ท่รี ะลึกงานพระราชทานเพลงิ ศพ พระเทพรัตนโมลี (ขมิ อิสฺสรธมฺโม ป.ธ.๕)
ค�ำไวอ้ าลยั เจา้ คุณพระอาจารย์ “หลวงน้า”
เจ้าคุณพระเทพรัตนโมลี (ขิม อ่ิมงาม) หรือเจ้าคุณอาจารย์หลวงน้า
เป็นญาติพระผู้ใหญ่ของหลานๆ ที่เรียกกันติดปากว่า “หลวงน้า” ได้น�ำบุตร
ของพ่ีสาวซึ่งเป็นหลานมาอุปการะ เลี้ยงดู ตั้งแต่ยังเล็ก ส่งเสียให้เรียนหนังสือ
และอบรมส่ังสอนให้เป็นเด็กดี สมัยยังเป็น “พระมหา” จนหลาน ๆ ทุกคนเม่ือ
จบจากการศึกษา ได้ออกจากวัดไปประกอบอาชีพท่ีม่ันคง จนเกษียณอายุราชการ
รวมท้ังตัวกระผมด้วย ซ่ึงครอบครัวทั้งสองมีผู้ใหญ่ (ตา-ยาย) นับถือเป็นญาติกัน
มีบ้านอยู่ใกล้กัน คือ คลองบางกระบือ ต�ำบลบางแม่นาง อ�ำเภอบางใหญ่ จังหวัด
นนทบุรี โดยมาอาศัยอยู่เพ่ือศึกษาเรียนหนังสือ ต้ังแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ได้ให้ความ
เมตตา อุปการะ เล้ียงดู อบรมสั่งสอนเป็นอย่างดีทุกด้าน จนท�ำให้ชีวิตของกระผม
ที่มาจากศูนย์ได้มีอาชีพการงานที่มั่นคง รับราชการทหาร ได้รับพระราชทานยศ
ทหารคร้ังสุดท้ายเป็น “พันโท” ก่อนเกษียณอายุราชการ ซ่ึงพระคุณ บุญคุณน้ัน
ใหญ่หลวงยิ่งนัก ต่อหลาน ๆ ทุกคน และศิษย์ผู้ใกล้ชิดท่ีน�ำมาอุปการะเล้ียงดู
ทุกคน เจ้าคุณอาจารย์เคยบอกกับกระผมทุกคร้ง ที่ได้น�ำสมาชิกชมรมมา
ถวายสักการะในโอกาสวันส�ำคัญทางศาสนา และวันท�ำบุญคล้ายวันเกิด เจ้าคุณ
อาจารยบ์ อกวา่ “อยา่ ทงิ้ วดั นะ” เนอื่ งจากทราบวา่ สมาชกิ ชมรมทกุ คน ทกุ รนุ่ เปน็ ศษิ ย์
วดั ทแี่ ทจ้ รงิ สว่ นมากมาจาก พระ-เณร ทไี่ ดล้ าสกิ ขาไปแลว้ และศษิ ยว์ ดั ทม่ี าอาศยั เปน็
ลูกศิษย์พระ ท่ีเคยอบรมสั่งสอนมาท้ังน้ัน กระผมในฐานะประธานชมรมศิษย์
วัดอนงคาราม และสมาชิกชมรมทุกคน ขอน้อมรับค�ำสั่งจะยึดถือปฏิบัติ เพ่ือ
ทดแทนบุญคุณของวัด ที่สมาชิกชมรมได้เคยมาอาศัยอยู่ เป็นท่ีพักพิง ได้ศึกษา
เรียนหนังสือ และส�ำเร็จการศึกษา ได้ออกจากวัดไป เพ่ือประกอบอาชีพการงาน
(99)
ทีร่ ะลึกงานพระราชทานเพลงิ ศพ พระเทพรตั นโมลี (ขิม อสิ สฺ รธมฺโม ป.ธ.๕)
ท่ีมั่นคง มีชีวิตครอบครัวท่ีอบอุ่นในบ้ันปลายของชีวิต ซ่ึงพระคุณบุญคุณของ
วัดอนงคาราม และค�ำส่ังสอนของเจ้าคุณพระอาจารย์น้ัน มีพระคุณอันใหญ่หลวง
ยิ่งนัก กระผมและสมาชิกชมรมทกุ คน มอิ าจลืมบญุ คณุ ครัง้ นไ้ี ปได้
สดุ ทา้ ยนี้ ขอบุญกศุ ลที่เจา้ คณุ อาจารย์ “หลวงน้า” ท่ีได้ส่งั สมอบรมบำ� เพ็ญ
มาตลอด ตั้งแต่ต้นจนอวสานแห่งชีวิต และบุญกุศลท่ีญาติและหลานๆ พร้อมศิษย์
ผู้ใกล้ชิด และสมาชิกชมรมศิษย์วัดอนงคาราม ที่ได้ร่วมบ�ำเพ็ญกุศลถวายให้
ในคราวนี้ โปรดอ�ำนวยผลให้เจ้าคุณอาจารย์ทราบ และได้อนุโมทนา สาธุการ
ขอให้ได้รับความสุขย่ิง ๆ ขึ้นไป ตามสมควรแก่คติวิสัยในสัมปรายภพนั้น ๆ
ด้วยเทอญ.
พนั โท
(กวี อบนวล)
ประธานชมรมศษิ ย์วัดอนงคาราม
(100)
ทร่ี ะลึกงานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรัตนโมลี (ขมิ อสิ สฺ รธมฺโม ป.ธ.๕)
ค�ำไวอ้ าลยั
พระเทพรัตนโมลี อดีตเจ้าอาวาสวัดอนงคาราม เป็นพระเถระที่คณะ
ศิษยานุศิษย์ภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก เน่ืองจากพระเดชพระคุณเป็นผู้มีสติปัญญา
ลำ้� เลิศ มีความกลา้ หาญ ไหวพริบปฏภิ าณดี มองการณ์ไกล และน�ำความเจรญิ มาสู่
วดั อนงคารามหลายดา้ น โดยการทำ� หนา้ ทเี่ ปน็ ผอู้ ำ� นวยการศนู ยศ์ กึ ษาพระพทุ ธศาสนา
วันอาทิตย์ วัดอนงคาราม ผู้จัดการและผู้บริหารโรงเรียนสตรีวุฑฒิศึกษา โรงเรียน
การกุศลของวัด ประธานมูลนิธิแถม-สร้อย ชอบฝึก ผู้จัดการฌาปนสถานและ
เลขาธิการส�ำนักบริหารการศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์แห่งประเทศไทย
ในพระสงั ฆราชปู ถัมภ์ แตล่ ะตำ� แหน่งไดท้ ุ่มเททัง้ แรงกาย แรงใจ แรงสตปิ ัญญา และ
แรงทรพั ย์ จนงานต่าง ๆ เจริญรุง่ เรืองและมั่นคงเปน็ ท่ีปรากฎแกท่ ่านพุทธศาสนิกชน
โดยทว่ั ไป
พระเดชพระคุณเป็นนักสังคมสงเคราะห์ ร่วมกับคณะพระอาจารย์และ
นักเรียนศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดอนงคาราม อุบาสกและอุบาสิกา
ที่เล่อื มใสศรัทธา ไดน้ ำ� เครอ่ื งอุปโภคบรโิ ภคไปมอบแกเ่ ด็กกำ� พรา้ พกิ าร และคนชรา
บ้านปากเกร็ด อ�ำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทุบรี จัดหาทุนและอุปกรณ์การศึกษา
ไปมอบให้กับนักเรียนในถิ่นทุรกันดาน ณ โรงเรียนในเขตจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย
และแม่ฮ่องสอน เป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน และได้จัดสร้างโรงพยาบาลชุมชน
เพ่ือเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ ต�ำบลห้วยหม้อ
อำ� เภอดอยสะเกด็ จงั หวดั เชยี งใหม่ จงึ นบั ไดว้ า่ ไดท้ ำ� ตามพระราชปณธิ านของสมเดจ็
พระมหติ ลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทีว่ ่า
(101)
ที่ระลึกงานพระราชทานเพลงิ ศพ พระเทพรตั นโมลี (ขิม อิสสฺ รธมโฺ ม ป.ธ.๕)
“ขอให้ถอื ประโยชน์สว่ นตัวเปน็ กจิ ทส่ี อง
ประโยชนข์ องเพ่ือนมนุษย์เป็นกิจทห่ี นงึ่
ลาภ ทรพั ย์ และเกียรตยิ ศจะตกแกท่ ่าน
ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชพี ไว้ใหบ้ ริสุทธิ์”
เป็นผู้มองกวา้ ง คิดไกล ใฝส่ งู และยอมรับความคดิ เห็นและการสรา้ งงานของ
พระภิกษุหนุ่มและสามเณรโดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้จัดต้ังชมรมสามเณร
การจัดงานวันสามเณร การจัดต้ังชมรมวาทศิลป์ ท้ังของวัดอนงคาราม และศูนย์
ศกึ ษาพระพทุ ธศาสนาวนั อาทติ ย์ วดั อนงคาราม ชมรมนาฏศลิ ป์ การสอนธรรมศกึ ษา
การอบรมพิเศษภาคฤดูร้อน การแข่งขันการสวดมนต์หมู่ สรรเสริญพระรัตนตรัย
ท�ำนองสรภัญญะ และการประกวดบรรยายธรรม เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา
จนกจิ กรรมตา่ ง ๆ กระจายไปทัว่ ประเทศ นา่ เคารพนา่ เจรญิ ใจ รจู้ ักการเจรจา อดทน
ต่อถ้อยค�ำวิพากย์วิจารณ์ สามารถอธิบายเรื่องท่ียุ่งยากซับซ้อนให้เป็นเรื่องง่าย
และไม่ชกั จูงไปในทางท่ีเส่ือมเสยี ดังค�ำประพันธ์ทว่ี ่า
วางตนไวใ้ นความดีงามก่อน
จึงใคร่สอนใครใครในภายหลงั
บัณฑติ ชนขวนขวายหมายระวัง
ไม่พลาดพลง้ั เศร้าหมองเรอื่ งของตน
โดยปกติแล้วพระเทพรัตนโมลี เป็นพระเถระท่ีมีสุขภาพดี แข็งแรง ดูแล
ตัวเองดี สะอาด มีความคดิ สร้างสรรค์ และทนั สมัย ไมค่ อ่ ยอาพาธ แตเ่ ม่ือสูงวยั ขึ้น
ก็อาพาธด้วยโรคเบาหวาน วาระสุดท้ายมาถึงก็ได้สละสังขารด้วยอาการสงบ
สิรริ วมอายุ ได้ ๘๙ ปี
(102)
ท่ีระลกึ งานพระราชทานเพลงิ ศพ พระเทพรัตนโมลี (ขมิ อสิ สฺ รธมโฺ ม ป.ธ.๕)
จากโลกน้ีไปแล้วตามกระแสของการเวียนว่ายตายเกิด แต่ต้องการให้ได้
รับรูว้ ่า ทุกทา่ นเคารพรกั และรูส้ ึกอาลัยอย่างสดุ ซ้ึง ขอให้อยา่ ห่วงใยกับชาตภิ พนี้เลย
ขอดวงวิญญาณจงไปสู่สุคติในสรวงสวรรค์ คุณงามความดีที่ได้ประกอบไว้ในชาติ
น้ีจ�ำนวนมาก ตามกฎแห่งกรรมและกฎแห่งการเปลี่ยนแปลงในชาติหน้า ภพหน้า
ก็จะได้รับแตส่ ่งิ ดี ๆ ตลอดไป
คอื รปู รส กลิ่น เสยี ง ไม่เทีย่ งแท้
ยาม เฒา่ แก่ เกดิ โรค โศกสงสาร
คอื ความตายหน่งึ ใหเ้ หน็ เป็นประธาน
หวังนิพพานพ้นทกุ ขส์ ุขสบาย
นายสนุ ทร การบรรจง
อดีตเลขานุการ และผชู้ ่วยผู้อ�ำนวยการ ฝา่ ยวิชาการ
ศูนยศ์ ึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดอนงคาราม
(103)
ท่รี ะลกึ งานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรัตนโมลี (ขมิ อิสฺสรธมฺโม ป.ธ.๕)
กราบลาพระอาจารย์ขิม
สพฺพทานํ ธมมฺ ทานํ ชินาติ "การให้ธรรมะ ชนะการให้ทง้ั ปวง”
พ่อจูงมือดิฉันเมื่ออายุ ๙ ปี ไปพบพระอาจารย์ขิมท่ีโรงเรียนพุทธศาสนา
วนั อาทติ ย์วดั อนงคาราม หลงั จากนนั้ ดิฉันเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ ๘ ปี ตั้งแตช่ ้นั ตน้
จนถึงชั้นสูงสุดของโรงเรียน พระอาจารย์ขิมเป็นผู้อ�ำนวยการโรงเรียนในขณะน้ัน
นอกจากงานบริหารแล้ว พระอาจารย์ยังสอนบางวิชา และสอนหลักสูตรนักธรรม
ตรี – โท – เอกให้ดิฉันด้วย ส�ำหรับดิฉัน พระอาจารย์ขิมคือโรงเรียนพุทธศาสนา
วันอาทิตย์วัดอนงคารามในความทรงจ�ำ ด้วยความที่ท่านคือหลักของโรงเรียน และ
ดว้ ยความเมตตา เอาใจใส่ ดูแลลูกศิษย์ทุกคนอยา่ งใกล้ชิด
เวลาผา่ นไปมากกวา่ ๔๐ ปหี ลงั จากออกจากวดั อนงคม์ า ชวี ติ กว็ นุ่ วายกบั เรอ่ื ง
ตา่ งๆ ตามประสาปุถชุ น ไดก้ ลบั ไปเยยี่ มวดั อนงค์น้อยมาก ทจ่ี รงิ ตอ้ งพูดวา่ ไดเ้ ข้าวัด
เพอื่ ฟังธรรมเปน็ เรื่องเปน็ ราวไมม่ ากกวา่ ค่าเฉล่ียของคนไทยพุทธทว่ั ไป
แต่เม่ือมองชีวิตย้อนกลับไปอย่างจริงจัง ก็ได้ตระหนักว่า สิ่งท่ีรับจากทุกวัน
อาทิตย์ตลอด ๘ ปี ในวัยเยาว์ เป็นส่ิงที่มีคุณค่าอย่างยิ่งที่คงอยู่ในตัวเรามาตลอด
เปน็ สงิ่ ท่ีหลอ่ หลอมจติ วญิ ญาณใหเ้ ปน็ เราในวนั นี้ เป็นหลกั คิดในการใชช้ ีวติ เป็นหลกั
ยึดเมือ่ เผชญิ โลกธรรมที่ไมป่ รารถนา เป็นปจั จยั สำ� คญั ที่ทำ� ใหม้ ชี วี ิตทีด่ ี สงบเยน็ และ
เปน็ ประโยชน์ ได้เทา่ ท่คี วามรู้ ความสามารถ และความเขม้ แขง็ ของจิตจะอนุญาต
ดิฉันได้ทราบข่าวการจากไปของพระอาจารย์ขิม หรือ พระเทพรัตนโมลี
ในสมณศักด์ิสุดท้าย ด้วยความใจหาย เคยคิดว่าจะไปกราบท่านหลังจากไปปฏิบัติ
ราชการในต่างประเทศเป็นเวลานาน เพ่ือจะบอกท่านว่าสิ่งท่ีท่านเคยสอนเม่ือกว่า
๔๐ ปที แี่ ล้ว มีความหมายอย่างไรในการใชช้ วี ิตทผี่ ่านมา แตก่ ็ไมม่ ีโอกาสน้นั แล้ว
ได้แต่กราบลาพระอาจารย์ขิม ผู้เป็นครูในความหมายท่ีแท้จริงของครู ผู้ให้
ธรรมะซึ่งมีคุณคา่ เหนือการให้ทงั้ ปวง
จุฬามณี ชาติสวุ รรณ
รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
อดตี เอกอัครราชทตู ณ กรงุ โคลัมโบ
