The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสร้างสรรค์ศิลปะสื่อผสม-ชุด-Together

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pattamawan Khaodee, 2023-04-17 01:54:45

การสร้างสรรค์ศิลปะสื่อผสม-ชุด-Together

การสร้างสรรค์ศิลปะสื่อผสม-ชุด-Together

การสร้างสรรคศ ์ ิลปะสื่อผสม ชุด Together The creation of mixed media art : Together นางสาวปัทมาวรรณ เค้าดี รหัสนักศึกษา 6211301434 ศศ.บ.621(4)/13B ศิลปนิพนธน ์ ี้เป็ นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลกัสตูรปริญญาศิลปศาสตรบณัฑิต สาขาวิชาศิลปะและการออกแบบ แขนงออกแบบประยกุต ์ ศิลป์ ภาควิชามนุษยศาสตร ์ คณะมนุษยศาสตรแ ์ ละสงัคมศาสตร ์ มหาวิทยาลยัราชภฏัจนัทรเกษม ปีการศึกษา2565


ก ชื่อหัวข้องานวิจัย(ภาษาไทย) : การสร้างสรรค์จิตรกรรมสื่อผสม ชุด Together ชื่อหัวข้อโครงการ(ภาษาอังกฤษ) : The creation of mixed media art : Together ชื่อผู้วิจัย : นางสาวปัทมาวรรณ เค้าดี สาขาวิชา : ศิลปะและการออกแบบ (แขนงออกแบบประยุกต์ศิลป์) อาจารย์ที่ปรึกษา : ผศ.กรรัตน์ พ่วงพงษ์ ปีการศึกษา : 2565 ………………………………………………………………………………………………………………… คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมอนุมัติศิลปนิพนธ์ เรื่องการ สร้างสรรค์จิตรกรรมสื่อผสม ชุด วิถีลาวครั่ง โดยเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต …………………………………………………………………….. (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีระชัย สุขสวัสดิ์) กรรมการ ………./………/……… ……………………………………………………………………… …………………………………………………………………… (ผู้ช่วยศาสตราจารย์กรรัตน์ พ่วงพงษ์) อาจารย์ไชยพันธุ์ ธนากรวัจน์) กรรมการ กรรมการ ………./………./………. ………./………./……… ……………………………………………………………………….. ……………………………………………………………… (ผู้ช่วยศาสตราจารย์อดิสรณ์ สมนึกแท่น) (ผู้ช่วยศาสตราจารย์เกวรินทร์ พันทวี) กรรมการ กรรมการและเลขานุการ ………./………./………. ………./………./……….


ข ศิลปนิพนธ์เรื่อง : Together ผู้วิจัย : นางสาวปัทมาวรรณ เค้าดี อาจารย์ที่ปรึกษา : ผศ.กรรัตน์ พ่วงพงษ์ ปีการศึกษา : 2565 บทคดัย่อ งานวิจัยนี้มีแนวคิดมาจากผู้วิจัยต้องการแสดงถึงความสัมพันธ์ของดอกไม้กับผีเสื้อ ที่อยู่คู่กัน ตลอดไม่สามารถแยกจากกันได้ เพราะดอกไม้ต้องการให้ผีเสื้อช่วยผสมเกสรและผีเสื้อก็ต้องการดูดกิน น ้าหวานจากดอกไม้เป็นอาหาร สองอย่างนี้เป็นการพึ่งพากันและกันได้รับประโยชน์ต่อกันทั้งคู่ การที่ ผู้วิจัยได้สร้างสรรรค์ผลงานศิลปะสื่อผสมโดยใช้เรื่องความสัมพันธ์ของดอกไม้และผีเสื้อเพราะเป็น ความชอบของผู้วิจัยและเพื่อให้ผู้อื่นรู้ถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ที่มีความสวยงาม และน่าสนใจ วิธีการด าเนินการวิจัยเริ่มจากการศึกษาที่มา และปัญหาของการวิจัย ได้แก่ ค้นคว้าหาข้อมูล วิธีการ สร้างสรรค์ เริ่มจากการหาข้อมูลในการสร้างสรรค์ จากนั้นพัฒนาโครงร่างทางการสร้างสรรค์ จ านวน 4 ชิ้น ศึกษา ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องแล้วน ามาปรับใช้ในการสร้างสรรค์ เพื่อให้ผลงานมีความ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย ผลการวิจัยพบว่า เพศหญิง ร้อยละ 55 เพศชาย ร้อยละ 42 ไม่ระบุเพศ ร้อยละ 3 ประกอบอาชีพ นักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 73 รับราชการ/รัฐวสาหะกิจ ร้อยละ 3 ธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 6 อาชีพอื่นๆ ร้อย ละ 18 รวมทั้งสิ้น 33 คน 1. ความเหมาะสมในเนื้อหาของผลงาน ค้นพบว่ามีความพึงพอใจมากที่สุด 97 ระดับความพึงพอใจมาก ร้อยละ 3, ร้อยละ, 2. การจัดองค์ประกอบของผลงาน ค้นพบว่ามีความพึงพอใจ มากที่สุด ร้อยละ 100, 3.ความสวยงามของผลงาน ค้นพบว่ามีความพึงพอใจมากที่สุด 94 ระดับความพึง พอใจมาก ร้อยละ 6, 4. ความเหมาะสมของภาพในการสื่อความหมาย ค้นพบว่ามีความพึงพอใจมาก ที่สุด 91 ระดับความพึงพอใจมาก ร้อยละ 9, 5. ผลงานเกิดความสุนทรียภาพ ค้นพบว่ามีความพึงพอใจ มากที่สุด ร้อยละ 97 ระดับความพึงพอใจมาก ร้อยละ 3 , 6.สีที่ใช้สอดคล้องกับอารมณ์ของภาพ ค้น พบว่ามีความพึงพอใจมากที่สุด 94 ระดับความพึงพอใจมาก ร้อยละ 6


ค สาขาวิชาศิลปะและการออกแบบ (แขนงออกแบบประยุกต์ศิลป์) ปีการศึกษา 2565 ลายมือชื่อนักศึกษา ……………………………………………………………… . (นางสาวปัทมาวรรณ เค้าดี) ลายมือชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาศิลปะนิพนธ์ ………………………………………………………………. (ผศ.กรรัตน์ พ่วงพงษ์)


ง Research Title :Together Researcher : Ms. Pattamawan Khaodee Faculty Advisor : Asst. Korarat phungpong Academic Year : 2022 ABSTRACT This research has an idea from the researcher who wants to show the relationship between flowers and butterflies. who are always together, cannot be separated from each other Because flowers need butterflies to help pollinate and butterflies want to suck nectar from flowers as food. These two are interdependent and benefit each other. The researcher has created a mixed media art work using the relationship between flowers and butterflies because it is the researcher's preference and for others to know about their relationship. that is beautiful and interesting The method of conducting the research started from the source study. and the problem of research, i.e. searching for information on how to create, starting from finding information on creativity Then develop 4 creative frameworks to study related theories and apply them in creativity. so that the work is consistent with the research objectives The results showed that 55% female, 42% male, no gender, 3% work as students/students, 73% work in government service/state enterprises, 3% self-employed, 6% other occupations. 18 Total 33 persons 1. Appropriateness of the content of the work It was found that they were most satisfied with 97 levels of satisfaction, 3 percent, percent, 2. The composition of the work. It was found that the most satisfaction was 100 percent, 3. The beauty of the work. It was found that they were most satisfied with 94 levels of satisfaction, 6 percent, 4. Appropriateness of images in meaningful communication. It was found that they were most satisfied with 91 levels of satisfaction, 9 percent, 5. The work was aesthetically pleasing. Found that the most satisfied 97 percent, very satisfied level 3 percent, 6. The colors used correspond to the mood of the image. Found that they were most satisfied with 94 levels of satisfaction, 6 percent.


