1.1 สายคู่บิดเกลียวแบบไม่ป้องกันสัญญาณ (UTP) เป็นสายคู่บิดเกลียวที่ไม่มีลวดถัก ชั้นนอกท าให้สะดวกในการเดินสายเพราะโค้งงอได้ดี แต่สามารถป้องการรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ได้น้อย มีราคาต ่า นิยมใช้ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ในเครือข่ายทั่วไป เช่น การเดินสายเชื่อมต่อระหว่าง คอมพิวเตอร์เข้ากับแลน 3. สายโคแอกซ์หรือสายแกนร่วม เป็นสายสัญญาณที่มีสายทองแดงเดี่ยวเป็นแกนกลาง หุ้มด้วย ฉนวนเพื่อป้องกันไฟรั่ว จากนั้นหุ้มด้วยลวดทองแดงเป็นตัวกั้นสัญญาณรบกวนและหุ้มชั้นนอก ด้วยพลาสติก สายโคแอกซ์ที่พบในชีวิตประจ าวัน เช่น สายอากาศโทรทัศน์ ปัจจุบันในระบบ เครือข่ายไม่นิยมใช้ในการสื่อสารข้อมูลแล้ว ข้อดี ฉนวนภายนอกมีความคงทนต่อการใช้งานสูง และเป็นช่องสื่อสารที่มีความกว้างมาก ข้อเสีย ขนาดค่อนข้างใหญ่และน ้าหนักมาก เมื่อเปรียบเทียบกับสายคู่บิดเกลียว 4. สายไฟเบอร์ออปติก หรือ เคเบิลใยแก้วน าแสง มีแกนกลางของสายซึ่งจะประกอบด้วยเส้นใย แก้วหรือพลาสติกขนาดเล็กๆ รวมกัน เส้นใยแก้วแต่ละเส้นมีขนาดเล็กเท่ากับเส้นผมภายใน กลวง การท างานของสื่อกลางชนิดนี้ใช้เลเซอร์วิ่งผ่านช่องกลวงของเส้นใยแต่ละเส้น เนื่องจาก ความสามารถในการส่งข้อมูลได้สูง ท าให้สามารถส่งได้ทั้ง ข้อความ เสียง วีดีโอ ได้ในเวลา เดียวกัน ข้อดี - ส่งข้อมูลได้มากกว่า 1 กิกะบิตต่อวินาที ส่งสัญญาณเสียงได้ 30,000 ช่องสัญญาณ
- ความผิดพลาดต ่า เนื่องจากเส้นใยเป็นสารอโลหะไม่ถูกรบกวนจากคลื่นไฟฟ้า - มีขนาดเล็กน ้าหนักเบา ข้อเสีย - ราคาแพง ติดตั้งยาก - เนื่องจากการบิดงอของสายสัญญาณจะท าให้เส้นใยหัก ไม่สามารถใช้ในการเดินทาง ตามมุมตึกได้ ตัวกลางน าสัญญาณไร้สาย การสื่อสารไร้สายอาศัยการส่งสัญญาณไปกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งท าหน้าที่เป็นตัวกลางน า สัญญาณ โดยมีวิธีการส่งสัญญาณหลายวิธี และยังสามารถใช้งานช่วงคลื่อนที่ความถี่แตกต่างกันได้ด้วย 1. คลื่นวิทยุ คือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่อยู่ในช่วง 10 กิโลเฮิรตซ์ ถึง 1 กิกะเฮิรตซ์ ใช้ ในการสื่อสารในระบบแลนไร้สาย ข้อดี สามารถส่งข้อมูลได้แบบไร้สายและสร้างเครือข่ายได้กว้างไกล การติดตั้งไม่ยุ่งยาก เนื่องจากใช้อุปกรณ์น้อย ข้อเสีย ความปลอดภัยของผู้มูลมีน้อย อาจถูกรบกวนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและสภาพ ภูมิอากาศต่างๆ
2. คลื่นไมโครเวฟ คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่สูงกว่าคลื่นวิทยุ มีการน ามาใช้แบบ สื่อสารระหว่างสถานีบนพื้นโลก และใช้สื่อสารระหว่างสถานีบนพื้นโลกกับดาวเทียม ส่ง ข้อมูลโดยอาศัยสัญญาณไมโครเวฟจะเดินทางเป็นเส้นตรงไม่สามารถเลี้ยวหรือโค้งตาม ของโลกได้ จึงต้องมีสถานีรับส่งเป็นระยะ ข้อดี - ไม่มีปัญหาเรื่องวางสายเคเบิล - นิยมใช้ในเครื่อข่ายไม่ไกล ข้อเสีย - ถูกรบกวนได้ง่ายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และในสภาพภูมิอากาศ - ค่าติดตั้งเสาและจานส่งมีราคาแพง 3. อินพราเรด คือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่สูงกว่าไมโครเวฟแต่ต ่ากว่าความถี่ของแสงที่ ตามนุษย์มองเห็น ใช้กับการสื่อสารข้อมูลที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง ระหว่างผู้รับกับผู้ส่ง โดยทั่วไป มักใช้ในการสื่อสารระยะใกล้ไม่เกิน 10 เมตร เช่น รีโมทควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ข้อดี สร้างได้ง่าย ราคาถูก และมีความปลอดภัยในการส่งข้อมูลดีกว่าคลื่นวิทยุ ข้อเสีย ไม่สามารถผ่านวัตถุทึบแสงได้