พฤศจิกายน ๒๕๖๔
(104)
ท่ีระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรัตนโมลี (ขมิ อิสฺสรธมฺโม ป.ธ.๕)
พระอาจารยข์ มิ ในความทรงจ�ำ
ขา้ พเจา้ มโี อกาสเขา้ ศกึ ษา ในโรงเรยี นพระพทุ ธศาสนาวนั อาทติ ย์ วดั อนงคาราม
ชว่ ง พ.ศ. 2513 - 2521 ตง้ั แต่ ชน้ั ประถม 5 - ม.ศ.5 เน่ืองจากทบ่ี า้ นอยใู่ กลว้ ัด
และพ่ีชาย พส่ี าว ครอบครวั เป็นลกู ศษิ ยพ์ ระอาจารยข์ ิม สนทิ สนม เคารพ นบั ถอื
พระอาจารย์ ในช่วงน้ัน มีนักเรียนมาเรียนมาก ท้ังผู้ปกครองก็สนับสนุนส่งเสริม
ใหล้ กู หลานมาเรยี น ในโรงเรยี นพระพทุ ธศาสนาวนั อาทติ ย ์ ชว่ งเชา้ เรยี นพทุ ธประวตั ิ
ธรรมะ ภาษาอังกฤษ โดยมีคุณครูท้ังพระและฆราวาส มาสอน และวิชาศาสนพิธี
(พอจ.ขิม จะสอนเองท่านเดียว) ช่วงบ่ายมีกิจกรรม ท้ังเรียนโต้วาที สอนนาฏศิลป์
เรยี นธรรมศึกษา นกั เรียนจะเลอื กเรยี นแล้วแต่ความชอบ ความถนัด ซึ่งไม่มสี อนใน
โรงเรียนปกติ พระอาจารย์ขิม เป็นผู้ริเร่ิม แกนหลัก ในโรงเรียน ดูแลแก้ปัญหาทุก
อยา่ ง สง่ เสรมิ ลกู ศษิ ย์ ใหม้ คี วามรบั ผดิ ชอบ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ ทำ� กจิ กรรมเพอ่ื สว่ นรวม
ไม่ว่า การจัดกิจกรรมในวันส�ำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะวันวิสาข-บูชา มี
การประกวดโต๊ะหมบู่ ชู า การไปรว่ มแข่งขันสอบธรรมะ การแขง่ ขันโต้วาที ระหวา่ ง
โรงเรียน พระพทุ ธศาสนาวนั อาทติ ย์ ตามวัดตา่ งๆ ท้งั ใน กรงุ เทพฯ และตา่ งจังหวัด
ซง่ึ โรงเรยี นพระพทุ ธศาสนาวนั อาทติ ย์วดั อนงคาราม ไดร้ ับรางวัลมากมาย
นอกจากนพ้ี ระอาจารยข์ มิ ยงั รเิ รมิ่ ใหศ้ ษิ ย์ พอ.น. ทำ� จลุ สารรม่ โพธ์ิ เปน็ การ
สง่ เสรมิ ให้ศษิ ย์ พอ.น. มีความรเิ ริ่ม การทำ� งานเป็นทีม การประสานงานท�ำตน้ ฉบบั
ต้องไปตดิ ต่อโรงพมิ พ์ หาสปอนเซอร์ การขายจลุ สาร ซ่งึ กท็ �ำใหไ้ ดร้ ับ
ประสบการณต์ า่ งๆ มากมาย
พระอาจารย์ขิมเป็นพระผู้ปฏิบัติ ส่งเสริมการศึกษาของเยาวชน ไม่ถือตัว
เข้าถึงงา่ ย เปน็ ผมู้ เี หตมุ ีผล นกั ประชาธปิ ไตย เป็นพระอาจารย์ผู้เรียนรู้ ตลอดเวลา
มคี วามเป็นผนู้ ำ� ท่านท�ำหน้าทีโ่ ดยไมไ่ ดห้ วงั ผลตอบแทน พระอาจารยจ์ �ำชอ่ื ลกู ศษิ ย์
ได้ทุกคน ท่านมีความเช่ือมั่นในลูกศิษย์ปั้นลูกศิษย์ให้เป็นคนเก่ง คนดี มีคุณธรรม
อยู่ร่วมกับสังคมอย่างแบ่งปัน และได้สร้างสรรค์ส่ิงที่งดงามให้กับประเทศชาติ
กล้าท่ีจะบอกกับทุกคนว่า.... กระผมคือลูกศิษย์โรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์
วัดอนงคาราม กรุงเทพมหานคร
ดว้ ยความเคารพ รัก และอาลัย
นายแพทยเ์ กรียงศักดิ์ หาญสทิ ธิพร
(105)
ที่ระลึกงานพระราชทานเพลงิ ศพ พระเทพรัตนโมลี (ขิม อิสสฺ รธมโฺ ม ป.ธ.๕)
พระผู้ใหโ้ อกาส
มคี ำ� กลา่ วถงึ การให้ พระพทุ ธศาสนา
ว่า ผู้ให้เป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ เพราะ
การให้คือการสงเคราะห์อนุเคราะห์ผู้อ่ืนให้ได้รับ
ความสขุ ความสบาย ความสำ� เรจ็ ประโยชน์ ความ
เจริญงอกงามในชวี ิต
พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระเทพรัตนโมลี (ขิม อิสฺสรธมฺโม) อดีต
เจา้ อาวาสวดั อนงคาราม ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผ้ใู หท้ ั้งทางธรรมและทางวัตถตุ ลอดชีพของท่าน
หลายๆ ท่านคงเขียนถึงมากแล้ว ผมในฐานะเป็นท้ังศิษย์และเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา
ขอเขียนในด้าน การให้ โอกาส ซ่ึงคิดว่าคงมีน้อยท่านท่ีเขียนถึง และขอใช้สรรพนาม
แทนทา่ นวา่ ท่านอาจารยข์ มิ ด้วยความคนุ้ เคย และความเคารพ
ผมเปน็ สามเณรจากตา่ งจงั หวดั เข้ามาอยูว่ ัดอนงคารามปี ๒๕๐๙ ได้นักธรรม
ชัน้ โทมาแล้ว จงึ มาต่อนักธรรมชนั้ เอก มที ่านพระมหาขิม อิสฺสรธมโฺ ม เปน็ อาจารย์สอน
วชิ าธรรมะ ท่านจึงเป็นอาจารย์ของผมโดยตรง
หลงั จากผมอปุ สมบท และสอบไดเ้ ปรียญธรรม ๔ ประโยคแลว้ ก็ไดร้ บั คัดเลอื ก
เปน็ อาจารย์สอน โรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทติ ย์ วดั อนงคาราม (พอ.น.) และต่อ
มาไดร้ บั เลือกเป็น เลขานกุ ารโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์
ทา่ นอาจารยข์ มิ แมจ้ ะไม่ไดด้ �ำรงตำ� แหน่งเปน็ ผอู้ �ำนวยการโรงเรยี นพระพุทธ
ศาสนาวนั อาทติ ย์ เพราะตามระเบยี บตอ้ งเปน็ เจา้ อาวาส หรอื ผทู้ เี่ จา้ อาวาสมอบหมาย
แตท่ า่ นก็คอื ผอู้ �ำนวยการตัวจริง โดย พฤตินยั ทา่ นเป็นผ้กู ำ� กับดูแลทกุ อย่าง เรยี กวา่
ตง้ั แต่สากกระเบอื ยันเรือรบ
ทา่ นรักโรงเรยี นพระพทุ ธศาสนาวันอาทติ ย์มาก ท่านเคยบอกกับผมวา่ ที่ทา่ น
ยังไม่วางมือจากเมรุและโรงเรียนสตรีวุฒิศึกษา (โรงเรียนราษฎร์ของวัด) เพ่ือจะได้น�ำ
มาเป็นส่วนสนับสนุน พอ.น. นั่นคือ ท่านให้พระภัตตุทเทสก์ หรือ ภัตตุเทศก์ (แปล
ตามศัพท์ว่า ผู้แจกภัต ปัจจุบันหมายถึงพระผู้ท�ำหน้าที่ติดต่อประสานงานนิมนต์พระ
(106)
ทีร่ ะลึกงานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรตั นโมลี (ขิม อิสฺสรธมฺโม ป.ธ.๕)
ไปสวดหรือเจริญพระพุทธมนต์) นิมนต์พระอาจารย์ท่ีสอน พอ.น. ไปร่วมสวดหรือ
เจรญิ พระพทุ ธมนตใ์ นงานฌาปนกจิ ในวนั อาทติ ย ์ พระอาจารยท์ เี่ ปน็ กำ� ลงั สำ� คญั ในการ
บริหารจัดการ พอ.น. ทา่ นจะใหไ้ ปช่วยสอนวิชาหน้าทพ่ี ลเมอื งและศีลธรรม ทีโ่ รงเรียน
สตรีวฒุ ิศกึ ษา ซึง่ ทางโรงเรียนได้ถวายนติ ยภัตตามสมควร
ทา่ นอาจารยข์ มิ ชอบคนท�ำงาน มีความรับผิดชอบ ทา่ นจะใหโ้ อกาสและ
สนับสนุนเสมอ ท้ังทางส่วนตัว และส่วนรวมกับผู้ท�ำงานให้กับ พอ.น. ผมคือหน่ึงใน
หลายท่านที่ไดร้ บั โอกาสจากทา่ นอาจารย ์ ช่วงรบั ตำ� แหนง่ เลขานุการ พอ.น. เรามหี น้า
ท่ีท�ำงาน ทุนด�ำเนินการและปัญหาอุปสรรคอื่นๆ ท่านอาจารย์จะเป็นคนขจัดปัดเป่า
ทา่ นเปน็ คนกลางระหว่างพระผใู้ หญ่กับพระเดก็ ๆ เช่นพวกเรา เราเลยท�ำงานกนั สนุก
สบาย ยุคน้ัน พอ.น. ของเราเฟื่องฟูอยู่แถวหน้าในบรรดาโรงเรียนพระพุทธศาสนาวัน
อาทติ ย์ดว้ ยกนั
จากการท�ำงานที่ พอ.น. และโรงเรียนสตรีวฒุ ิศกึ ษา ผมไดร้ ับประสบการณ์ที่น�ำ
ไปใชใ้ นชวี ติ มากมาย เชน่ การทำ� งานรว่ มกบั คนอน่ื เทคนคิ การสอน การโตต้ อบจดหมาย
แบบทางการ การจดั ประชมุ การทำ� หนงั สอื และการเขยี น โดยเฉพาะการทำ� หนงั สอื เปน็
สง่ิ ท่ีผมถนัด นน่ั คือพน้ื ฐานมาจากการท�ำหนงั สือ รม่ โพธ์ิ ของ พอ.น. อยูม่ หาจุฬาฯ รับ
ทำ� นิตยสารพทุ ธจักร อยู่ มทร.อสิ าน สรุ ินทร์ ทำ� คมู่ อื นักศกึ ษา จดหมายข่าว ชว่ ยงาน
เปรียญธรรมสมาคมฯ ในฐานะกรรมการและสาราณียกร รบั เปน็ บรรณาธิการนิตยสาร
ทางเดิน ทง้ั หลายท้ังปวงลว้ นมาจากโอกาสที่ทา่ นอาจารย์ขมิ หยบิ ยืน่ ให้
นอกจากนี้ผมและอาจารยท์ องสุข วรชติ ชยั (วอนทองหลาง) ยังได้รับโอกาสเป็น
พระอนจุ ร (พระทตี่ ดิ ตามพระผใู้ หญ)่ ของทา่ นประเภทไปไหนไปดว้ ย ทา่ นอาจารยเ์ คย
ไปเยอื นบ้านผมทีเ่ ป็นบา้ นนอกบ้านนาดว้ ยความกรณุ า
วนั ทผ่ี มทราบข่าวท่านอาจารยม์ รณภาพ ผมนอนไม่หลับ ภาพเก่าๆ เหตกุ ารณ์
เกา่ ๆ วนเวยี นอยเู่ ต็มหัวทั้งคนื
และวันหน่ึงทา่ นอาจารย์ก็ได้จากไปจรงิ ๆ ผมขอถวายความอาลัยทา่ นอาจารย์
ด้วยความเคารพอย่างสงู
ซุย ก�ำลังงาม
(107)
ทีร่ ะลกึ งานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรตั นโมลี (ขิม อิสสฺ รธมโฺ ม ป.ธ.๕)
พระอาจารยข์ มิ ของศษิ ย์
วันจนั ทร์ที่ 2 สงิ หาคม 2564 ได้รับการแจ้งขา่ วว่าเจา้ อาวาสวดั อนงคาราม
มรณภาพ รสู้ กึ ตกใจและเศรา้ ใจเปน็ อยา่ งมาก จงึ ไดต้ ดิ ตามขา่ วเมอ่ื แนช่ ดั วา่ เปน็ เรอ่ื ง
จริง ไม่คิดว่าท่านจะจากไปเร็วอย่างน้ี สิ่งที่ท�ำได้ในตอนนั้น คือแจ้งข่าวให้เพ่ือนๆ
ได้ทราบ แลว้ นัดกันมากราบสกั การระรา่ งของทา่ นเปน็ ครง้ั สดุ ทา้ ย
ศษิ ยย์ ังจำ� ไดด้ ี เม่ือครงั้ ท่ศี ษิ ยไ์ ดเ้ ข้าเรียนใน ร.ร. พอ.น. ซงึ่ ท่านเปน็ ผอู้ �ำนวย
การอยู่ ในวนั ปฐมนเิ ทศ หรอื เวลามกี จิ กรรมภายใน สงิ่ ทเ่ี ราจะไดเ้ หน็ กค็ อื พระอาจารย์
ขมิ ของเราจะมาใหโ้ อวาทเปน็ ประจำ� สมำ่� เสมอ ตลอดมา ดว้ ยความเมตตาและรกั ใน
ศิษยข์ องท่านทุกคน ตัง้ แตเ่ ร่ิมเรยี นจนจบ ศษิ ย์ไมเ่ คยเหน็ ท่านโกรธใครเลย สิง่ ที่เหน็
อย่างมากก็คอื ทา่ นจะดุเพียงเลก็ นอ้ ยเท่าน้นั เอง
พระอาจารย์ขิมผู้มีแต่ให้ ตลอดระยะเวลาท่ีเรียนใน พอน. น้ัน สิ่งที่ได้คือ
ประสบการณท์ ศี่ ษิ ยไ์ ดเ้ อามาใชใ้ นชวี ติ ประจำ� วนั ครงั้ หนง่ึ ทศี่ ษิ ยจ์ ำ� ไดไ้ มล่ มื กค็ อื การ
ไปรว่ มบญุ สรา้ งสถานอี นามยั ทต่ี ำ� บลดอยสะเกด็ ซงึ่ ในการไปครง้ั นน้ั ไดท้ งั้ บญุ และได้
ทัศนศึกษาไปด้วย พระอาจารย์ได้พาลูกศิษย์ที่ร่วมขบวนไปด้วย ไปเที่ยวในหลายๆ
ที่ ไม่ว่าจะเป็นพระธาตุดอนเต้า สามเหลี่ยมทองค�ำ ซึ่งในสมัยนั้นศิษย์ที่ไปก็ยังเป็น
วัยละอ่อนกันท้ังน้ัน อาจจะไม่ประสีประสากันมากนัก พระอาจารย์จะคอยดูแล
ลกู ศษิ ยข์ องทา่ นและใหค้ ำ� แนะนำ� เปน็ อยา่ งดี ซงึ่ เปน็ ทรปิ ทปี่ ระทบั ใจและอยใู่ นความ
ทรงจ�ำของศษิ ย์
หลังจากจบการศกึ ษา เม่ือศิษยไ์ ดม้ ีโอกาสได้บวช ศษิ ย์กไ็ ด้มากราบทา่ นเพอื่
ปรกึ ษา เกยี่ วกบั การบวช กไ็ ดร้ บั เมตตาจากทา่ น พาไปหา พระสรภาณกวี เจา้ อาวาส
ในขณะนั้น พร้อมให้ค�ำแนะน�ำ และดูแลศิษย์เป็นอย่างดี ทั้งในเร่ืองของการจัดกุฏิ
ท่ีพักและฝากให้อาจารย์สุนทรเป็นพระพี่เลี้ยงแนะน�ำการปฏิบัติตน โดยในวันบวช
กไ็ ด้พระอาจารย์ขมิ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ เมอื่ บวชเรียบรอ้ ย พระอาจารยข์ มิ ก็
จะคอยมาสอบถามอยู่เสมอในเรอ่ื งของความเป็นอยู่ จนกระท่ังศิษย์ลาสกิ ขา ถือเปน็
