The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประเพณี และวัฒนธรรมภาคเหนือ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tanitta.praw, 2022-04-07 23:50:50

ประเพณี และวัฒนธรรมภาคเหนือ

ประเพณี และวัฒนธรรมภาคเหนือ

ประเพณภี าคเหนอื และวัฒนธรรมประเพณภี าคเหนือ

จดั ทำโดย

นายจิรภาส อารี รหัสนกั ศกึ ษา 64719004005

นางสาวธนษิ ฐา อภยั แสน รหัสนักศกึ ษา 64719004011

นางสาวพฒั นาวดี สอนคำหาร รหัสนกั ศกึ ษา 64719004017

นางสาววิภาวี ชูศรีวาส รหัสนกั ศกึ ษา 64719004023

นางสาวสุจติ รา จันทร์เหลอื ง รหัสนกั ศึกษา 64719004032

เสนอ

อาจารย์รชั ฎาพร ศรพี ิบูลย์

รายงานนเ้ี ปน็ สว่ นหน่ึงของวชิ าภาษาและวัฒนธรรม
ภาคเรียนที่ 3 ปกี ารศึกษา 2564

หลักสตู รประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชพี ครู
มหาวิทยาลัยราชภัฏรอ้ ยเอ็ด

คำนำ

รายงานนี้เปน็ สว่ นหน่งึ ของวิชาภาษาและวฒั นธรรม หลักสตู รประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขา
วิชาชีพครู โดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาประเพณีและวัฒนธรรมภาคเหนือ ซึ่งรายงานนี้มีเนื้อหา
เกี่ยวกับ วัฒนธรรมทางภาษาถิ่น วัฒนธรรมการแต่งกาย ผ้าพื้นเมืองของภาคเหนือ วัฒนธรรมการ
กิน วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับศาสนา – ความเชื่อประเพณีของภาคเหนือ การแสดงพื้นบ้านของทาง
ภาคเหนือ

ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจ หากมีข้อผิดพลาด
ประการใดผจู้ ดั ทำขอน้อมรบั และขออภัยมา ณ ท่ีน้ี

คณะผู้จัดทำ

สารบญั หน้า
3
เรอ่ื ง 3
วัฒนธรรมทางภาษาถิ่น 3
วฒั นธรรมการแตง่ กาย 4
ผา้ พน้ื เมอื งของภาคเหนอื 4
วัฒนธรรมการกนิ 5
วัฒนธรรมท่เี กีย่ วกับศาสนา – ความเชอื่ 9
ประเพณีของภาคเหนอื 10
เพลงพื้นบา้ นในภาคเหนือ 11
นิทานพ้นื บ้าน 11
เครื่องดนตรพี น้ื บา้ น
การแสดงพน้ื เมืองภาคเหนือ

1

ประเพณีภาคเหนือ และวัฒนธรรมประเพณีภาคเหนอื

ประเพณภี าคเหนือ เรยี นรขู้ นบธรรมเนียมประเพณีท่ีดีงามของภาคเหนือ ท้งั การวัฒนธรรม พธิ กี รรม ความ
เชอ่ื ภาษา การแตง่ กาย การละเลน่ พืน้ บา้ น และอาหาร ฯลฯ นบั เปน็ กจิ กรรมทีม่ ีการปฏิบตั ิสบื เนื่องกันมาอยา่ ง
ยาวนาน

ภาคเหนอื หรือล้านนา ดินแดนแห่งความหลากหลายทางประเพณแี ละวัฒนธรรมทม่ี ีความน่าสนใจไมน่ ้อย
ไปกว่าภาคอ่นื ของไทย เพราะเป็นเมืองทเ่ี ต็มไปด้วยเสนห่ ์มนตร์ขลัง ชวนใหน้ า่ ขน้ึ ไปสัมผัสความงดงามเหล่าน้ยี ่ิงนกั
ส่วนบรรดานักทอ่ งเทยี่ วท่ไี ปเย่ียมชม ต่างกป็ ระทบั ใจกับสถานที่ทอ่ งเทยี่ วมากมายและน้ำใจอนั ล้นเหลือของชาว
เหนือ

สำหรบั ภาคเหนอื ของไทย มลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศเปน็ เขตภูเขาสลบั พ้นื ทีร่ าบระหว่างภูเขา ซ่งึ ผคู้ นอาศัย
อย่างกระจายตวั แบง่ กนั เปน็ กลมุ่ อาจเรยี กว่ากล่มุ วฒั นธรรมล้านนา โดยจะมีวิถชี วี ติ และขนบธรรมเนยี มเก่าแก่เปน็
ของตนเองมเี อกลกั ษณ์เฉพาะตัว แตอ่ งคป์ ระกอบท่ีสำคัญก็ยงั มคี วามคล้ายคลึงกนั อยมู่ าก อาทิ สำเนียงการพดู
การขับร้อง ฟ้อนรำ การดำรงชวี ติ แบบเกษตรกร การนับถือสงิ่ ศกั ดสิ์ ิทธแิ์ ละวญิ ญาณของบรรพบรุ ษุ ความเล่อื มใส
ในพระพุทธศาสนาแบบเถรวาท การแสดงออกของความร้สู ึกนึกคดิ และอารมณ์โดยผา่ นภาษาวรรณกรรม ดนตรี
และงานฝมี ือแม้กระทัง่ การจดั งานฉลองสถานทส่ี ำคญั ทีม่ ีมาแต่โบราณ

เดิมวฒั นธรรมคนเมืองหรือคนลา้ นนา มศี ูนย์กลางอย่ทู ่เี มืองนพบรุ ศี รนี ครพิงค์เชยี งใหม่ ตามช่อื ของ
อาณาจกั รท่ีมีการปกครองแบบนครรฐั ที่ตัง้ ข้ึนในพทุ ธศตวรรษที่ 18 โดยพญาเม็งราย

