โดย ครูท่ีปรกึ ษา
๑. เด็กชายกัณกรุณ คําศรี ๑. นางสาวปท มา ชาํ นเิ ขตรการณ
๒. เดก็ หญงิ กรกวี วงศครุฑ ๒. นายจรี วฒั น ดวงรักษา
๓. เดก็ หญงิ ชนดิ าภา สละ
โรงเรียนลาซาลโชติรวีนครสวรรค สํานักงานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาเขต ๑
รายงานฉบบั นเ้ี ปน สวนหน่งึ ของโครงงานคณิตศาสตร
ประเภทบูรณาการความรูคณติ ศาสตรไปใช ระดับประถมศกึ ษาปท ี่ ๔ – ๖
เน่อื งในงานศลิ ปหัตถกรรมนกั เรียนคร้งั ท่ี ๗๐ ประจําปก ารศึกษา ๒๕๖๕
ก
โครงงานคณติ ศาสตรป ระเภทบูรณาการความรูคณิตศาสตรไปใช
เรื่อง ถงุ หอมมหัศจรรย
คณะผทู ี่ศึกษา
1. เดก็ ชายกัณกรุณ คําศรี
2. เด็กหญงิ กรกวี วงศครุฑ
3. เด็กหญงิ ชนิดาภา สละ
ครูท่ีปรกึ ษา
1. นางสาวปท มา ชาํ นิเขตรการณ
2. นายจรี วฒั น ดวงรกั ษา
สถานศึกษา โรงเรยี นลาซาลโชติรวีนครสวรรค ต.ปากน้ําโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค
ปก ารศกึ ษา 2565
บทคดั ยอ
โครงงานเรือ่ ง ถุงหอมมหัศจรรย มีวัตถุประสงค 1. เพ่อื ออกแบบและประดิษฐชน้ิ งานจาก
เศษผาโดยใชค วามรูท างคณิตศาสตรเร่ืองรปู เรขาคณติ 2 มติ ิ และ 3 มติ ิ มาประยกุ ตใ ช 2. เพอื่ สํารวจ
ความพงึ พอใจทมี่ ตี อช้นิ งาน ของนกั เรยี น ครู และผูปกครอง ของโรงเรยี นลาซาลโชติรวนี ครสวรรค
ซง่ึ ผลที่ไดจ ากการทําโครงงาน เราสามารถนาํ รูปเรขาคณติ 2 มิติ นํามาประกอบเปน
รูปทรง 3 มติ ิ สามารถสรา งชิน้ งานไดจริง และจากการดําการสาํ รวจหลงั จากการใชผ ลติ ภัณฑถุงหอม
มหัศจรรย จากนกั เรยี น ครู และผปู กครองของโรงเรียนลาซาลโชติรวนี ครสวรรค จาํ นวน 20 คน มคี วาม
พึงพอใจขอ ที่ 1 – 5 สว นใหจ ะอยใู นระดับดมี าก และปานกลาง
ข
กิตตกิ รรมประกาศ
การศึกษาโครงงานคณิตศาสตรประเภทบูรณาการความรูคณิตศาสตรไปใช เร่ือง ถุงหอม
มหัศจรรย เลมน้ี สําเร็จลลุ วงโดยไดรับความอนเุ คราะหอ ยางดีจากครปู ทมา ชาํ นเิ ขตรการณ และ
ครูจีรวัฒน ดวงรักษา ซ่ึงไดกรุณาใหคําปรึกษาแนะนําแนวคิดวิธีการและสละเวลาอันมีคาแกไข
ขอบกพรองของเนื้อหา และ สํานวนภาษาดวยความเอาใจใสอยางดีย่ิง คณะผูศึกษาขอกราบ
ขอบพระคุณเปนอยางสงู ณ โอกาสนี้ ขอขอบพระคุณคณะผูบริหารโรงเรยี นลาซาลโชตริ วนี ครสวรรคท กุ
ทาน หวั หนา กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร และคณะครใู นกลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตร โรงเรยี น
ลาซาลโชติรวีนครสวรรคทุกทานที่ใหการสนับสนุนการดําเนิน การศึกษาโครงงานเลมนี้จนสําเร็จดวยดี
คุณคาและสารัตถประโยชน อันพึงมาจากโครงงานคณิตศาสตรเลมนี้ในคร้ังน้ี คณะผูศึกษาขอนอม เปน
