Week 1 4-8 January 2021 ใช้ in ในกรณตี ่อไปนี้
in + ส่วนของวนั
“ภาษาอังกฤษง๊ายงา่ ย..” เช่น in the morning
Style Kru’Pitcha
in the afternoon
ใช้ at ในกรณตี ่อไปนี้ ใช้ on ในกรณตี ่อไปนี้ in the evening
at + time เช่น on + วนั เช่น in + เดอื น
on Monday เช่น in July in March
at 2 p.m. at 6.30 on Wednesday in + ปี
เช่น in 2000 , in 1990 ,in 1968
at midnight on Christmas day
on + วนั + ส่วนของวนั เช่น in the year 2050 in 1948
at noon (= at 12) on Monday morning
at lunchtime at night in + ฤดูกาล
on Wednesday night เช่น in (the) summer
at midday on + วนั + วันที่ เช่น
on 4th June on Monday, in (the) winter in (the) spring
at this/that time
July 14 on December 1st in + ศตวรรษ
at dawn at dusk on + โอกาสพเิ ศษ เช่น in the 20th century
at + weekends เช่น on my birthday /
เช่น at weekends in the 19th century
on that day
at the weekend on + วนั เฉลมิ ฉลอง in + ช่วงเวลา
at + เทศกาล/วันหยดุ นักขัตฤกษ์ เช่น on New Year’s Day เช่น in Ramadan (ช่วงรอมฎอน
เช่น at Christmas at Easter ในศาสนาอสิ ลาม) in a week’s time
at + อายุ on Christmas day
เช่น at the age of 14
โครงสรา้ ง Present Continuous Tense
Subject + is,am,are +V(ing) I am eating
He, She, It, A cat is eating
หลักการใช้ You, We, They, Cats are eating
present continuous tense
1. เหตุการณท์ ก่ี าลังเกดิ ขึน้ ขณะทพ่ี ูดอยู่ ลกั ษณะการใช้ Present Continuous Tense
มคี าเหล่านีอ้ ยดู่ ว้ ย
⇒ now / right now ตอนนี้ 1. ใชเ้ พอ่ื บอกเลา่ เหตกุ ารณห์ รอื การกระทาในปัจจบุ นั ท่ีกาลงั ดาเนินอย่แู ละยังไมจ่ บลง (จะจบลงใน
⇒ at the moment ตอนนี้ อนาคต) โดยอาจพบคาบอกเวลา (Adverbs of time) ปรากฏอย่ใู นประโยคดว้ ย เช่น
now, at the moment, right now
2. คาท่ีบ่งบอกอนาคตกากบั อยดู่ ้วย
⇒ this evening เยน็ นี้ เชน่ - I am studying at Watmuangwan School.
⇒ tonight คนื นี้ (ฉนั กาลงั ศกึ ษาอยทู่ ่ีโรงเรียนวดั มว่ งหวาน)
⇒ tomorrow พรุง่ นี้
⇒ this weekend สดุ สปั ดาหน์ ี้ 2. ใชก้ บั เหตกุ ารณห์ รือการกระทาที่กาลงั เป็นกระแสหรอื เป็นที่นิยมอย่ใู นขณะนนั้
⇒ next week สปั ดาหห์ นา้ เชน่ -These day, most people are favoring healthy food.
⇒ next month เดือนหนา้
⇒ next year ปีหนา้ (ปัจจบุ นั ผคู้ นสว่ นใหญ่กาลงั นิยมอาหารเพอ่ื สขุ ภาพ)
Week 2 11-15 January 2021 3. ใชก้ บั เหตกุ ารณห์ รือการกระทาท่ีกาลงั จะเกดิ ขนึ้ ในอนาคต โดยมกี ารเตรยี มและวางแผนไวล้ ่วงหนา้
อย่างแน่นอนแลว้ และมกั พบคาบอกเวลา (Adverbs of time) tonight, this
“ภาษาอังกฤษง๊ายง่าย..” evening, tomorrow, next week
Style Kru’Pitcha เช่น - I am meeting my parent tonight. (ฉนั จะพบกบั พอ่ แมใ่ นคืนนี)้
4. ใชก้ บั เหตกุ ารณห์ รอื การกระทาท่ีเกิดขนึ้ บอ่ ยจนเกนิ ไป ทาใหซ้ า้ ซากและน่าเบื่อ ตวั อย่าง
เช่น - Athipon is constantly talking. I wish he would shut up.