2

เนื่องจากภมู ปิ ระเทศสว่ นใหญ่ของภาคเหนอื เปน็ ภูขาสงู สลบั กบั แอง่ หุบเขา ทำให้ในฤดูหนาวมอี ากาศหนาว
จัด ในฤดูรอ้ นจะมอี ุณหภมู ิค่อนข้างสงู เพราะอยู่ห่างไกลจากทะเล มีปา่ ไม้มากจงึ ถือเป็นแหล่งกำเนดิ ของแมน่ ำ้ ท่ี
สำคญั หลายสาย ไดแ้ ก่ แม่นำ้ ปงิ แมน่ ้ำวัง แม่น้ำยม และแมน่ ้ำน่าน มพี ื้นทรี่ วมท้งั หมด 93,690.85 ตารางกโิ ลเมตร
และเมือ่ เทียบขนาดภาคเหนือจะมีพน้ื ท่ใี กลเ้ คยี งกับประเทศฮงั การมี ากทีส่ ดุ แตจ่ ะมขี นาดเลก็ กวา่ ประเทศเกาหลี
ใต้เลก็ น้อย

ทั้งน้ีภาคเหนือมที งั้ ส้ิน 17 จงั หวัด แบ่งออกเป็น ภาคเหนอื ตอนบน และภาคเหนอื ตอนลา่ ง ดงั นี้
ภาคเหนอื ตอนบน มที ั้งหมด 9 จงั หวดั ไดแ้ ก่

1. จังหวัดเชยี งราย
2. จังหวัดเชียงใหม่
3. จงั หวดั น่าน
4. จังหวัดพะเยา
5. จังหวัดแพร่
6. จังหวัดแม่ฮอ่ งสอน
7. จงั หวดั ลำปาง
8. จังหวดั ลำพูน
9. จังหวดั อตุ รดิตถ์
ภาคเหนอื ตอนล่าง มีทง้ั หมด 8 จงั หวัด ไดแ้ ก่
1. จังหวดั ตาก
2. จงั หวดั พษิ ณุโลก
3. จงั หวดั สโุ ขทัย
4. จังหวดั เพชรบรู ณ์

3

5. จังหวดั พจิ ิตร
6. จงั หวัดกำแพงเพชร
7. จังหวัดนครสวรรค์
8. จงั หวดั อุทัยธานี
วฒั นธรรมในทอ้ งถนิ่ ของภาคเหนอื แบ่งออกได้ ดังน้ี

1. วัฒนธรรมทางภาษาถิน่
ชาวไทยทางภาคเหนือมีภาษาล้านนาท่นี ่มุ นวลไพเราะ ซึง่ มีภาษาพูดและภาษาเขียนทเี่ รียกว่า "คำเมอื ง"

ของภาคเหนือเอง โดยการพดู จะมีสำเนียงท่ีแตกต่างกันไปตามพน้ื ท่ี ปจั จบุ นั ยังคงใช้พูดติดตอ่ สอื่ สารกัน

2. วฒั นธรรมการแต่งกาย
การแตง่ กายพ้ืนเมอื งของภาคเหนือมลี ักษณะแตกตา่ งกนั ไปตามเชื้อชาติของกลมุ่ ชนคนเมือง เนื่องจากผคู้ น

หลากหลายชาติพนั ธุ์อาศยั อยู่ในพื้นท่ีซึ่งบง่ บอกเอกลกั ษณข์ องแต่ละพื้นถน่ิ
- หญิงชาวเหนอื จะนุ่งผา้ ซ่นิ หรือผา้ ถุง มีความยาวเกือบถงึ ตาตมุ่ ซงึ่ นยิ มนุง่ ท้ังสาวและคนแก่ ผา้ ถุงจะมี

ความประณีต งดงาม ตีนซน่ิ จะมีลวดลายงดงาม ส่วนเสื้อจะเปน็ เสือ้ คอกลม มีสีสัน ลวดลายสวยงาม อาจหม่ สไบ
ทับ และเกล้าผม

- ผูช้ ายนิยมนุ่งนงุ่ กางเกงขายาวลกั ษณะแบบกางเกงขายาวแบบ 3 สว่ น เรยี กติดปากวา่ "เตี่ยว" "เต่ียว
สะดอ" หรอื "เตี่ยวกี" ทำจากผ้าฝ้าย ย้อมสีนำ้ เงินหรอื สดี ำ และสวมเสอื้ ผ้าฝ้ายคอกลมแขนสน้ั แบบผา่ อก กระดมุ
5 เมด็ สีน้ำเงนิ หรือสีดำ ที่เรียกวา่ เสือ้ มอ่ ฮ่อม ชุดนใี้ ส่เวลาทำงาน หรอื คอจีนแขนยาว อาจมีผา้ คาดเอว ผ้าพาดบ่า
และมผี ้าโพกศีรษะ

ชาวบา้ นบางแหง่ สวมเสือ้ ม่อฮอ่ ม นุ่งกางเกง สามสว่ น และมผี ้าคาดเอว เครื่องประดบั มักจะเป็นเคร่อื งเงิน
และเครอื่ งทอง

3. ผ้าพ้นื เมืองของภาคเหนอื
- ผ้าฝ้ายลายปลาเสอื ตอ จงั หวดั นครสวรรค์
- ผา้ ไหมลายเพชร จังหวดั กำแพงเพชร
- ผา้ พนื้ เมืองเชียงแสน ลายดอกขอเครอื (เกี่ยวขอ) จังหวัดเชียงราย
- ผ้าตนี จก ลายเชยี งแสน หงสบ์ ้ี จงั หวดั เชียงใหม่
- ผ้าฝ้ายลายดอกปกี ค้างคาว จังหวดั ตาก
- ผ้าไหมลายนำ้ ไหล จังหวัดนา่ น

