรยี น การรับนกั เรยี น การสง่ เสรมิ และ
ประสานงานการศกึ ษาในระบบ นอกระบบ และ ตามอัธยาศัย การระดมทรัพยากรเพือ่ การศึกษา
งานส่งเสริมงานกิจการนกั เรยี น การประชาสัมพันธ์ งานการศกึ ษา การส่งเสริมสนบั สนนุ และสถาบนั สงั คม
อืน่ ท่จี ดั การศึกษา งานประสานราชการกบั เขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาและหนว่ ยงานอ่นื การจดั ระบบการควบคุม
ในหน่วยงาน งานบริการสาธารณะ

บทบาทและหน้าที่ของกลุ่มบรหิ ารทั่วไป
หัวหน้ากลุ่มบรหิ ารทวั่ ไป

มหี น้าทรี่ บั ผิดชอบ ดงั น้ี
1. ปฏบิ ัตหิ น้าที่ในฐานะรองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารทั่วไปของโรงเรยี น
2. เปน็ ทีป่ รกึ ษาของผู้อานวยการโรงเรยี นเกี่ยวกบั งานบริหารท่ัวโรงเรยี น
3. กากบั ตดิ ตาม การดาเนนิ งานของกลุม่ บริหารท่วั ไปให้ดาเนินไปดว้ ยความเรยี บร้อย และมี
ประสิทธภิ าพ
4. กาหนดหน้าทข่ี องบคุ ลากรในกล่มุ บริหารท่วั ไป และควบคมุ การปฏบิ ตั ิงานของสานักงานบรหิ าร
ทวั่ ไป
5. บรหิ ารจัดการในสายงานตามบทบาทและหนา้ ที่ความรบั ผดิ ชอบได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
6. กากับ ตดิ ตาม ให้งานแผนงานและบรหิ ารทว่ั ไป ประสานฝ่ายต่างๆ เพอ่ื ดาเนินกิจกรรม
งานโครงการ ใหเ้ ป็นไปตามแผนปฏิบตั กิ าร และปฏบิ ัติการของโรงเรยี น
7. กากับ ติดตาม ประสานงานให้มีการรวบรวมข้อมลู สถติ ิเกีย่ วกบั งานบริหารทั่วไปใหเ้ ปน็ ปจั จบุ ัน
เพื่อนาไปใชเ้ ป็นแนวทางในการพัฒนา และแกไ้ ขปญั หา
8. ควบคมุ กากบั ติดตาม การดาเนนิ งานและประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิงานของบคุ ลากรในกลมุ่ บริหาร
ท่ัวไป อยา่ งต่อเน่ือง
9. ติดตามประสานประโยชน์ของครู ผู้ปฏิบตั หิ นา้ ท่ีและปฏิบตั ิหนา้ ทพ่ี เิ ศษ เพ่ือสรา้ งขวญั และ
กาลงั ใจ
10. วินิจฉัยสง่ั การงานท่ีรับมอบหมายไปยังงานท่ีเกย่ี วข้อง
11. ติดตามผลสมั ฤทธิ์และประเมินผลการปฏิบตั ิงานเพ่ือสรุปปญั หา และอุปสรรคในการดาเนินงาน
เพอื่ หาแนวทางในการพฒั นางานใหม้ ปี ระสิทธิภาพยงิ่ ข้นึ

ค่มู อื การบริหารงาน 4 ฝ่าย : โรงเรียนพินจิ ราษฎร์บารงุ สพป.กส 2

57

12. กากับ ติดตาม ใหง้ านตดิ ตามประเมนิ ผล และประสานงาน ดาเนินการติดตามการปฏิบตั งิ าน
ของทุกงานพรอ้ มรายงานผลการปฏิบัตอิ ยา่ งต่อเนอ่ื ง

13. ประสานงานคณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พนื้ ฐานโรงเรยี นพินจิ ราษฎรบ์ ารุง
14. ตดิ ต่อประสานงานระหว่างโรงเรียนกับหนว่ ยงานภายนอกในส่วนทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั งานบรหิ าร
ทว่ั ไป
15. ปฏิบัตหิ น้าท่อี ื่น ๆ ตามที่ไดร้ บั มอบหมาย

