The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ท่านหญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-11-17 09:40:05

ท่านหญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี

ท่านหญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี

บุคคลสำคัญในการละครไทย
วิชานาฏศิลป์ ศ33102

ท่านหญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี
จัดทำโดย

นายอภิวิชญ์ คำสอน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/16

เลขที่ 13

ท่านหญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี

ประวัติ

ชีวิตช่วงต้น

ท่านผู้หญิงแผ้วเกิดที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นบุตรคนที่สองจาก
ทั้งหมดสามคนของเฮงและสุทธิ สุทธิบูรณ์ มีพี่สาวชื่อทับทิม
คลี่สุวรรณ และน้องชายชื่อสหัส สุทธิบูรณ์ ส่วนย่าเคยมีตำแหน่ง
เป็นพนักงานฝ่ายในในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
และเธอเคยอยู่ในพระบรมมหาราชวังกับย่า แต่หลังพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตจึงกลับบ้านเดิมที่จังหวัด
ฉะเชิงเทรา

ขณะอายุได้แปดปี บิดามารดาหมายจะให้เธอไปเรียนหนังสือกับ
เอ็ดนา ซาราห์ โคล หรือแหม่มโคล เพราะในยุคสมัยนั้นผู้หญิงไม่ใคร่มี
โอกาสได้ร่ำเรียนดั่งบุรุษเพศ ต่อมามีคนจากวังสวนกุหลาบมาบอกกล่าว
ว่าสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา
ทรงก่อตั้งคณะละครเด็กเล็กในวัง โดยให้เรียนหนังสือและเรียนรำละคร
ด้วยเหตุนี้ท่านผู้หญิงแผ้วจึงถวายตัวเข้าพระตำหนักวังสวนกุหลาบ โดยมี
ท้าวนารีวรคณารักษ์ (แจ่ม ไกรฤกษ์) เป็นผู้ปกครอง เมื่ออยู่ที่นั่นเธอได้
เล่าเรียนจนอ่านออกเขียนได้ ทั้งยังแตกฉานสามารถแต่งกลอนได้ดี
กอปรกับเป็นหญิงที่มีดวงหน้าสะสวย เพรียบพร้อมด้วยจรรยามารยาท
จึงได้รับการสนับสนุนด้านการศึกษาอย่างเต็มที่

หลังการถวายตัวเข้าวัง ท่านผู้หญิงแผ้วได้รับการฝึกฝนนาฏศิลป์จาก
ท้าววรจันทร์ (เจ้าจอมมารดาวาด ในรัชกาลที่ 4) เจ้าจอมมารดาเขียน
ในรัชกาลที่ 4 เจ้าจอมมารดาทับทิม ในรัชกาลที่ 5 หม่อมแย้มใน
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) หม่อมอึ่งใน
สมเด็จพระบัณฑูรฯ และหม่อมแก้วในเจ้าพระยาสุรวงษ์ฯ ซึ่งล้วนเป็น
นางละครผู้มีชื่อ

นอกจากวังสวนกุหลาบแล้ว เธอยังมีโอกาสไปฝึกฝนการแสดงที่วังแพร่งนราของ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ สามารถรับบทเป็นตัวเอกทั้ง
ฝ่ายชายและฝ่ายหญิง เช่นแสดงเป็น อิเหนาและดรสาจากเรื่อง อิเหนา หรือ
สีดา พระพิราพ และทศกัณฐ์ จากเรื่อง รามเกียรติ์ จนทำให้เธอกลายเป็นนาง
ละครที่มีชื่อเสียงยิ่งในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึงรัช
สมัย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเธอเคยออกแสดงถวายหน้า
พระพักตร์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมาแล้วหลายครั้ง
ท่านผู้หญิงแผ้วสำเร็จการศึกษาวิชาสามัญจากโรงเรียนในวังสวนกุหลาบ และ
สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.ศ. 3) จากโรงเรียนประชาพิทยากร
นอกจากนี้เธอยังมีความรู้ด้าน ภาษาฝรั่งเศส จาก ภคินี ที่ โรงเรียนพระหฤทัย
คอนแวนต์ และศึกษา ภาษาอังกฤษ จากคุณหญิงดอรีส ราชานุประพันธ์ ทั้งมี
ความรู้ด้านมารยาททางสังคมและการปฏิบัติตน

ขณะท่านผู้หญิงแผ้วมีอายุได้ 13 ปี ได้เข้าไปเรียนนาฏศิลป์กับเจ้าจอมมารดา
ทับทิม ในรัชกาลที่ 5 และทำการแสดงที่กระทรวงการต่างประเทศ ได้แสดงคู่กับ
คุณหญิงเทศ นัฏกานุรักษ์ โดยเธอได้แสดงเป็นเมขลา ส่วนคุณหญิงนัฏกานุ
รักษ์แสดงเป็นรามสูร ต่อมาได้แสดงเรื่อง อิเหนา รับบทเป็น ดรสา ที่กระโดด
กองไฟตายตามระตู เป็นที่ต้องพระหฤทัยของสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้า
อัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา และทรงขอเธอเข้าเป็นหม่อมห้าม
มีนามว่า หม่อมแผ้ว นครราชสีมา แม้จะเป็นการเสกสมรสกับหญิงสามัญชน
แต่ก็ไม่มีผู้ใดขัดพระทัย ส่วนหนึ่งก็เพราะเจ้านายพระองค์นี้เป็นที่ห่วงใยของพระ
ราชชนกชนนีเพราะมีพระพลานามัยไม่สู้สมบูรณ์มานาน เธอเปี่ยมสุขยิ่งในฐานะ
หม่อมในสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมาซึ่ง
ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นรัชทายาทอันดับหนึ่งแห่งกรุงสยาม หลังการทิวงคตของ
สมเด็จพระเชษฐาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ
เมื่อ พ.ศ. 2463 ต่อมาได้ทรงนำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรับหม่อมแผ้วเข้าเป็นสะใภ้
หลวง ถือเป็นหญิงสามัญชนที่ไม่ใช่ลูกหลานขุนนางคนแรกที่ได้เป็นสะใภ้หลวง
ละได้พระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้น ทุติยจุลจอมเกล้า เมื่อ
วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2466

สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา
ทรงฉายคู่กับหม่อมแผ้ว

ทว่าชีวิตสะใภ้หลวงได้สิ้นสุดลง เมื่อสมเด็จพระอนุชาธิราช
เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมาประชวรด้วยพระโรคพระวักกะ
อักเสบ ก่อนทิวงคต ณ พระตำหนักวังสวนกุหลาบ พระราชวังดุสิต
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2467 (ปฏิทินแบบปัจจุบัน พ.ศ. 2468)
สิริพระชนมายุได้ 36 พรรษา ยังความทุกข์เข้าสู่จิตใจของหม่อมแผ้วยิ่งนัก
โดยเธอเคยกล่าวเกี่ยวกับความรู้สึกของตนหลังการทิวงคตของสมเด็จพระอนุ
ชาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมาไว้ว่า "...ตอนนั้น
พระองค์ท่านมีพระชนมายุได้ 36 ปี ฉันอายุได้ 25 ปี ฉันรู้สึกว้าเหว่และ
เศร้าโศกถึงกับเป็นลมพับไป และรู้สึกว่าโลกนี้ช่างไม่มีอะไรแน่นอนทั้งสิ้น

ในปี พ.ศ. 2470 หม่อมแผ้ว ได้กราบถวายบังคมลาออกจากตำแหน่ง
หม่อมห้ามสะใภ้หลวง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทาน
พระบรมราชานุญาต และได้ถวายคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุติย
จุลจอมเกล้า ที่ได้รับพระราชทานไว้

ปัจฉิมวัย

ท่านผู้หญิงแผ้วจึงสมรสใหม่กับ พลตรี หม่อมสนิทวงศ์เสนี
(หม่อมราชวงศ์ตัน สนิทวงศ์) พระโอรสในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
สายสนิทวงศ์ กับหม่อมแจ่ม ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น หม่อม
สนิทวงศ์เสนี เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2467 เป็นทูตทหารประจำประเทศ
ฝรั่งเศส ประเทศอังกฤษ และประเทศอิตาลี เป็นอัครราชทูตประจำ
ประเทศโปรตุเกส และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
(พ.ศ 2491 – 2492)

ท่านผู้หญิงแผ้วได้ติดตามสามีซึ่งรับราชการเป็นทูตประเทศต่าง ๆ ทั้งสองมี
บุตร-ธิดาด้วยกันจำนวน 4 คน คือ
หม่อมหลวงแต้ว สนิทวงศ์
ท่านผู้หญิงนวลผ่อง เสนาณรงค์ สมรสกับพลเอก แสวง เสนาณรงค์
พ.ต.อ. (พิเศษ) หม่อมหลวงเติม สนิทวงศ์ สมรสกับโสภี โชติกพุกกณะ
หม่อมหลวงตวง สนิทวงศ์ สมรสกับหม่อมเจ้ารังษีนภดล ยุคล
ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนีถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 24 กันยายน
พ.ศ. 2543 อายุ 96 ปี

ผลงานที่ปรากฎ
และตัวอย่างผลงาน

เป็นผู้รอบรู้ในศิลปวิทยาการด้านนาฏศิลป์ เสมือนศูนย์รวมศิลปวัฒนธรรม
ไทย ผู้เชี่ยวชาญในตำราฟ้อนรำ สืบมาแต่สมัยโบราณ และมีความเชี่ยวชาญ
พิเศษในการคิดค้นประดิษฐ์ลีลาท่ารำ ให้เหมาะสมกับยุคสมัย และดำเนิน
ไปโดยถูกต้องตามระเบียบแบบแผน อันมีมาแต่โบราณ ไม่ว่าจะเป็นท่วงท่า
ท้าวพญามหากษัตริย์ ขุนนาง และบุคคลสำคัญ ตลอดจนท่าทางของสัตว์
ต่างๆ โดยสามารถคิดลีลาท่ารำได้อย่างงดงาม และเหมาะสมกับบทบาท
นอกจากนี้ยังมีผลงาน การประพันธ์บทสำหรับแสดง ทั้งโขนและละคร

ผลงานดีเด่น/ผลงานที่สร้างชื่อเสียง
ได้แก่การคิดประดิษฐ์ท่ารำสุโขทัย ท่ารำที่ปรับปรุงมาจากการแสดงละครตอน

หนึ่ง ในเรื่องอิเหนา

การแสดงนาฏศิลป์ไทย "ลาวกระทบไม้" ซึ่งลีลาท่ารำส่วนหนึ่ง
เป็นการคิดประดิษฐ์ของท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี

ระบำมิตรสัมพันธ์มั่นใจ ไทย-เกาหลี
ประดิษฐ์ท่ารำ โดยท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี

ผู้จัดทำ





นายอภิวิชญ์ คำสอน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/16
เลขที่ 13


Click to View FlipBook Version