The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาสื่ออินโฟกราฟิก เพื่อสร้างการรับรู้และจดจํา รายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนสว่างอารมณ์วิทยาคม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Wilai Ra-ngabphai, 2021-03-21 11:14:02

การพัฒนาสื่ออินโฟกราฟิก เพื่อสร้างการรับรู้และจดจํา รายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนสว่างอารมณ์วิทยาคม

การพัฒนาสื่ออินโฟกราฟิก เพื่อสร้างการรับรู้และจดจํา รายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนสว่างอารมณ์วิทยาคม

รายงานการวจิ ยั ในชนั เรยี น

ภาคเรยี นที 2 ปการศึกษา 2563

นางสาววไิ ล ระงับภัย
ครู คศ.1

โรงเรียนสว่างอารมณ์วิทยาคม

สาํ นกั งานเขตพนื การศึกษามธั ยมศึกษาอุทัยธานีและชยั นาท

(1)

1. ช่อื เรือ่ ง การพัฒนาสื่ออินโฟกราฟิก เพื่อสร้างการรับรู้และจดจํา รายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้
เศรษฐศาสตร์ สำหรับนักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 1/1 โรงเรียนสว่างอารมณว์ ิทยาคม
รายช่ือผวู้ จิ ยั นางสาววไิ ล ระงับภยั
ประเภทการวิจยั  วจิ ยั เชงิ ปฏบิ ัตกิ าร  วจิ ยั และพัฒนา  วิจยั เชิงคุณภาพ
 วิจัยเชงิ ประเมนิ  อืน่ ๆ ระบุ

2. บทคดั ยอ่ ภาษาไทย
รายงานการวิจัยเรื่องการพัฒนาสื่ออินโฟกราฟิก เพื่อสร้างการรับรู้และจดจํา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

รายวชิ าสงั คมศึกษาพนื้ ฐาน (ส 21102) สาระการเรยี นรู้เศรษฐศาสตร์ การวิจยั ครง้ั น้มี ีวตั ถปุ ระสงค์ เพอื่ พัฒนาสำหรับนักเรียน ให้มี
ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนระหว่างก่อนเรยี นกับหลังเรียน โดยใช้สื่ออินโฟกราฟิก เพื่อสร้าง
การ รับรแู้ ละจดจํา และศกึ ษาความพึงพอใจในการเรียนรขู้ องนักเรียนทมี่ ีตอ่ ส่ืออินโฟกราฟิก เพอื่ สร้างการ รับรู้และจดจํา กลุ่มตวั อย่าง
ที่ใช้ในการศึกษาผลสัมฤทธิ์และความพึงพอใจในการเรียนครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนสว่างอารมณ์วิทยาคม
อำเภอสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี จํานวน 31 คน ได้จากการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ สื่ออินโฟกราฟิก รายวิชา
สงั คมศกึ ษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรูเ้ ศรษฐศาสตร์ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน และ แบบสอบถามความพงึ พอใจ
ของผู้เรยี นท่มี ตี ่อสือ่ อนิ โฟกราฟิก สถิตทิ ีใ่ ชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มลู คือ รอ้ ย ละ และค่าเฉล่ยี และการทดสอบ (t-test แบบ Dependent)
ผลการวิจยั พบว่า

1) สื่ออินโฟกราฟิก รายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ที่ผลิตขึ้นมีประสิทธิภาพ
82.88/83.22

2) ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของกลุ่มตวั อยา่ งหลังการเรียนดว้ ยสื่ออินโฟกราฟิก รายวชิ าสงั คมศกึ ษาพน้ื ฐาน (ส 21102) สาระ
การเรียนรู้เศรษฐศาสตร์สงู กวา่ กอ่ นเรียนอย่างมีนยั สำคัญทร่ี ะดับ .05

3) นกั เรยี นมีความพึงพอใจต่อส่อื อินโฟกราฟิก รายวิชาสงั คมศกึ ษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรยี นรเู้ ศรษฐศาสตร์
ในระดบั มากท่สี ุด (= 4.88)
3. ความเปน็ มาและความสำคัญของปญั หา

การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างความเข้าใจระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสารได้อย่างถูกต้อง ถือเป็นปัจจัยขั้น
พื้นฐานในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ เนื่องจากมนุษย์ต้องการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มเพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เกิด
การติดต่อสื่อสารระหว่างกันให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ (ระวิ แก้วสุกใส และชัยรัตน์ จูสปาโล, 2556) ซึ่งในปัจจุบัน
อินโฟกราฟกิ ถือเป็นเครือ่ งมือท่ีทรงอิทธพิ ลมากท่ีสดุ อย่างหนึ่งในการส่อื สารข้อมลู กับผรู้ ับสาร เน่อื งจากธรรมชาติของมนุษย์รับรู้
ข้อมูล ผ่านประสาทสัมผัสทางตาหรือการมองเห็นมากถึงร้อยละ 70 และสมองของมนุษย์ถูกออกแบบมาโดยธรรมชาติให้มี
ความสามารถในการวิเคราะห์ขอ้ มูลจากประสาทสมั ผัสทางตามากกวา่ ร้อยละ 50 และ มนุษยส์ ามารถประมวลผลขอ้ มูลจากภาพ
ได้เรว็ กว่าขอ้ มลู ทเ่ี ป็นขอ้ ความเพราะเมื่ออ่านข้อความ จะต้องใชเ้ วลาในการจนิ ตนาการและประมวลผลข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจ
กับสิ่งที่อ่าน (พัทน์ ภัทรนุธา พร, 2556) แต่รูปภาพอินโฟกราฟิกได้เข้ามาย่นย่อหรือลดเวลาในการรับรู้ได้อย่างมาก

อินโฟกราฟิก (Infographic) เป็นการนําข้อมูลยากๆ มาย่อยและเปลี่ยนเป็นรูปภาพทำให้การ รับรู้ข้อมูลเป็นไปได้
ง่ายดายยิ่งขึ้น เป็นรูปแบบการจัดการข้อมูลที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศเป็น อย่างมาก อินโฟกราฟิก จึงเข้ามามีบทบาท
และเป็นอนาคตของตลาดออนไลน์ (Online Marketing) เพราะ 1) ปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่ข้อมูลล้นทะลักจนไม่มีเวลาเพียง
พอที่จะบริโภคข้อมูลท้ังหมดได้ อินโฟกราฟิกเข้ามามีบทบาทช่วยทำ ให้เราบริโภคข้อมูลไดง้ ่ายและเรว็ ขึ้น 2) อินโฟกราฟิกเปน็
ศาสตร์ และศลิ ป์แห่งการส่ือสาร เป็นการนาํ ข้อมลู ที่มีความซับซ้อนมาทำใหเ้ ข้าใจไดง้ ่ายย่ิงข้ึนโดยใช้ ภาพกราฟิกท่ีสวยงามเป็น
ตัวช่วย 3) อินโฟกราฟิกที่ดีควรมีลักษณะ 3 อย่างคือเรียบง่าย น่าสนใจและ สวยงาม 4) การเรียนรู้ของมนุษย์แบ่งได้เป็น 4
รูปแบบคอื เรยี นรู้จากการดู (Visual) การฟัง (Auditory) การสัมผัส (Kinesthetic) และการอ่านและเขยี น (Read/write) ซ่ึงคน
กว่า ร้อยละ 65 ถนัดเรียนรู้ด้วยการดู 5) ร้อยละ 80 ของการทำงานของสมองนั้นเก่ียวกับการรับรู้และประมวลเป็น ภาพ 6)
คนเราประมวลผลจากการดรู ูปภาพไดร้ วดเรว็ กว่าการอา่ นตวั หนงั สือ 60,000 เท่า และ 7) การสร้างอนิ โฟกราฟิกต้องคำนึงถึง 3
อยา่ ง คอื 1) คอนเทนท์ 2) การเล่าเรอ่ื ง และ 3) ดีไซน์ (บลอ็ ก โอแจส๊ ซี, 2557)

