The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มืออาจารย์ที่ปรึกษาปี 67

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by โขมพัสตร์ สุตระ, 2024-06-01 08:18:17

คู่มืออาจารย์ที่ปรึกษา 2567

คู่มืออาจารย์ที่ปรึกษาปี 67

คู่มือประกอบ การปฏิบัติหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษา โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การพัฒนาศักยภาพอาจารย์ที่ปรึกษา ประจำปีการศึกษา 2567 วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน 2567 มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา กัลยาณมิตร คู่คิดนักศึกษา


ขออัญเชิญ พระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ท่าน เคยทรงพระราชดำรัสไว้ มาเป็นข้อคิด เตือนสติ เป็นหลักในการดำเนินชีวิต... “เป็นหน้าที่…ผู้เป็นครูเป็นอาจารย์เป็นผู้บริหารการศึกษาที่จะต้องช่วยเหลือด้วยหลักวิชาและความสามารถ ทุกคนได้เรียนวิชาการแนะแนวมาแล้ว ควรจะได้นำหลักการมาปฏิบัติเพื่อให้เยาวชนได้รับประโยชน์อันแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแนะแนวทางความประพฤติและจิตใจซึ่งสำคัญมาก ขอให้เพียรพยายามปลูกฝังความรู้ ความคิดที่ปราศจากโทษให้แก่เขาโดยเสมอหน้า แนะนำอบรมด้วยเหตุผลและด้วยความจริงใจ ประกอบด้วย ความเมตตาปรานี สงเคราะห์อนุเคราะห์และนำพาไปสู่ทางที่ถูกที่เจริญ เยาวชนก็จะเกิดมีความมั่นใจ และมีกำลังใจที่จะทำความดี” พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา พิษณุโลก ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๕


คำนำ กองพัฒนานักศึกษา สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาเล็งเห็นถึงความจำเป็นที่จะ ช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อลดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์จึงได้จัดทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การพัฒนาศักยภาพอาจารย์ที่ปรึกษา ประจำปีการศึกษา 2567 ขึ้น เนื่องจากได้ตระหนักถึงบทบาท ของอาจารย์ที่ปรึกษา นอกจากการสอนทางวิชาการแล้ว อีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญและมีคุณค่ายิ่งต่อการพัฒนา นักศึกษา คือ การเป็นผู้ให้คำปรึกษาคอยส่งเสริม และให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เพื่อให้นักศึกษาสามารถ พัฒนาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในระยะเวลาที่ผ่านมาพบว่าอาจเจอกับอุปสรรคในการดำเนินงาน ซึ่งจะทำให้อาจารย์ที่ปรึกษาเกิดความท้อแท้ เบื่อหน่าย หรือไม่กล้าดำเนินการใด ๆ ผลกระทบเหล่านี้จะส่งผล ให้นักศึกษาในที่ปรึกษาเคว้งคว้างขาดที่พึ่ง และสุดท้ายอาจหาทางออกโดยการลาออก หรืออาจส่งผลให้ นักศึกษาไม่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรได้ ดังนั้น โครงการนี้จึงจัดขึ้นเพื่อให้อาจารย์ที่ปรึกษาได้ทราบเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ที่สำคัญของอาจารย์ ที่ปรึกษา สามารถทำความเข้าใจและการยอมรับทั้งสิ่งที่เป็นด้านบวกและด้านลบ สร้างความเข้าใจ เรียนรู้ และ สามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึก เข้าใจว่าธรรมชาติของการทำงานหรือการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ย่อมมีปัญหา หรืออุปสรรคเกิดขึ้นควบคู่กัน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนานักศึกษาให้มีทักษะในศตวรรษที่ 21 สามารถส่งเสริม การจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อพัฒนาคุณลักษณะบัณฑิตให้เป็นคนดี มีทักษะชีวิต มีจิตสาธารณะได้ กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา


สารบัญ เรื่อง หน้า ประวัติมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา 1 บทบาทหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษา 4 1.ความสำคัญของการจัดทำคู่มืออาจารย์ที่ปรึกษา 4 2. วัตถุประสงค์ของระบบอาจารย์ที่ปรึกษา 4 3. นโยบาย 4 4. คุณลักษณะของอาจารย์ที่ปรึกษาวิชาการ 5 5. บทบาทหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษา 6 6. ข้อปฏิบัติของอาจารย์ที่ปรึกษา 7 7. กระบวนการให้คำปรึกษา 7 8. ทักษะชีวิต 10 9. แนวทางการจัดกิจกรรมโฮมรูม 12 ระบบการดูแลช่วยเหลือนักศึกษา 16 เครื่องมือข้อมูลในการให้คำปรึกษา 19 แบบฟอร์มการดำเนินงานด้านอาจารย์ที่ปรึกษา 1. แบบทะเบียนประวัตินักศึกษา 2. แบบบันทึกการประชุมกลุ่มกิจกรรมโฮมรูม 3. แบบบันทึกการให้คำปรึกษา/แนะนำรายบุคคล 4. รายงานการปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ที่ปรึกษาวิชาการ 5. แบบประเมินอาจารย์ที่ปรึกษา


-1- ประวัติมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (Songkhla Rajabhat University) มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ตั้งอยู่ที่ 160 หมู่ 4 ถนนกาญจนวนิช ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง สงขลา จังหวัดสงขลา มีเนื้อที่ 444 ไร่ 1 งาน 14.3 ตารางวา (710,857.20 ตารางเมตร) และมหาวิทยาลัย ราชภัฏสงขลา ได้ขยายพื้นที่การศึกษาไปยังจังหวัดสตูล จัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาเขตสตูล ตั้งอยู่บนพื้นที่สาธารณประโยชน์ทุ่งใหญ่สารภี ตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล มีเนื้อที่ 339 ไร่ 3 งาน 35 ตารางวา (543,740 ตารางเมตร) และมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลากำหนดพื้นที่บริการตามพันธกิจ ของมหาวิทยาลัยใน 3 จังหวัด คือ จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล และจังหวัดพัทลุง ประวัติความเป็นมา มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2462 เมื่อธรรมการมณฑลนครศรีธรรมราช ซึ่งขณะนั้นอยู่ที่จังหวัดสงขลา และธรรมการจังหวัดสงขลาได้คิดผลิตครูมณฑลขึ้นเพื่อให้ไปทำหน้าที่สอน ในระดับประถมศึกษาจึงได้จัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูมณฑลขึ้น โดยให้เรียนร่วมกับโรงเรียนประจำมณฑล นครศรีธรรมราช (คือ โรงเรียนมหาวชิราวุธซึ่งขณะนั้นตั้งอยู่ที่บริเวณโรงเรียนวิเชียรชมในปัจจุบัน) รับนักเรียน จบชั้นประถมบริบูรณ์ (ประถมปีที่ 3) เข้าเรียนตามหลักสูตร ป.4, ป.5 และ ป.6 โดยเพิ่มวิชาครูเป็นพิเศษ ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรดังกล่าวเรียกว่าครูประกาศนียบัตรมณฑล ในปี พ.ศ. 2464 มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษา ธรรมการมณฑลจึงได้จัดตั้งโรงเรียน ฝึกหัดครูประจำมณฑลขึ้นโดยเฉพาะเมื่อ พ.ศ. 2468 โดยตั้งที่ตำบลท่าชะมวง อำเภอกำแพงเพชร (ปัจจุบันคือ อำเภอรัตภูมิ) จังหวัดสงขลา เรียกว่าโรงเรียนฝึกหัดครูมูล (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของวิทยาลัยเกษตรกรรมและ เทคโนโลยีสงขลา) โดยรับนักเรียนที่จบ ม.3 หรือครูที่ทางอำเภอและจังหวัดต่าง ๆ ส่งมาเรียน กำหนด 2 ปี สำเร็จแล้ว จะได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพครูมูล (ป.) ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 ให้เลิกการแบ่งเขต การปกครองเป็นมณฑล โรงเรียนฝึกหัดครูมูลประจำมณฑลนครศรีธรรมราชที่ท่าชะมวง จึงได้เปลี่ยนเป็น โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัด เมื่อปี พ.ศ. 2477 โดยรับนักเรียนที่เรียน ป.6 หรือ ม.2 (ตามแผน การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2475) เข้าเรียนมีกำหนด 2 ปี ต่อมาในปี พ.ศ. 2482 จึงได้เปลี่ยนมาเป็นรับนักเรียน ม.3 เข้าเรียน มีกำหนด 2 ปี ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้ประกาศนียบัตรจังหวัด (ว.) นอกจากนี้โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัด ยังรับนักเรียนที่เตรียมไว้เพื่อบรรจุเป็นครู ประชาบาล ซึ่งทางจังหวัดต่าง ๆ ได้คัดเลือกนักเรียนที่จบ ป.4 จากตำบลทุรกันดารในจังหวัดนั้น ๆ มาเข้าเรียน มีกำหนด 3 ปี เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว จะได้ประโยคครูประชาบาล (ป.บ.) และกลับไปเป็นครูในตำบลที่ตน มีภูมิลำเนาอยู่ ปี พ.ศ. 2482 โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดสงขลา ได้ย้ายจากท่าชะมวงมาเรียนที่ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ และในปี พ.ศ. 2490 เปลี่ยนฐานะจากโรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัด เป็นโรงเรียนฝึกหัดครูมูลและมีการปรับปรุงหลักสูตรใหม่ โดยรับนักเรียนที่จบชั้นมัธยมปีที่ 6 หรือประโยค ประกาศนียบัตรครูมูล เข้าเรียนต่ออีก 1 ปี สำเร็จแล้วจะได้รับประกาศนียบัตรครูมูล