จ Art And Design (Applied Art Design) Student’s Signature ……………………………………………………………… (Ms. Pattamawan Khaodee) Art Thesis Advisor’ Signature ……………………………………………………………… (Asst. Korarat phungpong)


ฉ กิตติกรรมประกาศ การสร้างสรรค์จิตรกรรมสื่อผสม ชุดTogether จะส าเร็จลุล่วงไปด้วยมิได้ ขอขอบพระคุณ ผศ.กร รัตน์ พ่วงพงษ์ ที่ให้ค าแนะน าและอบรมสั่งสอนให้ความรู้ รวมไปถึงเทคนิคและวิธีการต่าง ๆ ตลอดจน อาจารย์ในสาขาวิชาศิลปะและการออกแบบที่ให้ความรู้และค าปรึกษา ช่วยชี้แนะแนวทางแหล่งศึกษา ข้อมูลและ แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในงานวิจัย จนท าให้งานวิจัยชิ้นนี้ส าเร็จลุล่วงไปด้วยดี อนึ่งขอขอบพระคุณบิดา - มารดา ที่คอยช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ ทุกเรื่องและยังคอยให้ ก าลังใจ เสมอมาจนโครงการครั้งนี้ส าเร็จลุล่วงไปด้วยดี นางสาวปัทมาวรรณ เค้าดี ผู้วิจัย


ช ค าน า รายงานวิจัยฉบับนี้เป็นเอกสารประกอบศิลปนิพนธ์ สาขาวิชาศิลปะและการออกแบบ แขนง ออกแบบ ประยุกต์ศิลป์ ประจ าปีการศึกษา 2565 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราช ภัฏจันทรเกษม ใน หัวข้อ การสร้างสรรค์จิตรกรรมสื่อผสม ชุด Together ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วน ของผลงานที่ สร้างสรรค์ศิลปะสื่อผสม และส่วนของเอกสารการสร้างสรรค์ศิลปนิพนธ์ ซึ่งเป็นการ รวบรวมขึ้นเพื่อใช้ในการประกอบ การศึกษา โดยมี 5 บท ดังนี้ 1. บทน าเพื่อแสดงถึงที่มาและ วัตถุประสงค์ แนวความคิดและขอบเขตของผลงาน 2. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย 3. วิธีการ ด าเนินการศึกษาค้นคว้า 4. การวิเคราะห์ข้อมูล 5. สรุป อภิปรายผล และ ข้อเสนอแนะ เนื้อหาภายในเอกสารฉบับนี้ มีการเรียบเรียงเนื้อหาเป็นขั้นตอน และภาพประกอบอย่างชัดเจน สามารถ น าไปใช้ปฏิบัติได้จริงในการท าผลงานทางด้านจิตรกรรม และหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ สนใจในภายภาคหน้า ปัทมาวรรณ เค้าดี ผู้วิจัย


ซ สารบัญ หน้า หน้าอนุมัติ ก บทคัดย่อภาษาไทย ค บทคัดย่อภาษาอังกฤษ จ กิตติกรรมประกาศ ช ค าน า ซ สารบัญ ฌ สารบัญภาพ ฏ สารบัญตาราง ฒ บทที่ 1 บทน า ความส าคัญและที่มาของการวิจัย 1 วัตถุประสงค์ 1 สมมติฐานการวิจัย 1 ขอบเขตการวิจัย 2 ประโยชน์ที่จะได้รับ 2 นิยามศัพท์ 2 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้องกบังานวิจยั ศิลปะสื่อผสม 3 ความสัมพันธ์ระหว่างดอกไม้กับผีเสื้อ 4 องค์ประกอบศิลป์ 5 เทคนิคการปักผ้า 9 ดอกไม้ที่น ามาสร้างสรรค์ผลงาน 11 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 12


ฌ สารบัญ (ต่อ) หน้า บทที่3วิธีการดา เนินการศึกษาค้นคว้า ขั้นตอนการวางแผนก่อนการผลิต 14 การก าหนดแบบร่างทางความคิด 15 ขั้นตอนการพัฒนาการสร้างสรรค์ผลงาน 15 ขั้นตอนหลังการสร้างสรรค์ผลงาน 16 ประชากรในการวิจัย 16 เครื่องมือในการวิจัย 16 ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล 17 บทที่4 การวิเคราะห์ข้อมูล ขั้นตอนการวางแผนก่อนการผลิต 19 การก าหนดแบบร่างทางความคิด 23 ขั้นตอนการพัฒนาการสร้างสรรค์ผลงาน 25 ขั้นตอนหลังการผลิตผลงาน 37 บทที่5 สรปุอภิปรายผล และข้อเสนอแนะ วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย 41 วิเคราะห์ด าเนินการศึกษาค้นคว้า 41 สรุปผลการวิจัย 41 อภิปรายผล 42 ข้อเสนอแนะ 43


ญ สารบัญ (ต่อ) หน้า บรรณานุกรม 44 ภาคผนวก 45 ภาคผนวก ก 46 ภาคผนวก ข 49 ภาคผนวก ค 58 ประวตัิผ้วูิจยั 63


ฎ สารบัญภาพ ภาพที่ หน้า ภาพที่ 4.1 กรณีศึกษา 20 ภาพที่ 4.2 ภาพผลงานออกแบบ Fleur Woods 21 ภาพที่ 4.3 ภาพผลงานออกแบบ Fleur Woods 22 ภาพที่ 4.4 ภาพผลงานออกแบบ Fleur Woods 22 ภาพที่ 4.5 การร่างแบบร่าง 23 ภาพที่ 4.6 การร่างแบบร่าง 23 ภาพที่ 4.7 การร่างแบบร่าง 24 ภาพที่ 4.8 การร่างแบบร่าง 24 ภาพที่ 4.9 การปักบนผ้าตาข่าย 1 25 ภาพที่ 4.10 การปักบนผ้าตาข่าย 2 26 ภาพที่ 4.11 การปักบนผ้าตาข่าย 3 26 ภาพที่ 4.12 การปักบนผ้าตาข่าย 4 27 ภาพที่ 4.13 การปักบนผ้าตาข่าย 5 27 ภาพที่ 4.14 การปักบนผ้าตาข่าย 6 28


ฏ สารบัญภาพ (ต่อ) ภาพที่ หน้า ภาพที่ 4.15 การปักบนผ้าตาข่าย 7 28 ภาพที่ 4.16 การขึงผ้าพื้นหลัง 1 29 ภาพที่ 4.17 การขึงผ้าพื้นหลัง 2 29 ภาพที่ 4.18 การเอางานที่ปักบนตาข่ายมาขึงทับบนผ้าพื้นหลัง 30 ภาพที่ 4.19 การเอางานที่ปักบนตาข่ายมาขึงทับบนผ้าพื้นหลัง 30 ภาพที่ 4.20 การเอาลูกปัด เลื่อม มาปักและติดในงาน 1 31 ภาพที่ 4.21 การเอาลูกปัด เลื่อม มาปักและติดในงาน 2 31 ภาพที่ 4.22 การเอาลูกปัด เลื่อม มาปักและติดในงาน 3 32 ภาพที่ 4.23 การเอาลูกปัด เลื่อม มาปักและติดในงาน 4 32 ภาพที่ 4.24 ผลงานศิลปสื่อผสมชิ้นที่ 1 33 ภาพที่ 4.25 ผลงานศิลปสื่อผสมชิ้นที่ 2 34 ภาพที่ 4.26 ผลงานศิลปสื่อผสมชิ้นที่ 3 35 ภาพที่ 4.27 ผลงานศิลปสื่อผสมชิ้นที่ 4 36


ฐ สารบัญภาพ (ต่อ) ภาพที่ หน้า ภาพที่ 4.28 ท าการติดตั้งผลงาน ณ นิทรรศการ Art Sart 1 37 ภาพที่ 4.29 ท าการติดตั้งผลงาน ณ นิทรรศการ Art Sart 2 38


ฑ สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า ตารางที่3.1 แสดงระยะเวลาในการเก็บข้อมูล 17 ตารางที่4.1 ตารางแสดงการประเมินผลส ารวจความคิดเห็นชิ้นงาน 39


บทที่ 1 บทน า ความเป็ นมาของงานวิจยั สื่อผสม (อังกฤษ: mixed media) เป็นวิจิตรศิลป์ ในการน าสื่อมากกว่าสองสื่อ หรือศิลปะมากกว่า สองแขนงขึ้นไปมารวมกันมาสร้างเป็นงานชิ้นเดียวกัน โดยนิยมใช้สื่อที่แตกต่างกัน และ น าจุดเด่นของ แต่ละสื่อมาใช้ร่วมกัน เช่น การสร้างภาพชุดชีวิตของนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซีตามโบสถ์น้อยต่าง ๆ ที่ ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งพีดมอนต์และลอมบาร์ดีทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีที่ใช้ทั้งประติมากรรมและ จิตรกรรมมาผสมผสานเข้าเป็นการงานชิ้นเดียวกัน ในการศึกษาการท างานโดยใช้เครื่องมือและอุปกรณ์สร้างสรรค์งานศิลป์ ในหัวข้อการสร้างสรรค์ งานศิลปะสื่อผสม ชุด Together จึงเลือกการสร้างสรรค์งานโดยใช้เทคนิคสื่อผสมที่ได้เรื่องราวจาก ความสัมพันธ์ของดอกไม้และผีเสื้อและน ามาผลิตเป็นวอลล์อาร์ต ศิลปะสื่อผสมแตกต่างจากจิตรกรรมคือ ศิลปะสื่อผสมเป็นการใช้วัสดุ เทคนิคที่มากกว่าหนึ่งและ ยังสามารถใช้วัสดุที่ดึงความเป็นเอกลักษณ์ของผลงานที่ผู้ท าจะสื่อออกมาภายในผลงานของตนได้ดีมาก ขึ้น แต่งานจิตรกรรมเป็นการใช้ วัสดุ เทคนิคเดียวในการสร้างสรรค์ผลงาน จากข้อมูลข้างต้นผู้วิจัยเห็นถึงความส าคัญในการสร้างสรรค์งานจึงได้งานสร้างงานศิลปะใน รูปแบบศิลปะสื่อผสมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความสัมพันธ์ระหว่างดอกไม้กับผีเสื้อ ที่ได้ผ่าน กระบวนการพื้นฐานการสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสม วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษากระบวนกานสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสม 2. เพื่อการผลิตชิ้นงานจริงศิลปะสื่อผสม ชุดTogether สมมติฐานของงานวิจยั การสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสม ชุด Together ถูกออกแบบโดยได้เลือกการสร้างสรรค์งานโดยใช้ เทคนิคศิลปะสื่อผสม ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความสัมพันธ์ระหว่างดอกไม้กับผีเสื้อ และความ สวยงาม ความสดใสสีสันจากธรรมชาติ โดยใช้เทคนิคศิลปะสื่อผสม เพื่อท าเป็นชิ้นงานทั้งหมดจ านวน 4 ชิ้น