(2)

ปัญหาการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษาที่พบเจอ คอื ยงั ไมบ่ รู ณาการทงั้ 4 ทักษะ การฝกึ ปฏบิ ัตยิ ังไม่เพียงพอ สว่ นใหญ่เน้นการ
สอนเน้ือหาที่ค่อนข้างเยอะ ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่ายในการเรียน และไม่สามาระจดจำเนื้อหาที่สำคัญของรายวิชา
สงั คมศึกษาได้ ซ่ึงสง่ ผลตอ่ การขาดทกั ษะการวิเคราะห์ การสรปุ ใจความของเนื้อหาอกี ด้วย

ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงมีความสนใจศึกษาการพัฒนาสื่ออินโฟกราฟิก เพื่อนำมาใช้เป็นส่วนเสริมใน รายวิชาสังคมศึกษา
พ้นื ฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรูเ้ ศรษฐศาสตร์ทีส่ อดคล้องกับ “แนวคิดการจดั การเรียนการสอนที่ ช่วยปรับเปล่ียนเนื้อหาท่ี
เป็นนามธรรมไปเป็นรปู ธรรมให้มากข้ึน ไมว่ า่ จะเป็นการใช้เกมประกอบการสอน การใช้สอื่ มลั ติมีเดีย สื่อจาํ ลองสถานการณ์ เพ่ือ
ชว่ ยพฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาให้ดี ขนึ้ ในดา้ นความเขา้ ใจ และการนาํ ไปใช้ เราควรจะต้องมีการนําสื่อต่างๆ
มาประกอบการเรียน เพื่อสร้างให้ เกิดปฏิสัมพันธ์กันระหว่างนักเรียนกับสื่ออินโฟกราฟิก นักเรียนและครูผู้สอนมากยิ่งขึ้น”
(กติ ติ ลุ้ยกาจร, 2552) โดยสื่ออนิ โฟกราฟิก ที่สร้างมีวัตถุประสงค์เพ่ือให้ผูเ้ รยี นมีความรู้ความเข้าใจ และช่วยพัฒนา ผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนใหด้ ขี น้ึ

4. สมมติฐานการวิจัย
1. สื่ออนิ โฟกราฟิก รายวิชาสังคมศกึ ษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรูเ้ ศรษฐศาสตร์

สำหรบั นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1/1 โรงเรยี นสวา่ งอารมณว์ ิทยาคมทมี่ ีประสทิ ธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน ระหว่างกอ่ นเรยี นกับหลงั เรียน ด้วยสอ่ื อนิ โฟกราฟิก รายวชิ าสงั คมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102)

สาระการเรียนรเู้ ศรษฐศาสตร์ สำหรบั นักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1/1 โรงเรียนสว่างอารมณ์วิทยาคมหลงั เรยี นสูงกว่าก่อนเรยี น
3. นกั เรยี นมีความพงึ พอใจต่อการจัดการเรียนรู้ดว้ ยส่ืออินโฟกราฟิก รายวชิ าสงั คมศึกษาพ้นื ฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้

เศรษฐศาสตร์ในระดบั มาก

5. วตั ถปุ ระสงคก์ ารวิจัย
1. เพอื่ พัฒนาและหาประสิทธภิ าพสื่ออินโฟกราฟิก รายวิชาสังคมศกึ ษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์

สำหรบั นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนสวา่ งอารมณ์วิทยาคมให้มีประสิทธภิ าพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. เพอื่ เปรยี บเทยี บผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน ระหว่างกอ่ นเรยี นกบั หลังเรียน ดว้ ยส่ืออนิ โฟกราฟิก รายวิชาสังคมศึกษา

พน้ื ฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรูเ้ ศรษฐศาสตร์ สำหรบั นกั เรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1/1 โรงเรยี นสว่างอารมณว์ ิทยาคม
3. เพื่อศกึ ษาความพงึ พอใจในการเรียนรู้ของนักเรยี นประถมศึกษาตอนปลาย ทมี่ ตี ่อส่อื อินโฟกราฟิก รายวิชาสงั คมศกึ ษา

พืน้ ฐาน (ส 21102) สาระการเรยี นรูเ้ ศรษฐศาสตร์

6. ขอบเขตการวิจยั
6.1 ขอบเขตดา้ นเนอื้ หา และระยะเวลา
6.1.1 ขอบเขตด้านเนือ้ หา
เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ สื่ออินโฟกราฟิก รายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้

เศรษฐศาสตร์ 3 บทเรยี น ดังน้ี
บทเรียนที่ 1 เศรษฐศาสตรเ์ บื้องตน้
บทเรียนที่ 2 พฤตกิ รรมการบริโภค
บทเรยี นที่ 3 เศรษฐกจิ ประเทศไทย

6.1.2 ขอบเขตด้านระยะเวลา
ระยะเวลาการวิจัยครัง้ น้ี ดำเนนิ การในภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
6.2 ขอบเขตดา้ นประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง
6.2.1 ประชากร

(3)

ประชากรในการวิจยั ครัง้ น้ี ไดแ้ ก่ นกั เรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรยี นสว่างอารมณ์วทิ ยาคม สังกัดสำนักงานเขต
พื้นท่ีการศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 42 ปีการศกึ ษา 2563 จำนวน 92 คน

6.2.2 กลมุ่ ตวั อย่าง
กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนสว่างอารมณ์วิทยาคม สังกัดสำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 31 คน ซึ่งกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยการเลือกแบบ
เจาะจง (Purposive sampling)

7. ตัวแปรทศ่ี กึ ษา
7.1 ตวั แปรตน้ ได้แก่ สอ่ื อินโฟกราฟิก รายวิชาสงั คมศกึ ษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรเู้ ศรษฐศาสตร์
7.2 ตัวแปรตาม ได้แก่
7.2.1 ประสทิ ธิภาพของสื่ออินโฟกราฟิก รายวชิ าสงั คมศกึ ษาพ้ืนฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรเู้ ศรษฐศาสตร์
7.2.2 ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนของนกั เรยี นกอ่ นเรียนและหลังเรียนดว้ ยส่ืออินโฟกราฟิก รายวิชาสงั คมศึกษา

