The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 5 สารเคมีในอุตสาหกรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by minny112136, 2021-09-15 00:10:07

บทที่ 5 สารเคมีในอุตสาหกรรม

บทที่ 5 สารเคมีในอุตสาหกรรม

เอกสารประกอบการสอนโครงการเปดประตสู มู หาวิทยาลัย หนาที่ 1

เร่ือง ธาตแุ ละสารประกอบในอตุ สาหกรรม รศ.อินทริ า หาญพงษพ ันธุและผศ.ดร. บัญชา พูลโภคา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ธาตแุ ละสารประกอบในอตุ สาหกรรม ปฏกิ ริ ยิ าเคมี

ธาตใุ นสารประกอบทม่ี ใี นแรห รือสนิ แร จะนํามาแยกโดยวธิ กี ารทาง 1. คารบอนหรอื ถา นโคก เปลยี่ นเปน CO2 แลว CO2 + ถา นโคก
เปลย่ี นเปน CO ดงั สมการตอ ๆไปนี้

เคมีหลายๆวิธีการ ซง่ึ กอ ใหเ กดิ อุตสาหกรรมท่ีเรยี กวา อตุ สาหกรรมในการ C + O2 CO2 + C CO

แยกแร ประกอบดว ยอุตสาหกรรมแรเ หล็ก ทองแดง พลวง สงั กะสี – แค 2. CO ทเี่ กดิ ขึ้นจะรีดิวซ SnO2 ให Sn ดังสมการดงั ตอ ไปน้ี

ดเมี่ยม แทนทาลมั – ไนโอเนยี ม เซอรโคเนยี ม CO + SnO2 Sn(l) + CO2(g)

1. วิธกี ารถลุงแร CO2 ท่เี กิดขน้ึ ทําปฏกิ ิรยิ ากับ C เกดิ CO ไดอ กี นาํ กลบั ไปใชต อ ไป

1. เลือกแรท ่เี หมาะสม คือ แรทม่ี ีปรมิ าณโลหะทตี่ อ งการมากพอ สวนหินปูน CaCO3 จะขจดั สารปนเปอ น เชน SiO2 และ

และตองถลงุ งา ยดวย ไดแ ก Al2O3 เกดิ ปฏกิ ิริยา 2 ข้นั ตอน

- เหล็ก Fe ใช แรฮโี มไทต (FeO3) 1. เผา CaCO3 ได CaO + CO2 ตามสมการตอไปนี้

- ทองแดง Cu ใช แรคาลโคไพไรท (CuFeS2) CaCO3 ∆ CaO+CO2

- ดีบกุ Sn ใชแ รแ คสซิเทอไรต (SnO2) 2. CaO ทีเ่ กดิ จะรวมทางเคมีกับ SiO2 ไดตะกรัน (Scum) ดงั น้ี

- พลวง Sb ใชแ ร 2 ชนิด คอื CaO + SiO2 CaSiO3(l)

1. แรส ตปิ ไนต Sb2S3 เรยี กวา พลวงเงิน ตะกรันที่ไดลอยอยตู อนบนของดบี กุ ทีห่ ลอมเหลว แลวไข
2. แรสติปโคไนต Sb2O4nH2O เรียกวา พลวงทอง
- Zn – Cd ใชแร สฟาเลอไรต มสี าร ZnS แยกออกมานาํ ไปถลงุ ตอ เพราะยงั มีดบี กุ ปนอยใู นตะกรนั

ดีบกุ ท่แี ยกได นําไปทาํ ใหบ รสิ ทุ ธิห์ รอื ไม ขนึ้ อยูกับ

- Ta – Nb ใชต ะกรนั ดบี ุก วัตถุประสงคที่จะใชด ีบกุ

- Zr ใชแ รเ ซอรคอน ZrSiO4 ประโยชนข องดีบุกทถ่ี ลงุ ได
2. การลา งและการยา งแร ลางแรเ พ่อื ขจดั สิง่ เจือปนเชน ดนิ หิน 1. ทําโลหะเจือ เชน

โดยใชน ํา้ ฉดี ลา งในภาชนะ อาจเตมิ น้าํ ยาลา งใหส ะอาดโดย ตะกว่ั บัดกรี ดบี ุกผสมตะกวั่ ในอตั ราสวน (33:67)

วิธกี ารปน เพอื่ ใหส ารปนเปอ นทีต่ ดิ อยูหลดุ ออกไป แรส ว นมากจะ ทองสมั ฤทธ์ิ ดบี กุ ผสมกับทองแดงในอตั ราสว น

มลี กั ษณะเบาลอยตวั ข้นึ มาได (20;80)

การยา งแร เพือ่ เปลย่ี นสารประกอบโลหะในแรใหเปน โลหะผสมพิวเตอร ดีบกุ + ทองแดง + พลวงและ

สารประกอบออกไซด เชน Sb2S2 Sb2O3 บสิ มทั ในอตั ราสว น (85:6:8:1:7:6)
2. ดบี ุกใชฉาบเหลก็ เพอื่ ทํากระปองบรรจอุ าหาร เครอ่ื งดืม่
ซึง่ จะใช C (cokeถา นหิน หรือ CO ไปรดี วิ ซ Sb2O3 ให Sb
ตางๆ
3. การถลุงแร (Smelting) ใชเตาเฉพาะเชน ถลงุ เหลก็ ใชเตา

หลอมขนาดใหญทใ่ี ชลมเปา (blast fumace) และเตานอน 3. ในอตุ สาหกรรมเครอื่ งเคลอื บ เครอ่ื งแกว ยอ มสไี หม และ

สาํ หรับถลงุ แรด ีบุก กระดาษพิมพท ไ่ี วตอ แสงจะใชสารประกอบของดีบุก เชน

4. การทาํ ใหบ รสิ ทุ ธ์ิ (refining) มี 2 วิธไี ดแ ก SnCl4 5H2O เปนสวนประกอบเปน ตน
1. แยกดว ยกระแสไฟฟา Electrolysis 3. วธิ ถี ลงุ แรพ ลวง มีดงั น้ี

2. หลอมเฉพาะสว น ดว ยไฟฟา เพอ่ื ทาํ ใหโลหะบรสิ ทุ ธ์ิ แรพ ลวง ที่พบในประเทศไทยในทุกภาคยกเวน ภาค

zone refining ตะวนั ออก เฉียงเหนอื จะ เปนแรสตปิ ไนท Sb2S3 (พลวงเงนิ ) และสตปิ โค
ไนท(Sb2O4nH2O) (พลวงทอง)
5. ประโยชนข องโลหะท่ีไดจ ากการแยกแร
2. วิธีถลงุ แรด บี ุก การถลงุ แรพลวงเงิน สตปิ ไนท Sb2S3 ตอ งนําไปเผาเพอ่ื เปลย่ี น
ใหเปน ออกไซดเสยี กอ น เรยี กวา การยา งแร ดงั สมการ
- ใชแ รแ คสซิเทอไรต SnO2 เปนวัตถุดบิ
- การถลงุ แร ใชเตาเฉพาะคอื เตาแบบนอน ใชน า้ํ มันเตา Sb2S3 + 9O2 2Sb2O3(s) + 6SO2

หรอื กระแสไฟฟา เปน เชือ้ เพลงิ แลว นําไปถลงุ ในเตาถลงุ แบบนอนท่ี 800 – 900 °C และ

• สว นผสมแรท ลี่ า งและยางแลว ถานโคก และหินปูน โดยมี เช้ือเพลงิ ที่ใชค อื นาํ้ มนั เตา หรือลกไนท

อัตราสว น ดงั นี้ สินแร : ถานโคก : หนิ ปูน = 20:4:5 ปฏกิ ิริยาเคมี

1. ถา นโคก ถกู เปลี่ยนเปน CO เกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมดี งั น้ี

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอกสารประกอบการบรรยายน้ีเปน ลิขสิทธ์ิของภาควชิ าเคมี คณะวทิ ยาศาสตร จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลัย

เอกสารประกอบการสอนโครงการเปดประตูสูม หาวิทยาลัย หนา ที่ 2

เรื่อง ธาตุและสารประกอบในอุตสาหกรรม รศ.อินทริ า หาญพงษพ ันธุและผศ.ดร. บัญชา พูลโภคา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

2. C + O2 2CO หรือ C + O2 CO2 + C CO การผลติ สงั กะสี จะมีกากโลหะท่เี ปนพิษ คอื กาก
แคดเมียม จะตอ งนาํ ไปทําใหเ ปน Cd บริสทุ ธิ์ แลว นําไปใช
CO จะรีดิวซอ อกไซดของ Sb Sb ดังสมการ

Sb2O3 + 3 CO 2Sb(s) + 3CO2 เปนประโยชน คือ ในอตุ สาหกรรมถา นไฟฉาย แบตเตอรี่ สี
สวน Na2CO3 ทําหนา ที่เปนเชื้อถลุง จะขจัดสารปนเปอ นตาง ๆ และพลาสตกิ เคลอื บเหลก็ กลา ทองแดงเพื่อปอ งกันการผุ
เปลยี่ นเปนตะกรนั ลอยอยูบนผิวหนาโลหะเหลว ไขโลหะเหลวออกไปทําเปน กรอ น เปน ตน

แทง แทน แลวนาํ ไปใชโ ดยตรงหรอื ไปทาํ ใหบรสิ ทุ ธิ์ ตามวัตถปุ ระสงคท ี่จะใช วธิ ที าํ Cd จากกากแคดเมยี ม เปนข้ันตอนดงั น้ี

Sb เปนประโยชน 1. เติม H2SO4 ลงในกากแคดเมยี มท่บี ดแลว ทําใหเปนกลาง
Sb พลวง เปนธาตกุ งึ่ โลหะ คอ นขา งเปราะ จงึ นําไปทําโลหะผสม ดว ย CaCO3 นาํ ไปกรอง