4

- ผ้าฝ้ายลายนกกระจบิ จังหวดั พิจติ ร
- ผา้ ฝ้ายมดั หม่ีลายดอกบีบ จังหวดั พษิ ณโุ ลก
- ผ้าหมอ้ ห้อม จงั หวดั แพร่

4. วฒั นธรรมการกนิ
ชาวเหนือมีวัฒนธรรมการกนิ คลา้ ยกบั คนอสี าน คอื กนิ ข้าวเหนียวและปลารา้ ซึ่งภาษาเหนือเรียกวา่ "ข้าว

นิ่ง" และ "ฮา้ " ส่วนกรรมวิธีการปรงุ อาหารของภาคเหนือจะนิยมการต้ม ปง้ิ แกง หมก ไมน่ ิยมใชน้ ำ้ มัน สว่ นอาหาร
ขน้ึ ช่อื เรียกว่าถ้าไดไ้ ปเท่ยี วต้องไปลม้ิ ลอง ได้แก่ น้ำพริกหนุม่ , น้ำพรกิ อ่อง, นำ้ พริกนำ้ ป,ู ไส้อัว่ , แกงโฮะ, แกงฮงั เล,
แคบหม,ู ผกั กาดจอ ลาบหมู, ลาบเนือ้ , จิ้นสม้ (แหนม), ขา้ วซอย และขนมจีนน้ำเงีย้ ว เปน็ ต้น

นอกจากน้ชี าวเหนอื ชอบกินหมากและอมเม่ยี ง โดยนำใบเมยี งทเี่ ปน็ สว่ นใบออ่ นมาหมักใหม้ ีรสเปรี้ยวอม
ฝาด เมือ่ หมกั ได้ระยะเวลาท่ตี อ้ งการ จะนำใบเม่ยี งมาผสมเกลือเมด็ หรอื นำ้ ตาล แลว้ แต่ความชอบ ซ่ึงนอกจากการ
อมเม่ียงแล้ว คนล้านนาโบราณมีความนยิ มสูบบหุ รี่ทมี่ วนด้วยใบตองกลว้ ยมวนหนึ่งขนาดเท่าน้ิวมอื และยาวเกือบ
คืบ ชาวบา้ นเรยี กจะเรยี กบุหรช่ี นดิ นีว้ ่า ขีโ้ ย หรอื บหุ รีข่ ้โี ย ทนี่ ยิ มสบู กันมากอาจเน่ืองมาจากอากาศหนาวเย็น เพ่ือ
ทำใหร้ ่างกายอบอุ่นขน้ึ

5. วัฒนธรรมทเี่ กยี่ วกบั ศาสนา - ความเชอื่
ชาวล้านนามคี วามผูกพันอยกู่ บั การนับถอื ผีซ่ึงเชื่อวา่ มีสิง่ เรา้ ลับใหค้ วามคมุ้ ครองรกั ษาอยู่ ซึง่ สามารถพบ

เห็นได้จากการดำเนนิ ชีวิตประจำวนั เชน่ เม่ือเวลาทต่ี อ้ งเขา้ ป่าหรือต้องค้างพักแรมอยใู่ นปา่ จะนิยมบอกกลา่ วและ
ขออนญุ าตเจ้าที่-เจา้ ทางอยเู่ สมอ และเม่ือเวลาที่กนิ ข้าวในปา่ จะแบ่งอาหารบางสว่ นให้เจ้าที่อีกด้วย เช่นกนั ซง่ึ
เหลา่ น้แี สดงใหเ้ ห็นว่าวถิ ีชวี ติ ทีย่ งั คงผูกผนั อยูก่ ับการนับถอื ผสี าง แบง่ ประเภท ดงั นี้

- ผบี รรพบุรษุ มีหนา้ ที่คมุ้ ครองเครอื ญาติและครอบครัว
- ผีอารักษ์ หรอื ผีเจา้ ทีเ่ จ้าทาง มหี น้าท่ีคุ้มครองบ้านเมืองและชุมชน

5

- ผีขุนน้ำ มีหน้าท่ีใหน้ ำ้ แกไ่ รน่ า
- ผฝี าย มหี น้าท่ีคุ้มครองเมืองฝาย
- ผีสบน้ำ หรือผปี ากนำ้ มหี น้าท่ีคุ้มครองบรเิ วณท่ีแม่นำ้ สองสายมาบรรจบกนั
- ผวี ญิ ญาณประจำข้าว เรียกวา่ เจา้ แม่โพสพ
- ผีวิญญาณประจำแผ่นดิน เรียกว่า เจา้ แมธ่ รณี

ทัง้ น้ชี าวล้านนาจะมีการเลี้ยงผีบรรพบุรษุ ในช่วงระหว่างเดอื น 4 เหนือเป็ง (มกราคม) จนถึง 8 เหนือ
(พฤษภาคม) เชน่ ท่ีอำเภอเชยี งคำ จงั หวัดพะเยา จะมีการเลย้ี งผเี ส้อื บา้ นเสอื้ เมือง ซงึ่ เปน็ ผีบรรพ บุรษุ ของชาวไท
ล้อื พอหลังจากนอ้ี กี ไม่นานกจ็ ะมีการเล้ียงผลี ัวะ หรอื ประเพณีบูชาเสาอนิ ทขลิ ซ่ึงเป็นประเพณเี กา่ แกข่ องคนเมอื ง
ไม่นบั รวมถงึ การ เล้ียงผมี ด ผเี มง็ และการเลีย้ งผีปแู่ สะย่าแสะของ ชาวลว๊ั ะ ซึ่งจะทยอยทำกนั ตอ่ จากน้ี