พ้นื ฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรเู้ ศรษฐศาสตร์ สำหรบั นักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 1/1 โรงเรยี นสวา่ งอารมณ์วิทยาคม
7.2.3 ความพึงพอใจในการเรยี นรู้รายวิชาสงั คมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรยี นรเู้ ศรษฐศาสตร์ของ

นกั เรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1/1 โรงเรียนสว่างอารมณ์วิทยาคม
8. นิยามศพั ท์เฉพาะ

8.1 อินโฟกราฟิก หมายถึง สื่อทม่ี ีลกั ษณะของการนํา ข้อมลู เนอื้ หา ตวั อกั ษร คาํ บรรยายภาพ มา สรปุ เป็นลักษณะของ
กราฟิกที่ออกแบบเป็นภาพ ที่ดูแล้วเข้าใจง่ายในเวลาอันรวดเร็ว และเห็นภาพได้ อย่างชัดเจน สามารถสื่อให้ผู้เรียนเข้าใจความหมาย
ของข้อมลู แทบทั้งหมดได้ โดยชว่ั ระยะเวลาอนั ส้ัน

8.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ผลการเรียนจากสื่ออินโฟกราฟิก รายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102)
สาระการเรยี นร้เู ศรษฐศาสตร์ ของนักเรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1/1 โรงเรียนสวา่ งอารมณว์ ทิ ยาคม

8.3 ความพึงพอใจในการเรียนรู้ หมายถึง ความพึงพอใจในการเรียนรู้รายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการ
เรยี นรูเ้ ศรษฐศาสตร์ของนักเรียนชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1/1 โรงเรยี นสวา่ งอารมณ์วิทยาคม

8.4 ประสทิ ธภิ าพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 หมายถึง ความสามารถของอนิ โฟกราฟิก ท่จี ะช่วยใหน้ ักเรียนสามารถตอบ
คาํ ถามในแบบฝึกหัดระหว่างเรียน และแบบทดสอบหลงั เรียนได้ถึงเกณฑ์ มาตรฐาน 80/80
9. กรอบแนวคดิ

ในการวิจยั เรื่อง ผลของการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ด้วยแนวคิดเกมมิฟิเคชั่นรายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระ
การเรยี นร้เู ศรษฐศาสตร์ ด้วยแนวคิดเกมมฟิ เคช่นั เพ่อื เสรมิ สร้างแรงจูงใจในการเรยี นของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ดังน้ี

ตัวแปรต้น ตวั แปรตาม

สอ่ื อินโฟกราฟิก 1.ประสิทธิภาพของสอื่ อนิ โฟกราฟิก รายวชิ าสงั คมศกึ ษาพ้ืนฐาน (ส 21102)
รายวิชาสังคมศึกษาพ้ืนฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์
2. ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นของนักเรียนก่อนเรยี นและหลงั เรยี นด้วยสือ่
สาระการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ อนิ โฟกราฟิก รายวชิ าสงั คมศกึ ษาพ้นื ฐาน (ส 21102) สาระการเรยี นรู้
เศรษฐศาสตร์ สำหรบั นักเรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1/1 โรงเรยี นสว่างอารมณ์
วิทยาคม
3. ความพึงพอใจในการเรียนรู้รายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102)
สาระการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียน
สว่างอารมณว์ ิทยาคม

(4)

10. เอกสารและงานวิจยั ทีเ่ ก่ียวข้อง
10.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
10.2 หลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรยี นสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
10.3 แผนการจัดการเรียนรู้
10.4 แบบทดสอบกอ่ น-หลังเรยี น
10.5 แบบวัดความพึงพอใจ
10.6 งานวิจยั ทีเ่ กยี่ วข้อง

11. ระเบียบวธิ ีวิจัย
การวจิ ัยเรอ่ื ง “การพฒั นาสื่ออินโฟกราฟิก เพือ่ สร้างการรบั รู้และจดจํา รายวชิ าสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการ

เรียนรู้เศรษฐศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนสว่างอารมณ์วิทยาคม” เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action
Research) โดยใช้ระเบยี บวิธีวิจยั เชงิ ปรมิ าณ (Quantitative Research)
12. ขัน้ ตอนการดำเนนิ การวจิ ัย

12.1 ทำบันทึกข้อความขอความอนุเคราะห์ผู้อำนวยการโรงเรียน หัวหน้ากลุ่มงานการบริหารวิชาการ และหัวหน้า
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ เป็นผเู้ ชีย่ วชาญในการตรวจเคร่ืองมอื ที่ใช้ในการวจิ ยั

12.2 ขนั้ เตรยี มการทดลอง
12.3 ขนั้ ดำเนนิ การทดลอง

12.3.1 ทำการทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) โดยทำการทดลองกับนักเรียนด้วยแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
จำนวน 30 ขอ้ ทผ่ี ู้วจิ ยั พัฒนาขึน้

12.3.2 ดำเนนิ การสอนตามแผนการจัดการเรยี นรโู้ ดยการใช้ส่ืออินโฟกราฟิก รายวิชาสงั คมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102)
สาระการเรยี นรู้เศรษฐศาสตร์

12.3.4 ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน (Post-test) โดยใช้แบบทดสอบชุดเดียวกันกับที่ใช้ทดสอบ
กอ่ นเรยี น (Pre-test)

12.3.5 สอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยการใช้สื่ออินโฟกราฟิก รายวิชาสังคมศึกษา
พน้ื ฐาน (ส 21102) สาระการเรยี นรเู้ ศรษฐศาสตร์

13. ประชากรและกลุ่มตวั อยา่ ง/กลุม่ เปา้ หมายทศ่ี ึกษา

13.1 ประชากร

ประชากรในการวจิ ยั ครง้ั นี้ ไดแ้ ก่ นักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนสว่างอารมณว์ ิทยาคม สงั กดั สำนกั งานเขตพ้ืนที่

การศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 42 ปกี ารศึกษา 2563 จำนวน 92 คน

13.2 กลุ่มตัวอย่าง

กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนสว่างอารมณ์วิทยาคม สังกัดสำนักงานเขต

พื้นทกี่ ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 31 คน ซึ่งกำหนดขนาดของกลุ่มตวั อย่างโดยการเลือกแบบเจาะจง

(Purposive sampling)

14. เคร่ืองมือและการสรา้ งเครื่องมือวจิ ัย

14.1 เครื่องมือทใี่ ช้ในการวจิ ัย มจี ำนวน 4 รายการ ประกอบด้วย

14.1.1 เนื้อหาการจัดการเรียนรู้ สื่ออินโฟกราฟิก รายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้

เศรษฐศาสตร์ 3 บทเรยี น ดงั นี้

บทเรียนที่ 1 เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น จำนวน 2 ชว่ั โมง

บทเรียนที่ 2 พฤติกรรมการบรโิ ภค จำนวน 2 ชัว่ โมง

บทเรยี นท่ี 3 เศรษฐกจิ ประเทศไทย จำนวน 2 ชว่ั โมง

(5)