2 ขอบเขตการวิจยั 1. ขอบเขตเนื้อหา การศึกษาข้อมูลและขอบเขตของเนื้อหาเกี่ยวกับการสร้างสรรค์ งานศิลปะสื่อผสม ชุด Together เป็นศิลปะสื่อผสม ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสัมพันธ์ระหว่างดอกไม้กับผีเสื้อ และความสวยงาม สีสันสดใสจากธรรมชาติ โดยท าการศึกษาข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับลักษณะของ ดอกไม้กับผีเสื้อ 2. ขอบเขตด้านเทคนิค กระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสม ชุด Together โดยใช้เทคนิคศิลปะสื่อผสมลง เฟรม ที่ได้เรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างดอกไม้กับผีเสื้อ และความสวยงาม สีสันสดใสจาก ธรรมชาติ ประโยชน์ที่จะได้รับ 1. ได้ศึกษากระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสมชุด Together 2. ได้ผลิตชิ้นงานจริงในกระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสม ชุด Together นิยามศพัท์เฉพาะ Together เข้าด้วยกัน, ด้วยกัน, พร้อมกัน วอร์อาร์ท งานศิลปะที่เอามาประดับผนังที่วางเปล่าให้สวยงาม ศิลปะสื่อผสม ค าว่า ศิลปะสื่อประสม หรือ ศิลปะสื่อผสม หมายถึง ผลงานที่มนุษย์สร้างสรรค์ ขึ้นโดยใช้เทคนิคและวิธีการของศิลปะทางด้านทัศนศิลป์ หลาย ๆ แขวงมาผสมผสานท าให้ เกิดผลงานที่อยู่ในชิ้นเดียวกัน เน้นหลักการจัดองค์ประกอบศิลป์ แสดงออกถึงอารมณ์สะเทือน ใจของผู้สร้าง ซึ่งวัสดุที่ใช้ในการสร้างผลงานสื่อผสมสามารถหาได้จากวัสดุธรรมชาติ เช่น วัสดุ จากพืช สัตว์ และแร่ วัสดุสังเคราะห์ เช่น กระดาษ โลหะ เป็นต้น


บทที่ 2 เอกสารเกี่ยวข้องกบังานวิจยั การวิจัยเรื่อง การสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสมชุด Together ผู้วิจัยได้ศึกษาและรวบรวมข้อมูล จากทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งท าการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวเพื่อน าไปสู่กรอบความคิดตาม สมมติฐานที่ก าหนดไว้โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. ศิลปะสื่อผสม 2. ความสัมพันธ์ระหว่างดอกไม้กับผีเสื้อ 3. องค์ประกอบศิลป์ 4. เทคนิคการปักผ้า 5. ดอกไม้ที่น ามาสร้างสรรค์ผลงาน 6. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1.ศิลปะสื่อผสม ศิลปะสื่อผสม (Mixed Media Art)ค าว่า ศิลปะสื่อประสม หรือ ศิลปะสื่อผสม หมายถึง ผลงานที่ มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นโดยใช้เทคนิคและวิธีการของศิลปะทางด้านทัศนศิลป์ หลาย ๆ แขวงมาผสมผสานท า ให้เกิดผลงานที่อยู่ในชิ้นเดียวกัน เน้นหลักการจัดองค์ประกอบศิลป์ แสดงออกถึงอารมณ์สะเทือนใจของ ผู้สร้าง ซึ่งวัสดุที่ใช้ในการสร้างผลงานสื่อผสมสามารถหาได้จากวัสดุธรรมชาติ เช่น วัสดุจากพืช สัตว์ และแร่ วัสดุสังเคราะห์ เช่น กระดาษ โลหะ เป็นต้น ซึ่งนิยามของค าว่าศิลปะนั้นเป็นการน าสิ่งที่มีอยู่มาประยุกต์ผสมผสานกันเพื่อให้เกิดเป็นผลงาน ทางด้านศิลปะที่มีรูปแบบออกมาเป็นรูปเป็นร่างเพื่อให้คนดูได้สามารถรับรู้ถึงความหมายของผลงาน ศิลปะที่เราสร้างขึ้นมานั่นเองค่ะ ซึ่งการถ่ายทอดเรื่องราวหรือว่าการเล่าเรื่องเหตุการณ์ต่างๆนั้น ถ้าเรา สามารถถ่ายทอดเรื่องราวเป็นแบบสามมิติได้ ก็จะท าให้ผู้ที่ชมผลงานนั้นสามารถที่จะซึมซับข้อมูลได้เร็ว ขึ้นและได้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างเรื่องเล่ากับเหตุการณ์ที่เป็นจริง ซึ่งด้วยเหตุนี้จึงได้มีการน า ความรู้ทางด้านศิลปะแขนงต่างๆมาผสมกันจนเรียกว่า ศิลปะสื่อผสม ซึ่ง สื่อผสม เป็นผลงานศิลปะใน ด้านวิจิตรศิลป์ ในการน าสื่อมากกว่าสองสื่อ หรือศิลปะมากกว่าสองแขนงมารวมกันขึ้นไปมาสร้างเป็น งานชิ้นเดียวกัน โดยนิยมใช้สื่อที่แตกต่างกัน มาน าจุดเด่นของแต่ละสื่อมาใช้ร่วมกัน เช่นการสร้างภาพ


4 ชุดชีวิตของนักบุญฟรานซิสแห่งอาซิซิในชาเปลต่างๆ ที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งพีดมอนต์และลอมบาร์ดีทาง ตอนเหนือของประเทศอิตาลีที่ใช้ทั้งประติมากรรมและจิตรกรรมมาผสมผสานเข้าเป็นการงานชิ้นเดียวกัน ที่ท าให้เป็นงานที่มีลักษณะเป็นสามมิติ ซึ่งในภาพสามมิตินี่เองที่สามารถมองได้หลายมุมมอง ทั้งได้เห็น ส่วนลึกส่วนเว้านั่นเอง ซึ่งนักออกแบบหลายๆท่านได้พยายามศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับศิลปะสื่อผสม เพื่อที่จะน ามาออกแบบผลงานของตัวเองให้มีจุดเด่นและดึงดูดคนดูให้มีความน่าสนใจในผลงานของเขา ให้มากที่สุด ปัจจุบันนี้ศิลปะทางด้านสื่อผสมมีการน าแนวความคิดทางด้านนี้มาใช้กันมากในด้านธุรกิจ เพราะสามารถที่จะผลิตผลงานสามมิติออกมาดึงดูดคนดูนั้นเอง ซึ่งที่เราเห็นการโดยส่วนใหญ่ทุกวันนี้ก็ อย่างเช่น ภาพยนตร์ 3 มิติ (ที่มา https://tanapornsaetae5653.wordpress.com ปีที่สืบค้น 2566) 2. ความสัมพันธ์ระหว่างดอกไม้กับผีเสื้อ ความสัมพันธ์ของสองสิ่งนี้ไม่อาจแยกขาดกันได้ ในธรรมชาติพืชพรรณไม้หลายชนิดได้อาศัย ผีเสื้อช่วยในการผสมเกสร โดยใช้สีสันความงามของกลีบดอก หรือใช้กลิ่นหอมดึงดูดให้ผีเสื้อเข้ามาตอม และดูดกินน ้าหวานเป็นสิ่งตอบแทนขณะเดียวกันเกสรดอกไม้ก็จะติดตามแข้งขาหรือล าตัวของผีเสื้อ เมื่อผีเสื้อบินไปเกาะยังดอกอื่น ก็จะช่วยท าให้เกิดการผสมเกสรขึ้น ดอกไม้ส าหรับผีเสื้อกลางคืนมักมีสีอ่อน ลักษณะเป็นท่อยาวและเล็ก ไม่มีที่ให้เกาะ มีน ้าหวาน อยู่ลึกลงไปในดอกไม้ และบานส่งกลิ่นหอมในตอนกลางคืน ส่วนดอกไม้ส าหรับผีเสื้อกลางวันมักมีสีสด หลายชนิดมีสีแดง โดยมากมักมีขนาดเล็กกว่าดอกไม้ส าหรับผีเสื้อกลางคืน แต่จับกลุ่มกันเป็นดอกรวม ให้ผีเสื้อเกาะได้ผีเสื้อและแมลงต่าง ๆ มองเห็นสีสันของดอกไม้แตกต่างไปจากที่คนเรามองเห็น ทั้งนี้ เพราะมันสามารถมองเห็นแสงในย่านอัลตราไวโอเลต เมื่อฉายด้วยแสงอัลตราไวโอเลต ไปบนดอกไม้ที่ เรามองเห็นว่าเป็นสีเรียบๆแมลงจะเห็นว่าบนกลีบดอกมีเส้นสีเข้มมากมาย เส้นสีเข้มนี้เรียกว่า nectar guide ซึ่งจะชี้น าให้แมลงเข้าไปหาน ้าหวานที่อยู่กลางดอก (ที่มา https://sites.google.com/site/butterflykib602/phiseux-kab-dxkmi ปีที่สืบค้น 2566)


