The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานเรือของเล่นพลังลมลูกโป่ง ร.ร.นาแพง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nattapoom Samran, 2024-03-26 01:44:38

โครงงานเรือของเล่นพลังลมลูกโป่ง ร.ร.นาแพง

โครงงานเรือของเล่นพลังลมลูกโป่ง ร.ร.นาแพง

1 รายงานผลโครงงานบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 เรื่อง เรือของเล่นพลังลมลูกโป่ง โดย ชั้นอนุบาล 2 - 3 โรงเรียนบ้านนาแพงคุรุรัฐสามัคคี รุ่นที่ 7 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


2 คำนำ โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง เรือของเล่นพลังลมลูกโป่ง เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เด็ก เกิดความสนใจทางวิทยาศาสตร์ ตามกระบวนการสืบเสาะ ซึ่งได้แก่ ตั้งคำถามที่อยากรู้ รวบรวมความคิดและ คาดคะเนคำตอบ การดำเนินการทดลองค้นคว้า การสังเกตและบรรยายรายละเอียด การบันทึกและแสดงผล การทดลอง การอภิปรายผลและสรุปผลการทดลอง เด็กๆ สามารถนำกระบวนการต่างๆ ตามขั้นตอนมาใช้ใน การทำโครงงานจนประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงงานนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย และผู้ ที่สนใจนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด คณะผู้จัดทำ


3 สารบัญ เรื่อง หน้า ที่มาของโครงงาน 1 Learning Spiral 2 คำถามที่ 1 เรือมีลักษณะเป็นอย่างไร 3 จุดประสงค์ 3 - ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามที่อยากรู้ 3 - ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและสันนิษฐาน 3 - ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 4 - ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย 4 - ขั้นที่ 5 บันทึกผล 5 - ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 6 - ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย 7 คำถามที่ 2 วิธีการทำให้เรือเคลื่อนที่ได้อย่างไร 8 จุดประสงค์ 8 - ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามที่อยากรู้ 8 - ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและสันนิษฐาน 9 - ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 9 - ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย 15 - ขั้นที่ 5 บันทึกผล 16 - ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 18 - ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย 18 ภาคผนวก 20


1 ชื่อโครงงาน เรือของเล่นพลังลมลูกโป่ง ผู้จัดทำโครงงาน นักเรียนชั้นอนุบาล 2- 3 จำนวน 14 คน ครูที่ปรึกษา นางสาวเกษร มาขน ระยะเวลาการทำโครงงาน วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 - 23 กุมภาพันธ์ 2567 ที่มาและความสำคัญของโครงงาน เนื่องจากเด็กชั้นอนุบาล 2 - 3 โรงเรียนบ้านนาแพงคุรุรัฐสามัคคีได้ทำกิจกรรมการทดลองในโครงการ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย เด็กๆได้ทดลองกิจกรรมเรือบรรทุก เรือบรรทุกของเด็กๆทั้งลอยน้ำได้ และ ไม่ลอยน้ำ หลังจากการทดลอง เด็กๆมีความสนใจและสงสัยว่า นอกจากเรือบรรทุกแล้วจะมีเรืออะไรที่ลอยน้ำได้ อีก และเด็กๆมีความคิดที่อยากทำเรือของเล่นเป็นของตนเอง จึงได้มาปรึกษากับคุณครู ดังนั้นเพื่อเป็นการ ส่งเสริมนิสัยอยากรู้อยากเรียนและสังเกตของเด็กๆ คุณครูจึงเห็นความสำคัญที่จะให้เด็กได้เรียนรู้จากการลงมือ ปฏิบัติ ลงมือทดลอง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เสริมทักษะทางวิทยาศาสตร์ เกิดประสบการณ์ตรง สามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ดี ซึ่งเป็นที่มาของการทำโครงงานเรื่อง “ เรือของเล่นพลังลมลูกโป่ง ” อัญชัน : คุณครูค่ะ กิจกรรมเรือบรรทุกสนุกจังเลยค่ะ ครู : ทำไมถึงสนุกค่ะ ณิชา : สนุกตรงที่เราปั้นดินน้ำมันเป็นเรือรูปเทรงต่างๆ แล้วได้ทดลองการลอยน้ำค่ะคุณครู นุดา : .ใช่ค่ะ เราปั้นดินน้ำมันแล้วค่อยๆวางบนน้ำ เรือของเรามีทั้งจมและลอยน้ำได้ค่ะ แมนยู : คุณครุครับ ผมอยากรู้จังเลยว่าเรือจริงๆมีเรืออะไรบ้างครับ คุณครู: มีเรือหลายชนิดค่ะ ต่อ : ที่บ้านของผมมีเรือด้วยครับ แก้มใส : คุณครูค่ะหนูอยากทำเรือของเล่นค่ะ ต่อ ; ผมก็เหมือนกันครับ ทำแล้วผมจะเอาไปเล่นที่บ้าน อันดา : หนูด้วยค่ะครู ครู : ถ้าอย่างนั้นวันนี้เรามาทำความรู้จักกับเรือก่อนนะคะ