14.1.2 แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนกอ่ นเรยี นและหลงั เรียนโดยการใชส้ ่ืออนิ โฟกราฟิก จำนวน 30 ขอ้
14.1.3 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยโดยการใช้สื่ออินโฟกราฟิก โดย
แบบสอบถาม มีทงั้ หมด 4 ข้อ ประกอบด้วย
1. นกั เรียนรูส้ กึ สนุกเมอ่ื ทำแบบทดสอบโดยใชส้ อ่ื อนิ โฟกราฟิก
2. การทำแบบทดสอบโดยใช้ ส่ืออนิ โฟกราฟิก มวี ิธกี ารที่งา่ ย
3 การทำแบบทดสอบโดยใช้ สอื่ อินโฟกราฟกิ มคี วามน่าสนใจ
4. นักเรียนมีความพอใจต่อการทำแบบทดสอบโดยใช้ ส่อื อนิ โฟกราฟิก
เกณฑ์การประเมินมี 3 ระดบั ไดแ้ ก่ ระดบั 3 หมายถงึ พอใจมาก

ระดบั 2 หมายถึง พอใจปานกลาง
ระดบั 1 หมายถงึ พอใจน้อย
14.2 การสร้างเคร่ืองมือวจิ ยั
ผู้วจิ ยั ได้ดำเนินการสร้างและหาคณุ ภาพเคร่ืองมือวิจยั ตามขั้นตอน ดังน้ี
การสรา้ งส่อื อินโฟกราฟกิ รายวิชาสงั คมศึกษาพืน้ ฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรเู้ ศรษฐศาสตร์ มขี ั้นตอนดงั น้ี
1. ศกึ ษาการสร้างแบบทดสอบโดยใชส้ ื่ออนิ โฟกราฟิกจากแหลง่ สบื ค้นข้อมูลทางอนิ เทอรเ์ นต็
2. สร้างแบบทดสอบจากสื่ออินโฟกราฟิกสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 ขอบข่ายเนื้อหา กิจกรรมและ
จุดประสงค์การเรียนรู้ทก่ี ำหนดไว้
3. นําสื่ออินโฟกราฟิก ที่สร้างขึ้นให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 คน ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียน หัวหน้ากลุ่มงานการบริหาร
วชิ าการ และหวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ตรวจสอบและประเมินคุณภาพ ความถูกต้อง ความสอดคล้องกับจุดประสงค์
ที่เหมาะสมกับกิจกรรม รวมถึงครอบคลุมในเนื้อหาและให้คำแนะนํา โดยกำหนดเครื่องมือเป็นแบบสอบถามแบบ
มาตราสว่ นประมาณคา่ 5 ระดบั จำนวน 20 ข้อ ของลิเคอรท์ (Likert. 1976 : 247) ดังน้ี
5 หมายถงึ มีความเหมาะสมมากทีส่ ดุ 4 หมายถึง มคี วามเหมาะสมมาก
3 หมายถึง มคี วามเหมาะสมปานกลาง 2 หมายถึง มีความเหมาะสมน้อย
1 หมายถึง มคี วามเหมาะสมน้อยทีส่ ุด
โดยใช้สถิติพื้นฐานวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย (X̅) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และแปลความหมายของ
คะแนน (บุญชม ศรีสะอาด. 2560 : 23-24) ดงั นี้
ค่าเฉลี่ย 4.51-5.00 หมายถึง มีความเหมาะสมอยใู่ นระดับมากทส่ี ุด
คา่ เฉล่ีย 3.51-4.50 หมายถึง มีความเหมาะสมอยใู่ นระดบั มาก
คา่ เฉลยี่ 2.51-3.50 หมายถงึ มีความเหมาะสมอยู่ในระดบั ปานกลาง
คา่ เฉลย่ี 1.51-2.50 หมายถงึ มีความเหมาะสมอย่ใู นระดับน้อย
คา่ เฉลย่ี 1.00-1.50 หมายถงึ มคี วามเหมาะสมอยใู่ นระดับน้อยทส่ี ุด
4. นำสอื่ อินโฟกราฟิก รายวิชาสงั คมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรยี นรู้เศรษฐศาสตร์ ทไ่ี ด้รับการพิจารณา
แกไ้ ขไปทดลองใช้ (Try out) กับนกั เรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ของโรงเรียนสว่างอารมณ์วิทยาคม ที่ไม่ใช่กลุ่ม
ตวั อย่างในการวิจัยครั้งน้ี โดยดำเนนิ การทดลองดงั น้ี
4.1)ทดลองครั้งที่ 1 การทดลองใช้กับนักเรียนแบบกลุ่มเดี่ยว หรือแบบหนึ่งต่อหนึ่งกับนักเรียนชั้น
มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1/2 โรงเรียนสวา่ งอารมณว์ ิทยาคม จำนวน 3 คน ทเี่ ปน็ นักเรยี นกลุ่มเกง่ กลมุ่ ปานกลาง และกลุ่มอ่อน อย่างละ
1 คน เพื่อปรับปรุงแก้ไขในดา้ นความเหมาะสมของการใช้เวลาในการทำกจิ กรรม ภาษาท่ีใช้ ส่ือทใี่ ช้ ความเหมาะสมของกจิ กรรม
และความถูกต้องของเนื้อหา พบว่า สื่ออินโฟกราฟิก รายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ มี
ประสทิ ธิภาพเทา่ กบั 80/82.22
4.2) ทดลองครั้งที่ 2 การทดลองใช้กับนักเรียนแบบกลุ่มเล็ก กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียน
สว่างอารมณว์ ิทยาคม จำนวน 9 คน เพ่ือปรบั ปรุงแก้ไขในด้านความเหมาะสมของการใช้เวลาในการทำกจิ กรรม ภาษาที่ใช้ สื่อที่

(6)

ใช้ ความเหมาะสมของกิจกรรม และความถูกต้องของเนื้อหา พบว่า สื่ออินโฟกราฟิก รายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102)
สาระการเรยี นรเู้ ศรษฐศาสตร์ มปี ระสิทธิภาพเท่ากับ 81.11/82.88

4.3)การทดลองครั้งที่ 3 การทดลองใช้กับนักเรียนแบบกลุ่มใหญ่ กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/3/7
โรงเรยี นสว่างอารมณว์ ิทยาคม จำนวน 30 คน เพือ่ ปรับปรงุ แก้ไขในด้านความเหมาะสมของการใช้เวลาในการทำกิจกรรม ภาษา
ที่ใช้ สื่อที่ใช้ ความเหมาะสมของกิจกรรม และความถูกต้องของเนื้อหา พบว่า สื่ออินโฟกราฟิก รายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน
(ส 21102) สาระการเรยี นรู้เศรษฐศาสตร์ มปี ระสิทธภิ าพเท่ากับ 82.88/83.22 แสดงวา่ สอื่ อินโฟกราฟกิ ทส่ี ร้างขึน้ มี ประสทิ ธิภาพ
ผา่ นตามเกณฑ์ท่กี ำหนดและสามารถนําไปใชเ้ ปน็ สื่อการสอนสำหรบั การเรียนการสอนได้