เคร่ืองบูชาพระคุณแด บิดา มารดา ตลอดจนครูอาจารยทุกทาน ท่ีประสิทธ์ิประสาทวชิ าความรูแกคณะ
ผูศ กึ ษาตลอดมา
คณะผูจัดทาํ
สารบญั หนา
เรอื่ ง ก
บทคัดยอ ข
กิตตกิ รรมประกาศ 1
บทท่ี 1 บทนํา 2
บทที่ 2 เอกสารที่เกีย่ วขอ ง 7
บทท่ี 3 วธิ กี ารดาํ เนินการ 8
บทที่ 4 ผลการดาํ เนินการ 11
บทท่ี 5 สรุป อภิปรายผล และขอเสนอแนะ
บรรณานกุ รม
ภาคผนวก ประมวลภาพการดาํ การจดั ทําโครงงานถุงหอมมหัศจรรย
ภาคผนวก ประมวลภาพและขอ มูลเกีย่ วกับสมนุ ไพรไลยงุ ท่ีใสใน
ถงุ หอมมหัศจรรย
สารบัญตาราง หนา
เรือ่ ง 8
ตารางท1่ี ตารางแสดงรูปเรขาคณิต 2 มติ ิ นาํ มาประกอบ เปน รปู เรขาคณิต 3 มติ ิ 8
ตารางท2่ี ตารางแสดงจาํ นวนผทู ีต่ อบแบบสาํ รวจความพงึ พอใจทม่ี ีตอช้นิ งาน
สารบญั ภาพ หนา
เรอื่ ง 9
ภาพที่1 ภาพท1ี่ ภาพแผนภูมวิ งกลมแสดงรอ ยละท่ีไดจากการสํารวจความพงึ พอใจ 9
ขอท1่ี ความหลากหลายของผลติ ภณั ฑ 10
ภาพที่2 ภาพแผนภมู ิวงกลมแสดงรอ ยละท่ไี ดจากการสํารวจความพงึ พอใจ 10
ขอ ที่2 รปู ลกั ษณข องผลติ ภณั ฑ 10
ภาพท่3ี ภาพแผนภมู ิวงกลมแสดงรอ ยละทไี่ ดจ ากการสาํ รวจความพงึ พอใจ
ขอท3ี่ คณุ ภาพของผลติ ภัณฑ
ภาพที่4 ภาพแผนภมู วิ งกลมแสดงรอยละทไี่ ดจ ากการสํารวจความพงึ พอใจ
ขอ ท4่ี ประสิทธภิ าพของผลติ ภัณฑ
ภาพท5ี่ ภาพแผนภมู ิวงกลมแสดงรอ ยละทไ่ี ดจากการสํารวจความพงึ พอใจ
ขอ ที่5 ความพงึ พอใจตอ ผลิตภณั ฑ
บทท่ี 1
บทนํา
คณติ ศาสตรเ ปน ศาสตรทเ่ี กย่ี วของกบั ชีวิตประจาํ วันของทกุ คน โดยคนสว นใหญม ักมี
ความคดิ วา คณิตศาสตรเ ปน เรอื่ งยากตอ การทาํ ความเขา ใจและไมอ ยากศึกษาตอ อนั เนือ่ งจากความคดิ
ท่วี า คณิตศาสตร เปนเร่ืองของหลักการทฤษฎีมีความซับซอน และไมนา สนใจ
จากกจิ กรรมการเรยี นการสอนคณติ ศาสตร เร่ือง รปู เรขาคณติ สามมิติ พวกเราไดเรยี นรถู ึง
รปู ทรงเรขาคณติ 2 มติ ิ และรูปคล่ที ีป่ ระกอบเปนรูปทรง 3 มติ ิ ทาํ ใหพ วกเราเกิดขอสงสยั วา จะสามารถ
นําความรูท ี่ไดจากการเรียนคณติ ศาสตรใ นเร่ืองน้มี าบรู ณาการระหวา งกลมุ สาระวิชาคณิตศาสตรแ ละ
กลมุ สาระวชิ าการงานอาชพี ซึง่ จะทาํ เปนถงุ หอมไลยงุ และแมลงตางๆ ซง่ึ วสั ดตุ า งๆ สามารถหาไดจาก
ชุมชนทใ่ี กลก ับโรงเรยี น
ในการทาํ โครงงานนที้ ําใหเหน็ ถงึ ความสําคญั และเจตคตทิ ด่ี ีตอวิชาคณติ ศาสตรและยังเกดิ
ทักษะกลุม และใชเ วลาวางใหเ กิดประโยชน และยงั เปนการบรู ณาการกบั เศรษฐกิจพอเพยี ง
วัตถุประสงค
1. เพือ่ ออกแบบและประดิษฐชิน้ งานจากเศษผาโดยใชค วามรทู างคณิตศาสตรเ รอ่ื งรปู เรขาคณติ
2 มิติ และ 3 มิติ มาประยุกตใ ช
2. เพอ่ื สาํ รวจความพึงพอใจทีม่ ตี อ ชนิ้ งาน ของนักเรยี น ครู และผูปกครอง ของโรงเรยี นลาซาล