2 ข้อสงสัย จะทำเรือของเล่นพลังลมลูกโป่งให้เคลื่อนที่ได้อย่างไร ระยะที่ 1 การกำหนดหัวข้อโครงงาน Learning Spiral ความรู้เดิม คำถามที่ 1 เรือมีลักษณะเป็นอย่างไร 1. เรือลอยน้ำได้ 1. ตัวเรือลอยน้ำได้ ทำมาจากไม้ 2. เรือของเล่นขับเคลื่อนด้วยพลังลมลูกโป่ง หรือวัสดุที่ลอยน้ำได้ 3. เรือของเล่นพลังลมทำจากฟิวเจอร์บอร์ดได้ 2. ตรงกลางเรือมีช่องว่างให้นั่ง 4. เรือเป็นยานพาหนะทางน้ำ กลมและแบนยาวด้านหน้า และหลัง 3.มีหางเสือ บางลำมีไม้พายหรือ ความรู้ใหม่ เครื่องยนต์ขับเคลื่อนด้วย เชื้อเพลิงน้ำมัน 1. เด็กๆบอกชนิดและลักษณะของเรือ เช่น เรือแจว เรือใบ เรือสำราญ เรือประมง เรือหางยาวได้ 2. เรือเคลื่อนที่ด้วยพลังของคนกับไม้พาย เช่น เรือแจว คำถามที่ 2 เคลื่อนที่ด้วยเครื่องยนต์น้ามันเชื้อเพลิง วิธีการทำให้เรือของเล่นเคลื่อนที่ได้อย่างไร เช่น เรือหางยาว เรือประมง เรือโดยสาร 1. เด็กๆทำเรือของเล่นพลังลม เคลื่อนที่ด้วยลม เช่น เรือใบ ลูกโป่งได้ แต่ต้องมีครูคอยดูแล 3. เรือของเล่นพลังลมลูกโป่งสามารถเคลื่อนที่ไปบนผิวน้ำได้ 2. เด็กทำเรือของเล่นพลังลมลูกโป่ง ด้วยพลังลมจากลูกโป่งโดยปล่อยลมจากหลอดดันเรือไป ทำตัวเรือจากฟิวเจอร์บอร์ดเป็น 4. เรือของเล่นพลังลมลูกโป่ง รูปทรง สามเหลี่ยม สีเหลี่ยม วงรี 3. เด็กประกอบลูกโป่งโดยใช้ จะเคลื่อนที่ช้าเร็วแตกต่างกัน ยางรัดมัดกับหลอดดูด 4. เด็กติดหลอดที่มีลูกโป่งกับตัวเรือ ด้วยเทปกาว 5. เด็กตกแต่งเรือของเล่นพลังลม ลูกโป่งให้สวยงาม


3 คำถามที่ 1 เรือมีลักษณะอย่างไร คำถามที่ 1 เรือมีลักษณะอย่างไร ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามที่อยากรู้ : เรือมีลักษณะอย่างไร (วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567) จุดประสงค์ เพื่อศึกษาลักษณะของเรือ ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน ครูและเด็กจึงร่วมกันสนทนา พูดคุยถึงเรือว่ามีลักษณะอย่างไรบ้าง 1. เด็กและครูร่วมกันสนทนา โดยใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กอยากเล่าประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับ ลักษณะลักษณะของเรือดังนี้ ครู : เด็กๆ ค่ะเรือแต่ละชนิดเหมือนกันไหมค่ะ กวาง : ไม่เหมือนกันค่ะ เรือบางลำจะมีไม้พายค่ะ ณิชา : เรือบางลำจะทำด้วยไม้ค่ะ ต่อ : ผมเคยดูในทีวีจะลำใหญ่มากครับ 2. ครูสนทนาและใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กแสดงความคิดเห็น ดังนี้ ครู: เด็กๆ คิดว่าเราจะหาคำตอบได้อย่างไรค่ะว่าเรือแต่ละชนิดมีลักษณะอย่างไร ณิชา : หนูจะไปถามพ่อค่ะ กวาง : ค้นหาในอินเตอร์เน็ตค่ะ ไอคิว : ดูในโทรศัพท์ครับ แมนยู : ถามครูครับ 3. ครูจึงถามเด็กๆว่า มีใครจะเสนออะไรอีกไหมค่ะ เด็กๆตอบว่า ไม่มีครับ ไม่มีค่ะ จากการสนทนา และวิธีการสืบค้นลักษณะของเรือ เด็กๆเลือกวิธีการดังนี้ 3.1 ค้นในอินเทอร์เน็ต 3.2 สอบถามครู 4. เด็กและครูสนทนาเกี่ยวกับวิธีการบันทึก และนำเสนอข้อมูลอย่างไร