โชคดีของศิษยท์ ่ีได้รบั เมตตามาโดยตลอด
(108)
ทร่ี ะลึกงานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรตั นโมลี (ขิม อิสฺสรธมฺโม ป.ธ.๕)
พระอาจารย์ขิม คือค�ำเรียกที่ติดปาก ของศิษย์ พอ.น.ทุกคน เมื่อเอ่ยชื่อน้ี
คงไมม่ ศี ษิ ยค์ นไหนทไี่ มร่ จู้ กั เพราะพระอาจารยข์ มิ จะแวะเวยี นมาดทู ี่ พอน. สมำ�่ เสมอ
เปน็ ประจำ� แต่ในวันนี้ ในวันท่ไี ม่มพี ระอาจารย์ขมิ เพราะท่านไดจ้ ากพวกเราไปแลว้
จะเหลอื ไว้ก็แต่ความดี ความเมตตา ปรานี และคำ� สอนของท่าน ที่จะยังคงอยใู่ นใจ
ของศษิ ย์ พอ.น. ทุกคน เช่ือเหลือเกินว่า ศษิ ยค์ นใด ถ้าไดม้ โี อกาส ไดก้ ลับมาเย่ียม
วัดอนงคาราม หรอื พอ.น. เมื่อไหร่ กค็ งจะอดนึกถึงพระอาจารย์ขมิ ไม่ได้ ไม่ว่าจะ
นานแค่ไหน ความเมตตา ของพระอาจารย์ ก็จะยังคงอยู่ในใจของศิษย์คนนี้ และ
อกี หลาย หลายคนตลอดไป
ในฐานะทีศ่ ษิ ยเ์ คยเปน็ ประธานนกั เรยี น พอน. ขอเปน็ ตวั แทนเพ่อื นๆ ในรุ่น
กราบลาและน้อมส่ง พระเทพรัตนโมลี (พระอาจารย์ขิม ของศิษย์ พอ.น.) อดีต
เจา้ อาวาสวัดอนงคาราม สู่สวรรค์ชน้ั ฟ้า
ดว้ ยความรกั และอาลัยยงิ่
วชิ ยั เลิศการช่าง
(109)
ทรี่ ะลกึ งานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรัตนโมลี (ขมิ อิสฺสรธมโฺ ม ป.ธ.๕)
ร�ำลึกค�ำสอน...พระอาจารยข์ ิม
- เวลานิมนต์พระอาจารย์ไปงานบุญ ท่านจะบอกเสมอว่าท�ำการดีไม่ต้อง
มีฤกษ์มียาม ให้ถือเอาพระอาทิตย์ข้ึนพระอาทิตย์ตกเป็นเกณฑ์ตามที่เราสะดวก
ความหมายของพระอาจารย์คือไม่ให้ไปยึดติดกับฤกษ์ยาม ถ้ามัวแต่ถือฤกษ์ยาม
ใจจะกังวลไม่เป็นสุข ท�ำให้ใจเป็นทุกขเ์ ปล่าๆ ไม่ได้บญุ
- พระอาจารย์จะสอนให้มี “ครูประจ�ำตัว” ฝึกให้รู้จักสอนตัวเองเตือนตัว
เองอยู่เสมอๆ คล้ายกับว่ามีครูมาอยู่ในตัวของเรา ครูในตัวเราจะติดตามเราไปได้
ทุกที่ทุกแห่ง เม่ือมีเหตุอะไรเกิดข้ึนครูท่ีอยู่ในตัวเราจะคอยเตือนคอยช่วยแก้ไข
เหตุน้ันๆ ใหผ้ า่ นพ้นไปด้วยดี
“ครปู ระจ�ำตวั ” ก็คือสตินัน่ เอง ดังพทุ ธภาษติ ว่า
“อตฺตนา โจทยตตฺ านํ” จงเตอื นตนด้วยตนเอง
พระอาจารยส์ อนให้หม่ันเตอื นตวั เองอยเู่ สมอๆ
บญุ ไชญ สิริศรสี มั พันธ์
ศษิ ย์เกา่ ร.ร.พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดอนงคาราม
(110)
ท่ีระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรัตนโมลี (ขิม อิสฺสรธมฺโม ป.ธ.๕)
ค�ำไวอ้ าลัย
“จะทำ� อะไรกันน่ัน”
เป็นค�ำที่พระอาจารย์มักจะใช้ถามอย่างระอาใจ ที่เห็นลูกศิษย์ลูกหา มี
กิจกรรมแผลงๆ แต่ท้ายท่ีสุดก็ยอมลูกศิษย์ของท่านได้แสดงออก แล้วท่านจะคอย
สังเกตอยูห่ า่ งๆ อย่างห่วงๆ แมจ้ ะแผลงๆ หน่อย แต่ถา้ ยังอยใู่ นขอบเขตกป็ ล่อยให้
ลกู ศษิ ย์ไดม้ โี อกาสเรียนรูเ้ สมอ
สส่ี บิ ปีผา่ นไป หลงั จากเรียนจบหลกั สตู รในชน้ั สงู ๒ ดฉิ นั ไดก้ ลับมาช่วยงาน
ของสมาคมศษิ ยอ์ นงคารามฯ เพอื่ ตอบแทนพระเดชพระคณุ บา้ ง กเ็ ปน็ ชว่ งทที่ า่ นดำ� รง
ตำ� แหน่งเจา้ อาวาส ท่านกย็ า่ งเขา้ สวู่ ัยชราแล้ว สุขภาพเส่ือมถอย โรคภยั รมุ เรา้ การ
เดนิ เหนิ เปน็ ไปอยา่ งยากลำ� บาก ตอ้ งหมนั่ เขา้ รบั การตรวจรกั ษาดแู ลสขุ ภาพจากแพทย์
อยา่ งสมำ�่ เสมอ แตท่ า่ นกย็ งั พยายามปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ใหค้ รบถว้ น บรหิ ารงานในสว่ นรวม
อย่างรอบคอบท่สี ดุ เทา่ ทพี่ ละกำ� ลงั ของทา่ นจะเออ้ื อำ� นวย ความหลงลืมของวัยชรา
ทำ� ใหท้ า่ นตอ้ งมกี ารจดบนั ทกึ ภารกจิ ของทา่ นไวบ้ นแผน่ กระดานเปน็ ลำ� ดบั กนั ไมใ่ ห้
เกิดการผิดพลาด แตท่ ่ีแปลก ท่านกลับจดจ�ำลกู ศษิ ย์ท่ที า่ นได้อบรมสั่งสอนได้ทุกคน
ทุกรุ่น
อย่างไรก็ตาม ดิฉันร�ำลึกอยู่เสมอว่า เป็นเพราะการอบรมส่ังสอนของ
พระอาจารยน์ เ่ี อง ทำ� ใหด้ ฉิ นั มกี ริ ยิ ามารยาททเ่ี รยี บรอ้ ย รจู้ กั ขนบธรรมเนยี มประเพณไี ทย
ทง่ี ดงาม ไดน้ ำ� ไปใช้ปฏบิ ัตติ นในสงั คม และเป็นแบบอย่างสอนให้ลกู หลานได้ด�ำเนนิ
ตามอยา่ งไม่อายใคร
ดิฉันและลูกศิษย์คนอ่ืนๆ ของพระอาจารย์ มีความเจริญก้าวหน้าในการ
ประกอบอาชีพการงานมีต�ำแหน่งหน้าที่ที่ดี มีช่ือเสียง นอกเหนือจากความรู้ความ
สามารถแล้ว ทกุ คนล้วนแต่ไดร้ บั การปลูกฝงั วางรากฐานในการด�ำเนินชวี ิต บ่มเพาะ
ให้มี “ธรรมในใจ” เปน็ อาวธุ ในการประกอบสมั มาอาชีพ
(111)
ท่ีระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรตั นโมลี (ขิม อสิ สฺ รธมโฺ ม ป.ธ.๕)
ดิฉันขอกราบลาพระอาจารย์เป็นคร้ังสุดท้ายผ่านบทความน้ี ด้วยความรัก
อาลัย และร�ำลึกถึงพระคุณของท่านท่ีได้เมตตาอบรมส่ังสอนโดยมีความปราถนาดี
ต่อดฉิ นั และศษิ ยานศุ ิษยเ์ สมอมา
ขออานิสงส์แห่งกุศลผลบุญอันพึงบังเกิดแต่สุจริต ๓ อันได้แก่ กายกรรม
วจีกรรม มโนกรรม แต่ธรรมทาน อามิสทาน และบังเกิดแต่คุณงามความดีใดๆ ท่ี
พระอาจารย์ได้ประพฤติปฏิบัติมาตลอดชีพชนม์ พึงส�ำเร็จเป็นพลวปัจจัยน�ำส่ง
จิตวิญญาณของพระอาจารย์ขิม อิสฺสรธมฺโม เข้าถึงสุคติในสัมปรายภพตราบเท่า
พระนิพพาน
นุภา ตงั้ กาญจนาเวฬุกลุ
ศิษยเ์ กา่
ร.ร.พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดอนงคาราม (พอน.)
(112)
ที่ระลกึ งานพระราชทานเพลงิ ศพ พระเทพรตั นโมลี (ขิม อสิ สฺ รธมฺโม ป.ธ.๕)
พระอาจารยข์ มิ ผู้ใหโ้ อกาสกบั ลกู ศษิ ย์เสมอ
“พระอาจารย์ขิม” คือชื่อที่ศิษย์เก่าของโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์
วัดอนงคาราม หรอื พอน. รนุ่ แรกๆ ใช้เรียกท่านกนั จนตดิ ปาก โดยเฉพาะศษิ ยเ์ กา่ รุน่ แรก
สดุ อยา่ งผมทเี่ รม่ิ เรยี นตง้ั แตป่ ี ๒๕๐๗ จากระดบั ชนั้ ตน้ ตอ่ ระดบั ชนั้ กลางไปจนจบหลกั สตู ร
ในระดับชั้นสูง ยาวนานถงึ ๗ ปี
พระอาจารยข์ มิ เป็นท้งั ผ้อู ำ� นวยการและพระอาจารย์ผูส้ อน ทา่ นสง่ เสริมลูกศษิ ย์
ให้ได้เพิม่ พูนประสบการณ์ชีวิต ด้วยการใหโ้ อกาสแสดงความสามารถตามความถนัดของ
แตล่ ะคนในกิจกรรมตา่ งๆ ในสมยั ทผ่ี มเปน็ นักเรียน พอน. ชน้ั กลาง ท่านไดเ้ ลือกผมเป็น
ตัวแทนของ พอน. ไปร่วมอภิปรายในหัวข้อ “เราได้อะไรจากการเรียนพระพุทธศาสนา
วันอาทิตย์” ท่ีส�ำนักเรียนวัดบวรนิเวศฯร่วมกับส�ำนักเรียนจากวัดต่างๆ ซึ่งปรากฏว่าผม
ประสบความสำ� เรจ็ ดว้ ยดี (แมจ้ ะเปน็ การขนึ้ เวทอี ภปิ รายครง้ั แรกในชวี ติ !) พระอาจารยข์ มิ
ได้รับค�ำชมเชยมาว่า นักเรียนจาก พอน. อภิปรายได้ตรงประเด็นมากที่สุด! เบื้องหลัง
ของความสำ� เรจ็ ครงั้ นนั้ กค็ อื พระอาจารยข์ มิ เปน็ ผเู้ ขยี นบททง้ั หมด และกำ� กบั การฝกึ ซอ้ ม
ผม กระท่งั ผมพดู ไดค้ ลอ่ งแคล่วเหมอื นผมพดู เอง ท่สี ำ� คัญคือประเดน็ ที่ท่านจดั ใหพ้ ูดนัน้
เป็นธรรมะทส่ี อนตัวผมเองไปในตวั ดว้ ย เพราะเป็นการตอบว่า “เราจะได้รบั การพัฒนา
ความเปน็ มนุษย์ท่สี มบูรณ์จากการเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์” ทะลวงจดุ ผมเลย
ครบั เพราะทำ� ใหผ้ มเรม่ิ ตงั้ เปา้ ไวใ้ นใจวา่ ผมจะพยายามพฒั นาตนใหเ้ ปน็ มนษุ ยท์ สี่ มบรู ณ์
เท่าทจ่ี ะท�ำได้ นบั แต่บดั นั้น...
เม่ือผมขนึ้ มาเปน็ นักเรยี น พอน.ระดบั ชน้ั สงู และพระอาจารยข์ ิมทราบว่า ผมหนั
ไปเรียนทางสายศลิ ปะ ทา่ นได้ให้โอกาสผมแสดงความสามารถดว้ ยการมอบหมายให้เปน็
ผูอ้ อกแบบปกหนงั สืออนุสรณ์ พอน. ประจำ� ปี อันเป็นประสบการณ์ครัง้ แรกในชีวิต ท่ีผม
ภมู ิใจ
เมื่อผมจบจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ในปี ๒๕๑๙ ผมได้มีโอกาสบวชเป็นเวลา
๑ พรรษา โดยพระอาจารยข์ มิ รับผมไว้เป็นพระลกู วัดในคณะ ๗ ของทา่ น
หลังจากน้ัน ผมได้ห่างหายจากวัดอนงคารามไปช่วงหนึ่ง ด้วยดวงชะตาท่ีผลัก
ดนั ให้ไปท�ำงานเปน็ “ผูก้ �ำกับรายการโทรทัศน”์ ท่ไี ทยทีวสี ชี ่อง ๙ อ.ส.ม.ท. กระทัง่ ผม
ลาออก มาเปิดกิจการของตนเองโดยผา่ นเวลาไปสบิ กวา่ ปี ผมจงึ มีโอกาสไดก้ ลบั มารบั ใช้
(113)
ทีร่ ะลึกงานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรตั นโมลี (ขิม อสิ สฺ รธมโฺ ม ป.ธ.๕)
พระอาจารยข์ มิ ดว้ ยการผลติ วดี ที ศั นต์ น้ แบบ “การสวดมนตห์ ม”ู่ ใหก้ บั สำ� นกั งานบรหิ าร
การศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์แห่งประเทศไทย ท่ีพระอาจารย์ขิมเป็นเลขาธิการ
เพ่ือใชเ้ ปน็ ตน้ แบบในการประกวดการสวดมนตห์ มู่ท�ำนองสรภัญญะประจำ� ปี
และในทสี่ ดุ ผมไดเ้ ขา้ เปน็ กรรมการสมาคมศษิ ยอ์ นงคารามฯ ในปี ๒๕๕๘ และได้
รบั มอบหมายจากพระอาจารยข์ มิ ใหเ้ ปน็ หนงึ่ ในทมี งานของโครงการ “สำ� รวจวตั ถโุ บราณ
ของวดั อนงคาราม” ผมไดเ้ ปน็ ผคู้ วบคมุ ระบบการเกบ็ ขอ้ มลู และการถา่ ยภาพโบราณวตั ถุ
ทงั้ หมด โดยจัดใส่รหัสเก็บเปน็ หลักฐานไวอ้ ยา่ งละเอียด เพื่อว่าถา้ เกดิ กรณีสญู หายขนึ้ ใน
อนาคต แล้วไปพบเจอว่าอยู่ที่ใด จะสามารถใช้ข้อมูลจากการส�ำรวจครั้งน้ีเป็นหลักฐาน
อา้ งองิ ของทางวัดได้อย่างเตม็ ท่ี นับเปน็ อกี งานหน่ึงทผี่ มภาคภูมใิ จเป็นอยา่ งยง่ิ
พระอาจารย์ขิมเคยสอนไว้ว่า ชีวิตของคนเราก็เหมือนเทียนที่จุดไว้ในท่ีโล่งแจ้ง
สามารถดบั ลงไดใ้ นทกุ ขณะทมี่ ลี มพดั มา เราจงึ ตอ้ งหมน่ั สรา้ งสมความดแี ละสงั่ สมบญุ บารมี
ไวเ้ สมอ บดั นเี้ ทยี นชวี ติ ของพระอาจารยข์ มิ ไดด้ บั ลงแลว้ อยา่ งกะทนั หนั โดยไมม่ ใี ครคาดฝนั
ไม่กี่เดือนก่อนหน้าท่ีท่านจะมรณภาพ ท่านถามผมถึงลูกศิษย์คนเก่งคนหนึ่งท่ีเป็นลูกพ่ี
ลกู น้องกบั ผม และท่านเคยผลกั ดันให้เป็นตวั แทนของ พอน.ไปแข่งขันตอบปญั หาธรรมะ
กบั ส�ำนกั เรยี นต่างๆ และได้ถ้วยรางวลั ที่ ๑ กลับมาเปน็ ประจำ� สรา้ งชื่อเสียงให้กบั พอน.
อยเู่ สมอ
“จุฬามณี เปน็ ยังไงบา้ ง?”