โชตริ วีนครสวรรค
สมมตฐิ าน
รปู เรขาคณติ 2 มิติ นํามาประกอบเปน รูปทรง 3 มติ ิ สามารถสรางช้นิ งานได
ขอบเขตการศกึ ษา
ในการทําโครงงาน ถุงหอมมหศั จรรยม ีขอบเขตในการศกึ ษาตอ ไปนี้
ตัวแปรที่เกย่ี วของ
ตวั แปรตน
ประเทศไทยมีฝนตกชกุ ทําใหม นี ํา้ ขงั เปน แหลง เพาะพนั ธุข องยงุ
ตัวแปรตาม
สมุนไพรไทยบางชนดิ สามารถไลยุงได
ตวั แปรควบคุม
ถงุ หอมพกติดตวั สาํ หรับไลย ุง
ระยะเวลา
5 ตุลาคม – 20 ตุลาคม 2565
สถานท่ี
หอ งสะเตม็ โรงเรยี นลาซาลโชตริ วีนครสวรรค ต.ปากน้ําโพ อ.เมอื ง จ.นครสวรรค
2
ประโยชนท่ีไดร บั
1. ทราบการนํารปู ทรงปริซึมมาใชในชีวิตประจาํ วนั ได
2. มคี วามรเู กย่ี วกับสมนุ ไพรทสี่ ามารถไลย งุ เพม่ิ ขึน้
3. สามารถสรา งรายได และยงั ใชเ วลาวา งใหเ กิดประโยชน
4. สามารถนําไปตอ ยอดเปนถุงหอมสาํ หรบั ใสต ูเสอ้ื ผา
5. ทําใหเกิดความคดิ สรางสรรคนาํ ไปตอยอดในการออกแบบผลติ ภัณฑ
บทท่ี 2
เอกสารท่ีเกย่ี วขอ ง
เรขาคณติ : เรขาคณติ 2 มติ ิ และรปู คลี่ปรซิ ึม 3 มิติ
ในระดับชั้นประถมปลายนี้ นักเรียนควรมพี น้ื ฐานเกีย่ วกบั รูปเรขาคณติ 2 มติ ิ และ 3 มติ ิ ดังน้ี
รปู เรขาคณติ 2 มิติ
แบง ออกเปน 4 ชนดิ คือ รูปสเี่ หลย่ี ม รปู สามเหล่ียม รปู วงกลม และรปู หลายเหลย่ี มซงึ่
มลี กั ษณะดงั ตอไปนี้
1. รูปสี่เหลี่ยม
รปู ส่ีเหล่ียม คอื รูปปดทม่ี ี 4 ดา น 4 มมุ
ชนิดของรูปสี่เหลีย่ ม แบงเปน 6 ชนิด คอื
1.1. รปู สเี่ หลยี่ มมุมฉาก คือ รปู สเ่ี หลยี่ มท่มี มี มุ ทุกมมุ เปนมุมฉาก
1.2. รปู สี่เหลย่ี มผืนผา คอื รูปสเี่ หลยี่ มมุมฉาก ที่มดี า นตรงขา มยาวเทากนั แตดา นที่อยูติดกันยาว
ไมเทา กนั
1.3. รูปสเี่ หลีย่ มจตั รุ ัส คือ รปู สเี่ หลยี่ มทม่ี ีมมุ ทกุ มุมเปนมมุ ฉากมีดา นท้งั สี่ยาวเทากนั
1.4. รปู สเ่ี หลย่ี มดา นขนาน คอื รูปสี่เหลยี่ มท่มี ีมุมไมเ ปน มุมฉาก มีดานตรงขา มยาวเทากนั และ
ขนานกันสองคู
1.5. รปู สเี่ หลีย่ มขนมเปย กปนู คือ รูปสเ่ี หลีย่ มที่มดี า นสด่ี า นยาวเทากนั แตมุมทุกมุมไมเปน มมุ
ฉาก
1.6. รูปสเ่ี หลยี่ มคางหมู คือ รปู สเี่ หลย่ี มทมี่ ดี านขนานกัน เพยี งคูเดียว
2. รปู สามเหล่ยี ม
รปู สามเหลยี่ มคอื รูปปด ทีม่ ี 3 ดา น 3 มมุ โดยมุมภายในรวมกันได 180 องศา
ชนดิ ของรูปสามเหลี่ยม แบงเปน 2 ลกั ษณะ คอื
- แบง ตามลักษณะของดา น
- แบง ตามลักษณะของมุม
2.1. แบงตามลกั ษณะของดา น แบงได 3 ชนดิ คอื
2.1.1 รูปสามเหลย่ี มดานเทา คือ รูปสามเหลยี่ มท่ีมดี านเทา กนั สามดาน
2.1.2 รูปสามเหลย่ี มดานไมเทา คอื รปู สามเหล่ียมทีม่ ีดา นท้งั สามยาวไมเ ทากนั เลย