(อธิพลพดู ไมห่ ยดุ เลย ฉนั หวงั วา่ เขาจะหยดุ พดู เสียที)
รูปประโยคของ “Present Continuous Tense”
1.ประโยคบอกเล่า
โครงสร้างประโยคบอกเล่า “ภาษาองั กฤษง๊ายงา่ ย..”
: Subject + V. to be + Verb. เติม ing + Object + (คาบอกเวลา) Style Kru’Pitcha
การใช้ V. to be ซ่ึงประกอบดว้ ย is, am, are จะเลือกใช้ V. to be Week 3 18-21 January 2021
ตวั ใดน้นั ใหส้ งั เกตทปี่ ระธานของประโยค
-ถา้ ประธานเป็ น He, She, It ใหใ้ ช้ is -ถา้ ประธานเป็ น I ใหใ้ ช้ am
-ถา้ ประธานเป็ น You, We, They ใหใ้ ช้ are
เช่น -My sister is playing violin.(นอ้ งสาวของฉนั กาลงั เล่นไวโอลิน)
2. ประโยคคาถาม 3. ประโยคปฏเิ สธ
โครงสร้างประโยคคาถาม : โครงสร้างประโยคปฏเิ สธ :
V. to be + Subject + Verbเตมิ ing + object + (คาบอกเวลา)? Subject + V. to be + not + Verb. เตมิ ing
+ object + (คาบอกเวลา)
ประโยคคาถามใน Present Continuous Tense
สลบั ท่ี V. to be ข้ึนมาไวต้ น้ ประโยค โดยตอ้ งพจิ ารณาการเลือกใช้ ประโยคปฏเิ สธคงรูปเดิมคลา้ ยกบั ประโยคบอกเล่า
V. to be ตามประธานของประโยคดว้ ย แตเ่ พมิ่ not ข้ึนมาหลงั V. to be เช่น
เช่น Are you lying to me ? (คุณกาลงั โกหกฉนั หรือเปล่า?)
-Wathita is not doing homework.
;วาทติ าไม่ไดก้ าลงั ทาการบา้ น)
หลกั การเตมิ ing ท้ายคากริยาโดยทว่ั ไป 3. คำกรยิ ำทม่ี สี ระ 2 ตวั (A, E, I, O, U) ให้เตมิ ing ไดเ้ ลย เชน่
สามารถเติม ing ไดเ้ ลย แตม่ ีข้อยกเว้นบางกรณี ดังนี้ cook ---> cooking
keep ---> keeping
1. คำกรยิ ำนั้นมสี ระเสียงสนั้ (อะ อิ อุ เอะ โอะ ฯลฯ) และโดยมำกมักเปน็ a, read ---> reading
e, i, o, u อยู่หนำ้ พยญั ชนะทำ้ ย หรอื คำกรยิ ำน้ัน ๆ มตี ัวสะกดเพียงตวั เดียว
กอ่ นเติม ing ใหเ้ พ่มิ ตัวสะกดของคำนน้ั ซำ้ อีกตัวหนึ่งแล้วจึงเตมิ ing เช่น 4. คำกริยำทล่ี งท้ำยด้วย ie ให้เปลย่ี น ie เปน็ y แลว้ จึงเตมิ ing เช่น
sit ---> sitting die ---> dying
cut ---> cutting lie ---> lying
get ---> getting
shop ---> shopping 5. คำกรยิ ำทีม่ สี องพยำงค์ และออกเสยี งหนัก (stress) ท่ี
พยำงคห์ ลงั โดยพยำงค์นนั้ มีสระและตัวสะกดเพียงตวั เดียว ให้
2. คำกรยิ ำน้นั ลงทำ้ ยดว้ ย e ใหต้ ัด e ท้งิ แล้วเติม ing เช่น เพ่ิมตวั สะกดของคำนั้นซำ้ อกี ตวั หนึง่ แลว้ จงึ เติม ing เช่น
come ---> coming begin ---> beginning
drive ---> driving refer ---> referring
make ---> making swim ---> swimming
ride ---> riding
smoke ---> smoking “ภาษาองั กฤษง๊ายงา่ ย..”