5 3. องคป์ระกอบศิลป์ องค์ประกอบศิลป์ ( Composition ) การน าสิ่งต่างๆ มาประยุกต์ ดัดแปลง สร้างสรรค์ จัดร่วมเข้าด้วยกัน ตามสัดส่วนรูปร่าง รูปทรง ตรงตามคุณสมบัติของสิ่งนั้นๆ เพื่อให้เกิดผลงานที่มี ความเหมาะสมส่วนจะเกิดความงดงาม น่าสนใจ หรือไม่นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับการน าเสนอภาพรวมของงาน ว่ามีการสื่อถึงเรื่องราว วัตถุประสงค์ ในงานการ ออกแบบของเราโดยค านึงถึงปัจจัยที่ใช้ในการออกแบบ ดังนี้ 1. สัดส่วนของภาพ (Proportion) 2. ความสมดุลของภาพ (Balance) 3. จังหวะลีลาของภาพ (Rhythm) 4. การเน้นหรือจุดเด่นของภาพ (Emphasis) 5. เอกภาพ (Unity) 6. ความขัดแย้ง (Contrast) 7. ความกลมกลืน (Harmony) สิ่งต่างๆ ที่เราควรน ามาใช้ประกอบเข้าด้วยกัน คือ จุด, เส้น, รูปร่าง– รูปทรง, สี, ลักษณะผิว ส่วนประกอบต่างๆ ของศิลปะน ามาจัดประสานสัมพันธ์กันให้เกิดคุณค่าทางความงามเราเรียกว่า องค์ประกอบศิลป์ (Composition)


6 รูปแบบการจัดองค์ประกอบทางศิลปะ การจัดองค์ประกอบ เป็นหลักที่ส าคัญส าหรับผู้สร้างสรรค์ และผู้ศึกษางานศิลปะ เนื่องจาก ผลงานศิลปะใดๆ ก็ตาม ล้วนมีจุดเด่นที่เน้นเป็นหลักใหญ่ๆ อยู่ในตัวดัวยกัน 2 ประการ คือ ทางด้านรูปทรง เกิดจากการน าเอา องค์ประกอบต่างๆ ของศิลปะ ได้แก่ เส้น, สี, แสงและเงา รูปร่าง รูปทรง พื้นผิว ฯลฯ มาจัดเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดความงามทางศิลป์ (Art Composition) ทางด้านเรื่องราว หรือสาระของผลงานที่ศิลปินผู้สร้างสรรค์ต้องการที่จะแสดงออก ให้ผู้ชมได้ สัมผัส รับรู้ โดยอาศัยรูปลักษณะที่เกิดจากการจัดองค์ประกอบศิลป์ นั่นเองหรืออาจกล่าวได้ว่า ศิลปินจะ น าเสนอเนื้อหาเรื่องราว ผ่านรูปลักษณะที่เกิดจากรวมองค์ประกอบทางศิลปะเข้าด้วยกัน ถ้า องค์ประกอบที่จัดขึ้นไม่สัมพันธ์กับเนื้อหาเรื่องราวที่น าเสนอ งานศิลปะนั้นๆ ก็จะขาดความงามของ เรื่องราวที่จะเสนอถึงเรื่องที่ต้องการให้ผู้อื่นรับรู้ได้ตรงกับหัวข้อเรื่องหรือชื่อภาพนั้นไป ดังนั้น การจัด องค์ประกอบศิลป์ จึงให้ความส าคัญในการคิด ประยุกต์ ดัดแปลง เพื่อสร้างสรรค์งานศิลปะให้เกิดความ สวยงาม ดึงดูดผู้ชม หรือหน้าสนใจในงานนั้นๆ เพราะจะท าให้งานความส าคัญขององค์ประกอบศิลป์ องค์ประกอบศิลป์ เป็นเรื่องที่ผู้เรียนศิลปะทุกคนต้องเรียนรู้เป็นพื้นฐาน เพื่อที่จะน าไปใช้ได้ให้ เกิดประสิทธิภาพในการออกแบบโครงสร้างหรือรูปร่างของภาพ แล้วน าไปประยุกต์ใช้ในงานออกแบบ ต่างๆ ได้ เช่น การจัดวางสิ่งของเพื่อตกแต่งบ้าน, การจัดส านักงาน,การจัดโต๊ะอาหาร, จัดสวน, การ ออกแบบปกรายงาน, ตัวอักษร, และการจัดบอร์ดกิจกรรมต่างๆ สามารถน าไปใช้กับการออกแบบอื่นๆ ได้เป็นอย่างดีซึ่งเหล่านี้ เราต้องอาศัยหลักองค์ประกอบศิลป์ ทั้งสิ้น ส่วนประกอบขององค์ประกอบศิลป์ ที่ ส าคัญ ซึ่งจะเป็นส่วนที่เราน ามาเพื่อสร้างสรรค์ผลงานทุกรูปแบบได้ดี ให้น่าสนใจ และมีความสวยงาม ดังนี้ 1. จุด ( Point, Dot ) คือ ส่วนประกอบที่เล็กที่สุดเป็นส่วนเริ่มต้นไปสู่ส่วนอื่นๆ เช่น การน าจุดมาเรียงต่อกัน ตามต าแหน่งที่เหมาะสม และซ ้าๆ กัน จะท าให้เรามองเห็นเป็น เส้น รูปร่าง รูปทรง ลักษณะผิว และการออกแบบที่น่าตื่นเต้นได้ จากจุดหนึ่ง ถึงจุดหนึ่งมีเส้นที่มองไม่เห็นด้วยตา แต่เห็นได้ ด้วยจินตนาการ เราเรียกว่า เส้นโครงสร้าง นอกจากจุดที่เราน ามาจัดวางเพื่อการออกแบบ เรา สามารถพบเห็นลักษณะการจัดวางจุดจากสิ่งเป็นธรรมชาติ ที่อยู่รอบๆ ตัวเราได้ เช่น ข้าวโพด รวงข้าว เมล็ดถั่ว ก้อนหิน เปลือกหอย ใบไม้ ลายของสัตว์นานาชนิด ได้แก่ เสือ ไก่ นก สุนัข งู ม้าลาย และแมว เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ธรรมชาติได้ออกแบบไว้อย่างสวยงาม มีระเบียบ มีการซ ้ากัน อย่าง มีจังหวะและมีอิทธิพลต่อความคิดของมนุษย์เราเป็นอย่างมาก เช่น การออกแบบลูกคิด