2.1.3 รูปสามเหลยี่ มหนา จ่วั คือ รปู สามเหลี่ยมทีม่ ดี านเทา กันสองดา น
2.2. แบงตามลกั ษณะของมมุ มี 3 ชนดิ คอื
2.2.1 รูปสามเหลยี่ มมุมแหลม คือรูปสามเหลี่ยมท่มี ีมมุ ทกุ มมุ เปนมมุ แหลม
2.2.2 รปู สามเหลยี่ มมุมฉาก คอื รปู สามเหลยี่ มที่มมี มุ หนงึ่ มมุ เปน มุมฉาก
2.2.3 รูปสามเหลยี่ มมุมปาน คอื รปู สามเหลยี่ มท่มี ีมมุ หนงึ่ มุมเปน มมุ ปา น
4
3 . รูปวงกลม
รูปวงกลม คือ รปู บนระนาบ ทล่ี อ มรอบดวยเสนโคง ทม่ี ีระยะหา งจากจดุ คงที่ ภายในจดุ หนง่ึ เปน
ระยะทางเทากัน เสนโคงขอบของรูปวงกลม เรียกวา เสน รอบรปู วงกลม หรอื เสน รอบวง จดุ คงที่
เรียกวา จุดศนู ยก ลาง
สวนประกอบของรูปวงกลม
1. จดุ ศูนยก ลาง คอื จดุ คงทีอ่ ยูตรงกลางของรปู วงกลมซึ่งอยหู างจากเสน รอบวงเปน ระยะเทา กนั
2. เสน ผา นศนู ยก ลาง เปนสวนของเสนตรงทล่ี ากจากจุดหนงึ่ บนเสนรอบวงดานหนงึ่ ผา นจุดศูนย
ไปยังอีกจดุ หน่งึ บนเสนรอบวงอกี ดานหนึ่ง
3. เสน รอบวง เปน เสนขอบของรูปวงกลมท่อี ยหู า งจากจดุ ศนู ยก ลางเทากนั
4. รศั มี เปนระยะหา งระหวางจุดศนู ยแ ละเสน รอบวงของรูปวงกลม
5. คอรด เปนสว นของเสนตรงทลี่ ากจากเสน รอบวงดา นไปยงั เสน รอบวงอกี ดานหนง่ึ คอรดทยี่ าว
ทส่ี ุด คือเสน ผา นศนู ยก ลาง
4 . รูปหลายเหลีย่ ม
- รูปหลายเหลยี่ ม คอื รปู ทปี่ ด ลอมไปดวยดาน ต้งั แต 3 ดา นขึ้นไป
- รปู หลายเหลีย่ ม จะมีจํานวนมุมเทากบั จาํ นวนดาน
- ตัวอยางของรปู หลายเหลย่ี ม ไดแ ก รปู สามเหลี่ยม รปู ส่เี หลยี่ ม รปู หา เหลยี่ ม รปู หกเหลย่ี ม
รปู เจด็ เหลยี่ ม และอกี มากมาย
รูปเรขาคณติ 3 มติ ิ
รูปเรขาคณิตสามมติ ิ หรือ รูปทรง (Form) คอื รปู ทลี่ ักษณะเปน 3 มิติ โดยนอกจากจะแสดง
ความกวา ง ความยาวแลว ยังมคี วามลกึ หรือความหนา นนู ดว ย เชน รปู ทรงกลม ทรง
สามเหลี่ยม ทรงกระบอก เปน ตน ใหความรูส กึ มีปรมิ าตร ความหนาแนน มีมวลสาร ทเี่ กดิ จากการใชคา
น้ําหนกั หรือการจัดองคประกอบของรปู ทรง หลายรปู รวมกนั
ปรซิ ึม เปน รปู เรขาคณติ สามมิติท่มี ีฐานทัง้ สองเปนรปู เหลี่ยมทเ่ี ทา กนั ทกุ ประการ ฐานทัง้ สองอยูบน
ระนาบท่ีขนานกัน และดา นขางแตล ะดานเปนรปู ส่ีเหลี่ยมดา นขนาน เรียกวา “ปรซิ มึ ”
ปรซิ ึม มีหนาตัดหรือบานท้ังสองเปนรปู หลายเหลยี่ มทเ่ี ทา กนั ทกุ ประการ และอยูบ นระนาบที่
ขนานกัน มหี นาขางเปน รูปส่ีเหลย่ี ม การเรยี กชือ่ ปริซมึ เรียกตามลักษณะของรูปหลายเหลย่ี มทเี่ ปน หนา
ตดั ฐาน เชน ปรซิ มึ สามเหล่ียม ปรซิ มึ สเ่ี หลยี่ ม เปน ตน
ทรงกระบอก มีหนาตัด หรือฐานทง้ั สองเปน รปู วงกลมที่เทากันทกุ ประการ และอยบู นระนาบท่ขี นานกนั
