นิทานพื้นบ้าน
ปลาบู่ทอง
4/8
สารบัญ
ประเภท 1
เนื้อหา
2-4
สรุป,ข้อคิด
5
จัดทำโดย 6
ประเภท
เป็ นนิทานพื้นบ้านทางภาคกลางของไทย
นิทานเข้าแบบของไทยเท่าที่ได้มีผู้รวบรวม
ไว้มี ๒ ประเภทคือ นิทานไม่รู้จบ และ
นิทานลูกโซ่ นิทานไม่รู้จบ และนิทานลูกโซ่
ตามท้องถิ่นต่างๆ ยังม
ีการรวบรวมไว้น้อย
จึงขอยกตัวอย่างมาให้ดูประเภทละ ๑
เรื่อง ซึ่งเป็นนิทานพื้นบ้านจากภาคกลาง
เนื้อหา
เศรษฐีทารก (ทาระกะ) ผู้มีอาชีพจับปลามีภรรยา 2 คน คนแรกชื่อ
ขนิษฐา มีลูกสาวชื่อ เอื้อย ส่วนคนที่สองชื่อ ขนิษฐี มีลูกสาวชื่อ อ้าย
และ อี่ วันหนึ่งเศรษฐีทารกพาขนิษฐาไปจับปลาในคลอง ไม่ว่าจะเหวี่ยง
แหไปกี่ครั้งก็ได้มาเพียงปลาบู่ทองที่ตั้งท้องตัวเดียวเท่านั้น จนกระทั่ง
พลบค่ำเศรษฐีก็ตัดสินใจที่จะเอาปลาบู่ทองที่จับได้เพียงตัวเดียวกลับ
บ้าน ทว่าขนิษฐาผู้เป็นภรรยาเกิดความสงสารปลาบู่ ขอให้เศรษฐีปล่อย
ศปลพาลไงปคเลศอรงษฐีทารกเกิดบันดาลโทส
ะจึงฟาดนางขนิษฐาจนตายและทิ้ง
เมื่อกลับถึงบ้านเอื้อยก็ถามหาแม่ เศรษฐีจึงตอบไปว่าแม่ของเอื้อยได้
หนีตามผู้ชายไป และจะไม่กลับมาบ้านอีกแล้ว นับตั้งแต่วันนั้นขนิษฐีผู้
เป็นแม่เลี้ยงของเอื้อย และอี่กับอ้ายน้องสาวทั้งสองก็กลั่นแกล้งใช้งาน
เอื้อยเป็ นประจำโดยที่เศรษฐีทารกไม่รับรู้และไม่สนใจ
เอื้อยคิดถึงแม่มากจึงมักไปนั่งร้องไห้อยู่ริมท่าน้ำ และได้พบกับปลาบู่
ทองซึ่งเป็นนางขนิษฐากลับชาติมาเกิด เมื่อเอื้อยรู้ว่าปลาบู่ทองเป็นแม่
ก็ได้นำข้าวสวยมาโปรยให้ปลาบู่ทองกิน และมาปรับทุกข์ให้ปลาบู่ทอง
ฟั งทุกวัน
เอื้อยเก็บเมล็ดมะเขือที่เหลือไปฝั งดินและอธิษฐานให้แม่ไป
เกิดเป็นต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองในป่า และไม่ให้ผู้ใดสามารถโค่น
ทำลาย หรือเคลื่อนย้ายต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้
วันหนึ่งพระเจ้าพรหมทัตเสด็จประพาสป่าได้พบกับต้นโพธิ์
เงินโพธิ์ทอง โปรดให้นำเข้าไปปลูกในวัง แต่ไม่มีผู้ใดสามารถ
เคลื่อนย้ายต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้ พระเจ้าพรหมทัตจึง
ประกาศว่าผู้ใดที่เคลื่อนย้ายต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้จะให้
รางวัลอย่างงาม
ขนิษฐีและอ้ายกับอี่เข้าร่วมลองถอนต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองด้วย
