The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการสอนนาฏศิลป์ม.3 รวมเล่ม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chonpichaput, 2023-08-14 02:09:19

เอกสารประกอบการสอนนาฏศิลป์ม.3 รวมเล่ม

เอกสารประกอบการสอนนาฏศิลป์ม.3 รวมเล่ม

ชุดฝึกปฏิบัตินาฏยศัพท์และภาษาท่า เพื่อสร้างสรรค์การแสดง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่๓ วิชาศิลปะ๖ รหัสวิชา ศ๒๓๑๐๒ โดย นางชนพิชา พุทธรักษา ตำแหน่ง ครูวิทยะฐานะครูชำนาญการ โรงเรียนแก่งหางแมวพิทยาคาร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี ตราด


คำนำ เอกสารเล่มนี้่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชาศิลปะ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อให้ นักเรียน และผู้ที่สนใจได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่องนาฏยศัพท์และภาษาท่าที่เหมาะกับการนำไปใช้ สร้างสรรค์การแสดง และการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดฝึกปฏิบัตินาฏยศัพท์และภาษาท่าเพื่อการสร้างสรรค์การ แสดงเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียนที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนำหรือ ข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ผู้จัดทำ ชนพิชา พุทธรักษา ก


สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข แบบทดสอบก่อนเรียน.................................................................................................................. ๔ นาฏยศัพท์.................................................................................................................... ................ ๖ การรำตีบท.....................................................................................................................................๗ ใบงานเรื่องนาฏยศัพท์.................................................................................................................๑๑ ภาษาท่า......................................................................................................................................๑๒ ใบงานเรื่องภาษาท่า....................................................................................................................๑๓ ชุดแบบฝึกการนำนาฏยศัพท์และภาษาท่าไปใช้ประกอบการแสดง.............................................๑๔ แบบทดสอบก่อนเรียน.................................................................................................................๑๕ ภาคผนวก.......................................................................................................๑๗ ข


แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง นาฏยศัพท์และภาษาท่าเพื่อการสร้างสรรค์การแสดง คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว 1. จุดหมายสำคัญของการเรียนนาฏยศัพท์และภาษาท่าคือข้อใด ก. อนุรักษ์วัฒนธรรมของชาติไทย ข. มีความรู้ในการชมนาฏศิลป์ไทย ค. นำไปใช้สร้างสรรค์การแสดงนาฏศิลป์อย่างถูกต้องและงดงาม ง. ศึกษาลักษณะความหมายของการแสดงโขนไทย 2. นาฏยศัพท์หมายถึงข้อใด ก. ศัพท์ทั่วไปใช้ในชีวิตประจำวัน ข. ศัพท์เฉพาะที่ใช้ทางนาฏศิลป์ ค. ศัพท์ที่ใช้ดัดแปลงท่ารำ ง. ศัพท์ที่ใช้เรียกแทนเทพเจ้า 3. นาฏยศัพท์แบ่งออกเป็นกี่ประเภท ก. 4 ประเภท ข. 3 ประเภท ค. 2 ประเภท ง. 1 ประเภท 4. คำว่า “จรดเท้า” อยู่ในนาฏยศัพท์หมวดใด ก. นาฏยศัพท์เบ็ดเตล็ด ข. นามศัพท์ ค. ศัพท์เสริม ง. ศัพท์เสื่อม 5. ข้อใดจัดอยู่ในหมวดกิริยาศัพท์ ก. ตีไหล่ ข. เกร็งคอ ค. เปิดคาง ง. รำแอ้ 6. แบมือข้างซ้ายแตะที่แก้ม เอียงซ้าย เป็นภาษาท่าข้อใด ก. ท่าโกรธ ข. ท่ารัก ค. ท่าอาย ง. ท่าเสียใจ 7. ข้อใดคือภาษาท่าที่ใช้แสดงอารมณ์ความรู้สึก ก. ข. ค. ง.