-2- ต่อมาใน พ.ศ. 2498 ก็ได้เปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา โดยรับนักเรียนที่จบ ม.6 เข้าเรียน 2 ปี ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) และโรงเรียนฝึกหัดครูมูล สงขลาก็เปลี่ยนเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูสงขลา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2499 จึงได้ย้ายมาตั้งอยู่ ณ บริเวณบ้านเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา อันเป็นสถานที่ตั้งในปัจจุบันและได้ยกฐานะเป็น วิทยาลัยครูสงขลา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2504 อีกทั้งได้ขยายชั้นเรียนไปจนถึงระดับประกาศนียบัตร วิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง) ในปีเดียวกันนั้นเอง ครั้นเมื่อถึงปี พ.ศ. 2518 รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 ทำให้วิทยาลัย ครูสงขลาเปิดสอนถึงระดับปริญญาตรีในสาขาครุศาสตร์ โดยรับนักศึกษาที่เรียนจบ ป.กศ.สูง หรือครู ประจำการ ที่ได้รับวุฒิ พ.ม. เข้าศึกษาต่อ 2 ปี ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับวุฒิครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) และในปี พ.ศ. 2522 ก็ได้เปิดโครงการอบรมครูประจำการและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ค.ป.) ในระดับ ป.กศ.ชั้นสูง และระดับ ปริญญาตรี หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2524 ก็ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดสอน หลักสูตรการโรงแรม และการท่องเที่ยวกับหลักสูตรการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโดยเรียกโครงการนี้ว่า วิทยาลัยชุมชน สงขลา ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2527 ให้วิทยาลัยครู ทำหน้าที่ผลิตครูและเปิดสอนวิชาชีพ ตามความต้องการและความจำเป็นของท้องถิ่น วิทยาลัยครูสงขลาจึงได้ ผลิตครูระดับปริญญาตรี ครุศาสตรบัณฑิต และบัณฑิตหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพอื่น ๆ ตามความต้องการ และความจำเป็นของท้องถิ่นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และในปี พ.ศ. 2529 ได้เปิดการศึกษาสำหรับบุคลากร ประจำการ (กศ.บป.) ในระดับอนุปริญญาและระดับปริญญาตรีสาขาครุศาสตร์ ซึ่งต่อมาก็ได้ขยายไปสู่สาขา อื่น ๆ คือ ศิลปศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณา โปรดเกล้า ฯ พระราชทานนาม “ราชภัฏ” แทนชื่อวิทยาลัยครูทั่วประเทศ ทำให้วิทยาลัยครูสงขลา เปลี่ยนชื่อ เป็น “สถาบันราชภัฏสงขลา” ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา สถาบันราชภัฏสงขลาได้มีความเจริญก้าวหน้า มาเป็นลำดับ จนสามารถเปิดสอนถึงระดับบัณฑิตศึกษาได้ในปี พ.ศ. 2544 และเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 จึงได้รับการยกฐานะเป็น มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาเขตสตูล จังหวัดสตูลได้รับการพัฒนาโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษตามยุทธศาสตร์ จังหวัดชายแดนภาคใต้และเป็นประตูสู่เวทีอาเซียน ทั้งนี้ เพื่อรองรับการพัฒนาด้านต่าง ๆ จึงควรมี สถาบันอุดมศึกษาในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพอย่างแท้จริง ทำให้มีโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัย ราชภัฏสงขลา วิทยาเขตสตูล ด้วยการผลักดันของทุกภาคส่วนในจังหวัดสตูลและประชาชนในพื้นที่ เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาได้ดำเนินโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาเขตสตูล โดยได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2552 เพื่อรองรับการพัฒนาจังหวัด ให้สอดคล้องตามประเด็นยุทธศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้ประสานงบประมาณการดำเนินงานจาก ทุกภาคส่วนทั้งในระดับชาติและระดับจังหวัด ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ได้ดำเนินการเพื่อขอถอน สถานภาพและดำเนินการเพื่อขอใช้พื้นที่ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ฉบับที่ 4036/2515 (ทุ่งใหญ่


-3- สาธารณ ประโยชน์) ได้เนื้อที่ 339 ไร่ 3 งาน 35 ตารางวา (543,740 ตารางเมตร) ตามระเบียบ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีปฏิบัติการถอนสภาพการขึ้นทะเบียนและการจัดหาผลประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2551 ณ พื้นที่สาธารณประโยชน์ทุ่งใหญ่สารภี ตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล ดังนั้น มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาเขตสตูล จึงได้ตั้งเจตนารมณ์ที่แน่วแน่และพันธะสัญญา ที่ให้ไว้กับประชาชนในท้องถิ่น เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จะขยายโอกาสทางการศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยการพัฒนาหลักสูตรเปิดสาขาที่ตอบสนองและ สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นประโยชน์กับท้องถิ่นเพื่อการพัฒนา ประเทศชาติอย่างยั่งยืนสืบต่อไป อัตลักษณ์มหาวิทยาลัย “เป็นคนดีมีทักษะชีวิต มีจิตสาธารณะ” - เป็นคนดี เป็นผู้ที่คิดดี พูดดี และทำดีหมายถึง คิด พูด และทำ สิ่งที่เป็นประโยชน์ตน และสิ่งที่เป็นประโยชน์ท่าน - มีทักษะชีวิต มีความชำนาญ มีความสามารถในการประยุกต์ใช้ปัญญาและเหตุผลในการดำเนิน ชีวิตผ่านกระบวนการฝึกทักษะการคิด ทักษะการตัดสินใจ ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการคิด สร้างสรรค์ ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ทักษะการสื่อสารอย่างมี ประสิทธิภาพทักษะการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ทักษะการตระหนักรู้ในตน ทักษะการเข้าใจผู้อื่น ทักษะการจัดการกับอารมณ์ และทักษะการจัดการกับ ความเครียด - มีจิตสาธารณะ จิตที่คิดสร้างสรรค์ เป็นกุศล และมุ่งทำกรรมดีที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมตั้งอยู่บน พื้นฐานของความตั้งใจดี และเจตนาดี o คิดสร้างสรรค์คือ คิดในทางที่ดี ไม่ทำลายบุคคล สังคม วัฒนธรรม ประเทศชาติ และสิ่งแวดล้อม o กรรมดีคือ การกระทำ และคำพูดที่มาจากความคิดที่ดี เอกลักษณ์มหาวิทยาลัย “เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น” “การพัฒนาท้องถิ่น” หมายถึง การทำให้พื้นที่ ที่เป็นที่อยู่อาศัยเจริญขึ้น งอกงามขึ้น ทั้งนี้การทำให้ ท้องถิ่น เกิดการพัฒนานั้น มหาวิทยาลัยมุ่งเน้นการพัฒนาท้องถิ่นโดยยึดตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย ทั้งด้านการจัดการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม


-4- บทบาทหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษา 1. ความสำคัญของอาจารย์ที่ปรึกษา การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่สมบูรณ์พร้อมนั้นมีองค์ประกอบหลายประการ การให้คำปรึกษาเป็นองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งที่จะช่วยพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์ ของสังคมและถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับนักศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยบรรเทา และแก้ไขปัญหาของนักศึกษาตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป (นายสุเมธ แย้มนุ่น : คู่มือการใช้ระบบการให้ คำปรึกษาวิชาการระดับปริญญาตรีสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ) ดังนั้น กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จึงให้ความสำคัญในระบบการดูแลนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกิจกรรมนักศึกษา การปรับตัวในรั้วมหาวิทยาลัย การเรียนการทำกิจกรรมด้านวิชาการ กิจกรรมเสริมหลักสูตร เพื่อให้นักศึกษามีคุณลักษณะตามอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัย คือ เป็นคนดี มีทักษะชีวิต มีจิตสาธารณะ ทั้งนี้ผู้ที่มีส่วนสำคัญยิ่งที่จะทำให้นักศึกษามีอัตลักษณ์ตามที่กำหนดก็คือ อาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งมหาวิทยาลัยแต่งตั้งขึ้นเพื่อให้คําแนะนําช่วยเหลือนักศึกษาในด้านต่าง ๆ เช่น ทางด้านวิชาการ ด้านกิจกรรม ด้านการพัฒ นาบุคลิกภาพ การปรับตัวเข้ากับสังคม การวางแผน และการเตรียมตัวเพื่ออาชีพ ดังนั้น หากอาจารย์ที่ปรึกษาได้ศึกษาคู่มือและนำไปสู่กระบวนการช่วยเหลือนักศึกษาได้ ก็จะเป็นการดีต่อ การพัฒนาคุณภาพ และมีความสําคัญต่อการสร้างความสําเร็จของนักศึกษาต่อไป 2. นโยบายด้านอาจารย์ที่ปรึกษา 3.1 มหาวิทยาลัยแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาให้กับนักศึกษาทุกกลุ่มเรียน 3.2 อาจารย์ที่ปรึกษาสามารถปฏิบัติหน้าที่ให้คำปรึกษากับนักศึกษาไม่น้อยกว่า 8 ครั้ง/ภาคการศึกษา 3.3 อาจารย์ที่ปรึกษาเป็นที่พึ่งของนักศึกษาได้ 3. วัตถุประสงค์ของระบบอาจารย์ที่ปรึกษา 2.1 เพื่อให้เกิดกระบวนการติดต่อ สื่อสาร และประสานระหว่างอาจารย์ที่ปรึกษากับนักศึกษา สร้างความอบอุ่นใจเป็นที่พึ่งพร้อมจะช่วยเหลือนักศึกษา 2.2 เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำด้านวิชาการเกี่ยวกับหลักสูตร ลักษณะรายวิชาที่เรียน การเลือกวิชาเรียน การลงทะเบียนเรียน วิธีการเรียนและการวัดผล ทั้งนี้เพื่อให้นักศึกษาสามารถศึกษาจนสำเร็จครบตามหลักสูตร 2.3 เพื่อสนับสนุนการบริหารงานของมหาวิทยาลัย ช่วยให้นักศึกษามีความเข้าใจ กฎระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง และบริการต่างๆ ของมหาวิทยาลัย 2.4 เพื่อช่วยส่งเสริมนักศึกษาให้สามารถพัฒนาการดำเนินชีวิตในมหาวิทยาลัยและแก้ปัญหาได้ อย่างเหมาะสม


