การประยุกต์ใช้
ความรู้เกี่ยวกับ
กรด-เบส
ดินเปรี้ยว
เป็นดินที่มีค่า pH ต่ำ ไม่เหมาะสม
แก่การเพราะปลูก
การแก้ปั ญหา
โรยผงแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3)
หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า "ปูนมาร์ล" เพื่อให้
ทำปฏิกิริยากับ H2SO4 ส่งผลให้ดินเป็น
กรดลดลง
ปฏิกิริยาเคมี
CaCO3(s) + H2SO4(aq) CaSO4(s) + H2O(l) + CO2(g)
การควบคุม pH ของสารละลาย
ในร่างกาย
ความเป็นกรด-เบสส่งผลต่อ
การทำงานของเอนไซม์
ร่างกายจึงต้องมีการควบคุม
pH โดยสารละลายบัฟเฟอร์
ธรรมชาติหลายชนิด
การควบคุม pH ในเลือด
1. ไบคาร์บอเนตบัฟเฟอร์H2CO3/HCO3-
ควบคุม pH ในเลือดให้อยู่ที่ 7.3 - 7.4
โดpสาเหตุที่ร่างกายมีปริมาณกรดเพิ่มขึ้น
อาจเกิดจากการออกกำลังกาย หรือ การรับ
ประทานอาหารที่เป็นกรดสูง HCO3- ในเลือด
จะทำปฏิกิริยากับ H3O+ที่เพิ่มขึ้น
ปฏิกิริยาเคมี
HCO-3(aq) + H3O+(aq) H2CO3(aq) + H2O(l)
H2CO3(aq) H2O(l) + CO2(g)
โดยแก๊ส CO2 ที่เกิดขึ้นจะถูกขับออกโดยการหายใจออก
2. ฟอสเฟตบัฟเฟอร์H2PO4-
/HPO42-โดยเมื่อเลือดที่มีความ
เป็นกรดสูงผ่านเข้ามาในไต H
O3บา+งส่วนจะผ่านเข้าไปทำ
ปฏิกิริยากับ HPO42-ที่อยู่ใน
ของเหลวในไต
ปฏิกิริยาเคมี
HPO42-(aq)+ H3O+(aq) H2PO4-(aq) + H2O(l)
H2PO4- ที่เกิดขึ้นจะถูกขับออกมาทางปั สสาวะ
กระบวนการทำงานของสารละลายบัฟเฟอร์ทำให้
pH ของเลือดในร่างกายค่อนข้างคงที่
การควบคุม pH ในธรรมชาติ
น้ำทะเล เป็นบัฟเฟอร์ที่มีองค์ประกอบ
ซับซ้อนมาก สารและไอออนที่มีบทบาท
สำคัญในการควบคุม pH ของน้ำทะเล
ได้แก่กรดคาร์บอนิก (H2CO3) ไฮโดรเจน
คาร์บอเนตไอออน (HCO3-) และ
คาร์บอเนตไอออน (CO32-)ถ้าเติมกรดลง
ในน้ำทะเล pH จะเปลี่ยนแปลงน้อยมาก
เพราะ H3O+ ในกรดที่เพิ่มลงไปจะทำ
HCO3- 2-
ปฏิกิริยากับ , CO 3
ปฏิกิริยาเคมี
H3O+(aq) + HCO3- (aq) H2CO3(aq) + H2O(l)
H3O+(aq) + CO32- (aq) HCO3-(aq) + H2O(l)
กระบวนการกำจัดแก๊ส
ซัลเฟอร์ไดออกไซด์
ในกระบวนการเผาไหม้ เช่น ถ่านหินในโรงงาน
ไฟฟ้า มีแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์(SO2) เกิดขึ้น ซึ่ง
แก๊ส SO2เป็นแก๊สพิษและเป็นสาเหตุของการเกิดฝน
กรดทำให้โรงงานไฟฟ้าต้องมีกระบวนการกำจัดแก๊ส
SO2 (Flue Gas Desulfurization; FGD)
โดยโรงงานไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ใกล้ทะเลอาจใช้น้ำทะเล
HCO3- 2-
ซึ่งมี และ CO 3 ในกระบวนการ FGD ทำให้
ได้ผลิตภัณฑ์สุดท้ายที่มีสมบัติเป็นกลาง
ปฏิกิริยาเคมี
SO2(g) + H2O(l) HSO3-(aq) + H+(aq)
2HSO3-(aq) + O2(g) 2SO42-(aq) + 2H+(aq)
HCO3-(aq) + H+(aq) CO2(g) + H2O(l)
CO32-(aq) + 2H+(aq) CO2(aq) + H2O(l)
การใช้กรด-เบสในชีวิตประจำวัน
ชีวิตประจำวันในปั จจุบัน เราได้ใช้สารต่างๆ
ที่มีสมบัติเป็นกรด-เบสทั้งทางตรงและทางอ้อม
ซึ่งใช้ในการเป็นยารักษาโรค กำจัดสิ่งสกปรก
ปรุงอาหาร นอกจากนี้ในร่างกายก็ประกอบด้วย
สารที่มีสมบัติเป็น กรด-เบส เช่น กรดเกลือใน
กระเพาะอาหาร น้ำดีจากตับ
Ex.สารทำความสะอาด
เครื่องสุขภัณฑ์
มักมีส่วนประกอบของกรดเกลือหรือ
กรดไฮโดรคลอริก (HCl) และกรดไนตริก
(HNO3) ซึ่งมีสมบัติเป็นกรด กรดเมื่อทำ
ปฏิกิริยากับแผ่นกระเบื้องพื้นห้องน้ำ
ทำให้เกิดการสึกกร่อน ทำให้สิ่งสกปรก
หลุดออกจากพื้นและสุขภัณฑ์ต่างๆได้
ปฏิกิริยาเคมี
2HCl(aq) + CaCO3(aq) CaCl2(s) + H2O(l) + CO2(g)
การใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่มีส่วนประกอบของกรดเกลือ
(HCl) ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะเกิดแก๊สที่เป็น
พิษเข้าสู่หลอดลมเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ
การวิเคราะห์ปริมาณกรดในอาหาร
ในอุตสาหกรรมอาหารจะมีการวิเคราะห์ปริมาณกรด
ที่มีอยู่ในอาหารในรปแบบที่แตกต่างกัน เช่น วิเคราะห์
ปริมาณกรดมาลิกในแอปเปิ้ ลหรือน้ำแอปเปิ้ ล วิเคราะห์
ปริมาณกรดแลกติกในนม วิเคราะห์ปริมาณกรดซิทริก
ในผักและผลไม้ วิเคราะห์ปริมาณกรดแอซิติกในน้ำส้ม
สายชู
การไทเทรตกรด-เบส
การไทเทรตกรด-เบสเป็นวิธีหนึ่ง
ที่ใช้วิเคราะห์ปริมาณกรดในอาหาร
ยกตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์ปริมาณ
กรดซิทริกในน้ำผักหรือผลไม้โดยนำ
มาไทเทรตกับสารละลายมาตรฐาน
NaOH
ปฏิกิริยาเคมี
3NaOH(aq) + C3H5O(COOH)3(aq) C3H5O(COONa)3(aq) + 3H2O(l)
ดังนั้นถ้าทราบปริมาณสารละลาย NaOH ที่ใช้
ไทเทรต ก็สามารถคำนวณปริมาณกรดซิทริกใน
น้ำผักหรือผลไม้ได้
THE END
ผู้จัดทำ
นางสาว ณฐกร แก้วศรีจันทร์
ม.5/3 เลขที่ 21
เสนอ
อาจารย์ เกศศิรัชฎ์ ศรีทรสุทธิ์