4 ครู : เด็กๆ บันทึกผล และนำเสนอข้อมูลอย่างไรค่ะ ณิชา : ทำตารางแสดงผลการศึกษาค่ะ กวาง : นำเสนอหน้าชั้นเรียนให้เพื่อนๆฟังค่ะ จากข้อคำถามที่เด็กๆ อยากรู้คือ เรือมีลักษณะอย่างไร เด็กส่วนใหญ่คาดคะเนว่า เรือแต่ละชนิดมีลักษณะที่แตกต่างกัน ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ ( วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 ) เด็กๆสืบค้นทางอินเทอร์เน็ตของวิกิพีเดีย htpps//www.th.m.wikipedia.org และ สอบถามครู เมื่อศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เด็กๆแบ่งเป็นกลุ่มวาดภาพและนำเสนอผลงานลักษณะ ของเรือ สืบค้นทางอินเทอร์เน็ต ถามคุณครู เมื่อศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เด็กๆวาดภาพและนำเสนอผลงานลักษณะของเรือ ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย เด็กและครูร่วมกันสนทนาถึงลักษณะของเรือจากการสืบค้นทางอินเทอร์เน็ตและจากการถาม คุณครู โดยครูจดบันทึกคำพูดของเด็ก ครู : เด็กๆได้ดูลักษณะของเรือจากอินเทอร์เน็ตและจากคุณครูแล้ว มีลักษณะอย่างไรค่ะ กวาง : เรือแจวจะเป็นไม้ครับ ใช้ไม้พายจึงจะเคลื่อนที่ครับ อันดา : หนูชอบเรือสำราญค่ะ สวยดีและลำใหญ่ค่ะ ครู : ใช่ค่ะ เรือสำราญจะเป็นเรือท่องเที่ยว


5 ต่อ : หนูไม่เคยเห็นเรือประมง หนูอยากไปด้วย อัญชัน : เรือประมงเห็นในภาพไปจับปลาด้วยนะ ครู : มีเรืออะไรอีกค่ะ ณิชา : เรือใบค่ะ หนูดูภาพแล้วคล้ายกับเรือใบที่เขาแล่นในทะเลเลยค่ะ เจอาร์ : ใช่ครับ มีแข่งเรือใบด้วย ครู : เรือใบแล่นได้ด้วยลมค่ะ กวาง : คุณครูขา หนูดูในภาพเรือหางยาวมีผู้โดยสารนั่งด้วยค่ะ ครู : ใช่ค่ะเราใช้เรือหางยาวรับส่งผู้โดยสารข้ามแม่น้ำได้ค่ะ อันดา : คุณครูค่ะ ทำไมเรือบางลำจึงเคลื่อนที่ได้เร็วกว่ากันค่ะ ครู : เรือที่เคลื่อนที่ด้วยเครื่องยนต์ เติมน้ำมันเชื้อเพลงเหมือนกับรถยนต์จะเคลื่อนที่ได้เร็วค่ะ เช่น เรือหางยาว เรือประมงค่ะ ส่วนเรือแจวจะเคลื่อนที่ได้ช้า เพราะใช้พลังของคนพายค่ะ ขั้นที่ 5 บันทึกผล ( วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 ) หลังจากการสืบเสาะบอกลักษณะของเรือแล้ว เด็กแต่ละกลุ่มบันทึกผลตามที่ออกแบบไว้ ผลจากการศึกษาลักษณะของเรือ พบว่า ตารางที่ 1 ผลการศึกษาลักษณะของเรือ เมื่อบันทึกผลเสร็จแล้ว เด็กๆนำผลงานเสนอหน้าชั้นเรียน


