คำนำ
“การนวดแผนไทย” เป็นหนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์ ที่มีจุดประสงคเ์ พอื่ ใหค้ ณะผจู้ ดั ทาไดฝ้ ึกการสร้างองค์
ความรู้เกี่ยวกบั ภมู ิปัญญาไทยโดยใชว้ ธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์อยา่ งเป็นระบบ แนวทางและการมีส่วน
ร่วม การอนุรักษภ์ มู ิปัญญาไทยและวฒั นธรรมไทย ซ่ึงเป็นส่วนหน่ึงของวชิ าประวตั ิศาสตร์ไทย (ส
31102) ท้งั น้ีหนงั สือหนงั สืออิเล็กทรอนิกส์น้ีมีเน้ือหาความรู้เกี่ยวกบั ความเป็นมาของการนวดแผน
ไทย ประเภทของการนวดแผนไทย วธิ ีการนวด การนวดแผนไทยช่วยเรื่องอะไร การนวดแผนไทยกบั
สังคมในปัจจุบนั ซ่ึงเป็นภมู ิปัญญาและวฒั นธรรมไทย ท่ีสะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงวถิ ีชีวติ ความรู้
ความสามารถของคนไทย อนั เกิดจากการส่ังสมสติปัญญาความรู้ที่หลากหลายและมีการผสมผสานให้
มีความเหมาะสมกบั ปฏิสัมพนั ธ์ทางธรรมชาติและความเป็นสังคมพหุวฒั นธรรมท่ีมีการถ่ายทอดจาก
รุ่นสู่รุ่นจนเป็นมรดกทางวฒั นธรรม
หวงั วา่ หนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์ “การนวดแผนไทย” เล่มน้ีจะใหค้ วามรู้ และแนวทางในการนาไป
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั แก่ผอู้ ่าน เพ่อื เป็นประโยชน์ในการพฒั นาตนเอง และการอนุรักษส์ ืบทอด
ภูมิปัญญาและวฒั นธรรมใหค้ งอยสู่ ืบไป
คณะผจู้ ดั ทา
สารบัญ หนา้
ก
คานา ข
สารบญั 1
ความเป็ นมาของการนวดแผนไทย 4
ประเภทของการนวดแผนไทย 8
วธิ ีการนวด 21
ประโยชน์ของการนวดแผนไทย 23
การนวดแผนไทยกบั สงั คมไทยในปัจจุบนั 28
บรรณาธิการ 29
บรรณานุกรม
การนวดแผนไทย เป็นศาสตร์และศิลป์ อีกแขนงหน่ึงท่ีสาคญั ของหลกั วชิ าการแพทยแ์ ผนไทย ใน
การรักษาโรคภยั ไขเ้ จบ็ ต่างๆ และเป็นภูมิปัญญาไทย ที่ไดผ้ า่ นการบรู รณาการ ร่วมกบั องคค์ วามรู้
ของศาสตร์การแพทย์ ในระบบการแพทยอ์ ่ืนๆ จนพฒั นาเป็นการนวดไทยที่มีเอกลกั ษณ์เฉพาะตวั
จนไดร้ ับการยอมรับอยา่ งกวา้ งขวาง ท้งั ในประเทศและในระดบั นานาชาติ
ไดร้ ับการพฒั นามาจาก ท่าทางการบริหารตามหลกั โยคีของเหล่าฤาษี ชีไพร ผไู้ ดบ้ าเพญ็ พรต เจริญ
ภาวนามานานวนั ละหลายชวั่ โมง หรือท่ีเรียกวา่ “ฤาษีดดั ตน” เป็นการบริหารร่างกาย หรือ
กายกรรม เพ่ือใหส้ ุขภาพสมบูรณ์ท้งั ร่างกายและจิตใจ อีกท้งั มีผลพลอยไดค้ ือ เพอื่ บาบดั โรคภยั ไข้
เจบ็ ต่าง ๆ เช่น แกโ้ รคลมท้งั สรรพางคก์ าย แกเ้ ม่ือย แกป้ วด เป็นตน้
ในสมยั รัชกาลท่ี ๓ พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดท้ รงปฏิสังขรณ์วดั พระเชตุพนวมิ ลมงั
คลาราม มีการจดั ต้งั “โรงเรียนแพทยแ์ ผนโบราณวดั โพธ์ิ” ซ่ึงถือวา่ เป็นโรงเรียนแพทยแ์ ผนไทย
แห่งแรก เพอ่ื เป็นการช่วยเกบ็ รักษาตารายาแพทยแ์ ผนไทยท่ีกาลงั จะสูญหายไปอนั เนื่องมาจาก
แพทยบ์ างกลุ่มที่มีความรู้กห็ วงแหนวชิ า กลายเป็นความลบั ท่ีตายไปกบั กลุ่มคนเหล่าน้นั พระองค์
จึงไดท้ รงประกาศใหเ้ หล่าผมู้ ีความรู้เก่ียวกบั ตารับยาแผนไทยที่มีความเชื่อถือ และถูกตอ้ งแม่นยา
นาความรู้เหล่าน้นั มาจารึกเอาไวบ้ นหินประดบั ต่างๆ ตามผนงั โบสถ์ เสา กาแพงวหิ าร เจดีย์ ศาลา