งานสานักงานกลุม่ บริหารท่ัวไป
1. งานสารบรรณกล่มุ บรหิ ารบรหิ ารทวั่ ไป

มหี นา้ ทรี่ ับผิดชอบ ดงั น้ี
1. จัดทาแผนพัฒนางาน/โครงการ แผนปฏิบตั ริ าชการและปฏทิ ินงานเสนอรองกลมุ่ บรหิ ารท่วั ไป
เพอื่ จดั สรรงบประมาณ
2. จดั หา จดั ซอ้ื ทรัพยากรทีจ่ าเป็นในสานักงานกลุ่มบริหารท่ัวไป
3. จัดทาทะเบยี นรบั – ส่ง หนังสือราชการ โดยแยกประเภทของเอกสารและหนังสือของสานักงาน
ให้เป็นหมวดหมู่มีระบบการเก็บเอกสารที่สามารถคน้ หาเร่อื งได้อย่างรวดเรว็
4. โตต้ อบหนงั สือราชการ ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของเอกสาร หลกั ฐานใหถ้ กู ตอ้ งตามระเบียบของ
งานสารบรรณอยา่ งรวดเรว็ และทันเวลา
5. จัดส่งหนงั สอื ราชการ เอกสารของกลุ่มบริหารท่วั ไป ให้งานทรี่ บั ผิดชอบและตดิ ตามเร่อื ง
เก็บคืนจดั เขา้ แฟม้ เร่ือง
6. จดั พิมพเ์ อกสารและจดั ถา่ ยเอกสารต่าง ๆ ของกลมุ่ บรหิ ารทั่วไป เชน่ บันทึกข้อความ
แบบสารวจ แบบสอบถาม แบบประเมินผลงานระเบียบและคาส่งั
7. ประสานงานด้านข้อมูลและรว่ มมอื กบั กลุ่มบริหารงานต่าง ๆ ในโรงเรียน เพ่ือใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจ
และรว่ มมืออันดีต่อกนั ในการดาเนินงานตามแผน
8. ประเมนิ ผลและสรปุ รายงานผลปฏบิ ตั ริ าชการประจาปี
9. ปฏิบัตหิ นา้ ทอ่ี ่ืน ๆ ตามที่ไดร้ ับมอบหมาย

2. งานพัสดุกล่มุ บรหิ ารทั่วไป
มหี น้าท่ีรับผดิ ชอบ ดงั นี้
1. ประสานงานในกลมุ่ งานบรหิ ารท่ัวไป วางแผน จดั ซ้อื จัดหาวัสดุ ครุภัณฑท์ ีจ่ าเป็นในการ

ซอ่ มแซมอาคารสถานที่ สาธารณูปโภคและอุปกรณ์อานวยความสะดวกท่ีชารุด โดยประสานงานกบั พสั ดุ
โรงเรียน

2. จัดทาบัญชีควบคมุ การเบิกจ่ายวัสดุ ยมื วัสดุใหถ้ กู ต้องมีระบบและเป็นปจั จุบัน
3. จัดทาระเบยี บ แนวปฏิบัติ แบบรายงาน แบบฟอร์มต่าง ๆ ท่จี าเปน็ ในการใหบ้ ริการปรับซอ่ ม
4. ตดิ ตามการปรบั ซ่อมและบารงุ รกั ษาสภาพวัสดุ ครุภัณฑ์ใหม้ ีอายุการใชง้ านยาวนาน
5. ประเมิน สรุปผลการดาเนินงานประจาปีการศึกษาและรายงานต่อผ้เู กี่ยวขอ้ ง
6. ปฏิบตั ิหนา้ ทอ่ี น่ื ๆ ตามที่ไดร้ ับมอบหมาย

คมู่ ือการบริหารงาน 4 ฝา่ ย : โรงเรียนพินิจราษฎรบ์ ารงุ สพป.กส 2

58

3. งานสารสนเทศกลุม่ บริหารทั่วไป
มหี น้าทร่ี บั ผดิ ชอบ ดังน้ี
1. วางแผนงาน/โครงการ และจัดทรัพยากรท่ีใช้ในงานสารสนเทศของกลมุ่ บริหารท่ัวไป
2. ประสานงานดา้ นความร่วมมือเกยี่ วกบั ข้อมลู กบั งานตา่ ง ๆ เพ่ือรวบรวมและจัดระบบข้อมลู

สารสนเทศทถ่ี ูกต้องเหมาะสมและทันสมยั ท่ีจะบ่งบอกถึงสภาพปญั หาความต้องการ
3. รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกบั นโยบายของโรงเรียน เกณฑ์การประเมนิ มาตรฐานแนวทางการปฏิรปู