8. ข้อใดไม่ใช่ ภาษาท่าที่ใช้แทนคำพูด ก. ข. ค. ง. 9. ข้อใดไม่ใช่ภาษาท่าที่มาจากธรรมชาติ ก. ท่ายิ้ม ข. ท่าร้องไห้ ค. ท่าสอดสร้อยมาลา ง. ท่าปฏิเสธ 10. จากรูปภาพข้างล่าง เป็นภาษาท่าในข้อใด ก. ท่าโกรธ ข. ท่ามอง ค. ท่าค้นหา ง. ท่ายิ้ม


นาฏยศัพท์ ความหมายของคำว่า “นาฏยศัพท์” การศึกษาทางด้านนาฏศิลป์ไทย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงโขน ละคร หรือระบำเบ็ดเตล็ดต่างๆก็ดี ท่าทางที่ผู้แสดงแสดงออกมานั้นย่อมมีความหมายเฉพาะ ยิ่งหากได้ศึกษา อย่างดีแล้ว อาจทำให้เข้าใจในเรื่องการแสดงมากยิ่งขึ้นทั้งในตัวผู้แสดงเอง และผู้ที่ชมการแสดงนั้นๆ สิ่งที่เข้า มาประกอบเป็นท่าทางนาฏศิลป์ไทยนั้นก็คือ เรื่องของนาฏยศัพท์ ซึ่งแยกออกได้เป็นคำว่า “นาฏย” กับคำว่า “ศัพท์”ดังนี้ นาฏย หมายถึง เกี่ยวกับการฟ้อนรำ เกี่ยวกับการแสดงละคร ศัพท์หมายถึง เสียง คำ คำยากที่ต้องแปล เรื่อง เมื่อนำคำสองคำมารวมกัน ทำให้ได้ความหมายขึ้นมา ซึ่งมีผู้กล่าวไว้ดังนี้ นาฏยศัพท์หมายถึง ศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับลักษณะท่ารำที่ใช้ในการฝึกหัด เพื่อใช้ในการแสดงโขน ละคร เป็นคำที่ใช้ในวงการนาฏศิลป์ไทย สามารถสื่อความหมายกันได้ทุกฝ่ายในการแสดงต่างๆ ประเภทของนาฏยศัพท์ นาฏยศัพท์แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ ➢ นามศัพท์หมายถึง ศัพท์ที่เรียกชื่อท่ารำ หรือชื่อท่าที่บอกอาการกระทำของผู้นั้น เช่น วง จีบ สลัดมือ คลายมือ กรายมือ ฉายมือ ปาดมื กระทบ กระดก ยกเท้า ก้าวเท้า ประเท้า ตบเท้า กระทุ้ง กะเทาะ จรดเท้า แตะเท้า ซอยเท้า ขยั่นเท้า ฉายเท้า สะดุดเท้า รวมเท้า โย้ตัว ยักตัว ตี ไหล่กล่อมไหล่ ➢ กิริยาศัพท์หมายถึง ศัพท์ที่ใช้เรียกในการปฏิบัติบอกอาการกิริยา ซึ่งแบ่งออกเป็น ศัพท์เสริม หมายถึง ศัพท์ที่ใช้เรียกเพื่อปรับปรุงท่าทีให้ถูกต้องสวยงาม เช่น กันวง ลดวง ส่ง มือ ดึงมือ หักข้อ หลบศอก เปิดคาง กดคาง ทรงตัว เผ่นตัว ดึงไหล่ กดไหล่ ดึงเอว กดเกลียวข้าง ทับ ตัว หลบเข่า ถีบเข่า แข็งเข่า กันเข่า เปิดส้น ชักส้น ศัพท์เสื่อม หมายถึง ศัพท์ที่ใช้เรียกชื่อท่ารำหรือท่วงทีของผู้รำที่ไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อให้ผู้รำรู้ตัว และแก้ไขท่าทีของตยให้ดีขึ้น เช่น วงล้า วงคว่ำ วงเหยียด วงหัก วงล้น คอดื่ม คางไก่ ฟาดคอ เกร็งคอ หอบไหล่ ทรุดตัว ขย่มตัว เหลี่ยมล้า รำแอ้ รำลน รำเลื้อย รำล้ำจังหวะ รำหน่วง จังหวะ ➢ นาฏยศัพท์เบ็ดเตล็ด หมายถึง ศัพท์ต่างๆที่ใช้เรียกในภาษานาฏศิลป์ นอกเหนือไปจากนามศัพท์ และกิริยาศัพท์ เช่น จีบยาว จีบสั้น ลักคอ เดินมือ เอียงทางวง คืนตัว อ่อนเหลี่ยม เหลี่ยมล่าง แม่ท่า ท่า-ที ขึ้นท่า ยืนเข่า ทลายท่า นายโรง พระใหญ่ – พระน้อย นางกษัตริย์ นางตลาด ผู้เมีย ยืนเครื่อง ศัพท์แทน การรำตีบท การรำตีบทคือ การนำเอานาฏยศัพท์มาใช้นั้นเอง เพื่อเป็นการบอกความหมาย และแสดงอารมณ์ ออกมา ซึ่งหลักสำคัญในการรำตีบทคือ • ตัดท่าย่อยออกไป • คำนึงถึงความสวยงาม และสื่อความหมายให้เด่นชัด