“สบายดคี รับพระอาจารย์ เธอเปน็ เอกอัครราชทูต อย่ทู ี่ศรลี ังกาครบั ” ผมกราบ
เรียนท่าน
“เกง่ จริงๆ นะ เดก็ คนน้ี” พระอาจารย์ขมิ กลา่ วขนึ้ ด้วยสหี นา้ ทเ่ี ต็มเปีย่ มไปด้วย
ความสุข
ผมไมน่ กึ เลยวา่ น่ีคอื ครง้ั สดุ ทา้ ยทผี่ มได้สนทนากบั ท่าน...
ขอดวงวญิ ญาณของพระอาจารย์ขมิ สถิตยังสรวงสวรรคเ์ ทอญ.
กราบลาพระอาจารย์ดว้ ยรัก และอาลยั
รพีพัฒน์ ดีประวตั ิ
กรรมการสมาคมศิษยอ์ นงคาราม ในพระบรมราชปู ถัมภฯ์
อดตี ประธานนกั เรยี นพระพทุ ธศาสนาวนั อาทติ ย์ วดั อนงคาราม
(114)
ท่ีระลกึ งานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรตั นโมลี (ขมิ อิสฺสรธมฺโม ป.ธ.๕)
อาลยั พระอาจารย์ของศษิ ย์
ศิษยเ์ ก่ารนุ่ แรกๆ ของโรงเรียนพระพทุ ธศาสนาวันอาทิตย์วดั อนงคาราม (พอน.)
จะพูดถึงหรือกล่าวถึงท่านว่าพระอาจารย์ขิม ตามฐานะลูกศิษย์กับพระอาจารย์ แม้ว่า
จะได้รับการเล่ือนสมณศักดิ์ช้ันยศสักกี่ครั้งก่ีคราก็ตาม เหล่าศิษย์ก็ยังกล่าวถึงเหมือน
เดิม อยากให้ท่านยังเป็นพระอาจารย์ของพวกเราและรู้สึกสนิทใจที่จะกล่าวถึงท่านว่า...
พระอาจารย์ขมิ
เป็นความซาบซ้ึงที่สุดของชีวิต...ท่ีได้เกิดมาเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์ขิม
ได้เรียนธรรมะกับท่านใช้น�ำทางการด�ำเนินชีวิต จะอบรมเสมอเมื่อลูกศิษย์ยังไร้เดียงสา
ประพฤติตนไม่เหมาะสม ช่างโชคดีท่ีสุดท่ีได้มีโอกาสเรียนรู้การเขียนกระทู้ธรรมจากการ
เรียนธรรมศึกษาตรี โท เอกท่ีพระอาจารย์ได้สอนลูกศิษย์เองท่ีได้ทักษะเขียนหนังสือ
อย่างมีหลักการมีเหตุมีผล ผลักดันให้ได้มีโอกาสข้ึนโต้เวทีและพระอาจารย์ได้ติวให้เอง
อย่างเข้มข้นเข้ม ท้ังท่วงท่าลีลาการพูด การใช้ไหวพริบปฏิภาณตอบโต้อีกฝ่ายบนเวที
จนได้มีโอกาสข้ึนเวทีหลายครั้งหลายคราจนเป็นความชอบ และได้ค้นพบว่าตนเองชอบ
และมีความสุขกับการท�ำงานด้านการพูด การเขียน ได้มอบวิชาความรู้การพูดและการ
เขียนและได้ใช้ท�ำงานประกอบสัมมาชีพสร้างสรรค์สังคมอย่างภาคภูมิตลอดระยะเวลา
การท�ำงานเกือบ 40 ปี
เป็นความโชคดีที่สุดของชีวิต...ท่ีได้มีโอกาสรับใช้ท่านในกิจกรรมของโรงเรียน
พระพุทธศาสนาฯ และของวัด ได้เรียนรู้ประสบการณ์มากมายจากพระอาจารย์ขิม
ท่ีโรงเรียนปกติไม่ได้สอน ในทางกลับกันสามารถน�ำความรู้จากพระอาจารย์ไปสนับสนุน
โรงเรียนภาคปกติ ท่านอบรมความรู้ด้านศาสนพิธี มารยาทการวางตัวในฐานะต่างๆ ที่
สามารถเข้าสงั คมได้อยา่ งม่ันใจ
รู้สึกส�ำนึกในพระคุณของพระเดชพระคุณอาจารย์ ขอกราบขอบพระคุณท่ีได้
ประสทิ ธปิ ระสาทวชิ าใหค้ วามรทู้ างการพดู การเขยี นใหไ้ ดม้ อี าชพี มคี วามกา้ วหนา้ มเี กยี รติ
ได้ช่วยสร้างสรรค์สังคมสร้างอาชีพให้กับเพื่อนร่วมงาน ท่านอบรมส่ังสอน ให้เป็นคนดี
(115)
ทรี่ ะลึกงานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรตั นโมลี (ขมิ อิสฺสรธมฺโม ป.ธ.๕)
มีศีลธรรม รู้จักผิดชอบชั่วดีต้ังแต่เยาว์วัย ให้รักดี มีความอดทน ข่มใจ รู้จักกตัญญู
ต่อบุพการี ท�ำตนเป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ รู้สึกซาบซึ้งในความเมตตาของ
พระอาจารย์มากมายสุดจะพรรณนา ขอกราบขอบพระคุณพระเดชพระคุณอาจารย์ที่
เคารพอย่างสูง เคารพบูชาท่านเสมอื นเป็นบุพการขี องตวั เอง
เหล่าลูกศิษย์ล้วนห่วงใยในสุขภาพของพระอาจารย์ที่ผ่านมา มักจะสอบถามถึง
อาการของพระอาจารย์เสมอ แมจ้ ะเข้าใจในสัจจธรรมการเกดิ ดบั เป็นวัฏสงสารไม่มีใคร
หนพี น้ ได้ แตเ่ มอื่ ทราบวา่ ทา่ นไดล้ ะสงั ขารเหลา่ ลกู ศษิ ยก์ ส็ ดุ แสนจะอาลยั ตอ่ การละสงั ขาร
ของท่านอย่างท่ีสุด ค�ำส่ังสอนของพระอาจารย์เราจะยึดเหนี่ยวเป็นแนวทางการด�ำเนิน
ชีวติ และอบรมลกู หลานต่อไป
ขอกราบอ�ำลาพระเดชพระคุณอาจารย์ พระอาจารย์จะยังอยู่ในความทรงจ�ำท่ีดี
ของลูกศิษยค์ นนต้ี ลอดไป ขอให้ดวงวญิ ญานไดไ้ ปสูพ่ ระนิพพานด้วยเทอญ.
นางยพุ าภรณ์ สุวรรณวฒั น์
ลูกศิษย์ พอน.รุน่ ท่ี 10
(116)
ทีร่ ะลึกงานพระราชทานเพลงิ ศพ พระเทพรัตนโมลี (ขิม อสิ ฺสรธมโฺ ม ป.ธ.๕)
ค�ำสอนของพระอาจารยข์ ิม
ผมได้เป็นศิษย์ “พระอาจารย์ขิม” เมื่อได้มาเป็นนักเรียนที่โรงเรียนพระพุทธ
ศาสนาวนั อาทิตย์ วดั อนงคาราม ตงั้ แต่ปแี รกท่ีเปิดโรงเรยี นในปี ๒๕๐๗ พระอาจารยข์ ิม
เปน็ ผกู้ อ่ ตง้ั สถานศกึ ษาแหง่ นขี้ น้ึ อนั ทำ� ใหเ้ ยาวชนเชน่ เราไดเ้ รยี นรเู้ กยี่ วกบั พระพทุ ธศาสนา
ใน “วนั อาทิตย”์ เปน็ เวลาคร่ึงวนั แทนทจ่ี ะเที่ยวเลน่ ไปวันๆ ผมจงึ ได้รบั ความรูแ้ ละเกดิ
ความเขา้ ใจในพระพทุ ธศาสนามากขนึ้ โดยเฉพาะในวชิ าภาษาองั กฤษนน้ั ทำ� ใหผ้ มไดเ้ รยี นรู้
คำ� ศพั ทภ์ าษาองั กฤษทใี่ ชใ้ นพระพทุ ธศาสนา ซง่ึ วชิ าภาษาองั กฤษตามหลกั สตู รของโรงเรยี น
ทวั่ ไปไม่เคยมสี อนในระดบั ชนั้ เดียวกนั นี้ แตเ่ หนือสงิ่ อืน่ ใดก็คือ ความรู้ท่ไี ดจ้ ากการเรียน
ในโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ชั้นต้น ผ่านช้ันกลาง ไปจนจบ
ชนั้ สูงเปน็ เวลาถึง ๗ ปีน้ัน ผมสามารถนำ� ไปใช้กับชวี ติ ประจ�ำวนั ในการครองตนให้เป็นคน
ดี สง่ ผลให้ชวี ติ มีความเจรญิ กา้ วหนา้ มาจนถงึ ทุกวนั นี้
อุปสรรคอย่างหนึ่งท่ีเกิดข้ึนในการเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ก็คือ ในช่วง
เทศกาลเข้าพรรษาทุกปี จะมีงานบวชนาคท่ีมีแตรวงน�ำขบวนแห่นาคไปรอบโบสถ์ด้วย
เสียงท่ีอึกทึกคึกโครม จนพระอาจารย์ต้องหยุดสอนชั่วคราวเพราะพวกเราจะไม่ได้ยิน
เสียงพระอาจารย์สอน เร่ืองน้ีพระอาจารย์ขิมได้สอนพวกเราว่า การแห่นาคไปรอบ
โบสถ์ด้วยขบวนแห่แตรวงอย่างอึกทึกเช่นน้ี ไม่จ�ำเป็นเลย เป็นเพียงประเพณีที่เกิดมี
ขน้ึ ในภายหลงั เป็นเพยี งเปลอื กกระพ้ี ทไี่ มใ่ ช่แก่นเนอื้ แท้ของพระพทุ ธศาสนา ถา้ จะบวช
ก็เพียงแค่มาโกนหัวที่กุฏิแล้วก็เข้าโบสถ์ท�ำพิธีบวชได้เลย ค�ำสอนของพระอาจารย์ขิม
เรือ่ งนส้ี ะกิดใจผมเป็นอย่างย่ิง
ในการเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์น้ัน จะเลิกเรียนในเวลาเพลพอดี
พระอาจารย์ขิมได้ให้พวกเราไปช่วยถวายอาหารเพลแด่พระอาจารย์ผู้สอน อันเป็นการ
เรยี นรดู้ ว้ ยการปฏบิ ตั ิ ทท่ี ำ� ใหพ้ วกเราไดเ้ รยี นรวู้ ธิ กี ารเลยี้ งพระวา่ ตอ้ งทำ� อะไร อยา่ งใดบา้ ง
และเมื่อพระอาจารย์ฉันเสร็จแล้ว พวกเราก็ได้อยู่ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ท�ำให้
พวกเรามีความรกั ความสนิทสนมกนั มากขึน้ เร่ือยๆ
(117)
ที่ระลกึ งานพระราชทานเพลงิ ศพ พระเทพรตั นโมลี (ขมิ อสิ สฺ รธมฺโม ป.ธ.๕)
ในชว่ งทพ่ี วกเราจบชนั้ ป.๗และตอ้ งสอบเขา้ เรยี นตอ่ ในชนั้ ม.ศ.๑นนั้ พระอาจารยข์ มิ
ได้จัดกวดวิชาให้กับพวกเรา ท�ำให้ไม่ต้องไปเสียเงินค่ากวดวิชา และเมื่อพวกเราจบ
ม.ศ. ๕ และต้องเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย พระอาจารย์ขิมยังได้เมตตาชวนพวกเรา
ให้มาอ่านหนังสือเตรียมสอบและนอนค้างกันในกุฏิของท่านที่คณะ ๗ เพ่ือให้เกิดสมาธิ
ในการอ่าน เพราะท่ีนี่เงียบสงบดีไม่มีคนพลุกพล่าน ในตอนเช้า เม่ือพระอาจารย์ขิม
ออกบิณฑบาต พวกเราจึงได้มีโอกาสเป็นลูกศิษย์ออกไปช่วยหิ้วของให้ท่าน รวมท้ัง
ชว่ ยกนั ทำ� หนา้ ทจี่ ดั อาหารเชา้ และเพลถวายทา่ นอกี ดว้ ย ผมและเพอ่ื นๆ รว่ มรนุ่ ทม่ี านอน
คา้ งกฏุ ดิ ว้ ยกนั ๔ คนในครง้ั นน้ั จงึ กลายเปน็ ศษิ ยก์ น้ กฏุ ทิ ม่ี คี วามสนทิ สนมกบั พระอาจารย์
ขมิ เปน็ อย่างย่ิง
หลังจากผมเกษียณอายุราชการจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว ผมได้กลับ
มารับใช้พระอาจารย์ขิมอีกคร้ังด้วยการเข้ามาเป็นกรรมการสมาคมศิษย์อนงคาราม
เมื่อปี ๒๕๕๘
การจากไปของพระอาจารย์ขิมอย่างกะทันหัน ท�ำให้ผมและเพื่อนร่วมรุ่นต้อง
ใจหาย แตแ่ มพ้ ระอาจารยจ์ ะจากผมไป ค�ำสอนตา่ งๆ ของพระอาจารยจ์ ะคงตราตรึงอยู่
ในใจของผมตลอดกาล...