กบั ตะกั่ว ดีบุก และ ทองแดง มดี งั นี้ 2. เติมผง Zn ลงในสารละลายทีก่ รองได จะได Cd ท่พี รนุ

โลหะผสม Sb + Pb +Sn ใชทําตัวพมิ พโ ลหะในการพิมพ ตะกอน นาํ ไปกรองจะไดต ะกอน Cd มลี กั ษณะพรุน

Sb + Pb ใชท าํ แผนตะกัว่ ในแบตเตอร่ี 3. นํา Cd ท่พี รุนไปเตมิ H2SO4 อีกครง้ั แลว ทําเปนกลางดว ย
4. วิธถี ลงุ แร Zn – Cd มีดงั น้ี หวั กระสุนปน จะเปน สว นผสม CaCO3 แลวกรองเอาตะกอนออก

4. สารละลายท่ไี ดน ําแยก Cd ออกดวยกระแสไฟฟา นํา Cd

1. ใชแรสงั กะสี (ZnS,ZnCO3) แตแ รท ีพ่ บมากในจงั หวัดตาก ไดแ ก ท่ขี ้วั Cathode ( - ) ไปทาํ เปน กอน หรอื เปน แทง เพ่ือ
แรเฮมิเมอรไฟด สตู ร (Zn4(Si2O7)(HO)2(H2O) แรส มทิ ซอไนท ZnCO3 และท่ี นําไปใชเปน ประโยชนตอไป
พบมากในโลก คอื แรสฟาเลอไรต ZnS

2. การถลงุ แร 5. วิธีถลงุ Ta – Nb แรท ีใ่ ชคือ ตะกรนั ของดีบุก มีวิธีทาํ ดงั นี้

1. เปลีย่ น ZnS ZnO 1. สกดั Ta และ Nb จากตะกรนั ดับุกดว ย HF(aq) + H2SO4
+ Methylisobutylketone ( BIBK )
2. รีดวิ ซ ZnO ดวยถานโคก Zn(l)

Zn(l) ท่ีไดไมบ รสิ ทธิ์ ตองขจดั สารเจอื ปนเชน Cd และ Pb 2. จะได Ta และ Nb ละลายอยูในช้นั

ออกไป Methylisobutylketone แลว นําไปแยก Nb ออกจาก Ta

สําหรบั เมอื งไทย เราใชว ธิ ถี ลงุ แร Zn ดังนี้ ตอ ไป

1. แรเ ปน สว นผสมของ Silicate Crbonate และ Oxide 3. เตมิ กรด H2SO4 ลงในสารละลายจากขนั้ 2 และทําใหเ ปน
กลางดว ยการละลาย NH3 จะได ตะกอนของ Nb นาํ
2. วธิ ีถลงุ ตะกอนไปเผา จะได Nb2O5

1. บดแรใ หเปน ผง 4. Ta ไมล ะลายในกรด H2SO4 แตละลายอยใู นชนั้ ของ
Methylisobutylketone แลว แยก Ta ออกโดยผา นไอนาํ้
2. ทําปฏกิ ิริยากบั H2SO4
เกดิ ปฏิกิริยายงั ไมด ลุ ผงแร + H2SO4(aq) ZnSO4(l) จะได Ta ในรปู H2TaF4 ในช้นั ของไอน้าํ
3. ทาํ ZnSO4(l) เปน กลางดว ยหนิ ปูนหรือปูนขาวแลว นําไปกรอง 5. เติมสารละลาย NH3 จะไดตะกอนของ Ta
4. สารละลายท่ีกรองได เตมิ ผง Zn จะไดส ารละลายของ ZnSO4 6. นําตะกอนไปเผาจะได Ta2O5 หรือ เติมสารละลาย KCl ลง
มตี ะกอนของ Cd , Sb และ Cu ซ่งึ เปนสารปนเปอน กรอง
ในการละลายขั้น 4 แลว นาํ ไปตกผลกึ จะได K2TaF4
เอาตะกอนออก ประโยชนข อง Ta และ Nb

5. สารละลาย ZnSO4 ทไ่ี ดน ําไปแยกเอา Zn ออกดว ยกระแสไฟฟา - Ta ใชท ําอุปกรณอ เิ ลก็ ทรอนกิ ส เชน ในเครือ่ งคอมพวิ เตอร
จะไดโ ลหะ Zn ตามตอ งการ เขยี นสมการไดดงั น้ี

ZnSO4(aq) + H2O กระแส Zn(s) + H2SO4 + 1/2O2 เคร่อื งสอ สาร เปนตน
ประโยชนของ Zn - ใชทําโลหะผสมสาํ หรบั ทาํ เครอื่ งบนิ จรวด อุปกรณปรมณู

1. ใชทํากลอ งถา นไฟฉาย และใชทาํ เลนซ เปน ตน

2. ใชเคลอื บโลหะ เชน แผน สงั กะสีมงุ หลงั คา - สว น Nb ใชเปน สวนผสมในเหล็กกลาทใี่ ชทําเปนทอ สง

3. ใชทําโลหะผสม เชน ทองเหลอื ง = ทองแดง + สงั กะสี กาซ วสั ดกุ อ สรา งในโรงงานเคใ และใชทาํ เลนซ

4. อตุ สาหะกรรมทําสี 6. วธิ ถี ลงุ Zr แรท ใี่ ช คือ เชอรค อน มตี ามแหลง แรภาคใตข องประเทศไทย

5. ออกไซดข อง Zn ใชทํายา และอาหารสตั ว วธิ ที าํ มดี งั น้ี

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอกสารประกอบการบรรยายน้เี ปน ลิขสิทธ์ิของภาควิชาเคมี คณะวทิ ยาศาสตร จุฬาลงกรณม หาวิทยาลยั

เอกสารประกอบการสอนโครงการเปดประตสู ูมหาวทิ ยาลยั หนา ที่ 3

เรื่อง ธาตุและสารประกอบในอุตสาหกรรม รศ.อินทิรา หาญพงษพันธุแ ละผศ.ดร. บัญชา พูลโภคา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. ผสมแรเ ชอรคอนกบั Na2O แลว นําไปหลอมเหลว จะได ตอบ1. เพ่ือขจัดสารทีป่ นเปอ นในแร เชน หิน ดินทราย
Na2ZrSIO3 ( โซเดยี มเชอรค อนซิลิเคต ) สว น SIO2 ทีเ่ ปน 2. เปลย่ี นสารโลหะใหเ ปน ออกไซดของโลหะนั้น
สารปนเปอ นจะแยกออกเปน Na2SIO3
7. ตัวพมิ พโลหะ ที่ใชพ มิ พห นังสอื ตางๆ เปน โลหะผสมระหวางธาตุ
2. ต้ังทง้ิ ไวใ หเ ย็น แลว สกัดสาร Zr ดวยนา้ํ รอ น สารประกอบ อะไรบาง

Na2SIO3 จะละลาย กรองเอาสาร Zr ออก ตอบ Sb + Sn + Pb
3. ตะกอน Zr + H2SO4 เจือจางและรอ น เตมิ ConcNH3(aq) 8. ถานโคก ทําหนาท่เี ปน ตวั อะไร ในการถลงุ โลหะ

จนเปน กลางจะเกิดปฏิกริ ิยา ดงั นี้ ตอบ เปนตัวรีดวิ ซ

สารประกอบของ Zr + H2SO4 Zr(SO4)2 9. การแยกโลหะออกจากกนั ในแรท ี่ถลงุ แลว ดวยกรดซัลฟูรกิ จาํ เปน ตอ ง
Zr(SO4)2 + NH3(aq) เขม ขน Zr(OH)4(s) ทาํ เปน กลางดว ยสารเคมีชนิดหน่งึ คอื สารใด
ตอบ หินปูนหรอื ปูนขาว
กรองตะกอนของสารประกอบ Zr ไปเผา

Zr(OH)4(aq) ZrO2 10. ทอสง กาซเปนทอ ที่ทาํ ดว ยเหลก็ กลา โดยมีธาตชุ นดิ ใดเปนสว นผสม
ตอบ Nb
ประโยชน

- ใช ZrO2 เปนวสั ดเุ คลอื บสี ในอุตสาหกรรมทําเซรามกิ ส 11. PSZ ใชทําอิฐทนไฟสาํ หรับทําเตาหลอมโลหะ มสี ว นประกอบของ
- ZrO2 ผสมกับ Y2O3 5% จะไดอ อกไซดท ่ีเปนวัสดใุ หม สารประกอบของโลหะอะไร
ตอบ Zr
เรียกวา PSZ ( Partial Stabilized Zirconia ) ซ่ึงนําไปใช

ในอุตสาหกรรมทําเซรามิกส เพราะจะทาํ เซรามกิ ส มี ธาตุและสารประกอบในอุตสาหกรรม

สมบัติทนความรอน ไมน ําไฟฟา นอกจากนี้ ยงั ใชท ํา - การถลงุ เหลก็ และทองแดง

ชน้ิ สว นของเครอื่ งยนตไอพน ถว ยกระเบ้ืองทนไฟ - อตุ สาหกรรมทําเซรามิกส

สําหรบั ใชในหอ งปฏบิ ตั ิการทางเคมี - อุตสาหกรรมการผลิต และการใชป ระโยชน จาก NaCl เชน การผลิต

- ทําอิฐทนไฟสําหรับเตาหลอมโลหะ เกลอื สมทุ ร การผลิตเกลอื สินเธาว การผลติ เกลือกับสิ่งแวดลอ ม