6 ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล ( 16 กุมภาพันธ์ 2567 ) เด็กและครูร่วมกันสรุปจากคำถามที่เด็กอยากรู้ว่า เรือมีลักษณะอย่างไร โดยจากการสรุป ร่วมกันพบว่า เรือมีลักษณะที่แตกต่างกัน เช่น เรือสำราญจะใหญ่กว่าเรือลำอื่น เรือแจวจะมีไม้พายและ และเคลื่อนที่ด้วยกำลังของคน เรือใบจะมีผ้าและอาศัยลม เรือประมง เรือหางยาวใช้เครื่องยนต์ทำให้เคลื่อนที่ ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย ผลการพัฒนาความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน 1. ด้านการเรียนรู้ - เด็กๆ สามารถเล่า หรือบอกวิธีการหาคำตอบของตนเองได้ คือ หาวิธีการที่จะเลือกสืบค้นข้อมูลได้ - เด็กได้เรียนรู้ลักษณะของเรือชนิดต่างๆ - เด็กได้เรียนรู้ว่าเรือแต่ละชนิดจะเคลื่อนที่ไม่เหมือนกัน เช่น เรือหางยาว เรือสำราญ เรือประมง จะ เคลื่อนที่ด้วยเครื่องยนต์และน้ำมันเชื้อเพลิง 2. ด้านภาษา - เด็กมีพัฒนาการทางด้านภาษาจากการสนทนาความรู้กับครูและเพื่อนๆ - เด็กได้ฝึกทักษะการใช้ภาษาที่ถูกต้องจากการนำเสนอวิธีการทำการทดลอง - เด็กได้เรียนรู้คำหรือภาษาใหม่ๆ ที่สามารถจดจำได้ง่าย เช่น ลม เรือ ส่วนประกอบของเรือ ฯลฯ 3. ด้านสังคม - เด็กสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ - เด็กเคารพกติกาและปฏิบัติตามข้อตกลงของส่วนรวม 4. ด้านการเคลื่อนไหวและทักษะการรับรู้ประสาทสัมผัส - เด็กได้เดิน ได้เคลื่อนไหวหยิบ จับอุปกรณ์การทดลองได้อย่างคล่องแคล่ว - เด็กสามารถใช้ประสาทสัมผัสในการสังเกตด้วยตนเอง ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1. ทักษะการสังเกต - การศึกษาจากการสืบค้นทางอินเทอร์เน็ต เด็กๆ สังเกตเรือชนิดต่างๆ และใช้วัสดุใดเป็นตัวทำให้เรือ เคลื่อนที่ 2. ทักษะการวัด - ใช้ไม้บรรทัดวัดและสีไม้วาดภาพลักษณะของเรือ รูปทรง ขนาด ลักษณะของเรือ 3. ทักษะการจำแนกประเภท - เปรียบเทียบว่าเรือลำไหนใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อน เรือลำไหนใช้พลังคน และลำใดมีลักษณะ คล้ายกัน 4. ทักษะการพยากรณ์หรือการคาดคะเนคำตอบ - เด็กสามารถคาดคะเนคำตอบได้ว่า เรือมีลักษณะที่แตกต่างกัน


7 5. ทักษะการก าหนดและควบคุมตัวแปร - เด็กสามารถบอกขนาดของเรือแต่ละกลุ่มทำได้ 6. ทักษะการทดลอง - เด็กสามารถออกแบบขั้นตอนการทดลองร่วมกัน กำหนดวิธีการใช้วิธีการไหนสืบค้นข้อมูล - เด็กสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดได้ - เด็กสามารถวาดภาพบันทึกผลลักษณะของเรือชนิดต่างๆได้ 7. ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล - เด็กสามารถสรุปผลสิ่งที่สังเกตได้ โดยสังเกตว่าเรือมีลักษณะอย่างไร แล้วนำผลการทดลองมานำเสนอ หน้าชั้นเรียนให้เพื่อนๆ เข้าใจ 8. ทักษะการลงความคิดเห็นจากข้อมูล - เด็กสามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมโดยใช้ความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งเด็กสามารถบอกได้ว่าเป็นเพราะ เหตุใดวัสดุแต่ละชนิดจึงทำให้เรือเคลื่อนที่ได้ต่างกัน คำถามที่ 2 วิธีการทำให้เรือของเล่นเคลื่อนที่ได้อย่างไร คำถามที่ 2 วิธีการทำให้เรือของเล่นเคลื่อนที่ได้อย่างไร จุดประสงค์ เพื่อศึกษาวิธีการทำให้เรือของเล่นเคลื่อนที่ได้อย่างไร ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามที่อยากรู้ (วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567) หลังจากที่เด็กได้เรียนรู้จากคำถามที่ 1 แล้วพบว่า เรือมีลักษณะที่แตกต่างกันไป เด็กและครูได้ร่วมกัน สนทนาพูดคุยถึงเรือจากประสบการณ์เดิม ครู : เด็กๆค่ะ เรือแต่ละลำที่ได้วาดภาพเคลื่อนที่ทุกลำไหมค่ะ กวาง : เคลื่อนที่ได้ค่ะ เรือหางยาวจะเคลื่อนที่ได้เร็วค่ะ ณิชา : คุณครูค่ะหนูอยากมีเรือของเล่นเอาไว้เล่นจังเลยค่ะ อัญชัน : หนูก็เหมือนกันค่ะ ต่อ : เราก็ทำเอง เราจะมีเรือของเล่นที่ไม่ต้องซื้อเลย ใบหม่อน : หนูก็อยากทำเหมือนกันค่ะ ไอคิว : แต่เราจะทำให้เรือของเล่นเคลื่อนที่ได้อย่างไรครับ ต่อ : ผมเคยเห็นในยูทูป เรือของเล่นเคลื่อนที่โดยใช้พลังลมลูกโป่งครับ ครู : ถ้าอย่างนั้น เรามาทำความรู้จักกับเรือของเล่นพลังลมลูกโป่งก่อนนะคะ