ผู้วจิ ัยนำแผนการจัดการเรยี นรทู้ ไ่ี ด้ทำการปรบั ปรุงแก้ไขโดยสมบรู ณ์แลว้ ไปใชจ้ ัดการเรียนรู้ควบคู่กับเอกสาร
ประกอบการเรียนรายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ กับกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้
คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนสว่างอารมณ์วิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42
จำนวน 31 คน ในภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563

14.2.3 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้
เศรษฐศาสตร์ ดำเนินการสร้างดงั นี้

1) ศึกษาหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551
2) ศกึ ษามาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชวี้ ดั สาระการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ตามหลักสตู รแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 คำอธิบายรายวิชา โครงสร้างรายวิชาในหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสว่างอารมณ์
วทิ ยาคม
3) วิเคราะห์ตัวชี้วัดและจุดประสงค์การเรียนรู้ รายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้
เศรษฐศาสตร์
4) สร้างแบบทดสอบตามตัวชี้วัดและจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ครอบคลุมเนื้อหา ซึ่งแบบทดสอบอิงเกณฑ์
เป็นแบบปรนยั ชนิดเลอื กตอบ 4 ตวั เลอื ก จำนวน 30 ขอ้
5) นำแบบทดสอบเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 คน ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียน หัวหน้ากลุ่มงานการบริหาร
วชิ าการ และหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
เพื่อพิจารณาหาความตรงเชิงเนื้อหา (Content validity) ด้วยการหาดัชนีความสอดคล้องของข้อคำถามกับ
ตัวชี้วัดและจุดประสงค์การเรียนรู้ (Index of item objective congruence : IOC) โดยกำหนดคะแนนสำหรับการพิจารณาข้อ
คำถามแตล่ ะข้อดังนี้

ให้ +1 แน่ใจวา่ ข้อคำถามน้ันสอดคลอ้ งกับเน้ือหาตามตัวช้วี ดั และจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ทีต่ ้องการวัด
ให้ 0 ไมแ่ นใ่ จวา่ ข้อคำถามน้นั สอดคลอ้ งกับเน้ือหาตามตัวชว้ี ดั และจุดประสงค์การเรียนรูท้ ่ตี ้องการวัด
ให้ -1 แนใ่ จวา่ ข้อคำถามน้นั ไมส่ อดคล้องกับเนื้อหาตามตวั ชี้วัดและจุดประสงค์การเรยี นรู้ทตี่ ้องการวัด
ซึ่งเกณฑ์ในการคัดเลือกข้อสอบ คือ ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของข้อสอบในแต่ละข้อมีค่ามากกว่าหรือ
เท่ากบั 0.5 (IOC ≥ 0.5) โดยค่าดชั นคี วามสอดคลอ้ งของข้อสอบในแต่ละข้อที่พิจารณาโดยผเู้ ชี่ยวชาญมีคา่ อยรู่ ะหวา่ ง 0.67-1.00
6) นำผลการพิจารณาของผู้เช่ียวชาญแต่ละท่านนำไปคำนวณหาค่า IOC เพื่อดูดัชนีความสอดคล้องและ
คัดเลอื กขอ้ สอบที่มีค่ามากกว่าหรอื เท่ากับ 0.5 (IOC ≥ 0.5)
7) นำแบบทดสอบทมี่ คี า่ IOC ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดไปทดลองใช้ (Try out) กับนกั เรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4/1 ของ
โรงเรียนสวา่ งอารมณว์ ิทยาคม ท่ไี มใ่ ช่กลุ่มตัวอย่างในการวิจยั ครั้งน้ี
8) นำกระดาษคำตอบของแบบทดสอบมาตรวจให้คะแนน โดยทำถูกได้ 1 คะแนน และทำผิดได้ 0 คะแนน
หลังจากตรวจกระดาษคำตอบและรวบรวมคะแนนของแต่ละคนแล้ว ทำการหาคุณภาพของแบบทดสอบอิ งเกณฑ์เป็นรายข้อ
หรือการวเิ คราะห์ขอ้ สอบอิงเกณฑ์รายข้อ ดว้ ยการหาค่าอำนาจจำแนกรายขอ้ (Item discrimination) โดยวิธีของ Brennan ซ่ึง
เกณฑ์ในการคดั เลอื กข้อสอบแบบอิงเกณฑ์ คอื ดชั นีค่าอำนาจจำแนกของข้อสอบมมี ากกว่าหรือเท่ากับ 0 (B ≥ 0)

(7)

9) หาคุณภาพของแบบทดสอบอิงเกณฑ์ทั้งฉบับ คือค่าความเที่ยงหรือความเชื่อมั่น (Reliability) โดยวิธี

ของโลเวท (Lovett) ซึ่งเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาค่าความเที่ยงคือมีค่าใกล้ 1.0 จึงจะถือว่ามีค่าความเที่ยงสูง โดยได้ค่าความ

เทยี่ งหรือความเชื่อม่นั ของแบบทดสอบทง้ั ฉบบั เท่ากบั 0.83

10) จดั พมิ พ์แบบทดสอบฉบบั สมบรู ณ์ นำไปใช้ทดสอบกบั กลุม่ ตวั อย่างทีใ่ ชใ้ นการวิจยั ครงั้ นีต้ อ่ ไป

14.2.4 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่ออินโฟกราฟิก รายวิชาสังคมศึกษา

พื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรเู้ ศรษฐศาสตร์ โดยผู้วจิ ัยดำเนินการ ดงั น้ี

1) ศึกษาแนวคิด วิธีการสร้างแบบสอบถามปลายปิดแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) และการ

สร้างแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยการใช้เอกสารประกอบการเรียนรายวิชาชีววิทยา 1

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ชุด เซลล์ของสิ่งมีชีวิต จำนวน 20 ข้อ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่าแบบกำหนดเป็นตัวเลข 5 ระดับ

(Numerical rating scale) ของลิเคอร์ท (Likert. 1976 : 247) ดังน้ี

5 หมายถงึ พึงพอใจมากที่สุด 4 หมายถงึ พงึ พอใจมาก

3 หมายถึง พึงพอใจปานกลาง 2 หมายถงึ พึงพอใจน้อย

1 หมายถึง พงึ พอใจน้อยท่ีสดุ

โดยใช้สถิติพื้นฐานวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และแปลความหมายของคะแนน

(บญุ ชม ศรีสะอาด. 2560 : 23-24) ดังนี้

คา่ เฉลย่ี 4.51-5.00 หมายถงึ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากทสี่ ดุ

ค่าเฉลยี่ 3.51-4.50 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจอย่ใู นระดบั มาก

ค่าเฉล่ยี 2.51-3.50 หมายถึง มคี วามพงึ พอใจอยใู่ นระดบั ปานกลาง

ค่าเฉลย่ี 1.51-2.50 หมายถงึ มีความพึงพอใจอยู่ในระดบั น้อย

คา่ เฉล่ีย 1.00-1.50 หมายถึง มคี วามพึงพอใจอย่ใู นระดับนอ้ ยทส่ี ดุ

2) นำแบบสอบถามความพึงพอใจที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น เสนอผู้เชีย่ วชาญจำนวน 3 คน ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียน

หวั หนา้ กลุ่มงานการบรหิ ารวิชาการ และหัวหน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้ เพ่อื ขอคำแนะนำและข้อเสนอแนะ เพื่อให้แบบสอบถามความ

พึงพอใจมคี วามครอบคลุม ถกู ตอ้ ง เหมาะสมกับกลุม่ ทตี่ อบแบบสอบถาม

3) ประเมนิ ความสอดคล้องของข้อคำถามกับเร่ืองที่ถาม นำแบบสอบถามที่ไดร้ ับข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญมา

ปรับปรุงให้ดี แล้วนำเสนอผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาลงความเห็นและให้คะแนน นำไปหาความเที่ยงเชิงเนื้อหา โดยให้ผู้เชี่ยวชาญ

พิจารณาความสอดคล้องระหว่างเน้ือหาและข้อคำถาม (IOC) โดยมเี กณฑ์ให้คะแนน ดงั นี้

+1 แน่ใจวา่ ข้อคำถามนน้ั เปน็ ตัวแทนลกั ษณะเฉพาะกลุ่มพฤติกรรมนั้น

0 ไมแ่ นใ่ จวา่ ข้อคำถามน้ันเป็นตวั แทนลักษณะเฉพาะกลุม่ พฤติกรรมน้ันหรือไม่

-1 แนใ่ จวา่ ข้อคำถามนน้ั ไม่เป็นตัวแทนลักษณะเฉพาะกลุ่มพฤติกรรมน้ัน

4) วิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง โดยนำคะแนนที่ได้จากแบบประเมินของผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์หาค่าดัชนี

ความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับลักษณะเฉพาะกลุ่มพฤติกรรมเป็นรายข้อ ซึ่งข้อคำถามที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.5-1.00 เป็นข้อ

คำถามที่อยู่ในเกณฑ์ที่มีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา นำไปใช้เป็นแบบสอบถามความพึงพอใจได้ โดยได้ค่าดัชนีความสอดคล้องของ

ขอ้ คำถามอยรู่ ะหว่าง 0.67-1.00

5) นำแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีดัชนีความสอดคล้องที่อยู่ในเกณฑ์ไปทดลองใช้ (Try out) กับนักเรียนชัน้

มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1/2 โรงเรียนสว่างอารมณ์วิทยาคม ทไี่ มใ่ ช่กลมุ่ ตวั อย่างของการวจิ ยั คร้ังนี้ จำนวน 30 คน แลว้ นำข้อมูลท่ไี ด้จากการ

ทดลองใช้มาคำนวณหาค่าความเที่ยง (Reliability) ของแบบสอบถาม โดยวิธหี าค่าสมั ประสิทธ์ิแอลฟา ( -Coefficient) ของครอนบาค

(Cronbach) ได้ค่าความเที่ยงของแบบสอบถามทั้งฉบับมีค่าเท่ากับ 0.84 ซึ่งแสดงว่าแบบสอบถามความพึงพอใจมีความค่าเที่ยงหรือ

มีความเชือ่ มนั่ สูง

(8)

6) จดั พิมพ์แบบสอบถามความพึงพอใจฉบบั สมบรู ณ์ และนำไปใช้กับนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย
ครั้งนี้ ที่เรียนโดยการใช้สื่ออินโฟกราฟิก รายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ เพื่อใช้เป็นข้อมูล
ประกอบการพฒั นาเอกสารประกอบการเรียนต่อไป

15. การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
การดำเนนิ การเกบ็ รวบรวมข้อมูล ผู้วจิ ยั ไดเ้ กบ็ รวบรวมขอ้ มูล แบ่งออกเป็น 2 สว่ น คอื
ส่วนท่ี 1 การนำสื่ออินโฟกราฟิกรายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ ไปใช้กับ

กลมุ่ ทดลอง เพอ่ื นำข้อมลู มาหาประสิทธภิ าพของเคร่อื งมือแตล่ ะประเภท
ส่วนที่ 2 การเก็บรวบรวมข้อมูลที่นำเอกสารประกอบการเรียนรายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการ

เรยี นรู้เศรษฐศาสตร์ ไปใช้จรงิ กับนกั เรียนท่ีเปน็ กลุม่ ตัวอย่างท่ีใชใ้ นการวิจัยครัง้ น้ี ตามขั้นตอนการดำเนนิ การเก็บรวบรวมข้อมูล
ดงั นี้

1. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครัง้ นี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1โรงเรียนสว่างอารมณว์ ิทยาคม สังกัด
สำนกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 42 จำนวน 31 คน

2. นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน จำนวน 30 ข้อ ไปทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ใน
การวิจัยครงั้ น้ี แล้วบันทกึ คะแนนเปน็ รายบุคคลเก็บไว้ กอ่ นใช้เอกสารประกอบการเรียนรายวิชาสังคมศึกษาพน้ื ฐาน (ส 21102)
สาระการเรยี นร้เู ศรษฐศาสตร์

3. ผู้วิจัยใช้สอื่ อินโฟกราฟิกรายวิชาสงั คมศึกษาพ้ืนฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรเู้ ศรษฐศาสตร์ จำนวน 3
บทเรียน เป็นสื่อประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ จำนวน 3
แผน 6 ชว่ั โมง หลงั จากการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนครบทั้ง 3 บทเรียนแล้ว นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน
จำนวน 30 ขอ้ ไปทดสอบกับกลมุ่ ตัวอยา่ งทใ่ี ชใ้ นการวิจัยครง้ั นี้ แล้วบันทึกเก็บคะแนนไว้

4. ผู้วิจัยนำแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยการใช้สื่ออินโฟกราฟิก
รายวิชาสงั คมศกึ ษาพ้ืนฐาน (ส 21102) สาระการเรียนร้เู ศรษฐศาสตร์ ให้กลุ่มตวั อยา่ งทใี่ ชใ้ นการวจิ ัยคร้งั นี้ตอบแบบสอบถาม

5. นำคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์ตามวิธีการทางสถิติ นำข้อมูลจากการประเมินที่ได้ มาหาค่าเฉลี่ย และค่า
เบยี่ งเบนมาตรฐาน และใช้สถติ ิทดสอบทแี บบไมอ่ ิสระ (t – test dependent)

6. ผู้วิจยั เผยแพร่ผลงานวจิ ยั ให้กับเพอ่ื นครูทส่ี อนในระดบั ชัน้ เดียวกัน และกลุ่มสาระการเรยี นร้เู ดียวกนั
16. การวิเคราะห์ขอ้ มลู และสถิติที่ใช้

16.1 การวเิ คราะห์ขอ้ มูล
16.1.1 วิเคราะห์หาคา่ ประสิทธิภาพของสื่ออนิ โฟกราฟิก รายวิชาสังคมศึกษาพืน้ ฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้