7 ลูกบิดประตู การร้อยลูกปัด สร้อยคอ และเครื่องประดับต่างๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เกิดมาจาก จุดทั้งสิ้น 2. เส้น ( Line) เกิดจากจุดที่เรียงต่อกันหรือเกิดจากการลากเส้นไปยังทิศทางต่างๆ มีหลายลักษณะ เช่น ตั้ง นอน เฉียง โค้ง ฯลฯ เส้น เกิดจากเคลื่อนที่ของจุด หรือถ้าน าจุดมาวางเรียงต่อๆ กันก็ จะเกิดเป็นเส้นขึ้นเส้นมีมิติเดียว คือ ความยาว ไม่มีความกว้าง ท าหน้าที่เป็นขอบเขตของที่ว่าง รูปร่าง รูปทรง สี น ้าหนัก รวมทั้งเป็นแกนหลักโครงสร้างของรูปร่างรูปทรงต่างๆ เส้นเป็นพื้นฐานที่ส าคัญของงานศิลปะทุกชนิด เส้นสามารถให้ความหมาย แสดง ความรู้สึกและอารมณ์ด้วย การสร้างเป็นรูปทรงต่างๆ ขึ้น เส้นมี 2 ลักษณะคือ เส้นตรง (Straight Line) และ เส้นโค้ง (Curve Line) เส้นทั้งสองชนิดนี้เมื่อน ามาจัดวางในลักษณะต่างๆ กันและให้ ความหมาย ความรู้สึก ที่แตกต่างกันออกไปด้วย ลักษณะของเส้น เส้นมีจุดเด่นที่น ามาใช้ได้หลากหลายรูปแบบ ท าให้เกิดรูปร่างรูปทรงต่างๆ มากมาย เพื่อต้องการสื่อให้เกิดความรู้สึกทางด้านอารมณ์ จากการสร้างสรรค์ของงาน 1. เส้นตั้ง หรือ เส้นดิ่ง ให้ความรู้สึกทางความสูง สง่า มั่นคง แข็งแรง หนักแน่นเป็น สัญลักษณ์ ของความซื่อตรง 2. เส้นนอน ให้ความรู้สึกทางความกว้าง สงบ ราบเรียบ นิ่ง ผ่อนคลาย 3. เส้นเฉียง หรือ เส้นทะแยงมุม ให้ความรู้สึก เคลื่อนไหว รวดเร็ว ไม่มั่นคง 4. เส้นหยัก หรือ เส้นซิกแซก แบบฟันปลา ให้ความรู้สึก เคลื่อนไหว อย่างเป็นจังหวะ มี ระเบียบ ไม่ราบเรียบ น่ากลัว อันตราย ขัดแย้ง ความรุนแรง 5. เส้นโค้ง แบบคลื่น ให้ความรู้สึก เคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ลื่นไหล ต่อเนื่อง สุภาพอ่อน โยน นุ่มนวล 6. เส้นโค้งแบบก้นหอย ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว คลี่คลาย หรือเติบโตในทิศทางที่ หมุนวน ถ้า มองเข้าไปจะเห็นพลังความเคลื่อนไหวที่ไม่สิ้นสุด 7. เส้นโค้งวงแคบ ให้ความรู้สึกถึงพลังความเคลื่อนไหวที่รุนแรง การเปลี่ยนทิศทางที่ รวดเร็ว ไม่หยุดนิ่ง


8 8. เส้นประ ให้ความรู้สึกที่ไม่ต่อเนื่องขาดหาย ไม่ชัดเจน ท าให้เกิดความเครียด - ใช้ในการแบ่งที่ว่างออกเป็นส่วนๆ - ก าหนดขอบเขตของที่ว่าง หมายถึง ท าให้เกิดเป็นรูปร่าง (Shape) ขึ้นมา -ก าหนดเส้นรอบนอกของรูปทรง ท าให้มองเห็นรูปทรง (Form) ชัดขึ้น - ท าหน้าที่เป็นน ้าหนักอ่อนแก่ ของแสดงและเงา หมายถึง การแรเงาด้วยเส้น - ให้ความรู้สึกด้วยการเป็นแกนหรือโครงสร้างของรูป และโครงสร้างของภาพ รูปร่างและรูปทรง ( Shape and Form) รูปร่าง คือ พื้นที่ล้อมรอบด้วยเส้นที่แสดงความกว้าง และความยาว รูปร่างจึงมีสองมิติ รูปทรง คือ ภาพสามมิติที่ต่อเนื่องจากรูปร่าง โดยมีความหนา หรือความลึก ท าให้ภาพที่เห็นมี ความชัดเจน และสมบูรณ์ รูปร่างและรูปทรงแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะใหญ่ คือ รูปเรขาคณิต (Geometric Form) มีรูปร่างรูปทรงที่แน่นอน มาตรฐาน สามารถวัดหรือ ค านวณได มีกฎเกณฑ์ เช่น รูปสี่เหลี่ยม รูปวงกลม รูปวงรี ห้าเหลี่ยม หกเหลี่ยม พีระมิด เป็น ต้น รูปเรขาคณิตเป็นโครงสร้างพื้นฐานของรูปทรงต่างๆ ดังนั้น การสร้างสรรค์รูปอื่นๆ ควร ศึกษารูปเรขาคณิตให้เข้าใจถ่องแท้เสียก่อน รูปทรงธรรมชาติ (Nature Form) เป็นการเลียนแบบธรรมชาติ น ารูปทรงที่มีอยู่ตาม ธรรมชาติรอบตัวเรา เช่น ดอกไม้, ใบไม้, สัตว์ต่างๆ , สัตวน ้า, แมลง, มนุษย์ เป็นต้น มาใช้เป็น แม่แบบในการออกแบบและสร้างสรรค์ โดยยังคงให้ความรู้สึกและรูปทรงที่เป็นธรรมชาติอยู่ส่วน ผลงานบางชิ้น ที่ล้อเลียนธรรมชาติ โดยใช้รูปทรงเช่น ตุ๊กตาหมี, การ์ตูน, อวัยวะของร่างกายเรา เป็นต้น ยังคงเป็นรูปทรงตามธรรมชาติ ให้เห็นอยู่ บางครั้งได้มีการน าวัสดุที่มีอยู่ ตามธรรมชาติ เช่น เปลือกหอย, กิ่งไม้, ขนนก ฯลฯ น ามาออกแบบ ดัดแปลง สร้างสรรค์ผลงาน รูปทรงก็ไม่ได้ เปลี่ยนแปลงมากนัก


9 รูปทรงอิสระ (Free Form) เป็นรูปแบบโครงสร้างที่ไม่แน่นอน ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว เลื่อนไหล ให้ความอิสระ และได้อารมณ์ ความเคลื่อนไหวเป็นอย่างดี รูปอิสระอาจเกิดจากรูป เรขาคณิตหรือรูปธรรมชาติ ที่ถูกกระท าจนมีรูปลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิมจนไม่เหลือสภาพเดิม (ที่มา http://www.digitalschool.club/digitalschool/art/art2_2/lesson1/more1/page2_3.php ปี ที่สืบค้น 2566 ) 4. เทคนิคการปักผ้าด้วยมือ การปักมี 2 ลักษณะ คือ 1.การปักอย่างหยาบ เป็นการปักด้วยไหมเส้นใหญ่ บนเนื้อผ้าหยาบ ลายขนาดใหญ่ ถ้า เป็นลายที่ติดต่อกัน เช่น การปักไขว้หรือการปักสอดไหม จะช่วยเพิ่มความหนาของเนื้อผ้าขึ้นได้ เหมาะส าหรับปักผ้าที่ใช้เป็นประเภทตกแต่งเครื่องเรือน เครื่องใช้ต่าง ๆ มากกว่าที่จะปักตกแต่ง เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย 2.การปักอย่างละเอียด เป็นการปักด้วยไหมเส้นเล็กบนเนื้อผ้าบาง ลายขนาดธรรมดา หรือค่อนข้างเล็ก อาจใช้กับเนื้อผ้าหนาได้เหมือนกัน เช่น ผ้าไหมเนื้อหนาแต่ต้องให้ไหม เข็ม และผ้าสัมพันธ์กันเหมาะส าหรับตกแต่งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ความส าคัญของงานปัก การปัก เป็นงานศิลปะแขนงหนึ่งของกุลสตรี เพราะเป็นการเสริมแต่งเครื่องแต่งกาย เช่น การ ปักเสื้อ กระโปรง ปลอกหมอนอิง หมอนหนุน ผ้าคลุมเตียง ผ้าม่านหน้าต่าง และเครื่องใช้อื่น ๆ ตาม ความต้องการ ทั้งนี้เพื่อให้เห็นคุณค่าของงานและความสวยงามยิ่งขึ้นการปักในสมัยก่อนนั้นนิยมปักด้วย มือแต่เพียงอย่างเดียว เพราะถือว่าเป็นงานฝีมือที่ต้องการความละเอียดเป็นพิเศษ ต่อมาเมื่อมีผู้นิยมลาย ปักมากขึ้น การใช้มือผลิตผลออกมาได้ไม่ทันตามความต้องการ และค่าแรงสูงมาก จึงมีการปักด้วย เครื่องมือพิเศษ และปักด้วยจักรเพิ่มขึ้นอีกแต่อย่างไรก็ดีการปักด้วยมือเราจะทิ้งไม่ได้ เพราะเป็นงานที่ แสดงฝีมือจริง ๆ ปัจจุบันมีการส่งเสริมศิลปาชีพของชาวชนบทแทบทุกแห่ง โดยเฉพาะทางภาคเหนือ สตรีที่ว่างจากการท าไร่นา ก็จะพากันมารับจ้างปักผ้าบ้าง ถักบ้าง แต่คนเหล่านี้จะไม่ค่อยมีความรู้ว่าลาย ปักชนิดใดเหมาะที่จะปักอะไร หรือ จะวางลายปักอย่างไรจึงจะให้ดูงาม หรือใช้สีอะไรปักจึงจะท าให้น่าดู การปักสมัยก่อนนิยมปักแต่สีขาว ผ้าที่น ามาปักก็เป็นสีขาว เพราะนิยมว่าสุภาพ ต่อมาความนิยม เหล่านั้นก็เปลี่ยนแปลงไปเป็น ใช้ด้ายและไหมสีต่าง ๆ ปักบนผ้าสีขาว ชมพู ครีม หรือสีที่มีพื้นสีอ่อน ๆ ส่วนผ้าที่มีสีพื้นหนัก ๆ หรือสีเข้ม การใช้สีของด้ายปักจะต้องคิดให้ดี จะใช้สีอะไรจึงจะงาม ส่วนผ้าที่พื้น สีอ่อน ๆ นั้นหาสีของด้ายปักได้ง่ายกว่าผ้าพื้นสีเข้ม ๆปัจจุบันจะเห็นเสื้อผ้าของใช้ต่าง ๆ ของประเทศที่