-5- 4. คุณลักษณะของอาจารย์ที่ปรึกษา 4.1 คุณลักษณะด้านบุคลิกภาพ - มีมนุษยสัมพันธ์ - มีความคิดในเชิงบวก - มีความรับผิดชอบ - พร้อมอุทิศเวลาให้กับนักศึกษา - ใจกว้างและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น - มีความเมตตากรุณา - มีความจริงใจ และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น - ไวต่อการรับรู้และเข้าใจความรู้สึก - มีความประพฤติเหมาะสม และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักศึกษา 4.2 คุณลักษณะด้านความรู้ความสามารถ - มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ - มีความสามารถในการสื่อสาร - มีความรู้ความเข้าใจธรรมชาติของนักศึกษา - มีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ - มีความรู้เรื่องกระบวนการให้คำปรึกษา - รู้และเข้าใจสภาพสังคมเศรษฐกิจ - เข้าใจแนวคิดและมีทักษะในการใช้เทคนิคการ วัฒนธรรม และการเมืองการปกครอง ให้คำปรึกษา - สามารถดูแลให้ความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา - มีความรู้เกี่ยวกับกฎระเบียบข้อบังคับ หลักสูตรและการลงทะเบียนเรียน 4.3 จรรยาบรรณของอาจารย์ที่ปรึกษา - ต้องคำนึงถึงสวัสดิภาพของนักศึกษา โดยไม่กระทำการใดๆ ที่จะก่อผลเสียหายแก่นักศึกษาอย่าง ไม่เป็นธรรม - ต้องรักษาข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของนักศึกษาในความดูแลให้เป็นความลับ - ต้องพยายามช่วยเหลือนักศึกษาจนสุดความสามารถ (ภายในขอบเขตความสามารถของตน) หากมีปัญหาใดที่เกินความสามารถที่จะช่วยเหลือได้ก็ควรแนะนำนักศึกษาผู้นั้นไปรับบริการการให้คำปรึกษา จากฝ่ายแนะแนวการศึกษาและอาชีพ กองพัฒนานักศึกษา - ต้องเป็นผู้มีความประพฤติที่เหมาะสมตามจรรยาแห่งวิชาชีพ ในสาขาที่ตนสอนและมีศีลธรรม จรรยาที่ดีงาม เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่นักศึกษา - ไม่วิพากษ์วิจารณ์บุคคลหรือมหาวิทยาลัยให้นักศึกษาฟังในทางที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย แก่บุคคลหรือมหาวิทยาลัย - ปฏิบัติหน้าที่ในการให้คําปรึกษาแก่นักศึกษาในความดูแลทุกคนด้วยความเสมอภาค


-6- 5. บทบาทหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษา 5.1 ด้านวิชาการ ช่วยให้คําแนะนําเกี่ยวกับหลักสูตร โครงสร้างของหลักสูตรการลงทะเบียนวิชาเรียน วิธีการเรียน การวัดผล ตลอดจนแนวทางการศึกษาที่นักศึกษาจะสามารถจบหลักสูตรไปได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งอาจารย์ที่ปรึกษาควรทราบระบบการศึกษา หลักสูตรและโปรแกรมการศึกษาของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี - ให้คำปรึกษานักศึกษาเกี่ยวกับหลักสูตร การเลือกวิชาเรียน - ให้คำปรึกษานักศึกษาเกี่ยวกับการลงทะเบียนเรียน ควบคุมการลงทะเบียนของนักศึกษาให้ เป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัยและเป็นไปตามความเหมาะสมของนักศึกษา - ให้การแนะนำนักศึกษาเกี่ยวกับวิธีการเรียน การค้นคว้าและ ติดตามผลการเรียนของ นักศึกษาอย่างสม่ำเสมอ - ให้คำปรึกษาแนะนำและช่วยเหลือนักศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาในการเรียนวิชาต่างๆ - ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการศึกษาต่อในระดับสูง 5.2 ด้านพัฒนานักศึกษาและสวัสดิการ - ให้การแนะนำเกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับและบริการต่างๆของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา - ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาส่วนตัวและสังคม เช่น ปัญหาสุขภาพ ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิต การคบเพื่อน เป็นต้น - ให้การปรึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลิกภาพ ความประพฤติและจริยธรรม - ให้การปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาด้านอาชีพ เช่น ลักษณะงาน สภาพแวดล้อมของงานตลาดแรงงาน ตลอดจนจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ - ให้การแนะนำเกี่ยวกับการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด 5.3 ด้านอื่นๆ - พิจารณาคำร้องต่างๆ ของนักศึกษา และดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบ - ประสานงานกับอาจารย์ผู้สอน ฝ่ายแนะแนวการศึกษาและอาชีพ (กองพัฒนานักศึกษา) สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน และ การเงิน รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษา เพื่อช่วยเหลือและเพื่อประโยชน์ของนักศึกษา - กำหนดเวลาให้นักศึกษาเข้าพบ เพื่อขอคำปรึกษาแนะนำอย่างสม่ำเสมอ - เก็บข้อมูลรายละเอียดของนักศึกษาที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นของนักศึกษา - สร้างสัมพันธภาพ และความเข้าใจอันดีระหว่าง นักศึกษา อาจารย์คณะ และหน่วยงานของ มหาวิทยาลัย - ให้การรับรองความประพฤติและความสามารถของนักศึกษา เมื่อนักศึกษาต้องการนำไปแสดงแก่ผู้อื่น - ให้ความร่วมมือกับกองพัฒนานักศึกษา ในการช่วยกันแก้ไขปัญหาของนักศึกษา - ในกรณีที่นักศึกษา แต่งกายไม่เรียบร้อย หรือมีความประพฤติไม่เหมาะสม อาจารย์ที่ปรึกษาต้อง ดูแลและตักเตือน


-7- 6. ข้อปฏิบัติของอาจารย์ที่ปรึกษา 6.1 ศึกษารายละเอียดในคู่มืออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อให้ทราบกฎระเบียบ บริการต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย วิธีดำเนินการและข้อมูลในแง่มุมต่าง ๆ เพื่อให้มีความพร้อมในการให้คำปรึกษานักศึกษา 6.2 นัดพบนักศึกษาในความดูแลทั้งหมด ก่อนวันลงทะเบียนเรียน เพื่อทำความรู้จัก ซักซ้อม ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติและระเบียบต่าง ๆ 6.3 นัดพบนักศึกษาที่มีปัญหาการเรียน เมื่อทราบผลการสอบกลางภาคเพื่อทราบและแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ ของนักศึกษา 6.4 ติดตารางเวลา (office hour) ไว้ที่ทำงานเพื่อให้นักศึกษาได้จัดสรรเวลาเข้าพบหรือนัดหมาย การเข้าพบ 6.5 เขียนบันทึกการเข้าพบนักศึกษาเพื่อเป็นการเก็บข้อมูลเบื้องต้น 6.6 เมื่อนักศึกษามีปัญหาเกินขอบเขตของอาจารย์ที่ปรึกษาให้ส่งต่อห้องให้คำปรึกษาฝ่ายแนะแนว การศึกษาและอาชีพ กองพัฒนานักศึกษา 6.7 สนใจติดตามข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย เพื่อนำมาใช้ในการให้คำปรึกษา และให้ข้อมูล แก่นักศึกษา 6.8 สนใจติดตามข่าวสารทางการศึกษา สังคม การเมือง เพื่อให้ทันเหตุการณ์และทันสมัยอยู่เสมอ 6.9 สนใจที่จะพัฒนาตนเอง ทั้งในด้านวิธีการให้คำปรึกษา และด้านอื่น ๆ เพื่อให้มีลักษณะของอาจารย์ ที่ปรึกษาที่ดี 6.10 ปฏิบัติตามจรรยาบรรณอาจารย์ที่ปรึกษา 7. กระบวนการให้คำปรึกษา การให้คำแนะนำ (advising) เป็นวิธีการที่อาจารย์ที่ปรึกษาให้การช่วยเหลือแก่นักศึกษามากที่สุด สิ่งที่ อาจารย์ที่ปรึกษาแนะนำนักศึกษามักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎ ระเบียบ หรือวิธีปฏิบัติที่ใช้กันอยู่เป็นประจำ เช่น การลงทะเบียนเรียน การเพิ่ม-ลด วิชาเรียน หรือปัญหาเล็กน้อยอื่น ๆ ที่อาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งเป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะ และประสบการณ์มากกว่านักศึกษา อาจให้คำแนะนำเพื่อให้นักศึกษาสามารถแก้ปัญหาได้หรือการให้ คำแนะนำที่เหมาะสมกับปัญหาที่เกี่ยวกับอารมณ์รุนแรง ปัญหาบุคลิกภาพ หรือปัญหาที่ต้องตัดสินใจเลือกทำ อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การเลือกอาชีพ การเลือกสาขาวิชาเอก เป็นต้น การให้คำปรึกษา (Counseling) เป็นกระบวนการช่วยเหลือให้นักศึกษาเข้าใจตนเอง สภาพแวดล้อม ปัญหาที่เผชิญอยู่ และสามารถใช้ความเข้าใจดังกล่าวมาแก้ปัญหา หรือตัดสินใจเลือกเป้าหมายในการดำเนิน ชีวิตที่เหมาะสมกับตนเอง หรือเพื่อปรับปรุงตัวที่ดีในอนาคต


-8- 7.1 ความสำคัญของการให้คำปรึกษา 7.1.1 ทำให้บุคคลรู้จักตนเอง และเข้าใจตนเองอย่างถ่องแท้ (Self–Understanding) ซึ่งเป็น การช่วยให้บุคคลรู้ถึงความต้องการ ความคิด ความสามารถ ความถนัดและข้อจำกัดต่างๆของตน ซึ่งเป็น ประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต 7.1.2 ทำให้บุคคลรู้จักการปรับตัว (Self–Adjustment) ให้เหมาะสมกับตนเองและสภาพแวดล้อม ซึ่งการให้คำปรึกษา เป็นการช่วยให้บุคคลรู้จักวิธีการปฏิบัติตน เพื่อที่จะดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเหมาะสม และมีความสุข 7.1.3 ทำให้บุคคลรู้จักนำตนเอง (Self–Direction) เชื่อมั่นในตนเอง รู้จักใช้สติปัญญา ความสามารถของตนเอง ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างฉลาดและเหมาะสม และสามารถวางแผนชีวิตใน อนาคตนำตนเองสู่เป้าหมายที่วางไว้อย่างมีประสิทธิภาพได้ 7.2 จุดมุ่งหมายของการให้คำปรึกษา 7.2.1 เพื่อช่วยให้บุคคลได้สำรวจตนเอง รู้จักและเข้าใจตนเองอย่างถูกต้อง 7.2.2 เพื่อช่วยให้บุคคลได้ระบายความขุ่นเคืองไม่สบายใจ อัดอั้นตันใจและความไม่พอใจออกมา 7.2.3 เพื่อช่วยให้บุคคลมองเห็นแนวทางในการแก้ปัญหาและตัดสินใจได้ด้วยตนเองรวมทั้ง รับผิดชอบต่อตนเองดีขึ้น 7.2.4 เพื่อช่วยให้บุคคลยอมรับและกล้าเผชิญกับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับตนรวมทั้ง สามารถยอมรับข้อบกพร่องของตนเองได้ 7.2.5 เพื่อช่วยให้บุคคลสามารถปรับตนเองและขจัดข้อบกพร่องต่างๆของตนเองได้ ดังนั้น จุดมุ่งหมายของการให้คำปรึกษา ก็คือ ป้องกัน แก้ไขปัญหา และส่งเสริมการพัฒนาตนเอง นั่นเอง 7.3 บทบาทของผู้ให้คำปรึกษา 7.3.1 ช่วยให้ผู้รับคำปรึกษาเกิดความเข้าใจตนเอง 7.3.2 ช่วยให้ผู้รับคำปรึกษาสามารถแก้ปัญหาและตัดสินใจได้ด้วยตนเอง 7.3.3 ช่วยให้ผู้รับคำปรึกษามีสุขภาพที่ดี 7.3.4 ส่งเสริมความก้าวหน้าในวิชาชีพให้คำปรึกษา โดยพยายามปรับปรุงหรือศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ กระบวนการให้คำปรึกษา 7.4เทคนิคของการให้คำปรึกษา 7.4.1 การสร้างสัมพันธภาพ (Rapport) คือ การที่อาจารย์ที่ปรึกษาสร้างความไว้วางใจ ต่อนักศึกษา เมื่อแรกเริ่มเพื่อขอรับคำปรึกษา 7.4.2 การฟัง (Listening) เป็นการฟังที่แสดงความสนใจต่อนักศึกษา และใช้สายตาสังเกตท่าทาง และพฤติกรรม เพื่อให้ทราบว่าอะไรเกิดขึ้นแก่นักศึกษาวิธีในการฟังนี้ประกอบด้วยการใส่ใจซึ่งมีพฤติกรรมที่ ประกอบด้วยการประสานสายตาการวางท่าทางอย่างสบาย การใช้มือประกอบการพูดที่แสดงถึงความสนใจ ต่อนักศึกษา ในการฟังนี้บางครั้งอาจารย์ที่ปรึกษาอาจสะท้อนข้อความหรือตีความให้กระจ่างชัด หรือ คำถาม เพื่อให้ทราบถึงปัญหาและความต้องการของนักศึกษา


