แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 7
กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชา คณติ ศาสตร์ รหัสวิชา ค 13101
ช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนรู้ : การหาร เวลา 1 ชั่วโมง
เรอื่ ง : การหารลงตวั ของการหารทีต่ ัวตง้ั เปน็ จานวนสามหลักและตวั หารเป็นจานวนหนึ่งหลกั
ผ้สู อน นางสาวลกั ษณา ขนุ จนั ทร์ โรงเรยี นวัดหนิ ดาษ (กระแส บุญชู อุทิศ)
มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้วี ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวน
ผลท่เี กิดขึน้ จากการดาเนนิ การ สมบตั ขิ องการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตวั ชว้ี ดั
ค 1.1 ป.3/7 หาค่าของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณแ์ สดงการหารทีต่ ัวต้งั ไม่เกนิ 4 หลัก
ตวั หาร 1 หลัก
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายการหารลงตวั ของการหารท่ตี ัวตั้งเป็นจานวนสามหลกั และตัวหารเปน็ จานวนหนงึ่ หลัก (K)
2. แสดงวธิ ีหารยาวและหารส้ันของการหารลงตวั ของการหารที่ตัวตัง้ เป็นจานวนสามหลกั และตัวหาร
เปน็ จานวนหน่ึงหลัก (P)
3. มีความกระตือรอื รน้ ในการเขา้ ร่วมกจิ กรรม (A)
บูรณการคุณธรรม
1.วนิ ยั (ต้งั ใจเรยี น)
2.ความรบั ผดิ ชอบ (งานสาเรจ็ ลุลว่ ง ส่งงาน)
3.จติ อาสา (ช่วยสอนเพื่อน)
4.ความพอเพยี ง (ใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์ประหยัด รูค้ ุณคา่ )
สาระสาคญั
การหารท่ตี ัวตั้งเปน็ จานวนสามหลักและตวั หารเปน็ จานวนหน่ึงหลกั หารไดโ้ ดยนาตวั หารไปหารตวั ตัง้
ทีละหลกั จากทางซ้ายสดุ ไปทางขวา มวี ิธกี ารหาร 2 วิธี คือ การหารยาว ตอ้ งแสดงวธิ ีทาทกุ ขั้นตอน
จนกว่าจะได้คาตอบ และการหารส้ัน คิดเชน่ เดยี วกบั วธิ ีหารยาว แตไ่ มต่ ้องแสดงขนั้ ตอนการหาร
สาระการเรียนรู้
การหารลงตัวของการหารท่ีตัวตัง้ เปน็ จานวนสามหลกั และตวั หารเปน็ จานวนหน่งึ หลัก
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
- การคิดวิเคราะห์
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ใฝ่เรยี นรู้
คาถามสาคัญ
นกั เรียนมีวธิ กี ารหรือข้นั ตอนใดอีกบ้างท่ชี ่วยใหห้ าผลหารได้ถูกต้องและรวดเรว็
ประเด็นท้าทาย
การพฒั นาทกั ษะกระบวนการคิดคานวณทางคณติ ศาสตร์โดยใช้ กบั เทคนิคการสอนแบบ Active Learning
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
•ข้นั •สงั•เก•ต ร•วบ• ร•วม•ข้อ•มูล• (G• a•th•eri•ng•)
1. นักเรยี นทบทวนความรเู้ รื่อง การหารทตี่ วั ต้ังเปน็ จานวนสองหลักและตวั หารเปน็ จานวนหน่งึ หลัก
