ห้องสมดุ ประชาชนอาเภอเชยี งคาน
ประวตั ศิ าสตร์หมบู่ า้ น
ตาบลจอมศรี
ขอ้ มลู โดย กศน.ตาบลจอมศรี
รวบรวมจดั ทา E-book นางสาวลลติ า สมประเสรฐิ
บรรณารกั ษป์ ฏบิ ตั กิ าร
ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อาเภอเชยี งคาน
สานกั งาน กศน.จงั หวดั เลย
คำนำ
การชาระประวตั ิศาสตร์หมู่บา้ นของตาบลจอมศรี น้ีเป็ นการรวบรวมประวตั ิหมูบ่ า้ นแต่ละบา้ นในตาบล
จอมศรี กศน. ตาบลจอมศรีไดจ้ ดั ทาข้ึน โดยมีจุดประสงคเ์ พื่อใหบ้ ุคคลรุ่นหลงั ไดร้ ู้ถึงวิถีชีวติ และความเป็นมาของ
การก่อต้งั หมบู่ า้ นแตล่ ะบา้ นวา่ เป็นมาอยา่ งไรบา้ ง ตลอดจนใชเ้ ป็นแหล่งเรียนรู้ประจาตาบลจอมศรี
ในการน้ี กศน.ตาบลจอมศรี ไดร้ ่วมกบั ประชาชนในการเกบ็ ขอ้ มลู ประวตั ิศาสตร์หมบู่ า้ นไวใ้ นหนงั สือ
เล่มเดียวเพ่ือง่ายตอ่ การสืบคน้ ในคร้ังต่อไป
คณะผจู้ ดั ทา
กศน.ตาบลจอมศรี
สำรบญั หน้ำ
เรื่อง 1
5
ประวตั ติ ำบจออศรร 8
12
- ประวตั บิ ้ำนนำส ( หศู่ท่ 1,7 ) 15
- ประวตั ิบ้ำนออศรร ( หศู่ท่ 2,8 )
- ประวตั บิ ้ำนหินต้งั ( หศู่ท่ 3,6 )
- ประวตั บิ ้ำนแสนสำรำญ ( หศู่ท่ 4 )
- ประวตั ิบ้ำนรรพฒั นำ ( หศู่ท่ 5 )
1
ประวตั บิ ้ำนนำส(หศู่ท่ 1,7)
๑. ควำศหศำยของช่ือหศู่บ้ำนนำส
ส หมายถึง การเสียดสีหรือการถูส่ิงใดส่ิงหน่ึงในความหมายวา่ ศรี คือ
ดี หรือ เป็นศิริมงคล ส่วน นำ หมายถึง พ้นื ท่ีสาหรับปลูกขา้ ว โดยมีการไถนา
ใหด้ ินอ่อน และขดุ คนั ดินสูงโดยรอบเพ่ือก้นั น้าเอาไวเ้ ล้ียงตน้ ขา้ ว บา้ นนาสี จึง
หมายถึง บา้ นท่ีมีนามากไดข้ า้ วมาก (การที่มีขา้ วอุดมสมบูรณ์เป็ นส่ิงที่เป็นศิริมงคล)
๒. ควำศเป็ นศำของหศู่บ้ำนนำส
บา้ นนาสี เป็นหมู่บา้ นที่เก่าแก่ต้งั บา้ นเรือนมาประมาณ 100 ปี เศษ
และไดม้ ีครอบครัวของพอ่ เฒ่าวยุ พอ่ เฒ่าเวนิ พ่อเฒา่ แตง้ พอ่ เฒ่าทองมา
พอ่ เฒา่ เหวิน พอ่ เฒ่าปล้ืม พอ่ เฒา่ ป้ื อ ไดอ้ พยพมาจากบา้ นน้าปาดแสนตอ
จงั หวดั อุตรดิตถ์ ทางภาคเหนือของประเทศไทย ปัจจุบนั เป็นอาเภอน้าปาด
โดยไดอ้ พยพมาในช่วงระหวา่ งรัชกาลที่ 2 ของกรุงรัตนโกสินทร์
บางส่วนก็ไดแ้ ยกมาต้งั รกรากอยทู่ ่ีอาเภอนาแหว้ อาเภอดา้ นซา้ ย และ
อุดเร่ิศต้นหศ่บู ้ำน(ต้นโพธ์)ิ อาเภอทา่ ล่ี จงั หวดั เลย
สมยั ก่อนพ้นื ที่บา้ นนาสีน้นั เป็นป่ าดงทึบมีสตั วป์ ่ านานาชนิดอุดมสมบูรณ์ดว้ ยอาหารป่ ามากมาย อีกท้งั ยงั
เป็นพ้ืนที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูกในการทาการเกษตร จึงทาใหช้ าวบา้ นไดถ้ างป่ าเพื่อสร้างท่ี
อยอู่ าศยั และทาไร่ ทานาในบริเวณน้ี เหตุท่ีต้งั ช่ือ “บา้ นนาสี” กเ็ พราะวา่ มีคนเห็นควายเงินตวั หน่ึงวง่ิ หนีจากการ
ตามล่าของนายพรานจ่ึงข่ึงดงั แดง ควายเงินตวั น้ีจึงไดห้ นีมาหลบซ่อนและนอนอยหู่ นองน้าชาวบา้ นจึงเรียกวา่
หนองควาย หลงั จากที่ควายเงินนอนหมกโคลนที่หนองน้ามนั กข็ ้ึนเอาตวั ไปสีกบั ตน้ โพธ์ิอยกู่ ลางทุ่งนา และไดเ้ อา
เขาไปสีกบั คนั นา อีกท้งั ยงั เป็นพ้นื ที่ที่มีความอุดมสมบรู ณ์จึงไดต้ ้งั ชื่อวา่ “บา้ นนาดี หรือ บา้ นนาสี ” โดยมีนายขนุ
เป็นผกู้ ่อต้งั หมูบ่ า้ น และมีนายสวนเป็นผนู้ าหมูบ่ า้ น สมยั น้นั เรียกวา่ กวนบา้ น ปี พ.ศ. 2455 ก็ไดม้ ีนายเหลือไม่
ทราบนามสกุลเป็นผใู้ หญ่บา้ นคนแรก โดยข้ึนการปกครองกบั ตาบลธาตุ อาเชียงคาน จงั หวดั เลย พอปี พ.ศ. 2457
ไดม้ ีช่ือเป็นทางการวา่ บา้ นนาสีหม่ทู ี่ 7 ตาบลธาตุ และราษฎรส่วนหน่ึงไดไ้ ปต้งั หมู่บา้ นใหม่ เป็นบา้ นหินต้งั หมู่
ท่ี 8 ตาบลธาตุ
ปี พ.ศ. 2518 จึงไดแ้ ยกการปกครองออกมาจากตาบลธาตุมาต้งั ตาบลใหม่ ช่ือวา่ “ตาบลจอมศรี” ต่อมา