กรวย มฐี านเปนรูปวงกลมและมียอดแหลม ซึง่ ไมอ ยบู นระนาบเดียวกนั กับฐาน
ทรงกลม มผี ิวเรียบที่ทุกๆ จดุ บนผิวหา งจากจดุ ศูนยกลางเทา กนั
พีระมดิ รปู เรขาคณติ สามมติ ิที่มฐี านเปน รปู หลายเหล่ยี ม มยี อดแหลมซงึ่ ไมอ ยูบนระนาบเดียวกนั กบั ฐาน
และมีหนา ขางเปน รูปสามเหลยี่ ม เรยี กวา พีระมดิ การเรยี กชือ่ พีระมิดเรยี กตามลกั ษณะของรปู หลาย
เหลยี่ มทเ่ี ปนฐาน เชน พรี ะมิดฐานสามเหลย่ี ม หมายถงึ พรี ะมดิ ทีม่ ีฐานเปน รปู สามเหลยี่ ม
5
รูปคลี่ คือรปู ทีแ่ สดงสว นตา งๆของรปู เรขาคณติ สามมิตเิ ม่อื คล่อี อกจะไดรปู ที่ประกอบดว ยรปู เรขาคณิต
สองมิติ ท่ีสามารถประกอบเปน รูปเรขาคณิตสามมติ ิ
สมุนไพรไลย งุ
พชื กลุมสกลุ (genus) Cymbopogon
นา้ํ มันหอมระเหยจากพืชในสกุล Cymbopogon ไดแก ตะไครช นดิ ตางๆ มฤี ทธ์ิปองกันยงุ ได
หลายชนิด เชน ยุงกนปลอง ยงุ ลาย และยงุ ราํ คาญ
ตะไครห อม (Cymbopogon nardus (L.) Rendle)
มกี ารศกึ ษาฤทธ์ไิ ลยุงของตาํ รับนา้ํ มันตะไครห อม (citronella oil) ท่ีมสี ว นประกอบทส่ี ําคญั คอื
citronella, geraniol และ citronellol ในรปู แบบของครมี พบวาตํารับทมี่ นี ํ้ามนั ตะไครห อม 17%
ปอ งกนั ยุงลายไดน านประมาณ 3 ชั่วโมง ครีมที่มีนาํ้ มนั ตะไครหอม 14% ลดจํานวนยุงรําคาญทม่ี าเกาะ
ภายใน 1ช่ัวโมงหลังทาครีม นอกจากนีส้ ารสกดั เอทานอลของตะไครหอมผสมกบั น้าํ มันมะกอกสามารถ
ไลย งุ ลายและยงุ ราํ คาญไดนาน 2 ชั่วโมง ครีมทมี่ ีนํ้ามันหอมระเหยจากใบตะไครห อมทคี่ วามเขมขน
1.25, 2.5 และ 5.0% ปอ งกันยงุ กนปลองไดป ระมาณ 2 ชั่วโมง ขณะทีค่ วามเขม ขน 10% ใหผ ลไดน าน
กวา 4 ชัว่ โมง
ตะไคร (Cymbopogon citratus (DC.) Stapf)
น้ํามันตะไคร (lemongrass oil) ใน liquid paraffin ความเขม ขน 20 และ 25% มผี ลปองกนั
ยงุ ลายได 100% ใน 1 ชั่วโมงแรก และลดลงเหลอื ประมาณ 95% ภายใน 3 ช่วั โมง การเตรยี ม
ผลติ ภณั ฑน้าํ มันตะไคร 15% ในรูปของครีมและขผ้ี ้ึงพบวาใหผ ลปอ งกนั ยุงกดั ได โดยคุณสมบตั ิของ
สวนประกอบของผลติ ภัณฑมผี ลตอ การปลดปลอยนํ้ามันหอมระเหย และมผี ลตอ ประสทิ ธภิ าพในการ
ปองกันยุงดว ย นํา้ มนั หอมระเหยจากตะไครทมี่ ี geraniol ปรมิ าณ 0.2 มก./ซม2 สามารถลดอตั ราการ
กัดจากยงุ ราํ คาญ เปน 10, 15 และ 18% ท่เี วลา 1, 2 และ 3 ช่วั โมงตามลําดับ เม่ือเปรยี บเทียบกบั การ
ไมไดทาน้ํามนั หอมระเหยจากตะไคร สบอู าบนาํ้ ท่มี ีสวนประกอบของน้ํามันตะไครห อม 0.1% น้าํ มนั
ตะไคร 0.5% และนาํ้ มนั สะเดา 1% สามารถไลย งุ ไดในชว ง
8 ชัว่ โมง
พืชกลุมสกลุ (genus) Citrus
มะกรดู (Citrus hystrix DC.)