• อย่าให้ท่าเหลื่อมกับคำพูด • พยายามเลี่ยงท่าซ้ำ ท่าวรรคติดๆกัน • อย่าทำมือซ้ำเพียงท่าเดียว • การออกท่าควรคำนึงถึงบุคลิกของตัวละคร • คำนึงถึงการเอียงศีรษะ ลักษณะการรำตีบทของไทยจะมี 3 ลักษณะ คือ เกี่ยวกับกิริยามือแบ เกี่ยวกับกิริยามือจีบ และ เกี่ยวกับกิริยามือชี้ นอกจากนี้ในการแสดงโขน – ละคร ยังมีการรำตีบทเกี่ยวกับการเลียนแบบสัตว์เข้ามา เกี่ยวข้อง ซึ่งกิริยาของการเลียนแบบสัตว์ที่มีมักจะเป็นลักษณะของสัตว์เหล่านี้ เช่น ท่านก ท่าไก่ ท่าเป็ด ท่า ปลา ท่ากุ้ง ท่าปู ท่าหอย ท่างู ท่ากบ ท่ากระต่าย ท่าเต่า ท่าจระเข้ ท่าช้าง ท่าม้า ท่าวัว ท่าควาย ท่ากวาง ท่า เสือ ท่าชะนี และท่าลิง เป็นต้น ลักษณะต่างๆ ของนาฏยศัพท์ แบ่งตามการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย ได้แก่ 1. ส่วนศีรษะ เอียง คือ การเอียงศีรษะ ต้องกลมกลืนกับไหล่และลำตัวให้เป็นเส้นโค้ง ถ้าเอียงซ้ายให้หน้าเบือน ทางขวาเล็กน้อย ถ้าเอียงขวาให้หน้าเบือนทางซ้ายเล็กน้อย ลักคอ คือ การเอียงคนละข้างกับไหล่ที่กดลง ถ้าเอียงซ้ายให้กดไหล่ขวา ถ้าเอียงขวาให้กดไหล่ซ้าย เปิดคาง คือ ไม่ก้มหน้า เปิดปลายคางและทอดสายตาตรงสูงเท่าระดับตาตนเอง กดคาง คือ ไม่เชิดหน้าหรือเงยหน้ามากเกินไป 2. ส่วนแขน วง คือ การเหยียดมือให้ตึงทั้งห้านิ้ว แต่นิ้วหัวแม่มือหักเข้าหาฝ่ามือเล็กน้อย การตั้งวงที่สวยงาม ต้อง หักข้อมือเข้าหาลำแขนบนให้มาก ทอดลำแขนให้ส่วนโค้งพองามแ วงบน คือ ยกแขนไปข้างลำตัว ทอดศอกโค้ง มือแบ ตั้งปลายนิ้วขึ้น วงพระปลายนิ้วอยู่ระดับ ศีรษะ ส่วนวงนางปลายนิ้วจะอยู่ระดับหางคิ้วและวงแคบกว่า วงกลาง คือ การยกส่วนโค้งของลำแขนให้ปลายนิ้วสูงระดับไหล่ วงหน้า คือ ส่วนโค้งของลำแขนที่ทอดโค้งอยู่ข้างหน้า วงพระผายกว้างกว่านางปลายนิ้วอยู่ ระดับแก้ม วงนางปลายนิ้วอยู่ระดับปาก วงพิเศษ คือ อยู่ระหว่างวงบนและวงกลม วงบัวบาน คือ ยกแขนขึ้นข้างลำตัว ให้ศอกสูงระดับไหล่ หักศอกให้แขนท่อนล่างพับเข้าหา ตัว ตั้งฉากกับแขนท่อนบน มือแบหงายปลายนิ้วชี้ไปข้างๆ ตัว วงนางจะแคบกว่าวงพระ วงล่าง คือ การตั้งวงระดับต่ำที่สุด โดยทอดส่วนโค้งของลำแขนลงข้างล่างอยู่ระดับเอว โดย ตั้งมือตรงหัวเข็มขัด ตัวพระกันศอกให้ห่างตัว 3. ส่วนมือ มือแบ คือ นิ้วชี้ กลาง นาง ก้อย ติดกัน ตึงนิ้ว หัวแม่มือ กาง หลบไปทางฝ่ามือ หักข้อมือไป ทางหลังมือ แต่มีบางท่าที่ หักข้อมือไปทางฝ่ามือ เช่น ท่าป้องหน้า