กราบลาพระอาจารยด์ ้วยความรกั และเคารพย่ิง
มงคล เจนจติ ตกิ ุล
เลขาธกิ ารสมาคมศษิ ยอ์ นงคาราม ในพระบรมราชูปถมั ภ์ฯ
อดตี รองอธิบดี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณะสุข
(118)
ที่ระลึกงานพระราชทานเพลงิ ศพ พระเทพรตั นโมลี (ขมิ อิสสฺ รธมฺโม ป.ธ.๕)
ถอ้ ยแถลง
❁
เน่ืองในโอกาสพิธีพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรัตนโมลี อดีต
เจา้ อาวาสวดั อนงคารามวรวหิ าร อดตี ผอู้ ำ� นวยการศนู ยศ์ กึ ษาพระพทุ ธศาสนา
วันอาทิตย์ วัดอนงคาราม และอดีตเลขาธิการ ส�ำนักงานบริหารการศึกษา
พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์แห่งประเทศไทย ในพระสังฆราชูปถัมภ์
ในวนั อาทติ ย์ ท่ี 14 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2564 ณ เมรวุ ดั อนงคารามวรวหิ าร
แขวงสมเดจ็ เจา้ พระยา เขตคลองสาน กรงุ เทพมหานคร นนั้
คณะกรรมการด�ำเนินการจัดงานพระราชทานเพลิงศพ ได้จัดพิมพ์
หนังสือคู่มือการสวดมนต์หมู่ สรรเสริญพระรัตนตรัย ท�ำนองสรภัญญะ
ซง่ึ เขยี นโดย พระเทพรัตนโมลี ท่ีกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้
จัดพิมพ์เป็นจำ� นวนหลายครั้ง และใช้ในการประกวดสวดมนต์หมู่ สรรเสริญ
พระรตั นตรยั ทำ� นองสรภญั ญะ ชงิ โลพ่ ระราชทานสมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา้
กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ตง้ั แต่ ปี พ.ศ. 2527
จนถึงปัจจุบัน เพ่ือถวายและมอบเป็นธรรมทาน แด่พระภิกษุสงฆ์ และ
แก่พุทธศาสนิกชนท่ีรับเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม เป็นเจ้าภาพท�ำบุญ
ประเภทตา่ ง ๆ และทา่ นผ้มู ีเกยี รตทิ ี่มารว่ มพธิ ีพระราชทานเพลิงศพ
(119)
ที่ระลกึ งานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรัตนโมลี (ขมิ อิสสฺ รธมโฺ ม ป.ธ.๕)
การจัดงานพระราชทานเพลิงศพน้ี ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีย่ิง
จากพระมหาเถระ พระภิกษุสงฆ์ พุทธศาสนิกชนท่ีมีจิตศรัทธาเล่ือมใส
และคณะศิษยานุศิษย์ ได้ช่วยรับเป็นเจ้าภาพพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม
การท�ำบุญครบ ๗ วัน ๕๐ วัน และ ๑๐๐ วัน การแสดงพระธรรมเทศนา
สวดพระพุทธมนต์ สวดมาติกาบังสุกุล ผ้าไตรบังสุกุล การจัดพิมพ์หนังสือ
ท่ีระลกึ และอื่น ๆ จนงานประสบผลสำ� เรจ็ ลงไปดว้ ยดี
ในนามคณะกรรมการอำ� นวยการจดั งานและจดั ทำ� หนงั สอื ทร่ี ะลกึ งาน
พระราชทานเพลงิ ศพ ขอกราบขอบพระคณุ พระมหาเถระ และพระภกิ ษสุ งฆ์
ทุกรปู และขอบคุณพุทธศาสนกิ ชนทกุ ทา่ น ท่ีมีสว่ นช่วยเหลอื ในการด�ำเนนิ
การจัดงาน ขออ�ำนวยอวยพรให้พระมหาเถระ พระภิกษุสงฆ์ทุกรูป และ
พุทธศาสนิกชนทุกท่านดังค�ำอวยพร ในพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จ
พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อย่หู วั รชั กาลท่ี ๖ ดงั น้ี
พุทธานุภาพน�ำผล เกิดสรรพมงคลน้อยใหญ่
เทวาอารกั ษท์ ่วั ไป ขอใหส้ ุขสวสั ดี
ธรรมานุภาพนำ� ผล เกดิ สรรพมงคลเฉลิมศรี
เทพชว่ ยรกั ษาปราน ี ใหส้ ุขสวัสดที ่ัวกัน
สงั ฆานุภาพนำ� ผล เกิดสรรพมงคลแม่นมนั่
เทเวศค้มุ ครองป้องกัน สุขสวสั ดิสันตท์ ว่ั ไป
นายประยูร ศรรี าตรี
อปุ นายกสมาคมศษิ ย์อนงคาราม ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ฯ
สาราณยี กร
(120)
สารบญั
❊❁❊
เร่อื ง หน้า
หมายรบั สัง่ (4)
พระมหากรุณาธิคุณ (7)
ส�ำนกึ ในพระมหากรุณาธคิ ณุ (8)
พระกรณุ าธิคุณ (9)
ประวตั ิพระเทพรัตนโมลี (ขมิ อิสฺสรธมฺโม) (11)
พธิ พี ระราชทานน้ำ� หลวงสรงศพ (20)
ประมวลภาพงานบำ� เพ็ญกศุ ลสวดพระอภธิ รรม (23)
ทิฏฐานุคติธรรม (73)
คำ� ไวอ้ าลัย (80 - 118)
ถอ้ ยแถลง (119)
คมู่ อื การสวดมนต์หมู่ สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำ� นองสรภญั ญะ 1
ประวตั ิการสวดมนต์ 1
ลกั ษณะของบทประพนั ธแ์ ละเนื้อหาสาระ 8
บทสวดสรรเสรญิ พระรตั นตรยั ท�ำนองสรภัญญะ 31
ศลิ ปะและวิธีการฝกึ สวดมนต์หม่ฯู 37
เทคนิคและวธิ ีการฝกึ สวดมนต์หมฯู่ 42
คำ� อาราธนา และค�ำถวายทาน (ทีน่ ิยมใช้ท่วั ไป) 51
เอกสารอา้ งองิ 60
รายนามเจา้ ภาพบ�ำเพ็ญกศุ ลสวดพระอภธิ รรม 63
รายนามผรู้ ่วมบ�ำเพ็ญกศุ ลงานสวดพระอภธิ รรม งานพระราชทานเพลิงศพ 66
❊❁❊
คมู่ ือการสวดมนต์หมู่
สรรเสรญิ พระรตั นตรัย
ท�ำนองสรภัญญะ
ที่ระลึกงานพระราชทานเพลงิ ศพ พระเทพรัตนโมลี (ขิม อิสสฺ รธมโฺ ม ป.ธ.๕)
บทสวดมนต์ สรรเสรญิ พระรตั นตรัย
ท�ำนองสรภญั ญะ
❈❈❈
ประวตั กิ ารสวดมนต์
การสวดมนต์ไหว้พระเป็นการสร้างมนต์ชีวิตไว้ประจ�ำตัว เป็นการ
ด�ำรงชีวิตอยู่อย่างไม่ประมาณและสร้างพลังจิต ยังความมั่นคงให้เกิดข้ึนกับ
ตนเอง ในการดำ� รงชวี ติ ประจำ� วนั ใหม้ สี ตริ ะลกึ เสมอ ในการทจ่ี ะประพฤตชิ อบ
ในกรอบของศลี ธรรม อนั เปน็ การนำ� ความสขุ ความเจรญิ มาสตู่ นเองเปน็ ชวี ติ
ท่ีมนั่ คงและจักสง่ ผลให้เกิดความมัน่ คงตอ่ ประเทศชาติ
การสวดมนต์นั้น มีประวัติความเป็นมาต้ังแต่สมัยพุทธกาล โดยที่
พระสงฆ์สาวกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้รับฟังธรรมจาก
พระพทุ ธเจ้าแลว้ เพ่อื ป้องกนั ความหลงลมื ท่านก็จะน�ำเอาคำ� สง่ั สอนนนั้ มา
ทบทวนด้วยตนเองบ้าง เป็นคณะบ้าง จนคล่องปาก จ�ำได้ข้ึนใจท่ีเรียกว่า
“วาจุคฺคโต” เพราะในสมัยตัวหนังสือท่ีจะใช้บันทึกไม่มี พอเวลานานเข้า
เกรงว่า พระธรรมวินัยอันเป็นค�ำส่ังสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะวิปริต
ผิดเพี้ยนไป ก็จัดใหม้ ีการประชมุ กันมกี ารทบทวนสอบทานท่ีเรยี กวา่ การทำ�
สังคายนา
หนังสือสวดมนต์สิบสองต�ำนานของกองทัพอากาศ ฉบับพิมพ์
พ.ศ.๒๕๑๔ อ้างหนังสือเร่ืองตามต�ำนานพระปริตร ซ่ึงสมเด็จพระเจ้าบรม
วงศ์เธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ ทรงพระนิพนธ์ไว้ว่า ประเพณีที่
พระสงฆ์สวดพระปริตร (สวดมนต์) เกิดข้ึนในลังกาทวีปประมาณว่า
เมอื่ พทุ ธกาลลว่ งมาแลว้ ราว ๕๐๐ ปี
วัดอนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 1
คูม่ ือการสวดมนต์หมู่ สรรเสริญพระรตั นตรัย ทำ� นองสรภญั ญะ
สาเหตุท่ีท�ำให้เกิดประเพณีสวดพระปริตรตามบ้านน้ัน สมเด็จ
กรมพระยาดำ� รงราชานภุ าพ ทรงพระนพิ นธไ์ วว้ า่ “ในพงศาวดารปรากฏวา่
พวกทมฬิ มอี ำ� นาจปกครองบา้ นเมอื ง (ลงั กา) อยนู่ าน ๆ หลายครง้ั พวกทมฬิ
นับถือไสยศาสตร์ พาศาสนาพราหมณ์เข้ามาสั่งสอนในลังกาทวีปด้วย
อยา่ งไรก็ตาม คตศิ าสนาพราหมณ์นัน้ นิยมว่า ผทู้ รงพระเวทอาจรา่ ยมนต์ให้
เกิดสิริมงคลหรือป้องกันแก้ไขภยันตรายแก่มหาชนได้ สันนิษฐานว่า พวก
ชาวลังกาแม้ที่นับถือพระพุทธศาสนาก็ย่อมมีเวลาปรารถนาสิริมงคลและมี
เวลาหวาดหว่ันต่อภยันตรายตามธรรมดาสามัญมนุษย์ คงจะขอให้พระสงฆ์
เถรานุเถระชาวลงั กา ชว่ ยหาแนวทางในพระพุทธศาสนาสงเคราะหเ์ พ่ือเกดิ
สิรมิ งคลหรอื ปอ้ งกันอนั ตรายใหแ้ ก่ตนเองบา้ ง พระสงฆม์ คี วามกรณุ า จงึ คิด
วิธีการสวดพระปริตรขึ้นให้สมประสงค์ของประชาชน ก็แต่วิธีร่ายเวทมนต์
ของพราหมณ์นนั้ เขาวงิ วอนขอพรตอ่ พระผู้เป็นเจา้ คติทางพระพุทธศาสนา
ห้ามการท�ำเช่นน้ัน พระสงฆ์จึงค้นในพระไตรปิฏกเลือกเอาพระสูตร และ
ปาฐะพระคาถาสรรเสริญคุณพระรัตนตรัยอันมีต�ำนานอ้างว่า เกิดข้ึน
เนื่องด้วยเหตุการณ์ต่าง ๆ มาสวดเป็นมนต์ การสวดมนต์ดังกล่าวน้ัน
เรียกว่า สวดพระปริตร หมายถึง สวดพระพุทธวจนะท่ีมีอานุภาพคุ้มกัน
อันตรายตา่ ง ๆ ได้
2 วัดอนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร
ที่ระลกึ งานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรัตนโมลี (ขิม อสิ ฺสรธมฺโม ป.ธ.๕)
การสวดมนตข์ องชาวพทุ ธ มีอยู่ ๓ ลักษณะ คอื
1. สวดพระสตู ร เช่น บทธรรมจักรกปั ปวัตนสูตร มงคลสูตร เปน็ ต้น
2. สวดพระปรติ ร เช่น บทโมรปรติ ร ขนั ธปรติ ร เป็นตน้
3. สวดสจั กิริยา เชน่ บทมงคลจกั รวาลใหญ่ มงคลจังวาลนอ้ ย หรอื
บทท่ีลงท้ายด้วยค�ำว่า “อานุภาเวน” เป็นการตั้งสัตยาธิษฐาน
ให้เกิดประโยชน์ ถึงการอย่างก็ตามการสวดมนต์ก็เป็นส่วนให้
เกิดสมาธิ พลงั จติ และสริ ิมงคลแก่ผู้สวดและผู้ฟงั
การสวดมนต์ของชาวพทุ ธมีอยู่ ๒ แบบ คือ
1. การสวดเป็นบท ๆ เป็นค�ำ ๆ ไป เรียกว่า แบบปทภาณะ ดังเชน่
ทพี่ ระสงฆ์สวดกนั อยทู่ ั่วไปในวัดหรอื ในงานพธิ ตี ่าง ๆ
2. การสวดแบบใช้เสียงตามท�ำนองของบทประพันธ์ ฉันทลักษณ์
ตา่ ง ๆ เรยี กวา่ สรภาณะ เช่น งานพิธีรบั เทศน์หรอื ในเทศกาล
พิเศษ เปน็ ต้น เรียกอกี อยา่ งหนง่ึ ว่า สรภญั ญะ
ต่อมาได้มีวิวัฒนาการให้พระสงฆ์เทศน์เป็นท�ำนองแหล่ข้ึนในบท
ทำ� นองร่ายยาว เชน่ งานเทศนม์ หาชาติ เป็นต้น ทง้ั นเ้ี ป็นเรื่องสบื เน่ืองมาแต่
คร้ังพทุ ธกาลแลว้ โดยทา่ นพระโสณะกุฏกิ ณั ณะเป็นผูส้ วดถวายพระพทุ ธเจา้
ในคราวมาเฝา้ พระพทุ ธเจา้ และพกั อยู่ในพระเชตวนั วหิ ารกับพระพทุ ธเจ้า มี
เรือ่ งปรากฏในพระวินยั ปฏิ ก มหาวรรค ภาค ๒ ข้อ ๑๗ หน้า ๒๗ พระวินัย
ปฏิ กภาษาบาลฉี บบั ทยยฺ รฏฐฺ สสฺ เลม่ ท่ี ๕ พมิ พ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ โรงพมิ พค์ รุ สุ ภา
ลาดพร้าว วา่
วดั อนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรงุ เทพมหานคร 3
ค่มู อื การสวดมนตห์ มู่ สรรเสริญพระรตั นตรัย ท�ำนองสรภัญญะ
อถโข ภควา รตฺติยา ปจจฺ สู มยํ อายสมนฺตํ โสณํ อชเฺ ฌสิ “ปฏภิ าตุ
ตํ ภกิ ขฺ ุ ธมโฺ ม ภาสิตุนตฺ ”ิ . “เอวํ ภนฺเตต”ิ โข อายสมฺ า โสโณ ภควโต ปฏิ
สสฺ ณุ ติ ฺวา สพพฺ าเนว อฏฐฺ กวคฺคิกานิ สเรน อภาส.ิ อถโข ภควา อายสมฺ
โต โสณสสฺ สรภณฺญปริโยสาเน อพฺภานุโมท,ิ “สาธุ สาธุ ภิกฺข,ุ สคุ คฺ หิตา
นิ โข เต ภิกฺขุ อฏฐฺ กวคฺคิกานิ สุมนสิกตานิ สูปธาริตาน,ิ กลฺยาณยิ าสิ วา
จาย สมนฺนาคโต วิสฺสฏฐาย อเนลคลาย อตฺถสฺส วญิ ฺญาปนยิ า, กตวิ สโฺ ส
สิ ตวฺ ํ ภิกขฺ ูต”ิ .
พระไตรปิฏกภาษาไทยพระวินัยปิฏก มหาวรรค ภาค ๒ เล่มท่ี ๕
ข้อ ๑๗ หนา้ ๓๓ วา่
“คร้ังน้ัน พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในท่ีแจ้งจนดึก จึงเสด็จ
เข้าพระวิหาร ฝ่ายท่านพระโสณะ ก็ยับยั้งอยู่ในท่ีแจ้งจนดึกจึงเข้า
พระวิหาร ครั้นเวลาปัจจุสมัยแห่งราตรี พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงต่ืน
พระบรรทมแล้วทรงอัชเฌสนาท่านพระโสณะว่า ดูกรภิกษุ เธอจงกล่าว
ธรรมตามถนดั ทา่ นพระโสณะกราบทลู สนอง พระพทุ ธบญั ชาวา่ อยา่ งนนั้
พระพุทธเจ้าข้า แล้วได้สวดพระสูตรทั้งหลายอันมีอยู่ในอัฏฐวรรค
จนหมดส้ินโดยสรภัญญะ ครั้งจบสรภัญญะของพระโสณะ พระผู้มี
พระภาคเจา้ ทรงปราโมทยป์ ระทานสาธกุ า วา่ ดลี ะ ดลี ะ ภกิ ษุ สตู รทง้ั หลาย
ในอัฏฐกวรรคเธอเล่าเรียนมาดีแล้ว ท�ำไว้ในใจดีแล้ว ทรงจ�ำไว้แม่นย�ำดี
เธอเปน็ ผปู้ ระกอบด้วยวาจาไพเราะเพราะพร้งิ ไมม่ โี ทษ ให้เขา้ ใจรู้ความ
ได้แจม่ ชดั เธอมีพรรษาเท่าไร ภิกษ”ุ .