ราย กาแพงวหิ ารคดรอบพระเจดียส์ ่ีองค์ รวมไปถึงศาลาต่าง ๆ ของวดั โพธ์ิท่ีไดท้ าการปฏิสังขรณ์
เกี่ยวกบั สมมติฐานของโรคและวธิ ีบาบดั รักษาอาการน้นั ๆ ซ่ึงรวมถึงการนวดแผนไทย
รูปป้ันฤาษีดดั ตน ณ วดั พระเชตุพลวมิ ลมงั คลาราม หรือวดั โพธ์ิ
: แหล่งที่เปิ ดสอนการนวดแผนไทยแห่งแรกของไทย
รูปป้ันฤาษีดดั ตน พร้อมกบั ทาสมาธิ
บริเวณกาแพงจารึก และหุ่นรูปป้ัน ระบุวา่ ท่าฤษดี ดั ตนมี ๘๐ ท่า แต่ในปัจจุบนั น้ีคงเหลือเพียง ๒๔
ท่า ๒๕ ตน ท่าฤษีดดั ตนเป็นการบริหารร่างกายของคนไทยที่มีมาแต่โบราณ ซ่ึงเนน้ การฝึ กลม
หายใจและใชส้ มาธิร่วมดว้ ย จึงเป็นท้งั การบริหารร่างกายและบริหารจิต รวมท้งั ช่วยในการบาบดั
อาการเจบ็ ป่ วยเบ้ืองตน้ ไดใ้ นระดบั หน่ึง และยงั ทาใหร้ ่างกายตื่นตวั แขง็ แรง และเป็นการพกั ผอ่ น
ท่าต่างๆ ที่ใชย้ งั มีสรรพคุณในการรักษาโรคเบ้ืองตน้ ไดอ้ ีกดว้ ย นบั วา่ มีประโยชนเ์ ป็นอนั มาก ไดแ้ ก่
๑. ช่วยใหเ้ กิดการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของแขนขาหรือขอ้ ต่างๆ เป็นไปอยา่ งคล่องแคล่ว มีการ
เนน้ การนวด โดยบางท่าจะมีการกดหรือบีบนวดร่วมไปดว้ ย
๒. ทาใหโ้ ลหิตหมุนเวยี น เลือดลมเดินไดส้ ะดวก นบั เป็นการออกกาลงั กาย สามารถทาไดใ้ นทุก
อิริยาบถของคนไทย
๓. เป็นการต่อตา้ นโรคภยั บารุงรักษาสุขภาพใหม้ ีอายยุ นื ยาว
๔. มีการใชส้ มาธิร่วมดว้ ยจะช่วยยกระดบั จิตใจใหพ้ น้ อารมณ์ข่นุ มวั หงุดหงิด ความง่วง ความทอ้ แท้
ความเครียด และช่วยเพ่มิ ประสิทธิภาพของการหายใจหากมีการฝึ กการหายใจอยา่ งถูกตอ้ ง
1. นวดน้ามนั
การนวดร่างกายโดยใชน้ ้ามนั ท่ีสกดั จากธรรมชาติ
ท่ีบริสุทธ์ิ เช่น โจโจบา อลั มอนด์ และกลิ่นหอม
จากธรรมชาติ ช่วยใหส้ ดช่ืน ผอ่ นคลาย และคลาย
เครียด ดว้ ยกลิ่นหอม เฉพาะทางท่ีใชใ้ นการบาบดั
อาการใหเ้ บาบางลง เช่น อาการนอนไม่หลบั
อาการเครียด
2. นวดผอ่ นคลาย
การนวดผอ่ นคลาย เป็นการนวดที่ถูกสุขลกั ษณะตาม
แบบแผนไทยโบราณ ซ่ึงส่งผลโดยตรงต่อร่างกาย
และจิตใจ ทาใหเ้ กิด การไหลเวยี นของเลือดลม คลาย
กลา้ มเน้ือที่ลา้ รักษาอาการปวด
3. นวดฝ่ าเทา้
การนวดเฝ่ าเทา้ นวดเทา้ เป็นการปรับสมดุล
ในร่างกาย ช่วยใหร้ ะบบการไหวเวียนไปยงั
อวยั วะต่าง ๆ ภายในร่างกายไดด้ ีข้ึน
4. นวดสปอร์ท
การออกกาลงั กายอยา่ งหกั โหมจนเกินไป อาจ
ทาใหเ้ กิดอาการเกร็งของกลา้ มเน้ือเฉพาะส่วน
หรืออาการลา้ การนวดสปอร์ท จึงเป็นการนวด
คลายกลา้ มเน้ือ ช่วยใหก้ ลา้ มเน้ือผอ่ นคลาย
5. นวดจบั เสน้
การนวดเพ่ือบาบดั อาการปวดเมื่อยเฉพาะ
จุด หรือตามขอ้ ต่อ การยดึ ติดของพงั ผดื
ของร่างกายใหท้ ุเลา ผอ่ นคลาย
6. นวดสลายไขมนั - อโรมา
เป็นการนวดน้ามนั เพ่ือผอ่ นคลาย
กลา้ มเน้ือทุกส่วนของร่างกาย
7. นวด - ประคบ
เป็นการใชล้ กู ประคบสมุนไพร
ประคบตามร่างกาย เพื่อผอ่ นคลาย
กลา้ มเน้ือที่ตึงหรือเครียดใหส้ บาย
8. นวด - ไมเกรน
เป็นการนวดเพ่ือแกอ้ าการ
ปวดศีรษะ โดยจะกดจุด
บริเวณศีรษะท่ีปวด
การนวดแขน
ท่าที่ 1 "เคาะแกม้ " ท่าที่ 2 "ลบู ขา้ งแกม้ "
ช่วยใหโ้ ลหิตไหลเวยี นบริเวณใบหนา้ ไดด้ ี ช่วยใหโ้ ลหิตไหลเวยี นบริเวณใบหนา้ ไดด้ ี ผวิ หนา้