8 ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน (วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567) เด็กและครูสนทนาร่วมกัน โดยที่ครูใช้คำถามกระตุ้นความคิดของเด็ก แล้วให้เด็กๆแสดงความคิดเห็นและ เล่าประสบการณ์เดิมของเด็ก ครู : เด็กๆชอบเรือของเล่นพลังลมลูกโป่งไหมค่ะ น้องอัญชัน : ชอบค่ะ ครู : นักเรียนจะทำให้เรือเคลื่อนที่อย่างไรค่ะ ไอคิว : ผมจะทำเรือเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมครับ ใบหม่อน : เราจะใช้ฟิวเจอร์บอร์ด มาทำเป็นตัวเรือของเล่น มันจะวิ่งได้เร็ว ครู : เราจะใช้วัสดุอะไรบ้างมาทำเป็นตัวรถ ต่อ : เอาฟิวเจอร์บอร์ดค่ะมาทำเป็นตัวเรือค่ะ นุดา : เอาฟิวเจอร์บอร์ดมาทำเหมือนกันค่ะ ครู : แล้วเราจะใช้อะไรทำให้เรือเคลื่อนที่ได้ ยูโร : เราจะใช้ลมที่ออกจากลูกโป่งครับ ครู : แล้วจะใช้อะไรในการตรวจสอบว่าเรือลำไหนวิ่งได้เร็วค่ะ ณิชา : ประดิษฐ์เสร็จแล้วก็เอามาแข่งกันค่ะ กลุ่มไหนถึงเส้นชัยก่อนก็ชนะไปเลยค่ะ ครูและเด็กๆสรุปว่า เราจะใช้ฟิวเจอร์บอร์ดมาทำเป็นเรือ ใช้ลมจากลูกโป่งทำให้เรือเคลื่อนที่และจาก คำถามที่เด็กๆอยากรู้คือ วิธีการทำให้เรือเคลื่อนที่ได้อย่างไร เด็กส่วนใหญ่คาดคะเนคำตอบจากคำถามว่า รูปทรงของเรือและพลังลมลูกโป่งจะทำให้เรือเคลื่อนที่ได้ ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ ( วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ) 1 ครูให้เด็กประดิษฐ์เรือของเล่นพลังลมลูกโป่ง โดยครูคอยให้คำแนะนำ และถ้ากิจกรรมใดที่เป็น อันตรายกับเด็กครูจะเป็นผู้ดำเนินการให้ 2 ..เตรียมวัสดุอุปกรณ์ 1) ฟิวเจอร์บอร์ด 2) หลอดกาแฟ 3) เทปกาว


9 4) กรรไกร 5) สีเมจิก 6) กาว 7) ลูกโป่ง 8) ยางรัด 9) กระดาษสีต่างๆ 10) ไม้บรรทัด 3. เด็กๆ แบ่งกลุ่มเพื่อประดิษฐ์เรือของเล่นจากฟิวเจอร์บอร์ด โดยแต่ละกลุ่มได้ร่วมกันวางแผนที่จะทำตัว เรือให้มีรูปทรงต่างๆ สรุปได้ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ประดิษฐ์เรือที่มีรูปทรงสามเหลี่ยม กลุ่มที่ 2 ประดิษฐ์เรือที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยม กลุ่มที่ 3 ประดิษฐ์เรือที่มีรูปทรงวงรี 4. ขั้นตอนประดิษฐ์เรือของเล่น เด็ก ๆ ดำเนินการขั้นตอนดังนี้ 1) วัดขนาดของเรือ 2 ) วัดระยะติดลูกโป่ง 3) นำลูกโป่งติดกับตัวเรือ 4) ร่วมกันตกแต่งเรือให้สวยงาม