-9- 7.4.3 การถาม (Question) เทคนิคการใช้คำถามเป็นเทคนิคสำคัญในการให้โอกาสนักศึกษา บอกความรู้สึกและเรื่องราวต่างๆ ที่ต้องการขอคำปรึกษา เป็นการช่วยเหลืออาจารย์ที่ปรึกษาเข้าใจปัญหา ของนักศึกษามากยิ่งขึ้น ตลอดจนนักศึกษาได้ใช้เวลาคิดและทำความเข้าใจเรื่องราวของตนเอง 7.4.4 การให้ข้อมูล (Informing)เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้นักศึกษาเข้าใจตนเองและสิ่งแวดล้อมได้ดี ยิ่งขึ้น ข้อมูลที่จำเป็นในการให้คำปรึกษา ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพ และข้อมูล เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของสังคมข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้นักศึกษาสามารถตัดสินใจหรือเห็นลู่ทางในการ แก้ปัญหา 7.4.5 การให้กำลังใจ (Encouragement) เมื่อมีปัญหา นักศึกษาส่วนใหญ่ที่มาพบอาจารย์ ที่ปรึกษา มักมีความรู้สึกท้อแท้ขาดความมั่นใจ อาจารย์ที่ปรึกษาจึงควรกระตุ้นด้วยการ ให้กำลังใจ ให้ นักศึกษากล้าสู้ปัญหาเกิดความมั่นใจและพร้อมที่จะแก้ไขปัญหา 7.4.6 การทวนความ (Restatement) การทวนความเป็นการพูดในสิ่งที่ผู้รับคำปรึกษาได้ บอกเล่าอีกครั้งหนึ่ง โดยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าในแง่ของภาษาหรือความรู้สึกที่แสดงออกมาโดยช่วยให้ ผู้รับคำปรึกษาได้เข้าใจชัดเจนขึ้นในสิ่งที่ต้องการปรึกษา เป็นวิธีการที่จะสื่อถึงความใส่ใจ ความเข้าใจของผู้ให้ คำปรึกษาที่มีต่อผู้รับคำปรึกษา ทำให้ผู้รับคำปรึกษาเกิดความรู้สึกว่าตนเองเป็นที่เข้าใจเป็นที่ยอมรับ เกิดความอบอุ่นใจ ช่วยให้ผู้รับคำปรึกษาเปิดเผยตนเองมากขึ้น 7.4.7 การเงียบ (Silence) ความเงียบมีความสำคัญ เช่นเดียวกับการฟังและการพูด ในกระบวนการให้คำปรึกษา ความเงียบอาจจะเป็นสภาวะที่น่าอึดอัดสำหรับทั้งอาจารย์ที่ปรึกษา และนักศึกษา ทำให้อาจารย์ที่ปรึกษามักจะพยายามทำลายความเงียบด้วยการตั้งคำถาม และคำถามดังกล่าวก็มักจะไม่มี ความสำคัญ หรือก่อให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใด การจัดการกับความเงียบอย่างไม่เหมาะสม อาจกลายเป็น การเสียเวลาในกระบวนการให้คำปรึกษาได้ สำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาเองก็อาจจะเห็นว่าจะต้องจัดการกับ ความเงียบที่เกิดขึ้นในการสนทนา ด้วยการทำลายความเงียบ และพยายามหาเรื่องราวต่างๆ มาพูดซึ่งก็ไม่ เป็นประโยชน์ต่อตนเอง เพราะเรื่องราวที่หยิบยกมาพูดเพื่อทำลายความเงียบนั้นมักจะเป็นเรื่องภายนอก โดยทั่วไป มิใช่เรื่องที่มีความหมายเป็นการส่วนตัวต่อนักศึกษา 7.4.8 การสรุป (Summarization) คือ การที่อาจารย์ที่ปรึกษารวบรวมความคิดและความรู้สึก ที่สำคัญๆ ที่นักศึกษาแสดงออก การสรุปจึงเป็นการให้นักศึกษาได้สำรวจความคิดและความรู้สึกของตนเองให้ กว้างขวางยิ่งขึ้น เทคนิคของการให้คำปรึกษาดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการให้คำปรึกษา ซึ่งกระบวนการ ให้คำปรึกษาที่เต็มรูปแบบจำเป็นต้องเข้าใจในทฤษฎีและกระบวนการให้คำปรึกษา ซึ่งจำเป็นต้องได้รับ การอบรมหรือฝึกอย่างชำนาญ แต่ภาระหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นหน้าที่หนึ่งที่ต้องช่วยเหลือและดูแล นักศึกษา การเข้ามาขอรับคำปรึกษาของนักศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษาสามารถให้คำปรึกษาโดยใช้เทคนิคเบื้องต้น เหล่านี้ได้ หากไม่สามารถแก้ปัญหาหรือประเด็นปัญหามีเรื่องลึกซึ้งเกินกว่าจะจัดการได้ อาจารย์ที่ปรึกษา สามารถส่งต่อมารับบริการให้คำปรึกษาจากหน่วยแนะแนวการศึกษาและอาชีพ กองพัฒนานักศึกษา


-10- 7.5 พฤติกรรมที่ควรแสดงออกของการให้คําปรึกษาของอาจารย์ที่ปรึกษา พฤติกรรมการให้ความสนใจ มีดังต่อไปนี้ 7.5.1 การประสานสายตา 7.5.2 การแสดงถึงการมีส่วนร่วมในการให้คําปรึกษา โดยใช้ลักษณะท่าทางที่เหมาะสม 7.5.3 การตอบสนองต่อการพูดของนักศึกษาและความตั้งใจที่จะแก้ปัญหา 7.5.4 การสร้างจุดมุ่งหมายและการพัฒนาข้อผูกพันของการให้คําปรึกษา 7.5.5 การสะท้อนความรู้สึกและเข้าใจความรู้สึก 7.5.6 การใช้ความเงียบเพื่อการฟัง 7.5.7 การแสดงออกทางสีหน้า ลักษณะท่าทางที่แสดงออกทางร่างกาย นํ้าเสียง การหายใจ 8. ทักษะชีวิต จิตรา ทองเกิด ได้ให้ความหมายของทักษะชีวิตว่า เป็นความสามารถหรือสมรรถภาพที่เกิดขึ้นภายใน ตัวบุคคล จาการฝึกอบรมในเชิงความคิดและการกระทำจนเกิดความเคยชินที่จะนำไปใช้ในการปรับปรุงและ พัฒนาตนเองให้สามารถเผชิญและแก้ไขปัญหาได้อย่างชาญฉลาด รวมทั้งการดำรงชีวิตอย่างมีความสุขทั้งใน ปัจจุบันและอนาคต กองสุขศึกษา ได้สรุปทักษะของชีวิตว่า หมายถึง ความสามารถขั้นพื้นฐานของบุคคลในการปรับตัวและ เลือกทางเดินชีวิตที่เหมาะสมในการเผชิญปัญหาต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเราและเตรียมพร้อมสำหรับการปรับตัวใน อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยการถ่ายทอดประสบการณ์ด้วยการฝึกฝน อบรม จากความหมายข้างต้นสามารถสรุป ได้ว่า ทักษะชีวิต หมายถึง ความสามารถในการเผชิญกับเรื่องราว สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งประกอบไปด้วย ความรู้ เจตคติ และทักษะ องค์การอนามัยโลก กล่าวถึงทักษะชีวิตในแต่ละประเทศ แต่ละวัฒนธรรมว่าโดยธรรมชาติมีความ แตกต่างกันไปตามสถานการณ์ แต่จะมีพื้นฐานหรือทักษะชีวิตหลัก (Core Life Skills) และถือเป็นแนวคิด พื้นฐานที่สำคัญในการส่งเสริมสุขภาพของเด็ก วัยรุ่นและเยาวชน ประกอบด้วยองค์ประกอบดังนี้ 8.1 การตัดสินใจ (Decision Making) เป็นทักษะที่จะช่วยให้บุคคลมีการตัดสินใจในการกระทำต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ มีการประเมินทางเลือก และประเมินผลของการตัดสินใจเลือกทางนั้น ๆ ถ้าวัยรุ่น สามารถตัดสินใจเลือกที่จะกระทำต่างๆ โดยมีการประเมินทางเลือกต่าง ๆ และสามารถพิจารณาผลที่เกิดขึ้น จากทางเลือกเหล่านั้นก่อนตัดสินใจกระทำพฤติกรรมนั้น ๆ 8.2 การแก้ปัญหา (Problem Solving) เป็นทักษะที่ช่วยเหลือบุคคลในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ทำให้ เกิดภาวะตึงเครียดทางร่างกายและจิตใจได 8.3 ความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) การที่บุคคลมีความคิดสร้างสรรค์จะช่วยให้สามารถ หาทางเลือกในการกระทำหรือไม่กระทำในการตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาซึ่งสามารถนำประสบการณ์มาใช้ใน การปรับตัวต่อการดำรงชีวิต 8.4 การคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) เป็นความสามารถของบุคคลในการวิเคราะห์ แยกแยะข้อมูลหรือประสบการณ์ต่าง ๆ มาแก้ไขปัญหาและสถานการณ์รอบตัว