การศึกษา
4. จดั ทาเอกสารเผยแพร่ข้อมลู ใหก้ ลุม่ งาน ไดใ้ ชป้ ระโยชน์ในการวางแผนแก้ปัญหาหรอื พฒั นางาน

ในกลุ่มงานต่อไป
5. รว่ มมอื กบั สารสนเทศของโรงเรียน เผยแพรง่ านของกลุ่มบริหารทว่ั ไป
6. ประเมนิ สรปุ รายงานผลการดาเนินงานประจาปกี ารศึกษา
7. ปฏิบัตหิ นา้ ทอี่ ่นื ๆ ตามที่ไดร้ ับมอบหมาย

4. งานแผนงานกลมุ่ บริหารท่วั ไป
มหี น้าที่รับผดิ ชอบ ดังนี้
1. ประสานงานจัดทาแผนพัฒนางาน แผนปฏิบัติราชการ/โครงการ ปฏทิ ินปฏิบตั งิ านกลุ่มบริหาร

ทั่วไป เสนอผู้บริหารเพ่ือจดั สรรงบประมาณ
2. พิจารณาจดั แผนงาน/โครงการของกลุ่มบริหารท่ัวไป ใหส้ อดคล้องกบั นโยบายของโรงเรยี นและ

เกณฑ์ประเมนิ มาตรฐานและการปฏิรปู การศึกษา
3. กากับ ตรวจสอบดูแลงาน/โครงการ ให้เกดิ การดาเนินงานให้เป็นไปตามแผน
4. ประสานงานกบั แผนงานของโรงเรยี นและกลมุ่ งานต่าง ๆ เพื่อนาเอาเทคโนโลยมี าใช้ให้มี

ประสทิ ธิภาพ
5. ประเมิน สรุป รายงานผลการดาเนนิ งานตามแผนงาน/โครงการ
6. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ทไี่ ด้รับมอบหมาย

5.งานอาคารสถานที่และสภาพแวดลอ้ ม
มหี นา้ ทรี่ ับผดิ ชอบ ดังน้ี
1. วางแผนกาหนดงาน /โครงการงบประมาณแผนปฏบิ ัติงานด้านอาคารสถานท่ีและสภาพแวดลอ้ ม

ตลอดจนการติดตามการปฏบิ ตั ิงานของนักการ แม่บา้ นทาความสะอาด
2. วางแผนร่วมกบั แผนงานโรงเรยี น พัสดโุ รงเรียน เพอ่ื เสนอของบประมาณจดั สรา้ งอาคารเรียน

และอาคารประกอบ เชน่ หอ้ งเรียน ห้องบริการ หอ้ งพเิ ศษให้เพยี งพอ กบั การใชบ้ ริการของโรงเรียน
3. จัดซอ้ื จัดหาโตะ๊ เก้าอ้ี อุปกรณ์การสอน อปุ กรณท์ าความสะอาดห้องเรยี น หอ้ งบรกิ ารหอ้ ง

พเิ ศษ ให้เพยี งพอและอย่ใู นสภาพทีด่ อี ยู่ตลอดเวลา
4. จดั เครอื่ งมือรกั ษาความปลอดภยั ในอาคาร ตดิ ต้ังในท่ีทใ่ี ชง้ านได้สะดวกใช้งานไดท้ ันที
5. จดั บรรยากาศภายในอาคารเรยี น ตกแตง่ อยา่ งสวยงาม เปน็ ระเบียบ ประตหู น้าต่างอยู่ใน

สภาพดี ดูแลสอี าคารตา่ ง ๆให้เรยี บรอ้ ย มปี ้ายบอกอาคารและห้องต่าง ๆ

คู่มือการบรหิ ารงาน 4 ฝา่ ย : โรงเรยี นพนิ จิ ราษฎร์บารุง สพป.กส 2

59

6. ประสานงานกบั พสั ดโุ รงเรียนในการซ่อมแซมอาคารสถานท่ี ครภุ ณั ฑ์ โตะ๊ เกา้ อี้ และอืน่ ๆให้
อยูใ่ นสภาพทีเ่ รียบรอ้ ย