10 1.วัสดุอุปกรณ์ 2. เด็กกำลังวัดขนาดของฟิวเจอร์บอร์ด 3.เด็กกำลังตัดกระดาษฟิวเจอร์บอร์ดเรือ 4.เด็กกำลังวัดระยะที่ติดลูกโป่ง 5. เด็กใช้ยางรัดมัดปากลูกโป่งกับหลอด 6. เด็กทดลองเป่าลูกโป่ง 7.เด็กใช้เทปกาวติดลูกโป่งกับตัวเรือ 8.เด็กช่วยกันตกแต่งเรือให้สวยงาม 9. เรือจากฟิวเจอร์บอร์ดที่ประดิษฐ์ เรียบร้อยแล้ว กลุ่มที่1 ประดิษฐ์เรือของเล่นรูปทรงสี่เหลยี่ม


11 1.วัสดุอุปกรณ์ 2. เด็กกำลังวัดขนาดของฟิวเจอร์บอร์ด 3.เด็กกำลังตัดกระดาษฟิวเจอร์บอร์ดเรือ 4.เด็กกำลังวัดระยะที่ติดลูกโป่ง 5. เด็กใช้ยางรัดมัดปากลูกโป่งกับหลอด 6. เด็กทดลองเป่าลูกโป่ง 7.เด็กใช้เทปกาวติดลูกโป่งกับตัวเรือ 8.เด็กช่วยกันตกแต่งเรือให้สวยงาม 9. เรือจากฟิวเจอร์บอร์ดที่ประดิษฐ์ เรียบร้อยแล้ว กลุ่มที่ 2 ประดิษฐ์เรือของเล่นรูปทรงสามเหลี่ยม


12 1.วัสดุอุปกรณ์ 2. เด็กกำลังวัดขนาดของฟิวเจอร์บอร์ด 3.เด็กกำลังตัดกระดาษฟิวเจอร์บอร์ดเรือ 4.เด็กกำลังวัดระยะที่ติดลูกโป่ง 5. เด็กใช้ยางรัดมัดปากลูกโป่งกับหลอด 6. เด็กทดลองเป่าลูกโป่ง 7.เด็กใช้เทปกาวติดลูกโป่งกับตัวเรือ 8.เด็กช่วยกันตกแต่งเรือให้สวยงาม 9. เรือจากฟิวเจอร์บอร์ดที่ประดิษฐ์ เรียบร้อยแล้ว กลุ่มที่ 3 ประดิษฐ์เรือของเล่นรูปทรงวงรี


13 5. เด็กทั้ง 3 กลุ่ม ทดสอบความเร็วของเรือที่กลุ่มตนเองประดิษฐ์ขึ้นมา กลุ่มที่ 1 เรือของเล่นที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยม กลุ่มที่ 2 เรือของเล่นที่มีรูปทรงสามเหลี่ยม กลุ่มที่ 3 เรือของเล่นที่มีรูปทรงวงรี


14 6. เมื่อเด็กๆ ทำการทดลองเสร็จแล้ว ให้เด็กๆแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนเรือของเล่นกับเพื่อนกลุ่มอื่น เพื่อตรวจสอบดูว่า การประดิษฐ์เรือของเล่นที่มีรูปทรงและติดลูกโป่งทำให้เรือเคลื่อนที่ได้ 7. เด็กวัดการเคลื่อนที่ของเรือที่เข้าเส้นชัยตามลำดับ ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย (วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567) เด็กและครูร่วมกันสนทนาถึงคำถามที่เด็กอยากรู้อีกครั้งว่า “วิธีการทำให้เรือเคลื่อนที่ได้อย่างไร ” ครูให้ เด็กทบทวนโดยการให้เด็กออกมาเล่าวิธีการหาคำตอบว่าได้มาอย่างไร และผลการศึกษาเป็นอย่างไร จากนั้นครู และนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้โดยใช้คำถามว่า ครู : เรือมีการเคลื่อนที่ได้อย่างไร ณิชา: ใช้พลังลมลูกโป่งค่ะ ครู : เด็กๆใช้วัสดุอะไรในการทำตัวเรือของเล่นค่ะ กวาง : ใช้ฟิวเจอร์บอร์ด เด็กๆ แต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนรถของเล่นกับเพื่อนกลุ่มอื่น