Style Kru’Pitcha
Week 3 18-21 January 2021
Week 4 25-29 January 2021
Question words คือคาท่ีใชแ้ สดงคาถาม 9 ตวั
What (อะไร) ใชถ้ ามเก่ียวกบั คน สตั ว์ หรอื ส่ิงของ โดยทัว่ ๆ ไป “ภาษาองั กฤษงา๊ ยงา่ ย..”
Style Kru’Pitcha
ใช้ What ถามเกี่ยวกบั อาชีพ เชือ้ ชาติ หรอื สถานภาพ
ใช้ What ถามเก่ียวกับรปู รา่ ง ลักษณะของบุคคลหรือลักษณะทวั่ ไป
ใช้ What....for? ถามในความหมาย "เพอื่ อะไร ทาไม"
Which (อนั ไหน ส่งิ ไหน) ใชถ้ ามเก่ยี วกับคน สตั ว์
ใช้ ถาม สงิ่ ของ ต้องการทราบอยา่ งแน่ชดั เฉพาะเจาะจงวา่ คนไหน ตัวไหน สง่ิ ไหน
ใช้ ถามเพอื่ ให้เลือกจากจานวนทม่ี ีอยู่
When (เม่ือไร) ใชถ้ ามเก่ยี วกบั เวลา เช่น Where (ท่ไี หน) ใช้ถามเกีย่ วกบั สถานที่
Who (ใคร) ใช้ถามเกย่ี วกับบุคคล โดยบุคคลนั้นจะทาหนา้ ท่ีเปน็ ประธานของประโยค
Whom (ใคร) ใชถ้ ามเกี่ยวกับบคุ คล โดยบคุ คลน้นั จะทาหน้าทเ่ี ปน็ กรรมของประโยค
Whose (ของใคร) ใช้ถามเพอ่ื แสดงความเปน็ เจ้าของ
Why (ทาไม) ใช้ถามเพ่อื ต้องการทราบเหตผุ ล สาเหตุ
How (อย่างไร) ใชถ้ ามความหมายของลักษณะอาการต่างๆ
ข้อตกลงในการส่งงานวิชาภาษาอังกฤษ
Online/On hand By Kru’Pitcha
1.ในงานหนงึ่ ชน้ิ ไมว่ า่ นักเรยี นจะเขียนกห่ี น้าใหน้ กั เรยี นเขยี นชือ่ บรรทัดลา่ งขวามือ
ทุกแผ่น *ยา้ เขยี นชื่อทกุ แผ่น
2.นารปู สง่ ต้องถา่ ยให้ชัด ถ่ายทลี ะหนา้
3.ให้นกั เรยี นสง่ งานในคอมเมน้ เดยี ว แล้วใชโ้ พสตอบกลับไลร่ ะดับลงมา
*อยา่ ส่งหลายคอมเม้นเพอื่ ความสะดวกสบายในการตรวจ
4.******อย่า...! นารูปของเพื่อนมาส่ง เพราะเมือ่ จบในชิน้ งานสดุ ทา้ ยทกุ คนตอ้ ง
ส่งสมดุ ใหค้ รูตรวจเพอ่ื ใหค้ ะแนนอีกคร้งั
5.อ่านซา้ ต้งั แต่ ข้อ1-ข้อ4 อกี หน่ึงรอบ
“ภาษาองั กฤษง๊ายงา่ ย..”
Style Kru’Pitcha
Love to Learn
“เรียนรู้ทีจ่ ะรกั ”