- ทาํ ฉนวนกนั ไฟฟา แรงสงู หลกั การถลุงแรยังเหมือนเดิม คือ

- ทาํ สว นประกอบของเคร่อื งอิเลก็ ทรอนกิ ส 1. เลือกแร Fe มอี ยูในแร ฮเี มไทต (Fe2O3)
ตัวอยางขอสอบ Cu มีอยใู นแร คาลโคไพโรทห รอื คอปเปอรไ พไรท (CuFeS2)

2. ลางและยา งแร เพอ่ื กาํ จัดสารปนเปอ นเชน หนิ ดิน ทรายและยา งแร

เพือ่ เปลยี่ นสารประกอบของโลหะทตี่ อ งการใหเปนออกไซด

1. ใหย กตัวอยางของแรสําคญั ทเี่ ปนแรเ ศรษฐกจิ และอุตสาหกรรมใน 3. ถลงุ แร ในสารพษิ สว นมากจะเปน เตาเปา ลมรอนเขา ไป โดยมี ถาน
ประเทศไทยมา 3 แร โคก เปนเชื้อเพลงิ สว นประกอบของวัตถดุ ิบทีใ่ ชเผา เชน แรท่ีลางและ
ตอบ แรล กิ ไนท ยิปซัม แรแ ทนทาลัม ยา งแลว + ถา นโคก + เชื้อถลงุ

2. แรเศรษฐกจิ และอตุ สาหกรรม ท่ีเปน ประโยชน มีเฉพาะแรโ ลหะใช ปฏกิ ิรยิ าเคมใี นเตาถลงุ คอื
หรอื ไม
ตอบ ไมใ ช 1. 3C + 2O2 2CO + CO2, CO2 + C 3CO

3. หนิ ปูนที่เติมลงในเตาถลงุ ขณะถลงุ แรมีช่อื เรียกวา อะไร 2. CO + Oxide โลหะ โลหะ + CO2
ตอบ เชือ้ ถลงุ หรอื ตอบ CaCO3 กไ็ ด
3. เช้ือถลงุ เชน CaCO3 สลายเปน CaO2 + CO2
4. กากตะกอนหรอื ตะกรนั ทไ่ี ดขณะถลงุ แร จะเบากวาหรอื หนกั กวา โลหะ
ท่ถี ลงุ ได CaO + SiO2 CaSiO3(l) (slag)
ตอบ เบากวา
- สาํ หรบั 2CuFeS2 + 4O2 Cu2S + 2FeO + 3SO2
5. สารปนเปอนที่มอี ยูใ นแรตางๆ ท่ีถลงุ สว นมากคืออะไร
ตอบ ทราย (SIO2) 2CuS + 3O2 2Cu2O + 2SO2

6. จาํ เปน อยา งไรจงึ จะตองลาง และยา งแรก อ นนาํ ไปถลงุ 2Cu2O + Cu2S 6Cu + SO2

4. นําไปทําใหบ ริสุทธิ์ มี 2 วิธี

1.แยกดวยกระแสไฟฟา

2.เผาเปน สว นๆ ดวยกระแสไฟฟา

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอกสารประกอบการบรรยายนีเ้ ปน ลิขสิทธิ์ของภาควิชาเคมี คณะวทิ ยาศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย

เอกสารประกอบการสอนโครงการเปดประตสู ูมหาวทิ ยาลยั หนาที่ 4

เรื่อง ธาตแุ ละสารประกอบในอุตสาหกรรม รศ.อนิ ทริ า หาญพงษพ ันธแุ ละผศ.ดร. บัญชา พูลโภคา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ประโยชนของ Fe เราใช Fe อยา งกวา งขวาง ทร่ี จู กั กนั มากก็คอื ข. ตอ งปรับสภาพหรอื เตรียมพน้ื ทนี่ าเกลือ เปน 3 แปลงตา ง

เหล็กกลา ไรส นิม เหลก็ กอ สรา ง ทาํ ตวั ถงั รถยนต เมอื่ เคลือบผิวเหลก็ ดว ย ระดับ ลดลนั่ ลงไป คอื นาตาก นาเช้อื และนาปลง โดยทําชอ ง

ดีบุก ใชกระปอ งใสห รือบรรจุอาหารและเคร่ืองด่มื ตา งๆ Fe เปน องคป ระกอบ ระบายนา้ํ ระหวางแปลงเพอื่ สะดวกตอการระบายและขังนาํ้

ทส่ี ําคญั ของเมด็ เลอื ดแดง ถา ขาดจะทาํ ใหเ กดิ โรคโลหติ จาง ค. อาศัยจากแสงแดด เผานา้ํ ใหร ะเหยไป

ประโยชนของ Cu เพราะ Cu นําความรอนและไฟฟาไดด ี รองจาก Au กระบวนการของการทาํ นาเกลอื คือ

และ Ag จึงใชทํางานในดานไฟฟา ไดแ ก ทาํ สายไฟอปุ กรณเครอื่ งมือไฟฟา นาตาก ระบายนํา้ จากวงั นาํ้ เขาสนู าตากประมาณ 5 ชม. แลว

ใชท าํ โลหะเจอื เชน ทองเหลอื งเปนโลหะผสมของ Cu กับ Zn ใชท าํ ก. ปลอยใหน ํ้าระเหย

กลอนประตู ปลอกกระสนุ ปน ทองสัมฤทธเ์ิ ปนโลหะเปนโลหะผสมของ Cu ข. วดั ถ.พ. ของน้ําประมาณ 1.08

กับ Sn ใชทาํ ลานนาฬิกา โลหะผสมของ Cu กบั CuO ใชทํายาฆา แมลง ค. ระบายนํ้าเขา สนู าเชอ้ื

และเลอื ดของปู และปลาหมกึ จะมีสารประกอบเชงิ ซอ นของ Cu สว น นาเช้ือ มนี ํา้ ทะเลทรี่ ะบายจากนาตาก จะไดด งั นี้

รางกายมนษุ ยถา ขาด Cu จะเกดิ การบกพรองในการสงั เคราะหไขมันบาง ก. ปลอยใหน้าํ ระเหย
ชนดิ ทําใหเ กดิ โรคโลหิตจาง เพราะรางกายดูดซบั เหล็กไมได ข. มี CaSO4 ตกผลึก ซ่งึ เปนผลพลอยไดใชทําปูนพลาสเตอร
อุตสาหกรรมเซรามิกส
โดยการเติมปนู ขาวลงไป
เซรามิกส คือ วตั ถแุ ละภาชนะตา งๆ ทที่ าํ จากดิน หรือทไี่ ดจ าก ค. วัด ถ.พ. ของนา้ํ ประมาณ 1.02
ดิน นําไปเปน รปู ทรงตามตอ งการ และทาํ ใหคงรุปโดยการเผา เชน ง. ระบายนํา้ เขา สูน าปลง
เครอ่ื งปน ดนิ เผา แกว วัสดทุ นไฟ เครอื่ งสุขภณั ฑต า งๆ นาปลง มีนํา้ ทะเลทร่ี ะบายจากนาเชอ้ื จะไดวา
ก. ปลอยใหนํา้ ทะเลระเหย ถา ขนเกนิ ไป ตอ งระบายไปยงั นาอกี
วตั ถุดบิ จําพวกหนิ แร ไดแก ดนิ ขาว หนิ ปู ดนิ เหนยี ว เฟลดส ปาร
ทลั ด เซอรโคเนียมออกไซด โซเดยี มซลิ ิเกต ซงิ คอ อกไซด แปลงหนึ่งทีเ่ ตรยี มไว ก็จะได MgSO4 เปนผลพลอยไดห รอื
จะทาํ โดยระบายนาํ้ จากนาเชอื้ เขา ไปเพิ่มอยเู สมอ ทง้ั นเ้ี พอื่
นอกจากนี้ ยงั ใชสารอนนิ ทรียท ่ีมสี มบัตทิ นความรอ น ทนตอ ปองกนั Mg2+ , Cl- , SO42- ทมี่ ปี นมากับน้าํ ทะเลจะตกผลึก
ปฏิกริ ยิ าเคมี และมีสมบตั ทิ างไฟฟา เปนพิเศษ มาทําเซรามิกส และทาํ ให เปน MgCl2 และ MgSO4 ปะปนมากบั NaCl
มสี ีสรรสวยงาม จะใชสเี คลอื บใหมคี ุณภาพสงู ขนึ้ ข. NaCl ตกผลกึ ขูดออกขณะท่มี ีน้ําทะเลขังทว มเกลอื เพอ่ื ลา ง
ปจ จุบัน ใชเซรามกิ สเปนประโยชนใ นการทาํ ดินที่ปนมากับเกลือออก
ค. คราดเกลือมารวมกนั เปนกองๆ แลว ระบายนํา้ ออกจากนปลง
1. ฉนวนไฟฟา กจ็ ะไดเกลอื สมุทรประมาณเฉลยี่ 2.5 – 6 กิโลกรมั / ตาราง
2. แผนและวงจรรวม (IC) เมตร
3. แผนซิลิคอนใชส รา งเซลสุรยิ ะ การผลติ เกลอื สินเธาว ลักษณะดินปนเกลอื ทเ่ี กิดจากธรรมชาติ มีดังน้ี
4. ตวั ถงั รถยนต เพอ่ื ใหม นี ํ้าหนักเบาและแข็งแรง ทนสารเคมี 1. เกลือจากดิน
อุตสาหกรรมการผลิตและการใชประโยชนจาก NaCl 2. เกลือจากนํา้ บาดาล
การผลิต NaCl มี 2 วิธี 3. เกลอื จากดนิ ชั้นหนิ
1. ผลิตจากนาํ้ ทะเล เรยี กวา เกลือสมทุ ร
2. ผลติ จากดนิ ปนเกลอื เรยี กวา เกลือสินเถาว