15 ใบหม่อน : ใช้หลอดกาแฟมัดกับลูกโป่ง และติดกัวตัวเรือด้วยค่ะ ครู : เด็กๆจะใช้วัสดุหรือทำพฤติกรรมใดที่ทำให้เรือของเล่นเคลื่อนที่ได้โดยไม่ใช้มือบังคับ ต่อ : ใช้ลูกโป่งค่ะ/ ครับ ครู : เด็กคิดว่าเรือของเล่นที่มีรูปทรงใดเคลื่อนที่ถึงเส้นได้ก่อนกลุ่มอื่น อันดา : เรือของหนูรูปทรงสี่เหลี่ยม วิ่งได้ช้ากว่าทุกกลุ่มค่ะ กวาง :เรือของกลุ่มหนูรูปทรงสามเหลี่ยม วิ่งได้เร็วกว่าทุกกลุ่มเลยค่ะ แก้มใส : เรือของหนูรูปทรงวงรี วิ่งได้เร็วกว่าเรือรูปทรงสี่เหลี่ยม แต่วิ่งได้ช้ากว่าเรือรูปทรงสามเหลี่ยม ต่อ : เรือที่มีรูปทรงสามเหลี่ยม จะสามารถเคลื่อนที่ได้เร็วที่สุด และเรือที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยม จะสามารถ เคลื่อนที่ได้ช้าที่สุดครับ ขั้นที่ 5 บันทึกผล (วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567) 1. ครูและนักเรียนสนทนาร่วมกันอีกครั้ง ว่าสิ่งที่นักเรียนได้อภิปรายร่วมกันไปแล้วนั้นถูกต้องหรือไม่ ครู : เด็กจะใช้อะไรตรวจสอบความคิดของกลุ่มตนเองว่า วิธีการที่ทำให้เรือเของเล่นกลุ่มของตนเอง เคลื่อนที่ได้อย่างไร นุดา : ใช้ความเร็วค่ะ ถึงถึงเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะค่ะ อัญชัน : เรือที่ถึงเส้นชัยก่อนค่ะ กวาง : ใช่ค่ะครู 2. จากการสนทนาของครูและเด็กสามารถบันทึกผลการเคลื่อนที่ของเรือได้ผลตามตารางดังนี้ ตารางบันทึกผลการเคลื่อนที่ของเรือ กลุ่มที่ รูปทรงของเรือ ลำดับที่เข้าเส้นชัย 1 เรือรูปทรงสี่เหลี่ยม 3 2 เรือรูปทรงสามเหลี่ยม 1 3 เรือรูปทรงวงรี 2 จากตารางบันทึกผล พบว่า เรือที่มีรูปทรงสามเหลี่ยมเคลื่อนที่ไปถึงเส้นชัยลำดับที่ 1 เรือที่มีรูปทรงวงรี เคลื่อนที่ไปถึงเส้นชัยลำดับที่ 2 และเรือทรงทรงสี่เหลี่ยมเคลื่อนที่ไปถึงเส้นชัยลำดับที่ 3


16 3. ครูให้เด็กแต่ละกลุ่มวาดภาพและน าเสนอผลการทดลองหน้าชั้นเรียน ดังนี้ กลุ่มที่ 1 เรือของเล่นรูปทรงสี่เหลี่ยม กลุ่มที่ 2 เรือของเล่นรูปทรงสามเหลี่ยม กลุ่มที่ 3 เรือของเล่นรูปทรงวงรี