7. ดูแลความสะอาดท่วั ไปของอาคารเรียน ห้องน้า หอ้ งส้วม ใหส้ ะอาด ปราศจากกลิ่นรบกวน
8. ตดิ ตาม ดแู ลให้คาแนะนาในการใช้อาคารสถานท่ี โดยการอบรมนักเรียนในด้านการดแู ลรกั ษา
ทรพั ย์สนิ สมบตั ิของโรงเรยี น
9. ประสานงานกับพัสดุโรงเรยี นในการจาหน่ายพัสดเุ ส่อื มสภาพออกจากบญั ชพี ัสดุ
10. ประสานงานกับหวั หน้าอาคาร โดยนาข้อเสนอแนะ มาปรบั ปรุงงานให้ทันเหตุการณ์และความ
ต้องการของบคุ ลากรในโรงเรียน
11. อานวยความสะดวกในการใช้อาคารสถานทีแ่ ก่บคุ คลภายนอก รวมทงั้ วสั ดุอ่ืน ๆ จัดทาสถติ ิ
การให้บริการและรวบรวมข้อมูล
12. ประเมิน สรปุ และรายงานผลการดาเนนิ งานตามแผนงาน/โครงการประจาปกี ารศึกษา
13. ปฏบิ ัติงานอ่ืน ๆ ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย

6. งานสาธารณปู โภค
มหี นา้ ท่รี ับผดิ ชอบ ดังน้ี
1. จัดทาแผนงานพฒั นางาน/โครงการเพื่อเสนอตอ่ ผู้บริหาร เพือ่ จัดสรรงบประมาณ
2. จดั ซ้ือ จัดหา สาธารณปู โภคในโรงเรยี นใหเ้ พยี งพออย่ตู ลอดเวลา
3. กาหนดขอ้ ปฏบิ ัติและติดตามการใช้นา้ ใชไ้ ฟฟ้าให้เป็นไปอย่างประหยัด
4. จัดบริการและติดตามการใช้สาธารณูปโภคให้เปน็ ไปอย่างประหยดั และคมุ้ คา่
5. มีมาตรการตรวจสอบคุณภาพของนา้ ดม่ื น้าใช้ เคร่ืองกรองนา้ หม้อแปลงไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์และ

สาธารณปู โภคอื่น ๆ ใหอ้ ยู่ในสภาพทีไ่ ด้มาตรฐาน
6. จดั ทาปา้ ยคาขวัญ คาเตือน เกย่ี วกับการใช้นา้ ใชไ้ ฟฟ้า และโทรศพั ท์
7. ร่วมมือกบั งานกิจกรรมนักเรยี น อบรมนักเรยี นเก่ียวกับการใช้ไฟฟา้ ใชโ้ ทรศัพท์
8. สารวจ รวบรวม ข้อมลู เกี่ยวกับสาธารณปู โภคทีช่ ารดุ
9. ซ่อมแซมสาธารณปู โภคท่ีชารุดใหอ้ ยใู่ นสภาพทีด่ ี และปลอดภยั อย่ตู ลอดเวลา
10. ประเมนิ ผลและสรุปรายงานผลการปฏบิ ตั งิ านตามแผนงาน/โครงการ
11. ปฏิบตั งิ านอ่ืน ๆ ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย

7.งานธุรการ และสารบรรณ
มหี นา้ ทรี่ บั ผดิ ชอบ ดังนี้
1. รับ-สง่ เอกสาร ลงทะเบยี นหนังสอื เขา้ – ออก จัดสง่ หนังสอื เข้าหรือเอกสารให้หน่วยงานหรือ

บุคคลที่เกีย่ วข้อง
2. จดั ทาคาสง่ั และจดหมายเวียนเรื่องตา่ ง ๆ เพอื่ แจง้ ใหก้ ับครูและผ้เู กยี่ วข้องได้รับทราบ
3. เกบ็ หรือทาลายหนงั สือ เอกสารตา่ ง ๆตามระเบียบงานสารบรรณ
4. รวบรวมเอกสาร หลักฐาน ระเบยี บ ข้อบังคับ ประกาศ คาส่งั และวิธีปฏบิ ตั ทิ เ่ี กี่ยวขอ้ งใหเ้ ปน็

ปจั จบุ นั อยู่เสมอ และเวียนให้ผทู้ ี่เกย่ี วข้องทราบ
5. รา่ งและพิมพห์ นังสือออก หนังสือโต้ตอบถึงสว่ นราชการ และหนว่ ยงานอ่นื