น้ํามันหอมระเหยจากมะกรูดมีฤทธป์ิ อ งกันยุงไดน าน 95 นาที และตาํ รบั ยาทากนั ยงุ ท่มี นี า้ํ มนั
มะกรูดความเขมขน 25 และ 50% สามารถไลย งุ ไดน าน 30 และ 60 นาที ตามลําดับ นํ้ามันหอมระเหย
ผสมจากมะกรูด 5% และจากดอกชงิ เฮา (Artemisia annua L.) 1% ปองกนั ยุงลาย ยงุ กน ปลอ ง และ
ยงุ ราํ คาญไดนาน 180 นาที ในหอ งปฏบิ ัติการ ในความเขม ขนเดียวกนั สามารถปอ งกนั ยงุ ลาย และยุง
เสอื ได 180 นาที และยงุ ราํ คาญไดนานถึง 240 นาทีในภาคสนาม
6
มะนาวฝรัง่ (Citrus limon (L.) Burm.f.)
นาํ้ มันหอมระเหยจากมะนาวฝรัง่ มีฤทธ์ิไลย งุ กน ปลองได 0.88 เทาของสารเคมสี งั เคราะห N,N-
diethyl-3-methylbenzamide
นอกจากสมนุ ไพรทก่ี ลา วมาแลว ยงั มสี มุนไพรอ่นื ๆ ท่มี ีการศึกษาฤทธ์ิในการปองกนั ยุง
ไดแก ขา ไพล ขึน้ ฉาย วานน้าํ กานพลู หนอนตายหยาก ดอกกระดังงาไทย สารไพรที รัม (pyrethrum)
และไพรที รนิ (pyrethrins) ทพี่ บไดในพชื ตระกูลดอกเบญจมาศ (chrysanthemum flowers) เปนตน
จะเหน็ วาสมุนไพรทม่ี ีศกั ยภาพในการไลยงุ เปน พชื ที่พบและปลกู ไดทวั่ ไป สามารถเตรียมไวใ ชเ องใน
ครวั เรอื นหรอื ผลติ เปนผลติ ภณั ฑปอ งกนั ยงุ ในรูปแบบตา งๆ เชน นา้ํ มนั หอมระเหยสมนุ ไพรนาํ มาผลิต
เปนครีมหรอื โลชนั่ ปอ งกนั ยุง
การทาํ สมุนไพรใสใ นถงุ หอม
1. นําสมนุ ไพร ใบเตย ตะไครห อม ผิวมะกรูด มาหน่ั เปน ชนิ้ เลก็ ๆ แลว นําไปตากแดด ประมาณ
1 – 2 แดด ใหแหง สนิท
2. นําสมุนไพรทตี่ ากแหง แลวมาผสมอยา งละ 1 สวน พรอมใสการบูรในสัดสวนทีเ่ หมาะสมคลกุ เคลา ให
เขา กัน
3. นําสมนุ ไพรทผี่ สมเรยี บรอ ยแลว ใสลงในถงุ ผาตกแตงใหสวยงาม
บทท่ี 3
วิธีการดําเนินการ
อุปกรณ
1. ผา , กระดาษษา 5. การบรู
2. เชอื ก 6. เข็ม ได กาว กรรไกร
3. ตระไคร 7. แบบรปู คลี่เรขาคณติ
4. ใบเตย 8. ถาดหรอื ตะแกรง
ศกึ ษาออกแบบและประดษิ ฐช้นิ งานจากเศษผา โดยใชความรทู างคณติ ศาสตรเรือ่ งรปู เรขาคณิต 2 มิติ
และ 3 มิติ มาประยกุ ตใ ช
ข้นั เตรยี ม
1. สรา งรูปเรขาคณิต 2 มติ ิ ท่ีนํามาประกอบเปนรูปทรง 3 มติ ิ
2. เลือกผา ที่เหมาะสมจะนํามาทําเปน ถงุ หอมได
ขั้นปฏิบัติ
1. นําตระไคร ใบเตย หน่ั เปนชนิ้ เลก็ ๆ แลวนาํ ไปตากแหง 1 – 2 แดด
2. ตัดถงุ ผา ตามรูปแบบเรขาคณิตท่เี ตรยี มไวเ พือ่ ใชสาํ หรบั ใสเ คร่อื งหอม
3. นาํ สมุนไพรท่ีตากแหง แลวมาผสมอยางละ 1 สว น พรอ มใสการบรู ในสดั สวนท่ีเหมาะสม
คลุกเคลาใหเ ขากัน
4. นาํ สมนุ ไพรท่ผี สมเรยี บรอ ยแลว ใสล งในถุงผา ตกแตงใหสวยงาม
ขั้นสรุป
นํารูปเรขาคณติ 2 มติ ิ นาํ มาประกอบเปน รปู เรขาคณิต 3 มิติ และนํามาออกแบบเปน ผลติ ภัณฑ