ผวิ หนา้ สดใส ช่วยกระชบั กลา้ มเน้ือใบหนา้ สดใส ช่วยกระชบั กลา้ มเน้ือใบหนา้
ท่าท่ี 3 "เคาะหนา้ ผาก" ท่าที่ 4 "ลบู หนา้ ผาก"
ช่วยใหโ้ ลหิตไหลเวยี นบริเวณใบหนา้ ไดด้ ี ช่วยใหโ้ ลหิตไหลเวยี นบริเวณใบหนา้ ไดด้ ี ผวิ หนา้
ผวิ หนา้ สดใส ช่วยกระชบั กลา้ มเน้ือใบหนา้ สดใส ช่วยกระชบั กลา้ มเน้ือใบหนา้
ท่าท่ี 5 "ลบู ขมบั " ท่าที่ 6 "ลบู คางและหนา้ "
ช่วยใหโ้ ลหิตไหลเวยี นบริเวณใบหนา้ ไดด้ ี ช่วยใหโ้ ลหิตไหลเวยี นบริเวณใบหนา้ ไดด้ ี ผวิ หนา้
ผวิ หนา้ สดใส ช่วยกระชบั กลา้ มเน้ือใบหนา้ สดใส ช่วยกระชบั กลา้ มเน้ือใบหนา้
ท่าท่ี 7 "ลบู แกม้ " ท่าท่ี 8 "คลึงคางและแกม้ "
ช่วยใหโ้ ลหิตไหลเวยี นบริเวณใบหนา้ ไดด้ ี ช่วยใหโ้ ลหิตไหลเวยี นบริเวณใบหนา้ ไดด้ ี
ผวิ หนา้ สดใส ช่วยกระชบั กลา้ มเน้ือใบหนา้ ผวิ หนา้ สดใส ช่วยกระชบั กลา้ มเน้ือใบหนา้
ท่าที่ 9 "คลึงหนา้ " ท่าที่ 10 "คลึงขอบตาล่าง" ช่วยกระชบั
ช่วยใหโ้ ลหิตไหลเวยี นบริเวณใบหนา้ ไดด้ ี
ผวิ หนา้ สดใส ช่วยกระชบั กลา้ มเน้ือใบหนา้ กลา้ มเน้ือบริเวณตาและหนงั ตา ช่วยให้
โลหิตไหลเวยี นบริเวณดวงตาไดด้ ี
ท่าที่ 11 "คลึงขอบตาบน" ช่วยกระชบั ท่าที่ 12 "กดขมบั "
ช่วยลดอาการปวดศรี ษะและลูกตา
กลา้ มเน้ือบริเวณตาและหนงั ตา ช่วยให้
โลหิตไหลเวยี นบริเวณดวงตาไดด้ ี
สอนการนวดแผนไทย - 06
ข้นั ตอนนวดศรีษะและใบหนา้
การนวดคอ
ท่าท่ี 1 "บีบตน้ คอ"
ช่วยลดอาการปวดศีรษะ ลดอาการเคลด็ ขดั ยอกจาก
การนอนตกหมอน
ท่าที่ 2 "กดทา้ ยทอย"
ช่วยลดอาการปวดศรี ษะและปวดตน้ คอ ลดอาการ
เคลด็ ขดั ยอกจากการนอนตกหมอน
ท่าที่ 3 "กดตน้ คอ"
ช่วยลดอาการปวดศีรษะ ปวดตน้ คอและลดอาการ
เคลด็ ขดั ยอกจากการนอนตกหมอน
ท่าที่ 4 "คลึงตน้ คอและบ่า"
ช่วยลดอาการปวดเม่ือยกลา้ มเน้ือบริเวณตน้ คอ
และบ่า
ท่าท่ี 5 "กดคอ"
ช่วยลดอาการปวดศรี ษะ ลดอาการเคลด็ ขดั
ยอกจากการนอนตกหมอน
ท่าท่ี 6 "บีบไหล่และคอ"
ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกลา้ มเน้ือไหล่และคอ
ลดอาการเคลด็ ขดั ยอกบริเวณไหล่และคอ
ท่าท่ี 7 "สบั ตน้ คอ"
ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกลา้ มเน้ือคอ ลดอาการ
เคลด็ ขดั ยอกจากการนอนตกหมอน
นวดไทยแกป้ วดคอ และบา่
การนวดหลงั
1. อุง้ มือกดฝ่ าเทา้ 2. ผนู้ วดยา้ ยไปนง่ั ดา้ นซา้ ยผถู้ กู นวด อุง้ มือวอร์มขา
ซา้ ยท่อนล่างข้ึนขาท่อนบนไป-กลบั
3. อุง้ มือคลึงสลกั เพชร ( คลึงออกอยา่ งเดียว ) 4. อุง้ มือนวดกน้ กดลงบริเวณกน้
5. ฝ่ ามือผเี ส้ือนวดหลงั ไป-กลบั 6. ฝ่ ามือเดี่ยวนวดหลงั ฝ่ังไกลตวั และใกลต้ วั ไป-กลบั
7. โป้ งกดแนวขา้ งกระดูกสนั หลงั ฝ่ังไกลตวั 8. โป้ งกดแนวชิดกระดูกฝั่งใกลต้ วั ไป-กลบั (กดลง
(กดลงและไล่ข้ึน) และไล่ข้ึน)
9. โป้ งนวดรอบสะบกั 10. ผเี ส้ือข้ึนหลงั ลงมาขาถึงขอ้ เทา้
(ดา้ นไกลตวั และดา้ นใกลต้ วั )
11. พบั เข่ายดื หนา้ ขา ทาทีละขา้ ง 12. พบั ขากดปลายเทา้ 2 ขา้ งลงพร้อมกนั
( ไขวต้ รงปลายเทา้ สลบั ขา้ ง )
13. ท่อนแขนกดยดื ฝ่ าเทา้ 14. นง่ั คุกเข่าบนกน้ ยอ้ ย ยดื หลงั -แขน
15. นวดวอร์มไล่ลงมาจนถึงปลายเทา้
การนวดแขน