วธิ ีการผลิตเกลอื สมุทร วัตถุประสงค ก็คือ นาํ ดินปนเกลอื มาทาํ ดงั นี้
1. วตั ถดุ บิ ทีใ่ ช คอื นํา้ ทะเล มีวธิ กี ารทาํ ดังน้ี คอื ก.นําดนิ ปนเกลือ + นํ้า จะไดสารละลาย + ตะกอน
ข. สารละลาย + ตะกอน นํามากรองจะไดสารละลายออกมา
ก. ตอ งขงั นํ้าไว ในวงั นา้ํ เพอื่ ค. สารละลายทไี่ ดนําไปเผาหรอื ตมจะไดเ กลอื สนิ เธาว
1. สะสมนํา้ ทะเลไวใ ชอ ยา งเพียงพอ
2. ทาํ ใหใ ส ไมต องกรอง ลักษณะของเกลือสนิ เธาว เปนเกลือทเี่ หมาะสําหรบั ใชใ นโรงงาน
3. ไดผ ลพลอยได คือ กงุ ปู ปลา ท่ีตามมากับน้ําทใี่ สไวในวงั อตุ สาหกรรมเพราะมคี วามช้ืนและมี Mg2+ , Ca2+ ปนต่ํา แตเกลอื สมทุ รเปน
นาํ้ เกลือทเ่ี หมาะใชบรโิ ภคเพราะมีไอโอดีนสงู
หลักเกณฑท างดานวิทยาศาสตร ในการผลิตเกลอื สินเธาว ท่กี ลาวมานี้

1. การละลาย 2. การกรอง

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอกสารประกอบการบรรยายนเ้ี ปน ลขิ สิทธิ์ของภาควชิ าเคมี คณะวิทยาศาสตร จุฬาลงกรณม หาวิทยาลัย

เอกสารประกอบการสอนโครงการเปดประตูสมู หาวทิ ยาลัย หนาท่ี 5

เร่ือง ธาตุและสารประกอบในอตุ สาหกรรม รศ.อนิ ทิรา หาญพงษพ ันธุและผศ.ดร. บัญชา พูลโภคา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

3. การระเหย 4. การตกผลกึ 1. การทาํ ทองแดงใหบ รสิ ทุ ธ์ิ โดยใชเซลลอเิ ลก็ โตรไลตกิ โดยให

Cu ไมบ ริสทุ ธ์ิเปน อาโนด Cu บรสิ ุทธเิ์ ปน แคโทด

การผลิตเกลือสนิ เธาวมผี ลตอส่งิ แวดลอ ม คอื 2. เหลก็ ที่มปี ริมาฯของ C มากเกนิ พอจะทาํ ใหเหล็กเหนียวขึน้

1. การแพรก ระจายของดิน มีผลตอ การเจรญิ เติบโตของพืช ถาดนิ เค็ม 3. การทาํ นาเกลอื ตอ งปรับระดับพ้ืนนาเรยี งตามลําดับคอื

กระจายในแมน ้าํ ลาํ คลอง กจ็ ะมผี ลตอสตั วน าํ้ ดว ย นาตาก นาปลง นาเชอื้

2. การยบุ ตวั ของพนื้ ดิน บรเิ วณทมี่ ีการผลติ เกลือบาดาล หรอื ในช้ันเกลืดหนิ 4. เหล็กที่ถลงุ ได คอื เหล็กพดิ

สาํ หรบั เกลอื สมุทร จะมไี อโอดีนมากกวา เกลอื สินเธาว

ประโยชนของเกลือไอโอดีน เปนธาตุทีม่ ีความจําเปน ตอ รา งกาย คอื ธาตแุ ละสารประกอบในอตุ สาหกรรม

รา งกายขาดไอโอดนี มาต้งั แตเ ดก็ กจ็ ะทาํ ใหร า งกายผิดปกติ ไมเ จริญเติบโต วา ดว ย การผลติ โซเดยี มไฮดรอกไซด และ กา ซคลอรีน

รูปรา งหนา ตาสติปญญาผิดปกติ หูหนวก เปนใบ ตาเหล แขนขาเปน - วธิ กี ารผลติ โซเดยี มไฮดรอกไซด และกา ซ Cl2
- การนําโซเดยี มไฮดรอกไซด และกา ซ Cl2 ไปใชป ระโยชน
อมั พาตได
วตั ถุดิบในการผลิต NaOH คอื เกลอื โซเดียมคลอไรด NaCl
การแกไ ขและการปองกันการเกิดโรคขาดไอโอดนี โดยใชเ กลืออนามัย
หรอื เกลือไอโอเดรต ซ่ึงเตรยี มไดโ ดย การเพมิ่ ไอโอดีนเขา ไปในเกลอื วิธีการผลิต เรยี กวา Electrolysis หรอื วิธแี ยกธาตดุ ว ยกระแสไฟฟา

สินเธาว โดยอาจจะผสมเขา ไปในรูปไอโอไดท หรอื ไอโอเดต NaOH เปน สารประกอบท่ีเรยี กวา เบสและเบสแก ถา เปน ของแข็ง เรยี กวา

เกลือทเี่ ตรียมไดทงั้ 2 วธิ ี ถา ตอ งการทาํ ใหบริสุทธ์ิ จะตอ งขจัด โซดาไฟ การผลิต NaOH และ Cl2 ในอุตสาหกรรม ใชว ธิ กี ารแยก
Mg2+ โดยใชโซเดียมไฮดรอกไซด (NaOH) จะเกดิ แมกนีเซยี มไฮดรอกไซ NaCl(aq) ดว ยกระแสไฟฟา สง่ิ ทีต่ องทาํ คือ ตอ งเตรียม NaCl ใหบ ริสุทธิ์
(Mg(OH)2) และขจัดซลั เฟต (SO42-) โดยเติม Ba2+ จะตกตะกอนเปน
แบเรยี มซัลเฟต (BaSO4) และ Ca2+ โดยเตมิ โซเดียมคารบ อนเนต จะ กอ นปกตแิ ลว เกลอื NaCl ทีไ่ ดจากนาํ้ ทะเล และดินมกั จะมี Fe3+ , Ca2+ ,
เกดิ ตะกอน CaCO3 และเติมไฮโดรคลอรกิ (HCl) เพอ่ื ขจดั CO32- ให
สลายเปน CO2 Mg2+ และ SO42- ปนเปอนตอ งกําจดั ออกกอ นดงั นี้

การเตรยี มเกลอื โซเดียมคลอไรด (NaCl) โดยใชน ํ้าทะเลเปน 1. เติม NaOH เพ่อื กําจัด Fe3+ , Mg2+ ไปเปน Fe(OH)3 , Mg(OH)2(s)

วัตถดุ บิ มักจะมสี ารประกอบของ Mg ในรูปของแมกนเี ซยี มซัลเฟต Fe3+ + 3OH- Fe(OH)3

MgSO4.7H2O หรอื ดเี กลอื จะมีรสขม เปน สารปนเปอ น ทาํ ใหเกลอื มี Mg2+ + 2OH- Mg(OH)2
คณุ ภาพตา่ํ
2. เตมิ BaCl2 เพอื่ กําจดั SO42- โดยตกตะกอนเปน BaSO4
การปรับปรุงคณุ ภาพเกลอื สมุทร โดยการเตมิ ปูนขาวบรเิ วณที่
Ba2+ + SO42+ BaSO4(s) สีขาว
เหมาะสมลงในนาเช้ือจะลดปริมาณของ MgSO4 ได จะไดเกลอื ท่ดี ขี น้ึ
หมายเหตุปฏิกิริยานใี้ ชทดสอบเกลือ SO42-

3. เตมิ Na2CO3 เพอื่ กาํ จดั Ca2+ และ Ba2+ ที่ มากเกินพอ จะตกตะกอน

CaCO3 , BaCO3

ตัวอยา งขอสอบ Ca2+ + CO32- CaCO3(s)

1. สตปิ ไนท เปน ช่ือแรข องธาตใุ ดตอ ไปนี้ Ba2+ + CO32- BaCO3(s)

1. ดีบุก 2. ทองแดง 3. เหลก็ 4. พลวง 4. เติม HCl เพ่ือกําจัด CO32- ใหเ ปน แกส CO2
4. ไฮไดรด
2. สารประกอบในแรท ่ใี ชถ ลงุ โลหะ คอื 4. แคสซิเทอ 2H+ + CO32- H2O + CO2(g)

1. ออกไซด 2. ซลั ไฟด 3. คลอไรด 4. Fe2O2 นาํ สารละลายไปกรอง เอาตะกอนออก จงึ จะไดส ารละลาย
4. CuO
3. แรช นิดใดทีเ่ หมาะสมในการใชถ ลงุ เหลก็ NaCl บรสิ ุทธ์ิ แลวนําไปเตรียม NaOH ดว ยกระแสไฟฟา ตอไป

1. สตปิ ไนท 2. คาลโคไพไรท 3. ฮเี มไทต ปฏกิ ิริยาภายในเซลลเมือ่ ผานกระแสไฟฟา ลงไป

1. สารละลาย NaCl แตกตวั เปน Na+(aq) + Cl-(aq) มีดังนี้

ไรท NaCl(aq) Na+(aq) + Cl-(aq)

4. พลวงเงนิ มสี ตู รทางเคมี คือ 2. ปฏิกิริยาทข่ี ัว้ ไฟฟา มีดังน้ี

1. SnO2 2. Sb2S2 3. CuFeS2 ทีแ่ อโนด 2Cl-(aq) Cl2 + 2e-
2OH- + H2
5. แรท่ใี ชในการถลงุ ทองแดง มสี ารเคมีทม่ี สี ตู ร คอื ทแ่ี อโธด 2H2O + 2e-
ปฏิกริ ิยารวม 2Cl- + 2H2O(l) Cl2 + 2OH- + H2
1. Cu2O 2. CuFeS2 3. CuSO4