เศรษฐศาสตร์ ตามเกณฑ์ 80/80 โดยหาคะแนนระหว่างเรียนของกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ผลคะแนนการจัดกิจกรรม
ระหว่างเรียน และคะแนนผลการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน แล้วหาค่าประสิทธิภาพเพื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์
ที่ต้ังไว้

16.1.2 วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนที่เรียนด้วยสื่ออินโฟกราฟิก รายวิชาสังคม
ศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์โดยใช้สถิติทดสอบทีแบบไม่อิสระ (t – test dependent) เปรียบเทียบ
ความแตกต่างของผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น

16.1.3 วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยการใช้สื่ออินโฟกราฟิก รายวิชาสังคมศึกษา
พ้นื ฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรเู้ ศรษฐศาสตร์

16.2 สถิตทิ ่ีใช้
16.2.1 สถติ พิ ื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉล่ีย ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน
16.2.2 สถิติท่ใี ชใ้ นการตรวจสอบคุณภาพเคร่อื งมือทใี่ ชใ้ นการวิจัย
1) คา่ ประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนตามเกณฑ์ 80/80

(9)

2) ค่าดชั นีความสอดคล้อง (IOC) ของข้อคำถามแตล่ ะขอ้ ในแบบวัดผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น
3) การหาคุณภาพของแบบทดสอบอิงเกณฑเ์ ปน็ รายข้อ หรือการวิเคราะห์ข้อสอบอิงเกณฑ์รายข้อ ด้วยการ
หาคา่ อำนาจจำแนกรายขอ้ (Item discrimination) โดยวิธีของ Brennan
4) การหาคุณภาพของแบบทดสอบอิงเกณฑ์ทั้งฉบับ คอื ค่าความเที่ยงหรือความเชื่อม่ัน (Reliability) โดยวิธี
ของโลเวท (Lovett) คำนวณจากสตู รไบโนเมียล (Binomial formula)
5) หาค่าความเที่ยง (Reliability) ของแบบสอบถามความพึงพอใจ โดยคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา

( - Coeffcient) ตามวิธีของครอนบาค (Cronbach)
16.2.3 สถติ ิท่ใี ช้ในการทดสอบสมมตฐิ าน
1) สถิตทิ ดสอบทแี บบไม่อิสระ (t – test dependent)

17. ผลการวจิ ยั
1) การจดั การเรียนร้ดู ว้ ยรูปแบบการจดั การเรียนรู้ด้วยแนวคิดเกมมิฟเคชัน มปี ระสทิ ธิภาพเท่ากับ 82.88/83.22 ซ่ึงสูง

กว่าเกณฑ์ 80/80 ทตี่ ้ังไว้
2) ค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยสื่ออินโฟกราฟิก รายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน

(ส 21102) สาระการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตาม
สมมติฐานท่ีต้งั ไว้

3) ความพงึ พอใจของนักเรยี นทม่ี ีต่อการจดั การเรียนร้โู ดยการใช้ส่ืออินโฟกราฟิก รายวชิ าสังคมศึกษาพ้ืนฐาน (ส 21102)
สาระการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์อย่ใู นระดบั มากทีส่ ุด ซ่งึ เปน็ ไปตามสมมติฐานทต่ี ้ังไว้
18. การอภปิ รายผล

1) การจัดการเรียนรู้โดยการใช้สอ่ื อินโฟกราฟิกรายวิชาสังคมศึกษาพ้นื ฐาน (ส 21102) สาระการเรยี นรู้เศรษฐศาสตร์
มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.88/83.22 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ แสดงว่า สื่ออินโฟกราฟิกรายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน
(ส 21102) สาระการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ อาจเป็นเพราะผู้วิจยั ได้สร้างส่ืออินโฟกราฟิกตามขั้นตอน
โดยเริ่มจากการศึกษาหลักการ จุดหมาย และโครงสร้างของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ศึกษา
มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด และสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม คำอธิบาย
รายวิชา โครงสร้างรายวิชาในหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนสว่างอารมณ์วิทยาคม โดยเลือกเนื้อหาท่ีตรงกับความสนใจและ
ความต้องการของผู้เรยี น สอดคล้องและครอบคลุมเนื้อหาท่ีเรียนในบทเรียน ซึ่งสอดคล้องกับการวิจยั ของปานวาด อวยพรและ
คณะ(2560) ที่ได้ทำการศึกษาผลการใช้อินโฟกราฟิกร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิกซอว์ II กลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่าอินโฟกราฟิกร่วมกับ
การเรียนแบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิกซอว์ II กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ที่ส่งเสริมความคิด
สร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพอยู่ในระดับดี (x = 4.48, SD = 0.50)และสอดคล้องกับ
การศึกษาของสุภาพร นะมามะกะและคณะ(2562) ที่ได้ศึกษาการพัฒนาสื่อการสอนอินโฟกราฟิกแบบภาพนิ่ง เพื่อพัฒนา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่าสื่อการสอนอินโฟกราฟิกแบบภาพนิ่ง มีคุณภาพอยู่ในระดับดี

มาก ( ̅= 4.50)
2) ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนกับหลังเรียนด้วยสื่ออินโฟ

กราฟิกรายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทาง
สถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเมื่อนักเรียนได้เรียนด้วยสื่ออินโฟกราฟิกดังกล่าวแล้ว
นักเรียนได้รับประสบการณ์การเรยี นรู้อย่างแทจ้ รงิ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสงู ข้ึน ซึ่งสอดคล้องกบั การวิจยั ของปยิ ะวรรณ จนั ทร์
ดำและคณะ (2556) ที่ได้ศึกษาผลการใช้ Information Graphicด้วยการคิดอย่างสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาความสามารถ ของนักเรียนชน้ั
มัธยมศึกษา ปีที่ 3 / 2 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่เรียนด้วยสื่อสิ่งพิมพ์แบบอินโฟกราฟิก ที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และสอดคล้อง
กับการศึกษาของคมสันต์ จันนคร(2563) ที่ได้ศึกษาการพัฒนาสื่ออินโฟกราฟิก บน Google Classroom วิชาศาสนาสากลของ

(10)

นักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนสตรีวัดระฆังพบวา่ ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนวชิ าศาสนาสากล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี
ที่ 6 ท่เี รยี นด้วยสื่ออนิ โฟกราฟกิ บน Google Classroom หลงั เรยี นสงู กว่าก่อนเรยี นอยา่ งมนี ยั สำคญั ทางสถิติทรี่ ะดับ .05