โดยกาหนดโจทย์ 24 ÷ 6 = (4) ผู้แทนนักเรยี นออกมาหาผลหาร นักเรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
2. นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยใชค้ าถามกระตุ้นความสนใจ ดังนี้
นกั เรยี นมวี ิธีการหรอื ข้ันตอนใดอกี บ้างที่ชว่ ยให้หาผลหารได้ถูกต้องและรวดเรว็
3. นกั เรยี นศกึ ษา รวบรวมขอ้ มูลเกย่ี วกบั การหารทตี่ ัวต้งั เป็นจานวนสามหลกั และตวั หาร
เปน็ จานวนหน่งึ หลัก จากแหลง่ การเรียนรทู้ ่ีหลากหลาย เช่น จากการสังเกต การรว่ มสนทนากับ
เพอ่ื นในช้ันเรยี น จากหนงั สือเรียนหรืออนิ เทอร์เน็ต
•(ขGัน้•aคt•ิดhวe•ิเrคinร•gา)ะ•ห์แ•ล•ะส•รุป•คว•าม•รู้ •(P•ro•ce•ssi•ng•)
4•. ผ•แู้ ทนนกั เรยี น 2 คน ออกมาหยบิ หลอดจานวน 125 อัน ท่วี างไว้บนโต๊ะ ใสก่ ล่อง 5 กลอ่ ง
โดยในแตล่ ะกล่องต้องมหี ลอดเท่ากัน นักเรยี นชว่ ยกนั หยบิ หลอดจนหมด แล้วใหเ้ พื่อนในชั้นเรียนช่วยกันนบั ว่า
ผ้แู ทนนักเรยี นหยบิ หลอดใสก่ ล่อง กลอ่ งละกหี่ ลอด (25 หลอด) แสดงว่าหลอด 125 หลอด แบง่ ใส่กล่อง
5 กลอ่ งเทา่ ๆ กัน จะไดก้ ลอ่ งละกหี่ ลอด (25 หลอด)
จากนัน้ นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นว่าการหยบิ หลอด 125 หลอด ใส่กลอ่ ง 5 กลอ่ ง
กล่องละเทา่ ๆ กนั จะได้กลอ่ งละก่ีหลอด สามารถคานวณหาคาตอบไดโ้ ดยวิธใี ด (การหาร)
ผู้แทนนกั เรยี นออกมาเขียนประโยคสญั ลักษณ์แสดงการหาร (125 ÷ 5 = )
5. นักเรียนพิจารณาตารางหน่วย ตารางสบิ และตารางร้อยบนกระดานเทา่ กบั จานวนของหลอด คือ
125 ดงั นี้
จากนน้ั ผแู้ ทนนกั เรยี นเขยี นประโยคสัญลกั ษณ์ คอื 125 ÷ 5 = และร่วมกนั ตอบคาถาม
ดังนี้
การหาคาตอบวา่ 125 ÷ 5 เท่ากับเท่าไรทาได้อย่างไร (นับลด 5 ครงั้ ครัง้ ละเท่า ๆ กัน)
จากตารางร้อย สามารถนบั ลดไดท้ ันทหี รือไม่ (ไม่) เพราะอะไร
(เปน็ ตารางร้อยแยกออกไม่ได้ ต้องกระจายใหเ้ ปน็ ตารางสบิ ก่อน) ครเู ปล่ยี นตารางรอ้ ยเป็นตารางสบิ
จากนั้นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยใช้คาถามกระตนุ้ ความคิด ดงั น้ี
บนกระดานมีตารางสิบก่ีอนั (12 อัน) มีตารางหน่วยก่ีอนั (5 อัน)
เมื่อต้องการแบ่งเปน็ 5 กอง กองละเทา่ ๆ กัน ควรเริม่ แบ่งตารางสิบก่อน
หรือแบ่งตารางหน่วยกอ่ น (ตารางสิบกอ่ น)
แบ่งตารางสิบเปน็ 5 กอง ดังนี้
นกั เรยี นร่วมกนั พจิ ารณาและตอบคาถาม ดังน้ี
เมอ่ื แบ่งตารางสิบออกเปน็ 5 กอง จะได้กองละกีส่ บิ (2 สิบ)
มีตารางเหลืออยูจ่ านวนเท่าไร (2 สิบ กบั 5 หน่วย)
ควรทาอยา่ งไร (กระจาย 2 สบิ กบั 5 หน่วย เป็น 25 หน่วย เพอื่ ให้แบ่งได้)
ผแู้ ทนนกั เรียนแบ่งเปน็ ตารางหน่วย แล้วจดั ใส่กอง ดงั นี้
นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ วา่ การแบง่ ตารางร้อยเป็น 10 สบิ และแบง่ ตารางสิบเป็น 20 หน่วย
ทาให้สามารถจัดตารางหนว่ ยใส่ 5 กอง ไดก้ องละ 25 หนว่ ย
6. ผ้แู ทนนักเรียนนาตารางทง้ั หมดออก แตย่ งั คงมีประโยคสัญลกั ษณ์ 125 ÷ 5 = บนกระดาน
แลว้ รว่ มกันแสดงความคิดเห็นว่าถ้าตอ้ งการหาคาตอบโดยไม่นบั หลอด และใช้ตารางหน่วย ตารางสิบ
ตารางรอ้ ยจะมวี ธิ ีการใด
จากน้นั ร่วมกันอภปิ รายว่า การหารจานวนท่ีมตี ัวต้ังเป็นจานวนทม่ี สี ามหลกั ข้ึนไป สามารถแสดงวธิ ที า
เปน็ การหารยาวและหารสนั้ ได้
7. นกั เรียนพิจารณาแถบแสดงวิธีการหารยาว ดงั น้ี
วิธีหารยาว
25
5 125
10 5 ไปหาร 1 ในหลกั ร้อยไมไ่ ด้ กระจายเป็น 10 สบิ รวมกับ 2 สิบ เปน็ 12
25 สบิ
25 5 หาร 12 สบิ ได้ 2 สิบ เหลือ 2 สบิ รวมกับ 5 หน่วย เปน็ 25 หนว่ ย
0 5 หาร 25 หน่วย ได้ 5
ดังน้ัน 125 ÷ 5 = 25
นกั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การหารยาว โดยใช้คาถามกระตุ้นความคิด ดงั น้ี
เร่ิมหารจากหลกั ใดก่อน (หลกั ด้านซา้ ยแลว้ จึงหารหลักต่อไปทางขวา)
จานวนท่เี หลือจากการหารคร้ังแรกจะทาอย่างไร (นามารวมกบั จานวนหลกั ต่อไปทางขวาแล้วหารตอ่ )
จะตรวจคาตอบได้อย่างไร (นา 5 × 25 = 125 แสดงวา่ ถกู ต้อง)
จากนน้ั นักเรียนพจิ ารณาแถบแสดงวิธกี ารหารสั้น ดังนี้
5 125 วิธคี ิดเชน่ เดยี วกบั วิธีหารยาว
25 5 แตไ่ มต่ ้องแสดงขน้ั ตอนการหาร
ตอบ ๒๕
นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกบั การหารสั้น โดยใช้คาถามกระตนุ้ ความคิด ดงั น้ี
เรมิ่ หารจากหลกั ใดก่อน (หลกั ด้านซ้ายแล้วจึงหารหลกั ต่อไปทางขวา)
คาตอบที่ได้เท่ากับวธิ ีหารยาวหรอื ไม่ (เทา่ กัน)
วิธหี ารสนั้ แตกตา่ งจากวธิ หี ารยาวอย่างไร (ไมต่ ้องแสดงขั้นตอนการหาร)
• ข• น้ั •ปฏ•ิบตั•ิแล• ะส• รปุ• ค•วา•มร•ู้หล•ังก•าร•ปฏ•บิ •ตั ิ (•A•pp•ly•ing• a•nd• C•on•st•ruc•tin• g•th•e •Kn•ow• le•dg•e)•
•8.• น•ักเร•ยี น• แบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 3-4 คน ผแู้ ทนนกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมาจับสลากแถบโจทย์
แลว้ แต่ละกล่มุ ชว่ ยกันหาผลหาร โดยวธิ กี ารหารยาวและวิธหี ารส้ัน ลงในกระดาษเปลา่ จากนั้นสลับผลงาน
กับกลุม่ อืน่ เพื่อร่วมกนั ตรวจสอบและแกไ้ ขให้ถูกต้อง
ตวั อยา่ งแถบโจทย์
765 ÷ 3 = , 854 ÷ 7 =
กจิ กรรมนส้ี ร้างเสริมทักษะศตวรรษท่ี 21 ดา้ นการรว่ มมอื ทางานเป็นทีม
9. นักเรียนรว่ มกนั สรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรรู้ ่วมกนั ดงั นี้