4 วัดอนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรงุ เทพมหานคร
ทร่ี ะลึกงานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรัตนโมลี (ขิม อิสฺสรธมฺโม ป.ธ.๕)
การสวดมนต์ท�ำนองสรภัญญะด้วยภาษาบาลีน้ัน ได้มีมาตั้งแต่ครั้ง
พุทธกาลแล้ว ส่วนการสวดมนต์สรรเสริญพระรัตนตรัย ท�ำนองสรภัญญะ
ที่เป็นภาษาไทย สันนิษฐานได้ว่า น่าจะมีข้ึนประมาณในรัชกาลท่ี ๕ ด้วย
เหตุผลว่า ค�ำประพันธ์สวดมนต์สรรเสริญพระรัตนตรัยท่ีเป็นภาษาไทย
(คอื องคใ์ ดพระสมั พทุ ธ ฯลฯ ญ ภาพนน้ั นริ นั ดร, ธรรมะคอื คณุ ากร ฯลฯ ดว้ ย
จิตและกายวาจา และสงฆ์ใดสาวกศาสดา ฯลฯ จงดับและกลับเส่ือมศูนย์)
ที่เป็นบทฉันทลักษณ์ต่าง ๆ ซึ่งใช้สวดในปัจจุบันนี้ พระยาศรีสุนทรโวหาร
(น้อย อาจารยางกูร) ท่านเป็นผู้ประพันธ์ ท่านเกิดสมัยรัชกาลที่ ๒ และ
รับราชการสมัยรัชกาลที่ ๔ และท่ี ๕ ปรากฏหลักฐานในหนังสือ สมเด็จ
กรมพระยาด�ำรงราชานภุ าพ ซึง่ ประพัฒน์ ตรีณรงค์ เปน็ ผูเ้ ขียนใจความว่า
สมเด็จกรมพระยาด�ำรงฯ ผนวชเม่ือ พ.ศ. ๒๔๒๖ ที่พระอุโบสถวัด
พระศรีรัตนศาสดาราม แล้วเสด็จไปจ�ำพรรษาอยู่ที่วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ
อ�ำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระองค์ได้จัดโรงเรียนขึ้นท่ี
วัดนั้น ได้ทรงจัดให้มีต�ำราเรียนเร็วขึ้น ทรงนิพนธ์แบบเรียนเร็วข้ึนใช้สอย
พระนิพนธ์เรื่องนีต้ ่อมาได้ใชเ้ ป็นตำ� ราเรียนของเด็กนกั เรยี นด้วย
นอกจากจะทรงคิดแต่งต�ำราเพื่อให้เรียนหนังสือได้เร็วแล้ว ยังทรง
สังเกตเห็นว่า ในโรงเรียนขาดการสอนคดีธรรม คร้ังแรกทรงคิดท่ีจะให้
พระเทศนใ์ หเ้ ดก็ ฟงั กท็ รงเกรงวา่ จะไมก่ อ่ ใหเ้ กดิ ประโยชนอ์ ะไร ? เพราะเดก็
ฟงั แลว้ ไมเ่ ขา้ ใจ สำ� หรบั ขอ้ นท้ี รงแกไ้ ขดว้ ยวธิ เี ลา่ ไวใ้ นหนงั สอื ประวตั อิ าจารยว์ า่
แต่จะเทศน์ให้เด็กฟังก็ไม่เข้าใจ เห็นว่า ถ้าแต่งเป็นค�ำกลอนให้เด็ก
ท่องสวดจะดีกว่า ข้าพเจ้าบอกความท่ีปรารถนาไปยังพระศรีสุนทรโวหาร
(น้อย อาจารยางกูร) ขอให้ท่านแต่งค�ำนมัสการส่งข้ึนไปให้ ท่านก็แต่งให้
วัดอนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรงุ เทพมหานคร 5
ค่มู อื การสวดมนตห์ มู่ สรรเสรญิ พระรตั นตรยั ทำ� นองสรภญั ญะ
ตามประสงค์ เป็นค�ำนมัสการ ๗ บท ข้ึนด้วยบทบาลแี ลว้ มีกาพย์กลอนเปน็
ภาษาไทยทกุ บท นมสั การพระพทุ ธเจา้ ขน้ึ ตน้ วา่ องคใ์ ดพระสมั พทุ ธ สวุ สิ ทุ ธ
สนั ดาน เปน็ ตน้ บท ๑ นมัสการพระธรรมเจา้ บท ๑ นมสั การพระสงฆเ์ จา้
บท ๑ สามบทนี้ให้เด็กสวด เม่ือเร่ิมเรียนตอนเช้า มีค�ำบูชาคุณบิดามารดา
บท ๑ บูชาคุณครู บท ๑ ส�ำหรับใช้สวดเม่อื เรม่ิ เรยี นตอนบ่ายและมีคำ� บชู า
พระบรุ พกษตั รยิ ์ บท ๑ คำ� ขอพรเทวดา บท ๑ สำ� หรบั ใชส้ วดเมอ่ื จะเลกิ เรยี น
เริม่ สวดกันในโรงเรียนนิเวศนฯ์ ต้ังแต่ขา้ พเจา้ ยังบวชอยู่
ปจั จบุ นั การสวดมนตส์ รรเสรญิ พระรตั นตรยั ทำ� นองสรภญั ญะ ไดร้ บั
การแพรห่ ลายและมกี ารจดั ประกวดกจิ กรรมสวดมนตส์ รรเสรญิ พระรตั นตรยั
จากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัยสงฆ์ กรมการศาสนา กระทรวง
วฒั นธรรม สำ� นกั พฒั นากจิ กรรมนกั เรยี น สำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษา
ขนั้ พนื้ ฐาน และวดั วาอารามตา่ ง ๆ เปน็ ตน้ ทง้ั นท้ี งั้ นนั้ การสวดมนตส์ รรเสรญิ
พระรัตนตรัย ท�ำนองสรภัญญะ มีเป้าหมายหลักเพ่ือให้ผู้ร่วมกิจกรรม
ได้รู้คุณของพระพุทธ คุณของพระธรรมและคุณของพระสงฆ์ เพื่อฝึกให้
ผเู้ ขา้ รว่ มไดเ้ กดิ ความกลา้ แสดงออกและสบื สานขนบธรรมเนยี มประเพณไี ทย
และเพอื่ ใหผ้ รู้ ว่ มกจิ กรรมเกดิ ความซาบซง้ึ ในสนุ ทรยี รสของบทประพนั ธข์ อง
บทสรภัญญะ นอกจากนี้ ในแต่ละภาคก็มีบทสรภญั ญะท่เี ป็นอัตลกั ษณแ์ ละ
เอกลกั ษณต์ ามแตภ่ มู ภิ าคของตนเอง ซงึ่ ผทู้ นี่ ำ� ไปใชก้ ส็ ามารถประยกุ ตใ์ ชร้ ว่ ม
ตามบรบิ ทสรภญั ญะเชงิ พื้นที่ได้
6 วดั อนงคารามวรวหิ าร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร
ที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรัตนโมลี (ขมิ อสิ สฺ รธมโฺ ม ป.ธ.๕)
อานิสงส์ของการสวดมนต์
1. ขจัดนิวรณ์ อันเป็นอุปสรรคต่อการท�ำความดี ก่อให้เกิดความ
สดช่นื แจ่มใส จติ ใจเบิกบาน
2. ได้ศึกษาค�ำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามหลักไตรสิกขา
เพราะขณะสวดมีกายวาจาปกติ (มีศีล) มีใจจดจ่อแน่วแน่อยู่
กับบทสวดมนต์(มีสมาธิ) ได้รู้คุณความดีของพระรัตนตรัยตาม
คำ� แปลของบทสวด (มปี ญั ญา)
3. ตัดรากเหง้าแห่งความเห็นแก่ตัว เพราะขณะสวดมนตจ์ ิตจดจอ่
อยู่ที่บทสวด ไม่คิดถึงตัวเอง ความโลภ ความโกรธ ความหลง
จงึ ไมไ่ ดโ้ อกาสเข้ามาแทรกในจติ ได้
4. จติ ไม่ขนุ่ มัว เกิดสมาธมิ นั่ คง เพราะขณะสวดมนต์ผสู้ วดจะต้อง
สำ� รวจใจแนว่ แน่ ดว้ ยเกรงว่าจะสวดผดิ จิตจงึ เป็นสมาธิ เมอ่ื จิต
เป็นสมาธิความสงบเยอื กเยน็ ยอ่ มเกดิ ข้ึน
5. ไดเ้ สรมิ สรา้ งปญั ญาบารมี การสวดมนตไ์ ดร้ คู้ ำ� แปล รคู้ วามหมาย
ย่อมทำ� ใหผ้ สู้ อนได้ปญั ญาบารมี ทำ� ใหค้ �ำสอนมนั่ คง ไม่ผิดเพยี้ น
ไปจากเดิม
6. สบื สานความดสี บื ตอ่ อายพุ ระพทุ ธศาสนา เพราะการสวดมนต์
ผสู้ วดยอ่ มไดร้ แู้ นวทางปฏบิ ตั ใิ นการดำ� เนนิ นชวี ติ ทไ่ี ด้ เมอ่ื ปฏบิ ตั ิ
ตามย่อมได้รับผลเป็นความสะอาด สว่าง สงบของจิตใจ นั่นคือ
พระพุทธศาสนามั่นคงอยู่กับผู้สวดมนต์และถือได้ว่าปฏิบัติบูชา
สบื ต่ออายพุ ระพทุ ธศาสนา
7. ทำ� หนา้ ทข่ี องอบุ าสกอบุ าสกิ าใหส้ มบรู ณ์ ผสู้ วดมนตย์ อ่ มไดช้ อ่ื วา่
ไดท้ ำ� หนา้ ทขี่ องอบุ าสกอบุ าสกิ าใหส้ มบรู ณ์ เปน็ แบบอยา่ งใหผ้ อู้ นื่
ปฏิบัติตาม เกดิ ความสามคั คีในสังคมและหมู่คณะ
วัดอนงคารามวรวหิ าร เขตคลองสาน กรงุ เทพมหานคร 7
คมู่ อื การสวดมนตห์ มู่ สรรเสรญิ พระรัตนตรยั ทำ� นองสรภญั ญะ
ลกั ษณะของบทประพันธ์ และเน้อื หาสาระ๑
บทประพนั ธท์ ใ่ี ชเ้ ปน็ บทสวดมนตไ์ หวพ้ ระของนกั เรยี นตามทก่ี ระทรวง
ศกึ ษาธกิ ารประกาศใชป้ ระจำ� อยใู่ นโรงเรยี นนนั้ เฉพาะบทภาษาไทยทใ่ี ชค้ วบคู่
กบั บทพระพทุ ธคณุ บทพระธรรมคณุ และบทพระสงั ฆคณุ ทเ่ี ปน็ ภาษาบาลนี น้ั
เปน็ บทประพนั ธข์ องพระยาศรสี นุ ทรโวหาร (นอ้ ย อาจารยางกรู ป.ธ.๗ สำ� นกั
เรยี นวัดสระเกศ ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา) สมยั รชั กาลที่ ๕ เพ่ือให้นกั เรยี นใช้
สวดเป็นกิจกรรมประจ�ำวันของโรงเรียน ยังใช้อยู่ตลอดจนถึงปัจจุบัน และ
ยังไดน้ ำ� มาใช้เปน็ การประกวดแขง่ ขันสวดมนต์หมู่เป็นท�ำนองสรภัญญะดว้ ย
ก่อนท่ีจะศึกษาเรื่องบทประพันธ์แต่ละบทนั้น ควรจะศึกษาบทบาลี
กอ่ นวา่ มีเน้ือหาใจความวา่ อยา่ งไร
๑. บทพระพทุ ธคณุ “อติ ปิ ิ โส ภควา อรหํ สมมฺ าสมพฺ ทุ โฺ ธ วชิ ชฺ าจรณ
สมปฺ นฺโน สคุ โต โลกวทิ ู อนตุ ฺตโร ปรุ สิ ทมมฺ สารถิ สตถฺ า เทวมนุสฺสานํ พทุ ฺโธ
ภควาติ ฯ”
แปลวา่ พระผมู้ พี ระภาคเจา้ พระองคน์ นั้ ทรงเปน็ พระอรหนั ตห์ า่ งไกล
จากกิเลส ตรสั รดู้ ว้ ยพระองคเ์ องโดยชอบ เพรยี บพรอ้ มด้วยวิชชาและจรณะ
เสดจ็ ไปดแี ลว้ ทรงรูแ้ จ้งโลก เป็นดจุ สารถผี ฝู้ ึกนรชนอยา่ งยอดเยยี่ ม เป็นครู
สอนแด่เหล่าเทวดาและมนุษย์ เป็นผู้เบิกบาน จ�ำแนกธรรม ด้วยประการ
ดังวา่ มาน้ี ฯ
๑ อาจารยธ์ งชัย สมุ นจกั ร ป.ธ.๙ ผ้เู รยี บเรียง
8 วัดอนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร
ท่ีระลกึ งานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรัตนโมลี (ขมิ อสิ สฺ รธมฺโม ป.ธ.๕)
ท่านพระยาศรีสุนทรโวหาร ท่านได้ถือเอาใจความบางบทในบท
พุทธคุณนี้มาประพันธ์เป็นบทสรรเสริญพระพุทธคุณ โดยใช้ลักษณะการ
ประพันธ์เป็นบทอินทรวิเชียรฉันท์ ซึ่งตามลักษณะแผนผังของอินทรวิเชียร
ฉันท์ มบี าทละ ๑๑ คำ� (๔ บาทเป็น ๑ คาถา) ดังนี้
แผนผงั ที่ ๑ (อินทรวเิ ชยี รฉนั ท)์
๐ั ๐ั ๐ุ ๐ั ๐ั ๐ุ ๐ุ ๐ั ๐ุ ๐ั ๐ั
๐ั ๐ั ๐ุ ๐ั ๐ ั ๐ุ ๐ุ ๐ั ๐ุ ๐ั ๐ั
๐ั ๐ั ๐ุ ๐ั ๐ ั ๐ุ ๐ุ ๐ั ๐ุ ๐ั ๐ั
๐ั ๐ั ๐ุ ๐ั ๐ ั ๐ุ ๐ุ ๐ั ๐ุ ๐ั ๐ั
เครอื่ งหมาย ไม้หันอากาศ ( ๐ั ) ใช้แทนค�ำ “ครุ”
เครอื่ งหมาย สระอ ุ ( ๐ุ ) ใช้แทนค�ำ “ลหุ”
วัดอนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรงุ เทพมหานคร 9
คมู่ อื การสวดมนต์หมู่ สรรเสริญพระรตั นตรยั ท�ำนองสรภัญญะ
แผนผงั ท่ี ๒ (อนิ ทรวเิ ชยี รฉนั ท์)
๐ั ๐ั ๐ุ ๐ั ๐ ั ๐ุ ๐ุ ๐ั ๐ุ ๐ั ๐ั
๐ั ๐ั ๐ุ ๐ั ๐ ั ๐ุ ๐ุ ๐ั ๐ุ ๐ั ๐ั
๐ั ๐ั ๐ุ ๐ั ๐ ั ๐ุ ๐ุ ๐ั ๐ุ ๐ั ๐ั
๐ั ๐ั ๐ุ ๐ั ๐ั ๐ุ ๐ุ ๐ั ๐ุ ๐ั ๐ั
ข้อที่ควรทราบเบือ้ งต้นคือ แผนผงั ที่ ๑ นั้น เปน็ แผนผังทเ่ี ป็นต้นแบบ
ของอินทรวิเชียรฉันท์ชนิดสัมผัสนอกอย่างเดียว แผนผังที่ ๒ เป็นแผนผัง
อนิ ทรวเิ ชยี รฉนั ทท์ มี่ ที ง้ั สมั ผสั นอกและสมั ผสั ใน ผปู้ ระพนั ธใ์ ชท้ ง้ั สองลกั ษณะ
ใหส้ งั เกตดใู หด้ จี ะไดไ้ มเ่ ขา้ ใจไขวเ้ ขววา่ เปน็ บทประพนั ธอ์ ะไรกนั แน่ ความจรงิ
แลว้ เป็นบทอนิ ทรวิเชยี รฉนั ท์
ฉันท์ไทยนิยมแต่งเป็นลักษณะสัมผัส เพ่ือให้เกิดความไพเราะ
สละสลวยด้วยถ้อยค�ำ แบ่งเป็นวรรคต้น ๕ ค�ำ วรรคหลัง ๖ ค�ำ รวมเป็น
๑ บาท ๑๑ คำ� ฉนั ทไ์ ทยนบั เปน็ ๒ บท บทละ ๒ บาท รวม ๒ บทเปน็ ๑
คำ� ฉันท์ นับง่าย ๆ คือ ๔ บรรทัดหรอื ๔ บาทเปน็ ๑ ฉันท์หรอื คำ� ฉันท์ภาษา
บาลี ๑ คาถามี ๔ บาท ๑ บาทมี ๑๑ คำ� มีวิธกี �ำหนดใชค้ ณะฉนั ท์ดังนคี้ ือ
10 วดั อนงคารามวรวหิ าร เขตคลองสาน กรงุ เทพมหานคร