มือจีบ คือ การกรีดนิ้ว โดยเอานิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือจรดกัน ให้ปลายนิ้วหัวแม่มือจรดข้อแรก ของปลายนิ้วชี้ ให้ตึงนิ้ว นิ้วกลาง นาง ก้อย กรีดห่างกัน หักข้อมือไปทางฝ่ามือ จีบแบ่งเป็น 5 ลักษณะ จีบหงาย คือ การหงายฝ่ามือให้ปลายนิ้วชี้ขึ้น ถ้าอยู่ระดับหน้าท้องเรียกว่า จีบหงายชายพก จีบคว่ำ คือ การคว่ำฝ่ามือให้ปลายนิ้วชี้ลง หักข้อมือเข้าหาลำแขน จีบส่งหลัง คือ การส่งแขนไปข้างหลัง ตึงแขน พลิกข้อมือให้ปลายนิ้วชี้ขึ้น แขนตึงและส่งแขนให้สูงไปด้านหลัง จีบปรกหน้า คือ การจีบที่คล้ายกับจีบหงาย แต่หันจีบเข้าหาลำตัวด้านหน้า ทั้งแขนและมือชูอยู่ด้านหน้า ตั้งลำแขนขึ้น ทำมุมที่ข้อพับตรงศอก หันจีบเข้าหาหน้าผาก จีบปรกข้าง คือ การจีบที่คล้ายกับจีบปรกหน้า แต่หันจีบเข้าหาแง่ศีรษะ ลำแขนอยู่ข้าง ๆ ระดับเดียวกับวงบน จีบล่อแก้ว คือ ลักษณะกิริยาท่าทางคล้ายจีบ ใช้นิ้วกลางกดข้อที่ ๑ ของนิ้วหัวแม่มือ หักปลายนิ้วหัวแม่มือคล้ายวงแหวน นิ้วที่เหลือเหยียดตึง หักข้อมือเข้าหาลำแขน 4.. ส่วนลำตัว ทรงตัว คือ การยืนให้นิ่ง เป็นการใช้ลำตัวตั้งแต่ศีรษะ ตลอดถึงปลายเท้าในท่าที่สวยงาม ไม่เอนไปทางใดทางหนึ่งขณะที่ยืน เผ่นตัว คือ กิริยาอาการทรงตัวชนิดหนึ่ง มาจากท่าก้าวเท้า แล้วส่งตัวขึ้น โดยการยกเข่าตึง เท้าหนึ่ง ยืนรับน้ำหนักอีกเท้าหนึ่งอยู่ข้างๆ ดึงไหล่ คือ การรำหลังตึง หรือดันหลังขึ้น ไม่ปล่อยให้ไหล่ค่อม กดไหล่ คือ กิริยากดไหล่โน้มตัวไปข้างใดข้างหนึ่ง ทำพร้อมกับการเอียงศีรษะ กดลงเฉพาะ ไหล่ ไม่ให้สะโพกเอียงไปด้วย ตีไหล่ คือ การกดไหล่ แล้วบิดไหล่ข้างที่กดไปข้างหลัง กล่อมไหล่ คือ กดไหล่ แล้วบิดไหล่ข้างที่กดมาข้างหน้า ยักตัว คือ กิริยาของลำตัวส่วนเกลียวหน้า ยักขึ้นลง ไหล่จะขึ้นลงตามไปด้วย แต่สะโพกอยู่ คงที่และลักคอด้วย ดึงเอว คือ กิริยาของเอวด้านหลังตั้งขึ้นตรง ไม่หย่อนตัว 5. ส่วนเข่าและขา เหลี่ยม คือ ลักษณะของเข่าที่แบะห่างกัน เมื่อก้าวเท้า พระต้องกันเข่าให้เหลี่ยมกว้าง ส่วน นางก้าวข้างต้องหลบเข่า ไม่ให้มีเหลี่ยม จรดเท้า คือ อาการของเท้าข้างใดข้างหนึ่งที่วางอยู่ข้างหน้า น้ำหนักตัวจะอยู่ที่เท้าหลัง เท้าหน้าจะใช้เพียงปลายจมูกเท้า แตะเบาๆไว้กับพื้น (จมูกเท้า คือ บริเวณเนื้อโคนนิ้วเท้า) แตะเท้า คือ การใช้ส่วนของจมูกเท้าแตะพื้น แล้ววิ่งหรือก้าว ขณะที่ก้าว ส่วนอื่นๆ ของเท้า ถึงพื้นด้วย ซอยเท้า คือ กิริยาที่ใช้จมูกเท้าวางกับพื้น ยกส้นเท้าน้อยๆ ทั้ง ๒ ข้าง แล้วย่ำซ้ายขวาถี่ ๆ จะอยู่กับที่หรือเคลื่อนที่ก็ได้