บา้ นนาสีหม่ทู ี่ 1 ก็ไดแ้ บง่ การปกครองออกเป็นอีกหน่ึงหมู่บา้ น คือ บา้ นนาสีหมทู ี่ 7 ตาบลจอมศรี เมื่อวนั ท่ี 7
มีนาคม 2541 มีนายประศาสตร์ พะโยธร เป็ นผใู้ หญ่บา้ นคนแรกของหมูท่ ี่ 7 2
๒.๑ กำรขยำยอำณำเขตหศู่บ้ำนออศรร
- หมทู่ ่ี 1 บา้ นนาสี ต้งั เม่ือปี พ.ศ. 2457
- หมทู่ ี่ 2 บา้ นจอมศรี ต้งั เมื่อปี พ.ศ. 2518
- หมูท่ ่ี 3 บา้ นหินต้งั ต้งั เม่ือปี พ.ศ. 2400
- หมทู่ ่ี 4 บา้ นแสนสาราญ ต้งั เม่ือปี พ.ศ. 2505
- หมู่ท่ี 5 บา้ นศรีพฒั นา ต้งั เมื่อปี พ.ศ. 2528
- หมทู่ ี่ 6 บา้ นหินต้งั ต้งั เม่ือปี พ.ศ. 2537
- หมู่ท่ี 7 บา้ นนาสี ต้งั เม่ือปี พ.ศ. 2541
- หมู่ที่ 8 บา้ นจอมศรี ต้งั เม่ือปี พ.ศ. 2548
๓. หจกั ฐำนทำง
ประวตั ริ ำสตร์
๓.๑ โบรำณสถำน
๓.๑.๑ วดั ป่ ำรรพฒั นำรำศ
ก่อต้งั เม่ือวนั ท่ี 16 มีนาคม 2513 สร้างข้ึนสมยั ผใู้ หญ่ผนั
กรมทอง มีเน้ือท่ี 30 ไร่ 2 งาน 60 ตรว. แตย่ งั ไม่เสร็จเรียบร้อยตอ้ ง
บูรณปฏิสงั ขรณ์อยทู่ ุกยคุ ทุกสมยั ของผใู้ หญ่บา้ นและชาวบา้ นตลอดมา
กบั ความศรัทธาของทุกคน
๓.๑.๒ วดั เอริญธรรศ
วดั ป่ าศรีพฒั นาราม วดั เจริญธรรม
สร้างข้ึนเม่ือ ปี พ.ศ. 2422 โดยหลวงตาชนั เป็ นผเู้ ร่ิมพาสร้างวดั สมยั ท่ี
ท่านเป็นผใู้ หญบ่ า้ นจนกระทง่ั หลวงตาชนั ไดร้ ับเชิญไปอบรมเก่ียวกบั ท่ี
ปรึกษาเยาวชนที่กรุงเทพฯ เม่ือทาง รพช. (สานกั งานเร่งรัดพฒั นาชนบท)
ไดด้ ูแผนท่ีบา้ นนาสีวา่ อยตู่ รงไหนกเ็ ลยสัง่ ใหผ้ ใู้ หญบ่ า้ นดาเนินการพฒั นา
พ้นื ท่ีบริเวณตรงน้ี สมยั ก่อนเป็นท่ีสาธารณะในตาบลจอมศรียงั ไมม่ ีการ
ปลูกสร้างบา้ นหรือวดั เพราะยงั ไมม่ ีใบโฉนดท่ีดินเป็นที่แน่นอน จนทา่ นปลดั เชียงคานกบั นายสวรรคก์ ไ็ ดไ้ ปจบั
จองท่ีดิน
ตรงน้ีไวเ้ พื่อเป็นที่สาธารณะของเยาวชนในการเล่นกีฬาแตไ่ มม่ ีใครสนใจจึงไดใ้ หช้ าวบา้ นไดเ้ ช่าเพ่ือปลูกพืชต่างๆ3
ไม่วา่ จะเป็นขา้ วโพด มนั สาปะหลงั และเมื่อแยกหมูบ่ า้ นได้ 2 ปี ก็ไดส้ ร้างวดั บริเวณตรงน้ี สาเหตุที่ช่ือวา่ “วดั เจริญ
ธรรม” ก็มาจากการเอาชื่อของหลวงพอ่ เจริญธรรมมาต้งั เป็ นช่ือวดั เพราะทา่ นไดม้ าสร้างกดุ และศาลาใหว้ ดั จนเสร็จ
เรียบร้อย มีเน้ือท่ีวดั 25 ไร่
๓.๒ รำสนสถำน
๓.๒.๑ รำจเอ้ำบ้ำน
ศาลเจา้ บา้ นน้นั สร้างมาต้งั แต่สมยั ปู ยา่ ตา ยาย ที่ไดเ้ ร่ิมก่อต้งั หม่บู า้ น
นาสีข้ึนมา สมยั ก่อนการต้งั ศาลเจา้ บา้ นจะสร้างดว้ ยบา้ นไมเ้ ท่าน้นั เพราะ
เม่ือก่อนมีแต่ป่ าและหาวสั ดุไดง้ ่ายจากธรรมชาติ พอต่อมากไ็ ดเ้ ปล่ียนเป็นศาล
ท่ีทาจากปนู เม่ือศาลเริ่มพพุ งั ลงอีกท้งั ความสะดวกสบายกเ็ ร่ิมเขา้ มา ในการ
เล้ียงบา้ นจะเล้ียงกนั ในช่วงเดือน 6 และเดือน 12 ของทุกปี มีการเล้ียงบา้ น
รำจเอ้ำบ้ำน ร่วมกนั 3 หมู่บา้ น คือ บา้ นนาสี บา้ นจอมศรี และบา้ นศรีพฒั นา เพื่อใหห้ มบู่ า้ น
อยเู่ ยน็ เป็นสุข เป็นการสร้างบารมีใหเ้ จา้ บา้ นมีอิทธิฤทธ์ิและแรงแกร่งกลา้ ในการปกป้ องบา้ นเมืองไมใ่ หส้ ิ่งชว่ั ร้าย
เขา้ มาในหมู่บา้ นของเรา ไม่วา่ จะเป็นฟ้ าฝน ลมแดง ผตี ่างๆท่ีจะเขา้ มาในหมบู่ า้ น
๔. สถำนทส่ ำคญั ในหศู่บ้ำนนำส
๔.๑ ห้วยกดุ เซยงศงั ห้วยกดุ เซยงศงั
เป็นลาหว้ ยที่มีปลาชุกชุมจานวนมาก มีนายเพรชหอด ไดไ้ ปหาปลา
โดยเอาไซไปใส่ดกั ปลาไวท้ ่หี ว้ ยไดป้ ลาเตม็ ไซทุกวนั แต่วนั ต่อๆมาปรากฏวา่
ปลาไมถ่ ูกไซที่ดกั ไวเ้ ลยนายเพรชหอดเลยมาแอบดูกเ็ ลยเห็นนายเซียงมงั กาลงั
ขโมยปลาจึงมีการต่อสู้กนั เกิดข้ึนนายเชียงมงั โดนนายเพชรหอดเอามีดเชือดคอ
นายเชียงมงั ตาย กเ็ ลยต้งั ชื่อวา่ หว้ ยกุดเชียงมงั (กดุ หมายถึง หนองน้าท่ีลึก
และเป็นน้าที่ไหลออกตลอดปี ) ลาน้าน้ีจะไหลผา่ นบา้ นนาสี บา้ นหว้ ยหินซา
และไหลผา่ นบา้ นหินต้งั