แบบฝึกหัดหน่วยที่4 1.จงบอกลักษณะสายโคแอกเซียล ……………………..……………………..……………………..……………………..…………………….. 2.จงบอกวิธีการเชื่อมต่อสายโคเเอกเชียล ……………………..……………………..……………………..……………………..…………………….. 3.จงบอกลักษณะสายคู่ ……………………..……………………..……………………..……………………..…………………….. 4.จงบอกลักษณะสายคู่ตีเกลียวแบบหุ้มฉนวนและการน าไปใช้งาน ……………………..……………………..……………………..……………………..…………………….. 5.จงบอกถึงการเชื่อมต่อสายคู่ตีเกลียว ……………………..……………………..……………………..……………………..…………………….. 6.จงบอกลักษณะสายใยแก้วน าแสง ……………………..……………………..……………………..……………………..…………………….. 7.จงบอกขนิดของสายใยแก้วน าแสง ……………………..……………………..……………………..……………………..…………………….. 8.จงบอกวิธีการเชื่อมต่อสทยใยแก้วน าแสง ……………………..……………………..……………………..……………………..…………………….. 9.จงบอกลักษณะการสื่อสารไร้สายแบบไมโครเวฟ ……………………..……………………..……………………..……………………..…………………….. 10.ตงบอกลักษณะการสื่อสารไร้สายแบบอินฟราเรด ……………………..……………………..……………………..……………………..…………………….. หน่วยที่5
ข่าวสารระหว่างกันก็ใช้โปรโตคอลชื่อ NNP หรือ Network News Transfer Protocol และยังมี โปรโตคอลที่ส าคัญส าหรับการสอบถามข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่มีประโยชน์มาก โปรโตคอลนี้มีชอว่า ICMP หรือ Internet Control Message Protocol เป็นต้น โปรโตคอล FTP, SFTP หรือ File Transfer Protocol ตัวอย่างของ Management Protocol (โปรโตคอลด้านการจัดการ) โปรโตคอล SNMP : ย่อมาจากค าว่า Simple Network Management Protocol ใช้ในการตรวจสอบ และ บริหารจัดการอุปกรณ์เครือข่าย มันสามารถแก้ไขข้อมูล และตั้งค่าการท างานของอุปกรณ์ที่เป็น Endpoint ภายในเครือข่ายได้ โปรโตคอล ICMP : ย่อมาจากค าว่า Internet Control Message Protocol คือใช้ในการวินิจฉัยปัญหา โดยใช้โปรโตคอลเพื่อเรียกดูข้อมูลข้อผิดพลาด และข้อมูลปัญหาการเชื่อมต่อที่เกิดขึ้นในการสื่อสาร ระหว่างอุปกรณ์ ตัวอย่างของ Security Protocol (โปรโตคอลด้านความปลอดภัย) โปรโตคอล SSL : ย่อมาจากค าว่า Secure Socket Layer เป็นโปรโตคอลหลักที่นิยมใช้ในการปกป้อง ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่ต้องการความปลอดภัยสูง ไม่สามารถอ่านได้โดยบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง สามารถใช้ งานได้ทั้งการเชื่อมต่อระหว่างเซิร์ฟเวอร์ กับไคลเอนท์, เซิร์ฟเวอร์ กับเซิร์ฟเวอร์ โปรโตคอล HTTPS : ย่อมาจากค าว่า Secure Hypertext Transfer Protocol เป็นโปรโตคอล HTTP ที่ ได้รับการเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยเข้าไป โปรโตคอล SFTP : ย่อมาจากค าว่า Secure File Transfer Protocol ใช้ในการปกป้องไฟล์ที่ส่งผ่าน ระบบเครือข่าย และ Secured File Transfer Protocol ส าหรับย้ายไฟล์จากเครื่องหนึ่งไปเครื่องหนึ่ง ผั่งหนึ่งจะท าหน้าที่ เป็น FTP Server อีก ผั่งจะเป็น FTP Client โดยเข้าไปที่ วิธีใช้โปรแกรม Filezilla โปรแกรม FTP
Protocol ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ไม่ให้ถูกดักขโมยข้อมูลจากผู้ประสงค์ร้าย ต้องมั่นใจ ว่าผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตจะสามารถล่วงรู้ข้อมูลส าคัญที่คุณส่งผ่านเครือข่ายได้ดั่งมาตรฐานของ Protocol การสื่อสารที่มีกระบวนการพิสูจน์ตัวตน
แบบฝึกหัดทัดหน่วยที่5 1.จงบอกความหมายของโปรโตคอล ……………………..……………………..……………………..……………………..…………………….. 2.โปรโตคอลประกอบไปด้วยส่วนประกอบที่ส่วนที่แต่ละส่วนมีลักษณะอย่างไร ……………………..……………………..……………………..……………………..…………………….. 3.จงบอกความหมายของโปรโตคอลTCP/IP ……………………..……………………..……………………..……………………..…………………….. 4.จงบอกความหมายของโปรโตรคอลTCP ……………………..……………………..……………………..……………………..…………………….. 5.จงอธิบายลักษณะของ IP Address ……………………..……………………..……………………..……………………..…………………….. 6.จงอธิบายลักษณะของSubnet Mask ……………………..……………………..……………………..……………………..…………………….. 7.จงบอกหมายเลขPrivate Address ……………………..……………………..……………………..……………………..…………………….. 8.จงบอกความหมายของโปรโตคอลFTP ……………………..……………………..……………………..……………………..…………………….. 9.จงบอกความหมายของโปรโตคอลHTTP ……………………..……………………..……………………..……………………..…………………….. 10.จงบอกความหมายของโปรโตคอลUDP ……………………..……………………..……………………..……………………..……………………..