ขยั่นเท้า คือ เหมือนซอยเท้า ต่างกันที่ขยั่นเท้าต้องไขว้เท้า แล้วทำกิริยาเหมือนซอยเท้า ถ้าขยั่นเคลื่อนที่ไปทางขวาก็ให้เท้าซ้ายอยู่หน้า ถ้าขยั่นเคลื่อนที่ไปทางซ้ายก็ให้เท้าขวาอยู่หน้า ฉายเท้า คือ กิริยาที่ก้าวหน้า แล้วต้องการลากเท้าที่ก้าวมาพักไว้ข้างๆ ให้ใช้จมูกเท้าจรดพื้น ไว้ เผยอส้นนิดหน่อย แล้วลากมาพักไว้ในลักษณะเหลื่อมเท้า โดยหันปลายเท้าที่ฉายมาให้อยู่ด้านข้าง ประเท้า คือ อาการที่สืบเนื่องจากการจรดเท้า โดยยกจมูกเท้าขึ้น ใช้สันเท้าวางกับพื้น ย่อเข่าลงพร้อมทั้งแตะจมูกเท้าลงกับพื้น แล้วยกเท้าขึ้น ตบเท้า คือ กิริยาของการใช้เท้าคล้ายกับประเท้า แต่ไม่ต้องยกเท้าขึ้น ห่มเข่าตามจังหวะที่ ตบเท้าอยู่ตลอดเวลา ยกเท้า คือ การยกเท้าขึ้นไว้ข้างหน้า เชิดปลายเท้าให้ตึง หักข้อเท้าเข้าหาลำขา ตัวพระกัน เข่าออกไปข้างๆ ส่วนสูงระดับเข่าข้างที่ยืน ตัวนางไม่ต้องกันเข่า ส่วนสูงอยู่ต่ำกว่าเข่าข้างที่ยืน ชักส้น เท้าและเชิดปลายนิ้ว ก้าวเท้า คือ การวางฝ่าเท้าลงบนพื้นข้างหน้า โดยวางส้นเท้าลงก่อน ตัวพระจะก้าวเฉียงไป ข้างๆตัวเล็กน้อยเฉียงปลายเท้าไปทางนิ้วก้อย กันเข่าแบะให้ได้เหลี่ยม ส่วนตัวนางวางเท้าลงข้างหน้า ไม่ต้องกันเข่าปลายเท้าเฉียงไปทางนิ้วก้อยเล็กน้อย ก้าวข้าง คือ การวางเท้าไปข้างๆตัว ปลายเท้าเฉียงไปทางนิ้วก้อยมาก ตัวนางต้องหลบเข่า ตามไปด้วย กระทุ้ง คือ วางเท้าไว้ข้างหลังด้วยจมูกเท้า แล้วใช้จมูกเท้ากระทุ้งลงกับพื้น แล้วกระดกขึ้น หรือยกไปข้างหน้า กะเทาะ คือ อาการของการใช้เท้าคล้ายกระทุ้ง แต่ไม่ต้องกระดกเท้า ใช้จมูกเท้ากระทุ้งเป็น จังหวะ หลายๆ ครั้ง กระดก คือการกระทุ้งเท้าแล้วถีบเข่าไปข้างหลังมากๆ ให้เข่าทั้งสองข้างแยกห่างจากกัน ให้ ส้นเท้าชิดก้นมากที่สุด หักปลายเท้าลง ย่อเข่าที่ยืน ตัวพระต้องกันเข่าด้วย กระดกเสี้ยว คล้ายกระดกหลัง แต่เบี่ยงขามาข้างๆและไม่ต้องกันเข่า