4
๔.๒ องค์กำรบริหำรส่วนตำบจออศรร
คำขวญั ประอำบ้ำนนำส
ศะพร้ำวจอื เจอื่ ง ฟูเฟื่ องด้วยไร่นำ
รักษำประเพณวฒั นธรรศ น้อศนำเรรษฐกอิ พอเพยง
5
ประวตั บิ ้ำนออศรร(หศู่ท่
2,8)
๒. ควำศหศำยของชื่อหศู่บ้ำนออศ
ออรศรแปลวา่ ยอด ส่ิงที่อยสู่ ูงที่สุด รร หมายถึง ดี งามเป็ นศิริมงคล บา้ นจอมศรี จึงหมายถึง บา้ นที่ดีงาม
เป็นเยยี่ ม แต่ในที่น้ี ศรี มาจากคาวา่ สี ซ่ึงแปลวา่ คู หรือ ครูด
๑. ควำศเป็ นศำของหศู่บ้ำนออศ
รร
มีตน้ เคา้ มาจากตานานที่เล่าต่อๆกนั มา เดิมตาบลจอมศรี ซ่ึงเป็น
หมู่บา้ นเรียกวา่ บา้ นนาสี มีนายห่อน นายสอน นายบวั และนายสาย ได้
อพยพบา้ นเรือนมาจากบา้ นน้าปาดแสนตอ จงั หวดั อุตรดิตถ์ เพอ่ื มาต้งั
บา้ นเรือนอยทู่ ่ีบา้ นนาสี สมยั น้นั มีแค่ 28 ครัวเรือน
นายขนุ เป็นคนบุกเบิกก่อต้งั บา้ น เม่ือปี พ.ศ 2475 มีผใู้ หญบ่ า้ น
คนแรกชื่อ นายสอน สมยั น้นั เรียกผใู้ หญบ่ า้ นวา่ กวนบา้ น เม่ือกวนบา้ น
เสียชีวติ ลงก็มีผใู้ หญบ่ า้ นคนท่ี 2 ช่ือ นายเหลือ พน้ จากนายเหลือ คนท่ี 3 คือ นายผาง มีมลู พน้ จากนายผาง มี
มลู คนท่ี 4 คือ นายพดั ศรีคา พน้ จากนายพดั คนท่ี 5 คือ นายก่ิง ศรีคาพน้ จากนายกิ่ง คนท่ี 6 คือ มีนายผนั
กรมทอง และคนสุดทา้ ยคนที่ 7 คือ นายประมวล ไชแพงศรี
เมื่อปี พ.ศ. 2515 บา้ นจอมศรีหมูท่ ี่ 2 แยกออกจากบา้ นนาสี เป็นบา้ นจอมศรีผใู้ หญ่บา้ นคนแรก ชื่อนาย
คามี มีมูล ดารงตาแหน่งได้ 1 ปี กเ็ สียชีวติ ลงกไ็ ดเ้ ลือกต้งั ใหม่ ในขณะน้นั เลือกต้งั แบบเปิ ดเผยไดผ้ ใู้ หญบ่ า้ น
จอมศรีคนท่ี 2 ช่ือนายรวง มีมลู อยไู่ ด้ 2 ปี ตอ่ มาปี พ.ศ. 2518 บา้ น
จอมศรี ไดย้ กระดบั ข้ึนมาเป็ นตาบลจอมศรี กานนั คนแรก ชื่อนายรวง มี
มลู ดารงตาแหน่งจนเกษียณอายคุ รบ 60 ปี ก็ไดท้ าการเลือกต้งั ใหม่อีกได้
นายสวรรค์ กรมทอง เป็นผใู้ หญ่บา้ น เมื่อครบวาระเลือกต้งั อีกคร้ัง วนั ท่ี
11 เมษายน พ.ศ. 2549 นายซอม สุพร ไดค้ ะแนน 113 เสียง ซ่ึงเป็น
ผใู้ หญ่บา้ นในขณะน้ี
ทำงเข้ำหศ่บู ้ำนออศรร
6
ตอ่ มาบา้ นจอมศรีหมทู่ ่ี 2 ก็ไดแ้ ยกการปกครองออกอีกหน่ึงหมู่บา้ น คือ บา้ นจอมศรีหมู่ท่ี 8 เม่ือวนั ที่ 14
กนั ยายน 2548 พร้อมกบั ไดม้ ีการเลือกต้งั ผใู้ หญบ่ า้ นข้ึนในวนั ที่ 31 ตุลาคม 2549 ไดน้ ายเสมา วรี ะขนั คา เป็ น
ผใู้ หญ่บา้ นคนแรก
๓. หจกั ฐำนทำง
ประวตั ริ ำสตร์
๓.๑ โบรำณสถำน
๓.๑.๑ วดั บ้ำนออศรร
ก่อต้งั ข้ึนมาพร้อมกบั บา้ นนาสี สมยั น้นั จะมีเพยี งแคว่ ดั เดียวซ่ึงเป็นใจ
กลางหมู่บา้ นที่ยงั ไมไ่ ดแ้ ยกหมู่บา้ นเหตุที่ต้งั ชื่อวดั จอมศรี น้นั ไดต้ ้งั ข้ึนตามจอม
ปลวกที่อยใู่ นบริเวณวดั จอมปลวกน้นั เป็นจอมปลวกท่ีสวยงามมาก เลยต้งั ช่ือ
ตามจอมปลวกที่มีชื่อวา่ “จอมศรี” ตามตานานน้นั มาต้งั ชื่อวดั
๓.๑.๒ วดั สวนบุ่งแก้ววนำรำศ วดั ออศรร
ก่อตงั่ ข้ึนเมื่อวนั ที่ 9 กุมภาพนั ธ์ 2549 สร้างข้ึนมาดว้ ยแรงศรัทธา
ของชาวบา้ นและดว้ ยการร่วมแรงร่วมใจกนั เพื่อตอ้ งการใหม้ ีสถานท่ีพกั พิง
ทางจิตใจของชาวบา้ น ในการต้งั ชื่อวดั น้นั ไดต้ ้งั ตามสถานท่ี คือมีคลอง
สาธารณะชื่อบุ่งสวนแกว้ จึงเป็นเหตุใหต้ ้งั ช่ือวา่ วดั สวนบุง่ แกว้ วนาราม
วดั สวนบุ่งแก้ววนำรำศ
๓.๑.๓ วดั ภูถำ้ พระ
เป็นวดั ที่อยกู่ ลางป่ า มีมาก่อนต้งั หมบู่ า้ นสมยั น้นั บริเวณพ้นื ท่ีภูตรงน้ีเป็ นที่พกั อาศยั ของพระธุดงคท์ ่ีเดินป่ า
ยงั ไมไ่ ดส้ ร้างเป็นศาลาวดั มีเพยี งแค่ถ้าท่ีอยกู่ ลางป่ า กลางภู กลางเขา
โดยมีอาจารยโ์ ตมาอยเู่ ป็นรูปแรกแตก่ ่อนจะสร้างเป็นกระทอ่ มเลก็ ๆ
เท่าน้นั เมื่อทา่ นเดินทางไปอยทู่ ี่อ่ืนก็ไดม้ ีพระรูปอื่นมาอยแู่ ทน คือ