การหารทตี่ วั ตง้ั เปน็ จานวนสามหลักและตวั หารเป็นจานวนหนง่ึ หลกั หารไดโ้ ดยนาตัวหาร
ไปหารตัวต้งั ทีละหลักทางซ้ายสดุ ไปทางขวา มีวิธีการหาร 2 วธิ ี คือ การหารยาว ตอ้ งแสดงวธิ ที า
ทุกข้ันตอนจนกวา่ จะได้คาตอบ และการหารสัน้ คิดเช่นเดยี วกบั การหารยาว แตไ่ มต่ ้องแสดงขัน้ ตอนการหาร
• ข•้ันส•อื่ ส•าร•แล•ะน•าเ•สน•อ •(A•pp•ly•ing• th• e•C•om• m• u•nic•at•ion• S•ki•ll)•
1•0•. นักเรียนออกมานาเสนอผลงานการหารลงตวั ของการหารท่ีตัวต้ังเป็นจานวนสามหลักและตวั หาร
เป็นจานวนหนง่ึ หลกั โดยมนี ักเรียนและครรู ่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
11.นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายสรุปเก่ียวกับวิธีการทางานให้เหน็ การคดิ เชงิ ระบบและวธิ ีการทางาน
ที่มแี บบแผน
• ข•ั้นป•ระ•เม•ินเ•พ่อื •เพ•่ิมค•ุณ•คา่ •บร•ิกา•รส•ังค•มแ•ละ•จ•ิตส•าธ•าร•ณะ• (S•el•f-R•eg•u•lat•ing•)
1•2.•นัก•เร•ียนนาความรู้ไปช่วยสอนเพอื่ นทย่ี งั ไม่เข้าใจเกยี่ วกับการหารลงตวั ของการหารท่ีตวั ต้ัง
เป็นจานวนสามหลกั และตวั หารเป็นจานวนหนงึ่ หลกั ใหเ้ กิดความเข้าใจย่ิงขน้ึ
13.นักเรยี นประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรูส้ ึกหลังการเรยี นและหลังการทากจิ กรรม
ในประเด็นต่อไปน้ี
• ส่ิงทน่ี กั เรียนไดเ้ รียนรู้ในวันน้ีคอื อะไร
• นักเรยี นมสี ว่ นร่วมกจิ กรรมในกล่มุ มากน้อยเพยี งใด
• เพอ่ื นนกั เรยี นในกลุม่ มสี ว่ นรว่ มกิจกรรมในกลมุ่ มากน้อยเพยี งใด
• นกั เรยี นพงึ พอใจกบั การเรยี นในวนั นี้หรอื ไม่ เพยี งใด
• นกั เรียนจะนาความรู้ท่ไี ด้นไ้ี ปใช้ให้เกดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั และสงั คมทั่วไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้ันแลกเปลี่ยนตรวจสอบขน้ั ตอนการทางานทกุ ขนั้ ตอนวา่ จะเพ่ิมคุณคา่ ไปสู่สังคม
เกิดประโยชนต์ ่อสังคมให้มากข้นึ กว่าเดมิ ในขน้ั ตอนใดบ้าง สาหรับการทางานในครั้งต่อไป
สื่อการเรียนรู้/แหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนรายวิชาพน้ื ฐาน คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
ของสถาบันพัฒนาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.)
2. แบบฝึกหัดรายวิชาพนื้ ฐาน คณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3
ของสถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.)
3. ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้พฒั นาการคิดวเิ คราะห์ คณิตศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 เลม่ 1
ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวชิ าการ (พว.)