คมู่ ือการบรหิ ารงาน 4 ฝ่าย : โรงเรยี นพินิจราษฎร์บารงุ สพป.กส 2

60

6. ติดตามเอกสารของฝ่ายตา่ ง ๆ ท่ีเก่ยี วข้องกบั ทางโรงเรยี นและเก็บรวบรวมเพือ่ ใช้เป็นข้อมลู ในการ
อ้างองิ

7. ประสานงานการจดั สง่ จดหมาย ไปรษณีย์ พัสดุและเอกสารตา่ ง ๆ ของโรงเรยี น
8. เป็นทปี่ รึกษาของรองผู้อานวยการฝ่ายบรหิ ารทัว่ ไปในเรื่องงานสารบรรณ
9. ควบคมุ การรับ – สง่ หนังสือของโรงเรียน (E – Office)
10. บริการทางจดหมายและสิ่งตพี มิ พท์ ม่ี ีมาถึงโรงเรยี น
11. จดั หนังสือเข้าแฟ้มเพื่อลงนาม
12. ปฏบิ ัตหิ น้าท่อี ่ืนๆ ตามท่ไี ดร้ ับมอบหมาย

8.งานยานพาหนะ
มหี นา้ ที่รับผดิ ชอบ ดังน้ี
1. จัดทาแผนงาน / โครงการ เกยี่ วกบั การจัดหา บารุงรักษา การให้บริการยานพาหนะแก่คณะ

ครแู ละบคุ ลากรของโรงเรียนตลอดจนกาหนดงบประมาณเสนอขออนมุ ัติ
2. กาหนดหน้าท่ีความรับผิดชอบ ให้ความรู้ พนักงานขบั รถ ตลอดจนพิจารณา จดั และให้บริการ

พาหนะแก่บุคลากร
3. กากับ ติดตาม จัดทาข้อมลู สถติ ิ การใช้ และให้บริการยานพาหนะของโรงเรยี น
4. กาหนดแผนตรวจสอบ ซอ่ มบารงุ เพ่ือให้พาหนะใช้การได้ และปลอดภยั ตลอดเวลา

ให้คาแนะนา เสนอผมู้ ีอานาจอนมุ ัติ
5. ประเมินสรปุ ผลการดาเนินงานประจาปี
6. ปฏบิ ัตหิ นา้ ที่อื่น ๆ ตามทผี่ ู้บงั คบั บญั ชามอบหมาย

9.งานประชาสัมพันธ์
มหี น้าที่รับผดิ ชอบ ดังนี้
1. กาหนดนโยบาย วางแผน งานโครงการ การดาเนนิ การประชาสัมพันธ์ใหส้ อดคลอ้ งกับนโยบาย

และจดุ ประสงคข์ องโรงเรยี น
2. ประสานงาน ร่วมมือกบั กลุ่มสาระฯ และงานต่าง ๆ ของโรงเรียนในการดาเนินงาน

ด้านประชาสัมพันธ์
3. ตอ้ นรับและบริการผมู้ าเยี่ยมชมหรอื ดูงานโรงเรียน
4. ต้อนรับและบริการผู้ปกครองหรือแขกผู้มาติดต่อกบั นักเรียนและทางโรงเรียน
5. ประกาศขา่ วสารของกลุม่ สาระฯ หรอื ข่าวทางราชการให้บคุ ลากรในโรงเรียนทราบ
6. ประสานงานด้านประชาสัมพนั ธ์ทั้งในและนอกโรงเรียน
7. เป็นหน่วยงานหลักในการจัดพธิ กี ารหรือพิธีกรในงานพิธีการตา่ ง ๆ ของโรงเรียน
8. เผยแพร่กิจกรรมตา่ ง ๆ และชื่อเสยี งของโรงเรยี นทางสือ่ มวลชน
9. จัดทาเอกสาร – วารสาร จดหมายขา่ วประชาสัมพนั ธ์เพื่อเผยแพร่ขา่ วสาร รายงานผล

การปฏิบัติงานและความเคล่อื นไหวของโรงเรียนให้นักเรียนและบุคลากรทั่วไปทราบ

คมู่ ือการบรหิ ารงาน 4 ฝา่ ย : โรงเรียนพนิ จิ ราษฎรบ์ ารุง สพป.กส 2

61

10. รวบรวม สรุปผลและสถติ ติ า่ ง ๆ เกีย่ วกบั งานประชาสัมพนั ธแ์ ละจดั ทารายงานประจาปีของงาน
ประชาสัมพนั ธ์