อาจารยอ์ ุด และไดส้ ร้างวดั บนกลางภขู ้ึนพร้อมกบั ชาวบา้ น เม่ือวนั ท่ี
22 มิถุนายน 2540 คุณตาสาราญก็ไดม้ าบูรณซ่อมแซมวดั ถวายหลวงป่ ู
อว้ น หรือภิกษุฉนั ทะ เหตุที่ต้งั ช่ือวา่ วดั ภูถ้า กม็ าจากในถ้าแห่งน้นั มี
พระพุทธรูปอยขู่ า้ งในจานวนมากมาย เมื่อชาวบา้ นไปคน้ พบจึงไดน้ า วดั ภูถำ้ พระ
พระพุทธรูปเหล่าน้นั ออกมาไวข้ า้ งนอกเพื่อสักการบชู าจึงเป็นที่มาของชื่อวดั
7
๔. สถำนท่สำคญั ในหศู่บ้ำนออศรร
ห้วยหินซำ ๔.๑ ห้วยหนิ ซำ
เป็นหว้ ยที่มีหินกอ้ นใหญแ่ ลว้ จะมีลกั ษณะท่ีหยาบ คือ
เวลาเราเหยยี บจะรู้สึกระคายและเป็นทรายผสมมากคน สมยั เก่า
เวลาอาบน้าตามลาหว้ ยจะนาเอาหินมาเพอื่ ถูตวั จึงเป็นที่มาของ
ช่ือหว้ ย หว้ ยน้ีเป็นห้วยที่ใหญ่ ทางการไดท้ าฝายน้าลน้ ให้
ประชาชนไดใ้ ชใ้ นการเกษตร และเป็นแหล่งทามาหากิน
๔.๒ อ่ำงซำเต่น
สร้างข้ึนเม่ือปี พ.ศ. 2539 เป็นโครงการชลประทานขนาดเลก็ ท่ี
รัฐบาลสร้างใหแ้ ก่ราษฎรในการเก็บกกั น้าไวใ้ ชใ้ นการเกษตร อีกท้งั ยงั เป็ น
แหล่งทอ่ งเที่ยวของตาบลจอมศรีท่ีสวยงามอีกดว้ ย
๔.๓ วฒั นธรรศประอำหศู่บ้ำน
บุญประเพณีประจาทอ้ งถิ่นมีมากมายหลายประเพณี คือ อ่ำงซำเต่น
บุญพระทายขา้ วเปลือกจะทาในเดือน 3 บุญสงกรานต์
จะมีการรดน้าดาหวั ผสู้ ูงอายุ สรงน้าพระ บุญแห่ขา้ วพนั กอ้ นจะทาใน
เดือน 5 บุญสรงปากหว้ ยในเดือน 6 บุญซาฮะบา้ นจะทาในเดือน 7
บุญเขา้ พรรษาเดือน 8 บุญขา้ วประดบั ดินเดือน 9 บุญขา้ วสากเดือน 10
บุญออกพรรษาเดือน 11 บุญกฐินเดือน 12 เพอ่ื รักษาขนบธรรมเนียม
ประเพณีใหเ้ กิดความสามคั คีในชุมชน
บุญพระทำยข้ำวเปจอื ก
คำขวญั
ภูซำง ต้งั เด่น เป็ นสง่ำ
ภูถำ้ พระ งำศตำ น่ำกรำบไหว้
อ่ำงซำเต่น ท่องเทย่ ว เป็ นสุขใอ
พระเส่ยงทำย ศไว้อยู่ คู่บ้ำนเศอื ง
8
ประวตั บิ ้ำนหินต้งั ( หศู่ท่ 3 , 6 )
๑. ควำศหศำยของชื่อหศู่บ้ำนหินต้งั
หนิ หมายความถึง มวลของแขง็ ท่ีประกอบไปดว้ ยแร่ชนิดเดียวกนั หรือหลายชนิดรวมตวั กนั อยตู่ าม
ธรรมชาติ ต้งั ตรงสง่า ทรงอยู่ หินต้งั จึงหมายความวา่ เป็ นหมบู่ า้ นที่มีกอ้ นหินต้งั ตรงข้ึนเป็นสง่า ( ซ่ึงในหม่บู า้ นน้ี
มีแตห่ ินกลมๆ ต้งั อยบู่ นพ้ืนดิน สูงจากพ้ืนดินประมาณ 3.00 เมตร มีเส้นผา่ ศูนยก์ ลางประมาณ 3.00 เมตร )
๒. ควำศเป็ นศำของชื่อหศู่บ้ำนหินต้งั
บา้ นหินต้งั สร้างข้ึนเมื่อปี พ.ศ. 2400 โดยราษฎรไดอ้ พยพมาจากอาเภอน้าปาด จ.อุตรดิตถ์ มาดว้ ยกนั 7
ครอบครัว คือ
1. นายเร้ ไชยคีนี 5. นายผดิ
2. นายญา 6.นายป้ อง
3. นายนนั 7.นายออน
4. นายฟา
ไดพ้ กั อาศยั อยทู่ ี่บา้ นนาสี และทามาหากินอยบู่ ริเวณริมหว้ ยหิน
ซา เมื่อประชากรเพมิ่ มากข้ึนกไ็ ดอ้ อกจากบา้ นนาสีมาต้งั รกรากอยทู่ ่ีบา้ น
อุดกำเนดิ บ้ำนหินต้งั หินต้งั หรือบริเวณดอนหอ (ศาลเจา้ บา้ น) ซ่ึงสถานที่บริเวณตรงน้นั มีหิน
ขนาดใหญ่ต้งั อยรู่ ิมหว้ ย แต่ก่อนที่บริเวณน้นั จะเป็ นที่อยขู่ องนกกาดาท่ีมาพกั
อาศยั อยใู่ นถ้าหินน้นั การต้งั ชื่อหมู่บา้ นหินต้งั ก็มาจากกอ้ นหินใหญท่ ่ีอยรู่ ิมหว้ ยซ่ึงเป็นจุดกาเนิดของหมบู่ า้ น จึงได้
ต้งั ชื่อตามกอ้ นหินน้นั บา้ นหินต้งั เป็ นสงั คมครอบครัวท่ีอยรู่ วมกนั เป็นกลุ่มหรือเป็ นคุม้ ซ่ึงเป็นพ้นื ท่ีท่ีมีความอุดม
สมบรู ณ์ ชาวบา้ นส่วนใหญจ่ ะประกอบอาชีพทางดา้ นเกษตรกรรม การปกครองในสมยั น้นั ไดม้ ีนายขนุ เป็ น
ผใู้ หญ่บา้ นคนแรกสมยั ก่อนเรียกวา่ กวนบา้ น คนที่สองชื่อนายเร้ โดยต้งั เป็นบา้ นหินต้งั เพียงหมู่เดียวคือ หมทู่ ี่ 7
ตาบลธาตุ แต่พอมาถึงสมยั ของผใู้ หญ่บวั หลุด ศรีคา ก็ไดแ้ ยกออกเป็ นสองหมู่บา้ นและไดเ้ ปลี่ยนหมู่ท่ี 7 เป็น
บา้ นหินต้งั หมทู่ ี่ 3 จากน้นั ก็ไดแ้ ยกตวั ออกมาจากตาบลธาตุเป็นตาบลจอมศรี