6. ขอ ใดตอไปน้ี เปนขอ ถกู ตอ ง

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอกสารประกอบการบรรยายนเ้ี ปน ลิขสิทธิ์ของภาควชิ าเคมี คณะวิทยาศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย

เอกสารประกอบการสอนโครงการเปดประตสู มู หาวทิ ยาลยั หนา ที่ 6

เรื่อง ธาตุและสารประกอบในอุตสาหกรรม รศ.อนิ ทริ า หาญพงษพันธุและผศ.ดร. บัญชา พูลโภคา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เขยี นเปน ปฏกิ ริ ิยาโมเลกลุ NaOH ใชใ นอุตสาหกรรม

2NaCl(aq) + 2H2O(l) 2NaOH(aq) + H2(g) + Cl2(g) 1. ทาํ สบู ผงซักฟอก ผงชรู ส ทาํ กระดาษ ยอ มสี การกล่นั ปโ ตรเลยี่ ม
∴ การแยกสารละลาย NaCl ดวยกระแสไฟฟา จะได
2. การผลิตสารเคมี สงิ่ ทอ
1. สรละลาย NaOH
3. การทาํ แรบอกไซดใหบ ริสทุ ธิ์ เพื่อใชเ ตรยี มโลหะ Al
2. จะไดก า ซ Cl2 ทข่ี ้วั แอโนด จะได
การเตรียม NaOH(aq) และ Cl(g)โดยการแยกสารละลาย NaCl ดว ย Cl2(g)ใชเ ตรียม
กระแสไฟฟา มี 3 แบบ
1. โดยใชเซลลปรอท ขัว้ แคโธดทาํ ดวย Hg 1. HCl(aq)เกดิ ปฎิกิรยิ า H2 + Cl2 2HCl(g)+H2O 2HCl(aq)

2. นาํ Cl2(l) ไปใชฆ าเชอื้ โรคในนํา้ ประปา ฟอกสกี ระดาษ ใชเปนวตั ถุดบิ

ในการเตรยี มผงซักฟอกขาว

ขว้ั แอโนด ทาํ ดวย Ti เคลอื บดว ยออกไซดของโลหะบางชนดิ ปฏกิ ิริยาภายใน H2 ใชเ ตรยี ม
1. HCl(g)
เซลล มีดงั นี้

ทข่ี ว้ั แอโนด 2Cl- Cl2(s) + 2e- 2. ใชบรรจใุ นลูกบอลลูน แตเปนอนั ตราย เพราะติดไฟงา ย
ท่ขี ั้วแคโธด 2Na – Hg(g) + H2O 2NaOH(aq) + H2(g) +
2xHg(l) 3. ใชใ นสปฎิกริ ิยาเคมีที่เรยี กวา hydrogenation สารอนิ ทรียทีไ่ มอม่ิ ตัว

วธิ ีเตรียมผงฟอกขาว โซเดยี มไฮโปคลอไรด( NaOCl)

NaOH ทีไ่ ดข นประมาณ 50% โดยมวล แตจะมี Hg ในรูป HgCl2 ปนเปอ น วธิ ที าํ เตรียม Cl2(g) จากปฎกิ ริ ิยาระหวา ง KMnO4 กับ HCl
ไดจ ลุ นิ ทรียในนํา้ จะเปล่ียนเปน ไดเมทลิ เมอรคิวร่ี ช่ือเปนพิษ จะเขา ไป
2KMnO4 + 16 HCl 2KCl + 2MnCl2 + 8H2O + 5Cl2

สะสมอยใู นตัวปลา เมือ่ เราบรโิ ภคปลาเขาไป กเ็ กดิ อตั รายได อาจใช Cl2(g) จากผลพลอยไดข องการเตรยี ม NaOH ก็ไดผ า น

Cl2(g) ลงใน NaOH(aq) เกดิ ปฎิกิรยิ าดงั นี้

2. โดยใชเ ซลลไดอะเฟรม มแี ผน กน้ั ข้ัวแคโธด และแอโนดดวยไดอะเฟรม Cl2(g) + 2NaOH NaCl + NaClO + H2O

ท่ที าํ ดว ยแอสเบสตอส ขั้วแอโนด ทาํ ดวย Ti ข้ัวแคโธด ทําดวย โซเดียมไฮโปคลอไรต

เหล็กกลา ผงชรู ส (monosodium glutamate)

ปฏกิ ริ ยิ าภายในเซลล มีดังนี้ มีสูตร HOOC(CH2)2CHNH2COONa วตั ถดุ บิ ที่ใชค ือ
ก. แปง มัน หรือกากนา้ํ ตาล
ที่ขั้วแอโนด 2Cl- Cl2(g) + 2e-
ข. กรด H2SO4,HCl และNaOH
ทข่ี ว้ั แคโธด 2H2O + 2e- 2OH-(aq)+H2(g) ค. ยูเรีย เชอ้ื จลุ ินทรีย ปฎิกริ ิยา มดี งั นี้

ทีส่ ําคัญคอื แผนกนั้ ยอมใหไอออนผานตลอดเวลาแตโมเลกุล เชน H2(g) 1.แปง มนั หรอื กากน้ําตาล + H2SO4 กลโู คส
2.กลูโคส + ยูเรยี เชื้อจลุ นิ ทรีย แอมโมเนียม กลตู าเมต
และ Cl2(g) ผา นแผนกั้นไมไ ด ปรบั ความดนั ดานแอโนดสงู กวา แคโถด

∴ OH- จงึ ไหลไปทางแคโถด ทําใหเ กิด NaOH ทางขวั้ แคโถดจะมี Na+ และ 3.แอมโมเนยี มกลตู าเมต +HCl กรดกลูตามิก + NH4Cl

Cl- ท่ีทําปฏกิ ริ ยิ าไดไมหมดจะเกิดเปน NaCl ปนเอนมากบั NaOH ถา 4.กรดกลูตามิก + NaOH ผงชูรส

นําสารละลาย NaOH ไมบ รสิ ุทธไิ์ ประเหยนํา้ ออกจาํ นวนหนง่ึ เมอ่ื ทําให

NaCl อม่ิ ตวั จะตกผลึกออกมากอ น นาํ สารละลายไปกรอง จะได ผลพลอยไดค อื NH4Cl ใชท ําปุยเพม่ิ N2 ใหแ กด ิน สารละลายทเี่ หลือ เมอ่ื
แยกผงชูรสออกแลว ไปทาํ นํา้ ซอสปรงุ รส หวั นํา้ ปลา ผงชรู ส ละลายน้ํา
NaOH บรสิ ุทธ์ิ 50% โดยมวลไปใชใ นอุตสาหกรรมผลิตเรยอง ไดส ารละลายเปนกลาง
วิธที ดสอบ ผงชรู สที่มสี ารปนเปอน เชน NaCl นาํ้ ตาล โบแรกซ ฟอสเฟต
3. ทาํ โดยเซลลเ ย่อื และเปลี่ยนไอออน เซลลเย่ือแลกเปลย่ี นไอออน มดี งั นี้
1.ผงชรู สแท นําไปเผา มเี ขมาสีดาํ เหลืออยูใ นภาชนะ
คลายกับเซลลไดอะเฟรม แตแ ตกตางกนั ทใี่ ชเย่อื แลกเปลยี่ นไอออนแทน 2. โบแรกซ Na2B4O7 10 H2O

ไดอะเฟรม และเยอ่ื แลกเปลีย่ นไอออน ยอมใหเ ฉพาะไอออนบวกผาน โบแรกซ สามารถซมึ เขา สเู สน เลอื ดไดอ ยางรวดเรว็ สะสมใน
รา งกายเกนิ พอ จะเกดิ ระคายเคอื งตอ เยอ่ื บทุ างเดินอาหาร กระเพาะ
เทา นั้น ดงั นน้ั Na+ ผา นเยอื่ ไปหาขว้ั แคโถด สว น Cl- จะอยทู ข่ี ั้วแอโนด อาหารอกั เสบ และความดันโลหิตต่าํ เปน ตน

เทานน้ั

ทีข่ วั้ แอโนด 2Cl- Cl2(g)+2e-
2OH-(aq) + H2(g)
ท่ีแคโถด 2H2O + 2e- NaOH(aq)
Na+ + OH-

ผลที่ไดค ือ ทางขวั้ แอโนด ได Cl2(g) ทางขว้ั แคโถด ได NaOH + H2(g)
ประโยชนข อง NaOH และผลพลอยได H2(g),Cl2(g)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอกสารประกอบการบรรยายนเี้ ปนลิขสิทธ์ิของภาควชิ าเคมี คณะวทิ ยาศาสตร จุฬาลงกรณม หาวิทยาลยั

เอกสารประกอบการสอนโครงการเปดประตสู ูมหาวิทยาลยั หนาท่ี 7

เร่ือง ธาตแุ ละสารประกอบในอตุ สาหกรรม รศ.อนิ ทริ า หาญพงษพันธแุ ละผศ.ดร. บัญชา พูลโภคา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ทดสอบโบแรกซไ ด 2 วิธี 2. Cl2+2H2O HCl + H2
1.ดูการเปลยี่ นสขี องกระดาษขม้ิน ดงั น้ี
3. Na +H2O NaOH + H2
สารละลาย ∆ เกอื บแหง
จมุ กระดาษขมน้ิ ในสารละลาย สีสม 4.2Cl- + 2H2O 2OH- + H2 +Cl2

5. สารเคมที ่ีใชกําจัด Ca2+ ที่ปนเปอ นมรากับเกลือโซเดียมคลอไรดท ่ใี ช

สารสสี ม + NH3 โดยการหยดลงไปจะไดส นี าํ้ ตาล เตรยี ม NaOH คอื
2.ดูสีของเปลวไฟ
1.NaOH 2. BaCl2