10 เอามาขายในบ้านเรา มีราคาสูงมาก ต่างกับราคาของบ้านเรา ฝีมือการปักก็พอ ๆ กัน จะเห็นว่างาน อาชีพการปักของบ้านเราเวลานี้ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าต่างประเทศ ทั้งยังเป็นสินค้าที่ขายได้ดีมากแม้แต่ ต่างประเทศก็นิยม สิ่งที่ควรค านึงถึง เราควรใช้วัสดุที่มีในท้องถิ่น เช่น ผ้า และไหม เราควรค านึง คุณภาพของวัสดุ มากกว่าที่จะหาซื้อผ้าจากต่างประเทศได้ไม่น้อยทีเดียว วิธีการปักแบบต่าง ๆ ในกระบวนการปักทั้งของไทยและของต่างประเทศ มีวิธีที่เรียกชื่อต่าง ๆ กันเป็นจ านวนมาก และวิธีการปักเหล่านี้ใช้ในการปักลวดลายตกแต่งเสื้อผ้า ของใช้ที่ท าด้วยผ้านานาชนิดได้สวยงามแปลก ๆ ในต่างประเทศ แบบการปักจะเรียกชื่อตามชาติต้นคิด เช่น ปักสวีดิส ปักแมกซิกัน ปักสเปญ บางที เรียกตามลักษณะของการปัก เช่น ปักปะ ปักรังดุม ปักจักร เป็นต้น การปักแต่ละอย่างก็ยังน าไปใช้ ต่างกันอีกด้วยขนาดของเข็มที่จะใช้ปักผ้าจะต้องเลือกให้ถูกกับเนื้อผ้า เช่น ผ้าเนื้อบาง ก็ควรใช้เข็ม ขนาดกลาง หากเนื้อผ้าหนาก็ใช้เข็มเล่มโตการสนเข็ม ไม่ใช่ของยากนัก แต่ก็ไม่ใช่ง่ายทีเดียว วิธีที่จะสนเข็มได้เร็ว ก็คือ สนจากปลายของด้าย ด้านที่ตัดขาดใหม่ ๆ เพราะปลายเรียบไม่แตก ทั้งยังมีมันอยู่ท าให้สะดวกต่อการสนเข็ม ถ้ายังสนด้ายขัด ๆ อยู่ก็ใช้เทียนขี้ผึ้งรูดเข็มเล็กน้อยก่อนสนเข็ม การปักอาจแยกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ดังนี้ 1.การปักหน้าเดียว การปักหน้าเดียว เป็นการปักให้ดู สวยงามแต่ด้านหน้าด้านเดียว ด้านหลังจะห่าง หรือข้ามไปบ้างหรือมีเส้นไหมยุ่ง ๆ อยู่บ้างก็ไม่ค่อย กระไร แต่ก็ควรระวังเรื่องการข้ามไหมจากลายอันหนึ่งไปอีกลายอันหนึ่ง อย่าข้ามในระยะห่างกันมากนัก เพราะถ้าเป็นผ้าแพรหรือผ้าต่วน จะท าให้เห็นเส้นด้ายที่ข้ามปรากฏออกมาด้านหน้า ท าให้หมดความ สวยงามไปได้ ทั้งจะท าให้ลายที่ปักนั้น ไม่คงทนถาวรหรือหลุดได้ง่าย การปักหน้าเดียวนี้มักใช้กับ ลวดลายที่แคบ ๆ มีช่วงไหมสั้น เช่น หน้าหมอน ก็มักเป็นการปักหน้าเดียว การปักจะใช้การปักทับลาย หรือปักยกลายก็ได้ 2.การปักสองหน้า คือ การปักให้เหมือนกันทั้งสองด้าน คือ ด้านหน้าและด้านหลัง หรือด้านนอก และด้านใน ใช้ปักกับลายแคบ ๆ แต่ถ้าลายที่จะปักเป็นลายกว้างหรือลายใหญ่ ก็ปักแต่เฉพาะขอบลายจะ ใช้วิธีปักยกลายก็ได้ก่อนที่จะลงมือปักต้องด้นไปหาที่ตั้งต้นปัก เพราะเราไม่ขมวดปมไหมให้เป็นปมเมื่อ ปักเสร็จลายหนึ่งแล้ว หรือว่าจวนจะหมดลายแล้วให้แทงเข็มพาไหมที่เหลือย้อนกลับไปในลายที่ปักแล้ว จึงตัดไหมให้เรียบร้อยการปักนี้ใช้ปัก ผ้าเช็ดหน้า ผ้าห่ม ผ้าม่าน


11 3.การปักแรเงา การปักแรเงา มีผู้นิยมกันมากในขณะนี้ เพราะเป็นการปักที่ดูสวยกว่าการปัก สองหน้า หรือหน้าเดียว ซึ่งเป็นแบบธรรมดา การปักแรเงานี้ เป็นการปักเหลือบสีแรเงาให้ดูเหมือนจริง เช่น รูปดอกไม้ ใบไม้ หรืออาจใช้วิธีแรเงาช่วยให้สดใสได้ (ที่มา https://www.gotoknow.org/posts/211730 ปีที่สืบค้น 2566) 5. ดอกไม้ที่น ามาสร้างสรรค์ผลงาน ดอกไม้ที่น ามาสร้างสรรค์ผลงานเป็นดอกไม้ที่มีความหมายที่ดี และช่วยเสริมความโชคดีให้ผู้ที่เห็น ผลงาน ดอกไม้ที่ดึงมาใส่ในงานมีดังนี้ 1. ดอกกุหลาบ ดอกกุหลาบสีแดง เป็นดอกไม้ที่นิยมให้กันที่สุด ความหมายของดอกกุหลาบสีแดงคือ การตก หลุมรักหรือปลื้มใครซักคน เป็นดอกไม้ที่สื่อแทนใจสุดคลาสสิกเพื่อจะบอกให้รู้ว่ามีคนก าลังปลื้มอยู่ มี ความรักที่สุดแสน จะลึกซึ้ง มั่นคง ไม่มีวันจืดจางไป กุหลาบเป็นดอกไม้ของกามเทพ คิวปิด และอีรอส เป็นสิ่งน าโชคน าความรักมาให้แก่หญิงหรือชายที่ได้รับ 2. ดอกทานตะวัน ดอกทานตะวันเป็นเรื่องราวของเทพธิดากรีกโบราณที่ชื่อว่า ไคลที ที่ไปหลงรักเทพอพอลโล ที่ เป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์ แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากเทพอพอลโล จนกระทั่งเทพองค์อื่นเริ่มสงสารและ เห็นใจ พวกเขาจึงเปลี่ยนให้ไคลทีกลายร่างเป็นดอกไม้ ซึ่งดอกไม้ที่ว่าก็คือดอกทานตะวันนั่นเองค่ะ ใน ด้านความรักดอกทานตะวันนั้นสื่อถึงความรักบริสุทธิ์และมั่นคง เหมือนกับไคลทีที่เฝ้ามองเทพอพอลโล อยู่อย่างนั้นไม่จากไปไหน การมอบดอกทานตะวันให้ใครจึงหมายถึงความรักของฉันที่มีให้เธอจะมั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนที่ดอกทานตะวันเฝ้ามองดวงอาทิตย์เสมอไป และดอกทานตะวันยังใช้สื่อถึงความ ร่าเริงสดใสและความสุขได้อีกด้วย 3. ดอกชบา ดอกชบา ถือเป็นสัญลักษณ์ของรักครั้งใหม่ และยังมีความหมายมงคลเสริมความเจริญก้าวหน้า การงานการเรียนก็ไม่เกิดอุปสรรค พบเจอแต่ความส าเร็จ ส าหรับคนที่เกิดอังคารปลูกดอกชบาสีแดงหรือ ชมพูแล้วจะยิ่งโชคดี