เชิญชมวีดีทัศน์ประกอบการเรียนรู้ ภาษาท่าและนาฏยศัพท์


ใบงานเรื่องนาฏยศัพท์ คำชี้แจง ให้นักเรียนสรุปท่านาฏยศัพท์แต่ละประเภทลงในตารางต่อไปนี้ ตารางสรุปท่านาฏยศัพท์แบ่งตามการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย ส่วนศีรษะ ส่วนแขน ส่วนมือ ส่วนเท้า อย่าลืมไปฝึกปฏิบัติท่ารำด้วยนะคะ


ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ ในชีวิตประจำวันทุกวันนี้มนุษย์เราใช้ท่าทางประกอบการพูดหรือ บางครั้งมีการแสดงสีหน้า ความรู้สึก เพื่อเน้นความหมายด้วยในทางนาฏศิลป์ ภาษาท่าเสมือนเป็นภาษาพูด โดยไม่ต้องเปล่งเสียงออกมา แต่อาศัยส่วนประกอบอวัยวะของร่างกาย แสดงออกมาเป็นท่าทาง โดยเลียนแบบ ท่าทางธรรมชาติ เพื่อให้ผู้ชมสามารถเข้าใจได้ ที่มาของภาษาท่า ที่ใช้ในการแสดงนาฏศิลป์ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ๑. ภาษาท่าที่มาจากธรรมชาติ เป็นท่าทางที่ดัดแปลงมาจากท่าทางตามธรรมชาติของคนเรา แต่ปรับปรุงให้ดู สวยงามอ่อนช้อยมากยิ่งขึ้น โดยใช้ลักษณะการ ร่ายรำเบื้องต้นมาผสมผสาน เช่น ท่ายิ้ม ท่าเรียก ท่า ปฏิเสธ ท่าร้องไห้ ท่าดีใจ ท่าเสียใจ ท่าโกรธ ๒. ภาษาท่าที่มาจากการประดิษฐ์โดยตรง เป็นท่าทางที่ประดิษฐ์ ขึ้นเพื่อให้เพียงพอใช้กับคำร้องหรือคำ บรรยาย ที่จะต้องแสดงออกเป็นท่ารำ เช่น สอดสร้อยมาลา เป็นต้น ภาษาท่าเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ความหมาย ระหว่างผู้แสดงและผู้ชม ในการแสดงนาฏศิลป์ เพราะทำให้ผู้ชมทราบว่าผู้แสดงกำลังสื่ออะไร หรือกำลังมี อารมณ์อย่างไร ภาษาท่าสามารถแบ่งได้ตามลักษณะการนำไปใช้เป็น ๓ ลักษณะ คือ ๑. ภาษาท่าที่ใช้แทนคำพูด ๒. ภาษาท่าที่ใช้แทนกิริยาอาการต่างๆ ๓. ภาษาท่าที่ใช้แสดงอารมณ์ ความรู้สึกภายใน ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ ในชีวิตประจำวันทุกวันนี้มนุษย์เราใช้ท่าทางประกอบการพูดหรือบางครั้งมีการ แสดงสีหน้า ความรู้สึก เพื่อเน้นความหมายด้วยในทางนาฏศิลป์ ภาษาท่าเสมือนเป็นภาษาพูด โดยไม่ต้องเปล่ง เสียงออกมา แต่อาศัยส่วนประกอบอวัยวะของร่างกาย แสดงออกมาเป็นท่าทาง โดยเลียนแบบท่าทาง ธรรมชาติ เพื่อให้ผู้ชมสามารถเข้าใจได้ การปฏิบัติภาษาท่าทางนาฏศิลป์แบ่งออกได้ ดังนี้ ๑. ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ที่ใช้แทนคำพูด เช่น ฉัน เธอ ท่าน ปฏิเสธ ท่าเรียก ท่าไป ๒. ภาษาท่าทางนาฏศิลป์อิริยาบถหรือกิริยาอาการ เช่น ท่ายืน ท่าเดิน ท่านั่ง ๓. ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ที่ใช้แสดงอารมณ์ความรู้สึก เช่น ดีใจ เสียใจ โกรธ เศร้าโศก ประโยชน์ของภาษาท่ารำทางนาฏศิลป์ ๑. ช่วยพัฒนาการแสดงนาฏศิลป์ไทยให้มีความสวยงามได้มาตรฐาน ๒. ช่วยสื่อความหมายให้เข้าใจได้ตรงกันเมื่อเรียกและใช้ภาษานาฏศิลป์ต่างๆ ๓. ใช้เป็นแนวทางในการประดิษฐ์ท่าร่ายรำของการแสดงนาฏศิลป์ชุดต่างๆ ภาษาท่า เอกสารชุดฝึกปฏิบัตินาฏยศัพท์และภาษาท่าเพื่อสร้างสรรค์การแสดง โดย นางชนพิชา พุทธรักษา โรงเรียนแก่งหางแมวพิทยาคาร