ผงชูรส + C2H5OH + H2SO4 ไอทไี่ ดจ ุดไฟตดิ ไดเ ปลวไฟสีนา้ํ เงิน 3.Na2CO3 4.AgNO3

การตรวจนา้ํ ตาลปลอมปนมากบั ผงชรู ส มวี ิธดี งั น้ี 6. เม่ีอนาํ ผงชูรสมาละละายนาํ้ จะไผลคือ

ผงชูรส + นํ้า +สารละลายเบเนดิกต ถา มตี าลในผงชรู ส หลงั จากนําของผสม 1.มีฤทธิเ์ ปน ดา งเกดิ ไฮโดรไลซิสกับเกลอื ของกรดออ น

ไปตมจะมีสีแดงอฐิ ของ Cu2O 2.เปนกรดเพราะเกดิ ไฮโดรไลซสิ กบั เกลอื ของกรดออ น
การตรวจฟอสเฟตทีป่ นเปอ นในผงชูรส มีวธิ ีดงั น้ี 3.มฤี ทธก ลาง

1.ผงชูรส + H2O สารละลาย 4.เปนกรดเพราะมหี มู –COOH เกลอื อกี 1 หมู
7. อตุ สาหกรรมตอ ไปนี้ ไมใช NaOH เปนวัตถุดบิ
2.สารละลาย +HNO3 สารละลายมฤี ทธเ์ิ ปน กรด
1.อุตสาหกรรมทาํ ยเู รีย 2.อุตสาหกรรมทําสบู
3.สารละลายจากขอ 2 +แอมโมเนียมโมลบิ เดต สตู รคอื (NH4)2MoO3 นาํ ไป 3.อุตสาหกรรมทาํ ผงชรู ส 4. อุตสาหกรรมเยอ่ื กระดาษ
8. ธาตทุ ี่เปนองประกอบของสารฟอกขาวเย่อื กระดาษ หรยื าฆา แมลง
ตม ใหร อน จะมตี ะกอนสเี หลอื งเกิดขน้ึ ถา มี PO43- ปนเปอ นอยปู ฎกิ ิริยา

จะมีดงั นี้

3NH4++ 12MoO32- + PO43- +24H+ (NH4)3PO4 .12MoO3 แบคทเี รีย สาหรา ยในนา้ํ ประปา คอื

+12H2O 1.ไอโอดีน 2.คลอรนี

ทดสอบเกลือ NaCl ในผงชรู สปลอม มีวิธีดงั น้ี 3.โซเดียม 4. ซนี อน

ผงชรู ส + H2O สารละลาย 9. อตุ สาหกรรมผลิตโซดาไฟ จะใชเซลลใ ดกอ ผลกระทบกับ
สารละลาย + HNO3 + AgNO3(aq) AgCl(s)สขี าว
AgCl(s) + NH3 Ag(NH3)2 ส่งิ แวดลอ มมากที่สุด
Cl(aq)
1. เซลลไ ดอะเฟรม 2. เซลลเ ยอ่ื แลกเปล่ยี นไอออน

3. เซลลปรอท 4. เซลลอ เิ ลก็ โตรเคมี

ตัวอยา งขอสอบ 10.สารละลายขอ ใดใชทดสอบ อนุมูลฟอสเฟตทปี่ ลอมปนมากบั ผงชูรส

1.ในอุตสาหกรรมทําโซดาไฟ บางประเภทนยิ มใชการแยกสารละลาย 1.benedict solution 2.magnesia mixture

โซเดียมคลอไรด ดว ยไฟฟา เหตใุ ดจงึ ตอง ปรอทเปน แคโถด 3.ammonium molybdate 4.alkaline solution

1. เพอื่ ใหเ กดิ กา ซ H2 ทข่ี ้ัวลบ การผลิตโซดาแอชจาก NaCl โดยกระบวนการโซลเวย มีสตู รเคมี คอื
2. เพอื่ ปองกนั กา ซ Cl2 ไมใหละลายนาํ้
3. เพอื่ ปอ งกนั โซเดยี มไมใ หล ะลายนํา้ ทันที Na2CO3 (โซเดยี มคารบ อเนต) วัตถุดิบคือ
1.CO2 จาก CaCO3
4. เพอ่ื ใหเ กดิ กาซ Cl2 ที่ขั้วบวก 2.นํ้า NH3
2. เกลอื แกงเปน วัตถดุ บิ ท่ีสําคญั ชนดิ หนึ่งท่ีใชในโรงงานอตุ สาหกรรม 3.นา้ํ เกลอื NaCl

ประเภทใดมากทีส่ ุด ปฎกิ ริ ิยาเกิดขึ้น มดี งั น้ี

1.โรงงานผงชูรส 2. โรงงานโซดาไฟ 1. เผา CaCO3 ได CaO และ CO2

3.โรงงานทาํ นาํ้ ตาล 4.โรงงานผงซกั ฟอก CaCO3(S) ∆ CaO(S) +CO2(g)

3.ผลพลอยไดจ ากการผลติ ผงชูรสคอื 2. ผา น CO2 ลงในสารละลายผสมนํา้ NH3 และนา้ํ เกลอื จะได NaHCO

1.ปยุ ยเู รยี NH4Cl 2.กรดกลตู ามิก ยูเรยี โซเดยี มไฮโดรเจนคารบอเนต
3.NH4Cl จลุ ินทรีย 4.NH4Cl หวั นา้ํ ปลา
CO2 + NH3 + NaCl + H2O ∆ NaHCO3 + NH4Cl

4.ปฎกิ ริ ยิ าการแยก NaCl(aq) ดว ยไฟฟา พบวาปฎกิ ริ ยิ าทถี่ กู ตองคอื 3. นํา NaHCO3 ∆ Na2CO3 + H2O + CO

1. Na+ e- Na ผลพลอยได คือ NH4Cl ใชท าํ ปยุ ให Nitrogen กับพืช

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอกสารประกอบการบรรยายนเี้ ปนลขิ สิทธิ์ของภาควชิ าเคมี คณะวิทยาศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย

เอกสารประกอบการสอนโครงการเปดประตูสูมหาวิทยาลัย หนา ท่ี 8

เรื่อง ธาตแุ ละสารประกอบในอุตสาหกรรม รศ.อินทริ า หาญพงษพ ันธุและผศ.ดร. บัญชา พูลโภคา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

CO2 จากข้ัน 3 นํากลบั ไปใชในขั้น 2 ได เมอ่ื เพมิ่ ความดันลดอณุ หภมู ิ H2CO3 สลายให CO2 คือ H2SO4 เตรียมได
จาก Sulphur
CaO จากขนั้ 1 NH4Cl จากข้ัน 2 นํามาเตรยี ม NH3 ไดด งั นี้

CaO + NH4Cl CaCl2 + H2O + NH3 เกดิ ปฏิกิรยิ าดงั น้ี เผากํามะถันในบรรยากาศของ O2 เกิดปฏกิ ริ ิยา ดงั นี้

NH3 นําไป ใชข ้ัน 2 S + O2 SO2

CaCl2 ใชในหอ งปฏิบัตกิ ารคอื ใชดดู ความชน้ื เกดิ ปญ หามลภาวะเพราะมี แลวผา น O2 เขา ไปอกี จะได SO3 ซง่ึ เกดิ ปฏิกิรยิ าดงั นี้

มากเกินไป Na2CO3 ใชเปน วัตถดุ บิ ในการผลติ SO2 + O2 SO3

ผา น SO3(g) ลงใน H2SO4(aq) เขม ขน จะได H2S2O7 (Pyro sulphuric

1. แกว acid) ดังปฏกิ ิรยิ า H2SO4(aq) + SO3(g) H2S2O7(aq)
2. กระดาษ
3. อุตสาหกรรม สงิ่ ทอ เติมนา้ํ ลงไป จะได H2SO4 ตามสมการ H2S2O7 + H2O 2H2SO4
4. อุตสาหกรรมเคมี
นํา H2 , N2 , CO2 และ H2SO4 ไปเตรยี มแอมโมเนยี มซลั เฟต และ ยเู รีย

ตอไป

- สบู ปุยฟอสเฟต

- สารกาํ จัดความกระดางของน้ํา วัตถดุ บิ คอื วตั ถดุ ิบคอื [CaF2.3Ca3(PO4)2] และกรด H2SO4 ปฏกิ ริ ยิ า
- สารเคมีชนิดตา งๆ เกิดขึ้นดงั น้ี

อุตสาหกรรมทาํ ปยุ ปุยมี 2 ประเภท

1. ปุยอินทรยี  1. หนิ ฟอสเฟต + H2SO4 H3PO4
2. ปุย อนนิ ทรยี  - ปยุ วทิ ยาศาสตร
ปุยอนิ ทรียไดจ ากซากสง่ิ มชี วี ติ เชน ปุยหมกั ปุย คอก ไดจ ากมลู สตั ว 2. H3PO4 + หินฟอสเฟต ปย ซุปเปอรฟ อสเฟต [Ca(H2PO4)2]
ปุย วิทยาศาสตร หรอื ปยุ อนนิ ทรยี  มี 2 ชนิด คือ จากการเตรยี มปุย ฟอสเฟต พบวา ในหินฟอสเฟตมี CaF2 ปนอยู จะถูก
เปลยี่ นเปน HF ซ่ึงเปน ไอไดง าย และเปน พษิ