3 ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดย การ ใช้ ส่ือ
อินโฟกราฟิกรายวิชาสังคมศึกษาพื้นฐาน (ส 21102) สาระการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ มีคะแนนระดับความพึงพอใจเฉลี่ยเท่ากับ
4.88 อยใู่ นระดับมากทส่ี ุด ซงึ่ เปน็ ไปตามสมมติฐานท่ตี ัง้ ไว้ ซ่ึงแสดงให้เหน็ วา่ นกั เรยี นมคี วามสนใจ และช่นื ชอบท่จี ะศกึ ษาดว้ ยส่ือ
อนิ โฟกราฟิก มากกว่าการจดั การเรียนการสอนแบบบรรยาย นกั เรยี นไดท้ ง้ั ความรู้และความเพลิดเพลิน ซงึ่ สอดคล้องกบั การวิจัย
ของสุภาพร นะมามะกะและคณะ(2562) ที่ได้ศึกษาการพัฒนาสื่อการสอนอินโฟกราฟิกแบบภาพนิ่ง เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่าผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อสื่อการสอนอินโฟกราฟิก

แบบภาพนิ่ง พบว่าผู้เรียนมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด ( ̅= 4.61) เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้
และสอดคล้องกับการศึกษาของจกั รภทั ร เครอื ฟัก(2562) ท่ีได้ทำการศึกษาการวัดการรบั รู้และความพึงพอใจสำหรบั นักเรียนช้ัน
มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรยี นจ่านกรอ้ งท่มี ตี ่อสอ่ื ประกอบการเรียนร้แู บบอนิ โฟกราฟิก รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ เรอื่ ง ดาราศาสตร์และ
อวกาศพบว่าความพึงพอใจสื่อประกอบการเรียนคุณภาพสื่อประกอบการเรียนแบบอินโฟกราฟิกเรื่อง ดาราศาสตร์และอวกาศ
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทั้งด้านความเข้าใจ ด้านรูปแบบ และด้านการใช้งาน โดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับ
มาก ดา้ นความเขา้ ใจเปน็ ด้านทีม่ ีความพึงพอใจมากท่สี ุด รองลงมาคือด้านรปู แบบ และด้านการใช้งาน
19. ข้อเสนอแนะ

19.1 ข้อเสนอแนะทั่วไป
1. ในการสร้างสื่ออินโฟกราฟิก ผู้สอนควรมีการศึกษาลกั ษณะของสือ่ อินโฟกราฟิก หรือทำแบบสอบถอบถามวัด

ความสนใจของนักเรียน เพื่อที่จะสร้างบทเรียนได้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน และตรงกับปัญหาของผู้เรียน อันเป็น
ประโยชนต์ ่อการพฒั นาผ้เู รยี นในข้ันต่อๆไป

2. ในการศึกษาผลสัมฤทธิ์และความพึงพอใจในการเรียน โดยใช้สื่ออินโฟกราฟิกในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
ศาสนาและวัฒนธรรม ควรมีการพัฒนาบทเรียนในเรื่องอื่น หรือในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น เพื่อเป็นทางเลือกในการนำไปใช้ใน
การเรียนการสอนตอ่ ไป

3. ควรมีการศึกษาวิจัยเปรียบเทียบในการพัฒนาสื่ออินโฟกราฟิก เพื่อสร้างการรับรู้และจดจำสำหรับนักเรียน ใน
รูปแบบอืน่ ๆอกี เชน่ สถานการณจ์ ำลอง เกมเพ่ือการศกึ ษา เพ่ือเปน็ แนวทางในการพัฒนาสอ่ื อนิ โฟกราฟกิ

19.2 ข้อเสนอแนะเพอื่ การศกึ ษาในครงั้ ต่อไป
19.2.1 ควรนำส่ืออนิ โฟกราฟิกไปจัดการเรียนร้กู ับประชากรท้งั หมดในสถานศึกษาหรือสถานศกึ ษาอน่ื เพื่อประโยชน์

ในการศกึ ษาทีก่ วา้ งขวางข้ึน
19.2.2 ผู้บริหารโรงเรียนควรให้การสนับสนุนในการสร้างสื่ออินโฟกราฟิกในแง่ของการจัดหางบประมาณในการ

สร้างสื่ออินโฟกราฟิกในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมถึงการสนับสนุนในการให้ความรู้โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญมาอบรมเชิงปฏิบัติการ
ให้แก่คณะครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาในโรงเรียน

19.2.3 หน่วยงานต้นสังกัดควรจัดให้มีแหล่งเรียนรู้ในการศึกษาและเผยแพร่เอกสารผลงานทางวิชาการให้มากข้ึน
เพื่อใหค้ รูผสู้ อนได้เหน็ รปู แบบ แนวทาง หรอื ตน้ แบบทด่ี ีในการสร้างและพฒั นาการใช้สอื่ ในรูปแบบอื่น ๆ ต่อไป
20. การนำผลการวิจัยไปใช้

ผูว้ จิ ยั ได้นำผลการวจิ ัยไปเผยแพร่ตอ่ สาธารณะชนในรูปแบบ/ช่องทางตา่ ง ดังน้ี
1) การนำเสนอบนเว็บไซตข์ องครบู า้ นนอก

https://www.kroobannok.com/board_view.php?b_id=176872&bcat_id=16

2) การนำเสนอบนเวบ็ ไซต์ Anyflip
https://anyflip.com/prjb/cqlo/

(11)

21. รายการอ้างอิง/บรรณานุกรม
กมล เวียสุวรรณ และนิตยา เวยี สวุ รรณ. (2539). แนวคดิ การพฒั นาสอื่ การเรยี นการสอนและ แนวทางในการจัดต้งั

ศูนย์วิทยบรกิ ารด้านนวตั กรรมและเทคโนโลยีการศกึ ษา. กรุงเทพฯ : กราฟิคโกร.
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2552). หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551. กรุงเทพฯ :

โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กดิ านนั ท์ มลิทอง. (2543). เทคโนโลยกี ารศกึ ษาและนวตั กรรม. กรุงเทพฯ : ภาควิชาโสตทัศนศึกษา

คณะครุศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
สภุ าพร นะมามะกะ. (2562). การพฒั นาสอื่ การสอนอินโฟกราฟกิ แบบภาพนิ่ง เพื่อพัฒนาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นของ

นักเรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1. วารสารเทคโนโลยแี ละการส่อื สาร, (16), น. 1.
ปานวาด อวยพร. ผลการใช้อินโฟกราฟิกรว่ มกบั การเรยี นแบบร่วมมอื ด้วยเทคนคิ จิกซอว์ II กลุ่มสาระการเรียนรู้

สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ทสี่ ่งเสรมิ ความคดิ สร้างสรรค์ ของนักเรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3. [ระบบ
ออนไลน์]. แหลง่ ที่มา https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Veridian-E-Journal/article/view/97272
จักรภัทร เครอื ฟัก. (2562). การรับรแู้ ละความพงึ พอใจสำหรบั นักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรยี นจา่ นกร้องท่ีมีต่อส่ือ
ประกอบการเรียนรู้แบบอนิ โฟกราฟกิ รายวิชาวิทยาศาสตร์ เรอ่ื ง ดาราศาสตร์และอวกาศ.
[ระบบออนไลน์]. แหล่งทีม่ า https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jla_ubu/article/view/241704


Click to View FlipBook Version
Previous Book
SAINS T3 BAB 3.3
Next Book
BRANDGUILDLINES TUGAS AHKIR