ถงุ หอมไลยงุ
สํารวจความพงึ พอใจทมี่ ีตอ ช้ินงาน ของนักเรียน ครู และผปู กครอง ของโรงเรียนลาซาลโชติรวี
นครสวรรค
ขัน้ เตรยี ม
1. ออกแบบสาํ รวจความพงึ พอใจมตี อช้ินงาน จาํ นวน 5 ขอ มรี ะดับความคิดเหน็ 4 ระดบั คือ
ดี ปานกลาง พอใช ปรบั ปรุง และมีขอ เสนอแนะเพม่ิ เติม
2. สรา งแบบสาํ รวจใส Google from
ข้นั ปฏิบัติ
สง แบบสํารวจใหก บั นักเรยี น ครู ผปู กครอง ของโรงเรียนลาซาลโชติรวนี ครสวรรค จํานวน 20
คน เม่ือไดชถ งุ หอมมหัศจรรยแ ลว
ขัน้ สรุป
นําผลทไ่ี ดจ ากการสาํ รวจมาจัดนําเสนอขอมูลอยรู ูปแผนภาพวงกลม
บทท่ี 4
ผลการดาํ เนินการ
ในการทาํ โครงงานเรอ่ื ง ถุงหอมหัศจรรย ผูศกึ ษาคนควาไดก ําหนดวตั ถุประสงคแ ละสมมตฐิ าน
ไวดงั นี้
วัตถปุ ระสงค
1. เพอ่ื ออกแบบและประดษิ ฐชิ้นงานจากเศษผา โดยใชความรทู างคณิตศาสตรเ ร่อื งรปู เรขาคณิต
2 มติ ิ และ 3 มติ ิ มาประยกุ ตใช
2. เพ่อื สาํ รวจความพงึ พอใจทมี่ ตี อชิน้ งาน ของนักเรยี น ครู และผปู กครอง ของโรงเรยี นลาซาล
โชติรวีนครสวรรค
สมมตฐิ าน
รูปเรขาคณิต 2 มติ ิ นาํ มาประกอบเปน รปู ทรง 3 มิติ สามารถสรางช้ินงานได
สรปุ ผลการศึกษา
ตารางที่ 1 รปู เรขาคณิต 2 มติ ิ นํามาประกอบ เปน รปู เรขาคณติ 3 มติ ิ สามารถนาํ มาสรางชิ้นงาน
ได ดังรูปในตารางตอไปน้ี
รูปเรขาคณติ 2 มิติ รูปเรขาคณิต 3 มิติ รูปผลติ ภณั ฑถ งุ หอมมหัศจรรย
9
2. สรุปแบบสาํ รวจความพงึ พอใจท่ีมีตอ ช้นิ งาน ของนักเรยี น ครู และผปู กครอง ของโรงเรยี น
ลาซาลโชตริ วนี ครสวรรค
ตารางท่2ี ตารางแสดงจํานวนผทู ตี่ อบแบบสํารวจความพงึ พอใจที่มีตอ ชิน้ งาน
ประเด็นความพึงพอใจ ดมี าก จํานวนผตู อบแบบสาํ รวจ (คน) รวม
ปาน พอใช ปรบั ปรงุ 20
1. ความหลากหลายของผลติ ภณั ฑ 14 กลาง 20
2. รปู ลักษณของผลติ ภณั ฑ 12 600 20
3. คณุ ภาพของผลติ ภัณฑ 17 800 20
4. ประสิทธภิ าพของผลติ ภัณฑ 19 300 20
5. ความพงึ พอใจตอ ผลติ ภัณฑ 17 100
300
ภาพท่ี1 ภาพแผนภูมิวงกลมแสดงรอยละทไ่ี ดจ ากการสาํ รวจความพงึ พอใจ
ขอท่1ี ความหลากหลายของผลติ ภณั ฑ
ดมี าก
ปานกลาง
พอใช
ปรับปรงุ
ภาพท2ี่ ภาพแผนภูมวิ งกลมแสดงรอ ยละทีไ่ ดจ ากการสํารวจความพงึ พอใจ
ขอ ที2่ รปู ลักษณข องผลิตภณั ฑ
ดีมาก
ปานกลาง
พอใช
ปรบั ปรงุ
10
ภาพท่ี3 ภาพแผนภูมิวงกลมแสดงรอ ยละที่ไดจ ากการสาํ รวจความพึงพอใจ
ขอท่3ี คณุ ภาพของผลิตภัณฑ
ดมี าก
ปานกลาง
พอใช
ปรับปรงุ
ภาพที4่ ภาพแผนภูมวิ งกลมแสดงรอ ยละที่ไดจ ากการสาํ รวจความพึงพอใจ
ขอ ท่4ี ประสิทธภิ าพของผลติ ภัณฑ
ดมี าก
ปานกลาง
พอใช
ปรบั ปรุง
ภาพที่5 ภาพแผนภูมิวงกลมแสดงรอยละท่ไี ดจ ากการสาํ รวจความพึงพอใจ