11. งานเลขานกุ ารการประชุมครโู รงเรยี นพนิ จิ ราษฎรบ์ ารุง
12. ปฏบิ ตั ิหนา้ ทอี่ ่นื ๆ ตามท่ีไดร้ บั มอบหมาย

10.งานพยาบาลและอนามัย
มหี นา้ ท่ีรบั ผิดชอบ ดงั น้ี
1. กาหนดนโยบาย วางแผนงานโครงการ การดาเนินงานของงานอนามยั โรงเรียนใหส้ อดคล้องกับ

นโยบายและวตั ถุประสงคข์ องโรงเรียน
2. ประสานงานกับกลุ่มสาระการเรียนร้แู ละงานตา่ ง ๆ ของโรงเรียน ในการดาเนินงานด้านอนามยั

โรงเรียน
3. ควบคมุ ดูแล ห้องพยาบาลใหส้ ะอาด ถูกสขุ ลกั ษณะ
4. จัดเคร่อื งมือ เคร่ืองใช้ และอปุ กรณ์ในการปฐมพยาบาล รกั ษาพยาบาลให้พรอ้ มและใชก้ ารไดท้ นั ที
5. จดั หายาและเวชภัณฑ์ เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาลเบ้ืองต้น
6. จดั ปฐมพยาบาลนกั เรยี น ครู – อาจารย์ และคนงานภารโรงในกรณเี จบ็ ป่วย และนาส่ง

โรงพยาบาลตามความจาเป็น
7. จัดบรกิ ารตรวจสขุ ภาพนกั เรียน ครู – อาจารย์ นกั การภารโรงและชุมชนใกลเ้ คียง
8. จดั ทาบัตรสขุ ภาพนกั เรยี น ทาสถิติ บันทกึ สุขภาพ สถติ ิน้าหนกั และสว่ นสงู นักเรียน
9. ติดตอ่ แพทยห์ รือเจ้าหน้าท่ีอนามัยใหภ้ ูมิคมุ้ กนั แกบ่ ุคลากรของโรงเรียนหรือชมุ ชนใกล้เคยี ง
10. ตดิ ตอ่ ประสานงานกับผปู้ กครองนกั เรยี นในกรณนี ักเรยี นเจบ็ ปว่ ย
11. แนะนาผปู้ ่วย ญาติ ประชาชนถึงการปฏิบัตติ นให้ปลอดภยั จากโรค ใหภ้ มู ิคุ้มกันโรค
12. ใหค้ าแนะนาปรึกษาด้านสขุ ภาพนักเรียน
13. ประสานงานกับครูแนะแนว ครูทีป่ รกึ ษาหรือครผู สู้ อนเกยี่ วกบั นักเรยี นท่มี ีปัญหาดา้ นสุขภาพ
14. ใหค้ วามร่วมมือด้านการปฐมพยาบาลแกห่ นว่ ยงานอนื่ หรอื กจิ กรรมของโรงเรยี นตามควรแก่

โอกาส
15. จดั กิจกรรมส่งเสรมิ สุขภาพอนามัย เชน่ จดั นทิ รรศการเก่ียวกบั สขุ ภาพอนามยั จัดตั้งชมรม

ชมุ ชน อาสาสมคั รสาธารณสขุ
16. จดั ทาสถติ ิ ข้อมลู ทางด้านสุขภาพอนามยั และจัดทารายงานประจาภาคเรียน ประจาปีของงาน

อนามยั
17. ปฏบิ ัติหน้าทอี่ ื่น ๆ ตามท่ีได้รบั มอบหมาย

11.งานคณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้น
มหี นา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบ ดงั น้ี
1. รวบรวมประมวลวิเคราะห์และสงั เคราะหข์ ้อมลู ที่ใชใ้ นการประชมุ คณะกรรมการสถานศกึ ษา

ขน้ั พืน้ ฐาน
2. สนบั สนนุ ข้อมูล รับทราบหรอื ดาเนนิ การตามมตทิ ีป่ ระชุมของคณะกรรมการสถานศึกษา