ใบงานเรื่องภาษาท่า คำชี้แจง ให้นักเรียนสรุปภาษาท่าแต่ละประเภทลงในตารางต่อไปนี้ ตารางสรุปภาษาท่าที่แบ่งตามลักษณะการนำไปใช้ ภาษาท่าที่ใช้แทนคำพูด ภาษาท่าที่ใช้แทนกิริยาอาการ ต่างๆ ภาษาท่าที่ใช้แสดงอารมณ์ ความรู้สึก อย่าลืมไปฝึกปฏิบัติท่ารำด้วยนะคะ


เทคนิคการนำนาฏยศัพท์และภาษาท่าไปใช้สร้างสรรค์การแสดง บทประพันธ์ ชื่อท่ารำ/นาฏยศัพท์และภาษาท่า วิธีปฏิบัติ ถึงม้วยดิน สิ้นฟ้า มหาสมุทร ไม่สิ้นสุด ความรัก สมัครสมาน ถึงอยู่ในใต้หล้าสุธาธาร ขอพบพาน พิศวาส ไม่คลาดครา ขยันฝึกปฏิบัติด้วยนะคะ....แล้วมาอวดกัน ตัวอย่างบทเพลงคำมั่นสัญญา ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน ถึงอยู่ในใต้หล้าสุธาธาร ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดครา ขั้นตอนที่๑ เลือกบทเพลงที่ต้องการ ขั้นตอนที่๒ วิเคราะห์ท่านาฏยศัพท์และภาษาท่า ที่มีความหมายตรงกับบทเพลง ลองใส่ท่านาฏยศัพท์และภาษาท่าลงในบทเพลงตามความหมายทีละประโยคค ขั้นตอนที่๓ ทดลองปฏิบัติจนเกิดความชำนาญ


แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง นาฏยศัพท์และภาษาท่าเพื่อการสร้างสรรค์การแสดง คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว 1. จุดหมายสำคัญของการเรียนนาฏยศัพท์และภาษาท่าคือข้อใด ก. อนุรักษ์วัฒนธรรมของชาติไทย ข. มีความรู้ในการชมนาฏศิลป์ไทย ค. นำไปใช้สร้างสรรค์การแสดงนาฏศิลป์อย่างถูกต้องและงดงาม ง. ศึกษาลักษณะความหมายของการแสดงโขนไทย 2. นาฏยศัพท์หมายถึงข้อใด ก. ศัพท์ทั่วไปใช้ในชีวิตประจำวัน ข. ศัพท์เฉพาะที่ใช้ทางนาฏศิลป์ ค. ศัพท์ที่ใช้ดัดแปลงท่ารำ ง. ศัพท์ที่ใช้เรียกแทนเทพเจ้า 3. นาฏยศัพท์แบ่งออกเป็นกี่ประเภท ก. 4 ประเภท ข. 3 ประเภท ค. 2 ประเภท ง. 1 ประเภท 4. คำว่า “จรดเท้า” อยู่ในนาฏยศัพท์หมวดใด ก. นาฏยศัพท์เบ็ดเตล็ด ข. นามศัพท์ ค. ศัพท์เสริม ง. ศัพท์เสื่อม 5. ข้อใดจัดอยู่ในหมวดกิริยาศัพท์ ก. ตีไหล่ ข. เกร็งคอ ค. เปิดคาง ง. รำแอ้ 6. แบมือข้างซ้ายแตะที่แก้ม เอียงซ้าย เป็นภาษาท่าข้อใด ก. ท่าโกรธ ข. ท่ารัก ค. ท่าอาย ง. ท่าเสียใจ 7. ข้อใดคือภาษาท่าที่ใช้แสดงอารมณ์ความรู้สึก ก. ข. ค. ง.