-11- 8.4.1 การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Communication) เป็นความสามารถในการ แสดงออกโดยท่าทาง คำพูดในความรู้สึกนึกคิดของตนได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ 8.4.2 การสร้างสัมพันธภาพ (Interpersonal Relationship) เป็นความสามารถของการสร้าง สัมพันธภาพ รักษาสัมพันธภาพ การยุติ โดยไม่มีผลเสียต่อมาภายหลัง 8.4.3 ความตระหนักรู้ในตนเอง (Self – awareness) เป็นความสามารถในการค้นหา รับรู้และ เข้าใจจุดเด่นจุดด้อยของตนเอง และสามารถเข้าใจผู้อื่นโดยยึดหลักความแตกต่างระหว่างบุคคล 8.4.4 ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy) เป็นความสามารถที่จะเข้าใจในความรู้สึกของตนเอง และเห็นใจผู้อื่น ช่วยให้บุคคลยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล ช่วยให้เกิดสัมพันธภาพในสังคมและพัฒนา พฤติกรรม สนับสนุน ช่วยเหลือบุคคลอื่นที่ด้อยกว่าตนเอง 8.4.5 การจัดการกับอารมณ์ (Coping with Emotions) เป็นความสามารถในการควบคุม อารมณ์ รู้จักและเข้าใจอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น มีการแสดงออกทางอารมณ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ 8.4.6 การจัดการกับความเครียด (Coping with Stress) เป็นความสามารถในการรู้ถึงสาเหตุของ ความเครียด และรู้จักวิธีการควบคุมและผ่อนคลายความเครียดพร้อมทั้งแสดงออกถึงพฤติกรรมได้อย่าง เหมาะสม การพัฒนา หรือการสร้างทักษะชีวิต สามารถทำได้ในช่วงอายุเข้าสู่วัยรุ่นจนถึงวัยรุ่นตอนปลาย เพราะเป็นช่วงของการพัฒนาการในหลายๆด้านไม่ว่าจะร่างกาย สังคม อารมณ์และสติปัญญา ซึ่งในวัยนี้เหมาะ ที่จะสร้างบุคลิกภาพที่เหมาะสม เพื่อเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุข แหล่งที่มาของทักษะชีวิตในวัยรุ่น ความสามารถที่เป็นทักษะชีวิต เป็นสิ่งที่มนุษย์พัฒนาขึ้นมากจากประสบการณ์และการฝึกฝน ซึ่งเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของคนในสังคม โดยมีการปะทะหรือมีปฏิสัมพันธ์กับ พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน และผู้ใหญ่ ในชุมชน ดังนั้นแหล่งที่มาของทักษะชีวิตวัยรุ่น อาจจำแนกเป็น 3 แหล่งใหญ่ๆ ดังนี้ คือ - บ้านหรือครอบครัว ได้มาจากการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับบุคคลในครอบครัวและได้รับ การถ่ายทอดหล่อหลอมมาจากการฟังนิทาน นิยาย ที่ผู้ใหญ่เล่าให้ฟัง ได้แบบอย่างจากการสนทนา และ ปฏิบัติงานอาชีพปกติของผู้ใหญ่ ได้จากการช่วยทำงาน เช่น การทำงานบ้าน การเลี้ยงน้อง ดูแลสัตว์เลี้ยง เป็นต้น - ชุมชน ได้จากการร่วมกิจกรรมในชุมชน ความคิดและแบบอย่างจากการปฏิบัติของผู้ใหญ่ใน ชุมชน และดูแบบอย่างจากการละเล่นพื้นเมือง เกม งานประเพณี การเล่นกับเพื่อน ๆ พบปะสนทนากับบุคคล ต่างกลุ่มต่างวัย โดยที่ไม่มีภาวะกดดัน เป็นต้น - มหาวิทยาลัย ได้มาจากการฝึกอบรม จากกระบวนการการเรียนการสอนทั้งในและนอก หลักสูตรโดยเฉพาะที่มีการสอดแทรกทางวรรณคดี นิทาน บทเรียนวิชาภาษา วิชากลุ่มGE กระบวนการ แนะแนว กิจกรรมเสริมหลักสูตร และการอบรมบ่มนิสัย การสอนทักษะชีวิตก็เหมือนกับการสอนทักษะโดยทั่วไปที่มีอยู่ในชีวิตประจำวันซึ่งสามารถที่จะ พิจารณาได้ โดยจัดโปรแกรมทักษะชีวิต เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิต และการมีพฤติกรรม สุขภาพที่ดี ปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการขาดทักษะ เช่น แรงกดดันของกระบวนการกลุ่มเพื่อนที่ชักนำให้ใช้ยา การขาดการป้องกันทาง เพศ ที่นำไปสู่ปัญหาที่รุนแรง สามารถที่จะป้องกันโดยการวางรากฐานที่ดีโดยใช้ทักษะชีวิต


-12- 9. แนวทางการจัดกิจกรรมโฮมรูม 9.1 สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และปีที่ 3 (เฉพาะ 2 ปีหลังอนุปริญญา) สัปดาห์ที่ 1 - กล่าวต้อนรับและสนทนาเรื่องทั่วไป - กิจกรรมแนะนำตัวเอง รู้จักเพื่อน - กิจกรรมจับ Buddy (เพื่อนคู่คิด) - กรอกระเบียนประวัติตามแบบฟอร์มที่มหาวิทยาลัยกำหนด สัปดาห์ที่ 2 - เล่าสภาพที่พักอาศัยและสิ่งแวดล้อม ความประทับใจ ความพอใจ และความไม่ พอใจต่อสภาพที่พักอาศัย - ให้คำแนะนำความเป็นอยู่ ในที่พักอาศัย และสภาพแวดล้อม วิธีคลายเครียด การคบเพื่อน - ทำความเข้าใจโครงสร้างของหลักสูตร การเพิ่มถอนวิชาเรียน - ให้นักศึกษาซักถาม สิ่งที่อยากรู้จักเกี่ยวกับตัวอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อสร้างความคุ้นเคย - การทำกิจกรรมตลอดหลักสูตร - การกู้ กยศ. สัปดาห์ที่ 3 - แนะนำแหล่งศึกษาค้นคว้า เช่น สำนักวิทยบริการ ศูนย์ภาษา ศูนย์คอมพิวเตอร์ อาจจัดกลุ่มนำทัวร์ หรือแบ่งกลุ่มมอบหมายให้ไปศึกษาเพื่อจะได้ใช้แหล่งค้นคว้า ให้เป็นประโยชน์ สัปดาห์ที่ 4 - แนะนำการเรียน การจดคำบรรยาย การศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม การทำกิจกรรม การจบการศึกษา (คู่มือนักศึกษา และเอกสารเรียนรู้ชีวิตด้วยกิจกรรมนักศึกษา) สัปดาห์ที่ 5 - พัฒนาบุคลิกภาพ ฝึกทักษะการพูด เช่น ให้เล่าของดีที่บ้านฉัน (มาจากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัดใด ให้เล่าเรื่องใกล้ตัวที่สุด ) สัปดาห์ที่ 6 - สนทนาเรื่องการเรียนและการวางแผนทบทวน บทเรียนที่ผ่านมา การทำรายงาน การศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม การเตรียมความรู้ให้พร้อมสำหรับการสอบกลางภาค สัปดาห์ที่ 7 - ให้นักศึกษาเขียนเรียงความถึงความใฝ่ฝันของตนภายหลังจบการศึกษา - ให้คำแนะนำเรื่องการใช้เวลาเพื่อการศึกษาสู่ความสำเร็จ - เตือนเรื่องการสอบกลางภาค ( ตรงเวลา ระเบียบการสอบ ฯลฯ ) สัปดาห์ที่ 8 - สอบกลางภาค สัปดาห์ที่ 9 - สนทนาเรื่องการสอบกลางภาค ให้นักศึกษาประเมินผลการสอบให้ฟังว่าทำอะไร ได้หรือไม่ได้ อย่างไร มีข้อควรแก้ไขตนเองอย่างไร สัปดาห์ที่ 10 - ให้นักศึกษาเล่าความดีของตัวเอง 5 ประการ ความไม่ดีของตัวเอง 2 ประการ - ให้บอกสิ่งที่ตัวเองประทับใจที่สุดต่อเพื่อนของตน (การหาความดีของคนอื่นทำให้ เรามองคนในแง่ดี การหาความดีของตัวเรา ทำให้ภูมิใจ การหาข้อบกพร่องของ ตัว เรา เพื่อการปรับปรุงและพัฒนา)


-13- สัปดาห์ที่ 11 - สนทนากับนักศึกษา เรื่องอาชีพของพ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และการช่วยเหลือ ผู้ปกครอง เป็นการเตือนสตินักศึกษาโดยอ้อม ให้มีจิตสำนึกที่ดี กตัญญู เห็นอกเห็นใจผู้ปกครอง สัปดาห์ที่ 12 - สนทนาเรื่องการใช้จ่ายเงินของนักศึกษาเอง ในแต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือน อย่างไรบ้าง นำการสนทนาเน้นการรู้จักตนเอง รู้จักครอบครัวของตนเอง การปฏิบัติตนสอดคล้องกับความเป็นจริงในชีวิตของตน และเน้นการพัฒนาความรู้ ความสามารถในการเรียน และการทำกิจกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของตน และครอบครัว สัปดาห์ที่ 13 - นำสนทนาการพัฒนาบุคลิกภาพทั้งภายในและภายนอก การเคารพกฎกติกาของ สังคมเพื่อความเป็นอยู่ที่สงบสุข คุณธรรมพื้นฐานในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น ความกตัญญู ความประหยัด ความซื่อสัตย์ ความอดทน อดกลั้น ความขยัน ความมีน้ำใจและความรับผิดชอบ ( เช่น ตรงต่อเวลา รับปากแล้วต้องทำ ฯลฯ ) สัปดาห์ที่ 14 - ทบทวนตักเตือน การเตรียมตัวสอบปลายภาค การยกเลิกวิชาเรียนการทำงาน หรือรายงานที่ได้รับมอบหมายส่งอาจารย์ให้ครบถ้วนทันเวลา - ให้นักศึกษานำเสนอข้อมูลเรื่องราว “ภัยสังคม”ที่ ได้รับทราบจากข้อมูลข่าวสาร ต่างๆ เพื่อให้รู้จักสภาพสังคม และรู้จักระมัดระวังป้องกันตัว สัปดาห์ที่ 15 - พูดคุยกับนักศึกษาเรื่องการวางแผนการเรียนในเทอมต่อไป - ติดตามการเตรียมตัวสอบปลายภาคของนักศึกษา และให้คำแนะนำแก่นักศึกษา สัปดาห์ที่ 16 - สัปดาห์สุดท้ายของการเรียนการสอน ให้นักศึกษาเตรียมตัวเกี่ยวกับการเรียน การสอนและการสอบ