แต่ไม่สำเร็จ เอื้อยขอลองบ้างและอธิษฐานจิตบอกแม่ว่าขอ
ย้ายแม่เข้าไปปลูกในวัง เอื้อยจึงถอนต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้
สำเร็จ
มื่อเอื้อยกลับมาบ้าน นางขนิษฐีก็ได้แกล้งนำกระทะน้ำเดือดไปวางไว้
ใต้ไม้กระดานเรือน และทำกระดานกลไว้ เมื่อเอื้อยเหยียบกระดานกล
ก็ตกลงในหม้อน้ำเดือดจนถึงแก่ความตาย ขนิษฐีให้อ้ายปลอมตัว
เป็ นเอื้อยและเดินทางกลับไปยังวังของพระเจ้าพรหมทัต
พระฤๅษีตรวจดูด้วยญานพบว่านกแขกเต้าคือเอื้อยกลับชาติมาเกิด
จึงเสกให้เป็นคนตามเดิม และวาดรูปเด็กเสกให้มีชีวิตเพื่อให้เป็นลูก
ของเอื้อย เมื่อเด็กนั้นโตขึ้นก็ขอเอื้อยเดินทางไปหาบิดา เอื้อยจึงเล่า
เรื่องทั้งหมดให้บุตรชายฟั งร้อยพวงมาลัยเพื่อให้บุตรชายนำไปให้
พระเจ้าพรหมทัต
เมื่อพระเจ้าพรหมทัตได้พบกับบุตรชายของเอื้อยและพวงมาลัย ก็ขอ
ให้เด็กชายเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟั งว่าได้มาลัยมาอย่างไร เด็กชายก็เล่า
ตามที่เอื้อยเล่าให้ฟั ง เมื่อทราบเรื่องทั้งหมดแล้วพระเจ้าพรหมทัตก็สั่ง
ประหารชีวิตอ้าย อี่ และขนิษฐี และไปรับเอื้อยเพื่อให้กลับมาครอง
บัลลังก์ร่วมกันอีกครั้ง
สรุป
เป็นเรื่องราวความรักความผูกพันของแม่ลูก ซึ่งเมื่อแม่ตกน้ำได้ไป
เกิดเป็นปลาบู่ เพื่อจะได้อยู่ใกล้เอื้อยผู้เป็นลูกสาว แต่ก็ถูกกลั่นแกล้ง
จากแม่เลี้ยงและลูกๆ ทำให้ปลาบู่ตาย ต้องไปเกิดเป็นต้นมะเขือ ต้น
โพธิ์ ต่อมาเอื้อยอภิเษกสมรสกับพระราชา แม่เลี้ยงต้องการให้ลูกของ
ตนเป็นพระมเหสี จึงหลอดเอื้อยให้กลับมาเยี่ยมบ้าน เอื้อยหลงกล
เหยียบกระดาษตกลงไปในอ่างน้ำเดือด และตายแล้วไปเกิดเป็นนก
แขกเต้า ฤาษีชุบนกแขกเต้าให้เป็นคน ต่อมาพระราชาทราบความจริง
จึงสั่งให้ลงโทษอ้ายลูกแม่เลี้ยง และเอื้อยขออภัยโทษ พร้อมกับรับพ่อ
แม่เลี้ยง และอี่ มาอยู่ในเมืองอย่างมีความสุข
ข้อคิด
ข้อคิดจากนิทานเรื่องปลาบู่ทอง คิดดี ทำดี ต้องได้ดี
การให้อภัยซึ่งกันและกันทำให้จิตใจเราเป็นสุข ควร
พอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ อย่าอิจฉาริษยาคนที่ได้ดี
กว่า แม้เราจะถูกกลั่นแกล้งอย่างไร ก็ควรจะอดทนไม่
ตอบโต้เขาไป มีความกตัญญู
จัดทำโดย
น.ส.ฆิณพร ศรีงามเมือง เลขที่5 ม.4/8
น.ส.รัตศุภา รวบรัด เลขที่7 ม.4/8