ทร่ี ะลกึ งานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรัตนโมลี (ขมิ อิสฺสรธมฺโม ป.ธ.๕)
ตะคณะ ๑ ตะคณะ ๑ ชะคณะ ๑ คณะละ ๓ คำ� ๓ คณะเป็น ๙ คำ�
ค�ำครลุ อยอกี ๒ ค�ำ รวมเป็น ๑๑ ค�ำพอดี
๑. ตะคณะ ใช้ ๒ คำ� แรกเป็นครุ ค�ำที่ ๓ เป็นลหุ รวมเป็น ๓ คำ�
๒. ชะคณะ ใช้ ๑ คำ� แรกเป็นลหุ คำ� ที่ ๒ เป็นครุ คำ� ท่ี ๓ เป็นลหุ
รวมเปน็ ๓ ค�ำ
๓. คำ� ครุลอย ๒ คำ� เปน็ ค�ำครลุ ้วนท้งั ๒ ค�ำ
สรปุ รวมงา่ ยๆ วา่ ใช้ ตะคณะ ๒ คณะ ชะคณะ ๑ คณะ คำ� ครลุ อย ๒ คำ�
ดังบทประพนั ธท์ ี่วา่
บทสวดพทุ ธคุณทำ� นองสรภญั ญะ
องค์ใดพระสัมพทุ ธ สุวิสทุ ธสันดาน
ตัดมูลเกลสมาร บ มิหมน่ มิหมองมวั
หนึ่งในพระทัยทา่ น ก็เบกิ บานคือดอกบัว
ราคี บ พันพัว สุวคนธกำ� จร
องคใ์ ดประกอบดว้ ย พระกรุณาดังสาคร
โปรดหมปู่ ระชากร มละโอฆกันดาร
ชท้ี างบรรเทาทุกข ์ และช้ีสขุ เกษมสานต์
ชท้ี างพระนฤพาน อันพ้นโศกวโิ ยคภัย
พรอ้ มเบญจพธิ จัก- ษจุ รสั วิมลใส
เห็นเหตุทใ่ี กลไ้ กล กเ็ จนจบประจกั ษจ์ รงิ
วดั อนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 11
คู่มือการสวดมนตห์ มู่ สรรเสริญพระรัตนตรยั ท�ำนองสรภัญญะ
ก�ำจัดน้ำ� ใจหยาบ สันดานบาปแหง่ ชายหญงิ
สตั ว์โลกได้พงึ่ พงิ มละบาปบ�ำเพญ็ บญุ
ข้า ฯ ขอประณตนอ้ ม ศิรเกล้าบงั คมคณุ
สัมพทุ ธการุญ- ญภาพนั้น นิรนั ดร ฯ
เนอื้ หาสาระ
พระสัมมาสมั พทุ ธเจ้าพระองคม์ ีพระสันดานผดุ ผอ่ ง ทรงตดั รากเหง้า
ของกิเลสมารทง้ั ๓ คือ โลภะ โทสะ โมหะเสยี ได้ ปราศจากความหม่นหมอง
ในพระทัยของพระองค์มีแต่เบิกบานดังดอกบัว ไม่มีราคะมาพันพัวใด ๆ มี
แต่กลน่ิ ศลี ทีง่ ดงามขจรขจายไป ทรงประกอบด้วยพระกรณุ า อนั กวา้ งขวาง
ดจุ สมทุ รสาคร โดยพระองคเ์ องเสดจ็ จารกิ ไปโปรดหมสู่ ตั วเ์ พอ่ื ใหพ้ น้ จากหว้ ง
กิเลส อันกันดาร ชี้ทางที่จะบรรเทาทุกข์ลง และทางท่ีจะเป็นสุขเกษมสงบ
ตลอดจนทางอนั ตรงตอ่ พระนิพพาน เพอ่ื ให้หลุดพน้ จากความโศกและวโิ ยค
ภยั อันเกิดจากความพลัดพรากกัน เพราะพระองค์ ก็ทรงประกอบ ด้วยจกั ษุ
๕ ประการ คอื มงั สะจกั ษุ (ตาเนอื้ ) ทิพย์จกั ษุ (ตาทพิ ย์) ปญั ญาจักษุ (ตา
ปัญญา) พทุ ธจกั ษ1ุ (จกั ษขุ องพระพุทธเจา้ ) และสมันตจักษุ (จกั ษเุ ห็นรอบ
ทรงประกอบดว้ ย พระสพั พญั ญตุ ญาณอนั หยง่ั รธู้ รรมทกุ ประการ) ผอ่ งใส เหน็
เหตุการณท์ ้งั ใกลท้ ั้งไกลจนแจ้งประจกั ษ์ เพือ่ ก�ำจัดน้ำ� ใจหยาบท่เี ปน็ สนั ดาน
บาปของชายหญงิ ทรงเปน็ ทพ่ี งึ่ พงิ ของสตั วโ์ ลกใหล้ ะบาปกไ็ ด้ บำ� เพญ็ บญุ กไ็ ด้
1 หมายถงึ พระญาณ ๓ คือ ปพุ เพนวิ าสานสุ สติญาณ จุตปู ปาตญาณ และอาสวักขยญาณ มีครบเฉพาะพระพุทธเจ้าเทา่ นั้น
พระสาวกองค์อื่น ๆ มีไม่ครบ
12 วัดอนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร
ท่ีระลกึ งานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรตั นโมลี (ขิม อสิ ฺสรธมโฺ ม ป.ธ.๕)
ขา้ พเจา้ ขอนอ้ มเศยี รเกลา้ บงั คมพระคณุ ของพระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ผทู้ รงพระ
การญุ พระองค์น้ัน ช่ัวนิจนิรันดร์ ฯ
ขอ้ สงั เกตในฉนั ท์บทน้ี
บาททีว่ ่า องคใ์ ดพระสมั พทุ ธ สวุ สิ ทุ ธสนั ดาน
บาททว่ี ่า หนงึ่ ในพระทยั ทา่ น ก็เบกิ บานคอื ดอกบัว
เปน็ ลักษณะของแผนผังฉันท์ที่ ๒ มีสัมผสั ในดังกล่าวข้างตน้
บาททวี่ า่ องค์ใดประกอบด้วย พระกรุณาดังสาคร
บาททวี่ ่า พร้อมเบญจพธิ จัก- ษุจรัสวิมลใส
เป็นลักษณะของแผนผงั ฉันทท์ ่ี ๑ เปน็ แบบสมั ผสั นอกอยา่ งเดียว
นอกจากบาทท่ียกมาเปน็ ตวั อยา่ งนแี้ ลว้ กข็ อใหพ้ จิ ารณา ตรวจดูแลว้
จะรูว้ า่ ผูป้ ระพนั ธใ์ ช้ทง้ั ๒ แบบผสมผสานกนั ไป น่ีคือเอกลกั ษณพ์ เิ ศษอย่าง
หน่งึ ของกวี
อีกประการหน่ึง บทว่า “ตัดมูลเกลสมาร” เป็นลักษณะของการผัน
ศพั ทใ์ หส้ ลวยขนึ้ จะประพนั ธว์ า่ ตดั มลู กเิ ลสมารกไ็ ด้ ซงึ่ กถ็ กู ตอ้ งตามหลกั ของ
ค�ำครุ คำ� ลหุ เหมอื นกัน แตท่ า่ นกลับใชค้ ำ� แผลง ผันเป็น เกลสมาร ก็นบั เป็น
เชงิ กวอี กี ประการหน่งึ
วรรคทว่ี ่า ชที้ างพระนฤพาน ก็ดี บาทวา่ พรอ้ มเบญจพิธจัก- ก็ดี เป็น
แบบผสมผสานระหวา่ งฉนั ทป์ ระเภทมาตราพฤตกิ บั วรรณพฤตเิ ขา้ ดว้ ยกนั คอื
คำ� ลหุ ๒ ค�ำในฉันทม์ าตราพฤตินับเป็นคำ� ครุ ๑ ค�ำ ในฉันทว์ รรณพฤติ คำ� ว่า
นฤ ก็ดี พิธ ก็ดี นับเปน็ ค�ำครุ ๑ คำ� น้ีก็นับเป็นลักษณะของเชงิ กวอี กี ประการ
หนึง่ เหมอื นกนั
วัดอนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรงุ เทพมหานคร 13
คู่มือการสวดมนตห์ มู่ สรรเสรญิ พระรัตนตรยั ท�ำนองสรภญั ญะ
ขอ้ สังเกตอีกประการหน่ึง คำ� ครุในทีข่ องค�ำลหุ เช่นคำ� วา่ ก็เบกิ บาน,
และชีส้ ุข, อนั พ้นโศก, ก็เจนจบ, สนั ดานบาป และ -ญภาพน้นั จะใช้ไดห้ รือ
อยา่ งไร ตรงนต้ี อ้ งขอนำ� หลกั ฐานมาชแี้ จงดงั นี้ แสดงเฉพาะคำ� ทแี่ ปลเปน็ ไทย
จากภาษาบาลมี าใหด้ ู
“อักษรตัวใดท่ีเป็นตัวต้น เป็นค�ำครุ ในค�ำสังโยคต้นบาทข้างหน้า
อักษรตัวน้ันนักศึกษาต้องเข้าใจว่า เป็นค�ำลหุได้ในบางกรณี ดังค�ำตัวอย่าง
เช่นว่า ทสสฺ น เป็นตน้ ”
ดังน้ัน ค�ำท่ียกมาให้ดูในบทประพันธ์น้ัน ให้ถือว่า “เป็นค�ำลหุ” ได้
ตามหลักฐานน้ี เพอ่ื จะไดค้ ลายความสงสัยท่ีจะตัดสนิ ใจวา่ เป็นบทฉันท์อะไร
กันแน่
ขอ้ ที่น่าศึกษาค�ำครุ ค�ำลหุไทย
คำ� ลหไุ ทย คอื ค�ำท่มี สี �ำเนยี งเปน็ สระอะ อิ อุ เอะ แอะ โอะ เอาะ
อวั ะ เอียะ เอือะ เออะ ฤ ฦ ก็ บ่ บ
ค�ำท่ีมีส�ำเนียงสระนอกจากเสียงลหุท้ังหมด และค�ำที่มีตัวสะกด
เปน็ ค�ำครุ
ค�ำพิเศษ คือ ค�ำที่มีส�ำเนียงเปน็ สระอำ� เปน็ ไดท้ ั้งคำ� ครุ และลหุ
ความหมายของคำ� ครุ และลหุ
ในที่น้ีจะยกความหมายของค�ำครุ ค�ำลหุ เป็นการประกอบใช้เสียง
ให้ถูกต้องในการสวดเป็นท�ำนองสรภัญญะในโอกาสต่อไปพอเป็นตัวอย่าง
สกั ๖ นยั ดงั น้ี
14 วัดอนงคารามวรวหิ าร เขตคลองสาน กรงุ เทพมหานคร
ท่ีระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรตั นโมลี (ขมิ อิสสฺ รธมโฺ ม ป.ธ.๕)
ค�ำครุ ค�ำลหุ คำ� ครุ ค�ำลหุ
ชา้ เรว็ หนัก เบา
ดัง (ธนติ ) แผ่ว(สิถลิ ) ยาว สัน้
ก้อง (โฆสะ) ไม่กอ้ ง (อโฆสะ) สูง ตำ�่
วิธีการสวดอย่างใดอย่างหนึ่ง จะออกเสยี งให้ใกล้เคียงกบั ความหมาย
ดังว่ามานี้ ก็นับว่าเป็นเสียงครุเสียงลหุได้เหมือนกัน เรียกว่าเป็นศิลปะ
ในการใช้เสียงให้ใกล้เคียงกับลักษณะของค�ำฉันท์ ข้อส�ำคัญต้องสวดให้มี
ความไพเราะตามท�ำนองฉนั ทน์ ั้น ๆ
๒. บทพระธรรมคณุ สวฺ ากฺขาโต ภควตา ธมโฺ ม, สนฺทฏิ ฺฐิโก อกาลิโก
เอหปิ สฺสิโก, โอปนยโิ ก ปจจฺ ตตฺ ํ เวทิตพโฺ พ วิฺ ญหู ีติ ฯ
คำ� แปล พระธรรมทพี่ ระผมู้ พี ระภาคเจา้ ตรสั ไวอ้ ยา่ งดแี ลว้ เปน็ ธรรมท่ี
ผปู้ ฏบิ ตั จิ ะเหน็ แจง้ ไดเ้ อง ไมจ่ ำ� กดั กาลเวลา ควรเรยี กมาใหพ้ สิ จู นด์ ู ควรนอ้ ม
เขา้ มาในตนเอง อันวญิ ญชู นจะพึงทราบไดจ้ ำ� เพาะตน ฯ
ท่านผู้ประพันธ์ได้ถือเอาใจความบางบทในบทพระธรรมคุณน้ีมา
ประพันธ์เป็นบทสรรเสริญพระธรรมคุณ โดยใช้บทกาพย์ฉบัง ๑๖ เป็นบท
ประพันธ์
บทประพนั ธ์กาพยฉ์ บงั ๑๖ นี้ ไม่กำ� หนดค�ำเปน็ คณะฉนั ท์ ก�ำหนดแต่
เพียงสัมผสั เทา่ นนั้ วรรคแรกก�ำหนด ๖ ค�ำ วรรค ๒ กำ� หนด ๔ ค�ำ และวรรค
๓ กำ� หนด ๖ ค�ำ รวมเป็น ๑๖ คำ� มรี ปู ผังและสมั ผสั ดังน้ี
วัดอนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 15
คูม่ อื การสวดมนตห์ มู่ สรรเสริญพระรตั นตรัย ท�ำนองสรภญั ญะ
แผนผงั กาพยฉ์ บงั ๑๖
๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐
๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐
๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐
๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐
บทสวดพระธรรมคณุ (ท�ำนองสรภญั ญะ)
ธรรมะคอื คณุ ากร ส่วนชอบสาธร
ดจุ ดวงประทปี ชัชวาล
แห่งองคพ์ ระศาสดาจารย ์ ส่องสตั ว์สันดาน
สวา่ งกระจา่ งใจมนท์
ธรรมใดนับโดยมรรคผล เป็นแปดพึงยล
และเก้ากับทงั้ นฤพาน
สมญาโลกอุดรพสิ ดาร อนั ลกึ โอฬาร
พสิ ุทธ์ิพเิ ศษสุกใส
อกี ธรรมตน้ ทางครรไล นามขนานขานไข
ปฏบิ ตั ปิ ริยตั เิ ปน็ สอง
คือทางด�ำเนนิ ดจุ คลอง ให้ลว่ งลปุ อง
ยังโลกอุดรโดยตรง
ขา้ ขอโอนออ่ นอตุ มงค ์ นบธรรมจำ� นง
ดว้ ยจติ ต์และกายวาจา (กราบ)
16 วดั อนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร
ทีร่ ะลึกงานพระราชทานเพลงิ ศพ พระเทพรตั นโมลี (ขิม อิสสฺ รธมฺโม ป.ธ.๕)
เน้อื หาสาระ
พระธรรมค�ำส่ังสอนของพระพุทธเจ้า เป็นบ่อเกิดคุณงามความดี
ท่ีพระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว เป็นเสมือนดวงประทีปส่องให้โชติช่วงชัชวาล
ส่องสันดานของหมู่สัตว์ให้สว่างกระจ่างใจที่มีมลทินอยู่ เม่ือกล่าวโดย
รวบยอดแล้ว แยกเปน็ มรรค ๔ ผล ๔ และนิพพาน ๑ รวมเป็น ๙ ประการ
มีชื่อเรียกว่าโลกุตรธรรม เป็นธรรมที่กว้างขวางลึกซึ้งมาก ท�ำให้เกิดความ
บรสิ ทุ ธผ์ิ ดุ ผอ่ งอยา่ งวเิ ศษ สว่ นธรรมทเี่ ปน็ ตน้ ทางใหด้ ำ� เนนิ ไปถงึ โลกตุ รธรรม
นั้น มีอีก ๒ ประการ มีชื่อเรียกว่าปริยัติสัทธรรม ๑ ปฏิบัติสัทธรรม ๑
ธรรมทั้ง ๒ ประการน้ี เป็นทางด�ำเนินมุ่งตรงต่อโลกุตรธรรมโดยตรง
เปรยี บเหมอื นลำ� คลองทไ่ี หลตรงสมู่ หาสมทุ รฉะนนั้ ขา้ พเจา้ ขอนอ้ มเศยี รเกลา้
นบไหวพ้ ระธรรมนน้ั พร้อมทง้ั จติ ใจและกายวาจา ฯ
ข้อสงั เกตในกาพยบ์ ทน้ี
บทกาพยฉ์ บงั ๑๖ นี้ นยิ มประพนั ธเ์ ปน็ บทดำ� เนนิ เรอื่ ง พรรณนาความ
บทไหวค้ ร ู บทพากย์ เปน็ ตน้