12 4. ดอกคาร์เนชั่น ดอกคาร์เนชั่นสีน ้าเงิน เป็นสีที่แสดงถึงความสุขสงบ ความจริง จิตวิญญาณ รักแท้ และความ จงรักภักดีระหว่างคู่รัก (ที่มา https://thaniya1988.com/language-of-flower/ ปีที่สืบค้น 2566) 6. งานวิจยัที่เกี่ยวข้อง อาจารย์สุกรี เกษรเกศรา (2547) คณะวิจิตรศิลป์ สาขาวิชาประติมากรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชื่อโครงการ คุณค่าและความหมายของวัสดุจากธรรมชาติและวัสดุสังเคราะห์ในงานศิลปะสื่อผสม การ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะสื่อผสมตามโครงการวิจัยชุดนี้ เป็นเรื่องของการศึกษาค้นคว้า คุณค่าและ ความหมายของวัสดุจากธรรมชาติและวัสดุสังเคราะห์ในงานศิลปะสื่อผสม อีกทั้งเพื่อเปรียบเทียบถึง คุณค่าและความหมายที่แตกต่างกันระหว่างวัสดุทั้งสองประเภท ศึกษาการจัดองค์ประกอบทางด้างศิลปะ (COMPOSITION) ศิลปะสื่อผสม (MIXED MEDLA ART) คือการน าวัสดุชนิดต่างๆที่มีความหลากหลาย มาสร้างสรรค์ เป็นผลงานศิลปะโดยใช้กรรมวิธีหรือวิธีการในลักษณะผสม โครงการวิจัยศิลปะสื่อผสมชุด นี้ แสดงออกทางด้านเนื้อหา เรื่องราว อย่างตรงไปตรงมาที่มีอยู่ตามธรรมชาติและสภาพแวดล้อมรอบ กาย เช่น คน สัตว์ สิ่งของ ทิวทัศน์ ฯลฯ แทนค่าความหมายสัญลักษณ์ รูปทรงดังกล่าวโดยผ่านวัสดุ ธรรมชาติและวัสดุสังเคราะห์


บทที่ 3 วิธีการดา เนินการศึกษาค้นคว้า จากการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องท าให้ผู้วิจัยพบว่ากระบวนการออกแบบ และการผลิตต้นแบบเหมือนจริงของวิจัยครั้งนี้จ าเป็นต้องด าเนินงานตามวัตถุประสงค์ภายใต้สมมติฐานที่ ก าหนดไว้ซึ่งก าหนดตามแผนของระบบงานวิจัยเป็น 4 ขั้นตอนหลักๆคือ ขั้นตอนการวางแผนก่อนการ ผลิต ขั้นตอนการก าหนดแบบร่างทางความคิด ขั้นตอนการพัฒนาและการผลิต รวมไปถึงขั้นตอน หลัง การผลิตโดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. 4 ขนั้ตอนการวางแผนก่อนการผลิต 1.1 การก าหนดสมมติฐาน 1.2 การศึกษารวบรวมข้อมูล 1.3 การศึกษาตัวอย่างกรณีศึกษา 2. การกา หนดแบบร่างทางความคิด 2.1 การสร้างสรรค์โครงสร้างโดยตามแบบแนวคิด 2.2 ภาพร่างทางความคิดโดยสร้างสรรค์ตามแนวคิดที่วางไว้ 3. ขั้นตอนการพัฒนาแบบการสร้างสรรค์ผลงาม 3.1 วัสดุและอุปกรณ์ 3.2 สร้างสรรค์ผลงานจริงตามวัตถุประสงค์และสมมติฐานที่ก าหนดไว้ 4. ขั้นตอนหลังการสร้างสรรค์ผลงาน 4.1 น าเสนอผลงานศิลปะนิพนธ์สู่สาธารณชน 4.2 การตรวจสอบ ทดสอบและส ารวจความคิดเห็นเกี่ยวกับงาน 4.3 การวิเคราะห์สรุปผลงาน


14 5. ประชากรในการวิจยั 5.1 ศิลปะสื่อผสมจ านวน 4 ชุด 5.2 ผู้สนใจในงานศิลปะสื่อผสม 6. เครื่องมือในการวิจยั 6.1 แบบสอบถามโดยผู้บริโภค จ านวน 30 ชุด 7. ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล 7.1 วันที่ 29 มีนาคม 2566 - วันที่ 31 มีนาคม 2566 1. ขนั้ตอนการวางแผนก่อนการผลิต การสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสม ชุด Together จ านวน 4 ชิ้น มีกระบวนการศึกษาดังนี้ 1.1 การก าหนดสมมติฐาน การก าหนดสมมติฐานจากการทบทวนทฤษฎีที่เกี่ยวข้องเพื่อน ามาก าหนดเป็นประเด็น ต่างๆ เพื่อท าให้ผู้วิจัยศึกษาการสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสม ชุด Together ถูกออกแบบให้ดู สดใส สวยงามและมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง 1.2 การศึกษารวบรวมข้อมูล จากเอกสารในรูปแบบต่างๆเป็นข้อมูลจากหนังสือ เว็บไซต์ที่ เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์แบ่งข้อมูลการศึกษาดังนี้ 1.2.1 ศิลปะสื่อผสม 1.2.2 องค์ประกอบศิลป์ 1.2.3 ข้อมูลความสัมพันธ์ของดอกไม้กับผีเสื้อ 1.2.4 เอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย 1.3 การศึกษาตัวอย่างกรณีศึกษา จากการศึกษาตัวอย่างกรณีศึกษาในการท างานศิลปะสื่อผสม โดยการใช้ไหม ด้าย ผ้า และเลื่อมลูกปัดต่างๆ พบว่าการท างานศิลปะสื่อผสมสามารถน ามาสร้างศิลปะที่แปลกใหม่และ แตกต่างจากผู้อื่นได้ และมีความเป็นเอกลักษณ์เป็นของตนเอง


15 2. การกา หนดแบบร่างทางความคิด 2.1 การสร้างสรรค์โครงสร้างโดยตามแบบแนวคิด จากการศึกษาข้อมูล จึงมีความคิดที่จะสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสม ชุด Together โดย ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความสวยงามความสดใสจากสีสันจากธรรมชาติของดอกไม้กับผีเสื้อ และความสัมพันธ์ของดอกไม้และผีเสื้อ 2.2 ภาพร่างทางความคิดโดยสร้างสรรค์ตามแนวคิดที่วางไว้ ภาพร่างทางความคิดโดยสร้างสรรค์ตามแนวคิดที่วางไว้ภายใต้แนวความคิดการ สร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสม ชุด Together 3. ขนั้ตอนการพฒันาและการผลิตผลงาน 3.1 วัสดุและอุปกรณ์ เป็นการเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ในการท าตามสมมุติฐานที่วางไว้ซึ่งอุปกรณ์แต่ละอย่างมี ข้อมูลและมีประโยชน์เพื่อการสะดวกต่อการสร้างสรรค์งานในรูปแบบเฉพาะของผู้วิจัย 3.2 สร้างสรรค์ผลงานจริงตามวัตถุประสงค์ และสมมติฐานที่ก าหนดไว้ เข้าสู่กระบวนการผลิตผลงานจริงโดยการสร้างสรรค์งานศิลปะ ซื้อผสมและต่อยอดให้ตรงกับ สมมติฐาน ตามที่ก าหนดไว้


16 4. ขั้นตอนหลังการสร้างสรรค์ผลงาน 4.1 น าเสนอผลงานศิลปะนิพนธ์สู่สาธรณชน 4.1.1 การแสดงผลงานในนิทรรศการ 4.1.2 น าเสนอผลงานในรูปแบบภาพผ่านสื่อออนไลน์ 4.2 การตรวจสอบ ทดสอบและส ารวจความคิดเห็นเกี่ยวกับ ผลงาน 4.2.1 การท าแบบสอบถามส ารวจความคิดเห็น 4.3 การวิเคราะห์สรุปผลงาน 4.3.1 สรุปแบบสอบถามการส ารวจความคิดเห็น 5. ประชากรในการวิจยั 5.1 ผู้สนใจในงานศิลปะสื่อผสม (Mixed Media Art) 6. เครื่องมือในการวิจยั 6.1 แบบสอบถามโดยผู้บริโภค จ านวน 30 ชุด


17 7. ระยะเวลาในกานเก็บข้อมูล แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ การวางแผนก่อนการผลิต ขั้นตอนการพัฒนาและการสร้างสรรค์รวม ไปถึงขั้นตอนหลังการสร้างสรรค์ โดยใช้เวลาทั้งสิ้น จ านวน 3 เดือนตั้งแต่เดือน มกราคม-มีนาคม 2566 ตารางที่3.1 แสดงระยะเวลาในการเก็บข้อมูล กิจกรรม / ขั้นตอนการด าเนินงาน ระยะเวลา ม.ค. ก.พ. มี.ค. 1. ขั้นตอนการวางแผนก่อนการผลิต (preproduction stage) 2. การก าหนดแบบร่างทางความคิดการพัฒนาแบบตาม วัตถุประสงค์และสมมติฐาน 3. ขั้นตอนการพัฒนาและการผลิต (development and preproduction stage) 4. รวมไปถึงขั้นตอนหลังการผลิต (post preproduction stage)