ขอที5่ ความพงึ พอใจตอผลิตภณั ฑ
ดมี าก
ปานกลาง
พอใช
ปรับปรุง
บทที่ 5
อภปิ รายผลการดาํ เนินการ
จากการทาํ โครงงานเรอ่ื ง ถงุ หอมมหศั จรรย ผลการศึกษาคนควา พบวา เนอ้ื หาความรูทาง
คณิตศาสตรส ามารถนําไปประยุกตใ ชออกแบบสงิ่ ประดษิ ฐใ หสวยงามได และการดาํ การสํารวจหลงั จาก
การใชผ ลติ ภัณฑถงุ หอมมหัศจรรย จากนักเรยี น ครู และผปู กครองของโรงเรยี นลาซาลโชตริ วีนครสวรรค
มคี วามพงึ พอใจขอ ที่ 1 – 5 สวนใหจะอยใู นระดับดมี าก และปานกลาง
การดําเนินการทม่ี ีการตรวจสอบทุกขน้ั ตอนจากครทู ี่ดแู ลดังนัน้ ผลการดําเนินงานจงึ สาํ เร็จไป
ตามเปา หมายของวตั ถุประสงคของการทาํ โครงงาน จงึ เปนไปตามแผนของโครงงานท่ีไดวางแผนไว
ขอ เสนอแนะในการศึกษาคน ควา ครั้งตอ ไป
1. ควรจะมีการทดลองหรือประยกุ ตก ารทดลองโดยการนาํ เอาวัสดตุ า งๆ เชน เทียนไข เปน
วัสดุหลักในการทดลอง ตัวอยา ง เชน เทยี นหอมตะไครไ ลย งุ
2. นา จะมีการทาํ เปน ผลติ ภัณฑเ พอ่ื ท่ีจะสามารถนําไปตอยอดความคิด หรือ นํามาทดลองใช
ในชุมชนได
บรรณานุกรม
มาสเตอร สมชาย พุทธมิ า. (2565). รปู เรขาคณติ สองมิต.ิ สืบคนเม่ือ 6 ตุลาคม 2565,
จาก http://mcpswis.mcp.ac.th/admin/temp/from_knowledge_post.php
NOCK ACADEME. (2560). บทความคณิตศาสตร. สืบคนเมื่อ 6 ตลุ าคม 2565,
จาก https://nockacademy.com/math/
นางสาวปญ ญิศา มุงเจียกกลาง. (2564). เรขาคณิตสามมติ .ิ สืบคน เมอ่ื 6 ตลุ าคม 2565,
จาก https://mathsgeometry.weebly.com/uploads/2/6/8/0/26803025/1.pdf
รองศาสตราจารย ดร. สวุ รรณ ธรี ะวรพันธ. (2558). บทความเผยแพรค วามรสู ปู ระชาชน. สืบคนเม่ือ
6 ตลุ าคม 2565, จาก https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/299
porneura532193. (2565). ใบความรูการทาํ ถงุ หอมสมุนไพร. สบื คนเมอื่ 6 ตลุ าคม 2565,
จาก https://anyflip.com/hmxuw/jvye/basic
ภาคผนวก
ประมวลภาพการดาํ การจัดทาํ โครงงาน
ถงุ หอมมหัศจรรย
ผูรบั บริการ แบบสํารวจความพงึ พอใจ “โครงงาน ถงุ หอมมหัศจรรย”
อายุ ครู นักเรียน ผปู กครอง
ตาํ่ กวา 12 ป 12 - 18 ป 19 - 24 ป 25 - 30 ป มากกวา 30 ป
ประเด็นความพงึ พอใจ ดมี าก ปานกลาง พอใช ปรับปรงุ
1. ความหลากหลายของผลิตภณั ฑ
2. รูปลักษณของผลติ ภณั ฑ
3. คุณภาพของผลิตภณั ฑ
4. ประสิทธิภาพของผลติ ภัณฑ
5. ความพงึ พอใจตอ ผลิตภัณฑ
ขอ เสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
สามารถแกน QR code เพอื่ ตอบแบบสอบถามพึงพอใจ
“โครงงาน ถงุ หอมมหศั จรรย”
ภาคผนวก
ประมวลภาพและขอ มูล
เกีย่ วกับสมุนไพรท่ใี สใ น
ถุงหอมมหศั จรรย