ส่วนช่วงกลางฤดูรอ้ นจะมกี ารลงเจ้าเข้าทรงตามหมบู่ า้ นตา่ ง ๆ อาจเปน็ เพราะความเช่อื ทวี่ ่าการลงเจ้าเป็น
การพบปะพูดคุยกบั ผบี รรพบรุ ษุ ซึ่งในปีหนงึ่ จะมกี ารลงเจ้าหนึ่งครั้ง และจะถอื โอกาสทำพธิ ีรดนำ้ ดำหัวผีบรรพบุรษุ
ไปด้วย ยังมพี ธิ ีเลยี้ ง "ผมี ดผเี ม็ง" ที่จดั ขึ้นครั้งเดียวในหนึง่ ปี โดยจะตอ้ งหาฤกษย์ ามท่ีเหมาะสม ก่อนวันเขา้ พรรษา
จะทำพิธีอญั เชิญผเี มง็ มาลง เพ่อื ขอใช้ช่วยปกปักษ์รักษา คุ้มครองชาวบ้านท่ีเจบ็ ป่วย และจัดหาดนตรีเพื่อเพม่ิ

อย่างไรก็ตามคนล้านนามีความเช่ือในการเล้ยี งผีเปน็ พธิ ีกรรมทีส่ ำคัญ แม้วา่ การดำเนินชีวิตของจะราบรื่นไม่
ประสบปัญหาใด แตก่ ็ยงั ไมล่ ืมบรรพบรุ ุษทเ่ี คยช่วยเหลอื ใหม้ ีชวี ิตทป่ี กติสุขมาตัง้ แต่รุ่นปู่ย่า ยังคงพบเรอื น เลก็ ๆ
หลงั เกา่ ตง้ั อยู่กลางหมบู่ ้านเสมอ หรอื เรียกว่า "หอเจ้าที่ประจำหมู่บา้ น" เมอ่ื เวลาเดินทางไปยังหมูบ่ า้ นตา่ ง ๆ ใน
ชนบท ความเชื่อดงั กลา่ วจงึ ส่งผลใหข้ นบธรรมเนยี ม ประเพณี และพิธกี รรมต่าง ๆ ของชาวเหนอื เช่น ผู้เฒ่าผู้แก่
ชาวเหนอื (พอ่ อุ๊ย-แมอ่ ุย๊ ) เมอ่ื ไปวัดฟงั ธรรมก็จะประกอบพิธีเลย้ี งผี คอื จดั หาอาหารคาว-หวานเซ่น สงั เวยผีปู่ย่า
ด้วย แม้ปัจจบุ นั ในเขตตัวเมืองของภาคเหนือจะมกี ารนับถือผีทอ่ี าจเปล่ียนแปลงและเหลือนอ้ ยลง แต่อยา่ งไรก็ตาม
ชาวบ้านในชนบทยังคงมกี ารปฏบิ ัตกิ ันอยู่

6. ประเพณขี องภาคเหนอื
ประเพณีของภาคเหนือ เกิดจากการผสมผสานการดำเนินชวี ิต และศาสนาพุทธความเชอ่ื เร่อื งการนบั ถือผี

สง่ ผลทำให้มีประเพณีทเี่ ป็นเอกลักษณข์ องประเพณีท่ีจะแตกต่างกนั ไปตามฤดูกาล ทง้ั นี้ ภาคเหนือจะมงี าน
ประเพณีในรอบปแี ทบทกุ เดือน จงึ ขอยกตวั อยา่ งประเพณีภาคเหนอื บางสว่ นมานำเสนอ ดังน้ี

6.1 สงกรานต์งานประเพณี ถือเป็นช่วงแรกของการเริม่ ต้นปใี๋ หมเ่ มือง หรือสงกรานต์งานประเพณี โดย
แบง่ ออกเปน็

วันท่ี 13 เมษายน หรือวันสังขารล่อง ถือเปน็ วนั สิ้นสุดของปี ดยจะมกี ารยงิ ปืน ยงิ สโพก และจุดประทัด
ต้ังแตก่ ่อนสว่างเพือ่ ขับไลส่ ิ่งไมด่ ี วนั นีต้ ้องเก็บกวาดบ้านเรือน และ ทำความสะอาดวดั

6

วนั ที่ 14 เมษายน หรือวันเนา ตอนเช้าจะมกี ารจดั เตรียมอาหารและเคร่อื งไทยทาน สำหรบั งานบุญใน
วันรุ่งขึน้ ตอนบา่ ยจะไปขนทรายจากแมน่ ้ำเพ่ือนำไปก่อเจดีย์ทรายในวัด เปน็ การทดแทนทรายทีเ่ หยยี บติดเท้า
ออกจากวัดตลอดทง้ั ปี

วันท่ี 15 เมษายน หรอื วันพญาวัน เป็นวนั เร่ิมศักราชใหม่ มีการทำบญุ ถวายขนั ข้าว ถวายตุง ไม้ค้ำโพธิท์ ี่
วดั สรงนำ้ พระพทุ ธรปู พระธาตุและรดน้ำดำหัวขอพรจากผใู้ หญ่ที่เคารพนบั ถือ

วนั ที่ 16-17 เมษายน หรือวนั ปากปีและวนั ปากเดอื น เปน็ วนั ทำพิธีทางไสยศาสตร์ สะเดาะเคราะห์ และ
บชู าส่ิงศักดสิ์ ิทธิต์ ่าง ๆ ทงั้ นี้ ชาวล้านนามคี วามเชื่อว่า การทำพธิ สี บื ชะตาจะช่วยต่ออายุใหต้ น เอง ญาตพิ นี่ ้อง และ
บ้านเมืองให้ยนื ยาว ทำให้เกดิ ความเจริญร่งุ เรอื งและความเปน็ สริ ิมงคล โดยแบง่ การสบื ชะตาแบ่งออกเป็น 3
ประเภท คอื การสืบชะตาคน, การสบื ชะตาบ้าน และการสบื ชะตาเมอื ง