1. เปิ ดประตลู มแขน กดลง ไม่เกิน 20 วินาที 2. อุง้ มือกดคลายแขนดา้ นใน
3. นิ้วโป้ งกดนวดแขนดา้ นใน 2 แนว ไป-กลบั 4. อุง้ มือวอร์มแขนไป-กลบั
• กดนวดแนวนิ้วกลาง ออกแรงกดลงดงั ลูกศร
( ผนู้ วดนงั่ ทบั ส้น )
5. นวดหลงั มือ คลึงขอ้ นิ้ว ยดื นิ้ว 6. พบั ศอกผถู้ ูกนวดข้ึน ฝ่ ามือนวดคลายแขน แลว้ ต่อดว้ ยทา่
ยดื ศอก (พบั แขน) ใชฝ้ ่ ามือกดศอก – อีกมือหน่ึงกดยดื หวั
เข่า
7. ท่ายดื ศอก มือขา้ งหน่ึงจบั ที่ขอ้ ศอกส่วนมือ 8. วางแขนผถู้ ูกนวดลง
อีกขา้ งทาการจบั ตน้ ขาเหนือเข่าแลว้ ยดื วอร์มคลายแขนดา้ นนอก
ไป-กลบั
9. ประสานมือหมุนขอ้ มือไป-กลบั 10. จบั แขนยดื แลว้ นวดคลายแขน
11. เปล่ียนไปนวดแขนซา้ ย
การนวดขา
1. จบั ขาดา้ นซา้ ยเป็นรูปสามเหลี่ยม 2. ใชอ้ ุง้ มือวอร์มขาดา้ นซา้ ยไป-กลบั
(ทิศทางของการกดตามลกู ศร)
3.นิ้วโป้ งกดนวดขาทอ่ นล่างข้ึนขาทอ่ นบน3แนวไปกลบั 4. ฝ่ ามือนวดคลายขาดา้ นใน
• กดนวดแนวชิดกระดูกหนา้ แขง้ ดา้ นใน (นง่ั ยกกน้ )
5. ผนู้ วดยา้ ยมานง่ั ดา้ นซา้ ยของผถู้ ูกนวด ยดื ขาดา้ น ท่านวดขาดา้ นนอก
นอก (ขาจะถูกยดื ตามลูกศร) 2 คร้ัง 6. ฝ่ ามือนวดคลายขาดา้ นนอก
7. นิ้วโป้ งกดขาดา้ นนอกท่อนล่างข้ึนท่อนบนไป-กลบั 3 แนว
• กดแนวกลา้ มเน้ือชิดกระดูกหนา้ ขาดา้ นนอกไป-กลบั (นงั่ ยกกน้ ออกแรงกดลงดงั ลกู ศร)
8. ฝ่ ามือนวดคลายขาดา้ นนอก 9. นวดท่าขายนั ดนั ขาต้งั
(จากขาวางราบดบั ข้ึนต้งั ตามลูกศร)
10. ท่ายดื ตวั ไขวข้ ากดไหล่ – กดเข่า 11. ฝ่ ามือนวดคลายขาดา้ นนอก
วอร์มจากขาท่อนล่างข้ึนขาท่อนบน
(โดยขาท่อนบนเปลี่ยนมือใชท้ ่าผเี ส้ือ)
12. เปิ ดประตลู มบริเวณตน้ ขาดา้ นหนา้ โดยใชน้ ิ้วกอ้ ย
เตะบริเวณหวั ตะคาก
(ไม่เกิน 45 วนิ าที) 13. พนมมือสับหนา้ ขา ( กรณีสบั ควรสบั เฉียงแนว
กลา้ มเน้ือ )
14. เปลี่ยนไปนวดขาดา้ นขวา
ท่านวดแบบธาราลยั (นวดไทยประยุกต์)
การนวดแผนไทย หรือ นวดแผนโบราณ เป็นศาสตร์บาบดั และรักษาโรคแขนงหน่ึงของการแพทยแ์ ผนไทย โดยจะเนน้ ใน
ลกั ษณะการยดื เส้น และการกดจุด ซ่ึงรู้จกั กนั โดยทว่ั ไปในช่ือ "นวดแผนโบราณ" โดยมีหลกั ฐานวา่ นวดแผนไทยน้นั มีประวตั ิ
มาจากประเทศอินเดีย และมีการนาเขา้ มาในประเทศไทย จากน้นั ไดถ้ ูกพฒั นาและปรับปรุงแกไ้ ขใหเ้ ขา้ กนั กบั วฒั นธรรมของ
สงั คมไทย จนเป็นรูปแบบท่ีเป็ นมาตรฐานของไทยและส่งทอดมาจนถึงปัจจุบนั การนวดแผนไทยแบง่ เป็น 2 สาย คือ สายราช
สานกั และสายเชลยศกั ด์ิ และในปัจจุบนั มีการพฒั นาการนวดไทยข้ึนซ่ึงเรียกวา่ การนวดแบบธาราลยั (การนวดแบบประยกุ ต์
ผสมผสาน) เพิ่มข้ึนอีกดว้ ย
ลกั ษณะรูปแบบการวางมือที่ใช้ในการนวด
1.นิ้วโป้ งคู่
2. นิ้วโป้ งต่อ
3. นิ้วโป้ งทบั
4. นิ้วโป้ งเด่ียวกด
เตรียมตัวก่อนเร่ิมนวด
ก่อนจะเร่ิมการนวดขา ตอ้ งมีการทาความสะอาดเทา้ ใหก้ บั ผถู้ ูกนวดก่อน โดยในการทาความสะอาดเทา้ น้นั อาจ
ทาไดด้ ว้ ยการเชด็ เทา้ หรือใหผ้ ถู้ กู นวดแช่เทา้ ในน้าสมุนไพรก่อนการนวดกไ็ ด้ หลงั จากน้นั จะเริ่มตน้ โดยการ
นวดวอร์มฝ่ าเทา้ เป็นอนั ดบั แรกและตามดว้ ยการนวดขา โดยจะใหผ้ ถู้ ูกนวดนอนหงายวางแขนสบาย ๆ ขา้ งลาตวั