8. ข้อใดไม่ใช่ ภาษาท่าที่ใช้แทนคำพูด ก. ข. ค. ง. 9. ข้อใดไม่ใช่ภาษาท่าที่มาจากธรรมชาติ ก. ท่ายิ้ม ข. ท่าร้องไห้ ค. ท่าสอดสร้อยมาลา ง. ท่าปฏิเสธ 10. จากรูปภาพข้างล่าง เป็นภาษาท่าในข้อใด ก. ท่าโกรธ ข. ท่ามอง ค. ท่าค้นหา ง. ท่ายิ้ม


ภาคผนวก


ภาพนาฏยศัพท์และหรือภาษาท่า สำหรับการแสดง


เฉลยแบบทดสอบก่อน/หลังเรียน ข้อ เฉลย เหตุผล 1 ค การเรียนนาฏยศัพท์และภาษาท่าเพื่อนำไปใช้สร้างสรรค์การแสดง นาฏศิลป์อย่างถูกต้องและงดงาม 2 ข นาฏยศัพท์คือศัพท์เฉพาะที่ใช้ทางนาฏศิลป์ 3 ข นาฏยศัพท์มี3ประเภทคือนามศัพท์ กิริยาศัพท์ และนาฏยศัพท์ เบ็ดเตล็ด 4 ข จรดเท้าเป็นนามศัพท์คือท่าทางที่ใช้ในการรำ 5 ข เกร็งคอเป็นกิริยาศัพท์เป็นอาการที่เกิดขึ้นโดยไม่ใช่ท่ารำ 6 ค ท่าอาย 7 ง ท่ารัก แสดงอารมณ์รักหรือมีความรัก 8 ข ท่าพูด เป็นภาษาท่าแทนกิริยาอาการ 9 ค ท่าสอดสร้อยมาลา เพราะเกิดจากการประดิษฐ์ขึ้น 10 ข ท่ามอง


แหล่งข้อมูลอ้างอิง 1. บรรจง จันทร (2538).เอกสารประกอบการสอนรายวิชาพื้นฐานนาฏศิลปไทย2. สืบค้นเมื่อ วันที่ 26 มกราคม 2559 แหล่งที่มาจาก : https://ich.culture.go.th/doc/ich2014.pdf 2. ดวงฤดี บุญเรือง.ภาษาท่า และนาฏยศัพท์. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 แหล่งที่มา จาก https://sites.google.com/a/mengrai.ac.th/krunai/p4 3. ศิลปนิพนธ์ เรื่อง นวัตกรรมสื่อการศึกษาออนไล์ Thai MOOC วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์.สืบค้นเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 แหล่งที่มา https://youtu.be/IIFecHIffJE 4. อาจารย์ รัตติยา โกมินทรชาติและอาจารย์วิภารัตน์ ข่วงทิพย์.นาฏยศัพท์และดนตรี สำหรับนาฏยศิลป์พื้นเมือง.สืบค้นเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 แหล่งที่มา https://fineart.msu.ac.th/e-documents/myfile/0606226-187- isan%20Ethnics.docx 5. นางมนัสกาญจน์ สุธรรมวิจิตร โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย.สื่อวีดีทัศน์ ตามโครงการ "การอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาระบบการเรียนการสอน E-Learning" เรื่องภาษา ท่าและนาฏยศัพท์. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 แหล่งที่มาจาก https://www.youtube.com/watch?v=pozltt9hrH4&t=445s


เอกสารชุดฝึกปฏิบัตินาฏยศัพท์และภาษาท่าเพื่อสร้างสรรค์การแสดง โดย นางชนพิชา พุทธรักษา โรงเรียนแก่งหางแมวพิทยาคาร


Click to View FlipBook Version