ข้อสังเกตอีกประการหน่ึงส�ำหรับกรรมการตัดสิน ครูผู้ท่ีฝึกสอน
นักเรียน และนักเรียนผู้สวดท�ำนองสรภัญญะ คือ บทว่า “ดุจดวงประทีป
ชัชวาล” กับบทว่า “คือทางด�ำเนินดุจคลอง” เหตุไฉนจึงสวดไม่เหมือนกัน
ทงั้ ทอ่ี ยู่ในบทสวดบทเดียวกนั ขอให้พิจารณาดูใหด้ ี
วดั อนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรงุ เทพมหานคร 17
คมู่ ือการสวดมนต์หมู่ สรรเสรญิ พระรตั นตรยั ท�ำนองสรภัญญะ
๓. บทพระสังฆคุณ
สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ อชุ ุปฏปิ นฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ
ายปฏปิ นโฺ น ภควโต สาวกสงโฺ ฆ สามจี ปิ ฏปิ นโฺ น ภควโต สาวกสงโฺ ฆ ยททิ ํ
จตตฺ าริ ปุรสิ ยุคานิ อฏ ปุริสปคุ ฺคลา เอส ภควโต สาวกสงฺโฆ อาหุเนยโฺ ย
ปาหเุ นยฺโย ทกขฺ ิเณยโฺ ย อฺ ชลีกรณีโย อนตุ ฺตรํ ปฺุ กฺเขตฺตํ โลกสสฺ าติ ฯ
คำ� แปล พระสงฆส์ าวกของพระผู้มพี ระภาคเจ้า เปน็ ผูป้ ฏบิ ตั ิดี ปฏิบตั ิ
ตรง ปฏิบัติเพ่ือออกจากทุกข์ ปฏิบัติโดยชอบ รวมเป็นพระสงฆ์ ๔ คู่ (คือ
พระโสดาบัน ๑ คู่ พระสกทาคามี ๑ คู่ พระอนาคามี ๑ คู่ พระอรหันต์
๑ ค)ู่ จ�ำแนกเป็นพระอริยบุคคล ๘ คือ พระผ้ตู งั้ อยใู่ นโสดาปัตติมรรค ๑
พระผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล ๑ พระผู้ตั้งอยใู่ นสกทาคามมิ รรค ๑ พระผู้ต้ังอยู่
ในสกทาคามผิ ล ๑ พระผตู้ งั้ อยใู่ นอนาคามมิ รรค ๑ พระผตู้ งั้ อยใู่ นอนาคามผิ ล
๑ พระผตู้ ั้งอยู่ในอรหัตตมรรค ๑ พระผตู้ ง้ั อยใู่ นอรหัตตผล ๑ น้ีคอื พระสงฆ์
สาวกของพระผมู้ ีพระภาคเจ้า ทา่ นเป็นผู้ควรรบั ของบูชา เป็นผู้ควรตอ้ นรับ
เปน็ ผคู้ วรกระท�ำทักษณิ า เปน็ ผ้สู มควรน้อมอญั ชลกี ราบไหว้ เปน็ บุญเขตอนั
ยอดเยี่ยมของชาวโลกฯ
ทา่ นผปู้ ระพนั ธ์ ถอื เอาใจความบางบทในบทพระสงั ฆคณุ นม้ี าประพนั ธ์
เป็นบทสรรเสริญพระสังฆคุณ โดยใช้บทกาพย์ฉบัง ๑๖ เป็นบทประพันธ์
เหมือนในบทสรรเสรญิ พระธรรมคุณ ส่วนผังกาพยฉ์ บงั ๑๖ ไดก้ ลา่ วไวแ้ ล้ว
ในบทธรรมคุณข้างต้น
18 วัดอนงคารามวรวหิ าร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร
ท่ีระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรตั นโมลี (ขิม อิสสฺ รธมโฺ ม ป.ธ.๕)
บทสวดสงั ฆคณุ ท�ำนองสรภญั ญะ
สงฆใ์ ดสาวกศาสดา รบั ปฏบิ ตั มิ า
แตอ่ งคส์ มเดจ็ ภควันต์
เหน็ แจง้ จตุสัจเสร็จบรร- ลุทางทีอ่ นั
ระงบั และดับทุกขภ์ ัย ปัญญาผ่องใส
โดยเสด็จพระผูต้ รัสไตร บ มลิ �ำพอง
สะอาดและปราศมวั หมอง ศาลแดโ่ ลกยั
เหนิ ห่างทางขา้ ศึกปอง มคี ณุ อนนต์
ด้วยกายและวาจาใจ พกทรงคณุ า-
เป็นเน้ือนาบญุ อันไพ- พระไตรรตั น์อัน
และเกิดพบิ ลู ยพ์ ูนผล อันตรายใดใด
สมญาเอารสทศพล
อเนกจะนบั เหลือตรา
ขา้ ฯ ขอนบหมู่พระศรา-
นุคุณประดุจรำ� พนั
ด้วยเดชบญุ ขา้ อภวิ ันท์
อดุ มดิเรกนริ ัติสัย
จงชว่ ยขจดั โพยภัย
จงดับและกลบั เส่อื มศนู ย์ ฯ
วดั อนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 19
คู่มือการสวดมนตห์ มู่ สรรเสรญิ พระรตั นตรยั ท�ำนองสรภัญญะ
เนอื้ หาสาระ
พระสงฆส์ าวกของพระพทุ ธเจา้ รบั ขอ้ ปฏบิ ตั มิ าแตพ่ ระผมู้ พี ระภาคเจา้
เหน็ แจง้ ในอรยิ สัจธรรมทง้ั ๔ คอื ทกุ ข์ สมทุ ัย นโิ รธ และมรรคแลว้ จนได้
บรรลุทางท่ีสงบระงับดับทุกข์ภัยท้ังสิ้นตามพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงตรัสรู้
วิชชา ๓ ประการ คือ ปุพเพนิวา-สานุสสติญาณ ๑ จุตูปปาตญาณ ๑
อาสวกั ขยญาณ ๑ ทำ� ใหพ้ ระสงฆส์ าวกมปี ญั ญาผอ่ งใส สะอาดปราศจากความ
มวั หมอง ไกลจากขา้ ศึกคอื กิเลส มคี วามสำ� รวมกายวาจาและใจ น่าเลอ่ื มใส
จึงจัดว่าเป็นเน้ือนาบุญอันกว้างขวางแก่ชาวโลก น�ำให้เกิดผลอันไพบูลย์
พระสงฆส์ าวกนจี้ งึ มสี มญั ญาเปน็ พระโอรสของพระทศพลพทุ ธเจา้ มพี ระคณุ
อเนกอนนั ตเ์ หลือทจ่ี ะคณานับ
ข้าพเจา้ จงึ ขอนบน้อมหมูพ่ ระสงฆส์ าวกผทู้ รงคณุ านุคุณดงั พรรณนา
มา และด้วยเดชะบุญที่ข้าพเจ้านบไหว้พระรัตนตรัยอันย่ิงใหญ่ด้วยอุดมคุณ
น้ี ได้โปรดช่วยขจัดภัยทั้งปวง และขอให้อันตรายใดใดจงดับและกลับเส่ือม
สูญไปด้วยเทอญฯ
ขอ้ สังเกต
ในบทสวดสังฆคุณนี้ ค�ำคร่อมวรรคที่มียัติภังค์หลายแห่ง เช่น
“เห็นแจ้งจตุสัจเสร็จบรร-” “เป็นเน้ือนาบุญอันไพ-“ เป็นต้น การสวดจะ
ต้องเอื้อนเสียงหรือลากเสียงไปถึงตัวข้างหลังด้วย โดยมิให้ขาดค�ำหรือมิให้
เสียงขาด เพราะเปน็ คำ� เดียวกัน เชน่ บรร-ลุ ไพ-ศาล ดังนน้ั ผ้ฝู กึ สอน และ
ฝึกสวดตอ้ งใชศ้ ิลปะอยา่ งน้ดี ้วย
20 วดั อนงคารามวรวหิ าร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร
ทีร่ ะลกึ งานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพรตั นโมลี (ขิม อสิ ฺสรธมฺโม ป.ธ.๕)
บทประพันธ์ท้ัง ๓ บทนี้ มีข้อสังเกตรวม ๆ อีกประการหน่ึงที่
นกั ประพนั ธ์ หรอื นกั วรรณคดตี อ้ งสงั เกตใหร้ ไู้ ว้ คอื ตวั สดุ ทา้ ย หรอื คำ� ลงทา้ ย
ของบทประพนั ธแ์ ตล่ ะบท จะตอ้ งไปสมั ผัสกับบทต่อไปเสมอ เชน่
คำ� ลงทา้ ยท่ี ๑ สัมพุทธการุญ- ญภาพน้ันนิรันดร
ค�ำข้ึนตน้ ท่ี ๒ ธรรมะคอื คุณากร สว่ นชอบสาธร
คำ� ข้นึ ต้นท่ี ๒ - ด้วยจิตและกายวาจา
ค�ำลงทา้ ยที่ ๓ สงฆใ์ ดสาวกศาสดา รบั ปฏบิ ัติมา
จะเห็นว่าค�ำวา่ “ดร” ต่อสัมผัสกับค�ำว่า “ธร” ในบทที่ ๒ คำ� ลงทา้ ย
ท่ี ๒ “วาจา” สัมผสั กบั ค�ำวา่ “มา” ในค�ำข้ึนต้นบทท่ี ๓ คำ� ลงท้ายบทกอ่ น
จะต้องสัมผัสกบั ค�ำสดุ ทา้ ยของบทขึ้นต้นของบทต่อไปเสมอ ในเมื่อประพันธ์
เปน็ เรอื่ งเดียวกนั เปน็ ลักษณะของพวงร้อย ให้คลอ้ งจองกนั ไปทุกบทจนจบ
เรอื่ ง เหมอื นกบั พวงดอกไมท้ ร่ี อ้ ยตดิ ตอ่ กนั ไป นเี้ ปน็ เรอื่ งกรรมวธิ บี ทประพนั ธ์
ทจี่ ะตอ้ งนำ� ไปใช้
๔. บทสวดชยสิทธิคาถา ส�ำหรับบทสวดน้ี ขอท�ำความเข้าใจว่า
เฉพาะบทที่เป็นภาษาบาลีสืบประวัติไม่ได้ว่า คณะสงฆ์ลังกาหรือคณะสงฆ์
ไทยเป็นผู้ประพันธ์ เพราะใช้สวดกันมาเป็นเวลานานแล้ว จนกระทั่งไม่รู้ผู้
ประพนั ธ์ ใจความของบทประพนั ธน์ พ้ี รรณนาถงึ เรอื่ งชยั ชนะของพระพทุ ธเจา้
ถงึ ๘ เรอื่ งดว้ ยกนั ดงั ทพ่ี ระสงฆส์ วดบทถวายพรพระอยใู่ นวนั พระ วนั ทำ� บญุ
ตกั บาตรกัน หรอื สวดมนตใ์ นงานพธิ ตี า่ ง ๆ กนั จนจบทัง้ ๘ เร่อื ง แตท่ ่นี ำ� มา
สวดเป็นบทสวดมนตข์ องนกั เรียนน้ี นำ� มาสวดเฉพาะเร่อื งแรก หรือเร่อื งตน้
เทา่ นน้ั และเปลยี่ นบทสุดทา้ ยจากเดิมว่า “ตนฺเตชสา ภวตุ เต ชยมงฺคลาน”ิ
วัดอนงคารามวรวหิ าร เขตคลองสาน กรงุ เทพมหานคร 21
คูม่ ือการสวดมนตห์ มู่ สรรเสริญพระรัตนตรยั ท�ำนองสรภญั ญะ
เปน็ ว่า “ตนเฺ ตชสา ภวตุ เต ชยสิทธฺ ิ นจิ จฺ ”ํ เพ่ือให้เหมาะกบั วตั ถปุ ระสงคท์ ่ี
จะนำ� มาใช้และเปน็ การถกู ต้องตามคณะฉนั ท์ ๑๔ ทุกประการ
บทฉนั ทลกั ษณน์ ี้ เป็นลกั ษณะของฉันท์ ๑๔ คำ� ฉันท์ มีช่อื เรยี กหลาย
ประการ แตท่ ่นี ิยมเรยี กกนั ทว่ั ไป เรยี กวา่ “วสนั ตดลิ กฉันท์” มกี �ำหนดคณะ
ฉนั ทใ์ ช้ประพนั ธด์ ังนีค้ อื
ตะคณะ ภะคณะ ชะคณะ ชะคณะ คณะละ ๓ คำ� ๔ คณะ เป็น ๑๒
ค�ำบวกครุลอยอีก ๒ คำ� เป็น ๑๔ คำ� ดงั มรี ปู แผนผงั ดังตอ่ ไปน้ี
ต.คณะ แผนผงั วสันตดิลกฉนั ท์
๐ ั ๐ั ๐ุ ภะคณะ ชะคณะ ชะคณะ ครุลอย
๐ ๐ ๐
๐ ๐ ๐ ๐ั ๐ุ ๐ุ ๐ุ ๐ ั ๐ุ ๐ุ ๐ั ๐ ุ ๐ั ๐ั
๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐
๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐
ตวั อย่างบาลี ภิ นมิ ฺ มิ ต สา วุ ธน ์ ตํ
พา หุ ส หสฺ ส ม ม พทุ ธ วิ สุท ธ ศาส - ดา
ฉันทไ์ ทย
ปาง เมอื่ พระ องค ์ ป ร
รวม ๔ บรรทดั หรอื ๔ บาทเป็น ๑ คำ� ฉันท์
22 วัดอนงคารามวรวหิ าร เขตคลองสาน กรงุ เทพมหานคร
ที่ระลกึ งานพระราชทานเพลงิ ศพ พระเทพรตั นโมลี (ขิม อิสฺสรธมโฺ ม ป.ธ.๕)
ส�ำหรับฉันท์ ๑๔ ส่วนภาษาไทยเป็นบทพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้า
รชั กาลที่ ๖ ทรงประพนั ธใ์ ชใ้ นกจิ กรรมของเสอื ปา่ ทพ่ี ระองคท์ รงกอ่ ตงั้ ขนึ้ ใน
รชั สมยั ของพระองค์ ใชส้ วดตอ่ จาก ๓ บทขา้ งตน้ ในคราวเสดจ็ ออกไปทรงฝกึ
เสอื ป่าตามคา่ ยต่าง ๆ และใช้เปน็ บทสวดมนต์นักเรยี นสืบมาจนถึงปัจจุบนั น้ี
บทสวดชยสทิ ธคิ าถาบาลี
พาหุ สหสฺสมภนิ มิ ฺมิตสาวธุ นฺตํ
คฺรีเมขลํ อทุ ติ โฆรสเสนมารํ
ทานาทธิ มมฺ วิธนิ า ชติ วา มุนนิ โฺ ท
ตนฺเตชสา ภวตุ เต ชยสิทธฺ ิ นิจจฺ ํ ฯ
ค�ำแปล พระสัมมาพุทธเจ้าจอมมุนี ทรงชนะพญามารพร้อมทั้งหมู่
เสนามารท่ีโห่ร้องมาอย่างกึกก้อง มีแขนตั้งพัน เนรมิตอาวุธมาพร้อมสรรพ
ขี่ช้างคิรีเมขมา ด้วยธรรมวิธีมีทานเป็นต้น ด้วยเดชะอ�ำนาจชัยชนะของ
พระสมั พุทธเจา้ นัน้ ขอความสมั ฤทธชิ ัย จงมีแก่ท่านทุกเมื่อฯ
วดั อนงคารามวรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 23
คู่มือการสวดมนต์หมู่ สรรเสริญพระรัตนตรัย ท�ำนองสรภญั ญะ
บทฉนั ท์ ๑๔ ไทย
บทวสนั ตดลิ กฉนั ทไ์ ทยจดั วรรคตอนและสมั ผสั ไวต้ า่ งจากฉนั ทบ์ าลี ถงึ
จะใชค้ ณะฉนั ท์เหมือนกัน แต่ความไพเราะสละสลวยของฉนั ท์ ก�ำหนดด้วย
ถอ้ ยคำ� และการสมั ผสั เปน็ สำ� คญั มกี ารแบง่ วรรคถอ้ ยคำ� และการสมั ผสั ดงั ตอ่
ไปนี้ แต่ยังคงใชส้ วดตามท�ำนองฉันทภ์ าษาบาลีเหมือนกนั
แผนผังวสนั ตดิลกฉันท์ภาษาไทย
๐ั ๐ั ๐ุ ๐ ั ๐ุ ๐ ุ ๐ุ ๐ั ๐ุ ๐ ุ ๐ั ๐ ุ ๐ั ๐ั
๐ ั ๐ั ๐ุ ๐ ั ๐ุ ๐ ุ ๐ ุ ๐ั ๐ุ ๐ ุ ๐ั ๐ุ ๐ ั ๐ั
๐ ั ๐ั ๐ุ ๐ั ๐ุ ๐ุ ๐ุ ๐ั ๐ ุ ๐ ุ ๐ั ๐ ุ ๐ ั ๐ั
๐ ั ๐ั ๐ ุ ๐ั ๐ ุ ๐ุ ๐ุ ๐ั ๐ุ ๐ุ ๐ ั ๐ุ ๐ั ๐ั
24 วัดอนงคารามวรวหิ าร เขตคลองสาน กรงุ เทพมหานคร