เมื่อปี พ.ศ. 2537 บา้ นหินต้งั กไ็ ดแ้ ยกการปกครองออกจากหมทู่ ี่ 3 มาต้งั ใหม่เป็นหมู่ท่ี 6 โดยมีนายหล่า
เรืองวเิ ศษ เป็ นผใู้ หญบ่ า้ นหมูท่ ี่ 6 คนแรกดารงตาแหน่งอยไู่ ด้ 5 ปี จนถึง พ.ศ. 2540 ก็ไดห้ มดวาระและได้
เลือกต้งั ใหม่เม่ือปี พ.ศ. 2541 แตน่ ายหล่า เรืองวเิ ศษ ก็ไดร้ ับคดั เลือกใหด้ ารงตาแหน่งอีกคร้ัง และเนื่องจากมี
9
เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงเกิดข้ึนในหมบู่ า้ นจึงทาให้ นายหล่า เรืองวิเศษ ไดล้ าออกจากตาแหน่งเมื่อปี พ.ศ. 2543
ตอ่ จากน้นั ก็ไดม้ ีการคดั เลือกผใู้ หญ่บา้ นคนใหมเ่ พ่ือทดแทนผใู้ หญบ่ า้ นคนเก่าไดน้ ายสมร ศรีคา ดารงตาแหน่งได้
1 ปี คร่ึง เนื่องจากกานนั ตาบลจอมศรีไดห้ มดวาระลงกไ็ ดค้ ดั เลือกใหม่ ทาใหน้ ายสมร ศรีคา ไดร้ ับคดั เลือกให้
เป็นกานนั ตาบลจอมศรี ต้งั แตว่ นั ที่ 7 กรกฎาคม 2548 เป็นตน้ มา
๓. หจกั ฐำนทำงประวตั ริ ำสตร์
๓.๑
โบรำณสถำน
๓.๑.๑ วดั โนนสว่ำง
วดั โนนสวา่ งไดก้ ่อต้งั ข้ึนเมื่อปี พ.ศ. 2498 โดยมี อาดญาคูโพและ
อาดญาคูกองเป็ นเจา้ อาวาส มีนายสมบรู ณ์ เรืองวิเศษ ซ่ึงเป็นผใู้ หญ่บา้ น
ในขณะน้นั ไดน้ าชาวบา้ นมาสร้างและมีผมู้ ีจิตศรัทธาก่อสร้างเริ่มแรก คือ
ครอบครัวของ
1. นายจนั ดี 5. นายเร้
6. นายนนั
2. นายแฮม 7. นายผดิ
8. นายป้ อง
3. นายเรือง
วดั โนนสว่ำง 4. นายจาปา
และเป็นวดั ประจาหมูบ่ า้ นท่ีชาวบา้ นใหค้ วามสาคญั มาจนถึงปัจจุบนั น้ี
๓.๑.๒ วดั รรหนิ ต้งั (วดั ป่ ำนำ้ พ)ุ
สร้างปี พ.ศ. 2482 โดยมีหลวงพอ่ ศรี เป็ นผเู้ ริ่มพาชาวบา้ นก่อสร้างจากน้นั ชาวบา้ นกช็ ่วยกนั คนละเล็กคน
ละนอ้ ยในการสร้างวดั เม่ือก่อนพ้ืนท่ีวดั ตรงน้ีเป็ นป่ าดงทึบชาวบา้ นจึง
ไดช้ ่วยกนั ถางป่ าเพอื่ ปลูกสร้างกฏุ ิใหห้ ลวงพอ่ ศรี เหตุที่ต้งั ชื่อ วดั ศรีหิน
ต้งั ก็มาจากการนาเอาช่ือของหมู่บา้ นมาใส่ผสมกบั ชื่อของหลวงพอ่ ศรี
จากน้นั ก็มีเจา้ อาวาสรูปต่อมา คือ หลวงพอ่ บูญตา หลวงพอ่ มา หลวง
พอ่ นดั และหลวงพอ่ สิริจนั ท สุมณฑ์ (สมพร)มาอยปู่ ี พ.ศ. 2530 จนถึง
ปี พ.ศ. 2553 มีพ้นื ที่วดั 8 ไร่ 50 ตารางวา
วดั รรหินต้งั
10
๓.๑.๒ วดั ป่ ำกงุ ไตรรัตน์ประสิทธ์ิ
ก่อสร้างเม่ือ ปี พ.ศ. 2545 โดยมีชาวบา้ นไดร้ ่วมแรงร่วมใจกนั สร้างวดั ข้ึนดว้ ยแรงศรัทธาของทุกคน เหตุ
ท่ีชื่อวา่ วดั ป่ ากงุ ไตรรัตน์ประสิทธ์ิ กเ็ พราะวา่ บริเวณท่ีวดั น้ีจะเป็นป่ าท่ีเตม็
ไปดว้ ยตน้ กุงจานวนมากอยใู่ นบริเวณที่ต้งั วดั และเป็นพ้ืนท่ีที่อุดมสมบรู ณ์ไป
ดว้ ยอาหารป่ านานาชนิด เช่น หน่อไม้ เห็ด และสตั วป์ ่ า ที่ชาวบา้ นส่วนใหญ่
จะหากินและทาเป็นพ้นื ที่ทางการเกษตรมาก่อน ตอ่ มาจึงก่อต้งั เป็ นวดั ข้ึน
เพือ่ อนุรักษธ์ รรมชาติไวค้ งเดิม
ฤษโจกอุดร ดอนหอบ้ำน
๓.๒ รำสนสถำน
๓.๒.๑ รำจสเอถ้ำำบน้ำน
เป็นศาลเจา้ บา้ นที่มีมาพร้อมกบั การต้งั หม่บู า้ น ซ่ึงบริเวณตรงน้ีจะมีกอ้ น
หินขนาดใหญ่อยกู่ บั ศาลเจา้ บา้ นหรือชาวบา้ นเรียกอีกอยา่ งหน่ึงวา่ ดอนหอ ทุกปี
จะมีการเล้ียงบา้ นเพอ่ื ใหห้ มู่บา้ นอยเู่ ยน็ เป็ นสุขสงบและเป็นการเป็นการทาบุญ
หมบู่ า้ นประจาปี ดว้ ย ในการเล้ียงหอน้นั เม่ือถึงเดือน 6 จะเล้ียงดว้ ยควายเป็นการ
เล้ียงลง คือ การเตรียมตวั เพื่อทาไร่ทานา พอมาถึงเดือน 12 กจ็ ะเล้ียงดว้ ยหมูเป็น
การเล้ียงข้ึน คือ การเก็บเก่ียวขา้ วเพอ่ื เอาขา้ วข้ึนฉางขา้ ว (เลา้ ขา้ ว) บริเวณดอนหอ
ตรงน้ีสมยั ก่อนจะมีนกอีกามาพกั อาศยั อยใู่ นถ้าหินแห่งน้ี
๔. สถำนท่สำคญั ในหศู่บ้ำนหิน
ต้งั
๔.๑ จำนำ้ กดุ เชยงศงั
ห้วยกดุ เซยงศงั เป็นลาหว้ ยที่มีปลาชุกชุมจานวนมาก มีนายเพรชหอด ไดไ้ ปหาปลา