6.2 แห่นางแมว ระหวา่ งเดือนพฤษภาคมถงึ สงิ หาคม เปน็ ช่วงของการเพาะปลกู หากปีใดฝนแลง้ ไม่มีนำ้
จะทำให้นาข้าวเสียหาย ชาวบ้านจึงพึ่งพาสิ่งเหนือธรรมชาติ เช่น ทำพิธีขอฝนโดยการแห่นางแมว โดยมคี วามเชื่อ
กนั วา่ หากกระทำเช่นน้นั แล้วจะชว่ ยให้ฝนตก

6.3 ประเพณีปอยนอ้ ย/บวชลกู แก้ว/แหล่สา่ งลอง เป็นประเพณีบวช หรือการบรรพชาของชาวเหนอื นิยม
จัดภายในเดอื นกมุ ภาพันธ์ มีนาคม หรอื เมษายน ตอนช่วงเช้า ซึ่งเกบ็ เกีย่ วพืชผลเสร็จแล้ว ในพธิ บี วชจะมีการจัด
งานเฉลิมฉลองอย่างยงิ่ ใหญ่ มกี ารแห่งลูกแกว้ หรอื ผ้บู วชที่จะแตง่ ตัวอยา่ งสวยงามเลยี นแบบเจ้าชายสิทธตั ถะ
เพราะถือคตนิ ยิ มวา่ เจา้ ชายสิทธตั ถะได้เสด็จออกบวชจนตรสั รู้ และนิยมใหล้ กู แกว้ ข่ีม้า ข่ีชา้ ง หรือขี่คอคน เปรยี บ
เหมือนมา้ กณั ฐกะม้าทรงของเจ้าชายสิทธัตถะ ปัจจุบนั ประเพณีบวชลกู แก้วท่มี ีช่อื เสียง คือ ประเพณีบวชลูกแกว้ ที่
จังหวัดแม่ฮอ่ งสอน

6.4 ประเพณปี อยหลวง หรอื งานบญุ ปอยหลวง เป็นเอกลักษณ์ของชาวลา้ นนาซง่ึ เปน็ ผลดตี ่อสภาพทาง
สังคม ถือว่าเป็นการใหช้ าวบา้ นไดม้ าทำบุญร่วมกัน ร่วมกนั จัดงานทำให้เกดิ ความสามัคคีในการทำงาน งานทำบุญ
ปอยหลวงยังเปน็ การรวมญาติพี่นอ้ งทอ่ี ยตู่ า่ งถน่ิ ไดม้ ีโอกาสทำบุญร่วมกัน และมีการสบื ทอดประเพณีที่เคยปฏบิ ตั ิ
กนั มาครัง้ แตบ่ รรพชนไม่ให้สูญหายไปจากสงั คม

ชว่ งเวลาจดั งานเริ่มจากเดือน 5 จนถงึ เดือน 7 เหนือ (ตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายนหรอื เดือน
พฤษภาคมของทกุ ป)ี ระยะเวลา 3-7 วนั

6.5 ประเพณยี ี่เป็ง (วันเพญ็ เดอื นย)่ี หรอื งานลอยกระทง โดยจะมงี าน "ตามผางผะตป้ิ " (จุดประทปี ) ซึ่ง
ชาวภาคเหนือตอนล่างจะเรียกประเพณีนว้ี า่ "พธิ ีจองเปรียง" หรือ "ลอยโขมด" เป็นงานท่ีข้ึนชอื่ ท่ีจงั หวดั สโุ ขทัย
ประเพณีลอยกระทงสายหรือประทปี พันดวง ทีจ่ ังหวัดตาก ในเทศกาลเดยี วกนั ด้วยในเดอื น 3 หรอื ประมาณเดือน
ธนั วาคม มปี ระเพณตี ั้งธรรมหลวง (เทศนม์ หาชาต)ิ และทอดผ้าป่า ในธนั วาคมจะมกี ารเก่ียว "ขา้ วดอ" (คอื ขา้ วสุก
ก่อนข้าวป)ี พอถึงขา้ งแรมจึงจะมกี ารเกี่ยว "ข้าวป"ี

7

6.6 ประเพณีลอยโคม ชาวล้านนาจังหวดั เชียงใหม่ ทมี่ ีความเช่อื ในการปล่อย โคมลอยซ่งึ ทำด้วยกระดาษ
สาตดิ บนโครงไม้ไผแ่ ล้วจุดตะเกยี งไฟตรงกลางเพอ่ื ให้ไอความรอ้ นพาโคมลอยขน้ึ ไปในอากาศเปน็ การปลอ่ ยเคราะห์
ปลอ่ ยโศกและเรื่องร้าย ๆ ตา่ ง ๆ ใหไ้ ปพน้ จากตัว

6.7 ประเพณีตานตุง ในภาษาถนิ่ ล้านนา ตุง หมายถึง "ธง" จดุ ประสงคข์ องการทำตุงในลา้ นนาก็คอื การ
ทำถวายเปน็ พทุ ธบูชา ชาวล้านนาถือว่าเปน็ การทำบญุ อุทิศให้แกผ่ ้ทู ี่ล่วงลบั ไปแล้ว หรือถวายเพอื่ เป็นปัจจยั ส่งกศุ ล
ใหแ้ ก่ตนไปในชาตหิ น้า ด้วยความเชือ่ ที่ว่า เม่ือตายไปแลว้ กจ็ ะไดเ้ กาะยึดชายตุงข้ึนสวรรค์พ้นจากขุมนรก วันท่ี
ถวายตุงน้ันนิยมกระทำในวนั พญาวนั ซงึ่ เป็นวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์