1. ปยุ แอมโมเนยี มซัลเฟต (NH4)2SO4 HF บางสว น จาํ ทําปฏกิ ริ ยิ ากบั ทราย SiO2 จะได SiF4 ซงึ่ รวมกบั H2O
O ตอ ไปได H2SiO6
H2SiO6 ใชเปนวตั ถุดบิ นําไปทาํ ปฏกิ ริ ิยากบั MgO ไดสารใหม เรียกวา
2. ปุยยูเรีย NH2 – C – NH2 Magnesium Silicofluoride ใชเปน ยาฆา แมลง

วตั ถดุ ิบของปุย (NH4)2SO4 คือ NH3 , H2SO4 เกดิ ปฏกิ ิรยิ าดงั แสดง

วัตถดุ บิ ของปยุ Urea คือ NH3 , CO2 6HF + SiO2 H2SiO6 + H2O
H2SiO6 + MgO MgSiF6 + H2O
ปฏกิ ิรยิ า เตรยี มปุย (NH4)2SO4 คอื ปยุ ท่ีกลาวมานี้ ใชเ ปนสารใสลงในถงั ดนิ เพอ่ื เพ่มิ ธาตอุ าหารของพชื ท้ังหมด

2NH3 + H2SO4 (NH4)2SO4

ปฏกิ ริ ยิ า เตรยี มปยุ Urea คือ O

CO2 + 2NH3 NH – C – NH2 + H2O 18 ชนดิ ทสี่ ําคญั คอื N2 , P และ K
- N2 จะชวยเรง ใบ
NH3 ทีใ่ ชใ นการเตรยี มปุยท้งั 2 อยางเตรยี มไดจากปฏกิ ิรยิ าระหวาง N2 กบั - P จะชวยเรง ความเจรญิ เตบิ โตของราก
- K จะชวยเรง ลาํ ตนและรากใหแ ข็งแรง
H2 ดังนี้ N2(g) + 3H2(g) 2NH3(g) + ∆H นอกจากธาตทุ ง้ั 3 ยงั มีธาตอุ ่นื ๆ ทสี่ าํ คญั รองลงมา คอื Ca ,
Mg, S , Fe , Mn และ Zn เปน ตน
เตรยี ม N2(g) ไดจ ากการกลัน่ อากาศเหลว และจะไดกา ซ O2 ดวย
ขอดีของปุยวิทยาศาสตร คอื
เตรียม H2(g) ไดจ ากปฏิกริ ยิ าของ กา ซธรรมชาติ เชน CH4 ทีท่ ํา 1. มีปริมาณธาตอุ าหารตอหนวย นา้ํ หนกั สงู ใชป ริมาณนอย
กเ็ พยี งพอ
ปฏิกิริยากบั O2 หรอื ไอนาํ้ ดงั ปฏิกิรยิ า 2. หางา ยเพราะมโี รงงานผลิต
3. ไดผ ลเรว็ กวาปยุ อนนิ ทรยี 
2CH4 + O2 2CO + 4H2 4. ราคาถูก สะดวกตอการเกบ็ รักษา

CH4 + H2O CO + 3H2 ขอเสยี ของปยุ วทิ ยาศาสตร คอื

กาซผสม CO + CO2 แยกออกจากกันไมไ ดต อ งพนนํ้าลงไป เกิดปฏิกิริยา

ตามสมการ CO + CO2 + H2O 2CO2 + H2(g)

เตรียม CO2

ผานน้าํ ลงใน CO2 + H2(g) จะไดว า CO2 ละลายนาํ้ ได H2CO3(aq)

แลว นาํ ไปแยกกา ซ H2(g) ออกได

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอกสารประกอบการบรรยายน้ีเปนลิขสิทธ์ิของภาควชิ าเคมี คณะวิทยาศาสตร จุฬาลงกรณม หาวิทยาลยั

เอกสารประกอบการสอนโครงการเปดประตูสูม หาวิทยาลัย หนา ที่ 9

เรื่อง ธาตุและสารประกอบในอุตสาหกรรม รศ.อินทริ า หาญพงษพันธแุ ละผศ.ดร. บัญชา พูลโภคา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. N อยใู นรปู NH4+ ใชไปนานๆ จะทําใหดินมีฤทธิ์กรด 4. CaCO3 ∆ CaO + CO2
2. ใชมากเปน อนั ตรายตอพืช 6. ประโยชนของสารฟอสเฟตในชีวิตประจาํ วันไดแ กข อ ใดตอไปนี้

3. ไมม สี มบัตใิ นการปรับปรุงดิน ไมทาํ ใหดนิ รว นซุยได 1. ปยุ 2. ผงซกั ฟอก

4. ผใู ชต อ งมีความรเู กย่ี วกบั การใชม ากหรอื นอยไป กเ็ กดิ ผล 3. ยาฆา แมลง 4. สีขาวท่ีใชทาบา น

เสยี ตอ พืชได 7. ขอความใดตอ ไปนี้ ไมเกยี่ วขอ งกบั การผลิตปยุ

ขอดีของปุย อนิ ทรยี  1. การกลน่ั อากาศเหลว 2. การเตรยี ม N2 จากลกิ ไนต
1. ชว ยปรับปรงุ ดนิ ใหร ว นซุย อากาศถา ยเทไดสะดวก
2. อยูใ นดนิ ไดน านๆ จะปลอยธาตอุ าหารใหป ยุ อยางชา ๆ 3. การเตรียมแอมโมเนีย 4. การรีดิวซไอนํา้ ดว ย CO2

8. ปฏกิ ิรยิ าเคมใี ดตอ ไปน้ี ไมเ กี่ยวกับการเตรียมปยุ วิทยาศาสตรื

3. ใชร วมกบั ปยุ วิทยาศาสตร จะชว ยเสริมคณุ ภาพของปยุ 1. CO + H2O FeO CO2 + H2
วิทยาศาสตรใ ชง านไดดีข้นึ
Cr2O3

ขอเสียของปยุ อนิ ทรยี  2. 2NH3 + H2SO4 400°C (NH4)2SO4
1. มปี ริมาณของธาตุอาหารตาํ่ ตองใชเ ปน ปรมิ าณมาก ๆ 3. CO2 + H2O H2CO3
เปนการส้นิ เปลอื ง 4. ไมมคี ําตอบทถี่ กู ตอง

2. ปลดปลอ ยธาตอุ าหารใหแ กพืชชา มาก 9. สารตง้ั ตน ในการผลติ ปยุ แอมโมเนยี มซัลเฟต

3. ราคาจะแพงกวา ปุย วิทยาศาสตรในปริมาณตอ หนวย 1. อากาศ กาซธรรมชาติ กาํ มะถนั

เทากัน 2. SO2 NH3 H2O
4. หายาก
3. S O2 N2 H2
ตวั อยา งขอ สอบ
4. NH3 H2 SO4

10. สารเคมีใดตอไปน้ี ไมสามารถใชเ ปนปุยวทิ ยาศาสตร

1. ในการเตรยี มปยุ (NH4)2SO4 ยูเรยี มสี ารเคมี ทเ่ี ปนสารต้งั ตนท่ี 1. (NH4)2SO4 2. Na3PO4
สําคัญ คอื CO , CO2 , NH3 , H2 ใหพ จิ ารณาวา สารใดตอ ไปน้ไี มใ ช
ผลติ ภัณฑทไ่ี ดจากกา ซธรรมชาตเิ ปนสารตง้ั ตน 3. (NH4)2CO3 4. Na2SO4

ตวั อยา งขอ สอบธาตุและสารประกอบในอุตสาหะกรรม

1. N2 2. CO 3. CO2 4. NH3 1. ทองแดงทถ่ี ลงุ ไดจ ากสนิ แร เมื่อทําใหบ ริสุทธิ์ โดยอาศยั หลกั ของ
เซลลอเิ ล็กโทรไลตกิ ขอความตอไปนข้ี อ ใดผดิ
2. การผลติ ปยุ ยูเรยี และ (NH4)2SO4 ใชหลักการทางวทิ ยาศาสตรใน (1.) ใชท องแดงถลงุ เปน แอโนดและทองบรสิ ทุ ธเ์ิ ปนแคโธด

ขัน้ ตอนใด

1. การแยก H2 ออกจาก CO2 2. สารเจอื ปนในทองแดงถลงุ ควรมีความสามารถเปนตัวรดี วิ ซหรือตวั
2. การกลน่ั ลาํ ดบั สวนอากาศเหลว ออกซไิ ดวแตกตา งจากทองแดงพอสมควร

3. การใช N: เปน ตัวเรง ปฏกิ ริ ยิ าระหวา ง CH4(g) กับไอน้าํ 3. สารเจือปนในทองแดงถลงุ ที่ถูกออกซิไดซ ไดย ากกวา ทองแดงจะ
4. ถกู ทง้ั 1, 2, และ 3 ตกตะกอนอยกู บั ภาชนะ

3. โซดาแอช เปนสารเคมี มีสตู รอยา งไร 4. สารละลายในเซลล เปน อเิ ล็กโตรไลตอะไรกไ็ ด เชน CuSO4 ZnSO4
หรือ H2SO4 เปนตน
1. Na2O 2. NaHCO3 3. Na2CO3 4. NaOH หลักการคดิ ขั้วแอโนด เปน ทองแดงทถี่ ลงุ ได ขวั้ แคโธด เปนทองแดงบรสิ ุทธิ์

4. สารละลายของโซดาแอช ควรมีสมบัตอิ ยา งไร

1. มฤี ทธิก์ รด 2. มฤี ทธ์เิ บส 2. ในสารประกอบเชงิ ซอน [Cu(H2O)4]SO4.H2O การจัดเรยี ง
3. มีฤทธิ์กลาง 4. ขอมลู มไี มเพยี งพอ อิเล็กตรอนของคอปเปอรไ อออนจะเปน ไปไดใ นขอใด( Cu มีเลข

5. ปฏกิ ริ ยิ าใดตอ ไปนี้ ไมเ กี่ยวกบั การเตรียมโซดาแอช อะตอม = 29 )