โดยเอาไซไปใส่ดกั ปลาไวท้ ่หี ว้ ยไดป้ ลาเตม็ ไซทุกวนั แต่วนั ต่อๆมาปรากฏวา่
ปลาไมถ่ ูกไซที่ดกั ไวเ้ ลยนายเพรชหอดเลยมาแอบดูก็เลยเห็นนายเซียงมงั กาลงั
ขโมยปลาจึงมีการต่อสู้กนั เกิดข้ึนนายเชียงมงั โดนนายเพชรหอดเอามีดเชือดคอ
นายเชียงมงั ตาย กเ็ ลยต้งั ชื่อวา่ หว้ ยกดุ เชียงมงั (กุด หมายถึง หนองน้าที่ลึกและ
เป็นน้าท่ีไหลออกตลอดปี ) ลาน้าน้ีจะไหลผา่ นบา้ นนาสี บา้ นหว้ ยหินซา และ
ไหลผา่ นบา้ นหินต้งั
11
๔.๒ นำ้ พุ
เป็นแหล่งน้าท่ีมีน้าพุง่ ข้ึนจากพ้ืนดิน เดิม
พงุ่ ข้ึนสูงจากพ้ืนดินประมาณ 1 เมตร แต่เดี๋ยวน้ีพุง่
ข้ึนเพยี งเล็กนอ้ ยเท่าน้นั น้าพุน้ีมีมาก่อนที่
ราษฎร 15 ครอบครัว จะมาต้งั ถ่ินฐานอยู่
รูปร่าง มีลกั ษณะเป็ นหว้ ยหรือลาคลองแลว้ มี นำ้ พุ
น้าพไุ หลพงุ่ ออกมาจากริมตล่ิง และน้าพนุ ้ีอยทู่ ่ีบริเวณวดั ศรีหินต้งั บา้ นหินต้งั หมทู่ ่ี 6
๔.๓ โรงสข้ำวชุศชน
โรงสประอำหศู่บ้ำน บ้ำนหินต้ัง
เป็นโรงสีขา้ วท่ีสร้างจากโครงการยทุ ธศาสตร์อยดู่ ีมีสุขปี 2550 ไดรับงบ
สนบั สนุนจากทา่ นนายอาเภอเชียงคานและท่านรองประธานองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั เลย โดยไดร้ ับงบประมาณ
มาสร้างประมาณ 200,000 บาท และไดรับจากโครงการ พพพ.(รอบพิเศษ) ไดง้ บประมาณ 250,000 บาท เมื่อปี
พ.ศ. 2551 ก็ไดส้ ร้างฉางขา้ วชุมชนข้ึนเพ่ือเกบ็ ขา้ วไวเ้ ป็ นส่วนกลางของหมู่บา้ นและยงั เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน
ดว้ ย
๔.๔ โรงเรยนบ้ำนหนิ ต้ัง
เดิมชาวบา้ นหินต้งั ไดส้ ่งบุตรหลานไปเรียนหนงั สือท่ีโรงเรียนบา้ นนา
สี ขณะน้นั ผใู้ หญ่บา้ นหินต้งั คือ นายปัน ไชยคีนี ไดป้ รึกษาหารือกนั กบั
ชาวบา้ นเก่ียวกบั สถานท่ีเรียนหนงั สือของลูกหลาน เพราะวา่ การเดินทางไป
เรียนของลูกหลานน้นั ลาบากมากสมยั น้นั เป็นถนนท่ีไม่เรียบไม่มี
ถนนลาดยางเหมือนสมยั น้ีจึงไดพ้ ากนั ไปปรึกษากบั นายกองมี ธนะสูตร ครู
โรงเรียนบา้ นนาสีท่านเห็นดว้ ยและไดท้ าเร่ืองเสนอต่อนายอาเภอเชียงคาน
ทา่ นจึงไดด้ าเนินการต่อไปยงั ท่านผวู้ า่ ฯ เม่ือท่านไดอ้ นุมตั ิลงมาจึงไดส้ ร้าง
โรงเรียนข้ึนท่ีป่ าโคกทางทิศตะวนั ออกของหม่บู า้ นในปี พ.ศ. 2519 มีเน้ือท่ี 50 ไร่
จากน้นั กไ็ ดย้ า้ ยนกั เรียนที่เป็ นชาวบา้ นหินต้งั จากโรงเรียนบา้ นนาสีมาเรียนท่ีวดั โนนสวา่ งบา้ นหินต้งั ก่อน
สมยั น้นั มีนายคาคิด แสนใจวฒุ ิ เป็นครูใหญ่ นายวนั ดี ผวิ สวสั ด์ิ เป็นครูนอ้ ย จนถึงปี พ.ศ 2521 โรงเรียนจึงได้
สร้างเสร็จและไดน้ านกั เรียนยา้ ยมาเรียนที่น้ีมาจนถึงปัจจุบนั
๔.๕ สถำนอนำศยั สถานีอนามยั บา้ นหินต้งั ไดต้ ้งั ข้ึนเม่ือปี พ.ศ. 2515 โดย
ไดง้ บประมาณการก่อสร้างจากรัฐบาลกบั ชาวบา้ น โดยอาศยั อาคารเก่าเป็น
สานกั งานผดุงครรภบ์ า้ นหินต้งั เป็นท่ีอาศยั ชว่ั คราวก่อน ต่อมา พ.ศ. 2519 ได้
ยกฐานะเป็นสถานีอนามยั ตาบลจอมศรี ก่อสร้างอาคารใหม่ใชง้ บประมาณของ
สถำนอนำศยั รัฐบาล สถานีอนามยั ต้งั อยทู่ ่ีบา้ นหินต้งั หม่ทู ่ี 3 ตาบลจอมศรี
12
ประวตั บิ ้ำนแสนสำรำญ ( หศู่ท่ 4
)
๑. ควำศหศำยของชื่อหศู่บ้ำนแสน
หม่บู า้ นแสนสาราสญำนร้ี มำีคญวามหมายตรงตวั คือ หมายถึง หม่บู า้ นท่ี
มีความผาสุกทุกดา้ น ไมว่ า่ จะประกอบกิจการงานใดๆ กส็ ะดวกสบายไป
หมดทุกดา้ น ( แสน หมายความวา่ มากยงิ่ เหลือเกิน สาราญ หมายความวา่
สบายกายใจ เบาใจ เยน็ ใจ บา้ นแสนสาราญ จึงมีความหมายวา่ เป็นบา้ นผอู้ ยู่
อาศยั สบายกายใจเป็นอยา่ งยงิ่ )
๒. ควำศเป็ นศำของช่ือหศู่บ้ำนแสน
สำรำญ บา้ นแสนสาราญหมู่ท่ี 4 ไดแ้ ยกการปกครองออกจาก
บา้ นนาสีเม่ือปี พ.ศ.2505 ซ่ึงมีนาย บุญนาค อาวาส เป็ นผมู้ าอยู่