-14- 9.2 สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 2, 3 และ ชั้นปีที่ 4 สัปดาห์ที่ 1 - สนทนาซักถามเรื่องกิจกรรมต่าง ๆ ที่นักศึกษาทำในระหว่างปิดภาคเรียนฤดูร้อน สรุปแง่คิดในการทำกิจกรรมเหล่านั้น เพื่อการดำเนินชีวิตในปัจจุบันต่อไป - ติดตามผลการเรียน (เกรดเฉลี่ย) ให้ทบทวนตรวจสอบการลงทะเบียนเรียน ของนักศึกษาแต่ละคนตามโครงสร้างหลักสูตร - ตักเตือน แนะนำเรื่องการพัฒนาการเรียน และทักษะชีวิต สัปดาห์ที่ 2 - สนทนากระตุ้นให้นักศึกษาตระหนักในการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างของ นักศึกษารุ่นน้องได้อย่างเป็นรูปธรรม - กระตุ้นส่งเสริมให้นักศึกษาช่วยกันคิดหาข้อสรุป สร้างเอกลักษณ์ของ นักศึกษา ห้องของตนที่เป็นแบบอย่างแก่รุ่นน้อง และเป็นศักดิ์ศรีของห้องตน อย่างเป็นรูปธรรม (เช่น แต่งกายถูกต้องตามระเบียบของมหาวิทยาลัย การทิ้งขยะ ลงถัง การข้ามถนน โดยใช้สะพานลอยหรือทางม้าลาย การทักทายสวัสดีค่ะ สวัสดีครับ การแสดงน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น ฯลฯ ) สัปดาห์ที่ 3 - สนทนาเรื่องรายวิชาที่นักศึกษาเรียน เล่าถึงกิจกรรมการเรียนและแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับสารประโยชน์ของรายวิชานั้น ๆ สัปดาห์ที่ 4 - นำสนทนาข่าวสารบ้านเมือง เหตุการณ์โลกปัจจุบันในแง่มุมต่างๆ เช่น การเมือง ท้องถิ่น การเมืองไทย การเมืองโลก สภาวะสิ่งแวดล้อม เช่น ภาวะโลกร้อน สาเหตุ แนวทางป้องกันแก้ไขหรือบรรเทาที่ทุกคนสามารถทำได้ด้วยตนเอง สัปดาห์ที่ 5 - นำสนทนาเรื่องการดำเนินชีวิตสู่เป้าหมายให้นักศึกษาเล่าวิธีการเรียน การพึ่งตนเอง ในการศึกษาเชื่อมโยงไปถึงสภาพครอบครัวของนักศึกษา และ สภาพความเป็นอยู่ในปัจจุบัน สัปดาห์ที่ 6 - ให้ความรู้และสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้นักศึกษารู้เท่าทันโลกผ่าน การโฆษณาในรูปแบบต่างๆ เช่น สินค้าที่เน้นหรือโหมโฆษณามากมักไม่ใช่ สิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตให้ความรู้ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องคำกำกวม ภาษา กลลวงในภาษาโฆษณา สัปดาห์ที่ 7 - สนทนาติดตามเรื่องการเรียน การทำรายงาน การส่งงาน การเตรียมความ พร้อมในการสอบกลางภาค - ตักเตือนเรื่องการดูแลตนเองในเรื่องสุขภาพ เช่น ความจำเป็นในการรับประทาน อาหารเช้า การระวังดูแลสุขภาพอนามัย การรักษาความสะอาด การสร้างสุขนิสัย สัปดาห์ที่ 8 - สอบกลางภาค สัปดาห์ที่ 9 - ให้ความรู้และให้ฝึกเขียนเรื่องการเขียนที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น การเขียน บันทึกข้อความ การเขียนใบลา - ให้เล่าเรื่องความภาคภูมิใจในการทำกิจกรรม หรือ ในการทำความดีขณะที่ศึกษา ในมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และอาจารย์ให้ช่วยกันหาข้อสรุปที่เป็นแง่คิดที่เป็น ประโยชน์ในการดำเนินชีวิต


-15- สัปดาห์ที่ 10 - ค้นหาความดีของเพื่อน โดยให้ทุกคนเขียนข้อดีที่เป็นลักษณะเด่นของเพื่อนแต่ละ คน (ทุกคน) - ร่วมกันค้นหาและส่งเสริมความสามารถพิเศษ หรือความโดดเด่นเฉพาะตัวของ นักศึกษาใน Home room สัปดาห์ที่ 11 - ระดมความคิดเพื่อร่วมกันทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ (เพื่อส่วนรวม) ภายใน มหาวิทยาลัยหรือภายนอก ภาคเรียนละ 1 ครั้ง ภายในมหาวิทยาลัย เช่น พัฒนา รักษาความสะอาดบริเวณใดบริเวณหนึ่ง จัดบอร์ดเผยแพร่ความรู้ต่าง ๆ ที่ น่าสนใจ ฯลฯ ภายนอก มหาวิทยาลัย เช่น ไปช่วยงานที่โรงพยาบาล ไปเยี่ยม/ช่วยเลี้ยงเด็ก กำพร้าตามสถานสงเคราะห์ หรือโรงเรียนพัฒนาปัญญา ไปช่วยจัดห้องสมุดหรือ ทำสื่อการเรียนตามโรงเรียน ฯลฯ สัปดาห์ที่ 12 - ฝึกกิจกรรมทางวัฒนธรรมเพื่อการเข้าสู่สังคม เช่น ฝึกรำวง กิจกรรมเข้าจังหวะ หรือกิจกรรมนันทนาการอื่น ๆ สัปดาห์ที่ 13 - ให้ทุกคนนำเสนอความดีของตนเองพร้อมอธิบายการกระทำความดีพอสังเขป คนละ 3 - 5 ข้อ สัปดาห์ที่ 14 - การสนทนาซักถามเรื่องการเรียน การเตรียมตัวสำหรับสอบปลายภาค การทำ กิจกรรมต่าง ๆ ที่เสริมการเรียนรู้ ทั้งในด้านวิชาการและการพัฒนาทักษะชีวิต สัปดาห์ที่ 15 - สนทนาให้ความรู้ แลกเปลี่ยนข่าวสารเรื่องความปลอดภัย และภัยสังคมที่พึงระวัง ให้ข้อคิดและคำแนะนำ สัปดาห์ที่ 16 - สัปดาห์สุดท้ายของการเรียนการสอน ให้นักศึกษาเตรียมตัวเกี่ยวกับการเรียน การสอนและการสอบ หมายเหตุการพบนักศึกษาในคาบ Homeroom อาจใช้สื่อเทคโนโลยี สื่อสิ่งพิมพ์ เข้าช่วย หรือแม้แต่การเชิญอาจารย์ นักศึกษารุ่นพี่ บุคคลภายนอกมาให้แง่คิดด้วยก็สามารถ


-16- ระบบการดูแลช่วยเหลือนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา เป็นที่ทราบกันดีว่าสถาบันอุดมศึกษาเป็นสถานที่เปิดโอกาสให้เยาวชนเข้ามาใช้ชีวิตในทุก ๆ ด้าน ไม่เพียงแต่เรื่องการเรียนการสอน ด้านวิชาการเท่านั้น แต่การใช้ชีวิตด้านอื่นๆ เช่น การทำกิจกรรม การปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน การคบเพื่อนต่างเพศ และอื่น ๆ ล้วนเกิดขึ้นในสถาบันการศึกษาทั้งสิ้น การพัฒนา นักศึกษาให้เป็นคนที่มีคุณภาพทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความสามารถ มีคุณธรรม และมีวิถีชีวิต ที่เป็นสุขตามที่สังคมมุ่งหวัง โดยผ่านกระบวนการทางการศึกษานั้น นอกจากจะดำเนินการด้วยการส่งเสริม สนับสนุนนักเรียนแล้ว การป้องกันและการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาก็เป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่ง ของการพัฒนาโดยใช้กระบวนการให้คำปรึกษาเข้ามาเป็นเครื่องมือหนึ่ง งานให้คำปรึกษาถือเป็นหัวใจหลักในการแนะแนวดูแลนักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยโดยต้องดำเนิน ตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบดังนี้ 1.อาจารย์ที่ปรึกษาต้องดูแลพูดคุยกับนักศึกษาในที่ปรึกษาอย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกันทุกคน โดยเฉพาะนักศึกษาใหม่เพราะเป็นกลุ่มที่ต้องมีการปรับตัวในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องวิธีการเรียน เพื่อนใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ การใช้จ่ายเงิน ฯลฯ นักศึกษาในที่ปรึกษาอาจจะมีทั้งนักศึกษาที่สามารถปรับตัวได้ และ กลุ่มที่ไม่สามารถปรับตัวได้ซึ่งกลุ่มนี้จะเกิดปัญหาตามมาหลายอย่างและอาจจะทำให้นักศึกษาลาออกกลางคัน หรือไม่สำเร็จการศึกษาได้จึงจำเป็นต้องเข้าไปดูแลอย่างทันท่วงที ในกรณีอาจารย์ที่ปรึกษาพูดคุยกับนักศึกษา นอกจากอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นผู้พบเจอนักศึกษา กลุ่มเสี่ยงเองแล้ว ทางหน่วยแนะแนวการศึกษาและอาชีพ กองพัฒนานักศึกษาจะส่งข้อมูลจากการสรุปผลการ ทำแบบทดสอบทางด้านจิตวิทยาเฉพาะนักศึกษาที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเพื่ออาจารย์ที่ปรึกษาจะได้พูดคุยดูแล เบื้องต้นโดยใช้เทคนิคการให้คำปรึกษาเบื้องต้นสำหรับอาจารย์ที่ปรึกษา ทั้งนี้หากเป็นปัญหาหนักเกินกว่า การพูดคุยดูแลได้ อาจารย์ที่ปรึกษาอาจส่งต่อข้อมูลนักศึกษาดังกล่าวแก่หน่วยแนะแนวการศึกษา กองพัฒนา นักศึกษา โดยใช้แบบฟอร์มขอรับบริการ (เอกสารสามารถดาวน์โหลดได้จากเวบไซด์กองพัฒนานักศึกษา) หรือ ผ่านช่องทางอื่น เช่น แจ้งด้วยวาจา แจ้งด้วยบันทึกข้อความจากหน่วยงาน หรือผ่านทางโทรศัพท์ของ กองพัฒนานักศึกษา เพื่อช่วยเหลือดูแลนักศึกษาต่อไป 2. การดูแลนักศึกษาของหน่วยแนะแนวการศึกษาและอาชีพ กลุ่มนักศึกษาที่เข้ามาขอรับบริการ ของหน่วยสามารถเข้าติดต่อได้หลายช่องทาง เช่น สามารถเดินเข้ามาติดต่อด้วยตนเอง ทางอาจารย์ผู้สอน/ อาจารย์ที่ปรึกษาเป็นผู้ส่งข้อมูล หรือเพื่อนอาจนำเพื่อนเข้ามารับบริการก็ได้ ทั้งนี้ประเด็นการเข้ารับบริการอาจ เป็นปัญหาทางด้านสังคม เช่น การคบเพื่อน ปฎิบัติตามกฎระเบียบมหาวิทยาลัยไม่ได้ ปัญหาส่วนตัว เช่น ด้านสุขภาพอนามัย อารมณ์ฯลฯ ปัญหาด้านการเรียน เช่น ไม่รู้วิธีเรียนในระดับอุดมศึกษา เรียนไม่ทันเพื่อน จดบันทึกไม่เป็น ฯลฯ ปัญหาด้านอาชีพ เช่น ไม่รู้จบแล้วจะประกอบอาชีพอะไร ทำอะไรได้บ้าง ฯลฯ หรือปัญหาบุคลิกภาพ ทั้งนี้เมื่อนักศึกษาเข้ามาขอรับบริการ หน่วยแนะแนวการศึกษาและอาชีพจะประเมิน