แลว้ ผนู้ วดจะทาการนวดตามแนวเส้นกลา้ มเน้ือของขา เพอ่ื บรรเทาอาการปวดและผอ่ นคลายกลา้ มเน้ือขา
ท่าวอร์ม (ภาพสาธติ การเช็ดทาความสะอาดเท้าผู้ถูกนวด)
1.ไขวข้ ากดปลายเทา้
สลบั ซา้ ย-ขวา
2. กดปลายเทา้ ท้งั สองลง
และดนั ข้ึน
3. นวดหลงั เทา้ ขวา
4. หมุนขอ้ เทา้ ไป-กลบั
3 รอบ
1. ช่วยใหเ้ ลือดลมไหลเวียนคล่อง การไหลเวยี นทงั่ ร่างกายดีข้ึน เลือดสามารถ
นาออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเล่ียงส่วนต่าง ๆ ภายในร่างกายไดอ้ ยา่ ง
ทว่ั ถึง
2. ระบบขบั ของเสีย ไม่วา่ จะเป็นทางน้าเหลือง และหลอดเลือดทางานอยา่ งมี
ประสิทธิภาพ ไม่สะสมพิษตกคา้ งไวม้ าก สุขภาพกด็ ีข้ึน
3. ผอ่ นคลายกลา้ มเน้ือ กลา้ มเน้ือบริเวณท่ีใชง้ านหนกั จะเกิดการเกร็งตวั และมี
สารเคมีคง่ั คา้ งอยู่ ทาใหเ้ ลือดมาหล่อเล่ียงไม่สะดวก เกิดอาการปวดเม่ือยตามมา
การนวดช่วยใหห้ ายปวดเม่ือย เพราะไปคลา้ ยกลา้ มเน้ือที่เกร็งใหผ้ อ่ นคลายลง
4. การนวดเป็นการกระตุน้ ใหร้ ะบบน้าเหลืองทางานไดด้ ีอีกดว้ ย โดยปกติแลว้
น้าเหลืองไหลเวยี นดีจากการท่ีร่างกายเคล่ือนไหว หรือจากแรงภายนอกมา
กระตุน้ เมื่อนวดตามตวั ต่อมน้าเหลืองทว่ั ร่างกายกถ็ ูกกระตนุ้ ใหท้ าหนา้ ท่ีสร้าง
ภมู ิคุม้ กนั และจดั การกบั เช้ือโรคต่าง ๆ
5.จะช่วยใหร้ ะบบของร่างกายทางานเป็นปกติ
6.เดก็ ท่ีไดร้ ับการนวด เมื่อถูกสมั ผสั อยา่ งอบอุ่นดว้ ยการนวด อวยั วะต่าง ๆ ไดม้ ี
การเคลื่อนไหว ระบบต่าง ๆ ภายในตวั เขากจ็ ะทางานไดด้ ีข้ึน รวมท้งั ระบบยอ่ ย
อาหารกจ็ ะดีตามไปดว้ ย จึงเกิดความรู้สึกอยากอาหารเพ่ิมข้ึน เพราะกระเพาะ
อาหาร ลาไสแ้ ละอวยั วะส่วนท่ีทาหนา้ ที่ยอ่ ยและดูดซึมมีการเคลื่อนไหวช่วยเร่ือง
การขบั ถ่าย ทาใหม้ ีพฒั นาการท่ีดี เพราะสุขภาพกายและใจดีข้ึน
7. การนวด ผวิ หนงั จะถกู กระตุน้ ใหท้ างาน ต่อมเหง่ือและต่อมไขมนั ท่ีผวิ หนงั
ทางานผลิตน้ามนั ออกมาหล่อเล้ียงผวิ ไดด้ ียง่ิ ข้ึน น้ามนั บางชนิดท่ีใชน้ วดบารุง
ผวิ พรรณไดด้ ว้ ย
บทความ แนะนาการนวดไทย
การนวดไทยนบั เป็นวธิ ีธรรมชาติบาบดั ท่ีเป็นมรดกตกทอดจากบรรพ
บุรุษเรามาชา้ นาน สามารถนามารักษาตนเองเป็นการรักษาเบ้ืองตน้ ที่
ประหยดั และไดร้ ะโยชน์ ในภาวะที่ประเทศของเราตอ้ งเสียดุลการคา้
อยา่ งมากมาย เราตอ้ งจา่ ยเงินซ้ือยาจากต่างประเทศปี หน่ึงๆ ดว้ ยเงิน
มหาศาล การนวดจะช่วยใหเ้ ราไมต่ อ้ งกินยาโดยไมจ่ าเป็นหรือเกิน
ความจาเป็ น
นอกจากน้ีการนวดยงั เป็นกรอนุรักษว์ ฒั นธรรมการพ่ึงตนเองและ
ช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั เป็นการสร้างความใกลช้ ิดระหวา่ ง ป่ ูยา่ ตายาย
พอ่ แม่ พ่ีนอ้ ง ลูกหลาน เพราะเม่ือต่างคนตา่ งฝึกฝนจนมีความสามารถ
แลว้ ก็จะช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั ได้ “หมอชาวบา้ น” คร้ังน้ีจะขอพา
ทา่ นมาพบกบั รองศาสตราจารยน์ ายแพทยก์ รุงไกรเจน พาณิชย์ แห่ง
ภาควชิ าเภสชั วทิ ยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล คุณหมอได้
สนใจการนวดแบบไทยมาเป็นเวลาเกือบสิบปี และไดฝ้ ึกฝนวชิ าการ
นวดไทย จากหมอแผนไทยเดิมแบบราชสานกั นอกจากน้นั กน็ ามา