17 ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล (วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567) เด็กและครูร่วมกันสรุปจากคำถามที่เด็กอยากรู้ว่า วิธีการทำให้เรือของเล่นเคลื่อนที่ได้อย่างไร โดยจากการ สรุปร่วมกัน ดังนี้ 1. วิธีการทำให้เรือของเล่นเคลื่อนที่ได้คือ หลอดกาแฟใช้ยางรัดมัดกับลูกโป่ง ติดกับฟิวเจอร์บอร์ดและ เป่าลมเข้าลูกโป่ง นำไปปล่อยลมออก ทำให้พลังลมลูกโป่งดันเรือของเล่นเคลื่อนที่ไปข้างหน้า 2. ตัวเรือของเล่นรูปทรงสามเหลี่ยมจะเคลื่อนที่ได้เร็วที่สุดและตัวเรือรูปทรงสี่เหลี่ยมจะเคลื่อนที่ได้ช้าที่สุด 3. ตัวเรือทำมาจากฟิวเจอร์บอร์ดทำให้เรือเคลื่อนที่ไปได้เพราน้ำหนักเบา ไม่จมน้ำ ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย ผลการพัฒนาความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน 1. ด้านการเรียนรู้ - เด็กสามารถเล่า หรือบอกวิธีการหาคำตอบของตนเองได้คือ หาวิธีการที่จะทำเรือรูปทรงต่างๆเคลื่อนที่ ได้ที่จะสามารถทำให้ตัวเรือเคลื่อนที่ได้เร็วที่สุด และหาวัสดุที่ใช้วัดความเร็วการเคลื่อนที่ของเรือ - เด็กได้เรียนรู้การนำวัสดุที่ไม่ได้ใช้งาน นำมาประดิษฐ์เป็นของเล่น - เด็กได้เรียนรู้ว่าวัตถุสามารถเคลื่อนที่ได้เองโดยอาศัยพลังงานลม ยกตัวอย่างได้จาก เศษใบไม้ปลิว 2. ด้านภาษา - เด็กมีพัฒนาการทางด้านภาษาจากการสนทนาความรู้กับครูและเพื่อนๆ - เด็กได้ฝึกทักษะการใช้ภาษาที่ถูกต้องจากการนำเสนอวิธีการทำการทดลอง - เด็กได้เรียนรู้คำหรือภาษาใหม่ๆ ที่สามารถจดจำได้ง่าย เช่น ลม เรือของเล่น รูปทรงของเรือ การ เคลื่อนที่ ฯลฯ 3. ด้านสังคม - เด็กสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ - เด็กเคารพกติกาและปฏิบัติตามข้อตกลงของส่วนรวม 4. ด้านการเคลื่อนไหวและทักษะการรับรู้ประสาทสัมผัส - เด็กได้เดิน ได้เคลื่อนไหวหยิบ จับอุปกรณ์การทดลองได้อย่างคล่องแคล่ว - เด็กสามารถใช้ประสาทสัมผัสในการสังเกตด้วยตนเอง ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1. ทักษะการสังเกต - การหยิบ จับ สัมผัสวัสดุที่ใช้ทำตัวเรือของเล่นและรูปทรงเรือของเล่น สังเกตว่าเรือที่มีรูปทรงสามเหลี่ยม จะทำให้เรือของเล่นเคลื่อนที่ได้เร็วที่สุด 2. ทักษะการวัด


18 - ใช้สีเมจิก วาดและประดิษฐ์ตัวเรือของเล่นและรูปทรงเรือของเล่น และไม้บรรทัดวัดขนาดของเรือของ เล่น 3. ทักษะการจำแนกประเภท - เปรียบเทียบว่าเรือของเล่นที่มีรูปทรงสามเหลี่ยมเคลื่อนที่ได้เร็วที่สุด และรูปทรงสี่เหลี่ยมเคลื่อนที่ได้ช้า ที่สุด 4. ทักษะการพยากรณ์หรือการคาดคะเนคำตอบ - นักเรียนสามารถคาดคะเนคำตอบได้ว่าเรือของเล่นขนาดต่างกัน จะทำให้เคลื่อนที่ได้ความเร็วต่างกัน 5. ทักษะการกำหนดและควบคุมตัวแปร - นักเรียนสามารถกำหนดขนาดรูปทรงของเรือแต่ละกลุ่มทำได้ 6. ทักษะการทดลอง - นักเรียนสามารถออกแบบขั้นตอนการทดลองร่วมกัน กำหนดวิธีการเลือกอุปกรณ์การทำเรือของเล่นว่า จะใช้วัสดุอะไร และเลือกวัสดุอะไรในการวัดความเร็ว - นักเรียนสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดได้ - นักเรียนสามารถบันทึกผลการแข่งรถของเล่นได้ 7. ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล - นักเรียนสามารถสรุปผลสิ่งที่สังเกตได้ โดยสังเกตว่าเรือของเล่นที่มีรูปทรงขนาดเท่าใดเคลื่อนที่ได้เร็ว ที่สุด และเคลื่อนที่ได้ช้าที่สุด แล้วนำผลการทดลองมานำเสนอหน้าชั้นเรียนให้เพื่อนๆ เข้าใจ 8. ทักษะการลงความคิดเห็นจากข้อมูล - นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมโดยใช้ความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งนักเรียนสามารถบอกได้ว่าเป็น เพราะเหตุใดรูปทรงของเรือจึงทำให้เรือของเล่นเคลื่อนที่ได้ต่างกัน


19 ภาคผนวก


20 ภาคผนวก ก แบบสอบถามแนวทางการดำเนินโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย สำหรับผู้บริหารโรงเรียน


21


22


23 ภาคผนวก ข สำเนาเกียรติบัตรอบรมสัมมนา


24


25


Click to View FlipBook Version