-17- ข้อมูลเบื้องต้นโดยจะประสานขอข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นข้อมูล ในการประเมินความเสี่ยงของนักศึกษา โดยจะแบ่งนักศึกษากลุ่มเสี่ยงออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ 2.1 กลุ่มที่เป็นปัญหาที่ไม่ฉุกเฉิน หรือเป็นปัญหาพฤติกรรม กลุ่มนี้จะได้รับการให้คำปรึกษาจาก ผู้ให้คำปรึกษาของหน่วยแนะแนวการศึกษาและอาชีพตามกระบวนการให้คำปรึกษา ตามแต่ละประเด็นปัญหา หากเป็นประเด็นปัญหาที่อาจจะเกิดผลกระทบอื่นๆตามมากับตัวนักศึกษาเองหรือกับมหาวิทยาลัย หน่วยแนะ แนวการศึกษาและอาชีพจะนำข้อมูลเข้าประชุมรายกรณี (Case conference) ผ่านคณะกรรมการติดตามดูแล นักศึกษา หลังจากนั้นหน่วยจะสรุปผลการพูดคุย/ให้คำปรึกษา ให้แก่ผู้เกี่ยวข้องทราบต่อไป และติดตามดูแล นักศึกษาเป็นระยะ เพื่อประเมินพฤติกรรมตามที่ได้ใช้กระบวนการให้คำปรึกษาและ/หรือตามที่ได้พูดคุย ผ่านการประชุมรายกรณี หากนักศึกษาสามารถพัฒนาตนเองได้ก็จะยุติการให้คำปรึกษา แต่หากพัฒนาตนเอง ไม่ได้ก็จะเรียกนักศึกษาเข้ามาพูดคุย หรือให้คำปรึกษาเพื่อปรับกระบวนการวิธีการแก้ไขปัญหาต่อไป 2.2 กลุ่มที่เป็นปัญหาฉุกเฉินต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน เป็นปัญหาด้านสุขภาพจิต กลุ่มนี้ หน่วยแนะแนวการศึกษาและอาชีพจะต้องรายงานข้อมูลต่อสายงานบริหาร พร้อมทั้งรายงานต่อผู้ปกครอง เพื่อประสานงานการส่งต่อข้อมูลไปยังจิตแพทย์ต่อไป หลังจากนั้นหน่วยฯจะสรุปข้อมูล การให้คำปรึกษาและ รายงานผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนี้จะต้องติดตามดูแลประเมินพฤติกรรมนักศึกษาเป็นระยะ หากนักศึกษาสามารถพัฒนา ตนเองได้ก็จะยุติการให้คำปรึกษา แต่หากพัฒนาตนเองไม่ได้ก็จะเรียกนักศึกษาเข้ามาพูดคุย หรือให้คำปรึกษา เพื่อปรับกระบวนการ วิธีการแก้ไขปัญหาต่อไป


-18- ระบบการดูแลช่วยเหลือนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา อาจารย์ที่ปรึกษา พูดคุยกับนักศึกษา ประเมิน/ตรวจสอบ ปรับตัวไม่ได้ ปรับตัวได้ ยุติการพูดคุย กองพัฒนานักศึกษารับ Case Study ประเมิน/ตรวจสอบ ฉุกเฉิน ปัญหาด้านจิตใจ รายงานผู้บังคับบัญชา ประสานผู้ปกครอง ไม่ฉุกเฉิน ปัญหาด้านพฤติกรรม บริการให้คำปรึกษา รายงานผลต่อ ผู้เกี่ยวข้อง ติดตามผล การให้คำปรึกษา ประเมินพฤติกรรม สามารถพัฒนาตนเองได้ ยุติการพูดคุย ไม่สามารถ พัฒนาตนเองได้


-19- เครื่องมือ/ข้อมูล ในการให้คำปรึกษา เครื่องมือและข้อมูลในการให้คำปรึกษาวิชาการ ในการดำเนินงานด้านอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ที่ปรึกษาจำเป็นจะต้องค้นหาข้อมูลเพื่อใช้ใน การแนะนำ แนะแนว การดำเนินชีวิตของนักศึกษาในทุก ๆ ด้านทั้งด้านส่วนตัว ด้านการเรียน และด้านอาชีพ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทราบข้อมูลต่างๆเพื่อช่วยให้นักศึกษาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขได้ ซึ่งแหล่งในการค้นหา ข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่ 1. คู่มือการให้คำปรึกษาขั้นพื้นฐาน (http://www.dmh.go.th/ebook/s.asp?code=2) 2. คู่มืองานบริการสวัสดิการ(กองพัฒนานักศึกษา) (http://std-aff.skru.ac.th/) 3. คู่มือนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา 3.1 หลักสูตรของคณะที่นักศึกษาสังกัด 3.2 ข้อบังคับว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาตรีของมหาวิทยาลัย 4. หนังสือ “การเรียนรู้ชีวิตด้วยกิจกรรม” ของกองพัฒนานักศึกษา 4.1 ข้อมูลเกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษา 4.2 ข้อมูลเกี่ยวกับการบริการที่มหาวิทยาลัยจัดให้กับนักศึกษา 4.3 ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมนักศึกษา 4.4 ข้อมูลเกี่ยวกับทุนการศึกษา 5. Web-site ของมหาวิทยาลัย (http://www.skru.ac.th/) 6. Web-site ของกองพัฒนานักศึกษา (http://std-aff.skru.ac.th/) 6.1 แฟ้มระเบียนสะสมของนักศึกษา 6.2 ระบบสมัครทุนการศึกษาของกองพัฒนานักศึกษา 6.3 ระบบกิจกรรมนักศึกษา 6.4 แบบฟอร์มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษา เช่น แบบฟอร์ม กยศ.,หอพัก ฯลฯ 6.5 ระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้อง 7. แหล่งค้นหาข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามนโยบายของมหาวิทยาลัย 7.1 สถานการณ์การเล่นการพนันในสถาบันอุดมศึกษาไทย 7.2 สถานการณ์ยาเสพติด 7.3 การเข้ารับการพิจารณารางวัลต่าง ๆ


แบบฟอร์ม การดำเนินงานด้านอาจารย์ที่ปรึกษา


ทะเบียนประวัตินักศึกษา ------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. ข้อมูลนักศึกษา รหัสนักศึกษา........................................................... ชื่อนักศึกษา (นาย/นาง/นางสาว).................................................นามสกุล........................................ ............ Name (Mr.,Mrs.,Miss)................................................................Surname................................................... คณะ................................................................สาขาวิชา.................................................................................. วัน/เดือน/ปี เกิด...................................................จังหวัดที่เกิด........................................................................ เชื้อชาติ............................................สัญชาติ............................................. ศาสนา........................................... ความพิการ ❑ ไม่มี ❑ มี ระบุ..............................ความต้องการบริการพิเศษ คือ.................................. เลขที่บัตรประชาชน............................................วันออกบัตร.............................บัตรหมดอายุ......................... ขณะศึกษาพักอยู่กับ ❑ บิดา/มารดา ❑ ญาติ ❑ บ้านตัวเอง ❑ หอพักมหาวิทยาลัย ระบุหอพัก................................... ❑ บ้านเช่า ❑ อื่น ๆ ระบุ................................................................... ที่อยู่ปัจจุบัน (ขณะศึกษา) หมู่บ้าน/อาคาร/หอ..............................................เลขที่...................หมู่ที่............... ตรอก/ซอย............................ถนน........................... แขวง/ตำบล.......................... เขต/อำเภอ............................ จังหวัด...............................................รหัสไปรษณีย์......................................โทรศัพท์........................................... ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน เลขที่..................หมู่ที่.............ตรอก/ซอย.................................ถนน............................ แขวง/ตำบล............................................ เขต/อำเภอ....................................จังหวัด............................................ รหัสไปรษณีย์...............................................โทรศัพท์............................................................................................ ปัจจุบันนักศึกษา ❑ ไม่ทำงาน ❑ ทำงาน ตำแหน่ง...................................................................... เงินเดือน....................................บาท/เดือน ชื่อสถานที่ทำงาน............................................................................. เลขที่....................หมู่ที่................. ตรอก/ซอย...................... ถนน....................................................................... แขวง/ตำบล.......................................... เขต/อำเภอ.......................................จังหวัด........................................... รหัสไปรษณีย์...................................โทรศัพท์....................................................................................................... การกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ❑ กู้ ❑ ไม่กู้ การเป็นนักศึกษาทุน ประเภททุนต่อเนื่อง ❑ ไม่เป็น ❑ เป็น ระบุชื่อทุน.................................................. จำนวนเงินทุน.........................บาท/ปีการศึกษา 2. ข้อมูลการศึกษา ก่อนเข้าศึกษาในสถาบันแห่งนี้สำเร็จการศึกษาระดับ ❑ ม.6 ❑ กศน. ❑ ปวช. ❑ ปวส. จากสถานศึกษา................................................................................................................................................ วุฒิการศึกษา.................................................................. ปีการศึกษาที่จบ.....................เกรดเฉลี่ย................. ความสามารถพิเศษ 1. .................................................................................................................................... 2. .................................................................................................................................... 3. ....................................................................................................................................