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นสอดคลอ้ งกบั การรักษาอาการตา่ งๆ
เรามาฟังคุณหมอพดู ถึงเร่ืองการนวดแผนไทยแบบไทยๆ เลยนะครับ
ก่อนท่ีจะพดู ถึงเร่ืองการนวด ผมอยากจะกล่าวถึงแนวทางการรักษา
สุขภาพก่อนวา่ แทจ้ ริงในการรักษาสุขภาพไม่วา่ จะแผนปัจจุบนั หรือ
แผนโบราณ เรามีหลกั อยวู่ า่ ตอ้ งอาศยั การหลีกเลี่ยงและการป้ องกนั
ก่อนจะทาการแกไ้ ข
ก่อนอ่ืน เราควรใชว้ ธิ ีหลีกเลี่ยงอยดู่ ีๆ เอาตวั ไปเส่ียงโรคภยั ทาไม แต่ถา้
เส่ียงไม่ไดก้ ต็ อ้ งป้ องกนั ถา้ เสียทีขา้ ศึกก็ตอ้ งรักษา ถา้ รักษาไมห่ ายกต็ าย
น่ีเป็นสจั ธรรมการนวดน้นั เราจะนามาป้ องกนั หรือแกไ้ ขก็ได้ และก็
เป็นวธิ ีที่ประหยดั และสะดวก เป็นวธิ ีธรรมชาติบาบดั อยา่ งหน่ึง
คุณคิดดูถา้ เกิดมีความจาเป็นข้ึนมา ไปอยทู่ ่ีไหนท่ีไมม่ ียา ไม่วา่ จะเป็น
ยาปัจจุบนั หรือยาสมุนไพรก็ตาม จะทาอยา่ งไร เราก็ใชม้ ือของเราน่ี
แหละใหเ้ ป็นประโยชนไ์ ด้ การนวดน้นั เราถือวา่ เป็นท้งั ศาสตร์และศิลป์
เป็นวชิ าการแน่ๆ ผทู้ ี่เรียนถูกวธิ ีจะรู้เลยวา่ เป็ นศาสตร์เพราะมีกฎเกณฑ์
และระบบระเบียบแบบแผน วา่ จะทาอยา่ งไรจึงจะถูกตอ้ ง ส่วนศิลป์ น้นั
คือ ศิลปะในการนวดอยา่ งไรใหเ้ หมาะสม ท้งั 2 อยา่ งน้ีอยทู่ ่ีความรู้
ความชานาญ ปฏิภาณไหวพริบรอบตวั จึงจะใชไ้ ดผ้ ลดีโดยส่วนเดียว
•พนื้ ฐานความรู้ก่อนนวดควรมอี ะไรบ้างครับ
พ้ืนฐานก่อนนวดท่ีเราควรรู้ประการแรก คือ ส่วนต่างๆ ของร่างกายที่เรียกวา่ กายวภิ าคศาสตร์ หมายถึง
ตอ้ งรู้วา่ รูปร่างหนา้ ตาของอวยั วะเป็นอยา่ งไร ส่วนไหนคืออะไร เราจะรู้แบบปัจจุบนั หรือแบบไทยเดิมก็
ได้ ถา้ ไม่รู้กค็ งตอ้ งจาจากคาบอกเล่าต่อๆ กนั มาซ่ึงอาจผดิ พลาดหรือเพ้ยี นได้
ประการที่สอง ตอ้ งรู้เรื่องสรีรวทิ ยา คือ หนา้ ท่ีของอวยั วะต่างๆ วา่ ทางานไดแ้ ค่ไหนอยา่ งไร เช่น ขอ้ ถา้
แผนปัจจุบนั กว็ า่ เคลื่อนไหวไดเ้ ท่าไร กี่องศา ข้ึนลงไดแ้ ค่ไหน สาหรับแผนไทยเดิมเขารู้วา่ ขอ้ ไหนจะ
เคล่ือนไหวไดใ้ นขอบเขตจากดั เพยี งใด เช่น งอเข่า จะงอไดแ้ ค่ไหน ถา้ เข่างอติดกนั ได้ กส็ ามารถนงั่ ยองๆ
ได้ ถา้ งอไม่ติดกจ็ ะมีทางนง่ั ไดเ้ ลย เป็นตน้
•ก่อนทจี่ ะลงมอื นวดรักษาต้องทาอย่างไรบ้างครับ
ในการรักษาโรค ก่อนอื่นเราตอ้ งรู้วา่ เป็นโรคอะไรก่อนใช่ไหม
ครับ มิฉะน้นั กจ็ ะกลายเป็นการเหวย่ี งแห เพราะฉะน้นั จะตอ้ ง
มีการวเิ คราะหโ์ รคก่อนวา่ เป็นโรคอะไร โดยอาศยั การซกั
ประวตั ิและการตรวจร่างกาย
เนื่องจากการรักษาแผนไทยเดิมไม่มีหอ้ งปฏิบตั ิการ
เพราะฉะน้นั การซกั ประวตั ิและตรวจร่างกาย จึงตอ้ งใชค้ วาม
ชานาญอยา่ งมาก จึงจะไดข้ อ้ มลู วา่ คนน้นั เป็นโรคอะไร สาเหตุ
จากอะไร ตาแหน่งท่ีเป็น ระยะที่เป็น เช่นเป็นมานานเท่าไร
ตอนเริ่มเป็นอยู่ เป็นทนั ที หรือค่อยๆ เป็นทีละนอ้ ย การดาเนิน
โรคท่ีผา่ นมามนั ทุเลาเองไดไ้ หม หรือตอ้ งทาอยา่ งไรถึงทุเลา
ส่ิงสาคญั ต่อมา คือ คาแนะนา มีความสาคญั มาก คือวา่ ควร
ปฏิบตั ิตวั อยา่ งไรถา้ ไม่มีคาแนะนาที่ดี เป็นแลว้ กเ็ ป็นอีก น่า
ราคาญมาก คาแนะนากม็ ี 2 อยา่ งคือ 1. สิ่งท่ีควรกระทา 2. ส่ิงที่
พงึ ละเวน้ (ของแสลง)
สิ่งทคี่ วรกระทา เช่น ตอนน้ีควรจะออกกาลงั หรือไม่เพียงใด