6.8 ประเพณีกรวยสลาก หรือตานก๋วยสลาก เป็นประเพณีของชาวพทุ ธท่ีมีการทำบญุ ให้ทานรบั พรจาก
พระ จะทำใหเ้ กดิ สริ ิมงคลแกต่ นและอุทิศสว่ นกุศลให้แกผ่ ู้ลว่ งลบั ไปแลว้ เป็นการระลึกถึงบญุ คณุ ของผมู้ ีพระคณุ
และเป็นการแสดงออกถงึ ความสามัคคีของคนในชมุ ชน

8

6.9 ประเพณขี ้นึ ขันดอกอินทขลิ บชู าเสาหลักเมืองเชยี งใหม่
6.10 ประเพณีงานประเพณีนบพระเลน่ เพลง ในแผ่นดนิ พระเจา้ ลิไท วดั พระแกว้ อทุ ยานประวตั ศิ าสตร์
กำแพงเพชร
6.11 ประเพณีงานประเพณแี หเ่ จ้าพอ่ -เจา้ แมป่ ากนำ้ โพ เพอื่ เป็นการเคารพสักการะเจา้ พ่อ-เจา้ แม่
ปากน้ำโพ
6.12 ประเพณีลอยกระทงสาย เพือ่ บูชาแม่คงคา ขอขมาท่ีไดท้ ้ิงสงิ่ ปฏิกลู ลงในนำ้ และอธิษฐานบชู ารอย
พระพุทธบาท
6.13 ประเพณแี ล้อปุ๊ ๊ะดะกา่ เปน็ การเตรยี มอาหารเพอื่ นำไปถวาย (ทำบญุ ) ข้าวพระพทุ ธในวนั พระของ
ชาวไทยใหญ่
6.14 ประเพณที อดผา้ ป่าแถว เปน็ วนั ทีพ่ ทุ ธศาสนกิ ชนจะไดถ้ วายเครอื่ งน่งุ ห่มและไทยธรรม เป็นเครอ่ื ง
บชู าแดพ่ ระสงฆก์ อ่ นจะทำพธิ ลี อยกระทงบูชาพระพทุ ธบาทตามคติความเชื่อแต่โบราณ กระทำในวนั ข้นึ 15 ค่ำ
เดอื น 12 (วันลอยกระทง)
6.15 ประเพณีขน้ึ ธาตุเดือนเก้า ประมาณเดือนมถิ ุนายน (หรอื ปลายเดือนพฤษภาคม) เพอื่ บูชาพระบรม
สารีรกิ ธาตแุ ห่งองคส์ มเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
6.16 ประเพณีแขง่ เรือยาว จงั หวดั น่าน
6.17 ประเพณีเวียนเทียนกลางน้ำ วัดติโลกอาราม จงั หวัดพะเยา
6.18 ประเพณีลอยกระทงสาย ไหลประทปี พนั ดวง จงั หวัดตาก
6.19 ประเพณีทานหลวั ผิงไฟ คอื ประเพณีการถวายฟนื แก่พระสงฆเ์ พ่อื ใชจ้ ุดไฟในชว่ งฤดหู นาว จะ
กระทำในเดือน 4 เหนอื หรือตรงกับเดือนมกราคม
6.20 ประเพณีอ้สู าว คำวา่ "อู"้ เป็นภาษาไทยภาคเหนอื แปลว่า "พุดกนั คุยกนั สนทนากนั สนทนากัน"
ดงั นัน้ "อู้สาว" กค็ ือ พดู กับสาว คุยกบั สาว หรอื แอว่ สาวการอสู้ าวเป็นการพดคุยกนั เป็นทำนองหรือเปน็ กวีโวหาร
นอกจากงานเทศกาลประจำท้องถิน่ แลว้ ยงั มปี ระเพณีความเชอื่ ด้ังเดิมของชนชาติไทยเผา่ ตา่ ง ๆ ในพนื้ ที่
เช่น ไทยยวน ไทยลอ้ื ไทยใหญ่ ไทยพวน ลวั ะ และพวกแมง ได้แก่ ประเพณีกนิ วอของชาวไทยภเู ขาเผ่าลซี อ
ประเพณบี ญุ กำฟา้ ของชาวไทยพวนหรือไทยโข่ง

9

7. เพลงพนื้ บา้ นในภาคเหนอื
วฒั นธรรมเพลงพน้ื บ้านท้องถิน่ ในของภาคเหนอื เนน้ ความเพลงที่มคี วามสนกุ สนาน สามารถใช้รอ้ งเลน่ ได้

ทุกโอกาส ไม่จำกัดฤดู ไมจ่ ำกดั เทศกาล สว่ นใหญ่นิยมใชร้ อ้ งเพลงเพ่อื ผอ่ นคลายอารมณ์ และการพกั ผอ่ นหยอ่ นใจ
โดยลักษณะการขับรอ้ งและทว่ งทำนองจะ ออ่ นโยน ฟงั ดูเนิบนาบนุ่มนวล สอดคลอ้ งเคร่อื งดนตรหี ลกั ได้แก่ ป่ี ซงึ
สะล้อ เปน็ ตน้ นอกจากน้ยี งั สามารถจัดประเภทของเพลงพ้นื บา้ นของภาคเหนือได้ 4 ประเภท ดงั นี้

7.1 เพลงซอ คอื การร้องเพลงร้องโต้ตอบกนั ระหวา่ งชายหญิง เพอื่ เก้ยี วพาราสีกัน โดยมกี ารบรรเลงปี่ สะ
ล้อและซงึ เคล้าคลอไปดว้ ย