1. Na+ + Cl- + NH4+ + H2O + CO2 NaHCO3 + 1. 2.8.18 (2.) 2.8.17

NH4Cl 3. 2.8.16 4. 2.8.8.9

2. ถานไม + O2 CO2 หลกั การคดิ จากสูตร [Cu(H2O)4]SO4.H2O พบวา
[Cu(H2O)4]มีเลขออกซิเดช่ัน = +2
3. 2NaHCO3 ∆ Na2CO3 + H2O + CO2

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอกสารประกอบการบรรยายนี้เปนลิขสิทธขิ์ องภาควิชาเคมี คณะวทิ ยาศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย

เอกสารประกอบการสอนโครงการเปดประตูสมู หาวิทยาลยั หนาที่ 10

เร่ือง ธาตแุ ละสารประกอบในอุตสาหกรรม รศ.อินทริ า หาญพงษพันธแุ ละผศ.ดร. บัญชา พูลโภคา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

.H2Oมเี ลขออกซิเดชนั่ = 0 (3.) ตะกรนั ดีบกุ 4. แร Ta2O5
Cuในไอออนเชิงซอ นมเี ลขออกซิเดชนั่ = +2
หลักการคดิ ตะกรนั ดบี ุกมีปริมาณ Ta มากเกนิ พอ

จาก 29Cu 29Cu+ 29Cu2+ 8. ในการทดลองแยกสารละลายโซเดียมคลอไรดเขม ขน ดวย
กระแสไฟฟา จะไดส ารละลายทีเ่ หลืออยใู นหลอดทดลองเปน เบส ขอ ใด
22 2

88 8 เขยี นปฎิกริ ิยารวมไดถกู ตอง

18 18 17 1. NaCl(aq) Na(l) + 1/2Cl2(g)

10 0 (2.)2H2O(l)+2Cl-(aq) H2(g) + Cl2(g) +2OH-(aq)

3. ขอ ความใดไมสนับสนนุ ความสําคญั ของธาตใุ นระบบชีวภาพ 3. 2NaCl(aq) + 2H2O(l) 2NaOH(aq) + (2HCl)(g)

1. การขาดโครเมียมทาํ ใหเกดิ โรคเบาหวาน 4. 4Cl-(aq) + 2H2O(l) 4HCl(aq)+O2(g)

(2. ) เหลก็ กลา ไรสนมิ ใชท าํ เครื่องมืออปุ กรณทางการแพทย หลกั การคดิ การแยก NaCl(aq) ดวยกระสแไฟฟา

3. สารประกอบทองแดง ถา มีปริมาณมากเกนิ พอจะเปน พษิ ตอ อาโนด : 2Cl- Cl2 +2e-

รางกาย คาโถด : 2H2O(l) +2e- 2OH- + H2

4. วิตามนิ บี – 12 เปน สารประกอบเชิงซอ นของโคบอลต ปฎกิ ริ ยิ ารวม : 2H2O + 2Cl- 2OH- + H2 +Cl2

หลกั การคิด เครือ่ งมืออุปกรณท างการแพทย ไมเก่ยี วกบั ชวี ภาพ 9. ผลติ ภณั ฑส ุดทา ยในการอเิ ลก็ โตรลิซสิ สารละลายเกลือแกง คอื ขอ ใด

4. ขอ ความตอไปน้ี ไมถูกตองตามความเปน จรงิ เกย่ี วกับธาตแุ ละ 1.NaOH,Cl2,O2 2.Na,Cl2,H2
สารประกอบในอตุ สาหกรรม
3. NaOH,Cl2,H2 4. Na,Cl2,
1. โคบอลต 60 เปน ธาตุกัมมนั ตรังสี ใหรงั สแี กมมา ใชใ นการ
หลักการคดิ ปฎกิ ิรยิ าในการผลติ NaOH โดยวธิ ีการอิเลก็ โตรwลซิส

ถนอมอาหารได 2NaCl + 2H2O 2NaOH + H2 +Cl2
(2.) คารบอน มีสมบัตใิ นการทาํ เหล็กกลา มีคณุ ภาพแขง็ แรง 10. ตวั รีดวิ ซท่ใี ชในการถลงุ ดีบุก คอื ขอใด

ทนทานดขี นึ้ ดงั นน้ั ในอุตสาหกรรม การทาํ เหลก็ กลา เพอ่ื ใช (1.) C 2.Mg 3.Zn 4.Zr

ในการกอสรา ง จงึ มีการผสมคารบอนลงไป ในอัตราสว น หลกั การคดิ การถลุงดีบุก วตั ถุดิบในเตาถลงุ คอื

คอนขางสงู แร SnO2 ทลี่ างและยางแลว + C +Na2CO3
11. สงั กะสีทใ่ี ชใ นอุตสาหกรรมทาํ สี ยาและอาหาร จะเปน สารใดตอไปน้ี
3. TiO2มีสีขาว ใชในอุตสาหกรรมทาํ สแี ละเครอ่ื งสําอางได
4. ออกไซดของโครเมียมมีลักษณะเน้ือแนน อากาศซึมผา นได (1.) Zinc oxide 2. Zinc sulphide

ยาก จงึ เหมาะสมทจี่ ะใชเปน โลหะทใี่ ชชุบผิวโลหะอนื่ ๆ เชนเหล็ก 3. Zinc 4. Zinc sulPhate

เพ่ือปองกนั การผกุ รอ น หลกั การคดิ ZnO เปนสารสขี าวไมล ะลายน้าํ

หลกั การคิด ถา เตมิ คารบ อนลงในสว นผสม การทาํ เหลก็ ไรส นิมมากเกนิ พอ 12. โรงงานอตุ สาหกรรมใดขา งลา งนี้ ไมไ ดใ ช คลอรนี ในกระบวนการผลิต

จะทําใหเหลก็ เปราะแตกหกั งา ย 1. อุตสาหกรรมพลาสติก 2. อุตสาหกรรมทาํ สบู

5. ธาตุตอ ไปน้ี ธาตุใดมีสมบตั ทิ างเคมีแตกตา งจากธาตอุ นื่ 3. อุตสาหกรรมทาํ กระดาษ 4. อตุ สาหกรรมทําผงชรู ส

1.Zr 2.Pa (3.) 4.Zn หลกั การคดิ ขอ 1. ใชV inyl chloride CH2 = CHCl
หลกั การคดิ Ca เปน หมู สว นธาตอุ ่ืนเปนโลหะแทรนซิชนั ขอ 3.ใชCl2 หรอื Ca(OCl)2
6. ปรอทมกั เปร สารพษิ จากโรงงาน ขอ 4.ใช HCl

1.โรงงานสรุ า (2.) โรงงานทําโซเดยี มฮดรอกไซด 13. เอาผงชรู ส 4 ตัวอยา งมาละลายนา้ํ แลว ทาํ การตรวจดงั น้ี

3.โรงงานพลาสตกิ 4.โรงงานทําปยุ ก. เติม HCl แลว ละเหยจนเกือบแหง จุม กระดาษขมนิ้ ลงไป

หลกั การคดิ การเตรียมโซเดียมไฮดรอกไซด จาก NaCl โดยวธิ กี ารแยกดว ย บันทกึ กระดาษขมน้ิ

กระแสไฟฟา ใช Hg เปนขวั้ แคโถด เพ่ือปองกนั Na ทาํ ปฎิกิริยากับนา้ํ ทันที ข. เตมิ HNO3 และแอมโมเนียมโมลิบเดตอนุ
ซ่ึงเกดิ ปฎกิ ิรยิ ารนุ แรงและวอ งไวมาก ทาํ ใหกาซไฮโดรเจนลกุ ติดไฟทันที ค. เติมHNO3และ AgNO3
ง. ตมกับสารละลายเบเนดิกซ

7. วัตถุดบิ ที่ใชเ ตรียมแทนทาลัม คอื สารใดตอ ไปน้ี

1. แรแ ทนทาลมั 2. K2TaF7

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอกสารประกอบการบรรยายน้เี ปนลิขสิทธ์ิของภาควชิ าเคมี คณะวิทยาศาสตร จุฬาลงกรณม หาวิทยาลัย

เอกสารประกอบการสอนโครงการเปดประตสู ูม หาวทิ ยาลัย หนา ที่ 11

เร่ือง ธาตุและสารประกอบในอตุ สาหกรรม รศ.อินทิรา หาญพงษพันธแุ ละผศ.ดร. บัญชา พูลโภคา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ผลของการตรวจเปน ดังน้ี

(ก) (ข) (ค) (ง)

ตัวอยา งท1่ี สีชมพู ตะกอนเหลือง ตะกอนขาว ตะกอนแดง

ตัวอยา งท2ี่ สชี มพู ตะกอนเหลอื งไมมีตะกอนไมมีตะกอน

ตัวอยา งท3่ี สีชมพู ไมม ตี ะกอน ตะกอนขาว ตะกอนแดง

ตัวอยา งท4ี่ สีเดิม ไมมตี ะกอน ตะกอนขาว ตะกอนแดง

จากผลของการตรวจตัวอยา งใด เปน อนั ตรายมากทสี่ ดุ ตอการบริโภค

1.ตวั อยางท1่ี 2.ตวั อยา งท2ี่

3.ตัวอยางท3ี่ 4.ตวั อยา งท4่ี

หลกั การคดิ สารปลอมปนในผงชูรสที่เปน พษิ คอื

โบแรกซ ทดสอบตาม ขอ ก.

ฟอสเฟต ทดสอบตาม ขอ ข.

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอกสารประกอบการบรรยายนเ้ี ปน ลขิ สิทธิ์ของภาควิชาเคมี คณะวทิ ยาศาสตร จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลยั


Click to View FlipBook Version