ตอ้ งออกกาลงั พอเหมาะ คือ ไม่มากไม่นอ้ ยเกินไป กม้ มากๆ
ไม่เคยเงย กต็ อ้ งออกกาลงั คอหรือหลงั บา้ งเป็นตน้
สิ่งทพี่ งึ ละเว้น หมอแผนไทยเดิมมกั จะหา้ ม หน่อไม้ ขา้ ว
เหนียว ยาแกป้ วด ของดอง เหลา้ เบียร์ เพราะมกั กินเขา้ ไปแลว้
จะทาใหอ้ าการเป็นมากข้ึนหรือกลบั มาเป็นอีก เร่ืองน้ีคนไข้
ตอ้ งสังเกตดว้ ยตวั เอง ก่อนท่ีจะมีอาการเขากินาอะไร และมี
อาการรุนแรงหรือรักษาหายแลว้ ไปกินอะไรเขา้ กม็ ีอาการ
กลบั มาอีก เม่ือทราบแลว้ จะตอ้ งงดกินของน้นั ๆ เป็นตน้
•การนวดมหี ลกั การอย่างไรบ้าง? •การนวดมกี วี่ ธิ คี รับ
หลกั การนวดโดยทวั่ ไปที่ไดร้ วบรวมไวค้ ิดวา่ ควรมี การนวดโดยทวั่ ไปมีอยู่ 2 ลกั ษณะ คือ
ดงั ต่อไปน้ีเป็นอยา่ งนอ้ ย 1. การนวดเฉพาะส่วนที่เป็น
2. นวดท่ีอ่ืนเพอ่ื ส่งผลไปยงั บริเวณที่เป็น
1. ตาแหน่งนวด (จุดนวด) นวดเฉพาะส่วนท่ีเป็น เช่น เวลาปวดเมื่อยท่ีคอ
เป็นตรงไหนควรจะนวดจุดไหน เร่ืองน้ีข้ึนกบั การ หรือลงั แลว้ นวดบริเวณที่ปวดเม่ือยน้นั เลย
วเิ คราะหโ์ รคใหถ้ กู วเิ คราะห์ไม่ถูกกจ็ ะนวดไม่ถุกจุด
2. ท่านวด
หมายถึงท่าของท้งั หมอและคนไข้ ตอ้ งคิดดูวา่ คนไข้
ควรจะนงั่ นอนหงาย หรือนอนตะแคงนวดถึงจะดี
สาหรับการนอนควา่ นวดคงจะไม่เหมาะ อยา่ งเช่น คน
อว้ นจะติดท่ีพงุ หรือผหู้ ญิงจะติดท่ีหนา้ อก ท่านวดน้ีจะ
รวมไปถึงองศาที่ตวั หมอทากบั คนไข้ ที่สาคญั ตอ้ งอยู่
ในท่าที่สบายท้งั หมอและคนไข้
3. แรงทใ่ี ช้นวด
เราควรเร่ิมตน้ จากนอ้ ยไปก่อน และค่อยๆ เพิม่ ข้ึน การ
ออกแรงนวดน้ีเป็นความรู้สึกละเอียดอ่อน จะบอกวา่
เป็นโรคน้ีตอ้ งใชแ้ รงเท่าน้ีไม่ได้ เพราะคนไขค้ นเดียว
แต่ในระยะเวลาท่ีต่างกนั กอ็ าจตอ้ งใชแ้ รงที่ต่างกนั ไป
ดว้ ย
4. เวลาทใี่ ช้นวด (แต่ละจุด)
เราตอ้ งทราบวา่ จะนวดอยนู่ าน หรือนวดเพยี งระยะส้ัน
และเวลาปล่อยจะตอ้ งค่อยๆ ปล่อย ใชเ้ วลาเท่าไร
ไม่ใช่กดป๊ ุบปล่อยป๊ับเพราะคนไขจ้ ะระบม
5. นวดทไ่ี หน (ก่อน-หลงั )
จะกดนวดบริเวณใดก่อนเช่น ตรงคอไหล่เรียงไปตาม
ตาแหน่ง 1 2 3 4 หรือจะเป็น 4 3 2 1 ตอ้ งรู้เช่นกนั วา่
นวดอยา่ งไรใหไ้ ดผ้ ลดีที่สุด
6. การนวดซ้าในแต่ละคราว
เม่ือนวด 1 2 3 4 ไป 1 รอบแลว้ ตอ้ งนวดอีกกี่รอบ อาจ
เป็น 2 รอบ หรือ 3 รอบ ตอ้ งรู้หรือพจิ ารณาให้
เหมาะสม มิฉะน้นั คนไขอ้ าจจะระบม
•เรานาผลดีของการนวดไทยมาประยุกต์ใช้อะไรได้บ้าง
การนามาประยกุ ตใ์ ชน้ ้นั มีมากมาย แต่จะขอกล่าวเฉพาะที่ไม่สลบั ซบั ซอ้ น เช่น
ลดอาการเกร็งตวั ของกลา้ มเน้ือลาย (ปวดหลงั -ปวดเอว) อาการปวดหวั นอนไมห่ ลบั วงิ เวยี น มึนงง ใจสน่ั ปวด
ทอ้ ง ชนิดมีลม (เช่นทอ้ งอืด-ทอ้ งเฟ้ อ) ทอ้ งผกู โรคประสาทปวดหลงั ปวดกา้ นคอกบั ไหล่ ขอ้ แพลง มีอาการปวด
ชาท่ีแขนขา ปวดประจาเดือน รู้สึกไม่มีชีวติ ชีวามึนซึม ทาใหส้ ุขภาพโดยทวั่ ไปดีข้ึน ท้งั น้ีท้งั น้นั จะเห็นไดช้ ดั ใน
รายที่พ้นื ไขใ้ หม่ๆ คือ ฟ้ื นแลว้ ไมฟ่ ้ื นดี กระเต้ืองทีละนิดๆ ถา้ ไดน้ วดถูกจุดดีๆ คนไขก้ น็ อนหลบั กินขา้ วได้ จิตใจ
สบาย ผอ่ งใส กห็ ายไดเ้ ร็วข้ึน ฯลฯ
•ก่อนจาก คุณหมอคิดว่าการนวดไทยจะมบี ทบาทอย่างไร
ต่อชาวบ้าน?