4. หลอด
5. กล่องเปล่า 5 กล่อง
6. ตารางหน่วย ตารางสบิ ตารางร้อย
7. แถบโจทย์การหาร
8. แหล่งการเรยี นรูท้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมนิ การเรียนรู้
1. ประเมินความรู้ เร่ือง การหารลงตวั ของการหารทตี่ ัวตัง้ เปน็ จานวนสามหลกั และตัวหาร
เป็นจานวนหนึ่งหลกั (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทางานกลมุ่ (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นใฝเ่ รยี นรู้ (A) ด้วยแบบประเมนิ
แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมนิ กระบวนการทางานกล่มุ
รายการการประเมนิ ระดับคุณภาพ
กระบวนการ 432 1
ทางานกลุ่ม
มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด
บทบาทสมาชิก
สมาชิกชดั เจน สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ และไม่มกี ารชีแ้ จง
เปา้ หมาย สมาชกิ
และมกี ารชีแ้ จงเป้าหมาย มกี ารช้แี จงเป้าหมาย ไม่มีการชี้แจงเปา้ หมาย ตา่ งคนต่างทางาน
การทางาน อยา่ งชดั เจนและ อยา่ งชดั เจน
มีการปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั งิ านร่วมกนั ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกนั
อย่างรว่ มมอื รว่ มใจ แตไ่ มม่ กี ารประเมนิ ไม่ครบทกุ คน
พร้อมกับการประเมนิ เป็นระยะ ๆ
เป็นระยะ ๆ
แบบวัดผลจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ลาดับที่ ช่อื -สกลุ 1 2 3
1 เดก็ ชายหน่ึง เจยี ง
2 เด็กชายธนพล เทศสวา่ ง
3 เดก็ ชายธนาธิป ธานี
4 เด็กชายปฐมพร วงคก์ าภู
5 เด็กชายทนิ ภัทร สวดสวสั ด์ิ
6 เดก็ ชายพุฒิพงศ์ เพียรพยุงพงษ์
7 เดก็ ชายณฐภัทร ป่นิ กุล
8 เด็กชายธนวฒั น์ ดวงจิตร
9 เดก็ ชายวรายุทธ ทรัพยส์ นิ
10 เดก็ ชายเสรี วงกาภู
11 เดก็ ชายเอกพล ดอกไม้เพ็ง
12 เดก็ ชายสุรชยั แสงแกว้
13 เดก็ หญงิ ดาริ เฮน
14 เดก็ หญงิ ทิต ซือเกน
15 เด็กหญิงบดั โบว์
16 เดก็ หญิงกรชวัล ศรสุนทร
17 เดก็ หญิงกชกร สุวรรณ์
18 เดก็ หญงิ ทัชชนนั ท์พร ทบั เรอื ง
19 เดก็ หญงิ กมลพร ศรสนุ ทร
20 เด็กหญิงกฤษฎิน์ ชิ า ชาวนา
21 เด็กหญิงจูเลยี สิงหากุล
22 เด็กหญิงชญานศิ มานจุ า
23 เด็กหญิงสติมา พิสภริ มย์
24 เด็กหญงิ หนง่ึ ธิดา เสนห่ ด์ ี
ลงช่ือ......................................................ผู้ประเมนิ
(นางสาวลกั ษณา ขนุ จันทร์)
บันทกึ หลังสอน
ผลการจดั การเรียนการสอน
ปญั หาและอปุ สรรค
ข้อเสนอแนะ/แนวทางการแก้ไข
ลงชอื่ ..................................................
(นางสาวลกั ษณา ขนุ จนั ทร)์
ครู คศ.1
วันที่ ................./................../.................
ความคิดเหน็ ของผู้บริหารหรือผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
ลงชอ่ื ..................................................
(นายอดลุ ย์ บุญชว่ ย)
ผู้อานวยการโรงเรยี นวัดหินดาษ
วนั ท่ี ................./................../................