3. ข้อมูลครอบครัว เป็นบุตรคนที่...........................จำนวนพี่น้องรวม.............................คน กำลังศึกษาอยู่รวม........................คน สถานภาพสมรสบิดา/มารดา ❑ อยู่ด้วยกัน ❑ แยกกันอยู่ ❑ หย่าร้าง ❑ บิดา/มารดา แต่งงานใหม่ ❑ บิดา/มารดา ถึงแก่กรรม ชื่อบิดา.......................................................นามสกุล....................................................... อายุ.......................ปี ที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่.................หมู่ที่.............ตรอก/ซอย...............................ถนน.............................................. แขวง/ตำบล............................................เขต/อำเภอ.....................................จังหวัด............................................ รหัสไปรษณีย์......................................... โทรศัพท์.................................... บิดาประกอบอาชีพ.........................................ตำแหน่ง......................................รายได้.......................บาท/เดือน ชื่อสถานที่ทำงาน....................................................................... เบอร์โทรศัพท์.................................................... ชื่อมารดา...................................................นามสกุล................................................. อายุ.............................ปี ที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่.................หมู่ที่.............ตรอก/ซอย....................................ถนน......................................... แขวง/ตำบล......................................... เขต/อำเภอ.......................................จังหวัด............................................ รหัสไปรษณีย์.............................................. โทรศัพท์............................................. มารดาประกอบอาชีพ.......................................ตำแหน่ง.....................................รายได้.......................บาท/เดือน ชื่อสถานที่ทำงาน............................................................................... เบอร์โทรศัพท์............................................ (กรณีบิดามารดาทำงานที่เดียวกันและมีรายได้ร่วมกันให้ใส่รายได้ที่คนใดคนหนึ่งหรือแบ่งคนละครึ่ง) 4. ข้อมูลผู้ปกครอง (หากนักศึกษาไม่ได้อยู่กับบิดา/มารดา) โปรดระบุ ชื่อผู้ปกครอง.................................... นามสกุล.............................อายุ........ปี มีความสัมพันธ์เป็น.................... ที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่...............หมู่ที่...........ตรอก/ซอย...................ถนน....................... แขวง/ตำบล....................... เขต/อำเภอ.............................จังหวัด...........................รหัสไปรษณีย์......................... โทรศัพท์........................... ผู้ปกครองประกอบอาชีพ.............................................ตำแหน่ง...............................รายได้.................บาท/เดือน ชื่อสถานที่ทำงาน.............................................................................. เบอร์โทรศัพท์............................................. ลงชื่อ.............................................นักศึกษา (......................................................) ............./ ............./ ............. หมายเหตุ : กรณีเปลี่ยนแปลงที่อยู่/เบอร์โทรศัพท์ โปรดแจ้งอาจารย์ที่ปรึกษา


แบบบันทึกการให้คำปรึกษา/แนะนำนักศึกษาเป็นรายบุคคล ครั้งที่...................... วันที่..............เดือน.....................................พ.ศ.................... ชื่อ-สกุล นักศึกษา (นาย/นางสาว)......................................................................................................................... สาขาวิชา.........................................................................คณะ......................................... ...................................... วิธีการติดต่อกับอาจารย์ที่ปรึกษา o มาพบด้วยตนเอง o โทรศัพท์ o ผ่านระบบสารสนเทศ o อื่นๆ.......................................... ปัญหาที่มาพบ o ปัญหาการเรียน o ปัญหาส่วนตัว o อื่นๆ ระบุ ................................................................. ปัญหา การให้การปรึกษา /การช่วยเหลือ ผลที่ได้รับ ลงชื่อ................................................................. (.................................................................) อาจารย์ที่ปรึกษา *** หมายเหตุ เอกสารนี้สำหรับการให้คำปรึกษา/แนะนำนักศึกษาเป็นรายบุคคล***


แบบบันทึกการประชุมกลุ่มกิจกรรมโฮมรูม บันทึกการประชุมกลุ่มกิจกรรมโฮมรูม ประจำภาคเรียนที่...................ปีการศึกษา................................. ของอาจารย์ (ชื่อ-สกุล)............................................................................................................... ........................... อาจารย์ที่ปรึกษากลุ่ม.................................................................มีนักศึกษาจำนวน..........................................คน สังกัดสาขาวิชา..........................................................................คณะ.................................. ................................... ได้ประชุมและให้คำปรึกษาแก่นักศึกษากลุ่มดังกล่าวรายละเอียดต่อไปนี้ ครั้งที่ วันที่/เวลา/ สถานที่ รายการกิจกรรมประชุมและให้คำปรึกษา (หัวข้อเรื่องและสาระรายละเอียด) จำนวนนักศึกษา ที่เข้าประชุม


แบบรายงานการปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ที่ปรึกษา คณะ....................................................................... วันที่..............เดือน............................พ.ศ................ เรื่อง รายงานการปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ที่ปรึกษา เรียน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ตามที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ข้าพเจ้าเป็นอาจารย์ที่ปรึกษากลุ่ม...................... คณะ...................................................สาขาวิชา......................................มีนักศึกษาจำนวนทั้งสิ้น.. ..................คน ขอรายงานผลการปฏิบัติงาน ประจำภาคเรียนที่............ ปีการศึกษา..................................ดังนี้ 1. นักศึกษามาพบเพื่อขอรับคำปรึกษา/แนะนำเป็นรายบุคคล จำนวน......................คน 2. ประชุมกลุ่มกิจกรรมโฮมรูม จำนวน.....................ครั้ง 3. ผลการเรียนของนักศึกษาในที่ปรึกษา o สอบผ่านทุกรายวิชา จำนวน.....................คน o สอบไม่ผ่านบางรายวิชา จำนวน.....................คน o พ้นสภาพตามระเบียบว่าด้วยการประเมินผลการศึกษา จำนวน.....................คน o รักษาสภาพการเป็นนักศึกษา จำนวน.....................คน o ลาออก จำนวน.....................คน o อื่นๆ ระบุ.......................................................................... จำนวน.....................คน 4. ประสงค์แจ้งเรื่องอื่น ๆ / ข้อเสนอแนะ ที่เกี่ยวกับการดูแลนักศึกษา ดังนี้ ......................................................................................................................................................... ....................................................................................................... .................................................. ................................................................................................................ ......................................... จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ลงชื่อ................................................................. (.................................................................) อาจารย์ที่ปรึกษา


แบบประเมินการปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ที่ปรึกษา ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของนักศึกษา 1. เพศ ชาย หญิง 2. คณะ 1. คณะครุศาสตร์ 5. คณะศิลปกรรมศาสตร์ 2. คณะวิทยาการจัดการ 6. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3. คณะเทคโนโลยีการเกษตร 7. คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 3. ชั้นปี ชั้นปีที่ 1 ชั้นปีที่ 2 ชั้นปีที่ 3 ชั้นปีที่ 4 นักศึกษาตกค้าง 4. กลุ่มเรียน (รหัสนักศึกษา 6 ตัวแรก)..............……………………………………….. ตอนที่ 2 ประเมินความพึงพอใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษา 1. ในภาคเรียนที่ผ่านมา นักศึกษาได้พูดคุย/ปรึกษา หรือ อาจารย์ได้แนะนำ/แนะแนว ผ่านช่องทางต่าง ๆ กี่ครั้ง ไม่เคยพบอาจารย์ที่ปรึกษา 1 – 3 ครั้ง 4 – 6 ครั้ง 7 – 9 ครั้ง 10 ครั้งขึ้นไป 2. โดยภาพรวมอาจารย์ที่ปรึกษาทำหน้าที่ได้หเมาะสมเพียงใด (ให้คะแนน 1-10)............................... 3. โปรดประเมินการปฏิบัติหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษา ( 5 = มากที่สุด, 4 = มาก, 3 = ปานกลาง, 2 = น้อย, 1 = น้อยที่สุด) รายการประเมิน ระดับคะแนน 5 4 3 2 1 1. คุณลักษณะด้านความสามารถเชิงวิชาการ (สามารถให้คำแนะนำด้านการเรียน วิชาการต่าง ๆ) 2. คุณลักษณะด้านบุคลิกภาพ (เป็นแบบอย่างที่ดี รับฟังความคิดเห็น ตลอดจนเอาใจใส่นักศึกษา อย่างทั่วถึง และสม่ำเสมอ) 3. คุณลักษณะด้านเจตคติ (มีความมุ่งมั่น และเต็มใจในการทำหน้าที่อาจารย์ที่ปรึกษา) 4. คุณลักษณะด้านจรรยาบรรณ (รักษาความลับข้อมูลส่วนตัว และคำนึงถึงสวัสดิภาพของนักศึกษา) 5. คุณลักษณะด้านทักษะการปฏิบัติงาน (มีการแจ้งกำหนดการ การดำเนินงานด้านต่าง ๆ มีการถ่ายทอด ความคิดในการให้คำปรึกษาได้ดี และสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้) ผม/หนู อยากบอกอาจารย์ว่า (ข้อดี).......................................................................................................................... จะดีกว่านี้ถ้าอาจารย์................................................................................................................................................


การติดต่อ และช่องทางการประชาสัมพันธ์ข้อมูลกองพัฒนานักศึกษา การติดต่อกองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ที่อยู่ ห้องสำนักงาน ชั้น 2 อาคารกองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา หมายเลขโทรศัพท์ภายในหน่วยงาน 1005 รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา 1170 ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการกองพัฒนานักศึกษา 2303 หัวหน้างานบริการและพัฒนานักศึกษา หน่วยนักศึกษาวิชาทหาร/ผ่อนผันการเข้ารับราชการทหารกองประจำการ 1162 หน่วย กยศ. 1168 หน่วยกิจกรรมพิเศษ 1166 หน่วยบริหารงานทั่วไป 1164 หน่วยพัสดุ 1160 หน่วยการเงิน 1165 หน่วยกิจกรรมนักศึกษา 1163 หน่วยแนะแนวการศึกษาและอาชีพ 2304 หน่วยธุรการ/หอพักนักศึกษา ช่องทางการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของกองพัฒนานักศึกษา - http://std-aff.skru.ac.th : เว็บไซด์กองพัฒนานักศึกษา - facebook//กองพัฒนานักศึกษา-มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา - facebook//กยศ.มรภ.สงขลา - lineOpenchat รหัสนักศึกษา - เพจผ่อนผันเกณฑ์ทหาร มรภ.สงขลา : https://www.facebook.com/groups/1186251178569792 - เพจนักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) : https://www.facebook.com/groups/militarystdskru/


Click to View FlipBook Version