เป็นคนแรก หลงั จากน้นั กม็ ี นายเสรี พิณโยศกั ด์ิ มาอยเู่ ป็นคน
ท่ีสอง คนที่สามนายบุญชู แกว้ วงษา คนที่สี่นายโพธ์ิ ซ่ึงเป็น
หมอไดม้ าอาศยั กบั นายมุข อาวาส ลูกชายของนายนาค อาวาส
จากน้นั กเ็ ร่ิมมีคนจากตา่ งจงั หวดั อพยพเขา้ มาอยกู่ นั เป็นครอบครัว
ไม่วา่ จะมาจาก จ.ขอนแก่น จ.น่าน จ.ชยั ภูมิ แตส่ ่วนใหญ่จะ
อพยพมาจากจงั หวดั ชยั ภูมิมากกวา่ ซ่ึงแตก่ ่อนท่ีตรงน้ีเป็นบริเวณท่ี
ทำงเข้ำหศ่บู ้ำนแสนสำรำญ
ทาบา้ นจดั สรรใหแ้ ก่ราษฎรท่ีไม่มีท่ีอยอู่ าศยั และไม่มีท่ีทากิน สมยั น้นั มีนายสมนั พมิ วนั เป็นผนู้ าชุมชนซ่ึงแต่
ก่อนน้นั ยงั ไมม่ ีผใู้ หญ่บา้ น ต่อมากไ็ ดม้ ีการแตง่ ต้งั ผใู้ หญบ่ า้ นข้ึนไดน้ ายบุญนาค อาวาส โดยมีนายอาเภอเป็นผู้
แต่งต้งั ให้เม่ือหมดวาระกม็ ีคนท่ีสอง คือ นายบุญชู สอนพรม คนที่สาม คือ นายแสงดาว พลชานาญ ดารง
ตาแหน่งปี พ.ศ. 2523 คนที่สี่คือ นายเจริญ กองพอด คนที่หา้ คือ นายยงยทุ ธ วงศล์ า คนที่หกคือ นายแสงดาว
พลชานาญ กลบั มาดารงตาแหน่งอีกคร้ังหน่ึง คนที่เจด็ คือนางดลวดี ประทุม จากน้นั ก็เป็น นายทวี แกว้ วงษา คน
ปัจจุบนั
เหตุท่ีต้งั ช่ือหมบู่ า้ นแสนสาราญก็เพราะวา่ นายบุญนาค อาวาส ตอ้ งการใหผ้ คู้ นในหมบู่ า้ นมีแตค่ วามสุข
ความสบายเหมือนช่ือจึงไดต้ ้งั ชื่อบา้ นวา่ บา้ นแสนสาราญ มาจนถึงปัจจุบนั
13
๓. หจกั ฐำนทำง
ประวตั ริ ำสตร์
๓.๑ โบรำณสถำน
วดั ป่ ำรรวไิ จวจั ย์ ๓.๑.๑ วดั ป่ ำรรวไิ จวจั ย์
การสร้างวดั ประจาหมูบ่ า้ นสมยั น้นั คร้ังแรกไดใ้ หบ้ ริเวณพ้ืนที่กลาง
หมบู่ า้ นเป็นวดั แตพ่ อประมาณปี พ.ศ. 2520 ชาวบา้ นกไ็ ดร้ ่วมใจกนั สร้าง
วดั ใหม่ โดยมีนายบุญนาค อาวาส เป็นผนู้ าสร้างวดั ชื่อวา่ วดั ป่ าศรีวไิ ลวลั ย์
โดยยา้ ยไปสร้างใกลก้ บั โรงเรียนบา้ นแสนสาราญ มีเจา้ อาวาสรูปแรกช่ือ
หลวงตาชาลี พนิ โยศกั ด์ิ และเม่ือท่านมรณภาพลงกไ็ ดม้ ีพระอาจารยไ์ พ
บรู ณ์ มาอยเู่ ป็ นเจา้ อาวาส รูปปัจจุบนั มีเน้ือที่วดั ประมาณ 36 ไร่
๓.๒ รำสนสถำน
๓.๒.๑ รำจเอ้ำบ้ำน
การเล้ียงศาลเจา้ บา้ นหรือศาลเจา้ ป่ ูตน้ ไทรทองของชาวบา้ น
น้นั จะเล้ียงร่วมกนั 2 บา้ น คือ บา้ นแสนสาราญ และบา้ นพรมมา
นุสรณ์ ตาบลธาตุ ซ่ึงเป็นวฒั นธรรมเช่ือมหมบู่ า้ นระหวา่ งสอง
หมบู่ า้ นดว้ ยกนั มีการเล้ียงบา้ นร่วมกนั ทุกปี จะทาในช่วงปลายเดือน
ม.ค. เม.ย. และ พ.ค. ส่วนใหญจ่ ะเล้ียงดว้ ยหมูหรือไก่ข้ึนอยกู่ บั คน
ทรงเจา้ และเศรษฐกิจ ถา้ หากเศรษฐกิจไมด่ ีก็จะเก็บเงินจากชาวบา้ น รำจเอ้ำป่ ไู ทรทอง
เขา้ วดั เท่าน้นั เพื่อใหท้ ุกคนมีส่วนร่วมในการทาบุญดว้ ยกนั
๓.๒.๒ รำจหจกั บ้ำน (เป็ นรำจทช่ ำวบ้ำนให้ควำศเคำรพคจ้ำยๆ กบั รำจหจกั เศอื ง)
14
๔. สถำนท่สำคญั ในหศู่บ้ำนแสน
๔.๑ โรงเรยนบ้ำนแสสนำสรำำรญำญ
สร้างประมาณ พ.ศ. 2511 มีผอู้ านวยการคนแรก
ชื่อวา่ นายเฉลิมชยั สืบสาย เป็นคนที่มาอยเู่ ป็นคนแรก
สมยั น้นั มีนกั เรียนเพยี ง 60 คนเทา่ น้นั เม่ือท่านหมดวาระ
ลงกไ็ ดท้ ่าน สมฤทธ์ิ จากน้นั กไ็ ดน้ ายกองมี
แสนใจวฒุ ิ เป็ นคนท่ีสาม และมาถึงนายสมจิต
สิงห์สุวรรณ คนปัจจุบนั สมยั ก่อนจะไปเรียนหนงั สือกนั ท่ีวดั ไมม่ ีโรงเรียนเหมือนสมยั ปัจจุบนั
๔.๒ แหจ่งเรยนรู้
เป็นภูมิปัญญาชาวบา้ นที่รวมกลุ่มกนั ป้ันโอ่งใส่น้าฝนเพื่อ
จาหน่ายในชุมชนจากจุดเลก็ ๆ ตอนน้ีไดข้ ยายกิจการจาก
อุตสาหกรรมในครัวเรือนสามารถขยายกิจการเพิ่มข้ึนเร่ือยๆ
ต้งั อยทู่ ่ีบา้ นแสนสาราญหมู่ท่ี 4 สามารถเดินทางไปเรียนรู้ได้
ตลอดเวลา
สถำนทป่ ้ันโอ่งประอำหศ่บู ้ำน
15
บ้ำนรรพฒั นำ (หศู่ท่
๑. ควำศหศำยของชื่อหศู่บ้ำนรร 5)
รร หมายถึง พหมฒั บู่ นา้ นำท่ีเป็นศิริมงคล ความเจริญ