บทที่ 4 ผลการวิเคราะห ์ วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ เพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎีการสร้างสรรค์ศิลปะสื่อผสมชุด Together เพื่อสร้างสรรค์ผลงานต้นแบบที่น าไปใช้ได้จริงโดยผู้วิจัยได้วางแนวทางวิธีการวิจัยและพัฒนา ผลงานออกแบบไว้เป็นล าดับขั้น ดังนี้ 1. ขนั้ตอนการวางแผนก่อนการผลิต (Post- Production Stage) 1.1 ก าหนดสมมติฐาน (All The Assumption) 1.2 ศึกษารวบรวมข้อมูลจากเอกสาร (Documentary Research) 1.3 การศึกษาจากกรณีศึกษา (Case Study) 1.4 ภาพที่เป็นแรงบัลดาลใจในการออกแบบ (Inspired the Design Division) 2. การกา หนดแบบร่างทางความคิด การพฒันาแบบตามวตัถปุระสงคแ์ละสมมติฐาน 2.1 การสร้างสรรค์แบบทางความคิด (Idea Sketch) 2.2 ภาพแบบร่างทางความคิดโดยออกแบบตามแนวคิดที่ตั้งไว้ (Concept Sketch) 3. ขั้นตอนการพัฒนาและการสร้างสรรค์ผลงาน 3.1 เครื่องมือที่ใช้ในการสร้างสรรค์ 3.2 สร้างสรรค์ผลงานจริงตามวัตถุประสงค์และสมมติฐานที่ก าหนดไว้ 4. ขนั้ตอนหลงัการผลิตผลงาน 4.1 น าเสนอผลงานศิลปะนิพนธ์สู่สาธารณชน 4.2 การจัดท าแบบประเมินและส ารวจความคิดเห็นเกี่ยวกับงาน 4.3 การวิเคราะห์และสรุปผลงาน


19 1.ขนั้ตอนการวางแผนก่อนการผลิต (Post- Production Stage ในการสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสม ชุด Together มีกระบวนการศึกษาและออกแบบ ดังต่อไปนี้ 1.1 กา หนดสมมติฐาน (All The Assumption) ก าหนดสมมติฐาน (All The Assumption) จากการทบทวนทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง เพื่อนน ามาก าหนดประเด็นของปัญหาในการสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสม ชุด Together เพื่อสร้างผลงานอย่างสมบูรณ์ น ามาผสมผสานผ่านกระบวนการใช้สอยในเชิงประยุกต์ ศิลป์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและดึงดูดความสนใจ 1.1.1 แสดงขั้นตอนการวางแผนกานท างานในการสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสม ชุด Together ศึกษาค้นคว้าข้อมูล(Study)→แบบร่างแนวความคิด(Sketch→ต้นแบบ(Artwork) ประเมินผล← สร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสม ชุด Together← สร้างสรรค์ผลงาน 1.2 ศึกษารวบรวมข้อมูลจากเอกสาร (Documentary Research) ด้วยการรวบรวมข้อมูลเอกสรในรูปแบบต่างๆ ทั้งที่เป็นข้อมูลจากหนังสือ จากเว็ปไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบโดยแบ่งข้อมูลการศึกษาดังนี้ 1.2.1 ความสัมพันธ์ของดอกไม้กับผีเสื้อ 1.2.2 เทคนิคการปักผ้า 1.2.3 ทฤษฎีการสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสม 1.2.4 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง


20 1.3 การศึกษาจากกรณีศึกษา (Case Study) เป็นการศึกษางานศิลปะสื่อผสม เพื่อที่จะไปพัฒนาและน าเทคนิคต่าง ๆ มา ประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ เช่น การจัดองค์ประกอบของงาน การใช้เส้นด้านเพื่อเชื่อมโยง กันในภาพ เทคนิค วิธีการ เพื่อน ามาสรุปเป็นแนวทางการออกแบบดังต่อไปนี้ ตัวอย่างกรณีศึกษาที่ 1 ภาพที่ 4.1 กรณีศึกษาแบบที่ 1 (ที่มา https://readthecloud.co/wp-content/uploads/2022/10/mook-v-149.jpg.webp) การวิเคราะห์ การหยิบใช้ศิลปะโขนมาท างานศิลปะ ด้วยการน าเสื้อผ้าโขนมาออกแบบให้ร่วมสมัย ท าให้งานมี ความหมาย ยังเป็นการสืบสานศิลปะโขนท าให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก และงานยังมีเอกลักษณ์ของตนเองอีก ด้วย


21 1.4 ภาพที่เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ (Inspired the Design Division) การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะสื่อผสม ชุด Together ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ ผลงานศิลปะสื่อผสมในรูปแบบการใช้ไหม เส้นด้าย ผ้า มาใช้แทนสี Fleur Woods ศิลปินเย็บปักถักร้อย ร่วมสมัย ตั้งอยู่ในชนบท Upper Moutere เฟลอร์ ซึ่งเป็นศิลปินเย็บปักถักร้อยร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์เป็น ของตนและแปลกใหม่ท าให้เกิดความน่าสนใจแก่ผู้วิจัย ภาพที่ 4.2 ภาพผลงานออกแบบ Fleur Woods (ที่มา https://www.turuagallery.co.nz/our-artists/fleur-woods )


22 ภาพที่ 4.3 ภาพผลงานออกแบบ Fleur Woods (ที่มา https://www.turuagallery.co.nz/our-artists/fleur-woods) ภาพที่ 4.4 ภาพผลงานออกแบบ Fleur Woods (ที่มา https://www.turuagallery.co.nz/our-artists/fleur-woods )


23 2. การกา หนดแบบร่างทางความคิด การพฒันาแบบตามวตัถปุระสงคแ์ละสมมติฐาน 2.1 การสร้างสรรค์แบบทางความคิด (Idea Sketch) จากการศึกษาข้อมูล จึงมีแนวคิดที่จะสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสม ชุด Together ซึ่งรูปแบบของผลงาน ได้รับแรงบันดาลใจผลงานการออกแบบงานศิลปะสื่อผสมมาจาก Fleur Woods ศิลปินเย็บปักถักร้อยร่วม สมัย ตั้งอยู่ในชนบท Upper Moutere เฟลอร์ ซึ่งเป็นศิลปินเย็บปักถักร้อยร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์เป็นของ ตนและแปลกใหม่ท าให้เกิดความน่าสนใจแก่ผู้วิจัย ภาพที่ 4.5 การร่างแบบร่าง ( ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566 ) ภาพที่ 4.6 การร่างแบบร่าง ( ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566 )


24 ภาพที่ 4.7 การร่างแบบร่าง ( ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566) ภาพที่ 4.8 การร่างแบบร่าง ( ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566 )


25 3. ขั้นตอนการพัฒนาและการสร้างสรรค์ผลงาน 3.1 เครื่องมือที่ใช้ในการสร้างสรรค์ เตรียมวัสดุและอุปกรณ์ เพื่อท าตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้โดยได้ศึกษาวัสดุอุปกรณ์ เพื่อที่จะเป็นข้อมูลในการผลิต 3.2 สร้างสรรค์ผลงานจริงตามวัตถุประสงค์และสมมติฐานที่ก าหนดไว้ 3.2.1 กระบวนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะสื่อผสม ภาพที่ 4.9 การปักบนผ้าตาข่าย1 ( ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566 )


26 ภาพที่ 4.10 การปักบนผ้าตาข่าย2 ( ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566 ) ภาพที่ 4.11 การปักบนผ้าตาข่าย3 ( ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566 )


27 ภาพที่ 4.12 การปักบนผ้าตาข่าย4 ( ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566 ) ภาพที่ 4.13 การปักบนผ้าตาข่าย5 ( ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566 )


28 ภาพที่ 4.14 การปักบนผ้าตาข่าย6 ( ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566 ) ภาพที่ 4.15 การปักบนผ้าตาข่าย7 ( ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566 )


29 ภาพที่ 4.16 การขึงผ้าพื้นหลัง1 ( ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566 ) ภาพที่ 4.17 การขึงผ้าพื้นหลัง2 ( ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566 )


30 ภาพที่ 4.18 การเอางานที่ปักบนตาข่ายมาขึงทับบนผ้าพื้นหลัง1 ( ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566 ) ภาพที่ 4.19 การเอางานที่ปักบนตาข่ายมาขึงทับบนผ้าพื้นหลัง2 ( ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566 )


31 ภาพที่ 4.20 การเอาลูกปัด เลื่อม มาปักและติดในงาน1 ( ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566 ) ภาพที่ 4.21 การเอาลูกปัด เลื่อม มาปักและติดในงาน2 ( ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566 )


32 ภาพที่ 4.22 การเอาลูกปัด เลื่อม มาปักและติดในงาน3 ( ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566 ) ภาพที่ 4.23 การเอาลูกปัด เลื่อม มาปักและติดในงาน4 ( ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566 )


33 ภาพที่ 4.24 ผลงานศิลปะสื่อผสมชิ้นที่ 1 (ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566) ชื่อภาพ Together 1 ขนาด 60x60


34 ภาพที่ 4.25 ผลงานศิลปะสื่อผสมชิ้นที่ 2 (ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566) ชื่อภาพ Together 2 ขนาด 60x60


35 ภาพที่ 4.26 ผลงานศิลปะสื่อผสมชิ้นที่ 3 (ที่มา : ปัทมาวรรณ เค้าดี 07/04/2566) ชื่อภาพ Together 3 ขนาด 60x60


Click to View FlipBook Version