7.2 เพลงค่าว ซง่ึ เป็นบทขับรอ้ งท่ีมีทำนองสงู ต่ำ ไพเราะ
7.3 เพลงจ๊อย คล้ายการขับลำนำ โดยมผี ู้ร้องหลายคน เป็นการนำบทประพันธข์ องภาคเหนอื นำมาขบั ร้อง
เป็นทำนองส้นั ๆ โดยเนื้อหาเปน็ การระบายความในใจ แสดงอารมณค์ วามรัก ความเงียบเหงา ทั้งนี้ มีผูข้ บั ร้องเพียง
คน เดียว โดยจะใชด้ นตรบี รรเลงหรือไมก่ ไ็ ด้ ยกตวั อย่างเชน่ จ๊อยใหก้ บั คนรักรู้คนในใจ จ๊อยประชนั กันระหว่าง
เพ่ือนฝงู และจ๊อยเพอ่ื อวยพรในโอกาสตา่ ง ๆ หรือจ๊อยอำลา
7.4 เพลงเด็ก มลี กั ษณะคล้ายกบั เพลงเด็กของภาคอื่น ๆ คอื เพลงกล่อมเด็ก เพลงปลอบเดก็ และเพลงท่ี
เดก็ ใชร้ อ้ งเลน่ กนั ได้แก่ เพลงกล่อมลูก หรือเพลงฮอื่ ลกู และเพลงสกิ จงุ่ -จา (สิก จ่งุ -จา หมายถงึ เล่นชงิ ช้า) ซึง่ กา
รสกิ จุ่งจาเป็นการละเล่นของภาคเหนอื จะผเู้ ลน่ มีกคี่ นก็ได้ โดยชิงช้าทำดว้ ยเชือกเสน้ เดียวสอดเข้าไปในรูกระบอก
ไมซ้ าง แลว้ ผกู ปลายเชือกท้งั สองไวก้ ับตน้ ไมห้ รอื ใต้ถุนบา้ น
สว่ นวธิ เี ลน่ คือ แกว่งชงิ ช้าไปมาให้สูงมาก ๆ บทรอ้ งประกอบผู้เลน่ จะร้องตามจงั หวะท่ีชงิ ชา้ แกว่งไกวไปมา
ดังนี้
"สิกจงุ่ จา อีหลา้ จุ่งจ๊อย ขนึ้ ดอยน้อย ข้นึ ดอยหลวง เกบ็ ผกั ขี้ขวง ใสซ่ ้าทงั ลุ่ม เกบ็ ฝักกุ่ม ใส่ซ้าท้งั สน เจ้านาย
ตน มาปะคนหนง่ึ ตีตึง่ ตงึ หอ้ื อยา่ สาวฟงั ควกั ข้ีดงั ห้อื อยา่ สาวจบู แปงตูบนอ้ ย หื้ออย่าสาวนอน ขผี้ องขอน หอ้ื อยา่
สาวไหว้ รอ้ ยดอกไม้ หื้ออย่าสาวเหน็บ จักเขบ็ ขบหู ปูหนบี ข้าง ช้างไล่แทง แมงแกงขบเขี้ยว เง้ยี วไล่แทง ตกขมุ แมง
ดิน ตีฆ้องโม่ง ๆ "
นอกจากนี้ มเี พลงกลอ่ มลูกทภี่ าคเหนอื ใชใ้ นการกล่อมลกู หรอื เด็ก จะขน้ึ ต้นด้วยคำว่า "สกิ จงุ้ จาโหน" แลว้ ยัง
มกั จะข้นึ ต้นดว้ ย คำวา่ "อือ่ จา" เป็นสว่ นใหญ่ จงึ เรยี กเพลงกล่อมเดก็ น้ีว่า เพลงออื่ ลูกทำนองและลีลาอื่อลูกจะ
เปน็ ไป ช้า ๆ ด้วยนำ้ เสยี งทุม้ เย็นตามถอ้ ยคำทคี่ ดั สรรมา เพ่อื ส่ังสอน และพรรณาถงึ ความรัก ความหว่ งใยลกู น้อย
กระทั่งคำขู่ คำปลอบ หากไมย่ อมนอนหลบั ซึ่งเพลงกลอ่ มเด็กภาคเหนือสะทอ้ นใหเ้ ห็นสภาพความเป็นอยู่
สิง่ แวดล้อม และวัฒนธรรมต่าง ๆ ของ คนในภาคเหนอื ต้งั แตอ่ ดตี จนปัจจุบันไดเ้ ปน็ อยา่ งดี

10

8. นิทานพนื้ บา้ น
นทิ านของภาคของแต่ละภาคมักเตม็ ไปด้วยสาระ คติสอนใจ พรอ้ มความสนกุ สนานเพลิดเพลิน อาจมีความ

แตกต่างกันไปตามแต่ลกั ษณะสำคัญของภูมิภาค สว่ นนทิ านพน้ื บ้านจากภาคเหนอื มกั เป็นตำนานของสถานทีต่ ่าง ๆ
หรอื ความเปน็ มาและสาเหตุของสถานทเ่ี หล่านัน้ เล่าสืบต่อกันมาช้านาน เพื่อใหเ้ กิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน
และได้สาระที่เปน็ คติสอนใจ อาทิ ความดี ความกตญั ญู ความซ่ือสตั ย์ รวมถึงยงั สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถึงสภาพชีวิตความ
เป็นอยู่ของคนในท้องถนิ่ ภาคเหนอื อกี ดว้ ย