ผมอยากจะพดู วา่ การนวดไทยของเราน้นั เป็นมรดกตกทอด
มาแต่โบราณประเทศของเรา เป็นประเทศเกตรกรรม เม่ือ
คนทางานหนกั ก็มกั จะปวดเมื่อย และผมเช่ือวา่ ในอดีตกค็ ง
ใชว้ ธิ ีการนวด ช่วยแกป้ วดเม่ือยจากการทางาน
ตอ่ มาเม่ือเรารับการแพทยต์ ะวนั ตกเขา้ มา ยาสมยั ใหม่ซ่ึงกม็ ี
ท้งั คุณและโทษ แต่ชาวบา้ นไม่เขา้ ใจ เวลาปวดเมื่อยกอ็ ยาก
ใหห้ ายเร็วๆ หาย 100% เขากไ็ ปหายามากิน ยาบางอยา่ งเป็น
ยาอนั ตราย กไ็ ดร้ ับอนั ตรายจากยาน้นั เช่น เกิดแผลใน
กระเพาะอาหาร เกิดการตกเลือด หรือกดไขกระดูกขดั ขวาง
การสร้างเลือด เกิดการแพย้ า เป็นตน้
ผมคิดวา่ การนวดไทยจะมีส่วนช่วยไดม้ ากในเรื่องน้ี เรา
อาจจะฝึกตอ่ ๆ กนั ใหแ้ ต่ละครอบครัวรู้จกั ช่วยเหลือกนั โดย
ใชก้ ารนวดซ่ึงเป็นวธิ ีธรรมชาติบาบดั อยา่ งหน่ึงสาหรับแกไ้ ข
อาการปวดต่างๆ จากการทางานประจาวนั โดยเฉพาะชาว
ชนบทที่ทางานหนกั และผสู้ ูงอายซุ ่ึงยอ่ มตอ้ งปวดเมื่อยเป็น
ธรรมดา
สาหรับผทู้ ี่สนใจจริงจงั อยากจะใหม้ ีลวดลายไปถึงข้นั มือ
อาชีพกต็ อ้ งฝึกฝนคน้ ควา้ กนั มากข้ึน ซ่ึงตอนน้ีเรายงั ไมม่ ี
แหล่งคน้ ควา้ จริงๆ จงั ๆ ก็คงจะตอ้ งช่วยกนั ร่วมมือร่วมใจก็
คงจะตอ้ งช่วยกนั ร่วมมือร่วมใจใหเ้ กิดขน้ เพ่ือสืบทอดการ
นวดไทยของเราใหเ้ ป็นเอกลกั ษณ์ และสมบตั ิประจาชาติ
ตอ่ ไป ซ่ึงผมขอภาวนาใหถ้ ึงวนั น้นั โดยเร็ว
บรรณาธิการ
นาย จุมพล พลเสน เลขที่ 1 (หาขอ้ มลู )
นางสาว ปุณยธิดา คาแสนเทียะ เลขที่ 3 (พมิ พข์ อ้ มูล)
นางสาว ขตั ิยาภรณ์ สีเหลือง เลขท่ี 15 (หาขอ้ มลู )
นางสาว สุชานาถ พะวงษ์ เลขที่ 16 (หาขอ้ มูล)
นางสาว อจั ฉราภรณ์ แฉลม้ กลุ เลขที่ 17 (หาขอ้ มลู )
นาย เจษฎาภรณ์ จ่าพลุ ี เลขท่ี 27 (เรียบเรียงขอ้ มลู )
นาย ธายกุ ร ตาน เลขที่ 32 (หาขอ้ มูล)
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี4/3
บรรณานุกรม
ตระการ อ.ตระกลู . นวดกลา้ มคลายเสน้ ก่อนและหลงั เล่นกีฬา. กรุงเทพฯ : ศกั ด์ิชนั การพมิ พ,์ 2541.
แทนไท อ.ตระกลู . นวดคลายเส้นบรรเทาปวดเม่ือย. กรุงเทพฯ : ศกั ด์ิชนั การพิมพ,์ 2541.
นายแพทยส์ มภพ สูอาพนั . (2561). นวดไทยแกป้ วดคอ และบ่า. สืบคน้ 30 ตุลาคม 2563,จาก
https://www.youtube.com/watch?v=hVHLSlgE_fc
ไม่ปรากฏช่ือผแู้ ต่ง. (2561). ประโยชนข์ องการนวดแผนโบราณ. (2561). สืบคน้ 24 ตุลาคม 2563,จาก
http://www.yesspathailand.com
ศาสตราจารยน์ ายแพทยก์ รุงไกร. คู่มือการนวดไทย. คร้ังที่6. กรุงเทพฯ : เรือนแกว้ การพมิ พ,์ 2535.
สยามอาชีพ. (2559). นวดแผนไทย นวดแผนโบราณ วธิ ีการนวดแผนไทย และประวตั ิความเป็นมา.
สืบคน้ 24 ตุลาคม 2563,จาก https://www.siamarcheep.com
สุดารัตน์ แซ่ภู่. (2560). ประเภทของการนวดแผนไทย. สืบคน้ 25 ตุลาคม 2563,จาก
https://sites.google.com
สรรเสริญ ปอ. (2560). ความเป็นมาของศาสตร์การนวดแผนไทย. สืบคน้ 24 ตุลาคม 2563,จาก
https://portal.weloveshopping.com
สมยศ พนั ธุ์ทอง. (2559). วธิ ีการนวดแขน. สืบคน้ 30 ตุลาคม 2563,จาก
https://www.youtube.com/watch?v=FsOlLpUTLFk
ไม่ปรากฏชื่อผแู้ ต่ง. (2560). วธิ ีนวดแผนโบราณ. สืบคน้ 24 ตุลาคม 2563,จาก http://www.ok-yes.com