ขน้ั พื้นฐาน

คมู่ ือการบรหิ ารงาน 4 ฝา่ ย : โรงเรยี นพินจิ ราษฎร์บารงุ สพป.กส 2

62

3. ดาเนินงานดา้ นธุรการในการจดั ประชุมคณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน
4. จดั ทารายงานการประชุมและแจ้งมติทีป่ ระชมุ ใหผ้ ทู้ เี่ กยี่ วขอ้ งเพ่ือทราบดาเนนิ การหรือถือปฏบิ ตั ิ
แลว้ แต่กรณี
5. ประสานการดาเนนิ งานตามมติการประชมุ ในเร่ืองการอนุมตั ิ อนญุ าต ส่ังการ เรง่ รัด
การดาเนนิ การและรายงานผลการดาเนนิ การให้คณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน
6. ปฏบิ ตั ิหนา้ ทอ่ี น่ื ๆ ตามท่ีไดร้ บั มอบหมาย

12.งานชุมชนสัมพนั ธแ์ ละบรกิ ารสาธารณะ
มหี น้าทรี่ บั ผดิ ชอบ ดงั น้ี
1. วางแผนกาหนดงาน โครงการงบประมาณแผนปฏิบัติงานด้านชุมชนสัมพันธ์และบริการสาธารณะ

ตลอดจนการติดตามการปฏบิ ัตงิ าน
2. รวบรวมวิเคราะหข์ อ้ มลู ของชุมชน เพื่อนาไปใช้ในงานสรา้ งความสมั พนั ธ์ระหวา่ งชุมชนกับ

โรงเรียนและบรกิ ารสาธารณะ
3. ใหบ้ รกิ ารชุมชนในด้านขา่ วสาร สุขภาพอนามยั อาคารสถานที่ วสั ดุ ครภุ ณั ฑ์ และวชิ าการ
4. จดั กิจกรรมเพื่อพัฒนาชุมชน เช่น การบรจิ าควัสดุ สิ่งของ อุปโภคบริโภค ใหค้ วามรู้และจัด

นทิ รรศการ
5. การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ศลิ ปวฒั นธรรมไทย ประเพณีไทย ศาสนาและงานทเี่ กีย่ วกับชุมชน
6. สนบั สนนุ ส่งเสริมให้มีการจดั ตง้ั องคก์ รต่าง ๆ เพ่ือชว่ ยเหลือโรงเรยี น เชน่ สมาคมฯ

มลู นธิ ิ
7. ประสานและใหบ้ ริการแก่คณะครู ผ้ปู กครอง ชุมชน หน่วยงานตา่ งๆทั้งภาครฐั และเอกชน

ในด้าน อาคารสถานท่ี วสั ดุ ครุภัณฑ์ บคุ ลากร งบประมาณ
8. รวบรวมข้อมลู จดั ทาสถิติ
9. ประเมินสรุป รายงาน ผลการการดาเนนิ งานตามแผนงาน/โครงการประจาปีการศกึ ษา
10. ปฏบิ ัตงิ านอืน่ ๆ ท่ีไดร้ ับมอบหมาย

13.งานป้องกันอุบัตเิ หตแุ ละอคั คีภัย
มหี นา้ ทีร่ บั ผิดชอบ ดังนี้
1. จัดทาแผนงาน / โครงการ เกยี่ วกับการใหค้ วามรู้เกยี่ วกับการปอ้ งกนั อุบัติเหตแุ ละอัคคีภัย

ของโรงเรียน
2. กาหนดแนวทางปฏิบัตใิ นการปอ้ งกนั อบุ ัตเิ หตุและอคั คีภัย ใหค้ วามรู้นักเรยี น ครู และบุคลากร
3. กากับ ติดตาม จัดทาข้อมูล สถติ ิ ตา่ งๆ เก่ยี วกับการปอ้ งกันอบุ ตั เิ หตุและอัคคีภยั
4. กาหนดแผนตรวจสอบ ซ่อมบารุง เพ่ือให้อปุ กรณ์ปอ้ งกนั อัคคภี ยั ใชก้ ารได้ และปลอดภัย

ตลอดเวลา ให้คาแนะนา เสนอผูม้ อี านาจอนุมัติ
5. ประเมนิ สรุปผลการดาเนนิ งานประจาปี
6. ปฏิบัติหน้าท่ีอนื่ ๆ ตามทีผ่ ู้บังคับบญั ชามอบหมาย

คู่มือการบริหารงาน 4 ฝา่ ย : โรงเรยี นพินิจราษฎรบ์ ารงุ สพป.กส 2


Click to View FlipBook Version