ยกตวั อย่างนทิ านพื้นบา้ นภาคเหนือ ได้แก่
- เรอ่ื ง ลานนางคอย จังหวัดแพร่
- เรือ่ ง เมืองลับแล จังหวดั อุตรดติ ถ์
- เรื่อง เซีย่ งเม่ยี งค่ำพญา
- เรือ่ ง ปเู๋ ซด็ คำ่ ลัวะ
- เร่ือง ดนตรีธรรมชาติ
- เรื่อง เชยี งดาว
- เรอื่ ง อ้ายก้องข้ีจุ๊
- เรื่อง ผาว่งิ ชู้
- เรื่อง ควายลุงคำ
- เรอื่ ง ยา่ ผนั คอเหนียง

11

9. เคร่ืองดนตรีพ้นื บ้าน
9.1 สะลอ้ หรือทะลอ้ เป็นเคร่อื งสายบรรเลง ด้วยการสี ใช้คัน ชักอิสระ ตัวสะล้อท่ีเป็น แหล่งกำเนดิ เสียง

ทำ ด้วยกะลามะพรา้ ว
9.2 ซงึ เป็นเครอ่ื งสายชนิดหนึ่ง ใชบ้ รรเลงดว้ ยการดดี ทำ ดว้ ยไม้สักหรอื ไม้เนื้อแข็ง
9.3 ขลุย่ มลี ักษณะเช่นเดียวกับขลยุ่ ของภาคกลาง
9.4 ป่ี เป็นปีล่ น้ิ เดยี ว ทต่ี วั ลิ้นทำดว้ ย โลหะเหมือนลน้ิ แคน ตวั ปท่ี ำด้วยไม้ซาง
9.5 ป่แี น มลี กั ษณะคลายป่ไี ฉน หรือป่ีชวา แต่มี ขนาดใหญ่กวา่ เป็นป่ปี ระเภท ลน้ิ คูท่ ำด้วยไม้ พิณเปี๊ยะ

หรือ พณิ เพยี ะ หรือบางทกี เ็ รยี กว่า เพียะ หรอื เป๊ียะ กะโหลกทำดว้ ยกะลามะพรา้ ว
9.6 กลองเต่งถ้ิง เปน็ กลองสองหน้า ทำด้วยไม้เนือ้ แขง็ เช่น ไมแ้ ดง หรอื ไม้ เนอ้ื ออ่ น
9.7 ตะหลดปด หรือมะหลดปด เป็นกลองสองหนา้ ขนาดยาวประมาณ 100 เซนตเิ มตร
9.8 กลองต่งึ โนง เป็นกลองทีม่ ขี นาดใหญ่ทีส่ ุด ตัวกลองจะยาว มากขนาด 3-4 เมตร
9.9 กลองสะบดั ชัยโบราณ เดมิ ใช้ตยี ามออกศกึ สงคราม เพอ่ื เปน็ สิรมิ งคล และเป็นขวญั กำลังใจใหแ้ กเ่ หล่า

ทหารหาญในการต่อ สู้ให้ได้ชยั ชนะ ซ่งึ ปจั จุบันพบเห็นในขบวนแห่หรืองานแสดงศิลปะพืน้ บ้านในระยะหลงั
โดยทั่วไป ลีลาในการตีมีลกั ษณะโลดโผนเรา้ ใจมกี ารใช้อวยั วะหรือสว่ นต่าง ๆ ของร่างกาย เชน่ ศอก เขา่ ศีรษะ
ประกอบในการตกี ลองดว้ ย ทำใหก้ ารแสดงการตีกลองสะบดั ชยั เป็นท่ีประทับใจของผู้ท่ีไดช้ ม

10. การแสดงพื้นเมอื งภาคเหนอื
โอกาสทแี่ สดงนิยม โชว์ในงานพระราชพิธี หรือวันสำคญั ทางศาสนา ต้อนรบั แขกบ้านแขกเมอื ง งานมงคล

และงานรนื่ เรงิ ทั่วไป ในที่นจี้ ะแสดงตามความเหมาะสมตามสถานการณ์ ไดแ้ ก่ ฟ้อนภไู ท ฟ้อนเทียน, ฟอ้ นเลบ็ หรอื
ฟอ้ นเมอื ง, ฟ้อนดาบ, ฟอ้ นเงี้ยว, ฟอ้ นลาวแพน, ฟอ้ นรัก, ฟ้อนดวงเดือน, ฟอ้ นดวงดอกไม้, ฟอ้ นมาลัย, ฟอ้ นไต ,
ฟอ้ นโยคถี วายไฟ, ระบำชาวเขา, รำลาวกระทบไม้, รำกลองสะบัดชยั

จะเหน็ ไดว้ ่าภาคเหนือของประเทศไทยน้ันประกอบด้วยผู้ที่คนหลากหลายชาติพนั ธ์ุ จึงทำให้มภี าษาถิ่นท่ี
แตกตา่ งกนั แตม่ สี ิง่ ทีค่ ล้ายคลึงกัน คอื ความเคารพบรรพบรุ ุษที่ลว่ งลับไปแล้ว กอ่ ให้เกิดรากเหง้าขนบธรรมเนียม
ประเพณี พิธีกรรม มาถึงปจั จุบัน ซึ่งชาวเหนือจะมีประเพณที ่สี อดคล้องกับวถิ ชี ีวติ แบ่งสรรตามฤดกู าล แม้แตกต่าง
กนั กลับมีสายใยแหง่ ชมุ ชนร้อยรัดผูค้ นให้แน่นแฟ้นถือเปน็ เสน่ห์ชวนใหผ้ ู้คนหลงรกั "ดนิ แดนล้านนา"

บรรณานกุ รม

https://sites.google.com/site/wwwmbwathnthrrmlaeaprapheni/wathnthrrm-laea-prapheni-
thang-phakh-henux

https://travel.kapook.com/view68566.html
https://www.agro.cmu.ac.th/lanna/Culture.html


Click to View FlipBook Version