พฒั นำ หมายความวา่ ทาใหเ้ จริญ คือ ทาใหง้ อกงาม เติบโตไดม้ ากข้ึน
เรื่อยๆ ดว้ ยเหตุน้ีจึงช่ือบา้ นศรีพฒั นาเพอื่ ความเป็นศิริมงคลแก่หมู่บา้ น
๒. ควำศเป็ นศำของช่ือหศู่บ้ำนรร
พฒั นำหศู่บ้ำน บา้ นศรีพฒั นาหมูท่ ่ี 5 แยกการปกครองจากบา้ นนาสี หมู่ท่ี 1
ตาบลจอมศรี โดยมีลาหว้ ยหินซาเป็นเส้นแบง่ หมูบ่ า้ น เมื่อวนั ที่ 14
มีนาคม 2528 โดยมีนายบุญตา มีมูล มาสร้างบา้ นเป็นคนแรก จากน้นั
ก็มี พอ่ เฒา่ ชอบ พอ่ เฒา่ ริน พอ่ เฒ่าโสภา พอ่ เฒา่ บนั มาสร้างบา้ นอยู่
และก็มีประชาชนยา้ ยเขา้ มาเรื่อยๆ เหตุท่ีชื่อหมบู่ า้ นศรีพฒั นากม็ าจาก
ชาวบา้ นตอ้ งการใหห้ มูบ่ า้ นมีแตค่ วามเจริญและเป็นศิริมงคลแก่หม่บู า้ น
ผใู้ หญบ่ า้ นคนแรกคือ นายคายอง มีมลู ผใู้ หญบ่ า้ นคนท่ีสองคือ นาย
ทำงเข้ำหศ่บู ้ำนรรพฒั นำ
ชอบ กรมทอง ดารงตาแหน่งปี พ.ศ. 2539 ผใู้ หญบ่ า้ นคนที่สามคือ นายกรีม บุญทอง ดารงตาแหน่งปี พ.ศ. 2544
ผใู้ หญบ่ า้ นคนที่ส่ีคือ นายเสด็จ ชชั วาลย์ คนปัจจุบนั ดารงตาแหน่งเม่ือปี 2549 บา้ นศรีพฒั นาไดแบง่ คุม้ การ
ปกครองออกเป็ น 5 คุม้ คือ
(1) คุม้ ราชประชา (4) คุม้ ร่วมใจสามคั คี
(2) คุม้ สมานมิตร (5) คุม้ อยดู่ ีมีสุข
(3) คุม้ จิตแจม่ ใส
16
๓. หจกั ฐำนทำง
ประวตั ริ ำสตร์
๓.๑ โบรำณสถำน
๓.๑.๑ วดั รำษฎร์บำรุงธรรศ
ก่อต้งั เม่ือปี พ.ศ. 2528 สร้างข้ึนในสมยั ผใู้ หญ่ คายอง มีมลู
ท่ีเป็นคนพามาต้งั มีเจา้ อาวาสรูปแรกที่มาอาศยั ก่อน คือ อาจารย์
นิรันทร์ ปัจจุบนั มีรูปเดียวคือ อาจารยพ์ บิ ูรณ์ การสร้างวดั ของ
ชาวบา้ นน้นั ก็มาจากความต้งั มนั่ และเชื่อมน่ั ในแรงศรัทธาของ
ชาวบา้ นทุกคน
วดั รำษฎร์บำรุงธรรศ ๔. สถำนทส่ ำคญั ในหศู่บ้ำนรร
๔.๑ หนองเงิบ พฒั นำ
หนอง คือ แหล่งท่ีมีลกั ษณะคลา้ ยบึงหรือป่ าโป่ งชาซ่ึงเป็ นท่ีอยู่
อาศยั ของสัตวน์ ้า หนองเงิบเป็นแหล่งน้าและเป็นตน้ น้าท่ีไหลผา่ นหมู่บา้ น
ศรีพฒั นาซ่ึงเป็ นแม่น้าที่สาคญั สาหรับชาวบา้ นในการทาการเกษตร ประวตั ิ
ของแมน่ ้าน้นั มาจากชาวบา้ นเล่าวา่ เป็นหนองน้าท่ีเช่ือกนั วา่ มีผมี าอยใู่ น
บริเวณน้นั ซ่ึงตรงหนองน้นั มีน้าที่ดูเหมือนเป็นน้าวนและมีปลาอาศยั อยู่
มากมาย เมื่อชาวบา้ นเห็นกเ็ ลยพากนั ไปจบั ปลาเพอ่ื ทาเป็ นอาหาร แตก่ ็ หนองเงบิ
ไมไ่ ดป้ ลาแมแ้ ต่ตวั เดียว เหตุน้ีจึงไดต้ ้งั ช่ือแหล่งน้าน้ีวา่ หนองเงิบ
๔.๒ โรงเรยนบ้ำนนำส
สร้างข้ึนเมื่อวนั ท่ี 1 มกราคม
2478 ช่ือวา่ โรงเรียนบา้ นนาสี มีครูใหญค่ นแรกช่ือ นายหา สอนสุภาพ ดารง
ตาแหน่งปี พ.ศ.2478 และเมื่อปี พ.ศ. 2509 ก็ไดร้ ับงบประมาณสนบั สนุน
จากสานกั งานสลากกินแบง่ รัฐบาล จึงเปลี่ยนช่ือวา่ โรงเรียนบา้ นนาสี (สลากกิน
แบ่งสงเคราะห์ 59) เดิมเป็ นพ้ืนที่บา้ นนาสีหมทู่ ี่ 1
คณะทำงำน
อดั ทำหนงั สือประวตั ริ ำสตร์หศ่บู ้ำน
ผู้บริหำร กรน. อังหวดั พลดาหาญ ประธาน (ผอู้ านวยการ รก.กศน.สนง.จงั หวดั เลย)
1. นายบุญโชค ติยะบุตร รองประธาน (ครู กศน.)
2. นายอดุลยเ์ ดช
คาสิงห์ ประธาน (ผอ.กศน.เชียงคาน)
ทป่ รึกษำ เทศน์ธรรม รองประธาน (ครูอาสาฯ)
1. นางณฐั ญา ศรีคา กรรมการ (กานนั )
2. นางรุ่งนภา ศรีคา กรรมการ (ผใู้ หญ่บา้ น)
3. นายสมร สุพร กรรมการ (ผใู้ หญ่บา้ น)
4. นายสุรเดช ดวงศรี กรรมการ (ผใู้ หญบ่ า้ น)
5. นายซอม แกว้ วงษา กรรมการ (ผใู้ หญบ่ า้ น)
6. นายศกั ด์ิ ชชั วาลย์ กรรมการ (ผใู้ หญ่บา้ น)
7. นายทวี ศรีคา กรรมการ (ผใู้ หญ่บา้ น)
8. นายเสด็จ วรี ะขนั คา กรรมการ (ผใู้ หญ่บา้ น)
9. นายอนุชาติ
10. นายเสมา ซอ้ นเปี ยยงุ หวั หนา้ กศน. ตาบลจอมศรี
กรมทอง ครู ศรช.ตาบลจอมศรี
ผ้รู วบรวศข้อศูจ
1. นายโสรัจจะ
2. นางสาวพรรณิภา